เผย 3 สาเหตุปัญหาผมร่วงของสาวไทย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/309317

เผย 3 สาเหตุปัญหาผมร่วงของสาวไทย

เผย 3 สาเหตุปัญหาผมร่วงของสาวไทย

วันจันทร์ ที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

ไม่มีใครอยากจะผมร่วง เราล้วนแต่อยากให้เส้นผมทุกเส้นอยู่กับเราตลอดไป โดยเฉพาะในผู้หญิงที่ส่วนมากยอมรับว่าหนักใจกับปัญหานี้เป็นพิเศษ เพราะปัญหานี้เกิดขึ้นได้กับทุกคน

บริษัท ดร.วูฟฟ์ จำกัด (ประเทศไทย) ผู้นำผลิตภัณฑ์แชมพูป้องกันผมร่วงจากประเทศเยอรมนี Alpecin สำหรับผู้ชาย และ Plantur39
สำหรับผู้หญิง ได้ทำการเก็บข้อมูลจากผู้หญิงไทยที่เข้ามาสอบถามข้อมูลทางช่องทางออนไลน์ facebook.com/Alpecin Thailand และ facebook.com/Plantur39TH พบว่าปัญหาผมร่วงที่เกิดขึ้นกับผู้หญิงไทยยุคนี้เกิดจาก 3 สาเหตุนี้มากที่สุด

สาเหตุอันดับหนึ่ง การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนในคุณแม่ที่เพิ่งคลอดลูก ฮอร์โมนของคุณแม่ที่แปรปรวนไประหว่างที่ตั้งท้องและคลอดบุตร ส่งผลให้เกิดภาวะผมร่วง

สาเหตุที่สอง อายุและฮอร์โมนในผู้หญิงวัยทอง เมื่อผู้หญิงมีอายุเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะช่วงวัยหมดประจำเดือน จะเกิดการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน สุขภาพร่างกายของผู้หญิงจะมีการเปลี่ยนแปลง รวมทั้งรากผมก็เช่นเดียวกัน ความเปลี่ยนแปลงนี้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อการเจริญเติบโตของเส้นผม เนื่องจากการฮอร์โมนเพศหญิง หรือเอสโตรเจนที่เกี่ยวข้องกับเส้นผมโดยตรงของผู้หญิงจะลดลง ในขณะที่ฮอร์โมนเทสโทสเทอโรนเป็นสาเหตุให้เกิดเส้นผมบางลง หลุดร่วงก่อนเวลาอันควรกลับเพิ่มขึ้น

สาเหตุอันดับสาม พฤติกรรมการใช้ชีวิต สาวๆ สมัยนี้ทำงานหนัก มีความเครียดสูง ขณะเดียวกันก็กลัวอ้วน ชอบที่จะลดน้ำหนัก และการลดน้ำหนักที่หนักหน่วงเกินพอดีก็เป็นสาเหตุให้ร่างกายขาดสารอาหาร เช่น การไดเอทไม่ทานอาหารในบางชนิด ทำให้ขาดสารอาหารที่จำเป็นต่อเส้นผม ส่งผลให้ผมร่วงในวัยก่อน 30 ปีได้ง่าย

อัญชลี ผ่องโอสถ ผู้จัดการ บริษัท ดร.วูฟฟ์ จำกัด (ประเทศไทย) กล่าวเสริมว่า วิธีการในการดูแลรักษาเส้นผมไม่ให้หลุดร่วงก่อนวัยอันควร มีได้หลายวิธีทั้งการรับประทานอาหารที่ช่วยกระตุ้นและบำรุงผม การปรับพฤติกรรมการใช้ชีวิตที่ไม่ทำร้ายเส้นผมและหนังศีรษะ ล่าสุดมีการศึกษาค้นพบว่าสารไฟโตฟลาโวนบางชนิด ซึ่งพบในถั่วเหลือง ชาขาว และแบ็ลคโคฮอช มีคุณสมบัติช่วยพัฒนาความแข็งแรงในหนังศีรษะและเส้นผม เสริมสร้างการฟื้นฟู และปกป้องรากผมไม่ให้หลุดร่วงก่อนเวลาอันควรได้”

ทั้งนี้ ผู้สนใจข้อมูลการดูแลรักษาเส้นผมและหนังศีรษะ สามารถดูเพิ่มได้ที่ www.plantur.co.th

เสด็จฯ ทรงเปิดนิทรรศการภาพถ่ายฝีพระหัตถ์ ‘กาวยประภา’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/309339

เสด็จฯ ทรงเปิดนิทรรศการภาพถ่ายฝีพระหัตถ์ ‘กาวยประภา’

เสด็จฯ ทรงเปิดนิทรรศการภาพถ่ายฝีพระหัตถ์ ‘กาวยประภา’

วันจันทร์ ที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จฯทรงเป็นองค์ประธานทรงเปิดงาน นิทรรศการภาพถ่ายฝีพระหัตถ์ในสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ประจำปี 2560 “กาวยประภา” หรือ Poetry of Light จัดโดยสมาคมถ่ายภาพแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์, มูลนิธิส่งเสริมการถ่ายภาพ, กรุงเทพมหานคร และ หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร โดยมี ดาว วาสิกศิริ นายกสมาคมถ่ายภาพแห่งประเทศไทย ในพระบรบราชูปถัมภ์,ฐาปน สิริวัฒนภักดี กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน), นิติกร กรัยวิเชียร เลขาธิการมูลนิธิส่งเสริมการถ่ายภาพ,ลักขณา คุณาวิชยานนท์ ผู้อำนวยการหอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร เฝ้าฯรับเสด็จ ณ ห้องออดิทอเรียม หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร

โอกาสนี้ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงมีรับสั่งว่า “ครั้งนี้ตั้งแต่เริ่มเตรียมงานก็มีคนบ่นว่าอ่าน “กาวยประภา” ไม่ออก ซึ่งชื่อนี้มาจากภาษาอังกฤษ Poetry of Light แล้วจึงมาตั้งเป็นภาษาไทย โดยคำว่า “กาวยะ” หมายถึงกวีนิพนธ์ นำคำมาเรียงร้อยให้เป็นระเบียบ ใส่อารมณ์ ใส่ความรู้สึก ทำให้เกิดความสวยงามที่คนอื่นเข้าใจสามารถรับรู้ได้บ้าง หรือไม่รับรู้บ้าง แต่ว่าเป็นสิ่งที่ดีที่สวยงาม และมีรสต่างๆ มีคำที่เขียนให้โกรธ บางคำเขียนให้หัวเราะ บางคำเขียนให้รู้สึกสวยงาม บางอย่างกวีก็เขียนให้ทราบ ทั้งนี้ กวีก็จะเกี่ยวข้องกับภาพถ่าย ภาพถ่ายเกิดมาจากแสง แสงที่ไปกระทบกับฟิล์ม ซึ่งเกิดในสมัยก่อน เดี๋ยวนี้เป็นดิจิตอลหมดแล้ว ซึ่งความจริงแสงทำให้นึกถึงเรื่องของสี เพราะสีต่างๆ ก็คือคลื่นแสงในช่วงคลื่นที่สายตาของมนุษย์มองเห็นได้ เมื่อมองเห็นได้ก็เอามาคิดปรับแต่งตามความรู้สึกต่างๆ ซึ่งบางอย่างคนมองเห็นก็ตีความไปตามสิ่งที่ตนเองมองเห็น หรือเข้าใจในสิ่งที่มองเห็นนั่นเอง”

ภาพ  “ฤษีดัดตน  วัดพระเชตุพน”  

