นศ.สถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ เยี่ยมชมศูนย์การเรียนรู้ ซีพีเอฟฯ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/281991

นศ.สถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ เยี่ยมชมศูนย์การเรียนรู้ ซีพีเอฟฯ

นศ.สถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ เยี่ยมชมศูนย์การเรียนรู้ ซีพีเอฟฯ

วันเสาร์ ที่ 22 กรกฎาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

สถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ นำนักศึกษาสาขาวิชาการจัดการเทคโนโลยีฟาร์ม ชั้นปีที่ 2 คณะอุตสาหกรรมเกษตร จำนวน 48 คน และอาจารย์ ศึกษาดูงานที่โรงงานอาหารแปรรูปสัตว์น้ำ อ.แกลง จ.ระยอง บมจ.เจริญโภคภัณฑ์อาหาร หรือซีพีเอฟ และเยี่ยมชมศูนย์การเรียนรู้ ซีพีเอฟ ปลูก ปัน ป้อง ป่าชายเลน ปากน้ำประแส พร้อมทั้งร่วมทำกิจกรรมกำจัดเพรียงที่เกาะตามลำต้นโกงกาง โดยซีพีเอฟ ดำเนินโครงการซีพีเอฟ ปลูก ปัน ป้อง ป่าชายเลน ร่วมกับกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง สำนักงานพัฒนาเศรษฐกิจจากฐานชีวภาพ (องค์การมหาชน) และเครือข่ายภาคประชาสังคม เพื่ออนุรักษ์และฟื้นฟูป่าชายเลน ตลอดจนเพิ่มความหลากหลายทางชีวภาพในพื้นที่ยุทธศาสตร์ 5 แห่งของจังหวัดระยอง สมุทร สาคร ชุมพร สงขลา และพังงา

ทิพยนิภา (ไกรฤกษ์) สมะลาภา ชี้ความอบอุ่นในครอบครัว ลดปัญหาเด็กเร่ร่อน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/282005

ทิพยนิภา (ไกรฤกษ์) สมะลาภา ชี้ความอบอุ่นในครอบครัว ลดปัญหาเด็กเร่ร่อน

ทิพยนิภา (ไกรฤกษ์) สมะลาภา ชี้ความอบอุ่นในครอบครัว ลดปัญหาเด็กเร่ร่อน

วันเสาร์ ที่ 22 กรกฎาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

ปัญหาของเด็กที่ถูกกระทำจนไม่สามารถอยู่บ้านได้ ยังคงมีอยู่ในสังคมไทย และเป็นปัญหาที่เรียกว่าใหญ่มากอีกปัญหาหนึ่ง ทางรายการ “ผู้หญิงแนวหน้ากับคุณแหน” ทุกวันอาทิตย์ เวลา 16.00-16.25 น.ทางสถานี TNN2 ช่อง 784 โดยพิธีกร “ดร.เฉลิมชัย ยอดมาลัย” พาไปพูดคุยกับ “หนูแดง-ทิพยนิภา (ไกรฤกษ์) สมะลาภา”กรรมการ มูลนิธิสายเด็ก 1387, กรรมการ มูลนิธิกลุ่มปรารถนาดี, ผู้ก่อตั้ง จิตต์อาทร วิสาหกิจเพื่อสังคม พร้อมด้วย น้องโจ-น้องโย ที่อยู่ในความดูแลของมูลนิธิฯ

หนูแดง-ทิพยนิภา (ไกรฤกษ์) สมะลาภา เล่าว่า “ในส่วนของมูลนิธิเด็ก 1387 หนูแดงเป็นกรรมการอยู่ที่นี่ ก็ดูในเชิงของนโยบายการทำงานต่างๆ มากกว่าที่จะได้พบเจอกับน้องๆ ในชีวิตประจำวัน นโยบายที่ดูอยู่ก็อย่างเช่นในแง่ของการที่จะให้มูลนิธิสายเด็ก 1387 และเดอะฮับ ได้ดูแลโดยที่ยึดถือสิทธิเด็กเป็นสำคัญ คุ้มครองให้การดูแลทั้งหมดโดยที่คำนึงถึงสิทธิที่เด็กควรจะได้รับ แล้วก็ให้ความสำคัญกับการรับฟังเสียงของน้องๆ ให้ความสำคัญของการที่จะให้เขาเป็นศูนย์กลาง การให้เด็กมีความเป็นส่วนร่วม กับการที่จะดูแลเขาเป็นสิ่งที่สำคัญมาก เพราะว่าแต่ละคนก็มีแต่ละเรื่องราวที่ไม่เหมือนกัน มีความต้องการที่ไม่เหมือนกัน มีหัวจิตหัวใจและทางเดินไม่เหมือนกัน

ปัญหาคนที่ในเดอะฮับ หรือว่าคนทั่วโลก หรือแม้แต่กับคนที่อยู่ในครอบครัวดีๆ ก็ตาม หนูแดงคิดว่าความแตกต่างอาจจะมีไม่มากนักนะ พูดถึงว่าเรื่องของทุกๆ คนก็มีความต้องการในเรื่องของเอาใจใส่ซึ่งกันและกัน พูดจาดีๆ ต่อกันมีความอ่อนโยนต่อกัน ทั้งในแง่คำพูดการกระทำ เพราะฉะนั้นจริงๆ แล้วปัญหาบางครั้งมันอยู่ใกล้ตัวเรามากเหลือเกินกับในเรื่องของจิตใจ ซึ่งเป็นสิ่งที่หนูแดงให้ความสำคัญมากๆ สุดท้ายแล้วมันเป็นการที่เราจะเริ่มกลับไปสะท้อนมองดูเราเองว่าสิ่งต่างๆ ประเด็นปัญหาต่างๆ มันจะเริ่มการแก้ไขจากตัวเราเองได้หรือไม่

ซึ่งในส่วนหนึ่งของการทำงานของหนูแดง นอกจากที่มูลนิธิสายเด็ก 1387 ที่เราทำงานเรื่องเด็ก มูลนิธิกลุ่มปรารถนาดีที่ทำงานเรื่องสตรี ซึ่งสิ่งเหล่านั้นก็ยังมีจิตต์อาทร วิสาหกิจเพื่อสังคม ที่ให้ความสำคัญกับการดูแลเรื่องจิตใจ เพราะฉะนั้น 3 เรื่องเหล่านี้ ไม่ว่าจะสิทธิเด็ก สิทธิสตรี หรือว่าเรื่องจิตใจ ผูกโยงกันเป็นเรื่องที่สำคัญมากๆ ในการที่เราจะบอกว่า กลับมาทบทวนทำความเข้าใจกับภายในของเรา

