หนังสือเด่น : บันทึกความทรงจำ‘เกิดในเรือ’ เอ๊ะ!! มันยังไงกัน??

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/279663

หนังสือเด่น : บันทึกความทรงจำ‘เกิดในเรือ’ เอ๊ะ!! มันยังไงกัน??

วันอาทิตย์ ที่ 9 กรกฎาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

ในสมัยโบราณ เมื่อพวกฝรั่งมาเห็นเมืองไทย พวกเขาจะตื่นเต้นที่เห็นสภาพภูมิประเทศของคนไทย มีวิถีชีวิตกันอยู่ตามริมน้ำ ลำคลองเป็นส่วนใหญ่ ฝรั่งพวกนั้นก็เลยเรียกขานประเทศไทย หรือประเทศสยามในครั้งกระนั้นว่า เป็น “เวนิสตะวันออก” ซึ่งถ้าในยุคนั้น คนไทยไป เที่ยวเมืองเวนิส ได้เห็นความเป็นอยู่ของชาวบ้านที่เขามีชีวิตกันอยู่ริมน้ำเหมือนไทย เราก็คงเรียกเขาว่า “สยามตะวันตก”เหมือนกันมั้ง

วันนี้เมืองไทยก็ยังคง มีแม่น้ำลำคลองอยู่มาก แม้จะถูกถมเป็นพื้นดินไปมากแล้วก็ตาม แต่คลองที่ยังมีเหลืออยู่ใช้เป็นประโยชน์แค่ เป็นท่อระบายน้ำเสีย เท่านั้น ความสำคัญของแม่น้ำลำคลองเลยค่อยๆ หายไป

หนังสือ ชื่อ เกิดในเรือ เขียนโดย ส.พลายน้อย เด็กรุ่นใหม่ ที่ไม่เคยซึมซับกับอดีตของคนไทย คงจะนึกไม่ออกออกว่า ทำไม จึงไปเกิดในเรือ ไปเที่ยวทางเรือกัน แล้วเกิดเจ็บท้องออกลูกในเรือ เหมือน คนที่ออกลูกบนรถแท็กซี่เหรอ?

ผมเป็นคนโบราณ ร่วมสมัยกับของเก่าๆ ในอดีตเหมือนกัน จึงพอเข้าใจว่า นั่นเป็นวิถีชีวิตของคนอีกกลุ่มหนึ่งที่ มีนิวาสสถาน พักอาศัย และหากินเลี้ยงครอบครัวกันอยู่ในแม่น้ำลำคลอง

หนังสือ เกิดในเรือ จึงเป็นเรื่องราวที่ถูกบันทึกไว้โดยคนที่มีวิตอยู่ในยุคที่แม่น้ำลำคลอง ยังมีความสำคัญต่อการดำรงชีวิตของคนไทยให้คนรุ่นใหม่ได้รับรู้

ใครที่เคยมีชีวิตร่วมสมัยอยู่ในยุคนั้น อ่านแล้วก็จะน้ำตาซึมอยากให้ภาพเก่าๆ แบบนั้น หวนกลับมาอีกครั้งหนึ่ง เพราะมันเป็นสภาพแห่งความสงบสุข ไร้ความโหดร้าย รุนแรง ทุกหัวระแหงจะเต็มไปด้วยผู้คนที่ เอื้ออาทรต่อกัน และถ้าเป็นเด็กรุ่นใหม่ที่ไม่เคยรู้เลยว่า คลองในกรุงเทพฯ สามารถกระโดดลงไปเล่นน้ำได้ กระโจนลงไปจับกุ้ง จับปลามาต้มแกงได้อย่างง่ายๆ ก็จะได้รับความรู้จากภาพในอดีตว่า เมืองไทยของเราเคยมีความสงบอย่างไร

คนที่มีความสุข มีความเป็นอยู่ที่สงบ ไร้ปัญหา ทุกคนก็จะมีจิตใจที่รื่นรมย์ ใบหน้าแย้มยิ้ม เป็นมิตรกับคนทุกคน และนี่คือปฐมเหตุที่สำคัญที่ทำให้ ประเทศได้ รับขนานนามว่า สยามเมืองยิ้ม มาจนถึงทุกวันนี้

ทั้งหลายทั้งปวงที่เป็นอดีตของคนไทยในสมัยเมื่อ เจ็บสิบแปดสิบปี ถูกบันทึกเอาไว้ในหนังสือ “เกิดในเรือ” ที่ค่อนข้างสมบูรณ์ทีเดียวครับ ลองไปหาซื้อมาอ่านกันเถอะ ราคา 340 บาท มีภาพประกอบเยอะแยะทีเดียว

ล้วงลึกเบื้องหลังศิลปินหน้ากากนักร้อง

กว่าจะก้าวมาถึงวันนี้ ต้องผ่านอะไรมาบ้าง

“นิตยสารสุดสัปดาห์” ขึ้นปก 2 หน้ากากนักร้อง เป๊ก-ผลิตโชค อายนบุตร และ ทอม-อิศรา กิจนิตย์ชีว์ พร้อมถ่ายแฟชั่นแบบเต็มอิ่ม และเปิดใจเรื่องราวของทั้งคู่ที่ผ่านมา กว่าจะพบความสำเร็จในวันนี้ เผยถึงความรู้สึกที่มีต่อกระแสคู่จิ้นที่ดังเป็นพลุแตก นอกจากนี้ ยังมีสกู๊ปพิเศษที่ให้เหล่าแฟนคลับได้รู้เรื่องราวแบบเจาะลึกในตัวตนของทั้งคู่ และ 19 เรื่องลับๆ ในเรือนคุณหลวงและคุณหญิงอิศรารวบรวมมาไว้แบบพิเศษสุดในฉบับนี้ นอกจากยังมีเรื่องอื่นๆ ที่น่าสนใจ อาทิ เรื่องราวของ 3 เพื่อนซี้นักแสดงเรื่อง “เสือ ชะนี เก้ง” โดยแกงส้ม, อ๊อฟ และ หญิง กอดคอกันมาเผยเรื่องราวความสนิทสนม และกระแสของซิทคอมที่ดีมากๆ จนทำให้เกิดซีซั่น 2 ในที่สุด จำหน่ายเล่มละ 90 บาท

กฎหมายเรื่องใกล้ตัวที่ทุกคนต้องรับรู้

แม้จะไม่มีพื้นฐานก็ต้องทำความเข้าใจ

หนังสือ “รู้กฎหมายง่ายนิดเดียว” เล่ม 7 เขียนโดย “ชูชัย งามวสุลักษณ์” เป็นหนังสือในชุด กฎหมายของประชาชน ที่ออกไปแล้ว 6 เล่มนำเสนอความรู้ในเรื่องกฎหมายที่เกี่ยวข้องในชีวิตประจำวัน ได้แก่ กฎหมายนิติกรรมสัญญา กฎหมายหนี้ กฎหมายเอกเทศสัญญา กฎหมายทรัพย์สิน กฎหมายครอบครัว กฎหมายมรดก ภาษีมรดก ตลอดจนกฎหมายอาญาที่ควรรู้ เช่น คดีแพ่งเกี่ยวเนื่องคดีอาญา การไปเป็นพยาน กรณีการรับของโจร บัตรเครดิตตามกฎหมายอาญา เป็นต้น เหมาะสำหรับประชาชนที่ต้องการเข้าถึงความรู้ทางกฎหมาย แม้ไม่มีความรู้พื้นฐานทางด้านกฎหมายมาก่อน ก็สามารถทำความเข้าใจได้ จำหน่ายเล่มละ 200 บาท

เมื่อฮ่องเต้จะล้างบางอำนาจของมเหสีจอมโหด

‘เหยี่ยวมารสยบสิบทิศ’ยังต้องดำเนินต่อไป

“เหยี่ยวมารสยบสิบทิศ” มหากาพย์ขนาดยาวของ “หวงอี้” ในภาค 3 ซึ่งเป็นภาคจบแบบสมบูรณ์ของชุด เหยี่ยวมารสะท้านสิบทิศ ตอนนี้วางตลาดในเล่มที่ 16 แล้ว ใครที่ติดตามมาโดยตลอด คงจะต้องลุ้นว่า ในเล่มนี้ ถังจงจงฮ่องเต้ จะแข็งข้อกับมเหสี ที่มีนิสัยดุร้ายได้หรือไม่ หลังจากที่หลงอิง ทั้งยุ ทั้งให้กำลังใจต่อการแข็งข้อในครั้งนี้ นิยายจีนกำลังภายใน ชุดนี้ เป็นเรื่องราวภายหลังจากที่ ราชวงศ์โจวของพระนางบูเช็กเทียน ล่มสลายและถูกเปลี่ยนอำนาจมาอยู่ในกลุ่มของลูกหลานตระกูลหลี่ ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ชุมชนเต็มไปด้วยความวุ่นวายในการช่วงชิงอำนาจ ที่ถือได้ว่าเป็นกลียุคหนึ่งในแผ่นดินจีน ในเล่มที่ 16 นี้ ทุกอย่างกระชับเรื่องราวให้แคบลงเรื่อยๆ จนดูเหมือนว่า หลายอย่างอาจจะคลี่คลายแต่มันไม่เป็นเช่นนั้น จำหน่ายเล่มละ 170 บาท แปลเป็นไทยโดย “น.นพรัตน์”

