ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
http://www.naewna.com/lady/310553

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
http://www.naewna.com/lady/310553

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
http://www.naewna.com/lady/310537

เควิน กัมบีร์ รองประธานบริหาร บริษัทยูโรครีเอชั่นส์ จำกัด ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายเฟอร์นิเจอร์แบรนด์ดังระดับโลกสัญชาติยุโรป และ ฯพณฯ ฟรานเชสโคซาเวริโอ นิสิโอ เอกอัครราชทูตอิตาลีประจำประเทศไทย ได้ร่วมกันสะท้อนเสน่ห์แห่งอิตาลีผ่านศิลปะแห่งรสชาติและดีไซน์ ในงาน “อิตาเลียน คูซีน แอนด์ ดีไซน์” ให้แขกกิตติมศักดิ์ที่มาร่วมงานได้ลิ้มลองอาหารอิตาเลียนเลิศรส ซึ่งมีเมนูพิเศษสุดคลาสสิก “Cjarsons” ที่สะท้อนรสชาติแบบอิตาเลียนแท้ๆ ในรูปแบบใหม่ รังสรรค์โดยเซเลบริตี้เชฟ Fabriozio Noniz ผู้มีชื่อเสียงในวงการอาหารอิตาเลียนแกสโตรโนมี โดยแขกที่มาร่วมงาน อาทิ สกุลธร-กมลฉัตร จึงรุ่งเรืองกิจ, ดิฐวัฒน์ อิสสระ,นันทมาลี ภิรมย์ภักดี, อนันต์ เพ็ชรดาชัย, สุทธิลักษณ์ สำราญอยู่, วราภรณ์ วีระภุชงค์, วชิรพงศ์-สุธนา อรรถยุกติ,ดร.กันธิชา ฉิมศิริ และ มร.อเล็กซานเดอร์ ปาเป้ ได้ร่วมลิ้มลองอาหารมื้อพิเศษ ณ ยูโร ครีเอชั่นส์ แกลเลอรี่ แอท ทองหล่อ ซึ่งเป็นโชว์รูมที่รวมหลากหลายแบรนด์เฟอร์นิเจอร์สัญชาติอิตาเลียนสไตล์โมเดิร์น ลักชัวรี่ไว้ด้วยกัน อาทิ จิออร์เจตตี้ (Giorgetti) ที่ขึ้นชื่อว่ามีความโดดเด่นเรื่องเส้นสายของรูปทรงการออกแบบที่ลงตัวดุจงานศิลปะชั้นเลิศ โมลเทนี่ แอนด์ ซี (Molteni & C) เฟอร์นิเจอร์สไตล์โมเดิร์นที่ซ่อนกลิ่นอายของความเรียบหรู และ คาสสิน่า (Cassina) แบรนด์ซึ่งเลื่องชื่อในการพัฒนาเทคนิคการออกแบบอย่างไม่หยุดนิ่ง จนสะท้อนถึงความงามของการออกแบบทั้งใน อดีต ปัจจุบัน และอนาคต
ดิฐวัฒน์ อิสสระ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ สายงานพัฒนาธุรกิจ บมจ.ชาญอิสสระ ดีเวล็อปเมนท์ สาวกอิตาเลียนดีไซน์ กล่าวว่า “เป็นคนที่ชอบอิตาเลียนแบรนด์ ไม่ว่าจะเป็นแฟชั่นแบรนด์หรือเฟอร์นิเจอร์ เพราะอิตาเลียนดีไซน์นั้นมีความทันสมัยแต่คงไว้ซึ่งความประณีตของงานฝีมือ ดูแล้วสวยเรียบง่ายแต่มีรายละเอียดซ่อนอยู่เฟอร์นิเจอร์แบรนด์จากอิตาลีก็มีคุณสมบัตินี้เช่นกัน คือ มีการออกแบบที่ร่วมสมัย ใส่ใจในทุกรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ และ ไม่ละเลยเรื่องการใช้งาน จึงเป็นความลงตัวของฟังก์ชั่นและดีไซน์จริงๆ”
อีกหนึ่งสาวผู้รักอาหารอิตาเลียนเป็นชีวิตจิตใจ นันทมาลี ภิรมย์ภักดี กรรมการผู้จัดการ บริษัท คาวาลลิโน มอเตอร์ จำกัด กล่าวว่า “วันนี้ประทับใจเมนูพิเศษของเชฟ Fabriozio Nonis มาก เพราะ Cjarsons เป็นเมนูที่คลาสสิก แต่หาชิมได้ยากในประเทศไทย และ เชฟสามารถนำเสนอเมนูนี้ได้ในรูปแบบที่แปลกใหม่น่าสนใจ ทำให้เห็นว่าวัฒนธรรมอิตาเลียนมีเสน่ห์ เพราะเขาเก็บรากเหง้าของวัฒนธรรมเดิมเอาไว้ แล้วมานำเสนอด้วยเทคนิคและรูปแบบใหม่ๆ ทำให้แก่นแท้ไม่เปลี่ยนไปแต่มีความน่าสนใจมากขึ้น ก้าวไปตามยุคสมัย”
ดินเนอร์พิเศษในงานครั้งนี้ จึงเป็นการนำเสนอจิตวิญญาณของประเทศอิตาลี ได้อย่างลงตัว ทั้งในด้าน คูซีน คือรสชาติของอาหารอิตาเลียนแท้ๆ ที่โดดเด่นไม่เหมือนชาติใดๆ และดีไซน์จากเฟอร์นิเจอร์ที่นำเสนอความงามอย่างประณีต ในการออกแบบที่ร่วมสมัย งานนี้จึงสะท้อนคำว่า “Extraordinary Italian Taste” ได้อย่างลงตัว
ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
http://www.naewna.com/lady/310555

