Health News : เอชไอวีระบาดในรัสเซีย เหตุไม่เชื่อมีอยู่จริง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/306643

Health News : เอชไอวีระบาดในรัสเซีย เหตุไม่เชื่อมีอยู่จริง

Health News : เอชไอวีระบาดในรัสเซีย เหตุไม่เชื่อมีอยู่จริง

วันอาทิตย์ ที่ 3 ธันวาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.
เจ้าหน้าที่และนักเคลื่อนไหวในรัสเซียระบุว่า เชื้อเอชไอวีและโรคเอดส์กำลังแพร่ระบาดในรัสเซีย มีผู้ติดเชื้อและเสียชีวิตเพิ่มขึ้น ช่วงครึ่งแรกของปีนี้มีผู้เสียชีวิตเพราะโรคเกี่ยวเนื่องกับเอดส์วันละ 80 ราย เพิ่มขึ้นจาก 50 ราย ในช่วงเดียวกันปีก่อน ส่วนผู้ติดเชื้อเอชไอวีที่ยังมีชีวิตอยู่มีไม่ต่ำกว่า 900,000 คน เป็นผู้ติดเชื้อรายใหม่ชั่วโมงละ 10 ราย อย่างไรก็ดี ผู้ติดเชื้อที่รับการรักษาด้วยยาต้านเพื่อให้สามารถดำเนินชีวิตได้ตามปกติและยับยั้งการแพร่เชื้อไปสู่ผู้อื่นกลับมีไม่ถึงครึ่งหนึ่ง สาเหตุเพราะได้รับข้อมูลผิดๆ จากโลกออนไลน์ว่า เอชไอวีไม่มีอยู่จริง เป็นเรื่องที่โลกตะวันตกอุปโลกน์ขึ้นมา ที่น่ากังวลคือเด็กติดเชื้อหลายคนกำลังจะตายเพราะผู้ปกครองไม่เชื่อและไม่ยอมให้รับการรักษา ผู้อำนวยการโครงการโรคเอดส์แห่งสหประชาชาติ (ยูเอ็นเอดส์) ประจำยุโรปตะวันออกและเอเชียกลางแสดงความหงุดหงิดใจที่โลกออนไลน์ยังมีกลุ่มไม่เชื่อเรื่องเอชไอวี ทั้งที่ยูเอ็นเอส์ได้ช่วยปิดกลุ่มไม่เชื่อเรื่องนี้ในเครือข่ายสังคมออนไลน์ยอดนิยมของรัสเซียไปแล้ว

ภูมิบ้านภูมิเมือง : ‘ภูเขาทอง’ ภูมิวัดย้อนประวัติศาสตร์กรุงเทพฯ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/306634

ภูมิบ้าน ภูมิเมือง : ‘ภูเขาทอง’ ภูมิวัดย้อนประวัติศาสตร์กรุงเทพฯ

ภูมิบ้าน ภูมิเมือง : ‘ภูเขาทอง’ ภูมิวัดย้อนประวัติศาสตร์กรุงเทพฯ

วันอาทิตย์ ที่ 3 ธันวาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

ภูเขาทองเสริมอิฐ

สำนักทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ ได้เชิญชวนไปเดินตามรอยตามประวัติศาสตร์ ซึ่งจัดเป็นครั้งที่ ๕ แล้วครั้งนี้ให้ความสำคัญกับ บรมบรรพต หรือภูเขาทองซึ่งเป็นเจดีย์บนภูเขาจำลองตั้งอยู่ในวัดสระเกศราชวรมหาวิหาร เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กรุงเทพมหานครถือเป็นภูมิเมืองสำคัญที่เกิดจากพระราชประสงค์เดิมของพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๓ ทรงมีพระราชดำริให้จัดสร้างพระเจดีย์ภูเขาทองไว้เป็นปูชนียสถานในพระนครเหมือนดั่งที่กรุงเก่า ซึ่งมีวัดภูเขาทองตั้งอยู่ที่ชายทุ่ง มีองค์พระเจดีย์เป็นที่สำหรับชาวพระนครศรีอยุธยาลงไปประชุมเล่นเพลง และเล่นสักวาในเทศกาลประจำปี พระองค์ทรงเลือกเอาบริเวณวัดสระเกศ นั้นเป็นสถานที่ก่อสร้างพระเจดีย์ภูเขาทองและขุดคลองออกไปเชื่อมคลองมหานาค

ภูเขาทอง

เมื่อแรกก่อสร้างนั้นใช้โครงไม้ทำเป็นรูปปรางค์ใหญ่ โดยทรงดำริให้สร้างพระปรางค์ย่อมุมไม้สิบสองขนาดใหญ่อยู่ทางทิศตะวันออกของพระนคร คล้ายพระเจดีย์วัดภูเขาทองที่กรุงศรีอยุธยา ขุดฐานเอาไม้ซุงปูเป็นตาราง เอาศิลาแลงก่อขึ้นจนเสมอดินแล้วจึงก่อด้วยอิฐในองค์พระปรางค์เอาศิลาก้อนที่ราษฎรเก็บมาขายใส่ลงไปแต่ก่อสร้างได้ไม่เท่าไรก็ทรุด ยุบตัวพังลงมาเนื่องจากพื้นที่ก่อสร้างอยู่ใกล้ชายคลอง พื้นดินไม่แข็งแรงพอจึงต้องปักเสารอบๆ องค์พระปรางค์หลายๆ ชั้น กันไม่ให้ดินทลายออกไป จึงเริ่มก่อใหม่แต่ก็ยังทรุดอีก ด้วยเหตุที่ต้องใช้โครงสร้างขนาดใหญ่และมีน้ำหนักมากเกิน จึงทำให้ดินเลนในบริเวณนั้นไม่สามารถรองรับน้ำหนักได้องค์ปรางค์จึงทะลายลงมาเป็นกองภูเขาอยู่ จึงยุติการก่อสร้างชั่วคราวจนสิ้นรัชกาล จนถึงสมัยพระบาทสมเด็จ พระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๔ เมื่อพ.ศ.๒๔๐๖ จึงมีการสร้างขึ้นใหม่โดยมีการเปลี่ยนแบบให้เป็นภูเขาทองตามแบบการสร้างบรมบรรพตที่สร้างขึ้นณ ท้องสนามหลวง ซึ่งน่าจะมีการเรียนรู้ทางช่างและหาวิธีสร้างได้แล้ว พระองค์ได้เสด็จทรงวางศิลาฤกษ์เมื่อปีพ.ศ.๒๔๐๘ เดือน ๖ ปีฉลู ทรงให้เปลี่ยนชื่อใหม่ ตามพระเมรุบรมบรรพตที่ท้องสนามหลวง จากภูเขาทองเป็น “บรมบรรพต” การก่อสร้างครั้งนี้ได้แปลงพระเจดีย์องค์เดิมให้เป็นภูเขามีพระเจดีย์อยู่ด้านบน บรรจุพระบรมสารีริกธาตุไว้บนยอด มีบันไดเวียนขึ้น-ลง ๒ สาย เพื่อสะดวกในเวลาเทศกาล การก่อสร้างในสมัยรัชกาลที่ ๔ นั้นยังไม่แล้วเสร็จ จนถึงสมัยรัชกาลที่ ๕จึงโปรดเกล้าฯให้ทำการก่อสร้างภูเขาทองที่ยังค้างอยู่จนสำเร็จ นับเป็นพระเจดีย์ที่มีการก่อสร้างบรมบรรพตถึงสองรัชกาล มาแล้วเสร็จในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๕ โดยบนยอดเจดีย์ได้มีการบรรจุพระบรมสารีริกธาตุไว้ภายในองค์พระเจดีย์มีอยู่หลายครั้งในพ.ศ.๒๔๒๐ ที่สำคัญคือเมื่อ พ.ศ๒๔๒๒ รัฐบาลอินเดียได้ถวายพระบรมสารีริกธาตุ ที่ขุดได้จากเนินพระเจดีย์เก่าที่เมืองกบิลพัสดุ์ บรรจุอยู่ภายในผอบที่มีอักษร พราหมี หรือเมาริยะ จารึกไว้ว่า “พระบรมสารีริกธาตุนี้ เป็นของพระพุทธเจ้า (สมณโคดม) ตระกูลศากยราช ได้รับแบ่งปันในเวลาถวายพระเพลิงพุทธสรีระ” อัญเชิญมาถวายแด่รัชกาลที่ ๕ พระองค์ได้โปรดเกล้าฯให้นำมาบรรจุไว้ในองค์พระเจดีย์ ภายหลังมีการบรรจุใน ปีพ.ศ.๒๔๔๑ อีกครั้ง บรมบรรพตนี้มีทางขึ้นทั้งสองในทิศเหนือแและใต้

