อ.ลักขณา ดิษยะศริน จาก ‘อนุบาลดิษยะศริน’ สู่ ‘ASB’ โรงเรียนนานาชาติแห่งแรกของไทย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/344418

อ.ลักขณา ดิษยะศริน  จาก ‘อนุบาลดิษยะศริน’ สู่ ‘ASB’  โรงเรียนนานาชาติแห่งแรกของไทย

อ.ลักขณา ดิษยะศริน จาก ‘อนุบาลดิษยะศริน’ สู่ ‘ASB’ โรงเรียนนานาชาติแห่งแรกของไทย

วันจันทร์ ที่ 11 มิถุนายน พ.ศ. 2561, 06.00 น.

ด้วยความมุ่งมั่นที่จะมีส่วนในการพัฒนาขีดความสามารถของเด็กไทย ให้เป็นผู้มีความรู้ในการศึกษาเล่าเรียน รวมถึงความกล้าแสดงออก มีความเป็นผู้นำ มีความคิดสร้างสรรค์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการใช้ “ภาษาอังกฤษ” ให้ทัดเทียมนานาประเทศได้นั้น จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องปลูกฝังตั้งแต่ระดับพื้นฐานของการศึกษา จึงเป็นแรงบันดาลใจให้ อ.ลักขณา ดิษยะศริน เปิดดำเนินกิจการ “โรงเรียนอนุบาลนานาชาติดิษยะศริน” ในปี พ.ศ.2526 ซึ่งนับได้ว่าเป็นโรงเรียนอนุบาลนานาชาติที่นำหลักสูตรอเมริกันมาใช้ในการเรียนการสอนแห่งแรกของประเทศไทย ต่อมาในปี พ.ศ.2538 ได้เปลี่ยนชื่อเป็น ดิ อเมริกัน สคูล ออฟ แบงค็อก (The American School of Bangkok : ASB) และเพิ่มชั้นเรียนจนถึงระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย นับเป็นเวลา 35 ปีแล้ว ที่โรงเรียนแห่งนี้ได้ผลิตเยาวชนคุณภาพ เป็นที่ยอมรับของผู้ปกครองทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ส่งบุตรหลานเข้ามาเรียนยังสถานศึกษาแห่งนี้

 

อ.ลักขณา ดิษยะศริน หรือ“มิสลักขณา” ผู้ก่อตั้งและผู้อำนวยการดิ อเมริกัน สคูล ออฟ แบงค็อก (The American School of Bangkok : ASB) เล่าย้อนถึงแรงบันดาลใจของการเปิดโรงเรียนว่า เกิดขึ้นจากการได้โอกาสไปศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษาที่ประเทศสหรัฐอเมริกา โดยจบปริญญาโทด้านการศึกษาจาก University of Nebraska ทำงานเป็นครูอยู่ที่สหรัฐอเมริกา รวมแล้วเป็นเวลา 11 ปี

“ในตอนนั้นมีความคิดอยู่ตลอดว่าอนาคตภาษาอังกฤษ จะมีความสำคัญต่อสังคมโลก เราจะทำอย่างไรให้เด็กไทยสามารถใช้ภาษาอังกฤษได้ดีเทียบเท่าเจ้าของภาษาที่สำคัญคือการสร้างผู้นำรุ่นใหม่ ผู้นำในที่นี้อาจไม่ได้หมายถึงการเป็นผู้นำประเทศ แต่การเป็นผู้นำในบริบทอื่นๆ ที่จะมีส่วนในการพัฒนาสังคมที่เขาอยู่ ซึ่งมันต้องเริ่มสอนกันตั้งแต่ระดับอนุบาล แล้วเราก็เรียนจบด้านการศึกษา ทำงานเป็นครูอยู่หลายปี ก็มีความคุ้นเคยกับระบบหลักสูตรของอเมริกัน เราได้เห็นข้อดีหลายๆ อย่างของเขา โดยเฉพาะการเรียนการสอนที่มุ่งเน้นความสนใจของผู้เรียนเป็นหลัก การส่งเสริมให้เด็กมีความกล้าคิด กล้าแสดงออก มีความเป็นผู้นำ มีความรับผิดชอบต่อสังคม จึงตัดสินใจกลับประเทศไทยมาเปิดโรงเรียนที่กรุงเทพฯ”

ASB เป็นสมาชิกของ East Asia Regional Committee of Overseas Schools (EARCOS) และได้รับการรับรองมาตรฐานระดับสากลจาก The Western Association of School and Colleges (WASC) ประเทศสหรัฐอเมริกาปัจจุบันมี 2 สาขา คือ สาขาสุขุมวิท 49 และ สาขากรีนวัลเล่ย์ ถนนบางนา-ตราด กม.15 มีนักเรียนมากกว่า 1,000 คน จากหลายสัญชาติ ทั้ง อเมริกัน อังกฤษ จีน ญี่ปุ่น เกาหลี และไทยมีทั้งนักเรียนไป-กลับ และนักเรียนประจำ

“สิ่งที่ทำให้เราได้รับความไว้วางใจจากผู้ปกครองส่งบุตรหลานเข้ามาเรียนที่ ASB เพราะเขามั่นใจหลักสูตรการเรียนการสอนที่มีความเข้มแข็งด้านวิชาการ ในขณะเดียวกันเราก็ปลูกฝังให้เด็กได้มีโอกาสเรียนรู้ทักษะด้านอื่นๆ ตามที่เด็กๆ สนใจและสามารถเป็น Inspiration ต่ออนาคตของเขาได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการส่งเสริมปลูกฝังให้นักเรียนมีความเป็นผู้นำ มีความคิดสร้างสรรค์ สามารถวิเคราะห์ วิจารณ์ วิจัยได้ สามารถอยู่ได้ในโลกนี้อย่างมีความสุข เป็นประชากรโลกที่มีคุณภาพ ซึ่งตลอดเวลาเราก็ได้ปรับปรุงหลักสูตรให้สอดคล้องกับความต้องการของนักเรียนและความเปลี่ยนแปลงของสังคมโลก ซึ่งเป็นที่น่าภูมิใจว่าเด็กเกรด 12 ที่จบจาก ASB แล้วสามารถสอบเข้าศึกษาต่อในมหาวิทยาลัยชั้นนำของโลกได้ นั่นคือสิ่งที่ผู้ปกครองให้การยอมรับเรา”

ในการทำหน้าที่ของ อ.ลักขณา ที่มีต่อนักเรียน ASB ไม่ใช่แค่การเป็น “ครู” เท่านั้น แต่ยังเป็นเสมือน “แม่” ที่เด็กๆ ไว้วางใจได้อีกด้วย

“นับตั้งแต่เปิดโรงเรียนมา สิ่งที่ย้ำเตือนตัวเองอยู่เสมอ รวมถึงคุณครูทุกท่านว่า ให้สอนหนังสือนักเรียนเหมือนสอนลูกตัวเอง เพราะดิฉันเองก็เป็นแม่เหมือนกัน แม่ทุกคนรักลูก ย่อมอยากให้ลูกได้รับแต่สิ่งดีๆ การเป็นครูก็ไม่ต่างกัน เราย่อมต้องอยากให้ลูกศิษย์ของเราได้รับความรู้ มีความสามารถ เป็นที่ยอมรับของสังคม ส่วนตัวถ้ามีเวลาก็จะเข้าไปคุยกับเด็กๆ เขาจะไม่ค่อยรู้สึกว่าเราเป็นครูหรือเป็นผู้อำนวยการโรงเรียน มีอะไรเขาก็จะพูดกับเราตรงๆ ซึ่งบางครั้งเราก็ได้มุมมองดีๆ จากเด็กๆ ในการพัฒนาโรงเรียนเช่นกัน”

ในโอกาสครบรอบ 35 ปีของ ASB ในวันที่ 16 มิถุนายน 2561 จึงได้มีการทำบุญเพื่อความเป็นสิริมงคล ณ ดิ อเมริกัน สคูล ออฟ แบงค็อก สาขากรีนวัลเล่ย์ ถนนบางนา-ตราด กม.15 เวลา 08.30 น. โดยได้รับความกรุณาจากสมเด็จพระพุฒาจารย์ (สนิท ชวนปญฺโญ) เจ้าอาวาสวัดไตรมิตรวิทยารามวรวิหาร มาเป็นประธานในพิธีเจริญพระพุทธมนต์ อ.ลักขณา จึงอยากเชิญชวนให้ผู้ปกครอง ศิษย์เก่า และศิษย์ปัจจุบัน มาร่วมงาน