ใช้สื่ออย่างเป็นระบบ เพื่อนำไปประยุกต์ใช้

บูรณาการ ICT สู่การเรียนรู้ของคนยุคใหม่

หนังสือ “การผลิตและใช้สื่ออย่างเป็นระบบเพื่อการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21” เขียนโดย “จินตวีร์ คล้ายสังข์” จำหน่ายราคา 270 บาท เป็นหนังสือในชุดการบูรณาการ ICT สู่การเรียนรู้สำหรับผู้เรียนยุคใหม่ ที่จะต้องมีพื้นฐานการผลิตและใช้สื่ออย่างเป็นระบบ เพื่อนำไปประยุกต์ใช้ให้เหมาะสม มีการแนะนำแนวโน้มของสื่อเทคโนโลยี โมบายแอพพลิเคชั่น พร้อมยกตัวอย่างการเลือกใช้สื่อ โดยจัดทำในรูปแบบเวิร์กช็อป อาทิ การใช้เว็บแอพพลิเคชั่นใน Google โปรแกรมปรับแต่งภาพ โปรแกรมปรับแต่งเสียง โปรแกรมปรับแต่งวีดีโอ โปรแกรมสร้างมัลติมีเดียแบบสาธิต เป็นต้น ซึ่งผู้เขียนได้ปรับปรุงข้อมูลเนื้อหาให้มีความทันสมัย เท่าทันเทคโนโลยี เพื่อให้เหมาะกับการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21

Tech for life : 9 กรกฎาคม 2560

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/279662

Tech for life : 9 กรกฎาคม 2560

Tech for life : 9 กรกฎาคม 2560

วันอาทิตย์ ที่ 9 กรกฎาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

ไฮเทค

นี่คือ หุ่นยนต์ตรวจสอบสายเคเบิล ที่ เอสซีจี เคมิคอลส์ จับมือ การทางพิเศษฯร่วมกันพัฒนา

หุ่นยนต์ตัวนี้ช่วยลดความเสี่ยงของเจ้าหน้าที่ตรวจสอบสายเคเบิลสะพานแขวน โดยสามารถตรวจสอบสายเคเบิลได้ละเอียดและแม่นยำมากขึ้น ลดระยะเวลาการทำงาน และไม่ส่งผลกระทบต่อการจราจร ขานรับการขับเคลื่อนประเทศสู่ Thailand 4.0 ของรัฐบาล

แพงสุดๆ

โกลด์ อีลิท ปารีส ไดมอนด์ ลิมิเต็ด อิดิชั่น สมาร์ทโฟนที่แพงสุดๆ ผลิตจากทองคำ 24 K ฝังเพชรแท้ แบ่งเป็น 2 โมเดล คือ Gold Elite i7 Diamond Limited Edition ประดับด้วยเพชรจำนวน 1,722 เม็ด ราคา 790,000 บาท และ Gold Elite i7 Plus Diamond Limited Edition ประดับด้วยเพชรจำนวน 2,173 เม็ด ราคา 990,000 บาท มีให้เลือก 3 สี 3 สไตล์ ได้แก่ สีทอง (Ultimatum Gold) สีเงิน (Marvelous White)

ดูรายละเอียดที่ http://www.goldeliteparis.com

เร็วมาก

ประมาณปลายๆ ปีนี้ ผู้ใช้มือถือในไทย จะมีบริการไร้สายบนคลื่นความถี่ 2300 MHz ที่มีช่องสัญญาณที่กว้างถึง 60 MHz สามารถให้บริการดาวน์โหลดได้ 300 Mbps

ทั้งนี้เป็นความร่วมมือระหว่าง ดีแทค ไตรเนต กับทีโอที โดยดีแทค ยืนยันว่าช่องสัญญาณที่กว้างขึ้นช่วยให้การดูคลิป วีดีโอ
ลื่นไหลไม่สะดุด รองรับยอดคนดู YouTube ที่มีคนดูผ่านทางมือถือมากขึ้นถึง 90% ขณะที่ LINE TV สูงกว่าปีก่อน 136%

ไร้สาย

เอปสัน เผยโฉมเครื่องพิมพ์ใบเสร็จอย่างย่อขนาดพกพา Epson TM-P20 ที่สามารถสั่งพิมพ์งานแบบไร้สายผ่านสมาร์ทดีไวซ์ หรือพบโซลูชั่นด้านบริหารจัดการคลังสินค้าด้วย Epson Color Label Printer รุ่น C3510 และ C7510G เครื่องพิมพ์ฉลากความละเอียดในการพิมพ์สูง รองรับกระดาษได้หลายรูปแบบ รวมถึงเครื่องพิมพ์ฉลากแบบกระดาษต่อเนื่อง Business Inkjet GP-C830 ส่วนราคาไม่ระบุ

แหวกฟ้าหาฝัน : เยือนประวัติศาสตร์อุโมงค์เมือง Kranj

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/279654

แหวกฟ้าหาฝัน : เยือนประวัติศาสตร์อุโมงค์เมือง Kranj

แหวกฟ้าหาฝัน : เยือนประวัติศาสตร์อุโมงค์เมือง Kranj

วันอาทิตย์ ที่ 9 กรกฎาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

นักท่องเที่ยวที่ชอบถ้ำถ้าได้มีโอกาสมาสโลวีเนียจะไม่ผิดหวัง เพราะประเทศนี้มีถ้ำให้เข้าหลากหลายรูปแบบมาก ทั้งแบบธรรมชาติและแบบมนุษย์ทำ Kranj เมืองใหญ่อันดับสี่ของสโลวีเนียซึ่งตั้งห่างจากลูเบียน่าเมืองหลวงเพียงแค่ 20 กิโลเมตร ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือนี้ก็มีถ้ำเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจเช่นกัน เมือง Kranj ที่มีประชากรเพียงแค่ 37,000 กว่าคนนี้มีมาตั้งแต่สมัยก่อนประวัติศาสตร์โดยมีหลักฐานการค้นพบขวานทำจากทองแดง อย่างไรก็ดีการตั้งถิ่นฐานถาวรกลับมีหลักฐานชัดเจนในสมัยคริสต์ศตวรรษที่ 11 นี่เอง ส่วนบันทึกทางประวัติศาสตร์เป็นลายลักษณ์อักษรก็พบเมื่อต้นคริสต์ศตวรรษที่ 13สำหรับหลักฐานที่เกี่ยวเนื่องกับความเป็นอยู่ของประชาชน เช่นการเสียภาษีและการสร้างโรงเรียนนั้นเพิ่งมีเมื่อกลางคริสต์ศตวรรษที่ 15นี่เอง

ในสมัยยุคกลางนั้น เมือง Kranj เริ่มมีการพัฒนาแล้ว โดยมีหลักฐานว่ามีโรงสีอยู่ริมแม่น้ำ ตามด้วยการค้าขาย และการผลิตสินค้าเกี่ยวกับไม้เสื้อผ้าขนสัตว์ นับจากนั้นมาเมืองนี้ก็ได้รับการพัฒนามาเรื่อยๆ จวบจนเข้าสู่ยุคปฏิวัติอุตสาหกรรม ปลายคริสต์ศตวรรษที่ 19 ที่นี่เป็นศูนย์กลางของการผลิตสินค้าเกษตร และไม้ เมืองนี้มีพัฒนาการเพิ่มขึ้นเรื่อยๆจนหลังสงครามโลกครั้งที่ 1 ก็กลายเป็นเมืองอุตสาหกรรมขนาดใหญ่อีกทั้งยังเป็นเมืองอุตสาหกรรมเกี่ยวกับผ้าที่ใหญ่ที่สุดของยูโกสลาเวียด้วย ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 เมือง Kranj ถูกครอบครองโดยกองทัพนาซีของเยอรมัน กองทัพเยอรมันได้เปลี่ยนอุตสาหกรรมผ้าเป็นอุตสาหกรรมผลิตเครื่องบินส่งผลให้เมืองนี้กลายเป็นเมืองสำคัญทางยุทธศาสตร์


เก้าอี้สำหรับผู้หลบภัย

เนื่องจากในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 Kranj เป็นเมืองสำคัญที่ผลิตเครื่องบินของกองทัพนาซีนี่เอง รัฐบาลจึงจำเป็นจะต้องปกป้องประชาชนจากการถูกโจมตีทางอากาศ พวกเขาจึงได้สร้างถ้ำหรืออุโมงค์ขึ้นโดยเจาะลึกลงไปใต้เมืองถึง 1300 เมตร อุโมงค์แห่งนี้มีเป้าหมายเพื่อคุ้มครองประชาชนได้หลายหมื่นคน จริงอยู่ในช่วงสงคราม เมืองนี้มิได้ถูกโจมตีจริงอย่างที่คาดการณ์ แต่ประชาชนก็ได้ซ้อมหลบภัยผ่านการขุดอุโมงค์ทุกวัน หลังสงครามสิ้นสุดลง อุโมงค์นี้ก็ถูกละทิ้งไปโดยปริยายจนกลายเป็นที่เก็บขยะ รัฐบาลหันมาให้ความสนใจกับอุโมงค์แห่งนี้ใหม่ในปี 1991 เมื่อเกิดสงครามประกาศอิสรภาพของสโลวีเนียขึ้น รัฐบาลได้ทำการบูรณะอุโมงค์ใหม่เพื่อเตรียมไว้สำหรับให้ประชาชนหลบภัย อย่างไรก็ดีอุโมงค์นี้ก็ไม่ได้ใช้งานอีก เพราะสงครามสงบลงได้ภายหลังโดยไม่จำเป็นต้องให้ประชาชนมาหลบภัย

