5 ฐานข้อมูลสู่สัญญาประชาคม !!!

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/272588

“โฆษกคณะปรองดอง”เผยทำฐานข้อมูล 5 กลุ่ม คัดสู่ร่างสัญญาประชาสังคม ยึดรธน.-ตอบโจทย์ประชาชน-ทำได้จริง

       20 เม.ย. พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคงและรัฐมนตรีว่าการการกระทรวงกลาโหม ในฐานะรองประธานคณะกรรมการเตรียมการเพื่อสร้างความสามัคคีปรองดอง ประชุมคณะอนุกรรมการทั้ง 4 คณะ โดยมี พล.อ.ชัยชาญ ช้างมงคล ปลัดกระทรวงกลาโหมและประธานคณะอนุกรรมการรับฟังความคิดเห็นเพื่อสร้างความสามัคคีปรองดอง พล.อ.สุรพงษ์ สุวรรณอัตถ์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด และประธานคณะอนุกรรมการเพื่อพิจารณาบูรณาการข้อคิดเห็นข้อเสนอแนะเพื่อสร้างความสามัคคีปรองดอง พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ผู้บัญชาการทหารบก และประธานคณะอนุกรรมการจัดทำข้อเสนอกระบวนการเพื่อสร้างความสามัคคีปรองดอง และพล.ต.คงชีพ ตันตระวาณิช โฆษกกระทรวงกลาโหม และประธานคณะอนุกรรมการด้านการประชาสัมพันธ์เพื่อสร้างความสามัคคีปรองดอง

จากนั้นเวลา 16.00 น.พล.ต.คงชีพ แถลงผลการประชุมว่า การประชุมของคณะกรรมการเตรียมการ สร้างความสามัคคีปรองดอง เพื่อรับ ฟัง ความเห็นที่ได้รวบรวม มาจากอนุกรรมการชุดที่ 1 ทั้งส่วนกลาง และภูมิภาค ตั้งแต่วันที่ 14 กุมภาพันธ์ถึง 5 เมษายน โดยการดำเนินการครั้งนี้ปลัดกระทรวงกลาโหมได้นำข้อมูลมาส่งต่อให้คณะกรรมการชุดที่ 2 และมีการนำเสนอให้ที่ประชุมได้รับทราบซึ่งผู้ทรงคุณวุฒิได้ให้ความคิดเห็นข้อเสนอแนะ

พล.ต.คงชีพ กล่าวว่า คณะกรรมการได้ร่วมกันพิจารณาข้อคิดเห็นกันอย่างเต็มที่เพื่อให้ได้ข้อสรุปและสามารถใช้ในการประชุมกลุ่มย่อยโดยได้รวบรวมข้อมูลจากการรับฟังที่ได้มาอย่างเป็นระบบและใช้มาตรฐานเชิงวิชาการเพื่อเป็นพื้นฐานการทำร่างสัญญาประชาคม ทั้งนี้จะมีการประชุมกลุ่มย่อย จากส่วนกลางในวันที่ 26 เมษายนนี้ โดยสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม ในขณะที่ส่วนภูมิภาคจะเป็นหน้าที่ของ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงราชอาณาจักร (กอ.รมน.) จะดำเนินการในกลุ่มจังหวัดจังหวัดละ 4 – 9 จังหวัด ดำเนินการภาคละ 3 ครั้ง คือ ภาคเหนือ ที่ จ.เชียงใหม่ จ.เชียงราย จ.พิษณุโลก ภาคกลาง ที่ กทม.จ.สระบุรี จ.เพชรบุรี ภาคใต้ที่ จ.กระบี่ จ.สุราษฎร์ธานีจ.สงขลา ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จ.อุบลราชธานี จ.อุดรธานี จ.นครราชสีมา

พล.ต.คงชีพ กล่าวว่า การประชุมกลุ่มย่อย ทั้งส่วนกลางและระดับพื้นที่ จะคำนึงถึงเรื่องของการให้เกียรติซึ่งกันและกันตามที่พล.อ.ประวิตรได้เน้นย้ำและให้ความสำคัญในการรับฟังความเห็นจากทุกพรรคการเมืองทุกกลุ่มการเมืองและภาคส่วนต่าง ๆ อย่างเท่าเทียมกันและให้ใส่ใจในเรื่องของรายละเอียดเพื่อเปิดโอกาสให้กลุ่มที่เคยมาให้ความคิดเห็น ได้ทบทวน ข้อมูลที่เคยเสนอไปเพื่อให้ครบถ้วนสมบูรณ์ภายใต้กรอบที่เคยให้ความคิดเห็นไปแล้ว และต้องไม่ให้เกิดความขัดแย้งหรือโต้เถียง

พล.ต.คงชีพ กล่าวต่อว่า ในส่วนของเนื้อหาสาระ ในส่วนของภาคกลางได้ให้ความสนใจเรื่องการเมืองมากกว่าด้านอื่น ๆ ส่วนภาคอื่น ๆ ให้การเข้าถึงในการบริหารทรัพยากรทั้งที่ดินและน้ำ สำหรับในส่วนของกลุ่มการเมืองนั้นสามารถจำแนกการรับความเป็นกลุ่มต่าง ๆ โดยมีความต้องการในการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจังและเป็นธรรม ในส่วนของนักวิชาการนิสิตนักศึกษาและสื่อมวลชน เน้นในเรื่องกติกาการเมืองปัญหาคอรัปชั่นและความมุ่งมั่นในการแก้ไขปัญหาของภาครัฐ