เจดีย์พระสารีริกธาตุ

ปัจจุบันบรมบรรพตนี้ถือเป็นหนึ่งในสิ่งก่อสร้างที่โดดเด่นของพระนครด้วยมีความสูงกว่า ๕๙ เมตร หรือเท่าตึกสูง ๑๙ ชั้น เคียงคู่กันกับโลหะปราสาทวัดราชนัดดารามวรวิหาร ที่อยู่ไม่ห่างกันและในช่วงวันลอยกระทงของทุกปีทางวัดสระเกศราชวรมหาวิหารจะจัดงานประเพณี เรียกว่า “งานภูเขาทอง” ระยะเวลาราว ๗-๑๐ วัน เป็นประจำ นับว่าเป็นงานวัดที่สำคัญงานหนึ่งที่อยู่นอกพระนคร ซึ่งงานนี้มีพิธีสำคัญของบรมบรรพตคือพิธีห่มผ้าแดงบรมบรรพตภูเขาทองด้วยเหตุนี้วัดสระเกศฯจึงมีปูชนียสถานที่เกี่ยวพันกับพระปฐมกษัตริย์ราชวงศ์จักรีหรือ รัชกาลที่ ๑ เป็นอย่างมาก นอกจากหอพระไตรปิฎกและศาลาการเปรียญที่สร้างในรัชกาลที่ ๑ แล้ว ยังมีพระพุทธรูปสำคัญสมัยสุโขทัยถือเป็นวัดที่มีการจัดผังเขตพุทธาวาสและสังฆาวาสไว้เป็นแบบแผนของการสร้างวัดต่อไป

ภูเขาทองเมื่อแรกสร้าง

ภูเขาทองเมื่อแรกสร้าง
สะดือเมือง

สะดือเมือง
วิวรอบภูเขาทอง

วิวรอบภูเขาทอง
วิทยากรให้ความรู้

วิทยากรให้ความรู้
วักสระเกศฯ

วักสระเกศฯ

โซไซตี้ : ธ.กรุงเทพ มอบความประทับใจสุดพิเศษ ภายใต้แสงจันทร์กระจ่างฟ้า

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/306660

โซไซตี้ : ธ.กรุงเทพ มอบความประทับใจสุดพิเศษ ภายใต้แสงจันทร์กระจ่างฟ้า

โซไซตี้ : ธ.กรุงเทพ มอบความประทับใจสุดพิเศษ ภายใต้แสงจันทร์กระจ่างฟ้า

วันอาทิตย์ ที่ 3 ธันวาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

กมลรัตน์ โฆษิตสกุล, พจณี คงคาลัย,อุษณีย์ โฆษิตสกุล

ในวันที่แสงจันทร์นวลผ่องพร่างพรายกระจ่างฟ้า ธนาคารกรุงเทพจัดงาน “Bualuang Exclusive Night under the Moonlight” เพื่อมอบประสบการณ์แห่งความสุขแด่ลูกค้าบัวหลวงเอ็กซ์คลูซีฟผู้ถือบัตรอินฟินิท ไปกับค่ำคืนอันแสนพิเศษสุด ณ ห้องรีเจนซี่ โรงแรมแมนดาริน โอเรียนเต็ล โดยงานนี้ แม่งานใหญ่ พจณี คงคาลัย ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ ได้หลอมร้อยดวงใจของทีมงานตระเตรียมทุกอย่างพร้อมสรรพรองรับแขกคนสำคัญของค่ำคืนนี้อย่างเต็มที่ ที่สำคัญในค่ำคืนนี้ ทุกคนได้มาเปิดตาเปิดใจกับการรับประทานอาหารรสเลิศจากเชฟใหญ่ชาวฝรั่งเศส โดมินิค บูยงที่รังสรรค์เมนูใหม่สำหรับมื้อนี้โดยเฉพาะ โดยได้รับแรงบันดาลใจมาจากดอกบัว ซึ่งเป็นโลโก้ของธนาคารกรุงเทพ และการใช้วัตถุดิบของไทยที่นำมาผสมผสานความเป็นตะวันตกและตะวันออกได้อย่างลงตัวกลมกล่อม และในระหว่างที่ละเมียดกับการลิ้มรสอาหารยังได้เพลิดเพลินไปกับการผสมผสานระหว่างเครื่องดนตรีไทยและแจ๊สแบนด์ ที่ได้สร้างความครื้นเครงในหัวใจจาก ณรงค์ฤทธิ์ โตสง่า นักระนาดมือหนึ่งของเมืองไทย ที่เรารู้จักกันดีในบทขุนอินภาพยนตร์โหมโรงนั่นเอง พร้อมวง Jazz of Siam ที่มาร่วมสร้างสีสันด้วยบทเพลงพระราชนิพนธ์ อาทิ ใกล้รุ่ง แสงเทียนความฝันอันสูงสุด และเพลงสากลย้อนยุค อาทิ Fly me to moon, Autumn Leave, Blue Bossa

พจณี คงคาลัย ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ กล่าวว่า เราตั้งใจสร้างสรรค์งานนี้ขึ้นมา“เพราะคุณคือแขกพิเศษของเราจริงๆ ทุกอย่างของงานนี้เราตั้งใจคัดเลือกมาเพื่อสร้างบรรยากาศอันแสนพิเศษและมอบความประทับใจให้กับทุกคนได้เพลิดเพลินนอกจากการจัดกิจกรรมคัดสรรสิ่งที่ดีที่สุดให้กับลูกค้าแล้วทางธนาคารยังมุ่งมั่นพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการต่างๆ อย่างต่อเนื่อง เพื่อลูกค้าคนพิเศษของเรา อาทิ การพัฒนาบริการที่ปรึกษาทางด้านการเงิน เพื่อช่วยบริหารเงินลงทุนให้เพิ่มขึ้น โดยผู้เชี่ยวชาญที่ได้รับคุณวุฒิวิชาชีพอย่างถูกต้องครบถ้วน และเพื่อตอบสนองไลฟ์สไตล์ของคนรักการเดินทาง เรายังมีบัตรอินฟินิท ธนาคารกรุงเทพ เป็นอีกทางเลือกที่น่าสนใจ หากในช่วงปีใหม่นี้มีแผนเดินทางท่องเที่ยว สามารถใช้บริการลีมูซีนรับส่งระหว่างที่พักกับสนามบิน และใช้บริการเลานจ์ที่สนามบิน ผ่านบัตร Priority Pass บริการรถกอล์ฟรับส่งภายในสนามบิน และบริการ Meet & Assist พร้อมเจ้าหน้าที่อำนวยความสะดวกในการผ่านด่านตรวจคนเข้าเมืองได้ด้วย”

พจณี คงคาลัย ผช.ผจญ.ธ.กรุงเทพ

พจณี คงคาลัย ผช.ผจญ.ธ.กรุงเทพ
อุไรวรรณ เกตุรายนาค, ภวิษย์พร คณาธนะวนิชย์

อุไรวรรณ เกตุรายนาค, ภวิษย์พร คณาธนะวนิชย์
สุธีร์-สุภัสสรณ์ ไทยผดุงพานิช

สุธีร์-สุภัสสรณ์ ไทยผดุงพานิช
พันเทพ-เชวพร ชวาลา

พันเทพ-เชวพร ชวาลา
สมลักษณ์ แสงปราสาท, พูลศรี จงแสงทอง, พจณี คงคาลัย, ศักดิ์ชัย ศรีรุ่งกิจสวัสดิ์

สมลักษณ์ แสงปราสาท, พูลศรี จงแสงทอง, พจณี คงคาลัย, ศักดิ์ชัย ศรีรุ่งกิจสวัสดิ์

ตะลอนเที่ยว : ไต้หวัน ส่วนผสมที่ลงตัวของความทันสมัย ความโบราณ และความสุข

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/306630

ตะลอนเที่ยว : ไต้หวัน ส่วนผสมที่ลงตัวของความทันสมัย ความโบราณ และความสุข

ตะลอนเที่ยว : ไต้หวัน ส่วนผสมที่ลงตัวของความทันสมัย ความโบราณ และความสุข

วันอาทิตย์ ที่ 3 ธันวาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

เขียนเล่าเรื่องความน่าสนใจของไต้หวันมาติดต่อกัน 3 สัปดาห์แล้ว หลายคนถามว่า แล้วเมื่อไรจะบอกรายละเอียดว่าจะไปเที่ยวตรงไหน ไปเมื่อไร พักที่ไหน กินอะไร ในไต้หวัน

ถ้าเช่นนั้น วันนี้ก็ขอเล่าให้ฟังโดยสรุปว่า เราจะไปไต้หวันกันในวันที่ 9-14 มกราคม 2561 ไปกันเพียง 14 คนครับ (สรุปคือ เรานอนกันที่ไต้หวัน 4 คืนเต็ม ไม่นับการนอนบนเครื่องบิน เหมือนที่บางทัวร์ชอบนับ เช่น 7 วัน 4 คืน เพราะเป็นการนับที่ไม่เกิดประโยชน์อะไรเลย ยกเว้นดูเหมือนไปหลายวัน แต่ไม่ได้เที่ยวที่ไหนเลย เพราะติดอยู่ที่สนามบินและบนเครื่องบิน) คณะของเราเป็นกลุ่มเล็กๆ แต่เน้นการเที่ยวแบบละมุนละไม ไม่เร่งไม่ร้อน ไม่รีบไม่รน เน้นกินอาหารอร่อย สะอาด ไม่มีเนื้อสัตว์ใหญ่ แต่ก็ไม่ใช่กินมังสวิรัติ และที่เน้นมากที่สุดก็คือนอนสบาย ในโรงแรมใจกลางเมือง ไม่มีการต้องตื่นตีห้า แล้วรีบลากกระเป๋าย้ายโรงแรมทุกเช้า ราวกับหนีเจ้าหนี้ แล้วก็ไม่กลับเข้าโรงแรมดึกดื่น ทำให้นอนได้เพียงไม่กี่ชั่วโมง จนไม่สามารถรู้ว่าโรงแรมมีสิ่งอำนวยความสะดวกอะไรให้บ้าง

