ปภ.เผยผลกระทบวาตภัย19จังหวัด เสียชีวิต3ราย-เร่งเยียวยา

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/261420

วันอังคาร ที่ 21 มีนาคม พ.ศ. 2560, 09.36 น.

21 มี.ค.60 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กระทรวงมหาดไทย โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) รายงานช่วงวันที่ 14 – 21 มีนาคม 2560  ระบุว่ามีพื้นที่ได้รับผลกระทบจากวาตภัยรวม 19 จังหวัด 55 อำเภอ 90 ตำบล 331 หมู่บ้าน บ้านเรือนประชาชนเสียหาย 4,137 หลัง ผู้เสียชีวิต 3 ราย

โดยทาง ปภ.ได้ร่วมกับหน่วยทหารจังหวัด และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งสำรวจความเสียหาย แจกจ่ายเครื่องอุปโภคบริโภค อุปกรณ์ซ่อมแซมบ้านเรือน และให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัยตามระเบียบกระทรวงการคลังฯโดยด่วนแล้ว พร้อมประสานจังหวัดในพื้นที่ภาคเหนือตอนล่าง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออก เตรียมพร้อมรับมือพายุฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรงในระยะนี้

นายฉัตรชัย พรหมเลิศ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เปิดเผยว่า ช่วงวันที่ 14 – 21 มีนาคม 2560 มีพื้นที่ได้รับผลกระทบจากวาตภัย รวม 19 จังหวัด 55 อำเภอ 90 ตำบล 331 หมู่บ้าน บ้านเรือนประชาชนเสียหาย 4,137 หลัง และมีผู้เสียชีวิต 3 ราย แยกเป็นภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 11 จังหวัด ได้แก่ อุบลราชธานี ศรีสะเกษ สุรินทร์ เลย สกลนคร มหาสารคาม นครราชสีมา หนองคาย ร้อยเอ็ด ขอนแก่น และชัยภูมิ ภาคเหนือ 1 จังหวัด ได้แก่ พะเยา ภาคกลาง 6 จังหวัด ได้แก่ ลพบุรี เพชรบูรณ์ นครสวรรค์ สุโขทัย ขัยนาท และกำแพงเพชร และภาคตะวันออก 1 จังหวัด ได้แก่ สระแก้ว บ้านเรือนประชาชนเสียหาย 4,137 หลังและมีผู้เสียชีวิต 3 ราย ซึ่งกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยได้ประสานจังหวัด หน่วยทหาร องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัยในเบื้องต้น

โดยแจกจ่ายเครื่องอุปโภคบริโภค กระเบื้องมุงหลังคา และวัสดุอุปกรณ์ซ่อมแซมบ้านเรือนแก่ผู้ประสบภัย รวมถึงจัดเจ้าหน้าที่สำรวจและประเมินความเสียหาย เพื่อดำเนินการช่วยเหลือตามระเบียบกระทรวงการคลังฯ ทั้งการชดเชยความเสียหายของบ้านเรือน เป็นวัสดุก่อสร้าง หรือจ่ายเงินช่วยเหลือตามความเหมาะสม อีกทั้งจ่ายเงินสงเคราะห์ค่าจัดการศพตามระเบียบและหลักเกณฑ์ที่กำหนดแก่ครอบครัวผู้เสียชีวิต

ทั้งนี้ จากการติดตามสภาพอากาศกับกรมอุตุนิยมวิทยา พบว่าระยะนี้ประเทศไทยจะมีฝนฟ้าคะนองบางแห่งและลมกระโชกแรง ในหลายพื้นที่บริเวณภาคเหนือตอนล่าง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก และภาคกลาง ปภ.จึงได้ประสานจังหวัดในพื้นที่ดังกล่าวเตรียมรับมือพายุฝนฟ้าคะนอง โดยจัดเจ้าหน้าที่ติดตามสภาพอากาศและเฝ้าระวังสถานการณ์ภัย พร้อมจัดเตรียมวัสดุอุปกรณ์ให้พร้อมปฏิบัติการเผชิญเหตุและช่วยเหลือผู้ประสบภัย ตลอดจนแจ้งเตือนประชาชนให้ระมัดระวังอันตรายจากพายุลมแรง อยู่ให้ห่างจากต้นไม้ใหญ่ ป้ายโฆษณา และสิ่งก่อสร้างที่ไม่แข็งแรงในระยะนี้ไว้ด้วย

อย่างไรก็ตามประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากพายุฤดูร้อน สามารถติดต่อขอความช่วยเหลือได้ทางสายด่วนนิรภัย 1784 ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อประสานให้การช่วยเหลือโดยด่วนต่อไป

ชัยนาทแล้งหนักกระทบราคาพืชผัก แตงกวาราคาพุ่งปี้ด!!

