พาณิชย์ไทย แจงมะกันหลายประเด็น ไม่เข้าข่ายทำขาดดุลการค้า

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 21 เม.ย. 2560 19:20

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/919556


พาณิชย์ แจงมะกันหลายประเด็น ไทย ไม่เข้าข่ายทำขาดดุลการค้า ทั้งแทรกแซงค่าเงิน-เอดี-เอฟทีเอ แต่กังวลรายงาน NTE ถูกจับตาด้านทรัพย์สินทางปัญญา โดยเฉพาะละเมิดบนเครือข่ายอินเทอร์เน็ต และมือถือ…

เมื่อวันที่ 21 เม.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานจากกระทรวงพาณิชย์ว่า เมื่อวันที่ 17 เม.ย. 60 สำนักงานพาณิชย์ในต่างประเทศ (สพต.) ประจำสถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงวอชิงตัน สหรัฐฯ ได้รายงานกรณีกระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ เปิดรับฟังข้อคิดเห็นเพื่อจัดทำรายงานศึกษาวิเคราะห์การขาดดุลการค้าของสหรัฐฯ ภายใน 90 วัน ตามคำสั่งพิเศษประธานาธิบดีสหรัฐฯ (Executive Order) ส่งมายังกระทรวงพาณิชย์ของไทย เพราะไทยเป็นหนึ่งในประเทศที่อยู่ภายใต้การศึกษาครั้งนี้ จากทั้งหมด 13 ประเทศ คือ แคนาดา จีน สหภาพยุโรป อินเดีย อินโดนีเซีย ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ มาเลเซีย เม็กซิโก สวิตเซอร์แลนด์ ไต้หวัน ไทย และเวียดนาม

ทั้งนี้ มีการระบุว่าข้อมูลที่กระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ ต้องการทราบจาก 13 ประเทศที่ได้ดุลการค้าสหรัฐฯ ในปี 59 รวมถึงไทย ได้แก่ สาเหตุหลักของการขาดดุล โดยพิจารณารวมถึงมาตรการด้านภาษี และไม่ใช่ภาษี, การทุ่มตลาด (เอดี), การอุดหนุนจากรัฐบาล, การละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา, การบังคับถ่ายทอดเทคโนโลยี และมาตรฐานแรงงานและระดับการคุ้มครองสิทธิแรงงาน, การบังคับใช้กฎหมาย กฎระเบียบ หรือมีการปฏิบัติที่เพิ่มภาระ หรือการเลือกปฏิบัติ จนเกิดความไม่เป็นธรรมต่อการค้าของสหรัฐฯ, ผลกระทบของการค้ากับประเทศนั้นๆ ต่อกำลังการผลิต และศักยภาพของอุตสาหกรรมการผลิต และอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ และความมั่นคงภายใน รวมถึงต่อการจ้างงาน และค่าจ้างสหรัฐฯ และสินค้านำเข้าและการปฏิบัติทางการค้า ที่อาจมีผลกระทบในทางลบต่อความมั่นคงภายในของสหรัฐฯ

ขณะเดียวกัน ยังต้องการทราบข้อมูลเพิ่มเติมอีก ได้แก่ การขาดดุลการค้าที่มาจากโครงสร้างภายในของสหรัฐฯ, ความไม่สมดุลทางการค้าที่เกิดจากประเทศที่ไม่มีระบบเศรษฐกิจแบบตลาด, ปัญหาการผลิตส่วนเกินในภาคอุตสาหกรรม ที่มาจากการอุดหนุนของรัฐบาล 13 ประเทศ จนทำให้สหรัฐฯ ขาดดุลการค้า, การขาดดุลที่เกิดจากความตกลงเขตการค้าเสรี (เอฟทีเอ), การบังคับใช้กฎหมายที่ขาดความเข้มงวดและกลไกระงับข้อพิพาท ที่ไม่สามารถแก้ปัญหาขาดดุล และปัจจัยอื่นๆ ที่ก่อให้เกิดการขาดดุลการค้า

