สมาร์ท มันนี่ จัดระเบียบการเงิน เพิ่มเงินออม ลดภาระหนี้สิน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/374907

สมาร์ท มันนี่ จัดระเบียบการเงิน เพิ่มเงินออม ลดภาระหนี้สิน

สมาร์ท มันนี่ จัดระเบียบการเงิน เพิ่มเงินออม ลดภาระหนี้สิน

วันอังคาร ที่ 6 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561, 06.00 น.
ปัจจุบันเป็นยุคที่ซื้อง่าย ขายคล่องไม่ว่าจะใช้จ่ายอะไรก็ทำได้ง่าย เร็ว สะดวกเพราะมีบริการทางออนไลน์ต่างๆ ทั้งการขายของออนไลน์ การจ่ายเงินออนไลน์ และอื่นๆ มาอำนวยความสะดวกในการใช้เงินของผู้คนมากขึ้น โดยเฉพาะวัยรุ่นและวัยทำงานหรือมนุษย์เงินเดือน ที่มักจะใช้เงินกันอย่างลืมตัว เกินตัว จนนำไปสู่การกู้ยืมทั้งจากในและนอกระบบ และกลายเป็นหนี้สินในที่สุด เพราะมีรายรับไม่พอกับรายจ่าย อีกทั้ง ยังต้องกู้เงินเพิ่มเพื่อมาชำระหนี้ เพราะขาดความรู้และทักษะทางการเงิน ขาดการทำบัญชีรายรับ-รายจ่าย และการออม จึงไม่สามารถจัดการหรือแก้ไขปัญหาหนี้สินที่มีได้

จากข้อมูลของธนาคารแห่งประเทศไทยในไตรมาสแรกปีนี้ ระบุว่า สถานการณ์หนี้ครัวเรือนของประเทศไทยยังอยู่ในสภาพที่น่าเป็นห่วงมีสัดส่วนหนี้ครัวเรือนต่อผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) สูงถึง 77.6% และมียอดคงค้างหนี้ครัวเรือนสูงกว่า 12 ล้านล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่ปัญหาหนี้ครัวเรือนเกิดจากการใช้จ่ายที่เกินตัวและไม่ระวัง และกลุ่มคนที่มีอายุระหว่าง 25-35 ปี เป็นกลุ่มที่ไม่สามารถจัดสรรรายจ่ายให้เหมาะสมกับรายรับได้ จึงทำให้มีหนี้สินเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว และถ้าไม่รู้จักวิธีการบริหารจัดการที่เหมาะสม ก็จะมีหนี้สินพอกพูนไปเรื่อยๆ ดังนั้น ความรู้ด้านการจัดระเบียบทางการเงิน เป็นสิ่งสำคัญที่ทุกควรรู้และปฏิบัติ

นางสาววันวิสาข์ โคมินทร์ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายสื่อสารองค์กร ธนาคารซิตี้แบงก์ ประเทศไทยกล่าวว่า ธนาคารซิตี้แบงก์ ได้เล็งเห็นถึงปัญหาหนี้ครัวเรือนที่อาจมีเพิ่มขึ้นอีกในอนาคต ทางมูลนิธิซิตี้ ซึ่งมีพันธกิจในการส่งเสริมควาก้าวหน้าทางเศรษฐกิจ เพื่อพัฒนาชีวิตความเป็นอยู่ของผู้มีรายได้น้อย ในชุมชนทั่วโลก จึงจับมือกับสถาบันคีนันแห่งเอเชีย จัด “โครงการพัฒนาเครือข่ายองค์กรชุมชน เพื่อสร้างความมั่นคงทางการเงิน” ขึ้น สร้างเสริมความรู้และวินัยทางการเงินที่ดีสำหรับกลุ่มผู้มีรายได้น้อย ผ่านการให้ความรู้ฝึกอบรมด้านการจัดสรรและบริหารการเงินส่วนบุคคล ครอบคลุมตั้งแต่เรื่องการกำหนดเป้าหมายทางการเงินไปจนถึงการบริหารจัดการหนี้สิน ซึ่งเป็นเสมือนขั้นตอนหลักที่ควรปฏิบัติในการแก้ปัญหาหนี้ครัวเรือนของแต่ละบุคคล

วิธีการจัดระเบียบทางการเงินขั้นพื้นฐานที่จะทำให้มีเงินออมเพิ่มขึ้น สามารถลดภาระหนี้สิน และแก้ปัญหาหนี้ครัวเรือนได้อย่างมีประสิทธิภาพในระยะยาวที่ทำได้ง่ายๆ มี 4 วิธีหลักดังนี้ 1.การกำหนดเป้าหมายทางการเงิน โดยจะต้องมีเป้าหมายที่ชัดเจน ว่ามีความต้องการที่จะเก็บเงินจำนวนเท่าไหร่ สำหรับการทำอะไรในอนาคต เพื่อนำไปสู่การจัดสรรเงินที่เหมาะสม และบรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้ได้ 2.การบริหารรายรับ-รายจ่ายที่มีในแต่ละเดือน ซึ่งรายจ่ายควรเหมาะสมกับรายรับที่ได้โดยจะต้องมีการจดบัญชีครัวเรือนหรือรายรับ-รายจ่ายเป็นประจำทุกเดือน และวางแผนการค่าใช้จ่ายของแต่ละเดือนไว้ล่วงหน้า 3.การออมเงิน จะต้องมีการออมอย่างสม่ำเสมอในแต่ละเดือน ควรจะหักจากรายรับส่วนหนึ่งก่อนคำนวณรายจ่ายเสมอ เพื่อจะได้มีเงินออมสำหรับอนาคต และสามารถบรรลุเป้าหมายทางการเงินที่ตั้งไว้ได้ 4.การบริหารจัดการหนี้สิน จะต้องมีการชำระอย่างตรงเวลาในทุกๆ เดือน จนกว่าจะครบตามจำนวนโดยการชำระหนี้สินจะเป็นส่วนหนึ่งในของรายจ่ายที่จำเป็นต้องใช้ ซึ่งถ้ามีการจัดสรรรายรับ-รายจ่ายได้อย่างเหมาะสม หนี้สินก็จะน้อยลงในทุกๆ เดือน

ทั้งนี้ 4 วิธีดังกล่าวเป็นวิธีปฏิบัติที่ไม่ยากเกินจะทำ สามารถเริ่มทำได้ตั้งแต่วัยรุ่น เพื่อสร้างวินัยทางการเงินของตนเองตั้งแต่เนิ่นๆ เพื่อในอนาคตมีเงินเดือน ก็จะได้สามารถจัดระเบียบการเงินได้อย่างดี ซึ่งซิตี้แบงก์ ก็ได้สนับสนุนการสร้างวินัยทางการเงินให้แก่เด็กและวัยรุ่น ผ่านกิจกรรมเพื่อสังคมของมูลนิธิซิตี้มาตลอด และการร่วมมือกับสถาบันคีนันครั้งนี้ มีอีกจุดประสงค์คือเพื่อต่อยอดเสริมสร้างความรู้การบริหารการเงินให้แก่ทั้งเด็ก วัยทำงานหรือมนุษย์เงินเดือนในยุคปัจจุบัน ให้สามารถเพิ่มพูนเงินออมและลดหนี้สินได้

โครงการพัฒนาเครือข่ายองค์กรชุมชน เพื่อสร้างความมั่นคงทางการเงิน ได้ดำเนินงานมาเป็นปีที่ 2แล้ว และสมาชิกทุกครัวเรือนที่ได้ผ่านการอบรม ส่วนใหญ่มีการบริหารจัดการรายรับ-รายจ่าย หรือบัญชีครัวเรือนอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ไม่มีการกู้เงินเพิ่ม ลดปัญหาภาระหนี้สินต่างๆ ได้ มีการออมเงินสม่ำเสมอและมีเงินเก็บสำหรับอนาคตได้อย่างต่อเนื่อง ทำให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นอีกด้วย อย่างไรก็ตาม ในยุคดิจิตัล 4.0 ที่โลกขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีนี้ ได้มีแอพพลิเคชันสำหรับการวางแผนทางการเงิน การจดบันทึกรายรับ-รายจ่าย และอื่นๆ มาคอยอำนวยความในการจัดระเบียบทางการเงินแก่ทุกคนอีกด้วย

