‘ป้าง’ ปล่อยเพลงใหม่ พร้อมคอนเสิร์ต ’50 ปี พรีแซยิด’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/289902

‘ป้าง’ ปล่อยเพลงใหม่ พร้อมคอนเสิร์ต '50 ปี พรีแซยิด'

‘ป้าง’ ปล่อยเพลงใหม่ พร้อมคอนเสิร์ต ’50 ปี พรีแซยิด’

วันจันทร์ ที่ 4 กันยายน พ.ศ. 2560, 20.45 น.

ก่อนจะไปมันส์กันในคอนเสิร์ตใหญ่ “50 ปี พรีแซยิด ป้าง นครินทร์ เพลงดังไม่ดังจะได้ฟังกันก็คราวนี้” พี่ป้าง ก็มีเพลงใหม่สไตล์พี่ป้างที่ทุกคนถามหามาให้ฟังเรียกน้ำย่อยกันก่อน คราวเป็นเพลงช้าๆ ซึ้งๆ ถึงขั้นเสียน้ำตาได้ชื่อ “ทุกคนเคยร้องไห้” แต่จะได้ฟังกันบนเวทีคอนเสิร์ตหรือไม่ ไปฟัง พี่ป้าง บอก

พี่เชื่อว่ามนุษย์ทุกคนมีปัญหาในใจ หลายคนเลือกที่จะเก็บไว้คนเดียว ไม่อยากให้ใครรู้ พี่ก็เลยแต่งเพลง ทุกคนเคยร้องไห้ ให้เหมือนเป็นเพื่อนสนิทที่คอยรับฟัง แล้วก็ให้ร้องไห้ไปเลย ร้องแล้วจะได้รู้สึกดี พี่ว่ามันเหมือนที่เราออกมาจากท้องแม่วันแรก การร้องไห้เป็นการบอกว่าเรารอด อยากให้การร้องไห้เป็นสัญลักษณ์แบบนั้นอีกครั้งดีกว่า ร้องไห้ซะแล้วก็สู้ต่อ ที่ผ่านมาพี่แต่งเพลงสนุก เพลงยิ้ม ๆ แฮปปี้ไปแล้ว ก็อยากมีเพลงที่เป็นเพื่อนในยามทุกข์ด้วย

ส่วนดนตรีก็จะออกแนวเนิ่บ ๆ แต่ก็มีจังหวะ ไม่ใช่ดนตรีที่เศร้าไปเลยอย่างเดียว ตอนอัดร้องก็ต้องบิ๊วนะ จริง ๆ พี่แต่งเพลงนี้ให้ตัวเองด้วยเหมือนกัน เพราะบางทีพี่ก็เก็บเรื่องอะไรไว้มากมาย เรื่องมิวสิกวิดิโอพี่ได้ช่วยออกไอเดียด้วย ด้วยการชวนมิตรรักของพี่ 4-5 คน มานั่งเล่าเหตุการณ์ที่เคยร้องไห้ สุดท้ายพี่ก็ไปกอดให้กำลังใจเค้า ตอนนี้มีให้ดูกันแล้วนะครับ

ส่วนในคอนเสิร์ตใหญ่ 50 ปีพรีแซยิดฯ วันที่ 30 ก.ย.นี้ ที่อิมแพคอารีน่า พี่ยังไม่ได้ตัดสินใจว่าจะร้องเพลงนี้หรือเปล่า เพราะพี่ต้องวางโครงก่อนว่าบนเวทีจะมีพาร์ทไหนบ้าง ถ้าถามความพร้อมคือมันเป็นเพลงของพี่อยู่แล้ว อาจจะไม่ต้องซ้อมแบบเคร่งเครียดมากแต่พี่จะเน้นเรื่องอารมณ์ในแต่ละเพลงมากกว่า เรื่องพละกำลังพี่ต้องเตรียมตัวมากกว่าเดิม 3 เท่า ต้องหาเวลาออกกำลังกาย ไม่งั้นเดี๋ยวโทรม

ฝากถึงแฟนเพลงให้เตรียมตัวเตรียมใจเพลงมาซึบซับบทเพลงของพี่ ใครยังไม่มีบัตรไปซื้อได้ที่ไทยทิคเก็ทเมเจอร์ แล้วเจอกันที่คอนเสิร์ตครับ” 

ทุกคนเคยร้องไห้ – ป้าง นครินทร์

เสพศิลป์ เช็คอินความสุนทรีย์ ในนิทรรศการ ‘โฮเทล อาร์ต แฟร์ แบงค็อก 2017’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/279674

เสพศิลป์ เช็คอินความสุนทรีย์ ในนิทรรศการ ‘โฮเทล อาร์ต แฟร์ แบงค็อก 2017’

เสพศิลป์ เช็คอินความสุนทรีย์ ในนิทรรศการ ‘โฮเทล อาร์ต แฟร์ แบงค็อก 2017’

วันอาทิตย์ ที่ 9 กรกฎาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

ดร.อภินันท์ โปษยานนท์ พร้อมด้วย, อตินุช ตันติวิท, ปวีณ์ ตันศิริคงคล, ไผทวัฒน์ จ่างตระกูล, ฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์, ชมวรรณ วีรวรวิทย์ และ อรรคพล สุทัศน์ ณ อยุธยา

ประสบความสำเร็จอย่างงดงามกับการจัดนิทรรศการที่รวบรวมและแสดงงานศิลปะภายในห้องพัก โรงแรม “ฟาร์มกรุ๊ป”บริษัทผู้ให้คำปรึกษาด้านครีเอทีฟดีไซน์ หนึ่งในองค์กรที่ทุ่มเทเพื่อวงการศิลปะ ยังคงเอาใจผู้หลงใหลงานศิลปะอย่างต่อเนื่องกับงานโฮเทล อาร์ต แฟร์ แบงค็อก 2017 ซึ่งจัดขึ้นเป็นครั้งที่ 4ได้รับการสนับสนุนจากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย นำทีมแกลเลอรี่ชื่อดังของไทยกว่า 30 แห่งทั่วประเทศ มาร่วมกันเนรมิตห้องพักของโรงแรมใจกลางกรุงเทพฯ พร้อมโชว์งานศิลปะที่รังสรรค์เพื่องานนี้มาให้เหล่านักสะสม และผู้ชื่นชอบงานศิลปะได้ชื่นชม ท่ามกลางบรรยากาศเป็นกันเอง อีกทั้งยังเป็นการยกระดับวงการศิลปะของประเทศไทยให้เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางมากยิ่งขึ้น โดยงานจัดขึ้นผ่านไปเมื่อวันที่ 23-25 มิถุนายน 2560 ณ โรงแรม Volve Hotel Bangkok สุขุมวิท 53

ฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้อำนวยการฝ่ายกิจกรรม ททท. กล่าวว่า “เพื่อส่งเสริมให้นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างประเทศได้สัมผัสกับประสบการณ์การท่องเที่ยวรูปแบบใหม่ที่แตกต่างจากงานแสดงศิลปะทั่วไป และยังเป็นการผลักดันให้ประเทศไทยเป็นจุดหมายปลายทางของนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก งานนี้ไม่เพียงจะช่วยดึงดูดนักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบงานศิลปะ ยังเป็นการช่วยประชาสัมพันธ์ให้ศิลปินไทยเป็นที่รู้จักมากขึ้นด้วย และจะเป็นงานแสดงศิลปะประจำปีของเมืองไทยที่ผู้หลงใหลศิลปะรอคอยที่จะมาชม” ด้าน วรทิตย์ เครือวาณิชกิจ ผู้บริหาร ฟาร์มกรุ๊ป กล่าวว่า ต้องการให้ประชาชนได้มีโอกาสสัมผัสกับงานศิลปะอย่างใกล้ชิดมากขึ้น อยากให้ศิลปะไทย ศิลปินไทย รวมถึงแกลเลอรี่ของไทยมีคนรู้จักและได้รับความยอมรับในวงกว้าง และต้องการกระตุ้นให้เกิดการสร้างรายได้ให้กับศิลปิน นักออกแบบและแกลเลอรี่ให้มากขึ้น ในฐานะผู้ชื่นชอบงานศิลปะ หวังว่าทุกคนที่มาร่วมงานจะได้รับความรู้ ความบันเทิง และช่วยกันสนับสนุนศิลปินนักออกแบบและแกลเลอรี่ไทย “เราเชื่อว่าศิลปะเป็นจุดเริ่มต้นของทุกอย่าง สามารถเชื่อมต่อและสร้างวัฒนธรรมที่ดีให้กับคนในชุมชนได้ สังคมและประเทศเราจะได้เดินไปข้างหน้าอย่างมีพลัง” ไผทวัฒน์ จ่างตระกูล จากฟาร์มกรุ๊ป กล่าวว่า“ทางฟาร์มกรุ๊ปคัดเลือกแกลเลอรี่ที่ดีที่สุดจากทั่วประเทศ โดยคำนึงถึงความหลากหลายของงานที่แต่ละแกลเลอรี่นำมาแสดงงานไฮไลท์  รวมไปถึงความครีเอทีฟในการแสดงในพื้นที่ที่มีรูปแบบไม่ตายตัว” ขณะที่ อังกฤษ อัจฉริยโสภณจาก Artist+RUN กล่าวว่า “งานนี้จะมีส่วนช่วยในการประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับงานศิลปะของศิลปินไทย ให้เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวาง ในปีนี้นำผลงานจิตรกรรมนามธรรมของศิลปินไทยที่มีชื่อเสียงมาจัดแสดงเช่น ไทวิจิต พึ่งเกษมสมบูรณ์, สมยศ หาญอนันทสุข และ อุดม อุดมศรีอนันต์ และยังมีผลงานจิตรกรรมของศิลปินรุ่นใหม่ที่น่าจับตามอง อย่างปพนศักดิ์ ละออ ซึ่งเป็นศิลปินจากเชียงใหม่ นำมาร่วมแสดงด้วย”


ผู้บริหาร บจ.ฟาร์มกรุ๊ป พีระพล ทองศรี, ไผทวัฒน์ จ่างตระกูล, วรินดา เธียรอัจฉริยะ, ภัทรา ต๊ะใจ, วรารินทร์ สินไชย, วรทิตย์ เครือวาณิชกิจ

และเป็นครั้งแรกของเอเชียที่ผู้ชมได้พบกับ Paulหุ่นยนต์วาดภาพที่ทันสมัยที่สุดในโลก ได้รับการสนับสนุนจาก YenakArt Villa โดยพอลแสดงทักษะในการวาดภาพอันน่าอัศจรรย์ด้วยการวาดภาพบุคคลด้วย 3 สไตล์อันโดดเด่น สำหรับแกลเลอรี่ที่นำผลงานมาแสดงในงานได้แก่ ARTIST+RUN, ATTA Gallery and Paw Dee Lifestyle,Bangkok Art and Culture Centre,BANGKOK CITYCITY GALLERY,C.A.P Studio + JOJO KOBE,Chardchakaj & Antique Photo Gallery,Claustrophobic,Doo ood Group,Gallery Seescape,H Gallery Bangkok, Jack Poohvis & NEV3R, Lik Sriprasert, LYLA Gallery, Note Kritsada, Nova Contemporary, Viranod Buranasiri,PRACTICAL Design Studio, Pomme Chan, Serindia Gallery,Studio Jitti / Kongsak Studio / Aninta, Sujin Wattanawongchai, Temporary Contemporary, Tentacles, Our Musical King, The UNI_FORM x Earth Republic x The Archivist, YenakArt Villa และยังได้รับเกียรติจากเซเลบริตี้นักสะสม อาทิ ดร.อภินันท์ โปษยานนท์, ชมวรรณ วีรวรวิทย์ นำงานศิลปะซึ่งเป็นของสะสมส่วนตัวมาโชว์ในงานนี้อีกด้วย


วีรฎา บุนนาค, นิธิ สถาปิตานนท์ และ สันติ ลอรัชวี


วสันต์ ผึ่งประเสริฐ, จิตต์สิงห์ สมบุญ


นีโน่ สุวรรณี สาระบุตร, เพชร โอสถานุเคราะห์ และ ภูรัตน์ โอสถานุเคราะห์


ม.ล.กอกฤษต กฤดากร และ เพื่อน


ชาติฉกาจ ไวกวี และ ปราการ ไรวา


ทิพย์ระวี ภู่ไชย และ คลาวเดีย จักรพันธุ์


อังกฤษ อัจฉริยโสภณ

คุณแหน : 9 กรกฎาคม 2560

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/279673

คุณแหน : 9 กรกฎาคม 2560

คุณแหน : 9 กรกฎาคม 2560

วันอาทิตย์ ที่ 9 กรกฎาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

ll “ถ้าทุกอย่างสามารถทำได้ก็จะดีขึ้นเองทุกคนต้องเคารพกฎหมาย อย่าเอากฎหมายเพื่อส่วนรวม มาตีกับผลประโยชน์ส่วนตน หลีกเลี่ยงไม่ปฏิบัติตามและให้คิดถึงคนอื่น คิดถึงผลกระทบกับประเทศชาติทุกด้านทั้งเศรษฐกิจ มั่นคงปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน รัฐบาลและคสช.ไม่ได้มุ่งหวังอำนาจอย่างที่กล่าวอ้างทุกวันนี้ว่าจะสืบทอดอำนาจผลประโยชน์” บางวลีของนายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคสช. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา…

