เปิดนิทรรศการ ” เพียงพ่อก็พอเพียง” 12-18 ต.ค.นี้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/298789

เปิดนิทรรศการ ” เพียงพ่อก็พอเพียง” 12-18 ต.ค.นี้

นิทรรศการ, เพียงพ่อก็พอเพียง, 12-18, ตุลาคม

นักศึกษาม.หอการค้าไทย น้อมใจภักดีในหลวงรัชกาลที่9 ผ่านนิทรรศการเพียงพ่อก็พอเพียงหนังสือป๊อบอัพที่ใหญ่ที่สุดของไทย 12-18 ตุลาคม 2560นี้

        น้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ตลอดระยะเวลา 70 ปี พระองค์ทรงเป็นพระมหากษัตริย์ที่พรั่งพร้อมด้วยทศพิธราชธรรมเพื่อประชาชนคนไทย และเป็นการแสดงออกถึงความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์

มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย คณะการท่องเที่ยวและอุตสาหกรรมบริการ สาขาการจัดการประชุม นิทรรศการและกิจกรรมพิเศษร่วมกับมูลนิธิศิริวัฒนา โดย บริษัท ศิริวัฒนา อินเตอร์พริ้นท์ จำกัด (มหาชน)และบริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) หรือซีพีเอ็น  จัดแสดงนิทรรศการทรงคุณค่า “เพียงพ่อก็พอเพียง The Exhibition” หนังสือป๊อปอัพขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทยบอกเล่าเรื่องราวของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช พระมหากษัตริย์ผู้ยิ่งใหญ่และเป็นที่รักของพสกนิกรไทย อย่างครบถ้วนและสมบูรณ์ในรูปแบบ 3 มิติ พร้อมด้วยเทคนิคแสง สี เสียง ที่จะสร้างความประทับใจให้กับผู้มาเยี่ยมชมได้ไม่รู้ลืม เปิดให้เข้าชมฟรี ณ ลานโปรโมชั่น ชั้น 1 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา เวสต์เกต ตั้งแต่วันที่ 12-18 ตุลาคม 2560 พิเศษสุดในงานยังเปิดโอกาสให้ประชาชนได้เป็นเจ้าของหนังสือป๊อปอัพ ชุด “เพียงพ่อก็พอเพียง The Soul of Siam” โดยโรงพิมพ์ศิริวัฒนา ได้โดยไม่ต้องสั่งจองล่วงหน้าอีกด้วย

เปิดนิทรรศการ " เพียงพ่อก็พอเพียง" 12-18 ต.ค.นี้เปิดนิทรรศการ " เพียงพ่อก็พอเพียง" 12-18 ต.ค.นี้
      คุณพรเทพ สามัตถิยดีกุล ประธานมูลนิธิศิริวัฒนา กล่าวถึงความร่วมมือในครั้งนี้ว่า “หนังสือป๊อปอัพชุด “เพียงพ่อก็พอเพียง The Soul of Siam” เริ่มผลิตครั้งแรกเมื่อปี 2555 ในโอกาสทรงเจริญพระชนมพรรษา 84 พรรษา โดยปณิธานตั้งต้นของเราคือ การเผยแพร่พระราชประวัติและพระราชกรณียกิจของในหลวงรัชกาลที่ 9 ส่งเสริมและปลูกฝังนิสัยรักการอ่าน ต่อเติมจินตนาการให้กับเด็กและเยาวชน และครั้งนี้เราได้บรรลุไปอีกขั้น ในรูปแบบหนังสือขนาดใหญ่ 3 มิติที่ประชาชนทั่วไปสามารถเข้าถึงได้ในฐานะผู้จัดทำเรารู้สึกภาคภูมิใจที่คนไทยจะได้ชื่นชมผลงานชิ้นเอกนี้ในวงกว้าง เพราะการรำลึกถึงพระองค์ท่านที่ดีที่สุดก็คือการศึกษาในสิ่งที่ท่านทำ ที่สำคัญยังได้คนรุ่นใหม่อย่างนักศึกษาสาขาการจัดการประชุม นิทรรศการและกิจกรรมพิเศษ คณะท่องเที่ยวและอุตสาหกรรมบริการ  มหาวิทยาลัยหอการค้าไทยมาร่วมถ่ายทอดเรื่องราวในหลวงรัชกาลที่9ภายในการจัดงานนิทรรศการครั้งนี้กว่า 50 คน เพื่อร่วมปลูกฝั่งให้เยาวชนคนรุ่นใหม่น้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณและน้อมนำไปปรับใช้ในชีวิตประจำวัน

เปิดนิทรรศการ " เพียงพ่อก็พอเพียง" 12-18 ต.ค.นี้
        คุณปกรณ์ พรรธนะแพทย์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานปฏิบัติการ บมจ.เซ็นทรัลพัฒนา กล่าวว่า ซีพีเอ็น และศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา เวสต์เกต รู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้ร่วมกับมูลนิธิศิริวัฒนา มหาวิทยาลัยหอการค้าไทยร่วมสร้างสรรค์นิทรรศการหนังสือเล่มยักษ์ “เพียงพ่อก็พอเพียง The Exhibition” เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนทั่วไปได้มาสัมผัสและศึกษาเรื่องราวพระราชประวัติของในหลวงรัชกาลที่ 9 รวมถึงพระราชกรณียกิจและพระราชอัจฉริยภาพในแต่ละด้าน จากที่ทางโรงพิมพ์ศิริวัฒนาได้สร้างความประทับใจด้วยการถ่ายทอดเรื่องราวของพระองค์ในรูปแบบหนังสือป๊อปอัพมาแล้ว ครั้งนี้นับเป็นครั้งแรกที่เราจะนำมนต์เสน่ห์จากหน้ากระดาษมาขยายใหญ่ขึ้นเป็นประสบการณ์สุดพิเศษ โดยคงความละเอียดของงานศิลป์และข้อมูลครบถ้วนตรงตามหนังสือต้นฉบับ รวมถึงเทคนิคแสง สี เสียงต่างๆ

คณะทูตกว่า 65 ประเทศน้อมรำลึกพระมหากรุณาธิคุณ ในหลวงร.9

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/298773

คณะทูตกว่า 65 ประเทศน้อมรำลึกพระมหากรุณาธิคุณ ในหลวงร.9

คณะทูต, วธ, คณะทูตกว่า, ประเทศ

วธ.นำคณะทูตกว่า 65 ประเทศ เข้าชมโรงราชรถ-พระเมรุมาศ น้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณหาที่สุดมิได้สร้างความเข้าใจโบราณราชประเพณี-มรดกวัฒนธรรมล้ำค่าของไทยสู่นานาชาติ

      ที่ห้องประชุมดำรงราชานุภาพ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร เมื่อเร็วๆ นี้ นายวีระ โรจน์พจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม (รมว.วธ.) เป็นประธานในการต้อนรับคณะทูตานุทูตจากประเทศต่างๆ เยี่ยมชมการจัดสร้างพระเมรุมาศ สิ่งปลูกสร้างประกอบพระเมรุมาศ ราชรถและพระยานมาศในงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ณ โรงราชรถและพระยานมาศ ภายในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร และเข้าชมพระเมรุมาศ ณ ท้องสนามหลวง โดยมีผู้บริหารกระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) และผู้ทรงคุณวุฒิ ได้แก่ ม.ร.ว.จักรรถจิตรพงศ์ อดีตปลัดวธ. น.ส.สาวิตรี สุวรรณสถิตย์ ที่ปรึกษาวธ. น.ส.ศุภวรรณ นงนุช ภัณฑารักษ์ชำนาญการ กรมศิลปากร และนายวุฒินันท์จินศิริวานิชย์ มัณฑนากรชำนาญ กรมศิลปากร เป็นวิทยากรบรรยาย

คณะทูตกว่า 65 ประเทศน้อมรำลึกพระมหากรุณาธิคุณ ในหลวงร.9

นายวีระ กล่าวว่า เมื่อพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร เสด็จสวรรคต เมื่อวันที่ 13 ตุลาคม 2559 ยังความเศร้าสลดมาสู่ประชาชนชาวไทยทั้งแผ่นดิน และรัฐบาลได้มอบหมายให้กระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) ดำเนินการเกี่ยวกับพระราชพิธีพระบรมศพในส่วนพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ ได้แก่ การสร้างพระเมรุมาศ การบูรณปฏิสังขรณ์ราชรถ พระยานมาศ และจัดทำเครื่องประกอบพระบรมราชอิสริยยศ เพื่อเป็นการถวายพระเกียรติยศสูงสุดแด่พระมหากษัตริย์ รวมทั้งสืบทอดโบราณราชประเพณีที่สำคัญเป็นงานมรดกทางวัฒนธรรมอันล้ำค่ายิ่งของชาติ