สมเด็จพระเทพรัตนฯ พระราชทานส.ค.ส.‘ปีกุนหมูอยู่ยั่งยืน’ เนื่องในโอกาสขึ้นปีใหม่ พ.ศ. ๒๕๖๒

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/374919

สมเด็จพระเทพรัตนฯ พระราชทานส.ค.ส.‘ปีกุนหมูอยู่ยั่งยืน’ เนื่องในโอกาสขึ้นปีใหม่ พ.ศ. ๒๕๖๒

สมเด็จพระเทพรัตนฯ พระราชทานส.ค.ส.‘ปีกุนหมูอยู่ยั่งยืน’ เนื่องในโอกาสขึ้นปีใหม่ พ.ศ. ๒๕๖๒

วันอังคาร ที่ 6 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561, 06.00 น.

เนื่องในโอกาสปีกุน พ.ศ. ๒๕๖๒ ที่จะถึงนี้ร้านภูฟ้าได้รับพระมหากรุณาธิคุณจาก สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ให้อัญเชิญภาพฝีพระหัตถ์หมูอ้วนสีชมพูหน้าตา รื่นเริง มาปักบนกระเป๋าเสื้อโปโลทั้ง ๖ สี และเสื้อทีเชิ้ต ๔ สีที่จะออกจำหน่ายเป็นของขวัญปีใหม่

นอกจากนั้นยังมีพรปีใหม่พระราชทานให้แก่ปวงชนชาวไทยให้ควรใช้ “ปัญญา” ในการ “พิเคราะห์” สิ่งต่างๆ ที่จะเกิดขึ้นรอบๆ ตัวเรา ที่มีรายละเอียดซับซ้อนมากมาย ทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้นนั้น ให้ตระหนักว่าไม่ใช่เรื่อง “หมูๆ” หรือเรื่องง่ายๆ อย่างที่คิดกัน อย่างไรก็ตาม ถ้าทุกคนทำแต่ความดีอยู่แล้ว ปีหมูจะเป็นปีที่มีความสุขอย่างยั่งยืนแน่นอน

และสำหรับชุดสินค้าสุดพิเศษประกอบด้วย เสื้อโปโล ๖ สี ได้แก่ “สีเหลือง เปรื่องปราด”, “สีเบอร์กันดี้ ทวีพลัง”, “สีฟ้า ปัญญางาม”, “สีเขียว เหนี่ยวโชค”, “สีม่วง ช่วงโชติ”, “สีส้ม สมฤดี”, เสื้อทีเชิ้ต ๔ สี ได้แก่ “สีเหลือง เฟื่องฟู”, “สีส้ม สมสมัย”, “สีกรมท่า ปัญญาเลิศ”, “สีเทา ยั่งยืนเยาว์นาน” นอกจากนี้ ยังมีสินค้าเครื่องใช้อื่นๆ ได้แก่บัตรอวยพรปีใหม่ สมุดบันทึก สมุดฉีก ปากกา กระเป๋า เนคไท หมวก ร่ม ผ้าขนหนู กระปุกหมูออมสิน กระบอกน้ำเก็บความร้อน-เย็น หมอน ฯลฯ โดยได้รับเกียรติจาก เมนาท นันทขว้าง “คุณกบ SODA” เป็นที่ปรึกษาในการให้สีสำหรับผลิตภัณฑ์

สินค้าชุดนี้เริ่มวางจำหน่ายตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป โดยผู้สนใจสามารถเยี่ยมชมและเลือกซื้อสินค้าได้ที่ร้านภูฟ้าทั้ง ๑๙ สาขา และสั่งซื้อออนไลน์ ได้ที่ http://www.phufa.org บริการจัดส่ง EMS ทั่วประเทศไทย สั่งซื้อออนไลน์ได้ที่ http://www.phufa.orgและติดตามข่าวสารทาง Facebook: PHUFA

สคช. สร้างเครือข่ายนานาชาติ เปิดเวทีช่างผมไทยสู่สากล

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/374891

สคช. สร้างเครือข่ายนานาชาติ เปิดเวทีช่างผมไทยสู่สากล

สคช. สร้างเครือข่ายนานาชาติ เปิดเวทีช่างผมไทยสู่สากล

วันอังคาร ที่ 6 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561, 06.00 น.

นายพิสิฐ รังสฤษฎ์วุฒิกุลผู้อำนวยการสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ (สคช.) และคณะเดินทางเข้าร่วมการแข่งขัน 2018 IPSN International Beauty Skills Competition ณมหาวิทยาลัยฮันยาง กรุงโซล สาธารณรัฐเกาหลี (เกาหลีใต้) ตามคำเชิญของ International Professional Standard Network (IPSN) ทั้งนี้ การแข่งขัน 2018 IPSN International Beauty Skills Competition เป็นการแข่งขันทักษะด้านการเสริมสวยด้านต่างๆ อาทิการทำผม การนวดหน้า การสักคิ้วการต่อขนตา เป็นต้น

ซึ่งในครั้งนี้ มีผู้เข้าร่วมการแข่งขันกว่า 600 คน จากประเทศสมาชิกเครือข่าย IPSN เช่น เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น ฮ่องกง เวียดนาม และมีคณะกรรมการกว่า 150 คน ซึ่งเป็นกลุ่มผู้ประกอบการด้านธุรกิจเสริมสวยจากนานาประเทศ ให้คะแนนผ่านระบบเว็บไซต์ออนไลน์ ผ่านโทรศัพท์มือถือของกรรมการแต่ละท่านเอง เป็นการนำเทคโนโลยีมาใช้เพื่ออำนวยความสะดวกในการให้คะแนนและประมวลผล

โดยผู้แทนสถาบันฯ ร่วมสังเกตการณ์การแข่งขัน เพื่อศึกษาแนวปฏิบัติและพิจารณานำเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้ในการจัดประเมินสมรรถนะฯ เป็นการลดภาระงานทางเอกสารและเพิ่มความ
รวดเร็วในการให้คะแนนและประมวลผลนอกจากนี้ ผอ.สคช. และคณะ ได้หารือกับคณะกรรมการบริหาร และคณะทำงานทางเทคนิค ของ IPSNเพื่อหาแนวทางความร่วมมือระหว่าง สคช. ในฐานะหน่วยงานหลักในด้านมาตรฐานอาชีพของไทย และ IPSN ต่อยอดจากบันทึกความร่วมมือระหว่างสคช. และ IPSN ที่ได้มีการลงนามไปแล้วเมื่อเดือน มิ.ย. 2561 ที่ผ่านมา

ฟาร์มอัจฉริยะ‘สาหร่ายสไปรูลินา’ คงคุณภาพ-ลดต้นทุน-รักษ์สิ่งแวดล้อม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/374893

ฟาร์มอัจฉริยะ‘สาหร่ายสไปรูลินา’ คงคุณภาพ-ลดต้นทุน-รักษ์สิ่งแวดล้อม

ฟาร์มอัจฉริยะ‘สาหร่ายสไปรูลินา’ คงคุณภาพ-ลดต้นทุน-รักษ์สิ่งแวดล้อม

วันอังคาร ที่ 6 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561, 06.00 น.

