กระแสรับสั่งในหลวง“แก้วิกฤติคุณภาพคน”

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/298058

กระแสรับสั่งในหลวง“แก้วิกฤติคุณภาพคน”

แก้วิกฤตคน, สตาร์ทอัป, หมอนสุขภาพ, ไทยรัญญา, แบรนด์, เด็กเก่งสอนเพื่อน, เรียนช้ากว่า, และโครงการ

แนวทางการปฏิรูปการศึกษา “ให้เด็กที่เรียนเก่ง สอนเพื่อนที่เรียนช้ากว่า” ซึ่งเป็นส่วนของการศึกษาในชั้นเรียน และโครงการ “สถานศึกษาพอเพียง”

       “การศึกษาไทยอยู่ในอันดับที่ 8 ในกลุ่มประเทศอาเซี่ยน” เป็นหนึ่งในข้อมูลที่ชี้ชัดว่า การศึกษาของประเทศอยู่ในภาวะวิกฤติ ซึ่งหมายถึงคุณภาพของคนวิกฤติ และหมายถึงประเทศอยู่ในภาวะวิกฤติ เพราะคนคือทรัพยากรที่สำคัญที่สุด ซึ่งที่ผลออกมาเช่นนี้เพราะ ในการทดสอบวัดคุณภาพการศึกษา เขาวัดกันด้วยการศึกษา 4.0 แต่การเรียนการสอนของประเทศไทยยังเป็นการศึกษา 1.0

         “ให้ครูสอนให้เด็กมีน้ำใจต่อเพื่อน ไม่ให้แข่งขันกัน แต่ให้แข่งขันกับตัวเอง ให้เด็กที่เรียนเก่ง สอนเพื่อนที่เรียนช้ากว่า” เป็นกระแสรับสั่งซึ่งกลายมาเป็นวัตถุประสงค์ของมูลนิธิยุวสถิรคุณ ซึ่งผลสัมฤทธิ์ที่จะเกิดกับผู้เรียนจะเหนือกว่าขั้นสูงสุดของปิรามิดการเรียนรู้ โดยนอกเหนือจากความรู้จะติดตัวไปกับผู้ที่ทำหน้าที่สอนคนอื่นกว่า90%แล้ว สิ่งที่จะตามมาคือ ความรัก ความสามัคคีซึ่งจะนำไปสู่การช่วยเหลือเกื้อกูล เป็นการสร้างชุมชนและสังคมที่อบอุ่นและเข้มแข็งตามวิถีไทยที่ประมาณค่าไม่ได้

กระแสรับสั่งในหลวง“แก้วิกฤติคุณภาพคน”

        ดร.สุพจน์ หารหนองบัว  ภาควิชาเคมี คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย อธิบายว่า แนวทางการแก้วิกฤติคุณภาพคน เป็นกระแสรับ สั่งซึ่งแสดงถึงพระอัจฉริยภาพด้านการศึกษาของ พระบาทสมเด็จพระปรมินทร มหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ซึ่งพระองค์ทรงเป็นยิ่งกว่านักการศึกษาโดยกระแสรับสั่งดังกล่าว ได้กลายมาเป็นวัตถุประสงค์ของมูลนิธิยุวสถิรคุณ ที่ทรงให้จัดตั้งขึ้นในปี 2557 เพื่อปฏิรูปการศึกษาของประเทศ

       โครงการ “สถานศึกษาพอเพียง” มูลนิธิยุวสถิรคุณ เพื่อการปฏิรูปการศึกษาของประเทศ เป็นยิ่งกว่า (beyond) การศึกษา 4.0 เพราะเป็นการนำสิ่งที่อยู่ในชีวิตประจำวัน นำปัญหาและนำภูมิปัญญาชาวบ้าน ไปพูดคุย ปรับปรุงหรือต่อยอดในโรงเรียน หรือนำไปทำวิจัยเชิงลึกในมหาวิทยาลัย ซึ่งจะช่วยแก้ปัญหาชุมชนและทำให้ชีวิตและความเป็นอยู่ดีขึ้น และโดยเฉพาะอย่างยิ่งการเริ่มต้นที่เยาวชน นั่นหมายถึงความมั่นคงและยั่งยืนของประเทศ

กระแสรับสั่งในหลวง“แก้วิกฤติคุณภาพคน”

ดร.สุพจน์ หารหนองบัว

      จะเห็นได้ว่า แนวทางการปฏิรูปการศึกษา “ให้เด็กที่เรียนเก่ง สอนเพื่อนที่เรียนช้ากว่า” ซึ่งเป็นส่วนของการศึกษาในชั้นเรียน และโครงการ “สถานศึกษาพอเพียง” ซึ่งเป็นส่วนของการศึกษานอกชั้นเรียน ถือเป็นอัจฉริยภาพด้านการศึกษาที่ยิ่งกว่าการศึกษา 4.0 เพราะนอกจากจะเป็นวิธีที่จะทำให้ความรู้เหลือติดตัวผู้เรียนไปมากกว่า 90% ตามปิรามิดการเรียนรู้และไม่แยกโรงเรียนออกจากชุมชนแล้ว

      ยังจะก่อให้เกิดความรัก ความสามัคคี การช่วยเหลือเกื้อกูล ซึ่งเป็นการสร้างความมั่นคงและยั่งยืนให้กับชุมชนและสังคมอย่างแท้จริง ซึ่งถือได้ว่าเป็นทฤษฎีหรือปรัชญาที่มีความยิ่งใหญ่และสำคัญต่อประชาชนชาวไทยและต่อประชาคมโลก ไม่แตกต่างไปจากทฤษฎีหรือปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงเลยทีเดียว ดังนั้น คนที่รักพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช จึงควรน้อมนำมาปฏิบัติอย่างจริงจัง เพราะนั่นคือ ทางรอดทางเดียวในการแก้ปัญหาวิกฤติคุณภาพคนของประเทศ

กระแสรับสั่งในหลวง“แก้วิกฤติคุณภาพคน”

      ดร.สุพจน์ อธิบายว่า การศึกษาของไทยมีวิวัฒนาการจาก 1.0 คือ เป็นแบบครูเป็นคนป้อนความรู้ ขยับมาเป็น 2.0 เมื่อ 30-40 ปีที่แล้ว ที่เริ่มมีคอมพิวเตอร์เข้ามา จะขึ้นมาถึงระดับที่ให้ผู้เรียนสามารถหาความรู้ผ่านอินเทอร์เน็ตด้วยตัวเองได้ ขึ้นมาที่ 3.0 จะเป็นการตั้งความหวังไว้ที่ผู้เรียนค่อนข้างสูง คือขึ้นมาในระดับที่ผู้เรียนสร้างความรู้เองได้ และมา 4.0 คือผู้เรียนสร้างนวัตกรรมได้ แต่ตอนนี้การเรียนการสอนของเรา ไม่ว่าจะเป็นในระดับต่ำกว่าอุดมศึกษาหรือในระดับอุดมศึกษา ส่วนใหญ่ก็ยังเป็นวิธีการป้อนความรู้ จะมีบ้าง บางส่วนที่นักเรียนสามารถหาความรู้ได้ด้วยตัวเอง ฉะนั้นถ้าจะให้คะแนน ก็คงให้ไม่เกิน 1.5

     อย่างไรก็ตาม ในโลก 4.0 สิ่งต่างๆ มันผ่านไปอย่างรวดเร็ว เข้ามาและออกไป เพราะฉะนั้นการที่เรียนรู้แต่ในตำราอย่างเดียว ไม่สามารถเท่าทันการพัฒนาที่เกิดขึ้นได้ ต้องมีนวัตกรรมเป็นของตัวเองที่ขายได้ถึงจะอยู่รอด

กระแสรับสั่งในหลวง“แก้วิกฤติคุณภาพคน”

เบล – จรัญยา กิตติไพศาลนนท์

     “เบล-จรัญยา กิติไพศาลนนท์” นศ.ปี 2 คณะบริหารธุรกิจ สาขาบัญชี ม.หอการค้าไทย บอกว่า การเรียนที่แท้จริงคือผู้จัดการศึกษาต้องมีสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเรียนรู้และส่งเสริมให้ผู้เรียนได้แสดงออกในสิ่งที่จะดึงความสามารถออกมาให้มากที่สุด โดยไม่มีการปิดกั้นเพื่อส่งเสริมและดึงศักยภาพของผู้เรียนออกมาให้เป็นนวัตกรรมให้ได้ซึ่งจะนำไปสู่การสร้างรายได้และสร้างองค์ความรู้มาพัฒนาได้่อย่างต่อเนื่องในที่สุด