การที่ได้คลุกคลีกับน้องๆ เหล่านี้ หนูแดงมองว่าสิ่งสำคัญมันคือ เรื่องของความสัมพันธ์นะคะ เราเป็นมนุษย์เราต่างต้องการที่จะได้รับการโอบอุ้ม ดูแล เชื่อมโยงต่อกัน ซึ่งในพื้นฐานของชีวิตของเรามันอยู่ที่ครอบครัวอยู่แล้ว ในขณะเดียวกันที่ผ่านมาเราได้ให้ความสำคัญกับความสัมพันธ์มากน้อยแค่ไหน ซึ่งสิ่งนั้นเป็นเรื่องใหญ่มากๆ จะบอกว่าการลงทุนในเรื่องของความสัมพันธ์ อาจจะการให้เวลาหรือการให้ความใส่ใจ มันเป็นสิ่งที่มีค่ามีความหมายมากกว่าที่เราคิดเยอะมากๆ

มันหมายถึงทั้งชีวิต มันหมายถึงคนอีกหลายๆ คนที่เกินไปกว่าเรา ทั้งพ่อแม่ทั้งลูกทั้งหลาน ทั้งหลายๆ คน มันคือสังคม เพราะฉะนั้นการให้ความสำคัญกับความสัมพันธ์ และการที่เราจะเริ่มกลับมาสู่ความรักได้อย่างไร เราจะกลับมาสู่ความเข้าใจและให้อภัยต่อกัน เพื่อที่จะเปิดใจรับซึ่งกันและกันอย่างไร สิ่งเหล่านี้สำคัญมากเหลือเกิน แล้วเราเห็นชัดมากจากตัวอย่างของน้องโจและน้องโย ทีมาอยู่ในความดูแลของเรา ทั้งคู่โหยหาบ้าน ถ้าหากว่าเราเริ่มต้นตรงนั้นได้ ถ้าหากว่าครอบครัวเรามันมีในสิ่งนั้น แต่หากว่าเราไม่มีในสิ่งนั้นเราก็ต้องเราอาจจะได้มองเห็นว่าจริงๆ แล้วปัญหามันโยงมาไกลกว่านั้นเยอะ ไกลกว่าตัวพ่อแม่เราเยอะ

เพราะว่าตัวของพ่อแม่เองก็อาจจะไม่ได้รับในสิ่งนั้นเช่นกัน เพราะฉะนั้นมันมีการขาดมาก่อนอีกหลายๆ รุ่น ถ้าจะแก้ปัญหาเหล่านี้อย่างรวบรัดแล้วก็ตรงประเด็น ความสัมพันธ์ในบ้านต้องดีก่อน ความอบอุ่นในบ้านต้องดีก่อน หน่วยงานต่างๆ หรือว่าภาครัฐก็อาจจะเข้ามาช่วยในเรื่องเหล่านี้ได้ด้วย คือการให้ความสำคัญกับเรื่องของความสัมพันธ์ คืออาจจะต้องช่วยกันในหลากหลายระดับ ในหลากหลายมิติหลากหลายรูปแบบ เพื่อให้เรามองเห็นว่าการลงทุนด้านความสัมพันธ์เป็นสิ่งที่สำคัญจริงๆ สำหรับประเทศและโลกใบนี้”

น้องโย บอกว่า “อยู่ที่นี่มาเกือบ4 ปีแล้ว โยเป็นคนกรุงเทพฯ ที่มาอยู่ที่นี่เพราะมีปัญหากับทางบ้าน ที่บ้านเขาก็รู้ว่ามาอยู่ที่นี่ แต่ก็ไม่ได้ชวนให้กลับไปอยู่บ้าน แล้วเราก็ไม่อยากกลับไปด้วย เพราะบ้านไม่ได้อบอุ่นสำหรับเรา ถ้าครอบครัวทุกครอบครัวให้ความอบอุ่นแก่เด็ก ปัญหาก็จะไม่เกิด เพราะส่วนหนึ่งที่หนูประสบปัญหาก็คือบ้านไม่อบอุ่น เคยพยายามคุยกับที่บ้านครั้งหนึ่งแต่ว่าแม่เขาเหมือนกับว่าไม่เปิดใจที่จะรับฟังเรา เพราะเขาคงคิดว่าเราเป็นเด็กคงไม่ได้รู้อะไรเรื่องของเขา ถามว่าคิดว่าแม่ยุ่งเรื่องงานหรือเปล่าถึงไม่ฟังเรา ไม่คิดเพราะปกติแม่จะอยู่บ้าน

และปัญหาที่เกิดบ่อยๆ ก็คือทะเลาะกับพ่อ คือแม่กับพ่อทะเลาะกัน เราก็ไม่อยากอยู่ในสภาพแบบนั้น ตอนออกมาจากบ้านแรกๆ ก็ไปอยู่ที่หัวลำโพง เพราะหนูไม่รู้จะไปไหน เพราะปกติเวลาไปไหนหนีไปที่อื่นก็ต้องกลับมาที่บ้าน จุดแรกเลยที่ไปเป็นก็คือหัวลำโพง ก่อนที่จะมาหัวลำโพงตอนแรก ก็รู้จักกับสาวประเภทสองคนหนึ่งที่อยู่แถวนั้น ก็เลยไปหาเขา พอไปหาเขาก็คุยกับเขาเรื่องที่หนีออกจากบ้านมา เขาก็ให้คำปรึกษาว่าเออกลับไปบ้านนะ อย่างไรเราก็เป็นลูก แต่ว่าคือหนูก็ไม่ฟัง เราทนไม่ไหวจริงๆ ที่จะต้องอยู่แบบนั้น พอหนูออกมาก็ไม่กลับไปอีกเลย”

ขณะที่ น้องโจ เล่าว่า “มาอยู่ที่นี่4-5 ปีได้ ผมเป็นคนจังหวัดอุบลราชธานี ที่มาอยู่ที่นี่คือช่วงแรกๆ จะมีทะเลาะกับคนที่บ้าน ก็เลยตัดสินใจออกมาจากบ้าน มาอยู่คนเดียว ใช้ชีวิตคนเดียว ตอนแรกอยู่ที่อุบลฯแล้วก็ไปที่โคราช และก็มาที่กรุงเทพฯเลยครับ ใช้ชีวิตคนเดียวถามว่าเราเอาเงินที่ไหนกินขนมกินข้าว ช่วงแรกๆ ผมก็ที่เดียวก็คือวัด ขอไปอยู่ที่วัดก่อน หลังจากนั้นพอมีเพื่อนกลุ่มหนึ่งก็ให้เพื่อนหางานให้ทำ ผมก็ทำงาน

สาเหตุที่ทำให้เด็กส่วนใหญ่ต้องออกจากบ้านนอกจากบ้านไม่อบอุ่นแล้ว คนในบ้านก็ไม่คุยกันด้วย เหมือนแบบโมโหกันแล้วไม่คุยกันไปเลย ตอนแรกที่ออกจากบ้านอยู่แถวอุบลฯพ่อก็ตามนะ แต่ตอนนี้พ่อเสียแล้ว แม่รู้ว่าเราอยู่ที่นี่แต่ก็ไม่ได้ติดต่อกันเลย สาเหตุที่ออกจากบ้านเพราะเราไม่อยากอยู่บ้านเอง”

เรื่องราวดีๆ ที่ครบครันทั้งสาระและบันเทิงแบบนี้ มีให้ชมในรายการ “ผู้หญิงแนวหน้ากับคุณแหน” ออกอากาศทุกวันอาทิตย์ เวลา 16.00-16.25 น. ทาง TNN2 (และช่อง 784 ทางดิจิตัลทีวี) หรือ True Visions 8 ชมรายการย้อนหลังได้ที่ youtube ผู้หญิงแนวหน้า by คุณแหน

