หายนะที่ผู้นำควรห่างไกล #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/390640?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=scoop

หายนะที่ผู้นำควรห่างไกล

27 กันยายน 2562 – 07:24 น.
หายนะที่ผู้นำควรห่างไกล
เปิดอ่าน 27 ครั้ง

บทบรรณาธิการ หนังสือพิมพ์ คมชัดลึก ฉบับวันศุกร์ที่ 27 กันยายน 2562

“อำนาจแลเงินตรา” เป็นสิ่งหอมหวานและเย้ายวนเสมอ หากใครเข้าไปลิ้มลองยุ่งเกี่ยวพัวพันก็ยากที่จะหลุดพ้นจากวังวนดังกล่าวไปได้ เฉกเช่นสังคมไทยทุกวันนี้ผู้คนส่วนใหญ่ต่างนับถือเงินและอำนาจเป็นใหญ่มากกว่าสิ่งใดๆ ดังสุภาษิตจีนกล่าวไว้ว่า “มีเงินใช้ผีโม่แป้งก็ยังได้” ซึ่งเป็นคำเปรียบเปรยที่ยังใช้ได้ทุกยุคสมัยไม่ว่าโลกจะหมุนเวียนผ่านไปกี่ร้อยปีก็ตาม

สองสิ่งนี้คือสูตรสำเร็จของความเลวร้ายที่ฉุดรั้งประเทศชาติไม่ให้ก้าวไปไหน…หากไล่ดูตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันจะมี “ผู้นำ” ของประเทศไทยสักกี่คนที่สามารถพาตัวเองก้าวผ่านวังวนของการแสวงหาอำนาจและผลประโยชน์ไปได้ และเมื่อกางประวัติศาสตร์การเมืองไทยออกมาวิเคราะห์เป็นฉากๆ เราจะได้เห็นถึง “ความหายนะ” ที่เป็นตัวกัดกร่อนประเทศไทยหากผู้นำคนนั้นลุ่มหลงและมัวเมาใน “อำนาจวาสนา และเงินทอง”

ในอดีตประเทศไทยเคยชอกช้ำกับการแสวงหาอำนาจและผลประโยชน์อย่างเบ็ดเสร็จของบรรดาผู้นำเผด็จการทหารจนนำไปสู่เหตุการณ์นองเลือดของนักศึกษาหลายครั้งหลายคราทั้งในเดือนตุลาคม 2519 และพฤษภาทมิฬ 2535 จากนั้นยี่สิบปีต่อมาประเทศไทยดูเหมือนจะมีความหวังกับผู้นำคลื่นลูกใหม่ที่ใครก็เชื่อว่า “คนรวยไม่มีวันไม่โกง” แต่สุดท้ายก็เป็นอะไรที่ร้ายกาจสุดๆ เมื่อผู้นำผู้เป็นความหวังของคนไทยกลับเสพติด “อำนาจและเงินตรา” ยิ่งกว่าใคร ซึ่งผลจากความหลงผิดมัวเมาในอำนาจส่งผลให้ประเทศแทบย่อยยับถึงขนาดผู้คนออกมาห้ำหั่นฆ่าฟัน แบ่งพวก แบ่งสีชัดเจน สุดท้ายก็เปิดทางให้กองทัพเข้ามาทำรัฐประหารขับไล่จนต้องระเห็จออกจากแผ่นดินแม่ตลอดกาล

มาถึงวันนี้ประเทศมี “ผู้นำสายเลือดทหาร” ที่คนไทยตั้งความหวังไว้สูงลิบลิ่ว เพราะเชื่อว่าจะเข้ามาคลายทุกข์ แก้ไข และพัฒนาประเทศให้ก้าวไกลอย่างยั่งยืน..แม้การเข้ามาสู่อำนาจในครั้งแรกจะถูกค่อนขอดว่าเป็นเผด็จการทหารที่มาจากรัฐประหาร แต่สุดท้ายผู้นำคนนี้ก็ฝ่าฟันด้วยการทำงานเพื่อประเทศชาติอย่างจริงจัง บวกกับการใช้กับดักกฎหมายจากเล่ห์กลของร่างรัฐธรรมนูญปราบโกงจนสามารถกลับเข้ามาสู่เส้นทางแห่ง “ประชาธิปไตย” ได้อย่างเต็มภาคภูมิ จนเป็นที่ยอมรับของนานาชาติทั่วโลกในวันนี้

แม้ภาพความซื่อสัตย์ สุจริต จงรักภักดีจะเป็นเป็นเหมือนลายเซ็นชั้นดีี ที่สามารถค้ำเก้าอี้ผู้นำเลือดทหารได้เป็นอย่างดี แต่ในเรื่องการถือครอง “อำนาจ” ที่ส่งผ่านไปให้บรรดารุ่นพี่ รุ่นน้อง และพวกพ้องยังเป็นคำถามที่หลายฝ่ายยังกังขา จากนี้ไปในอนาคตไม่มีใครรู้ว่าคนไทยจะจดจำภาพของนายกรัฐมนตรีเลือดทหารในลักษณะใด เพราะการกระทำจากปัจจุบันย่อมส่งผลถึงอนาคตได้ ดังนั้นหลังจากนี้เวลาจะเป็นเครื่องพิสูจน์ว่า “พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา” นายกรัฐมนตรี จะทำงานสนองคุณประเทศชาติประชาชนอย่างที่เคยถวายสัตย์ปฏิญาณตนได้หรือไม่ อย่าให้คนไทยผิดหวังซ้ำๆ ซากๆ กับภาพการเมืองเก่าๆ ที่มีผู้นำมุ่งแสวงหาอำนาจอย่างไม่รู้จบ…