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/261416

วันอังคาร ที่ 21 มีนาคม พ.ศ. 2560, 09.27 น.

21 มี.ค.60 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากสถานการณ์ภัยแล้งในพื้นที่ จ.ชัยนาท ที่ยังคงขยายวงกว้างอย่างต่อเนื่อง ส่งผลกระทบต่อพืชผักในพื้นที่ซึ่งมีป้อนตลาดลดลง ส่งผลให้ราคาผักสดเริ่มขยับตัวขึ้น

โดยเฉพาะแตงกวาที่ประตัวขึ้นสัปดาห์เดียวถึง 7 บาท ต่อกิโลกรัม จากที่สัปดาห์ก่อนขายราคากิโลกรัมละ18 บาท ปัจจุบันราคาปรับขึ้นไปที่ 25 บาท ต่อกิโลกรัม ซึ่งแม่ค้าผักบอกว่าสาเหตุที่แตงกวาขยับราคาขึ้นอย่างต่อเนื่องนั้น มาจากสภาพความแห้งแล้งที่ทำให้แตงกวาติดผลน้อยลง บางส่วนก็เสียหายจากโรคระบาด ทำให้ผลผลิตไม่เพียงพอต่อความต้องการของตลาด ทำให้ราคาหน้าสวนปรับขึ้น ราคาขายหน้าแผงจึงขยับตามเช่นกัน

ส่วนผักสดรายการอื่นๆ ก็มีการปรับราคาขึ้นเฉลี่ยกิโลกรัมละ 5 บาท เช่นกัน โดยกะหล่ำปลีล่าสุดกิโลกรัมละ 20 บาท ผักกาดขาวกิโลกรัมละ 25 บาท ผักคะน้ากิโลกรัมละ 20 บาท ถัวฝักยาวกิโลกรัมละ 35 บาท และต้นหอมผักชีราคาเท่ากันที่กิโลกรัมละ 60 บาท

อย่างไรก็ตามก็ยังมีแนวโน้มที่ผักสดจะมีการปรับราคาขึ้นได้อีกจากผลกระทบภัยแล้ง

ฟ้าหลังฝน!ชาวนาศรีสะเกษยิ้ม ข้าวนาปรังเขียวขจีหลังพายุถล่ม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/261415

วันอังคาร ที่ 21 มีนาคม พ.ศ. 2560, 09.17 น.

21 มี.ค.60 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สถานีอุตุนิยมวิทยาศรีสะเกษ รายงานอากาศว่า คลื่นกระแสลมฝ่ายตะวันตกยังคงปกคลุมภาคเหนือตอนบน และภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ประกอบกับมีลมใต้และลมตะวันออกเฉียงใต้ พัดนำความชื้นจากทะเลจีนใต้ และอ่าวไทยเข้ามาปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

โดยลักษณะเช่นนี้ทำให้บริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง มีฝนฟ้าคะนองเกิดขึ้นกับมีลมกระโชกแรงได้หลายพื้นที่ ซึ่งคาดว่าสภาพอากาศบริเวณจังหวัดศรีสะเกษ ในช่วงวันที่ 20 – 21 มีนาคม จะมีคลื่นกระแสลมตะวันตกในระดับบนจากประเทศเมียนมาเคลื่อนเข้าปกคลุมภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ทำให้บริเวณจังหวัดศรีสะเกษยังคงมีฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรงเกิดขึ้นได้บางแห่ง โดยมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40-60 ของพื้นที่ กับมีลมกระโชกแรง