เหล่าคนดังร่วมเติมเต็มเสน่ห์ความหอมล้ำค่ากับ ‘วาซิลิซ่า ฟราแกรนซ์’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/281990

เหล่าคนดังร่วมเติมเต็มเสน่ห์ความหอมล้ำค่ากับ ‘วาซิลิซ่า ฟราแกรนซ์’

เหล่าคนดังร่วมเติมเต็มเสน่ห์ความหอมล้ำค่ากับ ‘วาซิลิซ่า ฟราแกรนซ์’

วันเสาร์ ที่ 22 กรกฎาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

ผู้บริหาร มร.ยาซุฮิโระ โตกาชิ ประธาน บจ.ฟิทส์ คอร์ปอเรชั่น, รัชกร วงษ์ยอด ผจก.แผนกการตลาดอาวุโส บจ.เอเชีย มาร์เก็ตติ้ง คอร์ปอเรชั่น และ จรินทร์พร จุนเกียรติ นักแสดงมากฝีมือ

เปิดตัวอย่างเป็นทางการของแบรนด์น้ำหอมในเครือบริษัท FITS CORPORATION จากประเทศญี่ปุ่นสู่ตลาดเมืองไทย โดยมี มร.เก็น อิโนอุเอะ ประธานบริหารสูงสุด บริษัท เอเชีย มาร์เก็ตติ้ง คอร์ปอเรชั่น จำกัด (ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์) ร่วมกับ มร.ยาซุฮิโระ โตกาชิ ประธานบริหารสูงสุด บริษัท ฟิทส์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด ประเทศญี่ปุ่น (FITS CORPORATION) ร่วมด้วย รัชกร วงษ์ยอด ผู้จัดการแผนกการตลาดอาวุโส บริษัท เอเชีย มาร์เก็ตติ้ง คอร์ปอเรชั่น จำกัด จัดงานเปิดตัวแบรนด์น้ำหอมวาซิลิซ่า (VASILISA) น้ำหอมสำหรับผู้หญิง ที่เกิดจากการร่วมงานกับ โรล่า เอริ โซโตะ (ROLA) นางแบบสาวชื่อดังในประเทศญี่ปุ่น คิดค้นน้ำหอมกลิ่นพิเศษ 2 กลิ่น VASILISA MY WAY และ VASILISA NUDE ONE เอาใจสาวยุคใหม่ บุคลิกมาดมั่น แต่แฝงด้วยความอ่อนหวาน ได้รับความนิยมอย่างมากในประเทศญี่ปุ่น โดยมีบล็อกเกอร์และเหล่าเซเลบริตี้ชื่อดัง อาทิ จรสพรรณสวัสดิวัตน์ ณ อยุธยา,ฐิติพงษ์ ล้อประเสริฐ,ณัฏฐิ์ประภา ชุณหะวัณ,ณชา จึงกานต์กุล,ชมพูนุท โรจน์ศิริรัตน์,วิมลรัตน์ จงรัตนเมธีกุล,เมริสรา จันทร์รัตน์,กัญญารัตน์ พลาดิศัย,ศรัยฉัตร กุญชร ณ อยุธยา,เชน กิติวัฒนศักดิ์,กนกลดา วิชากุล,โอบอุ้ม ชุมสาย ณ อยุธยา พร้อมด้วยนักแสดงมากฝีมือจรินทร์พร จุนเกียรติ ร่วมงาน ณ โรงแรมโอกุระ เพรสทีจ

ชมพูนุท โรจน์ศิริรัตน์, ณชา จึงกานต์กุล

ทดลอง และสัมผัส Vasilisa กลิ่นหอมที่มีเสน่ห์เฉพาะตัวไม่เหมือนใครได้แล้ววันนี้ที่เคาน์เตอร์น้ำหอม FITS ที่ Zen at Central World, Central Plaza สาขารามอินทรา, สาขาหาดใหญ่, The Mall สาขางามวงศ์วาน, ร้าน eveandboy, ร้าน Beautrium และร้านเครื่องสำอางชั้นนำทั่วไป

จรสพรรณ สวัสดิวัตน์ ณ อยุธยา

ณัฏฐิ์ประภา ชุณหะวัณ

โอบอุ้ม ชุมสาย ณ อยุธยา

กนกลดา วิชากุล,วิมลรัตน์ จงรัตนเมธีกุล

กัญญารัตน์ พลาดิศัย

เมริสรา จันทร์รัตน์

คุณแหน : 22 กรกฎาคม 2560

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/281988

คุณแหน : 22 กรกฎาคม 2560

วันเสาร์ ที่ 22 กรกฎาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

●● สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินในการพระราชทานเพลิงศพ ม.ร.ว.พันธ์ุชมพูนุท นิมมานเหมินท์ วันที่ 23 ก.ค.เวลา 17.00 น.ณ เมรุวัดเทพศิรินทราวาส (เมรุด้านใต้)…

 

●● งานพระราชทานเพลิงศพ ศ.เกียรติคุณเกษรี ณรงค์เดช กำหนดวันที่ 22 ก.ค.เวลา 16.30 น.ณ ฌาปนสถานวัดธาตุทอง…

●● กำหนดงานฌาปนกิจศพ คุณแม่ประพันธ์ มารดาของ ขนิฐเสก ตะเวทิกุลวันที่ 23 ก.ค.เวลา 14.00 น. ณ วัดธาตุทอง…

●● ชาวเซนต์คาเบรียลรุ่น 07 อาทิ ศิริพงษ์ ทิณรัตน์,ธวัชชัย วงศ์ข้าหลวง ร่วมกันทำกิจกรรมบำเพ็ญประโยชน์ด้วยการปลูกป่า ที่อุทยานแห่งชาติภูแลนคา จ.ชัยภูมิ เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา…

●● พอใจอย่างยิ่งจริงๆ วันก่อน เฟื่องฉัตร บุญรัตน์ ไปทำทะเบียนบ้านใหม่ที่เขตคลองเตย ใช้เวลาไม่ถึง 20 นาทีเสร็จเรียบร้อยเป็นที่น่าอัศจรรย์ใจระบบการทำงานสมัยใหม่ ไปทำธุระที่เขตไม่ต้องรอครึ่งค่อนวันแล้ว..ดีจัง…

●● ผู้จัดรายการ “โอภาปราศรัย” คลื่น 93.5 FM ช่วง 13.00-14.00 น.ชยุตต์ วันเกิด เพิ่งได้ทายาทเป็นลูกชายคนแรก เมื่อเร็วๆ นี้ ให้ชื่อว่า “น้องโอโซน” ขอแสดงความยินดีด้วยค่ะ…

●● อนุสรา จิตต์มิตรภาพ มีแพลนไปทริปรัสเซียเร็วๆ นี้ ส่วนนฤทธิ์ พันธุเมธา จะลง cruise ไปอียิปต์, ด้าน มธุรส โอสถานนท์ ชอบใจที่ม็อกทราเวิลพาไปเที่ยวมัลดีฟส์ แต่เจ้าตัวยังไม่ตัดสินใจว่าจะไปเมื่อไร…

●● วาสกร เดชสุธรรม แห่งบานาน่าเรคคอร์ด และ วงกล้วยไทย ช่วงนี้เดินสายเล่นคอนเสิร์ตชาวร็อกจากใต้มาตะวันออก สุดสัปดาห์ที่ผ่านไปขอนแก่น คราวนี้ราบรื่นรอดพ้นน้องฝนมาอย่างหวุดหวิด…

●● นั่งเคานท์ดาวน์ 31 ก.ค.นี้ ฟองสนานจามรจันทร์จัดรายการ “คุยแตกฟองกับฟองสนาน” วันสุดท้าย คลื่น 102 ขส.ทบ….

