‘เมโลดี้ ออฟ ไลฟ์ ครั้งที่ 11’ ปิดฉากความสนุกสุดฟิน..

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/329387

'เมโลดี้ ออฟ ไลฟ์ ครั้งที่ 11' ปิดฉากความสนุกสุดฟิน..

‘เมโลดี้ ออฟ ไลฟ์ ครั้งที่ 11’ ปิดฉากความสนุกสุดฟิน..

วันอังคาร ที่ 27 มีนาคม พ.ศ. 2561, 16.30 น.

สนุกครบรสจริงๆ สำหรับ เทศกาลดนตรีฟรีคอนเสิร์ตใจกลางกรุงเทพกับ “เมโลดี้ ออฟ ไลฟ์ 11: ฟิวเจอร์ แฟคทอรี่” (Melody Of Life 11: Future Factory) ที่จัดขึ้น ณ ศูนย์การค้าให้เป็นโรงงานผลิตความสนุกแบบนอนสต็อปทั้งเรื่องของดนตรี แฟชั่น และยังสอดประสานไปเรื่องของสาระความรู้ มามอบให้ผู้มาร่วมงานได้รับความสนุกครบอรรถรสกลับบ้านไป โดยได้รับเกียรติจาก คุณพิชัย จิราธิวัฒน์ กรรมการผู้จัดการบริษัทสไปร์ซซี่ ดิสก์ จำกัด ร่วมด้วยผู้สนับสนุนใจดี อาทิ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์, ผลิตภัณฑ์ เครื่องดื่มตราช้าง, AIS, ธนาคารออมสิน, โก๋แก่, รถจักรยานยนต์ ยามาฮ่า, น้ำผลไม้ มาลี, Lululun, นาฬิกา คาสิโอ จีช็อค, ผลิตภัณฑ์​ยีนส์ ลี, ผลิตภัณฑ์ยีนส์ แรงเลอร์, เครื่องแต่งกายจอห์น เฮนรี่, เครื่องแต่งกาย ท็อปช็อป ท็อปแมน, สปาเก็ตตี้ แฟคทอรี่ รวมไปถึงมีเดียพาร์ทเนอร์ อาทิ นิตยสาร The Guitar Mag, นิตยสาร CHEEZE, หนังสือพิมพ์ DONT Journal, The Cloud, Cat Radio และ JOOX

บรรยากาศของงานทั้ง 2 วัน อบอุ่นไปด้วยแฟนเพลงที่มารอชมศิลปินในดวงใจกันอย่างเนืองแน่นตั้งแต่ช่วงเที่ยง ก่อนที่จะไปพบกับความสนุกเหล่านั้น ทางผู้จัดงานได้จัดเป็นโชว์เปิดจาก 10 วงที่ผ่านการคัดเลือกในกิจกรรม การประกวดดนตรี (Music Contest) ที่ฝีไม้ลายมือดีไม่แพ้รุ่นพี่ศิลปินเลย ทำเอาเหล่าคณะกรรมการผู้ตัดสิน อย่าง ก้อ ณฐพล, เป้ แซค จากวง มายด์ และ ตั้ม โมโนโทน กุมขมับจนในที่สุดก็ได้ผู้ชนะ 3 วงสุดท้ายโดยเรียงตามลำดับดังนี้ รองชนะเลิศอันดับ 2 ตกเป็นของวง PILLS ได้รับทุนการศึกษา 10,000 บาท จาก Spicy Disc และมอเตอร์ไซค์รุ่น GT125 CC มูลค่า 46,500 บาท จากทาง YAMAHA และสินค้าจากแบรนด์ Wrangler มูลค่า 10,000 บาท, รองชนะเลิศอันดับ 1 ตกเป็นของวง OCTOPUS’S GARDEN ได้รับทุนการศึกษา 20,000 บาท จาก Spicy Disc และมอเตอร์ไซค์รุ่น AEROX 155 CC มูลค่า 63,900 บาท จากทาง YAMAHA และสินค้าจากแบรนด์ LEE มูลค่า 15,000 บาท และวงชนะเลิศได้แกวง FUNCTION NOIZE ได้รับทุนการศึกษา 30,000 บาท จาก Spicy Disc และมอเตอร์ไซค์รุ่น M-SLAZ มูลค่า 90,000 บาท จากทาง YAMAHA และสินค้าจากแบรนด์ JOHN HENRY มูลค่า 20,000 และได้รับสิทธิ์ในการทำซิงเกิล รวมไปถึงมิวสิควิดีโอ กับทาง Spicy Disc เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งเวทีที่เปิดพื้นที่ให้คนรุ่นใหม่ได้มาโชว์ศักยภาพจริงๆ

ก่อนจะส่งต่อให้วง Rockademy Star, Aomsin and the boys , ชาติ สุชาติ มาขับกล่อมแฟนๆ ด้วยน้ำเสียงนุ่มๆ , แนป อะ ลีน ที่ขอชวนศิลปินรุ่นพี่อย่าง เซฟ ดา ลาส พีส ขึ้นมาโชว์ร่วมกัน วาฬ แอนด์ ดอล์ฟ วงดนตรีที่มีแฟนคลับตามมาให้กำลังใจกันอย่างอบอุ่น ก่อนจะส่งต่อเวทีให้ เทน ทู ทเวลฟ์ แม้จะยังไม่ได้ปล่อยเพลงใหม่ออกมาให้ได้ฟังแต่ก็ยังได้รับการตอบรับจากแฟนๆ เป็นอย่างดีเช่นเคย ตามมาด้วย ซิกตี้ ไมล์, วี วิโอเลต, เดอะ ริชแมนทอย, ซีซั่นไฟว์ เป็นการปิดท้ายโชว์ในวันแรก วันต่อมาความสนุกก็ยังไม่ได้ลดลงโดยขอเปิดเวทีด้วย ว่าน ธนกฤต ซึ่งครั้งนี้ได้ชวน เอิ๊ต ภัทรวี มาบรรเลงเพลงเพราะให้ทุกคนได้ฟังกัน ตามมาด้วย  มอร์นิ่งซูน, รูฟท็อป, บลู เชด, มีน,      เดอะ รู้บ, คิดแน็ปเปอร์ส, เดอ ฟลามิงโก้, ชนุดม, อิเล็คทริก นีออน แลมป์ และปิดท้ายด้วย เบทเธอ เวทเธอร์ มามอบความสนุกให้ทุกคนได้เพลิดเพลินกันต่อไปยาวๆ กันทั้ง 2 วัน หรือจะเป็นในส่วนของเวที Chang Music Connection outdoor stage ก็มีแฟนเพลงมายืนรอชมอย่างไม่กลัวแดดเลยทีเดียว โดยเริ่มต้นระเบิดความมันแบบเต็มเหนี่ยวกับ มัสเก็ตเทียร์ เรียกได้ว่ามันกันแบบไม่แคร์อากาศร้อนกันเลยทีเดียว ก่อนส่งต่อให้ เอ๊ะ ซินโดรม ขึ้นมาวาดลวดลายกันต่อ ตามมาด้วย โพลี่แคท, ลิปตา, เฮลเม็ทเฮดส์ ที่ไม่พลาดหยิบเพลงฮิตอย่าง Unfriend มาโชว์ ซึ่งแฟนๆ ก็ร้องตามกันกระหึ่มทั่วลานหน้าศูนย์การค้าเลยทีเดียว ต่อเนื่องด้วย วิน สควีซแอนนิมอล ขึ้นมาบรรเลงความสนุกกันอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย ตามด้วย สิงโต นำโชค และมายด์ ปิดท้ายโชว์ของในวันแรก ในส่วนของวันต่อมาก็พีคไม่แพ้กัน โดยเปิดเวทีด้วย แทททูคัลเลอร์, เดอะ เยอร์ส, ฟลัวร์, สแตมป์ อภิวัชร์, เดอะ พาร์คินสัน ที่ขอชวนพี่ชายร่วมค่ายอย่าง บอย ตรัย ขึ้นมาโชว์เพลงรักซึ้งๆ ให้ทุกคนได้เคลิบเคลิ้มกันไป ตามมาด้วย สครับบ์ และ สล็อตแมชชีน ขึ้นมาปิดท้ายโชว์ได้อย่างดุเด็ดเผ็ดมันสมกับเป็นการปิดท้ายอย่างสมบูรณ์แบบ