ทั้งนี้ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงบรรยายภาพถ่ายฝีพระหัตถ์ อาทิ ภาพ “ฤษีดัดตน วัดพระเชตุพน” รับสั่งเล่าว่า “เป็นท่าที่แก้โรคต่างๆ ได้แก้ปวดเมื่อย เป็นท่าออกกำลังกาย และกายภาพบำบัดได้ด้วย บางท่าก็มีตำรา ลองทำแล้วทำไม่ได้ทุกท่า บางครั้งก็ทำให้นึกถึงตอนที่ทำงานอยู่โรงเรียนนักเรียนนายร้อย โดยมีกิจกรรมส่งเสริมสมรรถภาพกองทัพไทยทำให้กองทัพไทยปวดเมื่อยไปตามๆ กัน นิสิตพลศึกษาได้สอนท่าที่ยาก ท่าที่แปลกประหลาดมาก ปัจจุบันได้ทุเลาลงแล้ว ต่อมาภาพฤษีดัดตนได้ชำรุด เสียหายไปแล้วนำกลับมาซ่อม แล้วนำจัดแสดงที่วัดพระเชตุพน” ต่อด้วยภาพ “งูเหลือมวังสระปทุม ตัวที่ 68 รู้สึกน้องใหม่จะชอบ” รับสั่งเล่าว่า “เป็นงูเหลือมตัวที่ 68 จับมาวัดขนาด จะเป็นงูเหลือมหรืองูหลามก็ไม่แน่ใจ เพราะมีคนสอนแล้วว่า งูเหลือมงูหลามต่างกันอย่างไร แต่ถ้าเปิดพจนานุกรมเขาบอกงูเหลือม เป็นงูที่คล้ายงูหลาม เปิดงูหลามก็บอกงูหลาม เป็นงูที่คล้ายงูเหลือม ก็เลยความรู้เท่าเดิม ก็จำไม่ได้แล้วที่เขาสอน หลานสาว คุณใหม่ชอบงูมาก ดูอย่างสนใจ เลยถ่ายรูปเก็บไว้”

จากนั้นเสด็จฯ ไปยังห้องจัดแสดงนิทรรศการ ชั้น 8 ทรงตัดแถบแพรเปิดนิทรรศการภาพถ่ายฝีพระหัตถ์ในสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ประจำปี 2560 และเสด็จฯ ทอดพระเนตรนิทรรศการ นอกจากนี้ ยังทรงจำหน่ายหนังสือภาพถ่ายฝีพระหัตถ์ในสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ประจำปี 2560 “กาวยประภา” หรือ Poetry of Light แก่แขกผู้มีเกียรติที่มาร่วมงาน ซึ่งได้รวบรวมภาพถ่ายฝีพระหัตถ์ทั้งหมดที่จัดแสดงในนิทรรศการฯ ทั้งสิ้น 168 ภาพ มาจัดทำเป็นหนังสือเพื่อเป็นที่ระลึก จัดพิมพ์ถวายโดยบริษัท ไซเบอร์พริ้นท์ จำกัด จำนวน 4,000 เล่ม จำหน่ายในราคาเล่มละ 900 บาท โดยรายได้ทั้งหมดจะนำขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายโดยเสด็จพระราชกุศลตามพระราชอัธยาศัย

ภาพ “นกบูบี้ตีนฟ้า”

สำหรับนิทรรศการภาพถ่ายฝีพระหัตถ์ “กาวยประภา” หรือ Poetry of Light เป็นภาพถ่ายฝีพระหัถต์ในพระองค์ ที่ทรงบันทึกไว้ระหว่างการเสด็จฯ ไปยังสถานที่ต่างๆ ทั้งในประเทศและต่างประเทศ รวมไปถึงสัตว์ทรงเลี้ยง และงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในช่วงปี 2559-2560 รวม 168 ภาพ อาทิ บ๊อบบอกว่า “เนื้อยเหนื่อย”, ต้นคริสต์มาสแบบไทย วังสระปทุม, ปล่อยเต่าวันเกิด, สัญญาว่าจะมาทุกปี, ยิ้มหวานสุดๆ ชัยพัฒนาแฟร์, วัดโฝกวง, ถ่ายรูปตัวเอง, นกเพนกวินที่เขาว่าอยู่เหนือสุด อยู่กาลาปากอส, นกบูบี้ตีนฟ้า, ศูนย์เด็กเล็ก อ.เวียงสา, จันทร์เทศ, วิธานสถาปกศาลา, โครงสร้างพระเมรุมาศ, เขียนฉากบังเพลิง, เครื่องสดประดับบุษบกพระจิตกาธาน เป็นต้น

นิทรรศการเปิดให้เข้าชมโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 4 มีนาคม 2561 เวลา 10.00-21.00 น. (หยุดทุกวันจันทร์) ณ ห้องนิทรรศการ ชั้น 8 หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร สี่แยกปทุมวัน สอบถามเพิ่มเติม โทร.02-2146637-8

สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงบรรยายภาพถ่ายฝีพระหัตถ์

สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงบรรยายภาพถ่ายฝีพระหัตถ์
ภาพ  “งูเหลือมวังสระปทุม ตัวที่ 68 รู้สึกน้องใหม่จะชอบ”

ภาพ “งูเหลือมวังสระปทุม ตัวที่ 68 รู้สึกน้องใหม่จะชอบ”
ภาพ “ถ่ายรูปตัวเอง”

ภาพ “ถ่ายรูปตัวเอง”
หนังสือภาพถ่ายฝีพระหัตถ์ “กาวยประภา”Ž   หรือ  Poetry of Light

หนังสือภาพถ่ายฝีพระหัตถ์ “กาวยประภา”Ž หรือ Poetry of Light
นิทรรศการภาพถ่ายฝีพระหัตถ์ “กาวยประภา”Ž   หรือ Poetry of Light

นิทรรศการภาพถ่ายฝีพระหัตถ์ “กาวยประภา”Ž หรือ Poetry of Light
นิทรรศการภาพถ่ายฝีพระหัตถ์ “กาวยประภา”Ž   หรือ Poetry of Light

นิทรรศการภาพถ่ายฝีพระหัตถ์ “กาวยประภา”Ž หรือ Poetry of Light

เยาวชนไทย สานต่อพระราชปณิธานในหลวง รัชกาลที่ ๙ รวมพลังความดี สร้างสังคมไทยให้น่าอยู่

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/309293

เยาวชนไทย สานต่อพระราชปณิธานในหลวง รัชกาลที่ ๙  รวมพลังความดี สร้างสังคมไทยให้น่าอยู่

เยาวชนไทย สานต่อพระราชปณิธานในหลวง รัชกาลที่ ๙ รวมพลังความดี สร้างสังคมไทยให้น่าอยู่

วันจันทร์ ที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

กลุ่มบริษัท นานมี จัดการประกวดวาดภาพเยาวชนในโครงการ “ฮอร์ส อะวอร์ด” ชิงถ้วยพระราชทาน สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ครั้งที่ 12 ในหัวข้อ “พลังความดีเพื่อพ่อ” โดยในพิธีมอบถ้วยพระราชทานและเปิดนิทรรศการมี พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์องคมนตรี เป็นประธาน โดยมีสองศิลปินแห่งชาติอ.เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ และ อ.ปัญญา วิจินธนสารร่วมแสดงความยินดี

ทั้งนี้ องคมนตรีได้แสดงความชื่นชมผลงานของน้องๆ ผู้เข้าประกวด ซึ่งเป็นตัวแทนคนไทยในการแสดงออกถึงความจงรักภักดีและน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร แม้เสด็จสวรรคตล่วงไปแล้ว แต่ทรงสถิตในใจของประชาชนชาวไทยไม่เสื่อมคลาย อีกทั้งยังแสดงถึงเจตนารมณ์อันมุ่งมั่นของพสกนิกรไทยว่า นับจากนี้คนไทยจะก้าวไปข้างหน้าด้วยพลังแห่งความดีขับเคลื่อนสังคมไทยไปสู่ความสำเร็จ ด้วยพระราชปณิธานของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ยังคงอยู่ และได้จุดประกายให้คนไทยทุกหมู่เหล่าร่วมกันทำความดี ก่อเกิดเป็นพลังความดีอันยิ่งใหญ่ต่อสังคมไทย มีจิตสำนึกที่ดีงามในการร่วมพัฒนาประเทศไทยให้ดำรงคงอยู่อย่างมีเสถียรภาพมั่นคงสืบไป

พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ องคมนตรี เป็นประธานในพิธีมอบถ้วยรางวัลชิงถ้วยพระราชทาน สมเด็จพระเทพ

รัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารีจัดการประกวดวาดภาพเยาวชนในโครงการ “ฮอร์สอะวอร์ด” ครั้งที่ 12  ในหัวข้อ  “พลังความดีเพื่อพ่อ”  โดยมีสองศิลปินแห่งชาติ อ.เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ และ อ.ปัญญา วิจินธนสาร ร่วมแสดงความยินดี

ปรีญาณี สุพุทธิพงศ์ รองกรรมการผู้จัดการ กลุ่มบริษัท นานมี กล่าวว่า ในปีนี้การประกวดได้รับการตอบรับจากเด็กๆ เป็นอย่างดี ส่งผลงานเข้ามาประกวดเป็นจำนวนหลายพันภาพ ซึ่งจะเห็นได้ว่าผลงานมีการพัฒนาทั้งในรูปแบบ ความคิด การแสดงออก การถ่ายทอดเรื่องราว เทคนิคการสร้างสรรค์และการใช้สี ซึ่งกลุ่มบริษัทนานมีพร้อมเป็นเวทีที่จะเปิดโอกาสให้น้องๆ ที่รักศิลปะได้แสดงความสามารถและพัฒนาตนเอง เพื่อยกระดับมาตรฐานและศักยภาพด้านศิลปะของเยาวชนไทยให้ทัดเทียมนานาชาติ พร้อมกันนี้เวทีนี้ยังได้รับเกียรติจากศิลปินแห่งชาติ คณาจารย์ผู้เชี่ยวชาญงานศิลปะชั้นแนวหน้าของประเทศมาร่วมเป็นคณะกรรมการตัดสินซึ่งหลายๆ ท่านก็เป็นแรงบันดาลใจให้น้องๆ ได้เจริญรอยตามในอนาคตด้วย

ด.ญ.เอมมิกา บุญสวัสดิ์ น้องอองฟองต์ อายุ 6 ขวบชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 จากโรงเรียนแย้มวิทยาการ จ. ราชบุรี 

คว้ารางวัลยอดเยี่ยมระดับอนุบาลและประถมศึกษาตอนต้น กับผลงานชื่อ พลังจิตอาสา

ด.ญ.เอมมิกา บุญสวัสดิ์-น้องอองฟองต์ อายุ 6 ปี ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 จากโรงเรียนแย้มวิทยาการ จ.ราชบุรี คว้ารางวัลยอดเยี่ยมระดับอนุบาลและประถมศึกษาตอนต้น บอกว่า “แม้วันนี้ในหลวงร.9 ไม่อยู่แล้ว แต่หนูกับเพื่อนๆ ก็ยังจะทำความดี เหมือนอย่างที่ท่านทำ เพราะเราเชื่อมั่นในพลังของความดีทำให้เรามีความสุข คนรอบข้างมีความสุข ถ้าทำดีที่บ้าน บ้านก็จะน่าอยู่ โรงเรียนที่มีครูและนักเรียนทำดีโรงเรียนก็น่าอยู่ หมู่บ้านไหนชาวบ้านทำดี หมู่บ้านนั้นก็น่าอยู่ และหากเราคนไทยมีจิตอาสาอยากทำความดีกันทุกคน สังคมไทยก็จะเป็นสังคมที่น่าอยู่ค่ะ ซึ่งความดีใกล้ตัวที่เราทำได้ง่ายๆ คือการเก็บขยะ ทำความสะอาด ร่วมกันพัฒนาบ้านเมืองให้สะอาดสวยงามค่ะ”

ด.ช.วรมฆา นิลวรรณาภา  อายุ 10 ขวบ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนอนุบาล กิติยา จ.มหาสารคาม ผู้ชนะยอด

เยี่ยมครอบรางวัลในระดับประถมศีกษาตอนปลาย กับผลงานชื่อ ปลูกความดี

ด.ช.วรมฆา นิลวรรณาภา อายุ 10 ปี ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนอนุบาลกิติยา จ.มหาสารคาม ผู้ชนะได้รับรางวัลยอดเยี่ยมในระดับประถมศึกษาตอนปลายเล่าว่า “คนไทยในชนบทต่างมีในหลวงร. 9 อยู่ในดวงใจ แม้ว่าท่านจะจากไปแล้วแต่เรายังยึดมั่นในคำสอนเรื่องความพอเพียง มาเป็นหลักในการดำเนินชีวิต ชุมชนที่บ้านผมปลูกพืชผักสวนครัว เลี้ยงหมู เป็ดและไก่ ขุดบ่อเลี้ยงปลาอยู่กินแบบเรียบง่ายสบายๆ เหลือจากกินก็เอาไปขายสร้างรายได้ มีเวลาว่างไปทำบุญที่วัด ฟังเทศน์ฟังธรรม สืบสานพระศาสนา ชาวบ้านมีกิจกรรมช่วยกันปลูกต้นไม้ดูแลป่าไม้ พัฒนาชุมชนให้น่าอยู่ ความดีนี้จะต้องเกิดขึ้นได้จากพวกเราทุกคน เริ่มต้นและลงมือทำด้วยตัวเราเอง เพื่อประเทศไทยยังคงความอุดมสมบูรณ์ต่อไปชั่วลูกหลานครับ”

กลุ่มบริษัทนานมี ขอเชิญชวนประชาชนทั่วไปเข้าชมผลงานของน้องๆ โดยเข้าชมฟรีไม่เสียค่าใช้จ่ายตั้งแต่วันนี้ จนถึงวันที่ 29 ธันวาคม 2560 ณ นานมีแกลเลอรี่ ชั้น 3 อาคารนานมี สาทร(ใกล้สถานีรถไฟฟ้าสุรศักดิ์) และสามารถร่วมซื้อภาพวาด โดยรายได้จากการจำหน่ายภาพนำขึ้นทูลเกล้าทูลกระหม่อม ถวายสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี สอบถามเพิ่มเติม 02-648-8000

พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ องคมนตรี กับ ด.ช.วรมฆานิลวรรณาภา  ผู้ชนะการประกวดได้รับรางวัลยอดเยี่ยมระดับ
ประถมศึกษาตอนปลาย

พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ องคมนตรี กับ ด.ช.วรมฆานิลวรรณาภา ผู้ชนะการประกวดได้รับรางวัลยอดเยี่ยมระดับ ประถมศึกษาตอนปลาย
อ.เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ ศิลปินแห่งชาติซึ่งน้องๆชื่นชมและอยากเจริญรอยตาม

อ.เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ ศิลปินแห่งชาติซึ่งน้องๆชื่นชมและอยากเจริญรอยตาม
น้องๆเยาวชนผู้เข้าประกวดส่งผลงานมาจากทั่วประเทศกว่า 4 พันคน คัดจนเหลือรอบสุดท้ายจัดแสดงผลงานกว่า
1,000 ชิ้น

น้องๆเยาวชนผู้เข้าประกวดส่งผลงานมาจากทั่วประเทศกว่า 4 พันคน คัดจนเหลือรอบสุดท้ายจัดแสดงผลงานกว่า 1,000 ชิ้น
ตัวอย่างภาพผลงานของน้องๆที่จัดแสดงให้ชมฟรี

ตัวอย่างภาพผลงานของน้องๆที่จัดแสดงให้ชมฟรี
ตัวอย่างภาพผลงานของน้องๆที่จัดแสดงให้ชมฟรี