●● เพื่อนๆ แมสคอม มช.รหัส 19 ฝากแสดงความยินดีกับ นริสชัย ป้อมเสือ ที่ได้รับแต่งตั้งให้เป็น ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรีฝ่ายข้าราชการประจำ ด้านประสานกิจการภายในประเทศ (นักวิเคราะห์นโยบายและแผนทรงคุณวุฒิ) สำนักนายกรัฐมนตรี เป็น ซี 10 ที่หน้าอ่อน จนแทบไม่มีใครเชื่อว่าอายุอานามใกล้หลักหกเต็มทีแล้ว !!…●●

บารอนเนส

คุณแหน : 22 กรกฎาคม 2560

คุณแหน : 22 กรกฎาคม 2560

วันเสาร์ ที่ 22 กรกฎาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.
 

อัพเดทเทรนด์10รองเท้ายอดฮิต เอาใจคนรักผ้าใบ..มาแรง2017

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/281952

อัพเดทเทรนด์10รองเท้ายอดฮิต  เอาใจคนรักผ้าใบ..มาแรง2017

อัพเดทเทรนด์10รองเท้ายอดฮิต เอาใจคนรักผ้าใบ..มาแรง2017

วันศุกร์ ที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2560, 14.53 น.

สิ่งหนึ่งที่ได้รับความนิยมและอยู่ในเทรนด์การช้อปปิ้งเสมอมาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เรียกได้ว่าเป็นตำแหน่งไอเท็มแห่งชาติ คือ รองเท้าผ้าใบ ซึ่งตอนนี้ทุกคนนิยมใส่รองเท้าผ้าใบกันหลากหลายสไตล์มากขึ้น เพราะสวมใส่ง่าย สบาย เข้าได้กับหลากหลายสไตล์การแต่งตัว ให้คุณได้มิกซ์แอนด์แมทช์อย่างสนุกสนาน

ไม่ว่าจะเป็นฤดูไหนๆ ก็ต้องมีสักคู่ไว้ใส่ตามเทรนด์ โดยในปีที่ผ่านมากระแสต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นมินิมอลสไตล์ ฮิปสเตอร์สไตล์ หรือแนวน้อยแต่มาก เรียกได้ว่ามาแรงสุดๆ ดังนั้นเรามาอัพเดทเทรนด์ 10 รองเท้ายอดฮิตแห่งปี 2017 ที่น่าสอยกัน

1. มาเริ่มกันที่คู่แรกที่กำลังมาแรง ณ ตอนนี้ คือ Vans รองเท้าผ้าใบแฟชั่นรุ่น Old Skool black & white skate รองเท้าผ้าใบดีไซน์สุดคลาสสิค สุดฮิตตลอดกาล ซึ่งขายดีมากและหมดอย่างรวดเร็วในช่วงที่ผ่านมา ใครที่อยากอัพลุคเท่ๆ คูลๆ ต้องไม่พลาดตัวนี้ การันตีความสวยเด่นและมีคุณภาพ

V

V

 

2. ต่อมาคือรองเท้า Converse รุ่น Chuck Taylor all star ตัวเลือกที่ดีมากสำหรับผู้ที่เริ่มสนใจใส่รองเท้าผ้าใบ รองเท้าสุดคลาสสิคของ คอนเวิร์ส โดยมีที่มาจากการที่นักบาสเก็ตบอลชื่อดัง Charles H. “Chuck” Taylor เป็นแฟนพันธุ์แท้ของ Converse All Star จึงมาร่วมกันออกแบบและพัฒนารองเท้ารุ่นนี้ ซึ่งต่อมาได้รับความนิยมอย่างมากจนกลายมาเป็นรองเท้าแฟชั่นสุดคลาสสิคแห่งยุค

V

V

3. อีกรุ่นที่ไม่ควรพลาด คือ Puma รุ่น Puma Creeper รองเท้าผ้าใบสุดจี้ดรุ่นยอดนิยม รองเท้ารุ่นนี้มีสไตล์โดดเด่น เหมาะกับทุกลุค สวมใส่ง่ายเข้ากับทุกชุด และอัพลุคให้ทั้งสาวๆหนุ่มๆ เป็นฮิปสเตอร์แบบมีสไตล์ได้ไม่ยาก

V

V

4. รุ่นที่พลาดไม่ได้เลย คือ BataXStarwars ที่มาแรงและขายดีมากๆเพราะเป็น Exclusive Collection  ซึ่งเป็นลาย Starwars ในตำนานที่ทุกคนรอคอย Star Warsถือเป็นภาพยนตร์ที่ประสบความสำเร็จในหลายๆด้าน ทำให้แฟนๆหลายคนคลั่งไคล้ภาพยนตร์เรื่องนี้ และตามเก็บสะสมรองเท้าคอลเล็คชั่นนี้ได้ไม่ยาก

หนุ่มๆสาวๆ สามารถอัพลุคสุดเท่ได้ด้วยคอลเล็คชั่นนี้ที่มีดีไซน์ที่แปลกตาสวยงามไม่เหมือนใคร รวมถึงคุณภาพดีที่มาพร้อมราคาที่เหมาะสม มีให้จับจองกันไม่มากอีกด้วย

V

V

5. สายชิวๆต้องไม่พลาดกับรองเท้า ทอมส์ (Toms) รุ่นสุดฮิตขายดี อย่างรุ่น Toms university stripe navy ที่นอกจากจะใส่สบายแล้วยังมีดีไซน์แบบแคชชวล น่ารักสดใส ให้ทุกคนสามารถนำไปมิกซ์แอนด์แมทช์ ใส่ได้ในทุกๆวัน น้ำหนักเบา ใส่สบาย นอกจากนี้ยังมีหลากหลายสีให้เลือก

V

V

 

6. ที่มาแรงไม่แพ้กันอีกหนึ่งคู่คือ Keds champion original sneaker รองเท้าดีไซน์เรียบง่าย ซึ่งทำจากผ้าแคนวาส สวยงามและใส่ได้ง่ายในทุกโอกาส ซึ่งรุ่นนี้ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายในหมู่วัยรุ่น

V

V

 