นอกจากนี้ กระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ กำหนดให้ผู้สนใจ ทั้งภาครัฐ และภาคเอกชนของทั้ง 13 ประเทศ ยื่นข้อคิดเห็นเป็นลายลักษณ์อักษรผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ภายในวันที่ 10 พ.ค.นี้ และจะเปิดรับฟังความเห็นสาธารณะวันที่ 18 พ.ค.นี้ โดย สพต. ณ กรุงวอชิงตัน เห็นว่า ประเด็นที่ไทยไม่เข้าข่าย หรือมีความเสี่ยงต่ำ ได้แก่ ปัจจัยภายในประเทศเชิงโครงสร้างของสหรัฐฯ ที่ปัจจุบัน สหรัฐฯ ไม่มีการผลิตสินค้า และจำเป็นต้องนำเข้าจำนวนมาก และปัจจัยจากข้อผูกพันภายใต้องค์การการค้าโลก (ดับบลิวทีโอ) และเอฟทีเอ ที่บั่นทอนสิทธิและประโยชน์ของสหรัฐฯ เพราะไทยไม่มีเอฟทีเอกับสหรัฐฯ ส่วนประเด็นเอดี ปัจจุบัน สินค้าไทยที่ถูกสหรัฐฯ เรียกเก็บอากรเอดีมี 8 รายการเท่านั้น และที่ผ่านมา บางสินค้าไม่พบการทุ่มตลาด หรือบางรายการไม่มีการส่งออกไปสหรัฐฯ แล้ว ขณะที่การแทรกแซงค่าเงิน เพื่อให้ได้มาซึ่งการแข่งขันที่ไม่เป็นธรรมนั้น ไทยไม่ได้ใช้มาตรการนี้แน่นอน

ส่วนประเด็นที่น่ากังวลต่อไทยมากที่สุด ได้แก่ มาตรการกีดกันทางการค้าที่ก่อให้เกิดความไม่สมดุลในการเข้าสู่ตลาด โดยเฉพาะประเด็นปัญหาอุปสรรคทางการค้าสำคัญ ที่สหรัฐฯ เพ่งเล็ง และระบุรายงานประเมินสถานการณ์การค้าของประเทศคู่ค้าประจำปี 60 (2017 National Trade Estimate on Foreign Trade :NTE) ซึ่งได้หยิบยกขึ้นหารือกับไทยในการประชุมร่วมภายใต้กรอบความตกลงด้านการค้า และการลงทุนไทย-สหรัฐฯ เมื่อต้นเดือน เม.ย.ที่ผ่านมา เช่น การคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา ที่ในรายงาน NTE ระบุไทยยังมีการละเมิดมาก โดยเฉพาะการละเมิดบนเครือข่ายอินเทอร์เน็ต และโทรศัพท์มือถือ อีกทั้งยังมีปัญหาการจดทะเบียนสิทธิบัตรล่าช้ามาก โดยสหรัฐฯ จัดให้ไทยอยู่ในกลุ่มประเทศที่ถูกจับตามองเป็นพิเศษด้านทรัพย์สินทางปัญญา ต่อเนื่องเป็นปีที่ 9 และจะประกาศผลการทบทวนสิ้นเดือน เม.ย.นี้

รวมถึงยังมีมาตรการทางเทคนิค และมาตรการสุขอนามัยและสุขอนามัยพืช โดยเฉพาะการยกเลิกการห้ามนำเข้าเนื้อสุกรและเครื่องในที่มีสารแรคโตพามีน (สารเร่งเนื้อแดง) และการติดลากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ รวมถึงนโยบายนำเข้าของไทย เช่น การควบคุมการส่งเสริมการตลาดอาหารทารกและเด็กเล็ก มาตรการทางศุลกากร, การจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ การกีดกันการค้าในภาคธุรกิจ และการลงทุน เป็นต้น.