ตัวอย่างภาพผลงานของน้องๆที่จัดแสดงให้ชมฟรี
ตัวอย่างภาพผลงานของน้องๆที่จัดแสดงให้ชมฟรี

ตัวอย่างภาพผลงานของน้องๆที่จัดแสดงให้ชมฟรี
ตัวอย่างภาพผลงานของน้องๆที่จัดแสดงให้ชมฟรี

ตัวอย่างภาพผลงานของน้องๆที่จัดแสดงให้ชมฟรี

ทรงร่วมในพิธีทำขวัญข้าวและประเพณีลงแขกเกี่ยวข้าว

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/309338

ทรงร่วมในพิธีทำขวัญข้าวและประเพณีลงแขกเกี่ยวข้าว

ทรงร่วมในพิธีทำขวัญข้าวและประเพณีลงแขกเกี่ยวข้าว

วันจันทร์ ที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าอทิตยาทรกิติคุณ เสด็จไปยังศูนย์เรียนรู้การเกษตรอทิตยาทร บ้านระไซร์ ตำบลตั้งใจ อำเภอเมือง จังหวัดสุรินทร์ ทรงร่วมในพิธีทำขวัญข้าวและประเพณีลงแขกเกี่ยวข้าว ซึ่งเกษตรจังหวัดสุรินทร์ จัดขึ้นเพื่อความเป็นสิริมงคลและเป็นขวัญกำลังใจแก่เกษตรกรชาวนาก่อนนำข้าวขึ้นยุ้งฉาง ไปเมื่อเร็วๆ นี้

ทั้งนี้ พิธีทำขวัญข้าว มีความสัมพันธ์กับวิถีชีวิตของเกษตรกรชาวนาไทยมายาวนาน แสดงให้เห็นถึงความอ่อนน้อม และความเคารพข้าว หรือ พระแม่โพสพ เพื่อสร้างขวัญกำลังใจและต้องการให้ได้ผลผลิตจำนวนมากในการทำนาแต่ละครั้ง

โอกาสนี้ ทรงร่วมเกี่ยวข้าวสืบสานประเพณีลงแขกเกี่ยวข้าว พันธุ์ข้าวหอมมะลิ พันธุ์ กข 15 ร่วมกับสมาชิกศูนย์เรียนรู้การเกษตรอทิตยาทร หัวหน้าส่วนราชการ และประชาชนจิตอาสาโครงการเราทำความดีด้วยหัวใจจังหวัดสุรินทร์ ทั้งนี้ศูนย์เรียนรู้การเกษตรอทิตยาทร มีพื้นที่นาสำหรับเพาะปลูกข้าว รวมจำนวน 12 ไร่ เมื่อเก็บเกี่ยวแล้วเสร็จจะได้นำผลผลิตไปใช้ตามพระประสงค์ต่อไป

สำหรับศูนย์เรียนรู้การเกษตรอทิตยาทรแห่งนี้ ดำเนินการก่อสร้างสืบเนื่องจาก พระเจ้าหลานเธอพระองค์เจ้าอทิตยาทรกิติคุณ ได้เสด็จเยี่ยมพสกนิกรชุมชนบ้านระไซร์ เมื่อวันที่ 31 มกราคม 2558 ทรงทราบถึงปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน เนื่องจากประชาชนส่วนใหญ่ประกอบอาชีพการทำนาโดยอาศัยน้ำฝน จึงมีรายได้จากการทำนาเพียงอย่างเดียว หลังจากฤดูกาลทำงานแล้วพื้นที่จะถูกทิ้งไว้ว่างเปล่าเป็นเวลา 4-5 เดือนในทุกปีเพราะไม่มีน้ำ เนื่องจากน้ำเป็นปัจจัยสำคัญเพื่อการเกษตรกรรมและการดำรงชีวิตด้านการเกษตร การที่เกษตรกรทำนาเพียงอย่างเดียว และมีความเสี่ยงสูงต่อสภาพภูมิอากาศที่ไม่แน่นอน มีรายได้ไม่เพียงพอเลี้ยงครอบครัว มีความเป็นอยู่อย่างยากลำบาก จึงต้องอพยพแรงงานเข้าสู่ภาคอุตสาหกรรม ทิ้งให้ผู้สูงอายุและเด็กอยู่บ้าน เป็นเหตุให้เกิดปัญหาสังคมตามมา

พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าอทิตยาทรกิติคุณ ได้ทรงปรารภที่จะสร้างศูนย์การเรียนรู้การเกษตรส่วนพระองค์ ขึ้นที่บ้านระไซร์ ตำบลตั้งใจ อำเภอเมืองสุรินทร์ จังหวัดสุรินทร์ เป็นศูนย์เรียนรู้การเกษตร ตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้ด้านการเกษตรแก่เกษตรกรและผู้ที่สนใจ เน้นด้านการจัดการพื้นที่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด มีกิจกรรมการเกษตรที่หลากหลาย เช่น ด้านการจัดการดิน พืช ปศุสัตว์ ประมง การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นการดำเนินกิจกรรมให้เหมาะสมกับพื้นที่ ลดต้นทุนการผลิต เพิ่มผลผลิต และสร้างรายได้

ตลอดจนการน้อมนำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร นำมาปฏิบัติให้เกิดประโยชน์สูงสุด มีการทำกิจกรรมการเกษตรที่หลากหลาย ใช้ปัจจัยการผลิตที่เกื้อกูลกัน เพื่อลดการนำเข้าปัจจัยจากภายนอก ทำให้เกิดความมั่นคงในอาชีพการเกษตร โดยการสร้างวิทยากรเกษตรกรต้นแบบ การจัดกิจกรรมและแปลงเรียนรู้ต้นแบบ การกำหนดฐานเรียนรู้และหลักสูตรการเรียนรู้ให้เกษตรกรที่สนใจเข้ามาเรียนรู้ ให้สามารถนำไปปรับใช้ตามความเหมาะสมของแต่ละพื้นที่ เพื่อให้เกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้น

คุณแหน : 18 ธันวาคม 2560

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/309337

คุณแหน : 18 ธันวาคม 2560

คุณแหน : 18 ธันวาคม 2560

วันจันทร์ ที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

●● สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินไปในการพระราชทานเพลิงศพ ศ.ประภาศน์ อวยชัย 24 ธ.ค. 17.00 น. ณ เมรุหลวงหน้าพลับพลาอิศริยาภรณ์ วัดเทพศิรินทราวาสและเปิดสวดพระอภิธรรม ณ ศาลากวีนิรมิต 23 ธ.ค. 19.00 น. บุตรธิดา สุวิชานาควัชระ,รศ.ทญ.ปริม อวยชัย,สุภฤกษ์ อวยชัย ฝากเรียนเชิญมา ณ โอกาสนี้..

●● พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์ ทรงพระกรุณาเสด็จเป็นองค์ประธานงานเลี้ยงรับรองพิธีมงคลสมรสระหว่าง วรมาศ ศรีวัฒนประภา บุตรี วิชัย-เอมอร ศรีวัฒนประภา กับ รวิ อิทธิระวิวงศ์ บุตรศ.นพ.พิบูลย์-พวงเพ็ญ อิทธิระวิวงศ์ ณ Fountain Square คิงเพาเวอร์ คอมเพ็กซ์ ถ.รางน้ำ 24 ธ.ค. 18.00 น. …

●● และงานช้างอีกงานฉลองสมรสพระราชทานระหว่าง ราศรี บาเล็นซิเอก้า บุตรี ไมเคิล เจ ฮอนโนลด์-อรศรี บาเล็นซิเอก้า ฮอนโนลด์ กับ ภัสสรกรณ์ จิราธิวัฒน์ บุตร สุทธิเกียรติ จิราธิวัฒน์-อาภัสรา หงสกุล 24 ธ.ค.18.00 น. เซ็นทาราแกรนด์และบางกอก คอนเวนชันเซ็นเตอร์ แอท เซ็นทรัลเวิลด์ ชั้น 22..

