‘ไอซ์-อามีนา’ ตกหลุมรัก เมืองอาคิตะ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/259909

วันอาทิตย์ ที่ 12 มีนาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

เป็นนางเอกสาวที่หลงใหลการท่องเที่ยวประเทศญี่ปุ่นสุดๆ สำหรับ ไอซ์-อามีนา กูล พอมีโอกาสไปถ่ายละครเรื่อง “สู้ตายนะไอ้อ่อน” ของค่ายมายน์แอทเวิร์คส์ ยิ่งทำให้ไอซ์หลงรักญี่ปุ่นเพิ่มขึ้นไปอีก เพราะที่เมืองอาคิตะ เป็นอีกหนึ่งจังหวัดของญี่ปุ่นที่เงียบสงบและสวยงามมากๆ ซึ่งที่นี่ไอซ์ยังได้แช่ออนเซ็นเป็นครั้งแรกด้วย การเที่ยวแบบทำงานของไอซ์ครั้งนี้จะสนุกตื่นเต้น เป็นประสบการณ์ชีวิตที่ดีต่อชีวิตไอซ์อย่างไร ตามติดสาวไอซ์ไปกันเลยค่ะ

เสน่ห์ที่น่ารักของเมือง อาคิตะ “ไอซ์ ไปญี่ปุ่นบ่อย และไม่เคยรู้จักเมืองนี้มาก่อนเลย จะรู้จักแค่แบบ ฮอกไกโด โตเกียว เกียวโต รู้จักแต่เมืองหลักๆ พอต้องไปถ่ายละครเมือง อาคิตะ นี้ก็ตื่นเต้นค่ะเป็นอีกเมืองที่เราไม่เคยไปไม่คุ้นด้วย ซึ่งพอไปถึงจริงๆ เราก็ได้เห็นวัฒนธรรมของเขา วิถีชีวิตของเขา เป็นอะไรที่เรียบง่ายมากๆ เป็นวิถีชาวบ้านจริงๆ คนที่นี่ก็น่ารักมากๆ เป็นเมืองชนบทหน่อย เป็นเมืองที่เขายังไม่ได้มีคนรู้จักมาก ยังไม่ได้รับการพัฒนาถึงขั้นที่ว่าเทคโนโลยีเข้าไปเยอะขนาดนั้น ไม่ได้มีเรื่องของโซเชียลเข้ามาเยอะ คือพอสองทุ่ม
ก็มืดมากแล้วเงียบสงบ เป็นบ้านเมืองที่เงียบจริงๆ ไม่มีที่เที่ยวรื่นเริงอะไร พอทุ่มหนึ่งก็อยู่บ้านกันแล้ว”

สะอาดเนี้ยบทุกกระเบียดนิ้ว “วิธีการกินข้าวกล่องของเขาจะไม่เหมือนของเราคือเขาทานข้าวเรียบร้อยมากๆ ถึงจะเป็นข้าวกล่องแต่ก็เรียบร้อยมากๆ ซึ่งเราก็จะชินกับสไตล์ของพวกเราที่รู้ๆ กันกินอาหารกล่องไม่หมดก็ไม่เป็นไร แต่คนญี่ปุ่นที่นี่เขาทานหมดกล่อง ต้องหมดเลยค่ะ อันนี้คืออีกเรื่องที่แปลกใจ บางคนตัวเล็กมากๆ แต่ข้าวเต็มกล่องเขาก็กินจนหมดกล่อง หมดจนไม่เหลือข้าวหรืออาหารสักเม็ด เขาสะอาดมากๆ พอกินเสร็จก็เอาตะเกียบใส่ไปในกล่อง ปิดฝา แล้วก็ทิ้งลงถังขยะ เป็นอะไรที่เรียบร้อยมากๆ รวมไปถึงวิธีการถอดรองเท้า เขาจะเรียงรองเท้าไว้หน้าประตูเรียบร้อยเป็นอย่างดีมาก ไม่เกะกะคนอื่นแล้วก็เรียงให้พวกเราด้วย อันนี้เป็นอะไรที่ประทับใจมากเช่นกันค่ะ”

แช่ออนเซ็นครั้งแรกในชีวิต “มันเป็นฉากหนึ่งในละครที่ต้องถ่ายค่ะ ตอนแรกไอซ์ไม่อยากจะแช่เลยเพราะว่ามันร้อนแล้วอากาศข้างนอกมันหนาวมาก เดี๋ยวพอเราลงไปอุณหภูมิมันต่างกันมากจะไม่สบายหรือเปล่า แต่พอได้ค่อยๆ ลงไปแช่รู้สึกดีมากๆ ชอบมากไม่อยากขึ้นเลย” ประสบการณ์ใหม่จากการเที่ยว “การเที่ยวถือเป็นการพักผ่อนอย่างหนึ่ง แล้วเราก็ได้ไปเรียนรู้อะไรใหม่ๆ ได้ไปดูวิธีการใช้ชีวิตของคนอื่นว่าเป็นยังไง ไอซ์คิดว่าการเที่ยวเป็นอะไรที่ดีนะคะ หนึ่งเลยเราได้เห็นมุมมอง เราได้เห็นโลกกว้างขึ้น ได้เห็นสิ่งใหม่ๆ ที่หลากหลาย คนที่นั่นก็จะไม่เหมือนคนบ้านเรา มีหลากหลายแบบ คนที่นั่นที่อยู่ที่นั่นก็ไม่ใช่คนที่นั่น 100% มีอะไรที่เราได้เรียนรู้แล้วก็ได้เห็นเยอะ ซึ่งการเที่ยวก็สำคัญกับงานของเราด้วย เพราะว่าเราก็ได้สังเกตคนมากขึ้นเพื่อเอามาใช้และเรียนรู้กับงานแสดงของเราด้วย”