 

หุ้นไทยปิดซื้อขายท้ายสัปดาห์ บวก 3.74 จุด ที่ 1,570.02 จุด

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 21 เม.ย. 2560 18:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/919500


หุ้นไทยปิดซื้อขายท้ายสัปดาห์ บวก 3.74 จุด ปิดที่ 1,570.02 จุด มูลค่าการซื้อขาย 38,082 ล้าน…

เมื่อวันที่ 21 เม.ย. ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยปิดการซื้อขายส่งท้ายสัปดาห์ ปรับขึ้น 3.74 จุด หรือขยับ 0.24% ปิดที่ 1,570.02 จุด มูลค่าการซื้อขาย 38,082 ล้านบาท โดยตลอดทั้งวันดัชนีหุ้นไทยเคลื่อนไหวในแดนบวก แตะระดับสูงสุดที่ 1,573.39 จุด และต่ำสุดที่ระดับ 1,567.55

สำหรับหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าการซื้อขาย 5 อันดับแรก ได้แก่ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน), ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) , ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน), บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) และธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน).

 

ข่าวดี !! ปตท.-บางจาก ลดราคาน้ำมันเบนซินลง 30 สต. ดีเซล 40 สต.

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 21 เม.ย. 2560 17:06

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/919476


ข่าวดีหลังสงกรานต์!! ปตท.-บางจาก ปรับลดราคาน้ำมันเบนซินลง 30 สต. ส่วนดีเซล 40 สต. ยกเว้น E85 คงเดิม…

เมื่อวันที่ 21 เม.ย. บมจ.ปตท.และบมจ.บางจากปิโตรเลียม ประกาศปรับลดราคาขายปลีกน้ำมันกลุ่มเบนซินลง 30 สตางค์/ลิตร ยกเว้น E85 คงเดิม ส่วนดีเซลปรับลด 40 สตางค์/ลิตร มีผลเวลา 05.00 น. วันที่ 22 เม.ย.

สำหรับราคาใหม่เป็นดังนี้ เบนซิน 95 ราคา 34.46 บาท/ลิตร, แก๊สโซฮอล์ 95 ราคา 27.35 บาท/ลิตร, แก๊สโซฮอล์ 91 ราคา 27.08 บาท/ลิตร, E20 ราคา 24.84 บาท/ลิตร, E85 ราคา 19.74 บาท/ลิตร และดีเซล ราคา 25.49 บาท/ลิตร (ราคานี้ยังไม่รวมภาษีท้องที่ของแต่ละจังหวัด)

 

เตรียมเปิดโครงการ TAXI OK และ TAXI VIP ยกระดับบริการแท็กซี่ไทย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 21 เม.ย. 2560 16:34

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/919357


ขบ.เตรียมยกระดับเสริมสร้างมาตรการกำกับรถแท็กซี่ไทยให้ปลอดภัย ตามโครงการ TAXI OK และ TAXI VIP เพื่อเพิ่มโอกาสในการให้บริการ โดยการติดตั้งระบบจีพีเอส พร้อมเครื่องบ่งชี้คนขับ กล้อง CCTV ปุ่มฉุกเฉินเตือนภัย จอแสดงข้อมูลดิจิตอล รวมทั้งอุปกรณ์ด้านความปลอดภัยอื่นๆ…

