“วิษณุ”รอสนช.เคาะยื่นศาลรธน.ตีความกม.ลูกหรือโยนรัฐบาล

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/316606

“วิษณุ”รอสนช.เคาะยื่นศาลรธน.ตีความกม.ลูกหรือโยนรัฐบาล

เลือกตั้ง,โรดแม็พ,วิษณุ เครืองาม,สนช

“วิษณุ”รอสนช.เคาะยื่นศาลรธน.ตีความ กม.ลูกส.ส.-ส.ว.เองหรือโยนรัฐบาลเชื่อไม่กระทบโรดแม็พเผยหมดคำตอบ ถ้าฟ้าถล่ม ดินทลาย ทำเลื่อนเลือกตั้ง

           15 มี.ค.61 นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์กรณีที่สมาชิกสภานิติบัญญัติ(สนช.)จะเสนอให้ครม.เป็นผู้ส่งร่างพ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส.และการได้มาซึ่งส.ว.ให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความว่า ยังไม่ทราบ ตอบไม่ถูกในขณะนี้ แต่การทำเช่นนี้ไม่ถึงขนาดเป็นการโยนภาระให้รัฐบาล เพราะการจะยื่นให้ศาลได้ก็มีเพียงให้สนช.ยื่น หรือให้ครม.ยื่นเท่านั้น

เมื่อเขามีปัญหาเขาก็อาจจะให้รัฐบาลเป็นฝ่ายยื่นก็ได้เหมือนที่เคยเกิดขึ้นมาแล้วในอดีต แต่รัฐบาลจะเป็นฝ่ายเสนอให้หรือไม่ก็จะพิจารณากันอีกครั้ง ต้องดูผลกระทบหลายอย่าง ความเสี่ยงซึ่งเป็นเรื่องใหญ่ของความล่าช้า ถ้าเห็นด้วยว่ามันเสี่ยงก็ส่งศาลรัฐธรรมนูญไป ที่สำคัญต้องดูว่ามันมีมูลที่จะต้องไปสงสัยอย่างนั้นจริงหรือไม่ จึงต้องรอดูหนังสือที่สนช.จะส่งมาก่อน แต่ความจริงสนช.ไม่ต้องส่งมาก็ได้

นายกฯ อาจจะเห็นเองก็ได้ หรือถ้ากลัวว่านายกฯจะไม่เห็น ชี้เบาะแสมาก่อนก็ไม่เป็นไร ตอนนี้ก็ขอให้รอหนังสือนั้นมาถึงก่อน เพราะตอนนี้ยังไม่มีการประสานมาที่รัฐบาลเลย เพียงแต่มีการคุยๆกันเท่านั้น  ตอนนี้ให้สนช.เขานิ่งก่อนว่าจะตัดสินใจอย่างไร และไม่ถือเป็นเผือกร้อนอะไร

“ตอนนี้ยังไม่อยากพูดอะไร เดี๋ยวเขาเห็นผมพูด เขาอาจจะบอกว่าดีแล้ว งั้นรัฐบาลเอาไปทำเถอะ เพราะฉะนั้นยังไม่อยากพูดอะไรที่จะเป็นการชี้โพรงให้กระรอก ซึ่งกระรอกมีหลายตัวด้วย และไม่อยากให้เป็นข่าวว่า วิษณุ แบะท่า อ้าขาผวาปีก  เตรียมรับ ผมไม่อยากรับรู้อะไรทั้งสิ้น” นายวิษณุ กล่าว

ผู้สื่อข่าวถามว่า ถึงที่สุดแล้วไม่ว่าสนช.ยื่นหรือครม.ยื่น จะทำให้กระทบต่อโรดแม็พเลือกตั้งหรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า เราดูอยู่ว่าประเด็นที่จะยื่นมันคืออะไร ถ้าเป็นประเด็นเกี่ยวกฏหมายเลือกตั้งส.ส.หรือการสรรหาส.ว. มันก็ไม่น่าจะกระทบอะไร แต่ตนบอกไม่ได้ว่าเราคิดอยู่บนพื้นฐานอะไร เพียงแต่คิดแล้วว่าไม่กระทบอะไร

ต่อข้อถามว่า ในส่วนของรัฐบาลสามารถเห็นต่างจากสนช.ได้หรือไม่ รองนายกฯ กล่าวว่า ไม่เห็นด้วยยังได้เลย หรือรัฐบาลอาจจะสงสัยประเด็นอื่นก็ยังได้

ผู้สื่อข่าวถามว่า ในส่วนของรัฐบาลจะยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความการตัดสิทธิของผู้ที่ไม่ไปใช้สิทธิเลือกตั้งโดยไม่มีเหตุอันควรหรือไม่ นายวิษณุ “ไม่ตอบหรอก  อันนี้แหล่ะ เป็นการชี้โพรงให้กระรอก กระรอกเตรียมที่จะตะครุบอยู่”

ผู้สื่อข่าวถามย้ำว่าถึงอย่างไร การเลือกตั้งก็จะมีขึ้นก่อนก.พ.62 แน่นอนใช่หรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า อย่างช้า ก.พ.62 “พูดอะไรพลาดนิดเดียวไม่ได้ ถ้าเผลอพยักหน้าไปนี่ซวยเลย แต่ถ้าถึงตอนนั้นเกิดฟ้าถล่ม ดินทลาย การเลือกตั้งต้องเลื่อนออกไป ผมก็ไม่รู้จะตอบคุณยังไงแล้ว แต่คิดว่าประชาชนเข้าใจ”
ส่วนหากการเลือกตั้งเลย ก.พ.62 ไปอีก คิดว่าสังคมจะมองรัฐบาลอย่างไร นายวิษณุ กล่าวว่า ไม่ทราบ แต่ก็ไม่เห็นจะต้องมองอย่างไร รัฐบาลก็ประกาศอย่างนั้น นายกฯ ก็บอกอย่างนั้นว่าความชัดเจนจะเกิดขึ้นในเดือนมิ.ย.61

เป็นสิทธิ “มีชัย”เตือนกฏหมายลูกส่อขัดรัฐธรรมนูญ !

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/316454

เป็นสิทธิ “มีชัย”เตือนกฏหมายลูกส่อขัดรัฐธรรมนูญ !

กรธ,วิษณุ เครืองาม,รัฐธรรมนูญ,โรดแม็พ,สนช,เลือกตั้ง,มีชัย  ฤชุพันธุ์

“วิษณุ”ชี้เป็นสิทธิ “มีชัย”เตือนกฏหมายลูกส่อขัดรัฐธรรมนู เชื่อถ้าเข้าสู่ศาลคงไม่กระทบโรดแม็พ

         14 มี.ค. 61 นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณี นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) จะทำความเห็นถึงสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) เพื่อท้วงติงกรณีผ่านร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส.และการได้มาซึ่งส.ว. ทั้งที่กรรมาธิการร่วมและสนช. มีมติผ่านร่างดังกล่าวว่าชั้นกรรมาธิการร่วมเข้าใจว่าคงมีการพูดคุยกันแล้วแต่เสียงข้างมากเป็นอีกทางหนึ่ง แม้นายมีชัยไม่มีสิทธิยื่นตีความตามข้อกฎหมาย แต่มีสิทธิออกมาเตือน และถ้าประธานสนช.เห็นว่ามีเหตุผล สามารถสอบถามสมาชิกและเข้าชื่อเพียง 25 คนก็ยื่นศาลรัฐธรรมนูญตีความได้

“กรธ.ร่างกฎหมายทั้ง 2 ฉบับแนวหนึ่ง เมื่อไปถึงสนช.แก้เป็นอีกแนวหนึ่ง เมื่อตั้งกรรมาธิการ 3 ฝ่ายพิจารณาแล้ว เสียงข้างมากออกมาอย่างไรก็อย่างนั้น แต่ฝ่ายข้างน้อยก็ยังมีสิทธิติดใจ และเชื่อว่านายมีชัยมีความสุจริตใจ เพราะได้เตือนมาตลอด แต่กรรมาธิการร่วมบอกว่าไม่ขัด ถือเป็นเรื่องความเห็น และเมื่อมีข้อสงสัยก็ส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญ เพราะเขาสามารถพิจารณาในส่วนนี้ได้ ซึ่งกฎหมายรัฐธรรมนูญเปิดทางไว้อยู่แล้ว และศาลก็ไม่ได้ใช้เวลาพิจารณายืดยาวเช่นเดียวกับกฎหมาย ป.ป.ช.”นายวิษณุ กล่าว

นายวิษณุ กล่าวว่า ถ้าจะถามว่าเรื่องนี้ล่าช้าหรือไม่ ก็ต้องบอกว่าต้องล่าช้าแน่เพราะศาลต้องใช้เวลาในการพิจารณา ซึ่งถ้าศาลระบุว่ามีจุดไหนขัดรัฐธรรมนูญบ้าง ต้องส่งกลับมาให้ทำใหม่เฉพาะมาตรานั้น ไม่ได้ทำทั้งร่าง ตนคิดว่าไม่กระทบต่อโรดแม็พเลือกตั้ง ยังคงอยู่ในช่วงเวลาที่เราเผื่อเหลือเผื่อขาดไว้แล้ว การเลือกตั้งยังคงอยู่ในช่วง ก.พ. 62  แต่ถ้ายื่นทูลเกล้าไปแล้ว มีการยื่นตีความภายหลัง จะมีผลกระทบมากกว่าเหมือนกับที่นายมีชัยเป็นห่วง และเมื่อถึงจุดนั้นหากต้องร่างใหม่ ใครจะเป็นผู้ร่างก็ได้

