“นายกฯ”ถก”ฮุนเซน”วอนเร่งพิสูจน์สัญชาติแรงงาน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/308893

“นายกฯ”ถก”ฮุนเซน”วอนเร่งพิสูจน์สัญชาติแรงงาน

“นายกฯ”ถก”ฮุนเซน”ชื่นมื่นวอนเร่งพิสูจน์สัญชาติแรงงานให้ทัน 30 มิ.ย.นี้อ้างใช้คุ้มครองสวัสดิภาพลดปัญหาค้ามนุษย์ จี้เร่งจัดทำบันทึกความเข้าใจส่งสินค้าข้ามแดน

        10 ม.ค. 60  ที่สำนักนายกรัฐมนตรีราชอาณาจักรกัมพูชา (Peace Palace) กรุงพนมเปญ ราชอาณาจักรกัมพูชา พล.อ.ประยุทธ์  จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีหารือทวิภาคีกับ สมเด็จอัคคมหาเสนาบดีเดโชฮุน เซน นายกรัฐมนตรีราชอาณาจักรกัมพูชา ก่อนการประชุมผู้นำกรอบความร่วมมือแม่โขง – ล้านช้าง ครั้งที่ 2

โดยพล.ท.วีรชน สุคนธปฏิภาค รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี สรุปผลการหารือว่า นายกฯระบุว่าหลังจากเสร็จสิ้นการเยือนกัมพูชาอย่างเป็นทางการและการประชุมร่วมนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีอย่างไม่เป็นทางการ (JCR) ไทย – กัมพูชา ครั้งที่ 3 เมื่อวันที่ 7 กันยายน 2560 แล้วได้มีการเร่งรัดความร่วมมือด้านต่าง ๆ ให้มีความคืบหน้า การค้า การลงทุน ความมั่นคงและเศรษฐกิจทุกด้าน

ส่วนความร่วมมือด้านการส่งเสริมความเชื่อมโยง ทั้งสองฝ่ายจัดทำความตกลงว่าด้วยความร่วมมือด้านการเดินรถไฟร่วม โดยเมื่อวันที่ 28 ธันวาคม 2560 ที่ผ่านมา หน่วยงานทั้งสองฝ่ายได้มีการหารือเพื่อเร่งรัดจัดทำร่างความตกลงว่าด้วยการเดินรถร่วมเพื่อให้มีการลงนามโดยเร็ว

สำหรับการสร้างทางรถไฟเส้นทางจากสะพานรถไฟอรัญประเทศ – ปอยเปต ไปยังตัวเมืองปอยเปต ระยะทาง 6.5 กิโลเมตรนั้น มีความคืบหน้ากว่าร้อยละ 95 และกัมพูชากำหนดก่อสร้างเสร็จเส้นทางรถไฟและสถานีรถไฟให้แล้วเสร็จในช่วงเดือนมกราคม 2561 และจะดำเนินการก่อสร้างเส้นทางรถไฟจากชายแดนไทย – กัมพูชาไปยังกรุงพนมเปญต่อไป เพื่อให้ประชาชนทั้งสองประเทศสามารถเดินทางข้ามแดนระหว่างกันได้ภายในปี 2563 ตามเป้าหมายที่วางไว้

ขณะที่จุดผ่านแดนถาวรบ้านหนองเอี่ยน จังหวัดสระแก้ว – สตึงบท จังหวัดบันเตียเมียนเจย มีการเร่งรัดการดำเนินการที่เกี่ยวข้องกับการก่อสร้างอาคาร ศุลกากรทั้งในฝั่งไทยและกัมพูชา ตลอดจนสะพานข้ามพรมแดน หรือ “สะพานมิตรภาพไทย – กัมพูชา” เพื่อให้สามารถเปิดจุดผ่านแดนถาวรแห่งนี้ได้โดยเร็ว ทั้งนี้ ต้องขอบคุณที่กัมพูชาช่วยแก้ปัญหาการนำเข้าเครื่องมือที่จำเป็น

การขนส่งสินค้าผ่านแดน ไทยได้ดำเนินการภายในของไทยเกี่ยวกับการจัดทำบันทึกความเข้าใจว่าด้วยการขนส่งสินค้าข้ามแดนระหว่างไทยกับกัมพูชาเสร็จแล้ว และหวังว่าจะสามารถลงนามบันทึกความเข้าใจดังกล่าวได้เร็ว ๆ นี้

ขณะเดียวกันการทำกินของคนไทยบริเวณ ชายแดนไทย-กัมพูชา (หลักเขตแดนที่ 43) นายกรัฐมนตรีทั้งสองได้เคยเห็นชอบร่วมกันให้ประชาชนของทั้งสองประเทศซึ่งอยู่อาศัยและทำมาหากินบริเวณชายแดนไทย – กัมพูชา สามารถทำมาหากินได้ต่อไปได้ตามที่เป็นมา ระหว่างที่การสำรวจและจัดทำหลักเขตแดนยังไม่แล้วเสร็จ โดยต้องไม่ขยายพื้นที่ออกไปมากกว่าเดิม ทั้งนี้ เพื่อไม่ให้เรื่องเขตแดนเป็นอุปสรรคในการดำรงชีวิตของประชาชนตามแนวชายแดน