นอกจากนี้ทะเลไทยก็มัดใจไอซ์ได้ไม่น้อย “ทะเลภูเก็ต เพราะไอซ์เป็นคนชอบเที่ยวทะเลถ้าให้เลือกภูเขากับทะเลแน่นอนว่าจุดหมายแรกที่ไปคือ ทะเล อย่างทะเลภูเก็ตที่ชอบเพราะว่าหนึ่งไปง่าย สะดวก อาหารอร่อย คนน่ารัก เพราะเขาก็เป็นอารมณ์ประมาณชาวบ้านๆ อย่างล่าสุดไป เกาะยาว ที่นี่ก็จะได้สัมผัสอารมณ์แบบชาวบ้านมากๆ สองทุ่มเข้าบ้านกันแล้วเงียบด้วย กลางวันก็ออกเรือกัน ไปดำน้ำ ตกปลา
ไอซ์เองไปออกเรือมาเหมือนกันค่ะ แล้วก็ไปดูปลาที่กระชังที่เขาเลี้ยงไว้ แล้วก็ไปดำน้ำ ไปกับเพื่อน 2-3 คน เพราะไอซ์มีใบอนุญาตดำน้ำแล้ว ไปสอบมาเรียบร้อย ไอซ์เคยไปดำที่แปลกๆ แล้วก็จะเจอปลาฉลามวาฬ เราก็รู้สึกว่า เอ้ย โลกใต้น้ำก็เป็นอะไรที่น่าสนใจอีกอย่างหนึ่ง เพราะว่าเวลาเราลงไปใต้น้ำเวลาจะผ่านไปเร็วมาก คือ สนุกมากค่ะ ถ้าคนที่กลัวก็คือกลัวไปเลยนะ เพราะว่าใต้น้ำเราไม่สามารถควบคุมอะไรได้ แล้วเราก็ไม่รู้ว่าเราจะเจออะไรบ้าง” เริ่มสนใจการถ่ายภาพ “เราไปหลายที่ที่สวยๆ ถ้าไม่ได้ถ่ายรูปดีๆ สวยๆ ไว้ ก็น่าเสียดายน่ะ เมื่อก่อนเราจะใช้โทรศัพท์ถ่ายตลอดแล้วก็มาตกแต่งให้สวยงาม แต่พอหลังๆ เริ่มเห็นหลายคนใช้กล้องใหญ่กัน ภาพที่เขาถ่ายก็สวย ก็เลยเอ้าว่ะศึกษา เริ่มจริงจัง (หัวเราะ)”

ชวนเพื่อนออกไปเที่ยวเก็บภาพสวยๆ “ไม่ว่าจะไปเที่ยวที่ไหนมันเป็นการเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ได้ไปกินอาหารแปลกๆ ได้ประสบการณ์ใหม่ๆ ที่บางทีเราไม่สามารถซื้อได้ด้วยเงินถ้าเราไม่ออกไปหามันเอง ก็อยากจะให้ทุกคนลองออกไปที่ไหนก็ได้สักที่ตามที่เราชอบและสนใจ หรืออาจจะเริ่มต้นจากการดู “สู้ตายนะไอ้อ่อน” แล้วไปตามรอยละครของเราดู ไปรู้จักเมืองนี้กันก่อนก็ไปได้นะคะ เพราะแต่ละสถานที่ที่เราไปถ่ายคือจุดเด่นๆ ของเขา ถ้าอยากไปเที่ยวเมืองนี้ ดูละครเรื่องนี้แล้วก็จะรู้เลยว่าเราไปจุดไหนถึงจะถ่ายรูปสวย แนะนำค่ะ”

แค่ฟังสาวไอซ์เล่าก็ชวนให้เราอยากเห็นบรรยากาศจริงๆ ของเมือง อาคิตะ ซะแล้วค่ะ เอาเป็นว่าใครที่อยากจะไปสัมผัสความสงบเงียบวัฒนธรรมเรียบง่ายที่มีเสน่ห์อย่างสาวไอซ์เจอมา ก็อย่ารอช้าวางแผนวันหยุดไว้แล้วจองตั๋วบินไปได้เลยค่ะ รับรองว่าฟินสุดใจอย่างแน่นอน หรือถ้าไม่อยากไปไกลจะแวะไป ภูเก็ต ตามรอยสาวไอซ์ก่อน ก็สวยไม่แพ้กันค่ะ

หยินหยาง

‘แต้ว’ คว้าพรีเซ็นเตอร์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/259900

วันอาทิตย์ ที่ 12 มีนาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

เจ้าแม่นาคียังฮอตไม่เลิก ล่าสุด “แต้ว–ณฐพร เตมีรักษ์” คว้าพรีเซ็นเตอร์สมุนไพรขมิ้นชัน โดยถือฤกษ์ดีพร้อมเปิดตัวในงาน “เคล็ดไม่ลับสุขภาพดีด้วยขมิ้นชัน…อ้วยอันโอสถ”ณ ลานโปรโมชั่น โซน D ชั้น 1 เซ็นทรัลพลาซาเวสต์เกต ภายในงานจำลองบรรยากาศอบอุ่นสบายๆ พร้อมกลิ่นอายของสมุนไพรไทย เพื่อให้ผู้มาร่วมงานและแขกผู้มีเกียรติได้สัมผัสยาสมุนไพรใกล้ตัว โดยนางเอกคนเก่ง แต้ว-ณฐพร พรีเซ็นเตอร์สมุนไพรขมิ้นชันร่วมโชว์2 เพลงโปรดให้เหล่าแฟนคลับที่มาเฝ้าหน้าเวทีได้ฟินและกรี๊ดไปกับความน่ารัก นอกจากนี้สาวแต้วยังได้เผยเคล็ดลับความสวยด้วยสมุนไพรไทย ร่วมกับการออกกำลังกาย และยังได้ซิงเกิ้ลมัมคนเก่ง ตุ๊ก-ชนกวนันท์ ในฐานะเภสัชกรมาร่วมพูดคุย พร้อมแนะนำความรู้เรื่องทานยาสมุนไพรให้สุขภาพดีแถมดูแลรูปร่างให้เป๊ะอีกด้วย

‘เพี๊ยช’ อุ้มท้องร่วมเปิดประสบการณ์กำจัด ไขมัน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/259901

วันอาทิตย์ ที่ 12 มีนาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

“เพี๊ยซ-กนกลดา วิชาคุณ” อุ้มท้องลูกคนที่ 2มาร่วมเปิดประสบการณ์ผู้ผ่านการคัดเลือกทั้ง 3 ท่าน กับแคมเปญ“Coolsearch Project season 1 : Freeze yourperfect body  ภารกิจเปลี่ยนหุ่นเสียเป็นหุ่นสวยด้วยความเย็น” โดยงานนี้ “อนุวัตร เลิศพิทักษ์สุนทร”ได้จัดฉลองความสำเร็จ 4 ล้านทรีตเม้นท์ เพื่อรณรงค์ให้ทุกคนหันมาดูแลรูปร่างอย่างถูกวิธี ปลอดภัย โดยมี รศ.พญ.รังสิมา วณิชภักดีเดชา อาจารย์ประจำภาควิชาตจวิทยา คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล มาให้ความรู้เกี่ยวกับการกำจัดไขมันด้วยความเย็น ณ About work สุขุมวิท 11

Star Retro : ครอบครัวบันเทิงอารมณ์ดี “โก้-คุณากร”