มติครม.ใช้ยาแรงแก้ปัญหาฝุ่นละออง #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politic/411939?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=politic

มติครม.ใช้ยาแรงแก้ปัญหาฝุ่นละออง

21 มกราคม 2563 – 19:10 น.
มติครม21 มค2563,ฝุ่นละออง,PM25,คมชัดลึก
เปิดอ่าน 24 ครั้ง

มติครม.ยกระดับมาตรการแก้ปัญหาฝุ่นละออง สั่งหน่วยงานเกี่ยวข้องเข้มงวดสกัดต้นตอปัญหาฝุ่นพิษทุกด้าน ระบุ   คุมเข้มควันดำ-เผาในที่โล่ง-โรงงาน

เมื่อวันที่ 21 ม.ค. 2563 ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.)มีมติเห็นชอบตามที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเสนอ การยกระดับมาตรการในการป้องกันและแก้ไขปัญหามลพิษจากฝุ่นละอองในช่วงสถานการณ์วิกฤต และมอบหมายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการ ดังนี้

สำนักงานตำรวจแห่งชาติ

(1) ออกข้อบังคับเพิ่มเติมเพื่อขยายเขตพื้นที่จำกัดรถบรรทุกตั้งแต่ 10 ล้อขึ้นไป ห้ามเดินรถเข้ามาในพื้นที่กรุงเทพมหานครจากวงแหวนรัชดาภิเษกขยายเป็นวงแหวนกาญจนาภิเษก

(2) ออกข้อบังคับหรือระเบียบตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522 เพื่อห้ามรถบรรทุกตั้งแต่ 10 ล้อขึ้นไป เข้ามาในพื้นที่ชั้นในของกรุงเทพมหานครในวันคี่ ระหว่างเดือนมกราคมถึงกุมภาพันธ์ 2563 สำหรับวันคู่ให้เข้าได้ตามช่วงเวลาที่กำหนด

(3) ยกระดับความเข้มงวดในการตรวจสอบตรวจจับรถยนต์ควันดำอย่างเคร่งครัด

(4) ออกคำสั่งห้ามการใช้รถที่มีมลพิษเกินมาตรฐานที่กำหนดมาใช้ในทางเดินรถและออกกฎกระทรวงเพื่อตรวจรับรองรถยนต์ที่ได้ปรับปรุงแก้ไขตามคำสั่งแล้วตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522

กรมการขนส่งทางบก

(1) ตรวจวัดควันดำอย่างเข้มงวดกับรถโดยสาร (ไม่ประจำทาง) ทุกคัน โดยเพิ่มชุดตรวจเป็น 50 ชุดใน 50 เขต (บูรณาการร่วมกันระหว่างกรมการขนส่งทางบก กรมควบคุมมลพิษ และกรุงเทพมหานคร)

(2) ปฏิบัติการร่วมกับกองบังคับการตำรวจจราจรในการยกระดับความเข้มงวดการตรวจสอบตรวจจับรถควันดำสำหรับรถโดยสารและรถบรรทุกเพื่อการออกคำสั่งห้ามใช้รถ

กรมโรงงานอุตสาหกรรม

(1) ตรวจสอบโรงงานอุตสาหกรรมที่ทำให้เกิดฝุ่นละออง หากตรวจสอบแล้วไม่เป็นไปตามค่ามาตรฐานที่กำหนด ให้สั่งปรับปรุงแก้ไขภายในระยะเวลาที่กำหนดหรือสั่งหยุดการประกอบกิจการ

(2) ขอความร่วมมือโรงงานอุตสาหกรรมลดกำลังการผลิตในช่วงวิกฤตสถานการณ์ฝุ่นละออง และสนับสนุนแรงจูงใจ (Incentive) ให้กับโรงงานอุตสาหกรรมที่ให้ความร่วมมือ

กรุงเทพมหานคร

(1) แก้ไขปัญหาการจราจรจากการก่อสร้างรถไฟฟ้าเพื่อช่วยลดปัญหาฝุ่นละออง โดยกำกับให้ปฏิบัติตามมาตรการ 12 ข้ออย่างเคร่งครัด ทั้งนี้ หากไม่ปฏิบัติตามให้ระงับการก่อสร้าง โดยมีมาตรการทั้ง 12 ข้อ ได้แก่

– การวางแนวแบริเออร์ ให้จัดวางให้ตรงตามแนวเส้นทางจราจร

– ช่องทางกลับรถคับแคบ ให้เปิดช่อง U-Turn ให้กว้าง เพื่อให้รถยนต์กลับรถได้สะดวกขึ้น

