คุณแหน : 8 กรกฎาคม 2560

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/279613

คุณแหน : 8 กรกฎาคม 2560

คุณแหน : 8 กรกฎาคม 2560

วันเสาร์ ที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

●● ถึงเวลาได้พักผ่อน ดร.เกษมสันต์ จิณณวาโส กับ มิ่งขวัญ วิชญารังสฤษฏิ์ อดีตปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและ
สิ่งแวดล้อมทั้งคู่
 เกษียณพร้อมกัน 30 ก.ย.นี้

 

●● จากบันดุง อินโดนีเซีย ิ่มทิพย์ ซูฮาร์โต้ มาประดิษฐ์ดอกดารารัตน์ถวายพ่อหลวง รัชกาลที่ 9 ที่เอ็มควอเทียร์ ณ ที่นี้ในวันธรรมดา คนไม่มาก ห้องใหญ่นั่งประดิษฐ์ดอกไม้จันทน์ได้อย่างสบายๆ

●● โสมรพี ศรีประเสริฐ นายกสมาคมนักเรียนเก่าราชินีเชิญชวนศิษย์เก่าทุกคนทุกรุ่นร่วมบริจาคเสื้อผ้าของเหลือใช้สภาพดีมอบแก่สมาคมฯไปจัดจำหน่ายหารายได้เป็นทุนทรัพย์ช่วยเหลือคุณครูอาวุโสของโรงเรียนยามป่วยไข้ เดือนนี้จัดจำหน่ายหารายได้ระหว่างวันที่ 25-27 ก.ค.ที่ทำการสมาคม โรงเรียนราชินี ปากคลองตลาด

●● น่ายินดีที่ร้านกาแฟอเมซอน ของ ปตท.แบรนด์คนไทยไปเปิดสาขาแห่งแรกที่คาวาอุจิ ฟุกุชิมะ แล้วจะขยายสาขาไปอีกหลายสาขาในญี่ปุ่น ข่าวว่าวันเปิดได้รับเกียรติจาก นายกรัฐมนตรีอาเบะ ของญี่ปุ่นแวะมาเยี่ยมชม ในโอกาสที่ท่านมาตรวจพื้นที่ภัยพิบัติจากสึนามิ ที่ฟุกุชิมะ

●● ยินดีกับ อำนาจ สอนอิ่มสาตร์ ได้รับรางวัลนาฏราช จากสมาคมผู้สื่อข่าววิทยุและโทรทัศน์ ในฐานะเป็นผู้จัดรายการวิทยุดีเด่นมายาวนาน

●● เรื่องนี้มีตำนานชาวผ่านฟ้าราชดำเนิน จัดตั้งสมาคมประชาคมชาวผ่านฟ้า โดยมี ปิยะพงศ์ จันทรวงศ์ เจ้าของร้านก๋วยเตี๋ยวเนื้อวัวอร่อยเด็ดเป็นโต้โผ

●● ขอแสดงความเสียใจกับ พิมพ์แข กุญชร ณ อยุธยา ในการจากไปของ คุณแม่สินีนาฏ โพธิเวช พิธีสวดพระอภิธรรมจัดที่วัดตรีทศเทพ ตั้งแต่คืนวันศุกร์ที่ 7 ก.ค

●● ดังระเบิดชั่วข้ามคืน เมื่อได้มีการแชร์เรื่องและภาพของ “ลูกผู้ชายตัวจริง” ศรัณย์ ซอโสตถิกุล หนุ่มนักเรียนนอก จบปริญญาโท จากสหรัฐ มาสมัครเป็นพลทหารเรือรับใช้ชาติ กองทัพเรือได้ให้ไปช่วยเสริมทัพนักวิชาการที่กรมวิทยาศาสตร์ทหารเรือ โดยมีผลงาน อาทิร่วมทีมนักวิทยาศาสตร์ ทหารเรือ วิจัยสารขจัดคราบน้ำมันทางชีวภาพออกแบบโปรแกรมพยากรณ์พื้นที่อันตรายตามลม เพื่อใช้กับ “เรือรบหลวง” เมื่อเกิดเหตุสงครามนิวเคลียร์ ชีวเคมีมีประโยชน์อย่างนี้กองทัพเรือคงไม่ปล่อยให้ไปที่อื่นแน่นอนและคงต้องติดตามตอนต่อไปแล้วละค่ะ !!…●●

 
บารอนเนส

GIVENCHY SPRING SUMMER 2017

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/279576

GIVENCHY SPRING SUMMER 2017

GIVENCHY SPRING SUMMER 2017

วันเสาร์ ที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

ริคคาร์โด ทิชชี่ (Riccardo Tisci) ผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรค์ของแบรนด์จีวองชี่ (Givenchy) ยังคงสร้างความงดงามทางแฟชั่นอยู่เสมอ โดยในคอลเลคชั่น Spring-Summer 2017 นี้ ทิชชี่ได้หยิบยกมนต์เสน่ห์ของธรรมชาติมาถ่ายทอดแรงบันดาลใจผ่านสัญลักษณ์ต่างๆ ซึ่งเป็นตัวแทนของจักรวาลอันยิ่งใหญ่ โดยนำเสนอผ่านทางเดินบนพื้นกระจกที่ดูมีมิติหลากหลายเสมือนอยู่ในจักรวาลที่มีพลังความคิดสร้างสรรค์ใหม่ๆ เกิดขึ้น

ลายพริ้นท์หลักในซีซั่นนี้ได้แก่ ลายหินออนิกซ์ (Onyx) หรือลายแมนดาล่า (Mandala) โดยทิชชี่ได้ถ่ายทอดความสวยงามของลวดลายที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติจากการทับซ้อนของหิน โดยถ่ายทอดผ่านลุคต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นชุดเดรสคัตติ้งประณีตที่นำเสนอ
ผ่านเทคนิคการจับจีบให้เกิดการทับซ้อนกันเป็นชั้นๆ (Layer) ผ่านผ้าที่มีความพลิ้วไหวให้ความรู้สึกเป็นธรรมชาติ แสดงออกถึงความอ่อนหวานแบบอิสตรี

นอกจากนี้ ทิชชี่ยังมองเห็นจุดเด่นของสรีระรูปร่างอันสวยงาม และความร้อนแรงของส่วนโค้งเว้าของร่างกาย จึงรังสรรค์ออกมาเป็นชุดที่เน้นทรวดทรง และการออกแบบเสื้อผ้าที่เผยพิวพรรณอันสวยงามของผู้หญิง อีกทั้งยังมีการนำเสนอลุคชุดเดรสผ้าพันคอที่นำมาพันผูกอย่างเรียบง่ายที่โชว์ความคลาสสิกตามแบบฉบับของจีวองชี่ ทั้งหมดนี้ถูกรังสรรค์ผ่านโทนสีของฤดูร้อนที่สดใส โดดเด่น เช่น สีม่วง สีแดง สีเหลือง และสีส้ม

ทิชชี่ ยังคงนำเสนอลุคสีดำ ที่เป็นถึงสัญลักษณ์ของจีวองชี่มาพร้อมกับเทคนิคต่างๆ เช่น เทคนิคการตกแต่งซิปที่เป็นเอกลักษณ์บนชุดสูท นำลายโมทีฟมาตัดเย็บอย่างไม่ต่อเนื่องลงบนชุดเดรส เสริมสร้างดีเทลด้วยการเลือกใช้ผ้าที่พลิ้วไหวสะท้อนอารมณ์ความเป็น Street luxury ตามแบบฉบับของแบรนด์ได้อย่างลงตัว