พล.ต.คงชีพ กล่าวว่า ได้มีการจัดฐานข้อมูลที่ได้เป็น 5 กลุ่ม 1. เป็นข้อเสนอที่รัฐบาลและคสช.ได้ดำเนินการแล้ว กำลังดำเนินการอยู่ 2. เป็นข้อเสนอที่สามารถดำเนินการได้ทันที 3. เป็นเรื่องที่ต้องใช้เวลาในการดำเนินการ 4. เป็นข้อเสนอที่ต้องการสร้างความรับรู้เพื่อไม่ให้ขยายไปสู่ความขัดแย้งและ 5. กลุ่มข้อมูลที่จำเป็นจะต้องศึกษาเพิ่มเติมเพื่อนำไปสู่การแก้ไข

ส่วนแนวทางร่างสัญญาประชาคมที่จะออกมานั้น คงไม่ถึงขั้นเป็นรูปเล่มแต่จะเป็นในลักษณะใด ขอให้รอความชัดเจนอีกครั้ง แต่จะมุ่งเน้นเรื่องการตอบสนองความต้องการของประชาชนส่วนใหญ่ หรือยึดประชาชนเป็นศูนย์กลาง ขณะเดียวกันไม่ละเลยความเห็นหรือเสียงของคนส่วนน้อย และสอดคล้องกับรัฐธรรมนูญและแนวทาง ที่รัฐธรรมนูญกำหนดไว้

“แนวทางของร่างสัญญาประชาคมที่ออกมาภาพรวมจำเป็นจะต้องอธิบายให้เห็นถึงสภาพแวดล้อมและความเป็นมาของปัญหาและสิ่งที่ประชาชนมุ่งหวังโดยจะมีการจัดลำดับความเร่งด่วนออกมา ทำเนื้อหาสาระที่จะมีความชัดเจนเข้าใจง่ายและส่งเสริมการปฏิบัติที่เป็นไปได้ มีความปรองดองและปฏิบัติได้จริง ส่วนอะไรที่ยังไม่สามารถทำได้ เห็นสมควรที่จะต้องระบุไปด้วย เมื่อถึงเวลาสมควรก็จะต้องดำเนินการ ส่วนความคิดเห็นที่ไม่ได้จัดทำเป็นร่างสัญญาประชาคม คณะกรรมการก็ไม่ได้ละเลยจะมีการประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนทราบต่อไป” พล.ต.คงชีพ กล่าว

พล.ต.คงชีพ กล่าวว่า คณะกรรมการเตรียมการเพื่อสร้างความสามัคคีปรองดอง ได้ให้ความสำคัญและน้ำหนัก กับความคิดเห็นในระดับภูมิภาค เนื่องจากเป็นเสียงของประชาชนส่วนใหญ่ โดยนำข้อเสนอไปใช้ในการแก้ไขปัญหาของรัฐบาลและส่วนหนึ่งจะถูกเสนอให้ สปท. ในการจัดทำแนวทางการปฏิรูป อีกส่วนหนึ่งเสนอให้ สนช.ในการจัดทำร่างกฎหมายเพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการของประชาชนอย่างครบถ้วน โดยดำเนินการควบคู่กันไป

กกต.เตรียมทำคู่มือเลือกตั้งเพื่อคนพิการ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/272581

สมชัย, กกต, กกต, เตรียม, คู่มือ, เลือกตั้ง, เพื่อ, คนพิการ

“กกต.”เตรียมทำประชาพิจารณ์ผู้พิการ หวังยกระดับหน่วยเลือกตั้งไทยเป็นคู่มือต้นแบบสากล

         20 เม.ย. – นายสมชัย ศรีสุทธิยากร กรรมการการเลือกตั้ง ด้านบริหารกลาง เปิดเผยหลังการประชุมร่วมกับมูลนิธิเครือข่ายเพื่อการเลือกตั้ง(อันเฟรล) เพื่อหาแนวทางในการอำนวยความสะดวกให้กับผู้พิการ ผู้สูงอายุ โดยได้มีการแบ่งกลุ่มผู้พิการออกเป็น 7 กลุ่ม แบ่งเป็น ผู้พิการทางการมองเห็น ผู้พิการทางการได้ยิน ผู้พิการทางร่างกาย และผู้พิการทางจิตใจ สติปัญญาการเรียนรู้และออทิสติก ซึ่ง กกต.ให้ความสำคัญกับกลุ่มผู้พิการ ผู้สูงอายุที่จะใช้สิทธิ์ในการเลือกตั้งให้เท่าเทียมกับคนปกติ

โดยแนวทางการอำนวยความสะดวกแก่กลุ่มคนเหล่านั้น กกต.เห็นว่าต้องแก้ไขกฎหมาย กฎระเบียบข้อบังคับ ใช้เทคโนโลยีทุกช่องทางในการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารให้เข้าถึงผู้พิการและผู้สูงอายุ พร้อมทั้งต้องปรับทัศนคติความเชื่อที่มีต่อผู้พิการ อีกทั้งต้องมีการจัดเตรียมสถานที่จัดการเลือกตั้งในการอำนวยความสะดวกสำหรับผู้พิการในการออกไปใช้สิทธิ์ เช่นการออกแบบหน่วยเลือกตั้งที่มีความเป็นสากล มีทางลาดชันสำหรับผู้พิการ  มีเทคโนโลยีที่เป็นการช่วยเหลือผู้พิการ เช่นอักษรเบรลล์ หรือหนังสือเสียง เป็นต้น รวมถึงการเตรียมบุคลากรเพื่ออำนวยความสะดวก เช่นมีกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งหรือเจ้าหน้าที่อำนวยความสะดวกอย่างเต็มที่ อบรมภาษามือที่จำเป็นให้กับเจ้าหน้าที่ประจำหน่วยเพื่อสื่อสารกับผู้ใช้สิทธิ์ รวมถึงปรับทัศนคติในการช่วยเหลือผู้พิการและผู้สูงอายุมากกว่าคนทั่วไป เพื่อไม่เป็นอุปสรรคในการเลือกตั้ง

