ผมสวย หนังศีรษะสุขภาพดี แม้วันฝนฉ่ำ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/373630

news_default

ผมสวย หนังศีรษะสุขภาพดี แม้วันฝนฉ่ำ

วันพุธ ที่ 31 ตุลาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า ฤดูฝนนั้นทำให้บรรยากาศการนอนพักผ่อนเย็นสบาย แต่ก็คงมีอีกหลายๆ คนที่ไม่ชอบช่วงเวลาที่ฝนตกเอาซะเลย เพราะนอกจากจะทำให้การเดินทางยากลำบากแล้ว น้ำฝนยังเป็นตัวการร้ายทำลายสุขภาพหนังศีรษะและเส้นผม เพราะเป็นฤดูที่มีการแพร่กระจายเชื้อโรคและสิ่งสกปรกได้รวดเร็วที่สุด Kaff&Co. เลยชวนทุกคนมาทราบถึงสาเหตุ และเรียนรู้เคล็ดลับในการดูแลหนังศีรษะ และเส้นผมให้สวยสุขภาพดี ตลอดช่วงฤดูฝนนี้

สาเหตุ : 1.ความชื้นของอากาศและน้ำฝน เป็นต้นเหตุทำให้เกิดเชื้อรา แบคทีเรีย ซึ่งมักเจริญเติบโตอยู่ในที่สกปรก เมื่อเกิดขึ้นที่หนังศีรษะจะส่งผลให้เกิดอาการคัน รังแค 2.สิ่งเจือปนที่มากับอากาศและน้ำฝนได้พัดพาเอามลพิษน้ำและฝุ่นละอองที่ไม่สะอาด เมื่อสัมผัสกับหนังศีรษะและเส้นผมแล้วทำให้เกิดการสะสมของสิ่งสกปรกและอุดตันที่รูขุมขน ทำให้หนังศีรษะเกิดการอักเสบ 3.น้ำฝนมีค่า pH เป็นกรด เนื่องจากการรวมตัวกับแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์และไนโตรเจนที่มีอยู่ในบรรยากาศเมื่อสัมผัสกับหนังศีรษะและเส้นผมแล้ว จะทำให้สูญเสียความสมดุล และระคายเคืองได้ง่าย

เคล็ดลับการดูแล : 1.สระผมให้เร็วที่สุด เมื่อเปียกฝนควรรีบทำความสะอาดหนังศีรษะและเส้นผมให้เร็วที่สุด เพื่อล้างทำความสะอาดสิ่งสกปรกโดยการใช้น้ำอุณหภูมิปกติในการสระ เพื่อป้องกันหนังศีรษะขาดสมดุล 2.เลือกใช้แชมพูสูตรอ่อนโยนเพราะการสระผมบ่อยๆ ในช่วงฤดูฝนยิ่งจะทำให้ผมแห้งเสีย ควรเลือกสูตรที่สกัดจากธรรมชาติ ปราศจากน้ำหอม พาราเบนเพื่อลดการระคายเคือง นอกจากนี้ ควรเลือกใช้แชมพูสูตรที่ยับยั้งเชื้อราและแบคทีเรีย เพื่อช่วยลดการคันหนังศีรษะ และรังแค 3.เช็ดผมให้แห้งเสมอหลังจากสระผมเสร็จไม่ควรปล่อยให้ผมเปียกชื้น ควรรีบเช็ดผมให้แห้งสนิท โดยการเลือกใช้ผ้าขนหนูที่ผลิตจากเยื่อไผ่ หรือผ้านาโน เพราะมีประสิทธิภาพในการช่วยซับน้ำและลดความชื้น ได้มากกว่าผ้าขนหนูทั่วไป อีกทั้งยังไม่ทำลายเกล็ดผมให้เปิด ช่วยลดการเสียดสีจากการออกแรงในการเช็ด และลดปัญหาผมขาดร่วง 4.หลีกเลี่ยงการเป่าลมร้อนและหวีผมในขณะที่เปียก การใช้อุณหภูมิที่ร้อนในการเป่าผม ยิ่งทำให้เซลล์รากผมและหนังศีรษะอ่อนแอและแห้งกว่าปกติ อีกทั้ง ไม่ควรหวีผมในขณะที่ยังเปียก เนื่องจากรูขุมขนหนังศีรษะกำลังเปิดกว้าง รากผมกำลังอ่อนตัว เมื่อถูกสัมผัสจากการหวีจะยิ่งกระตุ้นทำให้ผมร่วงมากขึ้น 5.บำรุงเป็นประจำ เมื่อเจอมลภาวะที่เป็นพิษ และความอับชื้นที่มากับน้ำฝน ยิ่งทำให้หนังศีรษะและเส้นผมอ่อนแอลง ส่งผลทำให้เกิดปัญหาต่างๆ ตามมาเช่น อาการคัน รังแค ตุ่มอักเสบที่มาจากความชื้น และผมร่วง ดังนั้น ควรเลือกใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงหนังศีรษะที่สกัดมาจากธรรมชาติ เพื่อเติมสารอาหารให้หนังศีรษะและเส้นผม เสริมเกราะป้องกันจากมลภาวะ สิ่งสกปรกลดปัจจัยเสี่ยงในการเกิดอาการคัน รังแค อีกทั้งยังช่วยทำให้เส้นผมแข็งแรงสุขภาพดี

ตระการตากับมวลดอกไม้นับล้านดอก ฉลอง 71 ปี เซ็นทรัล ในคอนเซ็ปต์ The World Of Floral Wonders

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/373667

ณัฐธีรา บุญศรี, ธาพิดา นรพัลลภ ผู้บริหารบริษัท สรรพสินค้า
เซ็นทรัล จำกัด

ตระการตากับมวลดอกไม้นับล้านดอก ฉลอง 71 ปี เซ็นทรัล ในคอนเซ็ปต์ The World Of Floral Wonders

วันพุธ ที่ 31 ตุลาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

นัยชนก ปัทมสิงห์ ณ อยุธยา เวิร์กช็อปจัดดอกไม้

ยิ่งใหญ่และอลังการกว่าทุกครั้งสำหรับเทศกาลดอกไม้ของ ห้างเซ็นทรัลที่จัดขึ้นเพื่อเฉลิมฉลอง ในโอกาสครบ 71 ปี ด้วยบิ๊กอีเว้นท์แห่งปี “Central Anniversary 2018” (เซ็นทรัลแอนนิเวอร์ซารี 2018) ในคอนเซ็ปต์ The World Of Floral Wonders(เดอะ เวิลด์ ออฟ ฟลอรัล วันเดอร์ส)โดยเนรมิตห้างเซ็นทรัล ชิดลม และศูนย์การค้าเซ็นทรัล เอ็มบาสซี ให้เป็นสวนสวรรค์แห่งดอกไม้นานาพรรณบานสะพรั่ง ชวนชมไฮไลท์พิเศษกาเซโบยักษ์สูง 7 เมตร กลางห้าง พร้อมประดับประดาด้วยดอกกุหลาบสายพันธุ์หายากจากอังกฤษถึง 12 สายพันธุ์ นอกจากนี้ ยังเตรียมฉลองความยิ่งใหญ่ ด้วยโชว์สุดอลังการ และการเผยโฉม “The Floral Princess” (เดอะ ฟลอรัล พริ้นเซส) ที่จะปรากฏกายภายในกาเซโบยักษ์สะกดทุกสายตา ในพิธีเปิดงาน วันพฤหัสบดีที่ 1 พฤศจิกายน 2561 เวลา 18.30 น. ณ บริเวณ ล็อบบี้เลานจ์ ชั้น 1 ห้างเซ็นทรัลชิดลม

ณัฐธีรา บุญศรี กรรมการผู้จัดการ บริษัท สรรพสินค้าเซ็นทรัล จำกัด เปิดเผยว่า “ปีนี้เป็นครั้งที่ 24 ที่ห้างเซ็นทรัลได้จัดงานดอกไม้ในห้าง เพื่อเป็นตัวแทนคำขอบคุณสำหรับลูกค้าที่คอยสนับสนุนห้างเซ็นทรัลมา 71 ปี จนประสบความสำเร็จ โดย ในปีนี้ บริษัท สรรพสินค้าเซ็นทรัล จำกัด ร่วมกับ บริษัท เจเนอรัล คาร์ด เซอร์วิสเซส จำกัด ผู้ให้บริการ บัตรเครดิตเซ็นทรัลเดอะวัน ตั้งใจเนรมิตห้างเซ็นทรัล ชิดลม และศูนย์การค้าเซ็นทรัล เอ็มบาสซี ให้เป็นสวนสวรรค์แห่งดอกไม้นานาพรรณบานสะพรั่ง หลากหลายสีสันนับล้านดอก ทั้งดอกไม้ไทย และดอกไม้นำเข้าจากต่างประเทศ พร้อมไฮไลท์ดอกกุหลาบสายพันธุ์หายากว่า 12 สายพันธุ์ ภายใต้คอนเซ็ปต์ The World Of Floral Wonders  (เดอะ เวิลด์ ออฟ ฟลอรัล วันเดอร์ส) ซึ่งจัดเพียง 5 วันเท่านั้น (ระหว่างวันที่ 1-5 พฤศจิกายน 2561) จึงไม่อยากให้ทุกคนพลาดงานฉลองยิ่งใหญ่แห่งปี ที่สามารถชวนแก๊งเพื่อนหรือครอบครัวมาร่วมชมความอลังการของศิลปะการจัดดอกไม้และร่วมถ่ายภาพสวยๆ ที่เราจัดเต็มทุกพื้นที่ของงานเฉลิมฉลองครั้งนี้”

นอกจากนี้บริเวณทางเชื่อมระหว่างศูนย์การค้าเซ็นทรัล เอ็มบาสซี และห้างเซ็นทรัลชิดลม ตื่นตาตื่นใจกับอุโมงค์ผีเสื้ออินเทอร์แอ็คทีฟ (Interactive) ที่จะบินมารายล้อมรอบตัวผู้เข้าชมงานตลอดทางเดิน โดยบริเวณThe Front Yard (บริเวณด้านหน้าศูนย์การค้า) รายล้อมด้วยทุ่งกังหันดอกคอร์เดียกว่า 1,000 ต้น สะท้อนถึงพลังที่ไม่หยุดนิ่ง เปรียบเหมือนห้างเซ็นทรัล ที่มุ่งมั่นพัฒนาก้าวไปข้างหน้าอย่างไม่หยุดยั้ง พร้อมจัดแสดงพิเศษร่วมกับ Fruits Tree ผลงานของCHOI JEONG HWA (ชเว จอง ฮวา)ศิลปินและนักออกแบบชื่อดังจากประเทศเกาหลีใต้ ทั้งยังมีกิจกรรมเก็บแสตมป์ให้ร่วมสนุก เพื่อแลกรับของรางวัลแทนคำขอบคุณ ได้แก่ ต้นไม้แสนสวยจากดอยตุง อาทิ ต้น Begonia, ต้น Torenia, กล้วยหอมทองไต้หวันและอมยิ้มดอกคอร์เดียรวมทั้งยังมี กิจกรรมเวิร์กช็อปจัดดอกไม้สไตล์อังกฤษ จาก Penlert De Fleur และเวิร์กช็อป สอนถ่ายภาพดอกไม้ ให้สวยโดนใจโดยใช้กล้องมือถือกับช่างภาพผู้มากประสบการณ์  กิจกรรมเวิร์กช็อปจัดดอกไม้และทำเข็มกลัดดอกไม้โดย Summer Sunde และอีกมากมาย และพลาดไม่ได้กับศิลปินที่จะมามอบเสียงเพลงตลอดทั้ง 5 วัน อาทิ แก้ม-วิชญาณี เปียกลิ่น, นนท์-ธนนท์, สิงโต-ปราชญา,พีท-พล, เพิร์ธ-ธนพนธ์, สิงโต นำโชค, เติร์ด-ลภัส (9×9), มีน-พีรวิชญ์ เป็นต้น

