“บิ๊กตู่”โวตอบ 10 คำถาม 1.5 ล้านคนต้องการปฏิรูปก่อนเลือกตั้ง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/314423

“บิ๊กตู่”โวตอบ 10 คำถาม 1.5 ล้านคนต้องการปฏิรูปก่อนเลือกตั้ง

ศาสตร์พระราชา,นายกฯ,ปฏิรูป,ไม่เลื่อนเลือกตั้ง

“บิ๊กตู่”โวปชช.ตอบ 10 คำถาม 1.5 ล้านคน ต้องการปฏิรูปก่อนเลือกตั้ง ลงโทษนักการเมืองทุจริต ตัดสิทธิ์การเมือง-ยุบพรรค เผยอยากเห็นนายกฯยิ้ม อารมณ์ดี

           23 ก.พ.61 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวในรายการศาสตร์พระราชาสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน ตอนหนึ่งว่า ส่วนการตอบคำถามนายกรัฐมนตรี 10 ข้อ ที่เราทำมาโดยตลอดนั้น ขอบคุณทุกคนที่มีส่วนร่วม เราได้รับสรุปผลรายงานมา 15 ครั้ง ต้องขอขอบคุณพี่น้องประชาชนเกือบ 1 ล้าน 5 แสนคน ที่ออกมาแสดงความคิดเห็น ตนถือว่าเป็นความสมัครใจ เพราะไม่ได้ไปกะเกณฑ์ใครมา ไม่รู้จักกัน เขามาตอบคำถามในขณะที่เห็นการปฏิบัติงาน ซึ่งอาจจะต่างจากการสำรวจโพลต่าง ๆ ที่อาจไม่ตั้งใจ ไม่สมัครใจ หรือมีความรู้พอเพียงที่จะตอบโพลเหล่านั้น อันนี้ไม่ใช่โพลแบบนั้น มาตอบคำถามด้วยตัวเอง ยืนยันตัวตน

“ผู้ที่มาตอบคำถามผมนั้น ส่วนใหญ่เป็นพี่น้องเกษตรกร อายุช่วงวัยแรงงาน 31- 60 ปี ข้อสำคัญคือการศึกษาระดับประถมศึกษาเท่านั้น โดยข้อมูลบางส่วนที่น่าสนใจ อย่างมีนัยสำคัญ เช่น ต้องการให้มีการปฏิรูปก่อนการเลือกตั้ง วันนี้เราก็ทำมาอยู่แล้ว 3 – 4 ปีที่ผ่านมา ปฏิรูปในเชิงโครงสร้าง ปฏิรูปองค์กร ปฏิรูปวิธีการทำงาน ปฏิรูปกฎหมาย มันจะได้เตรียมความพร้อมสู่ระยะที่สอง โดยรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง และคาดหวังว่าการเลือกตั้งครั้งหน้า จะได้รัฐบาลที่มีธรรมาภิบาล ซึ่งผมถือว่าเป็นภารกิจสำคัญของคสช.ตั้งแต่ต้น ที่จะต้องทำให้สำเร็จในระยะที่ 1 ที่เราอยู่นี้” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า โดยความเห็นในเรื่องของนักการเมืองที่มีพฤติกรรมไม่เหมาะสม หรือมีความผิด ส่อทุจริตนั้น คำตอบที่ได้จากประชาชน คือต้องการให้ได้รับโทษที่หนักที่สุด โดยการตัดสิทธิ์ทางการเมือง การติดตามเอาผิดจากผู้ที่เกี่ยวข้อง ผู้สนับสนุน รวมไปถึงการยุบพรรคด้วย ตนเห็นว่าบางอย่างก็แรงไปหรือเปล่าไม่รู้ แต่นั่นเป็นความเห็นประชาชนเขา ตนก็เห็นว่าต้องเป็นไปตามกระบวนการยุติธรรม ตามหลักฐาน ตามกฎหมายที่มีอยู่ ส่วนที่ประชาชนคาดหวังให้คสช. แก้ปัญหาต่าง ๆ ต่อไป และขอให้ตนนิ่ง อารมณ์ดี ยิ้ม ๆ ไม่หงุดหงิด ตนก็จะพยายามทำให้ดีที่สุด

“บิ๊กบัง” สะกิดคสช. “เดินตามโรดแม็พ-ฟังประชาชน”

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/314397

“บิ๊กบัง” สะกิดคสช. “เดินตามโรดแม็พ-ฟังประชาชน”

บิ๊กบัง,พลอสนธิ,โรดแม็พ,ประชาชน,สนช,คว่ำผู้สมัคร กกต,เลือกตั้ง,บทเรียน,รัฐประหาร

“บิ๊กบัง” สะกิดคสช. “เดินตามโรดแม็พ-ฟังประชาชน” ตกใจ สนช.คว่ำผู้สมัคร กกต.เชื่อโยงปมเลือกตั้ง เตือนเอาบทเรียนในอดีตเป็นตัวอย่างรัฐประหารหมุนวนมาได้

 

23 ก.พ. 61 – ที่หน่วยบัญชาการสงครามพิเศษ(นศส.) พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน อดีตประธานคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ(คมช.) กล่าวถึงสถานการณ์การเมืองในขณะนี้ ว่า อยากให้โรดแม็พของคสช.เดินไปข้างหน้าและเป็นจริงตามนั้น ถ้าเดินไปได้ประชาชนก็พอใจ ส่วนกรณีที่สภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.) ไม่เห็นชอบผู้สมัคกรรมการการเลือกตั้ง 7คนนั้น ตนก็รู้สึกตกใจ ซึ่งปมดังกล่าวทำให้เห็นแนวโน้มว่ามีโอกาสจะเลื่อนโรดแม็พออกไปอีก อย่างไรก็ตามในระบอบประชาธิปไตย ยังเชื่อมั่นว่าจะต้องมีการเลือกตั้งแต่จะเป็นช่วงเวลาใดนั้น ตนยังตอบไม่ได้

เมื่อถามว่าประเมินอย่างไรที่คสช. จะเลื่อนโรดแม็พการเลือกตั้งออกไป พล.อ.สนธิ กล่าวว่า ตนคิดว่าเสียงประชาชนจะเป็นตัวบ่งชี้จะเร็วหรือจะช้า ซึ่งตนคิดว่าคสช. จะรู้ว่าประชาชนต้องการอะไร เมื่อถามว่า ถ้าไม่มีการเลือกตั้ง ประชาชนจะออกมากดดันรัฐบาลและคสช. หรือไม่ พล.อ.สนธิ กล่าวว่า ทุกอย่างก็มีสิทธิ์ที่จะเป็นเช่นนั้น ประวัติศาสตร์ สอนให้เราเห็นอะไรหลายหลายอย่าง ตนจึงอยากฝากไปถึงรัฐบาลและคสช. ขอให้นึกถึงโรดแม้ป และให้ทำตามโรดแม็พ