นอกจากในเรื่องของดนตรีแล้วภายในงานยังได้จัดเป็นโซน Experience Space (เอ็กพรีเรียน สเปซ) ที่ได้ความร่วมมือจากองค์กรต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น ยูนิเซฟ, มูลนิธิ 3R, ปันกัน, เซ็นทรัลทำ และ WWF มาเข้าร่วมให้ข้อมูลในงาน เมโลดี้ ออฟ ไลฟ์ อีกด้วย รวมไปถึงยังได้ร่วมทำ กิจกรรมปิดไฟช่วยโลก โดยทางบริษัทกลุ่มเซ็นทรัล และ งานเมโลดี้ได้สนับสนุนกิจกรรม ปิดไฟเพื่อลดโลกร้อน ซึ่งจัดต่อเนื่องเป็นปีที่ 12 แล้ว และในปีนี้ทางงานก็ยังคงได้เข้าร่วมกิจกรรมครั้งนี้ด้วย โดยเราจะปิดไฟใน วันเสาร์ที่ 24 มีนาคม ช่วง 20.30 – 20.40 น. บริเวณเวที Chang Music Connection เท่านั้นยังไม่พอทางผู้จัดงานยังได้มีโซนของ ชีส ป็อป อัพ มาร์เก็ต (Cheeze Pop Up Market)  มาเอาใจขาช็อปกับการรวบรวมร้านค้าเด็ดๆ มาเปิดร้านขายของให้ได้เลือกซื้อกันอย่างจุใจ และในโซนนี้ยังได้ร่วมทำบุญไปกับเวิร์คช็อปเจ๋งๆ (T-Shirt Silk Screen Workshop) ให้คุณมาร่วมทำบุญแถมยังได้เสื้อกลับบ้านไปคนละตัว ด้วยลายเสื้อทั้งหมด 9 ลาย จากค่ายเพลงและศิลปิน ไม่ว่าจะเป็น สควีซแอนนิมอล, วาฬ แอนด์ ดอล์ฟ,  แทททู คัลเลอร์,  เดอะ ริชแมนทอย, เฮลเม็ทเฮดส์, โพลี่แคทเป็นต้น ซึ่งรายได้หลังหักค่าใช้จ่ายจะนำไปบริจาคมูลนิธิอนุเคราะห์คนหูหนวกในพระบรมาชินูปถัมถ์ นอกจากจะครบเครื่องเรื่องดนตรีและแฟชั่นแล้ว อีก 1 สิ่งที่พลาดไม่ได้คือ FOOD ZONE ที่คัดสรรร้านเด็ดโดย CHEEZE ยกขบวนมาถึง 32 ร้าน มาไว้ในงานใกล้ๆ กับ Outdoor Stage รวมไปถึงจุดบริการ เครื่องดื่มตราช้าง ที่จัดโซนมาให้ทุกคนได้นั่งพักทานอาหารเครื่องดื่ม ฟังเพลงชิวๆ

เรียกได้ว่าเป็นงานเดียวที่ครบทุกอรรถรสทั้งได้ชมเสิร์ตดีๆ ช้อปปิ้งเพลินๆ แล้วยังได้ร่วมการดูแลรักษาโลกไปด้วยกันอีกด้วย และหากใครที่พลาดงาน “เมโลดี้ ออฟ ไลฟ์” ในครั้งนี้ไม่ต้องเสียใจไปเพราะทาง สไปร์ซซี่ ดิสก์ ยังมีกิจกรรมดีดีอีกมากมายมามอบให้แฟนเพลงได้ฟินกันอีกเพียบ สามารถติดตามข่าวสารต่างๆ ผ่านทาง http://www.facebook.com/spicydisc.fanpage  และสามารถชมภาพควสามสนุกย้อนหลังของงาน “เมโลดี้ ออฟ ไลฟ์ 11: ฟิวเจอร์ แฟคทอรี่” (Melody Of Life 11: Future Factory) ได้ที่ http://www.facebook.com/MelodyOfLife.Festival

ฮอตทะลุปรอท! ‘ไอซ์ อภิษฎา’ถ่ายแฟชั่นการันตีความแซ่บ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/329458

ฮอตทะลุปรอท! 'ไอซ์ อภิษฎา'ถ่ายแฟชั่นการันตีความแซ่บ

ฮอตทะลุปรอท! ‘ไอซ์ อภิษฎา’ถ่ายแฟชั่นการันตีความแซ่บ

วันอังคาร ที่ 27 มีนาคม พ.ศ. 2561, 15.59 น.

27 มี.ค.61 เป็นขวัญใจหนุ่มๆ ตลอดกาลจริงๆ สำหรับนักแสดงสาวสวย “ไอซ์ อภิษฎา” ที่มักจะมีภาพแซ่บๆ อวดความเป๊ะของหุ่นให้ได้ชมกันอยู่ตลอด

ล่าสุด สาวไอซ์ก็ได้อวดความฮอตให้หนุ่มๆ ได้หัวใจละลายอีกครั้ง กับการถ่ายแฟชั่นขึ้นปกนิตยสาร Hamburger Magazine ซึ่งบอกเลยว่าสาวไอซ์ก็ยังคงคอนเซปต์ความเซ็กซี่ทะลุปรอท ด้วยการเปิดส่วนน้ำ เว้าส่วนนี้ บอกเลยว่าสาวไอซ์ไม่เคยทำให้ผิดหวังจริงๆ

ชมภาพเพิ่มเติม hamburger

ขาวจั๊วะ! ‘มายด์ ณภศศิ’อวดออร่าท้าแดดในชุดบิกินีสุดแซ่บ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/329442

ขาวจั๊วะ! 'มายด์ ณภศศิ'อวดออร่าท้าแดดในชุดบิกินีสุดแซ่บ

ขาวจั๊วะ! ‘มายด์ ณภศศิ’อวดออร่าท้าแดดในชุดบิกินีสุดแซ่บ

วันอังคาร ที่ 27 มีนาคม พ.ศ. 2561, 15.20 น.

27 มี.ค.61 เป็นไอดอลสาวขวัญใจวัยรุ่น สำหรับ “มายด์ ณภศศิ สุรวรรณ” ที่เรียกว่าเป็นสาวหมวยที่ดูเซ้กซี่ไม่แพ้ใคร ดูได้จากอินสตาแกรมของเธอ ที่มีความฮอตอยู่เสมอ

ล่าสุดสาวมายด์ก็ได้ไปเที่ยวพักผ่อนที่ทะเล ซึ่งสาวมายด์ก็ไม่พลาดที่จะงัดชุดบิกินีแซ่บๆ อวดผิวขาวออร่า เล่นน้ำทะเลแชะภาพสวยๆ ท้าแดด บอกเลยว่าเซ็กซี่ทะลุปรอทจริงๆ

https://www.instagram.com/p/Bgpi4yqndAm/

ออเจ้ารู้ยัง?งานรถพี่หมื่นก็มา!เลิกแจวเรือนั่ง’โรลส์-รอยซ์’คันงาม59.5ล.แพงสุดในมอเตอร์โชว์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/329438

ออเจ้ารู้ยัง?งานรถพี่หมื่นก็มา!เลิกแจวเรือนั่ง'โรลส์-รอยซ์'คันงาม59.5ล.แพงสุดในมอเตอร์โชว์

ออเจ้ารู้ยัง?งานรถพี่หมื่นก็มา!เลิกแจวเรือนั่ง’โรลส์-รอยซ์’คันงาม59.5ล.แพงสุดในมอเตอร์โชว์

วันอังคาร ที่ 27 มีนาคม พ.ศ. 2561, 15.11 น.

ถือว่าช่วงนี้ฮอตแรงฉุดไม่อยู่ ตีคู่มากับกระแส “ออเจ้าฟีเว่อร์” ทั่วบ้านทั่วเมือง ในละครดัง “บุพเพสันนิวาส” ทางช่อง 3 ต้องยกให้ “คุณพี่หมื่นสุนทรเทวา” หรือ “คุณพี่หมื่น” รับบทโดยพระเอกหนุ่ม “โป๊ป – ธนวรรธน์ วรรธนะภูติ” ที่ขึ้นแท่นขวัญใจสาวๆ ทั่วประเทศ แถมกลายเป็นหนุ่มฮอตงานรุมแน่นกันเลยที่เดียว

และล่า “คุณพี่หมื่น” ได้มีโอกาสร่วมงานเปิดตัวรถยนต์ระดับพรีเมียม ของค่าย “โรลส์-รอยซ์” คือ “โรลส์-รอยซ์ แฟนท่อม” (Rolls-Royce Phantom) ราคา 59.5 ล้านบาท ซึ่งเป็นรถที่มีราคาแพงที่สุดในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 39 จัดขึ้นที่อาคารชาเลนเจอร์ 1 – 3 อิมแพ็ค เมืองทองธานี ระหว่างวันที่ 28 มี.ค. – 8 เม.ย.61

ถึงกับช็อก! ‘โน้ต เชิญยิ้ม’โพสต์คลิปหลังคาโรงรถถล่มทับรถหรู4คัน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/329433

ถึงกับช็อก! 'โน้ต เชิญยิ้ม'โพสต์คลิปหลังคาโรงรถถล่มทับรถหรู4คัน

ถึงกับช็อก! ‘โน้ต เชิญยิ้ม’โพสต์คลิปหลังคาโรงรถถล่มทับรถหรู4คัน

วันอังคาร ที่ 27 มีนาคม พ.ศ. 2561, 14.57 น.