ร่วมสัมผัสความสวยงามตระการตาของดอกไม้นานาพรรณ ได้ในงาน“Central Anniversary 2018” (เซ็นทรัล แอนนิเวอร์ซารี 2018)  ระหว่างวันที่ 1-5 พฤศจิกายน 2561 เวลา 10.00-22.00 น. ณ ห้างเซ็นทรัล ชิดลม และศูนย์การค้าเซ็นทรัล เอ็มบาสซี

ณัฐธีรา บุญศรี, ธาพิดา นรพัลลภ ผู้บริหารบริษัท สรรพสินค้า เซ็นทรัล จำกัด

ณัฐธีรา บุญศรี, ธาพิดา นรพัลลภ ผู้บริหารบริษัท สรรพสินค้า เซ็นทรัล จำกัด

LIFE & HEALTH : วิตามินและแร่ธาตุในอาหารสำหรับคุณผู้หญิง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/373633

LIFE&HEALTH : วิตามินและแร่ธาตุในอาหารสำหรับคุณผู้หญิง

วันพุธ ที่ 31 ตุลาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

อาหารมีบทบาทสำคัญต่อสุขภาพมากมาย ทั้งซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ เสริมสร้างส่วนต่างๆ ของร่างกาย รวมทั้งให้พลังงานเพื่อจะได้มีกำลังเผชิญกับเรื่องราวต่างๆ ในแต่ละวันได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งผู้หญิงสมัยนี้มีภาระหน้าที่ต่างๆ มากมายทั้งในและนอกบ้าน ชีวิตจึงมักคร่ำเคร่งอยู่กับการทำงาน จนรับประทานอาหารก็เพียงแค่ให้อิ่มท้อง ไม่ค่อยได้ออกกำลังกาย พักผ่อน
ไม่เพียงพอ นอนดึก ตื่นเช้า ฯลฯ จึงไม่น่าแปลกใจว่าทำไมหลายคนจึงมักเหนื่อยล้า อ่อนเพลีย ไม่มีสมาธิ ผิวพรรณดูแห้งกราน ไม่สดใส เดี๋ยวเป็นโน่นเดี๋ยวเป็นนี่โดยไม่ทราบสาเหตุ ฯลฯ

หากปล่อยให้สุขภาพย่ำแย่ไปกว่านี้คงไม่ดีแน่ ดังนั้นจึงควรรีบปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตตัวเองเพื่อให้มีสุขภาพที่ดี มีข้อมูลจากผศ.ดร.ชนิดา ปโชติการ นายกสมาคมนักกำหนดอาหารแห่งประเทศไทย แนะนำว่าให้เริ่มต้นด้วยการสร้างบริโภคนิสัยที่ดีไม่ตามใจปาก รู้จักเลือกสรรอาหารที่ดีมีประโยชน์ให้หลากหลายครบหมวดหมู่ เพราะอาหารแต่ละชนิดจะให้สารอาหารที่แตกต่างกัน และไม่มีอาหารชนิดใดชนิดหนึ่งที่ให้สารอาหารครบถ้วนตามที่ร่างกายต้องการ โดยปกติผู้หญิงมีความต้องการด้านโภชนาการแตกต่างจากผู้ชาย เช่น ความต้องการแคลอรีจะน้อยกว่า เนื่องจากผู้หญิงมีรูปร่างเล็กและกล้ามเนื้อน้อยกว่านั่นเอง แต่ขณะเดียวกันมีสารอาหารบางชนิดที่ผู้หญิงต้องการมากกว่าผู้ชาย เนื่องจากระบบฮอร์โมนต่างๆ ในร่างกายมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา เช่น การมีรอบเดือน การตั้งครรภ์ ซึ่งจะเพิ่มความเสี่ยงต่อการขาดสารอาหาร เช่น โรคโลหิตจาง และโรคกระดูกพรุน เป็นต้น ดังนั้นผู้หญิงจึงควรพิถีพิถันในการเลือกกินอาหารในแต่ละมื้อ ควรเลือกอาหารที่ให้สารอาหารบางชนิดที่ผู้หญิงมีแนวโน้มขาดหรือได้รับไม่เพียงพอ

ส่วนวิตามินและแร่ธาตุหลักๆ ในอาหารที่ดีต่อคุณผู้หญิง มีดังนี้

ธาตุเหล็ก เป็นหนึ่งในสารอาหารที่มีความจำเป็นต่อชีวิตซึ่งร่างกายขาดไม่ได้ เพราะเป็นส่วนประกอบสำคัญของเม็ดเลือดแดง จึงช่วยป้องกันโรคเลือดจางได้อีกด้วย ผู้หญิงก็มักจะขาดธาตุเหล็กมากกว่าชาย เพราะผู้หญิงมีโอกาสเสียเลือดได้หลายทาง เช่น ในวันที่มีประจำเดือน หลังคลอดบุตร และผู้ที่ไม่กินเนื้อสัตว์ ดังนั้นผู้หญิงอย่างเราๆจึงต้องหันมาบำรุงเลือดด้วยการกินอาหารที่มีธาตุเหล็กสูง เช่น เนื้อสัตว์ชนิดต่างๆ ไข่แดง ถั่วเมล็ดแห้ง และผักใบสีเขียว ฯลฯ โดยนำอาหารเหล่านั้นมาเป็นส่วนประกอบในเมนูอาหารประจำวันกันและควรกินควบคู่กับอาหารที่มีวิตามินซีสูงเช่น ส้ม ฝรั่ง มะละกอ เพื่อช่วยให้ร่างกายดูดซึมธาตุเหล็กได้ดีขึ้น

แคลเซียม เป็นแร่ธาตุชนิดหนึ่งที่มีความสำคัญในการสร้างความแข็งแรงให้กระดูกและฟัน จำเป็นต่อการทำงานของหัวใจ กล้ามเนื้อ และระบบประสาท เราจึงจำเป็นจะต้องได้รับแคลเซียมอย่างเพียงพอ โดยเฉพาะผู้หญิงตั้งแต่วัย 35 ปีขึ้นไป ร่างกายจะสะสมแคลเซียมในกระดูกได้น้อยกว่าที่สลายออกไป ประกอบกับการสร้างฮอร์โมนเอสโตรเจนที่ลดลง ทำให้อัตราการสลายแคลเซียมออกจากเนื้อกระดูกเพิ่มขึ้น ผู้หญิงที่อยู่ในวัยนี้กระดูกจึงเปราะ แตกหักได้ง่าย และเสี่ยงต่อภาวะกระดูกพรุนมากกว่าผู้ชาย หรือหากอยู่ในช่วงตั้งครรภ์และให้นมบุตรถ้าได้รับแคลเซียมไม่เพียงพอ จะทำให้ฟันจะผุ ปวดกล้ามเนื้อและรู้สึกปวดไขข้อต่างๆ ได้ ฉะนั้นการได้รับแคลเซียมในปริมาณที่เหมาะสมจึงจำเป็นสำหรับผู้หญิงทุกคน สำหรับอาหารที่มีแคลเซียมสูง ได้แก่ นม โยเกิร์ตชีส กุ้งแห้ง ปลาเล็กปลาน้อย งาดำ ผักใบเขียวต่างๆ รวมถึงการได้รับวิตามินดีเพื่อการดูดซึมแคลเซียมด้วย

วิตามินดี ด้วยปัจจุบันคนเมืองหรือคนวัยทำงาน มักจะนั่งทำงานในที่ร่มและมักจะหลีกเลี่ยงแสงแดด เนื่องจากกลัวผิวคล้ำ มีรอยด่างดำดังนั้นเมื่อออกแดดจึงมักกางร่ม ใส่หมวก ใส่เสื้อผ้าปิดมิดชิด รวมทั้งใช้ครีมกันแดดที่มีค่า SPF สูง ทำให้ร่างกายอาจได้รับแสงแดดเพื่อสังเคราะห์เป็นวิตามินดีไม่เพียงพอ ผู้หญิงจึงขาดวิตามินดีได้มากกว่าผู้ชาย โดยเฉพาะผู้หญิงที่อยู่ในวัยหมดประจำเดือน ทั้งๆ ที่วิตามินดีมีความสำคัญต่อกระดูกและฟัน เพราะช่วยในการดูดซึมแคลเซียมเข้าสู่ร่างกาย เสริมสร้างความแข็งแรงให้กระดูก และมีส่วนสำคัญในการทำงานของระบบประสาท กล้ามเนื้อ ปอด สมอง หัวใจและระบบภูมิคุ้มกัน รู้อย่างนี้แล้วเราควรออกไปรับแสงแดดอ่อนๆในตอนเช้าๆ รวมทั้งการบริโภคนมสด ไข่ เป็นต้น

วิตามินบี เป็นสารอาหารสำคัญที่ร่างกายและสมองของเราต้องการและขาดไม่ได้คือ วิตามินบีซึ่งมีด้วยกันทั้งหมด 8 ชนิด คือ บี 1 (ไทอะมีน)บี 2 (ไรโบเฟลวิน) บี 3 (ไนอะซิน) บี 6 (พริดอกซิน)วิตามินบี 5 (กรดแพนโทเทนิก) วิตามินบี 6(ไพริด็อกซิน) วิตามินบี 7 (ไบโอติน) วิตามินบี 9 (กรดโฟลิก) บี 12 (โคบาลามิน) แต่ละชนิดต่างก็มีหน้าที่และความสำคัญแตกต่างกันไปซึ่งต้องทำงานร่วมกัน ดังนั้นจึงควรเลือกกินอาหารที่อุดมด้วยวิตามินบี เช่น นม เนยแข็ง ไข่ข้าวซ้อมมือ ถั่วต่างๆ ผักและผลไม้ ซึ่งจะได้ช่วยบำรุงร่างกายและสมองที่อ่อนหล้า ให้ฟิตและเต็มเปี่ยมไปด้วยพลัง ในการทำกิจกรรมต่างๆ ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ

วิตามินซี จะช่วยเพิ่มภูมิต้านทานและป้องกันโรคหวัดแล้ว ยังช่วยเรื่องของความสวยความงามที่ผู้หญิงอย่างเราไม่ควรพลาด เพราะวิตามินซีมีสารต่อต้านอนุมูลอิสระที่จะช่วยให้ผิวพรรณสวย สดใส ลดเลือนจุดด่างดำ รอยสิว และช่วยปกป้องและฟื้นฟูผิวจากแสงแดด นอกจากนี้ยังมีส่วนช่วยในเรื่องของการสร้างคอลลาเจนในชั้นผิว ช่วยลดริ้วรอยบนใบหน้าและทำให้ผิวเต่งตึงอีกด้วยรู้อย่างนี้แล้วก็อย่าลืมหาผักผลไม้ที่อุดมไปด้วยวิตามินซีอย่าง พริกหวาน มะเขือเทศ ผักใบเขียว บร็อคโคลี่ ผักใบเขียว สตรอเบอร์รี่ส้ม ฝรั่ง มะละกอ มากินป็นประจำ

