วธ.รวมวีดิทัศน์เผยแพร่พระราชกรณียกิจในหลวงร.9 กว่า 500 ตอน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/297769

วธ.รวมวีดิทัศน์เผยแพร่พระราชกรณียกิจในหลวงร.9 กว่า 500 ตอน

หนังสือที่ระลึก, พระบรมศพ, งานพระราชพิธีในหลวงร9, วีดิทัศน์, กว่า, ล้านฉบับ

วธ.รวบรวมวีดิทัศน์พระราชกรณียกิจในหลวง ร.9 ประชาชนทุกคนสามารถดาวน์โหลดได้ พิมพ์แผ่นพับงานพระบรมศพแจกประชาชน 10 ล้านฉบับ

เมื่อวันที่ 3 ต.ค.60 ที่ห้องประชุมดำรงราชานุภาพ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร นายวีระ โรจน์พจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม (รมว.วธ.) แถลงข่าวการเผยแพร่วีดิทัศน์ หนังสือที่ระลึกและจดหมายเหตุงานพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ว่า ในช่วงระยะเวลา 1 ปีที่ผ่านมา วธ.ได้จัดทำและรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับพระราชประวัติ พระอัจฉริยภาพ พระปรีชาสามารถ พระราชกรณียกิจด้านต่างๆ ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช จัดทำสื่อวีดิทัศน์ สื่อสิ่งพิมพ์ และอีบุ๊คจำนวนมาก

วธ.รวมวีดิทัศน์เผยแพร่พระราชกรณียกิจในหลวงร.9 กว่า 500 ตอน

เพื่อใช้สำหรับเผยแพร่ผ่านสื่อทุกแขนงระหว่างช่วงงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในระหว่างวันที่ 25 – 29 ตุลาคม 2560 นี้ เพื่อบันทึกเหตุการณ์สำคัญทางประวัติศาสตร์ของชาติไว้ให้คนรุ่นหลังได้ศึกษาเรียนรู้ในอนาคต  โดยสื่อมวลชนสามารถนำไปใช้เป็นข้อมูลและเผยแพร่ผ่านช่องทางต่างๆเพื่อสร้างการรับรู้แก่ประชาชนและประกอบการรายงานข่าว โดยดาวน์โหลดผ่านช่องทางต่างๆ

วธ.รวมวีดิทัศน์เผยแพร่พระราชกรณียกิจในหลวงร.9 กว่า 500 ตอน
สำหรับวีดิทัศน์ มีจำนวน 29 เรื่อง รวม 548 ตอน เช่น  สารคดี “ทรงสถิตในดวงใจไทยนิรันดร์” บันทึกเหตุการณ์ประวัติศาสตร์การเสด็จสวรรคต เมื่อวันที่ 13 ตุลาคม 2559 กระทั่งสิ้นสุดพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพฯ จำนวน 32 ตอน ความยาวตอนละ 3 – 5 นาที ดาวน์โหลดที่เว็บไซต์ วธ. หรือ http://www.m-culture.go.th ,สารคดี 365 วันนี้ในอดีต พระราชกรณียกิจในรัชกาลที่ 9 ที่ได้รวบรวมพระราชกรณียกิจในหลวงรัชกาลที่ 9 ระหว่างปี 2503 – 2523 ดาวน์โหลดผ่านเว็บไซต์หอภาพยนตร์ (องค์การมหาชน) http://www.fapot.org

วธ.รวมวีดิทัศน์เผยแพร่พระราชกรณียกิจในหลวงร.9 กว่า 500 ตอน
นายวีระ กล่าวต่อไปว่า วีดิทัศน์ศิลปินพื้นบ้านแสดงความอาลัยแด่ในหลวงรัชกาลที่ 9 ในฐานะองค์อัครศิลปิน ได้แก่ การขับซอ โนรา ลิเก หมอลำ โดยเปิดให้เข้าชมและดาวน์โหลดผ่านเว็บไซต์ของกรมส่งเสริมวัฒนธรรม http://www.culture.go.th, ภาพยนตร์การ์ตูนแอนิเมชั่น เรื่อง เมืองนิรมิตแห่งจิตตนคร เป็นภาพยนตร์แอนิเมชั่นที่ในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงสนพระทัยและมีพระราชประสงค์ ให้เผยแพร่คำสอนพระพุทธศาสนาที่ไม่ยากเกินไป และสอนบทธรรมะที่สามารถเข้าใจได้ง่าย โดยดาวน์โหลดได้ที่ผ่านเว็บไซต์กรมการศาสนา http://www.dra.go.th
นอกจากนี้ ได้จัดทำหนังสือพระราชประวัติ หนังสือพระบรมราโชวาทของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร รวมถึงหนังสือคำศัพท์ และราชรถ ราชยาน ในงานพระบรมศพฯ เผยแพร่แก่ประชาชน โดยสามารถรับชมและดาวน์โหลดทางเว็บไซต์ของกระทรวงวัฒนธรรม http://www.m-culture.go.th

วธ.รวมวีดิทัศน์เผยแพร่พระราชกรณียกิจในหลวงร.9 กว่า 500 ตอน
ส่วนการจัดทำหนังสือที่ระลึกและจดหมายเหตุงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ จำนวน 11 รายการ ประกอบด้วย หนังสือจดหมายเหตุฉบับหลัก 1 รายการ หนังสือจดหมายเหตุฉบับรอง 6 รายการ หนังสือที่ระลึก 4 รายการ และแผ่นพับที่ระลึก 1 รายการนั้น การดำเนินการคืบหน้าอย่างต่อเนื่อง

สำหรับหนังสือจดหมายเหตุฉบับหลัก ได้แก่ หนังสือจดหมายเหตุงานพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศรรามาธิบดี จักรีนฤบดินทรสยามินทราธิราช บรมนาถบพิตร
รมว.วัฒนธรรม กล่าวต่อไปว่า หนังสือจดหมายเหตุฉบับรอง เช่น หนังสือจดหมายเหตุงานพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ฉบับประชาชน และฉบับสื่อมวลชน,หนังสือและซีดีบทเพลงแสดงความอาลัยฯ “บทเพลงแด่ในหลวงรัชกาลที่ 9 พระผู้สถิตในหทัยราษฎร์”,หนังสือ“พระผู้สถิตในหทัยราษฎร์” สมุดภาพรวมแผ่นป้ายแสดงความอาลัยฯ เป็นต้น

วธ.รวมวีดิทัศน์เผยแพร่พระราชกรณียกิจในหลวงร.9 กว่า 500 ตอน
“ส่วนแผ่นพับที่ระลึก เนื่องในงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ เพื่อแจกประชาชนที่ร่วมถวายดอกไม้จันทน์ทั้งในกรุงเทพฯ ต่างจังหวัด ชาวต่างประเทศ และผู้เข้าชมนิทรรศการหลังงานถวายพระเพลิงพระบรมศพฯ วธ.เตรียมการจัดพิมพ์ไว้ 10 ล้านฉบับ จำนวนนี้ 6 ล้านฉบับจะส่งไปยังต่างจังหวัด อีก 3 ล้านฉบับในกทม.และที่เหลือแจกให้แก่ชาวต่างชาติ”นายวีระ กล่าว
อย่างไรก็ตาม ประชาชนทุกคนสามารถได้รับวีดิทัศน์ สิ่งพิมพ์ ตลอดจนหนังสือที่ระลึกและจดหมายเหตุงานพระบรมศพฯในครั้งนี้ได้ โดยดาวน์โหลดผ่านทางเว็บไซต์ของ วธ.และหน่วยงานต่างๆตามที่ระบุไว้
ด้าน น.ส.อรสา สายบัว ผู้อำนวยการสำนักวรรณกรรมและประวัติศาสตร์ กรมศิลปากร กล่าวว่า สำนักวรรณกรรมได้รับมอบ จัดทำหนังสือที่ระลึกจำนวน 4 เรื่องคือ หนังสือพระเสด็จสู่ฟ้า ราษฎร์ล้วนอาลัย ซึ่งรวบรวมบทกวีของประชาชน จำนวน 189 เรื่อง จากที่ส่งมาให้คัดเลือกทั้งหมดกว่า 10,000 เรื่อง หนังสือ นวมินทราศิรวาทราชสดุดี

โดยเชิญกวีแห่งแผ่นดินจำนวน 9 คนมาประพันธ์บทกวีที่เกี่ยวข้องกับในหลวงรัชกาลที่ 9 โดยทั้ง 2 เล่มนี้จะจัดพิมพ์แล้วเสร็จภายในเดือนตุลาคมนี้ จำนวน เรื่องละ 15,000 เล่ม

วธ.รวมวีดิทัศน์เผยแพร่พระราชกรณียกิจในหลวงร.9 กว่า 500 ตอน

ส่วน หนังสือ พระเมรุมาศสมัยรัตนโกสินทร์และพระเมรุในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร และหนังสือที่ระลึกเครื่องประกอบพระราชอิสริยยศงานพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพล อดุลยเดช บรมนาถบพิตร คาดว่าจะแล้วเสร็จเดือนมีนาคม 2561