●● ทิพย์รักษ์-ภควดี สุขุม และ ศ.ภิชานไกรฤทธิ์-พิสมัย บุณยเกียรติ จัดงานหลั่งน้ำพระพุทธมนต์และประสาทพร ทิพธิดา สุขุม กับ ดร.ณฤทธิ์พล บุณยเกียรติ 24 ธ.ค. 11.11 น. ณ บ้านเลขที่ 1 ซอยเจริญกรุง 30 ส่วนงานฉลองสมรส 14 ม.ค. ศกหน้าที่บ้านปาร์คนายเลิศ..

●● ณัฐธีรา บุญศรี รวบรวมน้ำหอมแบรนด์ดังระดับโลก หายากมีกลิ่นหอมเป็นเอกลักษณ์ พร้อมนิทรรศการ Scents of Rarity ให้
แฟนคลับไปพิสูจน์ความหอมคลาสสิกได้ 17-24 ธ.ค. แผนกบิวตี้ แกลเลอรี่ เซ็นทรัลชิดลม..

●● อุษณีย์ มหากิจศิริ ส่งโดนัทแห่งความสุข คริสปี้ครีม ตกแต่งหน้าด้วยไวท์ช็อกฯ,เรดช็อกฯ,ดาร์คช็อกฯ,กรีนช็อกฯด้วยหน้าซานตาคลอส หน้ากวางเรนเดียร์ หน้าเรดฮอลิเดีย์ กิฟท์ และหน้าไวท์ ฮอลิเดย์ สปริงเคิลส์ ในเทศกาลเฉลิมฉลองถึงสิ้นเดือนม.ค.ศกหน้า ส่วน พายเฟสซ์พายสูตรลับอารมณ์ดี สไตล์โฮมเมดจากออสเตรเลีย ส่งมอบรอยยิ้มหลากหลายสไตล์ อร่อยระดับพรีเมี่ยม ราคาคุ้มค่า ถึง 7 ม.ค.ศกหน้า…

●● ก๊วนเพื่อนรัก พนิตา ตู้จินดา,นิรัชรา ศิริอำพันธ์กุล พร้อมสองพี่น้อง วรินทร พูนศิริวงศ์-วรุณพร สุพรรณธะริดา ออกเดินทาง 17 ธ.ค. ไปฉลองคริสต์มาสอีฟที่ปารีส พร้อมนัดแนะไปกินอาหารอร่อยระดับมิชลิน กี่ดาวข่าวไม่แจ้ง..

●● คุณหญิงสุภรณ์ วิจิตรานุช มีความสุขกับการทำสวนแต่วันก่อน หน้ามืด ล้มหัวโขก..แค่หัวโนเป็นลูกมะนาว แต่มีลูกอยู่ใกล้ด้วยเลยปลอดภัย…ขอให้หายเร็วเพราะที่ร้านจิตรลดา มีสินค้าใหม่ๆ ให้ช็อปเป็นของใช้ของฝากปีใหม่ ตอนนี้กำลังขายดี..●●

คุณแหน

ฉลองเปิดโชว์รูม ‘ศิรินภาไดมอนด์’ โฉมใหม่

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/309180

ฉลองเปิดโชว์รูม ‘ศิรินภาไดมอนด์’ โฉมใหม่

ฉลองเปิดโชว์รูม ‘ศิรินภาไดมอนด์’ โฉมใหม่

วันอาทิตย์ ที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

ศิรินภา สว่างล้ำ กรรมการผู้จัดการบริษัทศิรินภาไดมอนด์ จัดงานฉลองเปิดโชว์รูมศิรินภาไดมอนด์โฉมใหม่ ชั้น 1 ศูนย์การค้าสยามพารากอน ภายใต้คอนเซ็ปท์ The Splendors of Forever Beauty (เดอะสเปลนเดอร์ส ออฟฟอร์เอเวอร์ บิวตี้)โดยมีแขกผู้มีเกียรติร่วมยินดีมากมาย อาทิ อำไพ หาญไกรวิไลย์, ญาณรักษ์ มานิธิคุณ, จินตนา อัศวทวีโชคชัย, ชมพูนุท เตชะไพบูลย์, ดร.ดาวใจ ไพจิตร, โสภาบวรวาณิชย์ ไฮไลท์ภายในงานอยู่ที่แฟชั่นโชว์เปิดตัวคอลเลคชั่นใหม่ โดยนางแบบชั้นนำซินดี้-สิรินยา, น้ำฝน-สรวงสุดา, เข็ม-ลภัสรดา,โย-ยศวดี และนางแบบกิตติมศักดิ์ พิมพ์อร-รวินทร์ธันย์ อัศวทวีโชคชัย, ดวงรัตน์ บวรวาณิชย์และ ดาวลดา ปุราโน บิ๊กฟอร์ด นอกจากนี้ ศิรินภาไดมอนด์ได้เตรียมเครื่องเพชรชุดใหญ่มูลค่ากว่าล้านบาทแจกในโอกาสฉลองครบรอบ 27 ปี สำหรับลูกค้าที่มียอดซื้อสะสมครบทุกๆ 50,000 บาท รับคูปองชิงโชค 1 ใบ สะสมยอดได้จนถึงเดือนมีนาคมศกหน้า

‘โคโค่แม็ก’ สานฝัน ‘น้องเมย์-พี่แดง’ นักกีฬาผู้พิการหัวใจแกร่งพิชิตไตรกีฬาระดับโลก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/309182

‘โคโค่แม็ก’ สานฝัน ‘น้องเมย์-พี่แดง’  นักกีฬาผู้พิการหัวใจแกร่งพิชิตไตรกีฬาระดับโลก

‘โคโค่แม็ก’ สานฝัน ‘น้องเมย์-พี่แดง’ นักกีฬาผู้พิการหัวใจแกร่งพิชิตไตรกีฬาระดับโลก

วันอาทิตย์ ที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

“ชัยชนะที่ยิ่งใหญ่ คือ การชนะใจตัวเอง” คำพูดธรรมดาๆ ที่หลายคนอาจจะไม่เข้าใจอย่างถ่องแท้แต่สำหรับอีกหลายคนบนโลกใบนี้ พวกเขารับรู้และเข้าใจดีว่า “อุปสรรค” คือ “ความท้าทาย” เป็นจุดเริ่มต้นและเป็นบททดสอบความแข็งแกร่งของ “จิตใจ”หากฝ่าฟันมันไปได้นั่นหมายถึงชัยชนะอันยิ่งใหญ่

น้องเมย์-ภัทรา กรังพานิชย์ นิสิตชั้นปีที่ 2คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี มหาวิทยาลัย ธรรมศาสตร์ ดีกรีนักกีฬาว่ายน้ำผู้พิการทีมชาติ และ พี่แดง-แดง โพธิ์สูง หนุ่มนักปั่นจักรยานผู้พิการขาจากเมืองชลบุรี ได้พิสูจน์ให้ทุกคนเห็นแล้วว่า “ความพิการ” ทางร่างกาย ไม่ได้เป็นอุปสรรคสำหรับจิตใจ แต่มันคือความท้าทาย ให้กล้าที่จะเอาชนะใจตัวเอง และก้าวออกมาสานต่อความฝัน พิชิตเป้าหมายการเป็นนักกีฬาผู้พิการขาคนไทยทีมแรกในสนามการแข่งขันไตรกีฬาระดับโลก “ลากูน่าภูเก็ต ไตรกีฬา” ได้สำเร็จ โดยมี บริษัท เอเซียติคอุตสาหกรรมเกษตร จำกัด ผู้ผลิตน้ำมะพร้าวแท้ 100% พร้อมดื่มตรา “โคโค่แม็ก” (Cocomax) ซึ่งเป็นผู้อยู่เบื้องหลังการสนับสนุนและร่วมสานฝัน 2 นักสู้ให้เป็นจริง ในสนามการแข่งขันไตรกีฬาระดับโลก“ลากูน่าภูเก็ต ไตรกีฬา ครั้งที่ 24 ประจำปี 2560” ประเภททีมผสม ในนามตัวแทนจากทีม “โคโค่แม็ก” ด้วยระยะทางว่ายน้ำ 1.8 กิโลเมตร วิ่งระยะทาง 12 กิโลเมตร และปั่นจักรยาน 50 กิโลเมตร โดยทั้งคู่สร้างสถิติเข้าเส้นชัยในลำดับทีมที่ 19 ด้วยเวลารวม 3 ชั่วโมง 48 นาที