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/259911

วันอาทิตย์ ที่ 12 มีนาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

“โก้-คุณากร เกิดพันธุ์” นักแสดงหนุ่มใหญ่ ที่โลดแล่นอยู่ในเส้นทางสายบันเทิงมากว่า 25 ปี ด้วยหัวใจที่รักในการแสดง ส่งต่อมาสู่ลูกไม้ใต้ต้นอย่าง “นนนกรภัทร์” ขวัญใจวัยรุ่นที่กำลังมาแรงในขณะนี้ สตาร์เรโทรสัปดาห์นี้พาทุกท่านไปร่วมย้อนวันวานความประทับใจและแง้มประตูบ้านเข้าไปค้นทุกซอกมุมอันอบอุ่นของบ้าน เกิดพันธุ์

“ผมยังคงมีงานแสดงเรื่อยๆ คือพอลูกโตขึ้นเราก็เริ่มมารับงานละครได้แล้ว ที่เพิ่งถ่ายจบไปก็คือโปรเจกท์เอส ของนาดาว และ รักกันพัลวัน ทางช่อง 3ช่วงนี้คือรับเล่นละครอย่างเดียวเลยครับ มันอาจจะมีอยู่ช่วงหนึ่งที่ไปทำงานประจำเป็นทีวีดาวเทียมช่อง Hit Station เป็นผู้อำนวยการสถานีอยู่ประมาณ 2-3 ปี แต่พอทำไปสักพักเริ่มรู้สึกว่าเราไม่เหมาะกับงานประจำ”

มุ่งมั่นมาทางสายงานบันเทิงตั้งแต่วัยเด็ก

เป็นคนที่ชอบการแสดงมาตั้งแต่ตอนเรียนมัธยมแล้วครับ คือเราก็ใฝ่ฝันอยากจะเรียนการแสดง ได้ไปสมัครไปเทสต์หน้ากล้องแล้วก็ได้รับการคัดเลือกเป็นนักเรียนการแสดงช่อง 3 ตอนเรียนก็เป็นคนที่ชอบทำกิจกรรมทำพิธีกร ดีเจ ทำอะไรที่มันเกี่ยวกับการสื่อสารการพูดจา อยู่ฝ่ายโสตฯ ของโรงเรียน จัดวิทยุตามสาย แล้วมันเป็นช่วงจังหวะพอดีที่เรามาแคสติ้งแล้วเราก็ได้

เรื่องเล่าวันวานสุดประทับใจกว่าจะมาถึงวันนี้

ผมเป็นนักเรียนการแสดงช่อง 3 รุ่นเดียวกับ “ชุดาภา จันทเขตต์” แล้วก็ได้รู้จักคนนั้นคนนี้เขาก็พาไปแคสงานโฆษณา จนมีโฆษณาชิ้นแรก คือครอบครัวคลินิกเล่นกับ “บี-วัลวิภา” เป็นโฆษณาที่ลักษณะเล่าเรื่องและมีตอนต่อไป หลังจากนั้นทางกันตนาก็เรียกเข้าไปเล่นละคร ถือว่าเราเกิดจากทางกันตนา โดย “พี่สุ” (สุชีรา กัลย์จาฤก)ที่เป็นคนเอาเราเข้าไปเล่นละครตั้งแต่ สุดแต่ใจจะไขว่คว้า,กำลังใจ ก็เล่นมาเรื่อยแล้วที่เป็นที่รู้จักของคนมากหน่อยคือจากเรื่อง ทายาทอสูร เวอร์ชั่น “พี่เหมียว-ชไมพร”แล้วกันตนาก็มีละครป้อนให้เรื่อยๆ จนมาเรื่องที่บูมที่สุดน่าจะเป็นเรื่องลอดลายมังกร เวอร์ชั่นแรก

ผลงานที่ถือเป็นที่สุด

ก็น่าจะเป็น ทายาทอสูร เพราะว่าถือเป็นการแจ้งเกิดเราด้วย สมัยก่อนละครเรื่อหนึ่งจะมีคนเล่นแค่4-5 คน ไม่เหมือนสมัยนี้ที่ดารา 20 กว่าคนเรื่องหนึ่ง (บทบาทที่ท้าทายที่สุด) ก็ต้องเป็น ลอดลายมังกร เพราะว่าเป็นเรื่องของความโตขึ้นบทหนักขึ้นมีปฏิสัมพันธ์กับตัวอื่นเยอะมากขึ้น แต่ว่าเราก็ไม่มีคู่จิ้นคู่ขวัญนะของกันตนาเขาจะมีนักแสดงเยอะเราก็จะเวียนกันไปเรื่อย สลับมาเจอคู่บ้าง แล้วเมื่อก่อนมันจะมีละครที่เป็นแบบละครตอนเดียวสองตอนก็เป็นพระเอกในตอนนั้นจะจับคู่กับนางเอกคนนั้นคนนี้หมุนเวียนกันไป แต่ถ้าถามว่าเพื่อนสนิทในวงการมีใครบ้างก็สนิทกันหมดเลยครับ “อั๋น-ศิรคุปต์” “นุ่น-รุ้งทอง” “พี่ต้น-อธิวัฒน์” “นิออน-อิสรา”“กันตา ดานาว” แล้วอีกกลุ่มก็จะเป็นทางช่อง 3 “ชุดาภาจันทเขตต์” ก็ยังติดต่อสื่อสารกันอยู่เรื่อยๆ ยิ่งแก่ยิ่งเจอกัน(หัวเราะ) ยิ่งช่วงนี้เรายิ่งอยากเจอะเจอเพื่อนก็จะมีนัดเจอกันบ่อยหน่อย

พักงานแสดงเพื่อสร้างครอบครัว

ก็เล่นละครมาเรื่อยๆ จะมาเบรกไปก็ตอนมีครอบครัว ตอนปี 2543 คือต้องมาช่วยภรรยาเลี้ยงลูก เราก็ตั้งใจว่าจะดูแลเขาเอง เลยปลีกตัวออกมาจากงานแสดง แล้วมาทำพวกร้านขายของทำบริษัทไม่ได้ติดต่อผู้จัดเพื่อนฝูงเลย ไม่ได้นึกว่าเราจะเสียโอกาสตรงนี้ เมื่อก่อนมันก็ไม่ค่อยมีใครนึกหรอกว่าจะทำงานในแวดวงบันเทิงให้เป็นงานถาวร หรือว่าเป็นงานหลักตลอดชีวิต คือพอถึงวันหนึ่งมันก็เฟดตัวเองออกไปตามจังหวะที่มีคนใหม่เข้ามา บวกกับว่ามีโอกาสได้ทำพิธีกรเป็นพวกเกมโชว์อยู่หลายรายการ นอกจากนี้ก็ยังมีงานพิธีกรตามงานอีเวนท์อีก ซึ่งงานจะเยอะมากเป็นงานที่ทำภายในวันเดียวแล้วมันจบ ไม่ได้เหมือนเล่นละครที่ต้องต่อเนื่องยาวนาน เราก็รู้สึกว่ามันดีนะเพียงแต่ว่ามันไม่ได้ออกทีวี.เท่านั้นเอง และช่วงนั้นอาจจะเป็นช่วงที่ไม่มีบทสำหรับเราด้วยมั้ง คือจะวัยรุ่นก็ไม่ได้ วัยทำงานก็ไม่ได้ จะเป็นพ่อก็ยังไม่ได้ จังหวะทุกอย่างมันพอดี พอมามีครอบครัวที่ต้องดูแลหรือว่างานทีวีดาวเทียมที่เราจะต้องดูแล ก็เลยเหมือนกับว่าลงตัว