“มีผู้ปกครองและเด็กๆ ที่จบไปตอนยังเป็นโรงเรียนอนุบาลนานาชาติดิษยะศริน เข้าใจว่าเราขายกิจการไปแล้ว กลับมาก็ไม่เจอโรงเรียน เจอแต่ ASB ก็คิดว่าเราไปซื้อแบรนด์มาเปิดโรงเรียน จึงอยากใช้โอกาสนี้แจ้งให้ทราบว่า โรงเรียนอนุบาลนานาชาติดิษยะศริน ก็คือ ASB มิสลักขณา ก็ยังอยู่เช่นเดิม และในวันที่ 16 มิถุนายนนี้ หากผู้ปกครองและศิษย์เก่าทุกรุ่นท่านใดที่ว่าง ขอเชิญมาร่วมงานมาพบปะกันอีกครั้งนะคะ จะได้เห็นว่าโรงเรียนของเราเปลี่ยนแปลงไปอย่างไรบ้าง และมิสลักขณาเอง ก็จะได้รู้ว่าเด็กๆ เติบโตกันไปอย่างไรบ้างค่ะ”

ตลอดระยะเวลา 35 ปี โรงเรียนอนุบาลดิษยะศริน สู่ ดิ อเมริกัน สคูล ออฟ แบงค็อก จึงเป็นข้อพิสูจน์ถึงความมุ่งมั่นของ “อ.ลักขณา ดิษยะศริน”รวมถึงบุคลากรของ ASB ทุกคน ในการสร้างทรัพยากรมนุษย์ที่มีศักยภาพให้กับสังคมโลกอย่างแท้จริง

ปรางค์ทิพย์ อนันตวิภาต ทนายความที่ดี ต้องยึดหลักความถูกต้อง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/344364

ปรางค์ทิพย์ อนันตวิภาต  ทนายความที่ดี ต้องยึดหลักความถูกต้อง

ปรางค์ทิพย์ อนันตวิภาต ทนายความที่ดี ต้องยึดหลักความถูกต้อง

วันจันทร์ ที่ 11 มิถุนายน พ.ศ. 2561, 06.00 น.

หนึ่งในทนายความผู้หญิง ที่สามารถก้าวขึ้นมาถึงจุดที่ได้รับการยอมรับและเป็นที่รู้จักแถวหน้าของวงการกฎหมายในปัจจุบันมีเพียงไม่กี่คน หนึ่งในนั้นก็คือ ปรางค์ทิพย์ อนันตวิภาต เธอยอมรับว่า ที่มีวันนี้ได้ก็เพราะทุน Shell Centenary Scholarship ซึ่งเป็นทุนให้เปล่าจากบริษัท เชลล์แห่งประเทศไทย จำกัด มอบโอกาสทางการศึกษาต่อปริญญาโทด้านกฎหมาย ที่ UniversityCollege of London ประเทศอังกฤษ ซึ่งนอกเหนือจากความรู้ที่ได้รับแล้ว การไปศึกษาต่อครั้งนี้ยังเป็นจุดเปลี่ยนทางความคิด การมองโลก และการเติบโตในสายงานนักกฎหมายอย่างรวดเร็วของเธอด้วย

ปรางค์ทิพย์ อนันตวิภาต ทนายความจากบริษัท ลอว์ อัลลายแอนซ์ จำกัด บริษัทกฎหมายชั้นนำด้านภาษี เล่าถึงจุดเปลี่ยนครั้งยิ่งใหญ่ในชีวิตว่า ทำงานในสายกฎหมายหลากหลายด้าน มาเป็นเวลามากกว่า 20 ปี และชำนาญกฎหมายด้านภาษีอากรเป็นพิเศษ ซึ่งในประเทศไทยถือว่ายังมีทนายเฉพาะทางด้านการวางแผนภาษีนี้ไม่กี่คน โดยหลังจากจบการศึกษาระดับปริญญาตรี นิติศาสตร์ เกียรตินิยมอันดับ 2 จาก จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้เข้าทำงานที่Baker & McKenzie ซึ่งขณะนั้นถือเป็นสำนักงานกฎหมายรายใหญ่ที่สุดในประเทศไทย เก็บเกี่ยวประสบการณ์การทำงานสักพักก็ได้รับทุน Shell Centenary Scholarship ไปศึกษาต่อปริญญาโท ที่ประเทศอังกฤษ เพิ่มเติมความรู้ด้านภาษีที่ University CollegeLondon หรือ UCL และหลังจากที่เรียนจบจาก UCL ยังได้รับโอกาสให้ฝึกทำงานในสำนักงานกฎหมายชั้นนำในลอนดอน ประเทศอังกฤษต่ออีกหนึ่งปี

ประสบการณ์มากมายจากการใช้ชีวิตนักเรียนและทำงานในต่างแดน และจากการทำงานเป็นทีมงานเดียวกันกับบุคคลที่มีอุดมการณ์ในการทำงาน โดยยึดหลักความถูกต้อง ศาสตราจารย์พิเศษ พิภพ วีระพงษ์, ธนะศักดิ์ จรรยาพูนและรัชนี ประสงค์ประสิทธิ์ ร่วมงานเป็นทีมเล็กๆ ด้วยกันมาตลอดกว่า 20 ปี จึงเป็นทีมงานที่แข็งแกร่ง ทุกคนมีความตั้งใจทำงานด้วยอุดมการณ์ ยึดหลักความถูกต้องและเต็มที่กับลูกความทุกราย จึงทำให้มีมุมมองการทำงานที่ไม่เหมือนใคร ด้วยความจริงจังและจริงใจในการทำงาน ทำให้ลูกความบางคนกลายเป็นเพื่อนที่คบหากันมายาวนานถึงปัจจุบัน

“เคยมีคดีที่ทางสำนักงานช่วยลูกความฝ่ายที่ถูกเอาเปรียบจนไม่เหลือหนทางต่อสู้อะไรเลย แต่ละวันที่ทำงานแล้วเจอเหตุการณ์หลากหลายที่เราเห็นแล้วรู้สึกท้อใจกับการเอารัดเอาเปรียบ เรามานั่งคิดว่าทนายที่ช่วยอีกฝ่ายหนึ่งเขาไม่รู้สึกอะไรเลยหรือ

ดังนั้น สิ่งที่อยากเห็นในสังคมนักกฎหมายคือ การเป็นทนายที่ดีจำเป็นที่จะต้องคำนึงถึงความถูกต้อง และไม่ช่วยคนเพื่อเอาเปรียบ ไม่ว่าจะช่วยลูกความเพื่อโกงภาษีของรัฐหรือช่วยลูกความเพื่อเอาเปรียบคู่ค้า จะทำให้ทำงานอย่างมีความสุขและประสบความสำเร็จในหน้าที่การงาน”

ปรางค์ทิพย์ ให้ข้อคิดทิ้งท้ายว่า จุดสำคัญที่อยากฝากความหวังไว้กับทนายความรุ่นใหม่ๆ ในเรื่องการทำงานควรยึดหลักความถูกต้อง ไม่ใช่ทำงานเพื่อหวังแต่รายได้ คำนึงถึงประโยชน์ส่วนตัวมากกว่าส่วนรวม หากทนายทุกคนยึดหลักการนี้ได้ ก็จะทำให้คนถูกเอาเปรียบน้อยลงและได้ร่วมกันใช้ความรู้ความสามารถพัฒนาสังคมอย่างเต็มที่

เอสเค-ทู ท้า 6 สาวคนดังระดับโลกเผยหน้าสด

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/344417

เอสเค-ทู ท้า 6 สาวคนดังระดับโลกเผยหน้าสด

เอสเค-ทู ท้า 6 สาวคนดังระดับโลกเผยหน้าสด

วันจันทร์ ที่ 11 มิถุนายน พ.ศ. 2561, 06.00 น.

มีข้อมูลว่ากว่าครึ่งของผู้หญิงทุกคน เชื่อว่าพวกเธอต้องแต่งหน้าเพื่อให้ตัวเองรู้สึกสวยและมีความมั่นใจ ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวชั้นสูง SK-II (เอสเค-ทู) กลับเลือกที่จะเน้นถึงความงามของผิวที่ปราศจากเครื่องสำอาง เปิดตัวแคมเปญล่าสุด #BareSkinProject ประกาศจุดยืนครั้งนี้มีไฮไลท์อยู่ที่ 6 หญิงสาวคนดังระดับโลก ที่ได้ตกลงรับคำท้าเผยผิวหน้าสดแบบธรรมชาติเป็นครั้งแรก โดยมี Facial Treatment Essence (เฟเชียล ทรีทเมนท์ เอสเซ็นส์) ผลิตภัณฑ์ซิกเนเจอร์จากเอสเค-ทูเป็นตัวช่วยดูแลผิว

กิจกรรมแรกของ #BareSkinProject เป็นการถ่ายภาพ โดยช่างภาพระดับโลกจากกลุ่มแม็กนั่ม โฟโต้ ร่วมด้วย 6 สาวคนดังผู้เป็นแรงบันดาลใจของเอสเค-ทู นำโดย Chloe Grace Moretz (โคลอี เกรซ มอเรทซ์), Chun Xia (ชุน เซีย), Kasumi Arimura (คาสึมิ อาริมุระ), Mayu Matsuoka (มายู มัตสึโอกะ), Ni Ni (นีนี่) และ Tang Wei (ทัง เหว่ย) กับการถ่ายภาพในแสงที่ชัดและเป็นธรรมชาติที่สุด