ผู้สื่อข่าวถามว่ากังวลหรือไม่ว่าจะเป็นปัญหา นายวิษณุกล่าวว่า กังวลที่มีความเห็นไม่ตรงกัน เช่นเดียวกับประธานสนช.ที่มองว่าทำไมไม่ทำให้เสร็จให้เรียบร้อย  ส่วนที่สนช.มีมติท่วมท้นผ่านกฎหมายทั้ง 2 ฉบับ แล้วจะใช้สมาชิก 25 ไปยื่นศาลรัฐธรรมนูญตีความอีกถือว่าแปลกหรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า ไม่แปลกอะไร หากสงสัย เป็นการคิดอีกทีหนึ่ง คิดผิดคิดใหม่ได้ หากมีคนคิดขึ้นมาแล้วมีคนเห็นด้วยก็ใช้เสียง 25 คนส่งได้ ยืนยันยังอยู่ในตารางโรดแม็พ ไม่ได้ทำให้ล่าช้า เสียเวลา

ส่วนได้เจอนายมีชัย บ้างหรือยัง นายวิษณุ กล่าววา ไม่ได้คุย ยังไม่ได้เจอกันเลย

“ผบ.ทอ.”ลั่นยุบคสช.ไม่ได้-ยันกองทัพวางตัวเป็นกลาง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/316423

“ผบ.ทอ.”ลั่นยุบคสช.ไม่ได้-ยันกองทัพวางตัวเป็นกลาง

กองทัพอากาศ,ฝนหลวง

“ผบ.ทอ.”ยันกองทัพวางตัวเป็นกลางไม่แทรกแซงกลไกทางการเมือง ยันคสช.ไม่ได้เป็นอุปสรรคการเลือกตั้ง ยุบไม่ได้

          14 มี.ค. 61 เวลา 09.00 น.ที่ท่าอากาศยาน 2 กองบิน 6 ดอนเมือง  พล.อ.อ.จอม  รุ่งสว่าง ผู้บัญชาการทหารอากาศ ให้สัมภาษณ์ถึง ข้อเรียกร้องกลุ่มคนอยากเลือกตั้งให้ยุบคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ( คสช.)ว่า ยุบไม่ได้ คงเป็นความเข้าใจผิด ทั้งนี้ คสช.ถือเป็นกลไกรัฐธรรมนูญ แต่ไม่ได้มีบทบาทในการเลือกตั้ง มีหน้าที่ดูแลรักษาความสงบเรียบร้อย ตามที่ พล.อ.เฉลิมชัยสิทธิสาท ผู้บัญชาการทหารบก ในฐานะเลขาธิการ คสช.ได้ระบุไว้ เพื่อดูแลบรรยากาศการเลือกตั้งให้เป็นไปด้วยดี ยืนยันคสช.ไม่ได้จะเป็นอุปสรรคต่อการเลือกตั้งแต่อย่างใด

ผู้สื่อข่าวถามว่า ในฐานะผบ.เหล่าทัพ เป็นสมาชิกคสช.และมีกำลังพลในการกองทัพ จะวางบทบาทต่อการเลือกตั้งอย่างไร พล.อ.อ.จอม กล่าวว่า เราจะทำให้ดีที่สุด ในเรื่องการรักษาความสงบเรียบร้อยและยืนยันว่าเราจะวางตัวเป็นกลางทางการเมือง ไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวหรือแทรกแซงกลไกลต่างๆทางการเมือง ซึ่งบางคนเข้าใจผิด เพราะข้อเท็จจริงแล้วไม่เคยคิดที่จะเข้าไปแทรกแซงเพียงแต่หวังให้ ทุกอย่างเดินไปด้วยดี

“บิ๊กตู่”หนุนทำก.ม.ลูกให้ชัดส่งศาลตีความ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/316408

“บิ๊กตู่”หนุนทำก.ม.ลูกให้ชัดส่งศาลตีความ

บิ๊กตู่,เลือกตั้ง,มีชัย,กปปส,นปช,พลังประชารัฐ

“บิ๊กตู่”ย้ำอีกครั้งเลือกตั้งก.พ.62เว้นเกิดเหตุที่ควบคุมไม่ได้ยันไม่เกี่ยว”พลังประชารัฐหนุนคำแนะนำ”มีชัย”ส่งก.ม.ลูก ส.ส.-ส.ว.ให้ศาล รธน.

 

ที่ทำเนียบรัฐบาล เมื่อวันที่ 13 มีนาคม 2561 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) กล่าวภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) ถึงกรณีที่นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ(กรธ.) จะเสนอให้นำร่างกฎหมายลูก ส.ส.และส.ว.ส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความว่าขัดต่อรัฐธรรมนญหรือไม่ว่า ขึ้นอยู่กับ กรธ. เชื่อว่าไม่ทำให้โรดแม็พการเลือกตั้งเลื่อนออกไป หรือเกิดความล่าช้า เคยบอกแล้วว่าทุกอย่างต้องไม่ล่าช้าตามกำหนด คือเดือนกุมภาพันธ์ 2562 ยกเว้นว่าจะมีเหตุการณ์ที่ไม่สามารถบังคับได้ แต่เชื่อว่าจะพิจารณาได้ทันในเวลาที่มีอยู่ และไม่มีใครอยากให้มีปัญหา ซึ่งตามที่มีการชี้แจงในหน้าสื่อว่ามีความเป็นห่วงว่าวันข้างหน้าอาจจะถูกฟ้องร้องเกี่ยวกับกฎหมายลูก 2 ฉบับนี้ และจะทำให้การเลือกตั้งต่างๆ มีปัญหา วุ่นวายและอลหม่านไปหมด แต่ได้บอกแล้วว่าขอให้ทำตามกรอบเวลาที่กำหนด

      “บิ๊กตู่”ลั่นเลือกตั้งก.พ.62
“ไม่ต้องห่วง ยังไงก็ได้เลือกตั้ง แต่ปัญหาคือจะทำอย่างไรให้บ้านเมืองสงบเรียบร้อย ไม่มีคนออกมาส่งเสริมสนับสนุนคนที่ออกมาเคลื่อนไหวผิด โดยอ้างเหตุผลต่างๆ เพราะได้ชี้แจงแล้วว่าจะมีการเลือกตั้งในเดือนกุมภาพันธ์ ดังนั้น จะมาเร่งเลือกตั้ง แล้วมาไล่ คสช.ได้อย่างไร ผมก็ไม่เข้าใจเหมือนกัน แล้วมาอ้างว่าอำนาจอยู่ที่ประชาชน มันก็ใช่ แต่ไปใช้ตอนโน้นจะมาใช้ตอนนี้ไม่ได้ เพราะเราอยากให้บ้านเมืองสงบสุข ขอด้วยเหตุผล และผมไม่ต้องการใช้กฎหมายเพื่อให้มีอำนาจมากๆ เพราะเคยบอกแล้วว่าไม่ต้องการอำนาจ แต่ต้องการเพื่อใช้บริหารราชการแผ่นดินในเวลานี้ ขอสื่ออย่าตีความให้วุ่นวายแล้วนำไปจับผิดคำพูดของผม เพราะถามกันไปมา จนสื่องงคำถาม ผมก็งงคำตอบเหมือนกัน”พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

พล.อ.ประยุทธ์ ยังกล่าวถึงกรณีที่กลุ่มคนอยากเลือกตั้งเรียกร้องให้ยุบคสช.ว่า รัฐธรรมนูญมาตรา 265 ได้ระบุไว้อยู่แล้วว่าคสช.ต้องทำหน้าที่ต่อไปจนกว่าจะมีรัฐบาลใหม่ก็ต้องเป็นไปตามนั้น ดังนั้น การยุบคสช.ไม่มีความเป็นไปได้ หากสงสัยให้ไปดูรัฐธรรมนูญมาตราดังกล่าว

          ปัด“พลังประชารัฐ”ทาบนั่งที่ปรึกษา
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวถึงกระแสข่าวพรรคพลังประชารัฐเตรียมเชิญให้เป็นประธานที่ปรึกษาพรรคว่า ยืนยันไม่มีความเกี่ยวข้องกับพรรคพลังประชารัฐ ส่วนหากต้องตัดสินใจเลือกพรรคหรือรับนั่งเก้าอี้ประธานที่ปรึกษาหรือไม่ก็ยังไม่รู้เช่นกัน อีกทั้งยังไม่มีใครเชิญมาเลย เพียงพูดกันผ่านสื่อเท่านั้น อย่างไรก็ตามยังไม่ได้ตัดสินใจ ขอเวลาทำงานไปก่อน

เมื่อถามว่าได้พูดคุยกับ พ.อ.สุชาติ จันทรโชติกุล แกนนำพลังประชารัฐ เพื่อนร่วมรุ่นนายกฯ หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า “ทำไมต้องคุย เพื่อนใคร เพื่อนมี 200 กว่าคน ไม่ได้คุยทุกคน”

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า ส่วนเหตุผลที่พรรคที่ตั้งใหม่ส่วนใหญ่ประกาศสนับสนุนนั้น เป็นเรื่องของการเมือง ส่วนตัวมองว่ามีทั้งพวกที่สนับสนุนและไม่สนับสนุน วันนี้มีสองฝ่ายเสมอ มีทั้งฝ่ายที่ต้องการปฏิรูปและฝ่ายที่ต้องการให้ทุกอย่างกลับไปเหมือนเดิม วุ่นวายแบบเดิมๆ ซึ่งเป็นสิ่งที่ชี้ว่าวันหน้าจะเกิดอะไรขึ้นมาเป็นเรื่องที่ประชาชนต้องติดตามความเคลื่อนไหว และการออกมาพูดจาของแต่ละพรรคการเมืองรวมถึงนักการเมือง แต่หน้าที่ของคสช.ต้องติดตามความสงบเรียบร้อยของบ้านเมืองเป็นหลัก ดังนั้นไม่ว่าพรรคหรือนักการเมืองคนใดเป็นต้นเหตุของความขัดแย้งและความรุนแรงก็ต้องพิจารณาตามกฎหมายว่าควรจะดำรงอยู่หรือไม่ อย่างไร อย่าลืมว่า คสช.ยังมีอำนาจในการรักษาความสงบของบ้านเมือง ซึ่งทุกคนทราบดีอยู่แล้วแต่ยังพยายามจะฝ่าฝืน