“สาหร่ายสไปรูลินา-สาหร่ายเกลียวทอง” เป็นสาหร่ายสีเขียวแกมนํ้าเงิน ซึ่งมีคุณค่าทางโภชนาการสูง เนื่องจากประกอบไปด้วยโปรตีนสูงถึงร้อยละ 50-70 ของนํ้าหนักแห้ง อุดมไปด้วยวิตามินและเกลือแร่ที่สำคัญต่อร่างกายหลายชนิด และยังมีไฟโคไซยานิน (phycocyanin) ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ จึงทำให้สาหร่ายสไปรูลินาเป็นที่นิยมในการรับประทานเป็นอาหารเสริมสุขภาพ รวมทั้งนำไปใช้เป็นอาหารในการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ เช่น ปลา และหอยชนิดต่างๆ

การเพาะเลี้ยงสาหร่ายสไปรูลินา ถึงแม้ว่าจะมีวิธีการที่ไม่ซับซ้อนมากนัก แต่ก็มีต้นทุนในการผลิตที่ค่อนข้างสูงเนื่องจากอาหารที่นำมาเพาะเลี้ยงในปัจจุบันต้องใช้สารเคมีหลายชนิด และมีการใช้ในปริมาณมากและมีราคาค่อนข้างแพง ดังนั้น ในระยะเวลาที่ผ่านมาจึงมีการพยายามที่จะพัฒนาการเพาะเลี้ยงสาหร่าย S. platensis โดยการใช้แหล่งอาหารอื่นๆ ในการเพาะเลี้ยง รวมทั้งการนำน้ำเสียจากแหล่งต่างๆ ซึ่งส่วนใหญ่มีปริมาณสารอาหารจำพวกไนเตรทและฟอสเฟตที่มีความจำเป็นต่อการเจริญเติบโตของพวกสาหร่ายและแพลงก์ตอนพืชทดแทนสารเคมีบางชนิด

เพื่อเป็นแนวทางในการคงคุณค่าทางโภชนาการของสาหร่าย S. platensis และสามารถลดต้นทุนในการผลิตสาหร่าย S. platensis ได้ ทั้งยังเป็นการช่วยบำบัดน้ำเสียให้ดีขึ้นก่อนปล่อยลงสู่แหล่งน้ำอีกด้วย ดังที่ นายสุวิทย์ ชัยเกียรติยศ ผู้อำนวยการ“สวก.” สำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน) กล่าวกับคณะสื่อมวลชนที่ร่วมลงพื้นที่ดูงานโครงการวิจัย “การพัฒนาเทคโนโลยีดักจับและควบคุมก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จากอุตสาหกรรมผลิตเอทานอลเพื่อใช้เพาะเลี้ยงสาหร่ายสไปรูลินาด้วยระบบฟาร์มสาหร่ายอัจฉริยะ” ที่ จ.กาฬสินธุ์ เมื่อเร็วๆ นี้ว่า

สาหร่ายสไปรูลินา (Spirulinaplatensis) เป็นสาหร่ายขนาดเล็กมีคุณค่าทางโภชนาการสูง เป็นแหล่งโปรตีน มีอะมิโนโปรตีนที่จำเป็นซึ่งร่างกายไม่สามารถผลิตได้เอง เช่น “ไอโซลิวซีนลูซีนไลซีนเมไธโอนีนเทรโอนีน” ในปริมาณที่สูงกว่าเนื้อสัตว์ มีวิตามินจำพวก “เบตาแคโรทีน” สูงกว่าในผักถึง 25 เท่า ประกอบด้วย “ธาตุเหล็ก” ในปริมาณมากกว่าตับ 28 เท่า และเป็นแหล่งรวมของ“วิตามินบี 12” จึงได้รับความนิยมใช้เป็นวัตถุดิบหลักสำหรับผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร

โดยภาครัฐส่งเสริมให้มีการเพาะเลี้ยงในเชิงพาณิชย์เพื่อตอบสนองความต้องการของตลาด “ระบบฟาร์มเลี้ยงสาหร่ายสไปรูลินาอัจฉริยะ” จึงเป็นที่มาของโครงการที่ สวก. ได้ให้ทุนสนับสนุนกับคณะวิศวกรรมและอุตสาหกรรมเกษตร มหาวิทยาลัยแม่โจ้ โดยได้รับการพัฒนาออกแบบระบบทางวิศวกรรมเพื่อส่งเสริมการผลิตสาหร่ายสไปรูลินาแบบครบวงจรตั้งแต่กระบวนการต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ

ประกอบด้วยระบบเปิดและระบบปิดที่ได้มาตรฐานตามข้อกำหนดของสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์ชุมชน (มผช.) ต้นทุนผลิตต่ำ สามารถต่อยอดไปสู่การผลิตในเชิงพาณิชย์ได้ ซึ่งพร้อมถ่ายทอดเทคโนโลยีเพื่อขยายผลสำหรับพื้นที่อื่นๆ ที่สนใจโดยระบบควบคุมภายในฟาร์มสาหร่ายอัจฉริยะ ประกอบด้วย 1.ระบบควบคุมอุณหภูมิและความชื้น (Temp/Rh control) ซึ่งสามารถควบคุมอุณหภูมิและความชื้นภายในบ่อเลี้ยงสาหร่ายได้โดยการติดตั้งพัดลมระบายอากาศ

2.ระบบควบคุมความเป็นกรดด่างและการจ่ายคาร์บอนไดออกไซด์ (pH control & CO2)สามารถเป็นแหล่งอาหารเสริมคาร์บอน และใช้ควบคุมความเป็นกรดด่างของบ่อเลี้ยงสาหร่ายให้เหมาะสมตลอดเวลา 3.ระบบหมุนเวียนน้ำด้วยระบบแสงอาทิตย์ (Solar cell for paddle wheel) เป็นระบบทางเลือกเพื่อลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงานไฟฟ้าของมอเตอร์ขับใบพัดหมุนเวียนน้ำ

4.ระบบควบคุมการสังเคราะห์แสงจากหลอดแอลอีดี (LED control for PAR) เป็นระบบควบคุมคุณภาพและความเพียงพอในการสังเคราะห์แสงแดดจากธรรมชาติซึ่งมีระบบตรวจวัดและตั้งค่า
การเปิดแสงจากหลอดแอลอีดีซึ่งได้ตั้งสภาวะที่เหมาะสมกับการสังเคราะห์แสงของสาหร่ายไว้แล้ว และ 5.ระบบเก็บเกี่ยวสาหร่ายขนาดเล็กในปริมาณมาก (Microalgae harvesting) จะช่วยลดต้นทุนแรงงานกับเวลาที่ใช้ในการผลิตเชิงพาณิชย์

ขณะที่ รศ.ดร.สมเกียรติ จตุรงค์ล้ำเลิศอาจารย์คณะวิศวกรรมและอุตสาหกรรมเกษตร มหาวิทยาลัยแม่โจ้ เล่าว่า จากบันทึกข้อตกลงความร่วมมือด้านการวิจัย พัฒนา และต่อยอดเทคโนโลยีการวิจัยการเกษตร เพื่อการทำเกษตรกรรมอย่างยั่งยืน ระหว่าง สวก. และกลุ่มมิตรผล มีวัตถุประสงค์เพื่อร่วมกันพัฒนาให้ได้เทคโนโลยี นวัตกรรมที่สามารถนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อภาคการเกษตรโครงการวิจัยนี้จึงเป็นการต่อยอดงานวิจัยเรื่องฟาร์มสาหร่ายสไปรูลินาอัจฉริยะมาใช้กับอุตสาหกรรมผลิตเอทานอล

“วัตถุประสงค์โครงการคือ 1.การพัฒนาเทคโนโลยีดักจับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ซึ่งก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เป็นสิ่งเหลือทิ้งจากอุตสาหกรรมผลิตเอทานอล จะเหลือทิ้งถึงวันละ 200 ตัน จึงนำกลับมาใช้ใหม่ให้เกิดความคุ้มค่า ซึ่งสามารถลดต้นทุนการเลี้ยงสาหร่ายได้ และยังช่วยลดภาวะโลกร้อนได้ 2.วิเคราะห์เชิงเศรษฐศาสตร์ ซึ่งจะวิเคราะห์ว่ามีความคุ้มทุนหรือไม่ 3.วิเคราะห์ปริมาณของการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ซึ่งจะวิเคราะห์ว่ามีการปล่อยลดลงหรือไม่ ซึ่งจากการวิเคราะห์ทั้ง 3 ส่วน พบว่าเป็นไปตามที่คาดไว้” อาจารย์สมเกียรติ ระบุ