เหล่าคนดังทั้ง 6 ถูกถ่ายภาพโดยปราศจากเครื่องสำอางใดๆเพื่อนำเสนอมุมมองของผิวสวยตามธรรมชาติอย่างแท้จริง โดยมีช่างภาพ Christopher Anderson (คริสโตเฟอร์ แอนเดอร์สัน), Alessandra Sanguinetti (อเลสซานดรา แซนกิเนตติ) และ Jim Goldberg (จิม โกลด์เบิร์ก) มาแสดงฝีมือกดชัตเตอร์
ใน #BareSkinProject นี้

“การที่ได้เห็นเซเลบริตี้ทั้งหมดมาถ่ายภาพเผยผิวหน้าสดตามธรรมชาติ ยังคงเป็นเรื่องแปลกใหม่ และใน #BareSkinProject ครั้งนี้เราหวังว่าจะได้นำเสนอมุมมองที่แตกต่างออกไป” Sandeep Seth, CEO, Global SK-II กล่าว “ทางเรารู้สึกภูมิใจที่ได้ร่วมงานกับคนดังที่กล้าหาญทั้งหกที่มีเป้าหมายเดียวกัน และหวังว่าประสบการณ์โดยตรงของพวกเธอกับเฟเชียล ทรีทเมนท์ เอสเซ็นส์ จะเป็นแรงบันดาลใจให้ผู้หญิงทั่วโลกรักในความงามของผิวเปลือยตามธรรมชาติของตัวเอง”

ขณะที่เหล่าคนดังในแคมเปญได้ร่วมกันรณรงค์และสนับสนุนแนวคิดนี้อย่างเต็มที่ “ฉันรู้สึกดีมากค่ะ หลังจากได้ทราบว่ามีแคมเปญที่มีเป้าหมายให้ผู้หญิงรักในความงามแบบธรรมชาติ ทั้งยังจุดประกายความเป็นตัวของตัวเองและความมั่นใจ” โคลอี เกรซ มอเรตซ์ นักแสดงสาวระดับฮฮลลีวู้ดชาวอเมริกันชื่อดัง กล่าว “ฉันรู้ทันทีว่าแคมเปญนี้เหมาะกับตัวฉันและจุดยืนของฉันจริงๆ ค่ะ”

ด้าย ชุน เซีย นักแสดงสาวชาวจีน กล่าวสมทบว่า “ที่บ้านเกิดของฉัน ผิวสวยสุขภาพดีตามธรรมชาติถือว่าเป็นกระแสที่มาแรง แต่ส่วนใหญ่ภาพของผิวเหล่านี้ก็ยังคงผ่าน “การแต่งหน้าแบบธรรมชาติ” เพื่อให้ดูดีขึ้น ฉันจึงอยากจะแสดงความจริงใจกับผู้ชมและแฟนคลับของฉัน โดยการเผยตัวตนในแบบที่เป็นธรรมชาติที่สุด ด้วยผิวที่ปราศจากเครื่องสำอาง ในแคมเปญ #BareSkinProject นี้ค่ะ”

นอกจากนี้ เอสเค-ทู จะเปิดตัวภาพยนตร์สั้นที่บันทึกประสบการณ์ส่วนตัวของเหล่าคนดังกับการถ่ายภาพกับแม็กนั่ม โฟโต้ (Magnum Photos) ซึ่งถือเป็นส่วนหนึ่งของแคมเปญด้วย โดยพวกเธอจะเผยผิวในแบบธรรมชาติและแบ่งปันประสบการณ์เฉพาะตัวของผิวที่ได้ใช้ผลิตภัณฑ์ เฟเชียล ทรีทเมนท์ เอสเซ็นส์

สามารถอ่านข้อมูลเพิ่มเติมและเนื้อหาสุดเอ็กซ์คลูซีฟของ #BareSkinProject ได้ทางอินสตาแกรมของเอสเค-ทู ที่ https://www.instagram.com/skii/ หรือwww.sk-ii.com.

Pet care : การเลือกแชมพูให้กับสุนัข

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/344216

Pet care : การเลือกแชมพูให้กับสุนัข

Pet care : การเลือกแชมพูให้กับสุนัข

วันอาทิตย์ ที่ 10 มิถุนายน พ.ศ. 2561, 06.00 น.

สวัสดีครับ เมื่อสัปดาห์ที่แล้วเราได้คุยกันเรื่องการอาบน้ำให้น้องหมากันไปแล้ว สัปดาห์นี้เรามาคุยกันต่อเรื่องการเลือกแชมพูสำหรับสุนัขกันครับ

หลายคนสงสัยว่า เราสามารถเอาแชมพูของคนมาใช้ให้สุนัขแทนเลยได้หรือไม่?  บางคนบอกเราว่าใช้แชมพูสำหรับเด็กมาอาบให้สุนัขและแมวก็น่าจะได้ เพราะเด็กผิวอ่อนกว่าผู้ใหญ่ยังใช้ได้เลย ทำไมสุนัขจะใช้ไม่ได้ล่ะ!?!

ขอเรียนว่า ความคิดนี้เป็น “ความคิดที่ผิด” อย่างมากเลยครับ

การนำแชมพูของคนมาใช้อาบสัตว์เลี้ยงนั้น เป็นสิ่งไม่ควรทำ เนื่องจาก ค่าความเป็นกรดเป็นด่าง (pH) ของผิวหนังคนกับสัตว์นั้น มีความ “แตกต่างกัน” ครับ

โดยปกติ ผิวหนังสุนัขนั้นมีค่า pH = 7.5 ซึ่งมีสภาวะเป็น“ด่างอ่อนๆ” (ความเป็นกลางของน้ำบริสุทธิ์มีค่าเท่ากับ 7) แต่ผิวหนังของคนมีค่า pH เท่ากับ 5.5 ซึ่งมีสภาวะเป็น “กรดอ่อนๆ” ซึ่งถือว่าไม่เหมือนกันเลยครับ

แชมพูสุนัขที่ดีจึงมีค่า pH ที่ 6.5-7.5 เพื่อไม่ทำให้เกิดความระคายเคืองผิวหนัง

แชมพูที่มีสภาวะเป็นกรดมากเกินไป จะไปทำลายไขมันที่คลุมผิวหนัง ทำให้ผิวหนังขาดความชุ่มชื้น เกิดอาการคันผิวหนัง ทำให้สุนัขเกา และอาจทำให้เกิดปัญหาผิวหนังอักเสบติดเชื้อ รวมถึงขนร่วงตามมาได้ครับ

นอกจากนี้ ผิวหนังของสุนัขไวต่อการแพ้มากกว่าด้วยเนื่องจากความหนาของชั้นผิวหนังของสุนัขจะน้อยกว่าของคน ดังนั้นสารเคมีในแชมพูจะทำให้เกิดความระคายเคืองได้ง่ายกว่าด้วยครับโดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในลูกสัตว์หรือสัตว์ที่มีผิวหนังที่แพ้ง่าย เจ้าของยิ่งต้องเลือกแชมพูที่มีสูตรอ่อนโยน (hypoallergenic) เพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิวหนังด้วย

แชมพูสำหรับสุนัขในเชิงสัตวแพทย์นั้นมีหลายประเภทขึ้นกับวัตถุประสงค์ของการใช้งาน ได้แก่ แชมพูแบบสูตรอ่อนเพื่อลดการระคายเคืองผิวหนัง แชมพูกำจัดเชื้อราและแบคทีเรียที่ผิวหนัง แชมพูบำรุงขน แชมพูสำหรับสุนัขโทนสีต่างๆ รวมถึงแชมพูกำจัดเห็บ เป็นต้น

ดังนั้น การเลือกใช้แชมพูในสุนัขนั้น จึงต้องเลือกให้เหมาะสมกับสภาพผิวหนังของสัตว์เลี้ยง

หากสัตว์เลี้ยงของท่านมีปัญหาทางด้านผิวหนังแล้ว ควรขอรับคำปรึกษาสัตวแพทย์จะดีกว่า เพราะอาจต้องใช้การตรวจทางห้องปฏิบัติการเพื่อวินิจฉัยหาสาเหตุของความผิดปกตินั้น จึงจะเลือกแชมพูที่เหมาะสมกับสัตว์เลี้ยงของเราครับ