27 มี.ค.61 ถึงคราวซวยจริงๆ สำหรับตลกรุ่นใหญ่ อย่าง “โน้ต เชิญยิ้ม” ที่ล่าสุดได้ถูกพายุฝนกระหน่ำเล่นงาน จนทำให้หลังคาโรงรถพังถล่มลงมาทับรถหรูทั้ง 4 คันจนได้รับความเสียหาย

โดย โน้ต เชิญยิ้มได้โพสต์คลิปวิดีโอภาพความเสียหายดังกล่าว พร้อมข้อความว่า “ฝนตกหนัก หลังคาโรงรถถล่ม ทับรถที่บ้าน 4 คันเลย แม่งเอ๋ยยยย ซวยจริงๆ” โดยมีแฟนคลับเข้ามาให้กำลังใจจำนวนมาก พร้อมทั้งบอกว่าโชคดีที่ไม่มีใครได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์นี้

ตอนที่12 บุพเพสันนิวาส ‘ถึงคราขุนศรีฯต้องจากบ้านนานแรมปี การะเกดจะทนรออย่างไรไหว’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/329422

ตอนที่12 บุพเพสันนิวาส ‘ถึงคราขุนศรีฯต้องจากบ้านนานแรมปี การะเกดจะทนรออย่างไรไหว’

ตอนที่12 บุพเพสันนิวาส ‘ถึงคราขุนศรีฯต้องจากบ้านนานแรมปี การะเกดจะทนรออย่างไรไหว’

วันอังคาร ที่ 27 มีนาคม พ.ศ. 2561, 14.31 น.

ออกอากาศวันพฤหัสบดีที่ 29 มีนาคม 2561เวลา 20.20 น. ทางช่อง 3 และช่อง 3 HD (ช่อง 33)

เกศสุรางค์ในร่างการะเกด (เบลล่า-ราณี) ใช้ชีวิตอยู่ในเรือน ออกญาโหราธิบดี (หนิง-นิรุตติ์) ได้อย่างมีความสุข ด้วยความรักที่ ขุนศรีวิสารวาจา (โป๊ป-ธนวรรธน์) มีให้ และเริ่มก่อตัวมากขึ้นเรื่อยๆ ด้าน ขุนหลวงนารายณ์ (ปราบ-ปฎล) ก็มีคำสั่งให้ ออกพระวิสุทธสุนทร (เก่ง-ชาติชาย) กับ ขุนศรีวิสารวาจาปเป็นราชทูตที่ฝรั่งเศส จึงขอให้การะเกดอาสาไปเป็นล่ามในการเรียนภาษาฝรั่งเศส เพื่อเตรียมการไปราชทูต

ขุนศรีวิสารวาจาได้พาเกศสุรางค์ไปเที่ยวเมืองละโว้ได้เห็นพระปรางค์สามยอด และวัดเมืองละโว้ในประวัติศาสตร์มากมายทำให้เกศสุรางค์ตื่นเต้น นอกจากนั้นขุนศรีวิสารวาจายังพาการะเกดไปหาตองกีมาร์ (ซูซี่-สุษิรา) ที่บ้านอีกด้วย ซึ่งครั้งนี้เกศสุรางค์ได้ยังเห็นความเป็นมาในการทำขนมไทยด้วยตาตัวเองเพราะตองกีมาร์กำลังทำขนมและมีส่วนร่วมในการคิดชื่อขนมด้วย แต่เมื่อคอนสแตนติน ฟอลคอนเห็นขุนศรีวิสารวาจามาก็เกิดอาการหึงหวง เพราะคิดว่าตองกีมาร์ยังมีใจให้ขุนศรีวิสารวาจาอยู่

เมื่อใกล้ถึงวันที่ขุนศรีวิสารวาจาต้องเดินทาง เกศสุรางค์ได้ทำเสื้อกั๊กมอบให้กับขุนศรีวิสารวาจา เพราะรู้ว่าที่ฝรั่งเศสหนาวมาก ส่วนขุนศรีวิสารวาจาเมื่อต้องไกลห่างจากการะเกด จึงขอของแทนใจจากการะเกดไปฝรั่งเศส การะเกดจึงให้หมอนขุนศรีวิสารวาจาติดตัวไป งานนี้ขุนศรีวิสารวาจาต้องห่างบ้านไปเป็นแรมปี เกศสุรางค์จะทนรอไหวหรือไม่

‘กอล์ฟ-ฟักกลิ้งฮีโร่’ ซุ่มวางแผนกับ’น้องชูใจ’ สลัดลุคแร็พเปอร์ทำเซอร์ไพรส์ขอแม่เบลแต่งงาน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/329401

'กอล์ฟ-ฟักกลิ้งฮีโร่' ซุ่มวางแผนกับ'น้องชูใจ' สลัดลุคแร็พเปอร์ทำเซอร์ไพรส์ขอแม่เบลแต่งงาน

‘กอล์ฟ-ฟักกลิ้งฮีโร่’ ซุ่มวางแผนกับ’น้องชูใจ’ สลัดลุคแร็พเปอร์ทำเซอร์ไพรส์ขอแม่เบลแต่งงาน

วันอังคาร ที่ 27 มีนาคม พ.ศ. 2561, 13.05 น.

ถึงจะผ่านประสบการณ์ชีวิตมาอย่างโชกโชนกว่าจะฝึกฝีมือและสะสมประสบการณ์การทำงาน จน กอล์ฟ-ณัฐวุฒิ ศรีหมอก หรือ ฟักกลิ้งฮีโร่ ได้เป็นแร็พเปอร์ชื่อดังคนหนึ่งของประเทศไทย แต่เมื่อถึงเวลาที่จะต้องทำเพื่อภรรยา เบล-ยุภาพร ศรีหมอก ก็พร้อมทุ่มเททุกอย่าง กระทั่งสลัดลุคที่คุ้นเคยมาแต่งตัวเป็นศิลปิน K-Pop ก็ยอม แม้ว่าทั้งสองจะไม่เคยให้ความสำคัญกับพิธีแต่งงาน ตั้งแต่ที่รู้ว่ามีน้องชูใจ-ณอร ศรีหมอกและใช้ชีวิตในฐานะสามีภรรยากันมากว่า 3 ปีแล้ว แต่เมื่อได้ใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันมาเขาก็เข้าใจว่า องค์ประกอบของครอบครัวไม่ได้มีเพียงแค่พวกเขา 3 คน พ่อ แม่ ลูก เท่านั้น

กอล์ฟ-ณัฐวุฒิ ศรีหมอก หรือ ฟักกลิ้งฮีโร่ เปิดเผยว่า “เรื่องการแต่งงานอยู่นอกเหนือความคิดมากๆ เพราะเราทั้งคู่ไม่เชื่อเรื่องของพิธี ผมรู้นิสัยเบลเหมือนกันว่า เขาเป็นคนไม่ชอบพิธีรีตรองหรือความยุ่งยากใดๆ แต่พอมีลูกด้วยกันเราจะเริ่มเข้าใจว่า การแต่งงานไม่ใช่เรื่องของเราสองคน มีเรื่องของพ่อแม่ ญาติพี่น้อง เป็นการให้เกียรติระหว่างครอบครัวเรากับอีกครอบครัวหนึ่ง เพื่อทำให้เห็นว่าเราสามารถดูแลเขาและครอบครัวได้อย่างเปิดเผย สำหรับลูกสาวที่เขาเลี้ยงดูทะนุถนอมมา เขาก็หวงของเขา เราต้องให้เกียรติบ้านเขาด้วยการทำถูกจารีตประเพณี โดยแต่งงานกัน ก็เลยคิดว่าทำสักครั้งหนึ่งก็ยังดี”