ด้าน นายทรงศักดิ์ ฤกษ์หริ่ง ผู้จัดการฝ่าย Bio Chemical บริษัท มิตรผล ไบโอฟูเอล จำกัด กล่าวเสริมว่า กลุ่มมิตรผลมีความมุ่งมั่นในการพัฒนาการดำเนินงานของทุกธุรกิจบนแนวคิดการจัดการแบบยั่งยืน จากแนวคิด “From Waste to Value” สู่การต่อยอดคุณค่า หรือ “Value Creation” ด้วยการนำส่วนที่เหลือจากทุกกระบวนการผลิตมาทำให้เกิดประโยชน์สูงสุด เช่น การสร้างมูลค่าเพิ่มให้ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่เกิดจากกระบวนผลิตในอุตสาหกรรมเอทานอล ที่ปกติจะถูกดูดซับวนกลับเข้าสู่ระบบการปลูกอ้อยอีกครั้ง

ขณะเดียวกันก็แนวคิด “นำกลับมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด” จึงพัฒนาเทคโนโลยีดักจับและควบคุมก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จากอุตสาหกรรมผลิตเอทานอลเพื่อนำมาใช้ในการเพาะเลี้ยงสาหร่ายสไปรูลินาด้วยระบบฟาร์มสาหร่ายอัจฉริยะ โดยจะใช้สำหรับฟาร์มสาหร่ายสไปรูลินาขนาด 18,000 ลิตร (ขนาดใหญ่) โดยกลุ่มมิตรผลเป็นผู้ลงทุนในการสร้างฟาร์มสาหร่ายอัจฉริยะ

“โครงการนี้ได้รับคำปรึกษา (คำนวณและออกแบบทางวิศวกรรมเพื่อควบคุมความถูกต้องของการใช้งาน) และถ่ายทอดองค์ความรู้เชิงการบริการวิชาการจากคณะผู้วิจัยจากมหาวิทยาลัยแม่โจ้ตามโครงการถ่ายทอดเทคโนโลยีฟาร์มสาหร่ายสไปรูลินาสำหรับกลุ่มเครือข่ายเกษตรกรในเขตภาคเหนือตอนบนของประเทศไทย ซึ่งเคยได้รับสนับสนุนทุนวิจัยจากทาง สวก. เมื่อปี 2558” นายทรงศักดิ์ กล่าว

โครงการนี้จะเป็นโครงการที่ต่อยอดงานวิจัยสู่การผลิตเชิงพาณิชย์ นับเป็นการยกระดับกระบวนการผลิตในอุตสาหกรรมสาหร่ายสไปรูลินาให้มีมาตรฐานระดับสากลของกระบวนการผลิตอาหาร ระบบอาหารอินทรีย์ และระบบอาหารปลอดภัย ซึ่งสามารถพัฒนาต่อยอดไปสู่ระบบตรวจสอบย้อนกลับได้ยกระดับฐานะของชุมชน กลุ่มวิสาหกิจที่เพาะเลี้ยงสาหร่ายให้มีรายได้สูงขึ้น มีการควบคุมคุณภาพสินค้าอาหารที่ดี

และสามารถต่อยอดในการนำเทคโนโลยีดักจับและควบคุมก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จากอุตสาหกรรมผลิตเอทานอลสำหรับฟาร์มสาหร่ายสไปรูลินาอัจฉริยะ ไปใช้ในอุตสาหกรรมอื่นๆ ได้อีกด้วย!!!

แนวหน้าวาไรตี้ สัมภาษณ์พิเศษ : พ-วงเดือน ยนตรรักษ์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/374947

แนวหน้าวาไรตี้ สัมภาษณ์พิเศษ : พ-วงเดือน ยนตรรักษ์

แนวหน้าวาไรตี้ สัมภาษณ์พิเศษ : พ-วงเดือน ยนตรรักษ์

วันจันทร์ ที่ 5 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561, 18.42 น.

แนวหน้าวาไรตี้ สัมภาษณ์พิเศษ : พ-วงเดือน ยนตรรักษ์

NAEWNA VARIETY อาทิตย์ 28 ตุลาคม 2561 ทางTNN2 (TrueVision ช่อง784) เวลา 16.00-16.25 น.

Re-run.

1. วันพุธ 22.15-23.40 น.
2. วันพฤหัสบดี 10.00-10.30 น.
3. วันศุกร์ 00.30-01.00 น.
4. วันศุกร์ 23.05-23.30 น.
5. วันเสาร์ 10.30-11.00 น.

Focus on พ-วงเดือน ยนตรรักษ์

‘เวิลด์ ไอเดีย’จัดพัฒนาบุคลากรมืออาชีพ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/374792

'เวิลด์ ไอเดีย'จัดพัฒนาบุคลากรมืออาชีพ

‘เวิลด์ ไอเดีย’จัดพัฒนาบุคลากรมืออาชีพ

วันจันทร์ ที่ 5 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561, 12.43 น.

เปิดตัวไปอย่างสวยงามกับการสัมมนาทางวิศวกรรม ASME B 31.3 Process Piping Code การออกแบบ ติดตั้ง ประกอบ ตรวจสอบ และการบํารุงรักษาระบบท่อในกระบวนการผลิตในโรงงานอุตสาหกรรม ระดับมาตรฐานสากล ซึ่งจัดขึ้นโดยบริษัท เวิลด์ ไอเดีย จำกัดและบริษัท พีเอ็นเอส แมททีเรียล แอนด์ เอ็นจิเนียริ่ง จำกัดเมื่อวันที่ 31 ต.ค. – 2 พ.ย. 2561ที่ผ่านมา

การสัมมนาครั้งนี้ เป็นถือเป็นก้าวแรกของบริษัท เวิลด์ ไอเดีย จำกัด ผู้ทำธุรกิจหลักคือ Event Agency มาตลอด แต่ตอนนี้ได้หันมาจับธุรกิจอบรมเพื่อพัฒนาบุคลากรด้วย เนื่องจากเล็งเห็นว่าการทำงานด้าน Event นั้น จะต้องมีความเกี่ยวข้องกับผู้คนจำนวนมากจึงเป็นสิ่งที่จุดประกายไอเดียให้บริษัท เวิลด์ ไอเดีย เห็นว่าการพัฒนาคุณภาพของบุคลากรเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดในการทำงาน

คุณดา-สุพนิดา  คุณกิตติ  ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เวิลด์ ไอเดีย จำกัด กล่าวว่า “การจัดอบรมสัมมนาครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกของเวิลด์ ไอเดีย ในการจัดอบรมสัมมนาเพื่อพัฒนาบุคลาการ เพราะทางเราเล็งเห็นว่าสิ่งนี้จะเป็นประโยชน์ต่อสังคม และการพัฒนาขององค์กร เพราะทรัพยากรบุคคลนั้นถือเป็นทรัพยากรที่สำคัญ เป็นกำลังหลักที่จะขับเคลื่อนองค์กร ดั้งนั้นเราจึงควรให้บุคลากรมีการพัฒนาตัวเองอยู่ตลอดเวลา ซึ่งในการอบรมครั้งแรกนั้นก็มีการสอบถามและการตอบรับเข้ามาพอสมควร ซึ่งทางบริษัทคาดว่าจะมีการตอบรับที่ดียิ่งขึ้นไปอีกในการจัดอบรมสัมมนาครั้งต่อไปค่ะ”