ในปี 2007 รัฐบาลได้ทำการบูรณะอุโมงค์ครั้งใหญ่โดยทำการกำจัดขยะและทำความสะอาด เพื่อเปิดให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยว นักท่องเที่ยวที่มาเมืองนี้ส่วนใหญ่ก็เพื่อมาเยือนถ้ำคนสร้างหรืออุโมงค์แห่งนี้โดยเฉพาะ นักท่องเที่ยวต้องซื้อตั๋วราคา 3 เหรียญที่ information ซึ่งมีไกด์นำไปตลอดเส้นทางโดยจะมีการบรรยายถึงประวัติศาสตร์ สาเหตุที่ต้องสร้างอุโมงค์ ความเป็นอยู่ที่คาดว่าจะเกิดขึ้นเมื่อต้องใช้อุโมงค์ อุปกรณ์เครื่องใช้ต่างๆ อุโมงค์ขนาดใหญ่ที่สามารถจุคนได้นับหมื่นคนนี้มีการกั้นห้องไว้เป็นห้องๆ และมีห้องน้ำเป็นจุดๆ แต่นักท่องเที่ยวไม่สามารถใช้จริง เมื่อสิ้นสุดทัวร์จะมีการจำลองสถานการณ์การถูกระเบิดลงด้วยโดยเลียนแบบระเบิดในสงครามโลกครั้งที่สองที่อังกฤษ เสียงระเบิดจากเหตุการณ์จำลองที่นักท่องเที่ยวจะได้สัมผัสรุนแรงและเหมือนจริงมาก นักท่องเที่ยวที่ขวัญอ่อนอาจรู้สึกตกใจและหวาดผวากับเหตุการณ์จำลองจริงๆ ได้ หากในกลุ่มทัวร์มีเด็กไปด้วย ไกด์จะให้พ่อแม่พาเด็กออกไปก่อนเพราะไม่ต้องการให้เด็กได้สัมผัสความรุนแรงอันแสดงให้เห็นถึงความใส่ใจของรัฐบาลต่อการเลี้ยงดูเด็กอย่างแท้จริง

อุโมงค์แห่งนี้ไม่เพียงเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่นักท่องเที่ยวต้องไปให้ได้เมื่อไปเยือนเมืองแห่งนี้ ที่นี่ยังใช้เป็นสถานที่จัดงานชิมไวน์ งานฮาโลวีน และงานคริสต์มาสด้วย


ของจัดแสดงในอุโมงค์


วัสดุก่อสร้างอุโมงค์


การจัดแสดงในอุโมงค์

ชวนชิม ชวนช็อป ชวนใช้ ชวนชม : 8 กรกฎาคม 2560

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/279522

ชวนชิม ชวนช็อป ชวนใช้ ชวนชม : 8 กรกฎาคม 2560

ชวนชิม ชวนช็อป ชวนใช้ ชวนชม : 8 กรกฎาคม 2560

วันเสาร์ ที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

“บุฟเฟ่ต์ข้าวต้มมื้อค่ำ” ชวนชิมข้าวต้มมื้อค่ำ ทั้งข้าวต้มซ้อมมือ, ข้าวต้มลูกเดือย, ข้าวต้มเผือก, ข้าวต้มมัน ทานคู่กับเป็ดพะโล้, หน่อไม้จีนตุ๋นซี่โครงหมู, คากิ, กระเพาะหมูตุ๋น, เลือดหมูเต้าหู้, ปลาตะเพียนต้มเค็ม, จับฉ่ายหมูสามชั้น, เต้าหู้ซีฟู้ดอบหม้อดิน, กุ้งอบวุ้นเส้นหม้อดิน, หมูทอดกระเทียมพริกไทย, ปลาหมึกกรอบผัดน้ำพริกเผา, ปลาช่อนผัดขึ้นฉ่าย, ซีฟู้ดผัดเต้าซี่ ฯลฯ ในราคาท่านละ 390 บาท++ วันนี้-10 ก.ค. เวลา 18.00-22.30 น. ที่ห้องอาหารเปรมประชากร โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ คอนเวนชั่น โทร.02-5755599

“เนื้อสัตว์เพื่อสุขภาพ” ชวนชิมเมนูเนื้อสัตว์เอาใจคนรักสุขภาพ รังสรรค์เป็นเมนูที่อร่อยและได้คุณประโยชน์หลากหลายโดยเชฟฝีมือเยี่ยม ทั้งเนื้อปลาแซลมอนและเนื้อไก่ที่อุดมไปด้วยสารอาหารมากมาย ในราคาท่านละ 550 บาท วันนี้-31 ส.ค. ที่ห้องอาหาร @Café โรงแรมริชมอนด์ โทร.02-8318888 ต่อ 2126

“สแปนิชไวน์เทสติ้ง” ชวนชิมรสชาติความอร่อยละมุนลิ้นกับไวน์สเปนแท้จากแหล่งผลิตไวน์ชั้นเยี่ยม เสิร์ฟพร้อมทาปาสเพิ่มความอร่อยกลมกล่อมลงตัวฉบับสแปนิช อาทิ พริกหวานสอดไส้ปลาทูน่า, ปลาหมึกหมักน้ำมันมะกอกและปาปริก้า, ขาหมูรมควัน, แมนเชโก้ชีส,ข้าวผัดสเปน ไก่ หมู และทะเล, คัสตาร์ดคาราเมลฯลฯ ในราคาท่านละ 890 บาท++ เฉพาะวันพฤหัสบดีที่ 20 ก.ค. เวลา 18.30-20.30 น. ที่ล็อบบี้เล้าจน์ โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ เซ็นทรัลพลาซา ลาดพร้าว กรุงเทพฯ โทร.02-5411234 ต่อ 4151

ชวนชิม

“เซตอาหารฝรั่งเศส” ชวนชิมเซตเมนูมื้อกลางวัน ที่สามารถเลือกลิ้มลองความอร่อยทั้งอาหารเรียกน้ำย่อยจากเมนู Salmon, Lobster Soup หรือ Steak Tartare อาหารจานหลักจากเมนู Japanese Seabream, Aquarello Risotto หรือ Wagyu Striploin No.4 และเมนูของหวานจาก Chocolate, Strawberry หรือ Roasted Banana ฯลฯ 2 คอร์ส ในราคา 999 บาท++ และ 3 คอร์ส ในราคา 1,250 บาท++ ทุกวันอังคาร-เสาร์ เวลา 12.00-14.00 น. ที่ห้องอาหารเดอะ รีเฟล็กซ์ชั่นส์ โรงแรมพลาซา แอทธินี รอยัล เมอริเดียน โทร.02-6508800 ต่อ 4333

“The St. Regis Classic & Epic” ชวนชิมบุฟเฟ่ต์ดินเนอร์รูปแบบใหม่ นำเสนอเมนูพิเศษจากบุฟเฟ่ต์สเตชั่น เสิร์ฟถึงโต๊ะแบบจานต่อจาน อาทิ หอยนางรมฟีนเดอแคลร์, ซีฟู้ดออนไอซ์, ชีสและโคลด์คัท, พาสต้า, พิซซ่า, ข้าวเหนียวมะม่วง ฯลฯ ทุกวันจันทร์-พุธ ในราคาท่านละ 1,300 บาทถ้วน หรืออิ่มอร่อยเพิ่มเติมกับเมนูพรีเมียม อาทิ บอสตันล็อบเตอร์ย่างหรืออบเนย, เป็ดกงฟีต์, ฟัวกราส์, ปูผัดพริกสไตล์สิงคโปร์, ซี่โครงแกะย่าง, เนื้อออสเตรเลีย, ช็อกโกแลตบราวนี่, เมอแรงชีสมาสคาโพนและเสาวรส, ไอศกรีมซันเดย์ ฯลฯ ทุกวันพฤหัสบดี-เสาร์ ในราคาท่านละ 1,999 บาทถ้วน วันนี้-31 ส.ค. เวลา 18.00-22.00 น. ที่ห้องอาหารวูว์ โรงแรมเดอะ เซนต์ รีจิส กรุงเทพฯ โทร.02-2077777

“Taste Travels in Culinary Italy” ชวนชิมเมนูอาหารอิตาเลียนรสชาติต้นตำรับรสเลิศ อาทิ คาโปนาต้ามะเขือม่วงและกุ้ง, ไข่เจียวสเปนหัวหอมดำและหน่อไม้ฝรั่ง, ราวิโอลีมันฝรั่งไส้ปลากะพงและซอสมาจอแรม, เฟตตูชินีกุ้งและพริกหยวก, เนื้อคาปาโชเสิร์ฟพร้อมมัสตาร์ดและน้ำมันมะกอกผสมมะนาว, คัลโซเน่ทะล, รีซอตโตทะเล ฯลฯ มื้อกลางวัน วันจันทร์-เสาร์ ในราคาท่านละ 1,100 บาท++, มื้อค่ำ วันอาทิตย์-พฤหัสบดี ท่านละ 1,300 บาท++, มื้อค่ำ วันศุกร์-เสาร์ ท่านละ 1,600++ บาท และซันเดย์บรันช์ ท่านละ 1,800 บาท++ ระหว่างวันที่ 10 ก.ค.-31 ส.ค. ที่ห้องอาหารเลเทส เรซิพี โรงแรมเลอ เมอริเดียน กรุงเทพ โทร.02-2328888

ชวนช็อป

“รวมมิตรมาร์เก็ต” ชวนช็อปสินค้าของดี ของเด็ด คอนเซ็ปต์ปัง ในงานป๊อปอัพสโตร์สุดชิค ที่รวบรวม SMEs รุ่นใหม่กว่า 30 แบรนด์ดัง เอาใจสายฮิปสเตอร์ ระหว่างวันที่ 14-16 ก.ค. ที่ลานโปรโมชั่น 3-4 ชั้น 1 เซ็นทรัลเฟสติวัล อีสต์ วิลล์

“Dapper Pop-up Store” ชวนช็อปสินค้าเสื้อผ้าแฟชั่นทั้งบุรุษและสตรีแบรนด์ Dapper อาทิ ชุดลำลอง, ชุดเดรส, ชุดทำงาน, เสื้อ, กางเกง, กระเป๋า, เครื่องประดับ ฯลฯ โปรโมชั่นพิเศษลดสูงสุดถึง 50% ระหว่างวันที่ 18-24 ก.ค. ที่แคสคาต้า ชั้นจี ศูนย์การค้าฟิวเจอร์พาร์ค