– ให้ขนย้ายกองดิน เศษหิน เศษปูนทรายออกจากพื้นที่ก่อสร้างในทันที

– เร่งแก้ไขผิวจราจรให้เรียบร้อย

– แนวก่อสร้างที่ยังไม่เริ่มก่อสร้าง แต่ได้วางแผงแบริเออร์ ให้เปิดช่องทางชั่วคราว

– ให้เร่งก่อสร้างงานฐานราก เพื่อแก้ไขปัญหาคอขวดที่สะพาน

– ให้จัดระเบียบรถบรรทุกในพื้นที่

– ปรับผิวจราจรให้เป็นช่องจราจรชั่วคราวเพิ่มขึ้น

– พื้นที่ที่ยังไม่ได้เริ่มก่อสร้าง แต่ปิดช่องจราจร ให้เปิดช่องจราจรเป็นครั้งคราวในพื้นที่

– การเปิดแนวแบริเออร์แล้วไม่ปิดให้เรียบร้อย ให้ปิดกั้นให้เรียบร้อยเพื่อความปลอดภัย

– ติดตั้งไฟฟ้าชั่วคราวตามแนวการก่อสร้าง

– ปิดกั้นพื้นที่ก่อสร้างและจัดทำทางสัญจรอย่างปลอดภัย

(2) ไม่ให้มีการเผาในที่โล่ง และบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวดกับผู้กระทำการเผา

จังหวัดต่าง ๆ (ยกเว้น 9 จังหวัดภาคเหนือ)

(1) ออกเทศบัญญัติหรือข้อบัญญัติท้องถิ่น ควบคุมการเผาขยะมูลฝอย หญ้า พืชไร่ พืชสวน ตอซังข้าว หรือสิ่งอื่นใด ไม่ว่าจะเป็นที่ดินของตนเองหรือที่สาธารณะในช่วงวิกฤตสถานการณ์ฝุ่นละออง

(2) เข้มงวดการควบคุมยานพาหนะ โรงงานอุตสาหกรรมการก่อสร้างต่าง ๆ

ข้อเสนออื่น

(1) ขอความร่วมมือหน่วยงานภาคราชการ ภาคเอกชน ประชาชน ลดการใช้รถยนต์ส่วนตัวมาทำงาน

(2) รถยนต์ของส่วนราชการต้องผ่านมาตรฐานควันดำทุกคัน โดยกำหนดให้เป็นตัวชี้วัดของหัวหน้าส่วนราชการ

(3) ให้กระทรวงพลังงานพิจารณาสนับสนุนการลดราคาน้ำมันเชื้อเพลิงที่มีปริมาณกำมะถันไม่เกิน 10 ppm

(4) ขอความร่วมมือกระทรวงพลังงาน กระทรวงคมนาคม สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ภาคเอกชน และภาครัฐที่เกี่ยวข้อง สนับสนุนการให้บริการเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องสำหรับรถยนต์ดีเซลที่มีอายุเกิน 5 ปี

(5) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมร่วมกับหน่วยงานอื่นสร้างการรับรู้และความเข้าใจให้แก่ประชาชนเกี่ยวกับสถานการณ์ปัญหาฝุ่นละออง PM2.5 โดยเฉพาะในช่วงสถานการณ์วิกฤต

อ่านข่าว : ผู้ว่าฯอัศวิน สั่งปิดโรงเรียนกทม. 437แห่ง พรุ่งนี้ 1 วัน

ธรรมนัส เผย เป็นผู้ใหญ่ไม่โกรธ ปารีณา #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politic/411924?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=politic

ธรรมนัส เผย เป็นผู้ใหญ่ไม่โกรธ ปารีณา

21 มกราคม 2563 – 18:34 น.
ธรรมนัส,โกรธปารีณา,ที่ดินฉาว,ข่าววันนี้
เปิดอ่าน 108 ครั้ง

“ธรรมนัส” ยัน ไม่เคย ทะเลาะกับ “ปารีณา” ปม ที่ดิน มอบ หน่วยงานเกี่ยวข้อง ยึดกม. เผย ไม่โกรธ ถือเป็นผู้ใหญ่ต้องมีหลัก

21 ม.ค.2563-ที่มหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์ จ.นราธิวาส ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ ให้สัมภาษณ์ถึงแชทลับจากไลน์กลุ่ม ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ กรณีน.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี แสดงความไม่พอใจในเรื่องที่ดินว่า ได้เห็นข่าวตามที่สื่อนำเสนอ แต่ขอยืนยันว่าไม่เคยทะเลาะกับ น.ส.ปารีณา และจนถึงขณะนี้ยังไม่ได้เจอ หรือพูดคุยกัน

“เรื่องนี้ได้เข้าสู่กระบวนการไปตั้งแต่ได้มีการระบุเอาไว้ก่อนหน้านี้แล้ว โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการดำเนินการ ที่ต้องยึดหลักตามกฎหมาย และหลักการสำคัญคือจะไม่สามารถที่จะหลีกเลี่ยงหรือกระทำใดๆที่ขัดต่อทางกฎหมายได้ ทั้งนี้ ได้มอบนโยบายกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปแล้วว่าให้ยึดหลักกฎหมาย แต่ก็แสดงความเห็นใจเพราะกฎหมายก็คือกฎหมาย ขณะเดียวเป็นเรื่องของฝ่ายกฎหมายจะต้องไปหารือกับทนายของ น.ส.ปารีณามากกว่า เพราะส่วนตัวไม่มีอะไรที่จะต้องพูดคุยกัน ทั้งนี้ยังไม่ทราบเจตนาของ น.ส.ปารีณาถึงสาเหตุที่ออกมาตัดพ้อในเรื่องนี้” ร.อ.ธรรมนัส กล่าว

ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า ส่วนตัวไม่ได้โกรธ น.ส.ปารีณา เพราะถือว่าตัวเองเป็นผู้ใหญ่ก็ต้องมีหลัก ไม่ใช่มีประเด็นแล้วนำไปตอบโต้ ขณะที่คนในพรรคพลังประชารัฐมีความเข้าใจเรื่องนี้ โดยไม่ได้มีปัญหาความขัดแย้งใดๆในพรรคเกิดขึ้น “เรื่องนี้ไม่มีอะไรสไตล์ใครสไตล์มัน”

กัดไม่ปล่อย นิพิฏฐ์ แฉ นาที อยู่จีนวันโหวตงบฯ 63 #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politic/411901?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=politic

กัดไม่ปล่อย นิพิฏฐ์ แฉ นาที อยู่จีนวันโหวตงบฯ 63

21 มกราคม 2563 – 17:32 น.
นาที รัชกิจประการ,พรรคประชาธิปัตย์,ปชป,พรรคภูมิใจไทย,ภท,นิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ,ศุภชัย ใจสมุทร
เปิดอ่าน 428 ครั้ง

นิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ เปิดภาพ นาที รัชกิจประการ ส.ส. ภูมิใจไทย อยู่เมืองจีน วันโหวตงบฯ 63 ท้า ศุภชัย ใจสมุทร ตรวจสอบเปิดเผยข้อมูล

นิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) อดีต ส.ส. พัทลุง โพสต์ภาพข้อความเผย นางนาที รัชกิจประการ ส.ส. พรรคภูมิใจไทย (ภท.) เดินทางไปประเทศจีน วันประชุมโหวตงบประมาณ ปี 2563

คุณศุภชัย ใจสมุทร พรรคภูมิใจไทย พูดว่า ผมเหมือนสุนัขพันธุ์บูลด็อกที่กัดไม่ปล่อย ผมว่าท่านไม่สุภาพ พูดไม่ให้เกียรติกัน แต่ไม่เป็นไร สันดานของท่านอาจเป็นคนอย่างนั้น ผมเพียงทำหน้าที่ตรวจสอบนักการเมืองซึ่งเป็นบุคคลสาธารณะ แต่เอาเถอะ ไหนๆ ท่านก็ว่าผมกัดไม่ปล่อยแล้ว ผมก็จะขอให้ท่านศุภชัย ใจสมุทร ช่วยตรวจสอบการกดบัตรของ ส.ส. ให้ผมอีกสักราย ดูซิว่าข้อมูลในมือของผมกับข้อมูลในมือของท่านจะตรงกันไหม

วันที่ 11 มกราคม 2563 ขณะที่มีการประชุมงบประมาณ ผมได้ข่าวว่า นางนาที รัชกิจประการ ส.ส. พรรคภูมิใจไทย เดินทางไปประเทศจีน ลองตรวจดูหน่อยสิครับว่า หลังจาก check in (เช็คอิน) ที่สนามบินสุวรรณภูมิแล้ว บัตรของคุณนาที รัชกิจประการ ยังมีการกดโหวตอยู่ที่สภาหรือเปล่า อย่าว่าใครผิดใครถูกเลย ถือว่า งานนี้ ผมท้าให้ท่านเปิดเผยข้อมูลก็แล้วกันครับ แล้วมาดูกันว่าข้อมูลในมือของท่านกับข้อมูลในมือของผมตรงกันหรือเปล่า

อ่านข่าว – ภูมิใจไทยสอบฉลอง เจ้าตัวแจง 7 ข้อยืนยันไร้เจตนา

กัดไม่ปล่อย นิพิฏฐ์ แฉ นาที อยู่จีนวันโหวตงบฯ 63

กัดไม่ปล่อย นิพิฏฐ์ แฉ นาที อยู่จีนวันโหวตงบฯ 63

สรยุทธ ตัดผมสั้น รับแจกผ้าห่ม 3 ผืนตามสิทธิ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politic/411897?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=politic

สรยุทธ ตัดผมสั้น รับแจกผ้าห่ม 3 ผืนตามสิทธิ

21 มกราคม 2563 – 17:30 น.
สรยุทธ,สรยุทธนอนคุก,ข่าววันนี้
เปิดอ่าน 1,369 ครั้ง

“สรยุทธ” ตัดผมสั้น รับแจกผ้าห่ม 3 ผืนตามสิทธิ ผบ.คุกให้นอนแดนแรกรับ 2 สัปดาห์ก่อนจำแนกแยกแดนขัง เชื่อปรับตัวใช้ชีวิตในเรือนจำได้ไม่ยาก

21 ม.ค.2563-นายกฤช กระแสร์ทิพย์ ผู้บัญชาการเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร กล่าวถึงการควบคุมตัวนายสรยุทธ สุทัศนะจินดา ซึ่งถูกศาลพิพากษาจำคุก 6 ปี 24 เดือน ว่า ได้รับรายงานเจ้าหน้าที่เรือนจำว่า ได้ตรวจร่างกายทำประวัติผู้ต้องขัง ตัดผมสั้นเหมือนผู้ต้องขังเข้าใหม่ทุกราย เบื้องต้นผลการตรวจร่างกายพบว่ามีโรคประจำตัว และได้นำตัวไปควบคุมยังเดือนแรกรับ ซึ่งเป็นแดนที่นายสรยุทธเคยได้ถูกควบคุมตัวในช่วงเวลาหนึ่ง หลังจากนั้น 2 สัปดาห์จะเข้าสู่กระบวนการจำแนกแยกแดน