ด้าน รศ.ดร.เสกศักดิ์  อัสวะวิสิทธิ์ชัย  คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย วิทยากรผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน ที่ได้รับการทาบทามจาก เวิลด์ ไอเดีย  ให้รับหน้าที่เป็นวิทยากรในการอบรมครั้งนี้ กล่าวว่า “ในตอนแรกที่ได้รับเชิญให้มาเป็นผู้บรรยายในการอบรมสัมมนาครั้งนี้ ผมรู้สึกยินดีมากครับเพราะเป็นสิ่งที่ถนัดและศึกษาเรื่องระบบท่อในกระบวนการผลิตในโรงงานอุตสาหกรรมมาตลอด และยังเห็นตรงกับทางเวิลด์ ไอเดีย ที่อยากมีส่วนร่วมในการพัฒนาความรู้และทักษะเชิงวิชาชีพให้กับผู้ที่ทำงานในอุตสาหกรรมการผลิต โดยเฉพาะในเรื่องเกี่ยวกับระบบท่อในกระบวนการผลิตในโรงงานอุตสาหกรรม ตามมาตรฐานสากล หรือที่เรียกกันว่า ASME B31.3 Process Piping Code เนื่องจากความรู้ทางด้านนี้เป็นความรู้เฉพาะด้าน ในประเทศไทยก็หาการอบรมลักษณะนี้ได้ยาก ไม่เหมือนต่างประเทศ แต่การอบรมที่ต่างประเทศนั้นมีค่าใช้จ่ายสูงมากหลักแสนบาท อย่างไรก็ตาม ในการทำงานในโรงงานอุตสาหกรรมนั้นจำเป็นต้องมีการใช้ท่อและมีอุปกรณ์สำคัญอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง ความรู้ของวิศวกรส่วนใหญ่ในเรื่องนี้ก็มาจากการที่ตัววิศวกรไปศึกษาจากตำราต่างประเทศกันเอาเอง มักจะเป็นข้อมูลเฉพาะเรื่องนั้นๆที่ตัววิศวกรสนใจ ทำให้ข้อมูลที่ได้อาจไม่ครบถ้วน หรือได้รับการถ่ายทอดความรู้จากวิศวกรรุ่นพี่ ซึ่งอาจไม่ครอบคลุมและไม่ถูกต้องทางหลักวิชาการซึ่งทางเวิลด์ ไอเดีย ก็ได้เล็งเห็นถึงความจำเป็นในด้านนี้ ผมจึงอยากเป็นอีกกำลังหนึ่งในการช่วยพัฒนาองค์ความรู้ และทักษะเชิงวิชาชีพด้านวิศวกรรมศาสตร์ในประเทศไทย

โดยทางบริษัท เวิลด์ ไอเดีย จำกัด ได้ให้ข้อมูลว่า ในอนาคตจะมีหลักสูตรการอบรมในรูปแบบนี้อีก และจะไม่หยุดที่จะสรรหาองค์ความรู้ใหม่ๆ ที่จำเป็นต่อการพัฒนาทักษะ และคุณภาพของทรัพยากรบุคคลแน่นอน เพราะเวิลด์ ไอเดีย มีความเชื่อมั่นว่าการเรียนรู้ของคนทำงานนั้น ไม่มีที่สิ้นสุด

สัญญาณเตือน ประจำเดือนมากผิดปกติ เสี่ยงมดลูกโต

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/374683

สัญญาณเตือน ประจำเดือนมากผิดปกติ เสี่ยงมดลูกโต

สัญญาณเตือน ประจำเดือนมากผิดปกติ เสี่ยงมดลูกโต

วันจันทร์ ที่ 5 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561, 06.00 น.

มดลูกโต โรคที่ผู้หญิงหลายคนอาจไม่เคยรู้จัก หลายคนอาจเกิดความสับสนว่าเนื้องอกมดลูกกับมดลูกโตใช่โรคเดียวกันหรือไม่ ความจริงแล้วโรคมดลูกโตกับเนื้องอกมดลูกนั้นเป็นคนละโรคกัน แต่หากประจำเดือนมากผิดปกติและมีลิ่มเลือดขนาดใหญ่อาจเป็นสัญญาณของโรคมดลูกโตได้ ที่น่ากังวลใจยิ่งกว่าคือ แม้ตัวโรคไม่มีอาการแสดง แต่ก็มีโอกาสเป็นมดลูกโตได้เช่นกัน

แพทย์หญิงหยิงฉี หวัง สูติ-นรีแพทย์ การผ่าตัดส่องกล้อง โรงพยาบาลกรุงเทพ ให้ข้อมูลว่า ปัจจุบันผู้หญิงป่วยด้วยโรคมดลูกโตกันค่อนข้างมาก มักพบในผู้หญิงที่อายุระหว่าง 30-45 ปี โรคมดลูกโตพบได้หลายสาเหตุ ได้แก่ เนื้องอกในมดลูก เยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ แต่สาเหตุหลักๆ ที่พบคือ โรคมดลูกโตจากเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ (Adenomyosis) คือการที่เนื้อเยื่อในโพรงมดลูกเจริญหรือแทรกซึมเข้าไปในกล้ามเนื้อมดลูก ทำให้กล้ามเนื้อมดลูกเกิดภาวะอักเสบเรื้อรังจนเกิดพังผืดในชั้นกล้ามเนื้อมดลูก สุดท้ายมดลูกเกิดการขยายตัวและหนาขึ้น เกิดภาวะมดลูกโตทำให้เกิดอาการประจำเดือนมามากผิดปกติและอาการต่างๆที่แตกต่างกันในแต่ละบุคคล ที่สำคัญคือโรคมดลูกโตนั้นไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัดหากผู้ป่วยมีกรรมพันธุ์หรือเคยทำการผ่าตัดเกี่ยวกับมดลูกอาจทำให้เป็นโรคมดลูกโตได้นอกจากนี้ การหมุนเวียนของฮอร์โมนเอสโตรเจนในร่างกายของผู้หญิงที่เปลี่ยนแปลงไปจากเดิมอาจส่งผลให้เกิดโรคนี้ได้เช่นกัน ดังนั้นผู้หญิงที่หมดประจำเดือนหรือผู้หญิงที่ตัดมดลูกทิ้งจึงหมดโอกาสเป็นโรคมดลูกโต

 

อาการมดลูกโตที่สังเกตได้ด้วยตนเอง คือคลำเจอก้อนที่บริเวณท้องน้อย โดยมากหากคลำเจอนั่นหมายถึงก้อนเนื้อมีขนาดใหญ่ประมาณคนท้องได้ 3 เดือน ซึ่งต้องรักษาด้วยการผ่าตัดเท่านั้น แต่ถึงแม้ว่าจะคลำไม่เจอ ก็ไม่ได้หมายความว่าจะไม่ได้เป็นโรคมดลูกโตด้วยอีกเช่นกัน นอกจากนี้ ยังมีอาการร่วมอื่นๆ เช่น ปัสสาวะถี่ ปวดหลัง (ถ้าตำแหน่งของมดลูกโตอยู่บริเวณด้านหน้า ก็จะไปกดกระเพาะปัสสาวะทำให้เกิดอาการปัสสาวะถี่ แต่ถ้ามดลูกโตไปทางด้านหลังก็จะไปกดตำแหน่งที่ทำให้ปวดหลัง) ปวดท้องน้อย ประจำเดือนมามากกว่าปกติ (ต้องมีการเปลี่ยนผ้าอนามัยมากกว่า 2-3 แผ่นต่อวัน) มีอาการปวดท้องประจำเดือนมากผิดปกติและปวดมากขึ้นเรื่อยๆ มีลิ่มเลือดขนาดใหญ่ออกมาขณะมีประจำเดือน มีอาการคล้ายๆ ตกเลือดขณะมีประจำเดือน ปวดเชิงกรานและช่องท้อง ปวดหน่วงช่องท้อง