7. รองเท้าสุดคลาสสิคอย่าง Reebok Classic ก็ยังคงอยู่ในกระแสมาอย่างยาวนานมา ซึ่งเป็นรองเท้าที่ยังคงคอนเซ็ปต์เรียบง่ายสไตล์อังกฤษ ใช้วัสดุหนังระดับพรีเมี่ยม เพิ่มมิติด้วยลูกเล่นต่างๆ และลวดลายการตัดเย็บ มาพร้อมพื้นยางตัดกับสีรองเท้า ทำให้ มีสไตล์ เท่และทันสมัย

V

V

 

8 . รองเท้า Lacoste contrast heel leather sneakers ก็ไม่เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่ไม่ควรพลาด ดีไซน์เรียบง่าย แต่โดดเด่น มีสไตล์ไม่แพ้ใคร จึงได้รับความนิยมอย่างรวดเร็ว

V

V

9. Adidas NMD ได้กลายมาเป็นรองเท้าสุดฮิต ซึ่งเป็นที่ต้องการอยู่เสมอ ด้วยรูปลักษณ์ที่มีสไตล์โดดเด่น อีกทั้งยังดูเป็นรองเท้าที่ดูแฟชั่นซึ่งมาพร้อมเทคโนโลยีที่ดีอีกด้วย

V

V

 

10 . Nike Air Max รองเท้าที่ได้รับความนิยมตลอด ดีไซน์เรียบง่ายแต่มีความโฉบเฉี่ยวและโมเดิร์น สวยและมีสไตล์ สวมใส่สบาย ใช้งานได้ดีคุ้มค่ากับราคา

V

V

เปิดตัวแคมเปญ’ทุกลมหายใจ… เชียร์ไทยแลนด์’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/281951

เปิดตัวแคมเปญ'ทุกลมหายใจ… เชียร์ไทยแลนด์'

เปิดตัวแคมเปญ’ทุกลมหายใจ… เชียร์ไทยแลนด์’

วันศุกร์ ที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2560, 14.52 น.

สยามไดกิ้นเซลส์  ร่วมสนับสนุนวอลเลย์บอลทีมชาติไทย เปิดตัวแคมเปญ “ทุกลมหายใจ…เชียร์ไทยแลนด์” สร้างความสุขให้คนไทยร่วมเชียร์นักตบทีมชาติไทยก้าวสู่โอลิมปิกปี 2020

มร. ฮิโตชิ ทานากะ ผู้จัดการใหญ่ บริษัท สยามไดกิ้นเซลส์ จำกัด กล่าวว่า “เรามีความยินดีอย่างยิ่ง ที่ได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการส่งเสริมสนับสนุนนักกีฬาวอลเลย์บอลทีมชาติไทย สู่เส้นทางการแข่งขันระดับโลก ในกีฬาโอลิมปิก ที่ประเทศญี่ปุ่น ในปี 2020 ภายใต้แคมเปญ “ทุกลมหายใจ…เชียร์ไทยแลนด์” โดยจัดให้มีพิธีลงนามสัญญาการเป็นผู้สนับสนุนวอลเลย์บอลทีมชาติไทยอย่างเป็นทางการ เพื่อให้การสนับสนุนงบประมาณในการดำเนินการด้านต่างๆ พร้อมสร้างความสุขให้กับคนไทยได้ร่วมเชียร์นักตบทีมชาติไทย เพราะเราเชื่อว่า กำลังใจ คือ สิ่งสำคัญ และเป็นพลังยิ่งใหญ่ให้กับนักกีฬาทุกคน ในการฝึกซ้อมพัฒนาตนเองเต็มศักยภาพ และทุ่มเทเต็มกำลังในทุกการแข่งขัน ซึ่งเราภูมิใจที่โลโก้ของไดกิ้น จะได้ขึ้นไปอยู่บนชุดของทีมชาติไทย ได้เป็นส่วนหนึ่งในการแสดงศักยภาพของคนไทยให้ชาวโลกเห็น”

Akeake สุดยอดแบรนด์เครื่องเงินชั้นสูง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/281771

Akeake สุดยอดแบรนด์เครื่องเงินชั้นสูง

Akeake สุดยอดแบรนด์เครื่องเงินชั้นสูง

วันศุกร์ ที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

สยามเซ็นเตอร์ The Ideaopolis หรือ เมืองแห่งไอเดียที่ล้ำเทรนด์ ในฐานะศูนย์กลางแห่งแฟชั่นสุดล้ำที่รวบรวมแฟลกชิปสโตร์ของไทยดีไซเนอร์ชั้นนำไว้มากที่สุดในเมืองไทย คว้าสุดยอดแบรนด์เครื่องประดับเงินชั้นสูงที่มาแรงที่สุดในขณะนี้ “akeake” (เอก เอก) มาเซอร์ไพรส์สาวกสยามดีเอ็นเอในแบบ Absolute Siam ที่มีจำหน่ายเฉพาะที่สยามเซ็นเตอร์เพียงที่เดียว

เอก-โชติอนันต์ กิตติรวีโชติ ดีไซเนอร์และผู้ก่อตั้ง akeake เล่าถึงความเป็นมาของแบรนด์ว่า การเติบโตจากตระกูลผู้ผลิตและค้าเครื่องประดับเงินคุณภาพส่งออกระดับประเทศ ที่มีประสบการณ์มากกว่า 30 ปีบ่มเพาะทำให้เราผูกพันและซึมซับถึงแก่นของศาสตร์งานฝีมือเครื่องเงินของไทยที่มีชื่อเสียงไม่เป็นรองใคร การเข้าใจอย่างรอบด้านตั้งแต่แหล่งที่มาการเลือกวัสดุตลอดจนขั้นตอนการผลิต ประกอบกับความชื่นชอบในงานดีไซน์มาตั้งแต่เด็ก สอดคล้องกับงานโปรดักชั่นที่สั่งสมความรู้อย่างต่อเนื่อง จากการเริ่มต้นตั้งแต่ลองผิดลองถูกเรียนรู้ด้วยการสร้างสรรค์ผลงานต้นแบบในปี 2553 จนถึง ปี 2555 แบรนด์ akeake จึงถือกำเนิดขึ้นอย่างเต็มรูปแบบภายใต้คอนเซ็ปต์ handmade in Thailand ที่ผ่านกระบวนการผลิตด้วยมือทุกขั้นตอนด้วยดีไซน์ที่โดดเด่นและเต็มไปด้วยกลิ่นอายประวัติศาสตร์อังกฤษในช่วงยุคกลางซึ่งเป็นแรงบันดาลใจหลักในการสร้างสรรค์ผลงานถ่ายทอดคาแร็กเตอร์ดุดัน แหลมคม ดิบ สะท้อนด้านมืดผ่านผลงานออกมาอย่างเท่และมีสไตล์พร้อมการประทับตรา “AG 925”การันตีคุณค่าของโลหะเงินแท้บนเครื่องประดับทุกชิ้น