เมื่อวันที่ 21 เม.ย.60 นายชาติชาย ทิพย์สุนาวี ปลัดกระทรวงคมนาคม เป็นประธานเปิดการสัมมนาโครงการเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจในมาตรการกำกับรถแท็กซี่ให้ปลอดภัย ว่า โครงการเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจในมาตรการกำกับรถแท็กซี่ จัดขึ้นเพื่อยกระดับมาตรฐานแท็กซี่ไทยทั้งระบบ ตามโครงการ TAXI OK และ TAXI VIP โดยการมีส่วนร่วมจากผู้ประกอบการ ซึ่งภาครัฐพร้อมให้การสนับสนุนภายใต้กรอบที่กฎหมายอนุญาต อาทิ การสนับสนุนองค์ความรู้เพื่อพัฒนาศักยภาพในการขับรถอย่างปลอดภัย การเสริมทักษะการให้บริการ ทักษะด้านภาษา เพื่อเพิ่มโอกาสในการให้บริการ เป็นต้น ดังนั้น กระทรวงคมนาคม โดย ขบ. จึงได้จัดเวทีสร้างความรู้ความเข้าใจ และแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับแนวทางในการยกระดับมาตรฐานแท็กซี่ไทย โดยการติดตั้งระบบจีพีเอส พร้อมเครื่องบ่งชี้คนขับ กล้อง CCTV ปุ่มฉุกเฉินเตือนภัย จอแสดงข้อมูลดิจิตอล รวมถึงอุปกรณ์ด้านความปลอดภัยอื่นๆ เพื่อให้ภาครัฐสามารถควบคุม ติดตาม กำกับ ดูแลพฤติกรรมของผู้ขับรถในลักษณะออนไลน์ พร้อมออกแบบระบบเรียกใช้บริการด้วยแอปพลิเคชัน DLT TAXI OK เพื่อความสะดวกในการเข้าถึงการให้บริการรถแท็กซี่ นอกจากนี้ ได้มีการเปิดรับฟังข้อเสนอ เพื่อกำหนดมาตรฐานความปลอดภัยและการให้บริการของรถแท็กซี่ ให้ตรงตามความต้องการของผู้โดยสาร และผู้ประกอบการยอมรับได้ เพื่อแก้ไขปัญหาการเอารัดเอาเปรียบ การปฏิเสธผู้โดยสาร การไม่เปิดมิเตอร์และเพิ่มความสะดวก ปลอดภัย และความมั่นใจในการเลือกใช้บริการรถแท็กซี่ให้แก่ประชาชน

นายสนิท พรหมวงษ์ กล่าวว่า ขบ. ได้ดำเนินโครงการ TAXI VIP หรือรถแท็กซี่ชนิดพิเศษ ควบคู่กับโครงการ TAXI OK เพื่อเพิ่มทางเลือกในการให้บริการประชาชน โดยใช้รถที่มีมาตรฐานขนาดตัวรถและสมรรถนะรถสูงกว่ารถแท็กซี่ทั่วไป เพื่ออุปกรณ์ส่วนควบที่มีความสะดวกสบายมากขึ้น ทั้งนี้ กฎกระทรวงที่เกี่ยวข้องกับทั้งสองโครงการอยู่ระหว่างสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาพิจารณา เพื่อส่งกระทรวงฯ ลงนามประกาศในราชกิจจานุเบกษา ให้มีผลบังคับใช้ต่อไป.

 

อคส.เตรียมย้ายข้าวในสต๊อก รบ. หลัง นบข.อนุมัติขาย 1.17ล้านตัน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 21 เม.ย. 2560 15:46

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/919392


อคส. ถกทำแผนคุมขนย้ายข้าวสารในสต๊อกรัฐบาลเข้าสู่อุตสาหกรรม หลัง นบข. อนุมัติขาย 1.17 ล้านตัน หวั่นรั่วไหลเข้าสู่ตลาดข้าวปกติ…

เมื่อวันที่ 21 เม.ย. 60 พล.ต.ท.ไกรบุญ ทรวดทรง ประธานกรรมการองค์การคลังสินค้า (บอร์ด อคส.) เปิดเผยว่า อคส.ได้เชิญผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ องค์การตลาดเพื่อเกษตรกร (อ.ต.ก.) กรมการค้าต่างประเทศ คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กองบังคับการตำรวจทางหลวง และกรมทางหลวง เข้าร่วมประชุมเพื่อชี้แจงขั้นตอนการขนย้ายข้าวสารในสต๊อกรัฐบาลเข้าสู่อุตสาหกรรม และวางมาตรการควบคุมการขนย้ายข้าวออกจากคลังสินค้าต้นทางไปยังคลังสินค้าปลายทางของผู้ชนะการประมูล เพื่อป้องกันข้าวดังกล่าวรั่วไหลกลับเข้ามาสู่ตลาดข้าวเพื่อการบริโภค หลังจากที่คณะกรรมการนโยบายและบริหารจัดการข้าว (นบข.) ได้อนุมัติจำหน่ายข้าวสารในสต๊อกเข้าสู่อุตสาหกรรมที่ไม่ใช่การบริโภคของคนให้กับผู้ซื้อ 12 ราย ปริมาณ 1.17 ล้านตัน มูลค่า 5,796 ล้านบาท

