‘บียอนเซ่’ถูกยกให้เป็นหนึ่งในสตรีผู้ทรงอิทธิพลในธุรกิจบันเทิงแห่งปี 2017

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/259780

วันศุกร์ ที่ 10 มีนาคม พ.ศ. 2560, 15.10 น.

นิวยอร์ก (บิสิเนสไวร์)  7 ม.ค. 2517 , พีอาร์นิวส์ไวร์ (PRWEB) 9 กรกฎาคม 2012 โดยนิตยสาร BLACK  ENTERPRISE ฉบับเดือนมกราคม / กุมภาพันธ์ 2560 ได้เผยแพร่รายชื่อสตรีที่มีอำนาจมากที่สุดในธุรกิจโดยนักร้องสาว‘บียอนเซ่’และยังเป็นผู้บริหาร ประธานผู้บริหาร Parkwood Entertainmentถูกยกให้เป็นหนึ่งใน สตรีผู้ทรงอิทธิพลในธุรกิจบันเทิงแห่งปี 2017  ผลประกาศนี้ได้รับการยอมรับในระหว่างการประชุมสุดยอด Women of Power Summit ในปีพ. ศ. 2560 ในเมืองฟินิกซ์รัฐแอริโซนา

สำหรับองค์กร BLACK ENTERPRISE เป็นแหล่งรวมธุรกิจการลงทุนและการสร้างความมั่งคั่งให้แก่ชาวแอฟริกันอเมริกัน ตั้งแต่ปีพศ. 2513 เป็นต้นมาได้ให้ข้อมูลทางธุรกิจที่สำคัญและคำแนะนำแก่ผู้เชี่ยวชาญผู้บริหารองค์กรผู้ประกอบการและผู้มีอำนาจตัดสินใจ ทุกเดือนนิตยสาร BLACK ENTERPRISE มีผู้อ่าน 6 ล้านคนพร้อมข้อมูลเกี่ยวกับผู้ประกอบการอาชีพและการจัดการทางการเงิน ในฐานะ บริษัท ด้านมัลติมีเดีย BLACK ENTERPRISE ผลิตรายการโทรทัศน์กิจกรรมทางธุรกิจและไลฟ์สไตล์เว็บเนื้อหาและสื่อดิจิทัล องค์กร BLACK ENTERPRISE เป็นแหล่งข้อมูลที่ชัดเจนสำหรับข้อมูลเกี่ยวกับตลาดธุรกิจและผู้นำแอฟริกันอเมริกันและผู้มีอำนาจเกี่ยวกับข่าวธุรกิจ

 

ปฏิวัติ !! องค์กรรับรัฐธรรมนูญใหม่

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/272793

ปปช, ปฏิวัติ, องค์กร, รับ, รัฐธรรมนูญ, ใหม่, ปปช

“ป.ป.ช.”เคาะปรับโครงสร้างการทำงานให้สอดคล้อง รธน.ใหม่ หาผู้ทรงคุณวุฒิ หนุนการทำงาน ให้สังคมเห็นประสิทธิภาพ ไม่ใช่ให้น้ำหนักทุกเรื่องจนไม่เกรงกลัว

      21 เม.ย. พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ ประธานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) กล่าวภายหลังร่วมโครงการสัมมนาเชิงปฏิบัติการเพื่อติดตามผลการดำเนินงานตามแผนปฏิบัติการ และแผนการใช้จ่ายงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2560 ถึงการเตรียมปรับแผนการไต่สวนใหม่อีก 2 สำนักว่า เบื้องต้นมอบนโยบายให้ผู้บริหาร และ ผอ.ประจำจังหวัด วิเคราะห์ถึงคดีต่าง ๆ ที่ยังดำเนินการไม่เสร็จสิ้น ให้ดูว่าเป็นการกระทำผิดในกลุ่มไหน กลุ่มจัดซื้อจัดจ้างหรืออะไร เพื่อมุ่งเน้นงานให้มีคุณภาพ และคุ้มค่า เพราะถ้าพยายามทำทุกเรื่องอาจไม่มีน้ำหนักให้สังคมเกรงกลัว ดังนั้น ควรวิเคราะห์ความเป็นไปได้ในการรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อให้สำนวนครบถ้วน นำตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษให้ได้ ให้สังคมได้เห็นประสิทธิภาพของ ป.ป.ช.

พล.ต.อ.วัชรพล กล่าวอีกว่า คณะกรรมการ ป.ป.ช. ประชุมกันแล้วมีมติให้ปรับโครงสร้างการทำงานของสำนักงาน ป.ป.ช. โฉมใหม่ เพื่อให้สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญปี 2560 และร่างพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต ฉบับที่ .. พ.ศ. …. (พ.ร.บ.ป.ป.ช.ฉบับใหม่) โดยจะลดบทบาทของสำนักการไต่สวนบางสำนักลง ปัจจุบัน ป.ป.ช. มีสำนักการไต่สวนทั้งหมด 8 สำนัก สำนักไต่สวน 1 เน้นตรวจสอบนักการเมืองระดับชาติ สำนักที่ 2-4 เน้นตรวจสอบนักการเมือง หรือเรื่องท้องถิ่น โดยเฉพาะคดีเกี่ยวกับที่ดิน หรือทรัพยากรธรรมชาติ และคดีเกี่ยวกับร่ำรวยผิดปกติ ที่เกิดความเสียหายมาก และต้องติดตามเอาทรัพย์สินเงินทองที่เจ้าหน้าที่รัฐทุจริตกลับคืนสู่ประเทศ และปรับคนให้มีความชำนาญเฉพาะด้าน หาผู้ทรงคุณวุฒิด้านต่าง ๆ หรือรับโอนผู้ทรงคุณวุฒิเหล่านั้นมารับตำแหน่งผู้เชี่ยวชาญใน ป.ป.ช. เพื่อสนับสนุนการทำงานในคดีเหล่านี้

