ดาราพาเที่ยว : ‘เอมมี่-มรกต’ ทริปท่องโซล แบบเร่งด่วน แต่สุดคุ้มค่า

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/289529

ดาราพาเที่ยว : ‘เอมมี่-มรกต’ ทริปท่องโซล แบบเร่งด่วน แต่สุดคุ้มค่า

ดาราพาเที่ยว : ‘เอมมี่-มรกต’ ทริปท่องโซล แบบเร่งด่วน แต่สุดคุ้มค่า

วันอาทิตย์ ที่ 3 กันยายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.

ด้วยงานที่รัดตัวและเวลาที่ไม่ค่อยจะลงตัว ทำให้สาว เอมมี่-มรกต กิตติสาระ ไม่ค่อยได้เที่ยวที่ไหนนานๆแต่พอรู้ว่าจะมีงานนิทรรศการ “Mademoiselle Prive ของ Chanel” ที่กรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้ เอมมี่ก็ตัดสินใจทันที แม้จะแค่ 2 วัน แต่เธอไม่พลาดที่จะใช้โอกาสนี้ให้คุ้มค่า เพื่อพักผ่อนและหาแรงบันดาลใจให้ชีวิตกับสิ่งที่เธอชอบ

ทริปปุ๊บปั๊บจัดกระเป๋าแล้วบิน “มี่ชอบดู Exhibition Gallery Museum อยู่แล้ว และเป็นจังหวะเหมาะที่นิทรรศการ Mademoiselle Prive เขามาจัดที่กรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้ ซึ่งเป็นงานที่เราอยากดูมาก เราอยากไปสัมผัสกับเรื่องราวของ Chanel พอรู้ก็ตัดสินใจภายใน 2 วันก่อนบินค่ะ”

โครตฟิน “สวยมาก ชอบมาก เขาทำให้เอ็กซิบิชั่นกลมกลืนกับวัฒนธรรมของเกาหลี เราเข้าไปดูแล้วรู้สึก ว้าว!! ดีใจมากๆ ที่เราได้ไป ฟินมาก คือเขาเป็นดีไซเนอร์ระดับโลกที่ทุกคนรู้จัก เราก็เลยอยากรู้จักว่าการทำงานเขาเป็นอย่างไร มุมมองความคิดเขาเป็นยังไง”

แรงบันดาลใจมาเต็ม “แน่นอนค่ะ ได้ไอเดียใหม่ๆ คือมี่เคยอ่านประวัติ ดูภาพยนตร์ที่เกี่ยวกับชีวประวัติของ Coco Chanel (โคโค่ ชาแนล) เส้นทางชีวิตเขากว่าที่เขาจะมาเป็น Legend ได้ขนาดนี้ซึ่งตอนนี้เขาก็เสียชีวิตไปแล้ว แต่ชื่อเขายังอยู่ ณ ขณะนี้ จริงๆ แล้วในเรื่องชีวิตส่วนตัว ความรัก เขาก็เป็นคนที่เจออะไรที่ขึ้นๆ ลงๆ เยอะมาก เขาเจออุปสรรคเยอะ แต่คือเขาก็ยังเป็นผู้หญิงที่ทั้งเก่งและอยากจะประสบความสำเร็จในชีวิต ในแบบของผู้หญิงคนหนึ่ง ซึ่งเราก็เลยรู้สึกว่าเขาผ่านอะไรมาเยอะกว่าเราตั้งมากมายเขายังประสบความสำเร็จได้เลย เป็นแรงจูงใจที่ทำให้เรารู้สึกว่าเราจะไม่ท้อในการทำงาน แล้วเราก็อยากจะประสบความสำเร็จ ซึ่งเราเองก็ไม่ได้อยากที่จะเป็นขนาดเขาหรอก เพียงแต่ว่าเราก็ต้องรักตัวเอง รักในอาชีพ แล้วก็ทุ่มเทให้กับทุกอย่างที่ทำ เวลาจะทำอะไรก็อย่าทำครึ่งๆ กลางๆ ก็ทำให้สุดเต็มที่ไปเลย เราจะได้ไม่ย้อนกลับไปแล้วก็มองว่า เอ๊ะ…รู้อย่างนี้แล้วน่าจะทำแบบนี้ดีกว่า”

กลับมาแล้ว ยังฟินต่อไม่หยุด “ถ้าพรุ่งนี้กลับไปได้ก็อยากกลับไปค่ะ เพราะว่ามีอีกหลายเอ็กซิบิชั่นที่มี่อยากดู แต่ดูไม่ทัน เพราะเฉลี่ยแล้วครั้งนี้เราไปอยู่เกาหลีประมาณ 60 กว่าชั่วโมง(หัวเราะ) อย่างที่บอก เพื่อนๆ ไปกันเยอะ แล้วก็เป็นจังหวะที่เรารู้สึกว่าอยากชาร์จแบตให้ร่างกายเราพอดี ถึงจะแค่เวลาสั้นๆ แค่นี้ก็โอเค ฟิน นอกเหนือไปกว่านั้น ดีใจที่ได้ไปนิทรรศการ Mademoiselle Prive ทำให้เรารู้สึกไม่เสียดายอะไรเลย”

สไตล์เที่ยวที่หลงใหล “ปกติมี่เป็นคนชอบเที่ยวดูวัฒนธรรม ดูสถาปัตยกรรม ธรรมชาติก็ชอบแต่ที่ร้อนมากเกินไปก็จะไม่ค่อยชอบเท่าไหร่ ทำให้จิตใจเราไม่นิ่ง แต่ว่าในมุมของสถาปัตย์ก็ชอบ มี่ชอบดูอินทีเรียดูบ้านเมือง ดูอะไรที่แตกต่างจากบ้านเรา สิ่งที่เราคุ้นเคย คือมี่เป็นคนชอบอะไรแบบนี้ อย่างบ้านของมี่เอง เวลาที่ไปเห็นอะไรใหม่ๆ ก็จะชอบเอามาประยุกต์ทำใส่ในบ้านตัวเอง หรือในมุมมองของเสื้อผ้า อย่างคอลเลคชั่นเสื้อผ้าที่มี่ทำ เวลาเห็นอะไรใหม่ๆ ก็เอามาใช้ เป็นแรงบันดาลใจใหม่ๆ ตลอดเวลา”

ยังมีอีกหลายที่ที่อยากไป “มี่เป็นคนชอบยุโรปมาก อาจจะเป็นเพราะว่ามี่เองก็โตที่อังกฤษด้วยมี่ว่ายุโรปแต่ละเมือง แต่ละที่ที่ไปมีความโรแมนติกสูงมาก ไม่ว่าจะเป็นตึกรามบ้านช่อง ถนนคนเดิน หรืออะไรก็แล้วแต่ มี่จะชอบประมาณนั้น แล้วก็มีที่อยากจะไปมากก็คือ คิวบา อยากไปเพราะว่าเป็นอเมริกาใต้ เราเห็นภาพเที่ยวในภาพยนตร์ที่เขาไปถ่ายที่คิวบา แต่เรายังไม่เคยไป ไม่มีโอกาสได้ไป แล้วคนที่นั่นก็ดูแบบมีความลาติน มีอารยธรรมผสมหลายๆ แบบน่าสนใจดี แต่เขาก็แนะนำว่าถ้าไปกลุ่มผู้หญิงล้วนก็ไม่แนะนำ เพราะว่าอาจจะอันตราย แต่ว่ามุมอื่นๆ ก็จะมีอะไรให้เห็น ที่นั่นเป็นประเทศร้อน ก็จะมีรถเปิดประทุนสีพาสเทลผสมกลมกลืนกับตึก มีคนเต้นรำ ดูชิลๆ สนุกๆ น่าไปค่ะ”

ขอไปสักครั้ง “อยากไป ถ้ำมรกต ชื่อเราเอง (ยิ้ม) เห็นเขาบอกว่าน้ำใสมาก เพื่อนส่งรูปมาให้ดูก็เลยอยากไป และเป็นชื่อตัวเองด้วย แต่ก็ยังไม่มีโอกาสได้ไป ส่วนที่ไปมาแล้วชอบคือ เชียงใหม่ เพราะคุณยายมี่เป็นคนเชียงใหม่ค่ะ ชอบผู้คน ชอบสำเนียงคนเหนือ เวลาไปอยู่ที่นั่นแล้วรู้สึกชีวิตมันจะช้าๆ นิ่งๆ ไม่เร่งรีบทุกอย่างจะเนิบๆ เราเป็นคนชิล ก็เลยประทับใจ”