จะเห็นว่าไม่ยากเลยที่คุณผู้หญิงจะเริ่มต้นดูแลแต่เนิ่นๆ ด้วยการกินให้หลากหลาย ให้ครบมื้อ ครบหมู่ในปริมาณที่เหมาะสม ควบคู่กับการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ และทำจิตใจให้ร่าเริงแจ่มใส เพียงเท่านี้ คุณก็จะมีความสุข สุขภาพดี สวยสดใสได้ทุกๆ วันไม่ว่าจะอยู่ในวัยใดก็ตาม

ผศ.(พิเศษ)ดร.อภิสิทธิ์ ฉัตรทนานนท์

ประธานกรรมการ มูลนิธิคุณแม่คุณภาพ

คุณแหน : 31 ตุลาคม 2561

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/373675

คุณแหน : 31 ตุลาคม 2561

วันพุธ ที่ 31 ตุลาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

ll ขอแสดงความเสียใจด้วยกับครอบครัวญาติพี่น้องเพื่อนๆ ของ วิชัย ศรีวัฒนประภาในข่าวอุบัติเหตุเฮลิคอปเตอร์ตก คนที่เคยทำงานกับเขา บอกว่า“เป็นความรู้สึกที่ไม่สามารถบรรยาย เป็นคำพูดได้เลย เป็นความจริงที่ไม่อยากจะเชื่อเลย ว่าได้เกิดขึ้นจริง เป็นช่วงเวลาสั้นๆ ที่เด็กคนหนึ่งจะได้มีโอกาสสัมผัสกับชีวิตของบุรุษที่ยิ่งใหญ่ท่านเป็นคนดีที่ดีจริงๆ ดีแท้แน่นอน แบบที่ข่าวนำเสนอ 10 วัน ก็ไม่สามารถบรรยายได้หมด ตอนที่มีโอกาสได้เข้ามาทำงานที่นี่ แรกเริ่ม…เคยแปลกใจว่าทำไมทุกคนถึงรัก เคารพ และยำเกรงท่านขนาดนี้ พอเวลาผ่านมาได้รับรู้ ได้สัมผัส ได้ฟังเรื่องราวดีๆ จากคนใกล้ชิดท่าน จากคนในทุกๆระดับที่ทำงานด้วยกันกับท่าน รวมถึงได้รับและได้สัมผัสความเมตตาปรานีจากท่านด้วยตัวเองถึงเวลานี้แล้วนั้น ไร้ซึ่งข้อกังขาใดๆ ไม่แปลกใจเลยจริงๆ ที่ใครๆ จะรักท่าน เพราะท่านได้สร้างคุณงามความดีไว้มากมายเหลือเกิน ท่านสร้างความดีด้วยหัวใจ…REST IN PEACE TO THE GREATEST BOSS I HAVE EVER HAD”…

ll ได้ไปชมละคร“Still on my Mind”ที่โรงละครรัชดาลัย ขอเชียร์ให้ทุกท่านได้ไปชม คุ้มค่าอย่างบอกไม่ถูก ทั้งเรื่องราวที่เกี่ยวกับครอบครัวยุคนี้ ที่พ่อแม่ทำงานหาเงินจนไม่มีเวลาดูแลซึ่งกันและกันลูกติดเกม ติดโทรศัพท์ ครอบครัวเจอวิกฤติ แต่กลับมาได้เพราะความเพียร และการหันหน้ามาหากัน นักแสดงมีคุณภาพ เสียงดี ดนตรีดี เพลงเพราะ โดยเฉพาะเพลงพระราชนิพนธ์ Still on my Mindที่ไพเราะจับใจ นักแสดงรุ่นใหญ่อย่าง สุประวัติ ปัทมสูต,สุดา ชื่นบาน,กบ-ทรงสิทธิ์ รุ่งนพคุณศรี,นิโคล เทริโอ,รัดเกล้า อามระดิษ ล้วนแล้วแต่ฝากฝีมือให้หายห่วงจริงๆ…

ll นักแสดงรุ่นใหม่อย่าง ว่าน-ภัทราวดี สุขโขทัย,ตะวัน-พันวาพรหมเทพ“ว่าน”ดังมาจากรายการ The Trainerอยู่ทีมโค้ช“ปั่น”ไพบูลย์เกียรติ ต่อมาได้เล่นละครเวทีเรื่องแรกคือ“แม่เบี้ย”บทนางเอกตอนเด็ก แล้วก็ได้มาเล่นละครเวทีของรัชดาลัยในบทแม่พลอย ตอนเด็กรุ่นที่ 2…

ll ตะวัน-พันวาดังมาจากการประกวดวงดนตรี Hotwave Music Award 2018 แล้วก็ได้มาเล่นละครแฟนจ๋า The Musical เป็นพระเอกตอนเด็กจนมาถึงเรื่อง Still on my Mind…

llหลังเล่นกอล์ฟเสร็จ นพ.สมพล เอครพานิช ก็รู้ตัวเองว่าหัวใจเต้นผิดปกติ ตรวจตัวเองโดยจับชีพจรใช้เครื่องวัดการเต้นที่ติดไว้กับมือถือ…ว่าแล้วก็ขับรถพาตัวเองไปเข้าโรงพยาบาลเองหมอหัวใจเลยจับนอน CCU 1 คืน ได้นอนเล่นไอแพดชิลๆ คุณหมอว่าหัวใจเต้นผิดปกติแบบนี้ไม่มีอันตรายแบบเฉียบพลัน เมื่อเป็นก็ให้พักเอง กินยาเอง อาจเกิดได้บ่อยๆ หรือเรื้อรังกันไปเลย“พวก สว.”ทั้งหลายก็พร้อมเป็นกันได้ถ้วนหน้า…

ll สมเกียรติ ศุขเทวา ไปปฏิบัติธรรมกับครอบครัวที่พัทยา มีอาการปวดศีรษะ และเข้าโรงพยาบาลที่พัทยาก่อนย้ายเข้ามารับการผ่าตัดระบายก้อนเลือดที่แตกในสมอง ที่รพ.ธนบุรี 1 เมื่ออาทิตย์ที่ผ่านมาออกจากห้อง ICU มาได้ ร่างกายแข็งแรงปลอดภัยหายห่วงทานอาหารได้เป็นปกติแล้ว…ll งานสังสรรค์น้องใหม่จุฬาฯ 2511 สุรชัย ธารสิทธิ์พงษ์วศ.11 อดีตปลัด ก.คมนาคม ประธานรุ่น แจ้งนัดที่ศาลาพระเกี้ยว วันที่ 11/11/61 เริ่มด้วยพิธีสงฆ์09.00 น. และมีงานรื่นเริงพร้อมกิจกรรมสนุกสนานมากมาย ไม่มีค่าใช้จ่าย และจะได้รับหนังสือรุ่นกลับไปคนละ 1 เล่ม เฉพาะคนที่มาร่วมงานเท่านั้นนะจ๊ะ…

ll แชร์กันไปในโลกไซเบอร์ว่า“ร้านจิตรลดา”ลดราคา 40% เนื่องจากจะปิดร้าน ต้องขอเรียนข้อมูลที่ถูกต้องว่า“ร้านจิตรลดาปิดทำการทุกสาขาจริง เพื่อเป็นการจัดระเบียบราชการใหม่ แต่ไม่มีการขายลดราคาตามข่าว”… ll

หนูภาฯ

ชมรมนักวาดภาพบนกระเบื้องเคลือบฯ นำผลงานสมาชิกอวดโฉม ในงาน ‘TEA&COFFEE TABLE FANTASY’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/373653

ผ่องลักษณ์ ประศาสน์วินิจฉัย ประธานเปิดงานเดินชมผลงานของสมาชิกชมรมฯ

ชมรมนักวาดภาพบนกระเบื้องเคลือบฯ นำผลงานสมาชิกอวดโฉม ในงาน ‘TEA&COFFEE TABLE FANTASY’

วันพุธ ที่ 31 ตุลาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

ผ่องลักษณ์ ประศาสน์วินิจฉัย ประธานในพิธี พร้อมด้วย ชนิดา สุวรรณเพ็ญ ประธานชมรมฯ และคณะสมาชิกชมรมนักวาดภาพบนกระเบื้องเคลือบ อาทิ คุณหญิงสุภรณ์ วิจิตรานุช, หม่อมกมลา ยุคล ณ อยุธยา, ยิ่งวรรณ วงศ์รัตน์, วรรณพร กันทาธรรม, สายพิณ พหลโยธิน, ภรณี นาทีกาญจนลาภ,เพ็ญจันทร์ วิสุทธิพันธ์, เดือนฉาย คอมันตร์ และ ประคัลภ์ มะลิแก้ว

ชมรมนักวาดภาพบนกระเบื้องเคลือบแห่งประเทศไทย Thai and Porcelain Painting Club (TPPC) จัดงาน “TEA&COFFEE TABLE FANTASY” เพื่อนำรายได้จากการจัดงานหลังหักค่าใช้จ่าย บริจาคสมทบทุนสนับสนุนศูนย์ความเป็นเลิศด้านการคุมกันบำบัดมะเร็งคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยในงานได้รับเกียรติจาก ผ่องลักษณ์ ประศาสน์วินิจฉัย เป็นประธานเปิดงาน มี ชนิดา สุวรรณเพ็ญ ประธานชมรมฯ และสมาชิกชมรมนักวาดภาพบนกระเบื้องเคลือบ อาทิ คุณหญิงสุภรณ์ วิจิตรานุช,หม่อมกมลา ยุคล ณ อยุธยา, ยิ่งวรรณ วงศ์รัตน์, วรรณพร กันทาธรรม, สายพิณ พหลโยธิน, ภรณี นาทีกาญจนลาภ, เพ็ญจันทร์ วิสุทธิพันธ์ และ เดือนฉาย คอมันตร์ ร่วมงาน ณ ห้องนภาลัยบอลรูม โรงแรมดุสิตธานี เมื่อวันเสาร์ที่ 27 ตุลาคม 2561

ในงานมีผลงานภาพวาดบนกระเบื้องเคลือบของสมาชิกชมรมฯ จัดเรียงตกแต่งอย่างสวยงามให้แขกผู้มีเกียรติได้เลือกชมและเลือกช็อปอย่างเพลิดเพลิน สำหรับ Porcelain Painting คือการตกแต่งสีลงบนกระเบื้องที่ทำมาจากดินชนิดต่างๆ อาทิ ดิน Porcelain,Bone China, Earthenware creamware หรือบน Pottry โดยทั่วไปเนื้อดินที่ขึ้นรูปปั้นแล้ว ขั้นแรกจะถูกนำมาเผาให้มีความแข็งก่อน ซึ่งเรียกว่า Bisque ในขั้นตอนนี้สามารถตกแต่งสี ก่อนนำไปเคลือบแล้วเผา โดยยึดติดกับตัวดิน กระเบื้องที่เคลือบแล้วสามารถนำมาตกแต่งหรือวาดภาพ (Overglaze Painting) แล้วนำไปเผา เพื่อให้สียึดติดกับเคลือบ การตกแต่งในขั้นนี้มีหลายวิธี อาทิ การวาดด้วยพู่กันหรือเครื่องมืออื่นๆ การตบสี การใช้รูปลอกการพิมพ์ลงไปโดยตรง หรือเทคนิคอื่นๆ จนเกิดเป็นผลงานอันงดงามขึ้น