“ เป็นเรื่องปกติที่คนเข้าเรือนจำใหม่ๆ จะมีความเครียดบ้าง แต่สักพักจะปรับตัวได้ ทั้งนี้นายสุรยุทธเคยใช้ชีวิตในเรือนจำมาแล้ว คงจะปรับตัวเข้ากับสภาพภายในเรือนจำและการใช้ชีวิตระหว่างคุมขังได้ไม่ยาก โดยนายสรยุทธจะได้สิทธิผู้ต้องขังเหมือนผู้ต้องขังปกติไม่ได้มีอะไรพิเศษ โดยได้รับแจกผ้าห่ม 3 ผืน สำหรับปูนอน หนุนแทนหมอน และห่มนอน”นานกฤชกล่าว

ศาล รธน.สั่งแก้ไขข้อบังคับพรรค -อนค.ต้องชัดเจน’ระบอบ ปชต.ฯ’ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politic/411904?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=politic

ศาล รธน.สั่งแก้ไขข้อบังคับพรรค -อนค.ต้องชัดเจน’ระบอบ ปชต.ฯ’

21 มกราคม 2563 – 17:30 น.
ศาล รธนสั่งแก้ไขข้อบังคับพรรค,อนคต้องชัดเจน ระบอบ ปชต
เปิดอ่าน 168 ครั้ง

ศาล รธน .สั่งแก้ข้อบังคับพรรค อนค.ให้ชัดเจน เหตุไม่มีคำว่า ระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข  แค่เขียน’ยึดมั่นในหลักประชาธิปไตย” ไม่พอ

จากกรณีวันนี้(21ม.ค.63) ศาลรัฐธรรมนูญ ได้อ่านคำวินิจฉัยคดีล้มล้างการปกครองของพรรคอนาคตใหม่ ที่นายณฐพร โตประยูร    อดีตที่ปรึกษาประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน เป็นผู้ยื่นคำร้อง ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญมาตรา 49 โดยใช้สิทธิ์ตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2560 มาตรา 50
ทั้งนี้มี 4 ผู้ถูกร้อง ดังนี้ พรรคอนาคตใหม่ ผู้ถูกร้องที่ 1, นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ผู้ถูกร้องที่ 2, นายปิยบุตร แสงกนกกุล ผู้ถูกร้องที่ 3 คณะกรรมการบริหารพรรคอนาคตใหม่ ผู้ถูกร้องที่ 4
โดยนายณฐพร ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยมีคำสั่งยุบพรรคอนาคตใหม่ รวมทั้งเพิกถอนสิทธิ์การเลือกตั้งของ นายธนาธร, นายปิยบุตร และกรรมการบริหารพรรคอนาคตใหม่ด้วย
ศาลรัฐธรรมนูญพิเคราะห์แล้วมีคำวินิจฉัยว่า เป็นเพียงข้อห่วงใยของผู้ร้อง เป็นเพียงข้อมูลข่าวสารจากเว็บไซต์  ไม่มีพฤติการณ์ว่าผู้ถูกร้องทั้ง 4 ล้มล้างสถาบันพระมหากษัตริย์แต่อย่างใด จึงวินิจฉัยว่า ไม่เป็นการล้มล้างการปกครองตามมาตรา 49
สำหรับมติศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งได้ยกคำร้องนายณฐพร ในประเด็นข้อบังคับพรรคอนาคตใหม่เห็นว่า ที่มีเฉพาะคำว่า”หลักประชาธิปไตยตามรัฐธรรมนูญ “ไม่มีคำว่า”ระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข “มีความไม่สมบูรณ์สมควรที่นายทะเบียนพรรคการเมือง ที่มีอำนาจหน้าที่ตามกฎหมาย จะให้มีการแก้ไขปรับปรุงเพื่อให้เกิดความชัดเจนไม่เกิดความคลุมเครือ
ส่วนการการกระทำอื่นของพรรคอนาคตใหม่ นายธนาธร และ นายปิยบุตร ยังไม่ปรากฎการกระทำที่เป็นการใช้สิทธิและเสรีภาพการทำการล้มล้างการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข

‘น้องไบรท์’ ปล่อยโฮกลางศาล เสียใจ เสียดาย ‘สรยุทธ’ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politic/411846?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=politic

‘น้องไบรท์’ ปล่อยโฮกลางศาล เสียใจ เสียดาย ‘สรยุทธ’

21 มกราคม 2563 – 17:15 น.
ข่าววันนี้,คดีไร่ส้ม,น้องไบรท์,สรยุทธ์ บไร่ส้ม
เปิดอ่าน 685 ครั้ง

‘น้องไบรท์’ ผู้ประกาศข่าวชื่อดัง ปล่อยโฮกลางศาล หลังพิพากษาคดีไร่ส้ม เผย เสียใจ เสียดาย ให้กำลังใจ ‘สรยุทธ’ จำคุก 6 ปี 24เดือน