เมื่อมีความคิดจึงเริ่มวางแผนขึ้นมาด้วยตัวเอง “ผมเคยถามเบลล์ว่าอยากแต่งงานไหม เขาก็บอกตลอดว่าไม่อยากมีพิธีอะไร ผมเลยคิดว่าเอาอย่างนี้แล้วกัน แต่งงานมีพิธีง่ายๆ มีแค่แม่ของพวกเรา ลูก กับคนที่รักและสนิทด้วยแค่ 2-3 คน ก็เลยวางแผนกับรายการ The Return of Superman Thailand คุณเต็นท์ กัลป์ กัลย์จาฤก และทีมงานรายการให้ความร่วมมือดีมากเลย เขาคอยช่วยเหลือทำให้เกิดเป็นพิธีขึ้นจริง”

หากใครติดตามชมรายการ The Return of Superman Thailand คงจะทราบดีว่าเหล่าคุณพ่อจะได้รับภารกิจให้ดูแลลูกด้วยตัวเองขณะที่แม่ไม่อยู่ 48 ชั่วโมง จึงเป็นโอกาสดีที่จะได้ตระเตรียมแผนเซอร์ไพรส์พร้อมกับคุณแม่ทั้ง 2 ฝ่ายเพื่อจัดงานแต่งงาน โดยใช้เวลาที่มีอยู่จำกัดนี้สร้างความประทับใจให้กับเบลอย่างเต็มที่

“เพลงที่เราเต้นเป็นเพลงของรายการ PRODUCE 101 ซึ่งเบลชอบมาก มีผู้ชายหล่อเป็นร้อยในรายการ เบลเขาชอบผู้ชายสไตล์เกาหลี แล้วเขาก็บอกว่าเราไม่ใช่สเป็กเขาเลย เราเลยอยากลองทำสิ่งที่เป็นการเรียกร้องความสนใจนิดหน่อยว่า ถึงหน้าตาจะไม่ใช่สเป็ก แต่ถ้าชอบอะไรก็ทำให้ได้ ให้เราเต้นเกาหลีเราก็เต้นได้นะ”

การเตรียมการครั้งนี้ก็ไม่ง่ายอย่างที่คิด เพราะการเต้นสไตล์เกาหลีช่างห่างไกลกับการแร็พที่เขาถนัด ถึงกระนั้นก็ยังพูดอย่างติดตลกว่านี่คือตัวตนอีกด้านหนึ่งของเขาเหมือนกัน “ผมไม่ได้เปลี่ยนตัวเองนะครับ เพราะเราก็เชื่อว่าเรามีความเกาหลี จริงๆ ถ้าจะไปเดบิวท์ก็คงไม่ยากอะไร เข้า SM ได้อยู่แล้ว แต่ด้วยความที่เรารักเมืองไทยก็อยากอยู่ที่ไทยมากกว่า เลยไม่ได้ไปไหนต่อ ซึ่งสิ่งที่ทำไปไม่ได้ไกลตัวเราเท่าไรครับ” ความเหน็ดเหนื่อยกับความพยายามซึ่งไม่ไกลไปจากตัวเขาเท่าไหร่นี้ เป็นบทพิสูจน์ความรักที่เขามีให้กับเบลได้เป็นอย่างดี

นอกจากจะทุ่มเททำในสิ่งที่เบลชอบแล้ว ลูกสาวสุดที่รัก น้องชูใจ ยังมีบทบาทสำคัญในการสร้างเซอร์ไพรส์ครั้งนี้ด้วย “จริงๆ ที่เลือกเวลานี้เพราะชูใจเริ่มพูดได้แล้ว พอพูดได้ก็อยากให้เขาเป็นคนพูดขอแต่งงานเป็นพยานรักให้ครับ เราซ้อมคำนี้มาเป็นอย่างดี ซึ่งเขาก็ทำได้ดี แต่พอสวมแหวนกันปุ๊บ เขากำลังร้องไห้กันอยู่ ชูใจก็โพล่งมาเลยว่า “หนูอึแตก… ซึ่งเป็นสิ่งที่เซอร์ไพรส์กว่าเพราะเราควบคุมอะไรไม่ได้เลย”

ความรู้สึกหลากหลายที่เคลื่อนไหวอยู่ในงานวันนั้น เรียกรวมกันว่า ความสุข “สิ่งที่เกิดขึ้นเป็นความรู้สึกที่เราเองก็ไม่เคยรู้สึกอย่างนี้มาก่อน เรื่องจริงมันเต็มตื้น มันตื้นตันกว่าที่เราคิด เราไม่คิดว่าเราจะอินกับพิธีแต่งงานหรืออะไรเพราะอยู่ด้วยกันมาตั้งนานแล้ว พอต้องไปอ่านสิ่งที่เขียนเตรียมมาตรงหน้าเขาจริงๆ อยู่ๆ ความรู้สึกนี้มันก็มาเอง น้ำตามันไหลเอง บอกไม่ถูกเลย มันเป็นความสุขอีกอย่างหนึ่ง แล้วเราโชคดีที่มีลูกแล้ว คือลูกได้ทันเห็นพิธีแต่งงานของเรา เรียกได้ว่ามีความสุขและอบอุ่น”

นับตั้งแต่ตอนที่เริ่มวางแผน งานแต่งแสนเซอร์ไพรส์ ผ่านมาจนถึงวันนี้ ความสัมพันธ์และการแสดงออกของทั้งคู่ยังคงเดิมเสมอต้นเสมอปลายไม่เปลี่ยนแปลง “เขาก็เซอร์ไพรซ์เนอะ แต่ไม่ได้ชอบเกาหลีน้อยลงแต่อย่างใด แต่งไม่แต่งก็เหมือนกันเลย ผมว่าในใจลึกๆ เขาคงดีใจ แต่เขาแสดงออกไปอย่างนั้นเอง จริงๆ เขาเขินเราจะตาย แต่เขาเป็นคนแสดงออกไม่เก่ง”

หากแต่… ในความคุ้นเคย จะมีความรู้สึกที่งอกงามจากวันนั้น หยั่งรากลึกเพื่อตอกย้ำความรู้สึกที่ทั้งคู่มีให้กัน ฝังอยู่ในหัวใจของสักขีพยานคนสำคัญที่จะเติบโตขึ้นไปกับความทรงจำที่พ่อจัดพิธีแต่งงานให้กับแม่ด้วยความรักอย่างแท้จริง

‘โบว์ แวนดา’ประกาศตัดขาด’อาน้ำอ้อย’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/329394

'โบว์ แวนดา'ประกาศตัดขาด'อาน้ำอ้อย'

‘โบว์ แวนดา’ประกาศตัดขาด’อาน้ำอ้อย’

วันอังคาร ที่ 27 มีนาคม พ.ศ. 2561, 12.09 น.

วันที่ 26 มี.ค. 61 หลังจากกรณี “โบว์ แวนดา” ได้โพสต์ข้อความ ผ่านอินสตาแกรมส่วนตัวในทำนองว่า ขออโหสิกรรมให้ วอนหยุดพฤติกรรมทำร้ายผู้อื่นลับหลัง และต่อมาจากนั้นไม่นานเจ้าตัวก็ได้โพสต์เปลี่ยนเบอร์ผู้จัดการส่วนตัวทันที ซึ่งงานนี้ต่างก็ทำให้หลายคนคาดเดาไปในทางเดียวกันว่าเธอกำลังมีปัญหากับ “อาน้ำอ้อย” หรือเปล่าล่าสุด ในงานแถลงข่าวโครงการ From Hat to Heart ได้มีโอกาสเจอ “โบว์ แวนดา” จึงไม่พลาดที่จะสอบถามถึงประเด็นดังกล่าว โดยเจ้าตัวก็ได้เผยให้ฟังว่า “ตอนนี้ไม่ได้ติดต่อกับอาน้ำอ้อยมานานแล้ว ส่วนเกิดปัญหาอะไรขึ้นนั้นไม่ขอพูดถึงเพราะมันจบไปนานแล้ว ยืนยันปัญหาไม่ได้เกิดจากเรื่องเงินหรือเรื่องที่เธอต้องการมีสามีใหม่ พร้อมเผยต่อว่าเตรียมทำใจไว้นานมากหากจะถูกกระแสโจมตีว่าเนรคุณ แต่เธอเชื่อว่าทุกคนต่างมีเหตุผลของตัวเอง”

ถามถึงประเด็นที่เราเคยโพสต์ไว้ ? เกิดอะไรขึ้นถึงทำให้เราตัดสินใจโพสต์ขนาดนี้ ?