“น้ำ” ที่ใช้อาบ ก็ควรเป็นน้ำที่มีอุณหภูมิเท่ากับอุณหภูมิห้อง (อุณหภูมิปกติ ณ เวลานั้นนั่นเอง) ซึ่งไม่ควรใช้น้ำที่มีอุณหภูมิที่สูงเกินไป (น้ำอุ่นหรือร้อน) เพราะการอาบน้ำด้วยน้ำที่อุ่นจะทำให้เส้นเลือดที่ผิวหนังเกิดการขยายตัว โดยเฉพาะในกรณีที่มีปัญหาผิวหนังอักเสบ จะทำให้เกิดผิวหนังอักเสบมากขึ้น ผิวก็จะแห้งมากขึ้น ซึ่งจะทำให้สัตว์เกิดอาการคันมากขึ้นด้วย

การฟอกแชมพู (โดยเฉพาะแชมพูยา) ก็ควรที่จะเอาแชมพูละลายน้ำให้เจือจางก่อนแล้วจึงชะโลมให้ทั่วตัว ไม่ควรนำแชมพูเทลงบนฝ่ามือแล้วถูบนตัวสัตว์ทันทีเพราะความเข้มข้นของแชมพูที่มากเกินไปอาจจะทำให้เกิดการระคายเคืองต่อผิวหนังของสัตว์ได้ครับ

หลังจากการฟอกแชมพูยา (รวมถึงแชมพูกำจัดเห็บหมัด)ก็ควรทิ้งแชมพูไว้บนตัวสัตว์อย่างน้อย 5-10 นาที เพื่อให้ตัวยาในแชมพูออกฤทธิ์ได้เต็มที่ (แต่ที่สำคัญ ต้องอย่าให้สุนัขเลียแชมพูเด็ดขาดครับ) เราควรนวดคลึงผิวหนัง หรือเกาเบาๆ เพื่อให้ยากระจายได้ทั่ว และเพื่อเป็นการเบี่ยงเบนความสนใจของสุนัขไม่ให้เขาเลียแชมพูด้วยครับ  หลังจากนั้น ก็ต้องล้างแชมพูออกด้วยน้ำสะอาดให้เกลี้ยง แล้วเช็ดตัวให้แห้งหรือเป่าตัวให้แห้งด้วย “ลมเย็น” หรือที่“ไม่ร้อนเกินไป”

เห็นไหมครับการอาบน้ำและการใช้แชมพูเพื่อให้สุนัขของเราได้ประโยชน์มากที่สุดนั้น ก็เป็นทั้ง “ศาสตร์และศิลป์” เพียงแค่เราดูแลเอาใจใส่สัตว์เลี้ยงของเราในการอาบน้ำ ก็จะทำให้สัตว์เลี้ยงของเรามีสุขภาพผิวหนังและขนที่ดีขึ้นและลดอาการคันที่เกิดจากการติดเชื้อลงได้ครับ

ลืมบอกไปครับว่า ในกรณีฉุกเฉิน เช่น เมื่อเจ้าตูบเล่นซนจนตกน้ำมอมแมมเลอะเทอะ แต่บังเอิญแชมพูสำหรับสุนัขหมดพอดี เราก็สามารถใช้แชมพูคนอาบให้ “แก้ขัด” ไปก่อนได้ครับ ไม่ได้หมายความว่าจะห้ามใช้เลย  เพราะการใช้เพียง 1 หรือ 2 ครั้ง ก็ไม่ถึงกับทำให้เกิดปัญหาหนักหน่วงอะไร ดีกว่าปล่อยให้เจ้าตูบตัวเหม็นอยู่อย่างนั้นนะครับ

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ นายสัตวแพทย์ ดร.ทิลดิสร์ รุ่งเรืองกิจไกร

ฝ่ายประชาสัมพันธ์และส่งเสริมภาพลักษณ์องค์กร

คณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

Tech for Life : 10 มิถุนายน 2561

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/344239

Tech  for Life :  10 มิถุนายน 2561

Tech for Life : 10 มิถุนายน 2561

วันอาทิตย์ ที่ 10 มิถุนายน พ.ศ. 2561, 06.00 น.

อัจฉะริยะ

นี่คือ Smart Locker : ตู้ล็อกเกอร์อัจฉริยะที่ควบคุมด้วย Internet of Things- IoT (อินเตอร์เนตในทุกสิ่ง)ช่วยผู้ใช้สามารถดูสถานะของตู้ด้วยระบบล็อกดิจิทัล ทำงานเชื่อมกับสมาร์ทโฟน ซึ่งเป็นนวัตกรรมของ เอไอเอส ที่ช่วยตอบโจทย์การใช้ชีวิตของนักศึกษา/บุคลากรใน มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ รังสิต

Line

ไลน์ ประเทศไทย ระบุว่า ในไตรมาสแรกของปีนี้ สติ๊กเกอร์ Line เติบโตสร้างสถิติใหม่ด้วยยอดดาวน์โหลดสูงขึ้น 52% เมื่อเทียบกับปีก่อน สะท้อนให้เห็นว่าสติ๊กเกอร์ยังเป็นหนึ่งในเครื่องมือสื่อสารที่ยังเป็นเทรนด์ที่นิยม

ทั้งนี้ไลน์มีสนับสนุนนักออกแบบหน้าใหม่ผ่านแอพ LINE CREATORSTUDIO ที่ทำสติ๊กเกอร์บนสมาร์ทโฟน พร้อมสนับสนุนต่อยอดความสำเร็จในตลาดต่างประเทศด้วย

รีไซเคิล

อิเกียให้คำมั่นสัญญาในงาน Democratic Design Days ที่ สวีเดน ว่า จะยุติการจำหน่ายผลิตภัณฑ์พลาสติกประเภทใช้แล้วทิ้ง อาทิ ถุงขยะ หลอด จาน ถ้วย ฯลฯ ในสโตร์อิเกียทั่วโลกให้ได้ภายในวันที่ 1 ม.ค. 2563

โดยใช้หลักการใหม่คือหลักการใช้งานแบบหมุนเวียน หรือจะต้องใช้เฉพาะวัสดุที่นำกลับมาใช้ใหม่ได้หรือวัสดุรีไซเคิลเท่านั้น

บริการใหม่

ไมโครซอฟท์ ร่วมกับ บีเอ็มดับเบิลยู(BMW) เปิดตัวบริการ BMW ConnectedDrive ช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถควบคุมระบบต่างๆ ของรถได้จากระยะไกล อีกทั้งยังสามารถเข้าถึงข้อมูลที่สำคัญเกี่ยวกับรถได้อย่างง่ายดาย ผ่านแอพพลิเคชั่น BMW Connected บน iPhone มาพร้อมระบบการนำทาง ที่ช่วยผู้ขับขี่สามารถค้นหาและนำทางไปยังสถานีอัดประจุไฟฟ้าและอื่นๆ

ขยายโครงการรณรงค์เลิกบุหรี่ ต้อนรับวันงดสูบบุหรี่โลก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/344227

ขยายโครงการรณรงค์เลิกบุหรี่ ต้อนรับวันงดสูบบุหรี่โลก

ขยายโครงการรณรงค์เลิกบุหรี่ ต้อนรับวันงดสูบบุหรี่โลก

วันอาทิตย์ ที่ 10 มิถุนายน พ.ศ. 2561, 06.00 น.

บริษัท จอห์นสัน แอนด์ จอห์นสัน (ไทย) จำกัด ประกาศขยายโครงการรณรงค์เลิกบุหรี่ Quit Smoking เริ่มได้ก็เลิกได้ แค่ตั้งใจและมีตัวช่วย โดยมีเป้าหมายช่วยให้คนไทยที่เลิกบุหรี่สำเร็จมีเพิ่มมากขึ้น ซึ่งได้มีการจัดขบวนรณรงค์เลิกสูบบุหรี่ พร้อมแนะนำตัวช่วยเลิกบุหรี่ที่ทำให้การเลิกบุหรี่เป็นเรื่องที่ง่ายขึ้น โดยมี ภัสสรกรณ์-ราศรี บาเล็นซิเอก้า จิราธิวัฒน์ และเภสัชกร มาร่วมแบ่งปันประสบการณ์ และให้คำแนะนำการเลิกบุหรี่อย่างได้ผลณ บริเวณเซ็นทรัล สีลม คอมเพล็กซ์ ในโอกาสวันงดสูบบุหรี่โลก 31 พฤษภาคม 2561