ผ่อนคลายด้วยการออกไปเจออะไรใหม่ๆ “การจะไปเที่ยวที่ไหนไม่ต้องไปหาเหตุผลอะไรมากค่ะ เพราะเวลาเราไม่ได้เที่ยวมันจะหมกมุ่นกับสิ่งเดิมๆ วนอยู่กับอะไรเดิมๆ ไม่ได้เปิดหูเปิดตา การที่เราได้ไปพักผ่อนทำให้สมองเราได้ผ่อนคลาย ทำให้เรามีมุมมองอะไรใหม่ๆ คิดอะไรได้ บางทีก็ทำให้เราเปิดโลกทัศน์ที่กว้างขึ้นมี่ว่าร่างกายมนุษย์ก็ต้องการชาร์ตแบตเหมือนกันนะ แล้วการเที่ยวเป็นสิ่งที่ดี ไม่ต้องเที่ยวแพงก็ได้ค่ะแค่ให้ร่างกายเราได้พักบ้าง”

อย่าลืมจัดสรรเวลาออกไปเที่ยว และหาแรงบันดาลใจให้ชีวิตกับสิ่งที่ชอบเหมือนอย่างสาว “เอมี่” นะคะไม่แน่…เราอาจได้มุมมองใหม่ๆ มาต่อไอเดียเหมือนอย่างเธอก็เป็นได้

Star Retro : ‘ตุ่ม-ประทุม มิตรภักดี’ จาก ‘นางกุลา’ ในตำนาน สู้บทบาท.. ผู้กำกับละคร

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/289559

Star Retro : ‘ตุ่ม-ประทุม มิตรภักดี’ จาก ‘นางกุลา’ ในตำนาน สู้บทบาท.. ผู้กำกับละคร

Star Retro : ‘ตุ่ม-ประทุม มิตรภักดี’ จาก ‘นางกุลา’ ในตำนาน สู้บทบาท.. ผู้กำกับละคร

วันอาทิตย์ ที่ 3 กันยายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.

คุ้นหน้าคุ้นตาทางหน้าจอ 7 สี จากบทบาทการแสดงในละครหลายๆ เรื่องของค่ายดีด้า สำหรับ “ประทุม มิตรภักดี” แต่บางคนอาจจะยังไม่ทราบว่าเธอผู้นี้คือผู้กำกับการแสดง ที่ฝากฝีมือการกำกับละครมาแล้วหลายต่อหลายเรื่อง จากงานเบื้องหน้าเป็นประสบการณ์ไปสู่งานเบื้องหลัง กับชีวิตวันนี้ที่เธอพร้อมบอกเล่าให้เราได้ฟัง

เริ่มต้นเข้าวงการเลยนี่คือจำความไม่ได้ ด้วยความที่คุณพ่อ (ประพัศ มิตรภักดี)และคุณแม่ (อุทัย ร่มรื่น) ของเราเป็นนักแสดงรุ่นเก่าและเป็นที่ปรึกษาให้กับ “คุณลุงหรั่ง” (ไพรัช สังวริบุตร) คุณลุงก็จะพูดว่าเราติดตามพ่อแม่ไปเรียกว่าโตในกองถ่าย คุณลุงหรั่งเลยเล่าประวัติเราว่าเล่นละครตั้งแต่อยู่ในท้องแม่เพราะว่าแม่เราเล่นละครในขณะที่ท้องเรา พอเกิดมาก็ถูกเอาไปเลี้ยงที่กองถ่าย คุณพ่อไปเล่นละครก็ผูกผ้าขาวม้ากับรถกองถ่ายแล้วแกว่งลูกไปด้วย คนในกองก็ช่วยกันเลี้ยงเรา “อาน้อย”(กเก่งทุกทาง)ซึ่งเป็นศิลปกรรมรุ่นดึกดำบรรพ์ของดาราฟิล์ม สมัยนั้นยังไม่มีดาราวิดีโอ อาน้อยก็จะเป็นคนเลี้ยงคนนั้นเลี้ยงทีคนนี้เลี้ยงที รวมไปถึง“ป้าใหญ่” แม่ของ “พี่ตุ๋ย-มนฤดี” แล้วก็ “พี่เม้า” พอโตมาจำความได้มั่งไม่ได้มั่งก็คือเล่นเรื่อง “ขุนแผน” บทอะไรเราก็เล่นหมด เป็นนางวันทองตอนเด็กคู่กับ “พี่ลอร์ด” (สยม สังวริบุตร) วิ่งไล่กันไปมาลุงหรั่งก็จะคอยเอาไม้เรียวไล่ตี เล่นละครมาเรื่อยๆ จนโต

บทบาทแจ้งเกิดในฐานะนักแสดง

เรื่อง “สางเขียว” ซึ่งเป็นละครผี เราไม่คิดว่าเราจะได้รับบทอย่างนั้นเลยนะคะ คือ “พี่ติ๋ม” (เพ็ญลักษณ์ อุดมสิน) โทร.มาหาแล้วบอกว่าลุงหรั่งให้มาเล่นเป็นนางช้อย เราก็เอออะไรก็เล่นไป คือเรายังเด็กก็อยากหาเงินช่วยที่บ้าน เขามีให้ถ่ายไตเติ้ลด้วยนะ แล้วได้ตังค์ไหม (หัวเราะ) คือถามเลย พอไปเล่นวันแรกตายเลยเราก็งงถ่ายไตเติ้ลด้วยแล้วทำไมมาวันแรกตาย สรุปคือเล่นเป็นผีสมัยก่อนนักแสดงจะไม่ได้บทก็เลยไม่รู้ว่าบทเราจะเป็นยังไงต่อไป สรุปคือไม่ได้เป็นตัวเดินเรื่องนะคะแต่เป็นตัววิ่งค่ะวิ่งมันทั้งเรื่องเลย เพราะว่าเป็นผีดิบ ซึ่งพ่อเราในเรื่องเป็นหมอผีก็เลยช่วยชีวิตเราที่โดนผีสางเขียวดูดเลือด แต่ว่าไม่ตายก็เลยกลายเป็นครึ่งผีครึ่งคน แล้วเราก็ต้องไปรักผู้ชายคนนึงตามวิ่งบอกรักผู้ชายคนนั้นทั้งเรื่อง คนก็เลยจำได้ หัวฟูใส่กางเกงขาสั้น

ร้ายจนคนดูอินนอกจอ

พอแจ้งเกิดจากช้อยก็มาเล่นเรื่อง “โสนน้อยเรือนงาม” เป็นเรื่องที่สองก็ดังอีกสมัยนั้นเรายังไม่มีโทรศัพท์ ลุงหรั่งก็ให้ป้าของพี่ลอร์ดโทร.ไปให้เรามาเล่นเป็นนางกุลา เล่นได้อยู่แล้วเพราะเราก็ไม่สวย (ยิ้ม) แล้วจะมีคนพากย์เสียงให้ เราเล่นใหญ่อยู่แล้ว ก็ดังเป็นที่รู้จักของคนดูจนเดินตลาดไม่ได้ค่ะคนเอามะนาวปาหัว ตกใจมากคือหันไปทุกคนนิ่งหมดเลย เราก็ไม่โกรธนะเรารู้ว่าเราเป็นนักแสดงแต่กลัวเพราะว่าเราก็ยังเด็กอยู่อายุสิบกว่าปีเอง กลับบ้านไปบอกแม่ว่าไม่ไปเดินตลาดแล้วนะโดนมะนาวปาหัวมา หลังจากนั้นก็เลยไม่เดินตลาดพักนึงและอีกเหตุการณ์คือไปโชว์ตัวที่เชียงคานคนอื่นเข้าขึ้นเวทีกันก็ปกติ แต่พอพิธีกรบอกว่าขอเชิญดาวร้ายนางกุลาเท่านั้นแหละ คนข้างล่างก็ปาก้อนหินขึ้นมาจนไฟสปอตไลต์แตกเราก็ตกใจทหารต้องเข้ามาป้องกัน ถึงเขาจะอธิบายว่านั่นเป็นการแสดงแต่คนเขาก็ไม่ฟัง รู้สึกกลัวมากตอนนั้น มีคนเดียวที่ไม่ได้ขึ้นโชว์เขาเลยต้อนเราขึ้นรถตู้และพากลับที่พัก ซึ่งเราก็ร้องไห้เลยนะ มันเหมือนมีองครักษ์มาป้องเรา นั่นเป็นฟีดแบ๊กของการเล่นละครที่คนอินมากที่สุด จนเดินตลาดไม่ได้อีกนาน และเวลานั่งรถเมล์ไปไหนเราก็พยายามกดหน้าลงนะไม่ให้คนเห็น