จากที่มีพายุฤดูร้อนพัดถล่มและมีฝนฟ้าคะนองในพื้นที่ จ.ศรีสะเกษ ทำให้บ้านเรือนทรัพย์สินสิ่งของพังเสียหายแล้ว แต่ฝนก็ส่งผลดีต่อพืชผลทางการเกษตรหลายพื้นที่ ทั้งใน อำเภอเมือง พยุห์, ไพรบึง, ขุขันธ์ และอำเภอวังหิน ข้าวนาปรังกลับมาเขียวชอุ่มสดชื่น หลังจากที่เคยขาดน้ำแห้งเหี่ยวเฉา เกือบจะถึงกับยืนต้นตาย ทำเกษตรกรชาวนาชาวสวนดีใจกลับมายิ้มได้อีกครั้ง

ศรีสะเกษ ฝนตกส่งผลดีต่อพืชสวนไร่นา ข้าวนาปรังเขียวขจี หลังจากที่แห้งเหี่ยวมาก่อนหน้านี้

จับตา!สถานการณ์หมอกควัน-ไฟป่า เชียงใหม่ประชุมนายอำเภอ25เขต

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/261357

วันจันทร์ ที่ 20 มีนาคม พ.ศ. 2560, 18.00 น.

วันที่ 20 มีนาคม  2560 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ศูนย์อำนวยการสั่งการแก้ไขปัญหาหมอกควันและไฟป่าจังหวัดเชียงใหม่ ศาลากลางจังหวัดเชียงใหม่ นายพุฒิพงศ์  ศิริมาตย์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ในฐานะประธานคณะทำงานศูนย์วอร์รูมไฟป่าจังหวัดเชียงใหม่ เป็นประธานประชุมติดตามสถานการณ์หมอกควันและไฟป่า ของจังหวัดเชียงใหม่ ผ่านระบบวีดิโอคอนเฟอร์เร้นท์ กับนายอำเภอทั้ง 25 อำเภอ เนื่องจากในช่วงวันหยุดที่ผ่านมาพบการเผาไหม้เพิ่มขึ้นหลายพื้นที่

ขณะที่ศูนย์อุตุนิยมวิทยาภาคเหนือเชียงใหม่ แจ้งว่า ทิศทางลมฝ่ายตะวันตกพัดมาจากจังหวัดแม่ฮ่องสอน และประเทศพม่า ซึ่งดาวเทียมตรวจพบจุดเผาไหม้มาก ได้พัดพาหมอกควันสะสมเข้ามาในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ ส่งผลให้ค่าฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM10 เริ่มเพิ่มสูงขึ้น 120 ไมโครกรัม/ลูกบาศก์เมตร ที่ตำบลช้างเผือก อำเภอเชียงใหม่ ถือเป็นครั้งแรก นับตั้งแต่ประกาศช่วง 60 วันห้ามเผา ผ่านมาแล้ว 29 วัน และคาดว่าในช่วงนับจากนี้ไป อุณหภูมิจะเพิ่งสูงขึ้นถึง 40 – 42 องศาเซลเซียส อากาศที่ร้อนอบอ้าว โอกาสเกิดฝนน้อยมาก หากเกิดการเผาไหม้ในพื้นที่ป่าจะรุนแรงมาก จึงจำเป็นต้องทบทวนแนวทางปฏิบัติ  เฝ้าระวังพื้นที่จุดเสี่ยงที่ไม่เกิดการเผาไหม้ช่วง 1 – 2 ปีที่ผ่านมาให้เข้มงวดเป็นพิเศษ

รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า ได้สั่งการให้ทุกอำเภอ ทุกหน่วย จัดชุดประชารัฐอำเภอ ตำบล ออกลาดตระเวน สำรวจจุดเสี่ยง ร่วมกับประชาชนในพื้นที่และเข้าดับ โดยให้ถือปฏิบัติอย่างเคร่งครัดและเข้มข้น จากนี้ไป จนถึงวันที่ 20 เมษายน 2560 วันสุดท้ายช่วง 60 วันห้ามเผาของเชียงใหม่ กำลังชุดปฏิบัติการทุกอำเภอทุกหน่วยให้ประจำในพื้นที่ตลอดโดยไม่มีวันหยุด หากมีเหตุจำเป็นจริงๆขอให้มีตัวแทนรับผิดชอบ เพราะสถานการณ์ตอนนี้ถือว่าไม่ปกติ จึงพยายามควบคุมสถานการณ์ภายในให้ได้ เพื่อผ่อนเบาหมอกควันจากภายนอกที่ควบคุมได้ยาก

 

พายุพัดฤดูร้อนถล่ม!ศรีสะเกษ บ้านพังเสียหาย-เสาไฟโค่นล้ม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/261352

วันจันทร์ ที่ 20 มีนาคม พ.ศ. 2560, 17.40 น.