ส่วนความร่วมมือด้านแรงงาน ไทยได้ขยายระยะเวลาการพิสูจน์สัญชาติของแรงงานกัมพูชา กลุ่มที่มีใบจับคู่แสดงความสัมพันธ์นายจ้าง – ลูกจ้างให้ถึง 30 มิถุนายน 2561  จึงขอให้มีการเร่งรัดกระบวนการพิสูจน์สัญชาติและการแจกเอกสารเดินทางให้กับแรงงานกัมพูชาที่ผ่านการพิสูจน์สัญชาติแล้ว ทั้งนี้ความร่วมมือให้แรงงานกัมพูชาเข้ามาทำงานในไทยโดยถูกกฎหมายอันจะช่วยส่งเสริมและคุ้มครองสวัสดิภาพของแรงงานกัมพูชา ตลอดจนลดความเสี่ยงต่อการตกเป็นเหยื่อการค้ามนุษย์

โดยไทยยินดีเปิดให้มีการนำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์จากกัมพูชาอย่างไรก็ดี ในช่วงที่ทั้งสองฝ่ายมีผลผลิตออกสู่ตลาดปริมาณมาก ไทยอาจมีความจำเป็นต้องจัดระเบียบการนำเข้า เพื่อประโยชน์สูงสุดต่อเกษตรกร ของทั้งสองประเทศ  โดยกัมพูชาอาจพิจารณาจัดประชุมคณะกรรมการร่วมทางการค้า (JTC) ไทย – กัมพูชา ครั้งที่ 6 เพื่อให้มีการจัดตั้งคณะทำงานเพื่อหารือแนวทางการนำเข้าในรายละเอียดและหวังว่า กัมพูชาพิจารณานำเข้าสุกรมีชีวิต จากไทยเพิ่มขึ้น โดยไทยมีศักยภาพผลิตสุกรมีชีวิตและมีความพร้อมที่จะส่งออกสุกรมีชีวิตที่มีคุณภาพดี ราคาเหมาะสมให้แก่กัมพูชา

ขณะที่การเปิดจุดผ่านแดนถาวร บ้านป่าไร่ การเปิดจุดผ่านแดนถาวรบ้านหนองเอี่ยน – สตึงบท ปัจจุบันมีความคืบหน้าไปพอสมควรแล้ว สำหรับพื้นที่บริเวณบ้านป่าไร่ – โอเนียง คณะกรรมาธิการเขตแดนร่วม (JBC) ของทั้งสองฝ่ายควรประสานงานกันเพื่อเริ่มหารือเกี่ยวกับการเปิดจุดผ่านแดนถาวร ในพื้นที่ดังกล่าว รวมทั้งขอให้หน่วยงานด้านความมั่นคงร่วมหารือมาตรการป้องกันการใช้อาวุธตามแนวชายแดน ในกรณีที่มีการรุกล้ำเขตแดน เพื่อลักลอบตัดไม้ เพื่อป้องกันการกระทบกระทั่งระหว่างหน่วยทหารในพื้นที่ด้วย

นายกรัฐมนตรีกัมพูชา กล่าวขอบคุณนายกรัฐมนตรีที่เข้าร่วมการประชุม MLC และยังยินดีที่มูลค่าการค้าของทั้งสองประเทศเพิ่มสูงขึ้น  และหวังว่าไทยจะสนับสนุนสินค้าเกษตรของกัมพูชา รวมทั้งการเชื่อมโยงทางรถไฟด้วย

จุดยืนกองทัพ หนุนงานรบ.-คสช.

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/308874

จุดยืนกองทัพ หนุนงานรบ.-คสช.

ขั้นตอน, ปลายปี, การเมือง, เคลื่อนไหว, เกษียณ, ผบ.เหล่าทัพ, ที่ประชุม, ยิ่งลักษณ์, คสช., รัฐบาล, หนุน, กองทัพ, จุดยืน, ผบ.ทสส.

ผบ.ทสส. ลั่นจุดยืนกองทัพ ปีเลือกตั้ง หนุนงานรบ.-คสช. เชื่อนักการเมืองเคลื่อนไหวในกรอบ ไม่หวั่นปลายปีผบ.เหล่าทัพเกษียณฯยกแผง ชี้มีขั้นตอน-บุคลากร-ระบบทำงานชัดเจน

 

10 ม.ค. 61 – พล.อ.ธารไชยยันต์ ศรีสุวรรณ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด (ผบ.ทสส.) กล่าวภายหลังการประชุมผู้บัญชาการเหล่าทัพถึงการเตรียมความพร้อมดูแลสถานการณ์ที่จะมีการเลือกตั้งภายในปีนี้ ว่า ที่ประชุมผู้บัญชาการเหล่าทัพไม่ได้พูดถึงเรื่องดังกล่าว แต่กองทัพจะสนับสนุนการทำงานของรัฐบาล โดยทุกอย่างมีกฎหมายและพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) รวมถึงขั้นตอนการดำเนินการอยู่แล้ว เช่นการปลดล็อกให้พรรคการเมืองดำเนินกิจกรรมต่างๆ ทางกองทัพก็ทำหน้าที่ตามปกติ