     ปัจจุบัน เบล เป็นหนึ่งในกลุ่มสตาร์ทอัพ ที่ประสบความสำเร็จในธุรกิจส่งออก ผลิตภัณฑ์จากยางพาราของไทย อย่าง หมอน ที่นอน แบรนด์ “ไทยรัญยา” ในขณะที่ยังใช้ชีวิตส่วนหนึ่งอยู่ในห้องเรียน โดยต้นปี 2560 มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ได้จัดโครงการประกวดผลงานของนักศึกษา โดยนำสินค้าที่นักศึกษามีอยู่มาแข่งขันกัน โดยนำเสนอเพื่อให้ต่อยอดเข้าสู่ระบบออนไลน์

กระแสรับสั่งในหลวง“แก้วิกฤติคุณภาพคน”

     “เบล” เป็นหนึ่งใน 14 คน ที่สามารถชนะการประกวด Young Ali Hero เพื่อนำนักศึกษาเหล่านี้ ไปศึกษาดูงาน ที่สำนักงานใหญ่ Alibaba Group ที่เมืองหางโจว ประเทศจีน ทำให้ได้รู้ถึงวัฒนธรรมองค์กร วัฒนธรรมการทำงานของ Alibaba ได้เรียนรู้เรื่องออนไลน์ รวมถึงความรู้จากมหาวิทยาลัยที่นั่น ซึ่งจัดให้นักศึกษา เข้ามาเรียนรู้ตั้งแต่เริ่มต้นจนถึงปลายทางของการค้าขายออนไลน์

     ปัจจุบัน เบล มีสินค้า แบรนด์“ไทยรัญยา” โดยทำร่วมกับหุ้นส่วนชีวิต “ณรงค์เดช ไชยลังกา” ที่เกิดขึ้นจากการได้ไปเห็นมุมมองการทำตลาด และสามารถนำมาปรับประยุกต์ใช้และนำสินค้าขึ้นไปขายออนไลน์บนเว็บ Alibabaได้

     ในโลก 4.0 สิ่งต่างๆ มันผ่านไปอย่างรวดเร็ว เข้ามาและออกไป เพราะฉะนั้นการที่เรียนรู้แต่ในตำราอย่างเดียว ไม่สามารถเท่าทันการพัฒนาที่เกิดขึ้นได้ ต้องมีนวัตกรรมเป็นของตัวเองที่ขายได้ถึงจะอยู่รอด

0 หทัยรัตน์ ดีประเสริฐ 0

qualitylife4444@gmail.com 0

“ป่วยเบาหวาน” เฉลี่ยตาย 200 คน/วัน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/298020

“ป่วยเบาหวาน” เฉลี่ยตาย 200 คน/วัน

ทั่วโลก, ตาย200คน/วัน, อีก 23 ปี, ปี2583, กรมควบคุมโรค, ผู้ป่วยเบาหวาน, คุณภาพชีวิต, คมชัดลึก, ป่วยเบาหวาน, เฉลี่ยตาย, ล้านคน

“คร.จับมือพันธมิตร” จัดงาน“วันเบาหวานโลก”คาดปี83 หรืออีก23ปี ทั่วโลกป่วย“เบาหวาน”642ล้านคน ไทยป่วยเพิ่มขึ้น 5.3 ล้านคน เฉลี่ยตาย200คน/วัน หรือตาย 8 รายทุกชม.

          5ต.ค.60-โรคเบาหวาน เป็นโรคที่สำคัญการได้ความร่วมมือจากหลายภาคส่วน เพื่อช่วยกันดูแลให้ความรู้ ส่งเสริม ป้องกันและ ลดอัตราความชุก ของโรค ในประชานชนทั่วไป ร่วมถึงส่งเสริมความรู้ความเข้าใจให้ผู้ป่วยเบาหวานได้ใช้ยาได้อย่างเหมาะสม และสามารถควบคุมระดับน้ำตาลได้ตามเป้าหมาย ซึ่งจะช่วยลด หรือชะลอภาวะการเกิดโรคแทรกซ้อน ถือเป็นเป้าหมายในการดูแลผู้ป่วยให้มีคุณภาพชีวิตดีขึ้น นั้นจึงเป็นที่มาของการทำงานร่วมกันหลายฝ่ายทั้งหน่วยงานรัฐบาลและภาคเอกชน ในลักษณะทำงานร่วมเป็นพันธมิตรเพื่อสนับสนุนการจัดงานกิจกรรมวันเบาหวานโลก โดยปี 2560 นี้ สมาพันธ์เบาหวานนานาชาติ (International Diabetes Federation: IDF)และองค์การอนามัยโลก กำหนด ประเด็นในการรณรงค์ภายใต้แนวคิดWomen and Diabetes – Our right to a healthy futureประเทศไทยได้กำหนดวันจัดงานขึ้น ในวันอาทิตย์ที่ 5 พฤศจิกายน 2560 ณ สวนวชิรเบญจทัศและสวนสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ

          นพ.สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า การจัดกิจกรรมวันเบาหวานโลก ประจำปี 2560 สืบเนื่องจากสถานการณ์โรคเบาหวานในปัจจุบันมีผู้ป่วยโรคเบาหวานเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ข้อมูลจากสมาพันธ์เบาหวานโลกคาดการณ์ว่าในปี 2583 จะมีผู้ป่วยเบาหวานทั้งหมด 642 ล้านรายทั่วโลก และในประเทศไทยจะมีผู้ป่วยเบาหวานเพิ่มขึ้นเป็น 5.3 ล้านราย โดยในแต่ละวันจะมีจำนวนผู้เสียชีวิตจากโรคเบาหวาน 200 คน หรือ 8 รายต่อชั่วโมง และมีเพียง 10% ของผู้ป่วยเบาหวานที่มีชีวิตอยู่โดยไม่มีภาวะแทรกซ้อนต่าง ๆ

        นพ.สุวรรณชัย กล่าวอีกว่า แนวทางการดำเนินงานของกรมฯ มุ่งพัฒนานวัตกรรม มาตรการ มาตรฐาน และเฝ้าระวัง ปัองกันควบคุมโรคและภัยสุขภาพของประเทศ พัฒนาบทบาท ดำเนินด้านนโยบาย และยุทธศาสตร์การป้องกันควบคุมโรค การเตรียมความพร้อมรับสถานการณ์ฉุกเฉิน การบริการจัดการองค์กรแนวใหม่ เพื่อให้สอดรับกับนโยบายของกระทรวงฯ ที่มุ่งลดความเหลื่อมล้ำของสังคม และสร้างโอกาสการเข้าถึงบริการของรัฐ โดยเฉพาะการรณรงค์ให้ความรู้เกี่ยวกับโรคเบาหวาน เพื่อควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดให้ได้ตามเป้าหมายซึ่งจะชะลอการเกิดโรคแทรกซ้อนจากเบาหวานในอนาคตได้ อีกทั้ง การดูแลตัวเอง ให้ห่างไกลจากการเป็นโรคเบาหวาน ก็จะช่วยลดความชุกของโรคเบาหวาน นับเป็นเป้าหมายหนึ่งของกรมฯ ในปีนี้และต่อไป

          โดยตั้งเป้าในปี 2568 ความชุกของโรคเบาหวาน และโรคอ้วนจะไม่ให้เพิ่มขึ้น ซึ่งปัจจุบันมีการทำงานประสานร่วมมือกันในหลายภาคส่วน โดยหนึ่งในความร่วมมือที่จะเกิดขึ้นเร็ว ๆ นี้ คือ การร่วมกันจัดงานกิจกรรมวันเบาหวานโลกในปี 2560 โดยมีเจ้าภาพร่วมประกอบด้วย กรมควบคุมโรค สมาคมโรคเบาหวานแห่งประเทศไทยฯ และสถานเอกอัครราชทูตเดนมาร์ก

        การจัดงานรณรงค์วันเบาหวานโลกเป็นกิจกรรมที่จัดขึ้นทุกปี โดยมีจุดประสงค์เพื่อรณรงค์ให้ประชาชน มีความตระหนักในการป้องกันโรคเบาหวาน สำหรับในปี 2560 นี้ การจัดงานภายใต้คำขวัญ“เบาหวานและผู้หญิง…ป้องกันวันนี้ เพื่อสุขภาพที่ดีในวันหน้า”จากข้อมูลพบว่า โรคเบาหวานเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับ 9 ของผู้หญิงทั่วโลก และติดอันดับ 2 ของการเสียชีวิตของผู้หญิงในประเทศไทย สำหรับประชาชนคนไทยโดยเฉพาะผู้หญิงให้หันกลับมาดูแลรักษาสุขภาพมีความรู้ในการดูแลตนเอง ลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคเบาหวาน

       โดยในงานประกอบไปด้วย 2 กิจกรรมหลักในงานประกอบด้วย วิ่งmini marathonเพื่อเพิ่มกิจกรรมทางกายลดเสี่ยงการเกิดเบาหวาน และกิจกรรมเสวนาบนเวที กับผู้หญิงใน 4 ในช่วงอายุ เพื่อให้ความรู้ แลกเปลี่ยนความเห็นในการดูแลสุขภาพของผู้หญิงกับวัยหวาน ซึ่งเป็นหัวข้อหลักในการรณรงค์วันเบาหวานโลกปีนี้ ซึ่งจะมีขึ้นที่ ณ สวนวชิระเบญทัศ หรือสวนรถไฟ

         สำหรับประโยชน์ที่ผู้เข้าร่วมงานได้รับโดยตรง คือ ความสนุกสนาน ความบันเทิงในกิจกรรมสันทนาการในงานหลัก ๆได้เดินออกกำลังกาย เดินเพื่อสุขภาพ การได้รับความรู้ ได้จัดการตัวเองเกี่ยวกับโรคเบาหวานให้ความตระหนักถึงความสำคัญ และป้องกันโรคเบาหวานให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นต่อไป

สธ.เชิดชูทำดี-สั่งสสจ.อำนวยความสะดวก!”ตูน บอดี้สแลม”

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/297987

สธ.เชิดชูทำดี-สั่งสสจ.อำนวยความสะดวก!”ตูน บอดี้สแลม”

ก้าวคนละก้าวเพื่อ11โรงพยาบาลทั่วประเทศ, ข่าวทั่วไป, คมชัดลึก, ตูน บอดี้สแลม, ก้าวคนละก้าวฯ, บอดี้สแลม

สธ.ขอบคุณ”ตูน บอดี้สแลม” ร่วมทำสิ่งดีๆ”ก้าวคนละก้าวฯ”วิ่งจากแม่สาย-ยะลาเริ่ม1พ.ย.-25ธ.ค.60 ระดมเงินบริจาคเพื่อซื้ออุปกรณ์แพทย์ สั่งสสจ.อำนวยความสะดวก

          5 ต.ค.60-ที่กระทรวงสาธารณสุข จังหวัดนนทบุรี นายแพทย์โอภาส การย์กวินพงศ์ รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข ในฐานะโฆษกกระทรวงสาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ว่า จากการที่“ตูน บอดี้สแลม” หรือนายอาทิวราห์ คงมาลัย ได้จัดโครงการ“ก้าวคนละก้าวเพื่อ11โรงพยาบาลทั่วประเทศ”เพื่อช่วยเหลือในการซื้ออุปกรณ์ทางการแพทย์ ซึ่งการวิ่งจะเริ่มต้นวันที่1พฤศจิกายน2560ที่อำเภอเบตง จังหวัดยะลา และจะสิ้นสุดที่อำเภอ แม่สาย จังหวัดเชียงราย ในวันที่25 ธันวาคม 2560 รวมระยะเวลา 55 วันนั้น

        “กระทรวงสาธารณสุขขอขอบคุณที่ได้ร่วมกันทำสิ่งดีๆให้กับประชาชนโดยเฉพาะอย่างยิ่งการส่งเสริมสุขภาพ ซึ่งนอกเหนือจากการจัดซื้ออุปกรณ์การแพทย์แล้วยังเป็นกระตุ้นให้ประชาชนได้ตระหนักถึงความสำคัญของการออกกำลังกาย ที่จะทำให้ทุกคนมีสุขภาพดีไม่เจ็บป่วย และยังเป็นการดำเนินงานตามแนวทางประชารัฐเป็นการรวมน้ำใจของประชาชนที่จะร่วมทำบุญกับศิลปินที่ตนเองชื่นชม เพื่อมอบสิ่งดีๆให้กับสังคม ผ่านทางโรงพยาบาลสังกัดกระทรวงสาธารณสุข ซึ่งสร้างจากภาษีของประชาชน”โฆษกกระทรวงสาธารณสุข กล่าว

สธ.เชิดชูทำดี-สั่งสสจ.อำนวยความสะดวก!"ตูน บอดี้สแลม"

นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์

         โฆษกกระทรวงสาธารณสุข กล่าวอีกว่า ขอให้นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดและผู้อำนวยการโรงพยาบาลช่วยสนับสนุนและประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนเข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้รวมทั้งเป็นจุดเริ่มต้นของการออกกำลังกาย ขอแนะประชาชนที่จะเข้าร่วมต้องเตรียมความพร้อมของร่างกาย และรู้ความสามารถของตนเองว่าจะวิ่งไประยะทางเท่าไหร่ นายแพทย์โอภาส กล่าว

กองทุนการศึกษา สืบสานพระราชปณิธานในหลวงร.9

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/297942

กองทุนการศึกษา สืบสานพระราชปณิธานในหลวงร.9

พัฒนาครู, กองทุนการศึกษาพัฒนาครู, Samsung Career Discovery, กองทุนการศึกษา, จริยธรรม

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มีกระแสพระราชดำรัสกับประธานองคมนตรี และคณะองคมนตรี เพื่อดำเนินการด้านการศึกษา และพัฒนาคุณธรรม จริยธรรม ให้กับนักเรียนและครู

        โดยพระราชทานเงินส่วนพระองค์ให้คณะองคมนตรี ดำเนินการสนองพระราชประสงค์แบบปิดทองหลังพระ เพื่อสร้างความพร้อมด้านกายภาพให้แก่โรงเรียน พัฒนาความรู้และปลุกจิตวิญญาณความเป็นครู ให้สวัสดิการครู สร้างจิตสำนึกให้ครูรักศิษย์ ศิษย์รักครู

    พระราชทานชื่อโครงการว่า “โครงการกองทุนการศึกษา” เริ่มดำเนินงานเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2555 “เพื่อสร้างคนดีให้แก่บ้านเมือง” โดยเริ่มพัฒนากายภาพโรงเรียนให้พอแก่การเรียนการสอนตามสภาพแวดล้อมที่โรงเรียนตั้งอยู่ และไม่ให้ห่างจากโรงเรียนในเมืองเกินไป พัฒนาคุณธรรมจริยธรรมแก่นักเรียน พัฒนาความรู้ความสามารถแก่ครู ให้สวัสดิการครู

กองทุนการศึกษา สืบสานพระราชปณิธานในหลวงร.9

        พล.อ.สุรยุทธ์   จุลานนท์ องคมนตรี รองประธานกรรมการ โครงการกองทุนการศึกษา กล่าวว่า  “ในหลวงรัชกาลที่ 9 พระราชทานพระราชดำริว่า สิ่งสำคัญของการดำเนินโครงการคือมุ่งพัฒนาการศึกษาให้ดีขึ้น สร้างเสริมจริยธรรม ผลิตบุคลากรที่มีคุณภาพ มีคุณธรรม สู่สังคม พระองค์ได้พระราชทานคำแนะนำให้ทำงานแบบภาคเอกชน ประสานความร่วมมือกับภาคส่วนต่างๆ ทำทุกอย่างให้เรียบง่าย ประหยัด ลดขั้นตอนการปฏิบัติ ซึ่งเราพยายามดำเนินงานตามพระราชดำริมาโดยตลอด ส่งผลให้เกิดพัฒนาการกับหลายโรงเรียนที่ร่วมโครงการ ทั้งด้านความรู้และโอกาส ถือเป็นต้นแบบของมาตรฐานการศึกษาไทย”

กองทุนการศึกษา สืบสานพระราชปณิธานในหลวงร.9

     เป้าหมายสำคัญของโครงการ มิใช่เพียงแค่การผลิตผู้มีความรู้ความสามารถเท่านั้น แต่ต้องร่วมกันสร้างเด็กและเยาวชนให้เป็นคนดี คนเก่ง มีคุณธรรม รู้หน้าที่ รู้ศักยภาพของตนเอง มีน้ำใจช่วยเหลือกัน ไม่ใช่แข่งกันเรียนอย่างเดียว แต่ต้องมีกิจกรรมที่ส่งเสริมความสามัคคี และประพฤติตนอยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุข เคารพและปฏิบัติตามกฎหมายของบ้านเมือง เคารพในสิทธิผู้อื่น เพื่อเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศไทยให้เกิดความยั่งยืนต่อไป

