เปิดมุมมองความคิด’ดร.พันธ์ยศ’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/371608

เปิดมุมมองความคิด'ดร.พันธ์ยศ'

เปิดมุมมองความคิด’ดร.พันธ์ยศ’

วันเสาร์ ที่ 20 ตุลาคม พ.ศ. 2561, 17.50 น.

ดร.พันธ์ยศ อัครอมรพงศ์ ประธานสถาบันพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการไทย-จีน (Thai-Chinese Entrepreneur Development Institute)  ผู้อยู่เบื้องหลังส่งเสริมผลักดันผู้ประกอบการไทย  ทั้งเป็นที่ปรึกษาให้แก่กลุ่มนักธุรกิจไทยและจีนอันเป็นระยะเวลายาวนาน   ดร.พันธ์ยศ  อัครอมรพงศ์  เป็นอีกหนึ่งหนุ่มที่ดีกรีไม่ธรรมดาเพราะประสบความสำเร็จในด้านธุรกิจตั้งแต่อายุยังน้อย  และก้าวเข้ามาเป็นประธานสถาบันพัฒนาศักยภาพไทย-จีน

ด้านความคิดมุมมองในด้านการเมืองและวิสัยทัศน์ถือว่าไม่ธรรมดา   จึงถูกเป็นที่น่าจับตาไม่แพ้นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ (หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่)  เนื่องจากถูกทาบทามจากหลายพรรคการเมือง  ให้มาเป็นสมาชิกพรรค  เพราะหากลงสังกัดพรรคใดแล้วล่ะก็  สามารถเปรียบได้กับขงเบ้ง  เป็นกุนซือชั้นดีให้เหล่าลูกทัพ

คนส่วนใหญ่มองภาพลักษณ์นักการเมืองไม่ดีคุณคิดอย่างไร?

ผมคิดว่าไม่ผิดและไม่ถูกเสมอไปที่เขาจะมองแบบนั้น  ไม่ผิดที่เขาจะมองว่าไม่ดี  เพราะนักการเมืองบางคนเข้ามารับตำแหน่งในสภาแต่ไม่ได้รับใช้ประชนอย่างแท้จริงอย่างที่เคยกล่าวไว้ก่อนมานั่งเก้าอี้  ส่วนไม่ถูกเสมอไป  คือผมอยากกล่าวว่า  สิ่งที่ท่านมองภาพลักษณ์นักการเมืองไม่ดี  เนื่องมาจากปลาเน่าตัวเดียวเหม็นทั้งข้อง  แต่มันยังมีอยู่ครับคนที่เขาตั้งใจทำงานและอยากช่วยพัฒนาประเทศชาติ  ใน100คนไม่มีคนดี100คน  ใน100คนก็ไม่มีคนเลว100คนเช่นกัน

แล้วทำไมถึงมาสนใจเล่นการเมือง?

ที่ผมสนใจมาเล่นการเมือง  เพราะหากผมอยู่ในฐานะประธานสถาบันพัฒนาศักยภาพไทย-จีน ผมสามารถช่วยให้คนกลุ่มหนึ่งพัฒนาได้  แต่มันแค่กลุ่มบุคคลหนึ่ง  แต่หากผมลงเล่นการเมือง  แม้ว่าผมจะเป็นคนธรรมดาคนหนึ่ง แต่ผมคือตัวแทนเสียงของประชาชน  ผลักดันและทำในสิ่งที่เขาต้องการให้ผมช่วยได้  ผมว่ามันสามารถทำอะไรที่ยิ่งใหญ่และมีประโยชน์ได้มากขึ้น

แล้วมองการเมืองกับอนาคตประเทศไทยอย่างไร?

ผมมองว่ามันถึงเวลาแล้วครับกับการเปลี่ยนแปลง  หลายๆคนเบื่อแล้วกับสิ่งเดิมๆ  อนาคตทุกสิ่งก็ขึ้นอยู่กับสิ่งที่เราทำปัจจุบันว่ามันเต็มที่แล้วหรือยัง  ผลลัพธ์มันก็จะออกมาตามการกระทำ นั่นเขาเรียกว่าอนาคต ผมคิดว่าประชาชนเขาตระหนักและรู้ค่าเห็นความสำคัญในคะแนนเสียงมากขึ้น

แม้ว่า ดร.พันธ์ยศ  อัครอมรพงศ์   ยังไม่ได้ตัดสินใจเป็นเอกฉันท์  ในการเข้าสังกัดพรรคใดก็ตาม  เพราะอยากเป็นสมาชิกพรรคที่มีนโยบายสอดคล้องกับแนวความคิดของเขา  คือประเทศไทยยุคใหม่  ที่ใช้เทคโนโลยีและมาพัฒนาประเทศ  มุ่งมั่นพัฒนาประเทศชาติให้เจริญก้าวหน้าทันตามนานาอารยประเทศ  มากกว่าการมาถกเถียงเรื่องเดิมๆ ที่คาราคาซัง  อยากให้คนไทยเป็นคนไทยยุค 4.0  อย่างแท้จริง  และมองก้าวไปข้างหน้า  มากกว่าที่จะคิดยึดติดกับภาพอดีต เขายังกล่าวว่า  เขามีความเข้าใจในหัวอกประชาชนไทยที่ยากจน   เทคโนโลยีที่นำมาใช้พัฒนาประเทศ  ต้องพัฒนาศักยภาพคน และให้ความสำคัญในเรื่องปากท้องด้วย  เพราะกว่าชีวิตจะสุขสบายเป็นที่ยอมรับทุกวันนี้   เขาเคยเป็นคนหนึ่งที่สู้ชีวิตและลำบากมาก่อนจนประสบความสำเร็จด้วยตัวเอง “แค่ไพร่ธรรมดา แต่จะใช้ปัญญาให้เกิดประโยชน์ “  ส่วนพรรคไหนจะซื้อใจ  ขงเบ้ง  ติดดิน  แต่สติปัญญาล้ำ คนนี้ได้เราคงต้องรอติดตาม

Quote of the week : ท่านพุทธทาสภิกขุ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/371412

Quote of the week : ท่านพุทธทาสภิกขุ

Quote of the week : ท่านพุทธทาสภิกขุ

วันเสาร์ ที่ 20 ตุลาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

…อย่าไป บ้า กับ ชีวิต ให้มาก เพราะมันเป็นสิ่งสมมุติ เพราะชีวิตมันไม่มีจริง มันเป็นเพียงการเปลี่ยนแปลงของธรรมชาติ จงทำหน้าที่ให้ดี โดยไม่มี ความทุกข์ ให้สงบ เย็น และเป็นประโยชน์ เพราะทุกสิ่ง ทุกอย่าง เราต้องคืนให้กลับสู่ธรรมชาติดังเดิม แม้แต่ร่างกายที่เราเฝ้าดูแลก็ตาม…

แนวหน้า ฟู้ด รีวิว : โปรโมชั่นบุฟเฟ่ต์พิเศษสุดคุ้มค่า จาก 6 โรงแรมชั้นนำทั่วกรุงเทพฯ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/371382

แนวหน้า ฟู้ด รีวิว : โปรโมชั่นบุฟเฟ่ต์พิเศษสุดคุ้มค่า จาก 6 โรงแรมชั้นนำทั่วกรุงเทพฯ

แนวหน้า ฟู้ด รีวิว : โปรโมชั่นบุฟเฟ่ต์พิเศษสุดคุ้มค่า จาก 6 โรงแรมชั้นนำทั่วกรุงเทพฯ

วันเสาร์ ที่ 20 ตุลาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

กลับมาพบกันอีกครั้งในวันเสาร์สุดสัปดาห์กับคอลัมน์ “แนวหน้า ฟู้ด รีวิว” ที่จะคอยสรรหาเมนูจานเด็ด พร้อมโปรโมชั่นพิเศษ ให้ผู้อ่านทุกท่านได้ทราบก่อนใคร และในสุดสัปดาห์นี้ขอเอาใจผู้อ่านสายบุฟเฟ่ต์โรงแรมขาประจำ ด้วยที่สุดของความคุ้มค่า ที่ไม่ต้องใช้บัตรสมาชิก ไม่ต้องใช้บัตรเครดิต ไม่ต้องใช้คูปองส่วนลดใดๆ ที่เราได้รวบรวมมาให้ผู้อ่านทุกท่านเลือกอิ่มอร่อยกันตามต้องการ จาก 6 ห้องอาหารในโรงแรมชั้นนำทั่วกรุงเทพฯปิดท้ายตลอดเดือนตุลาคมนี้ เริ่มต้นกันที่

โรงแรมโกลเด้น ทิวลิป ซอฟเฟอริน กรุงเทพฯ

โรงแรมโกลเด้น ทิวลิป ซอฟเฟอริน กรุงเทพ นำเสนอบุฟเฟ่ต์อาหารนานาชาติ กับสารพัดหลากหลายเมนูคุณภาพ อาทิ ญี่ปุ่น, อิตาเลียน, ยุโรป, จีน, อินเดีย, ไทย ฯลฯ และบาร์บีคิวในช่วงมื้อเย็นของทุกวัน รวมถึงขนมหวาน, เบเกอรี่, ไอศกรีม, ผลไม้ และปิดท้ายด้วยความอร่อยละมุนลิ้นกับบิงซูที่เลือกท็อปปิ้งได้เอง สำหรับมื้อเย็นวันศุกร์-เสาร์ กับขบวนซีฟู้ดสดๆ หลากหลายเมนู อาทิ กุ้ง, หอยแมลงภู่นิวซีแลนด์, หอยนางรม, หอยหวาน, ปูทะเลหลากหลาย, ขาปูอลาสก้า, เนื้อแกะ รวมถึงปลาสดๆ สามารถเลือกได้ทั้งแบบย่างหรือแบบลวก พร้อมน้ำจิ้มรสเด็ดหลายสไตล์ มื้อกลางวันราคาท่านละ 699 บาท++ มื้อค่ำวันอาทิตย์-พฤหัสบดี ราคาท่านละ 950 บาท++ มื้อค่ำวันศุกร์-เสาร์ราคาท่านละ 1,200 บาท++ โปรโมชั่นพิเศษ! มา 3 ท่าน คนที่ 3 จ่าย 92 บาท ทุกมื้อ ทุกวันตลอดเดือนต.ค.-ธ.ค. ที่ห้องอาหารนานาชาติ “92 คาเฟ่” สอบถามและสำรองที่นั่งโทร.02-6414777

โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ เซ็นทรัลพลาซา ลาดพร้าว กรุงเทพฯ

โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ เซ็นทรัลพลาซา ลาดพร้าว กรุงเทพฯ นำเสนอบุฟเฟ่ต์โฉมใหม่ ลักซ์ชัวรี่เลซี่ลันช์ พาเหรดอาหารซีฟู้ดสุดอลังการ ที่ควงคู่มาพร้อมกับนานาเมนูอาหารจานเด็ดทั้งในแบบตะวันออกและตะวันตกกว่า 70 รายการ จัดเต็มไปกับเมนูคุณภาพเยี่ยม อาทิ หอยนางรมสดฟินเดอแคร์, ปูอลาสก้า, กุ้งเครย์ฟิช, หอยแมลงภู่นิวซีแลนด์, กุ้งแม่น้ำ, กั้ง, ซูชิ, ซาชิมิแซลมอน, ซาชิมิทูน่า, ข้าวผัดสเปนปาเอยาเสิร์ฟพร้อมซีฟู้ด ไก่ หมู ไส้กรอกสเปนโชริโซ, แกงกะหรี่ไก่ทิกก้ามาซาลาสไตล์อินเดีย, ต้มยำกุ้งแม่น้ำและซีฟู้ด, แกงเขียวหวานไก่, ทอดมันกุ้ง, ชีสนานาชนิด, ซุป, สลัด, พาสต้า, ขนมหวานไอศกรีม ฯลฯ พร้อมเครื่องดื่มหลากหลายชนิดให้คุณได้เลือกสรรแบบไม่อั้นกว่า 6 ชั่วโมงเต็ม ราคาเริ่มต้นที่ท่านละ 2,000-4,000 บาท++ โปรโมชั่นพิเศษ! รับส่วนลดทันที 25% ไม่เกิน 8 ท่าน ต่อ 1 ใบเสร็จ พร้อมรับล็อบสเตอร์ครึ่งตัว และฟัวกราส์เลิศรสเพิ่มพิเศษอีกท่านละ 1 เซต ทุกวันเสาร์ ตลอดเดือนต.ค. ที่ห้องอาหารนานาชาติ “จตุจักร คาเฟ่” สอบถามและสำรองที่นั่งโทร.02-5411234 ต่อ 4151

โรงแรมดิ เอมเมอรัลด์

โรงแรมดิ เอมเมอรัลด์ นำเสนอบุฟเฟ่ต์ติ่มซำมื้อกลางวันราคาท่านละ 650 บาท++ โปรโมชั่นพิเศษ! มา 4 จ่าย 3 ยกเว้นวันเสาร์-อาทิตย์ วันนักขัตฤกษ์และวันหยุดต่อเนื่อง และยังมีเมนูตับห่านผัดพริกไทยดำ อุดมไปด้วยแร่ธาตุต่างๆ มากมาย โดยเฉพาะธาตุเหล็ก ซึ่งมีประโยชน์ต่อระบบเลือด ทำให้ไม่เป็นโลหิตจาง รวมทั้งช่วยให้ผิวพรรณสดใส เปล่งปลั่ง ราคาเมนูละ 980 บาท++ ตลอดเดือนต.ค. ที่ห้องอาหารจีน “หยก” สอบถามและสำรองที่นั่งโทร.02-2764567 ต่อ 8429

โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ คอนเวนชั่น

โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ คอนเวนชั่น นำเสนอบุฟเฟ่ต์อาหารนานาชาติ กับหลากหลายซุ้มอาหารไทยและเทศ อาทิ สเต๊กเนื้อ, หมู, ไก่, ทะเล, ข้าวเกรียบปากหม้อ, ขนมเบื้องญวน,ข้าวหมูแดงหมูกรอบ, บัวลอยหลากสี, เครปสด ฯลฯ ปรุงจานต่อจานโปรโมชั่นพิเศษ! เฉพาะวันอังคารที่ 23 ต.ค. เนื่องในวันรำลึกพระพุทธเจ้าหลวง รัชกาลที่ 5 มื้อกลางวันราคาท่านละ 482 บาทมื้อค่ำราคาท่านละ 570 บาท ผู้ใหญ่วัย 65 ปี ทานฟรี เมื่อมาพร้อมครอบครัว 4 ท่าน ที่ห้องอาหารนานาชาติ “เปรมประชากร”หรือบุฟเฟ่ต์อาหารแดนอาทิตย์อุทัย พบกับเทปันยากิกระทะร้อน ที่สามารถเลือกเนื้อสัตว์ ผัก ให้เชฟปรุงตามใจชอบ ซาซิมิสดๆ ที่มีทั้งแซลมอน, ปลาทูน่า, ปลาหมึกยักษ์สดกรอบ, ไข่หวาน, ชาบู, เส้นอุด้งเหนียวนุ่ม ซดกับน้ำซุปร้อนๆ, ข้าวหน้าปลาไหลเนื้อนุ่มๆ ละลายในปาก, กุ้งเทมปุระบิ๊กไซส์, ไอศกรีมชาเขียว, ถั่วแดงร้อน, เค้กหลากรส, ขนมไทย ฯลฯ มื้อกลางวันราคาท่านละ 650 บาท มื้อค่ำราคาท่านละ 790 บาท ที่ห้องอาหารญี่ปุ่น “เอโดะ” ตลอดเดือนต.ค. สอบถามและสำรองที่นั่งโทร.02-5755599

โรงแรมแลนด์มาร์ค กรุงเทพฯ

โรงแรมแลนด์มาร์ค กรุงเทพฯ นำเสนอพาเหรดปูไข่คลองโคน ที่คัดสรรปูไข่สดๆ จากคลองโคน จังหวัดสมุทรสงครามมาเสิร์ฟให้ลิ้มลองทั้งแบบนึ่งและผัดพริกไทยดำ และอีกสารพันซีฟู้ดอาหารทะเลนานาชนิดแบบไม่จำกัด อาทิ ปูยักษ์, ปูม้า, หอยนางรมนำเข้า, หอยแมลงภู่ ฯลฯ เสิร์ฟแบบเย็นบนน้ำแข็งหรือปรุงในแบบที่ต้องการ โปรโมชั่นพิเศษ! ลด 50% เมื่อมา 4 ท่านขึ้นไป มื้อค่ำวันอาทิตย์-พฤหัสบดี ราคาท่านละ 2,200 บาทสุทธิ มื้อค่ำวันศุกร์-เสาร์ ราคาท่านละ 2,500 บาทสุทธิ มื้อสายวันอาทิตย์ราคาท่านละ 2,700 บาทสุทธิ ตลอดเดือนต.ค. ที่ห้องอาหารนานาชาติ “เอเทรี่ยม”สอบถามและสำรองที่นั่งโทร.02-2540404 ต่อ 7777

โรงแรมวินเซอร์ สวีทส์

โรงแรมวินเซอร์ สวีทส์ นำเสนอบุฟเฟ่ต์ซีฟู้ดและนานาชาติมื้อค่ำ อาทิ กุ้งแม่น้ำเผา, ปูม้า, ปลาทะเลสด, ซีฟู้ด ออนไอซ์, หอยแครงลวก, ปลาหมึกย่าง ฯลฯ และพบกับเทศกาลบาร์บีคิวกริลล์ไนท์ อาทิ ขาหมูเยอรมัน, แซลมอนบาร์บีคิว, ไส้กรอกเยอรมันรวม, ไก่ทอดสไตล์แม็กซิกัน, ซี่โครงหมูย่างซอสแม็กซิกัน ฯลฯ นอกจากนั้นยังมี ซูชิ, ซาชิมิ, ปลาแซลมอน, มุมข้าวต้มพร้อมกับข้าว อย่างปลากะพงทอดน้ำปลา, หอยลายผัดน้ำพริกเผา, ต้มยำซีฟู้ด, พิซซ่า, สปาเกตตี, ไอศกรีม และของหวานมากมาย โปรโมชั่นพิเศษ! ลดกว่า 50% จากราคาปกติท่านละ 1,050 บาท เหลือเพียงท่านละ 562 บาทสุทธิ ทุกวันศุกร์-อาทิตย์ ตลอดเดือนต.ค. ที่ห้องอาหารนานาชาติ “เดอะ คาเฟ่” สอบถามและสำรองที่นั่งโทร.02-2621234

อิ่มอร่อยคุ้มค่าคุ้มราคา กับโปรโมชั่นพิเศษ สำหรับคุณและครอบครัวพร้อมมิตรสหายได้เลือกสรรมื้อแห่งความประทับใจ ไปกับ“แนวหน้า ฟู้ด รีวิว”

ความสำเร็จ ‘นักเรียนเก่งยามาฮ่าสุพรรณบุรี’ สอบเกรดยามาฮ่ามาตรฐานดีที่สุดอันดับ 1 ของประเทศไทย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/371417

ความสำเร็จ ‘นักเรียนเก่งยามาฮ่าสุพรรณบุรี’ สอบเกรดยามาฮ่ามาตรฐานดีที่สุดอันดับ 1 ของประเทศไทย

ความสำเร็จ ‘นักเรียนเก่งยามาฮ่าสุพรรณบุรี’ สอบเกรดยามาฮ่ามาตรฐานดีที่สุดอันดับ 1 ของประเทศไทย

วันเสาร์ ที่ 20 ตุลาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

สถาบันดนตรียามาฮ่า ผู้นำดนตรีศึกษาแห่งแรกในเมืองไทย หลักสูตร “ยามาฮ่า” มาตรฐานทั่วโลกยอมรับจากประเทศญี่ปุ่น ที่มีนักเรียนนิยมเรียนมากที่สุดเป็นหลักสูตรเดียวที่มีระบบการสอบ และประเมินผลชั้นเยี่ยม แสดงความเป็นสากลสามารถอ้างอิงได้กว่า 40 ประเทศทั่วโลก และใช้เป็นแบบแผนเดียวกัน โดยระบบการสอบของยามาฮ่า มียอดนักเรียนที่สอบประเมินผลมากที่สุดขึ้นเป็นที่ 1 ของประเทศไทย