 

ll อดีต ผบ.สส.พล.อ.บุญสร้าง เนียมประดิษฐ์ผู้เชี่ยวชาญโครงสร้างความมั่นคง ชาวสุพรรณบุรี จบเวสปอย โท-เอก วิศวกรรมจากเอไอที ถูกแต่งตั้งเป็นประธานคณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านกระบวนการยุติธรรมตำรวจ “ผมไม่ได้เก่งกาจมาจากไหนแต่จะทำเต็มที่ ฟังความคิดเห็นทุกฝ่ายรวมถึงประชาชน” ขอให้กำลังใจ…

ll คอยดูกันต่อไปสำหรับผู้โดยสารแท็กซี่ ยกระดับ VIPและ OK จะเป็นที่ชื่นชอบของผู้โดยสารตามที่ สนิท พรหมวงษ์ อธิบดีกรมขนส่งทางบกได้ยกระดับมาตรฐานของบริการแท็กซี่ไทย ได้มากน้อยเพียงไร อนาคตคงทราบ…

ll “เงินที่ไหลออกช่วยไปลงทุนที่ต่างประเทศทั้งตราสารหนี้และตราสารทุน เป็นการให้สินเชื่อการค้าและธุรกิจนั้น น่าจะดีใจเพราะเป็นการสะท้อนศักยภาพของเอกชนไทย” วลีของผู้อำนวยการ สศค. กฤษฎา จีนะวิจารณะ…

ll “อาทิตย์หน้าคงจะได้ทราบว่าท่านผู้ใดจะเป็นประธานศาลฎีกานาม ชีพ จุลมนต์ หรือไม่ ขึ้นอยู่กับอนุกรรมการ กต. ทั้งหมด…

ll ผอ.สถาบันวิจัยดาราศาสตร์คนใหม่ ดร.ศรัณย์โปษยะจินดา เอกโพลีเมอร์และวิศวกรรมเคมีจากแบรดฟอร์ด สหราชอาณาจักร มิได้ร่ำเรียนมาทางดาราศาสตร์ แต่มุ่งมั่นทุ่มเทศึกษาความรู้ จนเป็นที่รู้จักแพร่หลายประกาศวิสัยทัศน์ ดาราศาสตร์ ๔.๐ ขอให้โจทย์ดาราศาสตร์เป็นเครื่องมือพัฒนา…

ll ผู้ว่าราชการตาก เจริญฤทธิ์สงวนสัตย์ เน้นย้ำ ห้ามเรียกรับเงินผลประโยชน์เด็ดขาดจากแรงงานพม่า ที่กลับประเทศ ขอให้จริงเถอะเพราะอดีตมาแต่เสียงกระซิบจนหูชา…

llเดือนหน้าคงได้เห็นแชมป์โลกศิลปการต่อสู้ชาวไอริส คอนเนอร์ แม็กเกรเกอร์กับ ฟลอยด์ เมย์เวทเธอร์ แชมป์โลกที่ไม่เคยแพ้ใครว่าจะสนุกและตื่นเต้นขนาดไหน…

ll ให้เสียดายอายุแค่ ๕๔ ได้ลาจากโลกนี้ไปแล้ว แหวน-ฐิติมา สุตสุนทร มีสวดพระอภิธรรม ๑๐-๑๔ ก.ค. ณ วัดธาตุทอง ร่วมเสียใจกับครอบครัว มา ณ ที่นี้…ll

น้องโน้ต

ตะลอนเที่ยว : โลกน่าอยู่ เมื่อเราแบ่งปันความรักให้คนและสัตว์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/279696

ตะลอนเที่ยว : โลกน่าอยู่ เมื่อเราแบ่งปันความรักให้คนและสัตว์

ตะลอนเที่ยว : โลกน่าอยู่ เมื่อเราแบ่งปันความรักให้คนและสัตว์

วันอาทิตย์ ที่ 9 กรกฎาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

กุศลธรรมประการหนึ่งตามแนวทางของพุทธศาสนิกชนคือ การไม่ฆ่าสัตว์ตัดชีวิต การงดเว้นจากปาณาติบาตคือ การไม่ฆ่าสัตว์ทั้งปวงโดยตัวเองและไม่ใช้ให้ผู้อื่นฆ่า นับว่าเป็นการทำทานที่ยิ่งใหญ่ ไม่ก่อเวรก่อภัยให้กับสรรพสัตว์ทั้งปวง

คนเก่าคนแก่ที่ไม่บริโภคเนื้อสัตว์สั่งสอนอบรมลูกหลานว่า การไม่ฆ่าสัตว์และไม่กินเนื้อสัตว์จะส่งผลให้ผู้นั้นเป็นที่รักใคร่ของเหล่าทวยเทพ ตลอดถึงมนุษย์และสรรพสัตว์ทั้งหลาย, มีจิตใจเมตตากรุณา ตัดความอาฆาต และอารมณ์โหดร้ายฉุนเฉียวคับแค้นลงได้ ไม่มีการจองเวรจองกรรมต่อกัน, ปราศจากโรคภัยร้ายแรงเบียดเบียนร่างกาย, อายุมั่นขวัญยืน, ได้รับการปกป้องคุ้มครองจากทวยเทพ เพื่อนมนุษย์และสรรพสัตว์, ในยามหลับจะนิมิตแต่สิ่งดีงามเป็นมงคล, ไม่พลัดหลงเข้าไปในแดนอบายภูมิ และเมื่อละสังขารจากโลก วิญญาณจะพบความสุขสงบในภพภูมิที่ดีงาม

นั่นคือความเชื่อส่วนตัวที่สมาชิกผู้ร่วมโครงการไถ่ชีวิตโคกระบือ และ Mr.Flower มีร่วมกัน เมื่อเรามีความเชื่อมั่นเหมือนกัน เราจึงได้ร่วมทำโครงการไถ่ชีวิตโคกระบือจากโรงฆ่าสัตว์ แล้วนำไปมอบให้เกษตรกรเลี้ยงดูจนกว่าสัตว์เหล่านั้นจะถึงอายุไขโดยธรรมชาติ

โครงการนี้เริ่มมาอย่างจริงจังได้ประมาณ 1 ปี 6 เดือน โดยเป็นการร่วมบริจาคเงินระหว่างผู้อ่านหนังสือพิมพ์แนวหน้า เจ้าของ พนักงาน รวมถึงนักข่าวแนวหน้า นับตั้งแต่วันแรกที่ทำโครงการจนถึงปัจจุบัน คณะของเราไถ่ชีวิตโคกระบือมาแล้ว 45 ตัว มอบให้กับเกษตรกรในจังหวัดสุพรรณบุรี (อำเภอศรีประจันต์ และเดิมบางนางบวช) จังหวัดชลบุรี (อำเภอพนัสนิคม) จังหวัดขอนแก่น (อำเภอบ้านไผ่) จังหวัดนครปฐม (อำเภอบางเลน)