Porcelain Painting เริ่มเกิดขึ้นในประเทศจีน ตั้งแต่คริสต์ศตวรรษที่ 7 หรือ 8 ต่อมาได้ถูกนำเข้าไปในประเทศเกาหลีและญี่ปุ่นในคริสต์ศตวรรษที่ 9 และได้เริ่มเข้ามาในประเทศแถบตะวันออกกลาง และคริสต์ศตวรรษที่ 16 ได้เข้าไปในประเทศแถบยุโรป ต้นคริสต์วรรษที่ 18 โรงงาน The Meissen Porcelain ของเยอรมนี ได้เริ่มผลิตเครื่องกระเบื้องได้เป็นแห่งแรก จากนั้นก็มีโรงงานเครื่องกระเบื้องเกิดขึ้นอีกหลายแห่งในเยอรมนี ฝรั่งเศส อังกฤษ และประเทศในแถบยุโรป จนถึงปลายศตวรรษที่ 19 การวาดภาพบนกระเบื้องได้กลายมาเป็นงานอดิเรกที่สูงค่าสำหรับชนชั้นกลางในยุโรปและอเมริกาเหนือ สำหรับประเทศไทยมีการนำเข้าเครื่องกระเบื้องเขียนสีบนเคลือบจากจีนในสมัยอยุธยาตอนกลางถึงตอนปลาย โดยในรัชสมัยสมเด็จพระเจ้าปราสาททองได้สั่งทำเครื่องเบญจรงค์จากประเทศจีน ซึ่งตรงกับรัชสมัยของสมเด็จพระจักรพรรดิซุ่นจื้อ แห่งราชวงศ์ชิง จนถึงรัชสมัยของสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ได้เริ่มมีการเขียนลายน้ำทองลงในเครื่องเบญจรงค์ และประเทศไทยยังคงสั่งผลิตเครื่องเบญจรงค์จากจีนจนถึงสมัยสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย รัชกาลที่ 2 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ได้มีการสร้างเตาเผาสีบนเครื่องกระเบื้องเคลือบขึ้นเป็นครั้งแรก และมีการผลิตเครื่องเบญจรงค์มาจนถึงปัจจุบัน

ปัจจุบันประเทศไทยยังมีการวาดภาพบนกระเบื้องในรูปแบบเทคนิคต่างๆ อีกมากมาย โดยประมาณ 30 ปีที่ผ่านมา ท่านผู้หญิงสุจิตคุณ สารสิน ได้นำวิธีการวาดภาพแบบ Meisse และ Dresden ของเยอรมนีเข้ามาเผยแพร่ในกลุ่มเพื่อนๆ ต่อมา อ.พิยะดา สุวรรณรัตน์ ได้นำเทคนิค Flora Danica, Meissen, Dresden, American Style และ French Style จากยุโรปเข้ามาสอนและอาจารย์ยิ่งวรรณ วงศ์รัตน์ ได้นำ soft Technique จาก Australia เข้ามาสอนในวงกว้างขึ้น นอกจากนี้ยังมีอาจารย์จากประเทศต่างๆ เข้ามาให้ความรู้และเทคนิคในการวาดภาพบนกระเบื้องที่หลากหลาย โดย ชมรมนักวาดภาพบนกระเบื้องเคลือบแห่งประเทศไทย ก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 23 พฤษภาคม 2545 เป็นการรวมกลุ่มของผู้รักการวาดภาพบนกระเบื้อง มีวัตถุประสงค์เพื่อการแลกเปลี่ยนทรรศนะและทักษะในการวาดภาพบนกระเบื้อง ระหว่างสมาชิกและสตูดิโอต่างๆ ภายในประเทศ และเพื่อเป็นการเพิ่มพูนประสบการณ์ใหม่ๆ ตลอดจนขยายวงการวาดภาพบนกระเบื้องในประเทศไทยให้กว้างขวางยิ่งขึ้น อันจะก่อให้เกิดความสามัคคี ความร่วมมือกันระหว่างสมาชิกสตูดิโอ รวมถึงหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการวาดภาพบนกระเบื้อง

ผ่องลักษณ์ ประศาสน์วินิจฉัย ประธานเปิดงานเดินชมผลงานของสมาชิกชมรมฯ

ผ่องลักษณ์ ประศาสน์วินิจฉัย ประธานเปิดงานเดินชมผลงานของสมาชิกชมรมฯ

ประธานเปิดงาน ผ่องลักษณ์ ประศาสน์วินิจฉัย พร้อมด้วย คุณหญิงสุภรณ์ วิจิตรานุช, สุชาดา สุทธิสารรณกร, จิตรา ประทีปะเสน และ ยิ่งวรรณ วงศ์รัตน์

ประธานเปิดงาน ผ่องลักษณ์ ประศาสน์วินิจฉัย พร้อมด้วย คุณหญิงสุภรณ์ วิจิตรานุช, สุชาดา สุทธิสารรณกร, จิตรา ประทีปะเสน และ ยิ่งวรรณ วงศ์รัตน์

เดือนฉาย คอมันตร์, ผศ.ดร.วชิรญา บัวศรี และบุตรสาว ผศ.ดร.วิรชฎา บัวศรี

เดือนฉาย คอมันตร์, ผศ.ดร.วชิรญา บัวศรี และบุตรสาว ผศ.ดร.วิรชฎา บัวศรี

สุจินตนา ชลวิจารณ์ และ สุกัญญา ตันตราธิวุฒิ กับผลงานมีเพื่อนๆ มาร่วมมาให้กำลังใจ

สุจินตนา ชลวิจารณ์ และ สุกัญญา ตันตราธิวุฒิ กับผลงานมีเพื่อนๆ มาร่วมมาให้กำลังใจ

วรรณพร กันทาธรรม กับ วัชรี ศรินทุ ร่วมโชว์ผลงาน มี อรดาริน ศิลามงคล, ปาริชาติ จันทร์ศรี และ สมคิด ศรีอ่อน ร่วมยินดี ออร่าความน่ารักสดใส และความสามารถอันล้นเหลือของซุป’ตาร์วัย 6 ปี น้องอินเตอร์-รุ่งลดา รุ่งลิขิตเจริญ ได้รับการพิสูจน์อีกครั้ง หลังจากที่ น้องอินเตอร์ สามารถจูงมือ น้องอาร์ตี้ น้องชายสุดเลิฟ

วรรณพร กันทาธรรม กับ วัชรี ศรินทุ ร่วมโชว์ผลงาน มี อรดาริน ศิลามงคล, ปาริชาติ จันทร์ศรี และ สมคิด ศรีอ่อน ร่วมยินดี ออร่าความน่ารักสดใส และความสามารถอันล้นเหลือของซุป’ตาร์วัย 6 ปี น้องอินเตอร์-รุ่งลดา รุ่งลิขิตเจริญ ได้รับการพิสูจน์อีกครั้ง หลังจากที่ น้องอินเตอร์ สามารถจูงมือ น้องอาร์ตี้ น้องชายสุดเลิฟ

หม่อมกมลา ยุคล ณ อยุธยา หนึ่งในนักวาดภาพ บนกระเบื้องเคลือบ กับบุตรสาว ม.ร.ว.ศรีคำรุ้ง ยุคล

หม่อมกมลา ยุคล ณ อยุธยา หนึ่งในนักวาดภาพ บนกระเบื้องเคลือบ กับบุตรสาว ม.ร.ว.ศรีคำรุ้ง ยุคล

อ.สมาน คลังจัตุรัส มอบดอกไม้ยินดีกับ เดือนฉาย คอมันตร์

อ.สมาน คลังจัตุรัส มอบดอกไม้ยินดีกับ เดือนฉาย คอมันตร์

ส่วนหนึ่งของผลงานภาพบนกระเบื้องเคลือบ

ส่วนหนึ่งของผลงานภาพบนกระเบื้องเคลือบ

คุณหญิงสุภรณ์ วิจิตรานุช “ผลงานชุดนี้ได้แรงบันดาลใจมาจากดอกม่วง เทพรัตน์ ดอกไม้สีม่วงอมฟ้ารูปร่างคล้ายดาว เป็นดอกไม้พระราชทานจากสมเด็จพระเทพ รัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เนื่องใน วันคล้ายวันพระราชสมภพ พระชนมพรรษาครบ 55 พรรษา โดยตนได้ชื่นชอบการวาดภาพบนกระเบื้องเคลือบมากว่า 30 ปี แล้ว รู้สึกดีใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมสาธารณกุศลในครั้งนี้”

คุณหญิงสุภรณ์ วิจิตรานุช “ผลงานชุดนี้ได้แรงบันดาลใจมาจากดอกม่วง เทพรัตน์ ดอกไม้สีม่วงอมฟ้ารูปร่างคล้ายดาว เป็นดอกไม้พระราชทานจากสมเด็จพระเทพ รัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เนื่องใน วันคล้ายวันพระราชสมภพ พระชนมพรรษาครบ 55 พรรษา โดยตนได้ชื่นชอบการวาดภาพบนกระเบื้องเคลือบมากว่า 30 ปี แล้ว รู้สึกดีใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมสาธารณกุศลในครั้งนี้”

ชนิดา สุวรรณเพ็ญ “ผลงานในชุดนี้ชื่อ “พุทธรักษา” เป็นดอกไม้ไทยพุทธรักษาชนิดต่างๆ ในชุดชาตะวันตก เป็นสีฟ้า-ขาว ซึ่งเป็นสีที่นิยมในสมัยนั้น ได้ทำ ขึ้นมาในปี 1996 โดยผลงานชุดนี้มีทั้งหมด 16 ชิ้น ใช้เทคนิค SOFT TECHNIQUE ตอนทำเซตชาชุดนี้ได้โจทย์มาให้ทำเกี่ยวกับความเป็นไทย จึงรังสรรค์ผลงานชุดนี้ขึ้นมา ในฐานะประธานชมรมฯ รู้สึกดีใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมเพื่อการกุศล”

ชนิดา สุวรรณเพ็ญ “ผลงานในชุดนี้ชื่อ “พุทธรักษา” เป็นดอกไม้ไทยพุทธรักษาชนิดต่างๆ ในชุดชาตะวันตก เป็นสีฟ้า-ขาว ซึ่งเป็นสีที่นิยมในสมัยนั้น ได้ทำ ขึ้นมาในปี 1996 โดยผลงานชุดนี้มีทั้งหมด 16 ชิ้น ใช้เทคนิค SOFT TECHNIQUE ตอนทำเซตชาชุดนี้ได้โจทย์มาให้ทำเกี่ยวกับความเป็นไทย จึงรังสรรค์ผลงานชุดนี้ขึ้นมา ในฐานะประธานชมรมฯ รู้สึกดีใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมเพื่อการกุศล”

เดือนฉาย คอมันตร์ “ผลงานชุดนี้เป็นผลงานที่มีลวดลายดอกแพนซี่ซึ่งเป็นดอกไม้ที่ตนชื่นชอบเพราะ ในดอกหนึ่งมีหลากหลายสีสันสวยงาม วันนี้ตนยังได้สวมใส่ชุดที่มีลายดอกแพนซี่มาร่วมงานอีกด้วย ยินดีเป็นอย่างมากที่นำผลงาน มาช่วยกิจกรรมการกุศล และถ้าองค์กรใด อยากจะนำผลงานของตนไปประมูล เพื่อนำรายได้ไปช่วยเหลือสังคมก็ยินดีที่จะร่วมบริจาคให้อีกด้วย”