การสอบเกรดยามาฮ่า นับเป็นเรื่องสำคัญที่นักเรียนยามาฮ่าทุกคนสามารถนำไปอ้างอิงได้ ในการก้าวสู่โลกแห่งเสียงดนตรี โดยโรงเรียนดนตรียามาฮ่า สุพรรณบุรี ตระหนักถึงความสำคัญในศักยภาพของการเรียนการสอนดนตรีของครูและนักเรียนทุกคน โดยนักบริหาร วิศน์กานต์ขุนสุวรรณ ผู้บริหาร และ ณัฐตชา จันทกลัดผู้จัดการโรงเรียน ได้มอบประกาศนียบัตรแก่นักเรียน ประจำปี 2016 ซึ่งเป็นระบบการสอบเกรดของยามาฮ่า (The Yamaha GradeExamination System) หรือ YMES ได้รับการพัฒนาให้ผู้เรียนมีความมั่นใจในความก้าวหน้าของตนเอง และมีความเชื่อมั่นในตัวเองกับวิชาดนตรีที่ตนได้ศึกษามาการสอบทักษะ จึงได้ออกแบบให้มีการพัฒนาความเชี่ยวชาญทางด้านทักษะการปฏิบัติ และการแสดงออกทางความรู้สึก (Improve performance skill and expressiveness) มีความเข้าใจในดนตรีผลของการสอบจะช่วยให้ผู้สอบมีความรู้ ความสามารถ ที่กว้างไกลมากขึ้น ซึ่งระบบการสอบเกรดของยามาฮ่า ประกอบด้วยระดับเกรดทั้งหมด 13 ระดับ โดยการสอบนี้มีประเมินการเล่นดนตรีทางปฏิบัติ ความสามารถทางทักษะการปฏิบัติ และความรู้ทางด้านดนตรีร่วมกับเทคนิคการเล่น เป็นการสร้างความมั่นใจในตัวเองกับวิชาดนตรี ที่ตนศึกษามาแก่นักเรียนโรงเรียนดนตรียามาฮ่าในเครือข่ายทั่วประเทศ รับรองโดย ยามาฮ่ามิวสิค ฟาว์เดชั่น ประเทศญี่ปุ่น

มากกว่านั้น การสอบเกรดยามาฮ่า ครั้งนี้ นักเรียนยามาฮ่าสุพรรณบุรีโชว์ผลงานทางดนตรีที่แสดงถึงความสัมฤทธิผลของหลักสูตรดนตรีขั้นสูง ที่สอบเกรดผ่านตามมาตรฐานแล้ว ยังมีนักเรียนเก่งที่สอบได้ เกียรตินิยมอันดับ 1 เกรด 10 วิชาไวโอลิน ได้แก่ ด.ญ.พนัชกร วลีเกียรติกุล (นัท) และ เกรด 6 ได้แก่ ด.ญ.ปทิตตา ชัยกิจอุราใจ(เชอร์รี่), เกียรตินิยมอันดับ 2 วิชาไวโอลิน เกรด 9และ 10 ได้แก่ น.ส.พรนัชชา โชระเวก (สายป่าน) ด.ญ.ศุภิสรา เมธีวรกิจ (เฟิร์ส) และ ด.ญ.บุณยานุชคำโพธิ์ชา (หนูดี), วิชาขับร้อง เกรด 6 ได้แก่น.ส.พิมชนก เนตรสว่าง (ครูพิมพ์) ส่วน เกรด 10ได้แก่ ด.ญ.รชตภร เจริญวรวิช (มิว) และ วิชากลองเกรด 10 ได้แก่ ด.ญ.สุรางคนา สุศิละ (แองจี้) และด.ช.อิทธิรัตน์ ทัศพงศ์ทวีกิจ (อ็อกซ์) ซึ่งทุกคนตั้งใจเรียนดนตรีอย่างแท้จริง และปัจจุบันโรงเรียนดนตรียามาฮ่า สุพรรณบุรี มีนักเรียนมากกว่า300 คน ที่สนใจเรียนดนตรีเพราะทุกครอบครัวมองว่าดนตรีนั้นพัฒนาลูกหลานให้มีสมาธิ เก่ง และกล้าแสดงออกบนเวที ตอบโจทย์ประเทศไทยในยุค 4.0

แม่คือต้นแบบที่ดีของลูก ความรัก ความเมตตาของแม่คือภูมิคุ้มกันที่ดีที่สุดสำหรับลูก ความรักของแม่ลูก คุณหญิงทรงสุดา ยอดมณี-ดร.ก้องศักด ยอดมณี

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/371431

แม่คือต้นแบบที่ดีของลูก ความรัก ความเมตตาของแม่คือภูมิคุ้มกันที่ดีที่สุดสำหรับลูก ความรักของแม่ลูก คุณหญิงทรงสุดา ยอดมณี-ดร.ก้องศักด ยอดมณี

แม่คือต้นแบบที่ดีของลูก ความรัก ความเมตตาของแม่คือภูมิคุ้มกันที่ดีที่สุดสำหรับลูก ความรักของแม่ลูก คุณหญิงทรงสุดา ยอดมณี-ดร.ก้องศักด ยอดมณี

วันเสาร์ ที่ 20 ตุลาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

แนวหน้าวาไรตี สัปดาห์นี้ดร.เฉลิมชัย ยอดมาลัย ผู้ดำเนินรายการ จะพาคุณๆ ไปพูดคุยกับ คุณหญิงทรงสุดา ยอดมณี สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ กับ ดร.ก้องศักด ยอดมณี ผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย “แม่-ลูก” ที่พูดคุยกันได้ทุกเรื่อง โดยไม่มีความลับต่อกัน

คุณแม่รายนี้พูดถึงลูกชายเมื่อครั้งยังเป็นเด็กน้อยว่า ในสมัยเด็กๆ ก้องจะซนมาก ซึ่งเรียกว่าซนไปตามวัยของเด็ก จำได้ว่าตอนที่ก้องอายุขวบกว่าๆ ครอบครัวของเราไปอาศัยอยู่ที่นครบอสตัน สหรัฐอเมริกา วันหนึ่งครอบครัวเราไปทานน้ำชาช่วงบ่ายด้วยกัน ระหว่างที่กำลังดื่มชาและคุยกันกับคนในครอบครัว ก้องก็ถือขวดนมเล่นไปเล่นมาแล้วเขาก็ยืนขวดนมไปที่หน้าต่าง แล้วทำขวดนมหล่นลงไป (ไม่แน่ใจว่าทำหล่นหรือจงใจโยนลงไป หัวเราะ) พวกเรานั่งกันที่ชั้นสี่เมื่อก้องทำขวดนมหล่นลงไป เขาก็ร้องจะเอาขวดนมคืน เรามองลงไปเห็นว่าขวดนมหล่นไปตกที่หลังคารถยนต์ที่จอดอยู่ริมถนน โชคดีที่ไม่ตกลงไปถูกศีรษะใคร หลังจากนั้นเราก็เห็นว่าเจ้าของรถออกมาดูขวดนมแล้วก็โวยวายว่าขวดนมมาจากไหน หลังจากนั้นเราก็ลงไปขอโทษเขา และบอกว่าเด็กทำขวดนมหล่นลงไป เรื่องราวก็จบลงด้วยดี เราก็นำขวดนมกลับคืนมาให้ก้อง แต่เขาก็พยายามจะเล่นเหมือนเดิมอีก ซึ่งเราก็ต้องห้าม แต่สิ่งที่เราเห็นในวันนั้นมันเหมือนกับภาพยนตร์ฝรั่งเรื่องหนึ่งที่เราเคยดู โดยเฉพาะฉากที่เด็กทำขวดนมตกลงไปจากบ้านชั้นบน แล้วร้องไห้จะเอาขวดนมคืน ไม่แน่ใจว่าก้องดูหนังเรื่องนั้นแล้วเอาแบบหรือเปล่า แต่คงจะเด็กเกินไป และไม่สามารถเลียนแบบได้ แต่คงทำไปตามความซนของเด็ก

“แม่ต้องมีเวลาสำหรับดูแล อบรม สั่งสอน และเลี้ยงดูลูก แม้แม่ในยุคนี้จะต้องทำงานนอกบ้านเพื่อช่วยกันหารายได้เพื่อเลี้ยงดูครอบครัวก็ตาม แม่จะอ้างว่าไม่มีเวลาเลี้ยงดูลูกไม่ได้ ต้องมีเวลาให้กับลูก สอนการบ้านลูก ทานข้าวกับลูกและมีเวลาพูดคุยแบ่งปันเรื่องราวดีๆ กับลูกทุกๆ วัน โดยเฉพาะในช่วงที่ลูกกำลังเติบโต การพูดคุยและการใกล้ชิดกันระหว่างแม่กับลูกคือการสร้างสายสัมพันธ์ที่ดีของครอบครัว และสายสัมพันธ์ที่ดีของสังคม”

คุณหญิงทรงสุดา ยอดมณี

ดร.ก้องศักด บอกว่า ในวัยเด็กนั้นครอบครัวของตนมีพี่น้องผู้ชายสามคม“ผมเป็นลูกคนกลาง พี่น้องสามคนเป็นผู้ชาย เพราะฉะนั้นก็คงจะซนใช้ได้เลยแหละ” เวลาพวกเราเล่นกันก็จะไม่ค่อยเรียบร้อยเท่าไรนักของเล่นก็จะกระจัดกระจาย รกไปทั้งห้อง แล้วเมื่อคุณแม่มาเห็นว่าเราเล่นแล้วไม่เก็บของเล่น ก็จะถูกเอ็ด ถูกดุเป็นประจำ แต่คุณแม่ไม่เคยตีพวกเรา คุณแม่จะสอนด้วยคำพูด และทำให้เราสำนึกได้ว่าเราทำผิด โดยเฉพาะการเล่นแล้วไม่เก็บข้าวของให้เรียบร้อยจำได้ว่าน้ำเสียงของคุณแม่ที่ดุพวกเรานั้นมีหลายระดับ ตั้งแต่บ่นเบาๆ ไปจนถึงทำเสียงเข้มเมื่อพวกเราได้ยินเสียงเข้มๆ ของคุณแม่เท่านั้นแหละ พวกเราก็ต้องช่วยกันเก็บของเล่นโดยทันที