เมื่อวันที่ 21 ม.ค.  2563 – ที่ศาลอาญาคดีทุจริตเเละประพฤติมิชอบกลาง ถนนนครไชยศรี กรุงเทพมหานคร  พิจารณาดีนายสรยุทธ สุทัศนะจินดา กก.ผจก.บจก.ไร่ส้ม และอดีตพิธีกรรายการเล่าข่าวชื่อดัง โดยนายสรยุทธ เดินทางมาตามที่ศาลนัดอ่านคำพิพากษาศาลฎีกา โดยศาลลงโทษ นายสรยุทธ ไม่รอลงอาญา 6 ปี 24 เดือน

น.ส.พิชญทัฬห์ จันทร์พุฒ หรือ ไบรท์ พิธีกรคู่ขวัญชื่อดัง เปิดเผยภายหลังฟังคำตัดสินว่า จริงๆให้กำลังใจ พี่ยุทธ มาตลอด ไม่ใช่ไบรท์ คนเดียวแต่ทั้งคนเบื้องหน้าและเบื้องหลัง เราก็เสียใจ และพี่ยุทธ ก็คงจะเสียใจมากเช่นกัน เห็นใจในกรณีที่พี่ยุทธ พยายามต่อสู้ เพื่อพิสูจน์ว่า ไม่ได้เบียดบังเวลาของ อสมท. อย่างที่เข้าใจ

โดยข้อเท็จจริง คือ ทั้งสองฝ่าย คือ ทั้ง บริษัทไร่ส้ม และ อสมท. ต่างฝ่ายต่างเวลาเกิน ต่างฝ่ายต่างเกินอยู่บนหลักการไทม์แชริ่ง แบ่งกันคนละ 50:50 เมื่อ อสมท.เวลาโฆษณาเกิน ก็เป็นที่เข้าใจได้ว่า ต้องเป็นไปตามข้อตกลงคือ 50:50 ก็พยายามต่อสู้ตรงนี้

        “สิ่งที่เจ็บปวดมาตลอดในการต่อสู้ ที่ผ่านมาคือ โดนกล่าวหาว่าไปเบียดบังเวลาอสมท. พี่ยุทธต่อสู้ว่า ในรายการโฆษณามันมีอยู่ 10 นาที ไร่ส้มมี 5 นาที อสมท. มี 5 นาที มันไม่ใช่ว่า อสมท.ขายได้ 2 นาที แล้วไร่ส้มไปเอาอีก 3 นาทีมาใช้ แต่ อสมท. ขายเกิน 5 นาทีมาตลอด ก็พยายามต่อสู้ว่า โฆษณาที่เกินในส่วนของไร้ส้ม ที่เกิน คือ 138 ล้าน ส่วน อสมท. อยู่ที่ 137 ล้าน” น.ส.พิชญทัฬห์ กล่าว

น.ส.พิชญทัฬห์ กล่าวต่อว่า อีกประเด็นที่รู้สึกสงสารมากคือ พี่ยุทธ์พยายามต่อสู้ว่า โฆษณาเกินที่เกิดขึ้น ไม่ได้เป็นการปกปิด เพราะโฆษณาที่ออกไป มันปิดไม่ได้ มันออกจออยู่ทุกวัน เกินวันสองวันก็ทราบ กรณีโฆษณาที่เกินของบริษัทไร่ส้มที่เกิดขึ้น มีการส่งคิวโฆษณาที่เกินอย่างเปิดเผย มีการเกินต่อเนื่อง 500 กว่าวัน เลยต่อสู้ว่า เป็นไปไม่ได้เลยที่จะปกปิด เป็นไปไม่ได้ที่ผู้บริหารอสมท.จะไม่ได้ เป็นไปไม่ได้ที่ ธุรการคนเดียวจะปกปิด

ส่วนเรื่องเช็ค 6 ฉบับ พยายามชี้แจงว่า เช็กที่สั่งจ่ายออกไป เป็นค่าอะไร จำนวนเงินไม่ได้สัมพันธ์กับเวลาที่เกิน มีการหักภาษี ณ ที่จ่าย หากจะทำธุรกิจจริงๆ จะทำแบบนี้ทำไม โดยชี้แจงต่อศาลว่า การจ่ายเช็กเป็นการจ่ายค่าประสานงานทางการตลาด ไม่ได้เกี่ยวกับการปกปิดเลย

                  “ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาเรามีความหวัง ในฐานะเป็นเพื่อนร่วมงาน คนใกล้ชิด เรารู้สึกเห็นใจ ต่างรู้สึกเสียใจ และเสียดาย เพราะพี่ยุทธเป็นพี่ที่ตั้งใจทำงาน ซื่อสัตย์ต่ออาชีพและคนดู เป็นสิ่งที่เขาสอนเรามาตลอดว่าต้องเคารพและรับผิดชอบต่อคนดู พี่ยุทธรักงานข่าวและอาชีพของเขามาก ดังนั้น ถ้าหากว่าเราจะได้เห็นน้ำตาของพี่ยุทธ คือ ทุกครั้งที่พูดว่า พี่ต้องหยุดทำงานไป เพราะการทำงานคือชีวิตของพี่ยุทธ บางครั้งประโยคที่เราได้ยินบ่อยๆ คือ พี่ไม่อยากเปิดทีวีเลย เพราะไม่อยากเห็นรายการที่ตัวเองเคยทำ แต่พี่ยุทธ พูดว่า เมื่อศาลตัดสินแล้ว เราต้องอยู่ในกติกา และไม่เคยคิดหนี โดยทำอย่างที่พูดไว้เสมอ” ไบรท์กล่าว ด้วยน้ำตาอาบแก้ม