เดือนฉาย คอมันตร์ “ผลงานชุดนี้เป็นผลงานที่มีลวดลายดอกแพนซี่ซึ่งเป็นดอกไม้ที่ตนชื่นชอบเพราะ ในดอกหนึ่งมีหลากหลายสีสันสวยงาม วันนี้ตนยังได้สวมใส่ชุดที่มีลายดอกแพนซี่มาร่วมงานอีกด้วย ยินดีเป็นอย่างมากที่นำผลงาน มาช่วยกิจกรรมการกุศล และถ้าองค์กรใด อยากจะนำผลงานของตนไปประมูล เพื่อนำรายได้ไปช่วยเหลือสังคมก็ยินดีที่จะร่วมบริจาคให้อีกด้วย”

วรรณวิภา อรรถภัชน์ “ผลงานที่นำมาจัดแสดงวันนี้มีทั้งหมด 3 ชุด มีหลากหลายสไตล์ วิธีการเพ้นท์ก็จะใช้เทคนิค คนละแบบ โดยผลงานทุกชิ้นจะมีทองคำแท้ตกแต่ง เพิ่มความสวยงาม โดยย้อนเวลาไป 20 กว่าปี ที่ตนได้ชื่นชอบการวาดลวดลายบนกระเบื้อง ได้มีโอกาสไปดูงานที่ต่างประเทศเวลาเขามีจัดงาน ได้เชิญศิลปินมาสอนเพื่อจะได้เรียนรู้เทคนิคให้ผลงานดูแปลกใหม่ยิ่งขึ้น”

วรรณวิภา อรรถภัชน์ “ผลงานที่นำมาจัดแสดงวันนี้มีทั้งหมด 3 ชุด มีหลากหลายสไตล์ วิธีการเพ้นท์ก็จะใช้เทคนิค คนละแบบ โดยผลงานทุกชิ้นจะมีทองคำแท้ตกแต่ง เพิ่มความสวยงาม โดยย้อนเวลาไป 20 กว่าปี ที่ตนได้ชื่นชอบการวาดลวดลายบนกระเบื้อง ได้มีโอกาสไปดูงานที่ต่างประเทศเวลาเขามีจัดงาน ได้เชิญศิลปินมาสอนเพื่อจะได้เรียนรู้เทคนิคให้ผลงานดูแปลกใหม่ยิ่งขึ้น”

เคล็ดลับเลือกเครื่องฟอกอากาศ บ้านสะอาด ปลอดภัย ไร้ภูมิแพ้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/373628

ศ.พญ.อรพรรณ โพชนุกูล

เคล็ดลับเลือกเครื่องฟอกอากาศ บ้านสะอาด ปลอดภัย ไร้ภูมิแพ้

วันพุธ ที่ 31 ตุลาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

ปัญหามลพิษจากอากาศทั้งภายนอกและภายในบ้านทุกวันนี้ ส่งผลให้ทั้งเด็กและผู้ใหญ่มีแนวโน้มเป็นโรคภูมิแพ้และพบกับปัญหาเกี่ยวกับทางเดินหายใจสูงขึ้น นอกจากนี้ อากาศภายในบ้านที่ไม่ถ่ายเท บรรยากาศที่เต็มไปด้วยสารปนเปื้อนในอากาศที่มีโมเลกุลขนาดเล็ก และสภาพอากาศที่ร้อนในประเทศไทย ล้วนเป็นปัจจัยหนุนให้แบคทีเรียและสารที่ก่อให้เกิดภูมิแพ้เติบโต การสร้างอากาศที่สะอาดบริสุทธิ์ภายในบ้านจึงมีความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง ทั้งการรักษาความสะอาดภายในบ้านด้วยวิธีการต่างๆ หรือใช้ตัวช่วยอย่างการเลือกใช้เครื่องฟอกอากาศที่มีประสิทธิภาพสูง เพื่อกรองสารที่ก่อให้เกิดภูมิแพ้และกระจายอากาศบริสุทธิ์ในบ้านได้อย่างทั่วถึง

อย่างที่ทราบกันว่า โรคภูมิแพ้ คือภาวะความผิดปกติที่เกิดจากการตอบสนอง ของระบบภูมิคุ้มกันที่ไวต่อสิ่งกระตุ้น โดยอาการภูมิแพ้นี้จะเกิดขึ้นเมื่อร่างกายสัมผัสกับสสารซึ่งกระตุ้นให้เกิดอาการแพ้ หรือเรียกว่า สารก่อภูมิแพ้ เช่น ไรฝุ่นฝุ่นละออง เชื้อราในอากาศ และเกสรดอกไม้ เป็นต้น เมื่อร่างกายเกิดปฏิกิริยาภูมิแพ้แล้ว ก็จะหลั่งสารฮีสตามีน (Histamine) ออกมา ทำให้เกิดอาการต่างๆ เช่น คัน ไอ มีเสมหะ หายใจไม่สะดวก คัดจมูก และเป็นลมพิษ เป็นต้น โดยโรคภูมิแพ้สามารถเกิดขึ้นได้จาก 2 สาเหตุใหญ่คือจากกรรมพันธุ์และจากสภาพแวดล้อม

ศ.พญ.อรพรรณ โพชนุกูลผู้อำนวยการศูนย์ความเป็นเลิศด้านโรคภูมิแพ้ โรคหืด และโรคระบบหายใจโรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ ให้คำแนะนำว่า วิธีการป้องกันโรคภูมิแพ้ สามารถทำได้ง่ายๆ ด้วยการดูแลสุขภาพ เช่น หลีกเลี่ยงสารก่อภูมิแพ้ทั้งในบ้านและนอกบ้าน รับประทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพ หมั่นออกกำลังกาย และพักผ่อนให้เพียงพอ เพื่อช่วยให้ระบบภูมิคุ้มกันในร่างกายทำงานได้ดี และที่สำคัญเมื่ออยู่ในบ้านหรืออาคาร จะต้องรักษาสภาพแวดล้อมรอบตัวให้สะอาด เพื่อขจัดสารปนเปื้อนในอากาศ ลดการสะสมของฝุ่น เป็นต้น การใช้เครื่องฟอกอากาศก็ช่วยลดสารก่อภูมิแพ้บางอย่างได้ เช่น ละอองเกสร ขนสัตว์ ฝุ่นละอองหรือกลิ่นควันต่างๆ โดยต้องมั่นใจว่าเครื่องฟอกอากาศที่เลือกใช้นั้นมีประสิทธิภาพในการกรองอากาศได้แท้จริง และเครื่องฟอกอากาศที่มีตัวเครื่องแยกการทำงานกัน ก็จะยิ่งช่วยให้อากาศภายในบ้าน โดยเฉพาะส่วนที่ลูกน้อยวัยคลานอยู่นั้น มีความสะอาดยิ่งขึ้น

ขณะที่ ผู้เชี่ยวชาญจาก แอลจีมีเคล็ดลับในการเลือกเครื่องฟอกอากาศเพื่อป้องกันโรคภูมิแพ้และดูแลสุขภาพมาแนะนำ ดังนี้ 1.เลือกเครื่องฟอกอากาศที่กรองอากาศภายในบ้านได้โดยรอบถึง 360 องศา เพื่อมั่นใจได้ว่าอากาศภายในบ้านเป็นอากาศที่บริสุทธิ์ในทุกบริเวณ และทุกซอกทุกมุม 2.เครื่องฟอกอากาศที่มีทรงกลมและมีใบพัดด้านบน (Clean Booster) จะมีประสิทธิภาพในการกระจายอากาศบริสุทธิ์ได้ไกลถึง 7.5 เมตร ให้อากาศกระจายสู่ทั่วทุกมุมห้องเหนือกว่าเครื่องฟอกอากาศในรูปทรงอื่น

3.พิจารณาเครื่องฟอกอากาศที่มาพร้อมกับระบบการฟอกอากาศที่เหนือชั้นกว่า เช่น ระบบการฟอกอากาศที่มากถึง 6 ขั้นตอน โดยสามารถดูดและกรองฝุ่น ทั้งที่มีอนุภาคขนาดใหญ่และขนาดเล็ก รวมถึงสารปนเปื้อนในอากาศต่างๆ ที่มีโมเลกุลขนาดเล็ก ทั้งเขม่าควัน สารที่ก่อให้เกิดภูมิแพ้ แม้กระทั่งแก๊สและสารที่มีกลิ่นและอาจเป็นอันตราย (เช่น แอมโมเนียสารฟอร์มาลดีไฮด์ หมอกควันที่เกิดจากการปรุงอาหาร สารซักฟอก ละอองสเปรย์ เป็นต้น) ได้อย่างหมดจด

4.เลือกเครื่องฟอกอากาศที่มีระบบกรองอากาศที่สามารถดูดและกรองฝุ่นได้แม้กระทั่งบริเวณใกล้พื้นบ้านซึ่งมักเป็นพื้นที่ที่เต็มไปด้วยสารปนเปื้อนในอากาศและสารก่อภูมิแพ้มากที่สุดและยังช่วยมอบอากาศบริสุทธิ์ให้แก่ลูกน้อยวัยคลานได้อย่างทั่วถึง 5.สามารถตรวจสอบคุณสมบัติต่างๆ เพื่อการสร้างอากาศบริสุทธิ์ในบ้านได้อย่างทั่วถึงจากเครื่องฟอกอากาศ ข้อมูลเพิ่มเติมสามารถสอบถามได้ที่ศูนย์ข้อมูลแอลจี 02-8785757 หรือ www.lg.com/th

ศ.พญ.อรพรรณ โพชนุกูล

ศ.พญ.อรพรรณ โพชนุกูล

‘น้องอินเตอร์’ ชวนมาลับสมองอัจฉริยะ ในงาน ‘Dinosaur Maze Adventure’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/373652

น้องอินเตอร์

‘น้องอินเตอร์’ ชวนมาลับสมองอัจฉริยะ ในงาน ‘Dinosaur Maze Adventure’

วันพุธ ที่ 31 ตุลาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

พญ.มัณฑนา ชลานันต์

ออร่าความน่ารักสดใส และความสามารถอันล้นเหลือของซุป’ตาร์วัย 6 ปี น้องอินเตอร์-รุ่งลดา รุ่งลิขิตเจริญ ได้รับการพิสูจน์อีกครั้ง หลังจากที่ น้องอินเตอร์ สามารถจูงมือ น้องอาร์ตี้ น้องชายสุดเลิฟฝ่าด่านพี่ T-Rex ไดโนเสาร์จอมป่วนที่คอยวิ่งขัดขวางการล่าแสตมป์ไดโนเสาร์ครบทั้ง 10 ตัว จากเขาวงกตสุดซับซ้อนในกิจกรรม “Dinosaur Maze Adventure” ที่จัดขึ้น ณ ลานรอยัล พาร์ค พลาซา ชั้น 1 ศูนย์การค้า พาราไดซ์ พาร์คได้สำเร็จ แถมสองพี่น้องยังจูงมือกันไปสนุกกันต่อกับเกมขุดค้นหาฟอสซิล “Fossil Hunter” ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมสาวน้อยคนนี้ถึงมีแฟนคลับติดตามความน่ารักของเธอทั่วบ้านทั่วเมือง จนคุณพ่อคุณแม่มือใหม่หลายคนคิดในใจว่าอยากมีลูกน่ารักและเก่งแบบนี้บ้าง ซึ่งเทรนด์การเลี้ยงลูกของคนรุ่นใหม่ในปัจจุบันจะโฟกัสไปที่การเรียนรู้จากสิ่งรอบตัวมากกว่าในห้องเรียนเพียงอย่างเดียว ทำให้คุณพ่อคุณแม่มือใหม่จำนวนไม่น้อยที่พยายามหาวิธีส่งเสริมจินตนาการของลูกน้อยได้ตั้งแต่ยังเล็ก เพื่อจะได้รู้ถึงความสนใจและความถนัดของลูกรักได้เร็ว และสามารถสนับสนุนลูกให้ทำอย่างที่ฝันได้อย่างเต็มที่