“กกต.จะจัดทำหนังสือคู่มือการจัดการเลือกตั้งสำหรับผู้พิการ ซึ่งจะมีการทำประชาพิจารณ์โดยจะเชิญตัวแทนผู้พิการทุกรูปแบบ 100 คนมาแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับแนวทางการจัดการเลือกตั้งเพื่ออำนวยความสะดวกสำหรับผู้พิการ ในวันที่ 3 พ.ค. นี้ ที่โรงแรมเซนทรา ศูนย์ราชการ แจ้งวัฒนะ ซึ่งคู่มือดังกล่าว กกต.จะจัดทำร่วมกับมูลธิอันเฟรลใช้เป็นต้นแบบในการเลือกตั้งในประเทศไทย และจะเป็นคู่มือเล่มแรกของโลกที่จะนำไปใช้สำหรับการจัดการเลือกตั้งสำหรับผู้พิการ ซึ่งจะจัดทำเป็นภาษาไทยและภาษาอังกฤษด้วย”นายสมชัย กล่าว

นายสมชัย กล่าวต่อว่า สำหรับแนวทางในการจัดทำคู่มือจัดการเลือกตั้งอำนวยความสะดวกแก่ผู้พิการ เช่น การจัดทำเวบไซต์ให้ข้อมูลระบบเสียงและสามารถปรับขนาดตัวอักษรและสีตัวอักษรได้ จัดสถานที่เลือกตั้งพิเศษสำหรับผู้พิการที่ลงชื่อไม่น้อยกว่า 40 คนจากเดิมที่กำหนด 100 คนต่อหน่วยเลือกตั้ง รวมถึงเปิดโอกาสให้ผู้พิการเข้าร่วมเป็นอาสาสมัครสังเกตการณ์เลือกตั้งหรือร่วมเป็นกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง

อย่างไรก็ตาม ยอมรับว่าการดำเนินการดังกล่าวอาจจะส่งผลกระทบต่องบประมาณในการจัดการเลือกตั้งบ้าง แต่เรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญในการเปิดโอกาสให้กลุ่มคนเหล่านี้เข้ามามีสิทธิ์ในการเลือกตั้ง ถือเป็นเรื่องที่ดี ถึงจะใช้งบประมาณมากกว่าเดิม แต่ถือเป็นเรื่องจำเป็นที่ต้องทำ คุ้มค่าในการที่จะดำเนินการเพื่อให้คนเหล่านี้เข้าถึงสิทธิเลือกตั้ง

จบแล้ว !! “วัฒนา”ยุติตามหาหมุดคณะราษฎร

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/272555

วัฒนา เมืองสุข, หมุดคณะราษฎร์, แล้ว, วัฒนา, ยุติ, ตามหา, หมุด, คณะ, ราษฎร, จบแล้ว

“วัฒนา”ขอยุติตามหาหมุดคณะราษฎร หลัง เข้ารับทราบข้อกล่าวหาปอท. ยัน หมุดคณะราษฎรเป็นโบราณวัตถุ ระบุ ไม่ใช่หน้าที่กรมศิลป์ตัดสิน

        20 เม.ย. ที่กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ปอท.) นายวัฒนา เมืองสุข อดีตสภาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน เพื่อรับทราบข้อกล่าวหา กรณีโพสข้อความผ่านเฟสบุ๊คว่า หมุดคณะราษฎรที่ติดตั้งที่ลานพระบรมรูปทรงม้าว่าเป็นโบราณวัตถุ ให้คนไทยเรียกร้องทวงคืนซึ่งเป็นเท็จทำให้ประชาชนบางส่วนเข้าใจผิด ออกมาเคลื่อนไหว เข้าข่ายยุยงปลุกปั่น

โดยนายวัฒนา กล่าวก่อนรับทราบข้อกล่าวหาว่า ในเบื้องต้นตนได้รับทราบข่าวจากหนังสือพิมพ์ จากที่พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล์ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้สัมภาษณ์ก่อนหน้านั้นว่า จะแจ้งข้อกล่าวหากับตนในกรณีดังกล่าว ในวันนี้ตนเลยได้เดินทางมาที่ปอท. ด้วยตนเองไม่มีใครออกหมายเรียก เพื่อจะสอบถามกับพนักงานสอบสวนว่าจะแจ้งข้อหาตนด้วยข้อหาอะไร เพราะถ้าหายไปเดี๋ยวจะหาว่าหลบหนี จึงเดินทางมาหาเลย จะได้ไม่ต้องเสียเวลาออกหมายเรียกให้เปลืองงบราชการ

“เมื่อเช้าผมเพิ่งอ่านบทความที่นายชาญวิทย์ เกษตรศิริ อดีตอธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่านได้ให้ความเห็นว่ามันเป็นโบราณวัตถุ ซึ่งนักวิชาการก็มีความเห็นแบบเดียวกันหลายคน ถ้าความเห็นทางวิชาการเป็นความเท็จก็ไปตามจับมาให้ครบถ้าเกิดดำเนินคดีผมคนเดียว ผมจะฟ้องสำนักงานตำรวจแห่งชาติทั้งหมดเลย” นายวัฒนา กล่าว