พล.อ.ธารไชยยันต์ กล่าวว่า สำหรับการดูแลความเคลื่อนไหวของนักการเมืองนั้นก็ยังคงดำเนินการตามปกติ เพราะการเคลื่อนไหวยังมีกรอบกำหนดอยู่ ตนเชื่อว่านักการเมืองยังคงเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบ และเชื่อว่าไม่มีผลกระทบอะไร

เมื่อถามว่า ปีนี้ผู้บัญชาการเหล่าทัพจะเกษียณอายุราชการทั้งหมด จะมีการสานงานต่ออย่างไร เพราะถือเป็นช่วงรอยต่อที่จะมีการเลือกตั้งช่วงปลายปี พล.อ.ธารไชยยันต์ กล่าวว่า กองทัพมีระบบการทำงาน รวมถึงขั้นตอนและบุคลากรชัดเจนอยู่แล้ว ดังนั้นไม่ต้องกังวล ส่วนการช่วยเหลือประชาชนก็ดำเนินการตามแผนงาน ซึ่งแต่ละเหล่าทัพมีแผนงานประจำปี อีกทั้งแผนพัฒนาเพื่อช่วยเหลือประชาชนด้วย

พล.อ.ธารไชยยันต์ กล่าวถึงบทบาทกองทัพ หลัง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ประกาศตัวเป็นนักการเมืองว่า นายกรัฐมนตรีได้แถลงข่าวชี้แจงไปแล้วว่าความหมายนักการเมืองของท่านหมายความว่าอย่างไร ซึ่งเราก็ได้รับทราบแล้ว ในส่วนของบทบาทกองทัพโดยเฉพาะหน้าที่และภาระยังคงดำเนินการตามปกติที่ได้รับ ทั้งการสนับสนุนรัฐบาลและเป็นเครื่องมือให้กับคสช.
เมื่อถามว่าที่ประชุมผู้บัญชาการเหล่าทัพได้มีการพูดคุยถึงกรณีมีการเผยแพร่ภาพน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เคลื่อนไหวในประเทศอังกฤษหรือไม่ พล.อ.ธารไชยยันต์ กล่าวว่า เป็นเรื่องของเจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบดำเนินการ ในส่วนของที่ประชุมผู้บัญชาการเหล่าทัพไม่ได้พูดคุยถึงเรื่องดังกล่าว เพียงแต่รับทราบและเห็นภาพจากสื่อมวลชนเท่านั้น ส่วนจะประสานกับตำรวจสากลหรืออินเตอร์โพลหรือไม่นั้น ตนเชื่อว่าการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจจะเป็นไปตามระเบียบและขั้นตอน.

ปชช.อยากให้เพื่อไทยเป็นใหญ่ในแผ่นดิน : “บิ๊กจิ๋ว”

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/308861

ปชช.อยากให้เพื่อไทยเป็นใหญ่ในแผ่นดิน : “บิ๊กจิ๋ว”

อวยพรปีใหม่, เพื่อไทย อีสาน, ส.ส., ้เปิดบ้านเล่นไพ่, พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ, บิ๊กจิ๋ว

“บิ๊กจิ๋ว” เปิดบ้านให้ ส.ส.อีสานพรรคเพื่อไทย อวยพรปีใหม่ เชื่อประชาชนอยากให้เพื่อไทยเป็นใหญ่ในแผ่นดิน

 

10 ม.ค.2561 – ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่บ้านปิ่นประภาคมพล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ อดีตนายกรัฐมนตรี ได้เปิดบ้านให้ อดีตส.ส.อีสาน พรรคเพื่อไทย นำโดยนายชวลิต วิชยสุทธิ์ นายไพจิต ศรีวรขาน นายประยุทธ ศิริพานิชย์ เข้าอวยพรปีใหม่ โดยพล.อ.ชวลิต ยืนยันเจตนารมณ์ระหว่างอวยพร ว่า จะไม่ขอยุ่งกับการเมืองในรูปแบบปัจจุบัน แต่ขอยุ่งกับประชาชน โดยจะจัดตั้งกองกำลังส่วนที่ 3 เป็นกองกำลังที่ปฏิบัติงาน เพื่อประชาชนเป็นหลัก

“เนื่องจากวันนี้ ประชาชนยังมีความยากลำบากอยู่จึงขอนำประชาชน ไปทำในสิ่งที่ถูกต้อง เช่นการเกษตร หรือการปลูกข้าวที่ เคยเป็นเจตนารมณ์ของตน ซึ่งจะเพิ่มมูลค่าข้าวจากไร่ละ 5,000 บาท เป็น 30,000 หรือ 300,000 บาท แต่ไม่มีโอกาสได้ทำ เพราะขณะนั้นมีปัญหา และขณะนี้ประชาชนก็ยังมีปัญหาว่า เงินไม่มี จึงควรเติมเงินเข้าสู่ระบบการเงินการคลัง และปรับแนวคิดการทำงาน 3 ขั้นในการพัฒนาเศรษฐกิจ และยกฐานะเกษตรกร” พล.อ.ชวลิต กล่าว