ด้านกุมารแพทย์เฉพาะทางด้านพัฒนาการและพฤติกรรมเด็ก พญ.มัณฑนา ชลานันต์ จากโรงพยาบาลกรุงเทพ ได้บอกเล่าให้ฟังถึงเคล็ดลับปลดล็อกพลังความคิดสร้างสรรค์ของลูกรักให้โดดเด่นว่า มีหัวใจสำคัญอยู่ตรงที่ไม่ปิดกั้นจินตนาการ เพราะเด็กทุกคนมีความสามารถในการคิดในแบบของเขา คุณพ่อคุณแม่สามารถช่วยส่งเสริมจินตนาการและการเรียนรู้ของเด็กได้ผ่านการเล่น โดยการเล่นที่หลากหลายจะช่วยเสริมศักยภาพด้านจินตนาการของเด็กให้แตกต่างกันออกไป ทั้งนี้การเล่นของเล่นสำหรับเด็กนั้นสามารถแบ่งได้เป็น 5 แบบ ได้แก่ การใช้ร่างกายในการเล่น (Active play) การปล่อยให้เด็กได้ปีนป่าย ห้อยโหน หรือเล่นกีฬาจะสามารถช่วยพัฒนาด้านสติปัญญาและพัฒนากล้ามเนื้อไปพร้อมๆ กัน ทั้งยังช่วยส่งเสริมในเรื่องของจินตนาการด้วย สังเกตได้จากวิธีการเล่นเครื่องเล่นของเด็กแต่ละคน โดยเด็กบางคนเลือกที่จะขึ้นบันได เพื่อที่จะลื่นกระดานลงมา แต่เด็กบางคนก็พยายามที่จะปีนทางกระดานลื่นขึ้นไป เพื่อที่จะได้เรียนรู้ว่าตัวเองสามารถปีนต้านแรงโน้มถ่วงและใช้แรงเสียดทานพิชิตพื้นผิวที่ราบลื่นขึ้นไปด้านบนได้ นับเป็นการเรียนรู้การเล่นในรูปแบบที่แตกต่าง และแสดงให้เห็นว่าความคิดของเด็กนั้นไม่ได้คิดจะเล่นแค่ในกรอบเสมอไปการเล่นโดยบริหารจัดการด้วยตัวเอง (Manipulative play) เช่น การปั้นดิน การก่อกองทราย การต่อจิ๊กซอว์ เพื่อสร้างผลงานให้เป็นภาพเหมือนกับจินตนาการ ซึ่งเป็นการเล่นที่นอกจากจะส่งเสริมการใช้กล้ามเนื้อมือแล้ว ยังส่งเสริมให้เด็กได้เรียนรู้ที่จะสร้างสรรค์ผลงานแตกต่างไปตามจินตนาการของแต่ละคนโดยหากเด็กยังไม่สามารถปั้นหรือต่อชิ้นส่วนได้สมบูรณ์ตามที่จินตนาการออกมา ผู้ใหญ่สามารถช่วยชี้แนะและช่วยแต่งแต้มผลงานของเด็กให้สมบูรณ์มากยิ่งขึ้น โดยเริ่มจากการถามความคิดของเด็กก่อนว่า สิ่งที่ต้องการปั้นหรือต่อชิ้นส่วนขึ้นมานั้นคืออะไร เมื่อเด็กบอกถึงสิ่งที่ต้องการจะสร้างสรรค์แล้ว พบว่ายังมีบางชิ้นส่วนสำคัญขาดหายไป ผู้ใหญ่สามารถค่อยๆ ช่วยต่อเติมส่วนที่หายเข้าไปให้เด็กเห็นทีละชิ้น จนผลงานที่เด็กต้องการปั้นหรือต่อชิ้นส่วนนั้นครบถ้วนสมบูรณ์ การเล่นบทบาทสมมุติ (Make believe play) เช่น การเล่นขายของ การเล่นสมมุติเป็นหมอหรือเป็นตำรวจ การนำหุ่นมือ ตุ๊กตากระดาษ หรือตุ๊กตาจริงๆ มาเล่นตามจินตนาการและร้อยเรียงความคิดจนเกิดเป็นเรื่องราวขึ้นมาจะส่งเสริมให้เด็กพัฒนาด้านภาษาและเข้าใจบริบทในสังคมมากขึ้น รวมทั้งส่งเสริมให้เด็กมีการต่อยอดความคิดสร้างสรรค์ได้อย่างไม่สิ้นสุด การใช้ดนตรี และศิลปะร่วมในการเล่น (Creative play) การเล่นดนตรีและการวาดภาพ นอกจากจะทำให้เกิดความเพลิดเพลินแล้ว ยังสามารถช่วยกระตุ้นให้เด็กพัฒนาความคิดสร้างสรรค์และสร้างจินตนาการอย่างต่อเนื่อง โดยการเรียนดนตรีที่เริ่มต้นจากตัวโน้ตทีละตัว จนประกอบกันเป็นทำนองและแต่งเป็นเพลงได้นั้น นักดนตรีต้องมีจินตนาการก่อนจึงสามารถเรียบเรียงเป็นเพลงได้ อีกทั้งการฟังดนตรียังชวนให้เด็กๆ คิดจินตนาการเป็นเรื่องราวตามทำนองที่แตกต่างกันได้ด้วย ส่วนการเล่นในกิจกรรมด้านศิลปะมักเริ่มต้นจากการขีดเส้น วาดรูปวงกลม สี่เหลี่ยม สามเหลี่ยม ต่อมาจึงวาดประกอบกันเป็นรูปที่มีความหมายหรือระบายสีเพื่อเพิ่มความงดงาม ตลอดจนสร้างเรื่องราวผ่านรูปวาด ซึ่งนับเป็นกิจกรรมที่กระตุ้นให้เด็กสนุกและสร้างจินตนาการที่หลากหลายยิ่งขึ้น การเล่นเพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ (Learning play) การอ่านหนังสือนิทานหรือการอ่านนิยายสั้นๆ ไม่เพียงช่วยส่งเสริมจินตนาการของเด็กผ่านบทบาทของตัวละครแต่ละตัวเท่านั้น แต่ยังช่วยพัฒนาการเรียนรู้ในเรื่องภาษาและการปฏิบัติตนอย่างเหมาะสมในสังคมให้กับเด็กได้ด้วย นอกจากนี้การเล่นเกมกระดานต่างๆ ยังช่วยพัฒนาความคิด อีกทั้งยังส่งเสริมความรู้ที่แตกต่างกันในแต่ละเกมอีกด้วย

น้องอินเตอร์

น้องอินเตอร์

น้องอาร์ตี้

น้องอาร์ตี้

5 เทคนิคถ่ายภาพอาหาร รูปสวย เรียกยอดไลค์กระจาย!!

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/373704

5 เทคนิคถ่ายภาพอาหาร รูปสวย เรียกยอดไลค์กระจาย!!

วันอังคาร ที่ 30 ตุลาคม พ.ศ. 2561, 19.18 น.

การถ่ายภาพอาหารก่อนรับประทานกลายเป็นไลฟ์สไตล์ของคนไทยไปแล้ว ตั้งแต่การถ่ายอาหารมื้อหรูไปจนถึงสตรีทฟู้ดข้างทาง เพื่อเก็บไว้ดูและแชร์กระตุ้นต่อมความหิวให้เพื่อนๆ ได้อิจฉา แต่หากเริ่มรู้สึกว่ามุมที่ถ่ายเริ่มซ้ำ หรืออาหารบางมื้อถ่ายออกมายังไงก็ไม่สวยลองมาดูเทคนิคจาก บิ๊ก คาเมร่า ได้จัดกิจกรรมเวิร์คช้อปสุดเอ็กซ์คลูซีฟ “ดิ แอดวานซ์เซด ออฟ พรีเมียม เอ็กซ์พีเรียนซ์  โฟโต้เวิร์คช้อป” (The Advanced of Premium Experience Photo Workshop)  ในหัวข้อ “Food Photography & Food Styling by SONY” เอาใจสายแคปเจอร์อาหารและแฟนคลับกล้องโซนี่ ได้มาร่วมเปิดไอเดียการถ่ายภาพกับ “ภูมิ-ธนะภูมิ ทรัพย์จรุงกิจ” ช่างภาพสายอาหาร (Food Photography) อันดับต้นๆ ของเมืองไทย เจ้าของเพจ PooM Photo

คุณภูมิ เล่าว่า  “การหยิบกล้องถ่ายรูปขึ้นมาถ่ายภาพอาหาร พร้อมโพสต์หรือแชร์สู่โลกโซเชียลก่อนรับประทาน กลายเป็นไลฟ์สไตล์ของคนในยุคปัจจุบันที่นิยมทำเป็นประจำเมื่ออาหารมาเสิร์ฟถึงโต๊ะ เพราะนอกจากจะได้โชว์สกิลด้านการถ่ายภาพแล้วยังเป็นการกระตุ้นความอยากทานของเพื่อนๆ ในโลกออนไลน์อีกด้วย ส่งผลให้ร้านค้าต่างๆ โดยเฉพาะร้านขนมหวาน หันมาเพิ่มลูกเล่นให้กับเมนูพิเศษของตัวเอง เพื่อสร้างกระแสการกดไลค์ กดแชร์ แต่นอกจากลูกเล่นของเมนูนั้นๆ แล้ว เทคนิคการถ่ายภาพก็ถือเป็นเรื่องสำคัญที่จะทำให้หน้าตาอาหารออกมาน่าสนใจเพิ่มมากขึ้น

สำหรับเทคนิคการถ่ายภาพอาหารให้สวยและน่ารับประทานมีองค์ประกอบที่ต้องคำนึง 5 จุดใหญ่ๆ คือ “มุม” เมื่อได้อาหารมาหนึ่งเมนู สิ่งที่ต้องพิจารณาคือการหามุมในการนำเสนอ โดยมุมนั้นจะต้องแสดงให้เห็นถึงวัตถุดิบหลักของเมนูได้อย่างชัดเจน เช่น เมนูเบอร์เกอร์หมูคุโรบุตะ ความโดดเด่นอยู่ที่เนื้อหมู ดังนั้น ก่อนถ่ายภาพจึงควรดูมุมที่สามารถเห็นเนื้อหมูที่ชัดเจนที่สุด หรือจัดวางใหม่โดยการเปิดแผ่นแป้งเบอร์เกอร์ออกให้เห็นความฉ่ำของเนื้อหมูด้านใน เป็นต้น

จุดต่อมา คือ แสง ถือเป็นส่วนสำคัญของการถ่ายภาพทุกชนิด ซึ่งแสงธรรมชาติในช่วงเวลาเช้าและบ่ายแสงคือดีที่สุดเหมาะสำหรับการถ่ายภาพอาหาร เพราะจะทำให้ภาพของอาหารสมจริง มีความสวยงาม อีกทั้งแสงในช่วงเวลาดังกล่าวจะเป็นแสงที่ทำมุม 45 องศากับตัววัตถุ และจะเป็นแสงที่เข้าเพียงข้างใดข้างหนึ่งของอาหารไม่พุ่งลงมาตรงกลางของอาหาร ทำให้เห็นมิติของอาหารที่ชัดเจน