สำหรับจังหวัดสุพรรณบุรีนั้น โครงการได้ร่วมมือกับสหกรณ์การเกษตรศรีประจันต์เพื่อคัดเลือกเกษตรกรผู้มีความเหมาะสมจะรับโคกระบือไปเลี้ยง โดยมอบให้ไปทั้งหมด 19 ตัว ส่วนจังหวัดชลบุรี คณะของเรามอบให้โครงการสวนผักบำบัดของดาบตำรวจธรรมนูญ มานู หรือดาบตุ้ม จำนวน 14 ตัว ส่วนจังหวัดขอนแก่น มอบให้เกษตรกรอำเภอบ้านไผ่ โดยผ่านการประสานงานของเจ้าหน้าที่ของเครือ SCG (ปูนซิเมนต์ไทย) 1 ตัว และที่เหลืออีก 11 ตัว หม่อมไฉไล ยุคล ร่วมบริจาคแล้วนำไปเลี้ยงไว้ในสวนป่าของโรงแรมเรือ หรือชื่อเต็มๆ ว่า Mom Chailai River Retreat บางเลน

หลังจากมอบโคกระบือให้ผู้เลี้ยงดูแล้ว คณะของเราก็พยายามจะแวะเวียนไปเยี่ยมเยียนพวกเขาเป็นประจำ โดยเฉลี่ยคือ 3 เดือนต่อครั้ง โดยจัดเป็นกลุ่มทัวร์เล็กๆ เพื่อไปไหว้พระในจังหวัดนั้นๆ แล้วแวะไปเยี่ยมเยียนทั้งผู้เลี้ยงและโคกระบือด้วย

ล่าสุดโคกระบือที่คณะของเราบริจาคได้ออกลูกมาแล้ว 4 ตัว โดยเมื่อสามเดือนก่อนคณะของเราได้ไปเยี่ยมลูกควายตัวน้อยอยู่ที่จังหวัดชลบุรี ชื่อว่า เจ้าทอง เพราะมีขนสีทอง แต่สมาชิกใหม่อีกสามตัวนั้น คณะของเรายังไม่ได้ไปเยี่ยมพวกเขา ซึ่งคาดว่าน่าจะหลังเดือนตุลาคมปีนี้ไปแล้ว เราจะยกคณะไปเยี่ยมเขา

อย่างไรก็ตาม ในระยะนี้มีผู้ร่วมโครงการหลายรายโทรศัพท์สอบถาม Mr.Flower ว่า ทำไมไม่เห็นแจ้งเรื่องไถ่ชีวิตโคกระบือให้ทราบอีก เลิกทำโครงการนี้แล้วหรือ ก็ขอเรียนให้ทราบว่า โครงการยังคงดำเนินต่อไป แต่เหตุที่ยังไม่ได้บอกบุญให้ทราบก็เพราะติดขัดปัญหาใหญ่คือ การเลือกสรรผู้ที่เหมาะสมจะรับโคกระบือไปเลี้ยง บางคนเห็นว่าคณะของเราให้โคกระบือโดยไม่คิดมูลค่าก็ต้องการจะได้ แต่เมื่อสอบถามว่ามีคนดูแลเขาหรือไม่ จะเลี้ยงดูเขาอย่างไร มีโรงเรือนให้เขาพักอาศัยหรือไม่ มีคนสุมไฟไล่ยุงและเหลือบให้เขาในช่วงเย็นหรือไม่ รวมถึงเมื่อบอกว่าต้องทำสัญญาเป็นลายลักษณ์อักษรพร้อมต้องมีผู้ค้ำประกันว่าจะไม่ขายและไม่ฆ่าโคกระบือที่ได้รับไปอย่างเด็ดขาด หากทำผิดสัญญาจะถูกฟ้องร้องดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด หลายคนก็ไม่ยอมทำสัญญา เมื่อไม่ทำสัญญาก็ไม่สามารถมอบให้ได้


ชีวิตใหม่ที่เดิมบางนางบวช หลังพ้นจากโรงฆ่าสัตว์

ดังนั้น Mr.Flower จึงขอเรียนแจ้งให้สมาชิกที่รู้จักและมั่นใจว่าจะมีผู้ใดซึ่งเหมาะสมสามารถนำโคกระบือไปเลี้ยงดูได้เป็นอย่างดี โปรดติดต่อหมายเลข 091-7233615 ส่วนเรื่องการขอรับสมทบทุนบริจาคนั้นจะกระทำต่อเมื่อสามารถคัดเลือกผู้รับเลี้ยงที่เหมาะสมได้เรียบร้อยแล้ว

สัปดาห์นี้ขอนำภาพโคกระบือที่คณะของเราร่วมกันบริจาคไปยังที่ต่างๆ มาให้คุณได้ชมด้วยกัน หวังว่าคุณจะ
อิ่มเอมใจกับการร่วมแรงร่วมใจในโครงการนี้ แล้วพวกเราจะไปเยี่ยมเขาอีกในไม่ช้านี้


บ้านใหม่ของพวกเขาที่ศรีประจันต์

+


มีความสุขตามอัตภาพตามประสาแม่-ลูก ที่อำเภอพนัสนิคม


หม่อนไฉไล ยุคล กับวัวที่ไถ่ชีวิต

ชีวิตในคอกโรงฆ่าสัตว์

‘Witchoar’ โลกแฟนตาซีใบใหม่ของ ‘กัลฐิดา’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/279678

‘Witchoar’ โลกแฟนตาซีใบใหม่ของ ‘กัลฐิดา’

‘Witchoar’ โลกแฟนตาซีใบใหม่ของ ‘กัลฐิดา’

วันอาทิตย์ ที่ 9 กรกฎาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

บริษัทสถาพรบุ๊คส์ จำกัด ร่วมกับ ร้านหนังสือ B2S จัดกิจกรรม “เปิดโลก Witchoar จิบน้ำชายามบ่ายกับกัลฐิดา” พูดคุยกับราชินีแฟนตาซีที่ครองใจนักอ่านมาแล้วกว่า 10 ปี “กัลฐิดา” ที่มาพร้อมซีรี่ส์ใหม่ “Witchoar” โดยเล่ม 1 ใช้ชื่อว่า “หยดน้ำกัลดราบก” ณ ร้านหนังสือ B2S สาขา เซ็นทรัลเวิลด์

“กัลฐิดา” พูดถึงที่มาของหนังสือชุดนี้ว่า เริ่มตั้งแต่ปี ค.ศ. 2012 ได้เดินทางไปท่องเที่ยวที่เมืองสการ์โบโร ในประเทศอังกฤษ เป็นเมืองทางภาคเหนือซึ่งมีภูมิประเทศติดทะเล แล้วเกิดหลงรักเข้าอย่างจัง Witchoar จึงได้เกิดขึ้น โดยชื่อนี้มาจากคำว่า witchที่แปลว่า แม่มด และ oar ที่แปลว่า ไม้พาย