แล้วที่สำคัญคือ เราเน้นการเที่ยวชมพิพิธภัณฑสถานแห่งไต้หวัน (กู้กง) เพราะที่นี่มีโบราณวัตถุที่ประมาณราคามิได้จำนวนประมาณ 7 แสนชิ้น (แต่รับรองว่าไม่เคยได้ชมครบหมดทุกชิ้น ไม่ว่าจะไปเที่ยวชมที่นี้กี่สิบครั้งก็ตาม เพราะไม่มีเวลาชมนานพอ แล้วเขาก็ไม่ได้นำออกแสดงทุกชิ้น แต่จะจัดแสดงแบบหมุนเวียน โดยจะคงชิ้นที่สำคัญที่สุดไว้ตลอดเวลา) ซึ่งผู้นำไต้หวันนำโบราณวัตถุเหล่านี้ออกมาจากพระราชวังต้องห้ามจากกรุงปักกิ่ง ของประเทศจีนแผ่นดินใหญ่ เมื่อครั้งเกิดการเปลี่ยนแปลงการปกครองเป็นระบอบเผด็จการคอมมิวนิสต์ ในช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่ 2

ส่วนถามว่านอนที่ไหนบ้าง ตอบว่านอนคืนแรกที่โรงแรม W Taipei ศูนย์กลางย่านเศรษฐกิจสำคัญของไต้หวัน อยู่เกือบติดกับตึกไทเป 101 ซึ่งเคยเป็นตึกที่สูงที่สุดของโลกมาก่อน ส่วนอีกสามคืนจากนั้น เราจะไปนอนที่โรงแรมหกดาว ที่อยู่ในแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ (ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของไทเป) ซึ่งมีออนเซนธรรมชาติไว้บริการ

สำหรับอาหารการกินก็จะเป็นแบบ clean and green ไม่มีเนื้อสัตว์ใหญ่ ไม่มีเนื้อวัวและเนื้อหมู แต่จะเน้นอาหารทะเล ผักสด และผลไม้

ส่วนวันสุดท้ายก่อนกลับกรุงเทพฯ เราก็จะใช้เวลาประมาณครึ่งวันอยู่ในเมือง โดยจะพาไปดูแหล่งช็อปปิ้งชื่อดังของไทเป (พาดูเท่านั้นครับ ไม่มีการบังคับซื้อ เพราะทัวร์นี้ไม่ใช้วิธีหากินกับสมาชิกด้วยการบังคับซื้อเพื่อหาค่าน้ำ)

พูดแบบชัดๆ คือ ทัวร์นี้เน้นการเที่ยวที่ทำให้คุณๆ ได้เห็นความเป็นไต้หวันให้มากที่สุด ไม่เน้นการเที่ยวแบบนั่งรถนานๆ แต่ไม่ได้สัมผัสสาระของแหล่งท่องเที่ยวอย่างลึกซึ้ง (ซึ่งหลายคนเรียกว่าทัวร์แบบดมๆ) แล้วที่สำคัญคือเน้นการกินดี อยู่ดี ไม่เร่งรีบเหมือนทัวร์หนีไฟ ที่เน้นการพาสมาชิกไปซื้อของ (คุณภาพแย่ๆ) เพื่อหวังได้แค่ค่าน้ำ

หลายคนอาจถามว่าแล้วตั้งราคาไว้เท่าไร คำตอบคือ ไม่แพงครับ แต่ยังตอบในขณะนี้ไม่ได้ เพราะกำลังรอราคาสุดท้ายจากโรงแรม และกำลังรอราคาตั๋วเครื่องบินชั้น Premium Economy จาก EVA Air แต่รับรองว่าไม่แพงแบบไร้เหตุผลแน่นอนครับ เพราะผู้จัดคือหนังสือพิมพ์แนวหน้าไม่ได้เน้นหากำไรจากการทำทัวร์ครั้งนี้ แต่เป็นการตอบแทนที่สมาชิกแนวหน้า และผู้ติดตามคอลัมน์นี้มีจิตกุศลร่วมกันไถ่ชีวิตโคกระบือจากโรงฆ่าสัตว์แล้วนำไปมอบให้เกษตรกรเลี้ยงดู และผู้ร่วมโครงการทำหมันสุนัขและแมวจัดจรโดยไม่คิดค่าบริการ ที่แนวหน้าร่วมกับกลุ่มอาจารย์และนิสิตจำนวนหนึ่งจากคณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ดังนั้นการเที่ยวครั้งนี้จึงเป็นแบบหารเฉลี่ยค่าใช้จ่ายด้วยกัน ไม่เน้นการหากำไร แต่เน้นให้คุณ ๆ ช่วยเป็นกระบอกเสียงให้กับโครงการไถ่ชีวิตโคกระบือ และทำหมันสุนัข-แมวจรจัด

สนใจโปรดติดต่อ 09-17233615 ด่วนครับ แล้วพบกันครับ

ลิ้มรสอาหารอร่อย

 

 

หลากมุม หลายบรรยากาศ ในไต้หวัน

หลากมุม หลายบรรยากาศ ในไต้หวัน

หนึ่งใน 7 แสนชิ้น ของโบราณวัตถุในพิพิธภัณฑ์กู้กง

หนึ่งใน 7 แสนชิ้น ของโบราณวัตถุในพิพิธภัณฑ์กู้กง

คุณแหน : 3 ธันวาคม 2560

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/306662

คุณแหน : 3 ธันวาคม 2560

คุณแหน : 3 ธันวาคม 2560

วันอาทิตย์ ที่ 3 ธันวาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

ll พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคสช.น้อมรับพระราชกระแสพระราชดำรัสของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว น้อมนำไปขับเคลื่อนเต็มกำลังและความสามารถ โดยมอบหมายให้แก่รองนายกรัฐมนตรีทุกกระทรวงอย่างเหมาะสม เพื่อร่วมกันนำพาประเทศไปสู่ความเจริญก้าวหน้าอย่างเข้มแข็ง ประชาชนมีความสุขและพึงพอใจให้มากที่สุด…

ll ส่วนรองนายก ดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ “ใครจะด่าอย่างไรไม่เป็นไร ให้ด่าต่อไปเพราะที่ผ่านมาคนที่เปลี่ยนแปลงมักจะโดนด่าทั้งนั้น หากการเปลี่ยนแปลงแล้วดีขึ้นสุดท้ายก็จะมีคนมายกย่องและชมเชยเรา” ฝากให้กำลังใจ…

ll แม้จะไม่สามารถคว้ามงกุฎมิสยูนิเวิร์สมาได้ มารีญา พูลเลิศลาภ จะเป็นนางงามของคนไทย อยากจะว่าเพราะคณะกรรมการมีความเห็นต่างจากพวกเรา…

ll ส่วน อรรถสิทธิ์ พานแก้ว คณะรัฐศาสตร์ ธรรมศาสตร์ ให้ความเห็น “ในประเทศไทยเราไม่ได้เห็นพรรคที่แตกต่างทางด้านการเมือง การจับขั้วจึงเป็นจับขั้วตัวเลขเพื่อตั้งรัฐบาลเท่านั้น ฉะนั้นสูตรไหนก็จับได้หมดยกเว้นสูตรสองพรรคใหญ่จับมือกัน ซึ่งทั้งสองนโยบายไม่ต่างกัน แต่ฐานสนับสนุนต่างกัน ทำให้ตอบคำถามยากว่าทำไมมาจับมือกันได้”นี่แหละดีเอ็นเอ นักการเมืองไทย…

ll ขอแสดงความยินดีกับโสพิตา ธนสาร เหรียญทองโอลิมปิกรุ่น 48 กก. เพิ่งทำสถิติยกน้ำหนักได้ 3 เหรียญทองในรุ่น 53 กก. และ สุกัญญาศรีสุราช ได้ 1 ทองและ 1 เหรียญเงินในการแข่งขันที่ประเทศสหรัฐฯ รวมทีมไทยได้ 5 ทอง 4 เงิน2 ทองแดง…

ll น่าฟังจริงๆ ประธานกรรมการ ธ.กสิกรไทย บัณฑูร ล่ำซำ “ใครจะเข้ามาเลือกตั้งจะต้องมีความพร้อมแนวทางการแก้ไขนำพาประเทศชาตินำไปสู่ความเจริญ จะต้องมีบุคลากรที่มีความสามารถก่อนเสนอหน้ามาให้ประชาชนเขาเลือก มีความสามารถหรือไม่ หรือว่าเป็นหน้าเดิมๆ ทำแบบเดิมๆแล้วก็แบ่งเงินกันกินแบบเดิมๆ อย่างนั้นไม่เอา” สาธุ…ll