สำหรับแนวทางการควบคุมการขนย้ายนั้น จะมีการจัดเจ้าหน้าที่สายตรวจ สุ่มตรวจตลอดเส้นทางการขนย้ายข้าว คลังสินค้าต้นทาง และคลังสินค้าปลายทาง โดยไม่แจ้งล่วงหน้า อย่างไรก็ตาม การขนย้ายครั้งนี้ ได้อำนวยความสะดวกให้ผู้ขนย้ายมากขึ้น โดยไม่ต้องขออนุญาตการขนย้ายจากสำนักงานพาณิชย์จังหวัด จากก่อนหน้านี้ต้องขออนุญาตก่อน ซึ่งจะทำให้การขนย้ายรวดเร็วขึ้น โดยจะมีเจ้าหน้าที่ของ อคส. และหัวหน้าคลังประจำอยู่ตามโกดังต่างๆ รับทราบขั้นตอนการปฏิบัติ และตรวจสอบความถูกต้องของเอกสารที่เกี่ยวข้องทั้งหมด

โดยการขนย้ายข้าว จากเดิมกำหนดให้ขนข้าวได้ในช่วงตั้งแต่พระอาทิตย์ขึ้นจนถึงพระอาทิตย์ตก แต่ครั้งนี้ กำหนดให้รถบรรทุกคันสุดท้ายออกจากโกดังได้ไม่เกินเวลา 18.00 น. และจะต้องซีลรถบรรทุกที่ขนข้าวทุกคันตลอดการขนย้าย โดยระยะเวลาต้องสอดคล้องกันกับระยะเวลาการเดินทาง หากตรวจพบว่าใช้เวลามาก ไม่สัมพันธ์ หรือผิดปกติ เจ้าหน้าที่ตำรวจในจุดตรวจสามารถเรียกให้หยุดเพื่อตรวจสอบได้

นอกจากนี้ คลังสินค้าที่ปลายทาง จะต้องติดตั้งกล้อง CCTV และต้องรายงานข้อมูลสินค้าผ่านเว็บไซต์ http://www.pwo.co.th เพื่อรายงานให้เจ้าหน้าที่ อคส. รับทราบ และเมื่อขนย้ายข้าวถึงสถานที่ปลายทางแล้ว อคส. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะสุ่มตรวจปริมาณข้าวอีกครั้งว่าตรงตามปริมาณการขนย้ายหรือไม่ หากตรวจพบว่าผู้ซื้อไม่นำข้าวสารเข้าสู่กระบวนการผลิตทางอุตสาหกรรม ตามที่ได้แจ้งไว้ในวัตถุประสงค์ที่ขอซื้อจะต้องชำระค่าปรับ 25% ของมูลค่าข้าวสารที่ไม่ได้นำเข้าสู่กระบวนการอุตสาหกรรม และหาก อคส. เลิกสัญญา ผู้ซื้อจะต้องเสียค่าปรับ 25% ของมูลค่าปริมาณข้าวสารที่ยังไม่ได้รับมอบและขนย้าย รวมทั้งจะถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย ทั้งแพ่งและอาญาด้วย

อย่างไรก็ตาม ภายในสัปดาห์หน้า อคส. จะลงพื้นที่สุ่มตรวจคลังสินค้าใน 5 จังหวัดที่เป็นคลังสินค้าปลาย ประกอบด้วย 1. จังหวัดเชียงใหม่ และเชียงราย 2. จังหวัดกำแพงเพชร 3. จังหวัดนครปฐม และจังหวัดราชบุรี 4. จังหวัดปทุมธานี และ 5. จังหวัดระยอง.