นายวัฒนา กล่าวต่อว่า ตนขอเข้าไปดูก่อนว่าพนักงานสอบสวนจะแจ้งข้อกล่าวหาอะไรเพราะตนไม่อยากคาดเดา อยากให้เอาข้อเท็จจริงมาพูดกันว่าเขากล่าวหาอย่างไรแต่เท่าที่ได้ฟังนั้นค่อนข้างตลก เพราะว่าการแสดงความคิดเห็นมันเป็นความผิด แล้ววันหนึ่งสื่อก็จะติดคุกด้วย เพราะว่าไม่สามารถจะแสดงความคิดเห็นอะไรได้

ทั้งนี้ภายหลังการเข้ารับทราบข้อกล่าวหาและชี้แจงต่อพนักงานสอบสวนเป็นเวลา 30 นาที นายวัฒนา ออกมาให้สัมภาษณ์กับสื่ออีกครั้ง โดยกล่าวว่า ได้ชี้แจ้งถึงเจตนาในการโพสข้อความทางเฟสบุ๊คทั้งหมดต่อพนักงานสอบสวนแล้ว โดยเจ้าหน้าที่ให้กลับไปเขียนคำชี้แจ้งทั้งหมดภายใน 30 วัน ขณะเดียวกันยืนยันว่าสิ่งที่ตนเองโพสนั้น เป็นการแสดงความคิดเห็นเชิงข้อเท็จจริงเท่านั้น ซึ่งเรื่องทั้งหมดเป็นความเห็นของผู้มีอำนาจมองว่าหมุดคณะราษฎรไม่มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์ ซึ่งการจะมีหรือไม่มี ไม่มีใครสามารถชี้ชัดได้แม้ก่อนหน้านี้กรมศิลปากรออกมาระบุว่าหมุดคณะราษฎรไม่ใช้โบราณวัตถุตามพ.ร.บ.โบราณสถานและโบราณวัตถุ ซึ่งหน้าที่ของกรมศิลปากรไม่ได้มีหน้าที่ออกมาชี้ชัดว่าสิ่งไหนใช่หรือไม่ใช่โบราณวัตถุ แต่มีหน้าที่พิทักษ์รักษาและดูแลเท่านั้น

นายวัฒนา ยืนยันว่าจะไม่ฟ้องกับพนักงานสอบสวนเพราะเห็นว่าเป็นผู้ใต้บังคับบัญชา พร้อมฝากผู้ที่ออกคำสั่งว่าก่อนจะสั่งการหรือเอาผิดใครควรจะศึกษาข้อมูล หรือหาผู้ที่รู้ข้อมูลจริง โดยควรออกมาเผชิญหน้าด้วยตัวเอง อย่าสั่งการอยู่เบื้องหลังเพียงอย่างเดียว ขณะเดียวกันเห็นว่าสำนักงานตำรวจแห่งชาติถ้าไม่ยืดมั่นหลักคุณธรรมจริยธรรม ประชาชนก็จะใช้เป็นที่พึ่งไม่ได้โดยคำสั่งที่มาดำเนินคดีตนเองทำให้ภาพลักษณ์ของตำรวจเสื่อมเสีย และตกต่ำ พร้อมยืนยันว่าตนคือคนจริงไม่กลัวใคร

นายวัฒนา ยังกล่าวอีกว่า จะไม่ออกมาเคลื่อนไหวหรือตามหาหมุดคณะราษฎรอีกแล้ว โดยเรื่องทั้งหมดจะจบเท่านี้ ส่วนใครจะออกมาเคลื่อนไหวอย่างไรก็เป็นสิทธิที่สามารถกระทำได้

สนช.ผ่านร่าง พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการในพระองค์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/272541

สนช, ระเบียบบริหารราชการในพระองค์, ผ่าน, ร่าง, พรบ, ระเบียบ, บริหาร, ราชการ, พระองค์, สนชผ่านร่าง

สนช.ผ่านร่างกฎหมายระเบียบบริหารราชการในพระองค์

  20 เม.ย.60 –  ที่รัฐสภา มีการประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.) ที่มีนายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสนช. เป็นประธานในการประชุม ก่อนเข้าสู่วาระเรื่องด่วน   นายสมชาย แสวงการ สมาชิกสนช.ในฐานะเลขานุการคณะกรรมาธิการวิสามัญกิจการสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (วิปสนช.)ได้เสนอเปลี่ยนระเบียบวาระและจัดลำดับวาระการประชุมใหม่ตามข้อบังคับการประชุมสนช.ข้อที่ 39  (2 ) ดังนี้ พิจารณาเรื่องด่วนที่  4  จากนั้นพิจารณาร่างพระราชบัญญัติโอนงบประมาณรายจ่าย พ.ศ. .ร่างพ.ร.บ.จัดทำยุทธศาสตร์แห่งชาติ พ.ศ… และ ร่างพ.ร.บ.แผนและขั้นตอนการดำเนินการปฏิรูปประเทศพ.ศ.. ตามลำดับ ซึ่งที่ประชุมไม่เห็นเป็นอย่างอื่น นายพรเพชร กล่าวว่า วาระการประชุมเรื่องด่วนที่ 4  นั้นตนได้มีการบรรจุเข้าระเบียบวาระการประชุมเป็นวาระเพิ่มเติมแล้ว