พล.อ.ชวลิต กล่าวอีกว่า หากตนได้มีโอกาสกลับเข้าไปมีตำแหน่งหน้าที่แบบเมื่อก่อนนี้ จะปรับหลักสูตรโรงเรียนนายร้อยฯ ให้สอดคล้องกับเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ และไม่ว่าในอนาคตประเทศไทย จะใช้ระบอบการปกครองอะไรก็ตาม ทั้งประชาธิปไตย สังคมนิยม หรือคอมมิวนิสต์ แต่ก็ขอให้ทำเพื่อประชาชน For The People

พล.อ.ชวลิต ยังกล่าวว่า ขอให้พรรคเพื่อไทยแก้ปัญหาให้ประชาชนในทางที่ถูกต้อง เพราะประชาชนมุ่งหวังให้พรรคเพื่อไทยเป็นใหญ่ในแผ่นดิน สร้างความมั่นคงให้ประเทศ และราชบัลลังก์ และขอให้พรรคเพื่อไทยอดทน เพราะงานการเมืองไม่ใช่เรื่องง่าย

ปชช.อยากให้เพื่อไทยเป็นใหญ่ในแผ่นดิน : "บิ๊กจิ๋ว"


กำหนดเงื่อนไข ม.44 กันขอใช้เรื่อยเปื่อย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/308846

กำหนดเงื่อนไข ม.44 กันขอใช้เรื่อยเปื่อย

คสช., วิษณุ, ม.44

“วิษณุ”แจงกำหนดเงื่อนไข ม.44 กันขอใช้เรื่อยเปื่อย ย้ำเปลี่ยนเป็นพรบ.

         10 ม.ค.61  นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการกำหนดเงื่อนไข 4 ข้อการใช้มาตรา 44 ว่า ตนได้ชี้แจงเรื่องนี้ในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เนื่องจากมีหน่วยงานต่าง ๆ หลายกระทรวง เสนอเพื่อขอให้ใช้คำสั่งมาตรา 44 จำนวนมาก หากไม่วางหลักเกณฑ์ไว้ จะทำให้ออกมาเยอะแยะมากเกินไป ดังนั้น เมื่อเราต้องการเก็บเอาไว้ออกในเรื่องสำคัญจริง ๆ จึงต้องมากำหนดและวางหลักเกณฑ์ว่าเรื่องไหนบ้างที่จะใช้มาตรา 44 และจะได้แจ้งให้ทุกกระทรวงได้รับทราบ ซึ่งจริง ๆ แล้วหลักเกณฑ์นี้ใช้กันมานานแล้ว แต่เป็นหลักเกณฑ์ที่รู้กันอยู่ในใจ ครั้งนี้จึงต้องมาย้ำให้เข้าใจ เพราะคสช.มีการเปลี่ยนคนมาอยู่เรื่อย ๆ บางคนไม่รู้ว่านโยบายเดิมเป็นอย่างไร และคสช. จะได้ช่วยกันดูด้วยว่าเรื่องที่เสนอมาให้ออกมาตรา 44 นั้นเข้าเกณฑ์หรือไม่

ต่อข้อถามถึงแนวคิดที่จะเปลี่ยนคำสั่งคสช.เป็นพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ยังคงมีอยู่หรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า ยังคงมีอยู่ ซึ่งหลายกระทรวงทำมาแล้ว เพียงแต่ยังไม่ได้เข้าสภาเท่านั้น เพราะก่อนหน้านี้ คสช.เคยให้นโยบายไปแล้วว่า สุดท้ายแล้วต้องเปลี่ยนไปเป็น พ.ร.บ. หรือพระราชกฤษฎีกา (พ.ร.ก.) โดยเรื่องไหนที่จะต้องเปลี่ยนจะมีการเขียนระบุไว้ในคำสั่งชัดเจน เพราะเมื่อไปถึงจุดหนึ่งที่ คสช. สลายหลังเลือกตั้งแล้ว คำสั่งใดที่ยังไม่แปลงสภาพไปเป็นกฎหมายลูกแบบปกติต้องพิจารณายกเลิก เราต้องขู่แบบนี้ ไม่เช่นนั้นกระทรวงเขาจะไม่ยอมทำ สนุกกับการใช้อำนาจตามคำสั่งนี้ไปเรื่อย

ดังนั้นจุดประสงค์คือ เราต้องการตั้งป้อมที่จะสกัดไม่ให้ออกมาตรา 44 ถ้าไม่จำเป็น ซึ่งต้องมีข้อทดสอบว่าจำเป็นคืออย่างไร และให้ไปแปลงสภาพเป็นกฎหมาย และสุดท้ายคือยกเลิกหมด หากถึงตอนนั้นเมื่อเขายกเลิกหมด คุณจะไม่มีเครื่องมือทำงานและอย่ามาโทษกัน

ส่วนการยกเลิกนั้น จะเป็นการยกเลิกโดยอัตโนมัติ หรือต้องออกกฎหมายยกเลิก นายวิษณุ กล่าวว่า ในรัฐธรรมนูญกำหนดไว้ว่า ถ้าคสช.ยังอยู่ สามารถออกคำสั่งมายกเลิกคำสั่งตัวเองได้ แต่เมื่อคสช.พ้นไป ต้องยกเลิกโดยพระราชบัญญัติ ยกเว้นว่าคำสั่งนั้นเป็นคำสั่งในทางบริหาร เช่น การย้ายคน แบบนี้ ครม. มีมติได้ แต่ถ้าคำสั่งนั้นมีผลเป็นกฎหมายต้องออกเป็นพระราชบัญญัติ