กองทุนการศึกษา สืบสานพระราชปณิธานในหลวงร.9

      ปัจจุบันมีโรงเรียนเข้าร่วมโครงการแล้ว 4 รุ่น รวม 155 โรงเรียน ประกอบด้วย สถานศึกษาในสังกัด สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(สพฐ.) จำนวน 143 โรงเรียน และสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) กับสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) อีก 12 โรงเรียน ส่วนใหญ่จะตั้งอยู่ในพื้นที่ห่างไกลความเจริญ หรือได้รับผลกระทบจากภัยธรรมชาติ และมีความสำคัญต่อความมั่นคงชายแดน

     ล่าสุดโครงการกองทุนการศึกษา ร่วมกับ บริษัท ไทยซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ จำกัด นำนวัตกรรม Samsung Career Discovery“ค้นพบตัวเอง ค้นพบอาชีพ” มาอบรมให้ครูที่มีจากกว่า 100 โรงเรียน ให้สามารถนำไปประยุกต์ใช้แนะแนวนักเรียน ให้ค้นหาความถนัด ค้นพบศักยภาพของตนเอง และวางแผนเส้นทางอาชีพที่เหมาะสม สู่การเป็นบุคลากรที่มีคุณภาพของประเทศต่อไปในอนาคต

กองทุนการศึกษา สืบสานพระราชปณิธานในหลวงร.9

     วาริท จรัณยานนท์ ผู้จัดการอาวุโส ฝ่ายการตลาดองค์กร บริษัท ไทยซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ จำกัด กล่าวว่านวัตกรรมการเรียนรู้ จะช่วยเพิ่มขีดความสามารถการแนะแนวให้ครู และช่วยให้นักเรียนในพื้นที่ห่างไกลภายใต้โครงการกองทุนการศึกษา ได้ค้นพบศักยภาพและแนวทางการพัฒนาตนให้เป็นคนดีมีคุณค่าต่อสังคม ตามพระราชปณิธานของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9”

กองทุนการศึกษา สืบสานพระราชปณิธานในหลวงร.9

คุณครู วิเชียร กลีบจงกล

     คุณครู วิเชียร กลีบจงกล ครูผู้สอนวิชาการศึกษาค้นคว้าด้วยตัวเอง ในหลักสูตรโรงเรียนมาตรฐานสากล ร.ร. พรหมานุสรณ์ จังหวัดเพชรบุรี เล่าว่า นวัตกรรม การเรียนรู้ จะมีเว็บแอปพลิเคชั่นและกระบวนการในห้องเรียน ในส่วนของเว็บแอปพลิเคชั่น มี 2 ส่วน ได้แก่ส่วนที่ 1 ค้นพบตัวเองเป็นแบบสำรวจพหุปัญญา 40 ข้อ เพื่อให้เด็กได้รู้จักตนเองอย่างรอบด้าน ว่ามีความถนัดด้านไหนและสนใจเรื่องอะไร

   ส่วนที 2 ค้นพบอาชีพการนำเสนอคลิปวิดีโอ สัมภาษณ์วิทยากรผู้มีประสบการณ์ ในสาขาอาชีพต่างๆ ที่หลากหลายและน่าสนใจกว่า 40 อาชีพ สร้างแรงบันดาลใจแก่เยาวชน หากมุ่งสู่เส้นทางนั้นต้องมีคุณสมบัติและทักษะอย่างไร เพื่อช่วยให้นักเรียนได้ค้นตัวเอง ครูจะสอนส่งเสริมการเรียนรู้ได้ทั้งจุดเด่นและจุดที่ต้องเพิ่มเติมให้กับนักเรียนได้ตรงจุด

กองทุนการศึกษา สืบสานพระราชปณิธานในหลวงร.9

  คุณครู .นิวิสณีย์ ลอมา

       ด้านคุณครู .นิวิสณีย์ ลอมา จากรร.บ้านตะโละไกรทอง จ.ปัตตานี อธิบายว่านวัตกรรมดังกล่าว จะทำให้ครูและนักเรียนได้เรียนรู้ว่า ทฤษฎีพหุปัญญา ของศ.ฮาวเวิร์ด การ์ดเนอร์ 8 ด้าน ภาษา ,ตรรกะและคณิตศาสตร์ ,มิติสัมพันธ์ ,ร่างกายและการเคลื่อนไหว ,ดนตรีและจังหวะ ,สังคมและปฏิสัมพันธ์ ,การรับรู้และเข้าใจตนเอง และธรรมชาติวิทยา ทุกคนต่างมีปัญญาที่หลากหลายเหล่านี้ครบทุกด้าน

กองทุนการศึกษา สืบสานพระราชปณิธานในหลวงร.9

    โดยที่บางด้านอาจโดดเด่นเป็นพิเศษ และอาจมีบางด้านด้อยกว่า ทุกด้านไม่ได้แยกขาดจากกัน แต่ทำงานผสมผสานกันเป็นบุคลิกภาพของเรา แต่ละคนจึงมีวิธีเรียนรู้ วิธีคิดแก้ปัญหาแตกต่างกัน ทุกด้านล้วนพัฒนาได้ให้ทุกคนได้ค้นพบและใช้ปัญญาที่ตนถนัดเอื้อประโยชน์แก่สังคมอย่างเต็มความสามารถ นักเรียนแต่ละคนมีทักษะไม่เหมือนกัน

กองทุนการศึกษา สืบสานพระราชปณิธานในหลวงร.9

    นวัตกรรมนี้จะช่วยให้แต่ละคนได้เรียนรู้ทักษะของตัวเอง ความชอบ ที่นำไปสู่การเลือกเส้นทางการเรียน อาชีพโดยมีต้นแบบแต่ละอาชีพให้เรียนรู้ว่า เส้นทางแต่ละอาชีพเป็นอย่างไร เป็นการนำนวัตกรรมมาช่วยนักเรียนเพิ่มมากขึ้นจากสมัยก่อนที่มีเพียงครูแนะแนว

กองทุนการศึกษา สืบสานพระราชปณิธานในหลวงร.9

     ทั้งนี้เมื่อครูนำนวัตกรรมของซัมซุง มาใช้ร่วมกับกระบวนการจัดการเรียนรู้ที่ผู้เรียนมีส่วนร่วม (Active Learning) สนับสนุนให้ครูเปลี่ยน บทบาทจากผู้สอน เป็นโค้ชหรือผู้อำนวยกระบวนการเรียนรู้ (Coach/Facilitator) และเปลี่ยนนักเรียนจากผู้รอรับความรู้ เป็น Active Learner สามารถตั้งคำถาม หาคำตอบ และสังเคราะห์ความรู้ ตลอดจนสื่อสารสิ่งที่ค้นพบสู่ผู้อื่นได้ สำรวจพหุปัญญาแนะนำอาชีพได้ที่ http://www.samsungslc.org/scd

     0 หทัยรัตน์ ดีประเสริิฐ 0 qualitylife4444@gmail.com

เผยขั้นตอนเข้าร่วมพิธีถวายดอกไม้จันทน์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/297914

เผยขั้นตอนเข้าร่วมพิธีถวายดอกไม้จันทน์

เผยขั้นตอนเข้าร่วมพิธีถวายดอกไม้จันทน์

แนะนำการเตรียมตัว-ขั้นตอนเข้าร่วมพิธีถวายดอกไม้จันทน์ ประชาชนที่จะเข้าชมริ้วขบวนจริงต้องพกบัตรประชาชนมาด้วย

        นางเสาวรีย์ อัมภสุวรรณ์ ผู้อำนวยการกลุ่มพัฒนาระบบบริหาร กล่าวว่า มีจิตอาสาลงทะเบียนทั้งในและต่างประเทศจำนวน 4 ล้านคน โดยแต่ละท่านจะได้รับสิ่งของพระราชทานสามารถรับได้ที่สถานที่ที่ลงทะเบียน ประกอบด้วย เสื้อโปโลสีดำที่มีข้อความ ธ สถิตในดวงใจตราบนิรันดร์ หมวกแกป ผ้าพันคอ ปลอกแขน ส่วนจิตอาสาที่มีอายุน้อยกว่า17 ปี จะได้รับพระราชทานกระปุกออมสินด้วย