คณะทูตกว่า 65 ประเทศน้อมรำลึกพระมหากรุณาธิคุณ ในหลวงร.9คณะทูตกว่า 65 ประเทศน้อมรำลึกพระมหากรุณาธิคุณ ในหลวงร.9

รมว.วธ. กล่าวอีกว่า วธ.ได้เชิญคณะทูตานุทูตจากประเทศต่างๆกว่า 65 ประเทศ อาทิ อังกฤษ สหรัฐอเมริกา สวิตเซอร์แลนด์ ญี่ปุ่น สิงคโปร์ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ กาตาร์ บาห์เรน รวมกว่า 170 คน เข้าร่วมรับฟังการบรรยายความรู้จากผู้ทรงคุณวุฒิ และเข้าชมการจัดสร้างพระเมรุมาศ สิ่งปลูกสร้างประกอบพระเมรุมาศ ราชรถและพระยานมาศในงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพฯ เพื่อร่วมน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณหาที่สุดมิได้ และเรียนรู้ขนบธรรมเนียมโบราณราชประเพณีและพระราชพิธีครั้งประวัติศาสตร์ของไทย ซึ่งเป็นการสร้างความรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับการก่อสร้างพระเมรุและโบราณราชประเพณีของไทยอันเป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่เป็นภูมิปัญญาอันล้ำค่าของไทยที่มีการสืบทอดและอนุรักษ์ไว้มาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน เพื่อจะได้นำความรู้เหล่านี้ไปเผยแพร่สู่ระดับนานาชาติต่อไป

ซ้อมริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศ 15 ต.ค.ห้ามไลฟ์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/298782

ซ้อมริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศ 15 ต.ค.ห้ามไลฟ์

ซ้อมริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศ, 15ตค, ออมสิน, รายงาน, ส่วน

“ออมสิน” ตรวจความพร้อมศูนย์สื่อมวลชน พร้อมเปิดทางการ 16 ต.ค.นี้ ซ้อมริ้วขบวนขบวนพระบรมราชอิสริยยศเสมือนจริง 15 ต.ค.นี้ห้ามไลฟ์ รายงาน ส่วน 21 ต.ค.ห้ามเด็ดขาด

     เมื่อวันที่ 12 ต.ค.60 เวลา 10.00 น. ที่ศูนย์สื่อมวลชน  หอประชุมใหญ่ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.)นายออมสิน ชีวะพฤกษ์  รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการฝ่ายประชาสัมพันธ์พระราชพิธี ถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร  พร้อมด้วย พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด อธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ ตรวจเยี่ยมและติดตามความพร้อมของศูนย์สื่อมวลชน(Main Press Center)ในงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ณ ศูนย์สื่อมวลชนและศูนย์ถ่ายทอดวิทยุโทรทัศน์และศูนย์ถ่ายทอดวิทยุกระจายเสียง

ซ้อมริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศ 15 ต.ค.ห้ามไลฟ์
     นายออมสิน กล่าวว่า วันนี้ได้มาติดตามความพร้อมรวมถึงให้กำลังใจแก่เจ้าหน้าที่ที่มาปฏิบัติงานในการติดตั้งระบบต่างๆ ภายในศูนย์สื่อมวลชน  โดยในวันที่ 16 ตุลาคม เวลา 14.00 น.จะมีการเปิดศูนย์สื่อมวลชนอย่างเป็นทางการ พร้อมสาธิตการใช้ระบบต่างๆ ทั้งอินเทอร์เน็ต การถ่ายทอดสัญญาณ และพร้อมเปิดบริการตั้งแต่ 17 ตุลาคมเป็นต้นไป
อย่างไรก็ตาม ในวันที่ 21 ตุลาคม ที่จะมีการซ้อมริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศเสมือนจริงนั้น ในวันดังกล่าวสื่อมวลทุกสำนักจะต้องประจำจุดบนอัฒจันทร์ และจะมีการทดสอบระบบต่างๆอย่างเต็มรูปแบบครั้งแรก
ด้าน พล.ท.สรรเสริญ กล่าวว่า สำหรับการซ้อมริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศในวันที่ 15 ตุลาคมนั้น จะเปิดพื้นที่บนอัฒจันทน์บางจุดให้สื่อมวลชนที่ถ่ายภาพนิ่ง และภาพวิดีโอขึ้นถ่ายภาพ โดยไม่ให้มีการไลฟ์ แต่สามารถรายงานสดเป็นบางช่วงบางตอนได้ และในวันที่ 21 ตุลาคมซึ่งเป็นการซ้อมเสมือนจริงทุกส่วนจะต้องปฏิบัติตามข้อกำหนด ห้ามไม่ให้มีการไลฟ์  การถ่ายทอดสดต้องเป็นเกี่ยวสัญญาณจากโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจฯเท่านั้น เพื่อให้ภาพที่เผยแพร่ออกไปเป็นไปอย่างเหมาะสมและสมพระเกียรติ

ซ้อมริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศ 15 ต.ค.ห้ามไลฟ์ ซ้อมริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศ 15 ต.ค.ห้ามไลฟ์
“สื่อมวลชนที่ประจำจุดอัฒจันทร์ หรือประจำในพื้นที่อื่นๆต้องไม่มีการไลฟ์สด การถ่ายทอดสัญญาณต้องดึงจากโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจฯเท่านั้น เพราะต้องการควบคุณภาพให้ภาพที่สื่อออกไปทั้งในประเทศและต่างประเทศเป็นไปอย่างสมพระเกียรติ ซึ่งถ้าพบว่าสื่อสำนักใดมีการไลฟ์ก็จะยึดบัตรและถอดออกจากระบบทะเบียน และห้ามเข้ามาในพื้นที่อีก แต่ผมเชื่อว่าจะไม่มีใครทำ ในส่วนของประชาชนที่จะถ่ายภาพนิ่ง วิดีโอ หรือไลฟ์นั้นไม่ได้มีการห้าม เพราะเป็นส่วนหนึ่งในวิถีชีวิต และการเผยแพร่ของประชาชนไม่เป็นสาธารณะเท่าสำนักข่าว อย่างไรก็ตาม ในบริเวณพื้นที่พระราชพิธีฝ่ายความมั่นคงจะมีการตัดสัญญาณด้วย เพราะฉะนั้น ก็อาจมีบางช่วงเวลาที่ไม่สามารถใช้สัญญาณโทรศัพท์ได้”พล.ท.สรรเสริญ กล่าว

เพราะทุนของ”พ่อ”ช่วยต่อชีวิตจนมีวันนี้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/298716

เพราะทุนของ”พ่อ”ช่วยต่อชีวิตจนมีวันนี้

ธนาคารไทยพาณิชย์, กาญจนา คล่องอนันต์, ทุนภูมิพล

ทุนภูมิพล2,000บาทต่อชีวิตรักษาโรคกระเพาะขั้นรุนแรงนักศึกษาคนหนึ่งและที่สำคัญทำให้เห็นคุณค่าของเงินเป็นแรงบันดาลใจมีกำลังใจมานะอุตสาห และความเพียรจนประสบผลสำเร็จ

      จากเด็กในครอบครัวธรรมดาๆ เรียนจนจบปริญญาตรี คณะอักษรศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร ทำงานไต่เต้าจนก้าวสู่ตำแหน่งผู้บริหาร ของธนาคารไทยพาณิชย์ มีชีวิตที่เรียบง่าย พอเพียง ตามพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และใช้ประสบการณ์ความสำเร็จในการใช้ชีวิต เป็นแบบอย่างที่ดี “ให้” แก่ผู้อื่นต่อไป

เพราะทุนของ"พ่อ"ช่วยต่อชีวิตจนมีวันนี้

    “ก้อย” กาญจนา คล่องอนันต์ ผู้อำนวยการอาวุโสภาค ภาคพัฒนาธุรกิจ Wealth Ralationship Management  ธนาคารไทยพาณิชย์ ได้รับทุนภูมิพล สมัยเรียนชั้นปีที่ 3 คณะอักษรศาสตร์ ม.ศิลปากร ด้วยเกรดเฉลี่ย 3.48 สูงสุด ของคณะ

เพราะทุนของ"พ่อ"ช่วยต่อชีวิตจนมีวันนี้

   หลังจากได้ทุนภูมิพล “ก้อย” ตั้งใจไว้ว่าจะเรียนให้ได้เกียรตินิยมอันดับ 1 เพื่อถวายแด่พระองค์ท่าน และได้นำพระราชดำรัสของพระองค์ท่าน โดยเฉพาะเรื่องความเพียรมาปฏิบัติสร้างกำลังใจ แรงผลักดันให้ตัวเองดำเนินชีวิตโดยเป็นผู้ใฝ่รู้ ใฝ่ศึกษา พยายามหาโอกาสให้แก่ตัวเอง เป็นแรงผลักดันทำให้มีวันนี้