เมื่อถามว่าถ้าประชาชนออกมากดดันจะนำไปสู่จะนำไปสู่วงจรการรัฐประหารหรือไม่ อดีตประธาน คมช. กล่าวว่า การรัฐประหารเป็นธรรมชาติของวงจรที่จะเกิดขึ้นได้ของทุกชาติ ซึ่งประเทศเราก็หมุนอยู่อย่างนี้ตลอดเวลาดังนั้นอยากขอให้ คสช.ฟังประชาชน

เมื่อถามว่า เห็นอย่างไรที่มีข่าว คสช. จัดตั้งพรรคทหาร พล.อ.สนธิ กล่าวว่า พรรคการเมืองจะต้องมีผู้นำที่ดีและเป็นที่ศรัทธาของประชาชน ซึ่งการตั้งพรรคการเมืองต้องดูทั้งตัวผู้นำพรรคและนโยบายของพรรค ซึ่งตนมองแล้วก็ยังไม่เห็นเท่าไหร่ ความคิดเห็นส่วนตัวคิดว่าพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี คงไม่ลงมาเล่นการเมือง เมื่อถามต่อว่า หากไม่ลงมาเล่นการเมืองเอง จะใช้นอมินีเล่นแทนหรือไม่ พล.อ.สนธิ กล่าวว่า อดีตให้เป็นตัวอย่างอยู่แล้ว

สำหรับการเตรียมการพรรคมาตุภูมิเพื่อรองรับการเลือกตั้งนั้น พล.อ.สนธิ ผู้ซึ่งเคยก่อตั้งพรรคมาตุภูมิระบุว่า พรรคมาตุภูมิเป็นพรรคเล็ก อนาคตยังไม่มั่นใจ ต้องดูรายละเอียดของกฎหมายก่อน ซึ่งสมาชิกและคณะกรรมการบริหารพรรคยังไม่ได้ตัดสินใจอะไร ส่วนจะลงสมัครรับเลือกตั้งครั้งต่อไปหรือไม่นั้นคงต้องดูก่อนเช่นกัน เมื่อถามว่าจะสนับสนุน คสช. หรือไม่นั้น พล.อ.สนธิ กล่าวว่า คงต้องดูเสียงส่วนใหญ่ของสมาชิกพรรค ตอนนี้พรรคยังอยู่ “อันเดอร์กราวด์”

“วิษณุ”แจงคว่ำ7″กกต.”ไม่กระทบเลือกตั้ง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/314392

“วิษณุ”แจงคว่ำ7″กกต.”ไม่กระทบเลือกตั้ง

สนช,กกต,วิษณู,โรดแม็พ,เลือกตั้ง

“วิษณุ”แจงคว่ำกกต.ยืดแค่  90 วันในโรดแม็พเล็กไม่กระทบเลือกตั้งปัดใบสั่ง”รบ.-คสช.”โยนสนช.ถกกันเอง แย้มถ้าหาตัวไม่ได้กม.เปิดช่องให้เชิญคนเข้ามา

          23 ก.พ.61 นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายกฎหมาย ให้สัมภาษณ์กรณีสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) มีมติไม่เห็นชอบบุคคลผู้ได้รับการเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่งกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ทั้ง 7 คน ว่า เรื่องนี้ไม่กระทบ ไม่เกี่ยวกับโรดแม็พการเลือกตั้ง เพราะโรดแม็พการเลือกตั้งเป็นโรดแม็พที่ยาว ขึงเอาไว้ราวเดือนก.พ. 62 ซึ่งภายในโรดแม็พใหญ่นั้นยังมีโรดแม็พเล็กซ้อนอยู่  เช่น การเลือกตั้งท้องถิ่น รวมถึงกระบวนการสรรหากกต. ที่ถือเป็นโรดแม็พที่เล็กลงมาอีกและวันนี้จำเป็นต้องขยายเวลา แต่ถึงอย่างไรก็ไม่กระทบโรดแม็พใหญ่อยู่ดี ทั้งนี้ หากมีอะไรเกิดขึ้นกตต.ที่ยังรักษการชุดปัจจุบันยังทำหน้าที่ได้ แม้จะไม่สร้างความมั่นใจให้มากเท่าไหร่

การขยายเวลาในส่วนของการสรรหากกต.ชุดใหม่มีเวลา 90 วันต้องให้แล้วเสร็จ จะครบกำหนดในเดือนพ.ค.นี้ ยังถือว่าได้ตัวกกต.ก่อนเดือนมิ.ย. ที่จะมีการตกลงกับผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดในการกำหนดวันเลือกตั้ง อย่างไรก็ตาม หากถึงเดือนมิ.ย.แล้วรายชื่อกกต.ชุดใหม่ยังไม่ได้รับการโปรดเกล้าฯ ก็ไม่ใช่เรื่องยากอะไร เพราะสามารถใช้กกต.ชุดเก่ามาร่วมหารือในการกำหนดวันเลือกตั้งแทนได้  แต่คงต้องมีการหารือกับกกต.ชุดใหม่ที่ยังไม่ได้รับการโปรดเกล้าฯ ก่อนโดยใช้วิธีถ้อยทีถ้อยอาศัย

ผู้สื่อข่าวถามว่า หากการสรรหาครั้งต่อไปสนช.มีการคว่ำเหมือนครั้งนี้อีก นายวิษณุกล่าวว่า ไม่อยากไปสมมติให้มันตื่นเต้น ส่วนการเลือกตั้งท้องถิ่นเมื่อยังไม่ได้กกต.ชุดใหม่ก็ไม่เป็นไร เพราะกกต.ชุดเก่าสามารถทำหน้าที่แทนได้แม้จะมีบางอย่างขลุกขลักบ้าง ยืนยันไม่มีปัญหาในข้อกฎหมายแต่อาจเป็นปัญหาในเรื่องการปฏิบัติมากกว่า แต่หากถ้อยทีถ้อยอาศัยก็หมดเรื่อง