จากนั้นที่ประชุมได้พิจารณา ร่างพ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการในพระองค์ พ.ศ. ….ที่คณะรัฐมนตรีเป็นผู้เสนอ โดยนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้แทนรัฐบาลได้ชี้แจงว่า คณะรัฐมนตรี ได้เสนอร่างพ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการในพระองค์ พ.ศ. …..  โดยคณะรัฐมนตรีได้ขอให้การประชุมเพื่อพิจารณาร่างพ.ร.บ.ฉบับนี้เป็นการประชุมลับ ตามข้อบังคับการประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ข้อที่ 13 ทั้งนี้เพราะว่าคณะรัฐมนตรียังไม่ได้ปลดชั้นความลับ ขั้นลับที่สุด จึงขอดำเนินการตามระเบียบว่าด้วยการรักษาความลับของทางราชการ พ.ศ.2544 ให้เป็นเรื่องลับที่สุดทุกขั้นตอน ทั้งเอกสารและกระบวนการพิจารณา ซึ่งนายพรเพชร กล่าวว่า เมื่อครม.เสนอให้เป็นการประชุมลับ ซึ่งเป็นไปตามข้อบังคับจึงขอเชิญผู้ที่ไม่มีหน้าที่เกี่ยวข้องออกจากห้องประชุม งดการกระจายเสียง และแพร่ภาพทางโทรทัศน์วงจรปิดทางรัฐสภา และได้ดำเนินการให้เป็นการประชุมลับ ซึ้งที่ประชุมได้ใช้เวลา 2 ชั่วโมง

รายงานข่าวแจ้งว่า ร่างพ.ร.บ.ดังกล่าวส่วนเหนึ่งเป็นการโอน 6 หน่วยงานที่มีอยู่ในปัจจุบันไปรวมอยู่ใน 3 หน่วยงาน คือ  1.สำนักพระราชวัง  ประกอบด้วย สำนักราชเลขาธิการ  สำนักพระราชวัง   2.หน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์ ประกอบด้วย กรมราชองครักษ์  หน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์  สำนักนายตำรวจราชสำนักประจำ  และ 3.สำนักงานองคมนตรี เพื่อให้การบริหารหน่วยงานมีความกระชับมากขึ้น ซึ่งการพิจารณาร่างพ.ร.บ.ดังกล่าวได้ตั้งกรรมาธิการเต็มสภาและได้ผ่านความเห็นชอบ 3 วาระรวด

ด้านนายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสนช.ปฏิเสธที่จะให้สัมภาษณ์ในรายละเอียดการพิจารณาร่างพ.ร.บ.ดังกล่าวบอกเพียงว่าเป็นการประชุมลับ ไม่สามารถเปิดเผยได้

ผบ.ทบ.ชี้ป่วนใต้ 13 จุดหวังแสดงศักยภาพ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/272535

คมชัดลึก, ก่อเหตุ, มอบตัว, ผู้เห็นต่าง, เสียชีวิต, คนร้าย, หวั่นไหว, 13 จุด, ป่วนใต้, ผบทบ, ผบทบ, ชี้, ป่วน, ใต้, จุด, หวัง, แสดง, ศักยภาพ, ผบทบชี้ป่วนใต้, จุดหวังแสดงศักยภาพ

ผบ.ทบ.ชี้ ป่วนใต้ 13 จุด หวังแสดงศักยภาพ และหวั่นไหว หลังมีผู้เห็นต่างเข้ามอบตัว เผยคนร้ายเสียชีวิต เป็นหนึ่งเคยก่อเหตุก่อนหน้านี้

          20 เม.ย. 60 – พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ผู้บัญชาการทหารบก กล่าวถึงกรณีกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบวางระเบิดในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ว่า กรณีที่เกิดเหตุการณ์ประมาณ 13 จุด ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ประกอบด้วย จ.นราธิวาส จ.ปัตตานี และพื้นที่บางส่วนของ จ.สงขลา ซึ่งในภาพรวมเจ้าหน้าที่ของรัฐมีความปลอดภัย ทั้งนี้การก่อเหตุของผู้ก่อเหตุรุนแรง เลือกเป้าหมายที่สามารถเข้าถึงได้ง่าย และเป็นเป้าหมายที่อยู่ในวิถี เส้นทางหลัก โดยใช้ยุทธวิธีคือการโยนระเบิดเข้าไป ในภาพรวมเชื่อว่าเป็นการแสดงศักยภาพของกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรง เนื่องจากมีการก่อเหตุพร้อมกันในหลายๆพื้นที่ ส่วนความรุนแรงของเหตุการณ์นั้น ถือว่าไม่มีผลเสียหายมากนัก

พล.อ.เฉลิมชัย กล่าวว่า ซึ่งในทางปฏิบัติตนได้สั่งการให้หน่วยที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะที่เป็นเป้าหมายหลักในเวลานี้ คือ อาสาสมัคร (อส.) และตำรวจ ได้เพิ่มมาตรการวางกำลังป้องกัน จะสังเกตได้ว่าการปฏิบัติที่ผ่านมา จะไม่สามารถเข้าถึงที่ตั้งของหน่วยทหารได้ เพราะเรามีขบวนการและมีมาตรการที่เข้มงวด ทั้งนี้ได้สั่งการทาง พล.ท.ปิยวัฒน์ นาควานิช แม่ทัพภาคที่ 4 ไปแล้วให้ดำเนินการในเรื่องนี้อย่างเป็นรูปธรรม

พล.อ.เฉลิมชัย กล่าวอีกว่า จากที่ได้เข้าพบพล.อ.ประยุทธจันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ท่านไม่ได้สั่งกำชับอะไร แต่ท่านห่วงใยในเรื่องของสถานการณ์ที่เกิดขึ้นเกรงว่าจะมีผลกระทบต่อประชาชนในพื้นที่ จึงฝากให้ไปดูแล ซึ่งถือว่าเป็นความโชคดีเพราะเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ไม่มีผลกระทบกับประชาชนในพื้นที่ รวมถึงเจ้าหน้าที่รัฐ