สมัยที่พวกเราเด็กๆ นั้น เราสามพี่น้องจะมีห้องของเล่น แล้วก็เล่นกันภายในห้องสามคน เล่นกันไปสนุกกันไปข้าวของกระจายรกเต็มห้อง แล้วก็ไม่เก็บ เมื่อคุณแม่มาเห็นว่าห้องรถมาก วันหนึ่งคุณแม่ก็นำป้ายที่เขียนด้วยลายมือตัวโตๆ ว่า “ของเล่นนี้ มีไว้ให้คนเล่น แต่จะเป็นคนหรือไม่ใคร่รู้ยิ่ง” แล้วคุณแม่ก็สอนว่า เล่นแล้วต้องเก็บของเล่นให้เป็นระเบียบ แต่ถ้าเล่นแล้วไม่เก็บ ทำให้ห้องรก พวกเราสามคนก็จะถูกห้ามเล่นอีกต่อไป ดังนั้นเมื่อเวลาพวกเราเล่นแล้วรก พวกเราก็ต้องช่วยกันเก็บเพื่อที่จะได้เล่นอีกครั้งหน้า

“คำอบรมสั่งสอนด้วยความรักและความเมตตาของแม่ ผสมกับต้นแบบจากการกระทำที่ดีของแม่ที่ทำให้ลูกเห็นเป็นประจำ เครื่องสิ่งที่ช่วยให้ลูกเรียนรู้และเติบโตเป็นคนดีของสังคม”

ดร.ก้องศักด ยอดมณี

นี่คือคำสั่งสอนของคุณแม่ที่ช่วยทำให้ผมและพี่น้องรู้จักระเบียบภายในบ้านเมื่อโตขึ้น บ้านของผมก็จะดูมีระเบียบพอสมควร เพราะผมถูกปลูกฝังจากคำสอนของคุณแม่มาตั้งแต่ผมยังเป็นเด็ก เรื่องนี้ถูกถ่ายทอดจากรุ่นสู่รุ่น คุณตาผม (จอมพล ถนอม กิตติขจร) ท่านก็เป็นแบบนั้นคุณแม่ผมก็ถูกสอนมาแบบนั้น ท่านก็พยายามถ่ายทอดให้ถึงลูกๆ พวกเราไม่ได้รู้สึกว่าเป็นเรื่องยากลำบากอะไรกับการทำตามคำสอน เพราะเห็นว่าทำแล้วรู้สึกดีไม่ต้องต่อต้าน นี่คือสิ่งที่ผมได้รับการปลูกฝังจากคุณแม่

คุณหญิงทรงสุดา เล่าเสริมว่า คุณแม่ของดิฉัน (ท่านผู้หญิงจงกล กิตติขจร)ท่านจะสอนเราในแบบของท่าน โดยท่านจะทำให้ดูเป็นตัวอย่าง อย่างเช่นการดูแลคุณพ่อ คุณแม่จะเอาใจใส่ซึ่งกันและกันเป็นอย่างมาก ดิฉันได้เรียนรู้จากตรงนี้ หรือแม้แต่การใช้ชีวิตคู่  บางทีท่านทั้งสองมีความคิดที่ต่างกัน มีการโต้เถียงกันบ้าง แต่ไม่เคยเห็นท่านทั้งสองโกรธกันข้ามวันข้ามคืนดิฉันถูกสอนว่า “เราต้องไตร่ตรองความคิดและการกระทำของตัวเองเสมอ ถ้ารู้ว่าเป็นฝ่ายผิด เราก็ต้องขอโทษ” ซึ่งสิ่งนี้ดิฉันรับรู้ได้จากการกระทำของท่านทั้งสอง และนำมาเป็นแบบอย่างในการใช้ชีวิตคู่ของดิฉัน

คุณหญิงทรงสุดายังให้มุมมองต่อปัญหาสังคมในยุคปัจจุบัน โดยเฉพาะเรื่องคุณแม่วัยใส หรือท้องก่อนวัยอันควร โดยกล่าวว่า เรื่องนี้สังคมต้องให้ความรู้ด้านเรื่องเพศศึกษาที่เหมาะสมและเป็นกันเองกับวัยรุ่นทุกคน ต้องให้วัยรุ่นรับรู้และเข้าใจเรื่องนี้ต้องสอนให้เขาป้องกันการท้องก่อนวัยอันควรไม่ควรทำให้เด็กวัยรุ่นมองว่าการเรียนรู้เรื่องเพศศึกษาเป็นเรื่องน่าอาย ที่ไม่สามารถพูดกันโดยเปิดเผยได้ และที่สำคัญคือต้องให้วัยรุ่นรู้ว่า ต้องมีความรับผิดชอบ และต้องไม่นำตัวเองเข้าไปเสี่ยงกับสภาวการณ์ที่จะทำให้พวกเขาตกอยู่ในปัญหาท้องก่อนวัยอันควร และที่สำคัญคือต้องให้พวกเขามีกิจกรรมอื่นๆ ที่จะทำให้พวกเขาไม่หมกมุ่นอยู่กับเรื่องของการมีเพศสัมพันธ์จนไม่สนใจเรื่องที่เป็นประโยชน์อื่นๆ เช่น ต้องหาลานกีฬาให้พวกเขาได้ออกกำลังกาย หรือมีลานกิจกรรมสันทนาการอื่นๆ เช่น การแสดง ดนตรี งานศิลปะ และแม้กระทั่งการบำเพ็ญสาธารณประโยชน์ เป็นต้น

ดร.ก้องศักด เล่าถึงความแตกต่างในการให้ความรู้ด้านเพศศึกษากับวัยรุ่นระหว่างสังคมไทยกับสังคมตะวันตกว่า ในประเทศตะวันตกนั้น เขาสอนเรื่องเพศศึกษากันอย่างเป็นปกติ เพราะถือว่าเป็นธรรมชาติของมนุษย์ เขาจะสอนให้วัยรุ่นเข้าใจเรื่องทางเพศ และความต้องการทางเพศของมนุษย์ และสอนให้รู้จักวิธีป้องกันการท้องก่อนวัยอันควร แต่เขาจะไม่ห้ามพูดคุยเรื่องเพศ  ผมคิดว่าผู้ใหญ่ในบ้านเราควรจะพูดคุยเรื่องเพศศึกษากับลูกหลาน โดยคุยกันแบบสบายๆ ไม่ต้องคิดว่าเป็นเรื่องเร้นลับปกปิด เพราะถ้าเด็กคุยกับผู้ใหญ่ที่เป็นญาติพี่น้องพ่อแม่ ย่อมดีเด็กๆ ไปคุยกันเอง ซึ่งอาจจะพากันเขารกเข้าพก ยิ่งในสมัยนี้เทคโนโลยีอินเตอร์เนตเข้ามามีบทบาทสำคัญในชีวิตมากขึ้น เว็บไซต์ต่างๆ ทั้งดีและไม่ดีเข้าถึงเด็กได้ง่ายมาก เราจะไปปิดกั้นเขาจากสิ่งเหล่านี้คงเป็นไปได้ยาก ทางที่ดีคือสอนให้เขารู้ถึงโทษ รู้จักวิธีป้องกัน และให้ความรู้ รวมถึงสอนให้มีความรับผิดชอบและดูแลตัวเองดีกว่า

คุณหญิงทรงสุดา ยังเสริมเรื่องการศึกษาว่า นอกเหนือจากเรื่องเพศศึกษาแล้ว การศึกษาของไทยควรจะต้องอบรมและปลูกฝังเด็กๆ ให้มีความรู้ที่เหมาะสมกับสถานการณ์ เป็นไปตามวัย สอนให้เด็กมีความรับผิดชอบ ให้รับผิดชอบต่อการเรียนและอยากจะเห็นโรงเรียนทุกแห่งของประเทศไทยมีคุณภาพการเรียนการสอนและมีมาตรฐานด้านวิชาการที่ทัดเทียมกัน เพื่อที่จะช่วยแก้ปัญหาเด็กต้องดิ้นรนไปเรียนในโรงเรียนที่อยู่ไกลบ้าน ทำให้เด็กเสียเวลาเดินทางวันละหลายชั่วโมง และไม่ได้เล่นสนุกตามวัยของเด็ก

“ท้ายที่สุด คุณแม่และลูกคู่นี้ยังฝากข้อคิดถึงแม่ลูกทุกคนว่า แม่รักลูก และลูกก็รักแม่ แต่โลกในยุคนี้ แม่ก็ต้องออกไปทำงานนอกบ้านเพื่อช่วยกันหาเงินมาดูแลครอบครัว แต่สำหรับความเป็น
แม่นั้น ไม่ว่าแม่จะมีภารกิจมากมายเพียงใดก็ตาม แม่ก็จะต้องมีเวลาให้ลูกเสมอส่วนลูกนั้นก็ต้องไม่ลืมว่าแม่ยังรอลูกอยู่ทุกวินาที ลูกบางคนอ้างว่างานมากจนไม่มีเวลาให้กับแม่”

ดร.ก้องศักด บอกว่า อยากให้ลูกกลับไปหาแม่ให้บ่อยมากที่สุด อยากอ้างว่าไม่มีเวลา เพราะถ้ารักแม่จริงๆ แล้ว ต่อให้งานมากแค่ไหน ก็ต้องมีเวลาไปหาแม่จนได้ อยากฝากถึงคนที่ยังมีแม่ว่า คุณโชคดีมาก และขอให้ทำดีกับแม่ ทำให้ชื่นใจก่อนที่จะสายเกินไป อยากให้แม่จากไปแล้ว แล้วจึงมาบ่นว่าคิดถึงแม่ เวลานี้แม่ยังอยู่ ขอให้กลับไปกอดแม่ ไปหาแม่ และไปอยู่กับแม่ให้มากที่สุด

คุณหญิงทรงสุดา พูดด้วยสีหน้ายิ้มแย้มอิ่มเอมว่า “ดิฉันโชคดีมากค่ะ ที่ลูกๆ ทั้งสามคนดูแลพ่อแม่เป็นอย่างดี”

พบเรื่องราวดีๆ ที่ครบครันได้ในรายการ “แนวหน้าวาไรตี้” ออกอากาศทุกวันอาทิตย์ เวลา 16.00-16.25 น. ทาง TNN2 (และช่อง 784 ดิจิทัลทีวี) และ True Visions 8 และชมรายการ
ย้อนหลังได้ที่ YouTube ผู้หญิงแนวหน้า by คุณแหน