 

‘ต๋อง-อภิชา’ ส่งเอ็มวีซึ้ง ‘ข้างหลังภาพ’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/260009

วันจันทร์ ที่ 13 มีนาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

“ต๋อง-อภิชา” หรือ ต๋อง The Begins มิวสิคไดเรคเตอร์รายการดังอย่าง The Voice Thailand และผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของศิลปินหลายคน ปล่อยเอ็มวีซิงเกิ้ลที่ 2 ของตนเอง “ข้างหลังภาพ” ให้ได้ชมกัน กับเรื่องราว ความทรงจำของบั้นปลายชีวิตใครหลายคนมาถ่ายทอดลงในเอ็มวี เพื่อสื่อสารให้ซิงเกิ้ลใหม่นี้เป็นเพลงที่มีความหมายกินใจเกินบรรยาย เคล้าเสียงกีตาร์ จากแขกคนพิเศษ “ไก่-สุธี แสงเสรีชน” ประกอบเรื่องราวความรัก-ความผูกพันดีๆ ในอดีตที่ฝังอยู่ในความทรงจำ และถูกยํ้าเตือนด้วยภาพหนึ่งใบกับข้อความที่เขียนไว้ข้างหลังภาพ หาชมกันได้ทาง Youtube : Loveischannel และ LINE TV

สวยเลอค่า!’ศรีริต้า เจนเซ่น’ ในชุดแหวกหลังเซ็กซี่เข็ดฟัน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/260005

วันอาทิตย์ ที่ 12 มีนาคม พ.ศ. 2560, 13.47 น.

12 มี.ค.60 เรียกว่าเป็นนางเอกสาวสวย ขวัญใจหนุ่มหลายคนจริงๆ สำหรับ “ศรีริต้า เจนเซ่น” ที่ตอนนี้กำลังมีความรักครั้งใหม่แฟนหนุ่มไฮโซ “กรณ์ ณรงค์เดช” ผู้บริหาร KPN ล่าสุด สาวศรีริต้าขอสวมมาดสาวเป๊ะ สุดเซ็กซี่ ในชุดแหวกหลังสุดแซ่บ พร้อมกับกระโปรงลายเสือขยี้ใจ บอกเลยว่าเป็นนางฟ้าที่สวยสะพรึงทุกสไตล์จริงๆ

https://www.instagram.com/p/BRLVbfXF0Zj/

 

ฮอตมาก!’กิ๊บซี่ วนิดา’โชว์แซ่บ อวดหุ่นในชุดว่ายน้ำรับลมร้อน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/259999

วันอาทิตย์ ที่ 12 มีนาคม พ.ศ. 2560, 12.04 น.

12 มี.ค.60 นักแสดงสาวร่างเล็กสุดเซ็กซี่ อย่าง “กิ๊บซี่ วนิดา” ก็ขอหลบความร้อน ไปเที่ยวพักผ่อนรับลมทะเลแบบชิลๆ ที่ภูเก็ต ซึ่งทริปนี้สาวกิ๊บซี่ก็ไม่พลาดที่จะงัดชุดว่ายน้ำแซ่บๆ ไปโชว์ความเซ็กซี่เข็ดฟัน แถมแชะภาพกับวิวสวยๆ ให้หนุ่มๆ ได้กดไลค์กันอีกด้วย

 