น้องเมย์-ภัทรา กรังพานิชย์ สาวน้อยนักสู้วัย 20 ปี ดีกรีเงือกสาวผู้พิการทีมชาติไทย ผู้มีใจรักในการกีฬาทุกประเภท เล่าให้ฟังว่า “แม้ว่าร่างกายจะต้องสูญเสียขาไป แต่ น้องเมย์ ก็ไม่เคยยอมแพ้ และพร้อมที่จะเปลี่ยนทุกวิกฤติให้เป็นโอกาส เป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้เธอกลายมาเป็นนักกีฬาผู้สร้างแรงบันดาลใจให้ใครอีกหลายคน การแข่งขันไตรกีฬา ต้องอาศัยการฝึกซ้อมอย่างสม่ำเสมอ ความแข็งแรงของร่างกายรวมถึงความสู้ของจิตใจ ในการว่ายน้ำ ปั่นจักรยาน และวิ่ง เป็นการแข่งขันกับตัวเอง ด้วยการเอาชนะใจตัวเอง ซึ่งการลงแข่งในครั้งนี้ ก็เป็นอีกหนึ่งโอกาสดีๆ ที่โคโค่แม็ก ได้หยิบยื่นให้หนูด้วยการสนับสนุน วีลแชร์ เรซซิ่ง (Wheelchai Racing) ชุดยูนิฟอร์ม อุปกรณ์ต่างๆ ตลอดจนค่าใช้จ่ายต่างๆ ในการลงสนาม ลากูน่าภูเก็ต ไตรกีฬา ที่หนูใฝ่ฝันจะพิชิตเป้าหมายให้สำเร็จ ความฝันครั้งนี้ประสบความสำเร็จได้อย่างสวยงาม และเป็นแรงผลักดันให้หนูมุ่งมั่นทำความฝันในการเป็น “นักไตรกีฬามืออาชีพ”ให้สำเร็จค่ะ”

ด้านผู้ร่วมทีม พี่แดง-แดง โพธิ์สูง หนุ่มวัย 42 ปีนักปั่นน่องเหล็กจากเมืองชลบุรีผู้พิการขาขวาที่ชื่นชอบการปั่นจักรยานเป็นชีวิตจิตใจ เล่าให้ฟังว่า “การสูญเสียมาพร้อมกับความเสียใจเสมอ แต่ความเสียใจจะอยู่กับชีวิตเราตลอดไปไม่ได้ เราต้องกล้าที่จะยอมรับความจริง เรียนรู้การปรับตัว และเข้าใจในการเปลี่ยนแปลง เอาชนะใจและความรู้สึกของตัวเองให้ได้ อาจจะต้องใช้เวลาสักนิด แต่เมื่อผ่านมาได้เราจะพบสิ่งใหม่ที่ดีกว่า การแข่งขันลากูน่า ภูเก็ต ไตรกีฬา เป็นการลงแข่งไตรกีฬาครั้งแรกของผม ซึ่งได้รับการสนับสนุนจาก โคโค่แม็ก ลงประเภททีมผสม มี น้องเมย์ รับหน้าที่ในการว่ายน้ำ 1.8 กิโลเมตร และวิ่งระยะทาง 12 กิโลเมตร ส่วนผมปั่นจักรยาน 50 กิโลเมตร บนเส้นทางที่ค่อนข้างท้าทาย มีความคดเคี้ยว เนินสูง โค้งหักศอก และผู้ร่วมแข่งขันจากนานาประเทศ เนื่องจากเป็นสนามแข่งขันระดับสากล การทำความเร็ว การทรงตัว สติ และสมาธิจึงเป็นสิ่งสำคัญ ทำให้ผมสามารถทำเวลาในการปั่นจักรยานได้ดีกว่าเป้าที่ตั้งไว้ และจะพยายามพัฒนาตัวเองต่อไปให้ดีกว่านี้ครับ”

นับว่า “น้องเมย์” และ “พี่แดง” นักไตรกีฬาหัวใจเหล็ก เป็นเสียงสะท้อนเล็กๆ ให้เห็นคุณค่าของตัวเองแม้ร่างกายจะไม่เต็มร้อย ก็ไม่เป็นอุปสรรคในการพิชิตความฝัน ขอเพียงมุ่งมั่น ตั้งใจ ไม่ย่อท้อ เปลี่ยนความกลัวเป็นความกล้า พร้อมสร้างสรรค์สิ่งดีๆ เพื่อตนเอง และพร้อมส่งต่อแรงบันดาลใจเกินร้อย ให้กับผู้คนรอบข้าง เพื่อก้าวไปสู่จุดหมายได้อย่างสำเร็จ

น้องเมย์-ภัทรา กรังพานิชย์ สาวน้อยนักสู้วัย 20 ปี

น้องเมย์-ภัทรา กรังพานิชย์ สาวน้อยนักสู้วัย 20 ปี

แดง โพธิ์สูง นักปั่นผู้พิการขา

แดง โพธิ์สูง นักปั่นผู้พิการขา

Health News : ผ่าตัดช่วยทารกน้อยหัวใจอยู่นอกร่างกาย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/309195

Health News : ผ่าตัดช่วยทารกน้อยหัวใจอยู่นอกร่างกาย

Health News : ผ่าตัดช่วยทารกน้อยหัวใจอยู่นอกร่างกาย

วันอาทิตย์ ที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.
คณะศัลยแพทย์อังกฤษที่โรงพยาบาลเมืองเลสเตอร์ ประสบความสำเร็จในการผ่าตัดช่วยชีวิต วาเนลโลฟ โฮป วิลกินส์ ทารกเพศหญิงชาวอังกฤษ วัย 3 สัปดาห์ ซึ่งเกิดมาพร้อมผิดปกติ หัวใจออกมาอยู่นอกร่างกาย ซึ่งมารดาของเธอคือ นาโอมิ ฟินด์เลย์ รู้เรื่องนี้ตั้งแต่ช่วงตั้งครรภ์เธอได้นาน 9 สัปดาห์ กระทั่งคลอด และได้รับการช่วยเหลือผ่าตัดนำหัวใจกลับเข้าไปอยู่ในร่างกายได้สำเร็จ ท่ามกลางความยินดีของทุกฝ่าย การผ่าตัดดำเนินการถึง 3 ครั้ง อาการป่วยของหนูน้อยดีขึ้นเรื่อยๆ แต่แพทย์ก็ยังต้องเฝ้าติดตามพัฒนาการอย่างใกล้ชิด ตามปกติแล้วทารกที่มีอาการลักษณะนี้ส่วนใหญ่มักเสียชีวิตตั้งแต่ในครรภ์มารดา ข้อมูลการแพทย์ระบุอัตราเฉลี่ยทารกเกิดมาลักษณะที่อวัยวะภายในออกมาด้านนอกร่างกายอยู่ที่ราว 8 คน ต่อ 1 ล้านคน และใน 8 คน ที่รอดชีวิตมีอัตราการตายภายในช่วง 3 วันแรกสูงถึงร้อยละ 90

แหวกฟ้าหาฝัน : ไปเที่ยวปราสาทที่ใหญ่ที่สุดในโลก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/309165

