วธ.รุกโปรโมทโขนทั่วโลก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/298462

วธ.รุกโปรโมทโขนทั่วโลก

เสนอยูเนสโกชูโขนเป็นมรดกจับต้องไม่ได้, ดันโขนเป็นมรดกจับต้องไม่ได้

วธ.เสนอให้โขนได้รับการบรรจุเป็นมรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติต่อยูเนสโก

     นายวีระ  โรจน์พจนรัตน์  รมว.วัฒนธรรม (วธ.) กล่าวว่า นับตั้งแต่วธ.เริ่มจัดโขน ไปแสดงยังประเทศต่างๆเพื่อเชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างประเทศเกือบครบทุกภูมิภาคทั่วโลกแล้ว ซึ่งแต่ละประเทศที่วธ.นำคณะโขนไปจัดแสดง ก็ได้รับการตอบรับเป็นออย่างดี โดยในปี 2561 จะนำคณะโขนไปแสดงยังกรุงเวียนนา ประเทศออสเตรีย

     การนำคณะโขนไปจัดแสดงยังประเทศต่างๆเพื่อเชื่อมความสัมพันธ์นนั้น วธ.จะดำเนินการอย่างต่อเนื่อง เพราะถือว่าเป็นแผนในการประชาสัมพันธ์โขนให้ทั่วโลกได้รู้จัก เพื่อการผลักดันให้โขนได้รับการบรรจุเป็นมรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติต่อองค์การการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ หรือยูเนสโก ซึ่งวธ.ได้เสนอเรื่องไปยังยูเนสโกแล้ว

    ล่าสุดได้ร่วมกับกระทรวงการต่างประเทศ จัดแสดงโขนเรื่องรามเกียรติ์ ที่โรงละครมารินสกี้ นครเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก ประเทศรัสเซีย เนื่องในโอกาสครบรอบ 120 ปี ความสัมพันธ์ทางการทูตไทย-รัสเซีย โดยนำคณะนาฏศิลปะและดนตรี จากกรมศิลปากร เมื่อวันที่ 4 ต.ค.ที่ผ่านมา สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จฯไปทรงเป็นประธานการแสดงโขนและทอดพระเนตรการแสดงโขน ณ โรงละครมารินสกี้ด้วย

     ทั้งนี้ไทยกับรัสเซียมีความสัมพันธ์มายาวนานทั้งในระดับราชวงศ์และด้านต่างๆ ซึ่งสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 เสด็จฯเยือนรัสเซียอย่างเป็นทางการ ในฐานะผู้แทนพระองค์ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เมื่อวันที่ 2-11 ก.ค. ปี 2550 เพื่อร่วมฉลองโอกาสครบรอบ 110 ปี ความสัมพันธ์ไทย-รัสเซีย

     นอกจากนี้ไทยและรัสเซีย มีการกระชับความสัมพันธ์ รวมถึงการส่งเสริมความร่วมมือและความตกลงทวิภาคีเรื่องต่างๆ มาต่อเนื่อง รวมทั้งความตกลงว่าด้วยความร่วมมือทางวัฒนธรรมไทย-รัสเซีย ซึ่งปัจจุบัน กระทรวงวัฒนธรรมไทยและรัสเซีย ได้จัดทำพิธีสารระหว่างกันแล้วจำนวน 3 ฉบับ โดยฉบับล่าสุดได้ลงนามบันทึกความเข้าใจ เมื่อปี 2558-2560

รำลึกในหลวงร.9 ผ่านหนังสือ“นวมรัชขัตติยานุสรณ์”

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/298448

รำลึกในหลวงร.9 ผ่านหนังสือ“นวมรัชขัตติยานุสรณ์”

มกรำลึกในหลวงร9ผ่านหนังสือ นวมรัชขัตติยานุสรณ์, คณะมนุษยศาสตร์, เรื่อง

คณะมนุษยศาสตร์ มก.จัดพิมพ์หนังสือ “นวมรัชขัตติยานุสรณ์” รำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ รวบรวมผลงาน99 เรื่อง แสดงความอาลัยต่อการเสด็จสวรรคต ในหลวงร.9

    มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ (มก.)ได้ร่วมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช”นวมรัชขัตติยานุสรณ์” ประกอบด้วย การบรรเลงและขับร้อง “บทเพลงผลงานสร้างสรรค์”

ได้แก่ เพลงโหมโรงนวราชาประพันธ์โดย ผศ.ณรงค์ เขียนทองกุล ต่อด้วย เพลงราษฎร์กำสรวล ประพันธ์โดยผศ.ภาณุภัค โมกขศักดิ์ และเพลงสิ้นแสงสุรีย์ ประพันธ์โดยอ.นัฐชา โพธิ์ศรี ประพันธ์ พร้อมจัดพิมพ์ “หนังสือ นวมรัชขัตติยานุสรณ์” รวบรวมผลงานรำลึกถึงพระบาทสมเด็จพระประมินทร มหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร เพื่อแสดงความอาลัยต่อการเสด็จสวรรคต

ดร.จงรัก วัชรินทร์รัตน์ รักษาการแทนอธิการบดีมก.กล่าวว่า คณะมนุษยศาสตร์ มก.ได้จัดพิมพ์หนังสือ นวมรัชขัตติยานุสรณ์ ซึ่งเป็นการรวบรวมผลงานรำลึงถึงพระบาทสมเด็จพระประมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร จำนวน 99 ผลงาน

อาทิ กวีนิพนธ์บทเพลง บันทึกความทรงจำ ภาพถ่าย ภาพวาด ภาพสร้างสรรค์เพื่อเป็นอมตานุสรณ์ในวาระดังกล่าว ทั้งได้อัญเชิญพระบรมฉายาลักษณ์ จำนวน 9 องค์ และพระบรมราโชวาทจำนวน 9 องค์ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตรที่เกี่ยวข้องกับมหาวิทยาลัย

และคำประกาศราชสดุดีเฉลิมพระเกียรติในคราวที่มก. ทูลเกล้าฯถวายปริญญาศิลปศาสตร ดุษฏีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาดนตรี และสาขาภาษาศาสตร์ประยุกต์เพื่อบันทึกและเผยแพร่พระเกียรติคุณด้านมนุษย์อีกทางหนึ่ง

อย่างไรก็ตาม การรวบรวมผลงานมีความสำคัญและเป็นประเด็นที่มหาวิทยาลัยจะดำเนินการอย่างต่อเนื่อง เพื่อเผยแพร่ และให้บุคลากร นิสิตมก.ตระหนักและน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณต่อพระองค์ท่านอย่างต่อเนื่อง

นอกจากนั้น เสวนา หัวข้อ “พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร กับงานด้านมนุษยศาสตร์” และ “จากพระราชจริยาวัตรและพระราชกรณียกิจสู่แรงบันดาลใจในชีวิต”โดยมีนายจิณณวัตร มั่นทรัพย์ อาจารย์คณะมนุษยศาสตร์มก. เจ้าของบทประพันธ์ “ภูมิพล กษัตริยาลัย” หนึ่งใน 99 เรื่อง กล่าวว่าท่านเป็นกษัตริย์นักดนตรีอย่างแท้จริง โดยเฉพาะเพลงแจ๊ส เพลงสถาบัน เพลงมาร์ช ที่สะท้อนให้เห็นถึงพระอัจฉริยภาพด้านดนตรีของพระองค์ท่านที่มีความหลากหลาย และเป็นต้นแบบความรู้ให้แก่นิสิตนักศึกษาที่เรียนดนตรีทุกคน ซึ่งทุกคนสามารถนำบทเพลงของพระองค์ท่านมาวิเคราะห์ เรียนรู้ได้

อีกทั้งการพระราชนิพนธ์เพลงแจ๊ส ทำให้เกิดวงดนตรีแจ๊สมากขึ้น ซึ่งดนตรีแจ๊สเป็นของต่างประเทศ หลายคนอาจไม่เข้าใจ พระองค์ท่านทำให้คนไทยเข้าใจดนตรีแจ๊สมากขึ้น และเข้าถึงได้ง่ายมากขึ้น อย่าง วงดุริยางค์ที่มีการนำบทเพลงพระราชนิพนธ์มาบรรเลง ดังนั้น การทรงดนตรีของพระองค์ท่านทรงเป็นที่ยอมรับทั้งในไทยและต่างประเทศ