เพราะทุนของ"พ่อ"ช่วยต่อชีวิตจนมีวันนี้

     “เราเก็บไว้เงินไว้บนหิ้ง มีพระบรมฉายาลักษณ์พระองค์ท่านวางไว้บนพาน พร้อมกับทุนการศึกษาที่ได้รับพระราชทาน ตั้งใจไว้จะไม่ใช้เลย แต่มีเหตุการณ์ที่ต้องใช้ และกลายเป็นแรงบันดาลใจให้ตัวเองรู้จักเก็บออม รู้จักคุณค่าของเงิน  ยึดหลักคำสอนของพระองค์ท่านทุกข้อ ตั้งแต่ ขยัน อดทนมานะ วิริยอุตสาหะ ประหยัด อดออม ด้วยการพยายามเรียนหนังสือให้เก่งเพื่อรักษาทุนของมหาวิทยาลัยที่ได้รับทำงานอื่นๆควบคู่ไปด้วย ไม่ว่าจะเป็น สอนพิเศษภาษาอังกฤษ ทำเทียนหอมขาย ช่วยพี่สาวประดิษฐ์ต่างหู เพ้นท์แก้ว และเป็นประธานหอพักนักศึกษาเพื่อที่จะได้ไม่ต้องเสียค่าที่พักของมหาวิทยาลัย”

เพราะทุนของ"พ่อ"ช่วยต่อชีวิตจนมีวันนี้

       ก้อย บอกว่า วันที่ 13 ตุลาคม 2559 เป็นวันที่เสียใจ และร้องไห้หนักมากที่สุดในชีวิต เมื่อรู้ว่าพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช สวรรคต ซึ่งตอนนี้ก็ยังเศร้าและเสียใจอยู่ แต่ถึงอย่างนั้น เราก็คงต้องทำหน้าที่ บทบาทความรับผิดชอบของเราให้ดีที่สุด เพราะพระองค์ท่านคงไม่ดีใจหากเราเอาแต่เศร้าโศกจนไม่ได้ทำหน้าที่ของตนเอง ตอนนี้หลายๆ เรื่องที่เราทำได้ คือการน้อมนำพระราชดำรัสของพระองค์ท่านมาปรับใช้เป็นแนวทางให้แก่ชีวิต

เพราะทุนของ"พ่อ"ช่วยต่อชีวิตจนมีวันนี้

    ด้วยความที่เป็นคนขยัน เรียนรู้สิ่งใหม่ๆ อยู่ตลอดเวลา และไม่เกี่ยงงาน ผ่านการทำงานมาหลายตำแหน่ง หลายองค์กร ทุกครั้งที่ต้องเรียนรู้สิ่งใหม่ ชื่อของ ก้อย จะอยู่อันดับต้นๆ เสมอ เมื่อคราวที่องค์กรส่งไปอบรม นักวางแผนการเงินมืออาชีพ จนได้ Certified Financial Planner ทั้งๆ ที่ไม่มีความรู้พื้นฐานมาก่อน ก้อยก็หาได้กังวลไม่ เพราะเธอมี “ความเพียร” หลักคำสอนของพระองค์ท่านเป็นที่ตั้ง

เพราะทุนของ"พ่อ"ช่วยต่อชีวิตจนมีวันนี้

     “ชอบเรียนรู้อะไรใหม่ๆ หาความรู้ใส่ตัวเองอยู่เสมอ และไม่กลัวต่อการทำงานหนัก ขยัน อดทน ซึ่งเป็นสิิ่งที่ทุกองค์กรต้องการ ถ้าเรานำหลักคำสอนของพระองค์ท่านมาใช้ในชีวิตประจำวันจะรู้ว่าไม่มีสิ่งใดที่เราทำไม่ได้เลย ขอเพียงเราใช้ความเพียรและลงมือทำ”

เพราะทุนของ"พ่อ"ช่วยต่อชีวิตจนมีวันนี้

    ปัจจุบัน เธอ เป็นนักวางแผนการเงิน มีหน้าที่ให้ความรู้ ทำความเข้าใจแก่ประชาชนในเรื่องการเก็บออม การจัดสรรเงิน ได้น้อมนำพระราชดำรัสในการใช้ชีวิตอย่างพอเพียง การเก็บออม การใช้จ่ายเท่าที่จำเป็น และการแบ่งสรรเงินให้ดี ไม่เป็นหนี้เป็นสินใคร มาสอนให้แก่สถาบัน หน่วยงานต่างๆให้เป็นวิทยาทาน ตั้งใจให้คนฟังและคนไทยตระหนักถึงความสำคัญของการวางแผนการเงิน เลยรับเป็นวิทยากรในองค์กรต่างๆรวมถึงมหาวิทยาลัยเพราะตั้งใจว่าจะเผยแพร่ความรู้ที่มีให้มากที่สุด

เพราะทุนของ"พ่อ"ช่วยต่อชีวิตจนมีวันนี้

    เธอบอกว่า การวางแผนการเงินต้องแบ่งเงินเป็น 4 ส่วน คือ ส่วนที่ 1.กล่องครอบครัว 2.กล่องเก็บออมไว้ใช้ตอนเกษียณอายุ 3.กล่องออมเผื่อเหตุการณ์ฉุกเฉิน และ 4.กล่องความฝันรางวัลชีวิต ซึ่งทุกคนทำได้

     “การให้ความรู้แก่คนอื่น เป็นการเดินตามรอยพระยุคลบาทที่ตั้งใจว่าจะทำไปจนกว่าชีวิตจะหาไม่ เพราะเรามีวันนี้ได้เพราะทุนของพระองค์ท่าน และหลักคำสอนของพระองค์ได้นำมาปฏิบัติทุกข้อ ส่งผลให้มีวันนี้ อยากจะแบ่งปันให้ทุกคน ทุกหน่วยงานที่ต้องการ เชื่อว่า นักศึกษา บัณฑิตทุนทุกคนระลึกอยู่เสมอว่า ทุนที่ได้ช่วยเหลือชีวิตเราอย่างไร เมื่อเราเป็นผู้รับ เมื่อเรามีโอกาสก็ควรจะเป็นผู้ให้คนอื่นเช่นเดียวกัน ถ้าเรามีมาก หรือพอมีก็ควรแบ่งปัน ช่วยเหลือผู้อื่นด้วยเช่นกัน” ก้อย กล่าวทิ้งท้าย

      0 หทัยรัตน์ ดีประเสริฐ 0 qualitylife4444@gmail.com

เพราะทุนของ"พ่อ"ช่วยต่อชีวิตจนมีวันนี้

      ทั้งนี้ ตั้งแต่ พ.ศ.2495 เป็นต้นมา “พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช” ได้พระราชทานพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ จำนวน 1 แสนบาท ให้แก่มหาวิทยาลัยแพทยศาสตร์ ตั้งเป็นทุน “ภูมิพล” ขึ้น เพื่อเก็บดอกผลพระราชทานเป็นทุนแก่นักศึกษามหาวิทยาลัยแพทยศาสตร์ผู้เรียนดี แต่ขัดสนทุนทรัพย์ ทุนนี้จะให้แก่นักศึกษาคนละ 200 บาทต่อเดือนเป็นเวลา1 ปี

เพราะทุนของ"พ่อ"ช่วยต่อชีวิตจนมีวันนี้

     นอกจากนั้น ได้พระราชทานทุนการศึกษาให้แก่บัณฑิตที่สอบได้คะแนนยอดเยี่ยมในสาขาวิชาต่างๆ ของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เพื่อเป็นรางวัลแก่นิสิตนักศึกษาที่เรียนดีแต่ขาดแคลนทุนทรัพย์เป็นประจำทุกปี ทั้งนี้เพื่อส่งเสริมกำลังใจและการศึกษาของนิสิตนักศึกษาให้มีความมานะอุตสาหะต่อการศึกษามากขึ้น และยังได้พระราชทานเป็นรางวัลด้านอื่นๆ อีกด้วย อาทิ การแต่งหนังสือ การแต่งเรียงความ

เพราะทุนของ"พ่อ"ช่วยต่อชีวิตจนมีวันนี้

     ต่อมา ได้พระราชทานทุนขยายไปยังมหาวิทยาลัยอื่นๆ ดังในคราวเสด็จฯ พระราชทานปริญญาบัตร ณ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (วิทยาลัยวิชาการศึกษาประสานมิตรเดิม) เมื่อวันที่ 18 ธันวาคม 2510 ได้พระราชทานพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์จำนวน 5 หมื่นบาท ตั้งเป็นทุนมูลนิธิ “ภูมิพล” และได้ตราระเบียบลงวันที่ 8 มกราคม 2511 แบ่งเป็นทุน 2 ประเภท ได้แก่ (ก) ทุนประเภทช่วยเหลือการศึกษา (ข) ทุนประเภทช่วยเหลือการทำปริญญานิพนธ์หรือการวิจัย