Hollywood stars : 12 มีนาคม 2560

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/259910

วันอาทิตย์ ที่ 12 มีนาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

OO คู่รักนักแสดง เบน เอฟเฟล็ก กับ เจนนิเฟอร์ การ์เนอร์ กลับมาลมพัดหวนอีกครั้งหลังแยกทางกันไปปีกว่า โดยสื่อดังอย่างพีเพิล เผยว่า การ์เนอร์ซึ่งเดิมตั้งใจจะฟ้องหย่า ก็เปลี่ยนใจให้ชีวิตคู่ครั้งนี้ได้ไปต่อ เพราะต่างคนต่างก็ยังรักกันอยู่ แต่เหตุผลสำคัญของลมพัดหวนเพราะอยากคงความเป็นครอบครัว เพื่อลูกๆ ทั้งสามคน ความจริงเรื่องรักรีเทิร์นของคู่รัก เบน เจน ไม่ใช่เรื่องใหม่ เนื่องจากมีข่าวลือเป็นระลอก ถึงขั้นที่ว่า การ์เนอร์ ตั้งท้องลูกคนใหม่กับเอฟเฟล็กด้วยซ้ำ ซึ่งตอนนั้นการ์เนอร์ก็ออกมาสยบข่าวแล้วว่าไม่เป็นความจริง

OO ส่วนนางเอกฮอลลีวู้ดแถวหน้า สการ์เล็ตโยแฮนส์สัน ก็ดูท่าจะจบไม่สวยกับ โรแม็ง ดูริแอ็ค ผู้เป็นสามี เพราะล่าสุด สการ์เล็ตยื่นฟ้องหย่า ทั้งยังเตรียมเปิดศึกแย่งสิทธิเลี้ยงดูโรส โดโรธี ลูกสาววัย 2 ขวบ กันอีกด้วย ทนายของดูริแอ็คเผยกับสื่อดังNew York Post ว่า ฝ่ายชายเตรียมพาลูกสาวย้ายไปอยู่ที่ฝรั่งเศส บ้านเกิดของเขาด้วยกัน เพราะสาวสการ์เล็ต เดินทางบ่อยจนเกินไป ซึ่งแน่นอนว่าสการ์เล็ต ต้องไม่เห็นด้วยอยู่แล้ว สการ์เล็ต กับดูริแอ็ค บรรณาธิการข่าวเมืองน้ำหอม แต่งงานกันเมื่อปี 2014 หลังจากที่ทั้งคู่มีลูกสาวมาเป็นพยานรักด้วยกันแล้ว ก่อนเลิกรากันเมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมาซึ่งทั้งสองคนก็ยังเป็นเพื่อนที่ดีต่อกัน เพราะยังคงไปไหนมาไหนด้วยกันอยู่บ่อยๆ หลังแยกทาง แต่คดีหย่าแย่งลูกกันครั้งนี้จะทำให้ความเป็นเพื่อนต้องสะบั้นตามไปด้วยหรือเปล่า ต้องติดตามกันต่อ

OO นางเอกฮอลลีวู้ด เจสสิกา เชสเทนถือโอกาสระหว่างมาเปิดหนัง The Zookeeper’s Wife ที่โปแลนด์ ร่วมเดินขบวนกับสาวๆ ชาวโปแลนด์ เพื่อเรียกร้องสิทธิความเท่าเทียมกันทางเพศ และการป้องกันการใช้ความรุนแรงกับผู้หญิง เนื่องในวันสตรีสากล 8 มีนาคม นางเอกวัย 39 ปี บอกว่าในฮอลลีวู้ดก็มีปัญหาเรื่องค่าตอบแทนและการสาธารณสุขของผู้หญิงก็ไม่เท่าเทียมกับผู้ชาย ซึ่งเป็นสิ่งที่เธอไม่สามารถมองข้ามไปได้ และกำลังคิดว่าอยากทำอะไรสักอย่างในวันสตรีสากล แล้วก็ช่างประจวบเหมาะที่กรุงวอร์ซอมีการเดินขบวนพอดี เธอแฮปปี้มากที่ได้มีส่วนร่วม เพราะเชื่อว่าผู้หญิงจะแกร่งขึ้นเมื่อยืนหยัดต่อสู้ร่วมกัน