อ่านข่าว : ปิดคดีไร่ส้ม ‘สรยุทธ’ไม่รอด…ศาลสั่งจำคุก 6 ปี 24 เดือน

สรยุทธ โรครุมเร้า เปิดเมนูมื้อเย็นแกงเผ็ดไก่-ผัดผักใส่ไข่ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politic/411864?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=politic

สรยุทธ โรครุมเร้า เปิดเมนูมื้อเย็นแกงเผ็ดไก่-ผัดผักใส่ไข่

21 มกราคม 2563 – 15:37 น.
สรยุทธ,โรครุมเร้า,ข่าววันนี้,สรยุทธนอนคุก
เปิดอ่าน 2,022 ครั้ง

รับตัว “สรยุทธ” เข้าคุก โรคเพียบไขมันในเลือดสูง-ติ่งเนื้อในลำไส้-ถุงลมโป่งพอง สภาพจิตใจปกติ เมนูมื้อเย็นแกงเผ็ดไก่-ผัดผักใส่ไข่ คืนแรกให้นอนแดนแรกรับ

21 ม.ค.2563- รับตัว ”สรยุทธ” เข้าคุก โรคเพียบไขมันในเลือดสูง-ติ่งเนื้อในลำไส้-ถุงลมโป่งพอง สภาพจิตใจปกติ เมนูมื้อเย็นจำแกงเผ็ดไก่-ผัดผักใส่ไข่ คืนแรกให้นอนแดนแรกรับ กำชับเพื่อนนักโทษชวนคุยปรับสภาพจิตใจ

  พ.ต.อ.ณรัชต์ เศวตนันทน์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ เปิดเผยว่า เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานครได้รับตัวนายสรยุทธ สุทัศนะจินดา จำเลยในความผิดไม่ชำระค่าโฆษณาส่วนเกินให้บริษัท อสมท. จำกัด (มหาชน) จำนวน 138 ล้านบาท มาควบคุมตัวที่เรือนจำ

โดยได้รับรายงานจากผบ.พิเศษกรุงเทพฯว่า ได้รับตัว นช.สรยุทธ ผู้ต้องขังจากศาลอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง เข้ามาควบคุมตัวตั้งแต่เวลา 13.15 น. โดย นช.สรยุทธ ต้องโทษจำคุกในคดีความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานเรียกรับหรือยอมจะรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดสำหรับตัวเองและผู้อื่นโดยมิชอบ ทั้งนี้ เมื่อเจ้าหน้าที่นำตัวนช.สรยุทธมาถึงเรือนจำ ฝ่ายทะเบียนได้ทำประวัติผู้ต้องขังใหม่ พิมพ์มือ ถ่ายรูป และตรวจร่างกาย

อธิบดีกรมราชทัณฑ์ กล่าวอีกว่า นช.สรยุทธ อายุ 54 ปี มีโรคประจำตัวประกอบด้วย ไขมันในเลือดสูง มีติ่งเนื้อในลำไส้ใหญ่ แต่ไม่ใช่เนื้อร้าย ร่วมกับมีเลือดออกในลำไส้ และโรคถุงลงโป่งพอง เบื้องต้นพบว่านช.สรยุทธ มีสภาพจิตใจปกติ ซึ่งก่อนหน้านี้ก็เลยเข้ามาเป็นผู้ต้องขังในเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯครั้งหนึ่งแล้ว เมื่อต้องเข้ามารับโทษจำคุก 6 ปี 24 เดือน ในช่วงแรกจะจัดให้อยู่ในแดนที่หนึ่ง หรือแดนแรกรับนอกในห้องควบคุมที่ 13 พร้อมกำชับเจ้าหน้าที่เวรรักษาการณ์ให้ตรวจตราอย่างต่อเนื่อง และได้จัดให้ผู้ต้องขังช่วยงาน 2 คน ช่วยดูแลนักโทษเข้าใหม่อย่างใกล้ชิด เป็นเพื่อนพูดคุยเพื่อปรับสภาพจิตใจ ให้นักโทษใหม่ปรับตัวเข้ากับสภาพความเป็นอยู่ในเรือนจำ สำหรับอาหารเย็นที่เรือนจำจัดให้นักโทษทั่วไปรวมถึงนช.สรยุทธคือข้าวสวยกับแกงเผ็ดไก่ใส่ผัก และผัดผักใส่ไข่

ปิดจ๊อบ ครม.สัญจรนราธิวาส ใช้การพัฒนานำการทหาร #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politic/411940?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=politic

ปิดจ๊อบ ครม.สัญจรนราธิวาส ใช้การพัฒนานำการทหาร

21 มกราคม 2563 – 19:05 น.
ครมสัญจรนราธิวาส,พัฒนานำการทหาร,ข่าววันนี้
เปิดอ่าน 18 ครั้ง