น้องโน้ต

pet care : วิธีและช่องทางการให้ยาสัตว์น้ำ ตอนที่ 1

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/306680

pet care : วิธีและช่องทางการให้ยาสัตว์น้ำ ตอนที่ 1

pet care : วิธีและช่องทางการให้ยาสัตว์น้ำ ตอนที่ 1

วันอาทิตย์ ที่ 3 ธันวาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

สวัสดีครับ เมื่อสัปดาห์ที่แล้วเราได้รู้จักชนิดของยาและสารเคมีที่ใช้กับสัตว์เลี้ยงในตู้ปลาไปแล้ว วันนี้ผมมีข้อมูลดีๆ เกี่ยวกับวิธีการให้ยาสัตว์น้ำโดย รศ.สพ.ญ.ดร.อรัญญา พลพรพิสิฐ มาฝากกันต่อครับ

✯ วิธีการให้ยาในตู้ปลาสวยงาม

การให้ยาในตู้ปลาสวยงาม เราอาจทำได้หลายวิธี เช่น การป้อนให้กินโดยตรง  การผสมในอาหารให้กิน  การทาบริเวณที่มีอาการ  การผสมน้ำแล้วนำปลามาแช่ในระยะเวลาที่ต่างกัน การใส่ยาลงไปในน้ำที่เลี้ยงปลาโดยตรงเลย หรือการให้ยาโดยการฉีด อาจฉีดเข้ากล้ามเนื้อ ฉีดเข้าถุงลม หรือฉีดเข้าช่องท้อง เป็นต้น

1.ยากิน

ตัวอย่างยาที่นิยมให้โดยการป้อนให้กิน ได้แก่ วิตามินต่างๆ ยาถ่ายพยาธิที่มีฤทธิ์ฆ่าปรสิตภายใน และยาปฏิชีวนะหลายชนิด

ยาชนิดที่เป็นเม็ดขนาดเล็กอาจใช้วิธีการป้อนเข้าปากปลาโดยตรง ส่วนยาที่เป็นยาน้ำ สามารถใช้ไซริงค์ดูดยา แล้วป้อนเข้าปากปลาได้โดยตรงได้โดยการหยดช้าๆ เพื่อให้ปลาค่อยๆ กลืนลงไป

การจับบังคับปลาเพื่อป้อนยานั้นสามารถทำได้ในกรณีที่ปลาเชื่องมีความคุ้นเคยกับผู้เลี้ยง และปลามีขนาดใหญ่พอประมาณ เช่น ปลาทองปลาคาร์ฟ เป็นต้น

ในกรณีปลาที่มีความก้าวร้าว  ปลาที่ตื่นตกใจง่าย ไม่ควรให้ยาด้วยวิธีนี้ เพราะอาจทำให้ปลาดิ้นรนและบาดเจ็บจากการจับบังคับได้  ตัวอย่างของปลาที่ไม่ควรจับบังคับเพื่อการป้อนยา เช่น ปลามังกรหรือปลาอะโรวาน่าปลาหมอสี ปลาปอมปาดัวร์ เป็นต้น

ส่วนปลาที่ไม่สามารถให้ยาโดยการป้อนให้กินโดยตรงนั้น สามารถให้ยาได้โดยการผสมไปในอาหาร ซึ่งวิธีการผสมอาหารนั้นทำได้โดย การนำยาที่คำนวณปริมาณที่ต้องการให้ปลาได้รับมาคลุกกับอาหารผงชนิดที่ปั้นเป็นก้อนเหนียวได้ หรือ นำอาหารเม็ดปกติที่ปลากินมาคลุกเคล้ากับยา แล้วนำมาผึ่งลมให้แห้งแล้วค่อยๆ ให้ปลากินช้าๆ จนหมด

ในการให้ยาประเภทนี้จะต้องทำการเตรียมใหม่ทุกครั้ง หรือ ผสมเจลาตินเหลวอุ่นๆ กับยา แล้วจึงนำอาหารมาคลุกแล้วผึ่งแห้ง  โดยเตรียมวันละครั้ง ในปริมาณที่เพียงพอสำหรับความต้องการของปลาในแต่ละวันเท่านั้น จะไม่ทำเก็บไว้จำนวนมากเพราะคุณภาพของยาจะเสื่อมลง

ในกรณีปลากินเนื้อที่ไม่ได้กินอาหารเม็ด อาจนำยาที่ต้องการฉีดเข้าไปในชิ้นเนื้อที่เป็นอาหารปลา แล้วให้ปลากินเนื้อที่มียานั้น หรือ กรณีปลาเหยื่อมีชีวิต อาจนำยาที่ต้องการให้ปลาที่เลี้ยงได้รับโดยการฉีดเข้าช่องท้อง หรือ  ถุงลม แล้วจึงนำปลาเหยื่อไปให้กับปลากิน

2.ยาทาและยาแช่ปลา

การให้ยาทาบริเวณที่มีอาการ สามารถทำได้เช่นกันในกรณีปลาที่เชื่องและคุ้นเคยกับผู้เลี้ยง เนื่องจากต้องจับปลาหลายครั้งในหนึ่งวันเพื่อทายา โดยยาที่นิยมใช้ ได้แก่ เจลปฏิชีวนะป้ายตารักษาอาการตาอักเสบเนื่องจากการติดเชื้อแบคทีเรีย เป็นต้น แต่เนื่องจากยาจะละลายน้ำหมดไปรวดเร็ว จึงต้องป้ายยาวันละหลายๆ ครั้ง ในสัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำสวยงามนิยมใช้ทิงเจอร์ไอโอดีนเบตาดีน ยาเหลือง หรือยาแดง ในการทาป้ายฆ่าเชื้อแบคทีเรียที่ผิวหนัง

แต่ยาทาที่ผิวหนังนั้นไม่ควรใช้ในปลา เนื่องจากระบบป้องกันร่างกายของปลาจากการสร้างเมือกขึ้นปกคลุมบริเวณผิวหนังจะป้องกันการติดเชื้อแบคทีเรียในน้ำได้ และยาที่ทาผิวหนังจะเจือจางทันทีเมื่อปลาสัมผัสน้ำ  หากจำเป็นต้องใช้ยาฆ่าเชื้อแบคทีเรียที่ผิวหนัง  สามารถใช้ได้โดยการผสมน้ำแล้วนำปลามาแช่เป็นระยะเวลาสั้นๆ ครั้งละ 5-10 นาทีได้  ขึ้นอยู่กับชนิดของยาที่ใช้ ความเข้มข้นของยาที่เตรียม ความรุนแรงของโรค อายุของปลา และชนิดของปลา เป็นต้น

ตัวอย่างยาที่ใช้โดยวิธีนี้ได้แก่ ยาปฏิชีวนะอ๊อกซี่เตตร้าซัยคลินเกลือแกง  ฟอร์มาลิน หรือแม้กระทั่งการนำปลาทะเลที่เลี้ยงในน้ำที่มีความเค็มมาแช่ในน้ำจืดเป็นระยะเวลา 5-10 นาที ก็สามารถช่วยลดปริมาณเชื้อแบคทีเรียและปรสิตภายนอกได้

การแช่ปลาเพื่อรักษาอาการติดเชื้อแบคทีเรีย นอกจากจะสามารถทำโดยการแช่เป็นระยะเวลาสั้นๆ แล้ว ยังสามารถใช้แช่ระยะเวลานาน หรือผสมลงในน้ำเลี้ยงปลาแล้วเปลี่ยนถ่ายเมื่อมีการเปลี่ยนถ่ายน้ำได้

ในการใช้ยาปฏิชีวนะในการแช่ ควรใช้ติดต่อกันเป็นเวลา 7-14 วัน ส่วนการใช้ยากำจัดปรสิตแช่ปลานั้นไม่ควรใช้ติดต่อกันทุกวัน เนื่องจากยาหรือสารเคมีที่มีฤทธิ์กำจัดปรสิตภายนอกนั้นจะมีความระคายเคืองต่อปลามาก และมีผลกระตุ้นใหปลาสร้างและขับเมือกที่ผิวหนังออกมา หากใช้ต่อเนื่องกันหลายวันจะทำให้ปลาขับเมือกมาก อ่อนเพลีย และเกิดการระคายเคืองที่ผิวหนังและเหงือกปลาอย่างรุนแรง ซึ่งจะเป็นอันตรายต่อปลา ควรใช้แช่ประมาณสัปดาห์ละครั้ง จนกว่าอาการจะดีขึ้น

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ นายสัตวแพทย์ ดร.ทิลดิสร์ รุ่งเรืองกิจไกร

ฝ่ายประชาสัมพันธ์และส่งเสริมภาพลักษณ์องค์กร

คณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

‘โทลล์เวย์’จัดประกวดคลิปวีดีโอ ‘ชีวิตดีเพราะคำสอนพ่อ Father’s Say Better Way’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/306495