โครงการรณรงค์เลิกบุหรี่ Quit Smoking เริ่มได้ก็เลิกได้ แค่ตั้งใจและมีตัวช่วย เปิดตัวครั้งแรกในปี 2560 โดยมีพันธมิตรหลักอย่างบริษัท บู๊ทส์ รีเทล (ประเทศไทย) จำกัด ซึ่งประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี ในการช่วยเหลือด้านข้อมูล การให้คำปรึกษาและคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญ เพื่อให้สามารถเลิกบุหรี่ได้สำเร็จ ปีนี้จะมีการเพิ่มกิจกรรมและวิธีการใหม่ๆ มาช่วยจูงใจผู้สูบบุหรี่ให้เริ่มก้าวแรกในการงดสูบบุหรี่มากยิ่งขึ้น โดยผู้ที่เข้าร่วมโครงการจะได้รับสมุดคู่มือเลิกบุหรี่ พร้อมกับเครื่องมือและคำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญและเภสัชกรประจำร้านบู๊ทส์ทั้ง 281 สาขาทั่วประเทศ ด้วยจำนวนจุดให้บริการคำปรึกษาและสื่อที่เพิ่มมากขึ้น เชื่อว่าโครงการนี้จะสามารถช่วยผู้ที่ตั้งใจเลิกสูบบุหรี่ให้ประสบความสำเร็จได้มากยิ่งขึ้น

วันงดสูบบุหรี่โลก ปี 2561 เน้นถึงความสัมพันธ์ของการสูบบุหรี่และโรคหลอดเลือดและหัวใจ การสูบบุหรี่มีความเสี่ยงสูงที่ทำให้เกิดโรคหลอดเลือดหัวใจ โรคหลอดเลือดสมอง และโรคหลอดเลือดแดงส่วนปลายตีบ ในแต่ละปี มีผู้เสียชีวิตด้วยโรคที่เกิดจากการสูบบุหรี่กว่า 7 ล้านคนทั่วโลก โดยผู้เสียชีวิตเกือบ 900,000 คน เป็นบุคคลที่ได้รับควันบุหรี่มือสอง รายงานจากองค์กรอนามัยโลกพบกว่าคนไทยเสียชีวิตด้วยโรคหลอดเลือดหัวใจตีบหรือโรคหลอดเลือดสมองถึง 2,615 คนต่อปี ซึ่งจำนวนนี้เป็นเพียงส่วนหนึ่งของผู้เสียชีวิตทั้งหมด 6,500 คน ด้วยปัญหาสุขภาพจากควันบุหรี่มือสอง การรายงานยังระบุอีกว่าผู้สูบบุหรี่ในวัยทำงานมีความเสี่ยงที่จะเป็นโรคหลอดเลือดหัวใจตีบหรือโรคหลอดเลือดสมองมากกว่าผู้ไม่สูบบุหรี่ถึง 4 เท่า

กมลศักดิ์ จุฑาพรมณีผู้อำนวยการหน่วยธุรกิจร้านยาและอีคอมเมิร์ซของ บริษัท จอห์นสัน แอนด์ จอห์นสัน(ไทย) จำกัด กล่าวว่าบริษัทมีความมุ่งมั่นที่จะพัฒนาสุขภาพและความเป็นอยู่ของคนไทย จากความสำเร็จในปีที่แล้ว เรามีความยินดีที่จะขยายโครงการให้ยิ่งใหญ่ขึ้นโดยยังได้รับการสนับสนุนอันดีจากร้านบู๊ทส์เช่นเดิม ปีนี้เราตั้งเป้าหมาในการเข้าถึงผู้สูบบุหรี่จำนวนมากขึ้น โดยเฉพาะผู้สูบที่อยู่ในวัยทำงาน จึงได้เลือกจัดกิจกรรมรณรงค์ในย่านใจกลางธุรกิจในวันนี้”

ข้อมูลจากสำนักงานสถิติแห่งชาติ องค์การอนามัยโลก(WHO) และบริษัท I.M.S Health Inc.1 พบว่าประเทศไทยมีจำนวนผู้สูบบุหรี่ 11 ล้านคน ซึ่งกว่า 4 ล้านคนมีความมุ่งมั่นต้องการเลิกสูบบุหรี่อย่างจริงจัง โดยใช้การเลิกบุหรี่แบบหักดิบมากที่สุด อย่างไรก็ตาม จากรายงานพบว่ามีเพียง 15 เปอร์เซ็นต์ ของผู้ใช้วิธีหักดิบเท่านั้นที่สามารถเลิกบุหรี่ได้สำเร็จ

เภสัชกรหญิงณิชารีย์ ศรีดุรงคธรรมพ์ และผู้จัดการร้าน บู๊ทส์ กล่าวว่า “การเลิกบุหรี่เป็นเรื่องที่ไม่ง่าย เนื่องจากบุหรี่จะมีสารเสพติดที่เรียกว่า นิโคติน เมื่อผู้สูบตัดสินใจเลิกบุหรี่จึงมักเกิดอาการที่เรียกว่าอาการอยากนิโคติน ซึ่งทำให้หงุดหงิด กังวล ปวดศีรษะ นอนไม่หลับ อ่อนเพลียและหิวบ่อย หากทนอาการเหล่านี้ไม่ไหวก็จะทำให้กลับมาสูบใหม่ ดังนั้นเพื่อช่วยลดหรือบรรเทาอาการอยากนิโคติน ผู้ที่ต้องการเลิกบุหรี่สามารถใช้วิธีทางการแพทย์หรือใช้ยาเข้ามาช่วยได้ เช่น การใช้นิโคตินทดแทน ซึ่งมีทั้งในรูปแบบหมากฝรั่งและแผ่นปิดผิวหนัง หรือรับประทานยาตามคำสั่งแพทย์ตัวช่วยเหล่านี้จะสามารถช่วยให้การเลิกสูบบุหรี่สามารถทำได้ง่ายขึ้น ด้วยความมุ่งมั่นตั้งใจและแรงสนับสนุนที่เข้มแข็งจากคนรอบข้าง ประกอบกับการใช้ตัวช่วยอย่างนิโคตินทดแทน จะช่วยให้มีโอกาสเลิกบุหรี่สำเร็จเพิ่มขึ้นอีกเท่าตัว

กมลศักดิ์ จุฑาพรมณี

กมลศักดิ์ จุฑาพรมณี
มิณ-สิรัชชา พัชรโสภาชัย กับน้องอิชิ

มิณ-สิรัชชา พัชรโสภาชัย กับน้องอิชิ

หนังสือเด่น : กลยุทธ์การวางแผนทรัพยากรมนุษย์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/344242

หนังสือเด่น : กลยุทธ์การวางแผนทรัพยากรมนุษย์

หนังสือเด่น : กลยุทธ์การวางแผนทรัพยากรมนุษย์

วันอาทิตย์ ที่ 10 มิถุนายน พ.ศ. 2561, 06.00 น.

“ทรัพยากรมนุษย์”ถือเป็นปัจจัยสำคัญต่อสังคมประเทศชาติ เนื่องจาก ทรัพยากรมนุษย์ คือตัวการในการพัฒนาให้สิ่งต่างๆเกิดและดับลงได้อย่างใจนึก

ด้วยเหตุนี้เอง ในทุกสังคม จึงจำเป็นต้องมีการสร้างสรรค์ เพิ่มพูนทรัพยากรมนุษย์ให้ขยายเพิ่มขึ้นอยู่ตลอดเวลาเช่นเดียวกับการพัฒนาสังคม

“กลยุทธ์การวางแผนทรัพยากรมนุษย์” เป็นหนังสือที่เขียนขึ้นโดย “ผศ.ภาวิณี เพชรสว่าง” โดยผู้เขียนให้ความสำคัญของทรัพยากรมนุษย์ว่าทรัพยากรมนุษย์ ถือเป็น ฟันเฟืองหรือเป็นเครื่องจักรตัวที่ใหญ่ที่สุด และสำคัญที่สุด ถึงขนาดที่ว่า “ฝ่ายทรัพยากรมนุษย์” เป็นหุ้นส่วนสำคัญทางธุรกิจ ที่ช่วยให้การดำเนินงานขององค์กรประสบความสำเร็จ ดังนั้น การวางแผนทรัพยากรมนุษย์จึงมิใช่การคำนวณแรงงานเพียงอย่างเดียว หากแต่เป็นการวางแผนด้านกำลังคน ให้สอดคล้อง สนับสนุน และส่งเสริมกลยุทธ์ขององค์การให้เกิดประสิทธิผล

หนังสือ “กลยุทธ์การวางแผนการทรัพยากรมนุษย์” ได้รวบรวมความรู้พื้นฐานของการวางแผนทรัพยากรมนุษย์ โดยมีการวิเคราะห์สภาพแวดล้อมที่มีผลกระทบต่อกลยุทธ์การวางแผนทรัพยากรมนุษย์ ความสัมพันธ์ระหว่างกลยุทธ์องค์การ รวมถึงวิธีการเชื่อมโยงกลยุทธ์องค์การและกลยุทธ์ทรัพยากรมนุษย์ การวิเคราะห์งานการพยากรณ์ทรัพยากรมนุษย์ การคำนวณทรัพยากรมนุษย์ที่ต้องการ และทรัพยากรมนุษย์ที่มีอยู่ นอกจากนี้ยังกล่าวถึงการเลือกกลยุทธ์ในการจัดการทรัพยากรมนุษย์ที่จำเป็นและสำคัญในปัจจุบัน คือ การวางแผนผู้สืบต่อตำแหน่งงาน การลดขนาดองค์การ และการปรับโครงสร้างองค์การการควบรวมกิจการ การซื้อกิจการ และการจ้างหน่วยงานภายนอก นอกจากนี้ยังมีกระบวนการสุดท้ายที่ชี้วัดว่าผลของการปฏิบัติงานขององค์การเป็นอย่างไร คือ การประเมินผลกิจกรรมการจัดการทรัพยากรมนุษย์