โดยสาเหตุที่ล้าช้า เพราะต้องทำการค้นคว้าข้อมูลอย่างเจาะลึก เพื่อความถูกต้องสมบูรณ์ รวมถึงจะเพิ่มภาพพิมพ์พระเมรุมาศในสมัยต่างๆ มารวบรวมไว้ด้วย

สำหรับหนังสือที่ระลึกทั้ง 4 เล่ม เมื่อจัดพิมพ์เสร็จแล้วจะแจกไปยัง สถานศึกษาทั่วประเทศ หอสมุดแห่งชาติ ห้องสมุดประจำอำเภอ และห้องสมุดเฉลิมราชกุมารีทั่วประเทศ

รับนร.ปี 61ห้ามขยายชั้นเรียนพร้อมเปิดชื่อ-เงื่อนไขพิเศษ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/297737

รับนร.ปี 61ห้ามขยายชั้นเรียนพร้อมเปิดชื่อ-เงื่อนไขพิเศษ

รับนรปี 61เปิดชื่อ-เงื่อนไขพิเศษ, รับนรปี 61 เด็กเงื่อนไขพิเศษต้องระบุชื่อชัดเจน, รับนักเรียนปี61งดขยายชั้นเรียน

 สพฐ.เผยเกณฑ์รับนักเรียนปี61งดขยายชั้นเรียนร.ร.แข่งขันสูงใช้คะแนนสอบ 70%โอเน็ต30%ประกาศชื่อ-คะแนนตัวจริง-สำรองเงื่อนไขพิเศษพร้อมเงื่อนไขห้ามรับบริจาคช่วงรับนร.

    เมื่อวันที่ 3 ต.ค. 60 นายบุญรักษ์  ยอดเพชร  เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.)เปิดเผยภายหลังการประชุมผู้บริหารระดับสูงของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) ว่า ที่ประชุมรับทราบแนวทางการรับนักเรียน ของโรงเรียนสังกัด สพฐ.ประจำปีการศึกษา 2561 ซึ่งได้ผ่านความเห็นของจากคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.)แล้ว เป้าหมายสำคัญคือเด็กทุกคนต้องมีที่เรียนโดยปีการศึกษา 2561 จะเน้นความโปร่งใส บริสุทธิ์ ยุติธรรม

ทั้งนี้ การรับนักเรียนในปีการศึกษา 2561 จะแตกต่างจากปีที่ผ่านมาคือ กำหนดจำนวนนักเรียนต่อห้องที่ชัดเจนไม่เปิดโอกาสให้ขอขยายห้องเรียนเพิ่ม โดยระดับก่อนประถมศึกษา 30 คนต่อห้อง ระดับประถมศึกษา 40 คนต่อห้อง และระดับมัธยมศึกษา 40 คนต่อห้อง

นายบุญรักษ์ กล่าวต่อไปว่า สำหรับโรงเรียนที่มีอัตราการแข่งขันสูงการคัดเลือกจะใช้คะแนน 2 ส่วนคือ คะแนนสอบของโรงเรียน 70% และคะแนนการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน หรือโอเน็ต 30% ส่วนการรับนักเรียนจากชั้นม.3ขึ้นม.4 โรงเรียนเดิมจะให้โควตาเด็กโรงเรียนเดิม 80% และเปิดโอกาสให้เด็กโรงเรียนอื่นมาสอบได้อีก 20%

ที่สำคัญการประกาศรายชื่อนักเรียนที่สอบผ่านจะต้องประกาศทั้งตัวจริงและตัวสำรองพร้อมคะแนนที่สอบได้ ส่วนกลุ่มโรงเรียนเงื่อนไขพิเศษ เช่น โรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัย โรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์การรับนักเรียนให้เป็นไปตามเงื่อนไขที่โรงเรียนกำหนด

“สิ่งที่แตกต่างอย่างเห็นได้ชัดสำหรับแนวทางการรับนักเรียนปี 2561 คือเงื่อนไขการรับนักเรียนโรงเรียนจะต้องประกาศเงื่อนไขต่างๆ ให้ชัดเจน รวมถึงเงื่อนไขพิเศษของแต่ละโรงเรียนด้วย เช่น กรณีผู้มีอุปการคุณ ต้องกำหนดชัดว่ามีผู้อุปการคุณอย่างต่อเนื่อง ไม่ใช่เพิ่งมาบริจาคแล้วได้รับสิทธิ์ตามเงื่อนไขเมื่อประกาศชื่อนักเรียนต้องระบุด้วยว่าเป็นนักเรียนเงื่อนไขพิเศษตามข้อใด ที่สำคัญห้ามโรงเรียนระดมทรัพยากรช่วงที่มีการรับนักเรียนเด็ดขาด เพื่อไม่ให้มีผลกระทบต่อการรับเด็กและเพื่อความเป็นธรรมกับเด็กทุกคน” เลขาธิการ กพฐ.กล่าว

นายบุญรักษ์ กล่าวด้วยว่าสพฐ.จะมีการประชุมเพื่อชี้แจงแนวทางทั้งหมดกับโรงเรียนที่มีอัตราการแข่งขันสูง ขณะเดียวกัน ช่วงการรับนักเรียนจะตั้งศูนย์รับเรื่องร้องเรียน และศูนย์บริการ one stop service ให้คำแนะนำปรึกษาแก่ผู้ปกครอง

อย่างไรก็ตาม จะเสนอแนวทางดังกล่าว ให้นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ(ศธ.) พิจารณาก่อนจะประกาศใช้อย่างเป็นทางการต่อไป

สกอ.จี้”ราชภัฏเลย”รับผิดชอบบัณฑิตวืดตั๋วครู

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/297710

สกอ.จี้”ราชภัฏเลย”รับผิดชอบบัณฑิตวืดตั๋วครู

ศูนย์นอกราชภัฏเลยไม่ผ่านการประเมินสภอ, ศูนย์นอกที่ตั้งเลยไม่ผ่านการประเมินสกอ, บัณฑิตครราชภัฏเลยอดตั๋วครู, นายขจร จิตสุขุมมงคล รองเลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา (กกอ), รับผิดชอบ, สภามรภเลย, ราชภัฏเลย

“ขจร” ย้ำสกอ.มีหน้าที่ควบคุมคุณภาพ ที่ผ่านมาแจ้งปรับปรุงแล้ว ถามกลับสภาได้กลับไปดูหรือไม่ ชี้บัณฑิตครูมรภ.เลยไม่ได้ตั๋วครู สภามหาวิทยาลัยต้องรับผิดชอบ

    หลังจากที่ ตัวแทนนักศึกษา คณะครุศาสตร์ หลักสูตร คือ คอมพิวเตอร์ศึกษา สาขาภาษาไทย และสาขาภาษาอังกฤษ (หลักสูตร 5 ปี)  รุ่นที่ 3 ปีการศึกษา 2555 ศูนย์การศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฎเลย(มรภ.เลย) จังหวัดขอนแก่น  เข้าร้องศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดขอนแก่น ว่านักศึกษาใน 3 หลักสูตร จำนวน 125 คน ที่เพิ่งจบการศึกษาแต่คุรุสภาไม่อนุมัติใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูให้

เนื่องจากหลักสูตรไม่ผ่านการเมินการจัดการศึกษานอกที่ตั้งตามเกณฑ์ที่คณะกรรมการการอุดมศึกษา (กกอ.) กำหนด คุรุสภาสามารถออกให้ได้แค่ใบอนุญาตปฏิบัติการสอนชั่วคราว ซึ่งมีอายุ 2 ปี ทำให้ได้รับความเดือดร้อน และยังไม่มีความคืบหน้าในการแก้ไขปัญหาดังกล่าวนั้น

ล่าสุุด นายขจร จิตสุขุมมงคล รองเลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา (กกอ.) ให้สัมภาษณ์ว่า สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) ไม่มีอำนาจเข้าไปดำเนินการ หรือสั่งการใดๆได้ สกอ.มีหน้าที่เพียงการเข้าไปติดตาม ประเมินผลการจัดการศึกษาว่าเป็นไปตามมาตรฐานขั้นต่ำที่กำหนดไว้หรือไม่ และแจ้งผลการประเมินให้ทางมหาวิทยาลัยรับทราบ หากต้องมีการปรับปรุงและแก้ไข

แต่อำนาจในการอนุมัติหลักสูตร การเปิดรับนักศึกษา การบริหารต่างๆเป็นอำนาจของสภามหาวิทยาลัย ดังนั้น กรณีที่นักศึกษาที่ได้รับผลกระทบไม่ได้รับใบอนุญาตฯ เพราะหลักสูตรที่เปิดในศูนย์นอกที่ตั้งไม่ผ่านการประเมิน ก็ต้องให้ทางสภามหาวิทยาลัย ผู้บริหารมหาวิทยาลัยเป็นผู้รับผิดชอบ เยียวยาเรื่องที่เกิดขึ้น