ทั้งนี้เป็นไปได้เหมือนกันที่อาจจะออกพระราชบัญญัติกลางฉบับหนึ่งเพื่อยกเลิกคำสั่งคสช. ทีเดียวไปเลย  สำหรับมาตรา 44 จะหมดไปโดยปริยาย เมื่อคสช.หมดอำนาจ ไม่มีใครออกได้อีก ส่วนนี้เราได้มีการสำรวจไว้หมดแล้ว ทำบัญชีไว้หมดแล้วว่าอะไรที่เลิกอัตโนมัติ อะไรที่ออกคำสั่งคสช.มาเลิก อะไรที่อาศัยมติครม.เลิกได้ และอะไรที่ต้องออกพระราชบัญญัติมาเลิก ทุกครั้งที่มีการออกมาตรา 44 จะมีการคิดเผื่อล่วงหน้าไว้เสมอว่าสุดท้ายมันจะไปจบลงที่ตรงไหน ซึ่งมีจำนวนไม่เยอะ ประมาณสัก 50 คำสั่งได้

กก.ปฏิรูปตำรวจทำงานเสร็จทันตามกรอบเวลาแน่

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/308843

กก.ปฏิรูปตำรวจทำงานเสร็จทันตามกรอบเวลาแน่

ตำแหน่ง, ซื้อขาย, การบ้าน, ซับซ้อน, สอบสวน,  ตำรวจ, มั่นใจ, บุญสร้าง, ปฏิรูป

“บุญสร้าง” มั่นใจส่งการบ้านทันเม.ย.แน่ รับปฏิรูปงานสอบสวนซับซ้อน  เชื่อแก้ป้ญหาซื้อขายตำแหน่งดีขึ้น

 

10 ม.ค.61 – พล.อ.บุญสร้าง เนียมประดิษฐ์ ประธานคณะกรรมการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม (ตำรวจ)  แถลงภายหลังการประชุมคณะกรรมการฯ ว่า การทำงานของคณะกรรมการฯ จะเหลือประมาณ 3 เดือน โดยจะสิ้นสุดลงในเดือน เม.ย. โดยการทำงานส่วนใหญ่มีความคืบหน้าตามลำดับและคิดว่างานทุกอย่างน่าจะเสร็จทันตามที่รัฐธรรมนูญกำหนด สำหรับประเด็นที่ประชาชนให้ความสนใจอย่างเรื่องการปฏิรูประบบงานสืบสวนสอบสวนยอมรับว่ามีความซับซ้อน ที่สำคัญจะต้องให้สอดคล้องกับการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมในภาพใหญ่ที่มีนายอัชพร จารุจินดา เป็นประธานคณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านกระบวนการยุติธรรมด้วย ซึ่งคณะนี้จะดูการปฏิรูปในภาพใหญ่ซึ่งรวมไปถึงระบบการสืบสวนสอบสวน

พล.อ.บุญสร้าง กล่าวว่า ดังนั้นในส่วนของคณะกรรมการปฏิรูปตำรวจจะเน้นการสร้างการถ่วงดุลการสืบสวนสอบสวนภายในของตำรวจด้วยกันเองเป็นหลัก เช่น การวางตัวของผู้บังคับบัญชาว่าจะควรจะต้องมีความเหมาะสมอย่างไรเพื่อไม่ให้กระทบต่อผู้ใต้บังคับบัญชาที่เป็นพนักงานสอบสวน รวมไปถึงการให้พนักงานสอบสวนสามารถเจริญเติบโตในหน้าที่การงานในสายงานของตัวเองได้ โดยไม่ต้องพึ่งอำนาจของผู้มีอิทธิพล โดยอาจจะกำหนดให้ผู้บังคับบัญชาที่จะเข้ามาควบคุมพนักงานสอบสวนจะต้องมาจากสายงานเดียวกัน ไม่ใช่เป็นบุคคลที่มาจากสายงานอื่น ซึ่งถ้าทำได้อย่างนี้จะทำให้พนักงานสอบสวนสามารถเติบโตได้อย่างมีคุณภาพ และสามารถเติบโตได้ถึงระดับสูงสุดในตำแหน่ง ผบ.ตร.

“เมื่อมีการปฏิรูปแล้วส่วนตัวคิดว่าปัญหาการซื้อขายตำแหน่งน่าจะได้รับการแก้ไขไปในทางที่ดีขึ้น เพราะการปฏิรูปเราจะออกแบบให้คนดีเข้ามาเป็นผู้มีอำนาจและไม่ให้คนไม่ดีเข้ามาเป็นผู้ใช้อำนาจ จึงคิดว่าในภาพรวมน่าจะดีขึ้น” พล.อ.บุญสร้าง กล่าว

ด้าน พล.อ.อ.อิทธิพร ศุภวงศ์ ประธานอนุกรรมการด้านการรับฟังความเห็น กล่าวว่า เบื้องต้นจะมีการเสนอร่างกฎหมายเพื่อปฏิรูปโครงสร้างตำรวจ 2 ฉบับให้กับรัฐบาล ได้แก่ 1.ร่างพ.ร.บ.ตำรวจ ซึ่งจะเป็นการปรับปรุงโครงสร้างการทำงานและบุคลกรภายในของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ 2.ร่างกฎหมายแก้ไขประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา โดยจะปรับปรุงกระบวนการสืบสวนสอบสวนอย่างเป็นระบบ เช่น การสอบสวนคดีจะต้องทำโดยพนักงานสอบสวนที่มีประสบการณ์และมีความรู้ความสามารถเป็นสำคัญ รวมไปถึงการสร้างระบบตรวจสอบถ่วงดุล.