สาวก จีวองชี่ เมืองไทย ตามไปอัพเดทคอลเลคชั่น SPRING SUMMER 2017 จาก GIVENCHY by Riccardo Tisci ได้ที่ร้านจีวองชี่ เซ็นทรัล เอ็มบาสซี่ ชั้น G โทร.02-1605895 และ สยามพารากอน ชั้น M โทร.02-6109607 ค่ะ

ประดิษฐ์ดอกไม้จันทน์ เพื่อถวายพ่อหลวง ร.9

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/279332

ประดิษฐ์ดอกไม้จันทน์  เพื่อถวายพ่อหลวง ร.9

ประดิษฐ์ดอกไม้จันทน์ เพื่อถวายพ่อหลวง ร.9

วันศุกร์ ที่ 7 กรกฎาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

โรงเรียนสาธิตกรุงเทพธนบุรี จัดกิจกรรมแห่งความจงรักภักดีและความอาลัยที่มีต่อในหลวงรัชกาลที่ 9 พระผู้ทรงสถิตอยู่ในดวงใจพสกนิกรชาวไทยตราบนิรันดร์ ภายใต้ “โครงการประดิษฐ์ดอกไม้จันทน์ เพื่อถวายพ่อหลวง ร.9”

รศ.สุขุมาล เกษมสุข ผู้อำนวยการโรงเรียนสาธิตกรุงเทพธนบุรี กล่าวว่า การเรียน-การสอนของโรงเรียน ถึงจะเป็นในระบบสาธิต และเน้นเรื่องการสื่อสาร ทั้งภาษาอังกฤษและจีนแล้วนั้น สิ่งที่เป็นรากฐานสำคัญของทางโรงเรียน คือ นักเรียนจะถูกปลูกฝังให้ซึมซับขนบธรรมเนียม ประเพณีไทย การรักชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ ซึ่ง เอิร์น-จิรวรรณชัยรุ่งเรือง รองผู้จัดการฯ และคณะผู้บริหารโรงเรียน จึงได้ร่วมกันคิดริเริ่ม “โครงการประดิษฐ์ดอกไม้จันทน์ เพื่อถวายพ่อหลวง ร.9” เพื่อสื่อถึงความจงรักภักดี และความอาลัยที่มีต่อในหลวงรัชกาลที่ 9 โดยทางโรงเรียนได้มีการเชิญวิทยากร เข้ามาช่วยสอนนักเรียนทุกระดับชั้น ตั้งแต่ประถมศึกษาจนถึงมัธยมศึกษา ให้ได้เรียนรู้ขั้นตอนที่ถูกต้องและสวยงาม เพื่อร่วมเป็นจิตอาสาในครั้งนี้

ทั้งนี้ ทางโรงเรียนขอเชิญชวนผู้ปกครองและประชาชนทั่วไป เข้าร่วม “ประดิษฐ์ดอกไม้จันทน์ เพื่อถวายพ่อหลวง ร.9” ตั้งแต่วันนี้-28 สิงหาคม 2560 เวลา 09.00-16.00 น. (จันทร์-ศุกร์) ณ ตึกอำนวยการ โรงเรียนสาธิตกรุงเทพธนบุรี สนใจสอบถามรายละเอียด เพิ่มเติมได้ที่ โทร.02-4081919-28, 02-4088111, 02-4081555 หรือ http://www.satitbtu.ac.th

คุณแหน : 7 กรกฎาคม 2560

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/279390

คุณแหน : 7 กรกฎาคม 2560

คุณแหน : 7 กรกฎาคม 2560

วันศุกร์ ที่ 7 กรกฎาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

ll “เมื่อคนเขายกย่องนับถือให้เป็นประมุขเท่าไร เราต้องรู้สึกว่าเราต้องทำงานให้หนักกว่าทุกคนต้องมีความรับผิดชอบ มีความเสียสละ…” พระราชดำรัส สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ พระราชทาน ณ ศาลาดุสิดาลัย 12 ส.ค. 2522…

 

ll โรงเรียนอนุบาล ประเทศเยอรมนี ที่สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงดูงานในโอกาสที่ทรงร่วมประชุมกับผู้ได้รับรางวัลโนเบล ณ เมืองลินเดา ปีพ.ศ.2552 เป็นต้นแบบของโครงการ“บ้านนักวิทยาศาสตร์น้อย ประเทศไทย” ทดลองนำร่องโดยมูลนิธิสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ…จุดเด่นอยู่ที่ทุกกิจกรรมการทดลองวิชาวิทยาศาสตร์ล้วนเชื่อมโยงกับชีวิตจริง…และใช้วัสดุอุปกรณ์ในชีวิตประจำวันที่หาง่ายและราคาถูก…

ll หยุดจากงานประจำบริหารการศึกษาของสถาบันจิตรลดา ท่านผู้หญิงอังกาบ บุณยัษฐิติ…ค่อยมีเวลาเป็นตัวของตัวเอง…ได้โอกาสไปชมพระที่นั่งอนันตสมาคม ที่อยู่ห่างที่ทำงานเดิมไม่กี่ก้าว เป็นครั้งแรก…บ้านตากอากาศที่อยู่ในหลายจังหวัดก็ได้มีโอกาสให้เจ้าของไปปัดฝุ่น…

ll รศ.ดร.รัฐสิทธิ์ สุขะหุต  ผอ.IT ของ ม.เชียงใหม่ ไม่อยากเห็นปัญหาขาดแคลนครูเก่งในต่างจังหวัด เป็นปัญหาของประเทศ…กำลังวางเครือข่ายคอมพิวเตอร์-ออนไลน์ ให้โรงเรียนในภาคเหนือ เข้าถึงครูเก่ง ครูดี…นายกฯ“ตู่”ได้ยิน ตบเข่าฉาดถูกใจ…“ช้างเผือก”ได้เกิดอีกหลายโขลงในป่าเขาทุรกันดาร…

ll ยังสวยเพรียวลม แต่งานในหน้าที่กรมการค้าภายใน ทำให้อธิบดี นันทวัลย์ ศกุนตะนาค ยอม“อ้วนกลมระทมไต”เพราะต้องหนุน Event โปรโมททุเรียนทุกอาทิตย์…ส่วนอธิบดี มาลี โชคล้ำเลิศ ยอม“อ้วน” โดยดุษณี จากทุเรียนที่พ่อค้าส่งออกประเคนให้…ไม่ก็ซื้อเองจากเจ้าประจำแถวตลาดเก่า…

ll งานแต่ง“ฉางกะชะอม”พ่อตานักกินอย่าง ลอยเลื่อน บุนนาค ลงทุนเอาตำรา“หุงข้าวต้มแกง”ของตระกูลบุนนาค มาพิมพ์เป็นของชำร่วยเป็นของ บุนนาค สาย“บางเขน”…สะใภ้เก่าแก่อย่าง“แดง” วนิดา พลอยประณีตไปด้วย…ประเภท“แกะกุ้ง”ต้องมีคนบริการ…

ll นัดพรรคพวกสถาปัตย์ จุฬาฯ รุ่นเข้า 2510 ที่สีลมวิลเลจอาทิตย์ที่แล้ว…เห็นป้ายจอง พลเรือเอกฐนิธ กิตติอำพน…เพื่อนฝูงคิดว่าใหญ่พอแล้ว…เอาเข้าจริงเจอ“พลเรือเอก”อีกท่าน จองวันเวลาเดียวกัน…“พี่ป๋อง”ต้องหลบ ขอเอาชื่อตัวเองมาอยู่ข้างล่างเพราะ พลเรือเอกชุมพล ปัจจุสานนท์ นอกจากเป็น“เจ้านาย”แล้ว…ยังเป็น“ผู้ใหญ่”กองทัพเรือที่น่าเคารพยกย่อง…

ll ข่าวเศร้า“อาม่า”เฮง เฮง ไม่อยู่แล้ว…สินีนาฏ โพธิเวส ดาราทีวี.เก่าแก่ตั้งแต่สมัยช่อง 4 บางขุนพรหม…สวดศพที่วัดตรีทศเทพ ถึงวันที่ 12ก.ค. …แจ้งเกิดเป็นดารานาฏศิลป์ไทย…พอตายกลายเป็น“อาม่า” เฮง เฮง…ll