ขโมยซีนจนแจ้งเกิดอีกครั้ง

เล่นละครมาเรื่อยๆ มารุ่นหลังที่คนดูชอบก็มี “บ่วงหงส์” เป็นการกลับมาสร้างชื่อเสียง อีกครั้ง แต่ก็ต้องขอบคุณคนที่ในยุครุ่นเราที่จดจำกันได้ในบทนางกุลาแล้วก็นางช้อย คือจะเป็นที่ขนานนามเลยว่าอีช้อย อีกุลาตลอด (หัวเราะ) มาเล่นเป็นหนูแดงในบ่วงหงส์คนก็ยังจำได้ว่าเป็นนางกุลา เขาก็บอกว่าจำเราได้เราหายไปนานเลยซึ่งก็อยากจะบอกว่าจริงๆ แล้วเราไม่ได้หายไปไหนคือเราเป็นคนเบื้องหลัง และเล่นเป็นตัวนางกำนันพี่เลี้ยง ก่อนหน้านั้นที่เล่นเป็นนางสนมนางกำนันเราเล่นเป็นคนดีนะ พอมาแจ้งเกิดโสนน้อยเรือนงามตั้งแต่นั้นถูกวางให้เป็นตัวร้ายตลอดเลย (หัวเราะ) แล้วก็ได้กลับมาเล่นเป็นคนดีในบ่วงหงส์คือตัวนี้มันต้องใสซื่อเป็นตัวตาม“พี่ท็อป- ดารณีนุช” เราก็เลยเติมอะไรเข้าไปเดินชนนุ่นชนนี่แล้วพี่ท็อปเขาก็ส่งให้เราด้วยก็เลยกลายเป็นตัวขโมยซีนเลยได้กลับมาอีกครั้งคนก็เรียกว่าหนูแดง

ชีวิตที่ต้องสู้

เดิมทีเราเป็นนักแสดงซึ่งชีวิตเรารู้ว่าการอยู่กองเขาทำอะไรกันบ้าง บางวันไม่ได้กลับบ้าน พี่ลอร์ดก็ให้มาทำเบื้องหลังแต่เราไม่ทำ พอไม่ทำเราก็ห่างหายไปมีอยู่ช่วงหนึ่งเรารู้สึกว่าเราต้องหาเงินแล้ว บ้านเราไม่ได้ร่ำรวยอะไรแม่เป็นแม่ค้ามีงานแสดงก็ไปเล่น พ่อก็เป็นศิลปินเล่นลิเกทำขวัญ เป็นอาจารย์สอนหนังสือ แต่รักอาชีพศิลปิน เราเองถามว่าใจชอบทางนี้ไหมมันเหมือนเป็นสายเลือดค่ะไม่ต้องบอกก็ทำ บางทีคุณพ่อไปเล่นลิเกเราก็ออกไปรำ เราเป็นคนความจำดีเขาสอนรำเราไปยืนดูแป๊บเดียวเราจำได้มารำให้พ่อดูพ่อก็ตกใจว่าลูกรำได้โดยที่ไม่มีใครสอน ตั้งแต่นั้นมาพ่อเขาก็เลยจับเราสอนรำเลยได้อาชีพเพิ่มมาอีกอย่างก็ทำมาเรื่อยๆ แล้วพออาชีพนี้เริ่มห่าง ก็ได้ไปช่วยแม่ทำเสื้อผ้าที่กองถ่าย ก็แอบนอนหลับใต้เก้าอี้บ้างหลังจากนั้นก็มีบริษัทดาราวิดีโอ เราก็ไปสมัครงานด้วยความที่เราเรียนไม่จบเกเรตั้งแต่เด็ก ไปทำงานเป็นแม่บ้านแต่ด้วยความที่รายได้มันน้อยไม่พอจุนเจือครอบครัวเราก็เลยไปเป็นนักร้องตามคาเฟ่เสียงไม่ค่อยดีแต่อาศัยที่เราช่างจำนรรจามีลูกล่อลูกชนทำควบคู่ไปกับการเป็นแม่บ้าน ถ้ามีละครเราก็ไปเล่น ทำมันทุกอาชีพจนกระทั่งไม่ไหว ก็เลยเกอีกพ่อแม่เลยตัดหางปล่อยวัด เลยไปทำงานโรงงานเย็บผ้าอยู่พักนึงกลางคืนก็ไปร้องเพลง เล่นลิเกด้วยนะเป็นตัวออกแขก ชีวิตก็จะเป็นแบบนี้ค่ะ

เข้าสู่งานเบื้องหลังแบบไม่ทันตั้งตัว

จนกระทั่งวันหนึ่งพี่ลอร์ดให้มาทำหนังเจ้า (ละครพื้นบ้าน จักรๆวงศ์ๆ) พอดีฝ่ายเสื้อผ้าเขาออกเลยให้เรามาทำ ด้วยความที่เราคลุกคลีมาตั้งแต่เด็กเรื่องเสื้อผ้าเครื่องนุ่งโจงห่มสไบเราก็ทำได้ แต่ว่าเราก็ไม่ทำอีกดื้อ จนกระทั่งวันนึงพี่ลอร์ดบอกว่าให้เอามาเล่นละครก็เลยได้กลับมาเล่นละครอีกครั้งเรื่อง “มาลัยทอง” เป็นเรื่องแรกของ “กบ-สุวนันท์” กับ “เงาะ-กชกร” ไปถ่ายอุดรธานี
สามวัน เราก็รู้สึกว่าเออ…ไม่เป็นไรเราไปในฐานะนักแสดงก็ลั้ลลาของเราได้ คือเล่นเป็นนางกำนันซึ่งสามตอนก็ตายเพราะว่าโดนฆ่าแต่ไปถึงปุ๊บพี่ลอร์ดโยนบทให้เลยให้เราทำคอนตินิว เราก็ตกใจไหนบอกว่าให้มาเล่นละครหนีไม่ได้แล้วสามวันจะกลับยังไง ก็เลยจำเป็นต้องทำ ซึ่งก็ต้องกราบขอบพระคุณพี่ลอร์ดที่ทำให้มีชีวิตทุกวันนี้เพราะว่าเราได้เริ่มทำงานเบื้องหลังแบบจริงจังจากเรื่องนี้ คือทำเสื้อผ้า คอนตินิว สอนแอ๊กติ้งด้วย แต่เราไม่รู้สึกว่ามันยากลำบากนะเพราะเราเจอมาหมดแล้ว และเราเป็นคนที่นิสัยชอบเผือกชอบช่วยเหลือคนอื่น เงาะมาเรื่องแรกเขาเสียงเหน่อและเพิ่งลงมาจากเวทีนางงาม เขาร้องกรี๊ดไม่ได้คือต้องเจองูแล้วกรี๊ด เราซึ่งเล่นเป็นนางกำนันอยู่แล้วก็เลยหลบอยู่โขดหินและทำเสียงกรี๊ดให้เงาะ เป็นฉากที่ต้องฝืนเล่นแต่ทุกคนชอบขำและเชื่อว่าเงาะกรี๊ดได้เหมือนเป็นการซิงค์เสียงกัน พอหลุดจากเงาะกรี๊ดเราก็โผล่ออกมาจากโขดหินแสดงบทของเราต่อไป(หัวเราะ) นี่คือความลับ เป็นเสียงแรกที่เราได้ซิงค์ และได้พากย์ตัวการ์ตูนในละครต่างๆ ส่วนมากจะได้พากย์เป็นสิงสาราสัตว์ ตัวเด่นๆ ก็มี คางคกและนกแก้วใน “อุทัยเทวี” ที่ “หนิง-ปณิตา” เล่น รวมทั้งออกแบบท่าเต้นให้กับตัว น้องจ้า ในการ์ตูนจ๊ะทิงจา ใส่ชุดมาสคอตเต้นก็ดังอีก