ทั้งนี้ การตรวจวินิจฉัยมดลูกโตทำได้โดย สูติ-นรีแพทย์จะทำการซักประวัติโดยละเอียด แพทย์ตรวจภายใน อัลตราซาวนด์ทางช่องคลอดหรือทวารหนักในกรณีที่ผู้ป่วยยังไม่เคยมีเพศสัมพันธ์มาก่อน ตรวจ MRI ช่องท้องส่วนล่าง (MRI Lower Abdomen) ในกรณีที่ต้องการยืนยันและหรือประเมินความรุนแรงของโรคว่าเกิดพังผืดต่ออวัยวะข้างเคียงหรือไม่ การดูแลรักษามดลูกโต สูติ-นรีแพทย์จะทำการรักษาตามอาการและความรุนแรงของโรคเป็นสำคัญ ได้แก่ รับประทานยาพอนสแตน(Ponstan) และหรือไอบูโพรเฟน (Ibuprofen)เพื่อช่วยให้อาการปวดและการอักเสบดีขึ้น ใช้ Progestin Only Hormone และหรือยาคุมกำเนิดเพื่อลดอาการปวด และช่วยให้ปริมาณรอบเดือนมาน้อยลง ชะลอการเติบโตของพังผืดในกล้ามเนื้อมดลูก หากมีอาการรุนแรงสูติ-นรีแพทย์อาจแนะนำให้ผ่าตัดมดลูก ซึ่งส่วนใหญ่ต้องรักษาด้วยการผ่าตัดด้วยการส่องกล้อง ซึ่งปัจจุบันการผ่าตัดส่องกล้องแบบแผลเล็ก (MIS- Advanced Minimal Invasive Surgery) ไม่จำเป็นต้องผ่าตัดเปิดหน้าท้อง แผลมีขนาดเล็ก 5-10 มม. เสียเลือดน้อย ช่วยลดภาวะแทรกซ้อนหรือติดเชื้อ ฟื้นตัวเร็วใน 1-2 วัน และกลับมาใช้ชีวิตตามปกติได้ภายใน 1 สัปดาห์ ลดความกังวลและเพิ่มความมั่นใจในการเข้ารับการรักษาได้เป็นอย่างดี

ป้องกันมดลูกโตโดยการดูแลควบคุมน้ำหนักไม่ให้เกินเกณฑ์ ใส่ใจตรวจร่างกายและตรวจภายในกับสูติ-นรีแพทย์เป็นประจำทุกปี รวมทั้งเข้ารับการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกหรือมะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูกตามวัยที่เหมาะสมและตามคำแนะนำของสูติ-นรีแพทย์ ซึ่งจะช่วยให้ทราบถึงความผิดปกติและรับมือได้ทันท่วงที ดังนั้น การหมั่นสังเกตความผิดปกติของร่างกายตนเองอยู่เสมอจึงเป็นสิ่งสำคัญทั้งนี้ สามารถเข้ารับคำปรึกษาโดยสอบถามได้ที่ Call Center โทร.1719

โซลวาซู ลิมิเต็ด อิดิชั่น เพื่อโขนไทย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/374653

โซลวาซู ลิมิเต็ด อิดิชั่น เพื่อโขนไทย

โซลวาซู ลิมิเต็ด อิดิชั่น เพื่อโขนไทย

วันจันทร์ ที่ 5 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561, 06.00 น.

สธน ตันตราภรณ์, มร.วุง ชอย, สิรี อุดมฤทธิรุจ และ หฤดี วรพงศ์

ด้วยปรัชญาการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ที่เชื่อมั่นว่า “ความงามเกิดขึ้นได้จากศิลปวัฒนธรรมในอดีตที่ตกทอดสู่ปัจจุบัน-Beauty from Culture” ของโซลวาซู(Sulwhasoo) แบรนด์ความงามอันดับหนึ่งจากประเทศเกาหลี จึงได้ร่วมกับ นิตยสารโว้ก ประเทศไทย (VOGUE Thailand) จัดงานเปิดตัวผลิตภัณฑ์คอลเลคชั่นพิเศษ “Sulwhasoo Beauty from Your Culture Limited Edition 2018 โดยรายได้ส่วนหนึ่งมอบให้องค์การการศึกษาวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (UNESCO) เพื่อสืบสานศิลปะการแสดงโขน อันเป็นศิลปวัฒนธรรมแห่งภูมิปัญญาไทยให้คงอยู่สืบไป โดยงานจัดขึ้นเมื่อเร็วๆ นี้ ณ โรงแรม เดอะ ระวีกัลยา กรุงเทพฯ

ภายในงานได้รับเกียรติจาก มร.วุง ชอย กรรมการผู้จัดการ บริษัท อมอร์แปซิฟิค (ประเทศไทย) จำกัด หฤดี วรพงศ์พิสุทธิ์ ผู้จัดการทั่วไปแบรนด์เครื่องสำอางโซลวาซู ประเทศไทย สิรี อุดมฤทธิรุจ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เซเรนดิพิตี้มีเดีย จำกัด และ สธน ตันตราภรณ์ ตำแหน่งรองบรรณาธิการบริหาร นิตยสารโว้ก ประเทศไทย ร่วมงาน

หฤดี วรพงศ์พิสุทธิ์ ผู้จัดการทั่วไปแบรนด์เครื่องสำอางโซลวาซู ประเทศไทยกล่าวว่า นิทรรศการแห่งวัฒนธรรม SulwhasooCultural Exhibition เป็นกิจกรรมที่โซลวาซู ประเทศเกาหลี จัดขึ้นเป็นประจำทุกปี เพื่อสนับสนุนศิลปินที่ทำงานด้านศิลปวัฒนธรรมได้สร้างสรรค์ผลงานที่เชื่อมโยงระหว่างศิลปวัฒนธรรมและความงามในรูปแบบที่ทันสมัยไว้ด้วยกัน ซึ่งเป็นภารกิจหลักของแบรนด์ที่พยายามรักษาวัฒนธรรมแบบดั้งเดิมโดยเรียนรู้สิ่งเก่าไปพร้อมๆ กับการสร้างสรรค์สิ่งใหม่ ซึ่งปีครบรอบ 12 ปี ของการจัดกิจกรรมดังกล่าว โซลวาซู จึงได้ขยายพันธกิจนี้ไปทั่วเอเชีย รวมถึงประเทศไทยด้วย

“สำหรับ โซลวาซู ประเทศไทย ได้เลือกที่จะสนับสนุนส่งเสริมและอนุรักษ์การแสดงโขน อันเป็นวิจิตรนาฏศิลป์
ชั้นสูงอันเก่าแก่ของประเทศไทย ด้วยการเปิดตัวผลิตภัณฑ์รุ่นลิมิเต็ด อิดิชั่น ชุด Sulwhasoo Beauty from Your Culture
Limited Edition 2018 ที่ได้รังสรรค์ออกมาอย่างสวยสดงดงาม เป็นงานศิลปะล้ำค่ากับลวดลายนกฟีนิกซ์สีทองสัญลักษณ์แห่งความเป็นอมตะนิรันดร์กาล อีกทั้งนกฟีนิกซ์ยังเป็นนกศักดิ์สิทธิ์ในตำนานของหลายๆ ประเทศแถบเอเชีย ที่รังสรรค์บนบรรจุภัณฑ์ของ Sulwhasoo Beauty from Your Culture Limited Edition 2018 ซึ่งรายได้ส่วนหนึ่งจากการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ชุดนี้จะถูกนำไปใช้ในการสนับสนุน ส่งเสริมและอนุรักษ์ ศิลปะการแสดงโขนของไทยผ่านยูเนสโก ซึ่งองค์กรระดับโลกที่สนับสนุนส่งเสริมศิลปวัฒนธรรมทั่วโลก”