‘โทลล์เวย์’จัดประกวดคลิปวีดีโอ ‘ชีวิตดีเพราะคำสอนพ่อ Father’s Say Better Way’

‘โทลล์เวย์’จัดประกวดคลิปวีดีโอ ‘ชีวิตดีเพราะคำสอนพ่อ Father’s Say Better Way’

วันเสาร์ ที่ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

คณะกรรมการตัดสิน

บริษัท ทางยกระดับดอนเมือง จำกัด (มหาชน)ร่วมกับ บริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) จัดโครงการ CSR Tollway Contest 2017 กิจกรรมประกวดคลิปสั้นในหัวข้อ “ชีวิตดีเพราะคำสอนพ่อ Father’s Say Better Way” เพื่อสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชที่พระองค์ทรงมีพระราชปณิธานที่ต้องการเห็นราษฎร มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นแบบยั่งยืน จึงเกิดเป็นโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริจำนวนมากกว่า 4,000 โครงการ โดยพระราชดำรัสและพระบรมราโชวาทของพระองค์เปรียบเสมือนคำสอนที่สถิตไว้ให้คนไทยได้น้อมนำมาประพฤติปฏิบัติ โดยโครงการนี้ได้เปิดโอกาสให้ นิสิต นักศึกษา และ บุคคลทั่วไปที่มีความสนใจในการผลิตคลิปวีดีโอ ได้มีเวทีแสดงความสามารถโดยน้อมนำพระราชดำริและพระบรมราโชวาทของในหลวงรัชกาลที่ 9 มาสร้างสรรค์และผลิตให้เกิดการรับรู้สู่สายตาคนไทยให้เข้าใจใน“คำสอนพ่อ” อย่างถ่องแท้

กิจกรรมการประกวดคลิปวีดีโอดังกล่าว มีผู้ให้ความสนใจเข้าร่วมประกวดเกือบ 200 ทีม สร้างความหนักใจให้แก่คณะกรรมการตัดสินเป็นอย่างมากโดยทางคณะกรรมการต้องคัดเลือกผู้ส่งเข้าประกวดทั้งหมดให้เหลือเพียง 10 ทีม ก่อนที่จะมาเฟ้นหา 3 ทีมสุดท้าย ที่จะได้รับรางวัล ประกาศนียบัตร ทุนการศึกษาและสิทธิเดินทางไปทัศนศึกษา ณ ประเทศญี่ปุ่นโดยทีม Panklong Production ได้รับรางวัลชนะเลิศอันดับ 1 จากผลงานเรื่อง ระหว่างทาง ที่ได้นำพระบรมราโชวาทเกี่ยวกับการไม่เบียดเบียนและการพยายามร่วมมือกันแก้ไขหากเห็นอะไรไม่ถูกต้องมาถ่ายทอดเรื่องราวระหว่างการข้ามถนนในช่วงระยะเวลาสั้นๆ, รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 และรองชนะเลิศอันดับ 2 เป็นของทีม Triangel จากผลงานเรื่อง ช็อคโกแลต และ ทีม PanaengMoo Production จากผลงานเรื่อง แบงก์พัน ซึ่งทั้ง 3 ทีมนี้ได้รับทุนการศึกษา และร่วมเดินทางไปดูงานที่สถานีโทรทัศน์ชื่อดังของญี่ปุ่น 3 แห่ง คือ สถานีโทรทัศน์อาซาฮิ (Asahi) สถานีโทรทัศน์ฟูจิทีวี (Fuji TV) และ สถานีโทรทัศน์เอ็นเอชเค (NHK) เพื่อให้น้องๆ ได้สัมผัสและเรียนรู้การทำงานโทรทัศน์ทั้งเบื้องหน้าและเบื้องหลังจากทีมงานตัวจริงอย่างใกล้ชิด

นาดา รอดอินทร์ นักศึกษาจากคณะวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี ชั้นปีที่ 2 ตัวแทนจากทีม Panklong Production กล่าวถึงสิ่งที่ได้จากการเข้าร่วมโครงการนี้ว่า “ตัดสินใจมาสมัครเข้าประกวดโครงการนี้ เพราะเห็นว่าเป็นโครงการที่เกี่ยวข้องกับพระบรมราโชวาทของในหลวงรัชกาลที่ 9จะใช้เวทีนี้ให้เป็นกระบอกเสียงความคิดเล็กๆ ของพวกเรา ว่าถ้าทำได้ ทุกคนก็สามารถทำได้ ขอแค่เราทุกคนตั้งใจ และเชื่อมั่นในคำสอนของพ่อ เพียงเท่านี้ชีวิตและสังคมไทยก็จะยั่งยืน และน่าอยู่อย่างที่พระองค์ท่านหวังไว้ค่ะ และสุดท้าย อยากจะเชิญชวนเพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ ทุกคน มาร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการทำความดีให้สังคมไทยของเราน่าอยู่ เพียงแค่เราช่วยกันทำคนละนิด คนละน้อย มันก็จะเกิดเป็นผลประโยชน์มหาศาลที่พวกเราจะได้รับค่ะ”

นอกจากนี้ในการประกวดยังได้มอบรางวัล Best Popular View ให้กับทีม R.S.T จากผลงานเรื่อง เด็กชายเกิดวันนี้เป็นคนสุจริต ที่ได้รับยอดวิวและยอดไลค์สูงสุดผ่าน Youtube Channel :
CSR Tollway โดยได้รับประกาศนียบัตรและเงินทุนการศึกษา

บริษัท ทางยกระดับดอนเมือง จำกัด (มหาชน) เชื่อมั่นว่า โลกแห่งการเรียนรู้ไม่ได้มีเฉพาะในห้องเรียนเท่านั้น การเปิดโอกาสและสนับสนุนให้เยาวชนไทยได้ไปเรียนรู้นอกห้องเรียนจะเป็นการเพิ่มพูนประสบการณ์ ความรู้และมุมมองรอบตัวได้กว้างขึ้น และจะดียิ่งขึ้นหากพวกเขานำองค์ความรู้เหล่านี้ไปใช้ประโยชน์จริงในการทำงานในอนาคตสมดั่งเจตนารมณ์ Tollway Better Way ของบริษัท ในด้านการศึกษานั่นเอง

ผู้ได้รับรางวัลชนะเลิศ

ผู้ได้รับรางวัลชนะเลิศ

นำผู้ชนะทั้ง 3 รางวัล ไปทัศนศึกษาที่ประเทศญี่ปุ่น

นำผู้ชนะทั้ง 3 รางวัล ไปทัศนศึกษาที่ประเทศญี่ปุ่น

ให้ความรู้โดยวิทยากรชื่อดัง

ให้ความรู้โดยวิทยากรชื่อดัง
Workshop

Workshop
ถ่ายรูปร่วมกันเป็นที่ระลึกในวันประกาศผลรางวัล

ถ่ายรูปร่วมกันเป็นที่ระลึกในวันประกาศผลรางวัล
คณะผู้บริหารร่วมถ่ายภาพกับเด็กๆ ที่ส่งผลงานเข้าประกวด

คณะผู้บริหารร่วมถ่ายภาพกับเด็กๆ ที่ส่งผลงานเข้าประกวด
รองชนะเลิศอันดับ 2

รองชนะเลิศอันดับ 2
รองชนะเลิศอันดับ 1

รองชนะเลิศอันดับ 1

Fashion Update : ทอดส์ ลิมิเต็ด เอดิชั่น ส่งท้ายปี

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/306506

Fashion Update : ทอดส์ ลิมิเต็ด เอดิชั่น ส่งท้ายปี

Fashion Update : ทอดส์ ลิมิเต็ด เอดิชั่น ส่งท้ายปี

วันเสาร์ ที่ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

เพื่อเป็นการกลับมาสร้างความตื่นเต้นอีกครั้งส่งท้ายปี ทอดส์ ได้ร่วมสร้างสรรค์ผลงานสุดพิเศษกับแฟชั่นไอคอนอย่าง Anna Delle Russoนำเสนอคอลเลคชั่นที่เปี่ยมไปด้วยความสนุกสนาน ต้อนรับเทศกาลคริสต์มาสที่กำลังจะมาถึง กับ Limited Edition ยกขบวนพาเหรดละครสัตว์และสวนสนุก มาแต่งแต้มสีสันบนทุกไอเท็ม ภายใต้ชื่อคอลเลคชั่นว่า CIRCUS

สัญลักษณ์ของ ดาว ลายทาง เพชร ถูกนำมาผสมคลุกเคล้าเข้ากับความสะดุดตาของขนนกและกลิตเตอร์ ตากลมโตแบบการ์ตูน และรูปปากสีแดง กลายเป็นผลงานน่ามหัศจรรย์ ที่ใครๆ
ก็ไม่สามารถละสายตาได้ ซึ่งด้านในของบางไอเท็มยังซ่อนความประหลาดใจไว้ด้วยรายละเอียดต่างๆ ที่จะทำให้คุณสาวๆ ต้องหลงรัก