ชวนชิม ชวนช็อป ชวนใช้ ชวนชม : 20 ตุลาคม 2561

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/371380

ชวนชิม ชวนช็อป ชวนใช้ ชวนชม : 20 ตุลาคม 2561

ชวนชิม ชวนช็อป ชวนใช้ ชวนชม : 20 ตุลาคม 2561

วันเสาร์ ที่ 20 ตุลาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

“พายแอปเปิ้ล” ชวนชิมพายรสชาติใหม่ ไร้ไขมันทรานส์กับเนื้อพายกรุบกรอบ หอมชินนามอน สอดไส้เนื้อแอปเปิ้ลเน้นๆ เต็มทุกคำ ในราคาเริ่มต้นที่ 29 บาท วันนี้-29 พ.ย. หรือจนกว่าสินค้าจะหมด ที่ร้านแมคโดนัลด์ ทุกสาขาที่ร่วมรายการ และแมคดิลิเวอรี่ โทร.1711

“ฉลองบัณฑิตใหม่” ชวนชิมเมนูจากร้านอาหารแบรนด์ดัง ที่มอบส่วนลดและสิทธิพิเศษมากมายร่วมแสดงความยินดีฉลองบัณฑิตใหม่ เพียงแสดงบัตรนิสิตนักศึกษา พร้อมคูปอง CU’61 หรือกดรับสิทธิ์ผ่าน MBK Application พร้อมแชะและแชร์มุมถ่ายรูปสุดชิค วันนี้-31 ต.ค. ที่ศูนย์การค้าเอ็มบีเค เซ็นเตอร์

“แอ่วตลาดกาดหมั้ว ปอยสิบสองเหลิน ส่างลอง ออกหว่า” ชวนชิมอาหารไทใหญ่ อาหารพื้นเมืองในกาดโบราณ อาทิ จิ้นลุง, ข้าวเหลือง, ส้าผักหนอก, หน่อโก้, ถั่วเน่าแขบ, ขนมเส้นน้ำเงี้ยว, ข้าวเส้นไต, ข้าวแรมฟืน, ข้าวเหลือง, ขังปอง ฯลฯ รวมถึงเมนูอาหารเหนือพื้นเมืองอีกมากมายในบรรยากาศการนั่งทานบนขันโตกในแบบฉบับล้านนาดั้งเดิม พร้อมชมการจำลองขบวนแห่ปอยส่างลอง หรือประเพณีบวชลูกแก้ว พิธีเฉลิมฉลองการบรรพชาสามเณรของชาวไทใหญ่ในล้านนา และขบวนแห่จองพารา ประเพณีออกหว่า งานบุญใหญ่ในช่วงออกพรรษา ชมการสาธิตภูมิปัญญาท้องถิ่นฝีมือเชิงช่างหาชมยาก ช็อปสินค้าไทใหญ่ อาทิ หมวกไต จ้องไต ร่มไทใหญ่ ชนิดต่างๆ ฯลฯ วันนี้-28 ต.ค. ที่ลานน้ำพุ ชั้น 1 ศูนย์สรรพสินค้าซีคอนสแควร์ โทร.02-7218888

ชวนชิม

“Teen Festival 2018” ชวนชิมอาหารสุดชิค ที่คัดสรรความอร่อยจากทั่วเมืองสงขลา อาทิ กาแฟ Nitro Cold Brew, เบอร์เกอร์โฮมเมด, พาสต้าโคน, หัวกุ้งแม่น้ำเผา ฯลฯ พร้อมช็อปเสื้อผ้าสุดแนว จากแฟชั่นนิสต้าที่มีชื่อเสียง ชมศิลปะจากกราฟิตี้แถวหน้าเมืองไทย การแสดงดนตรีสด และการแข่งขัน Dance Battle ฯลฯ วันนี้-21 ต.ค. ที่ลานหน้าศูนย์การค้าเซ็นทรัลเฟสติวัล หาดใหญ่ จ.สงขลา

“Samutsakhon Seafood Adventure” ชวนชิมอาหารทะเลระดับโลก เสิร์ฟความสด อร่อย และความหลากหลาย ทั้งกุ้ง หอย ปู ปลา นานาชนิด ที่มีให้เลือกสรรตามความต้องการ ทุกรูปแบบ พบกับอาหารหาทานยาก เพลิดเพลินกับกิจกรรม ทั้งประกวดทำอาหาร ชมการสาธิตเมนูเด็ด ช็อปผลิตภัณฑ์แปรรูปและอาหารทะเลกว่า 100 ร้านค้า ระหว่างวันที่ 25-29 ต.ค. ที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา มหาชัย จ.สมุทรสาคร

“German Sausage & Meats Festival” ชวนชิมไส้กรอกและเนื้อชั้นดีสัญชาติเยอรมัน อาทิ ไส้กรอกอีสานคุโรบุตะ, ไส้กรอกหมูเยอรมัน, ไส้กรอกเนื้อออสเตรเลียวากิว ฯลฯ และอาหารนานาชาติต่างๆ รวบรวมเมนูมากมายที่สังสรรค์จากไส้กรอกมากกว่า 30 ร้านชิม German E-San Sausage ที่มีความยาวกว่า 156 ฟุต ในราคาจานละ 199 บาท พร้อมร่วมกิจกรรมอีกมากมาย อาทิ บุฟเฟ่ต์ไส้กรอกที่สามารถตักผสมไส้กรอกต่างๆ ที่โปรดปราน, การแข่งขันกินฮอทด็อก,โชว์การทำเมนูสปาเกตตีไส้กรอกอีสาน ฯลฯ ระหว่างวันที่ 27-31 ต.ค. ที่ลานกิจกรรมหน้า ศูนย์การค้าเซ็นทรัลมารีนา พัทยา จ.ชลบุรี

ชวนช็อป

“29th Anniversary Delights & Surprises”ชวนช็อปสินค้าโปรโมชั่นสุดพิเศษและของรางวัลต่างๆ มากมาย สัมผัสประสบการณ์การช็อปปิ้งครั้งยิ่งใหญ่แห่งปี ฉลองครบรอบ 29 ปี คิง เพาเวอร์ วันนี้-21 ต.ค. ที่คิง เพาเวอร์ รางน้ำ, ศรีวารี, พัทยา และภูเก็ต

“Bangkeaw Dog Story” ชวนช็อปสินค้าสำหรับคนรักหมาแมวในราคาสุดพิเศษจากฟาร์มสุนัขชื่อดังกว่า 40 บูธ พร้อมชมน้องสิบหมื่นสุนัขพันธุ์บางแก้ว อายุ 2 ปี มูลค่ากว่า 1 ล้านบาทและก๊วนหมายักษ์ 3 สายพันธุ์ดังจากต่างประเทศ ทั้งคอเคเชียน, ซามอยด์, อลาสกัน ชมกิจกรรมโชว์สัตว์เลี้ยงสุดแปลก ตกกุ้งเครฟิซ ถ่ายรูปกับงูเหลือมสีทอง ฯลฯ ระหว่างวันที่ 26-31 ต.ค. ที่บริเวณลานโปรโมชั่น ชั้น 1 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา พิษณุโลก

“โฮมโปร แฟร์ ขอนแก่น” ชวนช็อปสินค้าเรื่องบ้าน ลดสูงสุดกว่า 70% พร้อมโปรโมชั่นและสิทธิพิเศษจากสถาบันการเงินชั้นนำอีกมากมายอาทิ ช็อปครบรับฟรี บัตรของขวัญโฮมโปร มูลค่าสูงสุดกว่า 42,000 บาท ฯลฯ พร้อมชิมอาหารรสชาติอร่อยแบบท้องถิ่นที่หาทานยาก เพลิดเพลินกับดนตรีและกิจกรรมสนุกๆ อีกมากมาย วันนี้-28 ต.ค. ที่ศูนย์ประชุมนานาชาติ ขอนแก่น ริมถนนมิตรภาพ

ชวนใช้

“สนุกซ่ากับโค้ก” ชวนใช้บัตรรวมเครื่องเล่นดรีมเวิลด์ราคาพิเศษเพียง 399 บาท จากปกติ 500 บาท เพียงนำฝาโค้ก สไปร์ท แฟนต้ารสใด หรือขนาดใดก็ได้ 3 ฝา มาแลกซื้อบัตร สนุกกับเครื่องเล่นนานาชนิด อาทิ บ้านยักษ์, วอเตอร์ฟัน, โฟโตเปีย, เคเบิ้ลคาร์, เฮอริเคน, ทอร์นาโด, ไวกิงส์, สกายโคสเตอร์ ฯลฯ รวมกว่า 26 รายการ พร้อมชมฟรีรายการบันเทิงมากมาย วันนี้-31 ต.ค. ที่สวนสนุกดรีมเวิลด์ โทร.02-5778666

“เซ็นทรัลกรุ๊ป พิงค์ เพาเวอร์” ชวนใช้บัตรเข้าร่วมเวิร์กช็อป อาทิ การเย็บเต้านมเทียม, เพ้นท์เล็บ ฯลฯ ในราคา 250 บาท พร้อมรับฟรี ไอศกรีมรูปบรา จากร้านดังในโซเชียลและชมนิทรรศการให้ความรู้เรื่องมะเร็งเต้านม ระหว่างวันที่ 25-28 ต.ค.เวลา 10.00 น. ที่เทมป์ ช็อป 3 ชั้น 1 โซนบีคอน ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์

“ไทยสมุทรออมสบาย 10/5” ชวนใช้แบบประกันชีวิตไทยสมุทรออมสบาย 10/5 ด้วยการออมเงินระยะสั้น รับเงินคืนสูงทุกปี ตั้งแต่ปีแรกจนปีสุดท้าย ชำระเบี้ยสั้นเพียง 5 ปี คุ้มครองนานถึง 10 ปี รวมรับผลประโยชน์ตลอดสัญญาสูงถึง 560% ลดหย่อนภาษีได้สูงสุด 100,000 บาทต่อปี ที่สำนักงานสาขาไทยสมุทรฯ กว่า 171 แห่ง โทร.02-2078888