“จบไปแล้วค่ะ ทุกสิ่งทุกอย่างก็เรียบร้อยหมดแล้ว จริงๆ คนเรามีเหตุผลทุกอย่างค่ะ เอาง่ายๆ เราแค่อยากปกป้องตัวเราและครอบครัวของเราแค่นั้นเอง”

เราไปรู้เรื่องอะไรมา ?

“มันจบไปแล้วอ่ะ ไม่อยากจะพาดพิงถึงใครแล้ว อีกอย่างโบว์เชื่อว่าทุกคนคงทราบว่ามันเกิดอะไรขึ้น สิ่งที่โบว์ทำไปยอมรับว่ามันก็ไม่ได้ทำให้ใครหลายๆ คนเข้าใจว่าโบว์เป็นคนยังไง คือทุกสิ่งทุกอย่างมันเป็นการไตร่ตรองออกมาจากตัวเรานานมากแล้ว ไม่ใช่ว่าอยู่ๆ จะมาโพสต์เพื่อจะเอากระแสหรืออะไร โบว์ไม่ได้ต้องการกระแส เพราะโบว์เคยเป็นยังไงมาก็อยากให้ชีวิตโบว์เป็นอย่างนั้น”

ที่ผ่านมาได้เคลียร์กับอาน้ำอ้อยไหม ? หลังจากวันนั้นไม่ได้คุยกันเลยใช่ไหม ? ทางคุณพ่อพี่ปอก็ได้ออกมาซัพพอร์ตเรา ?

“ไม่ได้คุยกันนานมากแล้ว อีกอย่างโบว์คิดว่าต่างคนก็ต่างมีเหตุผลและต่างก็ใช้ชีวิตของตัวเองค่ะ ไม่ได้เจอเลยค่ะ กับคุณพ่อตอนที่สัมภาษณ์โบว์ก็ไม่ได้คุยกับคุณพ่อ เพราะด้วยตัวโบว์เองเวลามีปัญหาอะไรโบว์จะไม่ค่อยให้คนในครอบครัวรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น ทุกอย่างที่คุณพ่อให้สัมภาษณ์ตามนั้นค่ะ ไม่ได้เกี่ยวกับว่าเราเป็นลูกสะใภ้ท่านแล้วท่านต้องมาซัพพอร์ตหรือเข้าข้างเรา โบว์เชื่อว่าคุณพ่อพี่ปอมีวุฒิภาวะที่เป็นผู้ใหญ่พอ”

กระแสข่าวออกมาว่ามีปัญหาเพราะเรื่องเงินๆ ทองๆ ?

“ไม่มีค่ะ ไม่เคยมี ที่ผ่านมาเรื่องเงินทองก็ไม่ใช่ปัจจัยสำคัญในชีวิตโบว์ ปฏิเสธไม่ได้ว่าเงินทองสำคัญกับชีวิต แต่เรื่องเงินทองก็ไม่ใช่เรื่องที่สำคัญที่สุดในชีวิตโบว์ ทัศนะคติเราอาจจะไม่ตรงกัน มันไม่มีใครผิดหรอกค่ะ แต่สิ่งที่โบว์ทำไปหลายคนก็ด่าว่าโบว์หยาบๆ คายๆ ก็ได้แต่บอกตัวเองว่าเดี๋ยวมันก็ผ่านไปแค่นั้น”

พอเราเปลี่ยนผู้จัดการเหมือนงานเราน้อยลงด้วยหรือเปล่า ?

“โบว์ไม่ได้รับเองด้วยค่ะ ไม่อยากจะให้เป็นกระแสแล้วเรียกงาน โบว์คงไม่เอากระแสแบบนี้มาทำให้ครอบครัวโบว์ต้องรู้สึกเจ็บปวดอะไรแบบนี้ โบว์ไม่ต้องการ ถ้าไม่ใช่งานในวงการโบว์คิดว่าโบว์คงทำมาหากินอย่างอื่นที่ถนัดได้”

หรือปัญหาเกิดขึ้นเพราะเรื่องของการรับงาน ?

“ไม่มีเรื่องงานเลยค่ะ จะมีงานหรือไม่มีงานในวงการมันไม่ใช่สิ่งที่เราต้องอยากจะมี อย่างที่บอกไปโบว์เจออะไรมาเยอะมากนะคะกับครอบครัว มันผ่านภาวะนั้นมาแล้ว มันทำให้โบว์คิดและโตขึ้นเยอะ และทำให้มองว่าเงินไม่ใช่สิ่งที่สำคัญที่สุดในชีวิต”

เรื่องของทัศนะคติที่ไปกันไม่ได้ ? จะมีโอกาสหันมาเดินคนละครึ่งทางไหมปรับความเข้าใจมั้ย ?

“เอ่อ… ความคิดไม่ตรงกันแค่นั้น แต่โบว์ก็ยังเคารพคุณอาเหมือนเดิมค่ะ ไม่น่ามีแล้วนะคะ แค่โบว์เลือกอยู่ในจุดที่โบว์สบายใจ มีความสุข ทั้งครอบครัว ตัวเรา และคนรอบข้างแค่นั้นพอ ทุกวันนี้เราก็ยังคงห่วงใยคุณอาอยู่ แต่คนเรามีทางเลือกที่จะยืนอยู่ตรงจุดไหนแล้วสบายใจทั้งสองฝ่ายมากกว่า”

ตอนนี้กลายเป็นว่ามีทีมโบว์ หรือทีมอาน้ำอ้อย ไปแล้ว ?

“อย่างแฟนคลับทุกคนโบว์จะพยายามบอกว่ามันเป็นเรื่องส่วนตัวของโบว์ เพราะฉะนั้นอย่าให้ความรู้สึกข้างใดข้างหนึ่งมาทำลายความรู้สึกที่เราเคยมีดีๆ ด้วยกันทั้ง 2 ฝ่ายให้มันแย่ ทุกคนมีเหตุผลค่ะ แต่เราไม่สามารถนั่งอธิบายเหตุผลให้คนทั้งโลกเข้าใจว่าที่เราทำเพราะอะไร รู้อยู่ที่เราทำไปแล้วโดนด่าแน่นอน รู้อยู่ว่าทำไปแล้ววันที่ลงต้องโดนด่าแน่นอน อกตัญญู เนรคุณ เห็นแก่เงิน ยิ่งกว่านี้ก็โดนด่า จนโบว์ต้องเก็บตัวอยู่ในบ้าน 1 อาทิตย์ ถามว่าเครียดไหม เครียด แล้วปัญหาที่ผ่านมามันเครียดอยู่แล้ว มาครั้งนี้ก็ยิ่งเครียดไปอีก แต่ก็บอกตัวเองว่าที่เราทำมันถูกต้อง เดี๋ยวมันก็ผ่านไป”

ร้องไห้ไหม ?

“โดนด่า โดนว่า ไม่ร้องหรอกค่ะ เพราะโดนมาเยอะแล้ว แต่ที่ร้องไห้เนี่ยมันก็ร้องในสิ่งที่เราไม่อยากทำแต่เราต้องทำ ร้องไห้ในมุมมองที่ว่าถึงเวลาที่มันต้องทำอ่ะ เราไม่อยากทำร้ายใครอยู่แล้ว ไม่อยากโดนด่า แต่เมื่อคนมันถึงที่สุดก็ต้องลุกขึ้นมาปกป้องตัวเอง จริงๆ วันนี้ก็ไม่อยากให้สัมภาษณ์เรื่องนี้ เพราะไม่อยากให้กระทบถึงอีกฝั่งหนึ่ง เขาก็ใช้ชีวิตของเขาดีแล้ว ต่างคนก็ต่างทำมาหากิน เรายังยืนยันว่าไม่อยากให้มีวันนี้เกิดขึ้น ไม่อยากให้เป็นแบบนี้ และไม่อยากให้คนในสังคมต้องมารับรู้เรื่องราวแบบนี้ที่มันเป็นเรื่องราวส่วนตัวของโบว์”

บางกระแสก็บอกว่าที่ขอออกมาจากอาน้ำอ้อยเพราะเรากำลังจะมีสามีใหม่ ? ทางอาน้ำอ้อยเคยให้สัมภาษณ์ว่า เราอาจจะหูเบา ไปเชื่อคนรอบข้างเกินที่คอยมายุ ?