รองเท้าในคอลเลคชั่น CIRCUS ถูกแต่งแต้มด้วยใบหน้ายิ้ม ไม่ว่าจะเป็นรองเท้าทรงโลฟเฟอร์ (Loafers) หรือทรงสนีกเกอร์ (Sneakers) ต่างนำพาความสุขมามอบให้ ด้วยลวดลายที่ถูกประดับอยู่

นอกจากนี้ ยังมีรองเท้าจากคอลเลคชั่น Double T ที่ถูกแต่งแต้มโฉมใหม่จนน่ารัก อีกทั้ง ยังมีแอคเซสซอรี่หลากชิ้นอย่างเคส iPhone 7 ที่มาพร้อมสีสันสดใสและรูปหน้าตัวตลก กระเป๋าใส่เหรียญรูปหน้าช้าง และมากไปกว่านั้นคือ กล่องและถุงที่มาในคอนเซ็ปต์ CIRCUS สุดสะดุดตา

ทอดส์ ยังเพิ่มระดับความสุขในกับคอลเลคชั่นนี้ ด้วยการเปิดตัววีดีโอแคมเปญชุดพิเศษ แสดงนำโดย ซูเปอร์โมเดลระดับโลกอย่าง Barbara Palvin พร้อมสร้าง hashtag #todslovescircus ให้กับคอลเลคชั่นเพื่ออีกขั้นของความสนุก

พบกับคอลเลคชั่น CIRCUS จากแบรนด์เครื่องหนังสุดหรูจากอิตาลีอย่าง TOD’S (ทอดส์) ได้แบบเอ็กซ์คลูซีฟที่ บูติก ทอดส์ สาขา สยาม พารากอน ตั้งแต่เดือนธันวาคม 2017 เป็นต้นไป สอบถามเพิ่มโทร.02-610-9999

‘กอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร’ กับอีเว้นท์ระดับโลก THE UNFORGETTABLE MARATHON 2018

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/306509

‘กอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร’ กับอีเว้นท์ระดับโลก THE UNFORGETTABLE MARATHON 2018

‘กอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร’ กับอีเว้นท์ระดับโลก THE UNFORGETTABLE MARATHON 2018

วันเสาร์ ที่ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

มีอีเว้นท์ดีๆ ที่นักวิ่งทั่วโลกต่างรอคอย สำหรับกิจกรรม THE UNFORGETTABLE MARATHON 2018 ซึ่งกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เป็นเจ้าภาพ ให้นักวิ่งทั้งในและต่างประเทศได้เข้ามาร่วมกับกิจกรรมระดับโลก ซึ่งจะมีขึ้นในเดือนกุมภาพันธ์ ปีหน้า รายการ “แนวหน้าวาไรตี้” ทุกวันอาทิตย์ เวลา 16.00-16.25 น. ทางสถานี TNN2 ช่อง 784 โดยพิธีกร “ดร.เฉลิมชัย ยอดมาลัย” ไปพูดคุยกับ “กอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร” อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาถึงกิจกรรมที่กำลังจะเกิดขึ้นนี้

กอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร เล่าว่า “จริงๆ แล้วประเทศเรามีการวิ่งเยอะ ทางสมาคมกรีฑาแห่งประเทศไทย เคยบอกว่า เรามีอีเว้นท์วิ่งไม่ต่ำกว่า 600 อีเว้นท์ในประเทศไทย คือเยอะมาก แต่เรามีการ
ตั้งเป้าหมายว่า เราอยากให้ประเทศไทยเป็นสปอร์ตฮับแล้วบวกกับปีนี้เรากำลังจะก้าวเข้าสู่ปีท่องเที่ยววิถีไทยเก๋ไก๋อย่างยั่งยืน ก็คิดว่าจะต้องยกระดับตัวเราเอง จากสิ่งที่เราเป็นอยู่และดีอยู่แล้ว แต่ให้มันมีมาตรฐานที่สูงขึ้น ใหม่ขึ้น มีอะไรที่เป็นระดับนานาชาติหรือระดับโลกมากขึ้น

ดังนั้น เมื่อ ไอรอนแมน เขามาคุยกับเราว่าเขามีความเชื่อว่าประเทศไทยสามารถจัดอีเว้นท์มาราธอนในระดับโลกได้ โลกนี่คือเป็นเมเจอร์อีเว้นท์เหมือนแบบ บอสตันมาราธอน ลอนดอน นิวยอร์ก
เบอร์ลิน เขาบอกว่ามันต้องทำงานร่วมกัน เราก็เลยมานั่งพูดคุยกัน คิดว่าความฝันเราเริ่มจะใกล้เป็นความจริง

มันไม่ใช่การวิ่งที่จำนวนแล้วนะคะ แต่คราวนี้คือ คุณภาพระดับเมเจอร์ คือระดับโลกจริงๆ เลยเราก็ต้องเรียนรู้จากเขา เพราะ ณ ตอนนั้นไอรอนแมน ซึ่งเขาจับมือกับ แวนด้ากรุ๊ป เขาเป็นเจ้าของเมเจอร์มาราธอนอีเว้นท์ประมาณ 6 รายการ ทั้งบอสตัน เบอร์ลิน โตเกียว นิวยอร์ก ก็เป็นของเขาหมดเลย เพราะฉะนั้นเมื่อเขาเห็นศักยภาพเรา แล้วเขาบอกว่าเรามีโอกาสได้ ดังนั้น เราเลยตัดสินใจว่าเราทำร่วมกับเขาแล้วกัน เขากล้าที่จะมาลงทุนกับบ้านเรา เพราะฉะนั้นเราก็คิดว่า เอ๊ะ อะไรที่ยังทำให้เราไปไม่ถึงจุดนั้นได้ สิ่งแรกเลยที่น่าจะเป็นเมเจอร์ได้คือ คุณต้องปิดถนนร้อยเปอร์เซ็นต์

จุด START กับจุด FINISH ต้องคนละจุดกัน ซึ่งประเทศไทยยังไม่เคยจัด จะต้องมีนักวิ่งระดับโลกมาวิ่งไม่ต่ำกว่า 20 คน เป็นต้น แล้วมันก็จะมีรายละเอียดปลีกย่อยอีกหลายอย่าง เขาก็ยกทีมมาช่วยกันทำ เพราะฉะนั้นเราก็คิดว่ามาตรฐานทั้งหมดเราทำได้

แม้แต่นักวิ่งระดับโลก เขาก็จะพามาเอง เพราะว่าเขาเป็นเจ้าของเมเจอร์อยู่ 6 รายการ ฉะนั้นเขารู้จักนักวิ่งแบบท็อปๆ ทั้งหลาย ที่ได้รับเหรียญรางวัล นี่เขาดึงมาได้ แต่เรามั่นใจว่าความเป็นประเทศไทย เรามีเดสทิเนชั่น ซึ่งขายได้แน่นอน เพราะฉะนั้นภาพอย่างนี้ก็คือว่า START ที่สนามรัชมังคลาฯ แล้วไม่ใช่ START แล้ววิ่งไปเลยนะได้วิ่งข้างในด้วยนะ เหมือนนักวิ่งทีมชาติ ซึ่งปกติยากมาก เขาไม่ให้คนวิ่ง

วิ่งข้างในสนามก่อนเลย แล้ววิ่งออกมา ไปอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ แล้วจากอนุสาวรีย์ชัยฯวิ่งผ่านลานพระบรมรูปทรงม้า แล้วก็วัดเบญจมบพิตร ขึ้นสะพานพระราม 8 วิ่งกลับมาผ่านภูเขาทอง แล้วจบที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย เก๋มากๆ นะคะ แล้วก็จะไปจัดเลี้ยงกันตอนหลัง ก็คือบริเวณลานตรงโลหะปราสาท ซึ่งทุกที่คือ แลนด์มาร์ค มีความหมายหมดเลยทุกๆ อย่าง เขามาสำรวจเส้นทางด้วยนะ คือสวยแน่นอนแล้วมันมีประวัติศาสตร์ มันมีความหมาย แล้วก็สิ่งที่สำคัญที่สุด เขารู้เลยว่า รัฐบาลไทย รวมทั้งคนไทยสนับสนุนเรื่องกีฬา

ดังนั้น เขาก็คิดว่าถ้าเผื่อการร่วมมือกันครั้งนี้ แล้วด้วยความสวยงามของประเทศไทย และทีมงานของคนไทย เราก็คิดว่าหนนี้จะเป็นการวิ่งที่สามารถไต่เต้าได้ ซึ่งเขาบอกว่า ถ้าหนแรกเราทำได้ดี
เราสามารถเรียนลัดเลยนะคะ จะสามารถควอริฟายด์ของ IAAF ก็คือสหพันธ์กรีฑาโลก เป็นระดับ BRONZEได้เลย ณ วันนี้ประเทศไทยยังไม่มีใครได้เลย แต่อันนี้ก็คือ ถ้าเผื่อเราผ่านหนแรก เพราะฉะนั้นเขาจะต้องดูจากจุดนี้ก่อน