เพราะทุนของ"พ่อ"ช่วยต่อชีวิตจนมีวันนี้

    รวมถึงได้พระราชทานทุนมูลนิธิ “ภูมิพล” แก่บัณฑิตที่ได้คะแนนยอดเยี่ยมในสาขาวิชาต่างๆ ไปศึกษาต่อในต่างประเทศเพิ่มขึ้นอีก ซึ่งนักศึกษาที่ได้รับพระราชทานทุนนี้หลังจากสำเร็จการศึกษากลับสู่ประเทศไทยแล้ว ได้ออกปฏิบัติงานด้านพัฒนาเป็นประโยชน์แก่ประเทศชาติเป็นอย่างมาก (นวองค์บดี “ภูมิพล”. กรุงเทพ : โรงพิมพ์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2513 หน้า 30)

เปิดใจ “ครูลาว” รางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/298678

เปิดใจ “ครูลาว” รางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี

รางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี, ครูต่างชาติ, ครูลาว

“ครูต้องมีจริยธรรม ให้ความรักแก่นักเรียน และรักในวิชาชีพครู” หลักการสอน “ครูลาว – ครูติมอร์-เลสเต” ที่ได้รับรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี

     เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา (11 ต.ค.2560)สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จเป็นประธานพิธีพระราชทานรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี ครั้งที่ 2 ปี 2560 ให้แก่ครูผู้มีคุณสมบัติเป็นครูผู้สร้างการเปลี่ยนแปลงแก่ชีวิตของลูกศิษย์และมีคุณูปการต่อวงการศึกษาที่ได้รับการคัดเลือกจำนวน 11 รายจาก 11 ประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และติมอร์-เลสเต  ดำเนินการโดยมูลนิธิรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี ร่วมกับสำนักงานเลขาธิการคุรุสภา กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) สำนักงานส่งเสริมสังคมแห่งการเรียนรู้และคุณภาพเยาวชน (สสค.) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

        นางคูนวิไล เคนกิติสัก สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ครูใหญ่โรงเรียนประถมศึกษาทองคัง (Thongkang school) กรุงเวียงจันทร์ กล่าวถึงความรู้สึกที่ได้รับรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี ว่า รู้สึกดีใจถือเป็นเกียรติที่สุดในชีวิตที่เป็นครูมา 39 ปี เป็นเกียรติแก่วงศ์ตระกูลและประเทศชาติ โดยตนเป็นผู้บริหารและครู ผลงานดีเด่นเรื่องการเขียนแบบเรียนภาษาลาว และคณิตศาตร์ระดับประถม

เปิดใจ "ครูลาว" รางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี

นางคูนวิไล เคนกิติสัก สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ครูใหญ่โรงเรียนประถมศึกษาทองคัง (Thongkang school) กรุงเวียงจันทร์
นอกจากนี้ ยังมีหน้าที่ฝึกหัดครูใหม่ให้กับกระทรวงศึกษาธิการของ สปป.ลาว โดยจะแนะนำด้านวิชาการ การจัดเรียนการสอนของเด็ก หากิจกรรมที่จูงใจให้เด็กรักการเรียน ที่สำคัญครูต้องมีจริยธรรม ให้ความรักแก่นักเรียน อย่างไรก็ตาม ที่ประเทศลาวมีเด็กให้ความสนใจเรียนครูค่อนข้างมาก แต่อัตราการรับครูในโรงเรียนรัฐบาล รับได้เพียง 1ใน 3 ของผู้ที่จบเท่านั้น ที่เหลือไปทำงานในโรงเรียนเอกชน หรือเป็นอาสาสมัครเพื่อรอเวลาในการสอบเข้ารับราชการในโรงเรียนรัฐบาล
ด้าน นางลีโอโปลดีนา โจอานา กูเตเรส ครูจากประเทศติมอร์-เลสเต กล่าวว่า รู้สึกดีใจที่ได้รางวัล ขอบคุณที่ได้ให้โอกาส เพราะโรงเรียนของตนห่างไกลความเจริญแต่ยังได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ โดยตนเป็นทั้งครูและผู้บริหาร รับผิดชอบดูแลโรงเรียน 7 แห่ง มีนักเรียน 1,100 คน ครู 58 คน โรงเรียนที่ไกลที่สุดต้องเดินเท้าไป ใช้เวลาเดินทางไปและกลับ 12 ชั่วโมง ทำหน้าที่เป็นครูสอนวิชาภาษาอังกฤษ ภาษาโปรตุเกส ภูมิศาสตร์ และประวัติศาสตร์ ทั้งนี้ อาชีพครูที่ประเทศติมอร์-เลสเต ได้รับเงินเดือนน้อย ประมาณ 160 เหรียญสหรัฐ หรือ 6,000 บาทต่อเดือน ซึ่งแม้เงินเดือนจะน้อยมาก แต่เด็กรุ่นใหม่ก็มีความสนใจเรียนครูมาก ทั้งนี้ ผู้ที่จะมาเป็นครูได้ต้องรักในวิชาชีพครู หากคิดจะร่ำรวย หรือคิดเรื่องเงินก็ไม่สามารถมาเป็นครูได้

เปิดใจ "ครูลาว" รางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี

นางลีโอโปลดีนา โจอานา กูเตเรส ครูจากประเทศติมอร์-เลสเต
ครูลีโอโปลดีนา กล่าวต่อไปว่า จากการเดินทางมารับรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้าครั้งนี้ ได้เดินทางไปเยี่ยมชมพระเมรุมาศ งานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ได้เห็นโครงการพระราชดำริของพระองค์ โดยเฉพาะโครงการแก้มลิง เกี่ยวกับการเก็บกักน้ำ ทำให้เกิดความแนวคิดไปปรับใช้กับบ้านเกิดของตนเนื่องจากอาศัยอยู่บนภูเขาเพื่อเก็บกักน้ำ

#ขอเป็นข้ารองพระบาททุกชาติไป อารมณ์ไทยโซเชียลฯช่วงสวรรคตร.9

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/298565

#ขอเป็นข้ารองพระบาททุกชาติไป อารมณ์ไทยโซเชียลฯช่วงสวรรคตร.9

จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, นิเทศศาสตร์, ขอเป็นข้ารองบาททุกชาติไป, ฉันเกิดในรัชกาลที่ 9, ในหลวงรัชกาลที่ 9, วันสวรรคต, ช่วงเวลา, สื่อออนไลน์, นิเทศ, จุฬาฯ

นิเทศ จุฬาฯ เผยวิจัยภาพสะท้อนเชิงอารมณ์สื่อสังคมออนไลน์ในช่วงสวรรคตในหลวงรัชกาลที่ 9 ชี้ #ขอเป็นข้ารองพระบาททุกชาติไป #ฉันเกิดในรัชกาลที่ 9 สะท้อนอารมณ์คนไทย

        การสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรามหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่9  เมื่อเดือนตุลาคม2559 นับเป็นช่วงเวลาที่มีความอ่อนไหวและส่งผลต่อกระทบต่อจิตใจของคนไทยมากที่สุดในประวัติศาสตร์ 

        เมื่อวันที่ 10 ต.ค.2560 คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จัดเสวนา “สถิตอยู่ในใจตราบนิรันดร์ความผูกพันของคนไทย จากสมเด็จย่าสู่ในหลวงรัชกาลที่ 9” โดยนำเสนอผลงานของคณาจารย์คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาฯ ให้รับรู้ถึงความรัก ความผูกพัน และระลึกถึงพระบาทสมเด็จพระปรมินทร มหาภูมิพลอดุลยเดช และสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ผ่านงานวิจัยในโลกโซเชียลมีเดีย

ผศ.พิจิตรา สึคาโมโต้ และดร.แมททิว ฟิลลิปส์ คณะผู้วิจัยประยุกต์ใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์เพื่อเข้าถึงข้อมูลบทสนทนาของคนไทยที่เป็นภาษาไทยในสื่อสังคมออนไลน์ระหว่างวันที่ 12 ต.ค.2559- วันที่ 17 ต.ค.2559 ผ่านแพลตฟอร์มการพูดคุย ได้แก่ เฟสบุ๊ค อินสตราแกรม ทวิตเตอร์ ยูทูปและเว็บไซต์ข่าวจากสำนักข่าวทุกสำคัญ กล่าวถึงผลการศึกษาตอนหนึ่ง ว่า สื่อโซเซียลเป็นอีกหนึ่งช่องทางที่สะท้อนให้เห็นว่าคนคิดอะไรกันอยู่

ซึ่งจากการศึกษาคณะผู้วิจัยได้เห็นถึงความเคลื่อนไหวของบทสนทนาในสื่อสังคมออนไลน์ที่มีลักษณะเป็นคลื่น ซึ่งมีปริมาณเพิ่มขึ้นนับตั้งแต่วันที่ 12 ต.ค.2559 ที่เริ่มมีกระแสข่าวลือเกี่ยวกับพระอาการของในหลวงรัชกาลที่ 9 โดยปริมาณการสื่อสารขึ้นถึงขีดสุดในวันที่ 14 ต.ค.2559 ซึ่งเป็นหนึ่งวันหลังวันสวรรคตและลดลงตามลำดับในวันถัดมา