“กรรมการที่ทำหน้าที่ประเมินการจัดการศึกษานอกที่ตั้ง เข้าไปประเมินหลักสูตรดังกล่าวตั้งแต่ปี 2555 ตรงกับที่นักศึกษากลุ่มนี้เข้าเรียน โดยการประเมินก็พบปัญหา เช่น จำนวนอาจารย์ผู้สอนไม่เป็นไปตามเกณฑ์ขั้นต่ำที่กำหนด ซึ่งได้แจ้งผลการประเมินให้ทางสภามหาวิทยาลัยทราบว่าต้องปรับปรุงเรื่องใดบ้าง ให้ไปแก้ไข เพราะ สกอ.มีหน้าที่ในการควบคุม ดูแลให้การจัดการศึกษาเป็นไปตามมาตรฐานไม่สามารถไปสั่งอะไรได้ ก็ต้องถามกลับไปว่าสภามหาวิทยาลัยได้เข้าไปดูหรือไม่ ทำไมปล่อยให้จัดการศึกษาต่อ เพราะฉะนั้น เรื่องนี้สภามหาวิทยาลัยควรรับผิดชอบ”นายขจร กล่าว

อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมา สกอ.เข้าไปประเมินหลักสูตรดังกล่าวเพียงครั้งเดียวเท่านั้น

ข่าวที่เกี่ยวข้อง 

คุรุสภายืนยันให้ตั๋วครู“ราชภัฎเลย”ไม่ได้

อธิการบดี”ราชภัฏเลย”แถลงอุ้มบัณฑิต

“ราชภัฎเลย”ลอยแพ”บัณฑิต??

สหพัฒน์จัดทัพติวเตอร์ดัง ร่วมติวฟรี “SAHAPAT ADMISSION”

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/297652

สหพัฒน์จัดทัพติวเตอร์ดัง ร่วมติวฟรี “SAHAPAT ADMISSION”

สหพัฒน์จัดทัพติวเตอร์ดัง ร่วมติวฟรี “Sahapat Admission”

                นายเวทิต โชควัฒนา กรรมการผู้อำนวยการ บริษัท สหพัฒนพิบูล จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า โครงการSahapat Admission ในปีนี้ ได้รับความร่วมมือจากผลิตภัณฑ์ มาม่า บิสชิน มองต์เฟลอ และริชเชส รวมทั้งพันธมิตรทุกภาคส่วน ร่วมกันจัดขึ้นเป็นปีที่ 20 ระหว่างวันที่ 2-7 ตุลาคมนี้ ที่มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย และถ่ายทอดสดการสอนตลอดทั้ง 6 วัน ผ่านสัญญาณบรอดแบนด์ไปยังโรงเรียน และมหาวิทยาลัยที่เข้าร่วมโครงการกว่า 1,000 แห่ง ทั่วประเทศ เพื่อเปิดโอกาสทางการศึกษาที่เท่าเทียมให้นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัดได้ทบทวนความรู้กับติวเตอร์ชื่อดัง โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการสอบเข้าศึกษาต่อในระดับมหาวิทยาลัยได้สำเร็จ

จุดเด่นของโครงการ Sahapat Admission ครั้งที่ 20 คือ การเชิญอาจารย์ชั้นนำระดับประเทศจากหลากหลายสถาบันมาร่วมติวก่อนสอบแบบเข้มข้น อาทิ พี่แนน พี่กิ๊บ พี่หมุย จากเครือเอ็นคอนเซ็ปต์ พี่โหน่ง พี่แท็ป พี่เคน พี่วิเวียน จากออนดีมานด์ พี่เอ๋ พี่ฟาร์ม พี่ไผ่ พี่บิ๊ก จาก วี บาย เดอะเบรน ครูมินต์ -ผศ.ดร.สาธิตา จากสถาบันภาษาจุฬาฯ พี่หนู-อ.กฤติกา ครูติ่ง- กรกฤช  ครูทอม คำไทย  ครูแบร์รี จากสถาบันเดอะบีทีเอส อ.เมฆ-วันชนะ และ อ.ชัย ลาภเพิ่มทวี เป็นต้น

ในส่วนของเนื้อหาวิชา เน้นเจาะลึกความรู้ตอบโจทย์ข้อสอบจากทุกสนาม ทั้ง O-NET GAT PAT และสอบตรงวิชาสามัญ รวมทั้งเทคนิคพิชิต TCAS61 เพื่อเตรียมรับมือกับระบบการสอบคัดเลือกบุคคลเข้าศึกษาในสถาบันอุดมศึกษาระบบใหม่ โดยจัดตารางการเรียนการสอนแบ่งเป็นกลุ่มวิชาละหนึ่งวัน ได้แก่ วิชาภาษาอังกฤษ วิชาคณิตศาสตร์ วิชาภาษาไทย วิชาสังคมศึกษาและวิชาวิทยาศาสตร์  PAT2 วิชาฟิสิกส์ และ PAT2วิชาเคมีและวิชาชีววิทยา เพื่อให้นักเรียนสามารถเก็บเกี่ยวความรู้ทุกวิชาได้อย่างเต็มที่ และหลังจากติวจบในแต่ละวันแล้ว นักเรียนยังสามารถเข้าไปทบทวนการติวย้อนหลังได้ที่เว็บไซต์ www.sahapatadmission.comโดยล็อกอินด้วยรหัสผ่านที่ได้รับตอนสมัครเข้าร่วมโครงการ

นอกจากความรู้ทางวิชาการที่นักเรียนจะได้รับแล้ว ในปีนี้ยังมีกิจกรรมพิเศษ “ไอดอลคนเก่งสายอาชีพ”โดยเชิญคนรุ่นใหม่ที่ประสบความสำเร็จในสาขาอาชีพต่างๆ มาร่วมส่งต่อแรงบันดาลใจให้กับนักเรียนในการเลือกอาชีพและสาขาการเรียน ได้แก่ ใบเฟิร์น-พัสกร พลบูรณ์ นักแสดงและพิธีกรมากความสามารถ  จิม-โสภณ ศักดาพิศิษฏ์ ผู้กำกับรุ่นใหม่ จากภาพยนตร์เรื่องลัดดาแลนด์และเพื่อน…ที่ระลึก  เบลล์-เขมิศรา พลเดช นักแสดงวัยรุ่นจากซีรีส์ดัง ฮอร์โมน วัยว้าวุ่น  แตมป์-พิไลมาศ ค้ำชู นักเขียนขวัญใจวัยเรียน นามปากกา “แสตมป์เบอรี่”  ต้าร์-กวิน สุวรรณตระกูล ไอดอลนักลงทุนหุ้นรุ่นใหม่ กูรูด้านหุ้น นักเขียนประจำเว็บไซต์ Aom Money และMoney Channel ทรอย-ธกานต์ อานันโทไทยและจุ๊ย-ชื่นชีวัน วงษ์เสรี สองนักธุรกิจรุ่นใหม่ไฟแรง ผู้ร่วมก่อตั้ง”Globish” สตาร์ทอัพที่โตเร็วที่สุด  อ.มายด์ และ อ.พีท ทนายหน้าใสขวัญใจวัยรุ่น  ศิริพจน์ เหล่ามานะเจริญ นักวิชาการรุ่นใหม่ไอดอลด้านประวัติศาสตร์และโบราณคดี ผู้ดำเนินรายการสารคดีชื่อดัง “อยุธยาที่ไม่รู้จัก” จิมมี่-อริสมันต์ ภูริโรจน์กิจ    นักธุรกิจอี-คอมเมิร์ซ เจ้าของกระเป๋า  แบรนด์ “จิมมี่ทอส”  และนนทร์-กฤตธวัฒน์ เอกชัย พิธีกรวัยรุ่นสุดแนวและนักแสดงซีรีส์ GPA สถาบันพันธุ์แสบ

“จากระบบการสอบเข้ามหาวิทยาลัยที่เปลี่ยนแปลงไป ทำให้ตลอด 2 ทศวรรษที่ผ่านมา สหพัฒน์ไม่เคยหยุดนิ่งในการพัฒนาโครงการให้ทันสมัย เพื่อตอบสนองความต้องการของน้องๆ นักเรียนที่สมัครมาร่วมโครงการเป็นจำนวนมาก โดยปีนี้มีน้อง ม.ปลายจากทั่วประเทศได้โอกาสการติวทั้งที่ ม.หอการค้าไทย และผ่านสัญญาณ บรอดแบนด์รวมกว่าหนึ่งแสนห้าหมื่นคน” นายเวทิต กล่าว