การปิดตัวของ นิตยสารคู่สร้างคู่สม มีการกล่าวขานกันในแวดวงนักอ่าน มีทั้ง เห็นใจ เสียใจ เสียดาย และอื่นตามที่แต่ละคนเกิดความรู้สึก
ว่ากันไปแล้ว ในพ.ศ. นี้ การปิดกิจการหนังสือ ถือว่าเป็นเรื่องธรรมดา (ที่อยู่ในความคาดคิดของนักวิจัยมาหลายปีแล้ว) นับตั้งแต่สื่อออนไลน์เข้ามามีอิทธิพลแย่งลูกค้าอย่างรวดเร็ว จึงกลายเป็นคำตอบให้กับนักวิจัยว่า สื่อสิ่งพิมพ์จะต้องได้รับความกระทบกระเทือนกับวิกฤตการณ์ในส่วนนี้
เนื่องจากสื่อสิ่งพิมพ์มีการผลิตที่เป็นกระบวนการขนาดใหญ่ ไม่ใช่มีเพียงแค่นักเขียน และโรงพิมพ์เท่านั้น แต่ต้องมีฝ่ายผลิต ฝ่ายจำหน่าย ฝ่ายโฆษณา และฝ่ายบริหาร รวมกันแล้ว ถือว่า การจัดทำหนังสือออกมาจำหน่ายได้ ไม่ใช่ใช้คนเพียงคนสองคน และไม่ใช่ใช้เงินเพียงแค่ค่าพิมพ์เท่านั้น
และแน่นอน รายได้ที่ได้รับจากการผลิตจึงต้องคุ้มกับรายจ่ายที่ต้องเสียไป เป็นรายได้ที่เกิดจาก ยอดการจำหน่าย ที่ไม่ใช่รายได้สุทธิจากราคาที่ตั้งไว้บนปก เช่นราคาหนังสือ สามสิบบาท ต้องถูกหักค่าสายส่ง ถูกหักเป็นค่าพิมพ์ ถูกหักเป็นค่าเขียน รวมแล้ว ถ้าหนังสือราคาขายเล่มละสามสิบบาท เมื่อขายได้ จะเกิดรายได้สุทธิ ไม่เกินสิบบาท บางแห่งยังไม่คุ้มค่ากระบวนการผลิตด้วยซ้ำไป แต่ที่อยู่ได้ก็อาศัยค่าโฆษณามาเป็นตัวช่วย
หนังสือที่ไม่ค่อยมีโฆษณาจึงเดือดร้อนก่อนเป็นลำดับแรก ต้องแก้ตัวการขึ้นราคาให้คุ้มพอที่จะมีกำไร หากเพิ่มราคาแล้ว ยังมีคนติดตามซื้อถือว่าหนังสือมีคุณภาพ มีแรงจูงใจ ส่วนหนังสือที่ขาดแรงจูงใจก็อยู่ไม่ได้
ในส่วนของโฆษณา ก็เริ่มมีการเข้มงวดมากขึ้น หนังสือเล่มไหนพอรู้ว่ามีคนอ่านน้อยก็ถอนโฆษณา เลยกลายเป็นการซ้ำเติมยิ่งไปใหญ่
ว่าไปแล้ว เรื่องโฆษณาที่บริษัท ตัดสินจากปริมาณการตอบสนองของลูกค้าโดยดูจากยอดการขาย ที่จริงก็ไม่ใช่เกิดขึ้นเพราะ คนอ่านน้อย แต่ต้องดูบริษัทจากภาคเศรษฐกิจด้วย เมื่อเศรษฐกิจของคนในสังคมไม่ดีกำลังซื้อก็ลดน้อยลงไม่ใช่เพราะไม่มีคนอ่านหนังสือ
ในความเป็นจริง สื่อสิ่งพิมพ์จะมีปริมาณคนอ่านต่อตัวสื่อมากกว่า สื่อออนไลน์ กล่าวคือสื่อสิ่งพิมพ์เล่มเดียว แต่คนอ่านไม่ใช่คนเดียว หนังสือที่วางอยู่บนโต๊ะ ไม่ใช่คนที่เป็นเจ้าของโต๊ะเท่านั้นที่อ่าน แต่มีคนอีกมากมายที่มาหยิบอ่านด้วย แต่สื่อออนไลน์ที่วางอยู่บนโต๊ะมีเพียงเจ้าของ รหัสเท่านั้นที่เปิดอ่านได้ ฉะนั้นการกระจายคนอ่านสื่อสิ่งพิมพ์จะได้โอกาสมากกว่าสื่อออนไลน์
ด้วยกระบวนการต่างๆ นี้เองจึงทำให้หนังสือต้องทยอยปิดอยู่เรื่อยๆ ซึ่งผมถือว่า เป็นเรื่องปกติธรรมดาของกระแสความนิยมยุคนี้ แต่สื่อที่ยังไม่ปิดสิน่าจับตามองถึงความผิดปกติของเขาว่า เขามีอะไรดี เขาอยู่ได้อย่างไร
เท่าที่ผมได้รับข่าวสารจากหัวหนังสือซึ่งส่งข่าวคราวมาในหน้าวรรณกรรมนี้เป็นประจำพบว่า หนังสือที่น่าจับตามองเพราะยังคงอยู่ได้ยังมีอีกมากมาย อาทิ นิตยสารสารคดี นิตยสาร อสท, นิตยสารแพรว นิตยสารสุดสัปดาห์ นิตยสารเนชั่นแนลจีโอกราฟิก นิตยาสารมาร์เก็ตเทียร์ นิตยสารโฮม นิตยสารข้ามห้วงมหรรณพ เป็นต้น
สื่อสิ่งพิมพ์ที่ยังไม่ปิดตัวเหล่านี้ต่างหากครับที่ไม่ธรรมดาและน่าติดตามอ่านว่า เขามีดีอย่างไร
ถ่ายทอดเบื้องหลังซีรี่ส์ดัง‘ศรีอโยธยา’
พร้อมความงามรับหน้าหนาวด้วยแฟชั่นหรู
“นิตยสารแพรว” ต้อนรับเดือนสุดท้ายของปีด้วยการดึงทัพนักแสดงนำจากภาพยนตร์ซีรี่ส์ชุดอิงประวัติศาสตร์ “ศรีอโยธยา” มาถ่ายทอดเรื่องราวเหตุการณ์ในประวัติศาสตร์ไทย พร้อมบทสัมภาษณ์ความในใจของนักแสดงและเบื้องหลังการถ่ายทำ อาทิ สินจัย เปล่งพานิช, ธีรภัทร์ สัจจกุล, วรนุช ภิรมย์ภักดี, เขมนิจ จามิกรณ์, อนันดา เอเวอร์ริ่งแฮม และ จิรวิชญ์ พงษ์ไพจิตร นอกจากความอลังการของภาพยนตร์ชุดอิงประวัติศาสตร์ ยังมีเรื่องราวดีๆ เกี่ยวกับความสวยความงามอย่าง Luxury beauty essential สำหรับหนาวนี้ที่สาวๆ ต้องมีไว้สำหรับบำรุงผิว พร้อมกับแฟชั่นสุดชิคที่เหล่าแฟชั่นนิสต้าต่างออกมาครีเอทลุคกันอย่างสนุกสนานและการเตรียมตัวให้พร้อมสำหรับไปปาร์ตี้ส่งท้ายปี จำหน่ายเล่มละ 100 บาท

ย้อนอดีตสู่เหตุการณ์ต้นรัตนโกสินทร์
ค้นหานิยามของคำว่าชายชาตรีที่สมบูรณ์แบบ
“ชาตรี นฤมิต” เป็นนิยายย้อนยุค ที่เกิดขึ้นในช่วงสร้างกรุงรัตนโกสินทร์ เขียนโดย “หัสวีร์” จำหน่ายเล่มละ 300 บาท เป็นเรื่องที่ผู้เขียนต้องการค้นหาคำว่า ชายชาตรีในยุค รัชกาลที่ 1 ที่จัดว่ามีความเพียบพร้อมต่อคำว่า ชายชาตรี เรื่องราวนอกจากจะกล่าวถึงสภาพบรรยากาศย้อนยุดเมื่อสองร้อยปีที่ผ่านมา ยังแทรกประวัติศาสตร์ ที่เกิดขึ้นจริงในยุคนั้นออกมาให้คนยุคใหม่ได้เห็นภาพ ซึ่งผู้เขียนยืนยันว่า เป็นความจริง เนื่องจากได้ค้นคว้าหาหลักฐานมาจากพิพิธภัณฑ์อย่างเป็นรูปแบบ นิยายเรื่องนี้จึงเป็นได้ทั้งการบันทึกประวัติศาสตร์ และความบันเทิงจากการอ่าน

รวบยอดเรื่องของ‘ตลกร้าย’ที่เน้นความหม่นหมอง
จำหน่ายคราวเดียวกัน ทั้งหมด13เล่ม ในราคาสบายกระเป๋า
สำนักพิมพ์นานมี นานมีบุ๊คส์ ออกจำหน่ายนิยายสำหรับเยาวชน ผจญภัย ในชุด อยากให้เรื่องนี้ไม่มีโชคร้าย เขียนโดย “LEMONY SNICKET” แปลเป็นไทยโดย “อาริตา พงศ์ธรานนท์” โดยวางตลาดพร้อมกันครั้งเดียว 13 เล่ม จำหน่ายในราคาเล่มละ 185 บาท ซึ่งหนังสือในชุดนี้ได้รับการกล่าวขานจากนักอ่านต่างประเทศว่า ถือว่า เป็นเรื่องตลกร้าย ที่ใครๆ ก็ไม่ให้เกิดขึ้น โดยเนื้อหาหลักเป็นเรื่อง ความโชคร้ายของสามพี่น้องตระกูลโบดแลร์ ที่ต้องกลายเป็นเด็กกำพร้า และเขาทั้งสามต้องเจอกับความโชคร้ายในชีวิตไม่หยุดไม่หย่อน ให้ทั้งความสนุก ชวนให้คิด และหาคำตอบ ที่อยากได้รับว่าเมื่อไรพวกเขาจะสุดสิ้นจากความหม่นหมองทั้งหลายในชีวิตเสียที