“เมื่อปีที่ผ่านมา วันที่ประกาศสวรรคตในหลวงร. 9 และจะมีการเคลื่อนขบวนพระศพไปยังสนามหลวง ผมเป็นประชาชนชาวไทยคนหนึ่งในหลายๆ คนที่ไปเฝ้ารอการเคลื่อนขบวนพระศพพระองค์ท่าน แม้ระหว่างทางที่จะไปยังสนามหลวง ต้องเดินเท้า เนื่องจากรถติด แต่ทุกคนเดินเท้ามุ่งหน้าไปสนามหลวง ผมได้ไปเชิงสะพานพระปิ่นเกล้า ตั้งแต่บ่ายโมง และขณะที่ขบวนพระศพเคลื่อนตอน 5 โมงเย็น มีประชาชนเป็นหมื่นเป็นแสนรออยู่ตรงนั้น ตอนที่พระศพเคลื่อนผ่าน ไม่มีเสียงมนุษย์ มีเพียงเสียงใบไม้ เสียงลม และเสียงสะอื้นเบาๆ เป็นเสียงความเงียบความอาลัยต่อในหลวงร.9 จึงได้นำเรื่องราวที่เกิดขึ้นครั้งนั้น เป็นจุดเริ่มต้นในการประพันธ์เพลง เพื่อถวายความอาลัยของประชาชนที่มีต่อพระเจ้าแผ่นดิน”นายจิณณวัตรกล่าว

ด้าน น.ส.เขมนิจ จามิกรณ์ ศิษย์เก่าดีเด่น คณะมนุษยศาสตร์ มก.เจ้าของเรียงความ “น้อมรำลึกและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ – กล่าวว่า ทุกสิ่งที่พระองค์ท่านทรงทำ เป็นแนวคิด วิธีคิดที่สามารถนำมาปฎิบัติได้ เราถูกปลูกฝังมาตลอดจากพระราชกรณียกิจของพระองค์ท่าน และหลักคำสอน ไม่ว่าจะเป็น การรักชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

และยิ่งขณะนี้ได้เห็นพระราชกรณียกิจของพระองค์ท่านจำนวนมาก ดั่งคำกล่าวที่ว่า ลูกตื่นเมื่อพ่อหลับ เราได้รู้ถึงความดีงาม และสิ่งที่พระองค์ท่านทำเพื่อประชาชนชาวไทยมากมายที่ทุกคนสามารถเลือกดำเนินการตามพระองค์ท่านได้ ทั้งด้านดนตรี ภาษา การเกษตร การใช้ชีวิต โดยเฉพาะภาษา ที่เป็นเอกลักษณ์ของคนไทยที่ควรนำมาปฎิบัติ ใช้ภาษาไทยอย่างถูกต้อง

“เราในฐานะศิลปินนักแสดง ได้นำหลักคำสอนของพระองค์ท่านมาใช้ตลอด นักแสดง ศิลปินเหมือนเป็นคนที่อยู่ด้านหน้า สิ่งที่เรากระทำ แสดงออกย่อมสะท้อนไปถึงผู้อื่น หากทำทุกอย่างด้วยความบริสุทธิ์ใจ จริงใจ ตั้งใจทำ สิ่งที่เราสื่อออกมาก็จะเป็นประโยชน์ต่อผู้อื่น ทุกคนสามารถทำตามหน้าที่ตนเองได้ ซึ่งทุกคนต่างมีหน้าที่ โดยเราต้องเริ่มต้นจากตัวเราเอง ทำหน้าที่ของเรา ไม่หลงลืมว่าเราเป็นใคร กำลังทำอะไร และทำทุกอย่างเพื่อสังคม ประเทศชาติ เรียงความในหนังสือนวมรัชขัตติยานุสรณ์ เป็นการถ่ายทอดจากความรู้สึก ต่อพระองค์ท่าน เป็นสิ่งที่เราจะทำตามหน้าที่ของตัวเอง ซึ่งทุกคนต่างมีหน้าที่ การทำดีแม้จะเป็นเรื่องยากและเห็นผลช้า แต่ทุกคนต้องทำดี ทำตามความถนัด ความสามารถของเราเอง” น.ส.เขมนิจ กล่าว

สกสค.เท!! บอร์ดกองทุนเงินสนับสนุนพิเศษฯยกชุด

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/298447

สกสค.เท!! บอร์ดกองทุนเงินสนับสนุนพิเศษฯยกชุด

กองทุนสนับสนุนพิเศษ, สกสค, บอร์ด, ยกเลิกบอร์ดกองทุนสนับสนุนพิเศษ

มติบอร์ด สกสค.ยกเลิกกรรมการบริหารกองทุนเงินสนับสนุนพิเศษฯ ชี้ไม่กระทบการทำงาน เจรจาธ.ออมสิน ไม่หัก 1% เข้ากองทุนส่งที่ครูโดยตรงคาดเริ่มม.ค.61

     เนื่องจากกองทุนเงินสนับสนุนพิเศษและส่งเสริมความมั่นคง ตามโครงการสวัสดิการเงินกู้ ฌาปนกิจสงเคราะห์ช่วยเพื่อนครูและบุคลากรทางการศึกษา (ช.พ.ค.) สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา (สกสค.) ไม่ใช่มีสถานะเป็นนิติบุคคล

ซึ่งในการประชุมคณะกรรมการ สกสค.เมื่อวันที่ 9 ต.ค.60  นายพินิจศักดิ์ สุวรรณรังค์ เลขาธิการคณะกรรมการข้าราชครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) ปฏิบัติหน้าที่เลขาธิการ สกสค.ชี้แจงถึงสถานะของกองทุนเงินสนับสนุนฯ ว่าอยู่ในกำกับของสำนักงาน สกสค.ซึ่งมี  นพ.ธีระเกียรติ  เจริญเศรษฐศิลป์  รมว.ศึกษาธิการ เป็นประธาน จึงพิจารณาและมีมติให้ ยุบคณะกรรมการกองทุนสนับสนุนพิเศษฯและระเบียบ ข้อบังคับต่าง ๆ ที่ออกโดยคณะกรรมการกองทุนสนับสนุนพิเศษฯ ชุดที่ผ่านมา และให้คณะกรรมการสกสค. ซึ่งมีรมว.ศึกษาธิการ ดูแล

นพ.ธีระเกียรติ  กล่าวว่า  การยุบคณะกรรมการ จะไม่มีผลต่อการดำเนินงาน เพราะในอนาคตจะต้องตั้งคณะกรรมการกองทุนเงินสนับสนุนพิเศษฯ ขึ้นมาอีกชุดหนึ่ง เพื่อให้คำปรึกษาแต่ไม่มีอำนาจบริหารจัดการกองทุนฯ

ทั้งนี้ เมื่อยุบคณะกรรมการกองทุนเงินสนับสนุนฯ และข้อบังคับต่าง ๆ แล้ว จะต้องจัดทำข้อบังคับและยกร่างสัญญาข้อตกลงความร่วมมือที่ทำไว้กับธนาคารออมสินใหม่   เบื้องต้น ทางสำนักงานสกสค. จะไม่รับเงิน 1% ที่ธนาคารออมสินคืนเงินส่วนต่างเข้ากองทุนเงินสนับสนุนพิเศษฯ อีกต่อไป โดยจะคืนเงินในส่วนนี้ให้กับครูที่มีวินัยในการชำระหนี้ที่ดี

ส่วนแนวทางจะเป็นอย่างไรนั้น เป็นเรื่องที่ทางสำนักงานสกสค. และธนาคารออมสิน ต้องไปวางแนวทางร่วมกัน คาดว่า จะมีผลตั้งแต่เดือนมกราคม 2561 เป็นต้นไป

รมว.ศึกษาธิการ กล่าวต่อไปว่า ที่ประชุมยังหารือกรณี การทำประกันชีวิตครู ซึ่งขณะนี้มีหลายรายกรมธรรม์จะครบ 9 ปี ที่ผ่านมามีผู้ร้องเรียนเข้ามาจำนวนมากว่า เบี้ยประกันค่อนข้างสูง ดังนั้น มอบให้ สกสค. เข้าไปดูแลเรื่องนี้ โดยได้ศึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านการประกันชีวิต ธนาคารออมสิน ธนาคารแห่งประเทศไทย และผู้เชี่ยวชาญทางการเงินหลายแห่ง เพื่อดูเงื่อนไขการประกันที่ดีที่สุด เป็นธรรมกับครูที่สุดอยู่ที่ไหน ต้องทำทุกอย่างให้มีความยุติธรรมที่สุด ส่วนรายละเอียดจะดำเนินการอย่างไรนั้น ยังไม่สามารถบอกได้

ส่วนการติดตามเงินคืนจากธนาคารออมสิน ที่หักเงินกองทุนเงินสนับสนุนพิเศษฯ  เพื่อชำระหนี้แทนผู้กู้ที่ค้างชำระเกิน 3งวดขึ้นไปนั้น ก็ต้องว่ากันไปตามขั้นตอน  ซึ่งขณะนี้ธนาคารออมสินยังยืนยันว่า หักเงินตามข้อตกลงที่ทำไว้  ซึ่งเรื่องนี้ยังเป็นข้อถกเถียง โดยจะต้องมีการเจรจาร่วมกันอีกครั้ง คาดว่าจะได้ข้อยุติเร็ว ๆ นี้