ทางด้าน พี่กิ๊บ หนึ่งในติวเตอร์ที่มาร่วมติวเข้มในปีนี้ กล่าวว่า “Sahapat Admission เป็นโครงการติวที่เปิดกว้างให้น้องๆ ทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด ได้มีโอกาสเรียนกับติวเตอร์จากสถาบันกวดวิชาชั้นนำที่มารวมตัวกันในงานเดียว โดยติวเตอร์แต่ละคนเตรียมการสอนมาอย่างดี ทั้งรวบรวมแนวข้อสอบ สอนเทคนิคการจำ และการวิเคราะห์คำตอบที่ถูกต้อง ซึ่งหากน้องๆ ตั้งใจเก็บเกี่ยวความรู้ให้ได้มากที่สุด ก็จะเป็นประโยชน์สำหรับการสอบและการเตรียมตัวอ่านหนังสืออย่างแน่นอน”

วันแรก ปลัดสธ.ใหม่โยกย้ายนพ.สสจ.-ผอ.รพ.50 คน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/297639

วันแรก ปลัดสธ.ใหม่โยกย้ายนพ.สสจ.-ผอ.รพ.50 คน

ปลัดสธใหม่โยกย้ายนพสสจ-ผอรพ50 คน, ปลัดสธคนใหม่, ปลัดสธ, ปลัดสธทำงานวันแรก, วันแรก

ปลัดสธ.ใหม่ทำงานวันแรก แต่งตั้งโยกย้าย นพ.สสจ.-ผอ.รพ. 50 คน

นพ.เจษฎา โชคดำรงสุข ปลัดกระทรวงสาธารณสุข(สธ.) ได้ลงนามคำสั่งสธ.โยกย้ายข้าราชการสธ.ระดับสูง ดังนี้ 1.นพ.จตุชัย มณีรัตน์ เป็นนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด(นพ.สสจ.)แม่ฮ่องสอน  2.นพ.ขจร วินัยพานิช เป็นนพ.สสจ.แพร่ 3.นพ.ทศเทพ บุญทอง เป็นนพ.สสจ.เชียงราย

4.นพ.ประเสริฐ กิจสุวรรณรัตน์ นพ.สสจ.ลำปาง 5.นพ.มณเฑียร คณาสวัสดิ์ นพ.สสจ.สิงห์บุรี 6.นพ.ไกรสุข เพชระบูรณิน นพ.สสจ.พะเยา 7.นพ.เพชรฤกษ์ แสนสวัสดิ์ นพ.สสจ.เพชรบุรี 8.นพ.อดิสรณ์ วรรธนะศักดิ์ นพ.สสจ.ตาก 9.นพ.สาโรจน์ มะรุมดี นพ.สสจ.สุพรรณบุรี 10.นพ.สุรพล อริยปิติพันธ์ นพ.สสจ.นครนายก
11.นพ.ปรารถนา ประสงค์ดี เป็นนพ. สสจ.ฉะเชิงเทรา 12.นพ.ชัยวัฒน์ จัตตุพร นพ. สสจ.ระยอง 13.นพ.พีระ อารีรัตน์ นพ.สสจ.ขอนแก่น 14.นพ.ประวิตร ศรีบุญรัตน์ นพ.สสจ.กาฬสินธุ์ 15.นพ.สุรพงษ์ ผดุงเวียง นพ.สสจ.หนองบัวลำภู

16.นพ.วราวุธ ชื่นตา นพ.สสจ.กำแพงเพชร    17.นพ.จิณณพิภัทร ชูปัญญา นพ.สสจ.อุบลราชธานี 18.นพ.จักราวุธ จุฑาสงฆ์ นพ.สสจ.มุกดาหาร 19.นพ.ชัยพร สุชาติสุนทร นพ.สสจ.นครปฐม 20.นพ.สมบัติ ผดุงวิทย์วัฒนา นพ.สสจ.สตูล 21.นพ.ภาคี ทรัพย์พิพัฒน์ นพ.สสจ.มหาสารคาม 22.นพ.สงกรานต์ ไหมชุม เป็นนพ.สสจ.ยะลาและ 23.นพ.บรรเจิด สุขพิพัฒปานนท์ เป็นนพ.สสจ.ตรัง
ในส่วนของผอ.รพ. 1. นพ.วรเชษฐ เต๋ชะรัก เป็นผอ.รพ.ลำพูน 2.นพ.บรรเจิด นนทสูติ ผอ.รพ.สงขลา 3นพ.ชนินทร์ จารุวัฒนมงคล ผอ.รพ.เพชรบูรณ์ 4.นพ.สุชาติ พรเจริญพงศ์ ผอ.รพ.พุทธชินราช พิษณุโลก 5.นพ.ธวัชชัย เศรษฐศุภพนา ผอ.รพ.แม่สอด

6.นพ.วีรศักดิ์ ครองลาภเจริญ ผอ.รพ.นครปฐม 7.นพ.เกรียงศักดิ์ คำอิ่ม ผอ.รพ.โพธาราม 8.นพ.อายุส ภมะราภา ผอ.รพ.ศรีสังวรสุโขทัย 9.นพ.ประสิทธิ์ มานะเจริญ ผอ.รพ.พระนั่งเกล้า 10.นพ.มณเฑียร เพ็งสมบัติ ผอ.รพ.ปากช่องนานา 11.พญ.ดารารัตน์ รัตนรักษ์ ผอ.รพ.หัวหิน                       12.พญ.ฤทัย วรรธนวินิจ ผอ.รพ.สมุทรปราการ 13.นพ.สมเจตน์ เหล่าลือเกียรติ ผอ.รพ.พหลพลพยุหเสนา 14.นพ.อนุกูล ไทยถานันดร์ ผอ.รพ.ปทุมธานี 15.พญ.ทิวาวรรณ ปิยกุลมาลา ผอ.รพ.ชัยภูมิ
16.นพ.ชุมพล เดชะอำไพ ผอ.รพ.พระจอมเกล้า จ.เพชรบุรี 17.นพ.ศราวุฒิ ตั้งศรีสกุล ผอ.รพ.เจ้าพระยายมราช 18.นพ.ชุติเดช ตาบองครักษ์ผอ.รพ.สรรพสิทธิประสงค์ 19.นพ.สวรรค์ ขวัญใจพานิช ผอ.รพ.ชลบุรี 20.นพ.สุนทร ยนต์ตระกูล ผอ.รพ.มหาสารคาม 21.นพ.วีระศักดิ์ อนุตรอังกูร ผอ.รพ.สิรินธร จ.ขอนแก่น

22.นพ.สุรกิจ ยศพล ผอ.รพ.หนองคาย 23.นพ.ประวีณ ตัณฑประภา ผอ.รพ.สุรินทร์ 24.นพ.มนต์ชัย วิวัฒนาสิทธิพงศ์ ผอ.รพ.ร้อยเอ็ด 25.นพ.สุพจน์ ภูเก้าล้วน ผอ.รพ.สุราษฏร์ธานี 26.นพ.พีระพงษ์ ภาวสุทธิไพศิฐ ผอ.รพ.หาดใหญ่ และ27.พ.ศุภชัย ศุภพฤกษ์สกุล ผอ.รพ.ประจวบคีรีขันธ์ มีผลตั้งแต่บัดนี้

พระเมรุมาศคืบหน้า98.6

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/297638

พระเมรุมาศคืบหน้า98.6

พระเมรุมาศคืบหน้า 986, ยกพระนพปฎมหาเศวตฉัตรวันที่ 18 ตค

พระเมรุมาศคืบหน้า98.6ทดสอบระบบไฟทั้งหมด วธ.เตรียมพระราชพิธียกพระนพปฎมหาเศวตฉัตรวันที่ 18 ต.ค.ถือฤกษ์มงคลตั้งแต่17.19-21.30 น.