หนังสือเล่มนี้จึงเหมาะอย่างยิ่งกับผู้ที่ปฏิบัติงานด้านการบริหารจัดการทรัพยากรมนุษย์ ที่ผู้เขียนได้ยกตัวอย่างประกอบการอธิบายในบทเรียนที่เกี่ยวข้องด้านปริมาณ เพื่อสร้างความกระจ่างชัดในเนื้อหา พร้อมทั้งมีกิจกรรมท้ายบทเพื่อให้เกิดความกระจ่างมากยิ่งขึ้น

เปิดเมืองกาฬสินธุ์ทุกซอกซอย

เก็บเกี่ยวทุกส่วนให้นักเดินทางได้รับรู้

“นิตยสาร อสท.” นิตยสารเพื่อการท่องเที่ยวฉบับเดือน พฤษภาคม เล่มใหม่ล่าสุด จำหน่ายในราคา 85 บาท ยังคงรักษา ขนบธรรมเนียม วัฒนธรรมดั้งเดิมเอาไว้ไม่เปลี่ยนแปลง ด้วยการพาผู้อ่านไปรู้จักกับสถานที่ท่องเที่ยวของไทย ที่หลายคนนึกไม่ถึงว่าจะมีอยู่ในประเทศไทย สำหรับเล่มนี้ เจาะลึกจังหวัดกาฬสินธุ์จังหวัดที่เต็มไปด้วยวัฒนธรรม ประเพณีของชาวอีสานที่ยังคงรักษาเอาไว้อย่างเหนียวแน่น เพื่อสืบทอดให้คนทั้งประเทศได้รับรู้ถึง ของดีเมืองกาฬสินธุ์ อาทิ เรื่องบ้านเก่าๆ นับร้อยปีของกาฬสินธุ์ที่ยังมีคนอาศัยอยู่, เรื่องก้าวเดินไปใต้ละอองฝน,เรื่องผู้ไทยกาฬสินธุ์วิถีถิ่นมหัศจรรย์, สายน้ำแห่งชีวิตเขื่อนลำปาว พร้อมแถมคู่มือเล่มเล็กติดกระเป๋าให้กับนักชิมในชื่อเรื่องว่า แซ่บกาฬสินธุ์ พร้อมภาพสี่สีที่สวยงามตามเอกลักษณ์ อสท.

หนังสืออาหารเพื่อสุขภาพจาก จาก 3 ผู้เชี่ยวชาญ

จัดลำดับ แจกแจง และแนะนำการกินอย่างละเอียด

“กินเปลี่ยนชีวิต ด้วยอาหาร 100 ชนิดจากธรรมชาติ”ผู้ที่รักสุขภาพ และใส่ใจเรื่องอาหารการกินสามารถใช้หนังสือเล่มนี้เป็นคู่มือการกินได้เป็นอย่างดี เพราะเขียนโดย 3 ผู้เชี่ยวชาญด้านอาหารของไต้หวัน ทั้งโภชนากร แพทย์แผนปัจจุบัน และแพทย์แผนจีน เนื้อหาเรียบเรียงได้เป็นอย่างดี ให้ข้อมูลครบถ้วนแจกแจงรายละเอียดประโยชน์ของสารอาหาร และแนะนำการกินอย่างละเอียด ผู้อ่านจะได้รู้ถึงแนวทางการกินอาหารที่ถูกต้องและเกิดประโยชน์สูงสุด ได้รู้ว่าอาหารใดที่ควรกินคู่กันและควรเลี่ยง และอื่นๆ เกี่ยวกับอาหารอีกมากมาย ราคา 395 บาท

ซึมซับอรรถรสและความงามทางด้านภาษา

เรียนรู้รูปแบบความสัมพันธ์ ผ่านวัฒนธรรมจีน

“ไป๋อิ๋นน่า หมู่บ้านลับลี้ริมฝั่ง” พระราชนิพนธ์แปลในสมเด็จพระเทพรัตนฯ เป็นวรรณกรรมจีนสมัยใหม่ ที่ในเล่มมี 4 เรื่องผลงานของ 3 นักเขียนชื่อดัง ของวงวรรณกรรมจีนร่วมสมัย ได้แก่ เรื่องไป๋อิ๋นน่า ซึ่งได้ใช้สัญลักษณ์งดงามจากฉากธรรมชาติที่งดงามและโหดร้ายมาอธิบายสัจธรรมในหัวใจมนุษย์ ส่วนเรื่องสั้นอีก 3 เรื่องคือ คำไว้อาลัยหมา,ซุปที่อร่อยช่างน่ากลัวและกินหม้อไฟในหน้าร้อน เป็นเรื่องสั้นที่สร้างอารมณ์สะเทือนใจให้ผู้อ่านอย่างละเมียดละไม อ่านแล้วได้ทั้งความบันเทิง และสาระความรู้ อรรถรสทางภาษา และความสัมพันธ์ในรูปแบบต่างๆ ทั้งมนุษย์ด้วยกัน กับสัตว์เลี้ยงและอาหาร ราคา 195 บาท

เรียนรู้ร่างกายมนุษย์และกายวิภาคศาสตร์

ผ่าน เนื้อหาเป็นการ์ตูน สนุกสนาน ไม่ซับซ้อน

Why? กายวิภาค เป็นสารานุกรมความรู้วิทยาศาสตร์ ฉบับการ์ตูน ที่เล่าเรื่องผ่านหมอโซลที่ถูกยมทูตขี้โมโหขโมยร่างกายไปจนเป็นวิญญาณเร่ร่อน และได้มาขอร้อง เด็ก 2 คนคือ ทอมมี และอันนา ช่วยตามหาอวัยวะที่กระจัดกระจายให้ครบ ก่อนวิญญาณจะสูญสลาย ภารกิจตามหาชิ้นส่วนนั้นสนุกตื่นเต้นและต้องผจญภัยหลายด่าน แต่ละด่านทำให้ผู้อ่านได้เรียนรู้เรื่องกายวิภาคยากๆ ได้ง่ายและเข้าใจมากขึ้น ผ่านภาพประกอบวาดอย่างละเอียด และการ์ตูนตัวเดินเรื่องที่วาดได้ดี ทำให้สนุกตื่นเต้น ชวนติดตาม และได้ความรู้ เนื้อหาสอดคล้องกับข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ ราคา 175 บาท

ภูมิบ้านภูมิเมือง : ‘๑๓ มิถุนายน’วันสมเด็จพระชนกาธิบดี พระปฐมราชวงศ์จักรี

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/344212

ภูมิบ้าน ภูมิเมือง : ‘๑๓ มิถุนายน’วันสมเด็จพระชนกาธิบดี พระปฐมราชวงศ์จักรี

ภูมิบ้าน ภูมิเมือง : ‘๑๓ มิถุนายน’วันสมเด็จพระชนกาธิบดี พระปฐมราชวงศ์จักรี

วันอาทิตย์ ที่ 10 มิถุนายน พ.ศ. 2561, 06.00 น.

สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จฯยังอนุสาวรีย์ฯ

วันที่ ๑๓ มิถุนายน ที่จะถึงนี้ เป็นวันสำคัญของสมเด็จพระปฐมราชวงศ์จักรีซึ่งมีอนุสาวรีย์ตั้งอยู่ที่จังหวัดอุทัยธานี กล่าวคือเมื่อพ.ศ.๒๓๒๕ นั้นได้มีพิธีสถาปนาพระอักษรสุนทรศาสตร์ (ทองดี)ขุนนางสมัยอยุธยา ผู้เป็นพระบรมชนกแห่งสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวนั้นเป็น“สมเด็จพระชนกาธิบดี”พระปฐมราชวงศ์จักรีเป็นอันดับแรก สำหรับสาเหตุการสร้างอนุสาวรีย์สมเด็จพระปฐมบรมมหาชนกฯแห่งพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช รัชกาลที่ ๑ นั้นสืบต่อจากหม่อมเจ้าหญิงพูนพิศมัย ดิศกุล พระธิดาในสมเด็จพระบรมวงศ์เธอกรมพระยาดำรงราชานุภาพ ได้ประทานความรู้และแนะนำให้ นายพลาดิศัย สิทธิธัญกิจ ศิษย์ศึกษาค้นคว้าสืบค้นจากพระราชหัตถเลขาในรัชกาลที่ ๔ ถึงเรื่องราวราชวงศ์และความสัมพันธ์ในราชตระกูลเจ้าพระยาโกษาธิบดี (ปาน) ถึงสมเด็จพระปฐมบรมมหาชนกนาถ (ทองดี) นั้นกำเนิดที่เมืองอุไทยธานี ณ ตำบลสะแกกรัง ในสมัยอยุธยาอันเป็นที่ตั้งจังหวัดอุทัยธานีปัจจุบัน