Sulwhasoo Beauty from Your Culture Limited Edition 2018 มี 2 ชุดผลิตภัณฑ์ให้เลือก ได้แก่ First Care Activation Serum EX Kit ประกอบด้วย First Care Activating Serum EX ขนาด 60 มล., Essential Balancing Water Ex ขนาด 15 มล., Essential Balancing Emulsion EX ขนาด 15 มล., Concentrated Ginseng Renewing Serum ขนาด 15 มล. และ Essential Firming Cream EX ขนาด 5 มล. พร้อมกระเป๋าสีทองลวดลายนกฟีนิกซ์ ราคา 2,800 บาท และชุด Perfecting Cushion EX Kit ประกอบด้วย Perfecting Cushion EX (เฉพาะเบอร์ 15, 21 และ 23) และ Gentle Cleansing Foam EX ขนาด 15 มล. พร้อมกระเป๋าสีทองลวดลายนกฟีนิกซ์ ราคา 2,100 บาท วางจำหน่ายแล้ววันนี้ที่เคาน์เตอร์ Sulwhasoo ในห้างสรรพสินค้าชั้นนำทั่วประเทศ สินค้ามีจำนวนจำกัด

Sulwhasoo Beauty from Your Culture Limited Edition 2018

Sulwhasoo Beauty from Your Culture Limited Edition 2018

โขน วิจิตรนาฏศิลป์ชั้นสูงของไทยที่ควรค่าแก่การอนุรักษ์สืบทอด

โขน วิจิตรนาฏศิลป์ชั้นสูงของไทยที่ควรค่าแก่การอนุรักษ์สืบทอด

มช.มุ่งนำงานวิจัยจากหิ้งสู่ห้าง รุกทำวิจัยสารสกัด‘เซซามิน’เพิ่ม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/374679

มช.มุ่งนำงานวิจัยจากหิ้งสู่ห้าง รุกทำวิจัยสารสกัด‘เซซามิน’เพิ่ม

มช.มุ่งนำงานวิจัยจากหิ้งสู่ห้าง รุกทำวิจัยสารสกัด‘เซซามิน’เพิ่ม

วันจันทร์ ที่ 5 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561, 06.00 น.

อธิการบดีมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ส่งเสริมนโยบายผลักดันงานวิจัยไปสู่เชิงพาณิชย์ เพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อสังคมและชุมชน ด้านนักวิชาการมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ผู้คิดค้นเทคโนโลยีการสกัด “เซซามิน” พบว่าสารสกัดนี้มีคุณสมบัติช่วยลดการอักเสบของข้อเข่าและช่วยสร้างสมดุลภูมิคุ้มกันของร่างกาย ทำให้ภาคเอกชนที่ได้รับสิทธิ์ในเทคโนโลยีนี้ สามารถทำรายได้ถึง 300 ล้านบาท ในช่วง 6 ปีที่ผ่านมา และได้มอบค่าสิทธิฯให้มหาวิทยาลัยเชียงใหม่เป็นมูลค่าสะสมกว่า 11 ล้านบาท

ศาสตราจารย์คลินิก นายแพทย์นิเวศน์ นันทจิต อธิการบดีมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (มช.) ประธานในการแถลงข่าวและรับมอบค่าสิทธิเทคโนโลยี (Royalty Fee) ปี 2560 จำนวน 3,300,000 บาท จากสารสกัดเซซามิน (วันที่ 26 ตุลาคม 2561) ณ ห้องประชุมพระยาศรีวิศาลวาจา มช. กล่าวว่า แผนพัฒนาการศึกษามหาวิทยาลัย ของ มช.ระยะที่ 12 ตั้งแต่พ.ศ.2560 ถึง พ.ศ.2564 มุ่งเน้นการพัฒนามหาวิทยาลัยเชิงรุกใน 3 ด้าน คือ สิ่งแวดล้อมและพลังงาน (Environment and Energy) ด้านอาหารและสุขภาพ (Food and Health) และด้านนวัตกรรมล้านนา(Lanna Innovation) ซึ่งมีเป้าหมายในการพัฒนางานวิจัย เพื่อนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อสังคมและชุมชน

ด้าน รองศาสตราจารย์ ดร.สัมพันธ์ สิงหราชวราพันธ์ รองอธิการบดี กล่าวว่า “มหาวิทยาลัยมีกลไกสนับสนุนงานวิจัยให้ประสบความสำเร็จ ตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ มุ่งเน้นการให้ทุนสนับสนุนงานวิจัยในเชิงบูรณาการและตอบโจทย์ตามความต้องการของภาคเอกชนและสังคมมากขึ้น โดยอาศัยองค์ความรู้ที่หลากหลายสหสาขาวิชา มีกลไกการประเมินศักยภาพในการนำไปใช้เชิงพาณิชย์ กระบวนการปกป้องคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาตามกฎหมาย การพัฒนาผลงานวิจัยให้พร้อมสำหรับส่งต่อไปยังภาคเอกชน หรือใช้ประโยชน์ต่อสังคม

ทั้งนี้ โดยผ่านหน่วยงานสนับสนุนภายในที่ช่วยให้การดำเนินงานบรรลุเป้าหมายที่วางไว้ อาทิ หน่วยจัดการทรัพย์สินทางปัญญาและถ่ายทอดเทคโนโลยี อุทยานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีศูนย์นวัตกรรมอาหารและบรรจุภัณฑ์ ส่วนงานวิจัยรับใช้สังคม และล่าสุดมหาวิทยาลัยได้จัดตั้ง Angkaew Holding Company เพื่อร่วมทุนและสนับสนุนธุรกิจ Start-ups หรือ Spin-offs ที่ใช้นวัตกรรมหรือทรัพย์สินทางปัญญาเป็นหลักในการดำเนินธุรกิจ”

ในส่วนของสารสกัดเซซามิน (Sesamin Extraction) นั้น เป็นผลงานของ ศาสตราจารย์ ดร.ปรัชญา คงทวีเลิศสังกัดภาควิชาชีวเคมี คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ โดยได้ศึกษาและวิจัยงานเกี่ยวกับเซซามินและยื่นคำขอรับความคุ้มครองทั้งในและต่างประเทศตั้งแต่ปี 2552 ต่อมาได้มีการถ่ายทอดเทคโนโลยีให้ภาคเอกชนนำไปผลิตและจำหน่าย ในปี 2554 เป็นต้นมา ซึ่งภาคเอกชนสามารถทำรายได้ถึง 300 ล้านบาท และจ่ายตอบแทนให้มหาวิทยาลัยเชียงใหม่กว่า 11 ล้านบาท

สำหรับแผนการวิจัยเรื่องเซซามินต่อไปในอนาคตนั้น ศาสตราจารย์ ดร.ปรัชญา กล่าวว่า จะศึกษากลไกการออกฤทธิ์ในเชิงลึกที่มากขึ้น อาทิ กลไกในการยับยั้งโรคมะเร็ง การส่งผลต่อเซลล์ประสาท และการเสริมภูมิคุ้มกันต่อร่างกาย กอปรกับ พัฒนาผลิตภัณฑ์ที่มีในท้องตลาดให้มีคุณสมบัติในการเสริมอาหารที่ดีขึ้นและมีความหลากหลายด้วยการหาสารออกฤทธิ์จากสารสกัดเมล็ดส้ม มะนาว นำมาเสริมกับผลิตภัณฑ์เซซามินที่มีในปัจจุบัน

อนึ่ง เซซามิน เป็นสารลิกแนน ชนิดหนึ่งในงาดำที่มีปริมาณมากที่สุด ซึ่งพบว่ามีคุณสมบัติในการช่วยกระตุ้นการเผาผลาญไขมัน ช่วยลดคอเลสเตอรอล ช่วยลดอนุมูลอิสระและต้านอนุมูลอิสระสูง และจากงานวิจัยพบว่าสารดังกล่าวมีคุณสมบัติช่วยป้องกันและยับยั้งการทำงานของสารที่มีชื่อว่า อินเตอร์ลิวคินน-1 เบต้า ซึ่งเป็นตัวเร่งและกระตุ้นให้เกิดการทำลายเส้นใยคอลลาเจนและสารชีวโมเลกุลต่างๆ ของเนื้อเยื่อกระดูกอ่อน ดังนั้นจึงมีส่วนช่วยป้องกันโรคข้อเสื่อมและข้ออักเสบได้

เช็คด่วน ! คุณกำลังมีไลฟ์สไตล์มรณะ เพิ่มความเสี่ยงโรคมะเร็งเต้านมอยู่หรือไม่ ?