ชวนชม

“กระจกหกด้าน” ชวนชมสารคดีกระจกหกด้าน ตอนมอญซ่อนรส รามัญ เม็ง ตะเลง มอญ แม้สิ้นแผ่นดินแต่ไม่เคยสิ้นรสชาติ ยังคงอัตลักษณ์ บ่งบอกความเป็นชาติพันธุ์ไว้อย่างเหนียวแน่น ในวันพฤหัสบดีที่ 25 ต.ค. และตอนฟ้อนแง้น การฟ้อนพื้นบ้านของช่างซอแห่งจังหวัดน่าน และอาณาบริเวณ ในวันศุกร์ที่ 26 ต.ค. เวลา 17.00-17.15 น. ทางสถานีโทรทัศน์ช่อง 7HD

“Collaborating with the Enemy” ชวนชมการบรรยายทางวิชาการ เรื่องเปลี่ยนศัตรูเป็นคู่คิด เพื่อสร้างกระแสความสมานฉันท์และความปรองดองให้เกิดขึ้นในสังคมไทยอย่างยั่งยืน โดยไม่มีค่าใช้จ่าย ในวันพุธที่ 24 ต.ค. เวลา 13.30-17.00 น. ที่สถาบันบัณฑิตฯ ศศินทร์ โทร.02-2183853-4

“Life’s Worth by Leica” ชวนชมนิทรรศการภาพถ่ายบันทึกเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ของพลังความจงรักภักดี ความสามัคคี ความเสียสละ และพลังน้ำใจของจิตอาสา เพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ 9 วันนี้-29 ต.ค. ที่ไลก้า แกลเลอรี่ แบงค็อก ชั้น 2 ศูนย์การค้าเกษรวิลเลจ

คุณแหน : 20 ตุลาคม 2561

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/371416

คุณแหน : 20 ตุลาคม 2561

วันเสาร์ ที่ 20 ตุลาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

ll พล.อ.วินัย ภัททิยกุล ประธาน“มูลนิธิพลเรือเอก สงัด ชลออยู่” เลี้ยงแสดงความยินดีแก่คณะกรรมการฯที่ได้รับพระราชทานเลื่อนยศ-ตำแหน่งสูงขึ้น และเกษียณอายุราชการอาทิ พล.ร.อ.ธานี ผุดผาด พล.ร.อ.พิเชฐ ตานะเศรษฐ พล.ร.ต.สมประสงค์ นิลสมัยพล.ร.ต.ณรงค์วิทย์ ชลายนนาวิน น.อ.ชวัลวิทย์ผ่องใส ฯลฯ วันที่ 20 ต.ค. เวลา 11.00 น. ณ ห้องเลอชฎา รร.ไมด้าแอร์พอร์ต…

ll ยินดีกับ วรพล จันทร์งาม จากผอ.สำนักงานสิ่งแวดล้อม นนทบุรี มาเป็นผอ.กองตรวจราชการ สำนักงานปลัดฯกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม(ทส.)…

ll ไปทำงานและใช้ชีวิตที่ L.A. หลายสิบปี สุรพล สุขถาวร กับ สันทนี วายุโชติ ส่งข่าวให้เพื่อนๆ ทราบว่า พลอยสุขถาวร ลูกสาวที่เป็นข้าราชการกระทรวงการต่างประเทศกำลังจะออกโพสต์แรกที่ สกญ.สะหวันนะเขต สปป.ลาว ปลายปีนี้…ขอร่วมปลาบปลื้มและแสดงความยินดีมา ณ โอกาสนี้…

ll นอกจากงานในหน้าที่ อัครราชทูตที่ปรึกษาและรองหัวหน้าสำนักงานสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงอังการา สาธารณรัฐตุรกี ชาครีย์นรทิพย์เสวิกุล ยังจัดรายการ “มุมความสุข” ทางสถานีวิทยุศึกษา ทุกคืนวันเสาร์ เวลา 20.30-22.00 น.ที่คลื่น 92 FM…มีเรื่องเกี่ยวข้องกับความสุขและเปี่ยมด้วยสาระมาเล่าสู่กันฟังมากมาย มิตรรักแฟนรายการติดตามได้…

ll เรื่องของคนที่ทำงานแบบปิดทองหลังพระ…แพทย์สองพี่น้อง พญ.จารุณี หรือ หมอเล็ก กับพี่ชาย นพ.สมชาย ศิริเทพทรงกลด เป็นหมอใจเทวดาและนางฟ้าของผู้ยากไร้ ออกหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ด้วยทุนทรัพย์ของตัวเอง ที่เพชรบูรณ์ และ เชียงใหม่เป็นประจำ นอกจากรับบริจาคยา-เวชภัณฑ์จากเพื่อนๆ แล้วยังออกเงินซื้อเองอีกต่างหาก…เป็นหมอในอุดมคติผู้มีจิตสาธารณะอย่างแท้จริง…

ll วันที่ 10 พ.ย.ปีนี้เป็นฤกษ์ดีสำหรับคู่วิวาห์หลายคู่ ธนิต วิจิตรพันธ์ุ ได้รับการ์ดเชิญงาน แต่งลูกเพื่อนสนิทในวันนั้นถึง 2 คู่ เจ้าตัวจึงต้องสลับคิว แบบบัวไม่ช้ำน้ำไม่ขุ่นไปร่วมพิธีแห่ขันหมากและรดน้ำสังข์เช้าหนึ่งงาน ตกค่ำแต่งหล่อไปร่วมงานฉลองมงคลสมรสอีกงาน…เดินสายเป็นซุป’ตาร์เลยทีเดียว…

ll พักผ่อนประจำปี อนุสรา จิตมิตรภาพ ไปตุรกีหนึ่งสัปดาห์ กลับมาก็เข้าประจำการจัดรายการวิทยุทันที…คนมีไฟในการทำงานก็เป็นดั่งนี้…

ll พนิดา-จตุพร บานชื่น ไปท่องรัสเซียกับกลุ่มเพื่อนเมื่อปลายสัปดาห์ก่อน…

ll เทศกาลกินเจที่ผ่านมาวรินทร์ทิพย์ ปัญจมานนท์ บ่นกับเพื่อนๆ ว่าน้ำหนักตัวพุ่งพรวด…เขาเรียกว่า อิ่มบุญเต็มที่…

ll ฤดีสวาท วิจิตรยุทธศาสตร์ ไม่พลาดชมคอนเสริต์ผลงานเพลงของ ครูแจ๋ว-สง่า อารัมภีรในชื่องาน “ลูกร้องเพลงพ่อ” จัดที่สถาบันคึกฤทธิ์ เมื่อเร็วๆ นี้มี บูรพา ลูกชายกับ ผศ.ดร.ญาดาอารัมภีร์ ศรีสะใภ้ ร่วมร้องเพลงที่ครูแจ๋วแต่งด้วย…มิตรรักแฟนเพลงที่พลาดงานนี้ คนจัดมีซีดีแจกด้วย……

ll อดีตน้านิดผึ้งน้อย ภัทรจารี อัยศิริ คนรักสิ่งแวดล้อมมีดวงใจสีเขียว คิดทำ “บ้านดินหุ้มขวดพลาสอิฐ” โดยนำขวดน้ำพลาสติกที่ไม่ใช้แล้วเอากระดาษอัดในขวดให้แน่นแข็งเหมือนอิฐเรียงต่อกันจนกลายเป็น “บ้านดินหุ้มขวดพลาสอิฐ” ที่สวนศึกษาผึ้งน้อยนักสู้ คลอง4 คลองหลวง ปทุมธานี… แสนประหยัดเข้าท่าดี แนวคิดนี้…

ll ธนวัตน์ ชุมแสง ผอ.สวท.เชียงราย ลองไว้ผมทรงใหม่เป็นผมม้า กระชากวัยกลับมาสาวขึ้นอีกหลายปีเลยทีเดียว…ยึดคติ “เป็นผู้หญิงอย่าหยุดสวย” !!…ll

บารอนเนส

โซไซตี้ : พนักงานจิตอาสาดอนเมืองโทลล์เวย์ ขับเคลื่อนพัฒนาสังคมอย่างต่อเนื่องให้ยั่งยืน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/371419

โซไซตี้ : พนักงานจิตอาสาดอนเมืองโทลล์เวย์ ขับเคลื่อนพัฒนาสังคมอย่างต่อเนื่องให้ยั่งยืน

โซไซตี้ : พนักงานจิตอาสาดอนเมืองโทลล์เวย์ ขับเคลื่อนพัฒนาสังคมอย่างต่อเนื่องให้ยั่งยืน

วันเสาร์ ที่ 20 ตุลาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

“การดำเนินธุรกิจนั้นไม่ควรคำนึงถึงแค่ผลประโยชน์ของแต่ตัวเราเอง แต่ต้องมองถึงสังคมรอบข้าง และที่สำคัญต้องต่อเนื่องและยั่งยืน” ธานินทร์ พานิชชีวะ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ทางยกระดับดอนเมือง จำกัด (มหาชน) หรือดอนเมืองโทลล์เวย์ ตอกย้ำแนวความคิดการดำเนินธุรกิจเพื่อสังคมที่พนักงานทุกคนเป็นฟันเฟืองในการขับเคลื่อนมากว่าทศวรรษ นโยบายการดำเนินกิจกรรมเพื่อสังคมของ บมจ.ทางยกระดับดอนเมือง แบ่งออกเป็น 5 ด้าน ครอบคลุมทุกมิติทางสังคม ได้แก่ Tollway Smart Way – ยกระดับการศึกษาของสังคม, Tollway Green Way -ยกระดับสิ่งแวดล้อม, Tollway Better Way – ยกระดับคุณภาพชีวิตสังคม, Tollway Happy Way – ยกระดับสังคมปลอดยาเสพติด, Tollway Safety Way – ยกระดับความปลอดภัยบนท้องถนนโดยในปี พ.ศ.2561 บริษัทได้จัดกิจกรรมดีๆมากมาย ครบทั้ง 5 ด้าน อาทิ กิจกรรมวันเด็ก ที่ทาง บมจ.ทางยกระดับดอนเมืองร่วมกับแขวงทางหลวงกรุงเทพ จัดขึ้นเพื่อส่งมอบความสุขให้กับเด็กๆ ที่อาศัยอยู่ในละแวกนี้ในธีม Super Hero