“มีหลายคนบอกถ้าจะเป็นการเมือง ให้รัฐบาลและให้ผมลาออกตั้งแต่วันนี้ แล้วสมัยก่อนนี้เวลานักการเมืองเขาเป็นรัฐบาลลาออกกันบ้างไหมก่อนการเลือกใหม่ มันคนละเรื่องกัน อย่าไปทำให้บิดเบือนและเกิดความไม่เข้าใจ ประชาชนก็จะมารังเกียจคสช. รังเกียจผมเข้าไปอีก ไปย้อนดูสมัยก่อน ผมก็เห็นนายกฯ เป็นหัวหน้าพรรคการเมือง ไปเลือกตั้ง และไปหาเสียงขณะที่ยังเป็นนายกฯ ด้วยซ้ำ ผมยังไม่เป็นอะไรสักอย่างและไม่ได้ไปหาเสียงด้วย กำลังทำงานอย่างหนักเพื่อให้ประเทศเปลี่ยนแปลง” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

    สรรเสริญเผยบิ๊กตู่บ่นในครม.
พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ในที่ประชุมครม.ช่วงวาระข้อสั่งการ พล.อ.ประยุทธ์ ปรารภกับครม.ถึงกรณีมีกระแสข่าวการเตรียมตั้งพรรคพลังประชารัฐว่า “เป็นการไปร่ำลือกันเองว่าเป็นประธานที่ปรึกษา ก็ไม่รู้ว่าร่ำลือกันแบบนี้สังคมจะว่าอย่างไร”

วิษณุชี้กฎหมายเปิดช่องให้“บิ๊กตู่”
นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ก่อนการประชุมครม. ถึงกระแสข่าวที่ว่าพรรคพลังประชารัฐจะเชิญ พล.อ.ประยุทธ์ ไปเป็นที่ปรึกษาพรรคว่า พล.อ.ประยุทธ์สามารถเป็นสมาชิกพรรคการเมือง หรือเป็นที่ปรึกษาพรรคได้ ไม่มีปัญหาอะไร เพราะในกฎหมายไม่ได้เขียนห้ามเรื่องนี้ไว้ แต่ลงสมัครรับเลือกตั้งไม่ได้เท่านั้น เนื่องจากถ้าจะลงสมัครรับเลือกตั้ง พล.อ.ประยุทธ์จะต้องลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรีตั้งแต่ปี 2560

พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ว่า หากถามมุมมอง ยังไม่ทราบ เพราะถือว่าเรื่องจะเล่นการเมืองหรือไม่เป็นเรื่องส่วนตัวของ พล.อ.ประยุทธ์ ตนไม่ทราบเรื่อง อย่างไรก็ตามเห็นว่าไม่ว่าใครก็ตามหากต้องการจะไปรับใช้ประเทศชาติและถ้ามีความสามารถก็เป็นได้ แต่ไม่ทราบว่า พล.อ.ประยุทธ์จะไปเป็นหรือไม่เป็น ไม่ทราบ

“บิ๊กป้อม” ไม่สนตอบแค่ “ไม่มีๆๆๆ”
เมื่อเวลา 14.10 น. พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ให้สัมภาษณ์ภายหลังประชุมครม. ถึงกรณีที่พรรคพลังประชารัฐประกาศเชิญนายกฯ เป็นที่ปรึกษาพรรค ในส่วนของ พล.อ.ประวิตร มีพรรคการเมืองมาเชิญบ้างหรือไม่ว่า “ไม่มีๆ”

เมื่อถามย้ำว่า หากมีพรรคการเมืองมาทาบทามจะตอบรับเข้าร่วมหรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวย้ำว่า “ไม่มีๆๆ”

          “สนธิรัตน์”ปัดจับมือ“สมคิด”ตั้งพรรค
ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวถึงกรณีกระแสข่าวที่จะร่วมกับนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ตั้งพรรคพลังประชารัฐว่า ไม่จริง และก่อนหน้านี้ก็ไม่มีใครมาทาบทาม ชื่อที่ปรากฏเป็นข่าวก็มีรัฐมนตรีอยู่หลายคน แต่ส่วนตัวไม่ตกใจกับข่าวที่ปรากฏ เพราะไม่มีเรื่องเช่นนี้เกิดขึ้น ส่วนตัวไม่เคยเป็นนักการเมืองและไม่เคยเล่นการเมือง แล้วจะมีใครมาทาบทามเรื่องนี้ได้อย่างไร เมื่อถามว่าสนใจการเมืองหรือไม่ นายสนธิรัตน์กล่าวว่า เป็นรัฐมนตรีพาณิชย์ สนใจอะไรที่ไหน

“ภูมิธรรม”ปัด“ธนาธร”นอมินี
ขณะที่นายภูมิธรรม เวชยชัย รักษาการเลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงการตั้งพรรคการเมืองของนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ รองประธานกรรมการบริหารไทยซัมมิทกรุ๊ปว่า ถือเป็นเรื่องดีอยู่แล้ว เรายินดีต้อนรับพรรคการเมืองใหม่ทุกพรรค ไม่ว่าพรรคดังกล่าวจะมีจุดยืนทางการเมืองเป็นประชาธิปไตย หรือมีแนวคิดทางการเมืองเป็นเช่นไรก็ตาม ถือเป็นการเพิ่มทางเลือกให้แก่ประชาชนได้ตัดสินใจในเวทีเลือกตั้งตามระบอบประชาธิปไตย ทั้งนี้ นายธนาธรประกาศตัวชัดเจนว่าเป็นพรรคของคนรุ่นใหม่ ซึ่งเราก็ต้องเคารพการแสดงออกของเขา ส่วนกระแสข่าวที่ว่าพรรคของนายธนาธรจะเป็นนอมินีของพรรคเพื่อไทยนั้น ยืนยันว่าไม่เป็นความจริง ไม่มีใครเป็นนอมินีใครทั้งนั้น เพราะต่างฝ่ายต่างมีจุดยืนเป็นของตัวเอง และในสนามการเมืองเมื่อถึงการเลือกตั้ง เราก็จะสู้กันอย่างเต็มที่ด้วยนโยบายและแนวคิดของพรรคตัวเอง

ส่วนกระแสข่าวที่จะมีคนในรัฐบาลหรืออดีตรัฐมนตรี ก่อตั้งพรรคพลังประชารัฐ และจะเชิญ พล.อ.ประยุทธ์ มาเป็นประธานที่ปรึกษาพรรคนั้น เป็นเรื่องที่ต้องเฝ้าดูว่าจะมีองค์ประกอบเป็นเช่นไร หากเป็นตามข่าวจริงๆ เราก็ยินดีต้อนรับ

    “มีชัย”แนะส่งก.ม.ลูกส.ส.-ส.ว.ให้ศาล
ที่รัฐสภา นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) กล่าวถึงผลการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ(พ.ร.ป.)ว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส. และร่างพ.ร.ป.ว่าด้วยการได้มาซึ่งส.ว. ที่สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) เห็นชอบตามการปรับแก้ของกมธ.ร่วม 3 ฝ่าย ว่า กรธ.จะทำความเห็นต่อร่างพ.ร.ป.ทั้ง 2 ฉบับ ให้นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสนช. พิจารณาว่าจะดำเนินการอย่างไร จะยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยหรือไม่ เนื่องจากมีข้อห่วงกังวลคือ ในร่างพ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส. ที่ห้ามคนไม่ไปเลือกตั้งเป็นข้าราชการการเมืองนั้น เป็นการตัดสิทธิหรือเสรีภาพ ซึ่งถ้าเป็นสิทธิสามารถตัดได้ แต่ถ้าเป็นเสรีภาพตัดไม่ได้ อีกประเด็นคือการให้เจ้าหน้าที่ช่วยผู้พิการลงคะแนน โดยให้ถือว่าเป็นการลงคะแนนโดยตรงและลับนั้น ซึ่งมันไม่ใช่และอาจขัดกับหลักในรัฐธรรมนูญ

นายมีชัย กล่าวต่อว่า ส่วนในของร่างพ.ร.ป.ว่าด้วยการได้มาซึ่งส.ว. ที่แยกผู้สมัครเป็น 2 ประเภท คือแบบอิสระและองค์กร แต่ในรัฐธรรมนูญบอกให้เลือกกันภายในกลุ่ม อีกทั้งอาจจะมีปัญหาในทางปฏิบัติและความสุจริต เพราะการกำหนดให้ 1 องค์กร สามารถส่งผู้สมัครได้จังหวัดละ 1 คน เช่น หอการค้ามี 76 จังหวัด แต่ละแห่งส่งครบทั้งประเทศ แค่หอการค้าแห่งเดียวก็มีผู้สมัคร 5,000 กว่าคนแล้ว ทั้งนี้หาก สนช.ดำเนินการให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตอนนี้ จะไม่กระทบกับโรดแม็พ ส่วนจะต้องทำอย่างไรต้องดูคำวินิจฉัย แต่หากปล่อยไปจนถึงเลือกตั้งส.ว.ไปแล้วมีคนไปร้อง แล้วศาลรัฐธรรมนูญบอกไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ จะกระทบต่อโรดแม็พทันที