แก้กม.ท้องถิ่น 6 ฉบับจ่อเข้าครม.

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/308840

แก้กม.ท้องถิ่น 6 ฉบับจ่อเข้าครม.

กกต., เลือกตั้งท้องถิ่น, วิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี

“วิษณุ”จ่อเแก้กม.ท้องถิ่นเข้าครม. 6 ฉบับพร้อมกัน เปิดทางเลือกตั้งท้องถิ่น

         10 ม.ค. 61  นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการแก้ไขกฎหมายท้องถิ่น 6 ฉบับ หลังคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) ส่งความเห็นให้แก้ไขเพิ่มเติม 30 – 40 ประเด็น ว่า กกต. จะแจ้งผลการประชุมเมื่อวาน (9 ม.ค.) ที่ผ่านมา ให้คณะกรรมการกฤษฎีกาใรับทราบ จากนั้นคณะกรรมการกฤษฎีกาจะรวบรวมความเห็นแล้วเสนอเรื่องมาที่ตนพิจารณาเพื่อสั่งการว่าจะเสนอให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบหรือจะให้ทำอย่างไรต่อไป โดยแนวทางที่จะเสนอให้ครม.ปรับแก้กฎหมายนั้นจะเสนอเข้าไปพร้อมกันทั้ง 6 ฉบับ ไม่เช่นนั้นจะมองไม่เห็นภาพรวม

แต่ขณะนี้ยังตอบไม่ถูกว่าจะแก้อะไรบ้างเพราะยังไม่เห็น 40 ประเด็นของ กกต. ทั้งนี้การแก้ไขกฎหมายทั้ง 6 ฉบับ ทั้งในส่วนของคณะกรรมการกฤษฎีกาและของกกต. ครั้งนี้ก็เพื่อให้เกิดการเลือกตั้งท้องถิ่นได้เท่านั้น แต่ความเห็นบางเรื่องที่กกต.เสนอให้แก้ไขแต่ยังไม่เกี่ยวกับการเลือกตั้ง ก็จะดึงออกไปแก้ไขในครั้งต่อไป เพราะหากเสนอไปพร้อมกันจะไปดึงกฎหมายที่จะเสนอเข้าสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ให้ช้าออกไป

“วัชระ” ซัดสวน “บิ๊กตู่” ปากอย่างใจอย่าง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/308814

“วัชระ” ซัดสวน “บิ๊กตู่” ปากอย่างใจอย่าง

 ปากอย่างใจอย่าง, ซัด, ผู้นำ, ที่มา, บิ๊กป้อม, ประวิตร, ประยุทธ์, สวน, วัชระ, บิ๊กตู่

“วัชระ” สวน “บิ๊กตู่” ปมไม่ต้องสนที่มาผู้นำ ซัดปากอย่างใจอย่าง

10 ม.ค. 61 – นายวัชระ เพชรทอง อดีตส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า การที่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคสช. บอกพี่น้องประชาชนว่าอย่าดูที่มาของผู้นำให้ดูที่ความตั้งใจในการทำงานก็พอ ว่า พล.อ.ประยุทธ์ ตั้งใจชี้นำให้ประชาชนทั้งประเทศเชื่อตาม เพราะที่มาของท่านไม่สง่างาม ไม่ถูกต้องตามทำนองคลองธรรม และที่สำคัญเมื่อดูผลงานของความตั้งใจที่นานเกือบ 4 ปีที่ผ่านมาล้มเหลวหรือสำเร็จ ท่านรู้แก่ใจดี ทั้งนี้เป็นเรื่องแปลกมากที่หัวหน้าคสช.ออกมาเรียกร้องต่อสังคมแบบนี้ เพราะที่มาของผู้นำในทุกประเทศนั้นสำคัญมากที่สุด เพราะถ้าที่มาของผู้นำดี ถูกต้องตามระบอบ มีคุณธรรม อนาคตของสังคมก็ดีด้วย แต่ถ้าที่มาของผู้นำ ไม่ถูกต้องตามทำนองคลองธรรม ปากอย่างใจอย่าง ให้นักการเมืองประเภทเก็บร้อยละ 30 เป็นฐานสนับสนุน อนาคตของประเทศชาติจะเป็นอย่างไร ได้ปฏิรูปประเทศตามที่พล.อ.ประยุทธ์ โฆษณาชวนเชื่อหรือไม่

เหน็บ ชูสโลแกน “รักประวิตรเลือกประยุทธ์นั่งนายกฯสมัยหน้า”