สู่บทบาทการเป็นผู้กำกับการแสดง

งานกำกับเรื่องแรกแทบจำไม่ได้เลยค่ะคือก็ช่วยทำมาหลายเรื่องทำหนังเจ้าควบคู่ไปกับ “ป๊ะ”(ช้าง-ณพธันกรณ์)“เกราะเพชรเจ็ดสี” “เกราะกายสิทธิ์” “ดาบเจ็ดสีมณีเจ็ดแสง” “ลูกที่ถูกลืม” ซึ่งมี “เอ-ไชยา” เล่นเป็นพระเอก ก็ถือเป็นเรื่องที่สร้างชื่อเสียงให้กับเราและเอ เพราะเป็นเรื่องของพ่อเขา ดังมากเรตติ้งอันดับหนึ่งเลยค่ะตอนนั้นนอกจากจะกำกับแล้วพี่ลอร์ดก็ยังให้มาทำสวิชชิ่งอีก ซึ่งยากมากก็ได้รับการฝึกจากพี่ลอร์ดกว่าจะเป็นได้ก็หลังแทบแอ่น งานกำกับอีกเรื่องที่ท้าทายคือเรื่อง “7 พระกาฬ”ซึ่งเป็นการกำกับคนเดียว เป็นละครหลังข่าวด้วยทั้งทำสวิชชิ่งและกำกับ สมัยก่อนผู้กำกับกับสวิชชิ่งจะต้องทำควบคู่กันไป หลังจากนั้นก็ได้รับมอบหมายงานกำกับมาให้เรื่อยๆ ทั้งกำกับเดี่ยวและกำกับร่วม เรื่องที่ทำให้มีชื่อเสียงคนรู้จักมากก็คือ“ธิดาวานร”, “เพลงรักเพลงลำ”, “อกธรณี” ทั้ง 2 เวอร์ชั่นและเวอร์ชั่นล่าสุดที่เพิ่งได้รับรางวัลพิฆเนศวร สาขาละครสร้างสรรค์ดีเด่นปัจจุบันก็มีกำกับอยู่สองเรื่องคือ “เพชรร้อยรัก” กับ “พ่อมดเจ้าเสน่ห์” คือกำกับร่วมทั้งสองเรื่อง

ศึกษาการกำกับจากรุ่นพี่ในค่าย

เป็นผู้กำกับหญิงคนแรกของดาราวิดีโอ สมัยก่อนยังไม่มีดีด้าค่ะ แรกๆ ที่ได้รับหน้าที่ให้มากำกับก็มีความรู้สึกประหม่าบ้างเหมือนกัน เรากลัวพลาดแต่คือพี่ลอร์ดเขาก็ไม่ได้ปล่อย พี่ทุกคนก็ไม่ได้ปล่อยเรา จะมีพี่ผู้กำกับในค่ายท่านอื่นๆ คอยให้คำแนะนำและช่วยเหลือตลอด เหมือนเราไม่ได้คิดคนเดียว เพียงแต่ว่าเราอยากได้อย่างนี้เขาก็จะให้เราคิด แต่เรื่องมุมภาพเราไม่เก่งเพราะว่าเราไม่ได้เป็นตากล้องเหมือนพี่ผู้กำกับท่านอื่น ได้วิชาจากพี่ที่เขาเห็นเราเอ็นดูเรามาตั้งแต่เด็ก สมัยก่อน “พี่เป๊ะ” (จรูญ ธรรมศิลป์) เราก็ไปอาศัยกินข้าวที่บ้านเขา “พี่นพ” (มานพ สัมมาบัติ) ก็มาบอกเลยไม่รู้สึกว่าเราเป็นคนนอกเขายินดีที่จะสอน พอพี่ลอร์ดมาตั้งดีด้าเราก็ได้มาอยู่ที่นี่ เราเปรียบเหมือนเป็นคนสามบริษัท แรกเลยคืออยู่ดาราวิดีโอ แล้วก็สามเศียร ปัจจุบันก็มาอยู่ดีด้ากับพี่ลอร์ด

ผู้กำกับสายดราม่า

ไม่มีเรื่องในใจที่อยากทำ ก็แล้วแต่ว่าพี่ลอร์ดจะให้กำกับค่ะ คืองานทุกเรื่องที่ได้รับโอกาสมาพี่ลอร์ดก็จะเข้ามาคุยกับเราว่าอยากได้ประมาณไหน และส่วนมากก็จะได้กำกับละครแนวน้ำเน่าค่ะ (หัวเราะ) อย่าพูดว่าดราม่าเลยเรียกน้ำเน่าดีกว่า อาจจะเป็นเพราะว่าเราเป็นผู้หญิงเลยเหมาะกับเรื่องราวอะไรแบบนี้ อย่างเรื่อง “วีรบุรุษกองขยะ” ก็ได้กำกับ “พี่ดาว” (ดวงดาว จารุจินดา) ที่เล่นเป็นแม่ของพระเอก เป็นชาวบ้านธรรมดามีสามีขี้เมา ซึ่งทุนชีวิตบ้านเรามีเท่านี้เราก็เลยได้ซึมซับประสบการณ์ชีวิตจริงมา และพี่ดาวก็สงสัยว่าทำไมเขาต้องทำถึงขนาดนี้ชีวิตจริงมันมีเหรอ เราก็บอกว่ามีจริงผัวซ้อมเมียกลับมาบ้านเห็นเมียกินข้าวก่อนก็โดนตบแล้ว ผัวเมาแล้วอ้วกเมียต้องมานั่งเช็ดอ้วกลูกก็คอยปลุกเรียกให้พ่อตื่น พี่ดาวยังแซวเลยว่าชีวิตเราหรือเปล่าเนี่ย(หัวเราะ) มันคือความโชคดีที่เรื่องบางเรื่องมันมาตรงกับสิ่งแวดล้อมที่เราเป็นอยู่ เรียกว่าเป็นบุญด้วยนะคะ

แสดงควบคู่กำกับ

แล้วแต่นายค่ะว่าจะให้เราเล่นอะไร ถ้าเห็นว่าเราเล่นอะไรได้เราก็จะเป็นตัวๆ นั้นให้ได้ ซึ่งล่าสุดไปเล่น“โซ่เสน่หา” และเล่นเป็นคุณหญิงคุณนายซึ่งมันไม่เหมาะกับเราถ้าให้เราเล่นเป็นแม่ค้าปากตลาดเนี่ยมันยังคล่องกว่า ก็ต้องขอบคุณ “พี่แอ๊ว” ที่ปั้นให้ซะจนสามารถขึ้นมาเป็นคุณหญิงคุณนายได้ เขาเชื่อมั่นในตัวเราแต่เราไม่เชื่อมั่นในสังขารตัวเองเลย แต่พวกช่างพอเขาแต่งเราสวยแล้วเขาก็ภูมิใจนะ ในวัย 53 ผ่านเรื่องราวชีวิตและการทำงานมาเยอะมากและคุ้มค่านะคะ บางทียังบอกกับหลานๆ เลยว่ายายใช้ชีวิตคุ้มมากอย่างขึ้น ฮ. ใน 7 พระกาฬ ก็เคยมาแล้วเป็นครั้งหนึ่งในชีวิตซึ่งตอนนั้นไม่มีใครขึ้นเลย เป็นครั้งแรกที่ทำงานกับพระเอกบู๊ พระเอก 7 คน ละครฟอร์มใหญ่แล้วเขาไว้ใจให้เราทำก็เอาไงเอากัน ขึ้น ฮ. ไปกำกับนักแสดงเลยค่ะ ชีวิตเราคุ้มมากแล้วค่ะแต่บางทีก็อยากกลับไปอยู่เบื้องหน้าบ้างเพราะว่าคิดถึงเราก็รักการแสดงนะ งานกำกับเราทำได้ตามที่พี่ลอร์ดมอบหมายมาแต่งานแสดงเรายังมีบทบาทที่อยากจะเล่นอยู่คืออยากลองเล่นดราม่าบ้าง ไม่เคยได้เล่นดราม่ากับเขาเลยได้แต่เล่นร้ายแว้ดๆ ติงต๊อง อยากร้องไห้บ้างเพราะว่าชีวิตจริงเราก็ดราม่าซึ่งเราก็คงไม่ต้องทำเวลาเยอะหรอกในการร้องไห้ งานกำกับก็เหนื่อยแต่เราคลุกคลีมานานเราก็เลยไม่ลำบากมาก ก็อยู่ที่บุพเพสันนิวาส ชะตาชีวิตที่ขีดให้เราก็แล้วกันนะคะว่าจะให้เราไปทางไหน เราอยู่ตรงนี้เราก็ทำให้ดีที่สุดสู้ตรงนี้ ทำแล้วไม่หยุดนิ่งอยู่กับที่ตราบที่ยังมีลมหายใจ และจะหาสิ่งใหม่เข้ามาในชีวิตตลอดวิ่งหนีเพราะว่ามันมีคลื่นลูกใหม่ที่พร้อมจะถาโถมเราตลอดเวลา ไม่ได้ทำตัวให้สูงแต่คือทำตัวให้พัฒนาไปเรื่อยๆ เรายังไม่ได้มีอะไรเพียบพร้อมไปทุกอย่างเราไม่ได้ร่ำรวยโดยพื้นฐานเกิดมาเราไม่ได้คาบช้อนเงินช้อนทองเราดิ้นรนด้วยตัวของเราเองทุกวันนี้เราก็ยังดิ้นรนค่ะ