  ขู่หากไม่ทำระวังโรดแม็พล้มแน่นอน
“กระบวนการที่อยากให้เร็วมันจะล้มทั้งยืน ทุกอย่างต้องเริ่มใหม่หมดต้องเริ่มนับหนึ่ง เขียนกฎหมายกันใหม่ ใครจะเขียน กรธ.ก็ไม่อยู่แล้วตอนนั้น ตอนนี้กรธ.เป็นห่วง หากจะอยู่นิ่งเฉยก็เหมือนไม่ทำหน้าที่ จึงจะส่งบันทึกความเห็นไปให้ สนช.ภายใน 1-2 วันนี้” ประธานกรธ.กล่าว

เมื่อถามถึงผลคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญให้ป.ป.ช.บางรายที่มีลักษณะต้องห้ามอยู่ในตำแหน่งต่อไปนั้น นายมีชัย กล่าวว่า กรธ.เคยทำความเห็นเรื่องนี้เพราะความห่วงใย ตอนนี้นอกเหนือจากกรธ.แล้ว เมื่อศาลวินิจฉัยแบบนี้ก็ย่อมผูกพันทุกองค์กร แต่จะเห็นด้วยหรือไม่เป็นอีกเรื่องหนึ่ง

        “พรเพชร” หวั่นยื่นตีกระทบโรดแม็พ
ที่รัฐสภา นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสนช. ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่นายมีชัยเตรียมส่งข้อสังเกตต่อร่าง พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส. และร่าง พ.ร.ป.ว่าด้วยการได้มาซึ่งส.ว. ว่า ยังไม่ได้รับหนังสือดังกล่าว คงต้องรอดูรายละเอียดก่อนว่าเห็นแย้งอย่างไร แต่เมื่อตอนที่อยู่ในชั้นการพิจารณาของสภา ก็ได้ยินว่ากรรมาธิการร่วม 3 ฝ่าย ทั้ง กรธ. สนช. และคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มีความร่วมมือกันในการที่จะแก้ไขบทบัญญัติต่างๆ ให้หมดจากข้อกังวล ไม่มีกรรมาธิการร่วมคนไหนอภิปรายทำนองคัดค้านว่าขัดรัฐธรรมนูญเลย หากอภิปรายอย่างหนักแน่นคิดว่าจำนวนสมาชิกที่จะไม่เห็นด้วยอาจจะมีมากกว่าที่ปรากฏ ดังนั้น จะเห็นว่าเป็นไปอย่างประนีประนอม ทำให้สมาชิกรวมทั้งตน สบายใจและออกมาพูดว่าไม่มีปัญหาอะไร

  ชี้ถ้าถกให้จบในชั้นกมธ.ผลอาจไม่แย่
นายพรเพรช กล่าวอีกว่า ทางแก้ไขก็มีทางเดียวคือยื่นศาลรัฐธรรมนูญ เป็นเรื่องที่สมาชิกต้องไปว่ากันเอง ส่วนตัวไปชี้นำไม่ได้ ทุกคนจับจ้องว่าจะทำให้เลื่อนโรดแม็พการเลือกตั้ง ยื้อการเลือกตั้ง ซึ่งการยื้อหรือเลื่อนโรดแม็พนั้นทุกคนก็มองมาที่ตัวประธานสนช.เป็นหลัก แต่ประธานไม่มีสิทธิบอกหรือบังคับสมาชิกว่าให้ยื่นหรือไม่ยื่น อย่างไรก็ตาม ตั้งใจว่าจะยื่นร่างกฎหมายทั้ง 2 ฉบับให้นายกรัฐมนตรีในวันที่ 14 มีนาคม แต่บังเอิญตอนตรวจร่างเมื่อเช้าพบถ้อยคำไม่ตรงกัน ไม่สอดคล้องกัน จึงต้องปรับร่าง ประกอบกับนายมีชัยยื่นข้อสังเกตมาแบบนี้ก็คงต้องให้สมาชิกดูก่อนว่าจะเอาอย่างไร ทั้งนี้ห่วงว่าถ้ายื่นร่าง พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส.นั้นจะกระทบโรดแม็พ จึงต้องคิดมาก แต่ก็แล้วแต่สมาชิกว่าจะเห็นอย่างไร แต่ในส่วนของร่าง พ.ร.ป.ว่าด้วยการได้มาซึ่งส.ว. หากมีการยื่นศาลรัฐธรรมนูญคงจะไม่กระทบ

ผู้สื่อข่าวถามว่า ถ้ายื่นแล้วศาลให้แก้ ใครที่จะเป็นคนแก้ นายพรเพชรกล่าวว่า ถ้าไม่มีใครแก้สนช.ก็ต้องแก้ แต่ตามขั้นตอนคิดว่ากรธ.ต้องแก้ เพราะกรธ.เป็นเจ้าของร่างแต่แรก แต่ถ้ากรธ.ไม่แก้เราก็ต้องแก้ ต้องหาคนแก้จนได้ ส่วนหากกฎหมายประกาศใช้แล้วมีผู้ร้องในภายหลังใครจะแก้ นายพรเพชรกล่าวว่า รัฐบาลที่รับผิดชอบอยู่ตอนนั้นต้องไปดูว่าจะแก้อย่างไร

      จ่อยื่นศาลรธน.ตีความกฎหมายส.ว.
ด้าน นพ.เจตน์ ศิรธรานนท์ โฆษกกรรมาธิการกิจการวิสามัญ สนช. แถลงผลการประชุมวิปสนช.ว่า ในการประชุมวิปสนช.วันที่ 13 มีนาคมนี้ มีการพูดคุยกันเล็กน้อยเรื่องการยื่นศาลรัฐธรรมนูญเพื่อตีความร่างพ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส. และร่าง พ.ร.ป.ว่าด้วยการได้มาซึ่งส.ว. ตามที่นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานกรธ. แสดงความเป็นห่วงมา คงต้องนำไปหารือในที่ประชุมสนช.วันที่ 15 มีนาคมนี้ เพื่อสรุปว่า จะยื่นร่างกฎหมายลูกทั้งสองฉบับต่อศาลรัฐธรรมนูญหรือไม่ เพื่อให้เกิดความชัดเจน เท่าที่คุยกันร่างกฎหมายสองฉบับไม่ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ แต่หากส่งตีความก็เพื่อให้เกิดความชัดเจน เพราะผู้ใหญ่ท้วงติงมาขอให้ส่งศาลรัฐธรรมนูญ จะได้ไม่เกิดปัญหาภายหลัง ซึ่งการส่งศาลรัฐธรรมนูญตีความไม่กระทบต่อโรดแม็พเลือกตั้งเดือนกุมภาพันธ์ 2562 เนื่องจากได้กำหนดระยะเวลาเผื่อไว้ในเพดานสูงสุดแล้ว

เมื่อถามว่า มีน้ำหนักมากขึ้นที่สนช.จะยื่นตีความต่อศาลรัฐธรรมนูญ เพราะนายมีชัยท้วงติงอย่างต่อเนื่อง นพ.เจตน์ กล่าวว่า นายมีชัยเป็นผู้ใหญ่ เมื่อมุมมองนักกฎหมายท้วงติงมา สนช.ต้องรับฟังนำมาหารือกัน ต้องเอาความเห็นของนายมีชัยมาคิดให้หนัก เมื่อผู้ใหญ่ชี้มาเช่นนี้ ต้องคิดให้รอบคอบ ดูแนวโน้มแล้วคงต้องยื่นศาลรัฐธรรมนูญตีความ เพราะในการประชุมสนช.วันที่ 15 มีนาคม จะง่ายต่อการเข้าชื่อ หลักๆ คนที่เข้าชื่อคงเป็นผู้ลงมติไม่เห็นด้วย และงดออกเสียง รวมถึงคนที่ไม่ได้มาร่วมโหวตลงมติ แต่ไม่จำกัดสิทธิคนที่ลงมติเห็นด้วยจะมาร่วมลงชื่อก็ได้ เพราะคนลงมติเห็นชอบ อาจเห็นด้วยกับภาพรวมกฎหมาย แต่อาจไม่เห็นด้วยในบางมาตรา

พล.อ.อกนิษฐ์ หมื่นสวัสดิ์ วิปสนช. กล่าวว่า คาดว่าอย่างน้อยสนช.คงต้องยื่นศาลรัฐธรรมนูญตีความในส่วนร่างพ.ร.ป.ว่าด้วยการได้มาซึ่งส.ว. เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาในอนาคต เพราะกรณีที่กฎหมายประกาศบังคับใช้แล้ว และมีการสรรหาส.ว. 50 คนเสร็จแล้ว ปรากฏว่า มีผู้ไปยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญว่า ขั้นตอนการสรรหาส.ว.50 คนไม่ถูกต้องตามรัฐธรรมนูญ จะยิ่งเกิดปัญหามากขึ้น เพราะถึงตอนนั้น เมื่อได้ส.ว.ครบถ้วนแล้ว แต่จะเปิดประชุมรัฐสภาเพื่อเลือกนายกรัฐมนตรีได้หรือไม่ เพราะถูกร้องเรื่องการสรรหาส.ว. 50 คน การเปิดประชุมรัฐสภาอาจต้องชะงักไว้ก่อน การเลือกนายกฯ ก็จะชะงักไปด้วย ถึงตอนนั้นจะตั้งรัฐบาลไม่ได้ นี่เป็นสิ่งที่หลายคนแสดงความเป็นห่วง จึงต้องการทำให้เกิดความชัดเจน