เผยขั้นตอนเข้าร่วมพิธีถวายดอกไม้จันทน์

      สำหรับการแต่งกายและการเตรียมพร้อมเข้าร่วมพิธีถวายดอกไม้จันทน์ งาน   พระราชพิธีถวายพระเพลิงฯ สุภาพบุรุษ เสื้อดำ เชิ้ตดำ กางเกงดำขายาว งดยีนส์ รองเท้าสุภาพ หุ้มส้นสีดำ สภาพสตรี เสื้ดดำ ไม่รัดรูป งดเสื้อแขนกุดหรือสายเดี่ยว กระโปรงยาวสีดำคลุมเข่า รองเท้าสุภาพ หุ้มส้นสีดำ         ส่วนขั้นตอนและวิธีในการเข้าร่วมพิธีถวายดอกไม้จันทน์ 1.เจ้าหน้าที่แบ่งประชาชนเป็น9 แถว 2.เจ้าหน้าที่จัดระเบียบแถวทั้ง 9 แถว แถวละ 9 คน 3.เจ้าหน้าที่ประจำซุ้มถวายดอกไม้จันทน์คอยส่งดอกไม้จันทน์ให้ประชาชน 4.ประชาชนเข้าประจำจุดถวายดอกไม้จันทน์ ถวายคำนับหนึ่งครั้ง แล้ววางดอกไม้จันทน์ที่พานจากนั้นถวายคำนับอีกครั้งก่อนเดินแยกออกซ้าย-ขวา และ5.รับแผ่นพับพระราชประวัติและหนังสือที่ระลึก

เผยขั้นตอนเข้าร่วมพิธีถวายดอกไม้จันทน์

      “ประชาชนสามารถเดินทางเข้าชมริ้วขบวนจริงได้ แต่จะต้องผ่านจุดคัดกรองที่มีอยู่โดยรอบ 9 จุด โดยจะต้องนำบัตรประจำตัวประชาชนมาแสดงด้วย หากไม่นำมาแสดงจะไม่อนุญาตให้เข้าไปชม และควรพกพาเฉพาะสิ่งขอที่จำเป็นกับตัวท่านเท่านั้น ไม่อนุญาตให้นำสิ่งของอันตรายเข้าโดยเด็ดขาด      ทั้งนี้ จุดที่จะสามารถอยู่ได้คือบริเวณถนนมหาราช ถนนสนามไชย ถึงศาลหลักเมือง ซึ่งจะอยู่ในบริเวณฟุตบาทฝั่งตรงข้ามพระบรมมหาราชวัง และต้องอยู่ในอารสงบ ส่วนท่านที่ต้องการบันทึกภาพจะต้อทำด้วยอากัปกิริยาที่สำรวมเหมาะสม”นางเสาวรีย์กล่าว

ประชาชนเข้าพื้นที่ชมริ้วขบวนจริงได้ 4 หมื่นคน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/297908

ประชาชนเข้าพื้นที่ชมริ้วขบวนจริงได้ 4 หมื่นคน

พระราชพิธีบรมศพ, ประชาชนเข้าพื้นที่ชมริ้วขบวนจริงได้ 4 หมื่นคน, หมื่นคน, วันที

พระราชพิธีถวายพระเพลิงประชาชนเข้าพื้นที่ชมริ้วขบวนจริงได้4 หมื่นคน เริ่มเปิดจุดคัดกรองตี 5 วันที 25 ต.ค.60

    พล.โท สรรเสริญ แก้วกำเนิด อธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ กล่าวว่า พื้นที่สามารถรองรับประชาชนที่จะได้เข้าในพื้นที่ริ้วขบวนจริงได้เพียง 40,000 คน โดยจะเชิญประชาชนทั้งหใดออกนอกพื้นที่พระราชพิธีฯตั้งแต่คืนวันที่ 24 ตุลาคม 2560 ส่วนผู้ที่ประสงค์จะเข้าชมริ้วขบวนจริงจะต้องเข้าสู่จุดคัดกรองตั้งแต่เวลาตี 5 ของวันที่ 25 ตุลาคม 2560

พบ‘ตะกั่วใน’‘ช็อกโกแลต’ เกือบทุกยี่ห้อ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/297872

พบ‘ตะกั่วใน’‘ช็อกโกแลต’ เกือบทุกยี่ห้อ

พบตะกั่วในช็อกโกแลต เกือบทุกยี่ห้อ, นางสาวสารี อ๋องสมหวัง, ตะกั่วใน, ช็อกโกแลต, เกือบทุกยี่ห้อ, ตะกั่ว

‘ช็อกโกแลต’ เกือบทุกยี่ห้อ พบ ‘ตะกั่ว และ/หรือ แคดเมียม’ ปริมาณตะกั่วไม่เกินมาตรฐาน เรียกร้องอย. ทำมาตรฐานแคดเมียม แนะหากบริโภคผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมช็อกโกแลต

    นางสาวสารี อ๋องสมหวัง บรรณาธิการบริหาร นิตยสารฉลาดซื้อ แถลงข่าวผลทดสอบการปนเปื้อนโลหะหนัก 2 ชนิด ได้แก่ แคดเมียม และ ตะกั่ว ในช็อกโกแลต 19 ตัวอย่าง ที่เป็นที่นิยมในตลาดทั้งผลิตในประเทศและนำเข้า โดยสุ่มเก็บตัวอย่างในเดือนสิงหาคม – กันยายน 2560 แบ่งเป็น ดาร์กช็อกโกแลต จำนวน 10 ตัวอย่าง และช็อกโกแลตประเภทอื่น ๆ อีก 9 ตัวอย่าง

    ผลการทดสอบมีเพียงตัวอย่างเดียว ที่ไม่พบตะกั่วและแคดเมียมเลย คือ ลินด์ สวิส คลาสสิค ไวท์ ช็อกโกแลต (Lindt Swiss Classic White Chocolate) ขณะที่อีก 18 ตัวอย่างพบการปนเปื้อนของตะกั่วและ/หรือแคดเมียม โดยเมื่อเทียบกับค่ามาตรฐานตะกั่ว ทั้งในและต่างประเทศ พบว่าผ่านเกณฑ์มาตรฐานทุกตัวอย่าง แต่ประเทศไทยยังไม่มีการกำหนดมาตรฐานการปนเปื้อนสารแคดเมียม

     “แม้ว่าจะไม่มีตัวอย่างใดพบการตกค้างตะกั่วจนเกินค่ามาตรฐาน แต่จากการอ่านฉลากพบว่า มี 2 ตัวอย่างที่ไม่มีการแสดงฉลากเป็นภาษาไทย และไม่มีการแสดงเลขสารบบอาหาร ทั้งนี้ การไม่แสดงฉลากภาษาไทยเข้าข่ายความผิดตามมาตรา 6 (10) และมีโทษตามมาตรา 51 ของ พ.ร.บ. อาหาร พ.ศ. 2522 คือปรับไม่เกินสามหมื่นบาท ส่วนการไม่แสดงเลขสารบบอาหาร มีความเป็นไปได้ว่านำเข้าอาหารเพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต (มาตรา 15) ซึ่งมีบทลงโทษคือ มีโทษจำคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินสามหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ (มาตรา 53)

     นางสาวมลฤดี โพธิ์อินทร์ นักวิชาการด้านอาหาร มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค กล่าวว่า การปนเปื้อนของโลหะหนักในผลิตภัณฑ์อาหารไม่สามารถทำลายได้ด้วยความร้อน ซึ่งประกาศกระทรวงสาธารณสุข ฉบับที่ 83 (พ.ศ. 2527) ซึ่งได้กำหนดให้ปริมาณสารตะกั่วที่ตรวจพบในช็อกโกแลตต้องไม่เกิน 1 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม (มก./กก.) แต่หากเป็นช็อกโกแลตชนิดไม่หวาน ตรวจพบได้ไม่เกิน 2 มก./กก. แต่สำหรับแคดเมียมในช็อกโกแลตนั้น ประเทศไทยยังไม่มีการกำหนดเกณฑ์เอาไว้”

     “แม้ว่าผลทดสอบการปนเปื้อนโลหะหนัก 2 ชนิด ในช็อกโกแลตดังกล่าวจะไม่เกินเกณฑ์มาตรฐาน แต่สารโลหะหนักเหล่านี้สามารถสะสมในร่างกายได้ ดังนั้นผู้บริโภคยังคงต้องระมัดระวังการบริโภคอาหารที่มีส่วนผสมของช็อกโกแลต ซึ่งยังคงมีความเสี่ยงต่อสุขภาพหากรับประทานในปริมาณมากหรือบ่อยครั้ง โดยเฉพาะในเด็กที่อ่อนไหวเป็นพิเศษต่อสารปนเปื้อนโลหะหนัก”เรื่องของปริมาณโกโก้ในช็อกโกแลต

      ทั้งนี้ประกาศกระทรวงสาธารณสุข ฉบับที่ 83 (พ.ศ. 2527) เรื่อง ช็อกโกแลต ได้กำหนดคุณภาพและมาตรฐานเฉพาะของช็อกโกแลต แต่ละชนิดเอาไว้ สำหรับช็อกโกแลตนม ซึ่งเป็นชนิดของช็อกโกแลตที่เราเลือกสุ่มเก็บมาเป็นตัวอย่างในการตรวจวิเคราะห์ครั้งนี้ มีการกำหนดคุณภาพไว้ว่าต้องมีปริมาณโกโก้ไม่น้อยกว่าร้อยละ 25 ของปริมาณช็อกโกแลต โก้โกปราศจากไขมันไม่น้อยกว่าร้อยละ 2.5 มีธาตุน้ำนมไม่รวมมันเนยไม่น้อยกว่าร้อยละ 10.5 และต้องมีน้ำตาลไม่เกินร้อยละ 55