“เบื้องต้นตั้งใจว่าเตรียมปรับโครงสร้างให้เสร็จระหว่างเดือน ต.ค. 2559 – ม.ค. 2560 แต่เมื่อดูเรื่องรัฐธรรมนูญฉบับปี 2560 ที่ต้องปรับแก้ พ.ร.บ.ป.ป.ช.ฉบับใหม่ ให้แล้วเสร็จใน 8 เดือนข้างหน้า และต้องผ่านการลงมติของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) อีก 2 เดือน ในภาพรวมอาจใช้เวลาประมาณ 1 ปี จึงมีกฎหมายที่ชัดเจน ดังนั้นต้องคิดโครงสร้างให้ชัดเจนทั้งเรื่องป้องกัน การปรับงานไต่สวน และเน้นคดีที่เกี่ยวกับความเสียหายของประเทศค่อนข้างเยอะ ตอนนี้ ป.ป.ช. มีสำนักไต่สวน 8 สำนักหลัก สำนักที่เกี่ยวข้องนักการเมืองระดับชาติคือสำนักไต่สวน 1 ส่วนสำนักไต่สวนที่ 2-4 เป็นเรื่องท้องถิ่น แต่พอเราจะให้สำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดดำเนินการแล้ว อาจปรับสำนักไต่สวน 2-4 ให้เน้นคดีที่เกิดความเสียหายระดับชาติ คือคดีที่ดินและทรัพยากรธรรมชาติ และคดีร่ำรวยผิดปกติ รวมถึงอาจปรับคนไปทำเรื่องคดีทุจริตสินบนข้ามชาติด้วย เอาคนมาทำต่อเนื่องให้มากขึ้น ต้องลำดับความสำคัญให้ชัดเจน” ประธาน ป.ป.ช. กล่าว

งานใหญ่ !! เพิ่มจนท.สอบสินบนโรลส์รอยซ์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/272787

ระหว่างประเทศ, หน่วยงาน, ประสาน, อสส, สินบนโรลส์, พลตอวัชรพล ประสารราชกิจ ประธานคณะกรรมการปปช, สินบนโรลส์รอยซ์, งานใหญ่, เพิ่ม, จนท, สอบ, สินบน, โรล, รอยซ์, ปปช, ครมบิ๊กตู่

“ป.ป.ช.”เผยสินบนโรลส์รอยซ์อสส.ประสานหน่วยงานระหว่างประเทศ ส่งทีมร่วมป.ป.ท.หาข้อเท็จจริงเพิ่ม ไม่กดดันพิจารณาคำร้องไต่สวน”ครม.บิ๊กตู่”เก็บภาษีหุ้นชินฯมิชอบ

         21 เม.ย. พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ ประธานคณะกรรมการป.ป.ช. กล่าวถึงความคืบหน้าการไต่สวนข้อเท็จจริงคดีบริษัท โรลส์-รอยซ์ ติดสินบนเจ้าหน้าที่รัฐเพื่อให้บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) และบริษัท ปตท. สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) หรือ ปตท.สผ. เอื้อประโยชน์จัดซื้อเครื่องยนต์จากโรลส์-รอยซ์ว่า ในชั้นคณะทำงานได้มอบหมายให้อัยการสูงสุด (อสส.) ประสานกับหน่วยงานระหว่างประเทศ ปัจจุบันกำลังดำเนินการอยู่ ส่วนในชั้นคณะอนุกรรมการไต่สวนของ ป.ป.ช. ที่มีการกล่าวหาอดีตนักการเมือง และเจ้าหน้าที่รัฐนั้น เมื่อเร็ว ๆ นี้ ที่ประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติเพิ่มเติมเจ้าหน้าที่มาช่วยงานไต่สวนอีก 6 ราย เพื่อวิเคราะห์เอกสารที่เข้ามาเป็นจำนวนมาก นอกจากนี้ได้ส่งเจ้าหน้าที่ ป.ป.ช. ลงพื้นที่ทำงานกับเจ้าหน้าที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) เพื่อหาข้อเท็จจริงเพิ่มเติม

พล.ต.อ.วัชรพล กล่าวอีกว่า คดีสินบนข้ามชาติขณะนี้มีอยู่ประมาณ 14-15 คดี ซึ่ง ป.ป.ช. ร่วมมือประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกฝ่ายเพื่อรวบรวมพยานหลักฐาน โดยเจ้าหน้าที่คาดหวังว่าภายในปี 2560 จะมีความชัดเจนออกมา แต่ก็ขึ้นอยู่กับความร่วมมือของหน่วยงานระหว่างประเทศด้วย  ส่วนกรณีมีกระแสข่าวว่า สำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตสหราชอาณาจักร (SFO) ปฏิเสธให้ข้อมูลคดีโรลส์-รอยซ์แก่ ป.ป.ช. นั้น พล.ต.อ.วัชรพล กล่าว่า ไม่จริง และไม่ได้รับข้อมูลในส่วนนี้

         ไม่กดดันพิจารณาคำร้องไต่สวน”ครม.บิ๊กตู่” เก็บภาษีหุ้นชินฯมิชอบ

พล.ต.อ.วัชรพล  กล่าวถึงกรณีที่นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ ทีมกฎหมายพรรคเพื่อไทย ยื่นหนังสือถึงป.ป.ช. ให้ไต่สวน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) พร้อมคณะรัฐมนตรี และกรมสรรพากร กรณีเรียกเก็บภาษีการขายหุ้นชินคอร์เปอร์เรชั่น ของนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี มูลค่า 1.7 หมื่นล้านบาท เป็นการกระทำที่มิชอบด้วยกฎหมาย ว่า ไม่ทราบรายละเอียด แต่ทราบจากข่าว เบื้องต้นให้เจ้าหน้าที่รับเรื่องเพื่อพิจารณาว่า เข้าข่ายกฎหมาย ป.ป.ช. ที่จะไต่สวนหรือไม่

ส่วนที่มีการเร่งรัดให้ ป.ป.ช. ดำเนินการภายใน 30 วัน เนื่องจากพยานหลักฐานค่อนข้างสมบูรณ์นั้น หากเป็นไปตามเงื่อนไข หรือทำไม่ได้ตามระเบียบ จะมีขั้นตอนขอขยายเวลาออกไป หลังจากนั้นจะมีการแสวงหาข้อเท็จจริง และมีช่วงระยะเวลาเบื้องต้น ก่อนที่จะมาสู่ที่ประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ช. เพื่อพิจารณาเนื้อหาทางคดีอีกครั้ง ทั้งนี้ยืนยันว่า ไม่มีความกดดัน เพราะอยู่ในอำนาจไต่สวนตามกฎหมาย