ย้อนเส้นทางความรัก

กับภรรยา (พูนสุข เกิดพันธุ์) เจอกันตอนที่ทำรายการวิทยุ เขาเป็นทีมงานอยู่ในสถานี ซึ่งช่วงต่อจากพิธีกรมันก็นำพาเราสู่วิทยุ ได้ไปทำรายการเลยรู้จักกันและคบกันมา อยู่วงการทีวี.เล่นละครก็ไม่ได้คบใครในสายงานนี้ คือส่วนมากทำงานแล้วก็แยกย้ายกันไป มีคุยๆ กันอยู่บ้างแต่ว่าไม่ได้เจริญเติบโตไปจนถึงเป็นคู่กัน ช่วงนั้นก็มีข่าวกับคนนั้นคนนี้บ้าง สนิทกับใครไปเที่ยวกับใครก็มีเป็นข่าวกันเหมือนสมัยนี้แหละ แต่สมัยนู้นไม่มีปาปาราซซี่ไม่มีใครไปตามถ่ายรูป กับหนิงก็คบหากันประมาณสัก 2 ปี เราก็แต่งงานสร้างครอบครัวร่วมกัน แล้วก็มีลูก 2 คน

วางอนาคตให้ลูกๆ เดินตามสายงานบันเทิงไหม

ไม่ครับ ก็มีแต่แม่เขานั่นแหละคือเราก็เลี้ยงดูเขาตามปกติ เห็นความน่ารักของเขา แล้วพอดีช่วงนั้นคุณแม่เขาก็จะพาลูกไปนู่นไปนี่แล้วไปเจอโมเดลลิ่ง เขาเห็นน้องน่ารักดีอยากเอาน้องไปถ่ายโฆษณา “นนน” (กรภัทร์เกิดพันธุ์) เริ่มถ่ายโฆษณาตั้งแต่เป็นเด็กยังใส่ผ้าอ้อมประมาณ 9 เดือนขวบหนึ่ง เราเองก็ไม่ได้ขัดเพราะว่าถ้าน้องเขาสนุกกับงานคือไปแล้วไม่เป็นภาระใคร แต่ว่านี่ไปแล้วเขาสนุก คนเอาเขาไปทำงานก็สนุกเลยไม่มีปัญหาอะไร เราก็เลยมีความรู้สึกว่าพอเขาให้ความร่วมมือในการทำงานก็แสดงว่าน่าจะเป็นที่ต้องการของคนอื่น นนนก็เลยจะมีผลงานมาตั้งแต่เด็กจากถ่ายภาพนิ่ง เริ่มโฆษณาชิ้นแรกก็ถ่ายกับแม่เขา เพราะทีมงานก็กลัวน้องจะไม่เล่นกับคนอื่นเลยให้แม่เล่นด้วย แล้วจนมาโฆษณายูบีซี ซึ่งตอนนี้ก็เป็นทรูวิชั่น คือเราก็ได้ถ่ายทั้งบ้านเลยพ่อแม่ลูกก็อีกเหมือนกันคือเขาอยากได้ลูกเล่นแต่ก็กลัวว่าลูกจะไม่เล่นก็เลยเอาพ่อ-แม่ไปถ่ายด้วย (หัวเราะ)

ลูกทั้ง 2 คน ทราบไหมว่าคุณพ่อเป็นนักแสดง

ตอนเด็กๆ เขาจะรู้สึกว่าทำไมมีคนรู้จักพ่อเยอะจัง คนในวงการที่เขาเห็นในทีวี.ทำไมรู้จักพ่อเราด้วยเหรอ พ่อรู้จักเขาได้ยังไง ทำไมพ่อรู้จักคนที่เป็นดาราคนนั้นคนนี้ด้วย คือเขายังไม่รู้ว่าเราเคยเป็นนักแสดงมาก่อน เขาก็สงสัย บางทีดาราคนนี้คนนั้นเป็นเพื่อนพ่อด้วยเหรออะไรแบบนี้ครับ

การที่ลูกมายืน ณ จุดนี้ คุณพ่อมีส่วนผลักดันแค่ไหน

เขามาด้วยตัวเขาเองด้วยศักยภาพของเขาครับ คือเมื่อก่อนเวลาที่เราไปเจอใครก็มีแนะนำบ้างว่าลูกชาย แต่ก็ยังไม่มีใครเห็นแววในตัวเขาเลย เขาก็เป็นเด็กตัวเล็กๆ แม้แต่โฆษณาก็ยังต้องได้รับการคัดเลือกจากลูกค้า เป็นไปตามขั้นตอนของการทำงานเลยครับ ไม่มีใครที่จะแบบเฮ้ย..นี่ลูกคุณากรเอาไปเล่นสิ มันไม่ใช่ แต่ว่าคือคาแร็กเตอร์ต้องตรงกับสินค้า ต้องเล่นได้ ลูกค้าต้องยอมรับ ซึ่งทางลูกค้าเขาก็ไม่รู้จักหรอกว่าโพรไฟล์ของเด็กคนนี้เป็นใครมาจากไหน ความเป็นลูกเราไม่ได้มีผลต่อการถ่ายโฆษณาใดๆ ทั้งสิ้น แล้วยิ่งเขาโต เราก็ยิ่งไม่มีได้แนะนำอะไรเขา มันเป็นธรรมชาติของพ่อลูก ยิ่งเป็นลูกชายเขาก็จะฟังจากคนอื่นๆ ซึ่งเราก็ต้องการอย่างนั้น เพราะว่าลักษณะการทำงานของเราเมื่อก่อนกับสมัยนี้ที่เป็นซีรี่ส์ มุมมองการเล่นมันไม่เหมือนกันเลย ก็ปล่อยให้เขาเรียนรู้จากแนวใหม่ๆ จากผู้กำกับแต่ละเรื่องที่เขาได้ร่วมงาน