พร็อพ (Prop) หรืออุปกรณ์ประกอบฉากเพื่อเพิ่มความสวยงามให้กับภาพถ่าย หลักการใช้พร็อพง่ายๆ คือ มองหาสิ่งใกล้ตัวหรือสิ่งที่มีอยู่บนโต๊ะอาหาร อย่างเช่น  ช้อนส้อม ผ้ารอง เครื่องเคียงอาหาร มาวางประกอบเพื่อทำให้รูปภาพที่ได้นั้นมีความสมบูรณ์มากขึ้น หรือการนำอุปกรณ์ที่ใช้สำหรับทำเมนูนั้นๆ มาจัดวาง เพื่อทำให้ภาพดูมีสีสัน ดึงความสนใจให้กับภาพถ่าย นอกจากนี้ประโยชน์ของการใช้พร็อพคือ เพื่อบอกเล่าถึงวัตถุดิบหลักของเมนูที่อาจมองไม่เห็น เช่น การนำผลสตรอเบอร์รี่มาวางประกอบข้างน้ำสตรอเบอร์รี่ปั่น เป็นต้น  รวมถึงการใช้อุปกรณ์อย่างสเปรย์ควัน มาพ่นรอบแก้วเครื่องดื่มเย็น เพื่อสื่อให้เห็นถึงความสดชื่นของเมนู

การเคลื่อนไหว (Movement) เป็นอีกหนึ่งเทคนิคที่จะช่วยเพิ่มความน่าสนใจ เพิ่มความมีชีวิตเข้าไปให้กับภาพถ่าย ซึ่งปัจจุบันร้านอาหารนิยมรังสรรค์เมนูออกมาด้วยการเพิ่มลูกเล่นให้ลูกค้าได้ทำก่อนรับประทาน เช่น การราดท้อปปิ้งลงบนขนมต่างๆ การโรยผงน้ำตาล เป็นต้น ดังนั้น การถ่ายภาพเพื่อให้ดูเหมือนว่าสิ่งที่ทำนั้นกำลังเคลื่อนไหว ต้องอาศัยเทคนิคการถ่ายภาพส่วนตัวเข้ามาช่วย ไม่ว่าจะเป็นเทคนิค Stop Action เพื่อได้ภาพที่เคลื่อนไหวนั้นหยุดนิ่ง แต่ถ้าเมนูไหนที่ไม่มีลูกเล่นมา แล้วรู้สึกว่าหากถ่ายแบบปกติจะทำให้ภาพดูแบน อย่างเช่น เมนูประเภทเส้น ถ้าถ่ายปกติก็จะเห็นเส้นที่จมอยู่ในน้ำซุป วิธีการแก้คือ อาจจะให้เพื่อนช่วยคีบเส้นยกลอยขึ้นมา หรือการพันเส้นด้วยปลายส้อม เพื่อทำให้ภาพที่ได้ดูมีมิติและดูสมจริงมากขึ้น

ปิดท้ายด้วยเทคนิคการ ถ่ายระยะใกล้ (Close Up) เมนูอาหารบางชนิดเหมาะแก่การถ่ายระยะใกล้เพื่อให้เห็นรายละเอียดที่ชัดเจน และเพิ่มความพรีเมียมให้กับเมนูนั้นๆ อย่างเช่น ซูชิไข่ปลาแซลมอล ถ้าถ่ายในระยะไกลก็จะเห็นเป็นซูชิธรรมดา แต่ถ้าถ่ายในระยะใกล้โดยใช้โหมดหรือเลนซ์สำหรับการถ่ายภาพระยะใกล้ ก็จะทำให้เห็นความสด ความใสของไข่ปลาอย่างชัดเจน หรือเมนูสเต็ก ที่ต้องการให้เห็นถึงความสุกของแต่ละชั้นเนื้อ ก็สามารถใช้เทคนิคการถ่ายในระยะใกล้เข้ามาช่วยได้เช่นกัน

ใครที่เป็นสายแชะแล้วแชร์สามารถนำเทคนิคเหล่านี้ไปปรับใช้ได้ หรืออยากเรียนรู้เทคนิคการถ่ายภาพที่หลากหลายสไตล์เพิ่มเติม ก็สามารถเข้าร่วมกิจกรรมเวิร์คช้อปสุดเอ็กซ์คลูซีฟกับ บิ๊ก คาเมร่า เช่นนี้ได้ฟรี โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ บิ๊ก คาเมร่า (BIG CAMERA) ทั้ง 230 สาขาทั่วประเทศไทย หรือติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.bigcamera.co.th , Facebook : BIGCAMERACLUB , Instagram : BIGCAMERA_CLUB , Youtube : BIGCameraTV 

เนรมิตที่ดินเปล่าปลูกผักกินเองกันดีกว่า

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/373596

เนรมิตที่ดินเปล่าปลูกผักกินเองกันดีกว่า

วันอังคาร ที่ 30 ตุลาคม พ.ศ. 2561, 15.34 น.

การใช้ชีวิตให้สมดุลกินดีนอนหลับเพียงพอคือ สิ่งที่ร่างกายของมนุษย์ทุกๆคนต้องการ แต่จะดีกว่าไหมหากคุณสามารถลิ้มรสผักสดๆรสชาติหวานๆจากธรรมชาติแบบที่ไม่เจอปนสารพิษใดๆจากที่ดินของคุณเอง สำหรับใครที่มีที่ดินเปล่าอยู่ในมืออย่าให้เสียของลองนำไอเดียดีๆอย่างการปลูกผักออร์แกนิคไปต่อยอดเพื่อบริโภคแล้วเก็บผลผลิตที่เหลือไปต่อยอดสร้างกำไรให้งอกเงยเพิ่มขึ้นกันดีกว่า! วันนี้เราจะมาแนะนำขั้นตอนการปลูกผักการเตรียมดินบนที่ดินรวมไปถึงเมล็ดพันธุ์พืชต่างๆที่เหมาะกับการนำมาเพราะปลูกเอง

1.วางแผนการปลูกพืชสวนครัวบนที่ดินเปล่า … เริ่มแรกในการวางแผนเคลียร์ที่ดินของคุณเพื่อทำการปลูกพืชผักสวนครัวนั้นคุณจะต้องวางแผนให้รอบคอบเสียก่อนว่าพืชที่คุณอยากปลูกไว้กินนั้นมีกี่ชนิดแต่ละชนิดต้องการปลูกในปริมาณที่มากน้อยแค่ไหนโดยจำนวนนั้นควรจะสัมพันธ์กับขนาดที่ดินที่คุณมีอยู่เพราะการปลูกพืชที่แออัดเกินไปบนที่ดินที่มีจำกัดจะทำให้พืชผักแย่งอาหารกันเองแถมผลผลิตยังไม่สามารถเจริญเติบโตได้อย่างเต็มที่

2.พันธุ์ผักสวนครัวที่แนะนำให้ปลูกบนที่ดินของตัวเอง … สำหรับพืชผักที่อยากแนะนำให้ปลูกเพราะปลูกง่ายได้ผลผลิตดีกินก็ได้จะเก็บเกี่ยวไปขายต่อก็ได้อีกเช่นเดียวกันซึ่งมีทั้งพืชสวนครัวหมุนเวียนอย่างผักชีต้นหอม พริก มะนาว กะเพรา ผักบุ้ง แตงกวา มะกรูดและถั่วงอก นอกจากนี้ยังมีพันธุ์ผักไม้เลื้อยที่สามารถรับประทานได้อย่างตำลึง อัญชัน ขจร เป็นต้น

3.ออกแบบที่ดินสำหรับพืชที่ต้องการปลูก… พอเลือกชนิดของพืชผักที่ต้องการจะปลูกได้แล้วขั้นตอนต่อไปคือการออกแบบที่ดินโดยการออกแบบที่ดินให้สามารถใช้สอยได้ทุกตารางนิ้วนั้นจะต้องมีการวาดแบบร่างขึ้นมาก่อนซึ่งหลักๆมีอยู่สองวิธีคือการปลูกพืชแบบเป็นแนวร่องแถวสลับกันไป โดยมีการเว้นระยะห่างระหว่างแถว กับอีกแบบหนึ่งคือการแบ่งที่ดินออกเป็นสี่เหลี่ยมเท่าๆกันแล้วจัดการปลูกพืชผักที่ต้องการลงไป นอกจากนี้ยังสามารถใช้สิ่งของรอบๆตัวไม่ว่าจะเป็นการใช้ท่อเข้ามาช่วยสำหรับการปลูกผักริมผนังการใช้ขวดน้ำเพาะปลูกเพื่อเพิ่มผลผลิตหรือจะเปลี่ยนยางรถยนต์ที่ไม่ได้ใช้งานแล้วมาเป็นกระถางต้นไม้ก็ได้เช่นกัน

สามารถใช้วิธีการปลูกแบบ 5 ระดับคล้ายๆการไล่แบบขั้นบันไดมาปรับใช้กับการปลูกพืชผักสวนครัวได้ด้วยโดยเริ่มต้นจาก ระดับที่ 1 การปลูกพืชประเภทใช้หัวเป็นอาหารอย่างขิง ข่า หอมแดง กระเทียม ระดับที่ 2 การปลูกพืชไม้เลื้อย อาทิ ถั่วฝักยาว ถั่วพู บวบ ระดับที่ 3 การปลูกพืชแบบพุ่มเตี้ย เช่น พริก มะเขือ ว่านหางจระเข้ กระเจี๊ยบ ระดับที่ 4 การปลูกพืชความสูงระดับกลาง เช่น มะนาวขี้ เหล็ก กล้วย ชะอม ระดับที่ 5 การปลูกพืชแบบทรงสูงให้ร่มเงาที่ให้ดูเป็นเหมือนป่าเล็กๆ มีระบบนิเวศดีเยี่ยม เช่น ต้นตะเคียน ต้นสัก ต้นพะยูง ต้นมะค่า เป็นต้น

4.เตรียมดินและปุ๋ยสำหรับการเพาะปลูก… การเตรียมดินสำหรับเพาะปลูกบนที่ดินนั้นสามารถใช้ดินผสมด้วยปุ๋ยคอก เศษใบไม้ กากกาแฟ ฯลฯ นำมาผสมรวมกัน และยังสามารถนำกากน้ำตาลมาผสมรวมลงไปในดินเพื่อเพิ่มสารอาหารให้กับดิน เมื่อเตรียมดินเสร็จแล้วตามด้วยการรดน้ำให้ชุ่มและรอให้ดินเข้าที่ประมาณ 2-4 สัปดาห์สำหรับการนำไปใช้งานต่อไป เรื่องการใช้ปุ๋ยก็สำคัญไม่แพ้กันโดยต้องพิจารณาจากพันธุ์พืชซึ่งอาจเลือกใช้ปุ๋ยแบบผสมเพราะปุ๋ยแบบผสมนั้นมักเต็มไปด้วยแร่ธาตุที่จำเป็น ทั้งยังสามารถโอบอุ้มน้ำและสารอาหารได้ดีกว่าปุ๋ยดิน