ภิญญ์สิรี

‘กรุงเทพธารา’ชิมของอร่อยร้านดังทั่วพระนคร

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/279392

‘กรุงเทพธารา’ชิมของอร่อยร้านดังทั่วพระนคร

‘กรุงเทพธารา’ชิมของอร่อยร้านดังทั่วพระนคร

วันศุกร์ ที่ 7 กรกฎาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

กันต์ รตนาภรณ์

ชวนชาวไทยร่วมฉลองครบรอบกรุงรัตนโกสินทร์ 235 ปี กระทรวงวัฒนธรรม และ กรุงเทพมหานคร ร่วมกับ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ นำโดย ปกรณ์ พรรธนะแพทย์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานปฏิบัติการ บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด, อิศเรศ จิราธิวัฒน์ ผู้อำนวยการ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์, ปราณี สัตยประกอบ รองปลัดกรุงเทพมหานคร, ทวีศักดิ์ เลิศประพันธ์ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ร่วมด้วย วิชัย สินอนันต์พัฒน์ แห่งตรีเพชร อีซูซุ, สาระ ล่ำซำ แห่งเมืองไทยประกันชีวิต, พินิต วงษ์ยี่กุล แห่งบุญรอดเทรดดิ้ง และ มร.โดนัลด์ ออง จากมาสเตอร์การ์ด จัดกิจกรรมยิ่งใหญ่ระดับประเทศเพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการเฉลิมฉลองให้กับเมืองหลวงของประเทศไทย ในงาน “กรุงเทพธารา” (KrungthepThara) ภายใต้เทศกาล “เทสต์ ออฟ เดอะ เวิลด์ แอท เซ็นทรัล แบงค็อก” (Tastes of The World at Central Bangkok) งานตลาดน้ำย้อนยุคสมัยรัตนโกสินทร์ รวบรวมของดีของเด็ดจากร้านอาหารชื่อดังทั่วพระนคร พบกับวิถีชุมชนริมแม่น้ำเจ้าพระยา ภายใต้คอนเซ็ปต์“เทียบ 5 ท่า ตะลอนอิ่ม 5 ชุมชน”

พิธีเปิดงานได้จัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ด้วยโชว์การแสดงสุดพิเศษจากกว่าที่เจ้าสาวสุดฮอต มาร์กี้-ราศรี บาเล็นซิเอก้า และโชว์สุดอลังการย้อนวันวานจากกระทรวงวัฒนธรรม โดยมีเซเลบริตี้คนดัง อาทิ กันต์ รตนาภรณ์, ปาวา นาคาศัย และ วารีนิธิ กันท์ไพบูลย์ เป็นต้น ร่วมพาทัวร์ชิมร้านดัง โดยงานกรุงเทพธารา จะจัดขึ้นตั้งแต่วันนี้- 30 กรกฎาคม 2560 ณ ลานด้านหน้าศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์

ปกรณ์ พรรธนะแพทย์

ปกรณ์ พรรธนะแพทย์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่สายงานปฏิบัติการ บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด กล่าวว่า ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ขอร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการเฉลิมฉลองวันสถาปนาให้กับเมืองหลวงของไทย ด้วยการจัดงาน “กรุงเทพธารา แอท เซ็นทรัลเวิลด์” นำเสนอกิจกรรมทางศิลปวัฒนธรรมไทยแขนงต่างๆ โดยได้แบ่งร้านอร่อยไว้ภายใต้แนวความคิด “เทียบ 5 ท่า ตะลอนอิ่ม 5 ชุมชน ได้แก่ ท่าพระอาทิตย์, ท่าวังหลัง, ท่าราชินี, ท่าราชวงศ์ และ ท่าสี่พระยา-คลองสาน ขนร้านเด็ดร้านดังมาให้อิ่มอร่อย ไม่ว่าจะเป็นเมนู โอวกี่ หมูสะเต๊ะ,โรตีมะตะบะ ท่าพระจันทร์, หอยทอดกระทะยักษ์ชาวเล, ขนมตุ้บตั้บ ชนม์ณิช, ไอติมไข่แข็ง เซ็นต์หลุยส์, แกงกะหรี่นายโย่ง, ก๋วยเตี๋ยวคั่วไก่เจ๊เค็ง, ขนมเบื้องแม่ประภา, ขนมครกเศรษฐี9 หน้า, หมูย่างเมืองตรัง, ณิศวรรณ ขนมไข่ปลา, ขนมฝรั่งกุฎีจีน,เซี้ย หูฉลาม, คั้นกี่ น้ำเต้าทอง, ขนมปังเจ้าอร่อยเด็ดเยาวราช,หมี่หวาน เจ้หมวย และอีกมากมายกว่าร้อยร้านดัง

เบอร์ดี้-ปาวา นาคาศัย, กันต์ รตนาภรณ์, บี-วารีนิธิ กันท์ไพบูลย์

นอกจากนี้ ยังมีการสาธิตงานฝีมือจากศิษย์วิทยาลัยในวังหญิงถ่ายทอดความรู้งานช่างประดิษฐ์ของสตรี, หัวโขนบ้านสุรจิตร, สาธิตการเขียนเบญจรงค์จากหมู่บ้านเบญจรงค์ดอนไก่ดี, เลือกชมหัตถกรรมเครื่องปั้นดินเผาเกาะเกร็ด, ชมสาธิตการทำเครื่องปั้นดินเผาเกาะเกร็ด จ.นนทบุรี

ด้านเซเลบริตี้ได้พูดถึงเสน่ห์ของงานนี้ เริ่มที่ เบอร์ดี้-ปาวา นาคาศัย บอกว่า ท่าน้ำและชุมชนริมแม่น้ำเจ้าพระยาเป็นเอกลักษณ์และเสน่ห์ของกรุงเทพอยู่แล้ว และพอเรามีแม่น้ำเจ้าพระยาแน่นอนว่าต้องมีท่าเรือที่ผู้คนจะใช้สัญจรไป-มา จึงกลายเป็นการรวมตัวของร้านค้าร้านอาหารอร่อยๆ แต่ที่ไปบ่อยสุดคือ “ท่าวังหลัง” เพราะแถวนั้นเป็นที่ตั้งของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และจะชอบโรตีมะตะบะ ท่าพระจันทร์ด้วย เนื่องจากเป็นคนชอบกิน ร้านดังๆ ที่มาออกร้านที่งานกรุงเทพธารา ขอบอกว่าเคยกินเกือบทุกร้านแล้ว แต่ร้านที่ไม่อยากให้พลาดคือ “ขนมปังเจ้าอร่อยเด็ดเยาวราช” เมื่อก่อนไปต่อแถวซื้อบ่อยมาก แต่ช่วงหลังๆ คิวเยอะเลยไม่ค่อยได้ไปแล้ว ขนมปังกรอบนอกนุ่มใน ไส้เยิ้ม คือความอร่อยของร้านนี้ เวลาไปต้อง 5 ทุ่ม วันนี้มาแล้วจึงต้องขอซื้อไว้เป็นเสบียงติดรถเอาไว้หน่อย