ลูกสาวคนเล็กก็ฉายแววตั้งแต่เด็ก

“นนนี่” (พิชชาภรณ์ เกิดพันธุ์) เขาถ่ายโฆษณาตอนที่เล็กกว่านนนอีกนะ คือคุณแม่เขาพาไปประกวดในหนังสือรักลูกมาตั้งแต่เป็นเบบี้เลย แล้วพอมางานโฆษณาก็อย่างที่บอก พอลูกค้าอยากได้นนนก็อยากได้น้องของนนนด้วย แล้วกลัวจะเล่นไม่ได้ก็เลยใช้เด็กในบ้านเดียวกันซะเลย คุณแม่เขาจะพาไปแคสงานเหมือนกันเขาก็ได้มาบ้าง และเขาเล่นละครมาก่อนนนนอีกเป็นละครของหน่วยราชการ เวลาพาลูกไปทำงานก็จะเป็นหน้าที่ของแม่เขา เพราะว่าตัวเราเองก็ทำงานของเรา

ครอบครัวอบอุ่นสบายๆ ไม่เน้นวิชาการ

เราห่วงเขาเรื่องสังคมเรื่องการคบหาผู้คน แต่ว่าตัวลูกเราค่อนข้างมั่นใจเพราะว่าเราเลี้ยงมาด้วยตัวเอง คือเราเลี้ยงเขาแบบสบายๆ ไม่ได้เคร่งเครียดเรื่องวิชาการ ให้เขาทำในสิ่งที่เขาถนัดมากกว่าที่จะไปจับเขาใส่ แล้วเราก็ดูจากตัวเขาว่าอยากได้อะไรไม่ว่าจะเป็นดนตรี ศิลปะ วิชาการก็สนับสนุนไป และเราก็ไม่ได้มาสตริ๊กเขามากว่าจะต้องเรียนดีวิชาการเด่น เอาที่เป็นความสุขเขา บ้านนี้ก็เลยตกลงกันว่าจะไม่ให้ลูกเรียนพิเศษ ส่วนเวลารับงานก็ต้องดูที่นอกเหนือจากเวลาเรียน ไม่ห่วงเรื่องการแบ่งเวลา ลูก 2 คนเขารักและเป็นพี่น้องที่สนิทกันมากครับ เนื่องจากว่าเราอยู่ด้วยตลอดสร้างความสัมพันธ์ในครอบครัวไปไหนมาไหนด้วยกัน เขาก็มีทะเลาะกันบ้างเป็นธรรมชาติพี่น้องแหย่กันทะเลาะกัน แต่ว่าเขาก็มีความรักความห่วงใยกัน ถ้าพ่อ-แม่ไม่ได้อยู่ด้วยเขาจะดูแลกันและกันได้ดีมาก

อนาคตของลูกๆ

เป้าใกล้ๆ ก็ให้จบปริญญาตรีจะจบสาขาไหนก็ได้คือให้เขามีวิชาความรู้ไว้เพื่อพัฒนาตัวเองต่อไปในอนาคต คือไม่อยากให้ทิ้งการเรียนแม้ว่าจะมีงานแสดงแล้วก็ให้ทำควบคู่กันไป จะบอกเขาอยู่ทุกวันว่าตรงนี้มันค่อนข้างฉาบฉวยเราบอกไม่ได้หรอกว่าวันไหนความนิยมของเราจะตกไป แต่สิ่งที่เป็นวิชาความรู้มันอยู่นาน สามารถทำให้เรามีอนาคตได้อย่างชัดเจนผมไม่ได้ตามใจเขานะคือจะดุเหมือนกันในการเลี้ยงลูกต้องมีระเบียบวินัยในการใช้ชีวิตเขาจะมีตารางอยู่ในตัวเขาเองโดยที่เขาก็ไม่รู้ตัวคือจะนอน 2 ทุ่ม มันก็เลยส่งผลทำให้เขาตัวสูง ที่บ้านคือสองทุ่มปิดไฟนอนกันแล้วพ่อ-แม่ก็ต้องทำให้เป็นแบบอย่างด้วย

แอบปลื้มทุกครั้งที่มีคนชื่นชมลูก

รู้สึกดีครับแอบยิ้มดีใจที่มีคนสนใจเขา ตอนนี้นนนเขาก็อยู่กับทางgmmtvก็น่าจะตรงกับกลุ่มอายุของเขามากที่สุด ที่นี่รักน้องและเห็นศักยภาพของน้องที่จะเอาไปต่อยอดทำนู่นทำนี่ได้ ในส่วนของบทบาทที่เขาได้รับตอนนี้ก็คือเหมาะสมกับเขายังเป็นอะไรใสๆ น้องยังเรียนมัธยมตัวผู้จัดเองก็น่าจะรู้ว่าน้องไม่เหมาะที่จะไปใส่อะไรที่มันเป็นเกี่ยวกับเรื่องเพศ

ช่วงนี้คุณพ่อเนื้อหอมไม่เบา

ครับตอนนี้ทางช่องวันก็เพิ่งจะนำละครเก่ามาออกอากาศอีกครั้ง อย่างเรื่องบัลลังก์เมฆ ร้อยเล่ห์เสน่ห์ร้าย แล้วก็เพื่อเธอ เลยทำให้ตอนนี้เดินไปไหนมาไหนมีคนทักเยอะขึ้น แล้วบางครั้งเราไปกับลูกกับนนนเนี่ย ก็จะมีคนเข้ามาทักเรา บางคนรู้จักพ่อไม่รู้จักลูกบางคนไม่รู้จักพ่อรู้จักลูก (หัวเราะ) เพราะว่าคนละรุ่นกันล่าสุดไปต่างจังหวัดแม่ค้าส้มตำจำพ่อได้กรี๊ดพ่อนนนงงเลย แม้ว่าเราจะไปๆ มาๆ สำหรับงานละครแต่ว่าก็ยังมีคนจำเราได้ก็รู้สึกดีนะครับ เหมือนว่าเราได้อานิสงส์จากงานเก่าที่เรามีคือ ลอดลายมังกร และทายาทอสูร ซึ่งเป็นเรื่องที่คนดูยังจดจำเราได้มาก

วงการบันเทิงในวันนี้กับวันวาน

ความเปลี่ยนแปลงที่เห็นได้ชัดเลยคือจำนวนคนที่มีอยู่ในวงการนะครับ สมัยก่อนมีไม่กี่คนเป็นครอบครัวเล็กๆ สมัยนี้เกิดเร็วตายเร็ว มันก็อยู่ที่การวางตัวการเป็นคนที่น่ารักในการทำงาน เรื่องความรับผิดชอบเป็นสิ่งที่สำคัญทุกยุคทุกสมัย สมัยนี้เกิดยากตายง่าย เกิดยากเพราะว่าคนมีเยอะการที่เราจะเด่นขึ้นมานั้นมันยากนะ แต่พอขึ้นมาแล้วจะไปตอนไหนก็ไม่รู้นักแสดงสมัยก่อนเราจะเห็นตัวอย่างได้จากหลายคนที่ยังคงมีงานอยู่อย่างต่อเนื่องด้วยการรักษาคุณภาพและความรับผิดชอบของเขา