Witchoar เป็นเรื่องราวเจย์ สก็อต ตื่นมาพร้อมกับความทรงจำที่ว่างเปล่า เขาไม่รู้อะไรเลยเกี่ยวกับตัวเอง ทั้งเรื่องในอดีตและสิ่งที่ต้องทำต่อไปในอนาคต โดยเฉพาะทำไมเขาถึงมีพลังที่น่าจะเป็น “เวทมนตร์” ชายหนุ่มอาศัยข้อความในสมุดบันทึกทบทวนตัวตนในอดีต และกระดาษเตือนความจำที่จดไว้ทำให้เขาต้องเดินทางไปเริ่มชีวิตใหม่ที่เมืองวิชชอร์เป็นพนักงานในร้านน้ำชาชื่อ วิทาเรียทีรูมแต่ชีวิตใหม่ที่น่าจะเรียบง่าย กลับไม่สงบอย่างที่คิด กัลฐิดายังเล่าถึงการทำงานของหนังสือชุดนี้ให้ฟังว่า “อย่างแรกเลยคือต้องไปอังกฤษสองรอบเพื่อเก็บข้อมูล Tea Room รูปแบบรวมถึงโครงสร้างลักษณะการวางของต่างๆ ในร้านน้ำชาในอังกฤษ สองคือศึกษาประวัติชาทั้งจากหนังสือต่างประเทศและหนังสือไทย สามคือการสร้างโลกโดยได้ต้นแบบจากเมืองสการ์โบโร (Scarborough) ซึ่งเป็นเมืองที่สวยและอากาศดี ทำให้มีความคิดว่า ถ้าเป็นเมืองเวทมนตร์ก็คงจะสนุกน่าดู ซึ่งเมือง Witchoar ในเรื่องจะเป็นเมืองที่มีผังค่อนข้างชัด เพราะตัวละครต้องเดินทางไปตามสถานที่ต่างๆ ซึ่งก็ต้องทำงานร่วมกับนักวาด และส่วนที่ 4 คือศึกษาตำนานของเวทมนตร์ ความเชื่อ เรื่องของแม่มด”

นอกจากผู้เขียนแล้ว ยังมีแฟนคลับมาร่วมพูดคุยด้วย คือ พญ.ปัทมาพร ทองสุขดี โดยเธอบอกว่าตามอ่านมาตั้งแต่ปี 2546 เริ่มต้นจากเรื่องเซวีนา มหานครแห่งมนตรา “มีช่วงหนึ่งที่ชีวิตเกิดปัญหา ตอนนั้นได้เซวีนาฯ ทำให้ผ่านจุดนั้นมาได้ ตอนเราเป็นเด็ก เราอ่านเรื่องนี้เพราะความสนุก แต่เมื่อโตขึ้นได้อ่านอีกหลายรอบก็ได้สังเคราะห์ข้อคิดผ่านการกระทำของตัวละคร ทำให้เมื่อเจอปัญหา เราสามารถผ่านมันไปได้ คิดว่านิยายแฟนตาซีไม่ใช่แค่เด็กเท่านั้นที่อ่าน ไม่ว่าช่วงวัยไหนก็อ่านได้ ขึ้นอยู่กับว่าเราจะนำสิ่งไหนนำมาปรับใช้ในชีวิตเรา”

ด้าน นักอ่านรุ่นเล็ก น้องชาร์เล็ต วาสิตา แฮเมเนานักแสดงเด็ก และ น้องอิ่มเอม พรพิเศษญ์ เสมสันต์ทั้งคู่บอกว่า เล่มแรกที่อ่านคือ เซวีนาฯ เช่นกัน เพราะเป็นเรื่องที่เด็กๆ ชอบ มีทั้งเรื่องพ่อมด แม่มดและแฟนตาซี ตอนนี้อ่านแล้ว อาจจะแค่ความสนุกเพราะยังเป็นเด็กอยู่ แต่เชื่อว่าในอนาคต ถ้ากลับมาอ่านอีกรอบน่าจะได้แง่คิดดีๆอย่างแน่นอน

ท้ายนี้ กัลฐิดา บอกว่า มีเด็กๆ อ่านหนังสือของเธอเยอะเวลาจะเขียนอะไรจึงต้องรับผิดชอบต่อสิ่งที่เขียนเป็นอย่างมาก เพราะสิ่งที่เขียนคือวรรณกรรมเยาวชน เด็กๆ ควรจะได้รับแรงบันดาลใจว่า เขาไม่ได้เป็นคนเดียวในโลกที่ท้อ เมื่อมีทางเลือกหลากหลาย ควรเลือกไปในทางที่ถูกต้อง เหมือนตัวละครในหนังสือที่เลือกแล้วสามารถผ่านปัญหานั้นไปได้เช่นกัน

Health News : น้ำลายเห็บช่วยป้องกันหัวใจวาย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/279661

Health News : น้ำลายเห็บช่วยป้องกันหัวใจวาย

Health News : น้ำลายเห็บช่วยป้องกันหัวใจวาย

วันอาทิตย์ ที่ 9 กรกฎาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.
นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยอ็อกซ์ฟอร์ดของสหราชอาณาจักร เผยผลการศึกษาล่าสุด ซึ่งตีพิมพ์เผยแพร่ในวารสารวิชาการออนไลน์ Scientific Reports พบว่าน้ำลายจากตัวเห็บที่เป็นปรสิตดูดเลือดคนและสัตว์จากภายนอก มีโปรตีนช่วยหยุดยั้งการอักเสบ โดยโปรตีนดังกล่าวจะเข้าสกัดไม่ให้สารเคมีจำพวก Chemokines ในร่างกายเหยื่อที่เห็บดูดเลือดอยู่ทำงาน ซึ่งจะช่วยยับยั้งการอักเสบ ทำให้เหยื่อไม่รู้สึกเจ็บหรือระคายเคือง ทำให้น้ำลายเห็บจะสามารถป้องกันไม่ให้คนหนุ่มสาวเกิดอาการหัวใจวายเฉียบพลันที่เสี่ยงอันตรายถึงชีวิต รวมทั้งยังมีศักยภาพเป็นขุมทอง ของการผลิตคิดค้นยาตัวใหม่ ๆ ที่จะใช้รักษาโรคหลอดเลือดสมองและไขข้ออักเสบได้ ขณะนี้การทดสอบโปรตีนดังกล่าวยังอยู่ในระดับห้องทดลอง และต้องใช้เวลาอีกหลายปีกว่าจะพัฒนาเป็นยานำมาใช้ในมนุษย

สัตว์เลี้ยงกับโรคไต (ตอนที่1)

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/279657

สัตว์เลี้ยงกับโรคไต (ตอนที่1)

สัตว์เลี้ยงกับโรคไต (ตอนที่1)

วันอาทิตย์ ที่ 9 กรกฎาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

หลายๆ ท่าน คงเคยมีประสบการณ์ที่สัตว์เลี้ยงเป็น “โรคไต” ซึ่งเป็นโรคและสภาวะที่ทำให้สัตว์มีสภาพทรุดโทรม สัตว์ต้องเข้าๆ ออกๆ คลินิกและโรงพยาบาลสัตว์กันเป็นประจำ แล้วก็ลงท้ายด้วยการเสียชีวิต เจ้าของที่รักสัตว์หลายๆ คนก็จะทำใจต่อการสูญเสียนั้นไม่ได้ วันนี้เรามารู้จักโรคนี้รวมถึงสาเหตุและการป้องกันโรคนี้คร่าวๆ กันครับ