กรรมใดใครก่อกรรมนั้นย่อมคืนสนอง
ซีรี่ส์สืบสวนแนวอาชญาวิทยาขายดีของจีน
“เจาะจิตฆาตกร” นิยายในรูปแบบการสืบสวนแนวอาชญาวิทยา ของนักเขียนชาวจีน “เหลยหมี่” ซึ่งออกวางตลาด ในเล่มที่สี่ ชื่อตอนว่า “(ฆาต)กรรมตามสนอง แปลเป็นไทยโดย “อัญชลี เตชะธิติกุล” เป็นเรื่องของ ชายนิรนาม ภายใต้ชื่อว่า “แสงแห่งนคร” ที่ทนมองถึงสภาพเลวร้ายในสังคม ที่ไร้ความยุติธรรมไม่ได้ จึงต้องใช้ศาลเตี้ยของตัวเองเป็นการตัดสินโทษผู้กระทำความชั่วร้าย แต่ยังดำเนินชีวิตอยู่ในสังคมโดยไม่ถูกกฎหมายลงโทษ ในเล่มนี้ มีพฤติกรรมที่แสงแห่งนคร ได้เข้าไปจัดการในหลายรูปแบบ อาทิ ครูที่ลงโทษนักเรียนจนเด็กต้องฆ่าตัวตาย ลูกทรพีที่ไล่แม่ออกจากบ้านเมื่อแม่ไม่มีเงินให้ใช้ และเรื่องของคนที่ทำความดีแต่กลับถูกใส่ร้ายจากสังคมคนชั่วที่มีมากกว่า เรื่องราวทุกอย่างจึงเป็นเสมือการคืนสนองกรรมเวรที่คนชั่วทำไว้ให้คืนกลับสู่ตัวเอง ราคาเล่มละ 395 บาท
ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
http://www.naewna.com/lady/310538

เปิดตัวอย่างเป็นทางการ ภายใต้ธีม “Beauty Beyond Time” (บิวตี้ บียอร์น ไทม์) ณ ลานพารากอนฮอลล์ ชั้น 1 ศูนย์การค้าสยามพารากอน เมื่อวันศุกร์ที่ 8 พฤศจิกายน 2560 นาถรวี วงศ์ภวาภัค กรรมการผู้จัดการ บริษัท แอพโพรโซน (ไทยแลนด์) จำกัด นำเข้าผลิตภัณฑ์บำรุงผิวหน้า “Ruby Cell” (รูบี้ เซลล์) เซรั่มระดับพรีเมียมนำเข้าจากประเทศเกาหลี เพื่อคืนความอ่อนเยาว์บนใบหน้าให้สาวๆ ได้มีความมั่นใจและมีความสุขในทุกไลฟ์สไตล์ ท่ามกลางบรรยากาศภายในงานตกแต่งด้วยโทนสีขาวสะอาดตา พร้อมเสียงดนตรีแจ๊สขับกล่อมแขกผู้มีเกียรติที่มาร่วมงานคับคั่ง ต่างมาร่วมแสดงความยินดีและร่วมแชร์เคล็ดลับดูแลผิวให้อ่อนเยาว์
เริ่มต้นเทคนิคการดูแลผิวของเซเลบริตี้คุณแม่ยังสาว เบญจวรรณ ไทรงาม เผยว่า “ไม่ค่อยชอบกิจกรรมกลางแจ้งแต่ด้วยต้องไปเชียร์ลูกสาวที่เป็นนักแข่งรถทุกสนามเจอทั้งแดดและลม จึงต้องดูแลตัวเองให้ปลอดภัยจากแสงแดดทุกรูปแบบ แต่ก็ยังสู้กับแสงแดดเมืองไทยไม่ได้ เลยต้องหาครีมบำรุงที่ช่วยฟื้นฟูผิว ซึ่งเมื่อได้มาทดลองใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวหน้า รูบี้ เซลล์ เพียงแค่สัปดาห์เดียวไม่น่าเชื่อว่าผิวหน้ากลับดีขึ้น อย่างเห็นได้ชัดสักกี่แดดก็ไม่กลัวค่ะ” ด้านไฮโซสาว ลินา-ภัคศรณ์ลีนุตพงษ์ แชร์เคล็ดลับการดูแลผิวหน้าใสโดดเด้งไร้สิวกระ ฝ้า ว่า “ในชีวิตประจำวันต้องเจอฝุ่นควันมากมาย และเป็นคนที่ผิวแพ้ง่ายมากจึงต้องทาครีมเช้าและก่อนนอนทุกวัน เพื่อคืนความชุ่มชื่นให้ผิว ที่สำคัญการพักผ่อนอย่างเพียงพอ และดื่มน้ำเปล่าให้ได้อย่างน้อยวันละ 1.5 ลิตรซึ่งน้ำเปล่านี้มีส่วนสำคัญที่สุดในการทำให้ผิวชุ่มชื่นและสดใส”ปิดท้ายที่คุณแม่ยังสาวที่ยังคงความสาวและสวยไม่เปลี่ยนโน้ต-ณัฐกานต์ ประสพสายพรกุล เล่าว่า “ด้วยหน้าที่การงานที่ต้องเป็นพิธีกรรายการโทรทัศน์ จึงหลีกเลี่ยงแสงไฟในสตูดิโอไม่ได้ รวมถึงต้องดูแลลูกๆ อีก 3 คนทำให้ไม่ค่อยมีเวลาได้ดูแลผิวหน้าสักเท่าไร ดังนั้นก่อนออกจากบ้านนอกจากจะทาครีมทาหน้าแล้วครีมกันแดดสำคัญที่สุด รวมถึงการรับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ และการนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ นอนให้ครบวันละ 8 ชั่วโมงสิ่งเหล่านี้ล้วนช่วยยืดอายุผิวได้ทั้งสิ้น”
ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
http://www.naewna.com/lady/310547