เอก-โชติอนันต์ กิตติรวีโชติ

เพื่อเป็นการฉลองเปิดตัวแฟลกชิปสโตร์แห่งแรกของแบรนด์ akeake นำเสนอคอลเลคชั่นล่าสุด “The Forbidden Forest” หรือ “ป่าต้องห้าม” แรงบันดาลใจจากการเดินทางของเหล่าอัศวินผู้ทรยศในตำนานนักรบโบราณที่มุ่งหน้าสู่ดินแดนของเทพโพเซดอนเพื่อขอความช่วยเหลือ ทว่าเหล่าอัศวินจะต้องเดินผ่านดินแดนลึกลับอย่าง “ป่าต้องห้าม” ซึ่งเป็นจุดกำเนิดเรื่องราวมากมาย การผจญภัยฝ่าฟันทั้งสัตว์ประหลาดที่ดุร้าย อย่างพญาผีเสื้อผู้เหี้ยมโหด เหล่าอสูรกาย เถาวัลย์พิษ พันธุ์ไม้โหดร้ายที่ใช้ลวดลายสวยงามและกลิ่นหอมล่อลวงเหยื่อผู้เคราะห์ร้าย แต่ในท้ายที่สุดเหล่าอัศวินก็แข็งแกร่งพอที่จะไม่หลงใหลในความงามนั้นและสามารถฝ่าฟันออกมาได้อย่างปลอดภัย

Akeake จึงหยิบยกสัญลักษณ์แห่งตำนาน นั่นคือ ลวดลายอันวิจิตรงดงามชวนล่อลวงให้ติดกับของเถาวัลย์และต้นไม้ผู้โหดร้าย ผสมผสานศิลปะงานโลหะในยุคกลางถ่ายทอดสู่ผลงานมาสเตอร์พีซในคอลเลคชั่นล่าสุดรังสรรค์โดยผู้เชี่ยวชาญด้านหัตถศิลป์เครื่องเงินแบบประณีต จากวัสดุโลหะเงินบริสุทธิ์มาตรฐานสากล 92.5% ที่มีคุณสมบัติเฉพาะตัวของเงินแท้ที่มันวาวเป็นอันดับหนึ่งของตระกูลโลหะมีค่าอ่อนตัวแต่แน่นหนักเป็นเอกลักษณ์ที่วัสดุอื่นใดมาเทียบค่ามิได้

ส่วนการตกแต่งร้านในสไตล์Medieval ที่ไม่ว่าใครก็ตามเมื่อได้เปิดประตูเข้าสู่วิหาร akeake เสมือนการก้าวเข้าสู่ดินแดนต่างมิติที่เต็มไปด้วยศิลปะประวัติศาสตร์อังกฤษชวนค้นหาการปรากฏตัวของเหล่าอัศวินนักรบในชุดเกราะยืนรายล้อมแฝงไปด้วยพลังอันน่าเกรงขาม ส่งพลังถึงคอลเลคชั่นเครื่องประดับด้วยลวดลายที่งดงามต่างได้รับการจัดวางเรียงรายไว้อย่างลงตัว ภายในร้าน akeake ตกแต่งด้วยโทนสีเคร่งขรึมผสามกับวัสดุตู้กระจกโครงไม้ชวนให้น่าหลงใหลได้อย่างไม่น่าเชื่อ นอกจากชุดเครื่องประดับอย่างแหวนต่างหูกำไลเข็มกลัดแล้วยังมี Accessories เงินแท้ที่หาได้ยากอีกมากมาย อาทิ เคสโทรศัพท์จุกเสียบหูฟัง (Plugy) สายนาฬิกาเงินแท้และเสื้อผ้าอีกด้วยและยังมีบริการพิเศษSilver Spa จากผู้เชี่ยวชาญบริการทำความสะอาดถนอมอายุการใช้งานเครื่องเงินที่ดีที่สุดอีกด้วย

พบกับ akeake แบรนด์เครื่องเงินชั้นสูงและคอลเลคชั่นล่าสุด “The Forbidden Forest” พร้อมรับบริการพิเศษในแบบ Absolute Siam ที่มีจำหน่ายเฉพาะที่สยามเซ็นเตอร์เพียงที่เดียว ณ ชั้น 3 สยามเซ็นเตอร์เมืองแห่งไอเดียที่ล้ำเทรนด์ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร. 02-629-0414-6 ต่อ 110

ฉลอง 1 ขวบ จิล สจ๊วร์ต ในไทย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/281800

ฉลอง 1 ขวบ จิล สจ๊วร์ต ในไทย

ฉลอง 1 ขวบ จิล สจ๊วร์ต ในไทย

วันศุกร์ ที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

JILL STUART ในลุค Kittenish Look

เติมเต็มเสน่ห์ให้สาวไทยได้สัมผัสนิยามความเซ็กซี่ใสๆครบรอบหนึ่งขวบปีแล้ว ล่าสุด JILL STUART (จิล สจ๊วร์ต) แบรนด์เมคอัพยอดนิยมจากนิวยอร์ก ขวัญใจสาวญี่ปุ่นและหญิงสาวทั่วโลก นำโดย ยูทากะ นากาจิมะ กรรมการผู้จัดการ บริษัท โคเซ่ (ประเทศไทย) จำกัด ชวนเหล่าสาวๆ จิล เกิร์ล ร่วมฉลองครบรอบ 1 ปีในไทย พร้อมเผยโฉมลุคใหม่ “Kittenish Look (คิตเท่นนิช ลุค)” ที่จะเนรมิตดวงตาคมเข้มสวยสง่าและสะกดทุกสายตา ด้วย 2 ผลิตภัณฑ์ใหม่ล่าสุด Kittenish Look Liner อายไลเนอร์เส้นสวยคม และ Kittenish Look Shadow Liner แชโดว์ไลเนอร์สีสันสดใส ที่จะเนรมิตลุคใหม่ให้เหล่าจิล เกิร์ล ได้ตื่นตากับความน่ารักที่มาพร้อมความเซ็กซี่ ที่แผนกบิวตี้ ฮอลล์ ชั้น M พารากอนดีพาร์ทเม้นท์สโตร์

ศิริพร แสงทอง ผู้จัดการฝ่ายการตลาดแบรนด์ JILL STUART กล่าวถึงเอกลักษณ์ความงามที่ทำให้ JILL STUART แตกต่างจากแบรนด์ทั่วไปคือ ความสามารถในการผสมผสานความงามที่ตรงกันข้ามและแตกต่างได้อย่างลงตัว ซึ่งเป็นศิลปะในการผสมผสานแบบ “JILL Magic” (จิล เมจิก) ที่ JILL STUART นิยามขึ้นในแบบเฉพาะของตัวเอง เช่นเดียวกับลุคใหม่ Kittenish Look ที่เป็นการดึงเสน่ห์ของสาวๆ ให้มีความน่ารักแบบ “Innocent Sexy” เช่น การใช้สีดำของอายไลเนอร์ตัดกับสีชมพูของอายแชโดว์ ที่มีความน่ารัก แต่ในขณะเดียวกัน ก็มีความเซ็กซี่แบบผู้ใหญ่ ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ที่โดดเด่นไม่เหมือนใคร