ในพ.ศ.๒๕๑๑ นายสง่า จันทรสาขาผู้ว่าราชการจังหวัดอุทัยธานีได้ให้นำชื่อไปตั้งเป็นถนนพระบรมชนกขึ้นเป็นอนุสรณ์อันดับแรก ต่อมาพ.ศ.๒๕๑๔ นายเวทย์  นิจถาวร ผู้ว่าราชการจังหวัดอุทัยธานี ได้เห็นชอบในข้อมูลดังกล่าวและได้รับการยืนยันจากกรมศิลปากรแล้ว จึงได้ริเริ่มโครงการสร้างอนุสาวรีย์ของสมเด็จพระปฐมบรมมหาชนกฯแห่งราชวงศ์จักรีขึ้นจากผลงานการศึกษาค้นคว้าดังกล่าว นายน้อย มัธวรัตน์ ประธานสภาจังหวัดได้นำเรื่องผ่านความเห็นชอบจากสภาจังหวัดอุทัยธานีส่งเรื่องถึงกระทรวงมหาดไทยเพื่อนำเสนอต่อคณะรัฐมนตรี ซึ่งที่ประชุมคณะรัฐมนตรีได้อนุมัติให้มีการจัดสร้างอนุสาวรีย์ฯ เมื่อวันที่ ๒๐ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๑๖ โดย นายเวทย์ นิจถาวรผู้ว่าราชการจังหวัดอุทัยธานี ได้ริเริ่มจัดงานลุ่มน้ำสะแกกรังและกาชาดอุทัยธานี เพื่อหาเงินทุนการสร้างพระรูปและอนุสาวรีย์ขึ้นครั้งแรกโดยพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าสุขุมาภินันท์  เป็นประธานการจัดงานในปีแรก ซึ่งมีการถวายเงินบริจาคในวาระต่างๆ คือวันที่ ๓๑ ตุลาคม พ.ศ.๒๕๑๙ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชมารได้เสด็จฯพระราชทานธงลูกเสือชาวบ้านและทรงเยี่ยมเยียนราษฎรชาวจังหวัดอุทัยธานี ได้ทูลเกล้าฯถวายเงินโดยเสด็จพระราชกุศลสมทบทุนสร้างพระบรมรูป สมเด็จพระปฐมบรมมหาชนกฯ เป็นเงิน ๓๕๘,๗๕๖.๐๐ บาท วันที่ ๒๔ เมษายน พ.ศ.๒๕๒๐ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช พร้อมด้วยสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ และสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร เสด็จพระราชดำเนินทรงประกอบพระราชพิธีตัดลูกนิมิต พระอุโบสถวัดจันทาราม(วัดท่าซุง) และพระราชทานธงประจำรุ่นลูกเสือชาวบ้าน จังหวัดอุทัยธานี ณ สนามกีฬาจังหวัดอุทัยธานี  รวม ๕๐ รุ่น ชาวจังหวัดอุทัยธานีได้ทูลเกล้าฯถวายเงินโดยเสด็จพระราชกุศลสมทบทุนสร้างพระบรมรูปสมเด็จพระปฐมบรมมหาชนกฯ เป็นเงิน ๑,๔๐๐,๐๐๐.๐๐ บาท ต่อมาพ.ศ.๒๕๒๐ ได้เริ่มการก่อสร้างพลับพลาอนุสาวรีย์สมเด็จพระปฐมบรมมหาชนกฯขึ้นที่บนยอดเขาสะแกกรังจากเงินบริจาคเป็นเงิน ๑,๕๒๐,๐๐๐.๐๐ บาท มีพิธีวางศิลาฤกษ์สร้างพลับพลาจตุรมุข

เมื่อวันที่ ๒๓ กรกฎาคม พ.ศ.๒๕๒๐พลับพลาอนุสาวรีย์ออกแบบสร้างเป็นพลับพลาจตุรมุข ได้รับพระบรมราชานุญาตให้อัญเชิญตราราชวงศ์จักรีประดิษฐานที่หน้าบันของพลับพลา  ออกแบบโดย นายอาวุธ เงินชูกลิ่น อธิบดีกรมศิลปากรและศิลปินแห่งชาติ วันที่ ๑๐ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๒๑ เวลา ๑๕.๓๐ น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช พร้อมด้วยสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เสด็จพระราชดำเนินทรงเททองหล่อพระบรมรูปสมเด็จพระปฐมบรมมหาชนกฯ  ณ โรงหล่อของกรมศิลปากรพระบรมรูปฯนี้ออกแบบโดย นายสนิท ดิษฐพันธ์ศิลปินแห่งชาติและช่างศิลป์ของกรมศิลปากร ดำเนินการจัดสร้าง เป็นเงิน ๑๓๖,๐๐๐.๐๐ บาทหล่อแล้วเสร็จในวันที่ ๒๘ มกราคม พ.ศ.๒๕๒๒ สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช(วาสน์ วาสโน) วัดราชบพิธ เสด็จเป็นประธานในพิธีประดิษฐานและสมโภชพระบรมรูปสมเด็จ พระปฐมบรมมหาชนกนาถ บนยอดเขาสะแกกรังโดยพิธีอัญเชิญพระบรมรูปฯ พร้อมจัดขบวนแห่เป็นพระเกียรติยศและสิริมงคลแก่ชาวอุทัยธานีวันพฤหัสบดีที่ ๕ เมษายน พ.ศ.๒๕๒๒ เวลา ๑๕.๑๕ น.พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช เสด็จพระราชดำเนินทรงเปิดพระวิสูตรคลุมพระบรมรูปสมเด็จพระปฐมบรมมหาชนกนาถ พร้อมด้วยสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ และสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา เจ้าฟ้ามหาจักรีสิรินธรฯ สยามบรมราชกุมารี สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าหญิงจุฬาภรณวลัยลักษณ์ นับเป็นอนุสรณ์สถานหนึ่งเดียวของแผ่นดินที่มีความสำคัญและมีพิธีสักการะในวันนี้ตลอดไป

ตำบลบ้านสะแกกรัง

ตำบลบ้านสะแกกรัง
รัชกาลที่ ๑๐ เสด็จฯอุทัยธานี

รัชกาลที่ ๑๐ เสด็จฯอุทัยธานี
พิธีอัญเชิญพระรูปสมเด็จพระปฐมบรมมหาชนกฯ

พิธีอัญเชิญพระรูปสมเด็จพระปฐมบรมมหาชนกฯ
พลับพลาจตุรมุขหน้าบันตราจักรี

พลับพลาจตุรมุขหน้าบันตราจักรี
พระบรมอัฐิ

พระบรมอัฐิ
พระบรมรูปสมเด็จพระปฐมมหาบรมชนก

พระบรมรูปสมเด็จพระปฐมมหาบรมชนก
ปราบดาภิเษกเป็นพระเจ้าแผ่นดิน

ปราบดาภิเษกเป็นพระเจ้าแผ่นดิน
ประติมากรรมต้นแบบ

ประติมากรรมต้นแบบ
นายเวทย์ นิจถาวร

นายเวทย์ นิจถาวร

แหวกฟ้าหาฝัน : มหาวิทยาลัยสวยที่สุดในโลก University of Wroclaw

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/344213

แหวกฟ้าหาฝัน :  มหาวิทยาลัยสวยที่สุดในโลก University of Wroclaw

แหวกฟ้าหาฝัน : มหาวิทยาลัยสวยที่สุดในโลก University of Wroclaw

วันอาทิตย์ ที่ 10 มิถุนายน พ.ศ. 2561, 06.00 น.