ท่าราชวงศ์

สำหรับหนุ่มหล่อเนี้ยบ กันต์ รตนาภรณ์ บอกว่า ก่อนมางานกรุงเทพธารา ตั้งใจไว้เลยว่าจะมากิน “บัวลอยไข่เค็ม” ท่าน้ำคลองสานให้ได้ เพราะมีแต่คนพูดถึงความอร่อยเด็ดของร้านนี้ และเราเองก็ยังไม่มีโอกาสได้ไปย่านนั้นด้วยเลยคิดว่าเป็นหนึ่งในร้านที่ห้ามพลาด เราเป็นคนชอบตระเวนกินของอร่อยๆ และเวลาเห็นใครรีวิวหรือเพื่อนโพสต์ว่าร้านอาหารที่ไหนอร่อย จะต้องตามไปกินอยู่แล้ว เชื่อว่าทุกคนชอบกินของอร่อยอยู่แล้ว แต่ด้วยข้อจำกัดของเวลาและการจราจร การที่มีงานกรุงเทพธาราที่รวมแต่ของอร่อยจากทั่วทุกสารทิศในกรุงเทพมาไว้ที่เซ็นทรัลเวิลด์ที่เดียว ถือได้ว่าเป็นสวรรค์ของนักชิมเลยก็ว่าได้ และสังเกตได้เลยว่าทั้ง 5 ท่า 5 ชุมชน ที่งานกรุงเทพธาราจำลองมา ก็จะมีศิลปะการตกแต่งที่ไม่เหมือนกัน สิ่งเหล่านี้ไม่ใช่ใหม่ แต่เป็นวิถีชีวิต เป็นสิ่งที่สั่งสมกันมาตั้งแต่ยุคบรรพบุรุษของเราจนกลายเป็นเอกลักษณ์ที่ใครก็ลอกเลียนแบบไม่ได้

ด้านดีไซเนอร์สาว บี-วารีนิธิ กันท์ไพบูลย์ ก็บอกว่า ชอบไอติมไข่แข็ง เซ็นต์หลุยส์ มากๆ กินจนหมดถ้วยเลย จริงๆ ไอติมกะทิอย่างเดียวก็อร่อยจะแย่อยู่แล้ว แต่นี่ราดไข่ลงไปอีก ความมันของไข่ทำให้รสออกมากลมกล่อมขึ้น บวกกับท็อปปิ้งที่เลือกได้ตามชอบ ยอมใจเลย ถึงแม้ว่า 5 ท่า 5 ชุมชน วันนี้เราจะเดินครบแล้ว แต่ก็ยังไม่สามารถชิมของอร่อยได้ครบ วันหลังจึงต้องกลับมาใหม่ เพราะรวมแต่ของดังของเด็ดมาให้อร่อยกันถึงที่ โดยที่เราไม่ต้องตระเวนไปทุกย่านในกรุงเทพ นอกจากงานนี้จะมีของอร่อยให้เราทานกันแล้ว ก็ยังมีร้านที่นำศิลปหัตถกรรมมาให้เราได้เลือกซื้อ เลือกชมด้วย ทุกสารทิศในกรุงเทพมาไว้ที่เดียว ชาวต่างชาติจะได้เห็นว่าคนไทยกินอย่างนี้มีวิถีชีวิตที่ผูกพันกับริมแม่น้ำแบบนี้”

ขนมเบื้องญวณ

มาร์กี้-ราศรี

เคปพันวา โฮเทล ภูเก็ต เรซวีค 2017

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/279333

เคปพันวา โฮเทล ภูเก็ต เรซวีค 2017

เคปพันวา โฮเทล ภูเก็ต เรซวีค 2017

วันศุกร์ ที่ 7 กรกฎาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.
โรงแรมเคปพันวา ภูเก็ต ในเครือเคป แอนด์ แคนทารี โฮเทลส์ และ บริษัท มีเดีย บิซิเนส เซอร์วิส จำกัด เจ้าของสิทธิ์ในการจัดการแข่งขัน ร่วมจัดงาน เคปพันวา โฮเทล ภูเก็ต เรซวีค 2017 การแข่งขันเรือใบชั้นแนวหน้าของภูมิภาค ครั้งที่ 14 ที่โรงแรมเคปพันวา ภูเก็ต และ โรงแรมแคนทารี เบย์ ภูเก็ต ระหว่างวันที่ 19-23 กรกฎาคม 2560 ผู้สนใจเข้าชมงานเคปพันวา โฮเทล ภูเก็ต เรซวีค 2017 แม้ขณะนี้ห้องพักราคาพิเศษสำหรับผู้เข้าร่วมแข่งขัน จะมีการจองเต็มแล้ว แต่ห้องพักในราคาปกติยังสามารถจองได้ที่โทร.076 391 123 หรือ อีเมล์: reservations@capepanwa.com ข้อมูลเพิ่มเติมสามารถเยี่ยมชมเว็บไซต์ http://www.phuketraceweek.com

เก็บตัว 25 สาวงาม Miss Tourism Queen Thailand 2017

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/279394

เก็บตัว 25 สาวงาม Miss Tourism Queen Thailand 2017

เก็บตัว 25 สาวงาม Miss Tourism Queen Thailand 2017

วันศุกร์ ที่ 7 กรกฎาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น

เก็บตกการเก็บตัวผู้ประกวด 25 คนสุดท้าย Miss Tourism Queen Thailand 2017 ซึ่งสาวงามทุกคนได้ชื่นชมธรรมชาติของเกาะช้าง จังหวัดตราด พร้อมงานเลี้ยงต้อนรับจากชาวตราดอย่างอบอุ่น

จุดหมายแรก 25 สาวงามได้เคลื่อนขบวนไปสักการะศาลเจ้าพ่อเกาะช้าง ส่วนใหญ่ไม่ลืมที่จะขอพรให้ตัวเองสมหวังในการประชันโฉมครั้งนี้ พร้อมถ่ายรูปเป็นที่ระลึก ณ บันไดมังกร ก่อนจะเดินทางไปบ้านควาญช้าง เพื่อทำกิจกรรมขี่ช้างชมพนาและอาบน้ำช้างกลางน้ำตก สร้างความตื่นเต้นและประทับใจแก่พวกเธอไม่น้อย จากนั้นก็มีโอกาสไปสักการะหลวงพ่อเพชรแห่งวัดสลักเพชร สิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมือง พระพุทธรูปปางสมาธิ หน้าตักกว้าง 65 เซนติเมตรสูง 113 เซนติเมตร สร้างจากโลหะสำริดในรูปแบบศิลปะสมัยรัตนโกสินทร์ นอกจาก นี้พระอุโบสถยังวิจิตรอลังการด้วยงานศิลปะอันเอกอุที่ควรค่าน่าชมยิ่งนัก