ในโอกาสฉลองครบรอบ 1 ปี JILL STUART ในประเทศไทย จึงได้เปิดตัว 2 ผลิตภัณฑ์ใหม่ เพื่อแต่งแต้มดวงตาคู่สวยของสาวๆ ให้สวยชวนมอง ได้แก่ Kittenish Look Liner อายไลเนอร์ที่ตวัดเส้นโค้งมนได้อย่างต่อเนื่อง โดยได้แรงบันดาลใจมาจากลูกแมว มาพร้อมจุดเด่นของอายไลเนอร์ชนิดลิควิดที่ติดทนนาน ไม่เปรอะเปื้อน ทนต่อเหงื่อ น้ำ และน้ำตา แปรงที่ยอดเยี่ยมซึ่งโค้งงอได้ และยืดหยุ่นจะลากเส้นที่งดงามดุจขนนก รวมถึงการตวัดหางตาที่งดงาม และ Kittenish Look Shadow Liner แชโดว์ไลเนอร์ รุ่นลิมิเต็ด อิดิชั่น เนื้อบางเบาและสีสันชัดเจน สร้างสรรค์เส้นที่สวยงาม ให้ความรู้สึกนุ่มละมุนเมื่อใช้งาน ตวัดเส้นได้สวยตามต้องการ ทนต่อเหงื่อ น้ำ และน้ำตา พร้อมสีสันสดใสติดทนนาน แต่สามารถทำความสะอาดได้ง่าย

บรรยากาศภายในงานฉลองครบรอบ 1 ปี JILL STUART นอกจากสนุกสนานกับการอัพเดทผลิตภัณฑ์ใหม่ล่าสุดแล้ว บรรดาแฟนแบรนด์ตัวจริงที่หลงใหลใน JILL STUART ได้ร่วมเผยเทคนิคการแต่งหน้าและไอเท็มเด็ดที่ต้องมี เริ่มที่ วิสาขา ว่องวานิชเผยว่า “ไอเท็มชิ้นสำคัญที่ขาดไม่ได้ คือ บลัชออน ที่ต้องมีติดกระเป๋าไว้เสมอ เพราะชอบโทนสีชมพู และมีกลิตเตอร์วิ้งๆ เข้ากับสไตล์การแต่งหน้าของตัวเอง ส่วนสไตล์การแต่งหน้าความที่ตาของตัวเองไม่โตมาก จึงชอบแต่งให้เป็นธรรมชาติ และจะเสริมให้น่าสนใจด้วยการกรีดอายไลเนอร์ และทาอายแชโดว์ลายเนอร์ โดยเฉพาะโทนชมพูที่ชอบมาก และช่วยให้ดวงตาดูสดใสตอบโจทย์ตัวเองที่ชอบแต่งตาให้โดดเด่นแต่เป็นธรรมชาติ และช่วยให้สนุกกับการแต่งหน้ามากยิ่งขึ้นแต่อีกสิ่งที่สำคัญที่สุดคือ ต้องเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ อย่างอายไลเนอร์ หรือมาสคาร่า ถ้าหมดอายุ หรือใช้จนครบ 2 ปี ก็ควรจะทิ้ง ไม่ต้องไปเสียดาย และอย่าเก็บเครื่องสำอางไว้นานเกินไป เพราะอาจเป็นอันตรายต่อดวงตาได้”

วิสาขา ว่องวานิช และ พิมพ์ญาดา วิไลลักษณ์

พิมพ์ญาดา วิไลลักษณ์ เผยถึงสไตล์การแต่งหน้าของตัวเองว่า “ชอบแต่งหน้าให้ดูสว่างสดใส ดูเป็นธรรมชาติ สไตล์จิลเกิร์ล ที่ช่วยทำให้ดูน่ารักแต่แอบเซ็กซี่เบาๆ ด้วย ที่สำคัญต้องปัดมาสคาร่าและเขียนอินเนอร์ ไลเนอร์ทุกครั้ง เพื่อเน้นดวงตาให้ดูโฉบเฉี่ยว เพราะเวลาคนมองก็จะมองดวงตาเป็นอย่างแรก เวลาแต่งหน้าก็จะให้ดวงตาเป็นจุดสนใจไว้ก่อน รวมทั้งชอบใช้ลิปสติกเพื่อใช้ในการเปลี่ยนลุคให้มีความหลากหลาย ก็จะมีลิปสติกหลายโทนสีมาก”

ภาสิริ ตั้งคารวคุณ เผยความประทับใจตั้งแต่ครั้งแรกที่ได้ลองใช้บลัชออนของ JILL STUART ว่า “เพื่อนซื้อบลัชออนมาฝาก พอได้ลองก็ชอบเลย เพราะโทนสีอ่อนๆ ตรงกับความชอบของตัวเอง ที่เป็นคนที่ไม่แต่งหน้าเข้ม แต่ชอบโทนสีชมพูหวานๆ ที่เหมาะกับตัวเอง และเป็นโทนสีที่แต่งหน้าแล้วดูเป็นธรรมชาติ แต่ทุกครั้งที่แต่งหน้า จะต้องกรีดอายไลเนอร์ตาทุกครั้ง เพราะต้องการให้ดวงตาของเรามีเอกลักษณ์ที่ดูพิเศษปกติจะแต่งหน้าเอง ติดตามจากบล็อกเกอร์และยูทูบถ้าเห็นเขาใช้แล้วดูดีก็อยากลอง อย่างผลิตภัณฑ์ตัวใหม่ของJILL STUART ก็ตอบโจทย์ตัวเอง ทั้งสีสัน และการใช้ง่าย นอกจากนี้ยังชอบความหลากหลายของผลิตภัณฑ์ JILL STUART รวมทั้งโทนสีเครื่องสำอางที่เหมาะกับสีผิวคนเอเชีย ดีใจที่มีผลิตภัณฑ์ดีๆ ให้สาวที่ชอบสไตล์หวานๆ มีทางเลือกใหม่ๆ ด้วย”

สาริศา ล่ำซำ และ ภาสิริ ตั้งคารวคุณ ทดลองใช้ผลิตภัณฑ์ใหม่

จิล เกิร์ล เมืองไทย ตามไปอัพเดทได้แล้วที่เคาน์เตอร์ JILL STUARTแผนกบิวตี้ ฮอลล์ชั้น M พารากอนดีพาร์ทเม้นท์สโตร์และอัพเดทข่าวสารความงามแบบไม่ตกเทรนด์ ได้ที่ Facebook/JILL STUART Beauty TH และ #JillStuartBeautyTH

นิทรรศการ ROLEX DAYTONA ครั้งแรกในไทย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/281765

นิทรรศการ ROLEX DAYTONA ครั้งแรกในไทย

นิทรรศการ ROLEX DAYTONA ครั้งแรกในไทย

วันศุกร์ ที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

PMT The Hour Glass และ Rolex ชวนร่วมค้นพบเรื่องราวเบื้องหลังตำนานแห่งนาฬิการุ่น Oyster PerpetualCosmograph Daytona ในงานนิทรรศการ Rolex Daytona อันโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ที่สะท้อนถึงความหลงใหลในความเร็วและมอเตอร์สปอร์ต ซึ่งเป็นแรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์โครโนกราฟระดับไอคอนนิค จัดแสดงเป็นครั้งแรกในประเทศไทยพิเศษเฉพาะที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เอ็มบาสซี่ ชั้น จี จนถึงวันที่ 23 กรกฎาคม 2560