แหวกฟ้าหาฝัน : ไปเที่ยวปราสาทที่ใหญ่ที่สุดในโลก

แหวกฟ้าหาฝัน : ไปเที่ยวปราสาทที่ใหญ่ที่สุดในโลก

วันอาทิตย์ ที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

นักท่องเที่ยวที่มีโอกาสเยือนโปแลนด์ สถานที่แห่งหนึ่งที่ควรไปให้ได้ ไม่เช่นนั้นเสมือนหนึ่งยังมาไม่ถึงก็คือ Malbork Castle ปราสาทที่ใหญ่ที่สุดในโลก การเดินทางมาปราสาทนี้ก็ไม่ยาก หากนักท่องเที่ยวซื้อ Poland rail pass สามารถนั่งรถไฟมาถึงเมืองได้โดยใช้เวลาในการเดินทางจากวอร์ซอร์ประมาณ 2 ชั่วโมง รถไฟที่ออกจากวอร์ซอร์นี้เป็นรถไฟสายพิเศษจึงต้องเสียค่าจองต่างหากนอกเหนือจากปกติอีก 43 เหรียญโปแลนด์ต่อเที่ยว แต่หากนักท่องเที่ยวซื้อตั๋วรถไฟชั้นหนึ่งจะมีอาหารเสิร์ฟให้ด้วยโดยอาหารที่เสิร์ฟจะเหมือนกับอาหาร A la cart ตามโรงแรม เมื่อลงรถไฟแล้ว นักท่องเที่ยวสามารถเดินจากสถานีรถไฟไปถึงปราสาทได้โดยไม่จำเป็นต้องนั่งรถบัส เพราะปราสาทห่างจากสถานีรถไฟเพียงแค่ 1.6 กิโลเมตรเท่านั้น ระหว่างทางก็เดินไม่ยาก และมีร้านรวงขายของอยู่ทั่วไป เดินเพลินๆ เดี๋ยวเดียวก็ถึงปราสาทแล้ว ก่อนเข้าปราสาทนักท่องเที่ยวต้องซื้อตั๋วในห้องขายตั๋วที่มีขนาดใหญ่มากซึ่งทำให้คาดเดาได้ว่าในฤดูร้อนนักท่องเที่ยวคงล้นหลาม ด้วยสนนราคาถึง 30 เหรียญโปแลนด์ โดยรวมค่า Audio guide ไว้แล้ว

หลังจากเสียเงินค่าเข้า และถ่ายรูปด้านหน้าจนสมใจแล้ว ก็ถึงเวลาเดินชมปราสาทที่สร้างด้วยอิฐแดงที่ใหญ่ที่สุดในโลก ปราสาทสไตล์คลาสิกแห่งยุคกลางที่ถูกสร้างขึ้นโดยอัศวิน Teuton เพื่อใช้เป็นป้อมปราการนี้ดั้งเดิมชื่อ Mary’s Castle ตามชื่อเมือง Marienburg ต่อมาในปี 1466 ทั้งปราสาทและเมืองได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของอาณาจักรปรัสเซียหรือจังหวัดหนึ่งของโปแลนด์ ปราสาทที่ขึ้นทะเบียนมรดกโลกตั้งแต่เดือนธันวาคมปี 1997 และตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกของแม่น้ำ Nogat นี้เป็นที่ประทับของราชวงศ์มาอย่างยาวนานจวบจนกระทั่งเกิดการแบ่งแยกประเทศโปแลนด์ครั้งที่หนึ่งในปี 1772 โดยมีการว่างเว้นเพียงช่วงที่โปแลนด์ที่ปกครองโดยราชวงศ์สวีเดนเท่านั้น ปราสาทได้รับการต่อเติมหลายครั้งจนกลายเป็นปราสาทสไตล์โกธิกที่ใหญ่ที่สุดในยุโรปโดยมีพื้นที่มากถึง 52 เอเคอร์ หรือ 4 เท่าของพระราชวังวินเซอร์ พระราชวังที่เคยเป็นที่ประทับของเจ้าหญิงไดอาน่าแห่งอังกฤษ อย่างไรก็ดีในช่วงสงครามโลกครั้งที่สองปราสาทนี้ได้ถูกทำลายลงอย่างมาก จึงได้รับการบูรณะครั้งใหญ่ในครึ่งหลังของคริสต์ศตวรรษที่ 20 จวบจนกระทั่งสมบูรณ์ในเดือนเมษายนปี 2016 นี่เอง นักท่องเที่ยวจะเห็นว่าปราสาทแบ่งเป็นหลายส่วนและมีกำแพงหลายชั้น

ส่วนที่สำคัญและเข้าถึงง่ายที่สุดของปราสาทก็คือส่วนที่ตั้งอยู่ริมแม่น้ำ Nogat เพราะบริเวณนี้จะเป็นที่จอดเรือที่มาจากทะเลบอลติก ในช่วงที่อัศวิน Teuton ปกครองและดูแลปราสาทนั้น พวกเขาสามารถสร้างรายได้จากการเก็บค่าผ่านเรือและกลายเป็นผู้ควบคุมการค้าอำพันแต่ผู้เดียว ในปี 1466 ทั้งปราสาทและเมืองกลายเป็นส่วนหนึ่งของราชวงศ์ปรัสเซีย และกลายเป็นที่พำนักของราชวงศ์ หลังจากการแบ่งแยกโปแลนด์ครั้งที่หนึ่งนับจากปี 1772 ที่นี่ก็ถูกปล่อยปละละเลย จนถึงปี 1794 David Gilly สถาปนิกชาวปรัสเซียได้รับมอบหมายให้ทำการสำรวจและจัดการกับอนาคตของปราสาทFriedrich Gilly บุตรชายของ David Gilly จึงได้ทำการแกะสลักเรื่องราวของปราสาทและจัดแสดงที่เบอร์ลินประเทศเยอรมนี เพื่อเรียกร้องความสนใจให้กับปราสาท ปราสาทกลายเป็นโรงพยาบาลในสมัยนโปเลียน แต่หลังสงคราม 6 ฝ่ายที่ฝรั่งเศสพ่ายแพ้ให้กับเยอรมนี ปราสาทแห่งนี้ก็กลายเป็นสัญลักษณ์ของประวัติปรัสเซียไป

ในช่วงการบูรณะปราสาทที่เป็นสัญลักษณ์ของความยิ่งใหญ่ของอัศวิน Teuton ในการทำสงครามศาสนากับปรัสเซียและลิทัวเนียนี้ได้ทำให้เกิดการฟื้นฟูศิลปะยุคกลาง และงานแกะสลักที่เคยถูกหลงลืมมานาน การเยือนปราสาทแห่งนี้จึงเป็นกระตุ้นเตือนให้เห็นความสำคัญของประวัติศาสตร์ยุโรปกลางที่เต็มไปด้วยความขัดแย้งและความรุนแรง อีกทั้งยังสะท้อนให้เห็นถึงความซับซ้อนในการก่อสร้างปราสาทตามแนวทางศิลปะแบบโกธิก ปราสาทแห่งนี้จึงเป็นเสมือนหนึ่งอนุสาวรีย์ที่ควรค่าแก่การอนุรักษ์ไว้ทั้งทางด้านวิทยาศาสตร์และศิลปะศาสตร์ นักท่องเที่ยวที่ได้มาเยือนปราสาทจะรู้สึกสนุกสนานและตื่นตาตื่นใจกับความอลังการของงานสถาปัตยกรรมที่ดูเรียบง่ายแต่ยิ่งใหญ่สมกับที่เป็นปราสาทที่ใหญ่ที่สุดในโลกและได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก

Malbork Castle

Malbork Castle

ตัวอย่างห้องในปราสาท

ตัวอย่างห้องในปราสาท
อาหารบนรถไฟสายพิเศษ

อาหารบนรถไฟสายพิเศษ

pet care : วิธีและช่องทางการให้ยาสัตว์น้ำ (ตอนจบ)

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/309190

pet care : วิธีและช่องทางการให้ยาสัตว์น้ำ (ตอนจบ)

pet care : วิธีและช่องทางการให้ยาสัตว์น้ำ (ตอนจบ)

วันอาทิตย์ ที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว เราได้คุยกันถึงเรื่องการให้ยาในรูปแบบต่างๆ ทั้งยากิน ยาทา และยาฉีด รวมถึงสภาพแวดล้อมที่ดีของปลาไปแล้ว แต่ในการรักษาจริงนั้น จะมีปัญหาที่เกี่ยวข้องในการใช้ยาหลายเรื่อง สัปดาห์นี้เรามาดูกันนะครับว่าปัญหาที่พบบ่อยๆ นั้น มีอะไรบ้าง

● ปัญหาที่พบบ่อยในการใช้ยาในสัตว์น้ำคืออะไร?