พระปฐมเจดีย์
การสวดมนต์ข้ามปีนั้นเป็นประเพณีนิยมชาวพุทธมาแต่เดิม ก่อนสิ้นปีเปลี่ยนพุทธศักราชใหม่นั้นพระสงฆ์เจริญพระพุทธมนต์บทนพเคราะห์ตามวัดเป็นประจำต่อมาจึงได้มีการนิมนต์เจริญพระสงฆ์เจริญพระพุทธมนต์บทชัยมงคลคาถาออกอากาศไปทั่วประเทศผ่านทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทยของกรมประชาสัมพันธ์ หลังสุดสมเด็จพระพุฒาจารย์ (เกี่ยว) ประธานคณะผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช ได้นำคณะสงฆ์วัดสระเกศ ประกอบพิธีเจริญพระพุทธมนต์ข้ามปีขึ้น ณ พระอุโบสถวัดสระเกศราชวรมหาวิหร โดยอนุมัติตามโบราณราชประเพณีในพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๓ซึ่งโปรดให้ประกอบพิธีในช่วงเทศกาลสงกรานต์ อันเป็นวันเถลิงศกปีใหม่แบบไทยที่มีมาแต่เดิม
ดังนั้นการสวดมนต์ข้ามปีจึงเริ่มจัดขึ้นที่วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร เป็นครั้งแรก และในปีพุทธศักราช ๒๕๔๙ กรุงเทพมหานคร โดยสำนักงานเขตป้อมปราบศัตรูพ่าย ได้เห็นความสำคัญของการสวดมนต์ข้ามปี จึงได้ร่วมกับคณะสงฆ์วัดสระเกศ จัดสวดมนต์ข้ามปีขึ้นอย่างเป็นทางการและคณะสงฆ์ได้มีความเห็นร่วมกันว่า การสวดมนต์ข้ามปีนั้นเป็นที่นิยมของประชาชนอย่างแพร่หลาย เป็นการสร้างค่านิยมที่งดงามควรแก่การส่งเสริม ที่ประชุมมหาเถรสมาคม เมื่อเดือนธันวาคม ๒๕๕๓ ณ ตำหนักสมเด็จฯวัดสระเกศฯ จึงมีมติให้วัดทุกวัดจัดสวดมนต์ข้ามปี โดยมีสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติเป็นศูนย์กลางการอำนวยการ และให้วัดเจ้าคณะจังหวัดเป็นศูนย์กลางการสวดมนต์ของจังหวัดนั้น ด้วยเหตุที่วัดสระเกศเป็นวัดที่พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช รัชกาลที่ ๑ได้ประกอบพิธีเจริญพระพุทธมนต์ที่บริเวณสระน้ำวัดสะแก ซึ่งเป็นที่ตั้งวัดสระเกศในปัจจุบัน เป็นเวลา ๓ วัน ๓ คืน จากนั้นจึงประกอบพิธีมูรธาภิเษก ก่อนปราบดาภิเษกเสด็จขึ้นครองราชย์เป็นพระปฐมกษัตริย์แห่งราชวงศ์จักรีวัดสระเกศจึงนับได้ว่าเป็นจุดเริ่มต้นแห่งการสถาปนากรุงรัตนโกสินทร์และราชวงศ์จักรีด้วย
โดยคณะสงฆ์วัดสระเกศนั้นได้รักษาประเพณีการเจริญพระพุทธมนต์เพื่อประกอบพิธีทำน้ำพระพุทธมนต์ในวาระที่สำคัญตามโบราณพระราชประเพณีตั้งแต่รัชกาลที่ ๑สืบต่อมา พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๓ทรงโปรดเกล้าฯ ให้ฟื้นฟูพิธีเจริญพระพุทธมนต์ บทมหาสมัยสูตร ให้มีระเบียบแบบแผนมากขึ้น โดยโปรดฯให้ประกอบพิธีที่พระวิหารพระอัฏฐารส ซึ่งเป็นพระพุทธรูปปางประทับยืน ศิลปะสมัยสุโขทัยตอนต้น อายุกว่า ๗๐๐ ปี หล่อด้วยทองสัมฤทธิ์ทั้งองค์สูง ๒๑ ศอก ๑ นิ้ว เป็นการหล่อพระพุทธรูปโลหะที่มีขนาดสูงใหญ่ที่สุดเป็นครั้งแรกเดิมประดิษฐานอยู่วัดวิหารทอง วัดในพระราชวังจันทน์เมืองพิษณุโลก ครั้งนั้นพระองค์ทรงปรารภว่า พระอัฏฐารสเป็นพระพุทธรูปที่สร้างขึ้นจากเหตุการณ์ในมหาสมัยสูตรด้วยพระประยูรญาติของพระพุทธองค์เกิดความแตกแยกกันอย่างรุนแรง จนถึงขั้นยกทัพมาประจันหน้าจะทำสงครามกันเหตุจากแบ่งผลประโยชน์เรื่องน้ำไม่ยุติลงได้ พระพุทธองค์จึงเสด็จมาห้ามทัพและทำให้เหตุการณ์นั้นสงบลงโดยดีดังนั้นในช่วงเทศกาลสงกรานต์ วัดเถลิงศกปีใหม่จึงมีธรรมเนียมปฏิบัติเพื่อนำน้ำพระพุทธมนต์แจกจ่ายให้กับประชาชน ได้นำไปประพรมให้ลูกหลานบ้านเรือน เรือกสวนไร่นา ให้เกิดความร่มเย็นเป็นสุขโดยทั่วกัน
กระทรวงวัฒนธรรม กรมการศาสนาและสำนักงานพุทธศาสนาแห่งชาติ ได้ร่วมกันสร้างธรรมเนียมปฏิบัติการสวดมนต์ข้ามปีในวันปีใหม่ตามมติมหาเถรสมาคมนั้นให้เกิดขึ้นทั่วประเทศและต่างประเทศ โดยนายวีระโรจน์พจนรัตน์ รมว.วัฒนธรรม พร้อมด้วย นายมานัสทารัตน์ใจ อธิบดีกรมการศาสนา, พระโสภณวชิราภรณ์ รองอธิการบดีฝ่ายกิจการต่างประเทศ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ได้ร่วมกันประสานกับสมเด็จพระสังฆราชและผู้นำทางศาสนาในประเทศต่างๆ จนมีความร่วมมือด้านการส่งเสริมและแลกเปลี่ยนด้านวัฒนธรรม ส่งเสริมงานด้านศาสนาและกิจกรรมสวดมนต์ข้ามปีระดับนานาชาติ โดยจะมีวัดต่างๆ ในหลายประเทศ เช่น ญี่ปุ่น อินโดนีเซีย ลาว จีน ศรีลังกา เมียนมา อินเดีย และประเทศที่มีวัดพุทธศาสนา ได้ร่วมกันจัดพิธีสวดมนต์ข้ามปีและจะมีการถ่ายทอดสดจากประเทศเมียนมา สวดที่พระเจดีย์ชเวดากอง ที่อินเดีย สวดที่พุทธคยา ศรีลังกา สวดที่วัดพระเขี้ยวแก้ว อินโดนีเซีย สวดที่วิหารบุโรพุทโธ เข้ามายังส่วนกลางในประเทศไทย เพื่อสร้างภูมิมงคลแห่งธรรมให้เกิดขึ้นทั่วโลก
ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
http://www.naewna.com/lady/310554

5 G
ศูนย์วิจัยเทเลนอร์ ระบุว่าเทคโนโลยี5G จะถูกนำมาเปิดตัวใช้งานเป็นครั้งแรกในมหกรรมกีฬาโอลิมปิกฤดูหนาวที่เกาหลีใต้ปีหน้า ซึ่งจะเป็นปีแห่งประวัติศาสตร์แห่งการเปิดตัวของเทคโนโลยี 5G
“เรายังหวังที่จะได้เห็นการนำ 5G มาประยุกต์ใช้งานจริง ยกตัวอย่างเช่น อาจมีการใช้โดรน(อากาศยานไร้คนขับ) ฯลฯ”

Gig Worker
แมนพาวเวอร์กรุ๊ป ผู้นำระดับโลกในธุรกิจการให้บริการการจ้างงาน จัดทำรายงานในบทวิจัยระบุว่า ในช่วง 10-15 แรงงาน Gig Worker เติบโตน่าจับตา
Gig Workerคือ แรงงานระยะสั้น เช่นงานอิสระผ่านอินเตอร์เนตที่ทำให้ทำงานได้ทุกที่ทุกเวลาผ่านแพลตฟอร์มต่างๆ ขณะที่ไทยมีจำนวนแรงงานกลุ่มนี้ 30% อนาคตจะขยายไม่ต่ำกว่าร้อยละ 50%

ระวังภัย
เทรนด์ แล็บส์ ระบุว่า จากข้อมูลของ สำนักงานสอบสวนกลางแห่งสหรัฐอเมริกา (FBI) มีการรายงานปัญหาอีเมล์หลอกลวงทางธุรกิจ (Business Email Compromise – BEC) ในประเทศต่างๆ กว่า 100 ประเทศ พบว่ามูลค่าของการสูญเงินได้เพิ่มขึ้น 2,370 เปอร์เซ็นต์ระหว่างเดือนมกราคม 2558 จนถึงเดือนธันวาคม 2559
“เราคาดการณ์ว่าอันตรายจากการหลอกลวงทางอีเมล์ จะเพิ่มขึ้นในปี 2561 ด้วยมูลค่ารวมของความสูญเสีย ที่มีการบันทึกไว้ทั่วโลกเกิน 9 พันล้านเหรียญสหรัฐ”

ใช้มือถือเพิ่ม
สำนักงานสถิติแห่งชาติ ระบุว่า การใช้คอมพิวเตอร์ อินเตอร์เนต และมือถือของประชากรอายุ 6 ปีขึ้นไป (สำรวจระหว่าง2556-2560 พบว่าผู้ใช้คอมพิวเตอร์ลดลง จาก 35% เป็น 30.8%, ใช้อินเตอร์เนตเพิ่มขึ้นจาก 28.9% เป็น 52.9% ขณะที่ผู้ใช้โทรศัพท์มือถือเพิ่มขึ้นจาก 73.3% เป็น 88.2% โดยส่วนใหญ่ 93.7% ใช้สมาร์ทโฟนในการเข้าถึงอินเตอร์เนต
ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
http://www.naewna.com/lady/310437