เมื่อวันที่ 2 ตุลาคม 2560 ที่สนามหลวงฝั่งทิศใต้ พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานกรรมการฝ่ายจัดสร้างพระเมรุมาศ สิ่งปลูกสร้างประกอบพระเมรุมาศ และบูรณปฏิสังขรณ์ราชรถและพระยานมาศ ในงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช พร้อมด้วย นายวีระ โรจน์พจนรัตน์ รมว.วัฒนธรรม  นายอนันต์ ชูโชติ อธิบดีกรมศิลปากร  ตรวจความคืบหน้าการจัดสร้างพระเมรุมาศฯ

พระเมรุมาศคืบหน้า98.6

พล.อ.ธนะศักดิ์ กล่าวว่า ภาพรวมการจัดสร้างพระเมรุมาศฯ เป็นไปตามแผนมีความคืบหน้าไปแล้ง ร้อยละ 98.6 โดยได้มีการติดตั้งพุ่มข้าวบิณฑ์ประดับยอดบุษบกซ่าง ซึ่งปรับจากเดิมที่เป็นยอดฉัตร

ทั้งนี้ การจัดสร้างพรเมรุมาศและสิ่งปลูกสร้างจะมีการปรับเปลี่ยนตามสภาพและความเหมาะสม อย่างไรก็ตาม การลงพื้นที่ครั้งนี้มีการทดลองระบบไฟครั้งแรก ซึ่งวันนี้ถือว่าโชคดีที่ฝนตกเพราะจะได้รู้ว่าหากมีการเปิดไฟทุกดวง ช่วงที่มีฝนตกจะมีผลกระทบใดบ้างหรือไม่ ต่อไปก็จะทดสอบว่าถ้าเกิดไฟดับต้องสับสวิทซ์อะไร

พระเมรุมาศคืบหน้า98.6

พระเมรุมาศคืบหน้า98.6

นอกจากนี้ ยังได้ทำการบดอัดพื้นถนนรอบพระเมรุมาศให้มีความแข็งแรง ซึ่งแม้จะมีฝนตกก็ไม่เป็นอุปสรรค ระบบการระบายน้ำไม่มีปัญหา หากวันพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพจะมีฝนตก แต่ระบบการระบายน้ำได้ดีก็ไม่มีปัญหา
“การดำเนินการช่วงนี้อยู่ระหว่างเก็บรายละเอียด เป็นช่วงที่ต้องถนอมของที่ต้องถูกแดด ถูกฝน ในภาพรวมไม่รู้สึกกังวงใจอะไร ทุกคนที่ได้ทำงานมีความภูมิใจที่งานสำเร็จตามเป้าหมาย เพื่อถวายพระเกียรติ วันนี้จะทดลองระบบไฟครั้งแรก และจะทดลองเรื่อยๆจนถึงวันที่ 12 และ 17 ตุลาคม ที่จะมีพิธีการซ้อมยกรพระนพปฎลมหาเศวตฉัตร ซึ่งมีความสูงถึง 5.10 เมตร จึงต้องวางระบบและดูเรื่องความปลอดภัย เพราะฉัตรมีขนาดใหญ่มากและไม่เคยยกฉัตรที่ขนาดใหญ่เช่นนี้มาก่อน”รองนายกฯ กล่าว

พระเมรุมาศคืบหน้า98.6
อย่างไรก็ตาม คาดว่าอีก 3 วันจะรี้อนั่งร้านส่วนบุษบกซ่างและหอเปลื้อง ยกเว้นส่วนบุษบกองค์ประธานจะรื้อภายหลังพระราชพิธียกพระนพปฎลมหาเศวตฉัตร ซึ่งการรื้อนั่งร้านต้องมั่นใจว่างานทุกอย่างเรียบร้อยจะไม่มีการแก้ไขใดๆ ถือว่าได้เตรียมพร้อมสำหรับทุกสภาพอากาศ เพราะไม่รู้ว่าวันพระราชพิธีจะมีฝนตกหรือไม่ แต่เรือนยอดของพระเมรุมาศจะมีสายล่อฟ้า เพราะฉะนั้น ต้องมั่นใจว่าระบบทุกอย่างพร้อม 100%

พระเมรุมาศคืบหน้า98.6
นายอนันต์ ชูโชติ อธิบดีกรมศิลปากร กล่าวว่า สมเด็จพระวันรัต (จุนท์ พฺรหฺมคุตฺโต) เจ้าอาวาสวัดบวรนิเวศวิหาร มาชมพระเมรุมาศ ซึ่งสมเด็จพระวันรัตชื่นชม และให้กำลังใจคนทำงานทุกคนที่มีส่วนร่วมในการการจัดสร้างพระเมรุมาศ ที่มีความสง่างาม สมพระเกียรติ
สำหรับความคืบหน้าส่วนอื่นๆ เช่น พระเมรุมาศคงเหลือการตกแต่งรายละเอียดพระจิตกาธานและงานติดตั้งพระวิสูตร ส่วนพระที่นั่งทรงธรรมและอาคารประกอบพื้นที่อื่นๆ ทั้งภายในและภายนอกมณฑลพิธีอยู่ระหว่างตกแต่งรายละเอียดขั้นสุดท้าย งานภูมิทัศน์ บริเวณแปลงนาด้านหน้าดำเนินการแล้วเสร็จ แต่จะมีการตกแต่งรั้วไม้ไผ่เพื่อปลูกผักสวนครัวเพิ่มเติม และภายในเขตมณฑลพิธีอยู่ระหว่างการตกแต่งด้วยไม้กระถางและไม้ดอกไม้ประดับ
ส่วนงานศิลปกรรมประกอบพระเมรุมาศ ได้แก่ งานประติมากรรมเทวดา เทพนม เทพชุมนุม ครุฑ   คชสีห์ ราชสีห์ และสัตว์หิมพานต์ จัดทำแล้วเสร็จ และติดตั้งบนพระเมรุมาศแล้วทั้งหมด

พระเมรุมาศคืบหน้า98.6

รวมทั้งจิตรกรรมฉากบังเพลิงและจิตรกรรมโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ได้นำขึ้นติดตั้งตามตำแหน่งแล้วเช่นกัน

งานประณีตศิลป์ในพระราชพิธี ได้แก่ งานจัดสร้างพระโกศจันทน์และฟืนไม้จันทน์ แล้วเสร็จ
งานจัดสร้างพระโกศพระบรมอัฐิ คืบหน้ารวมร้อยละ 89 อยู่ระหว่างการลงยาสีและประดับอัญมณี งานออกแบบ และจัดทำเครื่องสังเค็ด คืบหน้ารวมร้อยละ 81
วันเดียวกัน นายวีระ โรจน์พจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม(วธ.) เปิดเผยภายหลังการหารือเตรียมการจัดพิธียกพระนพปฎลมหาเศวตฉัตรยอดพระเมรุมาศ ในงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ว่า ที่ประชุมได้หารือการเตรียมความพร้อม เตรียมการรับพร้อมรับเสด็จฯ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินในพระราชพิธียกพระนพปฎลมหาเศวตฉัตรยอดพระเมรุมาศ ในวันที่ 18 ตุลาคม ตั้งแต่เวลา 17.00 น. เป็นต้นไป

พระเมรุมาศคืบหน้า98.6

โดยถือฤกษ์มงคลตั้งแต่  17.19-21.30 น. การเตรียมความพร้อมการจัดพระราชพิธีครั้งนี้ ยึดรูปแบบครั้งพระเมรุมาศ สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี งานพระเมรุสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ และงานพระเมรุสมเด็จพระเจ้าภคินีเธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา สิริโสภาพัณณวดี

โดยได้มอบหมายให้กรมศิลปากร สำนักพระราชวังและสำนักนายกรัฐมนตรี ดูรายละเอียดการจัดทำบัญชีเชิญแขก จำนวน 17 กลุ่มด้วยกัน เช่น องคมนตรี สำนักพระราชวัง ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ตุลาการ คณะรัฐมนตรี อดีตนายกรัฐมนตรี ผู้บริหารวธ. และผู้เกี่ยวข้อง ประมาณ 200 คน

พระเมรุมาศคืบหน้า98.6
อีกส่วนจะเป็นเรื่องของการเตรียมงานพระราชพิธี มอบหมายให้กรมศิลปากร จัดเตรียมเครื่องประโคม  ส่วนสำนักพระราชวัง ให้สำนักพระราชวัง จัดเตรียมแท่นพระราชอาสน์ การกำหนดจุดพระแท่นสายสูตรหรือเส้นด้ายที่สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงจับโยงไปเพื่อยกพระนพปฎลมหาเศวรตฉัตรยอดพระเมรุมาศการจัดเก้าอี้

พระเมรุมาศคืบหน้า98.6

พระเมรุมาศคืบหน้า98.6

ซึ่งผู้เข้าร่วมงานจะเฝ้ารับเสด็จที่ชั้นลดพระที่นั่งทรงธรรม รวมถึงยังมีเรื่องการจัดเครื่องดื่ม การถ่ายทอดสด เส้นทางรถ การรักษาความปลอดภัย และการดูแลสื่อมวลชน โดยมอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องนำไปปฏิบัติ

อธิการบดี”ราชภัฏเลย”แถลงอุ้มบัณฑิต

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/297618

อธิการบดี”ราชภัฏเลย”แถลงอุ้มบัณฑิต

คุณภาพชีวิต, คมชัดลึก, ผศดรเชาว์ อินใย อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฎเลย, ทางออก, ครูสอนรรสาธิตเลย, ราชภัฏเลย, บัณฑิต, อธิการบดี

อธิการบดี มรภ.เลย แถลงคุรุสภา”ไม่ผ่านหลักสูตรวิชาชีพครู”จริง เผยชงเรื่องร้อง”หมอธีร์-ศาลปกครอง”เพื่อขอความเป็นธรรม ระบุมี 3 ทางออก อุ้ม”บัณฑิต”