“Thailand Shopping & Dining Paradise 2017” ชวนช็อปมหกรรมลดราคาครั้งยิ่งใหญ่กว่า 300 ร้านค้า พร้อมรับของที่ระลึกและคูปองส่วนลดพิเศษ 10-50% เพียงแสดงบัตรโดยสารจากสายการบินใดก็ได้ และรับกระเป๋าผ้าColorful Bag เมื่อช็อปครบทุก 3,000 บาท วันนี้-31 ก.ค. ที่เคาน์เตอร์ Tourist Privilege โซนเดอะพอร์ท ศูนย์การค้าจังซีลอน ป่าตอง ภูเก็ต โทร.076-600111

ชวนใช้

“แบ่งฝันปันให้น้อง ปีที่ 14” ชวนใช้บัตรเที่ยวดรีมเวิลด์ราคาพิเศษ เพียงนำถุงเท้าคู่ใหม่มาบริจาคให้น้องที่ขาดแคลน 2 คู่ รับส่วนลด 70 บาท ทั้งบัตรรวมเครื่องเล่นเหลือเพียง 430 บาท จากปกติ 500 บาท หรือบัตรดรีมเวิลด์วีซ่าเหลือเพียง 530 บาท จากปกติ 600 บาท สนุกกับเครื่องเล่นนานาชนิดกว่า 25 รายการ วันนี้-31 ก.ค. ที่สวนสนุกดรีมเวิลด์ โทร.02-5778666

“โยคะฟลายและซุมบ้าแดนซ์” ชวนใช้โปรแกรมฟิตเนส 2 คลาส 2 สไตล์ ทั้งคลาสโยคะฟลาย ทุกวันจันทร์ เวลา 19.45-20.45 น. และคลาสซุมบ้า ทุกวันจันทร์ 18.30-19.30 น. วันพุธ 14.00-15.00 น. วันพฤหัสบดี 20.00-21.00 น. ในราคาครั้งละ 400 บาท หรือแพ็กเกจ 10 ครั้งในราคา 3,500 บาท 20 ครั้ง ในราคา 6,000บาท ที่ไลฟ์สไตล์ ฟิตเนส เซ็นเตอร์ ชั้น 26 โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ฯ เซ็นทรัลเวิลด์ โทร.02-1006299

“Hair Spa” ชวนใช้ทรีตเม้นต์ดูแลผมสวยสุขภาพดี ทำความสะอาดผมด้วยผลิตภัณฑ์แบรนด์ชั้นนำระดับโลก พร้อมผสานความงามตามแบบฉบับโบราณจากผิวมะกรูดเพื่อชำระล้างสารพิษ เพิ่มความนุ่มลื่นให้เส้นผมด้วยการอบไอน้ำ ในราคา 1,500 บาท แถมฟรี นวดศีรษะ 20 นาที ที่ Sky Spa ชั้น 20 โรงแรมใบหยก สกาย โทร.02-6563000 ต่อ 72002

ชวนชม

“กระจกหกด้าน” ชวนชมสารคดีกระจกหกด้าน ตอน130 ปีไฟฟ้าไทย ในวันพุธที่ 12 ก.ค. และกระจกหกด้านบานใหม่ ตอนศาสตร์แห่งการรำดาบ ศิลปะการป้องกันตัวของไทยที่มีมาตั้งแต่สมัยโบราณ ในวันพฤหัสบดีที่ 13 ก.ค. เวลา 15.45-16.00 น. ทางสถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7

“สืบสานพระราชปณิธานแห่งแผ่นดิน” ชวนชมนิทรรศการร้อยนิทรรศน์ยลรัตนโกสินทร์ เพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ์ บดินทรเทพยวรางกูร ระหว่างวันที่ 11 ก.ค.-6 ส.ค. ที่อาคารนิทรรศน์รัตนโกสินทร์ ถนนราชดำเนินกลาง

“ภาพยนตร์ 5 เรื่อง 5 แนว” ชวนชมภาพยนตร์เรื่อง Intouchables ในวันอาทิตย์ที่ 9 ก.ค., Gods of Egypt 3D ในวันอาทิตย์ที่ 16 ก.ค., Steve Jobs อัจฉริยะเปลี่ยนโลก ในวันอาทิตย์ที่ 23 ก.ค., Kushuthara Pattern of Love ในวันเสาร์ที่ 29 ก.ค. และ Up ปู่ซ่าบ้าพลัง 3D ในวันอาทิตย์ที่ 30 ก.ค. ที่ห้องมินิเธียเตอร์ 1 อุทยานการเรียนรู้ TK park ชั้น 8 Dazzle Zone ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์

ส่งข้อมูลกิจกรรมต่างๆ ได้ที่ ธนเดช อิงคภัทรางกูร E-mail : tanadet@outlook.com

วิพิธทัศนา ‘วันขาบมงคล’ ครั้งที่ 26 เพื่อร่วมอนุรักษ์นาฏศิลป์ไทย นำเงินรายได้โดยเสด็จพระราชกุศลบำรุงสภากาชาดไทย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/279618

วิพิธทัศนา ‘วันขาบมงคล’ ครั้งที่ 26 เพื่อร่วมอนุรักษ์นาฏศิลป์ไทย นำเงินรายได้โดยเสด็จพระราชกุศลบำรุงสภากาชาดไทย

วิพิธทัศนา ‘วันขาบมงคล’ ครั้งที่ 26 เพื่อร่วมอนุรักษ์นาฏศิลป์ไทย นำเงินรายได้โดยเสด็จพระราชกุศลบำรุงสภากาชาดไทย

วันเสาร์ ที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

เนื่องในโอกาสที่ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ ทรงเจริญพระชนมายุครบ 5 รอบ 60 พรรษา วันที่ 13 กรกฎาคม 2560 และเฉลิมฉลอง 130 ปี ความสัมพันธ์ทางการทูตไทย-ญี่ปุ่น สภากาชาดไทย ร่วมกับ โรงเรียนนาฏศิลป์ขาบมงคล โดย 4 บุตรี ของ พล.ท.ม.ล.ขาบ กุญชร คือ อ.เทียมแข-อ.พิมพ์แข-อ.พัชรา และ ดร.กันทิมา กุญชร ณ อยุธยา จัดให้มีการแสดงวิพิธทัศนา “วันขาบมงคล” ครั้งที่ 26 ขึ้น ในวันอาทิตย์ที่ 9 กรกฎาคม 2560 ณ โรงละครแห่งชาติ

การแสดงวิพิธทัศนา “วันขาบมงคล” จัดขึ้นครั้งแรกเมื่อ พ.ศ.2530 และจัดต่อเนื่องทุกปี เพื่อปลูกจิตสำนึกให้เยาวชนไทยเห็นคุณค่าของศิลปวัฒนธรรมที่มีความงดงาม อีกทั้งให้เยาวชนไทยรู้จักใช้เวลาว่างในการบำเพ็ญประโยชน์ให้กับกิจกรรมสาธารณกุศล และเพื่อหาเงินรายได้ ทูลเกล้าฯ ถวายโดยเสด็จพระราชกุศลบำรุงสภากาชาดไทย สาหรับการแสดงวิพิธทัศนา “วันขาบมงคล” ครั้งที่ 26 นี้ได้รับเกียรติจากศิลปินผู้มากด้วยฝีมือทั้งรุ่นเล็กและรุ่นใหญ่มาร่วมถ่ายทอดความงดงามอย่างคับคั่ง อาทิ ดร.ศุภชัย จันทร์สุวรรณ ศิลปินแห่งชาติ,อ.ปกรณ์ พรพิสุทธิ์ ผู้อานวยการสำนักการสังคีต, อ.พัชรา กุญชร ณ อยุธยา ,อ.วันทนี ม่วงบุญ ผู้ทรงคุณวุฒิทางศิลปะนาฏศิลป์ไทย และ อ.คาโยโกะ อากิโมโตะ ศิลปินรับเชิญจากประเทศญี่ปุ่น พร้อมทั้งศิลปินกิตติมศักดิ์ ศิลปินอาวุโส จากกรมศิลปากรหลากหลายท่าน ซึ่งล้วนเป็นบุคคลผู้ทรงคุณวุฒิทางศิลปะนาฏศิลป์ไทย ร่วมด้วยนักเรียนโรงเรียนนาฏศิลป์ขาบมงคลทั้งศิษย์เก่าและปัจจุบัน รวมทั้งศิลปินรุ่นใหม่อย่าง พัฒนพล กุญชร ณ อยุธยา หรือดีเจแมน บุตรชาย อ.พิมพ์แข กุญชร ณ อยุธยา ที่จะมาร่วมงานบุญครั้งนี้ด้วย พร้อมรับชมการแสดงนาฎศิลป์หลากหลายชุด อาทิ รำเทิดพระเกียรติราชวงศ์จักรี การบรรเลงขิมหมู่เพลงพระราชนิพนธ์ ระบำเหมราช-วรเชษฐ์ ระบำกินรีร่อน ระบำสตวาร ระบำมิตรไมตรีญี่ปุ่น-ไทย จากคณะนาฏศิลป์ไทยอากิโมโตะ คายาโกะ การแสดงชุดพิเศษ รำฝรั่งคู่ รำฉุยฉายขุนแผนแสนสะท้าน รำสมิงพระรามแต่งตัวละครอานุภาพพ่อขุนรามคำแหง นำแสดงโดย อ.ปกรณ์ พรพิสุทธิ์ และดีเจแมน พัฒนพล กุญชร ณ อยุธยา เป็นต้น

ฝ่ายประชาสัมพันธ์ สานักงานจัดหารายได้ สภากาชาดไทย ขอเชิญชวน ผู้ปกครอง นักเรียน นิสิต นักศึกษา และผู้ที่ชื่นชอบการแสดงนาฏศิลป์ไทยและดนตรีไทย รับชมการแสดงวิพิธทัศนา “วันขาบมงคล” ครั้งที่ 26 โดยติดต่อซื้อบัตร ชมการแสดงในราคา 300 บาท 500 บาท และ 1,000 บาท ได้ที่โรงเรียนนาฏศิลป์ขาบมงคล 02-9392417,082-5929698 โรงละครแห่งชาติ 02-2241342 สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ฝ่ายประชาสัมพันธ์ สำนักงานจัดหารายได้สภากาชาดไทย 02-2564440,02-2559911 หรือที่เว็บไซต์ http://www.redcrossfundraising.org