บ้านหลังใหญ่ที่อบอุ่น

คลุกคลีอยู่ชายคาบ้านลุงหรั่งมาตั้งแต่อยู่ในท้องแม่ แต่การทำงานเราทำมาประมาณสามสิบกว่าปีเกือบสี่สิบ ไม่ไปไหนแล้วค่ะ ที่นี่คือบ้านเป็นครอบครัวใหญ่ที่เราไม่รู้จะพูดยังไงให้ชีวิตให้การกำเนิดผู้หญิงคนนี้ขึ้นมา ทีแรกพอเป็นผู้กำกับขึ้นมาคุณพ่อยังมีชีวิตอยู่เราก็กลับไปบอกพ่อนะว่าได้เป็นผู้กำกับแล้วพ่อก็ดีใจ พ่อเสียตอนที่กำกับเรื่อง “ดาบเจ็ดสีมณีเจ็ดแสง” ทุกคนก็เข้ามาโอบอุ้มเราหมดเลย แม้ว่าจะไม่มีคุณพ่อแล้ว ครอบครัวเราเหมือนเกิดมาคู่กัน เราเกิดมาเราก็เห็นพี่ลอร์ด ลุงหรั่งก็เหมือนพ่อเรา

ท้ายนี้ก็อยากจะกราบขอบพระคุณแฟนๆ ที่ติดตามผลงานมาตั้งแต่เริ่มออกไข่ จนทุกวันนี้คนทักแต่นางกุลาก็ดีใจนะคะที่ทุกคนจำได้ ส่วนคนรุ่นใหม่ก็จะทักว่าหนูแดง เจอกันก็เข้ามาทักได้ ส่วนบทบาทการเป็นผู้กำกับหลังๆ คนเริ่มรู้แล้วค่ะ เพราะว่ามีนักข่าวมาสัมภาษณ์ได้ออกทีวีบ่อย ก็รู้สึกว่าดีใจนะคะ ที่ทุกคนไม่ได้ลืมเลือนเราไป ขอบคุณสำหรับกำลังใจค่ะ

แม้ชีวิตจะเป๋ไปบ้าง ขลุกขลักไปบ้าง แต่ด้วยโอกาสที่มีผู้มอบให้ และเธอก็ไม่ยอมให้มันหลุดมือไป จนวันนี้โอกาสนั้นได้นำพาเธอให้มาสู่ความสำเร็จ กับบทบาทที่ทุกคนยอมรับ

กุหลาบเงิน

‘ทิชา + กิ๊ก’ นำทีม ปลูกดาวเรือง ถวายร.9

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/289521

‘ทิชา + กิ๊ก’ นำทีม ปลูกดาวเรือง ถวายร.9

‘ทิชา + กิ๊ก’ นำทีม ปลูกดาวเรือง ถวายร.9

วันอาทิตย์ ที่ 3 กันยายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.

ผู้ประกาศข่าวและนักแสดงในเครือโมโนกรุ๊ป ร่วมกันในกิจกรรม “ปลูกดอกดาวเรืองด้วยใจถวายพ่อ” นำทีมโดย ทิชา-พชรวรรณ วาดรักชิต, กิ๊ก-กรกมล เจริญชัย, วิว-ณัฐริกาเฝ้าด่าน, อิ๋ว-พชรณมน นนทภา, อีฟ-ชญานิศฐ์ บุญโสพิศ, ท็อป-ทศพล หมายสุข และ เอก-นนทกฤช กลมกล่อมไปหาซื้อต้นกล้าดาวเรืองพร้อมลงมือปลูกดอกดาวเรืองอย่างพร้อมเพรียง ณ สวนหย่อม สเตเดี้ยม ทเวนตี้ไนน์ (Stadium 29)ถนนชัยพฤกษ์

Hollywood stars : 3 กันยายน 2560

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/289551

Hollywood stars : 3 กันยายน 2560

Hollywood stars : 3 กันยายน 2560

วันอาทิตย์ ที่ 3 กันยายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.

O พระเอกออสการ์ ลีโอนาร์โด ดิคาปริโอ บริจาคเงิน 1 ล้านดอลลาร์ (ราว 33.5 ล้านบาท) ผ่านมูลนิธิของตัวเอง ให้แก่กองทุนฉุกเฉิน United Way Harvey Recovery Fund ซึ่งจะนำไปใช้เยียวยาเหยื่ออุทกภัยครั้งใหญ่ในรัฐเท็กซัสที่ถูกเฮอร์ริเคนฮาร์วีย์ถล่มหนัก เช่นเดียวกับนางเอกออสการ์ แซนดร้า บูลล็อค ก็เพิ่งบริจาคเงิน 1 ล้านดอลลาร์ให้สภากาชาดอเมริกาด้วยจุดประสงค์เดียวกัน ขณะที่พระเอกดัง เจมี ฟอกซ์ ก็ประกาศผ่านอินสตาแกรมว่า เขาเตรียมเป็นโต้โผใหญ่จัดรายการพิเศษเพื่อระดมเงินช่วยเหลือผู้ประสบภัยในรัฐเท็กซัสในวันที่ 12 กันยายนนี้ อีกทั้งยังบริจาคเงินเกือบ 900,000 บาท ให้องค์กรไม่แสวงผลกำไร GlobalGiving นำร่องในการส่งต่อความช่วยเหลือไปให้เหยื่ออุทกภัยครั้งนี้แล้วด้วย

O นักแสดงเมืองผู้ดี เอ็ด สไครน์ ขอถอนตัวจากหนังที่สร้างจากการ์ตูนเรื่อง Hellboy ภาคใหม่ หลังมีเสียงวิจารณ์ว่า เขาไม่เหมาะกับบท เบน ไดเมียวซึ่งต้องมีเชื้อชาติเอเชียแม้แต่น้อย โดย เอ็ด ก็เข้าใจและอยากเปิดทางให้กับนักแสดงที่เหมาะกับบทนี้มากกว่าไป แม้จะรู้สึกเสียใจที่ไม่ได้ร่วมงานกับทีมผู้สร้างหนังไม่น้อย แต่เขาต้องการแสดงจุดยืนในการสนับสนุนให้ฮอลลีวู้ดเห็นความสำคัญกับความเท่าเทียมกันทางเชื้อชาติมากกว่าที่เป็นอยู่ จากสปิริตเกินร้อยของเอ็ด ทำให้เขาได้รับเสียงชื่นชมจากเพื่อนนักแสดงด้วยกัน โดยเฉพาะนักแสดงผิวสี จอห์น โบเยก้า จากหนัง Star Wars ที่ยกย่องเอ็ดจากใจ ขณะที่ ทีมผู้สร้างหนัง Hellboy ก็เคารพในการตัดสินใจที่ปราศจากความเห็นแก่ตัวของเอ็ด และยืนยันว่าเหตุผลที่เลือก เอ็ด ในตอนแรก เพราะเห็นในศักยภาพของเขาที่น่าจะเหมาะกับบทนี้จริงๆ