กิจกรรมมอบชุดตรวจสารเสพติดเบื้องต้นโดยมอบให้กับหน่วยงานต่างๆ ทั้งภาครัฐและเอกชนที่ขอรับการสนับสนุน ซึ่งในปีนี้ได้มอบไปกว่า9,000 ชุด อีกทั้งยังมีจัดกิจกรรมสร้างสนามเปตองให้กับโรงเรียนตาดหมอกวิทยา จังหวัดเพชรบูรณ์ เพื่อใช้ในการเรียนการสอนและส่งเสริมกิจกรรมสันทนาการให้กับเยาวชนและคนในพื้นที่ ซึ่งเป็นการส่งเสริมให้ใช้เวลาอย่างเป็นประโยชน์และส่งเสริมกิจกรรมทางการกีฬาเพื่อต่อต้านยาเสพติด

กิจกรรมมอบป้ายเขตโรงเรียนและสัญญาณไฟพลังงานแสงอาทิตย์ ซึ่งพนักงานจิตอาสาได้ลงพื้นที่ในการติดตั้งป้ายบริเวณหน้าโรงเรียนเพื่อให้ผู้ใช้รถได้ชะลอความเร็ว ป้องกันอุบัติเหตุ สร้างความปลอดภัยแก่ผู้ใช้ถนนมากขึ้น ซึ่งในปีนี้ได้ส่งมอบให้ 3 โรงเรียน ได้แก่ โรงเรียนบ้านมะม่วงเจ็ดต้น โรงเรียนบ้านวังเพลงและโรงเรียนเทศบาล 2 วัดแก้วจันทราราม อำเภอโคกสำโรง จังหวัดลพบุรี ทั้งนี้ทางบริษัทยังได้จัดกิจกรรมสร้างวินัยในการใช้ทาง โดยได้ลงพื้นที่ในการตีเส้นจราจรในโรงเรียนพร้อมทั้งตีเส้นจุดจอดรถหน้าโรงเรียนสำหรับผู้ปกครองที่มารับ-ส่งนักเรียนให้กับโรงเรียนวัดเปรมประชากรอีกด้วย

กิจกรรมสุขใจผู้ให้ อิ่มใจผู้รับ โดยในปีนี้ บมจ.ดอนเมืองโทลล์เวย์ครบรอบ 30 ปี จึงได้มอบทุนการศึกษาจำนวน 30 ทุน ให้กับนักเรียนที่ขาดแคลนทุนทรัพย์แก่นักเรียนโรงเรียนวัดโบสถ์
วรดิตถ์ จังหวัดอ่างทอง ก่อให้เกิดความสุขของการเป็นผู้ให้และผู้รับ

กิจกรรมสงกรานต์ปลอดภัย ใส่ใจเพื่อร่วมทาง ซึ่งได้จัดต่อเนื่องเป็นปีที่ 8 เพื่อรณรงค์ให้ผู้ใช้ทางขับขี่ปลอดภัยในช่วงสงกรานต์ ทางบริษัทได้แจกกระเป๋ากันง่วงและบริการตรวจเช็คสภาพรถให้ฟรีกับผู้ใช้ทาง

กิจกรรม Give Sight Give Smile ให้การมองเห็น ให้รอยยิ้ม ซึ่ง บมจ.ทางยกระดับดอนเมือง ได้ให้การสนับสนุนงบประมาณจัดโครงการดังกล่าวกับกลุ่มนักศึกษามหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตศรีราชา ตั้งจุดรับบริจาคแว่นตาเก่าที่ยังมีสภาพดี นำมาตัดแว่นสายตาให้กับน้องๆ ที่มีเกณฑ์สายตาผิดปกติ ในมูลนิธิสงเคราะห์เด็กพัทยา อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี และยังได้สนับสนุนกิจกรรมทำความสะอาดที่อยู่อาศัยของสุนัขจรจัด รวมถึงมอบอาหารเม็ดและยากำจัดเห็บหมัดให้กับศูนย์รับเลี้ยงสุนัขจรจัดพลูตาหลวง อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี อีกด้วย

โครงการโทลล์เวย์ พาน้องท่องโลกกว้าง พาน้องๆ นักเรียนร่วมเปิดโลกกว้างในการเรียนรู้นอกห้องเรียน ซึ่งปีนี้ได้พาน้องๆ จากโรงเรียนเปรมประชากร เขตดอนเมือง จำนวน 40 คน เข้าชมและทำกิจกรรมส่งเสริมการเรียนรู้เกี่ยวกับวิทยาศาสตร์ในแขนงต่างๆ ที่องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ คลอง 5 จังหวัดปทุมธานี

โครงการให้ใจห่วงใยสังคม ปีที่ 11 ที่พนักงานจิตอาสาดอนเมืองโทลล์เวย์ได้ลงพื้นที่ปรับปรุงอาคารอเนกประสงค์ให้กับโรงเรียนบ้านหนองแขม ตำบลปลักแรด อำเภอบางระกำ จังหวัดพิษณุโลก ซึ่งพนักงานได้ช่วยกันซ่อมแซม ทาสี และทำพื้นคอนกรีต ส่งมอบให้โรงเรียนได้ใช้เป็นโรงอาหารและสถานที่ทำกิจกรรมต่างๆ

บมจ.ทางยกระดับดอนเมือง ยังคงมุ่งมั่นที่จะสานต่อกิจกรรมเพื่อสังคมอย่างต่อเนื่องในทุกๆ ด้านและได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดีจากพนักงานจิตอาสา ซึ่งนับเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ทำให้บริษัทสามารถผนวกความรับผิดชอบต่อสังคมเข้าไปในทุกกระบวนการทางธุรกิจอย่างยั่งยืน

ข้อคิดชีวิตจากผู้หญิงหัวใจเพชร ‘เลนา มาเรีย’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/371157

ข้อคิดชีวิตจากผู้หญิงหัวใจเพชร ‘เลนา มาเรีย’

ข้อคิดชีวิตจากผู้หญิงหัวใจเพชร ‘เลนา มาเรีย’

วันศุกร์ ที่ 19 ตุลาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

เรียกว่าแรงใจไม่มีหมดจริงๆ สำหรับหญิงเก่งหัวใจแกร่งคนนี้ “เลนามาเรีย” หญิงสาวไร้แขนและมีขาขวาปกติเพียงข้างเดียว ที่ยังคงออกเดินทางสร้างแรงบันดาลใจผ่านบทเพลงและเรื่องราวชีวิตของตัวเองให้คนทั่วโลก ล่าสุดเธอเดินทางมาเปิดคอนเสิร์ต Song of Happiness ที่ประเทศไทย จัดขึ้นโดยมูลนิธิบริดจ์แถมเธอยังน่ารักมีบทสัมภาษณ์ดีๆ ถึงแฟนๆให้หายคิดถึงกันอีกด้วย

เลนา มาเรีย เผยว่า “ดิฉันหลงรักเมืองไทย ประทับใจทุกครั้งที่ได้มา ชอบหลายๆ สิ่งโดยเฉพาะอาหารอร่อยๆ ครั้งนี้เป็นครั้งที่ 6 แล้ว มาเพื่อร่วมเล่นคอนเสิร์ต Song of Happiness จัดโดยมูลนิธิบริดจ์ ดิฉันเตรียมบทเพลงที่เกี่ยวกับความรัก สิ่งที่จะนำมาซึ่งความสุขในชีวิต และเรื่องราวชีวิตของตัวเอง ที่ฝ่าฝันอุปสรรคมาได้ถึงทุกวันนี้เพราะความรักจากคนรอบข้าง สิ่งนี้ทำให้มีความหวัง และกลายเป็นสิ่งสำคัญในชีวิตของฉัน และฉันหวังว่าคนที่มาคอนเสิร์ตนี้จะกลับไปพร้อมกับความสุข ความหวัง และแรงบันดาลใจให้กับชีวิตของตนเอง สำหรับแฟนๆ ที่ไม่ได้เข้าร่วม ฉันก็หวังว่าจะได้กลับมาเล่นคอนเสิร์ตอีกครั้ง (ยิ้ม) ซึ่งระหว่างนี้คุณอ่านเรื่องราวของฉันผ่าน Social Mediaหรือรู้จักฉันมากขึ้นได้จากหนังสือทั้งสองเล่มของฉัน คือ บันทึกจากปลายเท้า (Foot Note) และ คว้าฝันสุดปลายเท้า (Dare to Dream) แปลและจัดพิมพ์เป็นภาษาไทยโดยสำนักพิมพ์นานมีบุ๊คส์”

เมื่อถามถึงความเนื้อหาของหนังสือทั้งสองเล่ม เลนา กล่าวว่า “หนังสือสองเล่มใช้เวลาเขียนห่างกัน 14 ปี ตอนที่เขียนเล่มแรก บันทึกจากปลายเท้า (Foot Note) ยังเป็นช่วงสมัยสาวๆ จึงเป็นเรื่องราวชีวิตตั้งแต่ตอนยังเด็กและเติบโตมาได้อย่างไร ส่วนเล่มที่สอง คว้าฝันสุดปลายเท้า (Dare to Dream) เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับความคิดที่เกิดจากการไตร่ตรองจากการผ่านชีวิตที่โตขึ้นเป็นผู้ใหญ่มากขึ้น ทั้งสองเล่มเนื้อหาไม่ซ้ำกัน ฉะนั้นถ้าให้ดีแนะนำให้อ่านทั้งสองเล่มเลยถึงจะรู้จักตัวตนของฉันอย่างแท้จริง”

ด้านชีวิตในปัจจุบัน เลนา ก็มีเรื่องน่ายินดี เมื่อเธอได้พบรักกับชายหนุ่มรูปงาม นามว่า Patrik Vendelius และแต่งงานกันเมื่อฤดูร้อนปีที่ผ่านมา เธอเผยว่า “ก่อนหน้าที่จะได้เจอเขา ฉันเริ่มเบื่อชีวิตการเดินทาง คิดว่าอยากหาอะไรทำ จึงได้เปิดร้าน Gift shop เล็กๆ ที่บ้าน แต่เมื่อได้เจอเขาทำให้รู้สึกว่ามีคนมาร่วมทุกร่วมสุขและร่วมเดินทางไปกับเรา จึงรู้สึกอยากกลับไปเดินทางอีกครั้ง แต่ก็ไม่ได้ทิ้งร้าน Gift shop นั้นไป แค่เปลี่ยนจากขายของที่บ้านมาขายผ่านออนไลน์ และเริ่มออกเดินทางอีกครั้ง ซึ่งก็หวังว่าจะได้เขียนหนังสืออีก แต่ตอนนี้ยังไม่รู้ว่าเมื่อไหร่ ซึ่งอาจจะเป็นเรื่องราวชีวิตคู่ของฉันก็ได้ (หัวเราะ)”