ปรียาภรณ์ วีระคงสุวรรณ วางแผนเกษียณ สร้างชีวิตอิสระ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/279614

ปรียาภรณ์ วีระคงสุวรรณ วางแผนเกษียณ สร้างชีวิตอิสระ

ปรียาภรณ์ วีระคงสุวรรณ วางแผนเกษียณ สร้างชีวิตอิสระ

วันเสาร์ ที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

“สวยและรวยมาก” เป็นคำนิยามของผู้หญิงยุคใหม่ เหมาะกับแขกรับเชิญของเราในวันนี้ ปรียาภรณ์ วีระคงสุวรรณ แม้จะมีหน้าที่การงานที่ดีอยู่แล้ว แต่ก็ยังไม่เพียงพอกับเป้าหมายของชีวิตที่อยากเกษียณตัวเองจากวัยทำงานไปสู่ชีวิตอิสระก่อนอายุ 60 ปี

ปรียาภรณ์ หรือ ชะเอม พีอาร์สาว วัย 29 ปี เล่าว่า นอกเหนือจากงานประจำในตำแหน่ง เจ้าหน้าที่อาวุโส ฝ่ายสื่อสารองค์กรและธุรกิจสัมพันธ์ บริษัท บัตรเครดิตกรุงไทย จำกัด (มหาชน) เธอยังมีอาชีพเสริมที่ทำร่วมกับพี่สาวอีก 2 คน คือขายเครื่องประดับเพชรแบรนด์ Issara Percious Dianonds ซึ่งส่งขายตามเคาน์เตอร์เพชรในห้างสรรพสินค้า และผ่านช่องทางออนไลน์

“แบรนด์ Issara Percious Dianondsเกิดจากการต่อยอดธุรกิจของคุณแม่ ที่ท่านขายเพชรร่วงให้กับร้านเพชร ร้านทองมานานแล้ว วันหนึ่งก็มีเพื่อนเอมที่อยากได้แหวนเพชรมาขอคำปรึกษา เอมก็แนะนำให้ซื้อเพชรร่วงของแม่ แนะนำร้านที่ทำตัวเรือนให้ ทำให้เพื่อนได้แหวนเพชรที่ถูกใจในราคาไม่แพง ก็กลายเป็นจุดเริ่มต้นว่าเรามีวัตถุดิบคุณภาพอยู่ในมือแล้ว การทำเครื่องประดับเพชรที่ดีไซน์เรียบๆ ชิ้นเล็กๆ ที่เหมาะกับกลุ่มลูกค้าเริ่มต้นทำงาน หรือรายได้ปานกลาง หรือในวัยผู้ใหญ่แต่ชอบอะไรที่กระจุ๋มกระจิ๋ม น่าจะเป็นธุรกิจเล็กๆ ที่ทำได้”

ในระยะเวลาปีกว่าๆ ที่ทำแบรนด์เครื่องประดับเพชร Issara Percious Dianonds ปรียาภรณ์ บอกว่า ได้รับผลตอบรับที่ดีทั้งการขายส่งและขายปลีก และกำลังเปิดตลาดเล็กๆ ในประเทศเพื่อนบ้าน

“ด้วยความที่ต้นทุนเราไม่สูง ทำให้สินค้าไม่แพง สนนราคาที่หลักพันปลายๆ ไปจนถึงหลักหมื่น ทำให้ง่ายต่อการตัดสินใจซื้อ สำหรับลูกค้าแรกๆ ก็เป็นคนรู้จักที่สนิทคุ้นเคยกันอยู่แล้ว ก็ช่วยโฆษณาแบบปากต่อปากในเพจและไอจี ก็อัพความเคลื่อนไหว สินค้าใหม่ๆก็จะมีลูกค้าเข้ามาคอมเม้นท์ รวมทั้งรีวิวสินค้าที่ซื้อไปด้วย ซึ่งสินค้าเราทุกชิ้นมีใบรับประกัน ที่จะช่วยสร้างความมั่นใจให้กับลูกค้า ส่วนตลาดประเทศเพื่อนบ้าน เป็นเพราะคุณแม่ได้รับเชิญให้ไปออกบูธแสดงสินค้า เราก็เอาเครื่องประดับไปวางด้วย ก็ได้ลูกค้ากลับมา ถึงแม้จะไม่ได้กำไรโอเวอร์แต่ก็ไม่ขาดทุน”

นอกเหนือจากแบรนด์เครื่องประดับเพชร Issara Percious Dianonds แล้วปรียาภรณ์ ยังมีอีกหนึ่งธุรกิจเล็กๆ จำหน่ายแบรนด์ผลไม้แปรรูป Uncle Jorn ซึ่งเกิดจากการชอบกินผลไม้แปรรูปของครอบครัว

“เอมว่ากำไรของคนขายส่วนหนึ่งมาจากบ้านเอมนี่แหละ ชอบกินกันทั้งบ้าน แล้ววันหนึ่งคุณแม่ก็จุดประกายว่าซื้อเขากินมานานแล้ว ทำไมไม่ขายบ้างล่ะ จากประสบการณ์ที่เราได้ชิมมาหลายเจ้า เราก็เลือกแหล่งผลิตในรสชาติที่เราคิดว่าอร่อย น่าจะถูกปากลูกค้าของเราเช่นกัน แล้วเอาใส่แพ็กเกจจิ้งดีๆ ตอนนี้ที่ขายอยู่ก็มีทั้ง มะม่วงห้ารส มะขามคลุกแกนสับปะรด บ๊วยเค็ม บ๊วยหวาน ยอดขายไม่ได้ถล่มทลายอะไร แต่ก็เป็นรายได้เสริมที่ดีค่ะ”

มีทั้งงานประจำ อาชีพเสริม ไหนจะเล่นหุ้น ที่เจ้าตัวบอกว่า มีรายได้พอกรุบกริบ ทำให้เราอยากรู้ว่าเธอทำงานหลากหลายอย่างไปเพื่ออะไร

“เอมอยากเกษียณตัวเองก่อนอายุ 60 ปีค่ะ อยากใช้ชีวิตในแบบที่เราต้องการ มีอิสระ ถ้าเป็นไปได้เอมก็อยากเกษียณก่อนอายุ 50 ปีนะคะ ซึ่งการที่เราจะทำอย่างนั้นได้ เราจำเป็นต้องมีความมั่นคงทางการเงินก่อนไม่ได้หมายความต้องร่ำรวย เราต้องวางแผนให้ดีเพื่อที่เกษียณแล้วเราจะอยู่ได้อย่างสบายในระดับหนึ่ง หรือมีธุรกิจเล็กๆ ที่ทำให้เราอยู่ได้อย่างพอเพียง ดังนั้น วันนี้เอมจึงเลือกที่จะทำอะไรหลายอย่างเพื่อให้มีความมั่นคงทางการเงินก่อน ซึ่งสิ่งที่เอมทำไม่ใช่อะไรที่เกินตัว แต่เรามองแล้วว่าอยู่ในระดับที่เราลงทุนได้ ทำแล้วมีผลตอบแทนที่น่าพอใจ”

ส่วนหนึ่งที่ทำอะไรได้หลากหลายแบบนี้พีอาร์สาวแห่ง KTC บอกว่า ต้องยกเครดิตให้กับครอบครัว

“ไม่ว่าจะเป็นแบรนด์เครื่องประดับเพชร Issara Percious Dianonds หรือผลไม้แปรรูป Uncle Jorn มันไม่ใช่ของเอมคนเดียว แต่เป็นของเราสามคนพี่น้องที่ช่วยกันคิด ช่วยกันขาย เพราะพวกเรามีความคิดคล้ายๆ กันว่าอยากเกษียณอายุงานเร็วๆ แต่พวกเราก็ทำงานประจำกันทุกคน ก็ได้คุณพ่อคุณแม่มาช่วยสนับสนุน ช่วยแพ็กของ ส่งของเหมือนให้ท่านมีงานอดิเรกทำเล่นๆ อยู่บ้านไปด้วย”

แต่ถึงแม้จะวางแผนเกษียณตั้งแต่อายุเพียงแค่นี้ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะหยุดนิ่งอยู่กับที่

“สำหรับเอม การตื่นเช้ามาในแต่ละวันคือโอกาสที่เราจะได้เรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ดังนั้นถ้ามีโอกาสที่ท้าทายความสามารถเข้ามาหา เอมก็พร้อมที่จะลงมือทำหรือเรียนรู้สิ่งต่างๆ ถ้าสิ่งนั้นไม่ได้เกินความสามารถที่เราจะทำ เช่นในอนาคตหลายคนถามว่าแบรนด์ Issara Percious Dianonds จะมีหน้าร้านหรือเปล่า อันนี้ก็เป็นอีกหนึ่งแผนที่มองไว้อยู่ แต่การมีหน้าร้านจะทำให้ต้นทุนเราเพิ่มขึ้น ลูกค้าก็ต้องแบกรับต้นทุนที่เพิ่มขึ้นไปด้วย ก็อาจจะไม่ทำ เพราะมันผิดไปจากคอนเซ็ปต์ในการทำแบรนด์ของเรา ตอนนี้เอมก็เรียนต่อปริญญาโท สาขานิเทศศาสตร์และสารสนเทศ ที่มหาวิทยาลัยเกษตร เพื่อต่อยอดความรู้และนำมาใช้กับการทำงาน”