เมื่อเตรียมขั้นตอนทุกๆอย่างเสร็จแล้วคราวนี้ก็ถึงเวลาลงมือแปลงโฉมที่ดินเปล่าของคุณให้กลายเป็นสวนผักออร์แกนิคอย่างที่ตั้งใจ เพราะถึงแม้ว่าจะเป็นที่ดินเปล่าในเมืองหรือแม้จะมีที่ดินอยู่อย่างจำกัดก็สามารถปลูกพืชผักสวนครัวกินเองได้สบายๆเผลอๆหากใครมีที่ดินใหญ่มากพอ อาจจะได้ผลผลิตที่มากกว่าที่ตั้งใจไว้และสามารถนำไปต่อยอดธุรกิจเพื่อสร้างกำไรให้งอกเงยมากขึ้นเป็นผลพลอยได้อีกด้วย

‘ทำดีเพื่อพ่อ’ สองเยาวชนไทยรับรางวัลศิลปะแห่งการเขียน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/373416

ชมัยภร บางคมบาง

‘ทำดีเพื่อพ่อ’ สองเยาวชนไทยรับรางวัลศิลปะแห่งการเขียน

วันอังคาร ที่ 30 ตุลาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

ถ่ายภาพหมู่รับรางวัล

หลังเปิดโอกาสให้น้องๆ เยาวชนจากสถาบันการศึกษาทั้งมัธยมและอุดมศึกษาทั่วประเทศ ส่งผลงานการเขียนร้อยแก้วและร้อยกรองเข้าประกวดในหัวข้อ “ความดีเล็กๆ ของฉันที่มีแรงบันดาลใจจากธรรมราชา” โดยโครงการนี้ได้รับทุนสนับสนุนจากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ(สสส.) มุ่งมั่นจุดประกายความคิดสร้างสรรค์ในการถ่ายทอดเรื่องราวความดี โดยมีรัชกาลที่ 9เป็นแรงบันดาลใจในการทำความดีเพื่อตนเองและสังคม พร้อมต่อยอดการเป็นนักเขียนและกวี ด้วยเสวนาพิเศษจากศิลปินแห่งชาติและกวีซีไรต์ในหัวข้อ “อ่านเป็น เขียนได้ กำไรชีวิต”

ชมัยภร บางคมบาง ศิลปินแห่งชาติ สาขาวรรณศิลป์ ประจำปี 2557 เล่าให้ฟังถึงแรงบันดาลใจในการเป็นนักเขียนและความสำคัญของการ “อ่านเป็น” ว่า แท้จริงแล้วการอ่านสำคัญกว่าการเขียนได้ เพราะกระบวนการอ่านถือเป็นการ “นำเข้า” การซึมซับสิ่งต่างๆ เข้ามาในตัวเราเพื่อตกผลึกและเรียนรู้ เปรียบเสมือนการซึมซับประสบการณ์ ในช่วงเวลาหลายปีของคนคนหนึ่ง ที่ได้รวบรวมข้อมูลและย่อโลกที่เขาพบเจอผ่านตัวอักษรให้อ่าน เรียนรู้ สนุกสนาน และตื่นเต้นไปกับการท่องโลกอีกใบที่ไม่เคยพบเจอมาก่อน ขณะเดียวกันโลกภายในของผู้อ่านก็เติบโตและพัฒนาพร้อมกัน

“พออ่านเป็นจะเกิดกระบวนการตกผลึกที่ทำให้เรา “เขียนได้” ดิฉันโชคดีที่เติบโตมาในครอบครัวที่รักการอ่านหนังสือเป็นชีวิตจิตใจ พ่อ-แม่มีรสนิยมการอ่านที่ต่างกันทุกมุมของบ้านจึงมีหนังสือวางไว้เสมอ แม้แต่สารคดีเล่มเขื่องใต้เตียงหรือบทกวีที่พ่อท่องให้ฟังก่อนนอน ดิฉันค้นพบว่า หนังสือที่อ่านมีอิทธิพลต่อความคิดของเราตั้งแต่ก่อนอายุ 15 ปี เล่มแรกที่อ่านคือเรื่องสั้น “มิใช่ของตามตลาด” (ศุภร บุนนาค) วันหนึ่งเราก็เขียนเรื่อง “มิอาจซื้อ” ที่ได้แรงบันดาลใจจากหนังสือเล่มนั้น นับแต่นั้นมาก็หลงใหลการอ่านมาโดยตลอด ยิ่งอ่านมากกระบวนการเข้าใจชีวิตของเรายิ่งชัดเจน ทุกครั้งที่เขียนเหมือนดิฉันได้ชำระล้างจิตใจให้มองเห็นตัวเองกระจ่างชัดขึ้น ขณะที่การประกวดเปรียบเสมือนกุญแจที่ไขประตูแห่งโอกาสสู่โลกใบใหม่ที่ตื่นเต้นและท้าทาย นั่นเป็นเหตุผลที่เรียกว่า “กำไรของชีวิต”

ขณะที่ เรวัตร์ พันธุ์พิพัฒน์ เจ้าของวรรณกรรมสร้างสรรค์ยอดเยี่ยมแห่งอาเซียน (ซีไรต์) ประจำปี 2547 จากกวีนิพนธ์ “แม่น้ำรำลึก” เรวัตร์เติบโตมาในครอบครัวที่ค่อนข้างขาดแคลนมาก ที่บ้านไม่มีแม้หนังสือสักเล่มให้อ่าน นอกจากทรานซิสเตอร์ของแม่ไว้ฟังนิยายริมนา ความไม่มีทำให้เขาเลือกที่จะฝังตัวในห้องสมุดของโรงเรียนเพื่อลืมความหิว และความสุขเดียวของเด็กชายเรวัตร์คือ การหลบขึ้นไปอ่านหนังสือเงียบๆ บนต้นจามจุรีใหญ่ริมแม่น้ำ จินตนาการถึงวันที่สุนทรภู่จะล่องเรือผ่านคลองเล็กๆ หน้าบ้าน จนถึงวัยเกณฑ์ทหาร ว่างจากการอยู่เวรเขาจะจับปากกาบรรจงคัดลายมือเป็นบทกวี ส่งถึงบรรณาธิการนิตยสาร “ฟ้าเมืองทอง”

“ทุกคืนผมจะเขียนเรื่องสั้นบ้าง บทกวีบ้าง พอสิ้นเดือนผมจะรีบขี่จักรยานเข้าตัวเมืองเพื่อส่งบทความไปที่สำนักพิมพ์ ทำอยู่อย่างนั้นสามเดือน วันหนึ่งฟ้าเมืองทองก็ตีพิมพ์บทกวีของเรวัตร์ คิดตั้งแต่วันนั้นเลยว่า “เราเป็นนักเขียนได้” ผมพบว่า การอ่านทำให้เข้าใจผู้อื่น ทุกชีวิตบนโลกใบนี้ไม่ง่ายเลย ยิ่งเข้าใจเราจะไม่ตัดสินผู้อื่น ขณะเดียวกันผมเขียนเพื่อเข้าใจตัวเองเมื่อเข้าใจตัวเองเราจะมีกำไรชีวิตเพิ่มขึ้น”

ผู้ชนะการประกวดงานเขียนประเภทร้อยแก้ว ฉัตริน จูงฉัตราภรณ์ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนสาธิตจุฬาฯ โดยมีแรงบันดาลใจจากหนังสือ “บันทึกความจงรัก” ของ สสส. และพระราชกรณียกิจของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ 9 ทรงทำหน้าที่เป็น “ครู” สอนนักเรียนจากโรงเรียนวังไกลกังวล ที่ยังคงตราตรึงและจุดประกายความดีเล็กๆ ให้เขาฝันอยากเป็นครูที่ดีในอนาคต “พระองค์ทรงเป็นแรงบันดาลใจในการสอนด้วยความรัก ความเมตตา และด้วยใจที่อยากให้นักเรียนทุกคนของพระองค์ท่านเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาสังคมในอนาคต ผมใช้เวลา 2-3 วัน ในการเขียนเรียงความพอได้รับรางวัลแล้วรู้สึกเป็นเกียรติและภูมิใจมากครับ เป็นอีกหนึ่งแรงบันดาลใจให้ผมมุ่งมั่นที่จะเป็นครูที่ดีในอนาคต อีกอย่างการได้ฟังนักเขียนทั้งสองท่านทำให้ผมอยากอ่านหนังสือเยอะๆ เพราะการอ่านเป็นการเรียนรู้ที่มีคุณค่าและทำให้เราเติบโตจากภายใน”

กานดามณี รัตนพล นักศึกษาชั้นปีที่ 4คณะมนุษยศาสตร์ ม.รามคำแหง ผู้ชนะการประกวดประเภทร้อยกรอง ถ่ายทอดบทกวีอันงดงามไพเราะได้แรงบันดาลใจในการทำความดีจากการเสด็จฯ ทรงงานตามถิ่นทุรกันดารของรัชกาลที่ 9 และหนังสือ “บันทึกคำจงรัก” ของ สสส. กล่าวว่า “ชอบเดินทางไปต่างจังหวัด ในทุกที่ที่ไป เราไปเพื่อความสุขของตัวเอง เหมือนนักเดินทางทุกคนที่ต่างก็แบกสัมภาระที่เพิ่มความสะดวกสบายให้ตัวเอง แต่มีเพียงคนเดียวที่เดินทางไปทุกแห่งหนพร้อมสัมภาระอันหนักอึ้งเพื่อไปสร้างความสะดวกสบายและคุณภาพชีวิตที่ดีให้ผู้อื่น ถ้าสังคมไทยมีคนที่ให้โดยไม่หวังผลอย่างรัชกาลที่ 9 ดิฉันเชื่อว่า สังคมจะสวยงามและเป็นสังคมแห่งการให้อย่างแท้จริง การเดินทางของดิฉันเปลี่ยนแปลงไปนับแต่ได้แรงบันดาลใจจากพระองค์ท่าน ทุกที่ที่เราไปไม่จำเป็นต้องสร้างความดีอันยิ่งใหญ่ แค่ช่วยกันอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ไม่ทำลายธรรมชาติ และส่งต่อการทำความดีให้คนใกล้ตัว เราก็ได้ร่วมกันทำสิ่งดีๆ เพื่อตอบแทนการเป็นลูกที่ดีของพระองค์ท่านแล้วค่ะ”

ร่วมซึมซึบทุกความประทับใจในเรียงความและบทกวีของเยาวชนในหัวข้อ “ความดีเล็กๆ ของฉันที่มีแรงบันดาลใจจากธรรมราชา” พร้อมสัมผัสเรื่องราวจากแรงบันดาลใจสู่ความเปลี่ยนแปลงของชีวิตที่เพียงพอในวันที่ “พ่อ” จากไป ได้ทาง https://www.facebook.com/kingrama9myinspiration ดาวน์โหลดหนังสือ “บันทึกความจงรัก” ได้ที่ https://goo.gl/FTnAej และ “บันทึกคำจงรัก” ได้ที่ https://goo.gl/jMYLLf เพื่อเก็บทุกความรำลึกถึงรัชกาลที่ 9ให้ตราตรึงในหัวใจของคนไทยตลอดไป

ชมัยภร บางคมบาง

ชมัยภร บางคมบาง

ฉัตริน จูงฉัตราภรณ์ ร้อยแก้ว อันดับ 1

ฉัตริน จูงฉัตราภรณ์ ร้อยแก้ว อันดับ 1

กานดามณี รัตนพล ร้อยกรอง อันดับ1

กานดามณี รัตนพล ร้อยกรอง อันดับ1

เรวัตร์ พันธุ์พิพัฒน์

เรวัตร์ พันธุ์พิพัฒน์