รักในเส้นทางบันเทิงสายนี้

25 ปี บนเส้นทางสายบันเทิง สิ่งที่ได้ก็คือสังคมได้ประสบการณ์ได้ข้อคิด ได้วิธีการดำเนินชีวิตจากผู้คนที่รักใคร่กันอยู่ในความเป็นพี่น้องที่อยู่ในวงการนี้มันเป็นสิ่งที่สำคัญมากๆ เราไม่สามารถอยู่ในสังคมไหนได้ด้วยตัวเองแล้วรอดปลอดภัยมาถึงยี่สิบกว่าปีได้ ถ้าเราไม่มีคนที่เรารักหรือว่าคนที่รักเราเกื้อหนุนจุนเจือเจอแต่เราโชคดีที่มาอยู่ในอาชีพนี้ที่เรารักและชอบแล้วก็มีคนที่รักเป็นห่วงเป็นใยเราเยอะมากๆ เลยรู้สึกว่านี่แหละคือสิ่งที่เรามีความสุขอยู่กับอาชีพนี้ได้ แม้ว่าจะไม่ได้มีเงินมีรายได้มากมายเป็นล้านเหมือนเราทำธุรกิจ แต่ว่าเราก็มีความสุขกับการที่เราได้เจอคนได้ไปกองถ่ายได้เจอรุ่นพี่รุ่นน้องยิ่งลูกเราก็มาอยู่ในสายเดียวกันแล้วทุกคนรักและเอ็นดูเขาเราก็รู้สึกดี

มากกว่าคำว่าขอบคุณ สำหรับบุคคลเหล่านี้

จริงๆ ก็แทบจะทุกคนที่เป็นครูบาอาจารย์เราในสายของการแสดงก็มี“อาจารย์สดใส พันธุมโกมล” อาจารย์ที่สอนการแสดงท่านแรกและท่านเดียวเลย“อาจารย์ฮันส์ เฮอดินัลด์” ที่สอนคู่มากับอาจารย์สดใสส่วนถ้าเป็นสายงานด้านพิธีกรก็จะเป็น “พี่ต๋อย-ไตรภพ”ที่เราไปทำพิธีกรกับกันตนาได้เจอพี่ต๋อยทีไรก็บอกก็สอนเราด้วยความเอ็นดูและรักเรา ส่วนทางสายละครก็ต้องขอบคุณ “พี่สุชีรา” ที่เป็นคนที่ให้โอกาสเราในการเอาเรามาเล่น “พี่บอย-ถกลเกียรติ” ที่ให้โอกาสเราได้กลับมาทำงานในแวดวงบันเทิงเรื่อยๆ “พี่สถาพร นาควิไลโรจน์” ก็เป็นคนที่พอเราเอาลูกไปแคสละครแต่ลูกยังไม่ได้ก็ให้เอาพ่อมาเล่นก่อนในช่วงที่เราหายไปนานพี่ถาเป็นคนที่เอามาเล่นละครให้กับไทยพีบีเอส จนเริ่มมีคนเห็นบทบาทของเรา มันเกิดจากที่ทุกคนให้ความรักความเมตตากับครอบครัวเรา ต้องบอกว่าทั้งครอบครัวเลยจริงๆ

สำหรับผมเองก็จะยังคงจะเล่นละครต่อไปเรื่อยๆ และวางไว้ว่าอยากเปิดโรงเรียนสอนการแสดง แต่เราก็ประสบการณ์ยังไม่มากพอ อาจจะเคยทำรายการเกี่ยวกับเด็กเป็นผู้กำกับรายการเด็กมาบ้างเพื่อนก็ชวนไปทำผู้ช่วยผู้กำกับนะแต่ว่าขอดูก่อนว่าศักยภาพเราไหวไหม ซึ่งเราก็คงจะทำมาหากินในทางนี้แหละมันอยู่กับเรามา 25 ปีแล้วเหลือแต่ว่าเราจะเรียบเรียงถ่ายทอดออกมายังไงเท่านั้นเอง

กุหลาบสีเงิน

‘เคน-พีท-แบงค์’ Meet & Greet ชาวขอนแก่น

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/259902

วันอาทิตย์ ที่ 12 มีนาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

3 พระเอก 3 เจเนอเรชั่น “พีท ทองเจือ”, “เคน- ภูภูมิ” และ “แบงค์-อาทิตย์” เอาใจสาวๆ เต็มเหนี่ยว ด้วยการเปิดมินิคอนเสิร์ตและ Meet & Greet ที่เดอะ คลีนิกค์ เซ็นทรัลพลาซา ขอนแก่น โดยงานนี้ผู้บริหารหนุ่มคุณหมอเติ้ล-นพ.อภิรุจ ทองวัฒน์ ควักกระเป๋าฉลองงานนี้หนึ่งอาทิตย์เต็มๆ ให้ชาวขอนแข่นกรี๊ดกันเสียงแหบเสียงแห้ง กับ 3 พระเอกหนุ่มที่ผลัดกันมาโชว์เคล็ดลับความหล่อหน้าใสกระชับเป๊ะเว่อร์ แถมการันตีความเป็นผู้นำเรื่องความงามในเอเชียแปซิฟิก กับรางวัล TheGolden Record Awards: Asia Pacific 2016 และ TopLegendary Ulthera User 2016 จากบริษัท Merz Aesthetics USA ที่ได้มา 3 ปีซ้อนอีกด้วย

 

‘ดู๋-สัญญา’ โชว์ความฟิตปั๋ง แล่นเรือใบข้ามอ่าวไทย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/259908

วันอาทิตย์ ที่ 12 มีนาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

ฟิตปั๋งทีเดียว สำหรับพิธีกรหนุ่มใหญ่ใจดี ดู๋-สัญญา คุณากร เพราะขนาดลูกชายสุดหล่อ น้องเอม-สรรเพชญ์ ยังเอ่ยชมไม่ขาดปากว่า พ่อดู๋ สุดเจ๋ง!! 53 แล้ว แต่ยังแล่นเรือใบได้อย่างฉลุย