ต่อข้อถามที่ว่าฝ่ายการเมืองประสานเสียงโจมตีกรณีคว่ำ 7 กกต. นายวิษณุ กล่าวว่า ฝ่ายการเมืองโจมตีทุกเรื่องอยู่แล้ว ส่วนสเปคเทพที่กำหนดในกฎหมายลูกกกต.จะทำให้การสรรหาครั้งต่อไปยากขึ้นหรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า เมื่อสเปคดังกล่าวกำหนดไว้ในกฎหมายจะไปลดคุณสมบัติสเปคเทพในภาษาพูดมันพูดได้ แต่ในกฎหมายจะไปลดได้อย่างไรเมื่อเขียนไว้อย่างนั้นแล้ว

ถามว่า เหตุผลหนึ่งที่สนช.ระบุในการคว่ำทั้ง 7 คนคือไม่มีประสบการณ์ในการจัดการเลือกตั้งมาก่อน นายวิษณุ กล่าวว่า บางคนพูดอย่างนั้น แต่จริง ๆ เป็นแบบนั้นหรือไม่ก็ไม่รู้ เพราะเป็นการลงคะแนนลับ

ผู้สื่อข่าวถามว่า กรรมการสรรหาทั้งสองส่วนจะถูกมองว่ามีความผิดพลาดในการเสนอชื่อบุคคลทั้ง 7หรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า ไม่อยากตอบอะไรหรือไปปรักปรำทำอะไร เพราะก็ไม่รู้ขบวนการของเขา แต่กรรมการสรรหาก็ต้องคัดเลือกจากรายชื่อที่มี ในเมื่อชื่อมาอย่างนี้ก็ต้องเลือกอย่างนี้ ถ้าจะไปตีกลับทั้งหมดไม่มีใครเหมาะสมเลยก็ทำได้ถ้าจะทำ แต่ก็แปลกจะถูกครหาถ้าไม่ทดลองส่งมาให้สภาล้มให้เห็น กลายเป็นไปล้มเอง คนก็จะบอกว่าคุณเตรียมไปเชื้อเชิญใครเข้ามาใช่หรือไม่ เนื่องจากกฎหมายกำหนดไว้ว่าถ้าไม่มีผู้ที่ผ่านการสรรหาจะเชิญใครมาก็ได้ ทั้งนี้ ไม่แน่ใจเหตุผลที่คว่ำเพราะสเปคเทพที่กำหนดในกฎหมายหรือไม่ เพราะสนช. 248 คนจะมีผลร่วมกันหรือไม่ก็ไม่น่าจะใช่ ของอย่างนี้ต่อให้มีการล็อบบี้ก็ยากที่จะทำเพราะเป็นการลงคะแนนลับ ถ้าเปิดเผยก็อีกอย่าง

ต่อข้อถามที่ว่าผลโหวตของสนช.เป็นเอกภาพและเป็นไปในทิศทางเดียวกัน นายวิษณุ กล่าวว่า แสดงว่าคงมีความคิดเห็นร่วม ๆ กัน เราไม่รู้เพราะไม่มีการถ่ายทอดจึงไม่รู้ว่ามีการแฉอะไรกัน เรารู้แต่เพียงรายงานเปิดเผยกับรายงานลับ ส่วนหลังจากนี้จะมีใครกล้าเข้ามาสมัครรับการสรรหาหรือไม่อย่าไปประมาท คนที่เขาคิดว่าเขามีความสามารถก็มีอยู่

ส่วนที่มีการวิจารณ์กันหนาหูว่าเหตุที่คว่ำเพราะมีใบสั่งคสช. นายวิษณุ กล่าวว่า  “ต้องตอบว่าผมไม่ทราบและนึกไม่ออกว่าถ้าจะสั่งจะสั่งได้อย่างไร แต่สภามีระบบวิปเพื่อคุยกันเองแล้วพูดกันปากต่อปากแบบนั้นก็เป็นไปได้ แต่เรื่องใบสั่งผมไม่เชื่อว่าสั่งแล้วจะมีใครปฏิบัติได้ ในเมื่อเป็นการลงคะแนนลับ”

ผู้สื่อข่าวถามว่า สเปคเทพที่กำหนดในกฎหมายลูกเริ่มแสดงให้เห็นว่ามีปัญหาในการสรรหาแล้วใช่หรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า  ไม่คิดว่าเรื่องนี้จะเป็นปัญหาเพราะมันก็เทพกันทุกองค์กร แต่สุดท้ายก็สรรหาได้ ที่สำคัญตอนนี้เร็วไปที่จะวิจารณ์เพราะเราต่างก็ยังไม่รู้เหตุผล อีกสักพักคุยกับพรรคพวกอาจจะรู้ก็ได้

นายวิษณุ กล่าวอีกว่า สำหรับบุคคลทั้ง 7 ที่ถูกสนช.โหวตไม่เห็นชอบคุณสมบัตินั้น ไม่สามารถกลับมาสมัครเข้ารับการสรรหาได้อีก แต่รายชื่อบุคคลที่ไม่ได้รับการเห็นชอบจากกรรมการสรรหาตั้งแต่ต้น ซึ่งมีอยู่กว่า 30 คน สามารถกลับมาสมัครเข้ารับการสรรหาได้อีก และอาจจะเป็นวาสนาของคนเหล่านั้นก็ได้

ใกล้ยกเลิกคำสั่งคสช.!!!

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/314374

ใกล้ยกเลิกคำสั่งคสช.!!!

“บิ๊กป้อม”เผยจวนเลิกคำสั่งคสช.เหน็บ”แอมเนสตี้ฯ”ว่าไปตามสบายหลังรายงานสถานการณ์สิทธิมนุษยชนในไทยระบุมีกม.ต้องทำไปตามนั้น

23 ก.พ.61 เวลา 11.30 น. พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ให้สัมภาษณ์ภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการนโยบายบริหารจัดการแร่แห่งชาติครั้ง1/2561 ถึงกรณีแอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทยแถลงรายงานสถานการณ์สิทธิมนุษยชนในประเทศปี 60-61 ว่าพบว่ามีการคุกคามสิทธิเสรีภาพกลุ่มผู้เห็นต่างอย่างหนักและเรียกร้องให้มีการยกเลิกคำสั่งคสช.ห้ามชุมนุมนางการเมือง ว่า “แล้วจะให้ทำอย่างไร คำสั่งคสช.ที่เรียกร้องให้ยกเลิกก็จวนจะเลิกอยู่แล้ว เพราะเราก็ทำตามกฎหมายของเรา กฎหมายเรามีอย่างไรก็ทำตามนั้น ถ้ามีกฎหมายแล้วไม่ใช้กฎหมาย แล้วจะทำอะไร ก็ปล่อยให้ว่าไปเลยตามสบาย”

ผู้สื่อข่าวถามว่า ที่ระบุว่าจวนจะยกเลิกคำสั่งคสช.ดังกล่าวจะเกิดขึ้นในช่วงเดือนอะไร พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า “ยังไม่รู้ อีกปีจะเลือกตั้งแล้วไม่ใช่หรือ ส่วนการเลือกตั้งท้องถิ่นจะมีขึ้นในเดือนไหนยังไม่รู้”

“ผบ.ทบ.”ไม่ทราบกลุ่มทหารหนุ่มไม่พอใจคสช.