ไต เป็นอวัยวะที่สำคัญในร่างกายคนและสัตว์ มี 2 ข้างซ้ายและขวา ลักษณะคล้ายเม็ดถั่ว ทำหน้าที่สำคัญในระบบขับถ่ายปัสสาวะ ได้แก่ กรองน้ำ เกลือแร่ สารเคมีส่วนเกินที่เป็นของเสียที่อยู่ในกระแสเลือดออกจากร่างกายในรูปของน้ำปัสสาวะ นอกจากนี้ยังช่วยรักษาสมดุลของกรด-ด่างในร่างกาย และสร้างฮอร์โมนบางชนิด โดยเฉพาะerythropoietin ที่ทำหน้าที่กระตุ้นไขกระดูกสร้างเม็ดเลือดแดงด้วย

โรคไต ที่หลายคนพูดกัน หมายถึงโรคที่เกิดจากความผิดปกติของการทำงานของไต ในการขับของเสียออกจากร่างกาย นั่นคือไม่สามารถรักษาความสมดุลของเกลือและน้ำในร่างกายได้เหมือนปกติได้

โรคไตที่พบในสัตว์เลี้ยงมีหลายประเภท ได้แก่ ไตวายเฉียบพลัน  ไตวายเรื้อรัง ไตอักเสบ นิ่วหรือถุงน้ำที่ไต รวมถึงเนื้องอกที่ไตเป็นต้น ส่วนใหญ่ที่พบมักจะเป็น ไตวายเฉียบพลันและเรื้อรัง

สาเหตุ โรคไตที่พบมักมีสาเหตุที่สำคัญมาจาก “การกิน” จาก “อาหาร” ที่เจ้าของเป็นผู้ให้ ซึ่งอาจจะปนเปื้อนไปด้วยสารเคมี สารแต่งกลิ่น รส สารกันบูด รวมถึงสารเคมีที่ใช้กับตัวสัตว์ จากยา จากสารป้องกันและกำจัดเห็บหมัด จากกรรมพันธุ์ รวมถึงความเสื่อมที่เกิดจากอายุของสัตว์ด้วย และที่สำคัญคือ รสชาติเค็มที่ได้จาก เกลือ/น้ำปลา/ซอสปรุงรสที่เข้มข้น โดยการเตรียมของเจ้าของ (เพราะคิดว่าจะทำให้อาหารอร่อยขึ้น) ซึ่งเป็นสิ่งที่เจ้าของสัตว์ทำให้เกิดโรคไตโดยไม่ได้ตั้งใจ นั่นเอง

อาการ และความรุนแรงของโรคที่แสดงออกนั้นขึ้นอยู่กับระดับความเสื่อมของไต เมื่อไตไม่สามารถทำงานได้ ก็จะไม่สามารถขับของเสีย เช่น ยูเรีย ออกจากร่างกายได้ ของเสียเหล่านั้นจึงปะปนอยู่ในกระแสเลือด เลือดที่ไปเลี้ยงอวัยวะต่างๆ ของร่างกายก็จะเต็มไปด้วยของเสียเมื่อกระจายไปทั่วร่างกาย ก็จะมีสภาพความเป็นกรดในกระแสเลือดสูง สัตว์จะซึม เบื่ออาหาร กินอาหารลดลง สภาพร่างกายทรุดโทรม ขนแห้งหยาบ น้ำหนักตัวลดอย่างรวดเร็ว มีกลิ่นปาก อาเจียน และอาจชักเนื่องจากของเสียในเลือดสูงมากได้เป็นต้น

ก็ได้ทราบสาเหตุและอาการของโรคไตกันไปแล้วสัปดาห์หน้าเรามาคุยกันเรื่องวิธีการวินิจฉัย การรักษา และอาหารที่ควรเลี่ยง รวมถึงวิธีการดูแลสุนัขและแมวที่เป็นโรคไตกันครับ

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ นายสัตวแพทย์ ดร.ทิลดิสร์ รุ่งเรืองกิจไกร
ฝ่ายประชาสัมพันธ์และส่งเสริมภาพลักษณ์องค์กร
คณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

Science Update : อุกกาบาตถล่มโลกช่วยกบวิวัฒนาการ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/279660

Science Update : อุกกาบาตถล่มโลกช่วยกบวิวัฒนาการ

Science Update : อุกกาบาตถล่มโลกช่วยกบวิวัฒนาการ

วันอาทิตย์ ที่ 9 กรกฎาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.
คณะวิจัยร่วมระหว่างจีนและสหรัฐ เผยแพร่รายละเอียดการค้นคว้าวิจัยในวารสารวิชาการ PNAS ซึ่งพบว่า ความหลากหลายของกบนานาชนิด ที่ปัจจุบันนักวิทยาศาสตร์พบว่ามีอยู่ทั่วโลกกว่า 6,700 ชนิดพันธุ์ เป็นผลมาจากเหตุการณ์อุกกาบาตยักษ์ถล่มโลกเมื่อ 66 ล้านปีก่อน ซึ่งล้างเผ่าพันธุ์ไดโนเสาร์จนหมดสิ้นไป แต่กลับช่วยให้กบมีวิวัฒนาการแยกออกเป็นหลายชนิดพันธุ์ รวมทั้ง
เพิ่มจำนวนประชากรแพร่ขยายออกไปในระบบนิเวศน์ทั่วทุกมุมโลก ผลการวิจัยยังชี้ชัดว่า บรรพบุรุษของกบที่มีอยู่ก่อนเหตุการณ์อุกกาบาตยักษ์พุ่งชนโลกนั้น ไม่สามารถปรับตัวเข้าอยู่อาศัยตามต้นไม้ได้ดีเท่ากบชนิดพันธุ์ใหม่จำนวนมากที่มีวิวัฒนาการเกิดขึ้นภายหลังเหตุการณ์ดังกล่าว ซึ่งกบเหล่านี้คือกบส่วนใหญ่ที่เราพบได้ในปัจจุบันนั่นเอง