“โอ๊ย… อยากตีปากคนที่พูดจังเลยค่ะ ไม่มีหรอกค่ะ สามงสามีก็ไม่มีหรอกค่ะ ยังคงเป็นพี่ปออยู่แบบนี้แหละ โบว์ว่าโบว์มีวุฒิภาวะพอ มีสมองพอที่จะไตร่ตรองก่อนว่าใครเป็นยังไง ถ้าโบว์เชื่อหรือหูเบา ป่านนี้โบว์คงไม่มีความเป็นตัวโบว์แล้วค่ะ เพราะที่ผ่านมาตั้งแต่ที่คนเริ่มรู้จักโบว์ครั้งแรกก็เห็นอยู่ว่าคนรอบข้างโบว์เยอะแค่ไหน ถ้าโบว์ไม่เข้มแข็งพอ คิดเองไม่ได้ โบว์คงเลอะเทอะไม่มีจุดยืนในชีวิตแล้ว”

ตอนนี้ไม่สามารถจะเจอหรือเข้ามาพบกันที่บ้านได้เลยใช่ไหม? ที่บอกว่าไม่ได้เคลียร์ แสดงว่าการโพสต์คือการตัดขาดกันอย่างชัดเจนเลยใช่ไหม ?

“อื้ม… โบว์ว่าต่างคนต่างอยู่ดีกว่าค่ะ ทุกคนมีจุดยืนของตัวเอง ที่โพสต์ไปโบว์ไม่ได้บอกว่าใครนะคะ แต่พอหลังจากนั้นทางคุณอาก็ได้ออกมาสัมภาษณ์ วันนี้ก็กำลังจะสัมภาษณ์ในเรื่องที่คุณอาสัมภาษณ์ ส่วนที่โบว์โพสต์โบว์ไม่ได้บอกว่าเป็นใคร”

น้องมะลิค่อนข้างจะใกล้ชิดกับคุณอา เราได้อธิบายให้น้องฟังไหมว่าทำไมคุณอาหายไปจากชีวิตเลย ?

“ความสัมพันธ์มันยังอยู่เหมือนเดิม ทุกครั้งที่น้องถามถึงคุณอา โบว์ก็จะบอกว่าคุณอาไปทำงานนะคะ หรือคุณอาไม่มีเวลา อย่างที่บอกโบว์ไม่อยากให้เรื่องเป็นแบบนี้ อยู่ดีๆ โบว์จะมาหาเรื่องให้คนด่าโบว์มันก็ไม่ใช่เรื่อง แต่ก็ยังยืนยัยว่าถึงเวลาที่โบว์ต้องปกป้องตัวเองแล้ว”

อีกอย่างตั้งแต่เกิดเรื่องขึ้น เรากับช่อง3 ก็ดูจะห่างหายไปเลย ? คนสงสัยว่างานบอลล่าสุดทำไมไม่มีเรากับน้องมะลิไปร่วมงาน ?

“จริงๆ ที่ช่องก็ไม่ได้อะไรนะคะ ไม่ได้เรียกเราเข้าไปทำงาน จริงๆ ปีที่แล้วก็ไม่มีนะ ปีนี้ก็ไม่มี จะมีแค่ปีที่เราเสียพี่ปอไปแค่นั้นค่ะ คือทางช่องยังให้เกียรติและนึกถึงพี่ปอ แต่หลังจากนั้นช่องก็ไม่ได้บอกว่าเราต้องไปอยู่ตรงนั้นๆ ซึ่งทางผู้ใหญ่ที่ช่องก็ยังคงติดตาม ยังเอ็นดู ให้กำลังใจน้องเหมือนเดิม”

โอกาสที่จะกลับไปร่วมงานกับช่องยังมีไหม ? จากนี้จะได้เห็นหน้าเราบ่อยขึ้นไหม เพราะที่ผ่านมาดูหายๆ ไป ?

“ถ้าเรื่องงานหากผู้ใหญ่ทุกท่านยังให้โอกาสโบว์ก็ยินดีค่ะ โบว์คงความคิดไว้เสมอว่าถ้ามีโอกาสดีก็ไม่มีเหตุผลอะไรที่เราจะต้องปฏิเสธ อยู่ที่ผู้ใหญ่ใจดีทั้งหลายค่ะ (ยิ้ม) โบว์ยังตั้งหน้าตั้งตาทำมาหากินเพื่อดูแลคนในครอบครัวต่อไป ตอนนี้หลักๆ เลยคือโบว์โฟกัสเรื่องลูก ธุรกิจ ครอบครัว ส่วนเรื่องสามีใหม่ไม่มีอยู่ในหัวเลยค่ะ”

‘พี่ฉอด’ควง’เอส’เคลียร์ชัดเรื่องโดนปลดจาก GMM25-เอไทม์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/329391

'พี่ฉอด'ควง'เอส'เคลียร์ชัดเรื่องโดนปลดจาก GMM25-เอไทม์

‘พี่ฉอด’ควง’เอส’เคลียร์ชัดเรื่องโดนปลดจาก GMM25-เอไทม์

วันอังคาร ที่ 27 มีนาคม พ.ศ. 2561, 12.05 น.

หลังมีกระแสลือหนาหูจากกรณีที่มีข่าวลือออกมาว่าปลดฟ้าผ่า  พี่ฉอด  – สายทิพย์  จากตำแหน่งผู้บริหาร GMM25 และเอไทม์มีเดีย รวมถึงเอส – วรฤทธิ์ ด้วย ล่าสุดงานบวงสรวงละคร2เรื่อง เงา และ ทีมล่าทรชน ทางพี่ฉอดและเอส ได้เคลียร์ถึงกระแสข่าวดังกล่าวเจ้าตัวจะว่ายังไงไปฟังกันชัดๆเลยจ้า

ถามเรื่องที่เกิดตอนนี้ว่าโดนย้าย?

“ยังอยู่ค่ะ โชคดีจริงๆ หลังจากเป็นข่าวมีกำลังใจมาให้มากมาย และอีกอย่างมีคนอยากได้ตัวไปทำงานเยอะมาก พอมีข่าวว่าเราจะไปจากตึกแกรมมี่ก็มีคนมาเสนองานให้เยอะมาก ขอบคุณนะคะวันหลังจะไปรับใช้ทุกคนเลย”

เรื่องตำแหน่งมีการลดหรือเพิ่มตำแหน่งจริงไหม?

“เราจะมีการปรับเรื่องโครงสร้าง เนื่องจากจะมีกลุ่มผู้เข้ามาถือหุ้นได้เข้ามาคุยกันเรื่องการปรับโครงสร้างต่างๆ ส่วนตัวพี่ฉอดหลังใช้เวลากับงานโอเปอร์เรชั่นเยอะมาก คือต้องทำงานบริหารช่อง ขณะเดียวกันเราตระหนักว่าความสำคัญที่สุดของธุรกิจบันเทิงในวันนี้คือเรื่องของคอนเทนต์ มันกลายเป็นเรื่องที่สำคัญ ในขณะที่ช่องและแพลตฟอร์มต่างๆ มีมากมาย ความสำคัญที่สุดอยู่ที่การทำคอนเทนต์ แล้วค่อยไปสู่แพลตฟอร์มต่างๆ ไม่ได้เป็นเพียงแค่ไปอยู่ช่องใดช่องหนึ่งเท่านั้น

วันนี้บทบาทหน้าที่ที่สำคัญที่สุดของพี่ที่ได้รับมอบหมาย อย่าไปคิดเรื่องตำแหน่ง มันเป็นเรื่องหัวโขน แต่ภาระหน้าที่ที่ต้องรับผิดชอบจริงๆ คือเรื่องบริหารจัดการคอนเทนต์ดีๆ ซึ่งในทุกๆ รูปแบบ ทุกแฟลตฟอร์ม แต่ยังไม่ได้บอกใครๆ แต่ก็มีข่าวออกมาก่อน จึงต้องออกมาตอบ ส่วนที่ว่าโดนปลดต่างๆ นานา ตอนนี้โดยตำแหน่งที่ได้รับมาสำหรับจีเอ็มเอ็มชาแนลเทรดดิ้งซึ่งเป็นโปรดิ้งคอมพานี มีแกรมมี่ถือหุ้น 50 เปอร์เซ็นต์ และทางกลุ่มสิริวัฒนภักดีอีก 50 เปอร์เซ็นต์ จะมีคุณไพบูลย์ ดำรงชัยธรรม เป็นประธานกรรรมการ และมีคุณฐาปน สิริวัฒนภักดี เป็นประธานกรรมการบริหาร

ตอนนี้ตำแหน่งพี่ฉอดเป็นรองประธานกรรมการ นั่นก็คือเป็นรองจากคุณไพบูลย์ จะคอยดูแลในเรื่องของส่วนดูแลต่างๆ มากขึ้น นี่แหละค่ะคือสิ่งที่พยายามปรับปรุงกันไป แต่ภาระเรื่องคอนเทนต์ในแง่ของละครและรายการ เป็นสิ่งที่ต้องหาวิธีพัฒนาและสร้าวคอนเทนต์ให้ได้มากที่สุด”

ในส่วนของเอไทม์พี่ฉอดยังคงดูแลอยู่?