  “วัชระ”จี้“บิ๊กตู่”สอบรัฐสภาทองคำ
ที่ศูนย์บริการประชาชน สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี (ฝั่งก.พ.) นายวัชระ เพชรทอง อดีตส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ยื่นหนังสือถึงพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคสช. เพื่อขอให้ตรวจสอบนายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสนช. และนายสรศักดิ์ เพียรเวช เลขาฯ สภาผู้แทนราษฎร กรณีไม่ดำเนินการจัดทำโครงการรัฐสภาทองคำเฉลิมพระเกียรติ

นายวัชระ กล่าวว่า สมัยนายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ เป็นประธานรัฐสภาปี 2556 ได้จัดทำโครงการรัฐสภาทองคำเฉลิมพระเกียรติและได้จัดซื้อทองคำจำนวน 7 กิโลกรัม มูลค่ารวม 11 ล้านบาท จนถึงขณะนี้ผ่านมา 6 ปี โครงการดังกล่าวยังไม่เสร็จสิ้น ทั้งที่เป็นเรื่องสำคัญ ถือว่าเป็นเรื่องผิดปกติ จึงขอให้นายกฯ ตรวจสอบเรื่องดังกล่าว

        “นายกฯ”เตรียมบินออสซี่ประชุมอาเซียน
ที่ทำเนียบรัฐบาล พ.อ.อธิสิทธิ์ ไชยนุวัติ ผู้ช่วยโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลการประชุมครม.ว่า นายกรัฐมนตรีมีกำหนดการเดินทางไปร่วมประชุมสุดยอดอาเซียน-ออสเตรเลีย สมัยพิเศษ ระหว่างวันที่ 17-18 มีนาคมนี้ ที่นครซิดนีย์ ประเทศออสเตรเลีย โดยการประชุมครั้งนี้จะมีประเทศจากสมาชิกอาเซียนและเครือรัฐออสเตรเลีย รวมทั้งเลขาธิการอาเซียนเข้าประชุมด้วย ซึ่งถือเป็นครั้งแรกระหว่างผู้นำอาเซียนกับเครือรัฐออสเตรเลีย นอกภูมิภาคอาเซียน ซึ่งจะมีการประชุมภายใต้หัวข้อเสริมสร้างความมั่นคงและมั่งคั่งในภูมิภาค เน้นข้อเสนอแนะที่สามารถนำไปปฏิบัติได้จริง อย่างไรก็ตาม หลังการประชุมจะมีการรับรองเอกสารเกี่ยวกับการประชุม 2 ฉบับ คือ ร่างปฏิญญาซิดนีย์ ร่างบันทึกความเข้าใจ เพื่อให้เป็นกรอบการทำงาน เสริมสร้างความร่วมมือประสานงานระหว่างอาเซียนออสเตรเลีย เช่น การแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวกรอง ประสบการณ์ แนวปฏิบัติ ที่แต่ละฝ่ายมีขีดความสามารถ รวมทั้งการรับมือสถานการณ์ก่อการร้าย เป็นต้น ซึ่งบันทึกความเข้าใจมีผลหลังการลงนาม โดยทั้งสองส่วนไม่มีถ้อยคำให้เกิดพันธกรณีระหว่างประเทศ

สำหรับการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียน-ออสเตรเลีย ที่นายกรัฐมนตรีจะเดินทางไปเข้าร่วม ระหว่างวันที่ 16-18 มีนาคมนี้ ที่ประเทศออสเตรเลีย นายดอน ปรมัตถ์วินัย รมว.ต่างประเทศ กล่าวว่า จะมีการหารือถึงทุกเรื่อง ขณะที่สาระสำคัญในร่างปฏิญญาซิดนีย์ซึ่งที่ประชุมดังกล่าวจะให้การรับรองนั้น เน้นเรื่องต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคง เศรษฐกิจและการสร้างความมั่งคั่ง และการให้ความสำคัญกับประชาชน ซึ่งภาพรวมมีแนวทางที่สอดคล้องกับรัฐบาลไทย

      ยันอียูไม่ส่งคนดูเลือกตั้งไทย
นายดอน ยังกล่าวถึงการเดินทางเยือนประเทศอิตาลีและเบลเยียม เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ว่า ได้พบปะหารือกับรัฐมนตรีต่างประเทศของอิตาลีและเบลเยียม รวมถึงคณะผู้แทนระดับสูงของสหภาพยุโรปด้านการต่างประเทศและนโยบายความมั่นคง และกรรมาธิการยุโรปด้านสิ่งแวดล้อม กิจการทะเลและประมง มีการพูดคุยกันหลายเรื่องและเป็นไปอย่างสร้างสรรค์ เขาเห็นด้วยกับเรื่องต่างๆ ที่เรากำลังทำ เป็นสิ่งที่ควรมีความร่วมมือกันต่อไปได้ ขณะที่เรื่องการเมืองในไทยนั้น หลายประเทศทราบถึงสถานการณ์การเมืองของไทย ส่วนการที่ไทยกำลังจะมีการเลือกตั้งนั้น อียูไม่ได้แจ้งว่าอยากจะส่งคนมาสังเกตการณ์การเลือกตั้งในไทย เพราะแต่ละประเทศมีเรื่องที่ตัวเองให้ความสนใจมากกว่า

        ‘เอกชัย’ ไม่จบหอบนาฬิกาหรู
เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 13 มีนาคม ผู้สื่อข่าวรายงานจากทำเนียบรัฐบาล ว่า ที่บริเวณประตู 4 หน้าทำเนียบรัฐบาล นายเอกชัย หงส์กังวาน นักเคลื่อนไหวทางการเมือง และนายโชคชัย ไพบูลย์รัชตะ นำธูปจำนวน 36 ดอก จุดและปักไว้ที่โคนต้นไม้ หน้าประตู 4 ทำเนียบรัฐบาล ริมถนนพิษณุโลก โดยอ้างว่าเพื่อเป็นการปัดเป่าสิ่งไม่ดี พร้อมทั้งนำแผ่นป้ายขนาดใหญ่ที่แสดงคอลเลกชั่นนาฬิกาหรูของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม จำนวน 25 เรือน มาแสดง พร้อมยืนยันว่าจะนำมามอบให้ พล.อ.ประวิตร ทุกวันอังคาร หรือทุกวันที่พล.อ.ประวิตรมาประชุมที่ทำเนียบรัฐบาล จนกว่า พล.อ.ประวิตรจะออกมารับด้วยตนเอง ทั้งนี้ นายเอกชัยเคยออกมาเคลื่อนไหวในลักษณะเดียวกันนี้เมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา

นายเอกชัยยังเรียกร้องให้ พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ ประธานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) ลาออกจากตำแหน่ง เนื่องจากเป็นคนใกล้ชิดกับ พล.อ.ประวิตร ซึ่งที่ผ่านยังไม่สามารถดำเนินการกรณีนาฬิกาหรูได้ ขณะเดียวกันยังร้องเรียน คสช. ให้ปลด พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เนื่องจากเป็นคนสนิทของ พล.อ.ประวิตร ที่สร้างความเคลือบแคลงสงสัยให้แก่สังคมในการปฏิบัติหน้าที่ อีกทั้งการทำงานที่ผ่านมาก็ถูกสังคมวิพากษ์วิจารณ์ โดยเฉพาะการดำเนินคดีกับนายเปรมชัย กรรณสูต ประธานบริหารบริษัทอิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด(มหาชน) ผู้ต้องหาคดีลักลอบล่าสัตว์ป่าในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรด้านตะวันตก จ.กาญจนบุรี

ฎีกาพิพากษาอดีตการ์ดนปช.ยิงเอ็ม79
เวลา 09.30 น. วันที่ 13 มีนาคม ที่ห้องพิจารณา 814 ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก ศาลนัดแจ้งผลคำพิพากษาศาลฎีกาให้อัยการโจทก์ ฟังในคดีพยายามฆ่าผู้อื่น หมายเลขดำ อ.4334/2557 ที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีอาญา 10 เป็นโจทก์ ยื่นฟ้องนายณรงค์ศักดิ์ หรือตุ้ย พลายอร่าม อายุ 32 ปี และนายพีรพงษ์ หรือธานินทร์ สินธุสนธิชาติ อายุ 43 ปี อดีตการ์ดแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ร่วมกันเป็นจำเลย ฐานพยายามฆ่าผู้อื่นฯ จำเลยให้การปฏิเสธขอต่อสู้คดี

คำฟ้องระบุว่า เมื่อวันที่ 29 มีนาคม 2557 เวลากลางวัน จำเลยกับพวกร่วมกันใช้เครื่องยิงระเบิดแบบเอ็ม 79 และเครื่องกระสุน ยิงเข้าใส่กลุ่มผู้ชุมนุม กปปส.บริเวณสี่แยกเสาวนีย์ ถนนสวรรคโลก ทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ และรถยนต์เสียหายหลายคัน โดยจำเลยให้การปฏิเสธ คดีนี้ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาจำคุกจำเลยทั้งสองคนละ 43 ปี 4 เดือน ต่อมาศาลอุทธรณ์พิพากษากลับให้ยกฟ้อง แต่ให้ขังจำเลยระหว่างฎีกา โดยอัยการโจทก์ยื่นฎีกา

วันนี้อัยการโจทก์เดินทางมาศาล ส่วนจำเลยทั้งสองไม่ได้เบิกตัวมาศาล เนื่องจากจำเลยทั้งสองถูกแยกคุมขังในคดีอื่นที่เรือนจำจังหวัดสระบุรีและจังหวัดอื่นในเขตอำนาจศาลอุทธรณ์ภาค 2 และศาลได้อ่านคำพิพากษาให้จำเลยฟังที่ศาลดังกล่าวแล้วเมื่อเดือนมกราคมและกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา

    ยกฟ้องทั้ง2คนชี้หลักฐานอ่อน
ศาลฎีกาเห็นว่าคดีนี้เป็นคดีอุกฉกรรจ์ มีอัตราโทษสูงถึงประหารชีวิต โจทก์จะต้องนำสืบความจริงโดยปราศจากข้อสงสัย แต่การนำสืบได้ความว่าจำเลยที่ 1 รับสารภาพในชั้นสอบสวน ถึงแม้จะมีน้ำหนักรับฟังพยานได้ก็เป็นเพียงพยานบอกเล่า คำรับสารภาพในชั้นสอบสวนจะต้องมีเหตุผลหนักแน่นน่ารับฟังโดยปราศจากข้อสงสัย แต่ก็ยังพบว่าบันทึกคำให้การข้อเท็จจริงของจำเลยที่ 1 มีความขัดแย้งกัน ทั้งที่เบิกความห่างกันไม่เกิน 7 วัน แต่จำเลยที่ 1 กลับให้การแตกต่างกัน อีกทั้งที่จำเลยที่ 1 ให้การว่ามีการใช้โทรศัพท์ติดต่อกับจำเลยที่ 2 ตรงนี้โจทก์สามารถตรวจสอบได้จากบริษัทผู้ให้บริการมือถือ แต่โจทก์ไม่กระทำ ทั้งที่จะเป็นพยานหลักฐานที่จะนำมาประกอบคำรับสารภาพให้มีน้ำหนักได้

ส่วนจำเลยที่ 2 โจทก์มีแต่เพียงพยานบอกเล่าเป็นคำซัดทอดของผู้ต้องหาด้วยกัน ไม่มีพยานหลักฐานการติดต่อทางโทรศัพท์ในช่วงวันเวลาเกิดเหตุ อีกทั้งยังไม่มีพยานหลักฐานอื่นๆ ส่วนประเด็นอื่นศาลอุทธรณ์มีคำวินิจฉัยชั่งน้ำหนักพยานโจทก์โดยให้เหตุผลไว้ชอบแล้ว ประกอบกับจำเลยที่ 1 และ 2 ให้การปฏิเสธในชั้นศาล พยานหลักฐานโจทก์ยังมีข้อสงสัย จึงยกประโยชน์แห่งความสงสัยให้จำเลย พิพากษายืนยกฟ้อง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับนายณรงค์ศักดิ์และนายพีรพงษ์ ยังเป็นจำเลยในคดีหมายดำ อ.3820/2557 ที่พนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีอาญา 7 เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง ฐานร่วมกันพยายามฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน ร่วมกันมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต กระทำการให้เกิดระเบิดเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่บุคคลฯ ร่วมกันพาอาวุธปืนไปในเมืองหมู่บ้านโดยไม่มีเหตุผลอันสมควรและร่วมกันทำให้เสียทรัพย์ กรณีเมื่อวันที่ 7 มีนาคม 2557 เวลากลางวัน จำเลยทั้งสองใช้อาวุธสงครามเอ็ม 79 ยิงเข้าไปในกลุ่มผู้ชุมนุม กปปส. บริเวณหน้าอาคารชินวัตร 3 แขวงและเขตจตุจักร กทม. ทำให้ทรัพย์สินเสียหาย โดยศาลฎีกาพิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ ให้จำคุกนายณรงค์ศักดิ์ จำเลยที่ 1 เป็นเวลา 35 ปี 4 เดือน และยกฟ้องนายพีรพงษ์ จำเลยที่ 2

ครม.เห็นชอบร่างแผนปฏิรูป 11 ด้าน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/316371

ครม.เห็นชอบร่างแผนปฏิรูป 11 ด้าน

ปฏิรูปประเทศ,พลทสรรเสริญ แก้วกำเนิด,ครม

ครม.เห็นชอบร่างแผนปฏิรูป 11 ด้าน เตรียมนำเสนอสนช. นายกฯฝากสื่อแจงประชาชน

           13 มี.ค.61 พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี  แถลงผลการประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.)ว่า ครม.เห็นชอบเป้าหมายและร่างแผนปฏิรูปประเทศ 11 ด้าน โดยพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้าคสช.อยากฝากสื่อมวลชนว่าขอให้ช่วยนำเสนอเป้าหมายแต่ละเรื่องว่าประชาชนจะได้อะไร ถ้านับประเด็นย่อยมี 132 ประเด็น 478 กิจกรรม 791 ตัวชี้วัด

นายกฯบอกว่าให้ทุกกระทรวงนำเป้าหมายทั้ง 11 ด้านของแผนปฏิรูปมากาง แล้วดูว่าใน 132 ประเด็น 478 กิจกรรม เกี่ยวข้องกับแต่ละกระทรวง ทบวง กรม อย่างไร แล้วเอากิจกรรมย่อยใส่เข้าไป เพื่อจะอธิบายประชาชนได้ว่ากำลังทำอะไร คนฟังจะได้เกิดความเข้าใจอย่างเป็นระบบ เพราะที่ผ่านมาหลายคนบอกว่าไม่เห็นรัฐบาลทำอะไรเลย ไม่มีการปฏิรูปอะไรเลย ซึ่งการปฏิรูปมีบางเรื่องที่รัฐบาลทำไปแล้ว  อยู่ระหว่างการทำ บางเรื่องกำลังจะทำตามแผนการปฏิรูป  จากนี้เมื่อครม.ให้ความเห็นชอบแล้ว จะนำเสนอเข้ารัฐสภาเพื่อให้ความเห็นชอบ และประกาศลงในราชกิจจานุเบกษาไม่ต้องนำขึ้นทูลเกล้าฯ

พล.ท.สรรเสริญ กล่าวว่า คณะกรรมการการปฏิรูปทั้ง 11 ด้าน จะมีวาระอยู่ต่ออีก 5 ปี เพื่อติดตามการทำงานด้านปฏิรูป ว่ามีหน่วยงานใดไม่ดำเนินการตามแผนแล้วรายงานให้รัฐบาลทราบ และหากรัฐบาลทราบแต่นิ่งเฉยก็จะรายงานต่อกรรมการยุทธศาสตร์ชาติฯ รายงานสภา แจ้งป.ป.ช.ให้ทราบ ฉะนั้นทุกรัฐบาลไม่ว่าจะเป็นใครก็แล้วแต่ต้องสามารถปฏิบัติตามนี้ได้ อันไหนทำไม่ได้ขอปรับแก้แผน สามารถส่งข้อมูลว่าเรื่องอะไรทำไม่ได้ ติดขัดอะไรให้คณะกรรมการปฏิรูปทราบเพื่อเสนอขอความเห็นชอบจากคณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติฯเพื่อปรับแก้

“ชวลิต”ป้อง”เจ๊หน่อย”เสียสละเพื่อพรรค

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/316208

“ชวลิต”ป้อง”เจ๊หน่อย”เสียสละเพื่อพรรค

สุดารัตน์ เกยุราพันธ์,เพื่อไทย,ชวลิต วิชยสุทธิ์

“ชวลิต”ป้อง”เจ๊หน่อย”เสียสละเพื่อพรรค ยันไร้ความขัดแย้งย้ำ”วิโรจน์-ภูมิธรรม”บริหารงาน

         12 มี.ค.61 นายชวลิต วิชยสุทธิ์ อดีตรองเลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีมีผู้วิจารณ์การบริหารงานในพรรคเพื่อไทย ว่า พรรคเพื่อไทยในปัจจุบันบริหารงานโดย พล.ต.ท.วิโรจน์ เปาอินทร์ รักษาการหัวหน้าพรรคและนายภูมิธรรม เวชยชัยรักษาการเลขาธิการพรรค ซึ่งทั้งสองท่านพร้อมทีมงานก็ได้ร่วมบริหารงานประคับประคองสถานการณ์ภายใต้ภาวะที่บ้านเมืองไม่ปกติ สามารถผ่านพ้นวิกฤติหลังรัฐประหาร 22 พ.ค.57 มาจนถึงปัจจุบันได้เป็นอย่างดี เป็นที่ยอมรับของสมาชิกเพื่อไทยและประชาชนที่ได้มีโอกาสสัมผัส

ทั้งนี้ผู้ใหญ่ของพรรคที่เป็นอดีตรัฐมนตรีจำนวนหนึ่ง ให้ข้อคิด ให้ข้อเสนอแนะ ในการพัฒนาพรรค ปฏิรูปพรรค เพื่อนำไปสู่แนวทางแก้ไขปัญหาของประเทศชาติและประชาชน โดยมีเป้าหมายสำคัญ คือ การแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนเป็นหลัก  ตนขอเรียนว่า ใครอาสาเข้ามาทำงานการเมืองในช่วงที่ภาวะไม่ปกติเช่นนี้ ถือว่าเป็นผู้เสียสละ และหนึ่งในหลายท่านที่เสียสละเข้ามา คือ คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธ์

นอกจากนี้ท่านไม่ได้มามือเปล่า ท่านเข้ามาพร้อมเสนอพิมพ์เขียวในการปฏิรูปพรรค ซึ่งแน่นอนก็ต้องมีการถกแถลงกับสมาชิกทั้งรุ่นเก่าและรุ่นใหม่เพื่อแลกเปลี่ยน ตกแต่งพิมพ์เขียวดังกล่าวให้สมบูรณ์ แต่ขณะนี้การเมืองยังไม่เปิดให้มีการจัดประชุมอย่างเป็นกิจจะลักษณะได้ ซึ่งคงไม่นานคงได้มีการพิจารณาร่วมกัน รวมทั้งอาจมีพิมพ์เขียวของผู้ใหญ่ท่านอื่นด้วยที่จะร่วมนำเสนอ