เตรียมเฮ!!? ผุด”ตลาดนัดคนจน” ทุกหมู่บ้าน – ประกันการเกษตร

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/272770

ใหม่, รัฐบาล, อยู่, เครื่องมือ, เป็น, วิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี, เตรียม, ผุด, ตลาดนัด, คนจน, ทุก, หมู่บ้าน, ประกัน, การเกษตร, เตรียมเฮ, ผุดตลาดนัดคนจน, ทุกหมู่บ้าน, ประกันการเกษตร, ตลาดนัดคนจน, วิษณุ, ปยป, แหล่งน้ำชุมชน

“วิษณุ”แถลงวงประชุม”ป.ย.ป.”เผยสปท.ดัน 4 วาระปฏิรูปใหม่”ผุดตลาดนัดคนจน-ประกันภัยการเกษตร-ตั้งศาลสิ่งแวดล้อม-ผ่อนคลายกม.ร่วมทุนรัฐ-เอกชน”

        21 เม.ย. นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังการประชุมคณะกรรมการบริหารราชการแผ่นดิน ตามกรอบการปฏิรูประเทศ ยุทธศาสตร์ชาติ และการสร้างความสามัคคีปรองดอง (ป.ย.ป.) ที่มีพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคสช. เป็นประธานว่า เป็นการรายงานการทำงานของ  4 คณะกรรมการย่อยในป.ย.ป.โดย 1.คณะกรรมการบริหารราชการแผ่นดินเชิงยุทธศาสตร์ รายงานเรื่องสำคัญ ๆ ที่ได้ตัดสินใจ เช่น รถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน รถไฟฟ้าไทยจีน การแก้ไขปัญหาการเกษตร เป็นต้น

2.คณะกรรมการเตรียมการยุทธศาสตร์ชาติ รายงานถึงการเตรียมยุทธศาสตร์ชาติทั้ง 6 ด้าน ที่ได้เสนอพ.ร.บ.จัดทำยุทธศาสตร์ชาติเข้าสภา ถือเป็นกฎหมายสำคัญของรัฐบาล และถือเป็นศิลาฤกษ์ก้อนแรก ซึ่งในเดือนส.ค.นี้ จะประกาศใช้เป็นกฎหมาย โดยว่าด้วยแผนงาน แผนเงิน แผนคน ซึ่งการเสนอแผนต้องสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ หากผิดเพี้ยนไปจากยุทธศาสตร์จะไม่ได้รับการอนุมัติ

3.คณะกรรมการเตรียมการปฏิรูปประเทศ การรายงาน 27 วาระปฏิรูปเร่งด่วนของสภาขับเคลื่อนการปฏิรูประเทศ(สปท.)ซึ่งนายกฯ ให้ความสำคัญจะต้องทำให้ได้ภายใน 1 ปี พร้อมกันนี้สปท.ได้เสนอ 4 เรื่องปฏิรูปใหม่ 4 ประกอบด้วย 1.เสนอให้มีตลาดนัดคนจนเพื่อให้เป็นบ่อน้ำเล็กหรือเรียกว่าเตาขนมครก ส่งเสริมให้มีทุกหมู่บ้าน ทุกอำเภอ ทุกจังหวัด 2.การประกันภัยการเกษตร เนื่องจากบริษัทไม่ยอมรับประกันภัยการเกษตร จึงอยากให้รัฐบาลหาช่องทางเข้าขับเคลื่อน

โดยนายกฯมอบหมายกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงพาณิชย์ และกระทรวงการคลังไปดำเนินการ 3.เรื่องการจัดตั้งศาลสิ่งแวดล้อม ซึ่งจะเป็นศาลผู้ชำนาญการพิเศษ เนื่องจากสถิติพบว่าปีหนึ่ง ๆ  มีคดีสิ่งแวดล้อมเกิดขึ้นเป็นหมื่นเรื่อง ซึ่งนายกฯให้มีการหารือกับศาลอีกครั้งหนึ่ง 4.การผ่อนคลายมาตรตามการกฎหมายร่วมทุน เพราะปัจจุบันรัดกุมมากเกินเน้นการป้องกันการทุจริต จึงต้องการให้คลายให้เกิดการร่วมทุนได้มากขึ้น

4.คณะกรรมการสร้างความสามัคคีปรองดอง ที่ได้ตั้ง 4 อนุคณะกรรมการ เปิดรับฟังข้อเสนอแนะจากพรรคการเมือง กลุ่มการเมือง ภาคประชาชนและภาคเอกชน โดยได้รายงานข้อเสนอลดความเหลื่อมล้ำ แก้ปัญหาความยากจน แก้ทุจริต การสร้างความเป็นธรรม รวมถึงการเลือกตั้ง ขณะที่พรรคการเมืองได้มีข้อเสนอพรรคละประมาณ 7 ข้อ โดยข้อเสนอต่างๆจะรวบรวมเพื่อเสนอครม.ต่อไป สำหรับการทำงานของป.ย.ป.จะมีต่อไป โดยจะทำหน้าที่เป็นเครื่องมือให้กับรัฐบาล จนกว่าจะมีรัฐบาลชุดใหม่ ทำงานควบคู่ไปกับคณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติและคณะกรรมการปฏิรูปประเทศที่จะตั้งขึ้น และที่ประชุมได้รายงานการออกกฎหมายที่ต้องให้แล้วเสร็จภายใน 4 เดือน 6 เดือน 1 ปี 2 ปี และดูว่าใครเป็นเจ้าภาพ

ต่อข้อถามที่ว่าในที่ประชุมนายกฯได้พูดถึงกำหนดการการเลือกตั้งหรือไม่  นายวิษณุ กล่าวว่า ไม่มี นายกฯพูดเพียงว่า เดือนต.ค.มีกำหนดการสำคัญคือพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ และประมาณปลายปีจะมีเรื่องเกี่ยวกับพิธีบรมราชาภิเษก หลังจากนั้นจะเดินอย่างไรก็อยู่ที่กฎหมายลูกที่จะออกมา ซึ่งขณะได้ส่งกฎหมายลูก 2 ฉบับจากทั้งหมด 10 ฉบับเข้าสภาไปแล้ว คือกฎหมายพรรคการเมือง และกฎหมายคณะกรรมการการเลือกตั้ง แต่ยังมีกฎหมายที่จำเป็นสำหรับการเลือกตั้งอีก 2 ฉบับ คือกฎหมายเลือกตั้งส.ส.และกฎหมายการได้มาซึ่งส.ว. ทั้งนี้ ถ้าออกมาครบทั้ง 4 ฉบับเมื่อไหร่ จะสามารถนับหนี่งการเลือกตั้งได้