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/314385

“ผบ.ทบ.”ไม่ทราบกลุ่มทหารหนุ่มไม่พอใจคสช.

สุลักษณ์ ศิวลักษณ์,คสช,ผบทบ

“ผบ.ทบ.”ไม่ทราบกลุ่มทหารหนุ่มไม่พอใจคสช.-รบ. ยันกองทัพเป็นเอกภาพไม่แตกแยก

           23 ก.พ.61 ที่หน่วยบัญชาการสงครามพิเศษ จ.ลพบุรี พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ผู้บัญชาการทหารบกในฐานะเลขาธิการคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวถึง การกู้ภาพลักษณ์ คสช.เพื่อให้ประชาชนสนับสนุนรัฐบาล ว่า รัฐบาล และคสช.ไม่ได้มีภาพลักษณ์เสียหาย รัฐบาลปัจจุบันได้ความยอมรับ และจากการสำรวจการบริหารงานของรัฐบาลก็ดีขึ้นในหลาย ๆ แนวทาง แต่กองทัพก็ต้องทำหน้าที่ คือ 1.ดูแลความมั่นคงให้กับประเทศ 2.การช่วยเหลือพี่น้องประชาชนที่ประสบความเดือดร้อน เช่น ปัญหาฝุ่นละออง เราก็ลงไปช่วยเหลือ ซึ่งเราก็ทำมาอย่างต่อเนื่อง อย่าไปเรียกว่าที่เราทำเป็นการเรียกร้องกองหนุนเลย

ต่อข้อถามที่ว่า  นายสุลักษณ์ ศิวลักษณ์ ปัญญาชนสยาม ระบุว่ามีกลุ่มทหารหนุ่ม ไม่พอใจการทำงานของรัฐบาล นั้น พล.อ.เฉลิมชัย กล่าวว่า ตนไม่ทราบว่ามีกลุ่มทหารหนุ่มที่ไหน ไม่มีข้อมูลชัดเจน ซึ่งตนคิดว่าคงไม่มี การดูแลกองทัพของตน ก็จะให้ความรู้ความเข้าใจ และให้ความยุติธรรมในการปกครอง ในเวลานี้ ไม่มีความแตกแยก ทุกอย่างเป็นไปตามนโยบายของรัฐบาล

“ผบ.ทบ.”หวั่นวุ่นวายหากยกเลิกคำสั่งห้ามชุมนุม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/314384

“ผบ.ทบ.”หวั่นวุ่นวายหากยกเลิกคำสั่งห้ามชุมนุม

คำสั่งคสช,ผบทบ,ชุมนุม,เลือกตั้ง

“ผบ.ทบ.”หวั่นยกเลิกคำสั่งห้ามชุมนุมทางการเมืองเหตุการณ์วุ่นวาย โต้แอมเนสตี้แถลงรายงานละเมิดสิทธิ์

          23 ก.พ. 61 ที่หน่วยบัญชาการสงครามพิเศษ จ.ลพบุรี พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ผู้บัญชาการทหารบก ในฐานะเลขาธิการคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวถึง กรณีที่แอมเนสตี้อินเตอร์เนชั่นแนล แถลงข่าวเปิดตัวรายงานสถานการณ์สิทธิมนุษยชนทั่วโลก ประจำปี 2560/61 โดยระบุว่า ไทยยังมีการละเมิดสิทธิมนุษยชน ว่า ปกติเราชี้แจงถึงการละเมิดสิทธิมนุษยชนตลอดว่าอะไรที่เราละเมิดสิทธิ์บ้าง แต่เราดำเนินการตามกรอบและกฎหมาย ไม่ได้มีตรงไหนที่ไปละเมิดสิทธิมนุษยชนใคร หากใครกระทำผิดกฏหมาย เราก็ดำเนินการตามกฎหมาย ส่วนข้อเสนอยกเลิกคำสั่ง คสช.ฉบับที่3/2558 ที่ห้ามชุมนุมทางการเมืองนั้น ช่วงนี้เป็นช่วงสถานการณ์พิเศษก็ขอให้มีความเข้าใจเราพยายามประคับประคองให้นำไปสู่การเลือกตั้งตามแนวทางที่รัฐบาลกำหนด ดังนั้นก็ต้องเป็นไปตามกรอบ
“ผมสมมุติว่าจะให้อยู่ดี ๆ ยกเลิกคำสั่งดังกล่าว สถานการณ์จะไม่วุ่นวายหนักกว่าเก่าหรือแล้วบ้านเมืองก็จะวุ่นวายอีก ดังนั้นเราก็ต้องประคองสถานการณ์เพื่อนำไปสู่การเลือกตั้งให้ได้ และไม่มีตรงไหนที่เราไปละเมิดสิทธิ์ใคร ทั้งหมดเป็นไปตามกฎหมาย ตอนนี้เราคสช.ก็บังคับใช้กฎหมายตามปกติ” เลขาธิการคสช.กล่าว
สำหรับการเคลื่อนไหวของกลุ่มคนอยากเลือกตั้งนั้น ตนเคยชี้แจงไปแล้ว และอยากจะบอกอีกครั้งว่าเราต้องประคองสถานการณ์เอาไว้ เพื่อนำไปสู่การเลือกตั้งให้ได้ ถ้าเราลงมาเผชิญหน้ากันของกลุ่มม็อบต่างๆ ก็จะสร้างเสียหายต่อชาติบ้านเมือง ดังนั้นตนก็ขอร้องกัน

“วราวุธ”เชื่อไม่มีสูญญากาศเลือกตั้ง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/314383