นิทรรศการดังกล่าวนำเสนอเรื่องราวผ่านบอร์ด และรูปแบบการจัดแสดงแบบอินเตอร์แอคทีฟ โดยย้อนกลับไปจุดเริ่มต้นและวิวัฒนาการของ Cosmograph Daytona นาฬิกาที่มีภูมิหลังที่ควรค่าแห่งการจดจำ ซึ่งได้รับการตั้งชื่อตามชื่อของเมืองหลวงแห่งการแข่งขันความเร็วในรัฐฟลอริดา (สหรัฐอเมริกา) และได้รับการยกย่องโดยสุดยอดนักแข่งรถระดับโลกหลายๆ ท่าน และผู้ที่สนใจทั้งหลาย ผู้มาเยี่ยมชมงานนิทรรศการจะได้ร่วมชื่นชม Cosmograph Daytona เรือนใหม่ที่ตัวเรือนทาด้วยเหล็กกล้า 904Lที่มาพร้อมกับขอบตัวเรือนแบบ monobloc Cerachrom ที่ทาด้วยเซรามิคสีดำ รวมทั้งความเป็นเลิศทางเทคนิค และประสิทธิภาพการทำงานที่สร้างความแตกต่างอย่างเหนือชั้นให้กับ Rolex พร้อมด้วยคุณลักษณะทางสุนทรียภาพ ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากมรดกที่เป็นเอกลักษณ์ของนาฬิการุ่นนี้

Cosmograph Daytona กำเนิดขึ้นในปี ค.ศ.1963 (พ.ศ. 2506) เพื่อการแข่งขันความเร็ว ซึ่งต่อมาได้สร้างสถิติที่เหนือความคาดหมายในวงการมอเตอร์สปอร์ต อันเป็นผลมาจากความน่าเชื่อถือและประสิทธิภาพการทำงาน นาฬิการุ่นนี้เป็นที่รู้จักกันดีในชื่อ “Daytona” ที่มีชื่อเสียงโด่งดังขึ้นจนติดอันดับระดับไอคอน โดยจัดว่าเป็นหนึ่งในโครโนกราฟที่มีชื่อเสียงและน่าครอบครองมากที่สุดรุ่นหนึ่งในโลก

UNHCR ดึงเหล่าคนดังร่วมพัฒนาศักยภาพผู้ลี้ภัย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/281766

UNHCR ดึงเหล่าคนดังร่วมพัฒนาศักยภาพผู้ลี้ภัย

UNHCR ดึงเหล่าคนดังร่วมพัฒนาศักยภาพผู้ลี้ภัย

วันศุกร์ ที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

สำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ หรือ UNHCR สานต่อความสำเร็จของแคมเปญ Namjai for Refugees จากปีที่แล้ว นำโดยคุณก้อง-สหรัถ สังคปรีชา นักร้องและนักแสดง พร้อมผู้มีชื่อเสียงอีกมากมาย ร่วมเผยความสามารถที่คาดไม่ถึง เพื่อขับเคลื่อนความช่วยเหลือแก่ผู้ลี้ภัยในประเทศไทย

ผู้ลี้ภัยในประเทศไทยส่วนใหญ่ต้องอาศัยอยู่ในค่ายผู้ลี้ภัยมานานกว่า 30 ปี โดยที่ศักยภาพของพวกเขาต้องถูกจำกัดให้อยู่เพียงแค่ในค่ายผู้ลี้ภัย ดังนั้นแคมเปญ “Namjai for Refugees” จะนำความสามารถที่คาดไม่ถึงของเหล่าคนดังและผู้มีชื่อเสียงของเมืองไทย เพื่อระดมทุนช่วยเหลือผู้ลี้ภัย โดยเฉพาะผู้ลี้ภัยที่เปราะบางที่สุด อย่างเช่น ผู้หญิง และเด็ก เพื่อที่พวกเขาจะสามารถก้าวไปสู่ศักยภาพที่แท้จริงได้ในวันข้างหน้า

รูเวนดรินี่ เมนิคดิเวล่า ผู้แทนข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยสหประชาชาติ ประจำประเทศไทย กล่าวว่า “ผู้ลี้ภัยได้อาศัยอยู่ในประเทศไทยมาเป็นเวลายาวนาน ดังนั้นจึงจำเป็นที่เราต้องให้ความคุ้มครอง เพื่อที่ผู้ลี้ภัยจะสามารถพึ่งพาตนเองได้ในวันข้างหน้า โดยถึงแม้ว่าจะเป็นสิ่งที่ดีที่ได้เห็นผู้ลี้ภัยบางส่วนสมัครใจกลับบ้านเกิด หากแต่สำหรับผู้ลี้ภัยที่ยังอาศัยอยู่ในค่ายนั้น ความช่วยเหลือและการสนันสนุนอย่างต่อเนื่องจากคนไทยก็ยังเป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างยิ่งต่อชีวิตพวกเขา”

แคมเปญ “Namjai for Refugees” ในปีนี้จะเป็นการเปิดเผยความสามารถที่ซ่อนอยู่ของเหล่า 10 คนดังผ่าน Facebook Live ของ UNHCR Thailand ซึ่งเป็นแนวคิดของ ก้อง-สหรัถ สังคปรีชา ผู้ที่เคยร่วมแคมเปญ “Namjai for Refugees” ในปีที่แล้ว

ก้อง-สหรัถ สังคปรีชา

ก้อง-สหรัถ สังคปรีชา เปิดเผยว่า “ผมมีความฝันที่อยากจะเป็นนักดนตรีตั้งแต่ผมยังเด็ก ซึ่งผมคงจะทนไม่ได้หากความฝันนั้นไม่สามารถเป็นจริง ก็เหมือนผู้ลี้ภัยหลายคนที่มีความสามารถ และฝันอยากเป็นนักดนตรี เป็นหมอ หรือเป็นครู ดังนั้นผมจึงอยากจะใช้ความสามารถที่มีอยู่ของผมเพื่อระดมความช่วยเหลือแก่ผู้ลี้ภัยในประเทศไทย เพื่อที่พวกเขาจะสามารถมีโอกาสได้ใช้ศักยภาพที่มีไม่ว่าเขาจะอยู่ที่ใด”

สามารถร่วมค้นหาว่าใครคือ 10 คนดังที่จะมาเผยความสามารถกับ ก้อง-สหรัถ สังคปรีชา ระหว่างกลางเดือนกรกฎาคม ถึงสิ้นเดือนกันยายน 2560 ได้ทาง http://www.facebook.com/UNHCRThailand และร่วมบริจาคเพื่อร่วมเปลี่ยนแปลงคุณภาพชีวิตของผู้ลี้ภัยในประเทศไทยผ่านแคมเปญ “Namjai for Refugees” ได้ทาง http://www.unhcr.or.th หรือ SMS พิมพ์ 30 ส่งมาที่ 4642789 (บริจาคครั้งละ 30 บาท) และบริจาคทางโทรศัพท์ได้ที่ 02-206-2144