พล.อ.เฉลิมชัย กล่าวว่า ส่วนเหตุการณ์ดังกล่าวเชื่อมโยงกับเหตุการณ์การก่อเหตุระเบิด 40 จุดในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ก่อนหน้านี้หรือไม่นั้น ขณะนี้ยังไม่สามารถหาเหตุผลในการก่อเหตุได้ชัดเจน แต่ตามหลักแล้วการก่อเหตุพร้อมกันในหลายพื้นที่ เพื่อต้องการแสดงตัวตนของตัวเองว่ายังมีศักยภาพอยู่

“ในช่วงที่ผ่านมาก็มีกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรง ได้เข้ามอบตัวกับแม่ทัพภาคที่ 4 จำนวนมาก ซึ่งก็ถือเป็นส่วนหนึ่งที่ก่อให้เกิดความหวั่นไหว และพยายามที่จะดำรงสถานะของตัวเองอยู่ ในส่วนของผม จะพยายามกำชับและบังคับบัญชาให้ดีที่สุด ในเรื่องเหล่านี้ เพื่อไม่ให้เกิดเหตุซ้ำอีก และจะต้องดำเนินการในเรื่องของการโต้ตอบให้ได้ ส่วนกลุ่มก่อเหตุจะเป็นกลุ่มเดิมกับที่เคยก่อเหตุ 40 จุดหรือไม่นั้น ในทางปฏิบัติทราบว่า ผู้ที่เสียชีวิตส่วนหนึ่ง ในจำนวนนั้นมีข้อมูลว่าได้ร่วมก่อเหตุในห้วงเวลาที่ผ่านมา” พล.อ.เฉลิมชัย กล่าว.

สอบจริยธรรม “อนุสรณ- สปท.มือเขก” เสร็จแล้ว

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/272529

การเมือง > ข่าวการเมือง  :  1 วันที่ผ่านมา

คมชัดลึก, ประณาม, แค่, สูงสุด, โทษ, อนุสรณ จิรพงศ์, สอบ, จริยธรรม, อนุ, สรณ, มือ, เขก, เสร็จ, แล้ว, สอบจริยธรรม, อนุสรณ-, สปทมือเขก, เสร็จแล้ว, อนุสรณ- สปทมือเขก

สอบจริยธรรม “อนุสรณ- สปท.มือเขก” เสร็จแล้ว รอลุ้น สปท. ลงมติ โทษสูงสุดแค่ประณาม

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าขณะนี้กรรมการจริยธรรมสภาปฏิรูปแห่งชาติ   ได้ตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณี นายอนุสรณ จิรพงศ์   สปท. ไปทำร้ายร่างกายเด็กเสิรฟ ที่ร้านอาหารแห่งหนึ่ง เสร็จเรียบร้อยแล้ว และ จะเสนอเนื่อให้ ร.อ.ทินพันธ์ นาคะตะ ประธาน สปท. รับทราบ และบรรจุเรื่องให้ที่ประชุมพิจารณาและลงมติในวันที่ 24  เม.ย.นี้ โดยจะเป็นการประชุมลับ และตามข้อบังคับต้องให้สมาชิกพิจารณาพร้อมอภิปรายและลงมติว่าจะเห็นด้วยกับรายงานของกรรมกาาจริยธรรมที่เสนอมาหรือไม่ โดยชั้นนี้ยังไม่ได้สรุปว่านายอนุสรณ์จะมีความผิดตามประมวลจริยธรรม ของ สปท. หรือไม่

อย่างไรก็ตามหากที่ประชุมเห็นว่าผิด  ตามข้อบังคับจะกำหนดการลงโทษไว้คือ 1.ตำหนิ 2.ตักเตือน 3.ประณาม  โดยในชั้นนี้ยังไม่ได้กำหนดรายละเอียด ว่าจะต้องทำผ่านกระบวนการใด คงต้องรอฟังมติ สปท. อีกครั้ง หากผลสอบของกรรมการจริยธรรมชี้ชัดว่าไม่ผิดก็เป็นการเสนอให้ที่ประชุมพิจารณาเท่านั้น

“มาร์ค” แนะรัฐบาลทบทวนโครงสร้างศก.

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/272524

คมชัดลึก, เปลี่ยน, เศรษฐกิจ, ทีม, ครม, มาร์ค, แนะ, รัฐบาล, ทบทวน, โครงสร้าง, อภิสิทธิ์

“อภิสิทธิ์” มองปรับ ครม.ทีมเศรษฐกิจอาจเปลี่ยนอะไรไม่ได้มาก

          20 เม.ย.60 – นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกระแสข่าวการปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) ฝ่ายเศรษฐกิจ ว่า ดูจากการปรับครม.ครั้งที่แล้ว ก็มีลักษณะของการสลับสับเปลี่ยนหมุนเวียนคนมากกว่า ดังนั้นภารกิจที่เหลืออยู่ในช่วงปีกว่าๆ ตามโรดแมปนั้น ตนก็ไม่ค่อยแน่ใจว่าการปรับ ครม. ในตอนนี้จะเปลี่ยนแปลงอะไรได้มากแค่ไหน แต่สิ่งสำคัญคือแรงกดดัน หรือเสียงสะท้อนที่ออกมาก็บ่งบอกให้เห็นถึงความไม่พึงพอใจที่เกี่ยวกับเศรษฐกิจที่มีอยู่มาก และความเป็นจริงที่คนจำนวนมากเดือดร้อนทำให้ทีมเศรษฐกิจต้องทำงานหนักขึ้นทั้งในแง่ของปัญหาเฉพาะหน้า เรื่องภาวะเศรษฐกิจ ดังนั้นถึงเวลาที่รัฐบาลต้องมาทบทวนเรื่องโครงสร้างต่างๆ ต้องเริ่มมีรูปธรรมที่ชัดเจนมากขึ้นด้วย.