O นักแสดงสาว อลิเชีย วิแคนเดอร์ เจ้าของรางวัลออสการ์สาขานักแสดงสมทบหญิงยอดเยี่ยม ปี 2016 จากหนังเรื่อง The DanishGirl เผยความลับกับนิตยสาร People ว่า รางวัลออสการ์นั้นอยู่กับเธอในคืนที่รับรางวัลอันทรงเกียรตินี้เพียงคืนเดียว แล้วหลังจากนั้นรางวัลดังกล่าวก็ไม่ได้อยู่กับเธอซะแล้ว โดยเธอนำรางวัลออสการ์ไปฝากไว้กับเพื่อนคนหนึ่งในลอสแองเจลิส เนื่องจากเธอย้ายที่อยู่ใหม่ แถมต้องทำงานหนักและไม่ค่อยอยู่ติดบ้านอีกด้วย ถึงอย่างนั้นนักแสดงสาวชาวสวีเดนก็ยังติดต่อกับเพื่อน รวมถึงลูกสาวของเพื่อนที่คอยส่งภาพถ่ายตุ๊กตาออสการ์มาให้ดู เพื่อพิสูจน์ว่ารางวัลของเธอยังอยู่ในสภาพดี เพราะย้ายไปอยู่บ้านในยุโรปซึ่งเข้าที่เข้าทางแล้วสาวอลิเชียก็เลยวางแผนว่า อาจจะนำรางวัลออกสาร์กลับไปเก็บไว้ที่บ้านของเธอในเร็วๆ นี้

O ด้านดาราสาวหน้าเป็น เอมี่ ชูเมอร์ ก็ออกมาแก้ต่างให้ตัวเอง หลังสื่อหลายสำนักประโคมข่าวว่า เธอเรียกร้องขอค่าตอบแทนเท่ากับดาราตลกชาย หลังมาทราบว่า คริส ร็อค และ เดฟ ชาเพล ได้ค่าตอบแทนถึง 20 ล้านดอลลาร์ กับการแสดงเดี่ยวไมโครโฟนให้กับระบบบริการดาวน์โหลดออนไลน์รายใหญ่อย่าง Netflix ขณะที่ตัวเธอได้แค่ 11 ล้านดอลลาร์เท่านั้น เอมี่ ชี้แจงผ่านอินสตาแกรมว่า เธอไม่ต้องการได้ค่าเหนื่อยเท่ากับสองนักแสดงรุ่นพี่ เพราะรู้ว่าพวกเขาคือสุดยอดดาราตลกผู้เป็นตำนาน เธอก็แค่อยากได้เงินเยอะขึ้นกว่าที่ทาง Netflix เสนอมาตอนแรก เพราะมั่นใจว่าตัวเองตั้งใจ และทำออกมาได้ดีทุกครั้งก็เท่านั้นเอง

O ดาราหน้าเป็น รัสเซล แบรนด์ อดีตสามีของ เคที่ เพอร์รีได้ฤกษ์ดีจูงมือ ลอรา กัลลาเกอร์ คู่หมั้นสาว เข้าพิธีวิวาห์หวานอย่างเป็นทางการ หลังมีมาเบล ลูกสาววัย 9 เดือนมาเป็นพยานรักแล้วสื่อดังเมืองผู้ดี The Sun รายงานว่า รัสเซลจัดงานแต่งแบบเป็นส่วนตัวที่โบสถ์ใกล้บ้านพักของเขาในเมืองออกซ์ฟอร์ด ที่อังกฤษ และเชิญแค่คนในครอบครัวกับเพื่อนสนิทกลุ่มเล็กๆ ไปร่วมเป็นสักขีพยานความรักครั้งนี้เท่านั้น

ทัพศิลปินดาราพาเหรดสร้างความมันส์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/289556

ทัพศิลปินดาราพาเหรดสร้างความมันส์

ทัพศิลปินดาราพาเหรดสร้างความมันส์

วันอาทิตย์ ที่ 3 กันยายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.
ในโอกาสครบรอบ 21 ปี ร้าน YEAH! และ PALLADIUM รองเท้าแบรนด์ดังสัญชาติฝรั่งเศส ครบรอบ 70 ปี งานนี้เลยจัดฉลองอย่างยิ่งใหญ่กับงานเปิดตัวอย่างเป็นทางการรองเท้า Limited Edition รุ่นพิเศษ PALLADIUM x BODYSLAMภายในงานพบกับคอนเสิร์ตสุดมันส์ จากตำนานศิลปินวงร็อกอันดับหนึ่งของเมืองไทย รวมถึงการสัมภาษณ์ทั้งวงแบบสุดเอ็กซ์คลูซีฟเจาะลึกกับการมาเป็นพรีเซ็นเตอร์ทั้งวงครั้งแรกของ 5 หนุ่ม BODYSLAM อย่าง ตูน-ปิ๊ด-ชัช- ยอด-โอม จากผู้สวมใส่สู่ผู้ร่วมออกแบบรองเท้าแรงบันดาลใจจากเพลงร็อกสู่คอลเลคชั่นรองเท้าสุดพิเศษ PALLADIUM x BODYSLAM ภายใต้คอนเซ็ปต์ #walkwithme นอกจากนี้ยังได้กระทบไหล่กับเหล่าศิลปินดารารับเชิญที่มาร่วมสร้างสีสันและความมันส์ไปพร้อมกัน อาทิ Lomosonic,ลาบานูน, พีเค-ปิยะวัฒน์, เก่ง The voice, ดีเจ เผือก-พงศธร, พีพี-พัชญา เพียรเสมอ, อรรถ-อภิชาติ ชูแก้ว, วิน-อรรครัฐ ฉั่วศิริสุขสกุล, บอส-โตนนท์ วงศ์บุญ และอีกมากมาย ณ ลานหน้าศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์

‘แนน-นิค’ ล่องใต้ ทัวร์หมู่บ้านคีรีวง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/289524

‘แนน-นิค’ ล่องใต้ ทัวร์หมู่บ้านคีรีวง

‘แนน-นิค’ ล่องใต้ ทัวร์หมู่บ้านคีรีวง

วันอาทิตย์ ที่ 3 กันยายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.
ชีพจรลงเท้ากันไม่ได้หยุด 2 คูลเจอารมณ์ดี แนน-กัญดา และ นิค-ถิรภัทร แห่งคลื่นคูลฟาเรนไฮต์ นำขบวนความสนุก พาผู้ฟังกว่า 50 ชีวิต ไปสูดอากาศบริสุทธิ์ชื่นฉ่ำปอดที่ หมู่บ้านคีรีวง ในกิจกรรม “คูลฟาเรนไฮต์เอาท์ติ้ง 12 ฟัน อิน เดอะ จังเกิ้ล @ หมู่บ้านคีรีวงนครศรีธรรมราช” รับลมทะเลกันที่ราชาคีรี รีสอร์ท แอนด์ สปา จังหวัดนครศรีธรรมราช แถมด้วยมินิคอนเสิร์ตของหนุ่ม กันต์-
ชุณหวัตร และ สาว อิ้งค์-วรันธร ที่จูงมือกันมาวาดลวดลายให้ปาร์ตี้มีสีสันมากยิ่งขึ้นที่สำคัญช่วงท้ายยังมีแจกของรางวัลให้ผู้ฟังติดไม้ติดมือกลับบ้านไปอย่างทั่วถึงอีกด้วย ถ้าอยากเป็นผู้โชคดีบ้าง แนะให้ตามติด http://www.COOLISM.net และ COOLISM App คร่า

‘แจ็ค’ ลัดฟ้า เกาะติดสนามแข่งกรังค์ปรีซ์ฟอร์มูล่า 1

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/289523

‘แจ็ค’ ลัดฟ้า เกาะติดสนามแข่งกรังค์ปรีซ์ฟอร์มูล่า 1

‘แจ็ค’ ลัดฟ้า เกาะติดสนามแข่งกรังค์ปรีซ์ฟอร์มูล่า 1

วันอาทิตย์ ที่ 3 กันยายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.