ศิลปากรวาดภาพพระบรมสาทิสลักษณ์น้อมถวายอาลัยร.9

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/298347

ศิลปากรวาดภาพพระบรมสาทิสลักษณ์น้อมถวายอาลัยร.9

วาดภาพพระบรมสาทิสลักษณ์

ศิษย์ปัจจุบันศิษย์เก่าและอาจารย์คณะจิตรกรรมม.ศิลปากรวาดภาพพระบรมสาทิสลักษณ์บนผ้าใบ ขนาด1.90 เมตรx2.60เมตรรวม9ภาพเพื่อน้อมถวายอาลัยแด่ในหลวงร.9

    คณะจิตรกรรม มหาวิทยาลัยศิลปากร วาดภาพพระบรมสาทิสลักษณ์ในหลวงรัชกาลที่ 9เมื่อวันที่ 8 ตุลาคม 2560 นักศึกษาจากคณะจิตรกรรม ประติมากรรมและภาพพิมพ์ มหาวิทยาลัยศิลปากร วิทยาเขตวังท่าพระ

ศิลปากรวาดภาพพระบรมสาทิสลักษณ์น้อมถวายอาลัยร.9

ศิลปากรวาดภาพพระบรมสาทิสลักษณ์น้อมถวายอาลัยร.9ศิลปากรวาดภาพพระบรมสาทิสลักษณ์น้อมถวายอาลัยร.9

ทั้งศิษย์ปัจจุบัน ศิษย์เก่าและอาจารย์ประมาณ 50 คน ร่วมวาดภาพพระบรมสาทิสลักษณ์บนผ้าใบ ขนาด 1.90 เมตรx 2.60 เมตร รวมทั้งสิ้น 9 ภาพ

ศิลปากรวาดภาพพระบรมสาทิสลักษณ์น้อมถวายอาลัยร.9

ศิลปากรวาดภาพพระบรมสาทิสลักษณ์น้อมถวายอาลัยร.9

ศิลปากรวาดภาพพระบรมสาทิสลักษณ์น้อมถวายอาลัยร.9

ศิลปากรวาดภาพพระบรมสาทิสลักษณ์น้อมถวายอาลัยร.9

เพื่อน้อมถวายอาลัยแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช โดยภาพของในหลวงรัชกาลที่ 9 ทั้งหมดจะนำมาติดตั้งที่กำแพงมหาวิทยาลัยฝั่งถนนมหาราช หรือบริเวณฝั่งท่าช้าง

ศิลปากรวาดภาพพระบรมสาทิสลักษณ์น้อมถวายอาลัยร.9ศิลปากรวาดภาพพระบรมสาทิสลักษณ์น้อมถวายอาลัยร.9

ศิลปากรวาดภาพพระบรมสาทิสลักษณ์น้อมถวายอาลัยร.9


แม่วัยใสท้องพร้อมเรียนได้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/298309

แม่วัยใสท้องพร้อมเรียนได้

แม่วัยใส, ท้องก่อนวัยอันควร, ท้องไปเรียนไป, ยุทธศาสตร์, ดูแลช่วยเหลือ

สพฐ. จัด 3 ยุทธศาสตร์ ช่วยแม่วัยรุ่นท้องมีโอกาสเรียนต่อได้พร้อมเลี้ยงลูก ตั้ง 226 ทีม ดูแลช่วยเหลือ นร. ทุกเขตพื้นที่การศึกษา

     นายบุญรักษ์ ยอดเพชร เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (เลขาธิการ กพฐ.) กล่าวว่า จากการที่สื่อมวลชนลงข่าว ปัญหาวัยรุ่นตั้งครรภ์ก่อนวัยอันควร พร้อมแสดงความคิดเห็นว่าการตั้งครรภ์ด้วยความไม่พร้อมในทุก ๆ ด้าน ทำให้เกิดอัตราการคลอดก่อนกำหนดหรือมีความผิดปกติในอัตราที่สูงกว่าปกติมากซึ่งเป็นปัญหาที่อยู่ในสังคมไทยมานานแม้จะมีการรณรงค์กันอย่างต่อเนื่องก็ตาม

      ในเรื่องนี้ เลขาธิการ กพฐ. ชี้แจงว่า สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) มิได้นิ่งนอนใจได้ดำเนินการอยู่ 3 หลักยุทธศาสตร์ คือ 1.) จัดการเรียนรู้เพศวิถีศึกษาในโรงเรียน 2.) จัดการให้ครูสามารถสอนและให้คำปรึกษากับนักเรียนได้ 3. จัดให้มีระบบช่วยเหลือเมื่อเกิดเหตุ โดยจัดตั้งศูนย์เฉพาะกิจคุ้มครองดูแลช่วยเหลือเด็กนักเรียน (ฉก.ชน.) ทุกเขตพื้นที่การศึกษา จำนวน 225 ทีม และในส่วนกลางอีก 1 ทีม มีบุคลากรปฏิบัติงานประมาณ 1,000 คน ดำเนินการ ดูแลนักเรียนวัยรุ่นที่ตั้งครรภ์ และกรณีสถานการณ์อื่น ๆ โดยมุ่งประโยชน์สูงสุดของเด็กเป็นสำคัญ

      เลขาธิการ กพฐ. เปิดเผยว่า กรณีนักเรียนหญิง สพฐ. ได้ดำเนินการใน 3 ลักษณะ คือ 1. ถ้าพบและสามารถจัดการให้นักเรียนได้ไปเรียนอยู่ที่บ้าน ส่งการบ้านและข้อสอบ พร้อมจัดครูไปสอนพิเศษให้ในบางรายวิชา 2. ให้ไปเรียนที่บ้าน และอาจย้ายโรงเรียนหลังคลอด เพื่อตั้งต้นใหม่ 3. ถ้าไม่มีผู้ดูแลลูก จะประสาน ให้แม่เรียน กศน. หรือเรียนหลักสูตรพิเศษที่โรงเรียนของ สพฐ. ในบางโรงเรียน และขณะนี้ ทางกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) มีสถานที่รับเลี้ยงเด็กแรกเกิด ซึ่งอาจมีการประสานให้นำลูกไปฝากเลี้ยง เมื่อเรียนจบและมีความพร้อมจึงไปรับลูกกลับมาดูแลเอง

      สำหรับกรณีนักเรียนชาย จะดูแลให้ได้เรียนต่อ อาจเรียนที่เดิมหรือย้ายโรงเรียนตามความเหมาะสม โดยขอให้มาเลี้ยงลูกในวันเสาร์อาทิตย์เพื่อจะได้เกิดการเรียนรู้การรับผิดชอบ และทำให้ลูกที่เกิดมาได้รับความอบอุ่นด้วย

4โมงครึ่งวันนี้“คีตราชา”26 ชีวิตบรรเลงเพลงพระราชนิพนธ์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/298184

4โมงครึ่งวันนี้“คีตราชา”26 ชีวิตบรรเลงเพลงพระราชนิพนธ์

เพลงพระราชนิพนธ์, โรมูสิกา จูเนียร์, ไลฟ์สด, นักเรียน, ดนตรี, คีตราชา, โปรมูสิกา, จูเนียร์, ProMusicaJunior, วันนี้

นักเรียนในโครงการคีตราชา โปรมูสิกา จูเนียร์ แคมป์และครู 26 คน จะร่วมกันแสดงบทเพลงพระราชนิพนธ์ในหลวงร.9 ไลฟ์ผ่านเฟซบุ๊ค ProMusicaJunior วันนี้ 8 ต.ค.เวลา16.30 น

     นักเรียนในโครงการคีตราชา โปรมูสิกา จูเนียร์ แคมป์ 21 คนที่คัดเลือกจากผู้เข้าร่วมโครงการกว่า 100 คน และครูอีก 5 คน จะร่วมกัน แสดงบทเพลงพระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชบรมนาถบพิตร อันทรงคุณค่าที่พระราชทานให้พสกนิกรชาวไทย ทางเฟซบุ๊คแฟนเพจ https://www.facebook.com/ProMusicaJunior/ ในวันอาทิตย์ที่ 8 ตุลาคมนี้ เวลา 16.30 -17.00น.เพื่อเป็นการระลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณที่มีต่อปวงชนชาวไทย