ตกบ่ายเป็นกิจกรรมเชิงธรรมชาติผสานสัมผัสวัฒนธรรม โดยสาวงามได้ล่องเรือมาดท่องป่าชายเลนอันอุดมสมบรูณ์ที่หมู่บ้านสลักคอกชมวิถีดั้งเดิมอันเป็นเอกลักษณ์แบบฉบับชาวประมงพื้นบ้านของทะเลภาคตะวันออก ปิดท้ายด้วยกิจกรรมสร้างสรรค์ “ปันใจให้ตราด” ที่เกาะช้างใต้เพื่อหวังสร้างจิตสำนึกที่ดีมีร่วมอนุรักษ์ผืนป่าและสายน้ำไว้ให้คงอยู่สืบไป ภายใต้แนวคิด “บวชป่าสืบชะตาสายน้ำ” โดยการสนับสนุนของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย

แตงกวา-กษมา ซื่อตรง หมายเลข 11 เคยมีโอกาสขี่ช้างที่อยุธยา ครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่เธอได้ทำกิจกรรมขี่ช้างกลางป่าจริงๆ แต่บรรยากาศแตกต่างอย่างสิ้นเชิง เพราะได้สัมผัสธรรมชาติสวยงามของป่าควบคู่กับการสัมผัสความน่ารักของช้างอย่างใกล้ชิด ขณะที่ 3 สาวงาม ฝ้าย-เฉลิมขวัญ คงแก้ว หมายเลข 21, เอ๋-ชลลดา ปานสีนุ่น หมายเลข 22 และ ไอ-ไอลดา ตันยะกุล หมายเลข 25 ทำกิจกรรมอาบน้ำช้างกลางน้ำตก ต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันตื่นเต้นและสนุก เพราะเป็นกิจกรรมที่ไม่เคยทำมาก่อนอย่างไรก็ตาม แม้จะไม่เคยอาบน้ำช้างมาก่อนก็ไม่มีความกลัว อีกทั้ง พวกเธอยังพบกับความฉลาดแสนรู้ของสัตว์ขนาดใหญ่และยังได้สัมผัสกับความน่ารักและขี้เล่นของช้างด้วย โดยเฉพาะการพ่นน้ำใส่พวกเธอ

สาวงามคนใดจะคว้ามงกุฎ Miss Tourism Queen Thailand 2017 ต้องรอลุ้นกันในรอบการประกวดตัดสิน วันที่ 13 กรกฎาคม 2560 ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา แจ้งวัฒนะ ถ่ายทอดสด เวลา 22.00–24.00 น. ทางช่อง 9 MCOT HD หมายเลข 30 ซึ่งแฟนนางงามสามารถร่วมโหวต “Miss Popular Vote” หรือ “นางงามขวัญใจมหาชน” ผ่านทาง SMS โดยพิมพ์ MT ตามด้วยหมายเลขผู้เข้าประกวด ส่งมาที่ หมายเลข 4111001 (ครั้งละ 3 บาท) ตั้งแต่วันนี้จนถึง วันที่ 12 กรกฎาคม 2560 เวลา 18.00 น. โดยสาวงามที่ได้รับคะแนนโหวตสูงสุดจะได้รับการ Fast Track เข้ารอบ 10 คนอัตโนมัติ

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมและติดตามข้อมูลข่าวสารจากกองประกวดได้ที่www.misstourismqueenthailand.com Facebook : Miss Tourism Queen Thailand หรือสอบถาม โทรศัพท์ 0-22016269, 08-59120462,09-79359963

เบรกเกอร์ และ มูลนิธิราชพฤกษ์ นำทีมอาสาสมัครปลูกป่าต้นน้ำม่อนแจ่ม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/279328

เบรกเกอร์ และ มูลนิธิราชพฤกษ์ นำทีมอาสาสมัครปลูกป่าต้นน้ำม่อนแจ่ม

เบรกเกอร์ และ มูลนิธิราชพฤกษ์ นำทีมอาสาสมัครปลูกป่าต้นน้ำม่อนแจ่ม

วันศุกร์ ที่ 7 กรกฎาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

ผู้บริหารเบรกเกอร์ วิษณุ วงศ์วีระนนท์ชัย

ผ่านพ้นไปด้วยรอยยิ้มกับภารกิจดีต่อใจและดีต่อโลกกับกิจกรรมปลูกป่า Breaker Save Rainforest ที่มีโต้โผใหญ่ อย่าง บริษัท เอส.ซี.เอส.สปอร์ตสแวร์ จำกัด จากแบรนด์รองเท้าชื่อดัง เบรกเกอร์ ที่จับมือร่วมกับ มูลนิธิราชพฤกษ์ เข้าฟื้นฟูป่าต้นน้ำม่อนแจ่ม ม่อนล่อง จ.เชียงใหม่ โดยยกทีมอาสาสมัครคนรุ่นใหม่กว่า 40 คน เข้าร่วมกิจกรรม มุ่งเน้นการสร้างจิตสำนึกที่ดีของคนเมืองและคนรุ่นใหม่ให้เห็นถึงความสำคัญของป่าไม้ต่อชีวิตและโลกของเรา ด้วยการให้ข้อมูลเกี่ยวกับการปลูกป่าและฟื้นฟูป่าในธรรมชาติที่ถูกต้อง พร้อมตอบแทนอาสาสมัครด้วยการมอบรองเท้ารุ่นพิเศษ Breaker Hornbill ที่ทำขึ้นเฉพาะกิจเพียง 40 คู่ สำหรับอาสาสมัครที่เข้าร่วมกิจกรรมเท่านั้น

ภายในงานได้รับเกียรติจาก ดร.คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช ประธานมูลนิธิสถาบันราชพฤกษ์, ดร.สตีฟ เอลเลียต ผู้อำนวยการหน่วยวิจัยฟื้นฟูป่า หรือ FORRU จากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และ ภูเบศวร์ เมืองมูล หัวหน้าโครงการหลวงหนองหอย เข้าร่วมกิจกรรม ณ ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงหนองหอย ม่อนแจ่ม-ม่อนล่อง จ.เชียงใหม่

วิษณุ วงศ์วีระนนท์ชัย ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท เอส.ซี.เอส. สปอร์ตสแวร์จำกัด กล่าวว่า “บริษัท เอส.ซี.เอส.สปอร์ตสแวร์จำกัด ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายรองเท้าแบรนด์เบรกเกอร์ ซึ่งถือเป็นแบรนด์รองเท้าของคนไทยที่มีอายุกว่า 42 ปี ตลอดเวลาที่ผ่านมาเราไม่เพียงแต่ทำธุรกิจด้วยความมุ่งมั่น แต่เรายังคงเดินหน้าสร้างสรรค์สิ่งดีๆ เพื่อสังคมอย่างต่อเนื่องผ่านกิจกรรมต่างๆ มากมาย โดยมุ่งเน้นการรวมพลังของคนรุ่นใหม่ในการสร้างสรรค์สิ่งดีๆ เพื่อสังคม และโดยเฉพาะอย่างยิ่งปัญหาเรื่องป่าไม้ เป็นปัญหาที่ต้องได้รับการแก้ไขอย่างเร่งด่วนและต้องแก้ไขด้วยความเข้าใจที่ถูกต้อง”