“วราวุธ”เชื่อไม่มีสูญญากาศเลือกตั้ง

วราวุธ ศิลปอาชา,กกต,คสช,เลือกตั้ง,โรดแม็พ,ชาติไทยพัฒนา

“วราวุธ”มองสนช.โหวตคว่ำว่าที่กกต.ยกแผงไม่เกิดสูญญากาศเลือกตั้งเหตุตามกฎหมาย-กกต.ชุดปัจจุบันยังทำหน้าที่ได้

         23 ก.พ.61 นายวราวุธ ศิลปาอาชา แกนนำพรรคชาติไทยพัฒนา กล่าวถึงกรณีที่มติสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ไม่เห็นชอบบุคคลที่ได้รับการเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่งกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จำนวน 7 คน ว่า กรณีดังกล่าวเชื่อว่าจะไม่กระทบต่อการจัดการเลือกตั้งที่จะมาถึงอย่างแน่นอน เพราะตามกฎหมายที่ให้กกต.ชุดปัจจุบันที่มีนายศุภชัย สมเจริญ เป็นประธานกกต. ยังสามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ต่อไป  ดังนั้นกระบวนการจัดการเลือกตั้งจะไม่มีคำว่าสูญญากาศแน่นอน ส่วนกรณีดังกล่าวจะกระทบต่อโรดแม็พเลือกตั้ง ตามที่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ประกาศไว้ และมีแนวโน้มที่จะจัดเลือกตั้ง ช่วงเดือนกุมภาพันธ์ 2562 หรือไม่นั้น ตนไม่สามารถตอบได้ เพราะเป็นเรื่องที่อยู่นอกเหนือการคาดเดา

“ใครที่คิดจะนำประเด็นหรือเงื่อนไขที่รอการเลือกตั้งไปจนกว่ามี กกต. ชุดใหม่ปฏิบัติหน้าที่ นั้น หากจะเกิดขึ้นจริง ต้องเป็นเรื่องที่ คสช. ต้องชี้แจงให้ได้ แต่ผมเชื่อว่าตามกระบวนการเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นภายใต้กฎหมายใหม่ที่บังคับใช้ปัจจุบัน และมี กกต.ชุดปัจจุบันทำหน้าที่ การเลือกตั้งยังต้องเกิดขึ้นตามระยะเวลา” นายวราวุธ กล่าว

นายวราวุธ กล่าวด้วยว่าส่วนผลที่สนช.ลงมติไม่เห็นชอบบุคคลที่เสนอชื่อเป็น กกต. ทั้ง 7 คนนั้นเป็นเรื่องที่เกินคำว่ากังวล แต่แปลกใจว่าการทำหน้าที่สรรหา ซึ่งประกอบไปด้วยตัวแทนของสนช. และองค์กรที่เกี่ยวข้องทำไมไม่พูดคุยก่อนที่จะนำเข้าสู่ระบบการลงมติในที่ประชุม หากบุคคลที่เสนอชื่อนั้นยังไม่เหมาะสมกับตำแหน่งหน้าที่ควรต้องพิจารณาให้ดีก่อนที่จะเสนอชื่อ

สำหรับประเด็นที่จะกระทบต่อภาวะการเมืองนั้น แกนนำพรรคชาติไทยพัฒนา กล่าวว่า ตนไม่อยากคิดมาก เพราะเป็นประเด็นที่นักการเมืองไม่สามารถควบคุมได้ ทั้งนี้มีสิ่งที่พรรคการเมืองต้องเตรียม คือ ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายนนี้ กระบวนการยืนยันสมาชิกพรรคจะเริ่มต้นขึ้น แต่ยังไม่ถึงขั้นที่จะเปิดรับสมัครสมาชิกพรรคใหม่ได้

ส่วนกระแสข่าวที่ระบุว่าจะมีคนของพรรคการเมืองเก่าย้ายไปสมัครพรรคการเมืองที่จัดตั้งขึ้นใหม่นั้น เป็นเรื่องที่ขึ้นอยู่กับความสมัครใจของผู้ที่จะประสงค์เป็นสมาชิกพรรค ขณะที่ของทางพรรคชาติไทยพัฒนานั้น หากมีผู้ที่มองว่าแนวคิดของนักการเมืองรุ่นใหม่จะนำพาพรรคไปไม่ได้ จึงขอย้ายสังกัด เป็นเรื่องที่ตนห้ามไม่ได้ แต่สำหรับตนมองว่าเมื่อมีคนออกจากพรรค ต้องมีคนเข้ามาใหม่เช่นเดียวกัน.

“พรเพชร” ลั่นไม่เสียหน้าคว่ำ 7 กกต.

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/314299

“พรเพชร” ลั่นไม่เสียหน้าคว่ำ 7 กกต.

ประธานศาลฎีกา,พรเพชร,เตรียมส่งเรื่อง,สรรหากกตใหม่,สมัคร

‘พรเพชร’ เตรียมส่งเรื่องให้ประธานศาลฎีกาสรรหากกต.ใหม่ ต้องเลือกให้เสร็จ 90 วัน พร้อมชง 2 วิธีให้คนมาสมัคร กกต.ให้มากขึ้น

 

22 ก.พ.61 – ที่รัฐสภา นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ในฐานะกรรมการสรรหาบุคคลผู้ดำรงตำแหน่งกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) แถลงภายหลังสนช.มีมติไม่เห็นชอบกับบุคคลที่ถูกเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่ง กกต.จำนวน 7 คน ว่า หลังจากนี้จะต้องดำเนินการสรรหากกต.ทั้ง 7 คนใหม่ โดยเลขาธิการวุฒิสภาจะส่งหนังสือไปยังประธานศาลฎีกาในฐานะประธานคณะกรรมการสรรหาและเพื่อดำเนินการสรรหาใหม่ทั้งในขั้นตอนของการสรรหาโดยคณะกรรมการสรรหาและที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกา ซึ่งจะต้องดำเนินการสรรหาใหม่ให้เสร็จภายในกรอบเวลา 90 วัน

 

นายพรเพชร กล่าวว่า ส่วนตัวไม่ทราบว่าเพราะเหตุใดสนช.ถึงลงมติไม่เห็นชอบบุคคลทั้ง 7 คน เพราะตนเองในฐานะกรรมการสรรหา จึงไม่ได้เข้าไปเกี่ยวข้องกับขั้นตอนของสนช. ทำให้ไม่ทราบถึงเหตุผลในการไม่ให้ความเห็นชอบของสนช. นอกจากนี้ ยืนยันว่าไม่มีสัญญาณใดจากคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ทั้งนี้ ขอให้มั่นใจว่าจะไม่กระทบต่อการเลือกตั้งอย่างแน่นอน เนื่องจากกกต.ชุดปัจจุบันยังสามารถดำรงตำแหน่งได้อยู่