ส่วนเป้าหมายชีวิตหลังเกษียณของเธอไม่มีอะไรมาก แค่อยากมีธุรกิจโฮมสเตย์เล็กๆ ในต่างจังหวัดที่มีอากาศดีๆ ได้ใช้ชีวิตแบบสโลไลฟ์ และออกไปท่องเที่ยวเปิดโลก เพียงแค่นั้นก็มีความสุขแล้ว

คงไม่ใช่แค่ “สวย” และ “รวยมาก” แต่ต้องบอกว่า เธอเป็นผู้หญิงยุคใหม่ที่มี “สมอง” และ “สตรอง” ในการใช้ชีวิตอย่างแท้จริง

Quote of the week : พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/279581

Quote of the week : พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

Quote of the week : พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

วันเสาร์ ที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

…การทำความดีนั้น…โดยมากเป็นการเดินทวนกระแสความพอใจและความต้องการของมนุษย์ จึงทำได้ยากและเห็นผลช้า…แต่ก็จำเป็นต้องทำ เพราะหาไม่…ความชั่วซึ่งทำได้ง่ายจะเข้ามาแทนที่ แล้วจะพอกพูนขึ้นอย่างรวดเร็วโดยไม่ทันรู้สึกตัว…

 

พระบรมราโชวาท พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

ในพิธีพระราชทานกระบี่และปริญญาบัตรแก่ว่าที่ร้อยตำรวจตรี

โรงเรียนนายร้อยตำรวจ ๑๐ มีนาคม ๒๕๒๙

เดินตามรอยเท้าพ่อ เอสจีเอส ช่วยหน่วยพิทักษ์ป่า มุ่งสร้างจิตสำนึกในการอนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/279617

เดินตามรอยเท้าพ่อ เอสจีเอส ช่วยหน่วยพิทักษ์ป่า มุ่งสร้างจิตสำนึกในการอนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

เดินตามรอยเท้าพ่อ เอสจีเอส ช่วยหน่วยพิทักษ์ป่า มุ่งสร้างจิตสำนึกในการอนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

วันเสาร์ ที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

เอสจีเอส จัดกิจกรรม CSR นำพนักงานกว่า 200 คน ร่วมช่วยเหลือการทำงาน พร้อมให้กำลังใจเจ้าหน้าที่หน่วยพิทักษ์ป่าหนองยาว ยิงเมล็ดพันธุ์พืช ปลูกป่า สร้างฝายกั้นน้ำ และโป่งเทียม เดินตามรอยเท้าพ่อในการทำความดีเพื่อส่วนรวม หวังปลูกฝังจิตสำนึกพนักงานของบริษัทในการอนุรักษ์ดิน, ป่า, น้ำ, ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

จิโรจ ณ นคร กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอสจีเอส (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า เปรียบเสมือนบ้านของสัตว์ป่า และหน่วยพิทักษ์ป่าเปรียบเสมือนด่านที่คอยดูแลปกป้องสัตว์ป่า ให้พ้นภัยจากมนุษย์หรือแม้กระทั่งภัยธรรมชาติ เช่น ไฟป่า ซึ่งเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าแม่น้ำภาชี พื้นที่หน่วยพิทักษ์ป่าหนองยาว จังหวัดราชบุรี เป็นหนึ่งในหน่วยงานที่ทำหน้าที่ดังกล่าวมาอย่างยาวนานและเข้มแข็ง ต้องเข้าไปปฏิบัติหน้าที่ในป่าลึกเพื่อดูแลทรัพยากรป่าไม้และสัตว์ป่า รวมทั้งต้องดูแลพื้นที่โดยรอบหน่วยพิทักษ์ป่าด้วยเนื่องจากพื้นที่ตั้งของหน่วยพิทักษ์ป่าเป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่าหลายชนิดทั้งเก้ง กวาง หมูป่า และยังเป็นต้นน้ำของแม่น้ำภาชี แต่เจ้าหน้าที่ทุกนายก็รักในการปฏิบัติหน้าที่ดังกล่าวและพร้อมปฏิบัติหน้าที่อย่างด้วยดีเสมอมา

“จึงเป็นที่มาของกิจกรรม “โครงการปั้นด้วยรัก ยิงด้วยใจ กระสุนพันธุ์ไม้ โป่งฝายเพื่อพ่อ” เพื่อเข้าไปช่วยเหลือการทำงานของเจ้าหน้าที่หน่วยพิทักษ์ป่าหนองยาว พร้อมทั้งเป็นการให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ทุกนายในการปฏิบัติหน้าที่ และช่วยกันปลูกป่าด้วยการยิงเมล็ดพันธุ์พืชจำนวน 1,650 เมล็ด ซึ่งเท่ากับจำนวนพนักงานของบริษัท เอสจีเอส ประเทศไทย ร่วมถึงสร้างฝายกั้นน้ำและโป่งเทียม ทั้งนี้พนักงานยังร่วมกันมอบเงินสนับสนุนการทำงานของเจ้าหน้าที่ จำนวน 40,000 บาท ข้าวสารจำนวน 100 กิโลกรัม ให้กับเจ้าหน้าที่ด้วย เพื่อเป็นการระลึกถึงในหลวงรัชกาลที่ 9 ในการทำความดีเพื่อส่วนรวม พร้อมทั้งเป็นการต่อยอดกิจกรรม CSR ที่บริษัทเคยได้ทำไปแล้ว อาทิ กิจกรรมปลูกป่าที่บางกระเจ้า, ปลูกป่าชายเลนที่บางปู อีกทั้งยังมีเจ้าหน้าที่ CSR ติดตามผลของการทำกิจกรรมเหล่านี้ตลอดเวลา เพื่อเป็นการปลูกฝังจิตสำนึกของพนักงานต่อการอนุรักษ์ดิน, ป่า, น้ำ, ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเพื่อส่งเสริมและดำเนินกิจกรรมและโครงการตามแนวพระราชดำริ”

สมหมาย พุฒน์กล่ำ เจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าหนองยาว กล่าวว่า การปลูกป่า ทำโป่ง สร้างฝาย รอบที่ทำการหน่วยพิทักษ์ป่า เจ้าหน้าที่ต้องช่วยกันทำเอง เนื่องจากสัตว์จะเข้ามากินโป่งและโป่งจะหมดไปเรื่อยๆ จึงต้องสร้างไว้ให้สัตว์ป่า และน้ำจากป่าหนองยาวและป่าห้วยม่วงจะไหลผ่านไปหมด จึงต้องทำฝายเก็บน้ำไว้ การที่เอสจีเอสได้เข้ามาทำกิจกรรมนี้ นับเป็นการช่วยเหลือเจ้าหน้าที่ได้เป็นอย่างมากเนื่องจากหน่วยหนองยาวมีพนักงานพิทักษ์ป่าเพียง 7 คน รับผิดชอบพื้นที่กว่า 40,000 ไร่ มีหน้าที่หลักคือลาดตระเวน เก็บข้อมูลสัตว์ป่า เก็บข้อมูลพืชอาหารสัตว์ ทำโป่ง วัดขนาดโป่ง สร้างฝาย ตรวจการตัดไม้ ปลูกกล้าเสริมในป่าลึก หากไม่มีกิจกรรมดังกล่าวเจ้าหน้าที่ต้องดำเนินการในส่วนนี้ทำให้เวลาในการไปทำหน้าที่หลักลดน้อยลงไป

เปิดตัว ‘AFC 2017’ เพื่อคนรักสุขภาพ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/279616

เปิดตัว ‘AFC 2017’ เพื่อคนรักสุขภาพ

เปิดตัว ‘AFC 2017’ เพื่อคนรักสุขภาพ

วันเสาร์ ที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

เทรนด์การดูแลสุขภาพเพื่อสมรรถภาพร่างกายที่ดี แข็งแรง ยังคงแรงไม่หยุด แม้ภาวะเศรษฐกิจยังวิกฤติแต่สุขภาพที่ดีต้องมาก่อน รูปแบบการออกกำลังกายในวันนี้จึงเปลี่ยนไป โดยต่างหันมาใส่ใจดูแลตัวเองอย่างง่ายๆ ออกกำลังกายด้วยตัวคุณเอง แค่คุณเคลื่อนไหว เดิน วิ่ง กระโดดๆ เต้นๆ โยกๆ ยกแขนยกขา พร้อมทำอารมณ์ให้แจ่มใส ง่ายๆ สบายๆ รวมทั้งการดูแลด้านโภชนาการ โดยเลือกคัดสรรสิ่งที่ดีมีประโยชน์ สะอาด ปลอดภัย เพียงเท่านี้ก็ช่วยคุณดูดีมีสุขภาพร่างกายที่ดีได้ แต่หากอยากเข้าคอร์สตามสถานออกกำลังกายก็ทำได้สบายกระเป๋าในยุคนี้ เพราะต่างก็ปรับกลยุทธ์ด้วยสนนราคาที่จับต้องได้ พร้อมมีข้อเสนอสุดพิเศษที่จะช่วยเติมเต็มเอาใจคนรักสุขภาพอีกมากมาย