ท้ายนี้ เลนา ฝากข้อคิดดีๆ ที่ทำให้เธอใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุขในทุกๆ วันว่า “ไม่ว่าไปที่ไหนฉันได้รับความสนใจจากผู้คนอยู่เสมอ ด้วยความที่มีร่างกายไม่เหมือนใคร แต่ฉันเองก็ไม่ได้รู้สึกว่าตัวเองแตกต่างจากใครๆ สำหรับฉันความพิการไม่ได้เป็นปัญหาในชีวิตของฉัน แน่นอนว่าอาจจะใช้ชีวิตยากกว่าคนทั่วไปสักหน่อย แต่อย่างน้อยคิดว่าทุกคนในโลกนี้ก็มีความต้องการไม่แตกต่างกันมากนัก นั่นคือความต้องการเป็นที่รัก เป็นในสิ่งที่ดีที่สุด ให้คนอื่นๆเชื่อถือและให้เกียรติเรา ซึ่งพ่อแม่ให้สิ่งเหล่านี้กับฉัน ทำให้ฉันใช้ชีวิตปกติ ความพิการไม่เป็นอุปสรรค ฉันคิดว่าสิ่งสำคัญที่สุดในชีวิตเราคือเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างคน โดยเฉพาะอย่างยิ่งความรักที่ฉันได้รับจากบุคคลต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นครอบครัว เพื่อนฝูง พระเจ้า และสามีของฉัน คนเหล่านี้เป็นหัวใจสำคัญของการดำเนินชีวิตของฉัน เมื่อฉันได้ร้องเพลง ได้แสดงความสามารถและเล่าเรื่องราวของตัวเองต่อคนมากมาย ทำให้พวกเขาเหล่านั้นได้รับกำลังใจและมีความหวังในชีวิตมากขึ้น ฉะนั้นจึงไม่มีเหตุผลที่ฉันจะหยุด และฉันจะยังคงทำต่อไป

สุดท้ายนี้ฉันอยากบอกทุกๆ คนว่าอย่ามัวแต่หมกมุ่นอยู่กับปัญหาอุปสรรค แต่จงขอบคุณและเห็นคุณค่าจากสิ่งที่เราได้มา นั่นแหละคือชีวิตที่สวยงาม”

หนังสือ บันทึกจากปลายเท้า (Foot Note) ผลงานเล่มแรกของ เลนา มาเรีย หญิงชาวสวีเดนผู้เกิดมาโดยปราศจากแขนทั้ง 2 ข้างและมีขาปกติเพียงข้างเดียว ถ้าได้อ่านหนังสือเล่มนี้ คุณจะรู้ทันทีว่าสิ่งสำคัญยิ่งกว่าพรสวรรค์ก็คือมุมมองด้านบวกต่อชีวิตที่เป็นพลังล้ำค่า แม้เกิดมาไม่ครบกาย แต่ด้วยพลังใจอันยิ่งใหญ่ เธอจึงไม่เคยรู้สึกเลยว่าตนผิดปกติ เธอทำทุกอย่างอย่างเป็นธรรมชาติและทำทุกอย่างที่อยากทำเพราะรู้ว่าเธอทำได้ นี่คืออีกหนึ่งแรงบันดาลใจอันยิ่งใหญ่ที่เราขอนำเสนอต่อผู้อ่านทุกท่าน

คว้าฝันสุดปลายเท้า (Dare to Dream)หนังสือสร้างแรงบันดาลใจ ผลงานเล่มที่ 2 ของเลนา มาเรีย เธอไม่เคยฝันอยากเป็นนักร้อง นักกีฬา นักเขียน หรือศิลปิน ตอนเด็กเธอฝันเพียงอยากเป็นพนักงานรับโทรศัพท์หรือคนขับรถบรรทุกเท่านั้น แต่อาชีพนักร้องก็ทำให้เธอต้องคุยโทรศัพท์ติดต่องานตลอดเวลาและต้องขับรถไปพูดสร้างแรงบันดาลใจตามที่ต่างๆ เป็นประจำ ซึ่ง 2 สิ่งนี้ก็ละม้ายคล้ายกับอาชีพที่เธอฝันอยากเป็นตอนเด็กอย่างไม่น่าเชื่อ นี่คือตัวอย่างที่เปรียบเทียบให้คุณเห็น เราทุกคนล้วนมีความฝันเป็นเครื่องหล่อเลี้ยงชีวิต จงอย่าดูถูกความฝันของคนอื่น และอย่าทอดทิ้งความฝันของตน จะดีแค่ไหนถ้าทุกคนทำฝันให้เป็นจริง

บันทึกจากปลายเท้า (Foot Note) และ คว้าฝันสุดปลายเท้า (Dare to Dream) ราคาเล่มละ 138 บาท มีวางจำหน่ายแล้ว
ตามร้านหนังสือชั้นนำทั่วประเทศ หรือสั่งซื้อโทร.02-6223000 กด 0 หรือ www.nanmeebooks.com, http://www.facebook.com/nanmeebooksfan ติดตามข่าวสารและหนังสือที่น่าสนใจอีกมากมายเพียง ADD LINE @nanmeebooks และ @nmbadult

เลนา มาเรีย และสามีของเธอ

เลนา มาเรีย และสามีของเธอ

LPC เดินหน้าปลดหนี้นอกระบบสตรีด้อยโอกาส

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/371146

LPC เดินหน้าปลดหนี้นอกระบบสตรีด้อยโอกาส

LPC เดินหน้าปลดหนี้นอกระบบสตรีด้อยโอกาส

วันศุกร์ ที่ 19 ตุลาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

บริษัท ลุมพินี พร็อพเพอร์ตี้ เซอร์วิส แอนด์ แคร์ จำกัด (LPC) เปลี่ยนชื่อเป็นบริษัท แอล พี ซี วิสาหกิจเพื่อสังคม จำกัด หลังได้รับรองเป็นกิจการเพื่อสังคม พร้อมเดินหน้าสานต่อความตั้งใจในการยกระดับคุณภาพชีวิตด้วยโครงการปลดหนี้นอกระบบ และรณรงค์ส่งเสริมการออมเพื่อสร้างความสุขที่ยั่งยืนของสตรีด้อยโอกาส

นางสาวสุรัสวดี ซื่อวาจา กรรมการผู้จัดการบริษัท LPC กล่าวว่าหลังจากที่บริษัท ลุมพินี พร็อพเพอร์ตี้ เซอร์วิส แอนด์ แคร์ จำกัด ในเครือ แอล.พี.เอ็น.ดีเวลลอปเมนท์ กรุ๊ป ได้รับการรับรองเป็นกิจการเพื่อสังคม (Social Enterprise: SE) จากกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์แล้ว เพื่อให้สอดคล้องกับพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากรว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร (ฉบับที่ 621) พ.ศ.2559 บริษัทจึงต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขที่ระบุให้มีคำว่า “วิสาหกิจเพื่อสังคม” อยู่ในชื่อบริษัทด้วย บริษัทจึงได้เปลี่ยนชื่อเป็น บริษัท แอล พี ซี วิสาหกิจเพื่อสังคม จำกัด (LPC Social Enterprise Company Limited) โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม นี้เป็นต้นไป

กรรมการผู้จัดการ LPC กล่าวต่อว่า ด้วยจุดมุ่งหมายของบริษัท LPC ที่ต้องการจะสร้างรายได้ สร้างศักดิ์ศรี สร้างโอกาส และที่สำคัญคือการสร้างความสุขให้กับพนักงาน บริษัทจึงต้องให้ความใกล้ชิดกับพนักงาน เพื่อที่จะทราบถึงความเดือดร้อนและหาแนวทางในการช่วยเหลือและแก้ไขได้

“ปัญหาส่วนหนึ่งที่พบคือ การเป็นหนี้นอกระบบ บริษัทจึงมีโครงการเงินกู้ปลอดดอกเบี้ย และทำหน้าที่เป็นตัวกลางระหว่างพนักงานและเจ้าหนี้เพื่อช่วยประสานในการปลดหนี้ ควบคู่ไปกับการฝึกให้พนักงานทำบันทึกบัญชีครัวเรือน เพื่อจะได้ทราบรายรับ-รายจ่ายในแต่ละเดือนและสามารถวางแผนการใช้จ่ายได้อย่างเหมาะสม ในขณะเดียวกัน บริษัทยังมองถึงการสร้างภูมิคุ้มกันทางการเงินในอนาคต โดยหลังจากที่บริษัทช่วยปลดหนี้ให้กับพนักงานแล้ว หากพนักงานฝึกนิสัยการออมเงินในแต่ละเดือนได้ เงินส่วนนี้ก็สามารถใช้เป็นเงินเก็บไว้ช่วยเหลือในยามฉุกเฉินได้อีกด้วย ในปีนี้ บริษัทจึงได้ชักชวนให้พนักงานเข้าร่วมใน “โครงการรักการออม” โดยมีเงินเพียง 100 บาทพนักงานก็สามารถเข้าร่วมโครงการนี้ได้และหลังจากที่พนักงานออมเงินครบ12 เดือน บริษัทก็จะมีเงินสมทบให้ เป็นการสร้างแรงจูงใจให้พนักงานออมเงินอีกทางหนึ่ง”

“เรามองว่า LPC เป็นเพียงฟันเฟืองเล็กๆ ตัวหนึ่งในสังคมที่ได้ช่วยเหลือให้ผู้ด้อยโอกาสได้มีงานทำมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น จึงอยากสนับสนุนให้หลายๆ องค์กรลุกขึ้นมาเป็นกิจการเพื่อสังคมกันเยอะๆ ปัญหาสังคมที่มีอยู่จะได้ลดน้อยลงและช่วยให้สังคมไทยของเราแข็งแรงขึ้นในอนาคตอีกด้วย” กรรมการผู้จัดการ LPC กล่าวในที่สุด