ดร.คุณหญิงกัลยา โสภณพานิช และ วิษณุ วงศ์วีระนนท์ชัย ร่วมปลูกป่า

สำหรับกิจกรรมครั้งนี้จัดขึ้นในโครงการฟื้นฟูป่าต้นน้ำ ม่อนแจ่ม ม่อนล่อง ในเขตอุทยานดอยสุเทพ-ปุย ซึ่งที่ผ่านมาป่าในบริเวณนี้ถูกไฟป่าเผาไหม้เป็นประจำทุกปี ดังนั้น การฟื้นฟูป่าที่นี่จึงเป็นเรื่องจำเป็นและเร่งด่วนมาก จึงเกิดเป็นความร่วมมือจากหลายภาคส่วนในการช่วยฟื้นฟูระบบนิเวศน์ คืนความหลากหลายทางชีวภาพให้กับพื้นที่แห่งนี้ จึงเป็นจุดเริ่มต้นในการลงมือศึกษาพื้นที่และวิจัยพันธุ์ไม้ที่เหมาะสมสำหรับพื้นที่มีการติดตามผลเป็นระยะเวลา 2 ปี โดยมีชาวบ้านในพื้นที่เป็นผู้ดำเนินการหลักในการตัดหญ้า ใส่ปุ๋ยและเฝ้าระวังไฟ ทั้งนี้ ทางเบรกเกอร์ ได้จัดกิจกรรมในครั้งนี้ขึ้นเพื่อเป็นการปลูกฝังให้คนรุ่นใหม่ได้เห็นความสำคัญของการดูแลรักษาและฟื้นฟูป่าอย่างถูกวิธี ไม่ใช่เพียงการปลูกป่าเพียงคนละต้นสองต้น แล้วก็แยกย้ายกลับบ้าน แต่มองที่การคืนป่าสู่ธรรมชาติอย่างสมบูรณ์และยั่งยืน

ดร.คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช ประธานมูลนิธิสถาบันราชพฤกษ์ กล่าวว่ากว่า 30 ปีที่ทางมูลนิธิราชพฤกษ์ ทำหน้าที่ปลูกป่าทั้งป่าบกและป่าชายเลน ซึ่งแม้เราจะเป็นหน่วยงานเล็กๆ แต่เรามาพร้อมภารกิจที่ยิ่งใหญ่ด้วยความตั้งใจที่จะเห็นพื้นที่ป่าในประเทศไทยกลับมาเขียวชะอุ่มอีกครั้ง จนตอนนี้เราได้ทำการปลูกไปแล้วกว่า 20 ล้านต้น สิ่งเหล่านี้จะเกิดขึ้นไม่ได้เลยหากขาดความร่วมมือ จากหลายภาคส่วนทั้งบริษัทเอกชนและอาสาสมัคร ทุกคนที่เต็มใจมาทำสิ่งดีๆ เพื่อโลกของเรา

ดร.สตีฟ เอลเลียต ผู้อำนวยการหน่วยวิจัยฟื้นฟูป่า มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เปิดเผยว่าเมื่อ 20 กว่าปีที่แล้ว หน่วยวิจัยการฟื้นฟูป่าแห่งนี้ เกิดขึ้นมาได้ด้วยความเชื่อที่ว่าป่าสามารถฟื้นฟูได้ ไม่ใช่ต้องนำต้นไม้เข้าไปปลูกอย่างเดียว ซึ่งในสมัยนั้นคนรอบตัวทุกคนมีความเชื่อที่ว่าป่าที่นี่ไม่มีทางฟื้นฟูได้ จะทำได้มากที่สุดก็คงเป็นเพียง การนำต้นยูคาลิปตัสหรือต้นสนมาปลูกก็เท่านั้น แต่จากวันนั้นจนถึงวันนี้เราสามารถคืนระบบนิเวศน์และป่าที่สมบูรณ์ ให้ป่าแห่งนี้ได้แล้ว และในวันนี้เราได้มีการขยายพื้นที่และนำต้นกล้ามาปลูกเพิ่มอีกกว่า 3,000 ต้น รวมกว่า 21 สายพันธุ์บนพื้นที่กว่า 6 ไร่ พร้อมด้วยการฟื้นฟูป่าในพื้นที่ใกล้กันด้วยการนำเทคนิคการใช้กระดาษคลุมโคน ต้นไม้มาใช้ในการฟื้นฟูป่าในครั้งนี้ซึ่งเทคนิคนี้กำลังเป็นที่นิยมมากขึ้นในต่างประเทศ ซึ่งจะเป็นเทคนิคที่ช่วยลด วัชพืชรอบๆ โคนต้นที่อาจเป็นอุปสรรคของการเจริญเติบโตของต้นกล้าที่ขึ้นเองตามธรรมชาติ อีกทั้งยังช่วยป้องกันไม่ให้หญ้าขึ้นสูง ซึ่งการลดจำนวนหญ้าจะช่วยทำให้การเกิดไฟป่าน้อยลงอีกด้วย”

ผู้บริหารและทีมอาสาสมัครคนรุ่นใหม่ ร่วมกิจกรรมปลูกป่า Breaker Save Rainforest

นอกจากนี้ ดร.สตีฟ ได้กล่าวถึงการฟื้นฟูป่า ซึ่งถือเป็นวาระสำคัญของโลกที่ต้องทำอย่างเร่งด่วนโดยล่าสุด องค์การสหประชาชาติได้ประกาศถึงภาวะวิกฤติของโลกที่ต้องขอความร่วมมือจากประชากรทุกคนในการช่วยฟื้นฟูป่าไม้ โดยจะต้อง ฟื้นฟูป่าอย่างเร่งด่วนด้วยเป้าหมายคือ ขนาด 350,000 ล้านเอเคอร์ หรือ 1,800,000 ล้านไร่ หรือเทียบง่ายๆ คือขนาดของประเทศอินเดียหนึ่งประเทศ ภายในเวลา 13 ปี ซึ่งแน่นอนว่าด้วยภารกิจที่ยิ่งใหญ่นี้ ไม่ใช่หน้าที่ของคนใดคนหนึ่งแต่เป็นหน้าที่ของมนุษย์ทุกคน

ธนวัฒน์ สุขสิน ตัวแทนอาสาสมัครที่เข้าร่วมกิจกรรม กล่าวว่า ผมเป็นหนึ่งในแฟนเพจของเบรกเกอร์และติดตามกิจกรรมดีๆ ของเบรกเกอร์มาโดยตลอด จนมาถึงตอนนี้ได้มีโอกาสมาร่วมกิจกรรมปลูกป่าในครั้งนี้ด้วย รู้สึกประทับใจมาก เพราะได้มีโอกาสมารู้ในสิ่งที่ไม่เคยรู้เกี่ยวกับการดูแลและรักษาป่าที่ถูกต้อง ที่สำคัญวันนี้ได้ชวนเพื่อนสนิท หลายคนมาร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ด้วย เพราะมีความเชื่อที่ว่า ถ้ามาคนเดียว เราก็ได้เห็นภาพพื้นที่ป่าแค่คนเดียว แต่ถ้าเราชวนเพื่อนมาพวกเขาจะได้เห็นภาพแบบเดียวกัน รอบนี้ถ้ากลับบ้านไปจะเอาสิ่งดีๆ เหล่านี้ และเอาความรู้ที่เกี่ยวกับการปลูกป่าที่ถูกวิธีไปบอกเล่าต่อไป”