        แต่ที่อยากฝากไว้เป็นข้อสังเกตของคนที่ชอบช็อกโกแลตก็คือ เมื่อดูปริมาณส่วนประกอบทั้งหมดในผลิตภัณฑ์ช็อกโกแลตนั้น ยังมีส่วนประกอบที่เป็นน้ำตาล เพราะฉะนั้นถ้าหากรับประทานมากๆ ย่อมส่งผลเสียต่อสุขภาพแน่นอน ปริมาณแคลอรีของพลังงานจากการกินอาหารที่เหมาะสมต่อร่างกายใน 1 วันคือ 1,600 – 2,000 กิโลแคลอรี และเราไม่ควรบริโภคน้ำตาลมากเกินไป

        ซึ่งตามที่นักโภชนาการแนะนำคือ ไม่ควรเกิน 24 กรัม/วัน หรือ 6 ช้อนชา/วัน เพราะน้ำตาลเป็นคาร์โบไฮเดรตประเภทหนึ่งที่ให้พลังงานแก่ร่างกาย โดยหากเราบริโภคมากเกินไป สามารถเสี่ยงต่อการเกิดโรคต่างๆ ได้ เช่น โรคอ้วนหรือฟันผุ โรคเบาหวาน โรคหัวใจ รวมทั้งโรคไขมันในเลือดสูงได้ นอกจากนี้ช็อกโกแลตมีสารคาเฟอีนด้วย ซึ่งอาจเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้คนติดช็อกโกแลต

        ด้านอัฏฐพร ฤทธิชาติ นักวิชาการ มูลนิธิบูรณะนิเวศ กล่าวว่าการได้รับสารตะกั่วและสารแคดเมียม ในระยะยาวจะก่อให้เกิดผลกระทบต่อสุขภาพ โดยเฉพาะในกลุ่มทารกในครรภ์และเด็ก ซึ่งสารโลหะหนักทั้ง 2 ชนิดนี้จะส่งผลเสียหายต่อการเจริญเติบโตของระบบประสาทและพัฒนาการทางสมองของเด็กที่คล้ายกัน กล่าวคือ ทำให้ระดับสติปัญญาด้อยลง ผลการเรียนตกต่ำ สมาธิสั้น และก้าวร้าว และก่อให้เกิดผลกระทบต่อระบบอื่น ๆ ของร่างกายด้วย เช่น ระบบสืบพันธุ์ ตับ ไต และระบบการสร้างเม็ดเลือด

    ส่วนด้านการก่อให้เกิดโรคมะเร็ง องค์การวิจัยโรคมะเร็งนานาชาติ (IARC) ซึ่งเป็นหน่วยงานหนึ่งขององค์การอนามัยโลก กำหนดให้แคดเมียมเป็นสารก่อมะเร็งในมนุษย์ โดยมีหลักฐานยืนยันว่าทำให้เกิดมะเร็งปอด และมีหลักฐานอย่างจำกัดว่าทำให้เกิดมะเร็งที่ไตและต่อมลูกหมาก และกำหนดให้สารประกอบของตะกั่วเป็นสารที่น่าจะก่อให้เกิดมะเร็งในมนุษย์

       ทั้งนี้ สารตะกั่วและแคดเมียมถูกนำมาใช้ในอุตสาหกรรมหลายประเภท จึงก่อให้เกิดการปนเปื้อนในสิ่งแวดล้อมและการดูดซึมสารโลหะหนักของพืชได้ ดังนั้น การควบคุมการปล่อยมลพิษจากแหล่งกำเนิดอย่างเข้มงวด จึงเป็นอีกทางหนึ่งที่จะช่วยลดความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นกับแหล่งอาหารของเราได้

ตามรอยพ่อ ..แข่งร้องเพลงพระราชนิพนธ์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/297804

ตามรอยพ่อ ..แข่งร้องเพลงพระราชนิพนธ์

ตามรอยพ่อ แข่งร้องเพลงพระราชนิพนธ์, วงดนตรีลูกทุ่งโสภาพพิทยาภรณ์, นายกิตติศักดิ์ บุคำ  อดีตผู้อำนวยการโรงเรียนโสภาพพิทยาภรณ์, คุณครูพัฒนี ขจรภพ, ครูชัยสิน นารีนาถ, นารีนาถ

ทุกเย็นประมาณ5โมงเย็นถึงหนึ่งทุ่มเสียงเพลงพระราชนิพนธ์ยามเย็น ที่ร้องโดย“ดญ.ศุพิศรา นารีนาถ” วัย10ขวบนักเรียนชั้นป.4นักร้องนำหญิง วงดนตรีลูกทุ่งโสภาพพิทยาภรณ์

..แดด รอน ๆ

เมื่อทินกรจะลับเหลี่ยมเม-ฆา

ทอแสงเรืองอร่าม ช่าง งาม ตา

ในนภาสลับ จับ อัม พร

..แดด รอน ๆ

เมื่อทินกรจะลาโลกไป ไกล

ยามนี้จำต้องพราก จาก ดวง ใจ

ไกลแสนไกลสุดห่วง ยอด ดวง ตา

..แต่ก่อนเคยคลอเคลียกัน

ทุกวันคืนรี่นอุรา

ต้องอยู่เดียวเปลี่ยววิญญา

เหมือนดัง นภา ไร้ ทินกร

แดด รอน ๆ

หากทินกรจะลาโลกไป ไกล

ความรักเราคง อยู่ คู่ กัน ไป

ในหัวใจคงอยู่ คู่ เชย ชม

..แดด รอน ๆ

หมู่มวลภมรบินลอยล่องตาม ลม

คลอเคล้าพฤกษาชาติ ชื่น เชย ชม

ชมสมตามอารมณ์ ล่อง เลย ไป

ลิ่ว ลม โชย

กลิ่นพันธุ์ไม้โปรยโรยร่วงห่วงอา ลัย

ยามสายัณห์พลันพราก จาก ดวง ใจ

คอยแสงทองวันใหม่ กลับ คืน มา

แต่ก่อนเคยคลอเคลียกัน

ทุกวันคืนชื่นอุรา

ต้องอยู่เดียวเปลี่ยววิญญา

เหมือนดังนภาไร้ทินกร

..โอ้ ยาม เย็น

จวบยามนี้เป็นเวลา สุด อา วรณ์

ยามไร้ความสว่างห่างทินกร

ยามรักจำจะ จร จาก กัน ไป.

ตามรอยพ่อ ..แข่งร้องเพลงพระราชนิพนธ์

      บางครั้งก็จะได้ยินเสียงเด็กชาย อุทิศ เสนาวงศ์ นักเรียนชั้นป.6 ซ้อมเพลงเดียวกันสลับไปด้วย พวกเขาทั้ง 40 ชีวิต ซ้อมร้องเพลงพระราชนิพนธ์มาแล้วร่วม 2 เดือน เพื่อเตรียมไปแข่งขันทักษะวิชาการ ในงานศิลปหัตถกรรม สำนักงานการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) กระทรวงศึกษาธิการ ระดับเขตพื้นที่ ซึ่งจะจัดขึ้นในวันที่ 11 ตุลาคมที่จะถึงนี้

     คุณครูพัฒนี ขจรภพ  ครูประจำชั้นป. 5โรงเรียนโสภาพพิทยาภรณ์ ซึ่งทำหน้าที่ฝึกซ้อม ร้องเพลง แดนเซอร์ เล่าว่าสมาชิกวงดนตรีลูกทุ่ง วงนี้มีตั้งแต่ขั้นป.4 ขึ้นไปจนถึง ม.3 ครูหัวหน้าวงและครูผู้ฝึกซ้อมต่างๆ ก็ช่วยกันดูแล ฝึกซ้อมให้นักเรียนตามความสนใจและความสามารถ ตั้งแต่ชั้น ป.4 ไปจนถึง ม.3 โดยฝึกซ้อมทุกวัน และช่วงใกล้วันที่จะแข่งขันทักษะในเวทีต่างๆก็จะฝึกซ้อมเข้มข้นมากขึ้น