20 มี.ค.60 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่อำเภอราศีไศล จังหวัดศรีสะเกษ พื้นที่ดังกล่าวได้ถูกพายุฤดูร้อนพัดถล่มจนทำให้บ้านเรือน ยุ้งข้าว คอกสัตว์ เสาไฟฟ้าหักโค่น ได้รับความเสียหาย

ทั้งในพื้นที่บริเวณภายในบริเวณที่ว่าการอำเภอ มีหอประชุมของอำเภอ สถานที่สำนักงานที่ดินจังหวัดศรีสะเกษ สาขาราศีไศล โรงจอดรถได้รับความเสียหาย และมีต้นไม้โดยรอบหักโคล่น อีกทั้งยังมีอาคาร บ้านเรือน วัด โรงเรียน ในตำบลเมืองคง ตำบลดู่ และตำบลหนองแค ได้รับความเสียหาย และชาวบ้านเดือดร้อนกว่า 169 ครัวเรือน

ล่าสุดเจ้าหน้าที่อำเภอราษีไศล  และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ออกสำรวจความเสียหายเพิ่มเติมแล้ว พร้อมกับรีบซ่อมแซมบ้านเรือน  ให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัยเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนต่อไป

 

ออกมาตรการคุมไฟป่าภาคใต้ หลังไหม้ป่าเสียหาย2ไร่

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/261319

วันจันทร์ ที่ 20 มีนาคม พ.ศ. 2560, 15.45 น.

20 มี.ค.60 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังเกิดไฟไหม้ป่าในพื้นที่ของเกษตรกร รวมทั้งป่ารกร้างที่อยู่ใกล้พื้นที่ป่าพรุโต๊ะแดง ในพื้นที่หมู่ที่ 8 ตำบลปาเสมัส จังหวัดนราธิวาส จำนวน 2 จุด รวมพื้นที่ได้รับความเสียหายประมาณ 2 ไร่ วานนี้ นายปรีชา นวลน้อย นายอำเภอสุไหงโก-ลก จึงเร่งออกมาตรการป้องกัน โดยลงพื้นที่ไปชี้แจงทำความเข้าใจกับประชาชนที่อาศัยอยู่ตลอดแนวขอบป่าพรุโต๊ะแดง พร้อมออกประกาศจังหวัดนราธิวาส เรื่องกำหนดเขตควบคุมไฟป่าในท้องที่จังหวัดนราธิวาส 2 ตำบลของอำเภอสุไหงโก-ลก ประกอบด้วย บ้านบาโฮสรายอ บ้านซรายอ บ้านมัรกัส บ้านน้ำตก บ้านลูโบ๊ะซามา หมู่ที่ 1 , 2 และ 8 บ้านตือระ บ้านมือบา ตำบลปาเสมัส บ้านลาแล หมู่ที่ 1 บ้านเจาะแห หมู่ที่ 2 บ้านโต๊ะเวาะ หมู่ที่ 3 บ้านโต๊ะแดง หมู่ที่ 5 ตำบลปูโยะ ที่ควบคุมให้ประชาชนต้องแจ้งขออนุญาต จากกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ทุกครั้งที่ต้องการเผาวัชพืช

อีกทั้งต้องทำแนวกันไฟ และประสานเจ้าหน้าที่ควบคุมไฟป่านราธิวาส มาควบคุมการดำเนินการด้วย ซึ่งหากมีการฝ่าฝืนจนปล่อยให้ไฟลุกลามเข้าไปในเขตอุทยานแห่งชาติ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า และเขตป่าสงวนแห่งชาติจะถูกระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 2-15 ปี และปรับตั้งแต่ 20,000-150,000 บาท และผู้ใดกระทำให้เกิดเพลิงไหม้ แม้จะเป็นของตัวเองจนน่าจะเป็นอันตรายต่อบุคคลอื่นและทรัพย์สินของผู้อื่น ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 7 ปี และปรับไม่เกิน 14,000 บาท