4โมงครึ่งวันนี้“คีตราชา”26 ชีวิตบรรเลงเพลงพระราชนิพนธ์

     โครงการ คีตราชา โปรมูสิกา จูเนียร์ แคมป์ จัดขึ้นต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 แล้ว โดยบริษัท บุญรอด บริวเวอรี่ จำกัด และบริษัท สิงห์ คอร์เปอเรชั่น จำกัดร่วมกับคณะดุริยางคศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร ซึ่งในปีนี้เยาวชน 100 คนที่เข้าร่วมโครงการจากทุกภูมิภาคทั่วประเทศ และได้รับการคัดเลือกได้เข้าค่ายฝึกอบรมดนตรีที่กรุงเทพฯ เป็นเวลา 1 สัปดาห์ จำนวน 21 คน เพื่อเพิ่มพูนความรู้ ความสามารถด้านดนตรีคลาสสิกและบทเพลงพระราชนิพนธ์ ในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร

4โมงครึ่งวันนี้“คีตราชา”26 ชีวิตบรรเลงเพลงพระราชนิพนธ์

       โดยบทเพลงพระราชนิพนธ์ที่อัญเชิญมาเป็นโจทย์ฝึกซ้อมและบรรเลงในปีนี้ ได้แก่อาทิตย์อับแสง (Blue Day)และแผ่นดินของเรา (Alexandra) พร้อมด้วยRequiem in D minor K.626 บทเพลงคลาสสิกที่แสดงถึงความอาลัย ผลงานของโมสาร์ท อัจฉริยะทางดนตรีระดับโลก

4โมงครึ่งวันนี้“คีตราชา”26 ชีวิตบรรเลงเพลงพระราชนิพนธ์

      แคมป์ดนตรีครั้งนี้ ได้รับเกียรติจากนักดนตรีระดับประเทศ ดร.ทัศนา นาควัชระ นักไวโอลินมืออันดับต้นของเมืองไทยเป็นผู้อำนวยการโครงการฯ อาจารย์กิตติคุณ สดประเสริฐ  นักประพันธ์ดนตรีชื่อดังและเหล่าคณาจารย์จากสถาบันดนตรีอีกหลายท่านร่วมฝึกสอน ทั้งยังมีผู้ฝึกสอนรับเชิญพิเศษสำหรับปีนี้ คือโรลองด์ บาลดินี(Roland Baldini)จากกรุงเวียนนา ประเทศออสเตรีย หนึ่งในนักดนตรีชาวต่างชาติที่ซาบซึ้งกับบทเพลงพระราชนิพนธ์และเคยร่วมเล่นดนตรีกับ ฯพณฯ องคมนตรี พลเรือเอก หม่อมหลวง อัศนี ปราโมช ซึ่งจะร่วมกันเตรียมความพร้อมให้เหล่าเยาวชนของโครงการฯโดยเยาวชนไทยทั้ง 21  คน และอาจารย์ฺอีก 5 คน

4โมงครึ่งวันนี้“คีตราชา”26 ชีวิตบรรเลงเพลงพระราชนิพนธ์

ฟ้าใส-น.ส.พันศิตา วสุธาร

     “น้องฟ้าใส-น.ส. พันศิตา วสุธาร” อายุ 16 ปี โรงเรียนดาราวิทยาลัย เชียงใหม่ เล่นเครื่องดนตรี “เชลโล” เข้าร่วมโครงการเป็นปีที่ 2 บอกว่ารู้สึกปลื้มปิติที่มีโอกาสได้เล่นบทเพลงพระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ไม่ว่าจะเป็น อาทิตย์อับแสง (Blue Day) และแผ่นดินของเรา (Alexandra)พร้อมด้วย Requiem in D minor K.626 บทเพลงคลาสสิกที่แสดงถึงความอาลัย ผลงานของโมสาร์ท อัจฉริยะทางดนตรีระดับโลก ในวาระพิเศษนี้ จะตั้งใจเล่นให้สุดความสามารถ

       ฟ้าใส เล่นดนตรี ตั้งแต่ ม.1 เริ่มเล่น ไวโอลิน ปัจจุบัน อยู่วง LALUNA  ENSEMBLE เล่นดนตรีได้ทั้งเปียโน และเชลโล เธอบอกว่าจะเข้าโครงการนี้อย่างต่อเเนื่องปีหน้าก็จะมาเข้าร่วมโครงการอีก เพราะได้ทั้งประสบการณ์ ได้พัฒนาฝีมือมากขึ้น

4โมงครึ่งวันนี้“คีตราชา”26 ชีวิตบรรเลงเพลงพระราชนิพนธ์

เบนซ์-น.ส.ธนภรณ์ ลาภส่งผล

        เช่นเดียวกับ น้องเบนซ์-น.ส. ธนภรณ์ ลาภส่งผล อายุ 16 ปี โรงเรียนหัวหินวิทยาลัย ประจวบคีรีขันธ์ เล่นเครื่องดนตรี “เบส” ที่เข้าร่วมโครงการนี้เป็นครั้งแรก ก็จะเข้าร่วมโครงการนี้อีกอย่างแน่นอน แม้ว่าปีหน้าจะต้องออดิชั่นยากและเข้มกว่าเดิมก็ตาม ก็ต้องพยายามสมัครเข้าร่วมโครงการให้ได้ เพื่อให้ทางทีมงานไปจัดทำ WORK SHOP ให้ที่โรงเรียนเพื่อเตรียมความพร้อมก่อนที่จะมาออดิชั่น เพื่อคัดเลือกเข้าร่วมโครงการ

4โมงครึ่งวันนี้“คีตราชา”26 ชีวิตบรรเลงเพลงพระราชนิพนธ์

        สำหรับปีนี้มีนักเรียนสมัครเข้าร่วมโครงการ 100 กว่าคนจาก 50 กว่าโรงเรียน แม้ว่า“เบนซ์” จะมีเวลาฝึกซ้อมท่อนแรก Requiem in D minor K.626 บทเพลงคลาสสิกที่แสดงถึงความอาลัย ผลงานของโมสาร์ท เฉพาะที่โรงเรียนเพราะไม่มีเครื่องดนตรีเป็นของตนเอง แต่เธอก็ผ่านเข้ารอบมาได้เป็น 1 ใน 21 นักเรียนที่จะได้เล่นเพลงในโอกาสพิเศษนี้

       “ปีหน้าก็หนูจะมาเข้าร่วมโครงการนี้อีก เพราะจะได้เล่นเพลงพระราชนิพนธ์ แม้ว่าจะออดิชั่นยากขึ้นก็จะพยายาม เพื่อให้ได้ติดเข้ารอบ  และปีต่อๆไป ก็จะมาอีก จะยากแค่ไหน หนูก็จะพยายามทำให้ดีที่สุด เพื่อพระองค์ท่าน ต้องทำให้ได้ ทำให้ติดเข้ารอบทุกๆปีไป” น้องเบนซ์ กล่าว

0 หทัยรัตน์ ดีประเสริฐ 0

qualitylife4444@gmai.com

เด็กขอพื้นที่ร.ร.สร้างเครือแกนนำ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/298199

เด็กขอพื้นที่ร.ร.สร้างเครือแกนนำ

ศรีสะเกษโมเดล, นักเรียน, เด็ก, ครอบครัว, ท้องก่อนวัยเียน, สร้างกลไกกลาง

มรภ.ศรีศรีสะเกษ –สร้างงานวิจัยเชิงพื้นที่ ข้อค้นพบ “สร้างกลไกกลาง”คนทำงานด้านเด็กและเยาวชน เดินหน้าสู่เป้าหมาย “ศรีสะเกษโมเดล” นร.สะท้อนขอพื้นที่สร้างเครือข่าย

       วิทยาลัยกฎหมายและการปกครอง มหาวิทยาลัยราชภัฎศรีสะเกษ โดยศูนย์วิจัยและบริการวิชาการด้านเด็กและเยาวชน จังหวัดศรีสะเกษ จัดสัมมนาการขับเคลื่อนการทำงานวิชาการด้านเด็กและเยาวชนจังหวัดศรีสะเกษ ภายใต้โครงการวิจัยเด็กและเยาวชนสังคมอีสานใต้ จากการสนับสนุนของสำนักสนับสนุนสุขภาวะเด็ก เยาวชนและครอบครัว สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)

เพื่อนำเสนอรายงานความก้าวหน้าผลการดำเนินงานของศูนย์วิจัยและบริการวิชาการด้านเด็กและเยาวชน และเพื่อระดมความคิดในการกำหนดทิศทางการขับเคลื่อนงานวิชาการด้านเด็กและเยาวชนจังหวัดศรีสะเกษ ณ ห้องประชุมสุขวิช รังสิตพล โรงแรมศรีพฤธาลัย ราชภัฎสัมมนาคาร มหาวิทยาลัยราชภัฎศรีสะเกษ อ.เมือง จ.ศรีสะเกษ