เซเบอร์, โรเบิร์ต จีบุย และ เจย์ สเปนเซอร์
“ชินส์ แกลเลอรี่ (Chin’s Gallery)” แกลเลอรี่ใหม่แนวศิลปะร่วมสมัย จัดงานใหญ่ Solo Exhibition คว้าตัว “เซเบอร์ (SABER)” ศิลปินชื่อดังจากสหรัฐอเมริกา เซเบอร์ (SABER) โชว์ผลงาน 27 ชิ้นครั้งแรกในเอเชีย ภายใต้คอนเซ็ปต์ “Decoding City of Angels” ถอดรหัสความเหมือนและความต่างของมหานครลอสแองเจลิสและกรุงเทพมหานคร ณ โรงแรมดิเอทัส เพลินจิต โชว์ผลงานศิลปะร่วมสมัยที่แตกต่างจำนวน 27 ชิ้นผ่านมุมมองของศิลปินชื่อดัง เซเบอร์ (SABER) ศิลปินแนวหน้าของสหรัฐอเมริกาที่สร้างผลงานที่มีชื่อเสียง จนได้รับการยอมรับจากเหล่าศิลปินรุ่นใหม่และเป็นหนึ่งในศิลปินที่ทรงอิทธิพลที่สุดของยุค
ภายในงานการจัดแสดงผลงานเดี่ยวในประเทศไทยครั้งนี้เป็น Solo Exhibition ที่มีชื่อว่า “Decoding City of Angels” ที่มาจากการถอดรหัสทุกมุมมองจากสองเมืองใหญ่ที่อยู่สองมุมโลกอย่าง “มหานครลอสแองเจลิส” และ “กรุงเทพมหานคร” เมืองที่ได้สมญานามว่าเป็นสวรรค์บนดินของผู้มาเยือน โดยนำเอาเอกลักษณ์ด้านต่างๆ ทั้งสิ่งแวดล้อมและทัศนียภาพที่สวยงามและโดดเด่น รวมไปจนถึงมุมมองทัศนคติของผู้คนที่อยู่อาศัยนำมาถ่ายทอดผ่านลายเส้นและสีสันลงบนวัสดุต่างๆ ในงานศิลปะแบบนามธรรม (Abstract) เพื่อสื่อถึงเรื่องราวของกรุงเทพมหานครเป็นซีรี่ส์ต่างๆ ซีรี่ส์แรก “To Make Believe That Light is Sound” สะท้อนเมืองกรุงเทพฯ ในรูปแบบสวยงาม โดยมีแรงบันดาลใจมาจากแสงสีและเสียงของกรุงเทพมหานคร ซีรี่ส์ที่สอง “Street Poetry” ที่สะท้อนถึงความทรงจำในอดีตของศิลปินชื่อดังในรุ่นของเซเบอร์ (SABER) ถ่ายทอดออกมาบนกำแพงเก่าใน LA ซีรี่ส์ที่สาม ได้สร้างสรรค์ผลงานสะท้อนความรู้สึกของแรงศรัทราอันแรงกล้าและด้วยความเคารพรักของคนไทยที่มีต่อพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ที่มีชื่อว่า “Moments Meet to Become Memories” ซีรี่ส์บทสรุปสุดท้าย คือผลงานที่มีสีทองอร่ามจากสิ่งที่ได้พบในวัฒนธรรมของไทยและวัดวาอารามรอบๆ บ้านเมือง ในชื่อ “Searching for Purity” เพื่อเปรียบเทียบความบริสุทธิ์ของทองกับความสุขที่แท้จริงของผู้คนที่อยู่ในเมืองที่ถูกเปรียบว่าเป็นสวรรค์บนดิน ท่ามกลางเหล่าคนดังหลากหลายวงการและเหล่านักสะสมภาพศิลปะร่วมสมัยของเมืองไทย อาทิ ศักดิ์วุฒิ วิเศษมณี,อินทิรา ธนวิสุทธิ์, พลพัฒน์ อัศวประภา, จิตสิงห์ สมบุญ, อรวรรณ อิงคสิทธิ์, กรุณ ซอโสตถิกุล, ประกาศิต พรประภา, พิชัย จิราธิวัฒน์,นลินี วรวงศ์วสุ, P7, ยุรี เกนสาคู และ อชิรญา อิงคตานุวัฒน์ มาร่วมงานเปิดนิทรรศการอย่างคับคั่ง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
http://www.naewna.com/lady/310412

กลับมาพบกันอีกครั้งในวันเสาร์สุดสัปดาห์กับคอลัมน์ “แนวหน้า ฟู้ด รีวิว” ที่จะคอยสรรหาเมนูจานเด็ด พร้อมโปรโมชั่นพิเศษ ให้ผู้อ่านทุกท่านได้ทราบก่อนใคร และในสุดสัปดาห์นี้ ใกล้ถึงอีกหนึ่งเทศกาลสำคัญ นั่นก็คือ “เทศกาลคริสต์มาส” ทั้งวันคริสต์มาสอีฟ ในวันอาทิตย์ที่ 24 ธันวาคม 2560 และวันคริสต์มาส ในวันจันทร์ที่ 25 ธันวาคม 2560 นี้ จึงขอรวบรวมหลากหลายเมนูโปรโมชั่นที่เชฟแต่ละห้องอาหารบรรจงรังสรรค์ขึ้นเพื่อต้อนรับเทศกาลคริสต์มาส ร่วมทานอาหารมื้อพิเศษ ทั้งแบบอลาคาร์ทเมนู เซตเมนู หรือบุฟเฟ่ต์ จาก 10 โรงแรมชั้นนำทั่วกรุงเทพฯ เริ่มต้นกันที่
“โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ เซ็นทรัลพลาซา ลาดพร้าว กรุงเทพฯ” นำเสนอเซตเมนูเฟสต์ทีฟ 4 คอร์ส ในราคาท่านละ 2,500 บาท++ เฉพาะวันที่ 24 ธ.ค. และเมนูอลาคาร์ทสไตล์เฟรนช์บิสโทร พร้อมบริการไวน์รสเลิศทานคู่มื้ออาหารจานอร่อย เฉพาะวันที่ 25 ธ.ค. ที่ห้องอาหารบลูสกายบาร์แอนด์ไดนิ่ง หรือบุฟเฟ่ต์นานาชาติมื้อค่ำ สไตล์ยุโรป ไทย จีน ญี่ปุ่น อาทิ ซีฟู้ดเย็น, ซีฟู้ดร้อน, ซุป, สลัด, พาสต้า, สเต๊ก, ซูชิ, ซาชิมิ, ขนมจีบ ฯลฯ และคาราวานขนมหวานอีกมากมาย ในราคาท่านละ 1,500 บาท++ เฉพาะวันที่ 24 ธ.ค. ที่ห้องอาหารจตุจักร คาเฟ่ หรือเซตเมนูเฟสต์ทีฟมื้อค่ำ 3 คอร์ส ในราคาท่านละ 1,850 บาท++ เฉพาะวันที่ 24 ธ.ค. และเมนูอลาคาร์ทสไตล์อิตาเลียนแท้ เฉพาะวันที่ 25 ธ.ค. ที่ห้องอาหารดอน จิโอวานนี่ สอบถามและสำรองที่นั่งโทร.02-5411234 ต่อ 4151

“โรงแรมดิ เอมเมอรัลด์” นำเสนอบุฟเฟ่ต์อาหารนานาชาติมื้อค่ำรวมซีฟู้ด พร้อมเพลิดเพลินกับดนตรีอะคูสติก ฟังเพลงจากคณะนักร้องประสานเสียง มูลนิธิบ้านนกขมิ้น ที่มาขับกล่อมอวยพร และพบกับลุงซานตาที่มาแจกของขวัญ ในราคาท่านละ 799 บาท++ เด็กท่านละ 400 บาท++ รวมสปาร์คกิ้งไวน์ 1 แก้ว หรือน้ำอัดลมแบบไม่อั้น เฉพาะวันที่ 24 ธ.ค. ที่ห้องอาหารดิ เอมเมอรัลด์ ค็อฟฟี่ช็อพ สอบถามและสำรองที่นั่งโทร.02-2764567 ต่อ 8413-4