แม้จะห่างหายจากกิจกรรมสุดโปรดไปเกือบ 10 ปี ก็ไม่ใช่ปัญหา เพราะ “ดู๋” ทั้งฟิตแอนด์สตรอง โชว์พลังแล่นเรือใบอีกครั้งในภาพยนตร์โฆษณาของนมพาสเจอร์ไรส์ เมจิ โกลด์ แอดวานซ์ ชุด “เติมประโยชน์ดีดีทุกวัน เพื่อร่างกายของคุณ” โดยทีมงาน “ซีพี-เมจิ” ยกกองหลบร้อนไปรับลมทะเล เพื่อถ่ายทำกันที่สัตหีบ ตั้งแต่ดวงอาทิตย์ยังไม่พ้นขอบฟ้า ท่ามกลางอากาศเย็นสบาย แถมท้องฟ้าก็ยังปลอดโปร่งเป็นใจ เมื่ออุปกรณ์ทุกอย่างพร้อม ก็ถึงคิว ดู๋ ได้โชว์ลีลาบังคับเรือใบ กีฬาที่ตัวเองชื่นชอบ พูดเลยว่าเพอร์เฟกท์มาก กอ ไก่ ล้านตัว เพราะซักซ้อมคิวกันแค่ไม่กี่ที ดู๋ ก็แล่นเรือได้อย่างฉลุย แบบไม่ต้องเทค จนทีมกล้องจับภาพแทบไม่ทัน ที่สำคัญครั้งนี้มีลูกชาย น้องเอม-สรรเพชญ์มาคอยให้กำลังใจและเข้าฉากกับคุณพ่อด้วยคร่า

 

‘ตูน’ แท็กทีม ‘โจอี้ บอย’ ชวนซ่าที่ดินแดนสุดขอบโลก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/259906

วันอาทิตย์ ที่ 12 มีนาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

ถึงต่างขั้ว ต่างสไตล์ แต่สองศิลปินหนุ่มซุป’ตาร์แถวหน้าเมืองไทย“ตูน บอดี้สแลม” ขาร็อกสายปั่นและ “โจอี้ บอย” ขาแร็พสายแอ๊กทีฟแท็กทีมกันได้อย่างลงตัว ด้วยการบินลัดฟ้าไปสำรวจเส้นทางปั่นพร้อมถ่ายภาพยนตร์โฆษณาแคมเปญ “100 พลัส ปั่นลัดฟ้า 2 ตอนกอดนิวซีแลนด์” ดินแดนที่ได้ชื่อว่าเป็นสวรรค์ของคนรักกิจกรรมสุดมันส์บรรยากาศการถ่ายทำในวันแรกเต็มไปด้วยความสนุก ทั้งศิลปิน ผู้บริหารนักแสดงเอ็กซ์ตร้า และทีมงาน ฟิตแบบไม่มีใครยอมใคร โดยพี่ตูนมาถึงกองปุ๊บ ขอวิ่งวอร์มอัพปั๊บ ส่วนโจอี้ไม่น้อยหน้า ปั่นยกล้อโชว์ จนผู้บริหารไทยดริ้งค์ (เจษฎากร โคชส์) ทนไม่ไหวขอลองปั่นดูบ้าง ซีนถ่ายทำวันแรกเน้นปั่นเลียบถนนที่ลาดยาวของเทือกเขาเมาท์คุกและแนวเขาที่ซ้อนกันเป็นชั้นๆ ทั้งพี่ตูนและเฮียโจ้ปั่นกันได้เท่บาดใจ ส่วนวันที่สองเป็นซีนไฮไลท์ ปั่นรอบทะเลสาบพูกากิที่เห็นวิวของน้ำที่สะท้อนเงาของภูเขาราวกับกระจก ปิดท้ายวันที่สามกับการถ่ายทำกิจกรรมสุดมันส์ เรือเร็วผาดโผนเข้าตามซอหน้าผาSHOTOVER JET เรียกว่าเป็นซิกเนเจอร์ของประเทศนิวซีแลนด์เลยก็ว่าได้!! ใครอยากไปแตะขอบฟ้ากับ 2 หนุ่ม รีบคลิกเข้าไปดูรายละเอียดที่ facebook l 100plusthailand ด่วนๆ จ้า

 

ไม่รอแล้ว ‘บอส-มิ้งค์’ แต่งแน่…ร้อนนี้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/259905

วันอาทิตย์ ที่ 12 มีนาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

บอส-จักรพันธ์ กับ มิ้งค์-ยูมิโกะ หนุ่มหล่อสาวสวย ได้ฤกษ์ดีต้อนรับร้อนนี้ที่ระอุทุกวัน แต่ฤกษ์ที่ว่านั้น สองหนุ่ม-สาวเขานัดกันไปหาเสื้อผ้าแต่งตัวให้เป๊ะ! และพอดีกับอากาศ และด้วยความที่อยากให้ครบและจบในที่เดียว พี่บอส เลยชวน น้องมิ้งค์ ไปแต่งให้ไว ย้ำ!! ว่า ไปหาเสื้อผ้าแต่งตัวให้ไว ในงาน Summer Fest 2017…Music on the Beach ที่จัดขึ้นระหว่างวันนี้-20 เมษายน 2560 ณ ศูนย์การค้าเทอร์มินอล 21 อโศก ว่าแล้วทั้งคู่ก็จัดกันไปคนละ 3 ชุด ช็อปชิลล์สนุก ถึงอากาศจะร้อนก็ทำอะไร บอส-มิ้งค์ ไม่ได้!!

‘ตุ๊ก–ท็อป’ ขอคำปรึกษาการจดทะเบียนฯ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/259903

วันอาทิตย์ ที่ 12 มีนาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

“ตุ๊ก-ชนกวนันท์ รักชีพ” นักแสดงและนางแบบสาวคุณแม่เลี้ยงเดี่ยว ที่ผันตัวเองมาเป็นเกษตรกรปลูกข้าวปลอดสารพิษกับครอบครัวในชื่อ “สุธาทิพย์ ฟาร์ม” มาร่วมพูดคุยเกี่ยวกับการปลูกข้าว ปัญหาของเกษตรกร และแนวความคิดในการต่อยอดผลิตภัณฑ์จากข้าว พร้อมขอคำปรึกษาเกี่ยวกับการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า โดยมี ท็อป-พิพัฒน์ อภิรักษ์ธนากร และ นุ่น-ศิรพันธ์วัฒนจินดา ร่วมทดลองการใช้บริการศูนย์ และขอคำปรึกษาเพื่อพัฒนาสู่การเป็นผู้ประกอบการ4.0 ในงานเปิด “ศูนย์ให้คำปรึกษาด้านทรัพย์สินทางปัญญาและนวัตกรรม (IP IDE Center)” ณ ชั้น 4 กรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ โดย ตุ๊ก-ชนกวนันท์ ผู้ประกอบการรุ่นใหม่ ที่เข้ามาขอรับคำปรึกษาเกี่ยวกับการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้ากับศูนย์ IP IDE Center ในวันแรก ได้แสดงความคิดเห็นว่าการบริการต่างๆ ของศูนย์ ล้วนแล้วแต่เป็นประโยชน์ต่อ SMEs แม้ตนจะมีไอเดียแต่ไม่แน่ใจว่าควรจะนำมาต่อยอดอย่างไร จะถูกทำซ้ำ ทำเลียนแบบหรือไม่ ยังอยู่ในเทรนด์ปัจจุบันมั้ย และจะมีแนวทางในการพัฒนาไปอย่างไรดี ซึ่งหากเข้ามาใช้บริการที่ศูนย์ ก็เรียกได้ว่าจุดเดียวเบ็ดเสร็จจบในที่เดียว น่าจะช่วยในการพัฒนาศักยภาพการแข่งขันได้ โดยเฉพาะเกษตรกรปลูกข้าวอย่างตน ที่สามารถเข้ามามองหานวัตกรรมการแปรรูปข้าวเพื่อนำไปต่อยอดได้

สวยโดดเด่น!!’โม จิรัชยา’ คว้ามงกุฎมิสอินเตอร์เนชั่นแนลควีน2016

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/259879

วันเสาร์ ที่ 11 มีนาคม พ.ศ. 2560, 12.18 น.