เด็กขอพื้นที่ร.ร.สร้างเครือแกนนำ

       นายประจวบ จันทร์หมื่น ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยและบริการวิชาการด้านเด็กและเยาวชน กล่าวว่า การขับเคลื่อนการทำงานวิชาการด้านเด็กและเยาวชนจังหวัดศรีสะเกษ เป็นการสนับสนุนทุนวิจัยให้กับนักวิชาการในมหาวิทยาลัยราชภัฎศรีเกษ ดำเนินโครงการวิจัยร่วมกับคนในพื้นที่ ชุมชน ท้องถิ่นในจังหวัดศรีสะเกษ จำนวน 10 โครงการ ได้แก่ 1.การสะท้อนเชิงสังคมวัฒนธรรมที่ส่งผลต่อความสามารถในการบริหารการรู้คิด อารมณ์ และพฤติกรรม (Executive Functions) ด้านการยั้งคิดและควบคุมแรงปรารถนาของตน เกี่ยวกับเรื่องเพศศึกษาในเด็กระดับประถมศึกษา 2.การสร้างการคิดเพื่อชีวิตของเด็กและเยาวชนชาวกูย 3.นิทานท้องถิ่นกับการสร้างการเรียนรู้เพื่อส่งเสริมทักษะชีวิตเด็กปฐมวัยในชุมชนชาวกูยบ้านเปือยนาสูง 4.การสื่อสารเพื่อป้องกันการตั้งครรภ์ของวัยรุ่น 5.การบูรณาการข้อมูลเพื่อวิเคราะห์สาเหตุของการเกิดปัญหาด้านเด็กและเยาวชน

เด็กขอพื้นที่ร.ร.สร้างเครือแกนนำ

6.การเสริมสร้างคุณภาพชีวิตของเด็กและเยาวชนเรียนรู้เท่าทันสื่อออนไลน์ กรณีศึกษา ชุมชนพันทาน้อย 7.แนวทางการสร้างกลไกความร่วมมือของชุมชนในการสร้างภูมิคุ้มกันการตั้งครรภ์ไม่พร้อมของเด็กและเยาวชนบ้านละทาย 8.กระบวนการกลุ่มเพื่อการเรียนรู้เศรษฐกิจฐานราก ของเยาวชนในชุมชนบ้านคำเมย 9.บทบาทเยาวชนในการสร้างมาตรการแก้ไขป้องกันการสูบบุหรี่ในชุมชน  บ้านกระแชงใต้ และ10.แนวทางการพัฒนายุวพลเมืองภายใต้สังคมพหุวัฒนธรรม : กรณีศึกษาตำบลกระแชง

เด็กขอพื้นที่ร.ร.สร้างเครือแกนนำ

“โครงการวิจัยทั้ง 10 เรื่อง สะท้อนภาพที่เป็นจุดร่วมสำคัญ คือ 1.เด็กศรีสะเกษดำรงชีวิตอยู่ท่ามกลางสังคมเปราะบาง ทั้งฐานะยากจน ครอบครัวอพยพ อยู่บนพื้นที่เสี่ยง สุรา บุหรี่ ความรุนแรง 2.บทบาทท้องถิ่นในการสร้างกลไกการดูแลเด็กและเยาวชน 3.พลังสร้างสรรค์ของเด็กและเยาวชนมีจำนวนมากมีพื้นที่ให้แสดงออก 4.การขับเคลื่อนงานด้านเด็กที่หลากหลายยังไม่มีประเด็นร่วมระดับจังหวัด ดังนั้น จึงมีข้อเสนอการขับเคลื่อนเชิงนโยบายที่เห็นร่วมกันคือการสร้างพื้นที่การมีส่วนร่วม ใน 3 ประเด็น ได้แก่ 1.สร้างกลไกกลางการขับเคลื่อน 2.หาประเด็นร่วม 3.สร้างปฏิบัติการรูปธรรมในพื้นที่ ฉะนั้น จังหวัดศรีสะเกษจำเป็นต้องสร้างกลไกกลางร่วมขับเคลื่อนงานด้านเด็กและเยาวชน ภายใต้ทิศทางร่วมที่มีพลัง” นายประจวบ กล่าว

เด็กขอพื้นที่ร.ร.สร้างเครือแกนนำ

       นางเพ็ญพรรณ จิตตะเสนีย์ ผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนสุขภาวะเด็ก เยาวชนและครอบครัว กล่าวว่า ศรีสะเกษมีทุนของผู้บริหารและเด็กที่มีศักยภาพมากพอในการขับเคลื่อนทั้งด้านการศึกษาและการพัฒนาสังคม การที่ได้พบเจอผู้บริหารที่มีความเข้าใจและพัฒนาเด็กในเชิงบวกมีไม่มากนัก ดังนั้น การมองปัญหาในพื้นที่คนที่อยู่ในพื้นที่จึงเป็นส่วนหนึ่งในองค์ประกอบของประเทศและโลก โดยปัญหาที่เกิดเป็นปัญหาโดยรวมของประเทศ ซึ่งสถานการณ์ภายนอกที่เกี่ยวกับประเทศเรา จะพบว่าบ้านเรามีปัญหานานแล้ว ถึงแม้ว่าขณะนี้ จะใช้แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 12 ซึ่งมุ่งเน้นการพัฒนาคน แต่ประเด็นปัญหาที่ถูกวิเคราะห์เรื่องประชากรยังไม่ดี เพราะในอีก 5-10 ปีข้างหน้าจะเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุเต็มรูปแบบ เมื่อเด็กเกิดน้อยลงกำลังแรงงานที่จะเติบโตขึ้นไปสัดส่วนจึงมีความแตกต่างกันมาก ดังนั้น หากคุณภาพเด็กที่เกิดมายังเจอปัญหาที่แก้ไม่ได้ ในอนาคตอีก 10 ปี ประเทศก็จะอ่อนแอ

“ปัญหาอยู่ที่ตัวคน แต่มิติของการแก้ปัญหาอยู่ที่หลายหน่วยงานจะเข้ามาช่วยกันแก้ไขเชิงระบบ ตั้งแต่เด็กเกิดจนเข้าสู่มหาวิทยาลัย ดังนั้น การทำงานนโยบายอะไรก็ไม่สำคัญเท่ากับการปฏิบัติการในพื้นที่ ซึ่งกลไกระดับจังหวัดในการมีศูนย์วิชาการที่จะทำข้อมูลมาช่วยแก้ไขปัญหาคือสิ่งที่ดีที่สุด ฉะนั้น หน่วยงานที่เป็นหน่วยงานกลางเชิงสถาบันการศึกษาที่ได้รับการยอมรับจากหน่วยงานและสนับสนุนกลไกที่เกี่ยวข้องได้ใช้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ ทั้งการแก้ไขปัญหาในโรงเรียน ชุมชน ท้องถิ่น สิ่งที่สำคัญและจะเกิดผลสำเร็จคือโครงสร้างระดับจังหวัดบูรณาการกับปัญหาของตนเอง ดังนั้น อยากให้เกิดโมเดลการพัฒนาเด็กและเยาวชนศรีสะเกษที่เห็นการเปลี่ยนแปลงในตัวเด็กและเยาวชนที่บอกผลได้” นางเพ็ญพรรณ กล่าว

เด็กขอพื้นที่ร.ร.สร้างเครือแกนนำ

     น.ส.กัญญารัตน์ เสาเหลี่ยม ตัวแทนเด็กและเยาวชนศรีสะเกษ กล่าวว่า เด็กอยากได้พื้นที่สร้างแกนนำของตนเองในโรงเรียน และขยายเครือข่ายที่ใหญ่ขึ้นไปในหมู่บ้าน ตำบล เพื่อร่วมกันออกแบบในสิ่งที่เด็กกับเด็กคุยกันรับรู้ถึงความต้องการที่เข้าใจกันทำในสิ่งที่ชอบ โดยมีผู้ใหญ่ให้การสนับสนุน ซึ่งขณะนี้ ปัญหายาเสพติด บุหรี่ ท้องก่อนวัยอันควรยังมีอยู่มากในพื้นที่จังหวัดศรีสะเกษ

ปัญหาที่เกิดขึ้นกับสภาวะแวดล้อมและตัวของเด็กเอง เพราะเด็กบางคนไม่สนิทกับครอบครัว มีกรณีเพื่อนในห้องเรียนพลาดจนท้อง ไม่กล้าปรึกษาพ่อแม่ก็ไปปรึกษาเพื่อนก็แนะนำไปทำแท้ง ถ้าหากครอบครัวอบอุ่นจะทำให้เด็กกล้าที่จะปรึกษาพ่อแม่มากกว่าปรึกษาเพื่อนในวัยเดียวกันซึ่งมีวุฒิภาวะที่ไม่มากพอ ฉะนั้น จะทำให้เส้นทางของเด็กและผู้ปกครองเป็นเส้นเดียวกันได้อย่างไร