“ตอนนี้จีเอ็มเอ็มมีเดียและเอไทม์มีน้องๆ ที่เป็นคนเก่าคนแก่ทำงานกันมาเยอะและแข็งแรงกันหมดแล้ว พี่ก็รู้สึกว่ามันสมควรแก่เวลาที่ตัวเองต้องถอยออกมา น้องๆเค้าจะได้เติบโต ถ้าพี่ยังอยู่น้องเขาก็ยังจะไม่โตกันสักที จริงๆ คนทำงานยังเหมือนเดิมทุกประการ ไม่ได้มีการขยับปรับเปลี่ยนกันไปไหน มีพี่คนเดียวที่ถอยออกมา”

ตำแหน่งอาจจะสูงขึ้น แต่กลับมีข่าวว่าถูกปลด? แต่ก็มีข่าวว่าที่ได้ตำแหน่งเป็นเพียงการแขวนไว้?

“อันนี้พี่ไม่ทราบจริงๆ อาจจะเริ่มมีคนโพสต์ไปต่างๆ พี่ก็ไม่ทราบ ถ้าถามว่าตกใจไหม ก็ไม่ได้ตกใจอะไร เพราะพี่อยู่ตรงนี้มานาน มีข่าวสารอะไรแบบนี้อยู่ตลอด พอเป็นข่าวมันเลยกลายเป็นข่าวใหญ่ พี่ว่าจะแขวนหรือไม่แขวนต้องรอดูที่ผลงานนะ เรื่องแบบนี้พูดไปก็ไม่รู้จริงเท็จเป็นยังไง ถ้าพี่โดนแขวนจริงๆ ก็คงนั่งอยู่เฉยๆ ไม่มีงานออกมา เดี๋ยวคอยดูว่าจะมีงานออกมาเยอะ รวมถึงงานบะครตอนสองทุ่มยี่สิบก็ยังทำปกติ งานเดิมๆ ที่ทำอยู่ก็ยังทำต่อไป ส่วนข่าวที่ว่าคุณเอสก็โดนปลดไปเหมือนกัน เขาโดนข่าวโดนปลดไปก่อนพี่อีก แต่เขาก็ยังทำละครต่อไป”

มีข่าวว่า พี่ฉอดและพี่เอส จะทำละครถึงแค่สิ้นปีนี้? ตำแหน่งเดิมของพี่ฉอดได้พี่เล็ก บุษบา รักษาการแทนใช่ไหม?

“คำว่าทำแค่สิ้นปีนี้หมายถึงว่าละครเดิมที่แพลนไว้ทั้งหมดก็ยังทำไปถึงสิ้นปี ขณะเดียวกันหน้าที่ของคือการสร้างงานใหม่ๆ ออกมาสำหรับงานปีหน้า ซึ่งมีทั้งละครรายการต่างๆด้วย พี่เล็กไปซีอีโอกลางอยู่แล้ว พอพี่ถอยออกมาตรงนี้ปุ๊บ พี่เล็กก็ต้องรักษาการโดยอัตโนมัติตามตำแหน่งอยู่แล้ว”

ทำให้นโยบายจีเอ็มเอ็มยี่สิบห้าเปลี่ยนไปไหม?

“ในแง่การทำงานจีเอ็มเอ็มยี่สิบห้าไม่ได้เกิดจากใครคนใดคนหนึ่ง แต่ต้องมาจากบอร์ดที่ประชุม ซึ่งพี่ก็ยังนั่งอยู่ในบอร์ดอยู่ รวมทั้งกลุ่มสิริวัฒนภักดีที่มานั่งอยู่ในบอร์ดด้วย เราบริหารงานแบบมืออาชีพ เพราะเรามีเป้าหมายที่จะไปต่อเยอะ ส่วนเรื่องความกดดันในการทำงานมันเกิดขึ้นมานานแล้ว เพราะเราต้องทำงานกันแบบแข็งแรงมากๆ เพราะธุรกิจตรงนี้จะเห็นว่ามีการแข่งขันต่อสู้กันสูง เพราะฉะนันไม่ได้กดดันแค่การขยับตำแหน่ง จะเห็นว่าในแกรมมี่มีการขยับเคลื่อนย้ายเป็นข่าวบ้าง ไม่เป็นข่าวบ้าง แต่พอดีกรณีพี่ดันเป็นข่าวขึ้นมา”

หลายคนตกใจเพราะพี่ฉอดนั่งตำแหน่งผู้บริหารเอไทม์มา 20 ปี แต่ตอนนี้โดนปรับตำแหน่ง?

“ในที่สุดแล้วที่คุยกับคุณไพบูลย์ จริงๆ แล้วมันไม่มีอะไรที่เป็นของเราด้วยการผูกติดไปตลอดชีวิต พี่ฉอดเป็นคนสร้างเอไทม์ ทำกรีนเวฟ และทำคลับฟรายเดย์มา ทุกคนก็รู้ว่าพี่เป็นคนเริ่มต้น แต่ส่วนการทำงานต่อไปมันอยู่กับพี่ไม่ได้ ถ้าพี่ตายไปแล้วกรีนเวฟ เอไทม์ต้องตายตามเหรอ มันไม่ได้ค่ะ มันต้องมีคนรับช่วงต่ออยู่แล้ว แต่ทุกคนก็จำได้ว่าพี่สร้างขึ้นมา การทำงานจึงต้องเดินหน้าต่อไป พี่ก็ยังอยู่ในตึก น้องๆ ปรึกษาได้ตลอดไม่ได้ไปไหน ยังคอยช่วยเหลือกัน”

สร้างมา 20 ปี มีความผูกพันหรืออาลัยอาวรณ์ไหม? ส่วนหนึ่งที่ต้องปรับเปลี่ยนเพราะมีกระแสว่าจีเอ็มเอ็มยี่สิบห้ามีปัญหาเรื่องเรตติ้ง?

“หนูอย่ามาดราม่าใส่สิ อย่างที่บอกเราไม่ได้ไปไหน ถ้าสมมติวันนี้พี่เดินออกไป พี่คงเสียดาย เสียใจ แต่เราไม่ได้ไปไหน อย่ามาดราม่าใส่ฉัน (หัวเราะ) ฉันไม่ได้เล่นคลับฟรายเดย์ เรื่องปัญหาเรตติ้งมันมีมาตลอดอยู่แล้ว เราเป็นช่องเล็กเรตติ้งเลยอาจจะไม่ได้สูง แต่เราสร้างกระแสมาตลอด มีคนรู้จักจีเอ็มเอ็มยี่สิบห้า รู้จักงานของเราแล้ว มันเป็นคนละเรื่องกับเรตติ้ง พี่เชื่อว่าไม่มีใครหรอกที่สร้างเรตติ้งได้ภายในเวลาอันรวดเร็ว มันเป็นธุรกิจที่ต้องใช้เวลา”

เพราะมีกลุ่มสิริวัฒนภักดีเข้ามาถือหุ้นด้วยหรือเปล่า?

“ตรงนี้ต้องขอยืนยันว่าทางกลุ่มของสิริวัฒนภักดีที่เข้ามาน่ารักมากๆ เพราะมันก็มีข่าวออกไปว่าเข้ามาทำให้พี่ต้องมีข่าวแบบนี้ ต้องเรียนว่าไม่มีอะไรเลย ทางคุณหนุ่ม ฐาปน ไม่ได้เข้ามาสร้างแรงกดดันใดๆ ทั้งสิ้น เราต้องทำงานด้วยกัน พี่ก็ต้องรับนโยบายจากคุณหนุ่มและคุณไพบูลย์คนละครึ่งอยู่แล้ว”

ถามถึงเรื่องที่ ต๊ะ นารากร โพสต์ข้อความมีนัย ทำให้โซเชียลร้อนระอุขึ้น?

“พี่ไม่รู้จริงๆ ไม่มีอะไรจะฝากบอกเขาหรอกค่ะ พี่ต๊ะเขาเป็นนักข่าว แน่นอนว่าพอเขารู้ข่าวอะไรด้วยสัญชาตญาณของความเป็นนักข่าวก็คงต้องแพร่กระจายอะไรไปเป็นเรื่องปกติ แต่พี่ไม่ได้รู้สึกอะไร ขอบคุณจริงๆ ค่ะที่ทุกคนเป็นห่วง”

มีข่าวออกมาอีกว่าจีเอ็มเอ็มยี่สิบห้าขายหุ้นเพิ่ม?