ภูมิบ้านภูมิเมือง : ‘บ้านคลองแดน’ วิถีชุมชนคนสามคลองสองเมืองหนึ่งเดียว

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/279652

ภูมิบ้าน ภูมิเมือง : ‘บ้านคลองแดน’  วิถีชุมชนคนสามคลองสองเมืองหนึ่งเดียว

ภูมิบ้าน ภูมิเมือง : ‘บ้านคลองแดน’ วิถีชุมชนคนสามคลองสองเมืองหนึ่งเดียว

วันอาทิตย์ ที่ 9 กรกฎาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

นักแสดงพรานบุญรุ่นเยาว์

ชุมชนเก่าหลายแห่งมีความพยายามรื้อฟื้นวิถีชีวิตให้กลับคืนและรักษาอัตลักษณ์ของตนเพื่อการท่องเที่ยวนั้น มีที่ที่น่าสนใจอยู่ไม่กี่แห่งที่มีความชัดเจนโดยไม่เถิดเทิงไปกับกิจกรรมการท่องเที่ยวที่นับวันจะเลอะเทอะมากขึ้น อาทิตย์นี้ได้ตามรอยชุมชนต้นแบบของดีจากชุมชนท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม ที่ได้รับการคัดเลือกจากกระทรวงวัฒนธรรม โดยกรมส่งเสริมวัฒนธรรมในปี พ.ศ.2559  ซึ่งมีอยู่ 10 แห่งทั่วประเทศหนึ่งในจำนวนนั้นได้แก่ ชุมชนตลาดริมน้ำคลองแดน ตั้งอยู่ที่ตำบลคลองแดน อำเภอระโนด จังหวัดสงขลา ติดต่อกับพื้นที่ตำบลรามแก้ว อำเภอหัวไทร จังหวัดนครศรีธรรมราช  ชุมชนนี้เป็นชุมชนวิถีพุทธ เป็นตลาดเก่าริมคลองแดนและเชื่อมต่อคลองสามคลองที่ไหลมาจากทะเลสาบและทะเลหลวง (อ่าวไทย) ได้แก่ คลองระโนด, คลองชะอวดและคลองปากพนัง ที่ไหลมาบรรจบกันเป็นคลองเล็ก ชื่อ “คลองแดน” ทำให้ชุมชนนี้มีคลองเป็นเส้นแบ่งตามธรรมชาติของสองเมือง คือเมืองสงขลาและเมืองนครศรีธรรมราช ชุมชนคลองแดน แห่งนี้เป็นตลาดที่มีห้องแถวเก่าอายุมากกว่า 50 ปีเรียงรายเลียบริมคลองจนทำให้มีการสร้างสะพานไม้เชื่อมถึงกันและสร้างวิถีชุมชนมาอย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่พ.ศ.2406 นับเป็นชุมชนท่องเที่ยวตามวิถีดั้งเดิมที่ยังรักษาและพัฒนาอดีตให้อยู่กับปัจจุบันโดยมีการศึกษาและปรับปรุงตามโครงการนำร่องการปรับปรุงที่อยู่อาศัยและชุมชนในชนบทภาคใต้ โดยมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย ร่วมกับการเคหะแห่งชาติจนชาวบ้านรวมตัวกันพัฒนาให้เป็นชุมชนท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม ที่ดำรงอยู่อย่างเหมาะสมสำหรับการพักผ่อนและปฏิบัติธรรม โดยมี วัดคลองแดน สร้างเมื่อพ.ศ.2330 เป็นแหล่งรวมใจและสร้างวัฒนธรรมที่ดีงามในอดีตนั้นเคยเป็นแหล่งศึกษาให้ความรู้แก่พระสงฆ์ เปิดสอนธรรมะภาษาบาลี เคยมีกุฏิมากถึง 17 หลัง ปัจจุบันยังมีศาลาหอฉันอายุ 100 ปี โดยเฉพาะพระพุทธรูปเนื้อทอง ที่มีความงดงามมาก ชุมชนนี้มีของดีน่าสนใจเช่น โพนฟ้าลั่น กลองใหญ่ ทำจากไม้หลุมพอใช้หนังควายเผือกหุ้มโพน มีลูกสลักทำจากกระดูกส่วนขาของช้างค่อมมีความเชื่อว่ากลองนี้มีเสียงก้องกังวานดังไกลกว่า 2 กิโลเมตร เรือขุดไม้ตะเคียนทองทั้งต้น ยาว 15.30 เมตร กว้าง2.06 เมตร มโนราห์คลองแดน ที่สืบทอดต่อรุ่นมาจนทุกวันนี้ สถาปัตยกรรมพื้นถิ่น รูปแบบของเรือนไม้เดี่ยว เรือนแถวไม้เดี่ยว และเรือนแถว ร้านขายยาโบราณ ในอดีตของชุมชนคลองแดนที่เหลืออยู่ร้านเดียว คือ ร้านหมอฮ่วน (ร้านศรีสุขโอสถ) ที่มีผู้สืบทอดรุ่นที่สี่เปิดขายยาแผนโบราณ ยาสมุนไพร ตามตำรายาที่ถ่ายทอดมาจากบรรพบุรุษซึ่งเป็นชาวจีนจากรุ่นสู่รุ่น และจากการศึกษาค้นคว้าด้วยตนเอง รวมทั้งการได้รับตำรับยาจากพระในวัดต่างๆ เดิมนั้นมีร้านขายยาแผนโบราณอยู่หลายร้าน เช่น ร้านหมอเซี้ยน ร้านหมอฮ่วนร้านหมอชลอ ร้านหมอสวัสดิ์ เป็นต้นไม้ ตำนานลูกขวาน เป็นอาวุธขนาดเล็กใช้เป็นอาวุธป้องกันตัวในอดีตที่ถูก ปรางค์ บางกอก นำไปเขียนนิยายและสร้างภาพยนตร์ชื่อ “ลูกขวาน” ในปี พ.ศ.2520 ซึ่งชุมชนยังมีการทำลูกขวานนี้อยู่  สำหรับอาหารพื้นบ้านในชุมชนนั้นมีการสืบทอดต่ออายุไม่ให้หายไปตามกาลเวลา เช่น ปลาทอดทรงเครื่อง (สูตรโบราณ), แป้งแดง,ข้าวยำ, ข้าวมันแกงไก่, เต้าคั่ว, ห่อหมกปลาอินทรีย์,ขนมกอ, ขนมจาก, ขนมลูกโดน, ขนมโค, ขนมพิมพ์,ขนมทราย (ขนมขี้หนู), ขนมปำจี, ข้าวเกรียบปากหม้อ, ขนมค่อม, ขนมเทียน, ขนมดอกลำเจียก, ขนมหน้ามัน,กล้วยทับ, ข้าวเหนียวปิ้ง, กุ้งทอด และอาหารพื้นบ้านอีกมากมาย โดยเน้นความสะอาด อร่อยและราคาถูกพร้อมทั้งช่วยกันนำวัสดุธรรมชาติมาห่อมาใช้เป็นภาชนะ ปัจจุบันจากชุมชนที่เคยทิ้งร้างกลับมีบ้านเรือนกว่า 140 แห่ง จนกลายเป็นชุมชนตัวอย่างที่น่าสนใจสำหรับการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมโดยมีวิถีของพุทธศาสนา วิถีชีวิตจากคลองสามแห่งและความสัมพันธ์ทางวัฒนธรรมของคนสองเมืองที่ร่วมกันสร้างอัตลักษณ์ของตนให้ยั่งยืนได้จนวันนี้