เด็กขอพื้นที่ร.ร.สร้างเครือแกนนำ

      ด้านนางสาวจันที สมนา หัวหน้าบ้านพักเด็กและครอบครัว จังหวัดศรีสะเกษ กล่าวว่า เด็กต้องมีส่วนในการสร้างสังคม แต่ประเทศไทยมักจะกำหนดให้เด็กต้องทำตามนโยบาย ดังนั้น การกำหนดนโยบายด้านเด็กก็จะต้องให้เด็กมีส่วนร่วมด้วย โดยให้เด็กคิด เด็กทำ เด็กแก้ จะยั่งยืน แต่ทุกวันนี้ เราวิ่งตามเด็กและมองเด็กที่เป็นปัญหาคือปัญหา สิ่งที่เด็กแสดงออกจะจะดีหรือไม่ดีหรือเด็กกลุ่มเสี่ยงจงอย่าไปโทษเด็ก แต่ต้องดูว่าสถาบันครอบครัวให้โอกาสเด็กมากน้อยอย่างไร

ทั้งนี้ ได้มีการออก พ.ร.บ.ส่งเสริมการพัฒนาเด็กและเยาวชน แห่งชาติ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2560 กำหนดให้องค์การบริหารส่วนตำบล เทศบาล โดยหัวหน้าบ้านพักเด็กและครอบครัวในแต่ละจังหวัด จัดให้มีสภาเด็กและเยาวชนตำบล สภาเด็กและเยาวชนเทศบาล ดังนั้น พม.ขอให้เด็กไปสมัครกันมากๆ เพราะเด็กใช้ภาษาเดียวกันพูดคุยกันรู้เรื่องและเข้าใจเด็กในวัยเดียวกัน จึงอยากได้เด็กรุ่นใหม่มาช่วยกันคิด แก้ไขปัญหาสังคม

แม่อุ้มลูกวิ่งน้ำตานอง”กราบ “พ่อ”คนสุดท้าย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/298138

แม่อุ้มลูกวิ่งน้ำตานอง”กราบ “พ่อ”คนสุดท้าย

พระบรมศพ, แม่อุ้มลูก, กราบคนสุดท้าย, กราบ

สุดประทับใจ!เรื่องราวจากผู้ใช้พันทิป “แม่อุ้มลูกวิ่งน้ำตานอง” คนสุดท้ายที่ได้กราบลาพ่อหลวง ค่ำวันที่5 ต.ค.ผ่านมา ถ้อยคำสั้นๆ “ขอให้ครั้งหนึ่งในชีวิตได้มากราบ”

       เรื่องราวสุดแสนประทับใจและภาพ “แม่อุ้มลูกน้ำตานอง” หลังเข้ากราบถวายบังคมพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เป็นคนสุดท้ายของคืนสุดท้ายวันที่ 5 ตุลาคม 2560 ที่จะเปิดให้พสกนิกรชาวไทยได้เข้ากราบถวายบังคมพระบรมศพ ตามประกาศสำนักพระราชวัง ถูกถ่ายทอดผ่านกระทู้ของสมาชิกเว็บไซต์พันทิปชื่อ “BIG TG” กำลังเป็นที่พูดถึงอย่างมากในโลกโซเชียลเน็ตเวิร์กเวลานี้

แม่อุ้มลูกวิ่งน้ำตานอง"กราบ "พ่อ"คนสุดท้าย

      เจ้าของกระทู้ “BIG TG” บรรยายเรื่องราวความประทับใจ ว่า ได้มีโอกาสไปบันทึกภาพเหตุการณ์ในครั้งนี้เก็บไว้เป็นความทรงจำ จึงขออนุญาตแชร์เรื่องราว และความประทับใจของผมที่ได้เจอ “พสกนิกรของพ่อคนสุดท้ายที่ได้กราบลาพระองค์ท่าน” ในคืนนี้ เมื่อไปถึงพบว่ามีกองทัพนักข่าวมากมายอยู่บริเวณหน้าจุดทางเข้า และพอถึงเวลา 00.00 น. ตามกำหนด เจ้าหน้าที่ก็ประกาศปิดการเข้าสักการะโดยมีน้องผู้ชายคนหนึ่งเดินข้ามถนนมาเป็นคนสุดท้ายพร้อมด้วยกองทัพนักข่าวเข้ารุมล้อมสัมภาษณ์

แม่อุ้มลูกวิ่งน้ำตานอง"กราบ "พ่อ"คนสุดท้าย

      สักพักเจ้าหน้าที่ประกาศว่ายังเปิดให้เข้าอยู่ เนื่องจากรอต้องคำสั่งเด็ดขาดจากสำนักพระราชวัง คนที่มาหลัง 00.00 น. จึงโชคดียังได้เข้าสักการะอยู่ ทุกคนในที่นั้นต่างยินดีและรีบวิ่งเข้าประตูไปก่อนจะมีคำสั่งเด็ดขาดออกมา กระทั่งเวลา 00.09 น. คำสั่งเด็ดขาดจากสำนักพระราชวัง ก็มาถึง..

แม่อุ้มลูกวิ่งน้ำตานอง"กราบ "พ่อ"คนสุดท้าย

      เจ้าหน้าที่นำแผงเหล็กมากั้นปิดทางเข้า และพี่ผู้ชายคนสุดท้ายในกลุ่มนั้น ก็ถูกนักข่าวรุมล้อม แต่ก็ยังมีประชาชนกลุ่มหนึ่งที่มาช้าไปเพียงเสี้ยววินาที ได้ขอความกรุณาจากเจ้าหน้าที่ผ่อนผันให้เข้าเป็นชุดสุดท้าย เจ้าหน้าที่ก็ใจอ่อนและอนุญาตให้เข้า ทุกคนต่างดีใจที่จะได้เข้ากราบ ต้องขอบพระคุณเจ้าหน้าที่ที่เห็นอกเห็นใจประชาชนที่มาเฝ้ารอเป็นอย่างมาก

      เจ้าของกระทู้ บรรยายต่อด้วยว่า แต่ในขณะที่นักข่าวกำลังสัมภาษณ์ บังเอิญเหลือบไปเห็นคุณแม่ท่านหนึ่งวิ่งอุ้มลูกเข้าประตูมาเป็นคนสุดท้าย (จริงๆ) จึงตามไปดู

แม่อุ้มลูกวิ่งน้ำตานอง"กราบ "พ่อ"คนสุดท้าย

     คุณแม่อุ้มลูกร้องไห้เข้ามาโดยมีนักข่าวที่เห็นรีบวิ่งไปตามท้ายขอสัมภาษณ์คุณแม่บอก “ไม่เอาค่ะ ไม่คุยค่ะ ขอโทษนะคะ” วิ่งไปน้ำตาไหลไปตื้นตันที่ได้เข้า จนนักข่าวตามไปทันขอสัมภาษณ์ คุณแม่พูดไปร้องไห้ไปบอกว่า “คนไทยรู้สึกทุกคนแหละค่ะ ขอให้ครั้งหนึ่งในชีวิตได้มากราบ”

      คุณแม่บอกว่ามาช้าเพราะรถติดเป็นชั่วโมง เดินทางมาจากบ้านที่สุวรรณภูมิโดยรถแท็กซี่ คุณแม่ให้สัมภาษณ์เพียงสั้นๆ และขอพี่ๆ นักข่าวว่าพอแล้วค่ะ ขอโทษค่ะ และเดินจากไปในฝูงชน เด็กน้อยที่ได้เป็นคนสุดท้ายจริงๆ แม่อุ้มมา เปียกฝนก็ทน โตขึ้นจดจำไว้นะลูกว่าได้มากราบลาพ่อของแผ่นดิน

แม่อุ้มลูกวิ่งน้ำตานอง"กราบ "พ่อ"คนสุดท้าย

     สุดท้าย วันนี้ผมได้พบเจอกับพสกนิกรคนสุดท้ายที่ได้เข้ากราบสักการะพระบรมศพ หลายท่านต่างบอกเล่าเรื่องราวความตั้งใจของตนเองที่ฟังแล้วรู้สึกตื้นตัน ไม่สำคัญเลยว่าได้เป็นคนสุดท้ายหรือไม่ และหากไม่ได้มากราบลาพระองค์ท่านด้วยตนเอง เพียงใจรักและรำลึกถึงพระองค์ไม่เสื่อมคลายก็เพียงพอ ผมเชื่อว่าคนไทยทุกคนคงรู้สึกเช่นเดียวกัน สำหรับผมเป็นคืนที่ออกไปถ่ายภาพแล้วประทับใจมากคืนหนึ่งในชีวิต จึงอยากแชร์ความรู้สึกในช่วงเวลานั้นให้เพื่อนๆ ด้วยครับ