พร้อมกันนี้ นายปรีชา นวลน้อย นายอำเภอสุไหงโก-ลก ได้กำชับให้กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ปฏิบัติตามมาตรการควบคุมไฟป่า โดยทำแผนที่ครอบครองพื้นที่ที่ติดแนวเขตป่าพรุโต๊ะแดงของประชาชนในตำบลหมู่บ้าน และแผนที่พื้นที่เสี่ยงเกิดไฟป่า รวมทั้งขอให้เจ้าของที่ดินที่ติดกับป่าพรุต๊ะแดงทำแนวกันไฟตลอดแนวเขต และจัดเวรยามดูแลพื้นที่เสี่ยงตลอด 24 ชั่วโมง

พร้อมกับเช็คข้อมูลลูกบ้านที่มีประวัติชอบหาของป่า พร้อมส่งรายชื่อมาให้กับทางอำเภอ และส่งบัญชีรายชื่อผู้รับผิดชอบแต่ละหมู่บ้านเพื่อทำประกาศอำเภอ

นอกจากนี้ยังมอบหมายให้เทศบาลตำบลปาเสมัส จัดหาเครื่องมือและอุปกรณ์สำหรับดับไฟ มาจัดตั้งไว้ในเขตชุมชนหมู่บ้านที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยงตลอดช่วงหน้าแล้งนี้

 

AIS MEGA PRO AT MEGA BANGNA มหกรรมสินค้าและโปรโมชั่นสุดพิเศษ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ข่าวประชาสัมพันธ์ 28 เม.ย. 2560 14:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/925504


ยกขบวน Smart Phone, Gadget แบบล้ำ และคอนเทนต์พรีเมียมมากมาย มาให้คุณช็อปกันสะใจ วันที่ 29-30 เม.ย.60 ตั้งแต่เวลา 10.00-22.00 น. พร้อมระเบิดความมันส์ กับ มินิคอนเสิร์ต ทอม Room 39 และ เป๊ก ผลิตโชค แบบใกล้ชิด ในวันอาทิตย์ที่ 30 เม.ย. ตั้งแต่เวลา 13.00 น. เป็นต้นไป @ เมกาบางนา ลาน Fashion Galleria ชั้น 1

รายละเอียดการเข้าร่วม Mini Concert  : 

• ลูกค้าที่เป็นสมาชิก หรือ สมัคร package Premier Full HD
• ลูกค้าไฟเบอร์ที่สมัคร package Home plus ที่เป็นสมาชิกหรือสมัคร Gold Full HD หรือ Platinum Full HD
• ลูกค้าที่ซื้อโทรศัพท์มือถือ Gadget หรือสินค้าอื่นๆ ภายในงาน
• ลงทะเบียนรับสิทธิ์เข้าชม concert หน้างาน 10.00-11.00 น.จำนวนจำกัด 300 ท่านแรก พร้อมลุ้นเป็น 50 ผู้โชคดี ได้ลุ้น Meet & Greet แบบ Exclusive
• ลูกค้าที่เข้าร่วมชมคอนเสิร์ต 300 ท่าน ร่วมเล่นเกม ลุ้นของรางวัล สุดพิเศษ 20 รางวัล

รายละเอียด promotion ต่างๆ สามารถดูที่หน้างาน ส่วนรายละเอียดกิจกรรม สามารถดูได้ที่ www.ais.co.th/aismegapro/

กฟน. ขยายธุรกิจรุกภาคอุตสาหกรรม จัดสัมมนาธุรกิจบริการระบบไฟฟ้า 4.0

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย Advertorial 28 เม.ย. 2560 11:20

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/925457


วันนี้ (25 เมษายน 2560) การไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) ขยายธุรกิจที่เกี่ยวเนื่อง สร้างการเติบโตและความเข้มแข็งให้องค์กร ด้วยการจัดสัมมนาในหัวข้อ “ธุรกิจบริการระบบไฟฟ้า 4.0” แนะนำบริการพร้อมโชว์นวัตกรรมการดูแลระบบไฟฟ้าให้แก่ภาคธุรกิจ อุตสาหกรรมทุกขนาดอย่างครบวงจร โดยมี นายธานี ปาริชาติอินทราณี ผู้ช่วยผู้ว่าการการไฟฟ้านครหลวงเป็นประธาน พร้อมด้วยผู้แทนจากหน่วยงานราชการ และหน่วยงานเอกชน เข้าร่วมงานสัมมนาในครั้งนี้ รวมกว่า 300 ท่าน ณ ศูนย์ประชุมวายุภักษ์ โรงแรมเซ็นทรา บาย เซ็นทารา ศูนย์ราชการและคอนเวนชันเซ็นเตอร์ แจ้งวัฒนะ