          2 ต.ค.2560 เมื่อเวลา 13.00 น. ณ ห้องประชุมพงษ์ภิญญโญ มหาวิทยาลัยราชภัฎเลย(มรภ.เลย)ผศ.ดร.เชาว์ อินใย อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฎเลย และคณะร่วมแถลงข่าว กรณีที่นักศึกษา 125 คน ซึ่งเรียนที่ศูนย์ ม.ราชภัฎเลย สาขาขอนแก่น จบออกมาไม่สามารถออกใบประกอบวิชาชีพครูได้เพียงเทียบโอน หลังคุรุสภาไม่ผ่านหลักสูตรให้ และได้เข้าร้องศูนย์ดำรงธรรม ที่ จ.ขอนแก่น

         ผศ.ดร.เชาว์ กล่าวอีกว่า เบื้องต้นผู้บริหารทราบ แต่ไม่แจ้งให้นักศึกษาทราบว่า มหาวิทยาลัยฯได้เปิดทำการเรียนการสอนที่ศูนย์ขอนแก่น 100 ไร่ รวมทั้ง ที่ จ.เลย เปิดโอกาสทางการศึกษาใช้หลักสูตรเนื้อหา และอาจารย์คนเดียวกันทุกอย่าง สำหรับที่ศูนย์ขอนแก่น เปิดหลักสูตรคณิตศาสตร์บัณฑิต(คบ.)เมื่อปี 2553 ได้ทำการแจ้งไปยังสำนักงานคณะกรรมการอุดมศึกษา(สกอ.)ว่าได้ทำการประเมินจากสำนักงานคุรุสภา ด้านมาตรฐานการผลิตหลักสูตรสายครูคือครุศาสตร์ และ สกอ. เรื่องภาพรวม เมื่อวันที่ 14 ก.พ.และ 15 มี.ค.2555 พร้อมได้ทำการทักท้วงผลการประเมิน หลักสูตรครุศาสตร์บัณฑิต(5ปี) สาขาคอมพิวเตอร์ศึกษา สาขาภาไทย และสาขาภาษาอังกฤษ ที่ผลการประเมินไม่ผ่านที่แจ้งมาว่า อาจารย์ประจำหลักสูตรบางท่านไม่ปฏิบัติเต็มเวลา บางท่านอยู่ระหว่างการลา ซึ่งเป็นการทำหน้าที่ไม่ครบถ้วน แต่ที่ต้องทำการเปิดรับและเปิดการเรียนการสอน เพราะว่าเรื่องอยู่ระหว่างการทำหนังสือไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ

         “ทั้งนี้ มีเด็กที่จบการศึกษาไป 120 คน ในจำนวนนี้ มีที่จบและสอบบรรจุได้ 15 คน แยกเป็นสาขาคณิตศาสตร์ 5 คน นอกนั้นเป็นสาขาวิชาคอมพิวเตอร์ ภาษาไทย และภาษาอังกฤษ”อธิการบดี มรภ.ราชภัฏ แจกแจง

อธิการบดี"ราชภัฏเลย"แถลงอุ้มบัณฑิต

          อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฎเลย กล่าวอีกว่า ในด้านการแก้ไขช่วยเหลือนักศึกษาที่จบแล้ว คุรุสภาไม่รับรองวิชาชีพครูนั้นเบื้องต้น ได้ยื่นเรื่องไปยังนพ.ธีระเกียรติ  เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ(รมว.ศธ.)และศาลปกครองพิจารณากรณีดังกล่าวแล้ว

         “สภามหาวิทยาลัยราชภัฏเลยได้มอบหมายให้ผมดูแลซึ่งมี 2 หนทางได้แก่ โรงสาธิตมหาวิทยาลัยราชภัฎเลยและ และมหาวิทยาลัยฯก็รับเข้ามาทำงาน ซึ่งก็มีอัตรารับได้ 18 อัตรา และเข้ามาสมัครแล้ว 6 อัตรา จึงมั่นใจว่าภายใน 4 ปีที่ผมดำรงตำแหน่งจะต้องมีการจ้างต่อแน่นอน แต่ยังไม่รับบรรจุเป็นข้าราชการ โดยใช้เงินทุน 1 ล้านบาท และ กำลังจัดแข่งขันกอล์ฟระดมทุนมาสนับสนุนต่อไปอีกด้วย”ผศ.ดร.เชาว์  กล่าวในที่สุด

       อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

      “ราชภัฎเลย”ลอยแพ”บัณฑิต?? 

ยันยาต้านไวรัสเอชไอวี-น้ำยาล้างไตผู้ป่วยมีใช้ไม่ขาดตอน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/297615

 ยันยาต้านไวรัสเอชไอวี-น้ำยาล้างไตผู้ป่วยมีใช้ไม่ขาดตอน

บอร์ดสปสช, ยันยาต้านไวรัสเอชไอวี-น้ำยาล้างไตผู้ป่วยมีใช้ไม่ขาดตอน

อภ.ยันน้ำยาล้างไตพร้อม ส่วนยาต้านไวรัสเอชไอวีผู้ผลิตขัดข้องเองไม่เกี่ยวกระบวนการจัดซื้อใหม่ของรัฐ ขณะที่ยาคงคลังสปสช.ส่งมอบให้เครือข่ายฯรพ.ราชวิถี1.7พันล้านบาท

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านี้เครือข่ายผู้ติดเชื้อเอชไอวี/เอดส์และเครือข่ายผู้ป่วยโรคไต ออกมาแสดงความเป็นห่วงว่ายาต้านไวรัสเอชไอวีและน้ำยาล้างไตส่อที่ผู้ป่วยจะขาดแคลนยาดังกล่าว เนื่องจากมีการเปลี่ยนหน่วยงานรับผิดชอบการจัดซื้อยาใหม่จากสปสช.เป็นเครือข่ายรพ.ราชวิถี
ล่าสุด เมื่อวันที่  2  ตุลาคม นพ.โอภาส การย์กวินพงษ์ รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า ในช่วงรอยต่อของการปรับเปลี่ยนระบบของคณะกรรมการจัดซื้อยาชุดเดิมกับคณะกรรมการชุดใหม่ ที่หลายฝ่ายกังวลโดยเฉพาะการที่ประธานเครือข่ายเอชไอวี/เอดส์แห่งประเทศไทยและประธานชมรมเพื่อนโรคไตห่วงใย ซึ่งจะสร้างความเข้าใจผิดให้กลุ่มผู้ติดเชื้อเอชไอวีและผู้ป่วยโรคไตหลายคนเกิดความเครียดว่าจะไม่มียาและได้โทรศัพท์มา สอบถามหลายสายนั้น

ขอยืนยันว่าได้ชี้แจงและทำความเข้าใจกับกลุ่มผู้ติดเชื้อและผู้ป่วยโรคไตมาโดยตลอดว่าจะไม่มีปัญหาการขาดยาอย่างแน่นอน จึงขอให้เข้าใจและชี้แจงให้กลุ่มผู้ติดเชื้อและผู้ป่วยโรคไตทราบข้อมูลที่ถูกต้องด้วย เพื่อไม่ให้เกิดความวิตกกังวล เกิดความเครียดมีผลต่อสุขภาพผู้ป่วยได้
นพ.นพพร ชื่นกลิ่น ผู้อำนวยการองค์การเภสัชกรรม(อภ.) กล่าวว่า อภ.ได้เตรียมน้ำยาล้างไตไว้พร้อมแล้ว ส่วนกรณีที่มีข่าวว่าอาจมียาต้านไวรัสเอชไอวีบางตัวมีการชะงักงันในการกระจายยาให้โรงพยาบาลนั้นเนื่องมาจากข้อขัดข้องของผู้ผลิตไม่ได้เกิดจากกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างในระบบใหม่แต่อย่างใด

องค์การเภสัชกรรมได้ประสานงานกับบริษัทผู้ผลิตและได้เตรียมการผลิตในส่วนขององค์การเภสัชกรรมเอง ยืนยันว่าจะมียาใช้และสามารถรักษาผู้ป่วยอย่างต่อเนื่องไม่ขาดตอนในทุกสิทธิ์การรักษา ขอให้ทุกฝ่ายสบายใจได้
วันเดียวกันในนการประชุมคณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ(บอร์ดสปสช.) มีการนำเสนอวาระรับทราบ เรื่อง “ความก้าวหน้าการจัดหา ยา เวชภัณฑ์และอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่จำเป็นตามโครงการพิเศษปีงบประมาณ  2561” โดยนพ.จักรกริช โง้วศิริ ผู้ช่วยเลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ(สปสช.) กล่าวว่า ผลการดำเนินการการต่อรองราคายา เวชภัณฑ์และอุปกรณืทางการแพทย์ที่จำเป็นตามโครงการพิเศษ ของคณะอนุกรรมการจัดทำแผนการจัดซื้อยาฯ