ตามรอยพ่อ ..แข่งร้องเพลงพระราชนิพนธ์

   “ทุกวันนี้การฝึกซ้อมท่าเต้นต่างๆ ก็ประยุกต์ให้ร่วมสมัย ด้วยความที่เทคโนโลยีเจริญ ก็หาดูได้จากแหล่งข้อมูลต่างๆ นำมาปรับใช้ พลิกแพลงท่าเต้นให้เข้ากับทักษะของนักเรียน มีครูคอยดู เพลงต่างๆก็ซ้อมร้องตามความรู้ความสามารถของครูและสมาชิกวง หัดกันตั้งแต่เด็ก ป.4 กว่าจะเข้าที่แข่งขันกันได้ ก็ประมาณ ม.3 นักเรียนทุกคนทำกันด้วยความรักในศิลปการแสดงพื้นบ้าน ประเพณีวัฒนธรรมท้องถิ่นดั้งเดิมที่มีมา ซึ่งผู้อำนวยการโรงเรียนก็ให้การสนับสนุนเป็นอย่างดี ”ครูพัฒนี เล่า

ตามรอยพ่อ ..แข่งร้องเพลงพระราชนิพนธ์

     ซึ่งวงดนตรีลูกทุ่งแห่งนี้ส่งเข้าประกวดแข่งขัน 4 ประเภท ประกอบด้วย การเพลงร้องพระราชนิพนธ์ ซึ่งกำหนดเพลง “ยามเย็น”ในการประกวดทั้งชายหญิง นอกจากนั้นยังมีเพลงลูกทุ่ง เพลงลูกกรุง และเพลงสากล ทั้งระดับชั้นประถมศึกษาตอนปลาย และมัธยมศึกษาตอนต้นสำหรับ เด็กหญิง“ดญ.ศุพิศรา นารีนาถ” วัย 10 ขวบ ที่ร้องเพลงพระราชนิพนธ์ ยามเย็น นี้เคยได้รับรางวัลชนะเลิศ เพลงลูกทุ่งในเวทีเดียวกันมาแล้วในการแข่งขันระดับเครือข่าย โดยมี ครูชัยสิน นารีนาถ เป็นหัวหน้าวง

ตามรอยพ่อ ..แข่งร้องเพลงพระราชนิพนธ์

    นายกิตติศักดิ์ บุคำ  อดีตผู้อำนวยการโรงเรียนโสภาพพิทยาภรณ์ ที่เพิ่งหมดวาระไปเมื่อวันที่ 30 กันยายน เล่าว่าโรงเรียนแห่งนี้ส่งเสริมหลักสูตรท้องถิ่นที่เรียกว่า“ฮีต12คอง14”ให้ครูทุกคนสอนและส่งเสริมนักเรียนทุกคนได้เรียนรู้ประเพณีทั้ง 12 เดือนและจารีตวัฒนธรรมที่ปฏิบัติมาทั้งหมดของคนอีสาน ที่พ่อแม่ ปู่ย่า ตายาย ยึดถือปฏิบัติสืบทอดกันมา ให้เด็กรุ่นใหม่ได้เรียนรู้ทุกสิ่งอย่างไม่ให้สูญหายไปจากความทรงจำของเยาวชนคนรุ่นใหม่

ตามรอยพ่อ ..แข่งร้องเพลงพระราชนิพนธ์

    “เวลามีงานประเพณีต่างๆในแต่ละเดือนโรงเรียนพยายามส่งเสริมให้นักเรียนเข้าร่วมกิจกรรมตลอด เพื่อให้เด็กๆได้ซึมซับแนวปฏิบัติต่างๆให้อยู่ในวิถีชีวิต

ตามรอยพ่อ ..แข่งร้องเพลงพระราชนิพนธ์

      เพราะคำว่า “ฮีต12” นี่ก็คือจารีดประเพณี 12เดือน ที่อยู่วิถีชีวิตทุกคน ส่วน “คอง14″ก็มาจากครรถลอง 14 อย่างที่จะต้องยึดถือปฏิบัตินั่นเองจำเป็นที่เด็กรุ่นใหม่ต้องเรียนรู้เช่น”

     คำว่า ฮีตสิบสองมาจากคำ 2 คำ คือ ฮีต กับ สิบสอง ฮีตมาจากคำว่า จารีต หมายถึงสิ่งที่ปฏิบัติสืบต่อกันมาจนกลายเป็นประเพณีที่ดีงาม ชาวอีสาน เรียกว่า จาฮีต หรือฮีต สิบสอง หมายถึง เดือนทั้ง 12 เดือน

ตามรอยพ่อ ..แข่งร้องเพลงพระราชนิพนธ์

    ในหนึ่งปีฮีตสิบสอง จึงหมายถึง ประเพณีที่ประชาชนชาวอีสานได้ปฏิบัติสืบต่อกันมาในโอกาสต่างๆ ทั้งสิบสองเดือนในแต่ละปี ประเพณีทั้งสิบสองเดือนที่ชาวอีสานถือปฏิบัติกันมานั้นล้วนเป็นประเพณีที่ส่งเสริมให้คนในชุมชน ได้ออกมาร่วมกิจกรรมพบปะสังสรรค์กัน เพื่อความสนุกสนานรื่นเริงและเพื่อความสมานสามัคคีมีความรักใคร่กัน ของคนในท้องถิ่น

ตามรอยพ่อ ..แข่งร้องเพลงพระราชนิพนธ์

     สำหรับ ฮีตสิบสองได้แก่ เดือนอ้าย(เดือนเจียง)-บุญข้าวกรรม เดือนยี่ – บุญคูณลาน เดือนสาม-บุญข้าวจี่  เดือนสี่-บุญผเหวส เดือนห้า-บุญสงกรานต์  เดือนหก-บุญบั้งไฟ  เดือนเจ็ด-บุญซำฮะ    เดือนแปด-บุญเข้าพรรษา  เดือนเก้า-บุญข้าวประดับดิน  เดือนสิบ-บุญข้าวสาก  เดือนสิบเอ็ด-บุญออกพรรษา  เดือนสิบสอง-บุญกฐิน

ตามรอยพ่อ ..แข่งร้องเพลงพระราชนิพนธ์

   ส่วนคลองสิบสี่ประเภทสอนทุกเพศทุกวัยทุกฐานะ

     1. เมื่อฤดูข้าวออกรวงเก็บผลผลิตอย่าพึ่งนำมารับประทานให้นำไปทำบุญก่อน 2.อย่าเป็นคนโลภมาก เห็นแก่ตัว ให้สร้างหอบูชาสี่มุมบ้าน รั้วกำแพงวัด

3.ก่อนขึ้นบนบ้านให้ล้างเท้า 4. เมื่อถึงวันพระให้คาราวะก้อนเส้า บันไดบ้านประตูบ้าน 5.และนำดอกไม้ธูปเทียนคาราวะสามี

       6.และวันอุโบสถให้ถวายพระสงฆ์ 7.ก่อนนอนให้ล้างเท้าให้สะอาด 8.พอถึงวันดับขึ้นหรือแรม15ค่ำให้นิมนต์พระมาเจริญพุทธมนต์และตักบาตรบ้าน 9.เมื่อพระมาใส่บาตรอย่าให้ท่านได้รอ 10.และเมื่อพระเข้าปริวาสกรรมเสร็จให้ถวายดอกไม้ธูปเทียน 11.ภิกษุเดินผ่านให้นั่งลงยกมือไหว้ก่อนพูดด้วย

ตามรอยพ่อ ..แข่งร้องเพลงพระราชนิพนธ์

     12. อย่าเยียบเงาพระสงฆ์ 13. อย่าเอาอาหารเหลือกินไปถวาย.และอย่าให้สามีกินเพราจะบาปตลอดชาตินี้ 14.และหน้าและสำคัญเมื่อถึงวันพระ เข้าพรรษา ออกพรรษา วันมหาสงกรานต์ ห้ามเสพเมถุน(ร่วมเพศ)เพราะลูกหลานจะสอนยาก

 จากคลองคำสอนที่กล่าวมาถ้าปฏิบัติได้จะนำมาซึ่งความสงบสุข

คุรุสภายืนยันให้ตั๋วครู“ราชภัฎเลย”ไม่ได้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/297646

คุรุสภายืนยันให้ตั๋วครู“ราชภัฎเลย”ไม่ได้

มรภเลยวืดตั๋วครู, ศูนย์นอกที่ตั้ง, คุรุสภา, คุรุสภายืนยันให้ตั๋วครูราชภัฎเลยไม่ได้

เลขาธิการคุรุสภา เผยไม่สามารถให้ใบรับรองวิชาชีพครูบัณฑิตมรภ.เลยที่จบจากศูนย์นอกที่จ.ขอนแก่นได้ เนื่องจากเป็นศูนย์นอกที่ตั้งที่ไม่ผ่านการประเมินจากสกอ.