นายชวลิต กล่าวต่อว่า เท่าที่ได้ติดตามหลักคิดของคุณหญิงสุดารัตน์  ก็เหมือนสมาชิกเพื่อไทยทั่วไปที่ยึดมั่นอุดมการณ์ตั้งแต่เริ่มก่อตั้งพรรคไทยรักไทย คือ ยึดมั่นการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข แต่สิ่งที่พัฒนาขึ้นไปตามสถานการณ์ คือ การให้ความสำคัญกับคนรุ่นใหม่ เทคโนโลยีใหม่เพื่อก้าวให้ทันโลก แต่ไม่ละทิ้งสิ่งดีที่คนรุ่นเก่าได้รังสรรค์รักษาเป็นมรดกไว้ให้ชนรุ่นหลัง

อย่างไรก็ตามประเด็นสำคัญที่สุด คือ การปฏิรูปพรรคให้เป็นสถาบัน ให้เป็นที่ยอมรับอย่างกว้างขวาง ท่านเห็นว่าจะไม่ชี้นิ้วไปที่อื่น แต่จะปฏิรูปตัวเองให้เป็นที่ยอมรับของคนในพรรคและประชาชนเป็นที่ตั้ง เพื่อเป็นความหวังของประชาชนที่คาดหวังจะให้เพื่อไทยได้รับโอกาสเข้ามาแก้ไขปัญหาบ้านเมืองในช่วงที่มีปัญหาทั้งทางด้านเศรษฐกิจและการเมือง

“ขอยืนยันในฐานะที่เป็นสมาชิกเพื่อไทย คนหนึ่ง ว่าพรรคเพื่อไทยไม่ได้มีความขัดแย้งกันตามที่มีความพยายามเสนอข่าว และยังร่วมมือกันเป็นปึกแผ่นอย่างดี” นายชวลิต กล่าว

“ปณิธาน”เผย”คสช.”สื่อสารข้อกังวลกับบางกลุ่มแล้ว

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/316175

“ปณิธาน”เผย”คสช.”สื่อสารข้อกังวลกับบางกลุ่มแล้ว

โรดแม็พ,เลือกตั้ง,คสช,ปณิธาน วัฒนยากร,พรรคการเมือง

“ปณิธาน”เผย”คสช.”สื่อสารข้อกังวลกับบางกลุ่มไปแล้ว ฝ่ายความมั่นคงต้องทำงานหนัก”เลือกตั้ง”ได้สถานการณ์ต้องสงบคู่กัน

         12 มี.ค.61 นายปณิธาน วัฒนายากร ที่ปรึกษา พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม กล่าวถึงการเคลื่อนไหวภายหลังคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เปิดให้จดจัดตั้งพรรคการเมือง ว่า ต่างชาติแปลกใจทำไมประเทศไทยมีพรรคการเมืองเยอะขนาดนี้ แต่ตนมองว่ามันสะท้อนความหลากหลายทางการเมือง โดยรัฐบาลและคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) จะช่วยดูแลให้ทุกอย่างราบรื่นขึ้น เพื่อนำไปสู่โรดแม็พเลือกตั้งในปี 2562 ส่วนการเคลื่อนไหวกลุ่มต่าง ๆ นั้น โดยเฉพาะนักศึกษายังอยู่ในกรอบและเรียบร้อยดี ส่วนคนที่ต้องการขยายผลจากการเคลื่อนไหวเหล่านี้นั้น จะต้องมีการเฝ้าระวังต่อไป ถ้ามีอะไรที่ผิดปกติไปจากเดิม หรือต้องการให้เกิดสภาวะที่ไม่เสถียรภาพ ฝ่ายความมั่นคงจะต้องดำเนินการ

ส่วนจะมีความเชื่อมโยงกับกลุ่มการเมืองหรือพรรคการเมืองหรือไม่นั้น ฝ่ายความมั่นคงมีการประเมินอยู่ ซึ่งข้อกังวลต่าง ๆ คสช.ได้สื่อสารกับบางกลุ่มไปแล้ว ฝ่ายที่ได้รับการสื่อสารหรือแจ้งเตือนก็รับทราบ อย่างไรก็ตาม ในช่วงนี้การเคลื่อนไหวทางการเมืองมีมากขึ้น ฝ่ายความมั่นคงจึงต้องทำงานหนักมากขึ้น ประชาชนต้องการให้มีการเลือกตั้ง แต่มีเงื่อนไขสถานการณ์บ้านเมืองต้องสงบ สองส่วนนี้ต้องไปด้วยกัน

ส่วนกรณีกลุ่มคนอยากเลือกตั้งเสนอให้ยุบคสช.เหลือแค่รัฐบาลดูแลการเลือกตั้งนั้น ต้องถามคสช.แต่ภารกิจหลักของคสช.คือการรักษาเสถียรภาพ ดูแลความปลอดภัยและความเรียบร้อยของบ้านเมือง ในช่วงที่จะมีการเปิดพื้นที่มากขึ้นและจะมีการเลือกตั้ง จะต้องคิดด้วยว่าใครจะทำภารกิจเหล่านี้ แล้วใครจะทำได้สำเร็จ

“สมชัย”ข้องใจศาลรธน.วินิจฉัยกม.ป.ป.ช.ไม่ขัดรธน.

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/316118

“สมชัย”ข้องใจศาลรธน.วินิจฉัยกม.ป.ป.ช.ไม่ขัดรธน.

สมชัย ศรีสุทธิยากร,กมปปช,ศาลรธนชี้ กมปปชไม่ขัดรธน,องค์กรอิสระ

“สมชัย”ร่ายยาวข้องใจคำวินิจฉัยศาลรธน.ชี้กม.ป.ป.ช.ไม่ขัดรธน. ยกกสม.-กกต.เปรียบ เหน็บองค์กรอิสระ อิสระจริงหรือไม่

             11 มี.ค.61- นายสมชัย ศรีสุทธิยากร  กรรมการเลือกตั้ง (กกต.) ได้โพสต์เฟสบุ๊กส่วนตัว”Srisutthiyakorn Somchai” หลังศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยการแก้ไขร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) ไม่ขัดกับรัฐธรรมนูญ โดยนายสมชัย ระบุว่า  วันที่ คนอยู่ครบวาระแล้วและบางคนขาดคุณสมบัติ บอกว่า คนที่ ขาดคุณสมบัติและแม้มีลักษณะต้องห้ามก็อยู่ต่อได้  วันศุกร์ที่ 9 มีนาคม 2561 น่าจะเป็นตอนบ่ายแก่ๆเกือบเลิกงานแล้ว ก็ปรากฏเอกสารข่าวสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ เป็นข่าวที่ 2/2561 (ตั้งต้นปี ผ่านมา 2 เดือน มีข่าวบอกชาวบ้านเป็นชิ้นที่สอง) อ่านสรุปได้ความว่า ตามที่ สมาชิก สนช.32 คน ทำเรื่องมาขอให้ศาลวินิจฉัยว่า มาตราโน้นมาตรานี้ ของ พ.ร.ป. ป.ป.ช.ขัดกับรัฐธรรมนูญหรือไม่ ในย่อหน้าถัดมาก็ระบุเพียงว่า ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญได้ทำความเห็นส่วนตน และ มีการร่วมลงมติว่า ประเด็นที่ สนช.ส่งมานั้น ศาลมีความเห็นว่าไม่ขัด. โดยไม่มีรายละเอียดว่า ลงคะแนนด้วยคะแนนเสียงเท่าไร และ ตุลาการท่านใด ลงมติอย่างไรบ้าง

นายสมชัย กล่าวว่า  คนที่ไม่ติดตามเรื่อง ก็คงอ่านผ่านๆอย่างไม่ได้สนใจ ยิ่งมาแจ้งแบบเงียบเชียบในรูปเอกสารตอนบ่ายของวันศุกร์ที่คนใกล้เลิกงาน ก็ยิ่งแทบไม่มีคนสนใจ. แต่สำหรับผู้ที่ติดตามน่าจะจำได้ว่า ป.ป.ช.ชุดนี้ สนช.ได้ลงมติให้อยู่ต่อไปจนครบวาระ เช่นเดียวกับ ผู้ตรวจการแผ่นดิน และ ศาลรัฐธรรมนูญ (เฉพาะศาลรัฐธรรมนูญ สนช.ใจดีมาก มีแถมให้คนที่ครบวาระแล้วอยู่ต่อไปจนกว่าจะมีสภา มีผู้นำฝ่ายค้านในสภาแล้วจึงเริ่มกระบวนการสรรหาใหม่) แตกต่างจาก กกต.และ กสม. ที่แม้จะเป็นองค์กรอิสระด้วยกัน แต่อาจสร้างความรำคาญแก่ผู้ปกครอง เลยเซ็ตซีโร่เสีย