http://www.thairath.co.th/clip/122316

นายวิลาศ เฉลยสัตย์ ผู้อำนวยการฝ่ายธุรกิจบริการและคุณภาพไฟฟ้า การไฟฟ้านครหลวง เปิดเผยว่า กฟน.เป็นหน่วยงานรัฐวิสาหกิจที่มุ่งมั่นเป็นองค์กรชั้นนำด้านธุรกิจพลังงานไฟฟ้าในระดับสากล ได้มีการพัฒนาคุณภาพงานบริการอย่างต่อเนื่อง โดยปัจจุบันนอกเหนือจากการจำหน่ายกระแสไฟฟ้าในพื้นที่กรุงเทพมหานคร นนทบุรี และสมุทรปราการแล้ว กฟน. ยังได้มีการดำเนินธุรกิจที่เกี่ยวเนื่อง เพื่อสร้างความเข้มแข็งและการเติบโตของ กฟน. ซึ่งถือเป็นหนึ่งในรัฐวิสาหกิจที่สำคัญในการนำส่งรายได้เพื่อพัฒนาประเทศ โดยในครั้งนี้ กฟน. ได้จัดงานสัมมนาในหัวข้อ “ธุรกิจบริการระบบไฟฟ้า 4.0” เพื่อแนะนำบริการด้านระบบไฟฟ้าของ กฟน. แบบครบวงจร ซึ่งปัจจุบัน กฟน. ได้มีการจัดตั้งฝ่ายธุรกิจบริการและคุณภาพไฟฟ้า การไฟฟ้านครหลวง เป็นหน่วยงานที่ให้บริการด้านออกแบบ และติดตั้งระบบไฟฟ้าแรงสูง บริการด้านระบบไฟฟ้าใต้ดิน บริการด้านบำรุงรักษาระบบไฟฟ้า บริการด้านวิศวกรรมระบบอาคาร บริการด้านธุรกิจพลังงาน โดยมีบุคลากรที่มีประสิทธิภาพ และมีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน ผสมผสานกับเครื่องมือและการนำเทคโนโลยีที่ทันสมัยเข้ามาใช้ในการพัฒนาด้านการให้บริการไฟฟ้าแก่ผู้ใช้บริการอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด ผู้ขอรับบริการจึงมีความมั่นใจได้ว่าอุปกรณ์ไฟฟ้าจะได้รับการดูแลอย่างถูกวิธีและปลอดภัย นอกจากนี้ฝ่ายธุรกิจบริการและคุณภาพไฟฟ้า การไฟฟ้านครหลวง ยังได้ดำเนินการติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ แบบติดตั้งบนหลังคา (Solar rooftop) ให้แก่หน่วยงานราชการที่สำคัญ เช่น กรมบัญชีกลาง และศูนย์ราชการฯ ซึ่งถือเป็นการติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ แบบติดตั้งบนหลังคา (Solar rooftop) ในหน่วยงานราชการที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย สำหรับหน่วยงานที่สนใจจะสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม หรือขอรับบริการ สามารถติดต่อขอใช้บริการได้ที่ ฝ่ายธุรกิจบริการและคุณภาพไฟฟ้า การไฟฟ้านครหลวง เบอร์โทรศัพท์ 0-2878-5288 ได้ทุกวันและเวลาทำการ หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์บริการข้อมูลผู้ใช้ไฟฟ้าการไฟฟ้านครหลวง MEA Call Center โทร 1130 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

///////////////////////////////////
“Smart Life Smart City”
| ระบบไฟฟ้ามั่นคง บริการมั่นใจ ห่วงใยสังคม |
—————–
**กฟน. เชิญดาวน์โหลดฟรี MEA Smart Life App แจ้งไฟดับ, จ่ายค่าไฟ, เช็กค่าไฟย้อนหลัง ในแอปเดียวจบ..คลิก http://is.gd/KlyQKF
—————–
ติดตามสื่ออื่น การไฟฟ้านครหลวง ได้ที่
Application : MEA Smart Life
Website: www.mea.or.th
Facebook : การไฟฟ้านครหลวง (MEA)
Twitter : @mea_news
YouTube : MEA Multimedia
Line : @meanews
—————–
MEA Call Center โทร 1130

 