“ดีเจแจ็คไรเดอร์-ชนัตพล สังสิทธิเสถียร”แห่งคลื่น “FM ONE 103.5” อาสาพาผู้โชคดีที่ร่วมกิจกรรมผ่านแฟนเพจ fmone1035 และ Application : Independent บินลัดฟ้าร่วมทริป “ONE IN THE WORLD 2017 LuxuryF-ONE Germany-Austria” เกาะติดสนามแข่งกรังปรีย์ฟอร์มูล่า 1 ณ เมืองสปีลเบิร์ก ประเทศออสเตรีย แต่ก่อนที่จะก้าวเท้าเข้าสนามแข่งชาวคณะก็ได้เที่ยวกันหนำใจ อาทิ เยือนบ้านเกิดของโมสาร์ท คีตกวีเอกของโลก, พิพิธภันฑ์ HANGAR 7 ของมหาเศรษฐีผู้ก่อตั้งเครื่องดื่มชูกําลังยี่ห้อดัง ก่อนเดินทางสู่สนามแข่ง RED BULL RING เพื่อชมการแข่งรถฟอร์มูล่า 1 แถมด้วยการขึ้นกระเช้ากอนโดล่าขนาดใหญ่ สัมผัสทัศนียภาพแบบ 360 องศา บนยอดเขาที่เมืองรามเซา ฯลฯ สมบูรณ์ พูนสุขกันถ้วนหน้า

‘HOMeRUN’ ส่ง ‘ยิ้มทั้งนํ้าตา’ หวังโดนใจคนฟัง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/289558

‘HOMeRUN’ ส่ง ‘ยิ้มทั้งนํ้าตา’ หวังโดนใจคนฟัง

‘HOMeRUN’ ส่ง ‘ยิ้มทั้งนํ้าตา’ หวังโดนใจคนฟัง

วันอาทิตย์ ที่ 3 กันยายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.

Five Four Records (ไฟว์ โฟร์ เรคคอร์ด) ส่งน้องใหม่“HOMeRUN (โฮมรัน)” ลงสนามวงการเพลง ซึ่งประกอบด้วยสมาชิก 3 คน ได้แก่ “ปอ-ธีรวัฒน์ อุนจะนำ (ร้องนำ), โมชิ-มาณพตั้งอรุณสันติ (เปียโน)” และ “ปิงปอง-พีรวิชญ์ หรูวิจิตร์พงษ์ (กลอง)”ที่มาพร้อมกับซิงเกิ้ลแรก “ยิ้มทั้งน้ำตา” ซึ่งเพลงนี้ได้ “แว่นใหญ่ Room39” มาช่วยเขียนเนื้อร้อง โดยปอ นักร้องนำกล่าวว่า

“เพลงยิ้มทั้งน้ำตา เป็นเพลงช้าความหมายดีๆ ดนตรีโดดเด่นด้วยไลน์เปียโนและเครื่องสายที่ฟังแล้วมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวไม่หนักจนเกินไป มีกลิ่นอายของป๊อปร็อกสไตล์ญี่ปุ่นช่วงปลายยุค 90sเนื้อเพลงพูดถึงคนรักที่เลิกรากันไป แต่เราก็ยังคอยมองเขาอยู่ห่างๆ และยินดีที่เขาได้เจอคนใหม่ ถึงแม้เราจะยังรักเขาอยู่แต่ก็ไม่คิดจะแย่งเขากลับมา ตอนร้องเพลงนี้รู้สึกว่าตัวเองเป็นพระเอกครับ ซึ่งจริงๆ ก็ไม่รู้เหมือนกันนะว่าถ้าเจอเหตุการณ์แบบนี้ในชีวิตจริงผมจะเป็นเหมือนในเพลงได้มั้ย ผมว่าเพลงนี้น่าจะโดนใจใครหลายๆ คน เพราะเพลงค่อนข้างที่จะฟังง่าย ภาษาไม่ซับซ้อน และที่รู้สึกปลื้มที่สุดอีกอย่างหนึ่งก็คือเพลงนี้เราได้พี่แว่นใหญ่ Room39 มาช่วยเขียนเนื้อให้ การทำงานในช่วงแรกก็มีประหม่านิดหน่อย กดดันครับกลัวว่าจะถ่ายทอดเนื้อเพลงออกมาไม่ดี ผมก็เลยค่อนข้างจะทำการบ้านเยอะมากอยากให้มันออกมาดีที่สุด ยังไงก็อยากให้ลองฟังเพลงนี้กันดูนะครับ”

‘อ๋อม-เกรซ’ ปฏิบัติภารกิจพิเศษ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/289528

‘อ๋อม-เกรซ’ ปฏิบัติภารกิจพิเศษ

‘อ๋อม-เกรซ’ ปฏิบัติภารกิจพิเศษ

วันอาทิตย์ ที่ 3 กันยายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.

ปฏิบัติภารกิจรักมาเต็มคราบแล้ว “อ๋อม-อรรคพันธ์”เลยขอถอดชุดทหารเรือ จากละคร “ราชนาวีที่รัก” ช่อง 7มาปฏิบัติภารกิจพิเศษในรายการ “ที่นี่หมอชิต”คืนวันอาทิตย์ที่ 3 กันยายนนี้ เวลา 22.45 น. กับสาว“เกรซ-กาญจน์เกล้า” แต่ยังไม่ทันเริ่มภารกิจสาว “เกรซ” ก็หิวซะแล้ว จึงขอร้องให้หนุ่ม “อ๋อม”โชว์ฝีมือทำอาหารให้ทานสักหน่อย เมื่อท้องอิ่มแล้วทั้งคู่มุ่งหน้าเดินทางไป “มูลนิธิบ้านนกขมิ้น”บ้านหลังใหม่ของเด็กกำพร้า คนชรา และผู้ติดยาเสพติดโดย “อ๋อม-เกรซ” นำทีมแฟนคลับคัดแยกสิ่งของที่ผู้ใจบุญส่งมาบริจาค พร้อมเชิญชวนเพื่อนๆ นักแสดงมาร่วมกันบริจาคสิ่งของด้วย โดย “อ๋อม-เกรซ” จะเดินทางไปรับสิ่งของที่บ้านด้วยตนเองโดยรถกระบะของมูลนิธิ และนำไปขายเพื่อนำเงินมาเป็นงบประมาณด้านอาหารและทุนการศึกษาแก่เด็กๆ

‘สาวยโสธร’คว้ามงกุฎ’มิสซูปร้าเนชั่นไทยแลนด์’คนแรก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/289595

'สาวยโสธร'คว้ามงกุฎ'มิสซูปร้าเนชั่นไทยแลนด์'คนแรก

‘สาวยโสธร’คว้ามงกุฎ’มิสซูปร้าเนชั่นไทยแลนด์’คนแรก

วันเสาร์ ที่ 2 กันยายน พ.ศ. 2560, 19.47 น.

“น้องกิ๊ฟ” สาวสวยจากเมืองบั้งไฟ วัย 22 ปี คว้าตำแหน่ง“มิสซูปร้าเนชั่นไทยแลนด์”คนแรก รับรางวัลเงินสด 1ล้านบาท มงกุฎเพชร สายสะพาย รถยนต์ 1 คัน และได้เป็นตัวแทนสาวไทยเข้าประกวดในเวทีความงามระดับโลกที่ โปแลนด์ ต่อไป

2 ก.ย.60 ที่โรงละครสยามนิรมิต ภูเก็ต กองประกวดมิสซูปร้าเนชั่นแนลไทยแลนด์ นำโดยนายภูมิรัตน์ เลิศวิศิษฎ์ชัย ประธานอำนวยการกองประกวดฯ น.ส.ณหทัย เล็กบำรุง ผู้ถือลิขสิทธิ์การประกวดฯ ได้ จัดการประกวด “มิสซูปร้าเนชั่นแนลไทยแลนด์ 2017” รอบตัดสิน โดยมี นายนรภัทร ปลอดทอง ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ให้เกียรติชมการประกวด ซึ่งจัดขึ้นเป็นครั้งแรกในประเทศไทย ท่ามกลางกองเชียร์ ทั้งพ่อแม่พี่น้อง ญาติของเหล่าสาวงาม และบรรดาแฟนๆ ที่พากันเดินทางเข้ามาให้กำลังใจ พร้อมส่งเสียงเชียร์ติดขอบเวทีกันอย่างคึกคัก