นักท่องเที่ยวที่มาโปแลนด์และต้องการมาเมือง Wroclaw ก็เพราะต้องการมาเยือนสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญที่สุดของเมืองนั่นคือ มหาวิทยาลัยแห่งเมือง Wroclaw มหาวิทยาลัยที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 3 ศตวรรษแห่งนี้เป็นสถานศึกษาที่มีชื่อเสียงมากที่สุดแห่งหนึ่งของโลกเพราะที่นี่ผลิตผู้ชนะรางวัลโนเบลในสาขาต่างๆ มากถึง 9 คน มหาวิทยาลัยที่เก่าแก่ที่สุดของภูมิภาคแห่งนี้มีนักศึกษาระดับปริญญาตรีมากถึง 26,000 คนและระดับปริญญาเอกมากถึง 1,400 คนทุกปีที่นี่จะผลิตบัณฑิตเข้าสู่ตลาดมากถึงปีละ 8 พันคน จาก 10 สาขาวิชา โดยมีการเรียนการสอนทั้งภาษาโปแลนด์และภาษาอังกฤษ นอกจากนี้ที่นี่ยังมีความร่วมมือกับนานาชาติโดยเฉพาะกับมหาวิทยาลัยในภาคพื้นยุโรปอื่นๆเพื่อผลิตบัณฑิตและมหาบัณฑิต ยิ่งกว่านั้นมหาวิทยาลัยแห่งนี้ยังมีชื่อเสียงทางด้านการวิจัยโดยมีการนำเสนอผลงานทางด้านวิทยาศาสตร์ในวารสารต่างๆ ปีละหลายพันเรื่อง ในโครงการวิจัยกว่าปีละ 280 ชิ้น งานวิจัยจากมหาวิทยาลัยสามารถนำสู่นวัตกรรมและการจดสิทธิบัตรมากมายในแต่ละปีอันเป็นผลมาจากความร่วมมือกับนักวิชาการนานาชาติกว่า 400 คน จากทุกมุมโลก

มหาวิทยาลัย Wroclaw ที่เดิมมีชื่อในภาษาเยอรมันว่า Universitat Breslau และภาษาละตินว่า Universitas Wratislaviensis นี้เมื่อแรกกำเนิดถูกจัดตั้งขึ้นจากมูลนิธิในวันที่ 20 กรกฎาคม 1505 โดยพระเจ้า Vladislausที่สองแห่งโบฮีเมีย แต่ความปรารถนาของพระองค์กลับไม่ได้รับการตอบสนอง เพราะโป๊ปจูเลียสที่สอง ปฏิเสธไม่ให้ตั้งสถาบันการศึกษาขึ้นด้วยเหตุผลทางด้านการเมือง อีกทั้งยังถูกต่อต้านจากสถาบันการศึกษาในเมือง Krakow ที่อยู่ไม่ไกลกันนัก การจัดตั้งอาคารสถานศึกษาขึ้นสำเร็จครั้งแรกหลังจากนั้นอีก 200 ปี ในวันที่ 1 ตุลาคมปี 1702 โดยบัญชาของพระเจ้า Leopold ที่หนึ่งแห่งออสเตรีย กษัตริย์แห่งราชวงศ์ฮังการีโบฮีเมียและมีผู้บริหารคนแรกชื่อ Johannes Adrian von Plencken ส่วนภาควิชาที่ถูกก่อตั้งขึ้นตั้งแต่ปี 1638 ได้ถูกเปลี่ยนไปเป็น Jesuit School เนื่องจากมหาวิทยาลัยแห่งนี้กลายเป็นเครื่องมือสำคัญของการปฏิรูป Silesia หลังจากดินแดนแห่งนี้ถูกเปลี่ยนมือเป็นของปรัสเซียที่นี่ก็กลายเป็นสถานศึกษาเกี่ยวกับศาสนาของอาณาจักรปรัสเซีย

หลังจากที่ปรัสเซียพ่ายแพ้ต่อนโปเลียนปรัสเซียจำเป็นต้องปรับสถานะของประเทศใหม่มหาวิทยาลัยแห่งนี้ก็ต้องเปลี่ยนชื่อใหม่แต่เมื่อเยอรมนีถูกปกครองโดยกองทัพนาซี มหาวิทยาลัยก็ต้องปรับตัวใหญ่อีกครั้งตามอิทธิพลของหลักการนาซี นักศึกษาที่พูดภาษาโปลจะถูกลงโทษโดยทหารนาซี และในปี 1939 นักศึกษาโปลก็ถูกไล่ออกจากมหาวิทยาลัยหลังสงครามโลกครั้งที่สอง กองทัพเยอรมันพ่ายแพ้ให้กับกองทัพรัสเซีย ทหารแดงรัสเซียก็เข้ายึดเมืองและขับไล่ชาวเยอรมันออกจากเมือง และยกให้ Wroclawเป็นส่วนหนึ่งของสาธารณรัฐโปแลนด์ รัฐบาลรัสเซียปรับเขตแดนโปแลนด์ใหม่ ให้ Universityof Lwow และห้องสมุดมาอยู่ที่ Wroclaw รวมทั้งสั่งย้ายทั้งคนและข้าวของมาเป็นของมหาวิทยาลัย Wroclaw ด้วย ทั้งนี้เพราะ Lwow ได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของสหภาพโซเวียต นักการศึกษาชาวโปลชุดแรกที่เข้ามายังมหาวิทยาลัยในพฤษภาคม 1945 ได้เข้ามาปรับปรุงอาคารใหม่จากซากที่ถูกทำลายไปถึง 70% ในวันที่ 24 สิงหาคม 1945 รัฐบาลเมืองได้ก่อตั้งมหาวิทยาลัยขึ้นใหม่โดยใช้ชื่อว่า University of Wroclaw ส่วนคณาจารย์ชุดแรกที่เข้ามาปรับปรุงอาคารมี Alois Alzheimer ที่นามสกุลของเขาถูกนำมาใช้เป็นชื่อโรครวมอยู่ด้วย

เนื่องจากอาคารของมหาวิทยาลัยมีความสวยงามแตกต่างจากมหาวิทยาลัยทั่วไป ทางมหาวิทยาลัยจึงเปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชม โดยนักท่องเที่ยวต้องซื้อตั๋วอย่างน้อย2 ส่วนเพื่อได้รับอนุญาตเข้าชมห้องของมหาวิทยาลัย 3-4 ห้อง ส่วนไฮไลท์ก็คือ Aula Leopoldina หรือโถงพิธีการที่ตกแต่งด้วยเทวดาและพู่ระย้าสไตล์บาโรคที่หรูหราวิจิตรตระการตา งานจิตรกรรมบนหลังคาเป็นภาพ God’s wisdom ภาพเหมือนที่ประดับผนังเป็นภาพผู้ก่อตั้งมหาวิทยาลัย ส่วนระเบียงชั้นบนที่เรียกว่า MathematicalTower นั้นยังเปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวได้มองเห็นวิวส่วนเมืองเก่าและแม่น้ำ Odra อีกต่างหากด้วย นักท่องเที่ยวที่ได้มีโอกาสเยือนมหาวิทยาลัยแห่งนี้รับรองได้ว่าจะตื่นตาตื่นใจกับความอลังการของอาคารจนรู้สึกอิจฉานักศึกษาของที่นี่ที่เสมือนหนึ่งเรียนอยู่ในวังเลยทีเดียว

Health News : ทำแผนที่จีโนมแบคทีเรียหาทางสู้เชื้อดื้อยา

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/344240

Health  News : ทำแผนที่จีโนมแบคทีเรียหาทางสู้เชื้อดื้อยา

Health News : ทำแผนที่จีโนมแบคทีเรียหาทางสู้เชื้อดื้อยา

วันอาทิตย์ ที่ 10 มิถุนายน พ.ศ. 2561, 06.00 น.

ศูนย์รวบรวมการเพาะเชื้อจุลินทรีย์แห่งชาติของอังกฤษ (เอ็นซีทีซี) ได้จัดทำแผนที่จีโนมหรือข้อมูลทางพันธุกรรมของเชื้อแเบคทีเรียกว่า 3,000 ชนิด เพื่อทำความเข้าใจซูเปอร์บักหรือเชื้อโรคดื้อยา ขณะนี้ มีตัวอย่างเชื้อแบคทีเรียมากกว่า 5,500 ชนิด เช่น ตัวอย่างเชื้อจากจมูกของอเล็กซานเดอร์ เฟลมมิง นักวิทยาศาสตร์ชาวอังกฤษผู้ค้นพบเพนนิซิลินที่เป็นยาปฏิชีวนะขนานแรกของโลกในปี 2471 ตัวอย่างเชื้อบิดชิเกลลากลุ่มย่อยบีของทหารสมัยสงครามโลกครั้งที่ 1 เอ็นซีทีซีจะเผยแพร่แผนที่ดังกล่าวในเว็บไซต์ให้นักวิจัยทั่วโลกนำไปใช้อย่างเสรี หวังว่าจะเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาวิธีการตรวจวินิจฉัย คิดค้นวัคซีน หรือวิธีรักษาซูเปอร์บัก ผู้เชี่ยวชาญเชื่อว่า เชื้อแบคทีเรียร้อยละ 70 ดื้อยาปฏิชีวนะที่ใช้อย่างแพร่หลายแล้วอย่างน้อย 1 ขนาน เป็นปัญหาใหญ่ในการรักษา เชื้อที่มีโอกาสดื้อยามากที่สุดคือ เชื้อวัณโรคที่มีคนป่วยปีละกว่า 10.4 ล้านคน เฉพาะปี 2559 คร่าชีวิตคนถึง 1.7 ล้านคน