“ที่ผ่านมาสังคมไทยให้โอกาสผู้นำประเทศเสมอ ไม่ว่ามาจากการเลือกตั้งหรือรัฐประหาร เมื่อประชาชนให้โอกาสพล.อ.ประยุทธ์บริหารประเทศมาจะครบ 4 ปีในวันที่ 22 พ.ค. 2561 เหตุใดประชาชนส่วนใหญ่ถึงสิ้นศรัทธาในตัวท่าน ถึงขั้นมีโพลล์ไม่เอาท่านเป็นนายกฯต่อ ท่านน่าจะลองส่องกระจกแล้วถามตัวเองดูบ้าง อย่าถามแต่ชาวบ้าน เมื่อแรกยึดอำนาจท่านเป็นวีรบุรุษมาแก้ไขปัญหาความขัดแย้ง พออยู่จะครบ 4 ปี ทำไมชาวบ้านมองท่านกลับจากขาวเป็นดำ ส่วนความตั้งใจของท่านที่บริหารประเทศเพื่อพวกพ้องและเจ้าสัว กลุ่มทุนหรือไม่นั้น ประชาชนเริ่มตาสว่างแล้ว ท่านมีอำนาจสูงสุดตามมาตรา 44 อยู่เหนือรัฐธรรมนูญ ท่านใช้อำนาจนั้นเพื่อหมู่คณะ ไม่ได้ใช้เพื่อคนส่วนใหญ่ คนทั้งประเทศต่างมองเห็น โดยเฉพาะกรณีการปราบปรามการทุจริต ท่านปกป้องพวกพ้องบริวารที่ทุจริตยิ่งกว่าไข่ในหิน ไม่ได้จริงจังตามคำคุย นโยบายของรัฐบาลท่านเลย ผมไม่มีอคติใดๆกับพล.อ.ประยุทธ์ ท่านไม่ต้องเชื่อผม แต่ลองสวมวิกเดินตลาดสดสักครั้ง แล้วท่านจะรู้ว่า เรตติ้งความนิยมของท่านนั้นกระฉูดปานใด ชาวบ้านเขาฝากบอกท่านว่าให้ใช้แคมเปญ “รักประวิตรเลือกประยุทธ์เป็นนายกฯสมัยหน้า” ไปเลย” นายวัชระ กล่าว.

“บิ๊กตู่” บินกัมพูชาร่วมประชุม “แม่โขง-ล้านช้าง”

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/308800

“บิ๊กตู่” บินกัมพูชาร่วมประชุม “แม่โขง-ล้านช้าง”

กัมพูชา, นายกฯ, บิน, พนมเปญ, ปัด, สัมภาษณ์, แม่โขง, ล้านช้าง, บิ๊กตู่, แม่โขง-ล้านช้าง

“บิ๊กตู่” บิน “กัมพูชา” ร่วมประชุม “แม่โขง-ล้านช้าง” ปัดให้สัมภาษณ์

 

10 ม.ค. 61 – เมื่อเวลา 12.20 น. ที่ท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน 6 ดอนเมือง กรุงเทพฯ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) และคณะออกเดินทางไปยังท่าอากาศยานนานาชาติกรุงพนมเปญ ราชอาณาจักรกัมพูชา เพื่อเข้าร่วมการประชุมผู้นำกรอบความร่วมมือแม่โขง – ล้านช้าง ครั้งที่ 2 ที่กรุงพนมเปญ ราชอาณาจักรกัมพูชา โดยปฏิเสธให้สัมภาษณ์สื่อมวลชน

สำหรับการประชุมดังกล่าวภายใต้หัวข้อ แม่น้ำแห่งสันติภาพและการพัฒนาที่ยั่งยืนของเรา เพื่อทบทวนการดำเนินงานของประเทศสมาชิกจากการประชุมผู้นำฯ ครั้งที่ 1 เมื่อเดือน มี.ค. 59 พร้อมทั้งจะกำหนดทิศทางและกิจกรรมของกรอบความร่วมมือแม่โขง – ล้านช้าง ในอนาคต โดยสมาชิกทั้งหมด 6 ประเทศ ประกอบด้วย จีน กัมพูชา สปป.ลาว เมียนมา ไทย และเวียดนาม จะหารือร่วมกันเพื่อมุ่งสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน ยกระดับความเป็นอยู่ของประชาชนในอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขงบนพื้นฐานของความเท่าเทียม ภายใต้หลักการการมีส่วนร่วม ความสมัครใจ และหลักฉันทามติ

อย่างไรก็ตาม ในการประชุมครั้งนี้ไทยมีความมุ่งมั่น พัฒนากรอบความร่วมมือดังกล่าวให้ทันสมัยมากขึ้น ส่งเสริมความเชื่อมโยงระหว่างกรอบแม่โขง – ล้านช้างกับแนวคิดหนึ่งแถบ หนึ่งเส้นทาง เพื่อประโยชน์ทางเศรษฐกิจและการพัฒนาของอนุภูมิภาค นอกจากนี้ไทยยังสนับสนุนให้กรอบความร่วมมือแม่โขง – ล้านช้าง เป็นกลไกสำคัญในการผลักดันให้อนุภูมิภาคเป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจและการพัฒนาแบบยั่งยืน ผ่านการใช้เครื่องมือที่ทันสมัย ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายและโครงการสำคัญของประเทศไทย อาทิ นโยบายประเทศไทย 4.0 ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) และนโยบายประเทศไทย+1 รวมทั้งการยกระดับความร่วมมือด้านน้ำระหว่างประเทศสมาชิก ให้ได้รับประโยชน์ร่วมกัน บนพื้นฐานของความรับผิดชอบร่วมกัน ซึ่งจะช่วยให้ภาคการเกษตรของแต่ละประเทศมีความเข้มแข็งอย่างยั่งยืน