นายสมชัย ระบุอีกว่า    ประเด็นการให้ ปปช.ทั้งชุดอยู่ต่อไปจนครบวาระ มีประเด็นที่แตกต่างจากผู้ตรวจการแผ่นดิน และ ศาลรัฐธรรมนูญ คือ นอกจากคนที่มีคุณสมบัติไม่ครบจำนวนประมาณ 7-8 คนแล้ว ในจำนวนนี้ ยังมี “สองคน” ที่มีลักษณะต้องห้ามด้วย คือ คนหนึ่งเคยดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระอื่นมาก่อน และ อีกคนหนึ่ง คือ ประธาน ปปช. เคยดำรงตำแหน่งรองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี (เลขาฯรองนายก ประวิตร) ซึ่งเป็นตำแหน่งทางการเมือง และพ้นตำแหน่งมายังไม่ครบสิบปี รัฐธรรมนูญ เขียนห้าม. แต่ กม.ลูก โดย สนช. ไปอนุญาตสนช.ที่ไม่เห็นด้วยจึงส่งศาลรัฐธรรมนูญตีความว่าขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่
“วันนี้ ศาลรัฐธรรมนูญ ที่มี ตุลาการศาล 5 คน ที่อยู่ครบวาระ 9 ปี แล้วแต่ สนช.ให้อยู่ต่อ และ ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ อีก 3 ท่าน ที่ขาดคุณสมบัติ แต่ สนช.ให้อยู่ต่อได้ลงมติแบบเงียบๆ. ไม่มีการแสดงผลการลงมติ ไม่มีระบุชื่อว่าใครลงมติอย่างไรว่าด้วยเสียงข้างมาก หรือเอกฉันท์ ให้ ปปช. ที่ขาดคุณสมบัติ และ มีลักษณะต้องห้าม อยู่ต่อไปจนครบวาระได้จากนี้ ใครจะเชื่อว่า องค์กรอิสระ เป็นอิสระจริง” นายสมชัย ระบุ

ศรีสุวรรณ จ่อฟ้องอิตาเลียนไทยตัดต้นไม้่

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/316095

ศรีสุวรรณ จ่อฟ้องอิตาเลียนไทยตัดต้นไม้่

ศรีสุวรรณ,บริษัท อิตาเลียนไทย,ตัดต้นไม่ริมทางมเกษตร

“ศรีสุวรรณ”เผย 12 มี.ค.นำเครือข่ายต้นไม้เมืองยื่นฟ้อง  รฟม.-อิตาเลียนไทย ต่อศาลปกครองกลาง ระงับตัดต้นไม้ทั่วกรุง

               11 มี.ค.61- นายศรีสุวรรณ  จรรยา นายกสมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อน เปิดเผยว่า  ตามที่การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย หรือ รฟม. โดยบริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวลอปเมนท์ จำกัด ในฐานะผู้รับเหมาโครงการก่อสร้างรถไฟฟ้า สายสีเขียว หมอชิต-สะพานใหม่-คูคต ดำเนินการตัดต้นไม้ รวม 14 ต้น ริมทางเดินเท้าหน้ามหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์โดยยังไม่ได้ขออนุญาตจาก กทม. จนทำให้เสียทัศนีภาพและอาจก่อให้เกิดอันตรายแก่ผู้ที่เดินผ่านไปมาเพราะมีสายไฟฟ้าห้อยระโยงรยางค์เป็นที่อันตรายต่อผู้สัญจรไปมาเป็นอย่างยิ่ง และถึงแม้ กทม.โดยสำนักงานเขตจตุจักร จะได้แจ้งความ และสั่งจำปรับผู้รับเหมาไปแล้ว 28,000 บาท รวมทั้งค่าเสียหายทางแพ่งอีกกว่า 170,000 บาทไปแล้วนั้น

นายศรีสุวรรณ  กล่าวว่า กรณีดังกล่าวไม่ใช่ครั้งแรกที่ต้นไม้ในบริเวณเกาะกลางถนนและริมทางเท้าของ กทม. จะถูกตัดฟันโค่นทำลาย หรือล้อมบอนออกไปไว้ที่อื่น ทั้ง ๆ ที่การก่อสร้างรถไฟฟ้าทุกสายไม่มีความจำเป็นที่จะต้องตัดฟันโค่นทำลายให้เสียหายทั้งหมดแต่อย่างใด อีกทั้งต้นไม้ที่มีการล้อมบอนออกไปนั้น ก็เสียหาย “ตาย” เสียเป็นจำนวนมาก ซึ่งชี้ให้เห็นว่า รฟม. และบริษัท อิตาเลียนไทย ไม่ได้ให้ความสำคัญกับการอนุรักษ์ ดูแล รักษา ต้นไม้สาธารณะที่เป็นเสมือน “ปอด” ของคนกรุงเทพมหานครเลย

นายศรีสุวรรณ  กล่าวว่า  การกระทำหรือใช้อำนาจของ รฟม.และบริษัท อิตาเลียนไทย จึงเป็นการกระทำที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย กระทำการโดยนอกเหนือจากอำนาจหน้าที่ที่ไม่ถูกต้องตามกฎหมาย หรือไม่ถูกต้องตามรูปแบบ ขั้นตอน และวิธีการตามที่กฎหมายกำหนด ตาม มาตรา 9(1) แห่งพรบ.จัดตั้งศาลปกครองฯ พ.ศ.2542 ประกอบ พรบ.สิ่งแวดล้อมฯ พ.ศ.2535 และ พรบ.รักษาความสะอาดฯ พ.ศ.2535 โดยชัดแจ้ง สมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อน และเครือข่ายต้นไม้ในเมือง กลุ่ม Big Tree กลุ่มจตุจักรโมเดล ชมรมอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มก. เพจกรุงเทพเดินสบาย และเพจเฮ้ยนี่มันฟุตบาทไทยแลนด์ จึงได้รวมตัวกันเพื่อเดินทางไปยื่นคำฟ้องต่อศาลปกครองกลาง เพื่อระงับการกระทำดังกล่าวในทุกสาย (11 สาย) ของรถไฟฟ้าทั่วกรุงเทพมหานครโดยทันทีโดยสมาคมฯและเครือข่ายฯจะไปยื่นฟ้อง ในวันจันทร์ที่ 12 มีนาคม 2561 เวลา 10.30 น. ณ ศาลปกครองกลาง ศูนย์ราชการฯ ถนนแจ้งวัฒนะ หลักสี่ กทม.

“แม่” ไฟเขียว!! “ธนาธร”พร้อมลุยการเมือง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/316086

“แม่” ไฟเขียว!! “ธนาธร”พร้อมลุยการเมือง

ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ,ไพร่หมื่นล้าน,Thanathorn Juangroongruangkit

“ธนาธร”โพสต์เฟสบุ๊ก พร้อมลุยการเมือง หลัง”คุณแม่”ไฟเขียว ประกาศเจตนารมณ์ซื่อสัตย์ต่ออุดมการณ์และประชาชน

            ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ รองประธานบริหารกลุ่มบริษัทไทยซัมมิท ซึ่งประกาศจะตั้งพรรคการเมืองใหม่ ได้โพสต์เฟสบุ๊กส่วนตัวที่ใช้ชื่อว่า Thanathorn Juangroongruangkit  โดยมีข้อความว่า
” ถึงเวลาก้าวไปข้างหน้าอย่างมั่นคง, and now i have the strongest backing and the most wonderful blessing in the world; my family>

ในสัปดาห์ที่ผ่านมา น้ำหนักระดับภูเขาถูกยกออกจากอกผม ผมได้ปรึกษาเรื่องอนาคตกับครอบครัวและทุกคนก็ให้การสนับสนุนและกำลังใจอย่างดี

ผมโชคดีที่พี่น้องและครอบครัวไม่มีใครมีแนวคิดแบบอนุรักษ์นิยมแบบสุดโต่ง ทุกคนรักและเข้าใจในหลักการประชาธิปไตย เมื่อเราถกเถียงเรื่องเรื่องอนาคตของครอบครัว ทุกคนเข้าใจผม ไม่มีใครสาปส่ง มีแต่กำลังใจในรูปแบบที่แตกต่างกันไปตามแต่ที่แต่ละคนพึงมีให้

‘แม่’ คือปัญหาใหญ่ ก่อนถกเถียงกันผมกลัวว่าจะทำให้แกเสียใจ ผมไม่อยากให้แกเสียใจ ผมไม่อยากให้แกร้องไห้ ผมทำแกร้องไห้มามากเกินไปแล้วในชีวิตนี้ แกเริ่มคำถามแรกว่าสำหรับผม ไทยซัมมิทหรือประเทศไทย อย่างไหนสำคัญกว่ากัน ผมตอบสั้นๆ ด้วยน้ำเสียงจริงจังว่า ‘ประเทศไทย’

แกมีสีหน้าผิดหวัง ถึงแม้ไม่เห็นด้วย ไม่ได้อวยพรอะไรพิเศษ แต่แกไม่ห้ามปราม, ให้กำลังใจ หรือเอ่ยคำสนับสนุนใดๆ สำหรับผมนั่นคือการอนุมัติและเห็นชอบแบบแม่

ไม่มีอะไรที่ผมจะร้องขอได้มากไปกว่านี้อีกจากครอบครัว ผมโชคดีเหลือเกินที่ได้เติบโตและเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวนี้

คำถามสุดท้ายก่อนจะเลิกวง แกถามผมว่า “ถ้าวันใดเธอมีอำนาจ คงจะมีคนมาเสนอทั้งผู้หญิงและเงินทอง เธอจะรับไหม?”

ตอบไว้ตรงนี้ “หม่าม้าครับ ผมจะไม่ทำให้หม่าม้าผิดหวัง”

อดคิดถึงพ่อไม่ได้ ถ้าแกยังมีชีวิตอยู่ ผมหวังว่าแกคงจะภูมิใจกับการตัดสินใจของผม

ก้าวแรกผมสำเร็จแล้ว แม่สอนผมเสมอให้เป็นคนซื่อสัตย์ ผมจะเดินก้าวต่อไปด้วยความซื่อสัตย์ต่ออุดมการณ์และต่อประชาชน”

ย่างร้อน ๒๕๖๑
ธ.จ