ทองเปิดตลาดปรับขึ้น 50 รูปพรรณขายออกบาทละ 21,250

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 28 เม.ย. 2560 10:24

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/925433


เช้าวันศุกร์ที่ 28 เม.ย. ทองเปิดตลาดปรับขึ้น 50 ทองแท่ง ขายออกบาทละ 20,750 รูปพรรณ ขายออกบาทละ 21,250

วันที่ 28 เมษายน สมาคมค้าทองคำ รายงานราคาทองเปิดตลาดครั้งที่ 1 ปรับขึ้น 50 บาท โดยทองแท่งรับซื้อบาทละ 20,650 ขายออกบาทละ 20,750 ส่วนทองรูปพรรณรับซื้อบาทละ 20,284.08 ขายออกบาทละ 21,250

 

ชี้คนไทยหนี้พุ่ง 1.3 แสนบาท

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 28 เม.ย. 2560 07:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/925226


เหนื่อยสาหัสแบกภาระผ่อนทั้งบ้าน-รถยนต์

ม.หอการค้าไทย เผยหนี้ครัวเรือนไทยมีมูลค่าเฉลี่ย 1.31 แสนบาท เพิ่มขึ้น 10% สูงสุดในรอบ 8 ปี เหตุเป็นหนี้สะสมจากปีก่อน และมีการก่อหนี้เพิ่ม แต่ยังดีที่เป็นหนี้ซื้อบ้านซื้อรถ ระบุส่วนใหญ่เป็นหนี้ในระบบเพิ่มขึ้น หลังรัฐมีมาตรการดึงหนี้เข้าระบบ เพิ่มขึ้นในรอบ 4 ปี พร้อมแนะรัฐ ขอขึ้นค่าแรงขั้นต่ำเป็นวันละ 410 บาท ภายใน 3 ปี

นายธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยถึงผลสำรวจสถานภาพแรงงานไทยที่มีรายได้ต่ำกว่าเดือนละ 15,000 บาท ว่า แรงงานไทยกว่า 97% ยังมีภาระหนี้ และก่อหนี้เพิ่มขึ้นเฉลี่ยครัวเรือนละ 131,479 บาท เพิ่มขึ้น 10.43% จากปีก่อนหน้าที่มีการก่อหนี้ 119,061 บาท หรือเพิ่มขึ้นสูงสุดในรอบ 8 ปี

“ปัญหาหนี้ที่เพิ่มขึ้น มาจากหนี้สะสมตั้งแต่ปีที่ผ่านมา จากภาวะเศรษฐกิจของประเทศไม่ดี จึงต้องกู้ยืมเงินมาใช้จ่าย และอีกส่วนหนึ่ง มีการใช้จ่ายมากกว่าหรือเท่ากับรายได้ เพราะมีรายได้เท่าเดิม แต่ค่าใช้จ่ายสูงขึ้น ทั้งจากราคาสินค้าที่แพงขึ้น มีของที่ต้องการซื้อมากขึ้น ดอกเบี้ยสูงขึ้น ทำให้มีหนี้สินเพิ่ม”

อย่างไรก็ตาม ในจำนวนหนี้ที่สูงขึ้นนี้ไม่น่าเป็นห่วง เพราะเป็นการก่อหนี้เพื่อซื้อทรัพย์สินคงทน อาทิ รถยนต์ รถจักรยานยนต์ ที่อยู่อาศัยเพิ่มสูงขึ้น จากเดิมที่เป็นการกู้เพื่อใช้จ่ายทั่วไปเป็นหลัก

นายธนวรรธน์กล่าวว่า ผลการสำรวจพบว่า หนี้ที่เกิดขึ้นส่วนใหญ่เป็นหนี้ในระบบ และมีหนี้นอกระบบลดลง จากมาตรการของภาครัฐที่ดำเนินการอย่างต่อเนื่องในการดึงหนี้นอกระบบกลับเข้ามาอยู่ในระบบ โดยเป็นหนี้ที่อยู่ในระบบ 46.4% จากปีก่อนที่มีสัดส่วน 39.38% ถือเป็นการเพิ่มขึ้นสูงสุดในรอบ 4 ปี ขณะที่หนี้นอกระบบมีสัดส่วน 53.6% ลดลงจากปีก่อนหน้าที่มีสัดส่วน 60.62% ถือว่าลดลงสูงสุดในรอบ 4 ปีเช่นกัน