 

เมื่อถามว่า การที่สนช.ไม่ให้ความเห็นชอบดังกล่าวเป็นเพราะคณะกรรมการสรรหาเสนอรายชื่อบุคคลที่ไม่ดี ทำให้คณะกรรมการสรรหาเสียหน้าหรือไม่ นายพรเพชร กล่าวว่า ส่วนตัวในฐานะกรรมการสรรหายืนยันว่าได้พิจารณาอย่างดีที่สุดภายใต้กรอบของกฎหมาย อย่างไรก็ตาม ส่วนตัวรู้สึกหนักใจและอยากให้บุคคลที่มีคุณสมบัติที่ดีมาสมัคร กกต.ให้มากที่สุด ดังนั้น จะเสนอต่อคณะกรรมการสรรหาว่า 1.จะขยายเวลาการรับสมัครให้มากขึ้น และ 2.จะประชาสัมพันธ์ให้บุคคลที่มีคุณสมบัติครบเข้ามาสมัครให้มากขึ้น สำหรับ สนช.ที่ไม่ได้ให้ความเห็นชอบกับบุคคล 2 คนที่ผ่านการสรรหาของที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกานั้น คิดว่าสนช.จะไม่มีปัญหากับศาลอย่างแน่นอน

 

เมื่อถามว่า การสรรหาครั้งหน้าคณะกรรมการสรรหาจะใช้วิธีการเชิญบุคคลที่มีคุณสมบัติตามกฎหมายมาสมัครหรือไม่ นายพรเพชร กล่าวว่า ยอมรับตรงๆ ว่ายังไม่กล้าแต่จะใช้วิธีการเชิญชวนกลุ่มบุคคลที่มีคุณสมบัติแทน.

โหวต 3 ปมขัดแย้งกม.ส.ว. 27 ก.พ.

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/314170

โหวต 3 ปมขัดแย้งกม.ส.ว. 27 ก.พ.

สมชาย แสวงการ,สมคิด เลิศไพฑูรย์,สนช

“กมธ.ร่วม”กม.ส.ว.ไร้ข้อยุติ”แบ่งกลุ่ม ส.ว.-วิธีการเลือก- แบ่งประเภทผู้สมัคร นัดลงมติ 27 ก.พ.นี้  สรุปเข้าคูหาเลือกตั้ง 8.00-17.00 น.

         21 ก.พ.61 นายสมคิด เลิศไพฑูรย์ ประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ร่วม  3 ฝ่ายเพื่อพิจารณาร่างพ.ร.ป.ว่าด้วยการได้มาซึ่งส.ว.สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) เปิดเผยว่า วันนี้ที่ประชุมพูดคุยใน 3 ประเด็นเกี่ยวกับการแบ่งกลุ่ม ส.ว. ,วิธีการเลือกส.ว.และการแบ่งประเภทการสมัครส.ว.แต่สุดท้ายก็ยังไม่ได้ข้อสรุปเพราะแต่ละฝ่ายทั้งสนช.และกรธ.ต่างยืนยันในแนวคิดของตนเอง

อย่างไรก็ตาม มีกรรมาธิการ 2 – 3 คน เสนอว่าแนวคิดของสนช.ที่กำหนดการแบ่งกลุ่มส.ว.เหลือ 10 กลุ่ม และให้เลือกกันเอง รวมทั้งการแบ่งประเภทผู้สมัคร ได้ 2 แบบนั้น ให้นำไปเขียนในบทเฉพาะกาลและมีผลให้บังคับใช้ภายหลังที่กฎหมายประกาศ ส่วนแนวคิดของกรธ. ตามร่างพ.ร.ป.เดิม ที่กำหนดกลุ่ม 20 กลุ่ม, ใช้วิธีการเลือกไขว้ และให้ผู้มีคุณสมบัติสามารถเข้าสมัครได้โดยไม่ต้องผ่านองค์กรใด ให้นำไปเขียนบทหลักของร่าง พ.ร.ป.ว่าด้วยการได้มาซึ่งส.ว. ทั้งนี้จะมีการลงมติในเรื่องดังกล่าววันอังคาร ที่ 27 ก.พ.  เวลา 15.00 น.

พล.ร.อ.ธราธร ขจิตสุวรรณ โฆษกกมธ.พิจารณาร่างพ.ร.ป.ว่าด้วยการได้มาซึ่ง ส.ว. กล่าวว่า นอกจาก 3 ประเด็นที่กรธ.กับสนช.ยังเห็นไม่ตรงกันนั้น ที่ประชุมยังได้ขอให้กมธ.ร่วมทุกคนไปทางพิจารณาหาบทลงโทษกรณีที่หน่วยงานหรือองค์กรส่งผู้สมัครส.ว. โดยใช้ข้อมูลอันเป็นเท็จก็จะต้องมีบทลงโทษหน่วยงานนั้นด้วย ไม่ใช่ลงโทษเฉพาะตัวผู้สมัครเท่านั้น แนวทางการลงโทษจะเป็นวิธีทางปกครอง แต่ยังไม่รู้ว่า จะเป็นแนวทางใด จึงขอให้กมธ.ช่วยกันคิดเพื่อเสนอแนวทางเข้าเผื่อไว้ เพื่อหาข้อสรุปร่วมกัน ซึ่งทุกประเด็นจะได้ข้อยุติในวันที่ 27 ก.พ.นี้
นายสมชาย แสวงการ เลขานุการ กมธ.พิจารณาร่าง พ.ร.ป.ว่าด้วยการได้มาซึ่ง ส.ว. กล่าวเพิ่มเติมว่า ที่ประชุม ยังไม่ได้ข้อสรุปใน 3 ประเด็น โดยแต่ละฝ่ายยืนยันในเหตุผลของตนเอง ยังมีวิธีคิดที่แตกต่างกันอยู่ ดังนั้นที่ประชุมให้แต่ละฝ่ายกลับไปทบทวนและทำการบ้านเพื่อที่จะหาแนวทางที่เป็นข้อยุติร่วมกันโดยไม่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ ซึ่งตนมองว่า อาจไม่ถึงขั้นการลงมติเพื่อชี้ขาดก็ได้ ยังไม่ถือว่า เป็นความขัดแย้งกันระหว่างกรธ.กับสนช.