เท่าที่มีการเปิดตัวไป เล่าเรื่องไป ก็มีคนติดต่อมาเยอะ คนสนใจเยอะมากเลย แล้วก็ต้องขอขอบคุณสปอนเซอร์ทั้งหลาย ที่ทำให้งานนี้เกิดขึ้นได้จะเป็นทั้งโตโยต้า และ ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ซึ่งแน่นอนทั้งการกีฬาแห่งประเทศไทย ทั้งททท.ก็สนับสนุนกันเต็มที่ เราก็เลยคิดว่า หนนี้เรามั่นใจว่าเดสทิเนชั่นเราสวยแน่นอน แล้วก็มาตรฐานคือไอรอนแมน แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดเราคิดว่าเป็น MODE UNFORGETTABLE คือคนไทย นักวิ่งคนไทย และเจ้าบ้านที่ดีที่จะมาชม มาเชียร์ มาช่วยกันแชร์รูปต่างๆ ก็คาดว่า เขาจัดวันที่ 4 กุมภาพันธ์ ปีหน้า ซึ่งจะอยู่ในช่วงของปีท่องเที่ยววิถีไทยเก๋ไก๋อย่างยั่งยืนหนึ่งในนั้นคือ สปอร์ตทัวริซึ่ม มันก็จะเป็นหนึ่งในเมเจอร์อีเว้นท์เลย

คือเรามี แอร์เลสวัน เราจะมี อะเมซิ่ง ไทยแลนด์มาราธอน แบงคอก 2018 แล้วก็มี มอเตอร์จีพี ฉะนั้นเราจะมีเมเจอร์อีเว้นท์อยู่ตลอดเวลา แต่อันนี้คนมาร่วมได้เยอะ เขาคาดว่าน่าจะมีคนมาร่วมไม่ต่ำกว่า30,000-40,000 คน เฉพาะเดินทางมาโดยสายการบิน อาจจะไม่ต่ำกว่าประมาณ 8,000-10,000 คน แล้วก็แน่นอนอยู่แล้วว่าจะมีนักวิ่งระดับโลก มาไม่ต่ำกว่า 20 คน

วิ่งมาราธอน ปกติก็จะเป็น 42 กม. หนนี้เขามีทั้ง 42 กม. มีทั้ง 21.1 กม. แล้วก็ 10.5 กม. ด้วย ซึ่งอย่างของธนาคารกรุงเทพ เขาก็จะเป็นเมนสปอนเซอร์ ของ 10.5 กม. เพราะฉะนั้นหลายคน
ถ้าเกิดตอนนี้วิ่งประมาณ 5 กม. ถ้ามีเวลาซ้อมนะขึ้นไปได้เลย ที่ต้องขอบคุณมากคือ สมาคมกรีฑาแห่งประเทศไทย ก็มามีส่วนร่วมเลย แล้วก็ได้รับการยืนยันมาแล้ว ได้เช็คไปกับทางสหพันธ์ฯ ทางเอเชีย แล้วว่า นักวิ่งของไทยที่วิ่งรายการนี้ ถือว่าเป็นนักวิ่งได้รับเหรียญทองของประเทศไทยเลย เพราะว่าถ้าเผื่อวิ่งด้วยมาตรฐานอย่างนี้ คนที่ชนะที่หนึ่ง ก็คือเบอร์หนึ่งของเราแน่นอน เพราะฉะนั้นเหมือนวิ่งแบบมืออาชีพ

เพราะเรามั่นใจนะคะว่าเวลาเรามีอีเว้นท์ดีๆ มากขึ้น คนจะเล่นกีฬามากขึ้น นี่คือยุทธศาสตร์ของท่านนายกรัฐมนตรี พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ทำไมทุกบ่ายวันพุธ ท่านนายกฯ จะต้องมาออกกำลังกายต่อหน้าสื่อ เพราะว่าท่านเชื่อว่าการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ หรือการเล่นกีฬาอย่างสม่ำเสมอมันเป็นตัวที่พัฒนาคน แล้วสุขภาพแข็งแรง เงินซื้อไม่ได้ เพราะฉะนั้นตอนนี้เรามีอีเว้นท์วิ่งมากขึ้น แล้วคนวิ่งก็มากขึ้น แต่ว่าถ้าเรามีระดับนี้ขึ้นมา ก็เหมือนพยายามที่จะไต่เต้า ถ้าเผื่อเราไม่ได้ เราต้องขึ้นอีกหน่อยนึง ความเร็วเราต้องค่อยๆ ขึ้นมาได้ไหม ซึ่งพัฒนาได้

ปีหน้าเราก็จะใช้เป็นธีมว่า ปีท่องเที่ยววิถีไทย เก๋ไก๋อย่างยั่งยืน จริงๆ เริ่มแล้วนะคะ เราเริ่มแล้วตั้งแต่ 1 พฤศจิกายน ของปีนี้ ก็ไปจนถึงปลายปีหน้า 2018 เรามีความตั้งใจนะคะว่า การท่องเที่ยวของประเทศไทยทำอย่างไรให้นักท่องเที่ยว ซึ่ง 70% เป็นนักท่องเที่ยวที่มาซ้ำ เราก็ยังเติบโตอยู่ แต่เราก็คิดว่าทำอย่างไรให้คนที่เคยมาซ้ำ เขายังคิดยังอยากมาประเทศไทย หรือแม้กระทั่งคนที่ไม่เคยมา ซึ่งเดี๋ยวนี้เขามีประเทศให้เลือกเยอะ เขาก็ยังสามารถเลือกประเทศไทยได้เพราะเรายังมีอะไรที่ไม่เหมือนเดิมนั่นก็คือ ทำไมว่าเราต้องมีปีท่องเที่ยววิถีไทย เก๋ไก๋อย่างยั่งยืน ก็คือว่าเรามีเดสทิเนชั่นใหม่ๆ มีกิจกรรมใหม่ๆ หรือที่เดิมแต่มีมุมมองใหม่ๆ ดังนั้นหนึ่งในนั้นก็คือ สปอร์ตทัวริซึ่ม

สปอร์ตทัวริซึ่ม มีมานานแล้ว เชียงใหม่มาราธอน ภูเก็ตมาราธอน มีมา 20 กว่าปีแล้ว แต่เราก็พยายามนำเสนอว่า ของพวกนี้ถ้าเผื่อคุณไม่รู้ คุณมาลองได้ แต่นอกเหนือจากนั้นอย่างที่ว่า มี อะเมซิ่งไทยแลนด์ มาราธอน แบงคอก 2018 มีอันใหม่ด้วย แล้วมาตรฐานสูงขึ้นด้วย เป็นต้น”

เรื่องราวดีๆ ที่ครบครันทั้งสาระและบันเทิงแบบนี้ มีให้ชมในรายการ “ผู้หญิงแนวหน้ากับคุณแหน” ออกอากาศทุกวันอาทิตย์ เวลา 16.00-16.25 น. ทาง TNN2 (และช่อง 784 ทางดิจิทัลทีวี)หรือ True Visions 8 ชมรายการย้อนหลังได้ที่ youtubeผู้หญิงแนวหน้า byคุณแหน

บี มาย เกสห์ : ณิชชา ธนาลงกรณ์ พิสูจน์ฝีมือด้านแฟชั่น ส่งแบรนด์ NICHA โกอินเตอร์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/306499

บี มาย เกสห์ : ณิชชา ธนาลงกรณ์ พิสูจน์ฝีมือด้านแฟชั่น ส่งแบรนด์ NICHA โกอินเตอร์

บี มาย เกสห์ : ณิชชา ธนาลงกรณ์ พิสูจน์ฝีมือด้านแฟชั่น ส่งแบรนด์ NICHA โกอินเตอร์

วันเสาร์ ที่ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

…การที่เราเริ่มต้นอะไรด้วยตัวเอง แน่นอนว่ามันยากทำให้เราต้องมีแพชชั่น (Passion)อย่างแรงกล้ามากที่จะทำให้มันสำเร็จตัวณัฏกับแบรนด์ NICHA จึงเป็นการเรียนรู้และเติบโตเป็นผู้ใหญ่ไปพร้อมๆ กัน…

เพราะได้เลือดนักสู้มาจากอาม่า จินตนา ธนาลงกรณ์ ผู้ก่อตั้งและสร้างแบรนด์ “จินตนา” ให้เป็นแบรนด์ชุดชั้นในสตรีอันดับหนึ่งของเมืองไทย หลานสาวร่างเล็กอย่าง ณัฏ-ณิชชา ธนาลงกรณ์ จึงสู้
ไม่ถอยกับการปลุกปั้นแบรนด์เสื้อผ้า “NICHA” ที่หลายอย่างต้องลองผิดลองถูก สะสมประสบการณ์ทั้งด้านแฟชั่นและการบริหารธุรกิจ มาถึงวันนี้ 4 ปี ที่แบรนด์ NICHA เติบโตอย่างช้าๆ แต่มั่นคง ซึ่งพิสูจน์ได้เพราะไม่ใช่แค่สาวไทยเท่านั้น ตอนนี้เสื้อผ้าแบรนด์ NICHA มีตัวแทนจำหน่ายในต่างประเทศอีกด้วย