กลายเป็นเทรนด์รูปแบบใหม่ของการออกกำลังกายของปีนี้ โดยสอดรับกับแนวคิด งาน “ Asia Fitness Conference & Expo 2017 ” หรือ “ AFC 2017 ” ซึ่งจัดโดย บริษัท เอเชีย เอ็กซิบิชั่น เซอร์วิสเซส จำกัด ร่วมกับ บริษัท ฟิตเนส อินโนเวชั่น (ประเทศไทย) จำกัด โดยได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา สำนักงานส่งเสริมการประชุมและนิทรรศการ สำนักนายกรัฐมนตรี และสมาคมการค้าเครื่องกีฬา และกลับมาอีกครั้งกับความยิ่งใหญ่ที่สุด ในภาคพื้นตะวันออกเฉียงใต้ งาน Asia Fitness Conference & Expo 2017 ครั้งที่ 9 กับงานแสดงนิทรรศการและการประชุมสัมมนา เชิงปฏิบัติการระดับชาติ ที่จะกระตุ้นให้เกิดแรงบันดาลใจให้ทุกคน “ทำตัวเองให้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้” (Be The BEST That YOU Can Be) โดยเน้นเรื่องสุขภาพพลานามัยให้แข็งแรง โดยงานจัดระหว่าง วันที่ 6-8 ตุลาคม 2017 ณ ห้อง EH 99 ไบเทค บางนา กรุงเทพฯ พร้อมกันนี้ได้จัดงานเปิดตัวงานเพื่อคนรักสุขภาพ AFC 2017 โดยมีแขกผู้มีเกียรติในแวดวงการกีฬาและฟิตเนสมาร่วมยินดีมากมาย ณ เบส บางกอก (BASE Bangkok) สุขุมวิท 36 ซึ่งมีการแนะนำเติมเต็มความรู้ในการออกกำลังกายให้เป็นไลฟ์สไตล์ของชีวิต สร้างสรรค์สุขภาพที่ดีทั้งกายและใจ ร่างกายเกิดความสมดุล ที่ก่อให้เกิดความสุขและสดใสในชีวิตได้อย่างน่าอัศจรรย์

พบกับความยิ่งใหญ่ได้ภายในงานนี้ ที่จะพลิกโฉมรูปแบบใหม่ ทั้งเทรนด์และนวัตกรรมการออกกำลังกายใหม่ล่าสุด อาหารเสริมสุขภาพ สถานที่ออกกำลังกายใหม่ๆ เสื้อผ้า แฟชั่นการกำลังกายหลากหลายแบรนด์ชั้นนำที่มีมาให้เลือกสรรมากมาย พร้อมพบปะเทรนเนอร์ระดับปรมาจารย์ชั้นนำทั้งไทยและต่างประเทศ และอีกความหลากหลายมากมายของกิจกรรมตลอด 3 วันที่น่าตื่นตาตื่นใจ พลาดไม่ได้กับความยิ่งใหญ่ของงานเพื่อคนรักสุขภาพที่จะ “ทำตัวคุณเองให้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้” ในเรื่องของสุขภาพพลานามัยที่แข็งแรง สนใจศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมและร่วมเป็นส่วนหนึ่งของงานได้ที่ http://www.asiafitnessbkk.com

‘ดี้-นิติพงษ์’ รวมตัวศิลปินจัดคอนเสิร์ตการกุศล หารายได้ซื้อที่ดินให้หมาแมวจรจัดกว่า 300 ชีวิต‘ดี้-นิติพงษ์’ รวมตัวศิลปินจัดคอนเสิร์ตการกุศล หารายได้ซื้อที่ดินให้หมาแมวจรจัดกว่า 300 ชีวิต

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/279579

‘ดี้-นิติพงษ์’ รวมตัวศิลปินจัดคอนเสิร์ตการกุศล หารายได้ซื้อที่ดินให้หมาแมวจรจัดกว่า 300 ชีวิต

‘ดี้-นิติพงษ์’ รวมตัวศิลปินจัดคอนเสิร์ตการกุศล หารายได้ซื้อที่ดินให้หมาแมวจรจัดกว่า 300 ชีวิต

วันเสาร์ ที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

ดี้-นิติพงศ์ ห่อนาค และพิธีกรรายการ ดร.เฉลิมชัย ยอดมาลัย

เป็นนักแต่งเพลงที่มีใจรักและเมตตาสัตว์อีกคนหนึ่ง สำหรับ “ดี้-นิติพงษ์ ห่อนาค” ล่าสุดได้อาสาจัดคอนเสิร์ตเพื่อช่วยเหลือหมา-แมวจรจัดให้มีที่อยู่อาศัย เป็นคอนเสิร์ตการกุศลครั้งประวัติศาสตร์ ที่รวมน้ำใจพี่น้องศิลปินที่รักหมา-แมว กับคอนเสิร์ต
ที่มีชื่อว่า “ทำให้หมา หาให้แมว” นำรายได้ร่วมซื้อที่ดินให้มูลนิธิ ดิ อาร์ค เชียงใหม่ โดยได้เล่าถึงคอนเสิร์ตครั้งนี้ ในรายการ “ผู้หญิงแนวหน้ากับคุณแหน” ทุกวันอาทิตย์ เวลา 16.00-16.25 น. ทางสถานี TNN2 ช่อง 784 ว่า

ดี้-นิติพงษ์ ห่อนาค เล่าว่า “ในสังคมไทยเรื่องหมาจรจัดเป็นปัญหาที่จะใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ แล้วก็เป็นปัญหาที่ยังอยู่ปลายแถวของการพิจารณาของภาครัฐ เพราะว่าภาครัฐมีปัญหาเรื่องคนเยอะมากอยู่แล้ว ก็เลยอาจจะมองเห็นแว่บๆ แต่มันอยู่ตรงโน้นไกลมาก เขาก็สนใจเหมือนกัน แต่อย่างอื่นเขาเยอะ

คืออันนี้เราต้องเห็น เราต้องเข้าใจ แต่ว่าคนในระดับปฏิบัติการภาครัฐ ก็เชื่อว่าน่าจะมีหน่วยงานนี้อยู่ แต่ว่าคนในระดับปฏิบัติการก็ไม่ได้ทำหน้าที่ได้เข้มแข็งเท่าที่ควร ส่วนใหญ่เป็นเรื่องของเอกชนหรือมนุษย์พลเมืองอย่างเราช่วยกันแบบไม่มีหน้าที่โดยตรง แต่ว่ามีหน้าที่ของความเป็นมนุษย์ที่มีความเมตตา ช่วยเพราะรักเพราะสงสารและก็มีเมตตา คนไทยพื้นฐานจิตใจควรจะเป็นคนทีมีความเมตตา

ส่วนเรื่องที่ว่าหมามีพันธุ์แล้วกลายมาเป็นหมาจรจัดนั้น ต้องเล่าจากประวัติศาสตร์ของหมาก่อน สัตว์เลี้ยงพวกนี้จริงๆ แล้วเขาเป็นสัตว์ป่ามาตั้งแต่เมื่อสมัยบรรพกาลโน้นแล้ว เขาก็อยู่ของเขาได้ ทีนี้คนฉลาดก็เริ่มเอาเขามาใช้งาน จะไปช่วยกันเลี้ยงแกะเลี้ยงอะไรต่างๆ นานา จนมาถึงเมืองไทยเมื่อสมัยไม่กี่สิบปีมานี้เอง คนไทยยังเลี้ยงด้วยเมตตา ไม่ได้เลี้ยงให้เป็นเพื่อน

เลี้ยงเมตตาคืออะไร สังคมเกษตรเลี้ยงหมาไว้ไล่ขโมย ไล่อะไรก็แล้วแต่ เห่า ไว้ใต้ถุน หรือเลี้ยงแมวไว้จับหนู ก็คือปรับจากความเคยชินของสัตว์ให้มาเป็น คนเป็นเครื่องใช้งาน รับใช้ แต่ว่าเลี้ยงด้วยเมตตา ไม่มีหมาจรจัดที่นั่น ไม่มีหมาจรจัดสมัยก่อน เพราะว่าเขาเลี้ยงแล้วเขาอยู่ด้วยกัน เป็นสังคมเกษตร แล้วก็มีลูกหลาน ไม่ได้มีความคิดที่จะเลี้ยงไว้เป็นเพื่อน เพราะว่าลูกหลานอยู่เต็มบ้าน

ทีนี้พอสังคมเราเป็นสังคมอุตสาหกรรมใหม่แบบตะวันตก ก็เลยเลี้ยงอีกแบบ เลี้ยงเหมือนตะวันตกคือ เลี้ยงเป็นเพื่อน ไม่ได้เลี้ยงไว้ใช้งาน เลี้ยงไว้ส่วนใหญ่เป็นเรื่องของทางจิตใจมากกว่า ทีนี้พอคนที่จิตใจที่ไม่มีเมตตาพอ แล้วเลี้ยงด้วยความเห็นว่าเป็นเรื่องของเล่น คือความน่ารักตั้งแต่เด็ก คล้ายๆ กับเห็นอะไรตัวเล็กๆ ปุยๆ น่ารัก มันน่ารักหมดหมาแมว

พอถึงเวลาที่โตแล้ว เมื่อไม่ชอบก็เอาไปปล่อย ไปปล่อยริมทางด่วน หรืออะไรพวกนี้ ซึ่งมันก็ไม่ได้ดีไปกว่าคนที่คลอดลูกแล้วเอาไปทิ้งที่ถังขยะ เพราะว่าเขาเป็นสิ่งมีชีวิต ที่แย่อย่างหนึ่งคือ หมา-แมวมันพูดไม่ได้ คือคนที่เลี้ยงหมาเลี้ยงแมวต้องเข้าใจเขาด้วย ว่าเขามีความรู้สึก แล้วเขาก็หวังพึ่งแต่มนุษย์ เพราะว่ามนุษย์ดันไปผสมพันธุ์ให้เขากลายเป็นสัตว์ที่ช่วยตัวเองไม่ได้

อย่างหมาจรจัด ที่บอกหมาพันธุ์ไทยหรือหมาอะไร นั่นคือมันเข้าข่ายหมาที่ยังเอาตัวเองพอรอดได้ แต่ว่าบางทีก็รอดบ้างไม่รอดบ้าง แล้วก็สุขภาพเป็นขี้เรื้อน หรือเป็นอะไรต่างๆ นานา แต่อย่างนั้นก็ไม่ควรให้มีอยู่ดี แต่อย่างไรก็ตาม เขายังพอดูแลตัวเองได้ แต่พวกที่เอาหมาเลี้ยงไปปล่อยนี่ อันนี้ถ้าเป็นส่วนตัวแล้วถ้ารู้จักจะไม่คบเลย