อย่างไรก็ตาม จากการศึกษาในเชิงปริมาณและเนื้อหาผ่านปริมาณคำที่ได้รับการจัดกลุ่มผ่านสัญลักษณ์ # ซึ่งเป็นภาษาของสื่อสังคมออนไลน์ในการจัดกลุ่มคำสำคัญในการสื่อสาร คณะวิจัยได้แบ่งการสื่อสารเป็นช่วงเวลา

ดังนี้ 1.ช่วงเกาะติดสถานกาณณ์ มีความน่าสนใจที่ไม่มีสื่อกระแสหลักรายงานข่าวดังกล่าวในวันที่ 12 ต.ค.2559 แต่อย่างไรก็ตาม ในขณะที่การเคลื่อนไหวในสังคมออนไลน์มีเพียง 125 ข้อความ เมื่อเข้าสู่วันที่ในหลวงรัชกาลที่ 9 สวรรคตเห็นปริมาณการโพสเพิ่มขึ้นกว่า 15 เท่า

รวมถึงการEngaement ของประเด็นดังกล่าวที่ผ่านการไลค์ แชร์ คอมเมนต์ที่พุ่งสูงขึ้นจากประมาณ 43,000 ไปสู่1.4 ล้าน อย่างก้าวกระโดด โดยเฉพาะช่วงแถลงการณ์ที่เป็นทางการตอน 19.00 น. สะท้อนการรอคอยข่าวและขอให้พระปกป้องคุ้มครอบในหลวงรัชกาลที่ 9 ดังจะเห็นข้อความ#ขออำนาจคุณพระรัตนตรัยและสิ่งศักดิ์สิทธิ์และพระสยามเทวาธิราชจงดลบันดาลให้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงหายจากพระอาการประชวรทั้งสิ้นทั้งปวงด้วยเทอญ#Longlivetheking#ทรงพระเจริญ

ช่วงที่ 2 ขอมีส่วนร่วมและแสดงออก ช่วงนี้ปริมาณเนื้อหาพุ่งขึ้นสูงสุดวันที่ 14 ต.ค.ตั้งแต่เวลา 08.00-10.00 น. และเวลา 14.30 น. ซึ่งเป็นเวลาของการเคลื่อนขบวนพระบรมศพ  โดยเนื้อหาที่โพสในช่วงนี้จะเป็นเนื้อหาที่สะท้อนอารมณ์ ความรู้สึก และแสดงออกซึ่งความห่วงหาที่มีต่อในหลวงรัชกาลที่ 9 เช่น #ฉันเกิดในรัชกาลที่ 9 #ขอเป็นข้ารองพระบาททุกชาติไป #อยากเก็บโพสต์นี้ไว้ในความทรงจำและแจ้งเตือนไปทุกปี นอกจากนี้ มีการติดแฮชแทคที่ระบุอัตลักษณ์ของผู้โพสต์เชื่อมโยงกับการที่ตนเองดำรงอยู่ในรัชสมัยของรัชกาลที่ 9 สะท้อนขอบเขตของการกำหนดพื้นที่ความเป็นตัวตนของผู้โพสต์ให้คนอื่นได้รู้ความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณที่มีต่อพระองค์

ช่วงที่ 3 ระลึกถึง ปริมาณข้อความลดลงจากวันที่ 14 ต.ค.2559 เกือบ 3 เท่า ซึ่งแพลตฟอร์มเฟสบุ๊คเป็นแพลตฟอร์มที่ได้รับความนิยมสูงสุด เมื่อเข้าสู่วันที่ 17 ต.ค.2559 ซึ่งเป็นวันทำงาน ปริมาณข้อความจะกระจุกในช่วงเวลา 10.0 น.

อย่างไรก็ตาม ข้อความในช่วงนี้จะมีลักษณะที่คลี่คลายอาการโศกเศร้าแต่ยังรำลึกถึงในหลวงรัชกาลที่ 9 ตาม # เช่น #ฉันเกิดในรัชกาลที่ 9 #ขอเป็นข้ารองพระบาททุกชาติไป #หัวใจ 6 ดวงที่สะท้อนความรักที่ผู้โพสต์มีต่อในหลวงรัชกาลที่ 9

คณะผู้วิจัย กล่าวต่อไปว่า ปรากฎการณ์การสื่อสารของคนไทยบนสื่อออนไลน์ในช่วงดังกล่าว เป็นกระแสการสื่อสารที่มีปริมาณสูงอย่างต่อเนื่อง แต่ไม่ใช่ในช่วงหลังจากที่ได้รับข่าวสารทันทีทันใด แต่จะเกิดหลังจากได้รับข่าวดังกล่าวแล้วหนึ่งวัน โดยเนื้อหาจะสะท้อนการแสดงออกซึ่งความอาลัยและความจงรักภักดีของคนไทยที่มีต่อในหลวงรัชกาลที่ 9 โดยแพลตฟอร์มที่มีบทบาทต่อคนไทยมากที่สด คือ เฟสบุ๊ค

นอกจากนี้เนื้อหาการสื่อสารยังสะท้อนความเชื่อดั้งเดิมซึ่งเป็นรากทางวัฒนธรรมของไทย  อาทิ เรื่องชาตินี้ชาติหน้า ศาสนาพุทธ เป็นต้น อีกทั้งยังพบว่าการสื่อสารที่เป็นจุดแพร่กระจายข่าวนั้น แม้จะมีศูนย์กลางอยู่ที่สำนักข่าวกระแสหลักก็ตาม แต่สื่อสังคมออนไลน์ และผู้ใช้ทั่วไปก็มีบทบาทพอสมควรในการเป็นศูนย์กลางการกระจายข่าวต่อไป

ด้าน ดร.ประภัสสร จันทร์สถิตย์พร อาจารย์ประจำภาควิชาวาทวิทยาและสื่อสารการแสดง เปิดเผยถึงผลการศึกษาสาระสำคัญของพระนิพนธ์ “จดหมายเหตุชาวบ้านข่าวสมเด็จย่าสวรรคตจากหนังสือพิมพ์” ข่าวหนังสือพิมพ์ในสายพระเนตรสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอเจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนากรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ตอนหนึ่งว่า ทำการศึกษาโดยวิเคราะห์เอกสาร  ตั้งแต่ปกในและ จดหมายเหตุต่างๆ โดยคำนำจะบอกเล่2าถึงความรู้สึกประทับใจในช่วงสมเด็จย่าสวรรคต ไม่มีข่าวอาชญากรรม ข่าวเบา และตั้งข้อสังเกตุว่าสื่อมวลชนได้คัดลอกภาพและพระรานิพนธ์จำนวนมาก

ผลการศึกษาแบ่งออกเป็น 3 ช่วงเวลา ได้แก่ ช่วงที่ 1สัปดาห์แรกของการสวรรคต วันที่ 19 ก.ค.2538-23 ก.ค.2538  ซึ่งการนำเสนอข่าวการสิ้นพระชนม์เป็นข่าวหนักเหมือนกันทั้งหมด บริบทที่สำคัญในช่วงนี้ คือ การถือเอาประกาศสำนักพระราชวังเป็หัวเรื่องสำคัญในการนำเสนอข่าวการสิ้นพระชนม์ สะท้อนการเคารพและยึดถึอพระราชประเพณีปฏิบัติ ช่วงที่ 2วันที่ 24 ก.ค.2538-28 ก.ค.2538

ช่วงเข้าสู่สัปดาห์ที่ 2 ของการสิ้นพระชนม์ การประกอบพระราชพิธีธรรม บำเพ็ญพระราชกุศล แะมีการเปิดให้เข้ากราบพระบรมศพในพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาทภายหลังพ้น 7 วันไปแล้ว และช่วงที่ 3 วันที่ 29 ก.ค.2538-3 ส.ค.2538 ห้วงเวลาการนำเสนอภาพของชายขอบหรือคนในส่วนภูมิภาคกลุ่มชนเผ่า ผู้พิการ ผู้ด้อยโอกาส รายงานจำนวนพสกนิกร ประชาชนที่หลั่งไหลมาสักการะพระบรมศพ รายงานข้อมูลเกี่ยวกับพระราชพิธี ที่จะดำเนินการต่อไป