ปัญหาที่สำคัญคือ การใช้ยาและสารเคมีอย่างผิดๆ เช่นใช้ยาไม่ตรงกับโรค ใช้ปริมาณมากหรือน้อยเกินไป การให้ในระยะเวลาที่ให้ยาไม่เหมาะสม รวมถึงวิธีการให้ยาไม่เหมาะกับความสามารถในการให้ยาเป็นต้น

ตัวอย่างของการใช้ยาและสารเคมีอย่างผิดๆ เช่น การใช้น้ำยาปรับสภาพน้ำโดยที่ไม่ทราบองค์ประกอบ หรือคุณสมบัติ  โดยการหยดหรือเติมลงในน้ำทุกครั้งหลังการเปลี่ยนถ่ายน้ำ โดยที่ไม่ได้พิจารณาว่าจำเป็นหรือไม่ หากน้ำที่เปลี่ยนเป็นน้ำประปาที่สะอาดอยู่แล้ว การใส่สารเคมีลงไปก็นับเป็นการเติมสารพิษลงไปในน้ำ ทำให้สภาพแวดล้อมในการดำรงชีวิตของปลาแย่ลง หรือการใช้ยาที่กำหนดคุณสมบัติว่ารักษาได้ทั้งโรคจากปรสิต จากแบคทีเรีย จากเชื้อรา หรือประมาณว่า “รักษาได้ครอบคลุมทุกโรค” โดยใช้กับปลาที่อ่อนแอ โดยไม่ได้รับการตรวจวินิจฉัยโรคที่ถูกต้องจากสัตวแพทย์ ก็จัดเป็นวิธีที่ผิด เนื่องจากในความเป็นจริงแล้ว  “ไม่มียาในสัตว์น้ำชนิดใดที่มีคุณสมบัติครอบคลุมการรักษาโรคได้ทุกโรค” แน่ๆ การโฆษณาเกินจริงจะทำให้ผู้เลี้ยงใช้ยาหรือสารเคมีเกินจำเป็น และไม่ตรงกับโรคหรือความผิดปรกติของปลา ส่งผลให้การรักษาไม่ได้ผล สิ้นเปลือง และทำให้อาการของโรคพัฒนามากขึ้นและซับซ้อนขึ้น ซึ่งเมื่อทำการตรวจวินิจฉัยโรคในภายหลัง จะพบว่าปลาป่วยด้วยอาการหลายอย่างร่วมกัน รวมถึงเกิดภาวะเหงือกอักเสบขึ้น เนื่องจากสภาพแวดล้อมที่มีทั้งสาเหตุจริงที่ก่อโรค และสาเหตุที่แทรกซ้อนและจากการใช้ยาผิดประเภทร่วมกัน ก็ยิ่งจะทำให้การรักษายากมากขึ้น

ตัวอย่างการใช้ยาและสารเคมีที่ไม่เหมาะสมที่พบบ่อยอีกอย่างคือ การใช้เกลือในปริมาณน้อยๆ เติมลงในน้ำ “ทุกครั้ง” ที่เปลี่ยนถ่ายน้ำ กรณีนี้ก็เช่นเดียวกันกรณีที่เติมสารปรับสภาพน้ำ
ต่างกันที่มีความระคายเคืองต่อเหงือกและผิวหนังปลาน้อยกว่า จะทำให้สังเกตเห็นการระคายเคืองได้ยากกว่าหรือไม่สามารถสังเกตพบได้ แต่ผลที่ตามมาจากการใช้เกลือต่อเนื่องตลอดเวลาจะทำให้ปลาและปรสิต (ที่อาจมีอยู่แล้วบนตัวปลา) ทนทานต่อระดับความเค็มของเกลือ ทำให้การรักษาโรคปรสิตทำได้ยากขึ้น

ข้อควรคำนึงและพึงระวังให้เสมอสำหรับการใช้สารเคมีในการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ คือ “ใช้เมื่อจำเป็น” ไม่ใช้พร่ำเพรื่อตลอดเวลา เพราะถึงแม้สารเคมีนั้นจะปลอดภัยต่อปลา แต่ก็อาจส่งผลต่อสภาพแวดล้อมในตู้ปลาได้ เช่น เกลืออาจทำให้เชื้อบางชนิดเจริญเติบโตได้มากขึ้นเนื่องจากชอบสภาพแวดล้อมที่มีความเค็ม เป็นต้น

เราสามารถเลือกซื้อยาหรือสารเคมี ได้จากหลายแหล่งเช่น ตลาดนัด ร้านขายปลา ร้านขายยา ร้านขายเคมีภัณฑ์ ทั้งนี้ขึ้นกับชนิดของสารเคมีที่ต้องการ แต่สิ่งที่ต้องทราบก่อนจะเลือกซื้อยาหรือสารเคมีใดมาใช้คือ ปลาป่วยเป็นโรคอะไร มีความผิดปกติอะไร จำเป็นต้องใช้ยาหรือสารคมีชนิดใดในการรักษาหรือไม่ ความผิดปกตินานาประการของปลาอาจไม่จำเป็นต้องใช้ยาหรือสารเคมีใดๆ ในการรักษา ใช้เพียงแค่เวลาและการปรับสภาพแวดล้อมก็จะหายได้เอง

หากจำเป็นต้องใช้ยาและสารเคมี ก็ควรดูฉลาก กำกับยาว่า มีสารเคมีใดเป็นองค์ประกอบมีคุณสมบัติตามที่ต้องการหรือไม่ สีและลักษณะเนื้อยา องค์ประกอบที่สังเกตได้เป็นชนิดที่ตรงกับคุณสมบัติที่ระบุไว้หรือไม่ หากไม่ทราบก็ควรหาข้อมูลเบื้องต้นจากหนังสือหรือขอคำแนะนำจากสัตวแพทย์หรือนักวิชาการที่มีประสบการณ์ก่อน

ปัจจุบันยาและสารเคมีที่ผู้ขายระบุว่าใช้สำหรับปลานั้นมีมากมาย แต่มักจะไม่ระบุองค์ประกอบของยา หรือสารออกฤทธิ์ ผู้เลี้ยงทุกคนควรร่วมมือกัน “ปฏิเสธการเลือกซื้อยาที่ไม่มีรายละเอียดของตัวยาและส่วนประกอบเหล่านี้” รวมถึง “ยาหรือเคมีที่โฆษณาคุณประโยชน์เกินจริง”เพื่อไม่เป็นการส่งเสริมให้มีผู้ผลิต “ยาปลอม” สำหรับใช้ในปลาออกมาจำหน่ายในท้องตลาด ซึ่งจะส่งผลเสียแก่ผู้เลี้ยงปลาโดยตรงครับ

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ นายสัตวแพทย์ ดร.ทิลดิสร์ รุ่งเรืองกิจไกร

ฝ่ายประชาสัมพันธ์และส่งเสริมภาพลักษณ์องค์กร

คณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย