จ่อบรรจุญัตติ ขับ เสรีพิศุทธ์ในสภาฯแล้ว #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politic/411856?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=politic

จ่อบรรจุญัตติ ขับ เสรีพิศุทธ์ในสภาฯแล้ว

21 มกราคม 2563 – 15:21 น.
บรรจุญัตติ,เสรีพิศุทธ์,ขับเสรีพิศุทธ์,ข่าววันนี้
เปิดอ่าน 248 ครั้ง

จ่อบรรจุญัตติ ขับ “เสรีพิศุทธ์” ในสภาฯ แล้ว  “ศุภชัย” บอกลายมือชื่อ-ยื่นญัตติถูกต้อง  ส่วนจะนำไปสู่การลงมติหรือไม่ ขึ้นอยู่ความเห็นของสภาฯ 

รัฐสภา – 21 มกราคม 2563 -นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง เปิดเผยว่าตนได้พิจารณาญัตติที่นายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ พร้อมส.ส. 53 คนเข้าชื่อ ให้สภาฯพิจารณาขับพล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเสรีรวมไทย ออกจากตำแหน่งกรรมาธิการ (กมธ.) ป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ สภาผู้แทนราษฎร แล้ว

ทั้งการลงลายมือชื่อและการเสนอเรื่อง เห็นว่าสามารถบรรจุเข้าสู่ระเบียบวาระสภาฯ ได้ แต่เป็นญัตติธรรมดา ไม่ใช่ญัตติด่วนตามที่ร้องขอ เพราะไม่เข้าเกณฑ์เป็นญัตติที่มีผลกระทบต่อสังคม หรือสาธารณะ หรือประเทศที่มีความจำเป็นเร่งด่วนต้องพิจารณา ทั้งนี้ตนเสนอเรื่องไปยังนายชวน หลีกภัย ประธานสภาฯ ให้บรรจุในระเบียบวาระแล้ว ทั้งนี้การพิจารณาก่อนบรรจุในระเบียบวาระไม่ต้องเชิญนายไพบูลย์ และพล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เข้าหรือร่วมกันก่อน

“ในสภาฯ สมัยนี้เรื่องนี้ถือเป็นครั้งแรก ส่วนก่อนหน้านั้นจะมีหรือไม่ ผมไม่ทราบเพราะไม่ได้เป็นผู้แทนมากว่า 7 ปีแล้ว ส่วนเมื่อเรื่องนี้เข้าสู่การพิจารณาของสภาฯ จะนำไปสุ่การลงมติหรือมีความเห็นอย่างไรนั้น ขึ้นอยู่กับการประชุมของสภาฯ ส่วนผมนั้นไม่สามารถกำหนดประเด็นได้” นายศุภชัย กล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าสำหรับญัตติธรรมดาที่บรรจุอยู่ในระเบียบวาระการประชุมแล้วนั้น ล่าสุดพบว่ามีญัตติที่เสนอรวมทั้งสิ้น  107 เรื่อง ซึ่งยังไม่มีกำหนดเวลาที่จะพิจารณาแล้วเสร็จเมื่อใด ดังนั้นญัตติที่พิจารณาขับ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์นั้น ต้องไปบรรจุในลำดับท้าย และไม่สามารถจะได้พิจารณาเมื่อใด ทั้งนี้ญัตติธรรมดาดังกล่าว ตามวาระพิจารณา ต้องต่อจากญัตติด่วน หรือ เรื่องที่กมธ. พิจารณาแล้วเสร็จ รวมถึงร่างพระราชบัญญัติ ด้วย.

‘ช่อ’ พรรณิการ์ โพสต์ ‘อีกวันเปลี่ยนแปลงประวัติศาสตร์ไทย’ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politic/411832?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=politic

‘ช่อ’ พรรณิการ์ โพสต์ ‘อีกวันเปลี่ยนแปลงประวัติศาสตร์ไทย’

21 มกราคม 2563 – 15:20 น.
ข่าววันนี้,ช่อ พรรณิการ์,ประเทศไทย,เปลี่ยนแปลง,อนาคตใหม่
เปิดอ่าน 3,049 ครั้ง

‘ช่อ’ พรรณิการ์ วานิช เลขาฯพรรคอนาคตใหม่ โพสต์ “อีกวันเปลี่ยนแปลงประวัติศาสตร์ประเทศไทย”

วันที่ 21 มกราคม 2563 -เวลา 10.20 น. ความเคลื่อนไหวพรรคอนาคตใหม่ กรณีศาลรัฐธรรมนูญตัดสินคดียุบพรรคฯ  บรรยากาศที่สำนักงานใหญ่พรรคอนาคตใหม่ (อนค.) ตึกไทยซัมมิท กรุงเทพมหานคร

 เจ้าหน้าที่ของพรรคอนาคตใหม่ ได้ประกาศชี้แจงให้กับสื่อมวลชนและมวลชนที่มาให้กำลังใจได้รับทราบว่า แกนนำพรรคจะลงมาแถลงข่าวหลังจากที่ศาลรัฐธรรมนูญได้มีคำวินิจฉัยแล้ว

ทั้งนี้มีสื่อมวลชนทั้งไทยและต่างประเทศ ที่ปักหลักรอรายงานข่าวอยู่ประมาณ 100 คน ขณะเดียวกันมีมวลชนที่มาให้กำลังใจพรรคอนาคตใหม่ประมาณ 30 คน การแต่งกายบางส่วนสวมเสื้อของพรรค อนค. เสื้อหลากสี และเหตุการณ์ทั่วไปปกติ

ในวันเดียวกันนั้น   “ช่อ” น.ส.พรรณิการ์ วานิช โฆษกพรรคอนาคตใหม่ (อนค.) โพสต์คลิปของสำนักข่าวต่างประเทศที่รายงานถึงที่มาของคดียุบพรรคอนาคตใหม่ ซึ่งศาลรัฐธรรมนูญจะมีการอ่านคำวินิจฉัยในวันนี้ พร้อมข้อความ ระบุว่า “อีกวันที่จะเกิดการตัดสินใจที่อาจเปลี่ยนแปลงประวัติศาสตร์ประเทศไทยไปตลอดกาล”

คำวินิจฉัยฉบับเต็ม ศาลรธน.เอกฉันท์ ยกคำร้อง อนค.รอด #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politic/411849?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=politic

คำวินิจฉัยฉบับเต็ม ศาลรธน.เอกฉันท์ ยกคำร้อง อนค.รอด

21 มกราคม 2563 – 15:07 น.
คำวินิจฉัยฉบับเต็ม,ศาลรธน,มีมติเอกฉันท์,ยกคำร้อง,อนค,รอด,ไม่ถูกยุบพรรค,ล้มล้างการปกครอง
เปิดอ่าน 1,128 ครั้ง

คำวินิจฉัยฉบับเต็ม ศาลรธน.มีมติเอกฉันท์ ยกคำร้อง อนค.รอดไม่ถูกยุบพรรค หลักฐานไม่พอฟังใช้สิทธิเสรีภาพเพื่อล้มล้างการปกครอง

เมื่อวันที่ 21 ม.ค. 2563 – องค์คณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ออกนั่งบัลลังก์อ่านคำวินิจฉัยกรณีนายณฐพร โตประยูร ยื่นคำร้องเพื่อขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 49 ว่า การกระทำของพรรคอนาคตใหม่ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ นายปิยบุตร แสงกนกกุล และคณะกรรมการบริหารพรรคอนาคตใหม่ ผู้ถูกร้องที่ 1-4 เป็นการใช้สิทธิหรือเสรีภาพเพื่อล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข หรือไม่

อ่านข่าว
ธนาธร ขอบคุณทุกกำลังใจ ย้ำเดินหน้าทำการเมืองสร้างสรรค์

โดยฝ่ายผู้ร้องนายณฐพร โตประยูร มาศาล ส่วนฝ่ายผู้ถูกร้อง พรรคอนาคตใหม่ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ นายปิยบุตร แสงกนกกุล และคณะกรรมการบริหารพรรคอนาคตใหม่ ผู้ถูกร้องที่ 1-4 ทราบนัดโดยชอบแล้ว ไม่มาศาล

 ที่ประชุมตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ มอบหมายให้ นายทวีเกียรติ มีนะกนิษฐ ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ เป็นผู้อ่านคำวินิจฉัย โดยระบุว่า ศาลรัฐธรรมนูญ อ่านคำวินิจฉัย ตามคำร้องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญ วินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 49 ประเด็นที่ศาลรัฐธรรมนูญ ต้องพิจารณาวินิจฉัยประเด็นเดียวว่า ผู้ถูกร้องทั้ง 4 เป็นการใช้สิทธิหรือเสรีภาพเพื่อล้มล้างการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 49 วรรคหนึ่งหรือไม่

เมื่อพิจารณาตามคำร้อง คำร้องเพิ่มเติม และเอกสารประกอบแล้ว เป็นกรณีที่ผู้ร้องกล่าวอ้างว่า การออกข้อบังคับ นโยบาย และสัญลักษณ์ของพรรคอนาคตใหม่ เป็นการใช้สิทธิเสรีภาพเพื่อล้มล้างการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 49 วรรคหนึ่ง เนื่องจากข้อบังคับ นโยบาย และสัญลักษณ์ของพรรคดังกล่าว มีลักษณะเป็นปฏิปักษ์ต่อการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ไม่เป็นไปตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง2560 มาตรา 14 (1) และมาตรา 15 (2) (3) นั้น เห็นว่า กรณีดังกล่าวเป็นการกล่าวอ้างของผู้ร้องว่าข้อบังคับพรรคอนาคตใหม่ ซึ่งหมายความรวมถึงนโยบายและภาพเครื่องหมาย ไม่ถูกต้อง ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง 2560 มาตรา 14 และ มาตรา 15 ซึ่งการออกข้อบังคับของพรรคการเมืองเป็นส่วนหนึ่งของขั้นตอนการจัดตั้งพรรคการเมืองเป็นหน้าที่และอำนาจของคณะกรรมการการเลือกตั้ง ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง 2560 โดยมาตรา 13 บัญญัติว่า เอกสารและหลักฐานที่ต้องยื่นไปพร้อมกับคำขอจดทะเบียนจัดตั้งพรรคการเมือง อย่างน้อยต้องประกอบด้วย (3) ข้อบังคับ มาตรา 14 บัญญัติว่า ข้อบังคับ ต้องไม่มีลักษณะดังต่อไปนี้ (1) เป็นปฏิปักษ์ต่อการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็น ประมุข และต้องไม่เปลี่ยนแปลงรูปแบบของรัฐ

มาตรา 15 บัญญัติว่า ข้อบังคับอย่างน้อยต้องมีรายการดังต่อไปนี้ (2) ภาพ เครื่องหมายของพรรคการเมือง (3) นโยบายของพรรคการเมือง และมาตรา 17 วรรคหนึ่งบัญญัติว่า กรณีที่คำขอจดทะเบียนจัดตั้งพรรคการเมืองและเอกสารหลักฐานที่ยื่นพร้อมคำขอจดทะเบียนจัดตั้งพรรคการเมืองถูกต้องและครบถ้วนตามมาตรา 13 มาตรา 14 และมาตรา 15 ให้นายทะเบียนโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการรับจดทะเบียนจัดตั้งพรรคการเมือง และให้ประกาศการจัดตั้งพรรคการเมืองนั้นในราชกิจจานุเบกษา

จากบทบัญญัติตามกฎหมายดังกล่าว จะเห็นได้ว่ากระบวนการยื่นคำร้องขอจดทะเบียนจัดตั้งพรรคการเมืองนั้น ผู้ยื่นคำขอจะต้องยื่นข้อบังคับพรรคการเมืองไปพร้อมกับคำขอด้วย ต่อจากนั้นนายทะเบียนพรรคการเมืองจึงจะทำการตรวจสอบความถูกต้องครบถ้วนของเอกสารที่ยื่น หากคำขอจดทะเบียนจัดตั้งพรรคการเมืองและเอกสารหลักฐานมีความถูกต้องครบถ้วน นายทะเบียนพรรคการเมืองโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการการเลือกตั้งก็จะต้องรับดำเนินการจดทะเบียนจัดตั้งพรรคการเมืองและให้ประกาศการจัดตั้งพรรคการเมืองนั้นในราชกิจจานุเบกษาต่อไป เมื่อผู้ถูกร้องที่ 2 ได้ยื่นคำขอจดทะเบียนจัดตั้งพรรคการเมืองพรรคอนาคตใหม่เป็นพรรคการเมือง และนายทะเบียนพรรคการเมืองโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการการเลือกตั้ง ได้รับจดทะเบียนจัดตั้งพรรคอนาคตใหม่เป็นพรรคการเมือง ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วพรรคการเมือง 2560  มาตรา 17 และมีประกาศจัดตั้งพรรคอนาคตใหม่ในราชกิจจานุเบกษาแล้ว ย่อมแสดงว่าข้อบังคับพรรคของพรรคอนาคตใหม่ ไม่มีลักษณะเป็นปฏิปักษ์ต่อการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ทั้งนี้ ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง 2560  มาตรา 14 (1) เนื่องจากนายทะเบียนพรรคการเมืองได้ตรวจสอบและได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง ให้จดทะเบียนจัดตั้งพรรคการเมืองได้

อย่างไรก็ตาม ถ้าปรากฎข้อเท็จจริงในภายหลังว่าข้อบังคับพรรคของพรรคอนาคตใหม่ ที่ได้ยื่นจดทะเบียนจัดตั้งพรรคการเมือง ไม่เป็นไปตามบทบัญญัติมาตรา 14 มาตรา 15 ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง 2560  จึงเป็นอำนาจและหน้าที่ของนายทะเบียนพรรคการเมือง ที่จะรายงานไปยังคณะกรรมการการเลือกตั้ง เพื่อพิจารณาและมีมติให้เพิกถอนข้อบังคับดังกล่าวได้ ตามมาตรา 17 วรรคสามข้อเท็จจริงในคดีนี้ หาได้เกิดเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้นใหม่ และผู้ถูกร้องทั้ง 4 ไม่ได้มีการกระทำอื่นใดที่นอกเหนือไปจากการจดทะเบียนจัดตั้งพรรคอนาคตใหม่เพิ่มเติมขึ้นในภายหลัง กรณีจึงยังไม่ปรากฎข้อเท็จจริงที่เพียงพอที่จะฟังได้ว่าผู้ถูกร้องทั้ง 4 เป็นการใช้สิทธิหรือเสรีภาพเพื่อล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขตามมาตรา 49 วรรคหนึ่ง

อย่างไรก็ดี การยื่นคำร้องของผู้ร้องคงเป็นเพียงข้อห่วงใยในฐานะพลเมืองที่มีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์และระบอบการปกครองของประเทศดังนั้นข้อบังคับของพรรคอนาคตใหม่ ใช้ถ้อยคำว่าหลักประชาธิปไตยตามรัฐธรรมนูญโดยเฉพาะอย่างยิ่งในส่วนรายการคำประกาศอุดมการณ์ทางการเมือง ข้อ 6 วรรคสอง ที่กำหนดว่า พรรคอนาคตใหม่ ยึดมั่นในหลักประชาธิปไตยตามรัฐธรรมนูญ การใช้ข้อความในข้อบังคับของพรรคการเมือง ควรที่จะมีความชัดเจน ไม่มีความคลุมเคลือ แตกต่างจากบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ มาตรา 2 ที่บัญญัติว่า ประเทศไทยมีการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข อันอาจก่อให้เกิดความแตกแยกระหว่างชนในชาติ ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง 2560 มาตรา 14 (3) ได้ ซึ่งคณะกรรมการการเลือกตั้ง มีหน้าที่และอำนาจที่จะพิจารณาและมีมติให้เพิกถอนข้อบังคับนั้นได้ตามมาตรา 17 วรรคสาม เพื่อป้องกันความสับสน ขัดแย้งที่อาจจะเกิดขึ้น สมควรที่ผู้ที่เกี่ยวข้องจะได้ช่วยกันแก้ไข เพื่อให้สอดคล้องกับบทบัญญัติรัฐธรรมนูญต่อไป

ส่วนกรณีที่ผู้ร้องกล่าวอ้างว่า นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ นายปิยบุตร แสงกนกกุล และคณะกรรมการบริหารพรรคอนาคตใหม่ ผู้ถูกร้องที่ 2-4 มีพฤติการณ์แนวคิด ทัศนคติ คลั่งไคล้ปรัชญาตะวันตก เป็นกระบวนการปฏิปักษ์ ปฏิกษัตริย์นิยม มีแนวความคิดที่ต้องการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างของสังคมไทย โดยการแสดงความคิดเห็นในช่วงต่างๆ ทั้งก่อนและหลังการจดทะเบียนจัดตั้งพรรคอนาคตใหม่ ตามปรากฎตามสื่อมวลชนและสื่อสาธารณะ ที่ผ่านมา เช่น การให้สัมภาษณ์ต่อสื่อมวลชน การแสดงความคิดเห็นต่อหน้าสาธารณชน การแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญและการแสดงความคิดเห็นในช่องทางต่างๆนั้น เห็นว่า การพิจารณาว่าบุคคลใด จะใช้สิทธิหรือเสรีภาพเพื่อล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 49 วรรคหนึ่ง จะต้องปรากฎข้อเท็จจริงที่ชัดเจนเพียงพอที่จะให้เห็นถึงความมุ่งหมายและความประสงค์นั้น ถึงระดับที่วิญญูชนควรจะอาจคาดเห็นได้ว่าน่าจะทำให้เกิดผลเป็นการใช้สิทธิหรือเสรีภาพเพื่อล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข โดยการกระทำนั้นจะต้องกำลังดำเนินอยู่และไม่ห่างไกลเกินกว่าเหตุ

แต่ข้อเท็จจริงเท่าที่ปรากฏในคดีเป็นเพียงข้อมูล ข่าวสารจากเว็บไซต์ สื่อสิ่งพิมพ์ และสื่ออินเตอร์เน็ต และยังไม่ปรากฏข้อเท็จจริงว่า ผู้ถูกร้องทั้ง4 มีพฤติการณ์หรือการกระทำตามความคิดเห็นที่ผู้ร้องกล่าวอ้างแต่อย่างใด กรณีจึงไม่ปรากฎข้อเท็จจริงเพียงพอที่จะฟังได้ว่าการกระทำของผู้ถูกร้องทั้ง 4 เป็นการใช้สิทธิหรือเสรีภาพเพื่อล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขตามมาตรา 49 วรรคหนึ่ง ส่วนกรณีการกระทำอื่นใดของผู้ถูกร้องทั้ง 4 จะเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญาหรือกฎหมายอื่นหรือไม่ เป็นเรื่องที่ต้องไปว่ากล่าวกันอีกส่วนหนึ่งต่างหากตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องต่อไป อาศัยบทบัญญัติดังกล่าวข้างต้น ศาลรัฐธรรมนูญจึงมีมติเป็นเอกฉันท์วินิจฉัยว่า​การกระทำของผู้ถูกร้องทั้ง 4 ตามที่ผู้ร้องกล่าวอ้าง ไม่เป็นการใช้สิทธิหรือเสรีภาพเพื่อล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 49 วรรคหนึ่ง

โยนสภา สอบเสียบบัตรแทนกัน ชี้ ถ้าส่งศาลไม่ขอก้าวล่วง #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politic/411844?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=politic

โยนสภา สอบเสียบบัตรแทนกัน ชี้ ถ้าส่งศาลไม่ขอก้าวล่วง

21 มกราคม 2563 – 15:01 น.
สอบเสียบบัตรแทน,ข่าววันนี้
เปิดอ่าน 616 ครั้ง

“บิ๊กตู่” โยน “สภา” สอบส.ส.เสียบบัตรแทนกัน โหวต “ร่างพ.ร.บ.งบฯ” ชี้ ถ้าส่ง “ศาล” ไม่ขอก้าวล่วง ไล่สื่อ ถาม “สรศักดิ์” หากติดขัดรัฐบาลต้องทำอย่างไร

21 ม.ค.2563-เวลา 14.00 . ที่อาคารเฉลิมพระเกียรติ มหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์ จ.นราธิวาส พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์กรณีส.ส.ฝ่ายรัฐบาลเสียบบัตรแทนกันในการโหวตร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2563 ว่า การที่ส.ส.จะเข้าหรือไม่เข้าประชุมสภา เป็นเรื่องของสภา เป็นเรื่องของการเมือง แต่อย่าเอาปัญหานั้นปัญหานี้มาถามตน เพราะตนเป็นรัฐบาล มีหน้าที่เป็นฝ่ายบริหารบางเรื่องเป็นเรื่องของสภา บางเรื่องเป็นเรื่องของคนอื่น ก็ขอให้ไปถามคนที่พูด หรือคนที่ทำเรื่องนั้น รัฐบาลมีหน้าที่รับผิดชอบในฐานะฝ่ายบริหาร แต่สภาผู้แทนราษฎรอยู่ฝ่ายนิติบัญญัติอย่าเอาเรื่องของฝ่ายนิติบัญญัติมาถามฝ่ายบริหาร เพียงแต่ฝ่ายนิติบัญญัติสามารถตรวจสอบฝ่ายบริหารได้ ซึ่งเป็นเรื่องที่คนยอมรับกติกาอยู่แล้ว

“เรื่องที่ว่ามีเสียบบัตรแทนกันอย่ามาถามผม ทุกคนทราบดีขอให้ไปตรวจสอบกันมาว่าทำถูกหรือไม่ถูก” นายกฯ กล่าว

นายกฯ กล่าวว่า ส่วนกรณีร่างพ.ร.บ.งบฯ จะเป็นโมฆะหรือไม่นั้น ตอนนี้ก็อยู่ในกระบวนการตรวจสอบ ถ้ามีการส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาก็ดำเนินการไป สิ่งสำคัญที่สุดคือตนต้องแก้ปัญหาอย่างไรให้การใช้จ่ายงบประมาณมีเงินเพียงพอ โดยเฉพาะเรื่องงบลงทุนที่มักมีปัญหาเพราะเงินจำนวนหลายแสนล้านบาท ก็ต้องคิดกันว่าถ้าเกิดปัญหาตรงนี้จะทำอย่างไร ขณะเดียวกันก็ต้องไปดูกฎหมายที่เกี่ยวข้อง บางเรื่องแม้จะเคยมีลักษณะคล้ายกันเกิดขึ้น แต่รายละเอียดที่แตกต่างกัน จึงต้องไปดูกันอีกที ถ้ามีการส่งให้ศาลพิจารณาก็เป็นเรื่องของศาล ตนไม่ขอก้าวล่วง

เมื่อถามว่า นายสรศักดิ์ เพียรเวช เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร เตรียมนำร่างพ.ร.บ.งบประมาณฯให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย เนื่องจากกรณีการเสียบบัตรแทนกัน นายกฯ กล่าวว่า ไปเอาคำตอบที่ถามข้อแรก ตนก็บอกแล้วเป็นเรื่องของสภาต้องทำ มาถามอะไรตน ตนไปเกี่ยวอะไรกับเลขาฯสภา ระหว่างผู้สื่อข่าวตอบนายกฯ ว่า นายกฯ เกี่ยวข้องในฐานะผู้ใช้งบประมาณ จากพล.อ.ประยุทธ์ กล่าวด้วยน้ำเสียงดุดัน ว่า “ก็เขาไม่ออกงบมาให้ แล้วเป็นความผิดของใครล่ะเป็นความผิดที่ผมเหรอ เอ้านี่ไม่ใช่ความผิดของใครไปตรวจสอบมาสิจ๊ะขั้นตอนมันติดตรงไหนเธอไปถามส่วนนั้นว่ามันติดตรงไหน ไปถามเขามา แล้วถามเขาดูว่าอย่างนี้แล้วรัฐบาลจะทำอย่างไร ไม่ใช่มาถามผม เพราะผมเป็นคนรอรับงบประมาณมาใช้ประมาณ”

ไม่รู้ ร่างกม.งบฯ 63 จะโมฆะหรือไม่ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politic/411836?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=politic

 ไม่รู้ ร่างกม.งบฯ 63 จะโมฆะหรือไม่

21 มกราคม 2563 – 14:41 น.
อดีตกรธ,ร่างกมงบฯ63,โมฆะ,ข่าววันนี้
เปิดอ่าน 469 ครั้ง

“อดีตกรธ.” ไม่รู้ ร่างกม.งบฯ 63 จะโมฆะหรือไม่ เชื่อปมนี้กระทบ ปชช.เหตุงบลงพื้นที่ไม่ได้ ยอมรับเสียงวิจารณ์ รธน. คือกฎหมายการเมือง

รัฐสภา – 21 มกราคม 2563 – “อดีตกรธ.” ไม่รู้ ร่างกม.งบฯ 63 จะโมฆะหรือไม่ เชื่อปมนี้กระทบ ประชาชน เหตุงบลงพื้นที่ไม่ได้ ยอมรับเสียงวิจารณ์ รธน. คือกฎหมายการเมือง เตือน ระวังประชาชนเบื่อการเมือง หากละเลยปมสิทธิ เสรีภาพประชาชน

นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานวุฒิสภา กล่าวตอนหนึ่งในงานสัมมนา สิทธิเสรีภาพคนไทย ติดขัดตรงไหน จัดโดยคณะอนุกรรมาธิการ (กมธ.) ติดตาม เสนอแนะ และเร่งรัดการปฏิรูปประเทศ วุฒิสภา ว่า มาตรวัดสิทธิเสรีภาพของประชาชน ที่องค์กรภายนอกประเมินไทย คือ การพิจารณาองค์กรของรัฐใช้อำนาจอย่างถูกต้องเพื่อสร้างสมดุล เหมาะสมหรือไม่ ทั้งนี้การพิจารณาคดีของศาล ด้านสิทธิเสรีภาพ ต้องเคารพสิทธิความเป็นมนุษย์ ด้วย ทั้งนี้ประเด็นสิทธิเสรีภาพ ถือเป็นเรื่องสำคัญของการปฏิรูปประเทศ ตามแผนยุทธศาสตร์ชาติ

ขณะที่นายอุดม รัฐอมฤต อดีตกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) กล่าวปาฐกถา เรื่อง ภาพรวมสิทธิและเสรีภาพของคนไทยตามรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560 ตอนหนึ่งว่า รัฐธรรมนูญถูกมองว่าเป็นกฎหมายที่ใช้เป็นเกมการเมืองมากกว่าการให้สิทธิ เสรีภาพของประชาชน ทั้งนี้ความเข้าใจดังกล่าวมีความคลาดเคลื่อน เพราะความเข้าใจของคนในสังคมมีทั้งเชิงคุณค่าการอยู่ร่วมกันในสังคม เช่น ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ หากใช้มาตรฐานเดียวตัดสิน จะตอบโจทย์ไม่ได้และอาจกลายเป็นปัญหา

“มาตรฐานที่พูดถึง เช่น การรักษาความมั่นคงของประเทศ ของรัฐ ต้องตีความ แต่การตีความแต่ละยุค เป็นปัญหาที่ต้องยอมรับว่าสถานการณ์บ้านเมืองไม่เหมือนกัน รวมถึงสำนึกการอยู่ร่วมกันในสังคมไม่เหมือนกัน บางทีหากนำสิ่งที่ประเทศตะวันตกตีความ นำมาใช้บ้านเรา เพราะคิดว่าคนเหมือนกัน หากคิดแบบนั้นเขาคือชาวตะวันตก ไม่ใช่คนไทย เพราะบริบทของการถือคุณค่าว่า อะไรได้ หรืออะไรไม่ได้ ไม่ใช่ยึดตะวันตกเป็นแม่แบบทั้งหมด แต่ต้องคำนึงถึงบริบทของสังคมไทยด้วย โดยเฉพาะประเด็นสิทธิเสรีภาพ ที่ซับซ้อนมากกว่าเรื่องระหว่างบุคคล” นายอุดม กล่าว

นายอุดม กล่าวด้วยว่า รัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560 กำหนดหลักประกันด้านสิทธิ และเสรีภาพของประชาชนตามรัฐธรรมนูญ โดยให้อำนาจติดตาม เร่งรัดฟ้องร้องรัฐได้ ทั้งนี้การพิจารณาประเด็นดังกล่าวต้องสร้างมาตรฐาน เช่น การจัดการศึกษาฟรี 12 ปี ต้องมีมาตรฐาน ไม่ใช่ทำอย่างทิ้งๆ ขว้างๆ อย่างไรก็ตามในการกำหนดหน้าที่ของรัฐ​ตนไม่สบายใจ เพราะต้องยึดกับการจัดสรรงบประมาณของรัฐ  ทั้งนี้เรื่องทางการเมืองแม้จะพบการทะเลาะกัน แต่หน่วยงานต้องดำเนินงานด้านสิทธิ เสรีภาพของประชาชนต่อไป ทั้งนี้ช่วง 5 ปีของการเปลี่ยนผ่าน ที่ต้องติดตามการปฏิรูป เป็นความหวังของกรธ.​ต่อวุฒิสภาที่มาจากการสรรหาต้องตรวจสอบและติดตามการปฏิรูปเพื่อร่วมสร้างผลประโยชน์ของประชาชน ไม่ใช่เหมือนสภาเลือกตั้งที่ยึดติดกับพรรค

“เรื่องสิทธิเสรีภาพ ต้องทำให้ดี เพื่อให้ประชาชนไม่เบื่อการเมือง หรือมีปัญหาต่างๆ ที่กระทบต่อชีวิตพื้นฐาน อย่าง ร่างกฎหมายงบประมาณที่ไม่รู้จะโมฆะหรือไม่ แต่เชื่อว่าจะกระทบต่อวิถีชีวิต เพราะงบไม่ลงพื้นที่ โครงการต่างๆ ลงไม่ได้ แม้มีงบประมาณได้ต้องคิดว่า จะให้เป็นไปตามการปฏิรูปประเทศแค่ไหน และสร้างมาตรฐานให้ทุกพื้นที่ ทุกเงื่อนไขได้รับประโยชน์ตามรัฐธรรมนูญบัญญัติหรือไม่”นายอุดม กล่าว.

แฟนคลับ เฮ อนาคตใหม่ รอดยุบพรรค (ภาพชุด) #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politic/411831?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=politic

แฟนคลับ เฮ อนาคตใหม่ รอดยุบพรรค (ภาพชุด)

21 มกราคม 2563 – 14:24 น.
คดีอิลูมินาติ,อนาคตใหม่,ยกคำร้อง,ศาลรัฐธรรมนูญ,ข่าววันนี้
เปิดอ่าน 509 ครั้ง

พรรคอนาคตใหม่รอด ศาลรธน.วินิจฉัย ข้อบังคับพรรค คำประกาศอุดมการณ์ ไม่เป็นการล้มล้างการปกครองฯ

คลิปที่ 1

21 ม.ค.2563-นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ นายปิยะบุตร แสงกนกกุล รองหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ พร้อมกรรมการบริหารพรรคแถลงข่าวขอบคุณทุกกำลังใจ ภายหลังศาลรัฐธรรมนูญอ่านคำวินิจฉัยคดีอิลลูมินาติ ยกคำร้องยุบพรรคอนาคตใหม่ เพราะไม่มีพฤติกรรมล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ที่ตึกไทยซัมมิทชั้น 5 สนง.พรรคอนาคตใหม่

ภาพ วรวิทย์ พุ่มพวง (Vorawit Pumpuang) NationPhoto

อ่านข่าวเกี่ยวข้อง

‘อนาคตใหม่’ เฮ รอดยุบพรรค ปฏิปักษ์สถาบันข้อเท็จจริงยังไม่พอ

คลิปที่ 3

ไร้กล้องวงจรปิด สรศักดิ์ เผยวืดสอบไอ้โม่ง มือกดบัตรแทน #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politic/411833?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=politic

ไร้กล้องวงจรปิด สรศักดิ์ เผยวืดสอบไอ้โม่ง มือกดบัตรแทน

21 มกราคม 2563 – 14:23 น.
ชวน,ไม่มีกล้องวงจรปิด,ไอ้โม่ง,มือกดบัตรแทน,ฉลอง,ร้องศาลรธน
เปิดอ่าน 508 ครั้ง

ไม่มีกล้องวงจรปิด “สรศักดิ์” เผยสอบไม่ได้ ไอ้โม่ง มือกดบัตรแทน “ฉลอง” ผลสรุปกก. พบการออกเสียงไม่ชอบจริง แนะ ส.ส.เข้าชื่อยื่นร้องศาลรธน. ตรวจสอบความชอบ ร่างกม.งบ

เมื่อวันที่ 21 ม.ค. 2563 – นายสรศักดิ์ เพียรเวช เลขาธิการสภาผู้แทนราษฏร เปิดเผยผลหารือกับคณะทำงานฝ่ายกฎหมายเพื่อตรวจสอบการใช้สิทธิกดบัตรแสดงตนและออกเสียงลงคะแนนแทนนายฉลอง เทอดวีระพงศ์​ ส.ส.พัทลุง พรรคภูมิใจไทย ระหว่างการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2563 วาระสองและวาระสาม ว่า จากการตรวจสอบข้อเท็จจริง กรณีที่นายฉลองลงมติ แต่ไม่ได้อยู่ในห้องประชุมนั้น จากการชี้แจงของเจ้าหน้าที่ชวเลข พบว่านายฉลองลงมติจริงตั้งแต่มาตรา 31 – 55 ส่วนการตรวจสอบกรณีการเสียบบัตรลงคะแนนนั้น ได้เรียกเจ้าหน้าที่ที่เก็บรักษาบัตรให้ข้อมูล พบว่าบัตรประจำตัวของนายฉลอง เบิกไปใช้จริง ตั้งแต่วันที่ 8 – 11 มกราคม โดยไม่พบการส่งบัตรคืนเจ้าหน้าที่ ทั้งนี้พบด้วยว่ามีการเสียบบัตรทิ้งไว้ที่เครื่องออกเสียง วันที่ 11 มกราคม

นายสรศักดิ์ กล่าวด้วยว่า สำหรับการตรวจสอบว่าบุคคลใดออกเสียงแทนนายฉลองนั้น จากการเรียกเจ้าหน้าที่ฝ่ายเทคนิคตรวจสอบ ไม่สามารถระบุได้ว่าตำแหน่งที่เสียบบัตรลงคะแนนนั้นอยู่จุดไหน และไม่สามารถจับภาพของบุคคลได้ ทั้งนี้คณะกรรมการที่หารือร่วมกันมีมติร่วมกันว่าข้อกล่าวหาของนายนิพิฎฐ์​ อินทรสมบัติ อดีต ส.ส.พัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ร้องต่อสื่อมวลชนนั้น เป็นจริง ทำให้ผลลงมติตั้งแต่มาตรา 31-55 และข้อสังเกต ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ส่วนกระบวนการที่ทำให้ถูกต้องคือ ให้ส.ส. ไม่น้อยกว่า 1 ใน 10 ของสมาชิกรัฐสภา เสนอเรื่องต่อนายชวน หลีกภัย ประธานสภาฯ เพื่อยื่นเรื่องต่อศาลรัฐธรรมนูญให้วินิจฉัยความาชอบของร่างกฎหมายฉบับดังกล่าว ทั้งนี้ตนรายงานผลการตรวจสอบไปยังนายชวน แล้ว และทราบว่าจะนำเข้าสู่การหารือของที่ประชุมสภาฯ​ในวันที่ 22 มกราคม ด้วย

“จากการตรวจสอบพบการกดบัตรออกเสียงแทนนายฉลองจริง แต่ไม่สามารถระบุตัวบุคคลได้ว่าใครคือ คนที่กดบัตรแทน เพราะมีที่นั่งจำนวนมาก ส่วนที่หลายฝ่ายกังวลว่าจะเป็นผลให้ร่างกฎหมายงบประมาณตกไปนั้น เชื่อว่าไม่เป็นเช่นนั้นเพราะเป็นเพียงเสียงเดียวเท่านั้น แต่การวินิจฉัยของศาลในอนาคต คณะทำงานต้องเคารพ” นายสรศักดิ์ กล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่ากรณีที่ไม่สามารถระบุตัวบุคคลที่กดบัตรออกเสียงแทนบุคคลอื่น ได้เหมือนกับกรณีของนายนริศร ทองธิราช สมัยเป็นส.ส.สกลนคร พรรคเพื่อไทย ใช้บัตรแสดงตนและออกเสียงแทนส.ส.คนอื่นในการลงมติางพ.ร.บ.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งของประเทศ พ.ศ.​… ซึ่งศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าพฤติกรรมดังกล่าวทำให้ร่างกฎหมายฉบับดังกล่าวเป็นโมฆะ เนื่องจากในห้องประชุมจันทรานั้น ไม่มีกล้องโทรทัศน์วงจรปิดที่บันทึกภาพภายในห้องประชุมไว้ ขณะที่กล้องซึ่งจับภาพของส.ส.ที่อภิปรายและบรรยากาศภายในห้องประชุมนั้น เป็นกล้องถ่ายทอดสดของสถานีโทรทัศน์รัฐสภา ที่นำมาติดตั้งและเคลื่อนย้ายออก เฉพาะช่วงมีการประชุมเท่านั้น.

ภูมิใจไทยสอบฉลอง เจ้าตัวแจง 7 ข้อยืนยันไร้เจตนา #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politic/411839?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=politic

ภูมิใจไทยสอบฉลอง เจ้าตัวแจง 7 ข้อยืนยันไร้เจตนา

21 มกราคม 2563 – 14:22 น.
อนุทิน ชาญวีรกูล,เสียบบัตรแทน,ภูมิใจไทย,นิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ,ข่าววันนี้,ฉลอง เทอดวีระพงศ์,งบประมาณ
เปิดอ่าน 102 ครั้ง

อนุทิน สั่งตั้งกรรมการสอบ ส.ส.ฉลอง ให้คนอื่นเสียบบัตรแทนแล้ว ด้านเจ้าตัวแจง 7 ข้อ ยืนยันไร้เจตนา และไม่ได้ไหว้วานใคร พร้อมขอโทษ

21 มกราคม 2563 นายศุภชัย ใจสมุทร นายทะเบียนพรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงกรณี นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ อดีต ส.ส.พัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ อ้างว่า นายฉลอง เทอดวีระพงศ์ ส.ส.พัทลุง พรรคภูมิใจไทยให้คนอื่นเสียบบัตรแทนระหว่างการลงมติร่างพระราชบัญญัติ(พ.ร.บ.) งบประมาณปี 2563  ต่อไป

โดยบอกว่า วันนี้ นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย จะมีคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการในการปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมของพรรค โดยมีนายสิรภพ ดวงสอดศรี ผอ.พรรค เป็นประธานกรรมการฯ / นายสุริยงค์ หุณฑสาร และนายธนิศร์ ศรีประเทศ เป็นกรรมการฯ เพื่อดำเนินการสอบสวนกรณีนายฉลอง ให้ผู้อื่นเสียบบัตรแทนจริงหรือไม่ โดยมีบทลงโทษหากผิดจริงคือ หากไม่ร้ายแรงก็ตักเตือนและหากผิดร้ายแรงก็ให้พ้นจากสมาชิกภาพสมาชิกพรรค ซึ่งจะใช้เวลาพิจารณาตรวจสอบให้เร็วสุด

ทั้งนี้ เบื้องต้นนายฉลอง ชี้แจงว่า 

1. ยอมรับว่าไม่ได้ลงมติ
2. ยอมรับว่าลืมบัตรไว้ในที่ประชุม
3. ไม่ทราบว่ามีการกดบัตรลงคะแนน
4. มีเพื่อน ส.ส.นำบัตร มามอบให้ อีก 2-3 วันต่อมา
5. ยอมรับผิดที่ลืมบัตร และ ขอโทษต่อ ประชาชนชาวพัทลุง ขอโทษต่อพรรค ขอโทษต่อสภาผู้แทนราษฎร ที่ เป็นเหตุให้เกิดกรณีเช่นนี้ขึ้น แต่ยืนยันว่าไม่ได้มีเจตนา ที่จะปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ และไม่ได้ใช้ หรือวานให้ใคร กดบัตรลงคะแนนให้ แต่อย่างใด
6. พร้อมชี้แจงต่อกรรมการสอบสวนของพรรค และ ของสภาฯ เพื่อยืนยันความบริสุทธิ์ใจในการทำหน้าที่ ส.ส.
7. เป็นบทเรียนของ ส.ส.ใหม่ ที่จะจดจำ และนำไปเตือนใจทุกครั้งในการปฏิบัติหน้าที่ ให้เป็นประโยชน์แก่ประชาชนในจังหวัดพัทลุง โดยไม่ให้มีผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของสภาผู้แทนราษฎร ต่อไป

ธนาธร ขอบคุณทุกกำลังใจ ย้ำเดินหน้าทำการเมืองสร้างสรรค์ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politic/411824?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=politic

ธนาธร ขอบคุณทุกกำลังใจ ย้ำเดินหน้าทำการเมืองสร้างสรรค์

21 มกราคม 2563 – 14:02 น.
อนค,ธนาธร,ปิยบุตร,เดินหน้าทำงาน,การเมืองสร้างสรรค์,ข่าววันนี้,ข่าวการเมือง,คมชัดลึก
เปิดอ่าน 450 ครั้ง

“ธนาธร” แถลงขอบคุณทุกกำลังใจ ย้ำเดินหน้าทำงานการเมืองอย่างสร้างสรรค์ ขณะที่ “ปิยบุตร” เตรียมเสนอญัตติ ตั้ง กมธ.วิสามัญศึกษาป้องกันรัฐประหาร เข้าสภา พรุ่งนี้

คลิปที่ 1

เมื่อวันที่ 21 ม.ค. 2563 – ภายหลังศาลรัฐธรรมนูญได้พิจารณายกคำร้องยุบพรรคอนาคตใหม่ คดีล้มล้างการปกครอง  แกนนำพรรคอนาคตใหม่ นำโดย นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรค และ นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรค แถลงข่าวร่วมกัน

อ่านข่าว
เริ่มแล้ว ศาลรัฐธรรมนูญประชุมวินิจฉัยยุบพรรคอนาคตใหม่

โดย นายปิยบุตร กล่าวว่า ไม่ควรมีคดีนี้ตั้งแต่แรก เพราะพรรคอนาคตใหม่ไม่ได้ต้องการล้มล้างการปกครอง แต่พยายามรักษาระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ทั้งนี้ยังคงมองว่า การรัฐประหาร ต่างหากที่เป็นการล้มล้างการปกครองเพราะฉีกรัฐธรรมนูญทั้งฉบับ ดังนั้นจึงไม่ใช่ประชาชนที่คิดล้มล้างการปกครอง โดยในการประชุมสภาผู้แทนราษฎรวันพุธ-วันพฤหัสบดี ที่จะถึงนี้ พรรคอนาคตใหม่ จะยื่นญัตติเข้าไป เพื่อขอให้สภาตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญศึกษาแนวทางการแก้ไขการป้องกันการทำรัฐประหารด้วย และในวันนี้ ส.ส.ของพรรค ยังยืนยันเดิยหน้าทำงานการเมืองอย่างสร้างสรรค์ พร้อมเชื่อว่า แม้จะยกคำร้องยุบพรรคในวันนี้ แต่ยังมีกระบวนการทำลายพรรคอนาคตใหม่อยู่

ขณะที่ นายธนาธร กล่าวขอบคุณทุกคนที่มาให้กำลังใจและทำให้พรรคอนาคตใหม่ก้าวมาถึงจุดนี้ วันนี้ได้น้อมรับคำวินิจฉัย และพรรคจะยังเดินต่อไป โดยขอสัญญากับประชาชนว่า ส.ส.พรรคอนาคตใหม่จะมุ่งมั่นทำงานในสภาอย่างมีคุณภาพ ตรวจสอบรัฐบาลอย่างสร้างสรรค์ และจะทำนโยบายเป็นจริงให้ได้ โดยภายใน 2-3เดือนข้างหน้า จะรณรงค์ร่าง พ.ร.บ.ที่เคยเสนอ เช่น ร่าง พ.ร.บ.ยกเลิกประกาศคำสั่ง คสช.17ฉบับ , ร่าง พ.ร.บ.การเกณฑ์ทหารฯ ขณะที่อีกด้าน ก็จะทำงานร่วมกับประชาชนอย่างต่อเนื่องนอกสภา โดยจะไปรับฟังเสียงประชาชนทุกพื้นที่ในประเทศต่อไป รวมถึงรณรงค์การแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพื่อให้อยู่ร่วมกันได้ วันนี้ทุกท่านเห็นแล้ว ว่าเราทำงานหนักมาแค่ไหน และจะทำงานหนักต่อไป

คลิปที่ 3

นายธนาธรยัง ย้ำอีกว่า พรรคอนาคตใหม่คือการเดินทาง และมันเพิ่งเริ่มต้น ยังมีสิ่งที่อยากทำอีกมากมาย ซึ่งสัญญาว่าจะทำให้เต็มที่ ผลักดันให้ทุกอย่างเป็นจริง

สำหรับกิจกรรมทางสังคมหลังจากนี้ นายธนาธร ระบุว่า จะยังเข้าร่วมกิจกรรมต่อไป เพราะกิจกรรมวิ่งไล่ลุงและกิจกรรมที่ผ่านมาไม่ได้เกี่ยวข้องกับทางคดี แต่เป็นการไปเข้าร่วมตามสิทธิเสรีภาพ พร้อมมองว่าขณะนี้ยังมีการข่มคู่คุกคามปิดกั้นการแสดงออกของประชาชนอยู่

ปิดคดีไร่ส้ม ‘สรยุทธ’ไม่รอด…ศาลสั่งจำคุก 6 ปี 24 เดือน #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politic/411759?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=politic

ปิดคดีไร่ส้ม ‘สรยุทธ’ไม่รอด…ศาลสั่งจำคุก 6 ปี 24 เดือน

21 มกราคม 2563 – 10:52 น.
สรยุทธ,จำคุก,โกงค่าโฆษณา,อสมท,ข่าววันนี้,ไร่ส้ม,คดีไร่ส้ม
เปิดอ่าน 6,925 ครั้ง

ปิดคดีไร่ส้ม ศาลฏีกาพิพากษาจำคุก “สรยุทธ์”อดีตพิธีกรรายการ คุยคุ้นข่าว กรณีโกงโฆษณา อสมท. โทษจำคุก 6 ปี 24 เดือน จำเลยที่ 1 “พิชาภา” จำคุก 12 ปี

21 มกราคม 2563  ศาลฎีกา พิพากษาแก้โทษจำคุก นางพิชชาภา หรือนางชนาภา บุญโต อายุ 50 ปีเศษ อดีตพนักงาน บมจ.อสมท มีหน้าที่จัดทำคิวโฆษณา จาก 20 ปี เป็นจำคุก 12 ปี  , ส่วน บจก.ไร่ส้ม จากปรับ 80,000 บาท เป็นปรับ 72,000 บาท

อ่านข่าว
ย้อนรอยคดีไร่ส้ม-ปมเงินค่าโฆษณา’อสมท’

เฉลย ทำไมโทษจำคุก 12 เดือน ไม่เท่ากับหนึ่งปี    
            ส่วนนายสรยุทธ สุทัศนะจินดา อายุ 53 ปีเศษ กก.ผจก.บจก.ไร่ส้ม และอดีตพิธีกรรายการเล่าข่าวชื่อดัง และน.ส.มณฑา ธีระเดช อายุ 46 ปีเศษ พนักงาน บจก.ไร่ส้ม จาก คุก 13 ปี 4 เดือนเป็นจำคุก 6 ปี 24 เดือน คดีบริษัท ไร่ส้มฯ เบี้ยวแจ้งการชำระค่าโฆษณาส่วนเกิน บมจ.อสมท จำนวน 138 ล้านบาท ของรายการ “คุย คุ้ยข่าว” ระหว่างปี 2548-2549

           ซึ่งภายหลังฟังคำพิพากษาแล้วนายสรยุทธก็ได้พูดคุยกับผู้ที่มาให้กำลังใจโดยวันนี้มีนายประวิทย์ มาลีนนท์ อดีตผู้บริหารช่อง 3 มาร่วมให้กำลังใจ รวมกับผู้จัดละครชื่อดังของช่อง 3 และและกลุ่มผู้ประกาศของช่อง 3 ด้วย

           ศาลฎีกา แก้โทษจำคุก แต่ไม่รอลงอาญา ชี้ เป็นนักข่าวอาวุโส – จนท.ทำผิดเสียเอง ทั้งที่ต้องเป็นแบบอย่างที่ดี เสี่ยประวิทย์-ผู้จัดละคร-ผู้ประกาศช่อง 3 ให้กำลังใจเพียบ

ที่ศาลอาญาคดีทุจริตเเละประพฤติมิชอบกลาง ถ.นครไชยศรี วันนี้ในเวลา 10.00 น. ศาลนัดอ่านคำพิพากษาฎีกา คดีบริษัท ไร่ส้มฯ เบี้ยวแจ้งการชำระค่าโฆษณาส่วนเกิน บมจ.อสมท จำนวน 138 ล้านบาท ของรายการ “คุย คุ้ยข่าว” ระหว่างปี 2548-2549  ที่ บจก.ไร่ส้ม

และนายสรยุทธ สุทัศนะจินดา อดีตพิธีกรรายการเล่าข่าวชื่อดัง จัดดำเนินรายการ ที่พนักงานอัยการสำนักงานคดีพิเศษ 2 เป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง นางพิชชาภา หรือนางชนาภา บุญโต อายุ 50 ปีเศษ อดีตพนักงาน บมจ.อสมท มีหน้าที่จัดทำคิวโฆษณา , บจก.ไร่ส้ม , นายสรยุทธ สุทัศนะจินดา อายุ 53 ปีเศษ กก.ผจก.บจก.ไร่ส้ม และอดีตพิธีกรรายการเล่าข่าวชื่อดัง , น.ส.มณฑา ธีระเดช อายุ 46 ปีเศษ พนักงาน บจก.ไร่ส้ม เป็นจำเลยที่ 1- 4 คดีหมายเลขดำ อ.313/2558

ในความผิดฐานเป็นพนักงานเรียกรับ ทรัพย์สิน ฯ , เป็นพนักงาน ฯ  ใช้อำนาจหน้าที่โดยทุจริต อันเป็นการเสียหายแก่องค์กร , เป็นพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ฯ  และสนับสนุนพนักงานกระทำความผิดดังกล่าว ตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์การหรือหน่วยงานของรัฐ

กรณี เมื่อวันที่ 4 ก.พ. 2548- 28 เม.ย.2549 ต่อเนื่องกัน นางพิชชาภา ซึ่งเป็นพนักงานจัดทำคิวโฆษณาของ บมจ.อสมท ได้จัดทำคิวโฆษณารวม ในรายการ “คุย คุ้ยข่าว” โดยใช้อำนาจหน้าที่โดยทุจริต ไม่รายงานการโฆษณาเกินเวลาเพื่อเรียกเก็บค่าโฆษณาเกินเวลา จาก บจก.ไร่ส้มจำนวน 17 ครั้ง ทำให้ บมจ.อสมท เสียหายกว่า 138 ล้านบาท และยังได้เรียกรับเอาเงินกว่า 6 แสนบาท จากบริษัทไร่ส้ม , นายสรยุทธ และน.ส.มณฑา ที่ให้การสนับสนุนในการกระทำความผิด

โดยจำเลยทั้งหมด ให้การปฏิเสธต่อสู้คดี

ซึ่งคดีนี้ศาลอุทธรณ์มีคำพิพากษายืนตามศาลชั้นต้น ให้จำคุก นางพิชชาภาอดีตพนักงาน บมจ.อสมท จำเลยที่ 1 ฐานเป็นเจ้าพนักงานเรียกรับหรือยอมรับทรัพย์สินฯ เป็นเวลา 20 ปี , ปรับ บจก.ไร่ส้ม จำเลยที่ 2 จำนวน 80,000 บาท ,ส่วนนายสรยุทธ และน.ส.มณฑา จำเลยที่ 3-4 ให้จำคุกคนละ 13 ปี 4 เดือน โดยไม่รอลงอาญา

ศาลฎีกาตรวจสำนวนประชุมปรึกษาแล้วรับฟังได้ว่า จำเลยที่ 1 ซึ่งมีหน้าที่ต้องรายงานคิวโฆษณาส่วนเกินเวลาให้ผู้บังคับบัญชาทราบ แต่ไม่รายงาน โดยจากทางไต่สวนรับฟังได้ว่า จำเลยที่ 4 เป็นผู้ใช้จำเลยที่ 1 หาช่องทางช่วยเหลือตามคำขอของจำเลยที่ 3 ซึ่งจำเลยที่ 1 ใช้น้ำยาลบคำผิด แม้จะฟังไม่ได้ว่าเช็ค 6 ฉบับ จ่ายเป็นค่าตอบแทน แต่ฟังได้ว่ามีการจ่ายเช็คในช่วงเวลาดังกล่าว ซึ่งหากไม่ได้ประโยชน์ในการดำเนินการ จำเลยที่ 1 คงไม่หาช่องทางช่วยเหลือ แม้จะมีการจ่ายเงินค่าโฆณาส่วนเกิน ก็จ่ายหลัง อสมท. ผู้เสียหายตั้งคณะกรรมการตรวจสอบแล้ว และล่วงเลยจากเวลาที่เกิดเหตุ 2 ปี พฤติการณ์ของจำเลยที่ 1-4 นั้นเป็นเจ้าหน้าที่ และผู้สื่อข่าวอาวุโส กลับทำผิดโดยไม่เกรงกลัวกฎหมายบ้านเมือง ทั้งที่ควรเป็นแบบอย่างที่ดี ขณะที่การกระทำของจำเลยทั้งสี่ถือว่าเป็นการกระทำต่างกรรมต่างวาระ ไม่ใช่กรรมเดียวที่จำเลยฎีกาต่อสู้ ฎีกาของจำเลยฟังขึ้นเพียงแค่บางส่วน

จึงพิพากษาแก้ให้จำคุก นางพิชชาภา หรือนางชนาภา บุญโต อายุ 50 ปีเศษ อดีตพนักงาน บมจ.อสมท มีหน้าที่จัดทำคิวโฆษณา จาก 20 ปี เป็นจำคุก 12 ปี , ส่วน บจก.ไร่ส้ม จากปรับ 80,000 บาท เป็นปรับ 72,000 บาท , ส่วนนายสรยุทธ สุทัศนะจินดา อายุ 53 ปีเศษ กก.ผจก.บจก.ไร่ส้ม และอดีตพิธีกรรายการเล่าข่าวชื่อดัง และ น.ส.มณฑา ธีระเดช อายุ 46 ปีเศษ พนักงาน บจก.ไร่ส้ม จาก คุก 13 ปี 4 เดือนเป็นจำคุก 6 ปี 24 เดือน คดีบริษัท ไร่ส้มฯ เบี้ยวแจ้งการชำระค่าโฆษณาส่วนเกิน บมจ.อสมท จำนวน 138 ล้านบาท ของรายการ “คุย คุ้ย ข่าว” ระหว่างปี 2548-2549

ซึ่งภายหลังฟังคำพิพากษาแล้วนายสรยุทธก็ได้พูดคุยกับผู้ที่มาให้กำลังใจ โดยวันนี้มีนายประวิทย์ มาลีนนท์ อดีตผู้บริหารช่อง 3 มาร่วมให้กำลังใจ , โก๊ะตี๋ , รวมทั้งผู้จัดละครชื่อดังของช่อง 3 และกลุ่มผู้ประกาศของช่อง 3 ด้วยมาให้กำลังร่วม 30 คน โดยเมื่อฟังคำพิพากษาฎีกาถึงที่สุดที่จำเลยจะต้องถูกนำตัวไปคุมขังที่เรือนจำเพื่อรับโทษตามคำพิพากษาแล้ว ผู้ที่มาให้กำลังใจบางคนถึงกับก็ร่ำไห้ ส่งเสียงสะอื้น