OO พระเอกกล้ามล่ำ อาร์โนลด์ชวาเซเนกเกอร์ เปิดศึกครั้งใหม่กับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เมื่ออดีตผู้ว่าคนเหล็กบอกว่าเขาจำใจถอนตัวจากการเป็นพิธีกรรายการเรียลิตี้ TheCelebrity Apprentice เพราะไม่อยากร่วมงานกับ ทรัมป์ ซึ่งยังคงนั่งแท่นผู้อำนวยการบริหารของรายการ ทั้งยังโบ้ยว่าเป็นความผิดของทรัมป์ ที่ทำให้เรตติ้งของรายการซีซั่นล่าสุด ออกมาย่ำแย่อีกต่างหาก ก่อนที่โฆษกส่วนตัวของชวาเซเนกเกอร์จะออกมาคอนเฟิร์มว่า เจ้าตัวคงไม่กลับมาเป็นพิธีกรในซีซั่นต่อไปด้วย งานนี้ ทรัมป์ก็ไม่ยอมนิ่งเฉย แถมยังฉะกลับว่า ชวาเซเนกเกอร์ไม่ได้สมัครใจลาออกไปเอง แต่โดนไล่ออกต่างหาก เพราะเรทติ้งผู้ชมแย่เกินทน แล้วก็ไม่ใช่ความผิดอะไรของเขาด้วย

OO พระเอกดีกรีออสการ์ ทอม แฮงค์ ได้ใจนักข่าวสายทำเนียบขาวไปเต็มๆ เมื่อเขาส่งเครื่องทำกาแฟไปให้เป็นของขวัญ พร้อมข้อความว่า มอบให้แด่ผู้สื่อข่าวประจำทำเนียบขาว เพื่อต่อสู้ในการถ่ายทอดความจริงและความยุติธรรมในแบบชาวอเมริกันให้ทุกคนได้รับรู้ ถือเป็นเครื่องทำกาแฟเครื่องที่สามแล้วที่ ทอม แฮงค์ มอบให้นักข่าวสายทำเนียบ ซึ่งก็ช่างประจวบเหมาะที่ช่วงนี้ผู้สื่อข่าวกำลังมีปัญหากับท่านผู้นำคนใหม่ โดนัลด์ทรัมป์ ที่มองว่า นักข่าวเป็นภัยต่อชาติ ถึงขนาดไม่ไปร่วมงานเลี้ยงการกุศล ที่กลุ่มผู้สื่อข่าวประจำทำเนียบขาวจัดขึ้นเป็นประจำทุกปี ทั้งที่ผ่านมา ประธานาธิบดีสหรัฐแทบทุกคนล้วนแต่ไปร่วมงานกันทั้งสิ้น

 

‘เบนซ์’ ชวน ‘วิกกี้’ แชร์ประสบการณ์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/259899

วันอาทิตย์ ที่ 12 มีนาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

เป็นคุณแม่มือใหม่ที่มีงานไม่ขาดมือจริงๆ สำหรับ “เบนซ์-พรชิตา ณ สงขลาหิรัณยัษฐิติ” ล่าสุดถูกคว้าตัวมาเป็นแบรนด์แอมบาสซาเดอร์ “แนนนี่” กลุ่มผลิตภัณฑ์ถุงเก็บน้ำนมแม่และกลุ่มผลิตภัณฑ์อาบน้ำเด็กงานนี้คุณแม่เบนซ์ไม่ได้มาคนเดียว ยังชวนว่าที่คุณแม่ “วิกกี้-สุนิสา เจทท์ หิรัณยัษฐิติ” พร้อมด้วยคุณแม่เซเลบริตี้ชื่อดัง อาทิ ชลิตาเฟื่องอารมย์, วันทิตา ลิ่วเฉลิมวงศ์,ณัฏฐ์ธนิน คุณาธนาฒย์, ทัศนพรรณ อดิเรกสาร ฯลฯ มาร่วมแชร์ความประทับใจต่อผลิตภัณฑ์เด็กแนนนี่อีกด้วย ณ Kids’ Planet ชั้น 3 ศูนย์การค้าสยามพารากอน