เรือนเก่าของชุมชน


วันเปิดชุมชนวัฒนธรรมคลองแดน


พระพุทธรูปทอง


สะพานไม้เชื่อมคลอง


ศูนย์ข้อมูลชุมชนคลองแดน


มโนราห์ที่ยังสืบทอดอยู่


คลองแดนชุมชนริมน้ำ

เติมสีสันเพื่อรสชาติที่โดนใจ กับ เมนูแพนเค้กใหม่สุดพิเศษ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/279677

เติมสีสันเพื่อรสชาติที่โดนใจ กับ เมนูแพนเค้กใหม่สุดพิเศษ

เติมสีสันเพื่อรสชาติที่โดนใจ กับ เมนูแพนเค้กใหม่สุดพิเศษ

วันอาทิตย์ ที่ 9 กรกฎาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

เจมส์ แบรดเบอร์รี่ Head of Global Culinary ของ บมจ.ไมเนอร์ฟู้ด กรุ๊ป และ
ติรวินท์ เย็นประทีป ผจก.ฝ่ายการตลาด เดอะ คอฟฟี่ คลับ (ประเทศไทย) กับ จริยดี สเปนเซอร์, ศลิษา เอี่ยมมะโนชญ์,อรรถวดี จิรมณีกุล, กรุณา วัจนะพุกกะ, นฤดี เมธีวงศ์

“เดอะ คอฟฟี่ คลับ” ออล-เดย์ คาเฟ่ ยอดนิยมจากออสเตรเลีย เผยโฉมเมนูใหม่เพื่อสร้างสีสันและรังสรรค์รสชาติใหม่ๆ ให้ตรงกับความต้องการของลูกค้า ด้วยแพนเค้กสูตรพิเศษ 3 สูตร และสลัดที่ยกให้โปรตีนเป็นพระเอก 3 จานรสชาติเข้มข้นโดนใจ เริ่มตั้งแต่วันนี้ที่ เดอะ คอฟฟี่ คลับ ทุกสาขา

เริ่มจากเมนูแพนเค้ก เพิ่มรสชาติให้กับ คลาสสิกวานิลลา แพนเค้ก ชิ้นหนานุ่ม ปรุงจากเนยแท้จากนิวซีแลนด์ด้วยสูตรพิเศษ 3 สูตร จานแรกเปรี้ยวหวานเข้มข้นกับ นูเทลล่าแพนเค้ก วิท เฟรช เบอร์รี่ ปาดนูเทลล่าซึ่งเป็นมิลค์ช็อกโกแลต ผสมถั่วฮาเซลนัทเนื้อเข้มข้นลงบนจาน ก่อนวางแพนเค้กเนื้อนุ่มลงไปราดด้วยซอสมิกซ์เบอร์รี่ รสเปรี้ยวหวาน เสริมความสดชื่นด้วยสตรอเบอร์รี่ และบลูเบอร์รี่สด พร้อมโรยถั่วพิสตาชิโอบดหยาบๆ ส่วน บลูเบอร์รี่เลิฟเวอร์ คงหลงรักแพนเค้กสูตรนี้บลูเบอร์รี่ ครัมเบิ้ล แพนเค้ก เป็นคลาสสิก วานิลลา แพนเค้กที่เสิร์ฟพร้อมกับซอสเบอร์รี่และผลบลูเบอร์รี่สด ราดไซรัปหวานหอมก่อนเติมความกรุบกรอบด้วยการโรยหน้าด้วยครัมเบิ้ล สำหรับคนชอบรสชาติหวานมัน ซอลต์ คาราเมลบานาน่า แอนด์ ซินนามอน ริคอตตา แพนเค้ก รองพื้นจานด้วยซอสคาราเมลรสหวานหอม มีรสเค็มนิดๆ วางแพนเค้กนุ่มๆ และกล้วยอบนิ่มๆ พิเศษแต่งหน้าด้วยริคอตตา ชีส ที่ตีผสมผงอบเชยเสริมกลิ่นรส และโรยข้าวพองเคลือบคาราเมลกรอบๆสำหรับผู้ควบคุมน้ำหนัก แต่ต้องการโปรตีนมากกว่าการรับประทานสลัดผักธรรมดา เดอะ คอฟฟี่ คลับ เพิ่มสลัดเน้นโปรตีนมาอีก 3 เมนู เริ่มจากคนชอบแซลมอน กับ แซลมอน คูลิฟลาวเวอร์ เฟนเนล สลัด ส่วนผสมหลักคือ แซลมอนอบและดอกกะหล่ำ ซึ่งเป็นดอกกะหล่ำโรยพาเมซานชีสแล้วกริลล์ 3 นาที พร้อมด้วยสปิแนชนำเข้าจากออสเตรเลีย เฟนเนลและเรดิสสไลด์บาง ๆ ราดด้วยน้ำสลัดงาดำ โรยหน้าด้วยพริกป่นและถ้าชอบแบบสไปซี่ เอเชียน ชิคเก้น สลอว์ ผสมผสานรสชาติยำแบบใส่กะทิของไทย เช่น ยำถั่วพู ยำส้มโอ เข้าไปกับสลัดสไตล์ตะวันตก โดยโปรตีนหลัก คือ อกไก่ย่าง เคียงคู่มากับผักกาด สปิแนช ฟักทองญี่ปุ่น ใบผักชี ราดด้วย ชิลลี่ ยำ เดรสซิ่งน้ำสลัดรสคล้ายน้ำยำไทยแบบใส่กะทิ ก่อนโรยหน้าด้วยหอมเจียวกรอบๆ และพริกป่นเสริมรสสไปซี่ หากต้องการคาร์โบไฮเดรตบ้าง มีเมนูที่เสริมแป้งชั้นดีเข้าไปในปริมาณที่พอเหมาะ กริลล์ ชิคเก้น วิท ควินัว สลัด เป็นสลัดอกไก่ย่างที่เดิมเคยมีอยู่แล้ว แต่ได้เปลี่ยนจาก ไวท์ ควินัว มาเป็น เรด ควินัว แทน เพื่อให้ได้คุณค่าทางอาหารมากขึ้นส่วนผักจะมีบีทรูทสีแดงสด สปิแนชนำเข้าจากออสเตรเลีย ฟักทองญี่ปุ่นอบ ราดน้ำสลัดบัลซามิค โรยเฟตาชีสและเม็ดฟักทองกรุบกรอบ เสริมทั้งรสชาติและคุณค่าทางอาหาร

ลิ้มลองรสชาติเมนูใหม่ของ “เดอะ คอฟฟี่ คลับ” สอบถามข้อมูลได้ที่ FB : The Coffee Club Thailand


ปัทม สุจริตกุล และ ปัทมวดี เสนาณรงค์
เจมส์ แบรดเบอร์รี่ กับเมนูแพนเค้กใหม่สุดพิเศษ


อภิภาวดี สนิทวงศ์ ณ อยุธยา,เพ็ญสุภา คชเสนี,ฐิติพงษ์ ล้อประเสริฐ


พิมพ์ปรีชา ดีสวัสดิ์, กรุณา วัจนะพุกกะ