“มาร์ค” หนุนเก็บค่าสมาชิกพรรค แต่…

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/272520

การเมือง > ข่าวการเมือง  :  1 วันที่ผ่านมา

คมชัดลึก, ประโยชน์, สิทธิ, ปชช, เข้าใจ, ค่าสมาชิกพรรค, มาร์ค, หนุน, เก็บ, ค่า, สมาชิก, พรรค, แต่, อภิสิทธิ์

“อภิสิทธิ์” ชี้ควรเก็บค่าสมาชิกพรรค แต่ต้องต่ำกว่า 100 บาท เหตุ พรรคต้องทำความเข้าใจกับ ปชช. ถึงสิทธิ์ประโยชน์

          20 เม.ย.60 – นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการพิจารณาร่างพ.ร.บ.ว่าด้วยพรรคการเมือง และพ.ร.บ.ว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) ของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ว่า เรื่องที่เป็นประเด็นในตอนนี้คือ ในพ.ร.บ.พรรคการเมือง ในประเด็นการเสียเงินบำรุงของสมาชิก

“ในหลักการผมอยากให้พรรคการเมืองนั้นเก็บค่าบำรุงจากสมาชิก ซึ่งที่ผ่านมาพรรคประชาธิปัตย์ก็พยายามทำอยู่ แต่การไประบุไว้ในกฎหมายจะทำให้เกิดปัญหากับหลายๆ ฝ่ายได้” นายอภิสิทธิ์ กล่าว

หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวต่อว่า สำหรับประเด็นการรีเซตพรรคการเมืองนั้น เขาก็ไม่ได้รีเซตถึงขั้นยุบทุกพรรค เพราะถ้าไปยุบทุกพรรคจริงๆ ปัญหาแรกที่เกิดขึ้นคือ จะมีการไปแย่งชื่อพรรคกัน เพราะว่าใครก็ไปขอจดทะเบียนเป็นชื่อไหนก็ได้ แต่อย่างน้อยเขาก็ไม่ได้รีเซตตรงนั้น เพียงแต่ว่าสมาชิกพรรคต้องเริ่มต้นจากศูนย์ และตอนนี้ให้เวลา 4 ปีในการมาจ่ายเงินบำรุงพรรค ซึ่งตนเห็นว่าควรจะต่ำกว่า 100 บาท เพราะพรรคการเมืองต้องทำความเข้าใจกับประชาชนถึงประโยชน์ที่ได้มีส่วนร่วมในการเป็นสมาชิกพรรคด้วย

“มาร์ค” ติงอย่านำหมุดคณะราษฎร มาเป็นชนวนขัดแย้ง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/272518

การเมือง > ข่าวการเมือง  :  1 วันที่ผ่านมา

คมชัดลึก, เกี่ยวข้อง, หน่วยงาน, ส่วนรวม, ประวัติศาสตร์, วัตถุ, หมุดคณะราษฎร, มาร์ค, ติง, อย่า, หมุด, คณะ, ราษฎร, เป็น, ชนวน, ขัดแย้ง, มาเป็นชนวนขัดแย้ง

“มาร์ค” ระบุหมุดคณะราษฎรเป็นวัตถุทางประวัติศาสตร์ และเป็นเรื่องส่วนรวม ชี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องเร่งจัดการ อย่านำมาเป็นชนวนขัดแย้ง

           20 เม.ย. 60 – นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการหายไปของหมุดคณะราษฎร ว่า ตนแปลกใจที่มาเจาะจงว่าพรรคประชาธิปัตย์ต้องมาตอบเรื่องนี้ เพราะไม่ได้มีปัญหาในการที่จะแสดงความคิดเห็น แต่นี่คือสิ่งที่เราต้องระมัดระวัง แต่เมื่อเรื่องนี้มีที่มาที่ไปแล้ว หน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็ต้องมาสืบสวนสอบสวนว่าเกิดอะไรขึ้น เพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องของส่วนรวมไปแล้ว และเป็นวัตถุประวัติศาสตร์ ดังนั้นเมื่อหายไปหรือมีการเปลี่ยนแปลง หน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่มีอำนาจหน้าที่จะต้องไปดำเนินการ จะระบุว่า คนนี้เป็นทายาทหรือว่าพรรคประชาธิปัตย์มีหัวหน้าพรรคคนแรกเป็นคณะราษฎร นั่นก็ไม่ใช่ และที่สำคัญไม่ควรเอาเรื่องนี้มาเป็นความขัดแย้งทางการเมือง หรือมาเป็นประเด็นทางการเมืองสำหรับใครคนใดคนหนึ่ง ตนหวังว่าจะไม่เป็นชนวนของความขัดแย้ง แม้แต่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) ก็ยังยอมรับว่าเรื่องนี้กระทบกับความรู้สึกของคน เราก็ต้องช่วยกันให้ก้าวพ้นตรงนี้ไปได้