“โรงแรมใบหยก สกาย” นำเสนอเมนูสุดพิเศษ ชีสซี่ซีฟู้ดนาเบะ ที่อัดแน่นไปด้วยซีฟู้ดหลากหลายทั้งกุ้งแม่น้ำ, ปูม้า, หอยแมลงภู่นิวซีแลนด์, หมูสไลด์, เนื้อสไลด์ มาพร้อมชีสและน้ำจิ้มหลากหลายให้ได้ดิปตามใจชอบ ทั้งสุกี้, จิ้มแจ่ว, ซีฟู้ด, มายองเนส ฯลฯ พร้อมเมนูที่ขาดไม่ได้ของค่ำคืนนี้คือไก่งวงซอสกิ๊บเลท ไก่งวงตัวโตเนื้อแน่นมาหมักจนเนื้อนุ่มทานคู่กับซอสกิ๊บเลทสูตรเข้มข้น ต่อกันด้วยคริสต์มาสแฮม แฮมชิ้นโตกริลล์จนหอมกรุ่น, สเต๊กแกะ, ผัดไทกุ้งสด, สปาเกตตีคาโบนาร่า, ซูชิ ซาซิมิ, ข้าวเหนียวมะม่วง, เครปซูเซท ฯลฯ ในราคาท่านละ 940 บาท พิเศษ! ลุ้นทานฟรีทั้งโต๊ะ 5 ท่าน พร้อมชมวิวที่หอชมวิวชั้น 77 และดาดฟ้าพื้นหมุนชั้น 84 ฟรี เฉพาะวันที่ 24 ธ.ค. สอบถามและสำรองที่นั่งโทร.02-6563939

“โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ คอนเวนชั่น” นำเสนอบุฟเฟ่ต์อาหารนานาชาติมื้อค่ำสุดพิเศษ ที่เรียงรายมาให้เลือกมากมาย อาทิ ไก่งวง, แกะนิวซีแลนด์, เนื้อสันในห่อแป้งพัฟ, ขาหมูทอดกรอบซอสกะเพรา, ขาหมูเยอรมันสไตล์ไทย, เป็ดม้วนยัดไส้เกาลัดและแอปเปิ้ล ความนุ่มลิ้นจากเป็ดพร้อมซอสส้ม ที่ให้รสชาติเปรี้ยวกำลังดี และมีความมันของเม็ดเกาลัด, ปลาแซลมอนสไตล์ฝรั่งเศส เคียงคู่มากับซอสซีฟู้ดเสิร์ฟพร้อมซอสเนยสไตล์ฝรั่งเศส, ซีฟู้ดออนไอซ์ อร่อยไปกับคาราวานอาหารทะเล ไม่ว่าจะเป็น หอยนางรมสด หอยแมลงภู่นิวซีแลนด์ กุ้ง ปลาหมึกต้ม กุ้งชุบเกล็ดขนมปังซอสครีมผลไม้ และปิดท้ายด้วยเครปซูเซท ฯลฯ ในราคาท่านละ 888 บาท พิเศษ! มา 10 ท่าน รับทันทีไวน์ 1 ขวด เฉพาะวันที่ 24 ธ.ค. ที่ห้องอาหารเปรมประชากร สอบถามและสำรองที่นั่งโทร.02-5755599

“โรงแรมแมนดาริน” นำเสนอเมนูอาหารชุดสุดพิเศษ เริ่มต้นที่ ซุบเห็ด อาหารจานหลักคือ ปลาแซลมอนย่างและเซอร์ลอยสเต๊ก ราดซอสไวน์ขาวและซอสไวน์แดง มะเขือเทศอบชิสและสปิชแนช พร้อมสลัดผัก ในราคา 790 บาทสุทธิ เท่านั้น ทั้งมื้อกลางวันและมื้อค่ำ เฉพาะวันที่ 24 ธ.ค. ที่ห้องอาหารครัวหลวง สอบถามและสำรองที่นั่งโทร.02-2380230

“โรงแรมริชมอนด์” นำเสนอบุฟเฟ่ต์อาหารนานาชาติสุดคุ้ม หลากหลายเมนูแสนอร่อย ในราคาท่านละ 550 บาท++ พิเศษ! คุณพ่อซานต้าทานฟรี เด็กๆทุกคนในครอบครัวรับของขวัญจากคุณลุงซานต้า สิทธิ์นี้เฉพาะผู้ที่สำรองที่นั่งล่วงหน้าเท่านั้น เฉพาะวันที่ 24 ธ.ค. ที่ห้องอาหารแอท คาเฟ่ สอบถามและสำรองที่นั่งโทร.02-8318850

“โรงแรมเลอ เมอริเดียน กรุงเทพ” นำเสนอบุฟเฟ่ต์อาหารนานาชาติ กับปลาแซลมอนราดด้วยซอสวิสกี้ หรือจะเป็นซี้ฟู้ดสดๆ จากทะเลอย่างก้ามปูอลาสก้า, หอยนางรม และปลาหมึก พร้อมหลากหลายเมนูจากไลฟ์สเตชั่น ไม่ว่าจะเป็น รีซอตโต้โปรเซคโค่, ราวิโอรี่ปลาค้อด, หมูราดด้วยซอสเมเปิ้ล รวมไปถึงไฮไลท์ของเทศกาลอย่างไก่งวง และมุมของหวานกับขนมหวานสไตล์อิตาเลียนปาเน็ตโตเนสอดไส้ช็อกโกแลต และพีชเมลบาลูกพีชเสิร์ฟพร้อมซอสราสเบอร์รี่ และไอศกรีมวานิลลา ทั้งมื้อบรันช์และมื้อค่ำราคาท่านละ 2,200 บาทสุทธิ พร้อมรับ Welcome Drink 1 แก้ว หรือท่านละ 2,700 บาทสุทธิ พร้อมสปาร์คกลิ้งไวน์ ไวน์ขาวหรือแดง และเบียร์ แบบไม่อั้น เฉพาะวันที่ 24 ธ.ค. และบุฟเฟ่ต์อาหารทะเลสดๆ อย่าง ปูม้า และหอยแมลงภู่จากสเปน รวมไปถึงซูชิและปลาดิบคุณภาพพรีเมียม อย่างปลาฮามาจิหางเหลือง และปลาแซลมอนจากอลาสก้า พร้อมหลากหลายเมนูจากไลฟ์สเตชั่น ไม่ว่าจะเป็น รีซอตโต้โปรเซคโค่, ราวิโอรี่ปลาค้อดเสิร์ฟพร้อมแบล็คทรัฟเฟิล และหมูราดด้วยซอสเมเปิ้ล พลาดไม่ได้กับอาหารและขนมหวานประจำเทศกาลอย่างไก่งวง และเค้กขอนไม้ มื้อกลางวันราคาท่านละ 1,300 บาท++ มื้อค่ำราคาท่านละ 1,500 บาท++ เฉพาะวันที่ 25 ธ.ค. ที่ห้องอาหารเลเทส เรซิพี สอบถามและสำรองที่นั่งโทร.02-2328888

“โรงแรมแลนด์มาร์ค กรุงเทพฯ” นำเสนอบุฟเฟ่ต์กับหลากเมนูอาหารทะเลสดใหม่มากมาย ไม่ว่าจะเป็นปูยักษ์, หอยนางรมออสเตรเลีย, หอยแมลงภู่นิวซีแลนด์, ปูทะเล และปูม้า อีกทั้งเมนูพิเศษสำหรับฉลองเทศกาลคริสต์มาส อาทิ ไก่งวงอบยัดไส้, แกมมอนแฮมอบน้ำผึ้ง, เนื้อวากิวอบ และเนื้อแกะนิวซีแลนด์ รวมถึงมุมอาหารญี่ปุ่น ทั้งซูชิ, ซาชิมิ, แคลิฟอร์เนียมากิ, เทมปุระ ฯลฯ พร้อมรับของขวัญมากมายจากซานตาคลอสและกิจกรรมสนุกสำหรับเด็กๆ มื้อสายในราคาท่านละ 3,000 บาทสุทธิ มื้อค่ำในราคาท่านละ 4,400 บาทสุทธิ พิเศษ! รับส่วนลด 50% ทันทีเมื่อมารับประทาน 4 ท่านขึ้นไป เฉพาะวันที่ 24 ธ.ค. และบุฟเฟ่ต์ที่เสิร์ฟเมนูยอดนิยมจากทั่วทุกมุมโลก อาทิ ไก่งวงอบยัดไส้, เนื้อวากิวอบ, ปลาแซลมอนรมควันจากนอร์เวย์ และอาหารทะเล รวมทั้งหอยนางรมออสเตรเลีย หอยแมลงภู่นิวซีแลนด์ กุ้งลายเสือ ปูทะเล ฯลฯ พร้อมร่วมสนุกกับกิจกรรมต่างๆ และรับของขวัญจากซานตาคลอส มื้อสายในราคาท่านละ 4,400 บาทสุทธิ มื้อค่ำในราคาท่านละ 3,000 บาทสุทธิ พิเศษ! รับส่วนลด 50% ทันทีเมื่อมารับประทาน 4 ท่านขึ้นไป เฉพาะวันที่ 25 ธ.ค. ที่ห้องอาหารเอเทรียม สอบถามและสำรองที่นั่งโทร.02-2540404 ต่อ 7777