มีอยู่ครั้งหนึ่งไปช่วยหมาจรจัด เป็นดำๆ เป็นผ้าขี้ริ้ว เราดูไม่ออกว่าเขาเป็นตัวอะไรเลย แล้วเรารู้ว่าเขาไม่ใช่หมาที่เอาตัวรอดไม่ได้ แต่ก็อยู่ตรงที่แห่งหนึ่งในสนามฟุตบอลสักแห่ง ยามแถวนั้นเขาบอกว่าอยู่มาเป็นปีแล้ว คนเอามาทิ้งไว้ ก็ยังรอดนะ ก็ไปพามา แล้วก็เอามาฉีดยา อาบน้ำ ตัดขนอะไรใหม่หมด ก็พบว่าเป็นหมาพุดเดิ้ล เอาหมาพุดเดิ้ลไปปล่อยริมถนน เราก็โอเค ประกาศหา คือเราก็ไม่ได้มีหน้าที่ ไม่ได้มีความรับผิดชอบพอที่จะเลี้ยงหมาได้เยอะๆ แต่ว่าเป็นคนที่สามารถบอกให้คนที่มีเมตตา หาบ้านให้หมาได้ ก็มีคนรับไป แล้วก็เขาก็รักของเขาอ่ะนะ ในอีกมุมหนึ่งผลพวงของคนที่จิตใจไม่ดี ก็ทำให้เห็นคนจิตใจดีอีกจำพวกหนึ่งเหมือนกัน

ก็ได้ทำได้รู้จักเข้าใกล้ในเรื่องของหมาแมวจรจัดมากขึ้น ก็ยิ่งรู้สึกสะเทือนใจว่า ชีวิตๆ เดียวซึ่งกินก็ไม่เยอะ จะป่วยจะเจ็บก็รักษา โอเคอาจจะต้องมีค่าใช้จ่ายบ้าง แต่คุณก่อนที่จะเอาเขามาเลี้ยง มันคิดไม่ออก คิดไม่เป็นเลยเหรอ หรือว่าจะเอาแค่ตอนตัวเล็กๆ ถ้าจะเอาแค่นี้ไปซื้อตุ๊กตาหมามา คือเขาลืมนึกไปว่าสิ่งเหล่านี้มันต้องโต มันต้องกิน มันต้องมีชีวิต มันต้องการความรัก มันต้องป่วย ต้องเจ็บ มันมีค่าใช้จ่าย ถ้าไม่อยากจะรับค่าใช้จ่าย ก็อย่าแตะตั้งแต่แรก ถ้ารับผิดชอบไม่ได้ก็อย่า อันนี้ไม่ใช่เฉพาะเรื่องหมาเรื่องแมว ทุกเรื่องถ้ารับผิดชอบไม่ได้ อย่ารับผิดชอบ

ถามว่าทำไมรัฐบาลไทย หรือว่าหน่วยงานของรัฐที่จะดูแลตรงนี้ เราจดทะเบียนคนที่จะเลี้ยงหมาได้ไหม จริงๆ แล้วเรื่องทุกอย่างไม่เฉพาะเรื่องหมาจรหมาไม่จร คือภาครัฐในเชิงปฏิบัติการณ์ก็ได้ไปพบมาหลายหน่วยงานแล้ว เราก็รู้ว่าเขาไม่ได้ทำงานเต็มที่เท่าที่เขาควรจะทำ แต่บางหน่วยงานทำงานดีมากๆ เลยเช่น กรมสรรพากร อันนี้ทำงานดีมาก ขยันมาก

กับหลายๆ หน่วยงานคือ เหมือนกับเขาไม่ได้ทำหน้าที่ของเขาเต็มที่เท่าไหร่ ด้วยอะไรก็ไม่รู้ ด้วยค่านิยม หรือด้วยเพราะเงินเดือน หรืออะไรเราก็ไม่ทราบนะ เพราะฉะนั้นเชื่อว่าหน่วยงานที่ดูแลเฉพาะเรื่องนี้ในภาครัฐคงมี แต่คิดว่าดูไม่ค่อยมีแอ๊กชั่น
เท่าไหร่ จริงๆ แล้วเขาก็คงทำในระดับหนึ่ง แต่จริงๆ แล้วเป็นหน้าที่ที่เขาน่าจะต้องดิ้นรน และก็ต่อสู้ด้วยความเมตตามากกว่านี้ ในขณะที่ภาคเอกชนอย่างที่ผมกำลังพยายามทำคอนเสิร์ตให้กับมูลนิธิบางมูลนิธิที่ทุ่มเทหมดเนื้อหมดตัว

คือมูลนิธินี้กำลังถูกเชิญออกจากพื้นที่เดิมที่มีหมาอยู่ประมาณ 300 ตัว และเป็นหมาที่เจ็บป่วยด้วย เขาดูแล เขาเสียสละ เสียทรัพย์สินของเขาเองแทบหมดเนื้อหมดตัว แล้วอยู่มาวันหนึ่งเขาก็ถูกเชิญออกจากพื้นที่เดิม ซึ่งไม่ได้มีปัญหาอะไร เพราะว่าเจ้าเดิมเขาก็ให้อยู่ฟรีมาหลายปีแล้ว แต่ตอนนี้มันมีราคาขึ้นมา ก็เลยจำเป็นที่จะต้องขอคืน เขาก็ต้องหาที่ใหม่ ซึ่งเขาก็ไม่มี เพราะเงินบริจาคก็ไม่ได้มากพอ เลี้ยงหมาขนาดนั้นมันต้องมีที่เป็นไร่ๆ เหมือนกัน

เราก็เห็นเพราะว่าเราเคยอยู่ดีๆ ก็อยากไปยุ่งกับเรื่องนี้ขึ้นมา แต่เราทำไม่เป็น แล้วเราก็วิ่งตามหมาไม่ทันหรอก ไปจับหมาจรจัดอะไรที่จะไปทำอะไร หาบ้านให้ เขาก็ลงมาช่วยโดยที่ไม่คิดมูลค่าอะไร เขาอยู่เมืองเชียงใหม่ เขามาทำให้ ดูการทุ่มเท ดูการวิ่งสู้ฟัด กระโดดเข้าไปในรูเล็กๆ เพื่อจับลูกหมาออกมา เนื้อตัวมอมแมม ถลอกปอกเปิด เขาก็ยิ้มๆ แล้วเขาก็ไม่รับอะไร ขอบคุณยังไม่ทันเลย กลับไปแล้ว

ซึ่งเห็นหลายๆ ครั้งที่เขามาช่วย แต่ถึงวันหนึ่งเขาเดือดร้อน แล้วเขาแทบไม่รู้จะพึ่งใคร เขาได้แต่เขียนในเฟซบุ๊คว่าเขาเริ่มหมดกำลังใจ ท้อ และเราก็เห็นว่าเออไม่ว่าจะเป็นเรื่องไหนก็ตาม ถ้าเกิดเราเห็นคนดีๆ ที่เขาทำของดีๆ อยู่ แล้วไม่มีใครช่วยเหลือ แล้วปล่อยทิ้งให้เขาเดียวดาย รู้สึกว่าใจเรามันไม่ดี สำหรับคอนเสิร์ตครั้งนี้ ก็เป็นคอนเสิร์ตเชิงปาร์ตี้นะครับ จัดขึ้นเมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม 2560 ที่ผ่านมา ก็ได้เจอศิลปินที่หลากหลายมาก ตั้งแต่ รัดเกล้าอามระดิษ ร้องเพลงเพราะๆ ไปจนถึงฮิปฮอป มีเพื่อนๆ เฉลียงไปอะไรต่างๆ เยอะมาก

จุดประสงค์เพื่อหาเงินเพื่อเป้าหมายที่จะซื้อที่ดินให้กับมูลนิธิ ดิ อาร์ค ให้หมาแมว 300 ตัว ได้มีที่อยู่ ส่วนจะได้เท่าเป้าไหมก็แล้วแต่ ก็ถือว่าช่วยกันก่อนแล้วกัน ส่วนที่เหลือก็เดี๋ยวว่ากันทีหลังครับ นี่คือเป็นคอนเสิร์ตเฉพาะกิจ และคอนเสิร์ตฉับพลัน ไม่ได้คิดวางแผนล่วงหน้าอะไรมาก่อนเลย คิดปุ๊บ ทุกคนสมัครอาสามาเลย ได้เห็นมิติของจิตใจของคนอีกกลุ่มหนึ่งซึ่งรักหมารักแมว ซึ่งเป็นศิลปิน

โดยที่ไม่ได้รู้ว่าจะจัดเมื่อไหร่ ไม่ได้รู้ว่าเล่นที่ไหน อะไร อย่างไร ผมขออาสาด้วย หนูขออาสาด้วยซึ่งก็เป็นอีกอันหนึ่งที่ได้ประสบการณ์ที่น่ารักมาก และก็รวมทั้งหลายๆ ฝ่าย ทุกฝ่าย สถานที่ ผู้มาร่วมจัด หรือสปอนเซอร์ต่างๆ นานา น่ารักมาก ก็ได้เกิดขึ้นมา ก็เป็นปาร์ตี้นะครับ อย่าไปคิดว่าเป็นคอนเสิร์ตที่จะไปนั่งดูกัน มาสังสรรค์ ถ่ายรูปกับศิลปินที่ชอบอะไรก็ได้ บรรยากาศจะเป็นกันเองมาก ก็โอเคนี่คือ คอนเสิร์ตที่จัด”

เรื่องราวดีๆ ที่ครบครันทั้งสาระและบันเทิงแบบนี้ มีให้ชมในรายการ “ผู้หญิงแนวหน้ากับคุณแหน” ออกอากาศทุกวันอาทิตย์ เวลา 16.00-16.25 น. ทาง TNN2 (และช่อง 784 ทางดิจิตัลทีวี) หรือ True Visions 8 ชมรายการย้อนหลังได้ที่ youtube ผู้หญิงแนวหน้า byคุณแหน