     ดร.สมศักดิ์ ดลประสิทธิ์  เลขาธิการคุรุสภา กล่าวถึงกรณีที่บัณฑิตคณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฎจังหวัดเลย(มรภ.เลย) ที่สำเร็จการศึกษาจาก ศูนย์การศึกษา จ.ขอนแก่น  125 คน จาก 3 หลักสูตร  คอมพิวเตอร์ศึกษา สาขาภาษาไทย และสาขาภาษาอังกฤษ ไม่ได้รับใบประกอบวิชาชีพครู ว่า คุรุสภาไม่สามารถให้ใบรับรองวิชาชีพครูได้ เพราะศูนย์นอกที่ตั้งที่จ.ขอนแก่น ไม่ผ่านการประเมินจากสำนักงานคณะกรรมการอุดมศึกษา(สกอ.) ซึ่ง คุรุสภา ได้เยียวบัณฑิตกลุ่มนี้ด้วยการให้ไปเทียบโอนตามระเบียบคุรสภา         ซึ่งผู้ที่ผ่านการเทียบโอนจะได้รับออกใบอนุญาตปฏิบัติการสอน ซึ่งจะมีระยะเวลา 1 ปีนำไปใช้ปฏิบัติการสอนได้ และหลังจากนั้นให้ไปสอบใบประกอบวิชาชีพครู ซึ่งจะมีระยะเวลา 5 ปีเช่นเดียวกันกับบัณฑิตที่ได้รับรองวิชาชีพ

    อย่างไรก็ตามมีระเบียบของการสอบกำหนดไว้ว่าต้องการใบรับรองการประกอบวิชาชีพครูเท่านั้น เช่นโครงการครูคืนถิ่นระเบียบกำหนดมาว่าต้องใช้ใบประกอบวิชาชีพครูเท่านั้นทำให้บัณฑิตกลุ่มนี้ที่สอบได้เสียสิทธิ

     ทั้งนี้เมื่อวานที่ 2 ต.ค.นายมนตรี ขันศรีนวล  นักศึกษาในรุ่นที่ 3 ศึกษาต่อในปี 2555 สาขา ครุศาสตรบัณฑิต สาขาคอมพิวเตอร์สื่อสาร ระยะการศึกษา 5 ปีพร้อมตัวแทนนักศึกษา คณะครุศาสตร์ ศูนย์การศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฎจังหวัดเลย(มรภ.เลย) เข้าร้องศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดขอนแก่น ว่าระหว่างที่เรียนไม่พบว่ามีปัญหาใดๆ กระทั่งเดือนเมษายน 2560 วันที่จบการศึกษาได้รับแจ้งจากทางมหาวิทยาลัยว่า ไม่สามารถมอบ ใบประกอบวิชาชีพครูให้กับนักศึกษาจบใหม่ได้

    เพราะคณะกรรมการอุดมศึกษามาประเมินศูนย์นอกที่ตั้ง ที่ศูนย์การศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฎเลย จังหวัดขอนแก่น พบว่า หลักสูตรครุศาสตรบัณฑิต 3 สาขา คือ สาขาอังกฤษ สาขาภาษาไทย และสาขาคอมพิวเตอร์สื่อสารไม่ผ่านการประเมิน

     โดยมหาวิทยาลัยอ้างว่า คุรุสภาสามารถออกใบอนุญาตปฏิบัติการสอนให้ได้เท่านั้น ทำให้บัณฑิตจบใหม่ ทั้ง 3 สาขาวิชา 125 คน ได้รับความเดือดร้อนทั้งการสมัครสอบเข้ารับราชการ การสมัครทำงานอื่นๆ รวมถึงการศึกษาต่อ เนื่องจากสถานที่ทำงานส่วนใหญ่ ต้องการในรับรองการประกอบวิชาชีพครูเท่านั้น

———————————————————————————–

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : “ราชภัฎเลย”ลอยแพ”บัณฑิต??

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง :อธิการบดี”ราชภัฏเลย”แถลงอุ้มบัณฑิต

กำหนดจุดขึ้นลงชมพระเมรุมาศ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/297798

กำหนดจุดขึ้นลงชมพระเมรุมาศ

พระเมรุมาศ, กำหนดจุดขึ้นลงชมพระเมรุมาศ, ขยายเวลารับ-ส่งปชชชมนิทรรศการ

อนุนิทรรศการฯเผยกำหนดจุดขึ้นลงชมพระเมรุมาศและพระที่นั่งทรงธรรมวางเส้นทางรถเมล์ 6สายรถบริการเส้นละ10คันและท่าเรือ2จุดให้บริการประชาชนเดินทางชมนิทรรศการฟรี

 

การจัดนิทรรศการงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ระหว่างวันที่ 1-30 พฤศจิกายน 2560 จะมีการจัดแสดงเรื่องราวที่เกี่ยวข้องกับพระราชพิธีพระบรมศพ ในแต่ละอาคาร และกำหนดเส้นทางให้บริการประชาชนที่เดินทางมาชมนิทรรศการฟรี
โดย นายวีระ โรจน์พจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) กล่าวภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะอนุกรรมการฝ่ายบริหารจัดการนิทรรศการงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ ว่า เบื้องต้นเฉพาะการเข้าชมในส่วนของพระเมรุมาศ และพระที่นั่งทรงธรรม จะจัดแสดงนิทรรศการเกี่ยวกับพระราชประวัติและพระราชกรณียกิจ จะกำหนดเส้นทางเข้าชมชัดเจน
สำหรับบริเวณ พระเมรุมาศ จะเปิดให้เข้าชมเฉพาะชั้นชาลาที่1 เปิดให้ขึ้นทางทิศเหนือ ลงทางทิศใต้ จากนั้นเดินเข้าสู่พระที่นั่งทรงธรรมทางประตูทิศใต้และออกมางประตูทิศเหนือ

สำหรับอาคารอื่นๆ เช่น ส่วนศาลาลูกขุน1,2และ3 ซึ่งจะจัดแสดง ขั้นตอนการจัดสร้างพระเมรุมาศและอาคารประกอบ รวมถึงประติมากรรมตกแต่ง รายละเอียดการจัดทำกระดาษทองย่น เป็นต้น โดยเปิดให้เข้าชมตั้งแต่เวลา 7.00-22.00 น. คาดว่าจะมีผู้เข้าชมนิทรรศการจำนวน 1 แสนคนต่อวัน
นายวีระ  กล่าวต่อว่า ส่วนการให้บริการประชาชนในการเดินทางมายังนิทรรศการนั้น ทาง องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.)จะจัดรถโดยสารให้บริการฟรีใน 6 เส้นทาง ตั้งแต่เวลา 05.00-23.00 น.เส้นทางละ 10 คัน               ได้แก่ 1.อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ-สนามหลวง 2.หัวลำโพง-สนามหลวง 3.วงกลมรอบเกาะรัตนโกสินทร์-สนามหลวง 4.เอกมัย-สนามหลวง 5.สายใต้ใหม่-สนามหลวง และ6.หมอชิต-สนามหลวง

ส่วนทางเรือจะให้บริการตั้งแต่เวลา 06.00-22.30 น.ที่ ท่านิเวศน์วรดิฐ และท่าราชนาวิกสภา ขณะเดียวกันจะประสานกรมเจ้าท่า ขอความร่วมมือผู้ให้บริการเรือด่วน เรือเมล์ขยายเวลารองรับการเดินทางของประชาชนด้วย
“สำหรับจิตอาสา ที่จะทำหน้าที่นำชมนิทรรศการนั้น จะเชิญผู้ที่มาร่วมทำงานเป็นจิตอาสาในส่วนต่างๆ เช่น จิตอาสาร่วมจัดสร้างพระโกศจันทน์ มาร่วมบรรยาย ในส่วนที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ทุกคนเกิดความภาคภูมิใจ ซึ่งมีจิตอาสาที่มามีส่วนร่วมในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพในหลวงร.9 ประมาณ 300 คน”รมว.วัฒนธรรม กล่าว
อย่างไรก็ตาม การนำชมจะดูแลครอบคลุม ทั้งประชาชนปกติ รวมถึงอำนวยความสะดวกผู้พิการทั้งร่างกาย และผู้พิการทางสายตา โดยได้จำลองส่วนต่างๆ เช่น พระเมรุมาศจำลอง เพื่อให้ผู้พิการทางสายตาได้สัมผัส รวมถึงจะมีเสียงบรรยายแต่ละส่วนเพื่อเกิดความเข้าใจอย่างแท้จริง