นอกจากนี้ยังมีเอกสารผลลัพธ์การประชุม 2 ฉบับ ได้แก่ แผนปฏิบัติการระยะ 5 ปี แม่โขง – ล้านช้าง พ.ศ. 2561 – 2565 และปฏิญญาพนมเปญ ที่เป็นการแสดงเจตนารมณ์ทางการเมืองของผู้นำ ที่จะมุ่งสนับสนุนกรอบความร่วมมือดังกล่าวให้บรรลุเป้าประสงค์ของการพัฒนาสังคมและเศรษฐกิจของประชาชนในประเทศลุ่มน้ำโขง ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีมีกำหนดจะพบหารือทวิภาคีกับสมเด็จอัคคมหาเสนาบดีเดโชฮุน เซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา และนายหลี่ เค่อ เฉียง นายกรัฐมนตรีจีน อย่างไรก็ตาม นายกฯจะเดินทางกลับไทยในเวลา 22.40 น. วันเดียวกันนี้

ยึดวิธีการคำนวณส.ส.บัญชีรายชื่อตามกรธ.

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/308712

ยึดวิธีการคำนวณส.ส.บัญชีรายชื่อตามกรธ.

หวั่น, ขัด, ชัดเจน, รธน., ถ้อยคำ, คำนวณ, ส.ส., บัญชีรายชื่อ, ที่ประชุม,  กรธ., สนช.

กมธ.กม.ส.ส. เคาะคำนวณส.ส.บัญชีรายชื่อตามร่างเดิม แต่ปรับถ้อยคำชัดเจนมากขึ้น เหตุหวั่นขัดรธน.

 

9 ม.ค. 60 – นพ.เจตน์ ศิรธรานนท์ สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ หรือ สนช. ในฐานะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาร่างพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส. เปิดเผยว่า ในส่วนข้อท้วงติงที่มีการเสนอให้แก้ไขเกี่ยวกับเรื่องการคำนวณ สส.บัญชีรายชื่อ ตามมาตรา 129 นั้น ซึ่งกมธ.ได้พิจารณาโดยยืนยันให้ยึดตามร่างเดิม โดยเฉพาะเรื่องการคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อ ตามที่กรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) เสนอมา เพื่อไม่ให้มีผลขัดต่อรัฐธรรมนูญ ปี 60 เพียงแต่มีการปรับถ้อยคำในมาตราดังกล่าวให้เกิดความชัดเจนมากขึ้น แต่เนื้อหาหลักๆยังคงเดิม ส่วนร่างพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส. จะเข้าสู่ที่ประชุมสนช.ในวันที่ 25 ม.ค. และร่างพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่งสว. จะเข้าที่ประชุมสนช.ในวันที่ 26 ม.ค. นี้

งัด ม.44 กวาด ขรก.ด้านน้ำ กองรวมสนง.ทรัพยากรน้ำแห่งชาติ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/308707

งัด ม.44 กวาด ขรก.ด้านน้ำ กองรวมสนง.ทรัพยากรน้ำแห่งชาติ

ไก่อู, คสช., ม.44, ขรก., น้ำ, สนง.บริหารทรัพยากรน้ำแห่งชาติ, กวาด, กองรวม

“คสช.” จ่อ งัด “ม.44″ กวาดต้อน ขรก.เกี่ยวข้องเรื่องน้ำ มาอยู่รวมกันที่สนง.บริหารจัดการทรัพยากรน้ำฯ”

 

9 ม.ค.61 – พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังการประชุมคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ว่า ที่ประชุมคสช.ได้หารือถึงรายละเอียดการดำเนินการของสำนักงานคณะกรรมการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ โดยได้พิจารณารายละเอียดเพิ่มเติม เรื่องการแต่งตั้งบุคคลากร อุปกรณ์เพื่อการทำงาน หากใช้กฎหมายปกติดำเนินการไม่ได้ จึงจำเป็นต้องใช้อำนาจตามมาตรา 44 แทน อย่างไรก็ตาม ในวันนี้เป็นเพียงการหารือถึงหลักการคร่าวๆ ว่าต้องตรวจสอบหน่วยงานต่างๆ ที่มีอำนาจหน้าที่เกี่ยวข้องกับเรื่องน้ำที่สังกัดในหลายกระทรวง และเกี่ยวข้องกับหน่วยงานที่จะตั้งขึ้น ก็จะเอาบุคคลากรที่เกี่ยวข้องทั้งหมดมาอยู่ในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ คาดว่าจะออกคำสั่ง ม.44 ได้เร็วๆ นี้.