11 มี.ค.60 เมื่อคืนวันที่ 10 มี.ค.ที่ผ่านมา ณ โรงละครทิฟฟานี่โชว์ พัทยา เมืองพัทยา จ.ชลบุรี ได้จัดให้มีการประกวดมิส อินเตอร์เนชั่นแนลควีน ประจำปี 2559 (Miss International Queen 2016) ซึ่งเป็นการประกวดเพื่อเฟ้นหาสาวประเภทสองจำนวน 24 คนจากทั่วโลก ที่งามทั้งกายและใจ โดยมีการเก็บตัวและเดินทางไปโปรโมตการท่องเที่ยวทั้งที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา และเมืองพัทยา มาตั้งแต่วันที่ 1 มี.ค.ที่ผ่านมา โดยตัวแทนสาวงามจากประเทศไทยที่เข้าร่วมประกวดในครั้งนี้คือ “น้องโม จิรัชญา ศิริมงคลนาวิน” มิสทิฟฟานี่ 2016 และมีลุ้นที่จะคว้ามงกุฎ มิสอินเตอร์เนชั่นแนลควีน เพราะก่อนหน้านี้เจ้าตัวได้คว้ารางวัลรองชนะเลิศอันดับหนึ่งความสามารถพิเศษ มาครองไว้รอล่วงหน้าแล้ว

โดยเมื่อวันที่ 4 มี.ค.ที่ผ่านมา ได้จัดให้มีการประกวดรอบแสดงความสามารถพิเศษ ที่เวทีถนนคนเดิน หาดใหญ่ จ. สงขลา ผลปรากฏว่า “โรเบอร์ต้า มาร์เต็น” สาวงามจากประเทศอิตาลี หมายเลข 11 ที่ร้องเพลงสดโชว์พลังเสียงจนสร้างความตื่นตะลึงให้กับคณะกรรมการและผู้ชม คว้ารางวัลชนะเลิศความสามารถพิเศษไปครอง โดยมี “น้องโม” จิรัชยา ศิริมงคลนาวิน สาวงามจากประเทศไทย หมายเลข 8 ได้ตำแหน่งรองชนะเลิศอันดับ 1 รองชนะเลิศอันดับ 2 ได้แก่ หมายเลข 22 “ยูมะ ซูซุกิ” จากประเทศญี่ปุ่น

สำหรับการประกวดรอบสุดท้าย ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศก่อนการประกวดมีบรรดากองเชียร์ของสาวงามจากประเทศต่างๆ อาทิ ญี่ปุ่น, มาเลเซีย, อินเดีย, ฟิลิปปินส์, อเมริกา และกองเชียร์เจ้าภาพประเทศไทย ฯลฯ พากันแห่มาเชียร์มากกว่า 2,000 คน จนแน่นขนัดไปทั้งฮอลล์ โดยมี จ๋า อลิสา พันธุศักดิ์ กรรมการบริหารบริษัท ทิฟฟานี่โชว์ พัทยา เป็นประธานคณะกรรมการประจำกองประกวด รศ.ดร.เสรี วงษ์มณฑา เป็นที่ปรึกษาและประธานคณะกรรมการกิตติมศักดิ์ ส่วนพิธีกรชายคือ อั๋น ภูวนาท คุณผลิน พิธีกรชื่อดัง สามีของ จ๋า อาลิสา ขณะที่พิธีกรหญิงคือ หนิง ศรัยฉัตร จีระแพทย์

ส่วนไฮไลท์อยู่ที่รอบ 3 คนสุดท้าย ผู้ที่คว้ามงกุฎมิสอินเตอร์เนชั่นแนลควีน 2016 ไปครอง ได้แก่ น้องโม จิรัชยา ศิริมงคลนาวิน หมายเลข 8 สาวงามจากประเทศไทย ดีกรีนักศึกษาปริญญาตรี คณะศิลปกรรมศาสตร์ สาขาแฟชั่นดีไซน์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทร์วิโรฒ รับสายสะพาย และรางวัลเงินสด 450,000 บาท พร้อมถ้วยรางวัล รวมถึงบัตรของขวัญจากประตูน้ำโพลีคลีนิค, ตั๋วเครื่องบินระหว่างประเทศจากแอร์เอเชีย มูลค่า 50,000 บาท, แพ็กเกจสปาสุดพิเศษจากกรุงไทยแอกซ่า พร้อมเงินรางวัลรวมมูลค่า 100,000 บาท, ชุดเครื่องสำอางจากมิสทีน, รางวัลจากผู้สนับสนุน, ห้องพักประจำตำแหน่งจาก Woodlands Hotel & Resort เป็นเวลา 1 ปี, และสิทธิพิเศษในการเข้าชมทิฟฟานี่โชว์ พัทยา

ขณะที่รองชนะเลิศอันดับหนึ่ง ได้แก่ นาตาลี เดอ โอลิเวียร่า หมายเลข 17 ประเทศบราซิล อาชีพ นักเรียนพยาบาล และสุดท้ายรองชนะเลิศอันดับสอง ได้แก่ แอนเดรีย กอลยาโซ หมายเลข 19 ประเทศเวเนซูเอล่า อายุ 28 อาชีพ นางแบบ ช่างแต่งหน้า รับรางวัลเงินสดและสายสะพายไปครอง รางวัลแต่งกายชุดประจำชาติยอดเยี่ยม ได้แก่ หมายเลข 24 วันใหม่ ธรรมาวงศ์ จาก สปป.ลาว, รางวัลชุดราตรียอดเยี่ยม ได้แก่ หมายเลข 1 ลาวีน ฮอลันดา จากประเทศบราซิล, รางวัลนางงามมิตรภาพ ได้แก่ หมายเลข 20 สตาร์ จากประเทศมาเลเซีย, รางวัลขวัญใจสื่อมวลชน ได้แก่ หมายเลข 18 สเตซี่ เบียร์โน จากประเทศฟิลิปปินส์