“ไม่ค่ะ ไม่มีอะไรเคลื่อนไหวใดๆ ทั้งสิ้น ทุกอย่างยังเป็น 50:50 ในส่วนของพนักงานก็ยังเหมือนเดิม ยังไม่เห็นใครขยับไปไหนเพิ่มเติม มีแค่พี่ฉอดที่เปลี่ยนบทบาทรับผิดชอบนิดหน่อย แต่ทุกอย่างเหมือนเดิม สบายใจกันนะคะ ขอบคุณทุกคนที่เป็นห่วงค่ะ ถ้าไปไหนจริงๆ จะบอกทุกคนค่ะ”

‘โดราเอมอน’ตอน คาชิ-โคชิ การผจญภัยขั้วโลกใต้ของโนบิตะ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/329382

'โดราเอมอน'ตอน คาชิ-โคชิ การผจญภัยขั้วโลกใต้ของโนบิตะ

‘โดราเอมอน’ตอน คาชิ-โคชิ การผจญภัยขั้วโลกใต้ของโนบิตะ

วันอังคาร ที่ 27 มีนาคม พ.ศ. 2561, 11.49 น.

ภาพยนตร์การ์ตูนที่ทุกคนรอคอย ถือเป็นตอนที่ 37  ที่จะมาเข้าฉายต้อนรับปิดเทอม การผจญภัยของแมวเหมียวสีฟ้าอย่าง “โดราเอม่อน” กำลังจะเริ่ม ต้น และเมื่อ โดราเอม่อนกำลังจะถูกแช่แข็งไว้ที่คาชิโคชิ!? โนบิตะและเพื่อนๆ ทนไม่ไหวกับสภาพอากาศร้อนอบอ้าวในช่วงกลางฤดูร้อน จึงมุ่งหน้ากันไปที่ภูเขาน้ำแข็งขนาดมหึมา

และที่นี่กลุ่มโนบิตะก็ยังใช้ของวิเศษ “เครื่องมือตัดแต่งน้ำแข็ง” สร้างสวนสนุกขึ้นมา และได้เจอวงแหวนปริศนาที่ถูกแช่แข็งไว้อยู่ ระหว่างที่ทำการสำรวจแล้ว ก็พบว่าวงแหวนที่ถูกแช่แข็งนั้น ถูกแช่ไว้ในขั้วโลกใต้เมื่อ 1 แสนปีก่อน ที่ไม่น่าจะมีผู้คนอาศัยอยู่! กลุ่มโดราเอม่อนจึงมุ่งหน้าไปยังแอนตาร์กติก เพื่อตามหาเจ้าของแหวนที่ทำหล่นไว้ และยังไปพบกับซากโบราณสถานขนาดใหญ่ที่ถูกปิดตายไว้อยู่ใต้น้ำแข็ง   โดราเอมอนและเพื่อนๆ จึงมุ่งหน้าย้อนสู่อดีตเมื่อ 1 แสนปีก่อนด้วย “เข็มขัดย้อนเวลา” เพื่อนำแหวนส่งคืนเจ้าของ ระหว่างนั้น  โดราเอม่อน โนบิตะ ได้พบกับสาวน้อยคาร่า กับด็อคเตอร์ฮัคโคย ที่ตามหาปริศนาของวงแหวน และเพราะวงแหวนนี้โดราเอมอน จึงต้องเผชิญกับสถานการณ์วิกฤตโลกที่กำลังจะกลายเป็นน้ำแข็งทั้งหมด!  เรื่องราวจะจบลงเช่นไร  การเดินทางของเจ้าแมวสี กำลังเข้มข้นอีกครั้ง#โดราเอมอน  #เอ็มสตูดิโอ  29 มี.ค. 61 ในโรงภาพยนตร์  #DoraemonTheMovie

ผู้กำกับ    ทาคาฮาชิ อะสึชิจัดจำหน่าย  ค่าย  เอ็มสตูดิโอ ความยาว 101 นาที ตย.  https://www.youtube.com/watch?v=uzWvtZZhIO4เว็บไซต์ เวอร์ชั่นญี่ปุ่น  http://doraeiga.com/2017/เสียงต้นฉบับช่วงท้ายเรื่อง  https://www.youtube.com/watch?v=bG3_U2HODjc Ken Hirai เจ้าของเพลง Boku no Kokoro wo Tsukutte yo เพลงประกอบโดราเอมอน 2017

7 เหตุที่ห้ามพลาดดู :   โดราเอมอน ตอน คาชิ-โคชิ การผจญภัยขั้วโลกใต้ของโนบิตะ

1.โดราเอมอนภาคนี้เป็นภาคที่ทำรายได้มากที่สุดที่ญี่ปุ่นตั้งแต่เคยสร้างมา ชนะแชมป์เก่าอย่างภาคกำเนิดญี่ปุ่นที่ทำได้ 4.12 พันล้านเยน ด้วยรายได้ 4,147,953,7300 เยนภายใน 44 วัน และปิดตัวด้วยรายได้ Box Office ทั้งหมดกว่า 4.43 พันล้านเยนเลย!!

2. แต่ละปีโดราเอมอนจะมีภาครีเมคหรือ ไม่ก็ ภาคออริจินอลให้ดูทุกประจำปี  สำหรับคนที่เคยดูภาครีเมค อาจจะจำเนื้อเรื่องได้อยู่แล้ว  จึงอาจทำให้ความตื่นเต้นน้อยลง แต่ภาคนี้จะเป็นภาคออริจินอลที่ไม่เคยทำมาก่อน โดยเนื้อหา  จะ ความสดใหม่  และเนื้อเรื่องไม่ต้องกังวลว่าจะไม่เหลือความเป็นต้นฉบับของ อ.Fujiko F Fujio  เพราะได้มีการนำเอาตอนอย่างบ้านเล็กในภูเขาน้ำแข็ง จากเล่ม 18 และตอน สำรวจเมืองใต้ดิน จากเล่ม 5 มาดัดแปลงในภาคนี้ด้วย อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่ >>https://web.facebook.com/Baiduchan/posts/1827629870792946<

3. นับเป็นภาพยนตร์ที่กระแสแรงมากในญี่ปุ่น โดยอ้างอิงมาจากการได้รางวัล Cinema of the year จาก Twitter ที่ญี่ปุ่น โดยนับจากการทวีตและรีทวีตทั้งหมดในปี 2017
ดูตอนรับรางวัลได้ที่นี่>>https://web.facebook.com/DoraThFc/posts/2031830303772205

4.ถ้านึกถึงโดราเอมอนอีกอย่าง คือเสียงพากย์ไทย  สื่ออารมณ์ของตัวละครได้ดีที่สุด และเสียงพากย์ที่คุ้นเคยจะกลับมาอีกครั้ง โดย น้าติ๋ม น้าผึ้ง น้านิด น้าต๋อย และน้าตุ๊ก นักพากย์ดั้งเดิมจะกลับมาให้เสียงพากย์อีก

5 “ทาคาฮาชิ อะสึชิ” เป็นคนที่ถูกเลือกให้มากำกับโดราเอมอนภาคนี้ โดยก่อนหน้านี้เขามีผลงานกำกับอนิเมะมากมาย และได้เป็นส่วนหนึ่งของอนิเมะในตำนานอย่าง Spirited Away ในฐานะผู้ช่วยผู้กำกับด้วย

6. สิ่งที่โดราเอมอน ตอนนี้รักษามาตรฐานได้ดีคืองานด้านภาพ  โดยความตระการตา และงดงามอลังการด้านภาพเช่นเดิม แต่ถ้าสังเกตดีๆแล้ว ภาพของตัวละครภาคนี้จะกลมกลืนกับฉากมากกว่าภาคไหนๆ ซึ่งทำให้เกิดความสมจริงมากขึ้นด้วยเช่นกัน

7.ใครได้ดูตัวอย่างโดราเอมอนตัวนี้https://web.facebook.com/KmagicbyKantana/videos/339894359750946/ก็จะได้ยินเพลง Boku no Kokoro wo Tsukutte yo ของ Ken Hirai ในช่วงท้ายๆ ซึ่งต้องบอกว่าเข้ากับตัวหนังมากๆ โดยความหมายโดยรวมของเพลงคือความรู้สึกผิด และอยากให้คนๆนึงอยู่เคียงข้าง ซึ่งก็เข้ากับตอนที่โดราเอมอนเดือดร้อน แล้วโนบิตะก็พยายามจะช่วยได้ดี