“โรงแรมวินเซอร์ สวีทส์” นำเสนอเซตเมนูคริสต์มาสมื้อค่ำ อันประกอบไปด้วยตับไก่บดเทอร์รีน ซุปใสผักพร้อมอกเป็ดรมควัน ตัดรสด้วยเชอร์เบทมะม่วง ไฮไลท์อาหารจานหลักมีให้เลือกระหว่าง ไก่งวงอบพร้อมซอสสูตรพิเศษ หรือเมนูกริลล์แซลมอนพร้อมซอสครีม ปิดท้ายด้วยของหวาน คริสต์มาสพุดดิ้ง ในราคาท่านละ 1,800 บาท ++ พิเศษ! แชมเปญหรือไวน์ 1 แก้ว เฉพาะวันที่ 24-31 ธ.ค. ที่ห้องอาหารเดอะ คาเฟ่ สอบถามและสำรองที่นั่งโทร.02-2621234

“โรงแรมอวานี เอเทรียม กรุงเทพฯ” นำเสนอชุดอาหารกลางวันสุดหรู ที่จัดมาให้ทั้งหอยนางรมสดๆ จากฝรั่งเศสที่ให้ทานได้ไม่อั้น ชุดซาชิมิและซูชิซิกเนเจอร์ พร้อมโชว์ตระการตาจากเชฟนักเอนเตอร์เทนที่วาดลวดลายปรุงอาหารต่อหน้า เต็มอิ่มไปกับเมนูคุณภาพที่ให้เลือกลิ้มลอง เสิร์ฟพร้อมข้าวผัดกระเทียมสูตรเฉพาะ ตบท้ายด้วยผลไม้และของหวานหลากชนิด ในราคาท่านละ 1,290 บาท++ เฉพาะวันที่ 25 ธ.ค. ที่ห้องอาหารเบนิฮานา สอบถามและสำรองที่นั่งโทร.02-7182000-1
ร่วมฉลองเทศกาลคริสต์มาส เต็มอิ่มกับรสชาติอาหารและบรรยากาศแห่งความประทับใจ เลือกห้องอาหารที่ชอบ ในสไตล์ที่ใช่ ไปกับ “แนวหน้า ฟู้ด รีวิว”
ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
http://www.naewna.com/lady/310436

“ผ้าฝ้าย” รมย์นลิน ตรีรัสสพานิช เด็กเก่งจากโรงเรียนดนตรียามาฮ่า สระบุรี โชว์ลีลานักอิเล็กโทนรุ่นใหม่ คว้ารางวัล Gold Prize ประเภท Electone Solo รุ่นอายุไม่เกิน 15 ปี ในการแข่งขัน Yamaha Thailand Music Festival 2018 (รอบคัดเลือกเขตกรุงเทพฯ เขตภาคกลาง และภาคตะวันออก) โชว์ลีลาสุดพลังนักอิเล็กโทนรุ่นใหม่ แสดงศักยภาพทางดนตรีที่เข้มแข็ง และใจรักดนตรีก้าวสู่สากล
เวที Yamaha Thailand Music Festival ตอบโจทย์ดนตรีทุกประเภท อาทิ เปียโน อิเล็กโทน กีตาร์ ไวโอลิน กลอง ฯลฯ ชูหลักสูตรดนตรีศึกษา Yamaha Music Worldwide Education System การันตีโดย ยามาฮ่า มิวสิก ฟาวเดชั่น ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งทุกปีได้รับความสนใจเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จากนักเรียนโรงเรียนดนตรียามาฮ่าทั่วประเทศมากกว่า 3,000 คน ที่มารวมพลสร้างสรรค์ประสบการณ์ดนตรีร่วมกัน เวทีของทุกคนได้แสดงพลังที่ออกมาจากข้างในอย่างเต็มที่ และนักเรียนยังมีโอกาสเรียนรู้ประสบการณ์ใหม่ๆ และมีเพื่อนที่รักดนตรีเพิ่มขึ้น อีกทั้ง ยังพัฒนาทักษะการเล่นดนตรีกับเครื่องดนตรีคุณภาพจากยามาฮ่าเพราะนี่คือ เวทีจุดประกายความฝันทางดนตรีที่ยิ่งใหญ่ในระดับประเทศ ที่สร้างความภาคภูมิใจแก่ครอบครัว ครูผู้ฝึกสอน และสถาบันการศึกษา มั่นใจว่าเด็กไทยได้มีโอกาสแสดงฝีมือเก่งไม่แพ้นักเรียนดนตรีจากชาติอื่นๆ โดย “ผ้าฝ้าย” เคยคว้าชนะเลิศที่ 1 Gold Prize อิเล็กโทน รุ่น Junior Section ที่ไต้หวัน ในงานดนตรี Asia-Pacific Electone Festival 2015 สร้างชื่อเสียง และผลงานข้ามชาติกับเพลง Passage to the Horizon ฝึกสอนโดย ครูแวววัชรินทร์ มีเครือ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
http://www.naewna.com/lady/310392