อย่างไรก็ตามได้เกิดคำถามตามมาว่า “ตลาดนัดคนจน” ที่นายวิษณุ แถลงนั้น จะแตกต่างจากตลาดนัดที่ปัจจุบันมีอยู่แทบทุกหมู่บ้านแล้วอย่างไร ผู้สื่อข่าวจึงได้สอบถามเรื่องนี้ไปที่นายอลงกรณ์ พลบุตร รองประธาน สปท. ปรากฏว่า นายอลงกรณ์ ยืนยันว่าทาง สปท.ไม่เคยเสนอประเด็นปฏิรูปเรื่อง “ตลาดนัดคนจน” ไป พร้อมบอกว่า 1 ใน 4 เรื่องที่ สปท.เสนอไปคือ “แหล่งน้ำชุมชน” โดยใช้คำอธิบายเดียวกับที่นายวิษณุพูด คือ เป็นบ่อน้ำเล็กเหมือนเตาขนมครก

สนช.ผ่านกฎหมายพรรคการเมืองวาระแรก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/272765

ประชาชน, คมชัดลึก, มีชัย, เงิน, ค่าสมาชิก, ติง, ครูหยุย, กติกา, สมเจตน์, วาระแรก, สนช, ผ่าน, กฎหมาย, พรรคการเมือง, วาระ, แรก

สนช.ผ่านกม.พรรคการเมืองวาระแรก “สมเจตน์” ยกความเห็นพรรคการเมือง ชี้กติกามาก ปฏิบัติยาก ”ครูหยุย” ติงค่าสมาชิกพรรค 100 บาทไม่ใช่การมีส่วนร่วมทางการเมือง

          21 เม.ย. 60 – ที่รัฐสภา มีการประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.) มีนายพีระศักดิ์ พอจิต รองประธานสนช.คนที่ 1 ทำหน้าที่ประธาน โดยที่ประชุมได้พิจารณาร่างพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมืองพ.ศ. … ที่คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) เป็นผู้เสนอ ซึ่ง พล.อ.สมเจตน์ บุญถนอม ในฐานะประธานคณะกรรมการพิจารณาศึกษา ร่างพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วย พรรคการเมือง กล่าวว่า จากการรับฟังความเห็นของพรรคการเมือง และนักวิชาการ พบว่ามี 4 ประเด็นสำคัญ ดังนี้ 1.การทำให้พรรคการเมืองตั้งยาก แต่ยุบง่าย ตรงกันข้ามกับหลักประชาธิปไตยที่ควรตั้งง่ายและยุบยาก ควรให้พรรคการเมืองมีพัฒนาการตามธรรมชาติ ไม่ควรมีกติกาควบคุมมาก 2.ทุนประเดิมและค่าบำรุงพรรคการเมือง กลายเป็นเงื่อนไขทางเศรษฐกิจ ที่กีดกันการมีส่วนร่วมของประชาชนขัดต่อระบบประชาธิปไตย สุดท้ายจะทำให้พรรคการเมืองนี้เป็นของนายทุนไม่ใช่ประชาชน 3.องค์ประกอบของกองทุนเพื่อการพัฒนาพรรคการเมือง มีการตัดสัดส่วนของนักการเมืองออกไป หมดสิทธิให้ความเห็นในการเสนอการใช้เงินทั้งที่เกี่ยวข้องโดยตรง 4. มีบทลงโทษรุนแรงต่อผู้ดำรงตำแหน่งพรรคการเมือง ทำให้ไม่มีคนรุ่นใหม่และคนดีเล่นการเมือง อยากให้ทบทวนโทษให้สอดคล้องต่อการกระทำ

จากนั้นที่ประชุมได้เปิดให้สมาชิกอภิปราย การอภิปรายเป็นไปอย่างกว้างขวางมีทั้งเห็นด้วยตามร่างที่กรธ.เสนอ และตั้งคำถามอีกหลายประเด็น เช่น เกณฑ์จำนวนสมาชิก 5,000 คน ภายใน 1 ปี และ 10,000 คน ภายใน 4 ปี จะเป็นข้อจำกัดและปัญหา โดยเฉพาะพรรคขนาดเล็กหรือไม่ การตัดตัวแทนพรรคการเมืองออกจากองทุนพัฒนาพรรคเมือง

นายวัลลภ ตังคณานุรักษ์  สนช.อภิปรายตั้งข้อสังเกตถึงการจ่ายค่าสมาชิกพรรค ว่า เงินร้อยเดียวค่าสมาชิกพรรคในสภานี้เป็นแค่เศษ แต่สำหรับชาวบ้านเป็นเรื่องใหญ่ เงินไม่ใช่สัญลักษณ์ของการมีส่วนร่วมทางการเมือง มาตรา 15 (15) ให้เก็บค่าสมาชิกไม่น้อยกว่าปีละ 100 บาท และอาจให้มีสมาชิกตลอดชีพได้ ชำระไม่เกิน 2,000 บาท แต่หากไปดูรัฐธรรมนูญ มาตรา202 (5) ที่กำหนด ห้ามคนเป็นหรือเคยเป็นสมาชิกพรรคในช่วง 10 ปี เข้ารับการสรรหา กลายเป็นว่า ต้องเสียทั้งสิทธิและเงิน ที่นายมีชัย ฤชุพนธุ์ ประธาน กรธ. บอกใครคิดได้ดีกว่าจะยกนิ้วให้ ตนว่ามันมีหลายทางที่ให้สมาชิกไม่ต้องเสียสตางค์ โดยการกำหนดเงื่อนไขไว้ เช่น มีส่วนร่วมกับกิจกรรมพรรค มีส่วนร่วมส่งจดหมายเสนอแนะ มีส่วนร่วมขายความคิดอุดมการณ์พรรค ก็ไม่ต้องเสียเงิน แนวทางแบบนี้จะดีกว่า  มันคือคุณภาพของสมาชิก มิเช่นนั้น ก็จ่ายเงินแทนกันอยู่ดี แล้วพรรคการเมืองใหญ่เท่านั้นที่จ่ายให้ได้ พรรคเล็กไม่มีทางทำได้

ด้านนายมีชัย ชี้แจงว่า การกำหนดทุนประเดิม การกำหนดค่าสมาชิกไม่ใช่อิงกับการมีส่วนร่วมแต่เพียงอย่างเดียว แต่ยังมองไปถึงเรื่องร่วมรับผิดชอบอย่างแท้จริง เพราะสิทธิ มาควบคู่กับหน้าที่เสมอ อีกทั้งจากการสำรวจความเห็นประชาชน 78.8 % เห็นว่าควรจ่ายเงินค่าสมาชิกพรรค ส่วนบทลงโทษรุนแรงต่อผู้ดำรงตำแหน่งพรรคการเมืองนั้น ก็เป็นเรื่องนานาจิตตัง กรธ.พิจารณาแล้วลดหย่อนมาหลายมาตรา แต่หากสนช.เห็นว่า แรงไปก็สามารถปรับได้ ขณะที่การตัดตัวแทนพรรคการเมืองออกจากกองทุนพัฒนาพรรคเมือง เพราะเป็นผลประโยชน์ทับซ้อน พรรคที่ไม่มีตัวแทนจะเสียเปรียบ และไม่โปร่งใส

จากนั้นที่ประชุมสนช.ลงมติเห็นชอบวาระแรกรับหลักการ ร่างพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง ด้วยคะแนน 175 ต่อ 0 งดออกเสียง 3 พร้อมตั้งคณะกมธ.วิสามัญพิจารณาศึกษา 31 คน กำหนดกรอบพิจารณา 45 วัน.

เลือกตั้งแน่ ถ้าไม่มีสงครามโลก “มีชัย” ยันเอง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/272732

ปี, 2561, ถ้าไม่เกิด, เลือกตั้ง, แน่, ถ้า, ไม่มี, สงครามโลก, มีชัย, ยัน, เอง, เลือกตั้งแน่, ถ้าไม่มีสงครามโลก, ยันเอง

“มีชัย” ยัน ถ้าไม่เกิดสงครามโลก ยันเลือกตั้งไม่เกินปี 2561

          นายมีชัย ฤชุพันธุ์ กรรมการ่างรัฐธรรมนูญ ให้สัมภาษณ์ นายสุทธิชัย หยุ่น ในรายการไทม์ไลน์กับสุทธิชัย หยุ่น ทางเนชั่นทีวี ช่อง 22 ถึงการเลือกตั้งว่าจะมีขึ้นเมื่อไหร่ โดยเมื่อถูกถามว่า ในทางกฎหมาย การเลือกตั้งจะถูกเลื่อนไปเรื่อยๆ จนถึงขั้นไม่มีการเลือกตั้งหรือไม่ นายมีชัยระบุว่า ไม่น่าเป็นไปได้ เท่าที่ฟังจากนายกฯ ท่านก็นั่งนับวัน นับถอยหลังเหมื่อนผม เพราะเหนื่อย และยิ่งนายกฯ เป็นคนใจร้อน ท่านทำงานไม่หยุด ดังนั้นก็เหนื่อยพอสมควร เมื่อมีเวลาเหลือตอนนี้ก็ทำให้เต็มที่ ซึ่งหลายคนเขาก็มองว่าเหตุที่ขยันเพราะอยากเป็นต่อ ซึ่งมองคนละประเด็น

          เมื่อถามต่อว่า จะเลือกตั้งช้าสุดเมื่อใด นายมีชัยกล่าวว่า ถ้านับดู จะเป็นปลายปี2561หากไม่เกิดสงครามโลกเสียก่อนนะ ส่วนอุบัติเหตุการเมืองอื่นๆ นั้นผมนึกไม่ออก หากจะมีส่วนที่เกี่ยวกับกฎหมายลูกนั้น ก็อาจเป็นเพราะตนทำไม่เสร็จ เกินเวลาแล้วต้องตั้งคนใหม่ ซึ่งตนไม่ทำ ไม่เช่นนั้นเสียชื่อหมด

          ติดตามบทสัมภาษณ์ทั้งหมดได้ในรายการไทม์ไลน์สุทธิชัย หยุ่น และสื่อในเครือเนชั่น เร็วๆนี้

ไม่ได้ถอดใจ!! “สมชัย” ซัดรีเซ็ตกก.องค์กรอิสระแนวคิดประหลาด

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/272677

กฎหมาย, สรรหา, ตำแหน่ง, คมชัดลึก, กก, กกต, ไม่ได้, ถอดใจ, สมชัย, ซัด, รีเซ็ต, องค์กรอิสระ, แนวคิด, ประหลาด, ไม่ได้ถอดใจ

“สมชัย” แจงไม่ได้ถอดใจตำแหน่ง กกต. ปมคุณสมบัติกก.องค์กรอิสระ ชี้เป็นหน้าที่กก.สรรหา ย้ำการรีเซ็ตกรรมการองค์กรอิสระ เป็นตรรกะประหลาด

          21 เม.ย.60 – นายสมชัย ศรีสุทธิยากร กรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) ด้านบริหารกลาง ให้สัมภาษณ์กรณีการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติประกอบร่างรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง(พ.ร.ป.กกต.) ของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.) ซึ่งจะมีประเด็นในเรื่องของผู้ตรวจการเลือกตั้ง และการดำรงตำแหน่งของ กกต.ปัจจุบัน ว่า ในเรี่องของการดำรงตำแหน่งของ กกต. ที่ก่อนหน้านี้มีการนำเสนอข่าวว่าตนถอดใจ เตรียมเก็บของแล้วนั้นไม่เป็นความจริง การพูดดังกล่าวตนหมายถึงว่าขึ้นอยู่กับ สนช.จะพิจารณา หากสนช.ยืนยันตามร่างที่กรรมการร่างรัฐธรรมนูญ(กรธ.) ก็จะเป็นหน้าที่ของคณะกรรมการสรรหาที่จะวินิจฉัยว่า กกต.ปัจจุบันใครขาดคุณสมบัติบ้าง ซึ่งตนได้เตรียมข้อมูลการทำงานด้านภาคประชาสังคมที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้งไม่น้อยกว่า 24 ปี ไว้แล้ว  ขึ้นอยู่กับว่าคณะกรรมการสรรหาจะว่าอย่างไร

“ไม่ได้ถอดใจ แต่คิดว่าถ้าเรายิ่งไปคาดหวัง และสุดท้ายเขาไม่ได้คิดไปในทางเดียวกับเรา ก็จะทำให้เราผิดหวังเปล่าๆ” นายสมชัย กล่าว

นายสมชัย กล่าวต่อว่า ส่วนกรณีที่กรธ.ออกมาระบุว่า หากมีการรีเซ็ตกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ(กสม.) ก็อาจจะต้องมีการรีเซ็ตกรรมการองค์อิสระอื่นๆด้วยนั้น เป็นวิธีคิดที่พิกลพิการ เพราะถ้าจะใช้ตรรกะนี้ถามว่า ถ้ามีกระทรวงใดกระทรวงหนึ่ง รัฐมนตรีทำงานไม่เข้าขากัน จะต้องปรับคณะรัฐมนตรีทั้งคณะหรือไม่ หรือถ้าเป็นจังหวัดหนึ่ง ผู้ว่าฯกับรองผู้ว่าฯทำงานไม่เข้าขากัน จะเปลี่ยนผู้ว่าฯและรองผู้ว่าฯทุกจังหวัดหรือไม่ ซึ่งตรรกะนี้มันไม่ควรที่จะออกจากปากของผู้ที่รู้กฎหมาย เป็นความคิดที่แปลกประหลาด

เมื่อถามว่า การจะถูกรีเซ็ตนั้นอาจมองว่าองค์กรอิสระมีส่วนทำให้เกิดปัญหาทางการเมืองในช่วงที่ผ่านมาหรือไม่ นายสมชัย กล่าวว่า ส่วนตัวเห็นว่าองค์กรอิสระเป็นผู้คลี่คลายสถานการณ์ ไม่คิดว่าเป็นองค์กรที่สร้างปัญหา ส่วนประเด็นเรื่องผู้ตรวจการเลือกตั้ง ทราบว่าทาง สนช.จะให้กกต.เข้าไปร่วมเป็นกรรมาธิการ แต่ที่สุด สนช.จะเอาอย่างไร กกต.ก็พร้อมจะปฏิบัติ ทั้งนี้ยืนยันว่าที่ผ่านมา กกต. ไม่เคยเสนอให้มีทั้งผู้ตรวจการเลือกตั้ง และกกต.จังหวัดพร้อมกัน แต่ถึงแม้จะมีทั้ง 2 อย่าง ก็ไม่ทำให้สิ้นเปลืองงบประมาณไปมากกว่าเดิม เพราะ กกต.จังหวัดไม่มีเงินเดือนประจำ จะได้รับเป็นเบี้ยประชุมเท่านั้น

“ที่กล่าวหาว่า กกต.จังหวัดไม่เป็นกลางทางการเมืองนั้น การที่กกต.เลือกข้าราชการระดับสูงในจังหวัดมาเป็น กกต.จังหวัด ก็เพื่อให้ได้รับการสนับสนุนส่วนราชการภายในจังหวัดในการจัดการเลือกตั้ง ถ้าคิดว่าไม่เป็นกลางก็ควรนำคนเหล่านี้ออกจากราชการ และหากไม่เป็นกลางกฎหมายก็กำหนดให้คนเหล่านี้ได้รับโทษสูงกว่าคนทั่วไปถึง 2 เท่า” นายสมชัย กล่าว.

นายกฯ ขอบคุณทุกฝ่ายร่วมมือเดินหน้าประเทศ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/272674

คมชัดลึก, ปยป, ประชุม, นายกฯ, ขอบคุณ, ทุกฝ่าย, ร่วมมือ, เดินหน้า, ประเทศ, บิ๊กตู่

“บิ๊กตู่” นั่งหัวโต๊ะประชุม ป.ย.ป.ขอบคุณทุกฝ่ายร่วมมือเดินหน้าประเทศ ยกจีนประเทศตัวอย่าง ยกระดับรายได้ประเทศขึ้นเป็นเศรษฐกิจระดับ 2

          21 เม.ย. 60 –  พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการบริหารราชการแผ่นดินตามกรอบการปฏิรูปประเทศ ยุทธศาสตร์ชาติและการสร้างความสามัคคีปรองดอง (ป.ย.ป.) ครั้งที่ 1/2560 โดยนายกรัฐมนตรี กล่าวก่อนการประชุม ว่า การประชุมวาระแรกนี้เกิดขึ้นหลังจากผ่านพ้นหลังปีใหม่ไทยไม่กี่วันที่ผ่านมา ในนามของนายกรัฐมนตรี คณะรักษาความสงบแห่งชาติ( คสช.) คณะรัฐมนตรี (ครม.) ขอกราบอาราธนาคุณพระศรีรัตนตรัย และพระบารมีแผ่ไพศาลขอบูรพมหากษัตริย์ไทย สมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ปกป้องรักษาพิทักษ์ทุกคน ให้มีความสุขความเจริญ สุขภาพแข็งแรงตลอดไป ช่วยกันทำงานเพื่อประเทศอันเป็นที่รักยิ่งตลอดไป

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า วันนี้เป็นการประชุมครั้งสำคัญ ถือเป็นการประชุมขนาดใหญ่ เพราะประเทศชาติจะเดินหน้าได้ก็เพราะคณะทำงานที่เรากำลังทำอยู่ในขณะนี้ ทั้งในการแก้ไขปัญหาและเดินหน้าประเทศ ทั้งระยะสั้นและระยะยาว เมื่อวานเราได้เสนอกฎหมายไปแล้ว ได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดี จากสภานิติบัญญัติแห่งชาติ( สนช.)และสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ( สปท.) ต้องขอขอบคุณ ณ ที่นี้ ตนเห็นหลายข้อเสนอแนะหลายประการที่เป็นประโยชน์ ซึ่งเราจะต้องศึกษาและหารือในชั้นคณะกรรมาธิการ( กมธ.)อีกครั้งหนึ่ง เพื่อจะแก้ไขปรับปรุงให้สามารถปฏิบัติงานได้

“ไม่ได้หมายความว่าเราจะไปปิดกั้นใครใดๆ ทั้งสิ้น แต่เราต้องวางกรอบการทำงานและพื้นฐานประเทศ ซึ่งยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ดูเหมือนจะยาวนาน แต่คงไม่ยาวนานมากนัก เพราะเป็น 20 ปีที่เราต้องเดินหน้าประเทศต่อไป ซึ่งผมคิดว่าเป็นเพียงระยะแรกเหมือนกับจีนที่เขาทำมาหลาย 10 ปี มาแล้ว ในการยกระดับรายได้ประเทศขึ้นมาเป็นเศรษฐกิจระดับ 2 ในปัจจุบัน และใน 5 ปีแรกของเราจะเป็นการเริ่มต้นที่ดีในการพัฒนาประเทศและการวางพื้นฐานต้องอาศัยความร่วมมือของนักการเมือง ข้าราชการและประชาชน ซึ่งเป็นประเด็นหลักที่เรากำหนดไว้ ที่ผมบอกไว้กับทุกคน จึงถือว่าวันนี้ถือเป็นวันสำคัญอีกวันหนึ่ง” นายกรัฐมนตรี กล่าว

ขณะที่พล.อ.อนุพงศ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย กล่าวก่อนการประชุมว่า ในการประชุม ป.ย.ป.วันนี้มี 2 ประเด็นหลักคือ เรื่องภาพรวมการทำงานของ ป.ย.ป.และการเตรียมการหลังมีการประกาศใช้รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ขณะที่คณะกรรมการเตรียมการสร้างความสามัคคีปรองดอง จะมีการรายงานความคืบหน้าสรุปผลการรับฟังความคิดเห็นจากพรรคการเมืองและภาคประชาสังคม.

กรธ. ซ้อมแจง กม.”พรรคการเมือง- กกต.” ต่อ สนช.

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/272673

พรรคการเมือ- กกต, กมพรรคการเมือ-, มือ, การ, พรรค, ใบเฟิร์น พัสกร พลบ, กฎหมายลูก, คมชัดลึก, ซ้อม, แจง, พรรคการเมือง, กกต, ต่อ, กรธ, ซ้อมแจง, กมพรรคการเมือง-, สนช, พรรคการเมือง- กกต

กรธ. ซ้อมแจง กม.”พรรคการเมือง- กกต.” ต่อ สนช. เชื่อไม่ฟาดฟันรุนแรง

เมื่อเวลา 10.00 น. กรรมการร่างรัฐธรรมนูญนำโดยนายมีชัย ฤชุพันธ์ ได้นัดประชุมเพื่อเตรียมความพร้อมในการเข้าชี้แจง ต่อสภานิติบัญญัติแห่งชาติ สนช. ที่จะพิจารณาร่าง พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วย  กกต. และ ร่าง พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วย พรรคการเมือง   โดย หลังการประชุม นายมีชัยให้สัมภาษณ์ว่าเราเตรียมทุกประเด็น โดยเบื้องต้นไม่แน่ใจว่า สนช. จะซักถามอะไรบ้าง ซึ่งจะให้ กรธ. ทั้งคณะเข้าไปร่วมชี้แจงเผื่อจะมีบางประเด็นที่ถูกตั้งคำถามและบางคนจำได้ บางคนจำไม่ได้  ทั้งนี้ในส่วนของการพิจารณา พ.ร.ป.กกต. จะให้ นายภัทระ คำพิทักษ์ และ นายปกรณ์ นิลประพันธ์ เข้าไปร่วมเป็นกรรมาธิการ  ขณะที่ พ.ร.ป.พรรคการเมืองก็จะส่งนายอุดม รัฐอมฤต และ นายธนวัฒน์ สังข์ทอง   ร่วมเป็น กมธ.

นายมีชัยกล่าวว่ากรณีที่ทางกรรมาธิการของ สนช. อาจจะแปรญัตติเพื่อแก้ไขบทบัญญัติตนเชื่อว่าจะไม่มีการฟาดฟันประเด็นที่รุนแรงแต่จะพิจารณาในประเด็นถ้าหากเป็นของดีคงแก้ได้ไม่มีปัญหาแต่หากเป็นประเด็นที่ไม่ดีเขาคงไม่แก้  ซึ่งเป็นของธรรมดา  ส่วนการพิจารณาของ กมธ. ที่พรรคการเมืองขอเปิดฟังความเห็น ตนตอบแทนไม่ได้ ต่องให้ กมธ. พิจารณาเอง

สนช.รับหลักการ พ.ร.บ.ยุทธศาสตร์ชาติ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/272603

วิษณุ, สนช, รับ, หลักการ, พรบ, ยุทธศาสตร์, ชาติ, สนชรับหลักการ, พรบยุทธศาสตร์ชาติ

สนช.รับหลักการพ.ร.บ.ยุทธศาสตร์ชาติ ติงซุปเปอร์บอร์ดควรมาจากหลากหลายอาชีพ ”วิษณุ”แจงแผนยุทธศาสตร์ชาติผูกพันทุกองค์กร ไม่ปฏิบัติเจอบทลงโทษ

       20 เม.ย. มีการประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.) ที่มีนายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย รองประธานสนช.คนที่ 1 เป็นประธานการประชุม ได้พิจารณาร่าง พ.ร.บ.การจัดทำยุทธ์ศาสตร์ชาติ พ.ศ… ที่คณะรัฐมนตรี(ครม.) เป็นผู้เสนอ โดยนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวชี้แจงว่า กฎหมายฉบับนี้ เป็นพวงเดียวกันกับ ร่างพ.ร.บ.แผนและขั้นตอนการดำเนินการปฏิรูปประเทศ พ.ศ… เป็นพี่น้องกัน แต่ไม่ถึงขนาดเป็นฝาแฝด กฎหมายยุทธศาสตร์ชาติเปรียบเป็นพี่ใหญ่กว่า สำคัญกว่าเพราะรัฐธรรมนูญใหม่กำหนดไว้ว่า รัฐ หมายถึง ครม.ต้องจัดทำกฎหมายยุทธศาสตร์เพื่อวางเป้าหมาย เป็นแผนที่เกี่ยวกับความมั่นคงของชาติ เศรษฐกิจ การใช้งบประมาณ กำลังคน ให้เสร็จภายใน 120 วัน หลังร่างรัฐธรรมนูญประกาศใช้ จากนั้นนับหนึ่ง ตั้งคณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติ หรือเรียกว่าซุปเปอร์บอร์ด มาดำเนินการตามแผนยุทธศาสตร์ชาติที่กำหนดขึ้นมา ให้เสร็จใน 1 ปี ซึ่งจะเป็นกฎหมายที่เหนือกว่าทุกฉบับ มีผลผูกพันกับทุกองค์กร หากพบว่า หน่วยงานใดไม่ปฏิบัติตามแผนแม่บทยุทธศาสตร์ชาติ จะมีมาตรการในเชิงบังคับ ในสถานเบาจะตักเตือนให้แก้ไข แต่ถ้ายังไม่นำพา ให้ส่งเรื่องไปที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) หาก ป.ป.ช. ชี้ว่า กระทำผิดจริง จงใจฝ่าฝืน ให้ดำเนินการกับหัวหน้าส่วนราชการ หน่วยงานนั้น ตามกฎหมายได้

“ส่วนกรณีที่กังวลกันว่า การกำหนดยุทธ์ศาสตร์ชาติไว้ล่วงหน้า 20 ปี สุ่มเสี่ยงต่อความเปลี่ยนแปลงของโลกนั้น รัฐบาลใดก็ตามที่เห็นถึงผลกระทบที่จะเกิดขึ้น ก็ปรับแก้ไขกฎหมายยุทธศาสตร์ชาติได้ ไม่เหลือบ่ากว่าแรง ยืนยันว่าแก้ไขไม่ยาก แต่ต้องเข้าตามตรอกออกตามประตู ให้เหมือนกันตอนตั้งต้นร่างกฎหมายยุทธศาสตร์ชาติ คือจะต้องผ่านการรับฟังความคิดเห็นประชาชน และต้องผ่านสภา ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับมาตรา 77 ตามรัฐธรรมนูญที่ต้องร่างกฎหมายฉบับนี้ ต้องรับฟังความเห็นนั้น สนช.ไม่ต้องกังวลเพราะต้องชมสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ(สปท.) ที่ดำเนินการรับฟังความคิดเห็นส่งมาที่รัฐบาลแล้ว ก็ไม่ต้องรับฟังความเห็นเพิ่มอีก แต่ต่อจากนี้จะเปิดเผยเนื้อหาของร่างพ.ร.บ.ดังกล่าวต่อสาธารณะเรื่อยๆ” รองนายกฯ กล่าว

จากนั้นที่ประชุมเปิดให้สมาชิกอภิปราย โดยส่วนใหญ่สนับสนุน แต่ตั้งข้อสังเกตถึงการมีคณะกรรมการซุปเปอร์บอร์ด 14 คน และผู้ทรงคุณวุฒิถือว่าใช้ได้ แต่อยากให้มีความหลากหลายในทุกสขาอาชีพ เพื่อให้ภาคประชาชน มีส่วนร่วมมากขึ้น เช่น องค์กรเอ็นจีโอและสื่อมวลชน  และไม่ควรกำหนดห้ามผู้ที่มีอายุเกิน 75 ปี มาเป็นคณะกรรมการ          นพ.เจตน์ ศิรธรานนท์ สนช. กล่าวว่า การมีส่วนร่วมของภาคประชาชน ถือว่าสำคัญ เป็นเกราะที่จะทำให้ยุทธศาสตร์ชาติ เดินไปได้ เราหวังว่า ยุทธศาสตร์ชาตินี้จะช่วยให้การเดินทางของประเทศเราเดินไปข้างหน้าได้ โดยไม่ถอยหลัง ดังนั้น การเดินหน้าจึงต้องอาศัยภาคประชาชน และเพื่อให้ยุทธศาสตร์ชาติ เกิดความศักดิ์สิทธิ์ ควรให้นายกฯ และหัวหน้าส่วนราชการมาเข้าร่วมประชุมเอง เพราะถึงอย่างไร นายกฯก็ต้องมารายงานผลต่อสภาอยู่แล้ว

นายสมชาย แสวงการ สนช. กล่าวว่า แผนยุทธศาสตร์ชาติจะทำให้การพัฒนาประเทศ มีความต่อเนื่อง แต่เมื่อดูจากองค์ประกอบโครงสร้าง ของคณะกรรมการดำเนินงานแล้ว  มีบุคลากรทางด้านความมั่นคงมากเกินไป จึงเกรงว่า จะกลายเป็นการพัฒนายุทธศาสตร์ชาติด้านความมั่นคงมากกว่าทางด้านเศรษฐกิจ จึงขอเสนอให้ปรับลดสัดส่วน เพื่อนำประเทศไทยไปสู่แผนพัฒนาเศรษฐกิจ 4.0 ควรนำคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ด้านนวัตกรรมวิทยาศาสตร์ เศรษฐกิจดิจิตอล เข้าไปดำเนินงานด้วย

เช่นเดียวกับนายทวี ศักดิ์ ที่เสนอว่า สัดส่วนโครงสร้างคณะกรรมการ โดยเฉพาะการให้ประธานสภาผู้แทนราษฎร และประธานวุฒิสภา มาดำรงตำแหน่งรองประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติโดยตำแหน่ง เกรงว่าการทำงานจะลักลั่น เพราะการดำเนินงานยุทธศาสตร์ชาติ ควรเป็นหน้าที่ฝ่ายบริหารเพียงอย่างเดียว ไม่ควรนำฝ่ายนิติบัญญัติและตุลาการมาเกี่ยวข้อง

ภายหลังที่สมาชิกอภิปรายเสร็จสิ้นแล้ว นายวิษณุ ชี้แจงว่า องค์ประกอบของคณะกรรมการซุปเปอร์บอร์ดทั้งหมด 32 คน หากกมธ.หรือสมาชิกเห็นว่า ควรจะเพิ่มหรือลด อย่างไรก็ขอให้คำนึงถึงความเหมาะสมด้วย สำหรับคณะกรรมการที่มาจากหน่วยความมั่นคงจำนวนมากนั้น มีที่มาที่ไป เพราะโดยตำแหน่งเหล่านี้ มาจากวุฒิสภา ตามที่รัฐธรรมนูญกำหนด จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องนำท่านเหล่านี้มาดูแลความมั่นคง นอกจากนี้ ยังมีกรรมการจัดทำยุทธศาสตร์ชาติ 15 คนในด้านต่าง ๆ ซึ่งไม่ใช่อนุกรรมาธิการ ก็จะเข้ามาทำงานหนักกว่า คณะกรรมการชุดใหญ่อีก ทั้งนี้ การจะปรับปรุงแก้ไขข้อเสนอใดๆก็ตาม ข้อให้ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของ คณะกรรมาธิการฯที่จะเห็นสมควร

จากนั้นที่ประชุมได้ลงมติรับหลักการในวาระ 1 เห็นชอบด้วยคะแนน 196 ต่อ 0 และงดออกเสียง 3 พร้อมตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ 33 คน ให้แล้วเสร็จภายใน 60 วัน