ส่วนประเด็นเรื่องเวลาเข้าคูหาเลือกตั้งในร่างพ.รป.ว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส.นั้น ที่ประชุมกมธ.ร่วม มีมติแก้ไขช่วงเวลาลงคะแนนเลือกตั้งจาก 07.00-17.00 น.เป็น 08.00 – 17.00 น.เพื่อให้เจ้าหน้าที่กกต.ได้รับความสะดวก มีเวลาเตรียมการเลือกตั้งก่อนลงเปิดได้ลงคะแนนได้มากขึ้น เพราะเห็นว่า 07.00 น.เป็นเวลาที่ฉุกละหุกเกินไป เจ้าหน้าที่กกต.อาจจะเตรียมตัวกันไม่ทัน

“นายกฯ” เตือนกำนัน-ผญบ.เข้าใจประชาธิปไตยให้ถูก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/314159

“นายกฯ” เตือนกำนัน-ผญบ.เข้าใจประชาธิปไตยให้ถูก

บิ๊กตู่,นายกฯ,อกำแพงแสน นครปฐม,เข้าใจประชาธิปไตย,กำนัน,ผู้ใหญ่บ้าน,อนาคตลูกหลาน,เซ็งสื่อ

“บิ๊กตู่” เตือนกำนัน-ผญบ.เข้าใจประชาธิปไตยให้ถูก ขู่อย่าให้พูดซ้ำ กลับไปแบบเดิมมันเสียเวลา ห่วงอนาคตลูกหลาน เซ็งสื่อจ้องเสนอข่าวลางร้าย

 

เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 21 ก.พ. 2561 ที่ จ.นครปฐม พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.)พร้อมคณะ เดินทางมายังสหกรณ์โคนมกำแพงแสน จำกัด อ.กำแพงแสน จ.นครปฐม เพื่อเป็นประธานสักขีพยานในโอกาสผู้ว่าฯนครปฐม มอบโรงเรือนถอนประกอบได้ เครื่องจักรกลการเกษตร (รถไถ) และเครื่องสีข้าวให้แก่ผู้แทนเกษตรกร โดยมีกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้นำท้องถิ่น และนักเรียนในพื้นที่ โดยช่วงที่เดินทักทาย นายกฯได้พูดคุยสอบถามเด็กๆโตขึ้นอยากเป็นอะไร ส่วนใหญ่บอกอยากเป็นครู หมอ นักวิทยาศาสตร์และบอกอยากเป็นทหาร ซึ่งนายกฯบอกว่าถ้าเป็นทหารเหนื่อยนะ ไม่ร่ำรวย ต้องเข้มแข็ง ต้องเสียสละทำเพื่อชาติ ขณะเดียวกันนายกฯได้พูดกับกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ว่า กำนัน ผู้ใหญ่บ้านถือเป็นกลไกสำคัญในการเป็นประชาธิปไตยทั้งนั้น เรื่องนี้ต้องสำคัญให้ถูก เข้าใจสิ่งที่ตนพูดหรือเปล่า อย่าให้ต้องพูดมากกว่านี้เลย อย่าให้เป็นแบบเดิม มันเสียเวลา และอย่าไปฟังเพราะบางคนพูดที่ชอบพูดอะไรเลอะเทอะ

 

"นายกฯ" เตือนกำนัน-ผญบ.เข้าใจประชาธิปไตยให้ถูก

 

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวตอนหนึ่งว่า การลงพื้นที่ครั้งนี้เป็นการมาทำงานไม่ได้มาทำงานเรื่องการเมือง แต่มาเรื่องการบ้าน เพราะทำงานมา 4 ปีแล้ว และตราบใดที่โลกยังไม่หยุดหมุนทุกอย่างต้องมีการเปลี่ยนแปลง เราต้องทำให้เกิดความเท่าเทียมกันไม่ว่าจะเป็นเรื่องของกฎหมายหรือโอกาส และอยากจะขอร้องว่าการดูเรื่องกฎหมาย อย่าไปดูเฉพาะเรื่อง เช่นกฎหมายห้ามการชุมนุมหรือคำสั่งของ คสช. เพราะมันไม่ได้เกี่ยวข้องกับพวกท่านเลยพวกท่านไม่ได้เดือดร้อน คนที่เดือดร้อนมีเพียงไม่กี่คน แล้วจะมาเรียกร้องให้ยกเลิกคำสั่งนั้นคำสั่งนี้กันทำไม

 

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ขณะนี้ในโซเชี่ยลมีเดียมีแต่เรื่องมโน เกิดความวุ่นวายไปหมด ตนไม่สามารถทำให้ทุกอย่างสงบได้ เช่นเดียวกับขบวนการปรองดองที่เราจะต้องทำ ตนไม่ได้ปิดกั้นใคร หากเจตนาบริสุทธิ์ก็ขอให้บอกมา ตนจะแก้ไขปัญหาให้ วันนี้มาพูดเรื่องไทยนิยม หากมีปัญหาอุปสรรคก็ให้บอก เพราะถ้าทำแบบเดิมก็ลำบาก วันนี้เราต้องเดินหน้าประเทศด้วยไทยนิยม ให้ทุกคนมุ่งมั่นทำความดี มีความเสียสละเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ซึ่งกันและกัน เพราะประเทศไทยไม่ได้มีแค่จังหวัดนครปฐม แต่มีทั่วประเทศที่มีอาชีพเหมือนเรา

 

“ถ้าเรามองว่าประชาธิปไตยคือการทำให้บ้านเมืองเจริญเติบโต แต่ถามว่าตรงไหนเจริญ เพราะที่หนึ่งเจริญ แต่อีกพื้นที่หนึ่งไม่เจริญ ถามว่าทุกที่เป็นคนไทยเหมือนกันหรือไม่ ทุกรัฐบาลควรจะทำให้ ทุกรัฐบาลเดินไปพร้อมๆกัน ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง เราต้องมีความปรองดอง ไม่ใช่จะตีกันเรื่อยไป มีการยุแยง บิดเบือน รัฐบาลนี้ไม่ต้องการอย่างนั้น ที่ผ่านมาผมก็ระวัง ไม่ไปกล่าวหาว่าใคร ยกเว้นเขาจะว่าผมก่อน ผมก็ตอบโต้ไป ตอนนี้ต่างประเทศรอดูอยู่ว่าเราสงบหรือไม่ โดยเราจะต้องเลือกรัฐบาลที่มีธรรมาภิบาล” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