ทั้งนี้ สามารถติดตามกิจกรรมดีๆ และรองเท้ารุ่นต่อไปจากเบรกเกอร์ได้เร็วๆ นี้

ประกาศผลสิ่งทอสร้างสรรค์ ดึงนวัตกรรมเพิ่มมูลค่าแฟชั่น

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/279325

ประกาศผลสิ่งทอสร้างสรรค์ ดึงนวัตกรรมเพิ่มมูลค่าแฟชั่น

ประกาศผลสิ่งทอสร้างสรรค์ ดึงนวัตกรรมเพิ่มมูลค่าแฟชั่น

วันศุกร์ ที่ 7 กรกฎาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

กมลา กรรณเลขา กับผลงาน Life.Lux.Utility

ผลงานดีไซน์เสื้อผ้า “คุณแม่ทำงานยุคใหม่” ชนะเลิศการประกวด โครงการประกวดออกแบบผลิตภัณฑ์สิ่งทอเชิงสร้างสรรค์ (CreativeTextiles Award 2017: CTA 2017)ซึ่งสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม ร่วมกับสถาบันพัฒนาอุตสาหกรรมสิ่งทอ จัดขึ้นเฟ้นหาดีไซเนอร์หน้าใหม่ดึงนวัตกรรมและเทคโนโลยีสร้างสรรค์สิ่งทอยกระดับคุณภาพชีวิตมุ่งตอบโจทย์ด้านสุขภาพและคำนึงถึงสิ่งแวดล้อม พร้อมปั้นนักออกแบบสู่เส้นทางผู้ประกอบการและเจ้าของแบรนด์รองรับการเติบโตอุตสาหกรรมสิ่งทอแฟชั่นไทย 4.0 ตั้งเป้าสร้างโอกาสและยอดขายในตลาดสากล

นายวีรศักดิ์ ศุภประเสริฐ รองผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม เผยว่า สำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (สศอ.) ได้สนับสนุนการจัดกิจกรรมดังกล่าว ภายใต้โครงการเพิ่มประสิทธิภาพอุตสาหกรรมสิ่งทอ ประจำปีงบประมาณ 2560 ตามแผนแม่บทการเพิ่มประสิทธิภาพและผลิตภาพการผลิตของภาคอุตสาหกรรม พ.ศ. 2559-2564 เพื่อส่งเสริมการวิจัยพัฒนาผลิตภัณฑ์ ด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรม และกระตุ้นการรับรู้ต่อสาธารณะ พร้อมประชาสัมพันธ์เพื่อเพิ่มช่องทางการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ไปสู่เชิงพาณิชย์ได้อย่างครบวงจร ทั้งภายในประเทศ และต่างประเทศ ภายใต้แนวคิด “Wellness Design ยกระดับคุณภาพชีวิตด้วยสุนทรียะแห่งอนาคต” โดยส่งเสริมนักออกแบบรุ่นใหม่ใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยี และแนวคิดและการเลือกใช้วัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม มาพัฒนาผลิตภัณฑ์ไปสู่การขายในตลาดได้จริง เตรียมพร้อมเข้าสู่อุตสาหกรรมแฟชั่นและอุตสาหกรรมต่อเนื่องแบบยั่งยืน นำไปสู่การรองรับการพัฒนาอุตสาหกรรม 4.0 ในอนาคต

ดร.ชาญชัย สิริเกษมเลิศ ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาอุตสาหกรรมสิ่งทอ กล่าวว่า สำหรับหลักเกณฑ์การประกวดนั้น ผู้ประกวดต้องเกิดแรงบันดาลใจในการนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีมาพัฒนาและประยุกต์ใช้ผลิตภัณฑ์สิ่งทอ ผสมผสานกับแนวคิดที่มีความคิดสร้างสรรค์ เพื่อสร้างคอลเลคชั่น โดยเลือกหัวข้อเพื่อการออกแบบเครื่องแต่งกายที่สอดคล้องกับสิ่งทอคุณสมบัติพิเศษกันยุงสิ่งทอคุณสมบัติพิเศษกันไฟ หรือ สิ่งทออัจฉริยะ (Smart Textile) เพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คุณภาพชีวิตยุค 4.0 ไม่ว่าจะเป็นการนำเอาวัตถุดิบทางธรรมชาติหรือวัสดุเหลือใช้มาเป็นองค์ประกอบในการออกแบบ และพัฒนาเป็นสิ่งทอเพื่อสุขภาพ หรือสิ่งทอที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม รวมทั้งออกแบบมีความเป็นไปได้ทางการตลาด

คุณแม่ยุคใหม่ชุดสวยพร้อมให้นมลูก

การประกวดครั้งนี้ได้รับความสนใจจากนักออกแบบทั้งมืออาชีพและมือสมัครเล่น ร่วมส่งผลงานเข้าประกวด 195 ผลงาน ซึ่งผลงานที่ออกแบบได้ตอบโจทย์การประกวดครั้งนี้จนได้รับรางวัลชนะเลิศ เงินสดจำนวน 100,000 บาท พร้อมโล่ ประกาศนียบัตร ได้แก่ ผลงาน Life.Lux.Utility ของ กมลา กรรณเลขา โดยมีแรงบันดาลใจในการออกแบบที่คำนึงถึง “คุณแม่ทำงานยุคใหม่”ในยุคที่คนมีลูกน้อยจนกลายเป็นปัญหาระดับชาติ คุณภาพของชีวิตใหม่จึงสำคัญมาก และทุกวันแม่ที่ทำงานต้องเผชิญมลภาวะเชื้อโรค ซึ่งทำร้ายทารกในครรภ์อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ในฐานะดีไซเนอร์จึงตั้งเป้าหมายที่จะทำเสื้อผ้าและกระเป๋าที่ให้มากกว่าแค่ความงามแต่ยังแก้ปัญหาให้แม่ทำงาน และมีส่วนช่วยสังคมได้ด้วยเทคนิคพิเศษการผสานสารกำจัดมลภาวะและเชื้อโรค อย่าง Nano-Silica &ZOT เข้าไปในเนื้อผ้า ไม่ให้มลภาวะเชื้อโรคเข้าถึงตัวแม่ เสื้อมีช่องเปิด/ปิด สำหรับให้นมและปั๊มนมอย่างสะดวกสบาย สี ทรงและเส้นดีไซน์ช่วยนำสายตา พรางรูปร่างช่วงท้องและสะโพก ให้ดูเพรียวขึ้น ให้มีสไตล์ที่มั่นใจ

รางวัลรองชนะเลิศ 2 รางวัล ได้รับเงินสดรางวัลละ 30,000 บาท พร้อมโล่ และประกาศนียบัตร คนแรกได้แก่ กฤษดา รัตนางกูร ผลงาน The Wearable Art มีแนวคิดในการออกแบบที่ต้องการนำเสนอความสวยงามที่เป็นรูปแบบของเครื่องแต่งกายพิเศษที่บ่งบอกถึงรสนิยม ความสวยงามโดดเด่นและเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว ในขณะเดียวกันยังสามารถป้องกันอุบัติเหตุที่อาจจะเกิดขึ้นได้ตลอดเวลาอีกด้วย โดยได้นำเทคนิคพิเศษ finishing กันยุง finishing สะท้อนน้ำสาร Silica จากแกลบและรำข้าวซึ่งเป็นของเหลือทิ้งจากภาคการเกษตร เข้ามาผสมผสานในผ้าที่ใช้ในการตัดเย็บ

พัชโรจน์ ช้างวัน ผลงาน CHAMOUFLAGE

และอีกหนึ่งผลงานรองชนะเลิศได้แก่ พัชโรจน์ ช้างวัน ผลงานCHAMOUFLAGE ได้รับแรงบันดาลใจจากกิ้งก่า สัตว์ในป่าที่รอดพ้นจากอันตรายต่างๆ จากความพิเศษของผิวหนัง สามารถอำพรางตัว ปรับสีให้กลมกลืนกับธรรมชาติ และผิวหนังยังมีคุณสมบัติสะท้อนน้ำด้วยจึงได้นำความสามารถของกิ้งก่า มาออกแบบสู่ผ้าและเครื่องแต่งกายมนุษย์ ที่ประกอบไปด้วยคุณสมบัติและความสวยงามตามแรงบันดาลใจเทคนิคพิเศษใช้เส้นใย kevlar, carbon yarn มาทอมือผสมผสานกับการออกแบบลายทอมัดหมี่ที่มีต้นแบบจากลายขิดมีรอดทอผสมผสานให้เกิดลวดลาย และพื้นผิวผ้าที่น่าสนใจ เพิ่มประโยชน์และคุณสมบัติใหม่ๆ ให้กับผ้าไทย และใช้เทคโนโลยี Organo Tex หรือการทำผ้าสะท้อนน้ำเพื่อเพิ่มโอกาสการใช้งานให้กับเครื่องแต่งกาย