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/374682

เช็คด่วน ! คุณกำลังมีไลฟ์สไตล์มรณะ เพิ่มความเสี่ยงโรคมะเร็งเต้านมอยู่หรือไม่ ?

เช็คด่วน ! คุณกำลังมีไลฟ์สไตล์มรณะ เพิ่มความเสี่ยงโรคมะเร็งเต้านมอยู่หรือไม่ ?

วันจันทร์ ที่ 5 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561, 06.00 น.

ปัจจุบันโรคมะเร็งเต้านม ยังคงรั้งอันดับเป็นโรคมะเร็งร้ายที่พบมากที่สุดในผู้หญิงไทยและทั่วโลก ซึ่งมีข้อมูลว่าประเทศไทยมีผู้ป่วยโรคมะเร็งเต้านมมากถึงร้อยละ 39.43 โดยพบมากที่สุดในช่วงอายุ 55 ปี ทั้งยังมีแนวโน้มของจำนวนผู้ป่วยเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ จากรูปแบบการดำเนินชีวิตประจำวันของผู้หญิงยุคใหม่ที่กลายเป็นตัวเร่งสำคัญในการเพิ่มความเสี่ยงของโรคมะเร็งเต้านม

 

รองศาสตราจารย์ นายแพทย์นรินทร์วรวุฒิ อาจารย์พิเศษคณะแพทยศาสตร์ และคณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า มะเร็งเต้านม เกิดจากเนื้อเยื่อที่มีความผิดปกติภายในเต้านมแล้วกลายเป็นเซลล์มะเร็งที่ค่อยๆ ขยายใหญ่ขึ้นจนกลายเป็นก้อนเนื้อร้าย ซึ่งจำนวนมากกว่าร้อยละ 95 ของผู้ป่วย มักเป็นโรคมะเร็งเต้านมที่มีสาเหตุจาก ท่อน้ำนม โดยอาจเกิดจากปัจจัยเสี่ยงหลายอย่าง อาทิ ฮอร์โมนเพศหญิง พันธุกรรม โดยมีข้อมูลที่บ่งชี้ว่าหากมีคนในครอบครัวเคยเป็นมะเร็งเต้านม ก็จะยิ่งเพิ่มความเสี่ยงมากกว่าคนทั่วไปถึงจำนวน 1 ใน 3

นอกจากสาเหตุข้างต้นแล้วปัจจัยที่เพิ่มความเสี่ยงต่อโรคมะเร็งเต้านมที่ไม่ควรละเลยอย่างยิ่งคือ รูปแบบการดำเนินชีวิตประจำวันของผู้หญิงในยุคปัจจุบัน ที่มุ่งแต่การทำงานเพื่อตามล่าเป้าหมายในชีวิต โดยไม่ได้ให้ความสนใจกับการดูแลสุขภาพของตนเองเท่าที่ควร ที่มีชื่อเรียกว่า “ไลฟ์สไตล์มรณะ” ซึ่งมีดังต่อไปนี้ 1.เผชิญภาวะความเครียด ท่ามกลางเศรษฐกิจที่แปรผันตลอดเวลา การแข่งขันทางอาชีพที่เพิ่มสูงขึ้น หรือแม้แต่เป้าหมายในการทำงานที่เพิ่งได้รับจากเจ้านาย ก็อาจเป็นสาเหตุหนึ่งให้มีความกดดัน วิตกกังวล จนส่งผลเสียต่อสภาพร่างกายได้อย่างง่ายดาย 2.เร่งทำงานดึกดื่น จากความกดดันในการทำงานให้เป็นไปตามที่ได้รับมอบหมาย แต่กลับโชคร้ายที่ต้องรีบทำงานภายในเวลาที่จำกัด จนต้องทำงานหามรุ่งหามค่ำและเป็นสาเหตุให้ไม่ได้รับการพักผ่อนที่เพียงพอ

3.ออฟฟิศซินโดรม กลุ่มอาการประจำตัวของมนุษย์ออฟฟิศที่ทุ่มเทเวลาและแรงกายในการทำงาน ทั้งนั่งประจำ
ที่จ้องหน้าคอมพิวเตอร์ต่อเนื่องเป็นเวลานานๆ จนเริ่มมีอาการปวดตามหลัง ไหล่ คอ ปวดหัว ปวดตา 4.ชื่นชอบอาหาร
จานด่วน ด้วยข้อจำกัดด้านเวลาและก็ยังให้รสชาติที่ถูกปากอาหารจานด่วน จึงเป็นที่นิยมอยู่เสมอ แต่หากรับประทานบ่อยเกินไปก็อาจส่งผลเสียต่อร่างกาย เพราะส่วนมากอาหารเหล่านี้อาจจะมีสารอาหารที่ไม่ครบถ้วนมากนัก มีกรรมวิธีการทำที่ใช้การทอดโดยใช้น้ำมันเป็นหลัก หรือมีปริมาณโซเดียมสูงมาก เป็นต้น 5.ไม่สนใจการออกกำลังกาย ทั้งที่แท้จริงแล้วคือพื้นฐานสำคัญและวิธีการที่ง่ายดายในการเสริมสร้างให้สุขภาพมีความแข็งแรง และสามารถช่วยให้จิตใจผ่องใสได้อีกด้วย ซึ่งมีงานวิจัยชิ้นหนึ่งที่พบว่าการออกกำลังกายอย่างน้อย4 ครั้ง / สัปดาห์ สามารถช่วยเลี่ยงอัตราเสี่ยงมะเร็งเต้านมได้อีกด้วย

สำหรับผู้ที่กังวลว่าตนเองอาจอยู่ในกลุ่มความเสี่ยง สามารถเริ่มต้นตรวจสอบตนเองได้อย่างง่ายๆ ด้วยการคลำเต้านมอย่างน้อยเดือนละครั้ง โดยใช้นิ้วชี้ นิ้วกลาง และนิ้วนาง คลำสลับขึ้น-ลงและไป-มาให้ทั่วทั้งเต้านม ซึ่งช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการคลำเต้านมหาความผิดปกติคือช่วงหลังประจำเดือนหมดลงประมาณ 2 สัปดาห์ เพราะเป็นช่วงที่เต้านมจะอยู่ในสภาวะปกติที่สุด หากว่าสามารถสังเกตถึงความผิดปกติของตนเองได้อย่างรวดเร็ว ก็จะทำให้ผลการรักษาเป็นไปได้อย่างดีมากยิ่งขึ้น

“แต่สำหรับผู้ที่พบว่าตนเองเป็นมะเร็งเต้านมแล้ว ก็ไม่ควรต้องเป็นกังวลมากนัก แต่ควรตั้งสติ เตรียมพร้อมในการ
รักษาและศึกษาหาข้อมูลเกี่ยวกับมะเร็งเต้านมอย่างถ่องแท้ นอกจากนี้ยังมีแนวทางการรักษาในปัจจุบันที่มีวิวัฒนาการก้าวหน้าเป็นอย่างมาก ทั้งยังมีความแตกต่างกันไปตามแต่ระยะของโรคและชนิดของมะเร็งเต้านม ได้แก่ การผ่าตัด การฉายรังสี การรักษาด้วยยา ทั้งยาต้านฮอร์โมน ยาเคมีบำบัดและยารักษาแบบมุ่งเป้า (Targeted therapy)ที่ยังคงมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง จึงมั่นใจได้ว่าจะช่วยให้ผู้ป่วยสามารถมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นได้ต่อไป” รองศาสตราจารย์ นายแพทย์นรินทร์ กล่าวทิ้งท้าย