ย้อนไปเมื่อ 4 ก่อน ในวันที่ตัดสินใจจะสร้างธุรกิจของตัวเอง ณิชชา ในฐานะดีไซเนอร์และเจ้าของแบรนด์ NICHA เล่าว่า “ในวันที่ตัดสินใจเดินเข้าไปบอกแม่ (วิยะดา ธนาลงกรณ์) ว่าจะทำแบรนด์ของตัวเอง แม่ไม่ห้าม ท่านบอกว่าอยากทำให้ทำเลย เพราะแม่ส่งเราเรียนจบปริญญาตรีมาแล้ว การที่แม่ให้ณัฏยืมเงินมาลงทุน ก็เหมือนกับการเรียนเพื่อให้ได้ปริญญาชีวิต ซึ่งมันก็จริงมาก จากวันแรกที่ลงมือทำจนถึงวันนี้ ณัฏ มีล้ม มีเจ็บ มีผิดหวัง แต่ทั้งหมดมันคือบทเรียนที่ทำให้เรามีความอดทน มีความเป็นผู้ใหญ่ ซึ่งสิ่งเหล่านี้มันไม่เกิดขึ้นตอนที่เราเรียนหนังสือในมหาวิทยาลัย ก็มีหลายคนบอกว่าบ้านเราก็มีธุรกิจอยู่แล้ว จะมาทำตรงนี้อีกทำไม แต่ในความคิดของณัฏมองว่า การที่เราเริ่มต้นอะไรด้วยตัวเอง แน่นอนว่ามันยาก ทำให้เราต้องมีแพชชั่น (Passion) อย่างแรงกล้ามากที่จะทำให้มันสำเร็จ ตัวณัฏกับแบรนด์ NICHA จึงเป็นการเรียนรู้และเติบโตเป็นผู้ใหญ่ไปพร้อมๆ กัน”

การทำงานแฟชั่น หน้าที่ของดีไซเนอร์ คือการออกแบบเสื้อผ้าที่ไม่เฉพาะแต่สนองความต้องการของตัวดีไซเนอร์ หรือมองแค่เทรนด์เท่านั้น แต่ยังต้องคำนึงผู้สวมใส่ ซึ่งเป็นลูกค้าที่จะสนับสนุนแบรนด์ให้ก้าวต่อไปได้ “คำติชม” จึงเป็นสิ่งที่แบรนด์ NICHA ไม่เคยละเลย โดยเฉพาะอย่างยิ่งลูกค้าคนสำคัญที่ชื่อ วิยะดา ธนาลงกรณ์

“เชื่อไหมว่าตอนที่ณัฏออกคอลเลคชั่นแรก คุณแม่นี่ส่ายหัวเลย ประมาณว่าแกทำอะไรของแก คอลเลคชั่นที่ผ่านมาคุณแม่ก็ซื้อนะ แต่ไม่เคยใส่ จนมาถึงคอลเลคชั่นนี้คุณแม่พูดมาคำนึงว่า “ดีแล้ว” ไม่ใช่แค่นั้น แต่เราเห็นท่านใส่ทุกชุดที่ซื้อไป ทำให้ณัฏดีใจมากเลย มันก็เป็นสิ่งที่แสดงว่าคุณแม่ยอมรับในสิ่งที่เราทำว่าณัฏสามารถทำแบรนด์มาได้ถูกทางแล้วนะ ใครชมยังไม่ดีใจเท่าที่คุณแม่ชมจริงๆ ค่ะ”

เมื่อถามถึงแรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์คอลเลคชั่นณัฏ บอกว่า มักจะเกิดจากสิ่งรอบตัวที่ได้พบเจอในช่วงเวลานั้นๆ ที่ทำให้เธอมีความสุข มีความสบายใจ แต่สำหรับคอลเลคชั่น ฟอลล์/วินเทอร์ 2017-2018 ที่เพิ่งเปิดตัวไป แรงบันดาลใจเกิดในช่วงที่เธอกำลังรู้สึกเหนื่อยที่จะต้องทำหลายๆ สิ่งที่มีอยู่ในมือให้ดีในทุกๆ เรื่อง

“เป็นช่วงเวลาที่ณัฏต้องเดินทางบ่อยมาก งานสำหรับคอลเลคชั่นใหม่ก็ต้องคิด งานบริหารก็ต้องทำ รู้สึกว่าเราทำอะไรอยู่ เหนื่อยมากจริงๆ แล้วแว่บนึงก็นึกถึงอาม่าเลยค่ะ อาม่าเป็นไอดอลของณัฏด้วย เพราะณัฏจะสนิทกับอาม่ามาก ตั้งแต่เด็กเราก็เห็นว่าท่านทำงานหนัก ดูแลบ้าน ดูแลธุรกิจ ดูแลลูกน้องอย่างดี ออกแบบตัดเย็บชุดชั้นในเองอีก ท่านก็ยังทำได้ดีทุกเรื่องแล้วเราทำแค่นี้ทำไมจะทำไม่ได้ ก็ทำให้ณัฏเกิดแรงบันดาลใจโดยหยิบยกเอางานออกแบบชุดชั้นในของอาม่ามาตีความใหม่ บวกกับอิทธิพลการแต่งกายในยุค 50’s ซึ่งเป็นยุคที่แนวความคิดความเสมอภาคเท่าเทียมระหว่างชายหญิงกำลังเข้ามาในบ้านเรา แฟชั่นเสื้อผ้าต่างๆ ก็เริ่มชี้ทางไปตามความต้องการของผู้หญิงมากขึ้น ซึ่งก็คือเสื้อผ้าของ NICHA ในคอลเลคชั่น ฟอลล์/วินเทอร์ 2017-2018 และณัฏ ก็ตั้งชื่อคอลเลคชั่นนี้ว่า Reminiscence หรือความทรงจำ เพื่อให้เป็นที่ระลึกถึงอาม่า”

อย่างที่บอกไปตอนต้นว่า NICHA ไม่ได้ถูกอกถูกใจเป็นที่ยอมรับของสาวไทยเท่านั้น ตอนนี้ NICHA โกอินเตอร์ ได้อย่างมั่นใจในการยอมรับของแบรนด์

“ตอนนี้ที่คุยกันแล้วเรียบร้อยมี 4 ประเทศ มาเลเซีย จีน อินเดีย และออสเตรเลีย ณัฏ พยายามที่จะเจาะตลาดโซนเอเชียก่อน เพราะตลาดแฟชั่นโซนเอเชียเป็นตลาดที่ดีไซเนอร์หรือเจ้าของธุรกิจเล็กๆ อย่างณัฏ ยังมีไม่มากนัก เมื่อเทียบกับฝั่งยุโรป มีบ้างที่ติดต่อเข้ามาแบบสั่งซื้อเป็นพันตัว แต่เราก็ต้องปฎิเสธไปก่อน เพราะเราไม่ใช่แบรนด์ที่จะตัดเย็บแบบโรงงานอุตสาหกรรมอย่างนั้น อีกอย่างณัฏไม่รีบที่โตแบบก้าวกระโดด อยากให้ค่อยเป็นค่อยไป เอาให้ชัวร์ดีกว่า ดูว่าเราคุยกับใครแล้วเข้ามีแนวคิดเดียวกับเรา เข้ากันได้ก็ถึงจะตัดสินใจทำด้วยกันแบบนั้นดีกว่า”

แต่ถึงอย่างนั้น เจ้าตัวก็ยังออกปากว่า การเดินทางของแบรนด์ NICHA ยังไม่ถึงจุดที่เรียกว่าประสบความสำเร็จ

“ตอนนี้ไม่รู้สึกถึงคำนั้นเลยค่ะ มันเร็วไปถ้าจะพูดว่าประสบความสำเร็จ แต่เรียกว่าเราพัฒนาก้าวหน้าขึ้นมากจากวันแรกทั้งในด้านของงานแฟชั่น และการบริหารธุรกิจ คือแบรนด์เป็นที่รู้จัก คนยอมรับ ยอดขายดี ส่วนตัวณัฏก็ได้เรียนรู้อะไรใหม่ๆ มากขึ้นทุกวัน และจะหยุดพัฒนาตัวเองไม่ได้ ถ้าถามว่าจุดที่ประสบความสำเร็จของณัฏคืออะไร หนึ่งคือ ใช้ทุนคืนแม่ได้หมด สองคือการเห็น NICHA เป็นแบรนด์ไทยไปเติบโตในต่างประเทศ แต่ณัฏคิดว่าคำว่าประสบความสำเร็จมันไม่ใช่แค่นั้น เมื่อเราโตขึ้น เป็นผู้ใหญ่ขึ้น จุดประสบความสำเร็จมันก็เขยิบขึ้นไปอีก เราก็ต้องทำต่อไปอีก”

แต่ถ้าขนาดว่าที่เจ้าสาว มาร์กี้-ราศรี บาเล็นซิเอก้า ยังเลือกใช้บริการให้ NICHA ออกแบบตัดเย็บชุดเพื่อนเจ้าสาวระดับนางเอกตัวแม่ของวงการทั้ง 14 นาง ในพิธีวิวาห์สุดอลังส่งท้ายปีนี้แล้วล่ะก็การันตีฝีมือของเธอคนนี้ได้เป็นอย่างดี…จริงไหมล่ะคะ