โดยมีทั้งหมด 9 โครงการ มีมูลค่าที่ประหยัดงบประมาณได้เทียบกับปีงบประมาณ 2560 รวม 52.900 ล้านบาท แยกเป็น 1.ยาบัญชี จ2  ทั้งหมด 24 รายการ ราคาลดลง 4 รายการ ราคาเท่าเดิม16 รายการ ราคาเพิ่มขึ้น 2 รายการ อยู่ระหว่างเสนอราคา 2 รายการ    มูลค่าประหยัดได้  251.837 ล้านบาท
2.ยาหัวใจและหลอดเลือด ทั้งหมด 1 รายการ ราคาเท่าเดิม 3.ยากำพร้าและยาต้านพิษ ทั้งหมด 16 รายการ ราคาเท่าเดิม  4.ยารักษาวัณโรค ทั้งหมด 15 รายการ  ราคาลดลง 1 รายการ เท่าเดิม 14 รายการ  มูลค่าประหยัดได้ 25.779 ล้านบาท

5.วัคซีน ทั้งหมด 14 รายการ ราคาลดลง 6 รายการ  เท่าเดิม 6 รายการ 1 เพิ่มขึ้น 1 รายการ มูลค่าประหยัด 17.506 ล้านบาท  6.ยาต้านไวรัสเอชไอวี ทั้งหมด 35 รายการ  ราคาลดลง 2 รายการ เท่าเดิม 33 รายการ มูลค่าประหยัด 2.428 ล้านบาท

7.ถุงยางอนามัยป้องกันเอดส์ ทั้งหมด 4 รายการอยู่ระหว่างเสนอราคา 8.น้ำยาล้างไต ยาอีริโทโพอิตินหรืออีพีโอ(EPO)และสายประกอบการบำบัดทดแทนไตทางหน้าท้อง ทั้งหมด 11 รายการ ราคาลดลง 8 รายการ เท่าเดิม 3 รายการ มูลค่าประหยัด 32.688 ล้านบาท

9.อุปกรณ์อวัยวะเทียม(สายสวนหัวใจ) ทั้งหมด 4  รายการ อยู่ระหว่งการเสนอราคา โดยสรุปรายการในโครงการนี้ทั้งสิ้น 124  รายการ   แยกเป็น ราคาลดลง 21 รายการ  ราคาเท่าเดิม 89 รายการ  ราคาเพิ่มขึ้น 4   รายการ และอยู่ระหว่างต่อรองราคา 11 รายการ
สำหรับการตรวจสอบสินค้าคงคลังปีงบประมาณ 2560  ร่วมกันระหว่างสปสช. เครือข่ายหน่วยบริการรพ.ราชวิถีและองค์การเภสัชกรรม(อภ.) เพื่อส่งมอบความรับผิดชอบให้กับเครือข่ายบริการรพ.ราชวิถี ดำเนินการต่อในปีงบประมาณ 2561

พบว่า ผลการตรวจนับยาคงคลัง ณ 30 กันยายน 2560  ประกอบด้วย  วัคซีน 14  รายการ มูลค่า 552.199 ล้านบาท  ยาบัญชี จ2  24 รายการ  490.684 ล้านบาท   ยาต้านไวรัสเอชไอวี 35 รายการ 29.212 ล้านบาท ยารักษาวัณโรค  16 รายการ 125.630 ล้านบาท  ยากำพร้าและยาต้านพิษ  16 รายการ 41.580 ล้านบาท

น้ำยาล้างไตและยาEPO 18 รายการ 63.043 ล้านบาท  ถุงยางอนามัย 4 รายการ 6.657 ล้านบาท  ยาหัวใจและหลอดเลือด 1 รายการ 2.201 ล้านบาท  เข็มฉีดยาสำหรับวัคซีน 4  รายการ เข็มฉีดยา 16 รายการ และอุปกรณ์ใช้ประกอบการบำบัดทดแทนไตทางหน้าท้อง  9 รายการ ซึ่ง 3 รายการท้ายไม่มีมูลค่ายาส่งมอบ รวมทั้งสิ้น 157 รายการ มูลค่าทั้งสิ้น 1,711.211 ล้านบาท โดยจะส่งมอบให้เครือข่ายรพ.ราชวิถีได้ภายในสัปดาห์หน้า

“ราชภัฎเลย”ลอยแพ”บัณฑิต??

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/297610

“ราชภัฎเลย”ลอยแพ”บัณฑิต??

ราชภัฏเลย, 125บัณฑิตใหม่, คุรุสภา, คมชัดลึก, บัณฑิตใหม่, ราชภัฎเลย, ตั๋วครู

กรรมของเด็ก! ราชภัฎเลยลอยแพบัณฑิตใหม่หลังคณะกรรมการอุดมศึกษาประเมินไม่ผ่าน ทำให้คุรุสภาไม่รับรองหลักสูตรบัณฑิตอดรับ”ตั๋วครู”เผยมีครูคืนถิ่นถูกตัดสิทธิ์ด้วย

        เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 2 ต.ค. 60 นายมนตรี ขันศรีนวล พร้อมตัวแทนนักศึกษา คณะครุศาสตร์ ศูนย์การศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฎจังหวัดเลย(มรภ.เลย) เข้าร้องศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดขอนแก่น เพราะไม่มีความคืบหน้าการดำเนินการแก้ไขปัญหา เนื่องจากนักศึกษาจบใหม่ 125 คน จาก 3 หลักสูตร คือ คอมพิวเตอร์ศึกษา สาขาภาษาไทย และสาขาภาษาอังกฤษ ไม่ได้รับใบประกอบวิชาชีพครู เพราะหลักสูตรไม่ผ่านการประเมิน ทำให้ได้รับผลกระทบในการสมัครสอบ สมัครงาน ที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่มหาวิทยาลัยแจ้งจะดำเนินการภายใน 3 เดือน แต่กลับไม่มีความคืบหน้าในการช่วยเหลือดำเนินการแต่อย่างใด

        นายมนตรี กล่าวว่า เป็นนักศึกษาในรุ่นที่ 3 โดยสมัครเข้าศึกษาต่อในปี 2555 ในสาขา ครุศาสตรบัณฑิต สาขาคอมพิวเตอร์สื่อสาร ระยะการศึกษา 5 ปี ระหว่างที่เรียนไม่พบว่ามีปัญหาใดๆ กระทั่งเดือนเมษายน 2560 วันที่จบการศึกษาได้รับแจ้งจากทางมหาวิทยาลัยว่า ไม่สามารถมอบ ใบประกอบวิชาชีพครูให้กับนักศึกษาจบใหม่ได้ เพราะคณะกรรมการอุดมศึกษามาประเมินศูนย์นอกที่ตั้ง ที่ศูนย์การศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฎเลย จังหวัดขอนแก่น พบว่า หลักสูตรครุศาสตรบัณฑิต 3 สาขา คือ สาขาอังกฤษ สาขาภาษาไทย และสาขาคอมพิวเตอร์สื่อสารไม่ผ่านการประเมิน โดยมหาวิทยาลัยอ้างว่า คุรุสภาสามารถออกใบอนุญาตปฏิบัติการสอนให้ได้เท่านั้น ทำให้บัณฑิตจบใหม่ ทั้ง 3 สาขาวิชา 125 คน ได้รับความเดือดร้อนทั้งการสมัครสอบเข้ารับราชการ การสมัครทำงานอื่นๆ รวมถึงการศึกษาต่อ เนื่องจากสถานที่ทำงานส่วนใหญ่ ต้องการในรับรองการประกอบวิชาชีพครูเท่านั้น

 

 

"ราชภัฎเลย"ลอยแพ"บัณฑิต??

“มาทราบเรื่องวันที่จบการศึกษาในเดือนเมษายน 60 ว่าหลักสูตรไม่ผ่านการประเมิน เนื่องจากผู้มีส่วนเกี่ยวข้องไม่ได้แจ้งให้นักศึกษาทราบ หลังจากรู้ข่าวทางเจ้าหน้าที่มหาวิทยาลัยรับปากว่า จะดำเนินการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น ตอนนี้เพื่อนที่ได้รับผลกระทบแล้วคือสอบโครงการครูคืนถิ่นได้ต้องถูกตัดสิทธิ์ แม้จะสอบได้แล้ว เนื่องจากมีระเบียบกำหนดมาว่าต้องใช้ใบประกอบวิชาชีพครูเท่านั้น นอกจากนี้ใบอนุญาตปฏิบัติการสอนนั้นมีอายุเพียง 2 ปี ต่ออายุได้เพียงครั้งเดียว ขณะที่ใบประกอบวิชาชีพครู มีอายุ 5 ปี ต่ออายุได้เมื่อหมดอายุ จึงทำให้ได้รับความเดือดร้อน ทั้งเรื่องการสมัครสอบ สมัครทำงาน ที่ผ่านมามหาวิทยาลัยรับปากดำเนินการแก้ไขปัญหา แต่ผ่านมาจนถึงปัจจุบัน ยังไม่ได้รับการติดต่อ รวมถึงไม่มีความคืบหน้าการช่วยเหลือ จึงต้องมาร้องเรียนเพื่อขอความช่วยเหลือ” นายมนตรี กล่าว

นอกจากนี้ ตัวแทนนักศึกษาได้รับเอกสารชี้แจงการดำเนินการแก้ปัญหาการขอใบอนุญาต ประกอบวิชาชีพครู ของศูนย์การศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฎจังหวัดเลย โดยมีข้อความระบุว่า มหาวิทยาลัยได้ทักท้วงผลการประเมิน และสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา หรือ กกอ .ได้แจ้งผลการพิจารณา กรณีทักท้วงผลการประเมิน ซึ่งคณะอนุกรรมการด้านมาตรฐานการอุดมการศึกษาในการประชุมครั้งที่ 2 / 2556 เมื่อวันที่ 17 มกราคม 2556

"ราชภัฎเลย"ลอยแพ"บัณฑิต??