ดร.ประภัสสร กล่าวอีกว่า 700 กว่าหน้าของจดหมายเหตุทั้ง 2 ฉบับ สรุปสาระหลักของการนำเสนอข่าวการสวรรคตของสมเด็จย่า เป็นไปในลักษณะเชิดชูและสรรเสริญ โดยนำเสนอ ดังนี้ 1.สาเหตุของการสิ้นพระชนม์ คือ ข้อมูลที่เกี่ยวกับการแจ้งถึงพระอาการประชวรตั้งแต่แรกเริ่ม ในอดีต ลำดับการพระอาการ และพระอาการสุดท้ายที่นำมาซึ่งการสิ้นพระชนม์                  2.ความโศกเศร้าและความสูญเสีย คือ ข้อมูลที่เกี่ยวข้องความรู้สึก อารมณ์ของกลุ่มคนต่างๆ ที่มีต่อการสิ้นพระชนมพ์ของสมเด็จย่า 3.พระราชประวัติ คือ ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับพระประวัติของสมเด็จย่าตั้งแต่ต้นจนถึงปลายของชีวิต รวมทั้งการเปลี่ยนผ่านจากสามัญชนสู่พระบรมวงศานุวงศ์ มีการหยิบยกพระราชนิพนธ์จำนวนมากแต่ขาดการอ้างอิง

4.การถวายความอาลัยและไว้ทุกข์ คือ ข้อมูลที่เกี่ยวกับกิจกรรม การสื่อสารเพื่อการแสดงความไว้อาลัย การไว้ทุกข์ของกลุ่มคนต่างๆ แนวปฏิบัติในการไว้ทุกข์ 5.พระราชกรณียกิจ คือ ข้อมูลที่แสดงถึงพระกรณียกิจ ผลงาน งานอดิเรก สถานที่เกี่ยวข้องกับพระราชกรณียกิจบุคคลที่ถวายงานสมเด็จย่า และ6. พระราชพิธี คือ ข้อมูลที่เกี่ยวกับพระราชพิธี พระพิธีที่จะเกิดขึ้นหรือเกิดขึ้น สืบเนื่องจากการสิ้นพระชนม์ของสมเด็จย่า

9 กิจกรรมตามรอยพ่อหลวง รัชกาลที่ 9

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/298647

9 กิจกรรมตามรอยพ่อหลวง รัชกาลที่ 9

9 กิจกรรมตามรอยพ่อหลวง, วันชุมชนซิตี้, รัชกาลที่, 2560

เปิด 9 กิจกรรมตามรอยพ่อหลวง รัชกาลที่ 9 จากการรวมใจของคนไทยพร้อมกิจกรรมพัฒนาสังคมจาก 91 ประเทศทั่วโลกใน “วันชุมชนซิตี้” ปี 2560

       “สังคม ใดก็ตาม ถ้ามีความเอื้อเฟื้อเกื้อกูลกัน ด้วยความมุ่งดีมุ่งเจริญต่อกัน  สังคมนั้นย่อมเต็มไปด้วยไมตรีจิต มิตรภาพ มีความร่มเย็นเป็นสุข น่าอยู่”ระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช  เป็นหนึ่งในพระราชดำรัส ที่กล่าวไว้เพื่อสอนคนไทยให้ดำเนินชีวิตด้วยการเอื้อเฟื้อเกื้อกูลกัน

เช่นเดียวกับ ธนาคารซิตี้แบงก์ ประเทศไทย  ซึ่งเป็นสถาบันการเงินชั้นนำของโลก ได้สืบทอดปณิธานของพระองค์เช่นเดียวกันผ่านโครงการเพื่อสังคม “วันชุมชนซิตี้” “Citi Global Community Day”  โดยโครงการดังกล่าวได้รับการสร้างสรรค์มาเพื่อเพื่อโอกาสให้อาสาสมัครซิตี้ได้แสดงออกถึงความรับผิดชอบต่อสังคมโดยการเป็นผู้ให้โดยได้จัดการต่อเนื่องยาวนานกว่า 12 ปี โดยในปี2560 ถือเป็นปีที่ 12 ที่ได้จัด และความพิเศษของการจัดในครั้งนี้ ได้น้อมนำแนวคิดตามรอยพระยุคลบาทในการพัฒนาสังคมในด้านต่างๆ โดยได้สะท้อนผ่าน 9 กิจกรรมอันทรงคุณค่าเพื่อสร้างสรรค์สังคม อันประกอบไปด้วย

9 กิจกรรมตามรอยพ่อหลวง รัชกาลที่ 9

   1.  กิจกรรมระดมทุน “School for Brighter Future – ปันน้ำใจเพื่ออนาคตที่สดใสของน้อง” เป็นการรวมใจของเหล่าอาสาสมัครซิตี้ เป็นแกนนำในการระดมทุนเพื่อสนับสนุนการพัฒนาสภาพโรงเรียน และทัศนียภาพของโรงเรียนและอาคารเรียนให้กับเด็กๆ เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนให้การศึกษาเข้าถึงกลุ่มคนทุกชนชั้น  โดยกิจกรรมนี้ได้พัฒนาโรงเรียนวัดทุ่งน้อย ในจังหวัดนครปฐม และโรงเรียนวัดบางนางลี่ใหญ่ จังหวัดสมุทรสงคราม

2. กิจกรรม “รักษ์ธรรมชาติ รักษ์วิถีชุมชน” กิจกรรมการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและการเรียนรู้วิถีชีวิตชุมชนชายฝั่งทะเล ย่านบางขุนเทียน ซึ่งผู้เข้าร่วมกิจกรรม  ได้มีโอกาสเรียนรู้เรื่องประโยชน์และพืชพันธุ์นานาชนิดของป่าชายเลน รวมถึงการร่วมแรงร่วมใจปลูกต้นโกงกางเพื่อเป็นแนวกันแผ่นดินจากการกัดเซาะและเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของสัตว์ในระบบนิเวศชายฝั่ง

9 กิจกรรมตามรอยพ่อหลวง รัชกาลที่ 9

 3. กิจกรรม “Sport with underprivileged youth – เสริมทักษะกีฬา สร้างคุณค่าเพื่อน้อง”อาสาสมัครได้ปลูกฝังการเล่นกีฬาให้กับเด็กด้อยโอกาสในประเทศไทยผ่านการร่วมฝึกซ้อมฟุตบอลกับเยาวชนด้อยโอกาส นับเป็นกิจกรรมตามรอยพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ซึ่งทรงมีพระปรีชาสามารถด้านการกีฬาและทรงสนับสนุนนักกีฬาไทยอย่างต่อเนื่อง

4. กิจกรรมลงแรง “School for Brighter Future  – ปันน้ำใจเพื่ออนาคตที่สดใสของน้อง” ครั้งที่ 2  โดยอาสาสมัครกว่า 200 คนได้ร่วมแรงร่วมใจทาสีอุปกรณ์ของเล่นและอุปกรณ์ออกกำลังกายพร้อมปรับสภาพสนามเด็กเล่น จัดห้องสมุด รวมถึงการทำความสะอาดโดยรอบโรงเรียนก่อนจะร่วมกันปลูกพืชผักในโครงการอาหารกลางวันของนักเรียนตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของรัชกาลที่ 9

9 กิจกรรมตามรอยพ่อหลวง รัชกาลที่ 9

5. กิจกรรมจิตอาสาโครงการ “Donation and separation of used items – น้ำใจสู่ไทย สู่ผู้ยากไร้  อาสาสมัครซิตี้ได้ร่วมกันบริจาคและจำแนกสิ่งของที่ไม่ใช้แล้วแต่ยังคงอยู่ในสภาพดี เช่น เสื้อผ้า กระเป๋า เครื่องประดับ และ ของเล่น ให้กับ ร้านปันกันจากมูลนิธิยุวพัฒ์ ซึ่งจะนำสิ่งของที่ได้รับบริจาคไปจำหน่ายเพื่อนำเงินมาสบทบเป็นทุนการศึกษาให้กับเด็กด้อยโอกาส ทั้งนี้กิจกรรมนี้สะท้อนการใช้ชีวิตอย่างพอเพียง เพื่อเป็นแนวทางในการดำรงชีวิตของเยาวชน

 6. กิจกรรม “พี่จูงน้อง ท่องโลกเกษตรพอเพียง”  อาสาสมัครทำหน้าที่เป็นพี่เลี้ยงพาน้องๆ พิการทางสมองและปัญญาจากบ้านราชาวดีหญิงและชายไปร่วมเรียนรู้วิถีเกษตรตามแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชและการลงมือปฏิบัติในพิพิธภัณฑ์มีชีวิต ณ พิพิธภัณฑ์การเกษตรเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 คลองหนึ่ง ปทุมธานี

7. กิจกรรม “Financial Education for community members – ปูเส้นทางการเงิน สู่ชุมชนเข้มแข็ง” กิจกรรมให้ความรู้แก่ประชาชนด้านการเงินพื้นฐาน และวางแผนการใช้จ่าย ให้แก่สมาชิกในชุมชนต่างๆ จำนวนกว่า 90 คนที่ส่วนใหญ่เป็นพ่อค้า แม่ค้าหรือรับจ้างรายวันจากกว่า 50 ชุมชนโดยรอบกรุงเทพมหานคร