 

"นายกฯ" เตือนกำนัน-ผญบ.เข้าใจประชาธิปไตยให้ถูก

 

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อไปว่า เรื่องการเลือกตั้งอยู่ที่ทุกคนว่าจะเลือกอย่างไร จะเลือกใครก็เลือกไป แต่อย่าลืมว่าเลือกมาแล้วจะต้องเข้ามาทำงานให้ปวงชนชาวไทย และประชาชนทุกกลุ่ม ทุกพื้นที่ ไม่ใช่จะดูแลกลุ่มใดกลุมหนึ่ง และไม่ใช่รัฐบทลจะไม่ดูแลคนจน บิดเบือนกันไปหมด รัฐบาลพยายามดูแลคนจนให้มีรายได้พอเพียง แต่จะให้ร่ำรวยทีเดียวคงเป็นไปไม่ได้ เพราะพื้นฐานไม่เท่ากัน และการเมืองไม่ใช่ว่าจะช่วยทุกอย่างได้

 

“ไม่ว่าประเทศจะขัดแย้งหรือมีการเมืองอย่างไร จะเป็นประชาธิปไตยอย่างไร ก็ขอให้คิดถึงลูกหลานที่รออนาคตอยู่ ถ้าวันนี้คนยังตีกันแล้วลูกหลานจะอยู่อย่างไร อย่ามาว่าผมว่ามาถูกวิธีหรือไม่ เพราะมันคนละเรื่อง ถ้าไม่มีเหตุการณ์ผมก็มาไม่ได้อยู่แล้ว ส่วนการเลือกตั้งก็ไปว่ากันมา” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

 

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวอีกว่า การทำงานของรัฐบาลชุดนี้ไม่ใช่ง่ายแน่ถ้าจะให้เงินอย่างเดียว ใครขอมาก็ให้มันทำได้ และถ้าเป็นเงินของตนคงไม่เป็นปัญหา แต่รัฐบาลต้องการให้เกิดความยั่งยืน จึงจำเป็นต้องทำสิ่งที่ยาก เพื่อให้เกิดผลประโยชน์ต่อคน ขอร้องอย่าทำเรื่องยากให้เป็นเรื่องง่าย ขอให้ร่วมมือกันทำงาน เพื่อให้ประเทศมีความแข็งแรง

 

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า เรื่องการทุจริตรัฐบาลจะให้มีการตรวจสอบ ซึ่งต้องไล่ดูตั้งแต่ระดับนโยบายที่ผ่านครม. รัฐมนตรี กระทรวง ลงไปสู่ระดับล่าง โดยตนจะรับผิดชอบในภาพรวมทั้งหมด แต่ไม่ใช่ว่าเมื่อมีปัญหาแล้วมาโวยวายให้ตนรับผิดชอบทั้งหมด ตนรับผิดชอบแน่นอน แต่ก็ต้องดูข้อกฎหมายว่าใครผิด และใครจะต้องรอดคุก หากถึงตนก็ต้องยอมรับ แล้วคนที่ไม่รับผิดชอบอะไรเลยหนีไปต่างประเทศล่ะ จะทำอย่างไร

 

"นายกฯ" เตือนกำนัน-ผญบ.เข้าใจประชาธิปไตยให้ถูก

 

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวอีกว่า เมื่อวานนี้ (20 ก.พ.) สื่อมวลชนรายงานข่าวว่าอีกาจิกกันที่ทำเนียบรัฐบาล บางคนก็บอกว่าเป็นเรื่องดวงของรัฐบาล ทั้งที่มันเป็นเรื่องของสัตว์ แม้กระทั่งเรื่องอ่างบัวก็ไปบอกเป็นลางร้าย เป็นเรื่องโหงวเฮ้งและฮวงจุ้ย ถ้ามันจะร้ายก็คงร้ายตั้งแต่ตนเข้ามาแล้ว เพราะเข้ามาเจอสิ่งที่มันไม่ใช่ นั่นนะถือเป็นลางร้ายของตน

 

ทั้งนี้ระหว่างการพูดพบปะประชาชน พล.อ.ประยุทธ์เกิดอาการคอแห้ง แล้วหยุดดื่มน้ำ ก่อนจะกล่าวว่า “วันนี้พูดทุกที่ พูดจนเสียงแห้ง แต่ไม่เป็นไร เพราะพวกท่านรักผม และผมก็รักพวกเท่า ผมก็เป็นคนไทยคนคนหนึ่ง คนไทยต้องรักกัน อย่าให้ใครมาหลอกลวงหรือบิดเบือนได้อีก”

 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในช่วงท้ายพล.อ.ประยุทธ์ กล่าวกับประชาชนว่า “รัฐบาลนี้ไม่ได้มาจากการเลือกตั้งนะ รอรัฐบาลหน้าดีกว่าไหม” ทำให้ประชาชนชูป้ายเรารักลุงตู่ พร้อมพูดให้กำลังใจว่า “อยากให้นายกฯอยู่ต่อ” ขณะที่พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวตอบว่า “ขอให้เก็บไว้ในใจดีกว่า”

 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังลงจากเวที พล.อ.ประยุทธ์ ลงมาทักทายประชาชนที่มาต้อนรับ โดยกล่าวตอนหนึ่งว่า ขอให้เตือนลูกหลานว่าอย่าไปเดิน We walk ถ้าเกิดมีคดีขึ้นมาเยอะแยะมากมาย คงช่วยเหลือไม่ไหว เพราะช่วยเหลือช่วยอีก ขอให้ช่วยกันเตือนสติ

 

ในช่วงท้าย พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวทิ้งท้าย ว่า วันนี้เราจะตีกันอีกไม่ได้แล้ว เพราะลูกหลานจะอยู่ไม่ได้  ท้องถิ่นจะต้องพัฒนาตัวเอง ตนไม่ได้ต้องการจะรังแกใครทั้งสิ้น เพียงแต่ทุกอย่างต้องเดินหน้าถ้าทำไม่ได้ก็ต้องแก้ไขถ้าทำดีมันก็จบแค่นั้นเอง ขอให้เชื่อมั่น จากนั้นพล.อ.ประยุทธ์ ได้กล่าวลาว่า “บ๊ายบาย ไอเลิฟยู” พร้อมกับชูนิ้วเป็นสัญลักษณ์ ผมรักคุณพร้อมบอกว่า “วันนี้หมดแรงข้าวต้มแล้ว”