“ความจริงถ้าจะใช้ในทางประวัติศาสตร์ เรากำลังพูดถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในปี 2479 ที่มีการนำหมุดมาวางนี้ ซึ่งประการแรกก็คือว่า ก่อนที่พรรคประชาธิปัตย์จะเกิดขึ้น 10 ปี แล้วก็หลังจากการเปลี่ยนแปลงการปกครอง 4 ปี ทั้งในระหว่าง 4 ปี และในช่วง 10 ปี มีทั้งการรัฐประหาร มีทั้งการที่คณะราษฎร กลุ่มต่างๆ ออกไปดำเนินการทางการเมืองในแนวทางที่ค่อนข้างจะแตกต่างกันไป ไม่ว่าจะเป็นแนวคิดเรื่องเศรษฐกิจ ไม่ว่าจะเป็นแนวคิดเรื่องการเมือง เพราะฉะนั้นจะมาบอกว่าสรุปคือคณะราษฎรตั้งพรรคประชาธิปัตย์ หรืออย่างนี้คงไม่ได้ แต่อดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เป็นหนึ่งในคณะราษฎร ก็ถูกต้อง มีบทบาทในช่วงของปี 2475 แต่ประเด็นสำคัญน่าจะอยู่ตรงนี้ คือเรื่องนี้ถ้าไปบอกว่าเป็นหมุดของคณะราษฎร หรือของทายาทของคณะราษฎร หรือของคนที่เคยเกี่ยวข้องกับคณะราษฎร ผมว่าจะสับสน ถ้าอย่างนั้นก็จะเกิดปัญหา” นายอภิสิทธิ์ กล่าว

ฮือฮา เผยคำทำนายวันเกิดสงครามโลกครั้งที่3 หลังเคยทายถูกทรัมป์ชนะมาแล้ว

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 21 เม.ย. 2560 14:48

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/919380


สื่อนอกตีข่าว ชายอ้างเป็น ‘คนส่งสารของพระเจ้า’ ทำนายวันเวลา จะเกิดสงครามโลกครั้งที่ 3 ชี้ อุบัติปีนี้ 2560แน่ หลังจากเคยทาย ทรัมป์ จะชนะเลือกตั้งได้เป็นประธานาธิบดีสหรัฐฯ ตรงเผงมาแล้ว แถมยังบอกทรัมป์จะนำโลกนี้ไปสู่สงครามโลกครั้งใหม่

เมื่อ 21 เม.ย. เว็บไซต์มิร์เรอร์ เผยนายโฮราซิโอ วิลลีกัส ชายที่อ้างว่า เป็น ‘คนส่งสารของพระเจ้า’ มีเวทมนตร์ ลึกลับ อีกทั้งยังเคยทำนายทายทักดวงชะตาของโดนัลด์ ทรัมป์ว่าจะชนะเลือกตั้ง ได้เป็นประธานาธิบดีคนใหม่ของสหรัฐฯ ถูกต้องแม่นยำมาแล้ว มาคราวนี้ ทำเอาชาวโลกอาจผวาไม่น้อย เมื่อนายวิลลีกัส พยากรณ์วันเวลาที่แน่นอนของการเกิดสงครามโลกครั้งที่ 3 ที่จะอุบัติขึ้น และจะเป็นสงครามนิวเคลียร์เพียงแต่เกิดขึ้นเป็นระยะเวลาไม่นาน

มิร์เรอร์ เผย ท่ามกลางสถานการณ์ในซีเรีย และคาบสมุทรเกาหลีที่ทวีความตึงเครียด อีกทั้งประธานาธิบดีทรัมป์ยังสั่งให้ยิงขีปนาวุธร่อนนำวิถีระยะไกล ‘โทมาฮอว์ก’ ถึง 59 ลูกโจมตีซีเรียเมื่อ 7 เม.ย.ที่ผ่านมานั้น ตามรายงานของเดลี่ สตาร์ ระบุว่า นายวิลลีกัส เคยทำนายไว้เมื่อปี 2558 ว่า ทรัมป์มหาเศรษฐีแห่งนิวยอร์ก จะชนะเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ อีกทั้งยังได้ทายไว้ว่า มหาเศรษฐีพันล้าน (ดอลลาร์) ผู้นี้ จะกลายเป็น ‘กษัตริย์แห่งอิลลูมินาตี’ ที่จะนำโลกไปสู่สงครามโลกครั้งที่ 3 โดยนายวิลลีกัส เคยเตือนว่า ผู้นำสหรัฐฯ คนใหม่จะโจมตีซีเรีย และจะทำให้รัสเซีย เกาหลีเหนือ และจีน เข้ามาสู่ความขัดแย้งของโลก

นายวิลลีกัส ยังได้อ้างว่า ‘Our Lady’ ซึ่งเป็นอีกพระนามหนึ่งของ พระนางมารีย์ (พระมารดาของพระเยซู) ได้เสด็จมายังเมืองฟาตีมา ในโปรตุเกส ในสถานที่ที่แตกต่างกัน 6 แห่ง โดยได้เสด็จมาครั้งแรกเมื่อ 13 พ.ค. ค.ศ.1917 (2460) และเสด็จมาครั้งสุดท้ายเมื่อ 13 ตุลาคม 1917

นอกจากนั้น นายวิลลีกัสยังเชื่อว่า สงครามโลกครั้งที่ 3 จะอุบัติขึ้นในวาระครบรอบ 100 ปีที่พระองค์เสด็จมาเยือน พร้อมกับส่งสารสำคัญที่ผู้คนจำเป็นต้องรู้เพื่อให้เตรียมตัว ว่า ระหว่างวันที่ 13 พ.ค.- ต.ค.2560 จะเกิดสงครามโลกครั้งที่ 3 ซึ่งจะนำมาซึ่งการทำลายล้าง ช็อกหวาดกลัวและความตาย พร้อมทั้งยังเชื่อว่า สงครามโลกครั้งที่ 3 จะยุติลงในวาระครบรอบ 100 ปีที่พระนางมารีย์เสด็จมาเยือน