8. กิจกรรม “Donation to Mirror Foundation – มอบน้ำใจแด่คนไทย ผ่านมูลนิธิกระจกเงา”  โครงการบริจาคของให้แก่มูลนิธิกระจกเงา โดยโครงการนี้จัดชึ้นเพื่อรับบริจาคสิ่งของที่ไม่ใช้แล้วและอยู่ในสภาพดี เช่นเหนังสือ, เสื้อผ้า , คอมพิวเตอร์, เฟอร์นิเจอร์ ,เครื่องใช้ไฟฟ้า ,ผ้าอ้อมผู้ใหญ่ อุปกรณ์การแพทย์ ,ข้าวสาร อาหารแห้ง, ของใช้ในครัวเรือน เพื่อให้ทางมูลนิธิได้นำไปส่งต่อแก่ผู้ขาดแคลนในชุมชน, ผู้ประสบภัย ในเมืองและต่างจังหวัด

9. กิจกรรมจิตอาสา “Flowers for the late king – ดอกไม้ กลั่นจากใจ ให้พ่อหลวง” โดยสมาชิกครอบครัวซิตี้ได้ร่วมกันประดิษฐ์ดอกไม้จันทน์จำนวน 10,000 ดอก เพื่อรำลึกและสืบสานพระปรีชาสามารถของพระองค์ด้านศิลปะ  มอบให้กับกรุงเทพมหานครเพื่อให้ในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพในเดือนตุลาคมนี้

9 กิจกรรมตามรอยพ่อหลวง รัชกาลที่ 9

ทั้งนี้ กิจกรรมดังกล่าวในประเทศไทยมีผู้เข้าร่วมรวมกว่า2,100 คน  โดยกิจกรรมรณรงค์ดังกล่าวได้จัดพร้อมกับอาสาสมัครกว่า 100,000 คนจาก 500 เมือง  91 ประเทศทั่วโลก ทำกิจกรรมผ่านโครงการต่างๆ ให้เข้ากับพื้นที่ของแต่ละชุมชนในแต่ละประเทศ กว่า1,500 โครงการ   อาทิ  ในนิวยอร์กซิตี้ จัดกิจกรรมดเตรียมอาหารเพื่อสุขภาพกว่า 200,000 ชุดเพื่อช่วยเหลือผู้ยากไร้ ทำความสะอาดและดูแลพื้นที่สีเขียวบริเวณริมแม่น้ำฮัดสัน เก็บรวบรวมและบริจาคจักรยานเพื่อเด็กด้อยโอกาส เและขียนจดหมายขอบคุณพร้อมจัดเตรียมชุดอุปกรณ์การดำรงชีพที่ถูกสุขลักษณะให้กับเหล่าทหารผ่านศึก เป็นต้น

ร่วมใจวาดภาพพระบรมสาทิสลักษณ์น้อมถวายอาลัย ร.9

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/298663

ร่วมใจวาดภาพพระบรมสาทิสลักษณ์น้อมถวายอาลัย ร.9

จเลย

ร.ร.เลยพิทยาคม วาดภาพพระบรมสาทิสลักษณ์น้อมถวายอาลัย ร.9 เพื่อใช้ประกอบเป็นฉากหลังพระเมรุมาศจำลอง ณ บริเวณหน้าศาลากลางจังหวัดเลย

       โรงเรียนเลยพิทยาคม อ.เมืองเลย จ.เลย สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา (สพม.) เขต 19 (เลย-หนองบัวลำภู) โดยกลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ ร่วมกับจังหวัดเลย จัดกิจกรรมให้อาสาสมัครร่วมกันวาดพระบรมสาทิสลักษณ์พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ที่ หอศิลป์ เลยพิทยาคม เพื่อใช้ประกอบเป็นฉากหลังพระเมรุมาศจำลอง ณ บริเวณหน้าศาลากลางจังหวัดเลย

ร่วมใจวาดภาพพระบรมสาทิสลักษณ์น้อมถวายอาลัย ร.9
       นายสถิต วิเศษสัตย์ หัวหน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ โรงเรียนเลยพิทยาคม อ.เมืองเลย จ.เลย สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 19 (เลย-หนองบัวลำภู) เปิดเผยว่า ร.ร.เลยพิทยาคม โดยกลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ ได้รับมอบหมายจากจังหวัดเลย ให้ดำเนินการจัดทำภาพประกอบฉากหลังพระเมรุมาศจำลอง ณ บริเวณหน้าศาลากลางจังหวัดเลย ที่จะใช้ประกอบในงานวางดอกไม้จันทน์ พระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในวันที่ 26 ตุลาคม 2560 ซึ่งภาพที่จะใช้ประกอบจะเป็นภาพวาดอริยะบทของในหลวง ร.9 ที่ไม่ซ้ำกัน สีขาว-ดำ จำนวนทั้งหมด 89 ภาพ ขนาด 0.81 X 1.20 เมตร จำนวน 88 ภาพ และขนาด 3 X 3.60 เมตร จำนวน 1 ภาพ และเมื่อแล้วเสร็จจะนำมาประกอบเป็นฉากหลังจะได้ขนาด 3.6 X 42 เมตร พร้อมกับพื้นที่จัดเตรียมไว้ให้ผู้เข้าร่วมพิธี หลังจากวางดอกไม้จันทน์ได้ปิดแผ่นทองเป็นข้อความว่า “ธ สถิตในดวงใจไทยนิรันดร์ จังหวัดเลย”

ร่วมใจวาดภาพพระบรมสาทิสลักษณ์น้อมถวายอาลัย ร.9ร่วมใจวาดภาพพระบรมสาทิสลักษณ์น้อมถวายอาลัย ร.9
        นายสถิต กล่าวต่อว่า กิจกรรมได้เริ่มดำเนินการมาตั้งแต่วันที่ 9 ตุลาคม 2560 ณ หอศิลป์ โรงเรียนเลยพิทยาคม โดยมีอาสาสมัคร ศิลปินอิสระ ครู อาจารย์ พ่อค้า ประชาชน และนักเรียน นักศึกษาจำนวนมากเข้ามาร่วมวาดภาพ ระบายสีน้อมถวายอาลัยในหลวง รัชกาลที่ 9 ซึ่งจะเปิดให้ทุกคนเข้ามาร่วมกิจกรรมครั้งนี้ ตั้งแต่เวลา 09.00 น. – 24.00 น.ทุกวัน จนถึงวันที่ 20 ตุลาคม 2560
นายสายันต์ ศรีสะอาด ครูโรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 52 จังหวัดเลย กล่าวว่า ได้เข้ามาร่วมวาดภาพถวายอาลัยในหลวง ร.9 ตั้งแต่วันแรกและจนกว่าจะเสร็จสิ้น เพราะซึ่งถือว่าเป็นโอกาสสุดท้าย และเป็นโอกาสที่ดีที่สุด

ร่วมใจวาดภาพพระบรมสาทิสลักษณ์น้อมถวายอาลัย ร.9ร่วมใจวาดภาพพระบรมสาทิสลักษณ์น้อมถวายอาลัย ร.9
       ส.ต.เอกชัย สุนทร หมวดดุริยางค์ มลฑณทหารบกที่ 28 กล่าวว่า ทราบข่าวกิจกรรมนี้จากลูกชาย ที่เรียนอยู่โรงเรียนเลยพิทยาคม โดยบอกว่าอยากจะให้พ่อมาร่วมวาดภาพถวายอาลัยในหลวง ร.9 ครั้งนี้ ประกอบกับตนเอง ทื่ชื่นชอบวาดภาพด้วย

ร่วมใจวาดภาพพระบรมสาทิสลักษณ์น้อมถวายอาลัย ร.9ร่วมใจวาดภาพพระบรมสาทิสลักษณ์น้อมถวายอาลัย ร.9ร่วมใจวาดภาพพระบรมสาทิสลักษณ์น้อมถวายอาลัย ร.9
ร่วมใจวาดภาพพระบรมสาทิสลักษณ์น้อมถวายอาลัย ร.9ร่วมใจวาดภาพพระบรมสาทิสลักษณ์น้อมถวายอาลัย ร.9

ด.ช.นันท์นภัส คุยกลาง และด.ญ.วลนิษฐา จันทนา นักเรียนั้น ม.3 โรงเรียนเลยพิทยาคมกล่าวว่า ช่วงนี้เป็นอยู่ในช่วงปิดเทอม จึงอยากจะใช้เวลาว่างให้เป็นประโยน์ โดยเลือกมาร่วมกิจกรรมวาดภาพถวายอาลัยในหลวง ร.9 ถวายอาลัยในหลวง ร.9 กับคุณครูที่โรงเรียน

วิทย์สุดสนุกรับปิดเทอมให้น้องประถมปลาย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/298640

วิทย์สุดสนุกรับปิดเทอมให้น้องประถมปลาย

กิจกรรมเด็ก, สวทช, ประเทศไทย

สวทช. จัดกิจกรรมวิทย์สุดสนุกรับปิดเทอมให้น้องประถมปลาย ในโครงการมหาวิทยาลัยเด็ก ประเทศไทย

      กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) โดยฝ่ายวิชาการและกิจกรรมพัฒนาเยาวชนวิทยาศาสตร์ ร่วมกับ นักวิจัยศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (เนคเทค) และศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (เอ็มเทค) จัดกิจกรรมวิทยาศาสตร์แสนสนุกรับปิดเทอมสำหรับน้องๆ ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 4-6 จำนวน 117 คน ใน “กิจกรรมมหาวิทยาลัยเด็ก ประเทศไทย ตอน สนุกวิทย์….คิดไปกับพ่อ” ณ บ้านวิทยาศาสตร์สิรินธร อุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย จ.ปทุมธานี เพื่อตะลุยแหล่งเรียนรู้ที่ช่วยเปิดประตูสู่โลกวิทยาศาสตร์ได้ตลอดเวลา พร้อมร่วมกิจกรรมทดลองเสริมทักษะการพัฒนาสู่ความยั่งยืนกับการประดิษฐ์รถพลังงานทางเลือก และทักษะการสังเกตเพื่อความสร้างสรรค์กับการสำรวจโลกจิ๋วผ่านเลนส์มิวอาย

วิทย์สุดสนุกรับปิดเทอมให้น้องประถมปลาย

นางฤทัย จงสฤษดิ์ ผู้อำนวยการฝ่ายอาวุโส ฝ่ายวิชาการและกิจกรรมพัฒนาเยาวชนวิทยาศาสตร์ สวทช. กล่าวว่า กิจกรรมมหาวิทยาลัยเด็ก ประเทศไทย ตอน สนุกวิทย์….คิดไปกับพ่อ เป็นกิจกรรมภายใต้โครงการมหาวิทยาลัยเด็ก ประเทศไทย ที่จัดขึ้นเพื่อส่งเสริมเด็กและเยาวชนให้ได้รับแรงบันดาลใจและมีทัศนคติที่ดีต่อการทดลองทางวิทยาศาสตร์ที่สนุกและท้าทาย ทำให้เกิดการพัฒนาศักยภาพการเรียนรู้ พัฒนาทักษะการสังเกต รู้จักตั้งคำถามและค้นหาคำตอบด้วยตนเองเพิ่มขึ้น

โดย สวทช. เป็นหนึ่งในหน่วยงานเครือข่ายที่ร่วมจัดกิจกรรมภายใต้โครงการอย่างเข้มแข็งและต่อเนื่อง มีพื้นที่ดำเนินโครงการคือ บ้านวิทยาศาสตร์สิรินธร อุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย ซึ่งกิจกรรมในครั้งนี้ น้องๆ นักเรียนประถมศึกษาชั้นปีที่ 4-6 จำนวน 117 คน มีโอกาสได้รับฟังการบรรยายเรื่องตะลุยแหล่งเรียนรู้ เปิดประตูสู่โลกวิทยาศาสตร์ และกิจกรรมการทดลอง 2 กิจกรรมคือ การพัฒนาสู่ความยั่งยืน และการสังเกตเพื่อความสร้างสรรค์

กิจกรรมมหาวิทยาลัยเด็ก ประเทศไทย ตอน สนุกวิทย์….คิดไปกับพ่อ ที่บ้านวิทยาศาสตร์สิรินธร อุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย เริ่มต้นด้วยการบรรยายเรื่อง ตะลุยแหล่งเรียนรู้ เปิดประตูสู่โลกวิทยาศาสตร์ โดย ดร.นำชัย ชีววิวรรธน์ ผู้อำนวยการฝ่ายแผยแพร่วิทยาศาสตร์ สวทช. ที่ทำให้ค้นพบว่า มนุษย์เราสามารถเรียนรู้ได้ตลอดเวลา และมีแหล่งให้สืบค้นและเรียนรู้ไม่จำกัด ขณะที่กิจกรรมการทดลองได้แบ่งน้องๆ ออกเป็น 2 กลุ่มสลับกันเรียนรู้ใน 2 ฐาน ได้แก่ กิจกรรมสังเกตเพื่อสร้างสรรค์ สำรวจโลกใบจิ๋วผ่านเลนส์มิวอาย

วิทย์สุดสนุกรับปิดเทอมให้น้องประถมปลายวิทย์สุดสนุกรับปิดเทอมให้น้องประถมปลาย

พี่ๆ ทีมวิจัยห้องปฏิบัติการวิจัยเทคโนโลยีโฟโทนิกส์ จากเนคเทค สวทช. ซึ่งเลนส์มิวอายมีความยืดหยุ่นทนทานต่อการใช้งาน สามารถติดกับกล้องมือถือหรือแท็บเล็ตและใช้งานเป็นกล้องจุลทรรศน์พกพาได้ โดยใช้งานร่วมกับอุปกรณ์ขาตั้งแบบ DIY ที่ช่วยกระตุ้นทักษะการเรียนรู้ของน้องๆ ในเรื่องแหล่งกำเนิดแสง แบตเตอรี่ และลูกบิดหมุนปรับระยะวัตถุ ทำให้น้องๆ สามารถสำรวจโลกใบจิ๋วผ่านเลนส์มิวอายได้อย่างสนุกยิ่งขึ้น เปิดประสบการณ์และสำรวจสิ่งต่างๆ รอบตัวได้มากขึ้น และการทดลอง กิจกรรมเปิดมุมมองนักคิดส์ วิศวกรรมยานยนต์พลังงานทางเลือก

นอกจากนั้น พี่ๆ ทีมวิจัยหน่วยวิจัยการออกแบบและวิศวกรรม จากเอ็มเทค สวทช. กิจกรรมนี้จะส่งเสริมทักษะการพัฒนาสู่ความยั่งยืน โดยน้องๆ จะต้องจับคู่กันทำงานทีมละ 2 คน โดยแต่ละทีมต้องทำการประดิษฐ์รถอย่างน้อย 1 คันจากอุปกรณ์และเวลาที่กำหนด เพื่อใช้ในการแข่งขันบนพื้นที่สนามแข่งขัน ทำให้น้องๆ สามารถเรียนรู้ว่า ยานยนต์ที่เราพบเห็นจะวิ่งได้อย่างไรหากไร้เชื้อเพลิง รวมถึงได้เรียนรู้ด้านการออกแบบและวิศวกรรมยานยนต์ด้วย

ทุ่งดอกดาวเรืองใต้กรอบภาพพ่อ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/298572

ทุ่งดอกดาวเรืองใต้กรอบภาพพ่อ

ดอกดาวเรือง, รรสตรีระนอง, พระบรมสาทิสลักษณ์

โรงเรียนสตรีระนอง ร่วมใจวาดภาพทุ่งดอกดาวเรือง ใต้กรอบภาพพระบรมสาทิสลักษณ์ในหลวงรัชกาลที่ 9 น้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณฯ และแสดงออกถึงความจงรักภักดี

       นายชวนะ คำกล้า ผู้อำนวยการโรงเรียนสตรีระนอง สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 14 (พังงา ภูเก็ต ระนอง) เปิดเผยว่า คณะครู นักเรียนโรงเรียนสตรีระนอง และประชาชนจิตอาสาร่วมกันวาดทุ่งดอกดาวเรือง ใต้กรอบภาพพระบรมสาทิสลักษณ์พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ในหลวงรัชกาลที่9 ที่จัดแสดงไว้ ณ บริเวณด้านหน้าโรงเรียนสตรีระนอง

ทุ่งดอกดาวเรืองใต้กรอบภาพพ่อ

ทั้งนี้ภาพพระบรมสาทิสลักษณ์ในหลวงรัชกาลที่ 9 เป็นภาพที่ครูและนักเรียนโรงเรียนสตรีระนองได้ร่วมกันวาดและจัดแสดงไว้เมื่อ 1 ปีที่ผ่านมา เพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณและแสดงออกถึงความจงรักภักดีต่อพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหา ภูมิพลอดุลยเดช ที่ทรงสวรรคต เมื่อวันที่ 13 ตุลาคม 2559

โดยมีคุณครูกิตติพงษ์  พันธ์เมือง ครูผู้สอนกลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ เป็นผู้ควบคุม ดูแล และแนะนำในการวาดภาพ  ผู้ปกครองและนักเรียนต่างให้ความสนใจและชื่นชมที่โรงเรียนสตรีระนองได้เปิดโอกาสให้นักเรียนได้แสดงออกถึงความจงรักภักดี เป็นอีกหนึ่งความภาคภูมิใจที่พวกเขาสามารถทำได้

ทุ่งดอกดาวเรืองใต้กรอบภาพพ่อ

ทุ่งดอกดาวเรืองใต้กรอบภาพพ่อ