ในเวลา 11.00 น. การประกวดเริ่มต้นด้วยการเปิดตัวสาวงามตัวแทนจาก 77 จังหวัด ในชุดประจำจังหวัด ที่รังสรรค์เครื่องแต่งกายสื่อถึงศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี บ่งบอกอัตลักษณ์ของแต่ละจังหวัดผ่านความวิจิตรงดงาม พร้อมกับการแนะนำตัวตามลำดับภาค เรียกเสียงเชียร์จากผู้ชมเป็นอย่างมาก ก่อนจะประกาศรางวัลชุดประจำจังหวัดดีเด่น มีจำนวน 2 รางวัล ได้แก่ มิสซูปร้าฯ เพชรบุรี น.ส.คณัสนันท์ ทองอยู่ หรือ น้องเน็นเน่ กับ มิสซูปร้าฯ ลำปาง น.ส.รัตนาภรณ์ เกษแก้ว หรือ น้องจ๋า และรางวัลชุดประจำจังหวัดยอดเยี่ยมได้แก่ มิสซูปร้าฯ ปทุมธานี น.ส.อริศรา เพชรเพชรชรินทร์พันธ์ หรือ น้องกุ๊กกิ๊ก

จากนั้น สาวงามผู้เข้าประกวด ออกมาอวดโฉมอีกครั้งในชุดว่ายน้ำแบบวันพีซ ต่อด้วยการประกาศรางวัลชุดว่ายน้ำยอดเยี่ยม ได้แก่ มิสซูปร้าฯ มหาสารคาม น.ส.ศิริกาญจน์ ชลัยรัตน์ หรือ น้องจูน รางวัลนางงามมิตรภาพ ได้แก่ มิสซูปร้าฯ ปราจีนบุรี น.ส.นนทิชา ฉัตรทอง หรือ น้องใบเฟิร์น และรางวัลนางงามผิวสวย ได้แก่ มิสซูปร้าฯ ตราด น.ส.ฬิษา สุวรรณเกษการ หรือ น้องซาเอะ ได้เป็นตัวแทนไปประกวดความงามเวทีนานาชาติ มิสเอเชียแปซิฟิกอินเตอร์เนชั่นแนล

ต่อมา สาวงามผู้เข้าประกวดเปลี่ยนลุกส์ออกมาอวดโฉมอีกครั้งในชุดราตรีตัดเย็บจากผ้าไทย ก่อนจะประกาศรางวัลชุดราตรีดีเด่น มีจำนวน 2 รางวัล ได้แก่ มิสซูปร้าฯ สุรินทร์ น.ส.มยุริญ แพงทรัพย์ หรือ น้องสายไหม และมิสซูปร้าฯ ภูเก็ต น.ส.ภัทลดา เงินอนันตสุข หรือ น้องพัช รางวัลชุดราตรียอดเยี่ยม ได้แก่ มิสซูปร้าฯ ลพบุรี น.ส.วรรณาคงสมทอง หรือ น้องหนูนา

ต่อด้วยการประกาศชื่อผู้เข้ารอบ 18 คนสุดท้าย ได้แก่ มิสซูปร้าฯ พัทลุง, มิสซูปร้าฯ ระนอง, มิสซูปร้าฯ พะเยา, มิสซูปร้าฯ นครนายก, มิสซูปร้าฯ ตราด, มิสซูปร้าฯ เลย, มิสซูปร้าฯ น่าน, มิสซูปร้าฯ มหาสารคาม, มิสซูปร้าฯ สุโขทัย, มิสซูปร้าฯ ตาก, มิสซูปร้าฯ หนองบัวลำภู, มิสซูปร้าฯ ชัยนาท, มิสซูปร้าฯ ประจวบคีรีขันธ์, มิสซูปร้าฯ ตรัง, มิสซูปร้าฯ สงขลา, มิสซูปร้าฯ ยโสธร, มิสซูปร้าฯ สุรินทร์, มิสซูปร้าฯ นครราชสีมา

ก่อนจะประกาศรางวัลเวทีประกวดมิสซูปร้าเนชั่นแนลไทยแลนด์ต่างจังหวัดดีเด่น มีจำนวน 2 รางวัล ได้แก่ สงขลา และราชบุรี รางวัลเวทีประกวดมิสซูปร้าเนชั่นแนลไทยแลนด์ต่างจังหวัดยอดเยี่ยม ได้แก่ ประจวบคีรีขันธ์ รางวัลซูปร้าเมเนเจอร์ดีเด่น มีจำนวน 2 รางวัล ได้แก่ มหาสารคาม และกรุงเทพมหานคร รางวัลซูปร้าเมเนเจอร์ยอดเยี่ยม ได้แก่ ภูเก็ต
จากนั้น 18 สาวงามที่ผ่านเข้ารอบสุดท้าย ได้ปรากฏโฉมอีกครั้งในชุดราตรี หลังจากประกาศรางวัลขวัญใจช่างภาพสื่อมวลชน ได้แก่ มิสซูปร้าฯ ประจวบคีรีขันธ์ น.ส.ฐานิกา จุลพันธ์ หรือ น้องเจเจ

โดยการประกวดเป็นไปอย่างเข้มข้นต่อเนื่อง มีการประกาศชื่อผู้เข้ารอบ 5 คนสุดท้าย ได้แก่ มิสซูปร้าฯ ชัยนาท, มิสซูปร้าฯ ยโสธร, มิสซูปร้าฯ น่าน, มิสซูปร้าฯ สงขลา, มิสซูปร้า พะเยา และสาวงามทั้ง 5 ตอบคำถามจากคณะกรรมการ
ต่อมา เป็นการประกาศรางวัล รองมิสซูปร้าเนชั่นแนลไทยแลนด์ 2017 อันดับ 2 มีจำนวน 3 รางวัลได้แก่ มิสซูปร้าฯ พะเยา น.ส.กวินตรา ประภาสะโนบล หรือ น้องหลินหลิน, มิสซูปร้าฯ สงขลา น.ส.ปัภฑณัญ จันทรโชตะ หรือ น้องตะวัน, มิสซูปร้า ชัยนาท น.ส.นิศานาถ โม่งใส หรือ น้องเฟิร์น รับรางวัลสายสะพายพร้อมของรางวัลจากผู้สนับสนุน ก่อนที่ น.ส.ชินนิดี้ เชตตี้ มิสซูปราเนชั่นแนล 2016 จากประเทศอินเดีย อวดโฉมบนเวที

และแล้ววินาทีระทึกใจได้มาถึง การประกาศผลสาวงามผู้ได้รับตำแหน่ง “มิสซูปร้าเนชั่นแนลไทยแลนด์ 2017” คนแรก ได้แก่ มิสซูปร้าฯ ยโสธร น.ส.จิรประภา บุญเนื่อง หรือ น้องกิ๊ฟ รับรางวัลเงินสด 1ล้านบาท มงกุฎเพชร สายสะพาย รถยนต์โปรตอน 1 คัน และของรางวัลจากผู้สนับสนุนมากมากมาย พร้อมเป็นตัวแทนสาวไทยเข้าประกวดมิสซูปร้าเนชั่นแนล 2017 ที่ ประเทศโปแลนด์

ในขณะที่รองมิสซูปร้าเนชั่นไทยแลนด์ 2017 อันดับ 1 ได้แก่ มิสซูปร้าฯ น่าน น.ส.พิณรัตน์ มะวิญธร หรือ น้องอุ้ม รับรางวัลสายสะพายพร้อมของรางวัลจากผู้สนับสนุน

สำหรับ น้องกิ๊ฟ มิสซูปร้าเนชั่นแนลไทยแลนด์ 2017 อายุ 22 ปี มีบ้านเกิดอยู่ จ.ตรัง ก่อนย้ายภูมิลำเนาไปอยู่ จ.ยโสธร สูง 176 ซม. หนัก 54 กก. สัดส่วน 34-25-36 กำลังศึกษาปริญญาตรี คณะบริหารธุรกิจ ม.ธุรกิจบัณฑิตย์ ก้าวเข้าสู่การประกวดนางงามเวทีระดับประเทศ กับการประกวดมิสซูปร้าเนชั่นแนลไทยแลนด์ 2017 เพราะอยากเปิดรับประสบการณ์ใหม่ ดีใจที่ประสบความสำเร็จกับการประกวดครั้งนี้ ได้เป็นตัวแทนประเทศไทยเข้าร่วมประกวดนางงามเวทีระดับโลกต่อไป