เหมือนโชคชะตาลิขิต จากเด็กกะโปโลคนหนึ่งที่วิ่งเล่นไปวันๆ ในวัยสิบขวบ ที่ไม่รู้ว่ากีฬาขี่จักรยานคืออะไร จนเมื่อตนเองกลายเป็นม้ามืดชนะรายการแข่งขันจักรยานที่ บึงพลาญชัย จังหวัดร้อยเอ็ด บ้านเกิด มีผู้เห็นแววว่าน่าจะรุ่งในเส้นทางนี้ ร้อยตรี(หญิง)จุฑาธิป มณีพันธุ์ จึงเริ่มฝึกฝนอย่างจริงจัง เก็บสะสมประสบการณ์จากการแข่งขันรายการต่างๆ จนกระทั่งเป็นหนึ่งในขุนพลน่องเหล็กของกีฬาจักรยานทีมชาติไทย ที่สร้างผลงานนำเหรียญรางวัลมาสู่ประเทศไทยกว่า 10 ปี และยังคงมุ่งมั่นกับเส้นทางนี้อย่างไม่หยุดยั้ง
จุฑาธิป หรือ บีซ เล่าถึงวันแรกที่ได้รู้จักกับกีฬาจักรยานว่า คุณพ่อศุภกิจ มณีพันธุ์ คือผู้ชักชวนและโค้ชคนแรกของเธอและน้องชาย ให้เข้าแข่งขันรายการแรกที่บ้านเกิด ทั้งที่ไม่มีความพร้อมในเรื่องอุปกรณ์ เมื่อเทียบกับนักกีฬาคนอื่นๆ ในรุ่นเดียวกัน หนักกว่านั้นเธอไม่เคยฝึกซ้อม แต่ด้วยความคิดอยากสนุกของตัวเองเท่านั้น เมื่อการแข่งขันจบลง เธอสามารถเข้าเส้นชัยคว้ารางวัลชนะเลิศในรุ่น 12 ปีหญิง อย่างที่ไม่มีใครคาดคิด
“จำได้ว่าได้รางวัล 300 บาท น้องชายได้ 100 บาท แบ่งให้พ่อ 100 บาท ให้แม่ 100 บาท แล้วเก็บไว้เอง 100 บาท หลังจากนั้นผู้จัดการแข่งขัน ซึ่งเป็นเจ้าของร้านจักรยานมาบอกพ่อว่า เด็กคนนี้น่าสนับสนุน เพราะขนาดที่ไม่เคยซ้อม ไม่เคยแข่งมาก่อน แต่สามารถปั่นชนะคนที่เขาเป็นนักกีฬาอยู่แล้วได้น่าจะเป็นนักกีฬาที่ดีได้ พ่อจึงกลับมาถามบีซกับน้องว่าจะเล่นไหม ด้วยความที่เราได้รางวัลมาด้วยก็คิดว่ามันคงจะสนุกในความคิดของเราตอนนั้น บีซกับน้องชายก็ตกลง พ่อก็เลยซื้อจักรยานเสือภูเขามือสอง แต่สภาพยังดีของญี่ปุ่น มาให้ซ้อมคนละคัน โดยที่พ่อเป็นโค้ชให้เอง ท่านก็ใช้วิธีศึกษาตำรา อ่านจากนิตยสารที่เกี่ยวกับจักรยานถึงเทคนิคต่างๆ แล้วมาสอนบีซกับน้อง โดยจะต้องตื่นตั้งแต่ตี 5 มาซ้อมทุกวัน ปั่นวันละ 10 กิโลรอบถนนบายพาสร้อยเอ็ด ตอนแรกๆ ก็มีร้องไห้งอแง เพราะมันเหนื่อย แต่พอทำทุกอย่างให้เป็นกิจวัตร มีระเบียบ เรารู้ว่ามันคือหน้าที่ก็ทำได้ แต่พอไปแข่งแรกๆ คือไม่ได้รางวัล ก็กลายเป็นแรงฮึดว่าเราต้องทำให้ดีขึ้น”
เมื่อเลือกเดินเส้นทางสายกีฬา หลังจบประถมศึกษาปีที่ 6 ที่ร้อยเอ็ด บีซ จึงเลือกมาศึกษาต่อชั้นมัธยมศึกษาที่โรงเรียนกีฬากรุงเทพมหานคร พร้อมกับเปลี่ยนจากจักรยานเสือภูเขา มาเป็นจักรยานประเภทลู่และถนน ซึ่งเธอต้องเรียนรู้เทคนิคใหม่ทั้งหมด
“ตอนแรกๆ ที่โค้ชให้เปลี่ยนมาขี่ลู่และถนน ใจบีซไม่เอาเลย เพราะคิดว่ามันยาก แต่โค้ชให้กำลังใจและทุ่มเทฝึกฝนเราอย่างดี พอไปแข่งทำให้บีซเป็นเจ้าของสถิติประเทศไทย และทำให้บีซได้ติดเยาวชนทีมชาติ ไปแข่งขันรายการแรกในฐานะนักกีฬาทีมชาติ ได้มาหนึ่งเหรียญทอง 500 เมตร ประเภทลู่ และหนึ่งเหรียญเงิน ปรินท์ ประเภทลู่ การแข่งขันชิงแชมป์เอเชีย ครั้งที่ 26 ที่ประเทศมาเลเซีย ปี 2549 และรับใช้ทีมชาติมาจนถึงปัจจุบัน”
สำหรับจักรยานคู่ใจที่ใช้ในการแข่งขัน ปัจจุบันคือ Cervelo รุ่น S5 eTap ที่ได้รับการสนับสนุนจาก ไบค์โซน (Bike Zone) ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายรถจักรยานแบรนด์ชั้นนำระดับโลก
“กีฬาที่ใช้อุปกรณ์เป็นส่วนหนึ่งในการแข่งขัน สมรรถภาพของอุปกรณ์ก็มีส่วนสำคัญในการคว้าชัยของนักกีฬาเหมือนกัน ซึ่งนักกีฬาบ้านเราส่วนใหญ่ก็เหมือนกับบีซที่มาจากต่างจังหวัดและไม่ได้มีฐานะดีพอที่จะซื้ออุปกรณ์เป็นของตัวเองได้ การมีภาคเอกชนเข้ามาสนับสนุนจึงเป็นการเพิ่มโอกาสให้กับนักกีฬาอย่างมาก ซึ่งบีซเองก็ต้องขอบคุณไบค์โซนที่เห็นความสำคัญของกีฬาจักรยาน เข้ามามีส่วนสำคัญในการพัฒนาวงการจักรยานบ้านเรา ไม่เฉพาะแต่กีฬาจักรยาน ที่บีซอยากเห็นภาคเอกชนเข้ามาสนับสนุนอุปกรณ์โดยเฉพาะชนิดกีฬาที่อุปกรณ์มีราคาสูงอยากให้เข้ามาสนับสนุนนักกีฬาทีมชาติกันเยอะๆ ค่ะ”
กว่า 10 ปีกับการเป็น “นักกีฬาจักรยานทีมชาติ” สร้างผลงาน เหรียญรางวัลและชื่อเสียงให้กับประเทศไทย บีซ บอกว่า กว่าจะมาถึงวันนี้ได้ต้องผ่านการฝึกซ้อม ความมีระเบียบวินัย ความมุ่งมั่นตั้งใจ และหลายครั้งก็ต้องเสียน้ำตา
“บีซเชื่อว่าไม่ว่าใครจะทำอะไร มีเป้าหมายอย่างไร ทุกคนสามารถประสบความสำเร็จได้เหมือนกัน ถ้าเราไม่ท้อ ไม่ล้มเลิก หลายคนที่ไม่ประสบความสำเร็จในสิ่งที่เขาหวัง เพราะเขาล้มเลิกไปก่อน แต่สำหรับบีซ ชัยชนะคือสิ่งที่ดี แต่ความพ่ายแพ้จะทำให้เราเก่งขึ้น บีซผ่านความกดดันมาเยอะเพราะบีซคิดเสมอว่าเราไม่เก่ง แต่เรามีความตั้งใจมีความมุ่งมั่นเราจึงทำได้ บีซคิดเสมอว่าพรุ่งนี้จะต้องดีกว่าวันนี้ คนอื่นจะเป็นอย่างไรก็ช่าง แต่เราต้องพัฒนาและทำลายสถิติตัวเองให้ได้ทุกครั้งที่ลงแข่ง
การได้มาเป็นนักกีฬาจักรยาน การได้ติดทีมชาติ มันไม่ใช่แค่ความภาคภูมิใจ แต่ความมุ่งมั่นส่งผลให้บีซมีทุกอย่างในวันนี้ จากเด็กบ้านนอกคนหนึ่ง กลายมามีชื่อเสียง มีอาชีพ มีรายได้เลี้ยงดูครอบครัว ในฐานะนักกีฬาเรียกว่าเราอยู่ในจุดที่สูงสุดแล้ว ถามว่าเลิกได้ไหม ก็ได้นะ แต่ที่ยังไม่เลิก เพราะเป้าหมายจริงๆ บีซอยากมีส่วนในการพัฒนาวงการกีฬาจักรยานบ้านเรา อีกอย่างคือตอนนี้เรายังขาดนักกีฬาหญิงรุ่นใหม่ๆ จึงอยากอยู่ตรงไปเรื่อยๆ ร่างกายเรายังไปได้อยู่ แต่ถ้าอนาคตเลิกเล่นทีมชาติ ก็อยากเป็นโค้ช อยากถ่ายทอดประสบการณ์ที่เรามีให้กับน้องๆ เพื่อให้เขามาช่วยกันพัฒนาวงการกีฬาจักรยานด้วยกันต่อไป”
ขณะนี้ บีซ อยู่ระหว่างการเก็บตัวฝึกซ้อมสำหรับการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ 2018 ที่จะมีขึ้นในเดือนสิงหาคม 2561 ณ ประเทศเวียดนาม บีซก็ฝากลูกอ้อนขอให้คนไทยช่วยเป็นแรงใจแรงเชียร์ให้เธอและทัพนักกีฬาไทยไปคว้าตำแหน่งเจ้าเหรียญทอง ซึ่งตัวเธอบอกว่า จะทำหน้าที่ให้ดีที่สุด เพื่อนำความภาคภูมิใจมาสู่คนไทยเหมือนเช่นเคยอีกครั้ง