ขอบคุณภาพและคลิป

“BIG TG” ,เฟซบุ๊ค bigg.sirirojwong

9 กิจกรรมตามรอยพ่อหลวง ร.9

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/298113

9 กิจกรรมตามรอยพ่อหลวง ร.9

อาสาซิตี้แบง, กิจกรรม, 9 ตามรอยพ่อหลวง, วันชุมชนซิตี้, เปิด, รัชกาลที่, 2560

เปิด 9 กิจกรรมตามรอยพ่อหลวง รัชกาลที่ 9 จากการรวมใจของคนไทย ผ่านกิจกรรมพัฒนาสังคมจาก 91 ประเทศทั่วโลกใน “วันชุมชนซิตี้” ปี 2560 ร่วมเป็นผู้ให้แก่สังคม

       “สังคม ใดก็ตาม ถ้ามีความเอื้อเฟื้อเกื้อกูลกัน ด้วยความมุ่งดีมุ่งเจริญต่อกัน  สังคมนั้นย่อมเต็มไปด้วยไมตรีจิต มิตรภาพ มีความร่มเย็นเป็นสุข น่าอยู่” พระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร เป็นหนึ่งในพระราชดำรัส ที่กล่าวไว้เพื่อสอนคนไทยให้ดำเนินชีวิตด้วยการเอื้อเฟื้อเกื้อกูลกัน

เพื่อสืบสานพระราชปณิธานในหลวงรัชกาลที่ 9  ธนาคารซิตี้แบงก์ ประเทศไทย ได้จัดโครงการเพื่อสังคม “วันชุมชนซิตี้” “Citi Global Community Day”  โดยโครงการดังกล่าวสร้างสรรค์มาเพื่อเปิดโอกาสให้อาสาสมัครซิตี้ ได้แสดงออกถึง ความรับผิดชอบต่อสังคมโดยการเป็นผู้ให้ ซึ่งจัดต่อเนื่องยาวนานกว่า 12 ปี

9 กิจกรรมตามรอยพ่อหลวง ร.9

 

สำหรับในปี 2560 ถือเป็นปีที่ 12 ความพิเศษของการจัดในครั้งนี้ ได้น้อมนำแนวคิดตามรอยพระยุคลบาทในการพัฒนาสังคมในด้านต่างๆ โดยได้สะท้อนผ่าน 9 กิจกรรมอันทรงคุณค่าเพื่อสร้างสรรค์สังคม ประกอบด้วย

1.  กิจกรรมระดมทุน “School for Brighter Future – ปันน้ำใจเพื่ออนาคตที่สดใสของน้อง” เป็นการรวมใจของเหล่าอาสาสมัครซิตี้ เป็นแกนนำในการระดมทุนเพื่อสนับสนุนการพัฒนาสภาพโรงเรียน และทัศนียภาพของโรงเรียนและอาคารเรียนให้กับเด็กๆ เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนให้การศึกษาเข้าถึงกลุ่มคนทุกชนชั้น   โดยกิจกรรมนี้ได้พัฒนาโรงเรียนวัดทุ่งน้อย ในจังหวัดนครปฐม และโรงเรียนวัดบางนางลี่ใหญ่ จังหวัดสมุทรสงคราม

2. กิจกรรม “รักษ์ธรรมชาติ รักษ์วิถีชุมชน” กิจกรรมการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและการเรียนรู้วิถีชีวิตชุมชนชายฝั่งทะเล ย่านบางขุนเทียน ซึ่งผู้เข้าร่วมกิจกรรม  ได้มีโอกาสเรียนรู้เรื่องประโยชน์และพืชพันธุ์นานาชนิดของป่าชายเลน รวมถึงการร่วมแรงร่วมใจปลูกต้นโกงกางเพื่อเป็นแนวกันแผ่นดินจากการกัดเซาะและเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของสัตว์ในระบบนิเวศชายฝั่ง

9 กิจกรรมตามรอยพ่อหลวง ร.9

3. กิจกรรม “Sport with underprivileged youth – เสริมทักษะกีฬา สร้างคุณค่าเพื่อน้อง” อาสาสมัครได้ปลูกฝังการเล่นกีฬาให้กับเด็กด้อยโอกาสในประเทศไทยผ่านการร่วมฝึกซ้อมฟุตบอลกับเยาวชนด้อยโอกาส นับเป็นกิจกรรมตามรอยพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ซึ่งทรงมีพระปรีชาสามารถด้านการกีฬาและทรงสนับสนุนนักกีฬาไทยอย่างต่อเนื่อง

4. กิจกรรมลงแรง “School for Brighter Future  – ปันน้ำใจเพื่ออนาคตที่สดใสของน้อง” ครั้งที่ 2  โดยอาสาสมัครกว่า 200 คนได้ร่วมแรงร่วมใจทาสีอุปกรณ์ของเล่นและอุปกรณ์ออกกำลังกายพร้อมปรับสภาพสนามเด็กเล่น จัดห้องสมุด รวมถึงการทำความสะอาดโดยรอบโรงเรียนก่อนจะร่วมกันปลูกพืชผักในโครงการอาหารกลางวันของนักเรียนตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของรัชกาลที่ 9

9 กิจกรรมตามรอยพ่อหลวง ร.9

5. กิจกรรมจิตอาสาโครงการ “Donation and separation of used items – น้ำใจสู่ไทย สู่ผู้ยากไร้  อาสาสมัครซิตี้ได้ร่วมกันบริจาคและจำแนกสิ่งของที่ไม่ใช้แล้วแต่ยังคงอยู่ในสภาพดี เช่น เสื้อผ้า กระเป๋า เครื่องประดับ และ ของเล่น ให้กับ ร้านปันกันจากมูลนิธิยุวพัฒ์ ซึ่งจะนำสิ่งของที่ได้รับบริจาคไปจำหน่ายเพื่อนำเงินมาสบทบเป็นทุนการศึกษาให้กับเด็กด้อยโอกาส ทั้งนี้กิจกรรมนี้สะท้อนการใช้ชีวิตอย่างพอเพียง เพื่อเป็นแนวทางในการดำรงชีวิตของเยาวชน

6. กิจกรรม “พี่จูงน้อง ท่องโลกเกษตรพอเพียง”  อาสาสมัครทำหน้าที่เป็นพี่เลี้ยงพาน้องๆ พิการทางสมองและปัญญาจากบ้านราชาวดีหญิงและชายไปร่วมเรียนรู้วิถีเกษตรตามแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชและการลงมือปฏิบัติในพิพิธภัณฑ์มีชีวิต ณ พิพิธภัณฑ์การเกษตรเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 คลองหนึ่ง ปทุมธานี

9 กิจกรรมตามรอยพ่อหลวง ร.9

7. กิจกรรม “Financial Education for community members – ปูเส้นทางการเงิน สู่ชุมชนเข้มแข็ง” กิจกรรมให้ความรู้แก่ประชาชนด้านการเงินพื้นฐาน และวางแผนการใช้จ่าย ให้แก่สมาชิกในชุมชนต่างๆ จำนวนกว่า 90 คนที่ส่วนใหญ่เป็นพ่อค้า แม่ค้าหรือรับจ้างรายวันจากกว่า 50 ชุมชนโดยรอบกรุงเทพมหานคร

8. กิจกรรม “Donation to Mirror Foundation – มอบน้ำใจแด่คนไทย ผ่านมูลนิธิกระจกเงา”  โครงการบริจาคของให้แก่มูลนิธิกระจกเงา โดยโครงการนี้จัดชึ้นเพื่อรับบริจาคสิ่งของที่ไม่ใช้แล้วและอยู่ในสภาพดี เช่นเหนังสือ, เสื้อผ้า , คอมพิวเตอร์, เฟอร์นิเจอร์ , เครื่องใช้ไฟฟ้า ,ผ้าอ้อมผู้ใหญ่ อุปกรณ์การแพทย์ ,ข้าวสาร อาหารแห้ง, ของใช้ในครัวเรือน เพื่อให้ทางมูลนิธิได้นำไปส่งต่อแก่ผู้ขาดแคลนในชุมชน, ผู้ประสบภัย ในเมืองและต่างจังหวัด

9 กิจกรรมตามรอยพ่อหลวง ร.9

9. กิจกรรมจิตอาสา “Flowers for the late king – ดอกไม้ กลั่นจากใจ ให้พ่อหลวง” โดยสมาชิกครอบครัวซิตี้ได้ร่วมกันประดิษฐ์ดอกไม้จันทน์จำนวน 10,000 ดอก เพื่อรำลึกและสืบสานพระปรีชาสามารถของพระองค์ด้านศิลปะ  มอบให้กับกรุงเทพมหานครเพื่อให้ในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพในเดือนตุลาคมนี้

ทั้งนี้กิจกรรมดังกล่าวในประเทศไทยมีผู้เข้าร่วมรวมกว่า 2,100 คน และกิจกรรมดังกล่าวยังจัดพร้อมๆกับอาสาสมัครกว่า 100,000 คนจาก 500 เมือง  91 ประเทศทั่วโลก ทำกิจกรรมผ่านโครงการต่างๆ ให้เข้ากับพื้นที่ของแต่ละชุมชนในแต่ละประเทศ กว่า 1,500 โครงการ   อาทิ  ในนิวยอร์กซิตี้ จัดกิจกรรมดเตรียมอาหารเพื่อสุขภาพกว่า 200,000 ชุดเพื่อช่วยเหลือผู้ยากไร้ ทำความสะอาดและดูแลพื้นที่สีเขียวบริเวณริมแม่น้ำฮัดสัน เก็บรวบรวมและบริจาคจักรยานเพื่อเด็กด้อยโอกาส เและขียนจดหมายขอบคุณพร้อมจัดเตรียมชุดอุปกรณ์การดำรงชีพที่ถูกสุขลักษณะให้กับเหล่าทหารผ่านศึก

และสำหรับในเวเนซุเอล่า ได้มีการจัดกิจกรรมฉลองครบรอบ 100 ปี นำอาสาสมัครช่วยฟื้นฟูพื้นที่สีเขียว ณ  “Universidad Central de Venezuela” ซึ่งถือเป็นหนึ่งในสถานที่ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนให้เป็นมรดกโลกโดย UNESCO    รวมถึงในแถบเอเชียแปซิฟิค ได้แก่ ประเทศออสเตรเลีย จัดกิจกรรมโครงการสนับสนุนและเสริมสร้างอนาคตทางอาชีพให้กับเยาวชน(Creating Futures for Youth) และประเทศอินโดนีเซียจัดตั้งโครงการระดมทุนเพื่อสนับสนุนเกษตรกรผู้ผลิตกาแฟในชนบทที่มีรายได้ต่ำ และประเทศญี่ปุ่น ซึ่งอาสาสมัครซิตี้ได้ร่วมกันจัดกิจกรรมพัฒนาสิ่งแวดล้อม ช่วยเหลือพูดคุยกับเด็กที่มีอาการซึมเศร้า เป็นต้น

อย่างไรก็ตาม การดำเนินกิจกรรมเพื่อสังคมโดยภาพรวม ซิตี้แบงก์ ประเทศไทย ดำเนินการมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2543 เป็นต้นมา ทั้งในรูปแบบเงินบริจาคของมูลนิธิซิตี้ในการสร้างเสริมศักยภาพทางเศรษฐกิจและการเข้าถึงข้อมูลและผลิตภัณฑ์ทางการเงินแก่ผู้มีรายได้น้อยรวมถึงชุมชนต่างๆ

60% รับบริการห้องฉุกเฉินไม่ได้ป่วยหนัก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/298106

60% รับบริการห้องฉุกเฉินไม่ได้ป่วยหนัก

ห้องฉุกเฉิน, โรงพยาบาล, สถิติการใช้บริการ, มาตรฐาน, การคัดกรอง, ระบบคัดแยก, ล้านครั้งต่อปี, ลดตาย, พิการ

สถิติผู้รับบริการที่ห้องฉุกเฉินเฉลี่ย 35 ล้านครั้งต่อปี แต่ 60% เป็นผู้ป่วยไม่ฉุกเฉิน สธ.เร่งพัฒนาห้องฉุกเฉินทั่วประเทศ กู้ชีวิตผู้ป่วยวิกฤต ลดตาย พิการ

       เมื่อวันที่ 6 ตุลาคม 2560 ที่ โรงพยาบาลนราธิวาสราชนครินทร์ จังหวัดนราธิวาส นายแพทย์เจษฎา โชคดำรงสุข ปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวภายหลังนำคณะลงพื้นที่ติดตามนโยบายการจัดบริการด้านการแพทย์และสาธารณสุข เขตสุขภาพที่ 12 และตรวจเยี่ยมโรงพยาบาลนราธิวาสราชนครินทร์ ว่า กระทรวงสาธารณสุขได้ปฏิรูประบบสุขภาพ มีการเชื่อมโยงระบบบริการปฐมภูมิ ทุติยภูมิ และตติยภูมิ เบ็ดเสร็จภายในเขตสุขภาพ และระบบส่งต่อระหว่างโรงพยาบาลขนาดเล็กกับโรงพยาบาลขนาดใหญ่ ให้ผู้ป่วยได้รับการรักษาอย่างทันท่วงทีโดยเฉพาะผู้ป่วยวิกฤตฉุกเฉิน ได้รับบริการที่ได้มาตรฐาน ทั่วถึง เป็นธรรม

60% รับบริการห้องฉุกเฉินไม่ได้ป่วยหนัก

นพ.เจษฎา กล่าวต่อว่า ปัจจุบันทั่วประเทศ มีสถิติผู้รับบริการที่ห้องอุบัติเหตุฉุกเฉิน (ER) เฉลี่ย 35 ล้านครั้งต่อปี ร้อยละ 60 เป็นผู้ป่วยไม่ฉุกเฉินทำให้เกิดความแออัด ประกอบกับการขาดแคลนบุคลากร รัฐบาล โดย สธ.เร่งรัดให้มีการพัฒนาระบบการแพทย์ฉุกเฉินของโรงพยาบาลทุกระดับ เพื่อให้ประชาชนที่เจ็บป่วยฉุกเฉิน ได้รับความปลอดภัยมากที่สุด  ลดอัตราการตาย และลดความพิการ โดยพัฒนาห้องฉุกเฉิน หรือห้องอีอาร์ ให้เป็นห้องอีอาร์คุณภาพ (ER QUALITY) อาทิ รถพยาบาลปลอดภัย มีเครื่องช่วยชีวิตที่ได้มาตรฐาน

มีระบบคัดแยกผู้ป่วยฉุกเฉินชัดเจนมีมาตรฐาน ผู้ป่วยวิกฤติต้องได้รับการรักษาด่วนไม่อยู่ห้อง ER นานกว่า 4 ชั่วโมง เจ็บป่วยฉุกเฉินรักษาฟรีทุกที่ทุกสิทธิ (UCEP) ความปลอดภัยเจ้าหน้าที่ที่ห้องฉุกเฉินไม่ถูกคุกคาม โรงพยาบาลศูนย์ขนาดใหญ่ต้องจัดแพทย์เฉพาะทางแต่ละสาขาเป็นแพทย์ที่ปรึกษากรณีจำเป็นตลอด 24 ชั่วโมง  เป็นต้น ตลอดจนพัฒนาบุคลากรแต่ละสาขาวิชาชีพให้เพียงพอ  โดยให้โรงพยาบาลทั่วประเทศ ประเมินและปรับปรุงตนเองให้ได้ตามเกณฑ์ คาดว่าจะสามารถลดอัตราการตายที่ป้องกันได้เพิ่มขึ้นร้อยละ 20-30 ทั้งนี้ประชาชนเจ็บป่วยฉุกเฉินหรือได้รับอุบัติเหตุ สามารถแจ้งเหตุทางหมายเลข 1669 ตลอด 24 ชั่วโมง

60% รับบริการห้องฉุกเฉินไม่ได้ป่วยหนัก

ด้าน นพ.เจษฎา ฉายคุณรัฐ ผู้ตรวจราชการเขตสุขภาพที่ 12 กล่าวว่า เขตสุขภาพที่ 12 ประกอบด้วย 7 จังหวัดได้แก่ ตรัง พัทลุง สตูล สงขลา ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส มีประชากร 4,887,545 คน มีโรงพยาบาลที่ผ่านประเมิน อีอาร์คุณภาพแล้วได้แก่ รพ.ตรัง รพ.พัทลุง รพ.หาดใหญ่ รพ.สงขลา รพ.สตูล รพ.ยะลา รพ.ปัตตานี และ รพ.นราธิวาส โดยจะมีการพัฒนาโรงพยาบาลในเขตให้เป็นโรงพยาบาลที่มีอีอาร์คุณภาพครบทุกโรงพยาบาล โดยเฉพาะพื้นที่พิเศษ เพื่อให้ผู้ป่วยปลอดภัย และลดอัตราพิการ ลดตาย สำหรับโรงพยาบาลนราธิวาสราชนครินทร์ ในปี 2559 มีผู้มารับบริการที่ ER จำนวน 38,628 คน เฉลี่ย 106 คนต่อวัน