โดยอาศัยอำนาจของ กกอ. ตามมติที่ประชุมในครั้งที่ 12/2555 เมื่อวันที่ 6 ธันวาคม 2555 พิจารณาวินิจฉัยทักท้วงถือเป็นที่สิ้นสุดการประเมิน ทำให้ศูนย์การศึกษา จังหวัดขอนแก่น หลักสูตรครุศาสตรบัณฑิต 3 สาขา คือ สาขาอังกฤษ สาขาภาษาไทย และสาขาคอมพิวเตอร์สื่อสาร ยืนยันไม่ผ่านการประเมิน มหาวิทยาลัยได้งดรับนำศึกษาใน 3 สาขาตั้งแต่ปี 2557 ทำให้นักศึกษาที่สำเร็จการศึกษาในปี 2560 มหาวิทยาลัยได้ส่งเรื่องไปขอใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู ได้รับแจ้งว่า ไม่สามารถขอได้ เพราะได้ได้มีการประเมินมาตรฐานการผลิต และคุรุสภาจะประเมินได้ต้องเป็นหลักสูตรที่ผ่านการประเมินของสำนักคณะกรรมการ

“ผมเรียนมาขนาดนี้ จะมีปัญหาอะไร ทำไมไม่บอกกันตั้งแต่แรก”นายมนตรี กล่าวทิ้งท้าย

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

อธิการบดี”ราชภัฏเลย”แถลงอุ้มบัณฑิต

คุรุสภายืนยันให้ตั๋วครู“ราชภัฎเลย”ไม่ได้

สกอ.จี้”ราชภัฏเลย”รับผิดชอบบัณฑิตวืดตั๋วครู 

ประวัติศาสตร์ลูกเสือโลก เดินเท้าจากสุราษฎร์700กม.ถวายสักการะ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/297577

ประวัติศาสตร์ลูกเสือโลก เดินเท้าจากสุราษฎร์700กม.ถวายสักการะ

ตุลาคมกว่า, ลูกเสือ

 กองลูกเสือร.ร.รัชประภาวิทยาคม 51 คนเดินเท้าจากสุราษฎร์ธานี 1 -25 ตุลาคมกว่า 700 กม.ถวายสักการะพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชสร้างประวัติศาสตร์

 

นายพนัส  บุญวัฒนสุนทร   รองผู้อำนวยการสำนักพัฒนากิจกรรมนักเรียน  สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ)  เปิดเผยว่า  จากการที่กิจการลูกเสือไทยได้เจริญก้าวหน้าจวบจนครบ 106  ปี  ในพุทธศักราช 2560 ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช   ในหลวงรัชกาลที่ 9  พระองค์ทรงมีบทบาทสำคัญยิ่งต่อกิจการลูกเสือ ทั้งลูกเสือสากล และลูกเสือชาวบ้าน  ทรงปฏิบัติราชภารกิจในฐานะกษัตริย์ในหลาย ๆ  ด้าน

กิจการลูกเสือเป็นกิจการที่พระองค์ทรงให้ความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง ทรงเล็งเห็นว่ากิจการลูกเสือสอนให้เด็กมีความจงรักภักดีต่อชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ รู้จักบำเพ็ญประโยชน์ต่อผู้อื่น และ สามารถพัฒนาคนให้เป็นคนดี มีคุณธรรมเพื่อเป็นพลเมืองดีของประเทศชาติได้อย่างดียิ่ง และได้ส่งเสริมกิจกรรมลูกเสือทุกชนิดมาโดยตลอด โดยทรงจัดตั้งกองลูกเสือขึ้นในโรงเรียนจิตรลดา

โดยมาตรา 5 กำหนดให้คณะลูกเสือแห่งชาติ ประกอบด้วยลูกเสือทั้งปวง ผู้บังคับบัญชาลูกเสือ ผู้ตรวจการลูกเสือ กรรมการลูกเสือ และเจ้าหน้าที่ลูกเสือ มาตรา 8  คณะลูกเสือแห่งชาติมีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาลูกเสือทั้งทางกาย สติปัญญา จิตใจ และศีลธรรม ให้เป็นพลเมืองดีมีความรับผิดชอบและช่วยสร้างสรรค์สังคมให้เกิดความสามัคคีและมีความเจริญก้าวหน้า

ประวัติศาสตร์ลูกเสือโลก เดินเท้าจากสุราษฎร์700กม.ถวายสักการะ
ในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ รัชกาลที่ 9 นั้นมีสิ่งที่บ่งบอกถึงพัฒนาการอันสำคัญของกิจการลูกเสือในประเทศ และนับเป็นประเทศเดียวในโลกที่มีกิจการลูกเสือประเภทนี้ คือ การก่อตั้งกิจการลูกเสือชาวบ้าน ซึ่งก่อตั้งในวันที่ 9 สิงหาคม พ.ศ.2514 ทำให้กิจการลูกเสือของไทยก้าวหน้าทั้งในระดับชาติและระดับสากล
เพื่อเป็นการสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช  ในหลวงรัชกาลที่ 9  ในฐานะองค์พระประมุขของลูกเสือมาอย่างยาวนาน และเพื่อให้ลูกเสือไทยได้แสดงออกถึงความอดทน  ความแข็งแรงของร่างกาย จิตใจ ไม่ย่อท้อต่อความลำบาก และที่สำคัญเป็นการแสดงออกถึงความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์

ประวัติศาสตร์ลูกเสือโลก เดินเท้าจากสุราษฎร์700กม.ถวายสักการะ

สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.)  กระทรวงศึกษาธิการ โดยสำนักพัฒนากิจกรรมนักเรียน  ร่วมกับ โรงเรียนรัชชประภาวิทยาคม สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาเขต 11  (สุราษฎร์ธานี-ชุมพร) โดยมี  ว่าที่ร้อยเอกภูพยงค์  คงชนะ  เป็นผู้อำนวยการโรงเรียน  ดำเนินโครงการลูกเสือไทยเดินทางไกลถวายสักการะพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช  พระผู้เสด็จสู่สวรรคาลัย  ขึ้น

โดยลูกเสือจากโรงเรียนรัชประภาวิทยาคม และโรงเรียนต่าง ๆ ที่เข้าร่วมโครงการ จำนวน 1 กอง  จำนวน  51  คน  เดินทางไกลด้วยเท้าจากจังหวัดสุราษฎร์ธานี  รวมถึงประชาชนของจังหวัดต่าง ๆ  ที่ประสงค์ร่วมเดินทางไกลครั้งนี้ด้วย  ไปเข้าเฝ้าถวายสักการะพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช  ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท พระบรมมหาราชวัง กรุงเทพมหานคร

เริ่มออกเดินทาง ณ จุดเริ่มต้นจังหวัดสุราษฎร์ธานี  ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2560 ถึงวันที่  25 ตุลาคม  2560 นับเป็นประวัติศาสตร์แห่งวงการลูกเสือของโลก ซึ่งเป็นการบูรณาการทุกรายวิชา เป็นทักษะของชีวิตมนุษยชาติในการเดินทางไกลกว่า  700 กิโลเมตร  ของกองลูกเสือโรงเรียนรัชประภาวิทยาคม  คณะผู้กำกับลูกเสือ  ผู้ปกครอง และหน่วยงานราชการ  องค์กรเอกชนทุกภาคส่วน

ประวัติศาสตร์ลูกเสือโลก เดินเท้าจากสุราษฎร์700กม.ถวายสักการะ
         นายพนัส  กล่าวต่อว่า การดำเนินโครงการนี้ทางสำนักพัฒนากิจกรรมนักเรียน ได้เล็งเห็นและหวังว่ากิจการลูกเสือไทยจะได้เป็นที่รู้จัก และได้เผยแพร่ถึงความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ไปสู่ประชาชนทุกคน และ สู่นานาอารยประเทศ  ซึ่งถือเป็นแบบอย่างที่ดีแก่เยาวชนอนาคตของชาติ และวงการลูกเสือไทยทุกคน โดยจะส่งผลให้กิจการลูกเสือก้าวหน้าต่อไปอย่าง