กฤษดา รัตนางกูร ผลงาน The Wearable Art

ทั้งนี้ เจ้าของรางวัลชนะเลิศและรองชนะเลิศ จะได้เดินทางไปร่วมจัดแสดงนิทรรศการเพื่อสร้างโอกาสทางการตลาด ในงาน Hong Kong Fashion Weekfor Spring/Summer 2017 ระหว่างวันที่10-13 กรกฎาคม 2560 ณ Hong Kong Convention Centre เขตบริหารพิเศษฮ่องกงแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน ซึ่งถือเป็นศูนย์กลางของตลาดแฟชั่นในเอเชียด้วยความร่วมมือกับองค์การสภาพัฒนาการค้าฮ่องกง (HKTDC) ส่วนผู้เข้ารอบชิงชนะเลิศ 10 ผลงาน ยังได้รับโอกาสในการเผยแพร่ผลงานในนิตยสาร L’OFFICIEL อีกด้วย

ฉลอง 1 ปี S&P สาขาสมเด็จปาน กัมพูชา

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/279321

ฉลอง 1 ปี S&P สาขาสมเด็จปาน กัมพูชา

ฉลอง 1 ปี S&P สาขาสมเด็จปาน กัมพูชา

วันศุกร์ ที่ 7 กรกฎาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

มณีสุดา ศิลาอ่อน และ เขมนิจ จามิกรณ์
หน้าร้านเอส แอนด์ พี สาขาสมเด็จปาน

บริษัท เอส แอนด์ พี ซินดิเคท จำกัด (มหาชน) นำโดย มณีสุดา ศิลาอ่อนผู้จัดการฝ่ายสื่อสารองค์กร บริษัท เอส แอนด์ พี ซินดิเคท จำกัด (มหาชน) พร้อมด้วย แพนเค้ก-เขมนิจ จามิกรณ์ นักแสดงชื่อดัง ร่วมกิจกรรมแต่งหน้าคัพเค้ก เนื่องในวาระครบรอบ 1 ปี ของ S&P สาขาสมเด็จปาน ณ กรุงพนมเปญ ประเทศกัมพูชา เมื่อเร็วๆ นี้

ร้านเอส แอนด์ พี ไทยเรสเตอรองต์ แอนด์ เบเกอรี่ ในกรุงพนมเปญ นับเป็นการนำแบรนด์เอส แอนด์ พี ออกนอกประเทศไทยเป็นครั้งแรก หลังจากได้รับการตอบรับที่ดีในการให้บริการสาขาแรกที่ห้างอิออน มอลล์ เมื่อปี 2557 จึงได้มีการขยายสาขาสมเด็จปาน อเวนิว กรุงพนมเปญ เป็นสาขาที่สอง โดยเปิดเป็นร้านสแตนอโลนอาคารสีขาวตกแต่งสไตล์โคโลเนียล มีบริการห้องวีไอพีสำหรับลูกค้าที่ต้องการความเป็นส่วนตัว หรือจัดเลี้ยงในโอกาสพิเศษ รวมทั้งมีเมนูใหม่ๆ รสชาติถูกปากลูกค้าให้บริการ ซึ่งเป็นที่ชื่นชอบของ ทั้งคนในท้องที่และชาวต่างชาติ สำหรับเมนูอาหารไทยที่ได้รับความนิยม ได้แก่ ปลาทอดซอสสามรส เส้นจันท์ผัดไทยกุ้งสด ชุดส้มตำไก่ย่างโอชา ต้มยำกุ้ง และข้าวคลุกกะปิ ส่วนเมนูของหวาน ได้แก่ ข้าวเหนียวน้ำกะทิทุเรียน รวมถึงเมนูสตรีทฟู้ดท้องถิ่นซึ่งเป็นที่นิยมของชาวกัมพูชา และได้นำมาเป็นเมนูในร้านอย่าง ผัดหมี่ชาสะโก

ปลาทอดซอสสามรส เมนูฮิตของชาวกัมพูชาและนักท่องเที่ยว

ร้านเอส แอนด์ พี ไทยเรสเตอรองต์แอนด์ เบเกอรี่ ร้านอาหารในเครือ เอส แอนด์ พีประเทศไทย ที่ให้บริการเต็มรูปแบบด้วยอาหารไทย และอาหารนานาชาติหลากหลาย เครื่องดื่ม ของหวาน และเบเกอรี่ให้เลือกมากมาย จากประสบการณ์ในการดำเนินธุรกิจอาหารมากว่า 40 ปี กับ 460 สาขาในประเทศไทย ภายใต้ความมุ่งมั่นในมาตรฐาน“บริการเป็นเยี่ยม ผลิตภัณฑ์เป็นยอด”ตลอดจนความรับผิดชอบต่อสังคม ทำให้มั่นใจได้ว่า เอส แอนด์ พี ใส่ใจในทุกรายละเอียด ทั้งในด้านคุณภาพ ความสดใหม่ สะอาด และปลอดภัย ตลอดจนการเลือกคัดสรรวัตถุดิบอย่างมีคุณภาพ สร้างสรรค์เมนูจากเชฟมืออาชีพปรุงสดในร้าน เหมาะสำหรับทุกคนในครอบครัว

นอกจากนี้ ผู้บริหาร มณีสุดา ศิลาอ่อนผู้จัดการฝ่ายสื่อสารองค์กร บริษัท เอส แอนด์ พี ซินดิเคท จำกัด (มหาชน) ได้นำแพนเค้ก-เขมนิจ และคุณแม่นวลจง จามิกรณ์พร้อมสื่อมวลชน ร่วมทำกิจกรรมฉลองครบรอบ 1 ปี ร้านเอส แอนด์ พีไทยเรสเตอรองต์ แอนด์ เบเกอรี่ สาขาสมเด็จปาน อเวนิว กรุงพนมเปญ ด้วยการแต่งหน้าเค้ก และกราบสักการะไหว้พระที่วัดพนม ซึ่งเป็นวัดสำคัญใจกลางเมืองพนมเปญเพื่อความเป็นสิริมงคล เยี่ยมชมพระราชวังพระราชวังจตุมุขสิริมงคล เพื่อชมประวัติศาสตร์และสถาปัตยกรรมของชาวกัมพูชา และปิดท้ายด้วยการไปนมัสการพระแก้วมรกตที่วัดพระแก้ว หรือที่ชาวกัมพูชาเรียกกันว่า วัดเจดีย์เงิน

มุมเบเกอรี่

หากใครได้ไปเที่ยวกัมพูชา อย่าลืมหาโอกาสแวะเวียนมาชิมอาหารไทยได้ที่ S&P สาขาสมเด็จปาน เลขที่ 21 สมเด็จปาน อเวนิว (ถนน 214) พนมเปญ และ S&P สาขาห้าง อิออน มอลล์ (ชั้น 2)

บรรยากาศภายในร้าน