“แรงงานที่มีหนี้ มีภาระการผ่อนเฉลี่ยเดือนละ 5,080.48 บาท ลดลงจากปีก่อนที่ผ่อน 8,114.31 บาท โดยผ่อนหนี้ในระบบเดือนละ 5,587.28 บาท ลดลงจากปีก่อนที่ผ่อนเดือนละ 5,889.53 บาท ขณะที่หนี้นอกระบบก็ลดลงเช่นกัน หรือผ่อนเดือนละ 5,244.88 บาท จากปีก่อนที่สูงถึง 9,657.78 บาท อีกทั้งยังมีความสามารถในการผ่อนชำระดีขึ้นกว่าปีก่อน ที่มีปัญหาการผ่อนชำระถึง 83.5% ปีนี้ลดเหลือเพียง 78.6% รวมทั้งมีอัตราการออมเพิ่มขึ้นเป็น 62.6% จากปีก่อนที่มีการออมเพียง 39.4%”

สำหรับปัญหาการผิดนัดชำระหนี้ ที่อยู่ที่ 78.6% นั้น เกิดจากรายได้ไม่เพิ่มขึ้น แต่ค่าใช้จ่ายและราคาสินค้าสูงขึ้น จนหมุนเงินไม่ทัน จึงต้องการให้รัฐบาลช่วยเหลือด้วยการปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำเป็นวันละ 410 บาท ภายใน 3 ปี พร้อมทั้งควบคุมราคาสินค้า และช่วยเหลือเรื่องค่า ครองชีพให้สอดคล้องกับรายได้ แก้ปัญหาหนี้นอกระบบ ช่วยเหลือผู้ว่างงาน ดูแลประกันสังคม และค่ารักษาพยาบาล ลดดอกเบี้ยเงินกู้ ให้เงินช่วยเหลือด้านสวัสดิการ เป็นต้น

อย่างไรก็ตาม จากการสำรวจ พบว่า มีแรงงานเพียง 3% เท่านั้น ที่ไม่มีการก่อหนี้ ด้วยการประหยัดให้มากขึ้น โดยซื้อสินค้าเท่าที่จำเป็น แต่ก็มีบางส่วนที่มีรายได้สูงขึ้น และมีรายได้เสริมด้วย ส่วนอัตราการว่างงานนั้น ขณะนี้ยังอยู่ที่ 1.3% และคาดว่าจะขึ้นไปสูงสุดกลางปีนี้ถึง 1.5% แต่จากนั้นจะถอยกลับมา และสิ้นปีนี้ ไม่ควรเกิน 1% หากรัฐเริ่มลงทุนโครงสร้างพื้นฐานตามแผนงานที่วางไว้ รวมทั้งงบกลางปี 180,000 ล้านบาทเข้าสู่ระบบมากขึ้นตั้งแต่ช่วงกลางปีนี้เป็นต้นไป

นายธนวรรธน์กล่าวว่า จากนี้ไปภาครัฐจะต้องเร่งดูแลด้านต่างๆที่เกี่ยวกับสวัสดิการให้มากขึ้น ทั้งแรงงาน และผู้สูงอายุ เพราะไทยกำลังเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ ทั้งๆที่ยังไม่ได้เป็นประเทศที่พัฒนาแล้ว ซึ่งจะทำให้ภาครัฐมีภาระสูงขึ้น และหากกลุ่มแรงงานและกลุ่มผู้สูงวัยเหล่านี้ไม่มีรายได้เพียงพอ ก็อาจเกิดปัญหาสังคม การก่ออาชญากรรมตามมาได้

สำหรับวันแรงงานในปีนี้ โดยภาพรวมบรรยากาศยังเป็นไปอย่างคึกคักใกล้เคียงกับปีที่ผ่านมา โดยในช่วงวันหยุดแรงงาน จะไปสังสรรค์มากที่สุด มีการใช้จ่าย 1,879.54 บาท รองลงมาคือไปท่องเที่ยว ใช้จ่ายเฉลี่ยคนละ 1,850.98 บาท ทานอาหารนอกบ้าน 612.57 บาท ทำบุญ 759.43 บาท ดูหนัง 531.15 บาท กลับบ้านต่างจังหวัด 1,328.82 บาท ซื้อของ 1,074.14 บาท เป็นต้น.