“บิ๊กตู่” ปิดจ๊อบ “ครม.สัญจรนราธิวาส” ขอบคุณทุกภาคส่วน ร่วมหารือนำสู่แนวทางขับเคลื่อน หวัง ยกระดับความเป็นอยู่ปชช. ยัน ใช้การพัฒนานำการทหาร

21 ม.ค.2563-ที่มหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์ อ.เมือง จ. นราธิวาส พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม แถลงภายหลังการประชุมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม กลุ่มจังหวัดภาคใต้ชายแดนและการประชุมคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการนอกสถานที่ (ครม.สัญจร) ว่า การประชุมครั้งนี้มีการพิจารณาเรื่องการพัฒนา และเรื่องความมั่นคงต้องขอขอบคุณทางมหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์ที่ให้การต้อนรับและให้ใช้สถานที่ซึ่งทุกอย่างเป็นไปโดยความเรียบร้อย และขอบคุณทั้งภาคเอกชน ภาคธุรกิจ หอการค้าจังหวัดนราธิวาส สภาอุตสาหกรรมและภาคการเกษตรต่างๆ ที่เข้าร่วมหารือการประชุมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม กลุ่มจังหวัดภาคใต้ชายแดนเพื่อนำไปสู่แผนการขับเคลื่อนต่อไปในอนาคต

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า สำหรับการพัฒนาพื้นที่เศรษฐกิจชายแดนภาคใต้ ทั้งเรื่องด่านการค้าชายแดน การบริหารจัดการเส้นทางคมนาคม และศูนย์วัฒนธรรม ได้นำเข้าสู่การพิจารณาของครม.ในวันนี้ ซึ่งบางอย่างจะต้องมีการศึกษาใหม่ บางอย่างนำเข้าสู่แผนการปฏิบัติเพื่อดำเนินการในปีงบประมาณ  2564 ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา 4-5 ปี หลายอย่างที่เสนอมาก่อนหน้านั้นได้มีบรรจุเข้าแผนไปแล้ว มีการก่อสร้างในปี 2563 บางอย่างดำเนินการแล้วเสร็จในปีเดียวหรือหลายปีก็ว่าไปตามงบประมาณที่มีอยู่ โครงการต่างๆ อันไหนที่เร่งรัดได้ ปรับเปลี่ยนงบประมาณได้ ก็ทำตรงนี้ก่อน

แต่ถ้าตั้งงบประมาณใหม่ ก็ต้องไปศึกษาใหม่ยังมีอีกหลายขั้นตอนแต่ทั้งหมดยืนยันว่ารัฐบาลและครม.ที่มาประชุมครั้งนี้ รับทุกเรื่องไปพิจารณานำสู่การขับเคลื่อนไปสู่การปฏิบัติต่อไปในทุกประเด็น ที่เหมือนกับทุกครั้งที่ตนไปต่างจังหวัด ก็จะรับเรื่องพิเศษๆ เหล่านั้น ซึ่งบางเรื่องต้องใช้งบกลาง ถ้าทำได้ก็จะเพิ่มเติมให้

นายกฯ กล่าวว่า ทั้งนี้เราคาดว่าสิ่งเหล่านี้จะยกระดับชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนและเป็นแนวทางที่จะลดความรุนแรงลงไปได้ เพราะเราแก้ปัญหาด้วยการพัฒนานำการทหาร การพัฒนาจะทำให้ทุกคนมีความสุข ฉะนั้นการบ่มเพาะอะไรต่างๆก็จะลดลง ทั้งการใช้กฎหมายที่เห็นได้จากกราฟที่ลดลงทุกปี แต่อย่างไรก็ตาม ตนก็สั่งการเรื่องความเข้มงวดในมาตรการเชิงพื้นที่ และการระมัดระวังและป้องกันในเขตเมืองให้มากขึ้น ต้องขอขอบคุณเจ้าหน้าที่ทุกฝ่าย

สอบสวนดำเนินคดี รมช.ศึกษาฯ ถูกกล่าวหารุกที่เขาใหญ่ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politic/411932?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=politic

สอบสวนดำเนินคดี รมช.ศึกษาฯ ถูกกล่าวหารุกที่เขาใหญ่

21 มกราคม 2563 – 18:49 น.
รมชศึกษาฯ,รุกที่เขาใหญ่,ข่าววันนี้
เปิดอ่าน 22 ครั้ง

“บิ๊กตู่” เผย “รมช.ศึกษาฯ” ถูกกล่าวหา รุกที่ “เขาใหญ่” ให้สอบสวนดำเนินคดีไป ชี้ ต้องบังคับใช้กฎหมาย

21 ม.ค.2563-ที่ห้องประชุม อาคารเฉลิมพระเกียรติ มหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์ จ.นราธิวาส พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม กล่าวภายหลังประชุมครม.สัญจร ถึงกรณีการตรวจสอบการบุกรุกป่าในเขตอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่

ที่นางกนกวรรณ วิลาวัลย์ รมช.ศึกษาธิการ ถูกกล่าวหาว่า เรื่องการบุกรุกป่าต้องอยู่ในกระบวนการกฎหมายทั้งหมด โดยให้มีการร้องทุกข์กล่าวโทษ สอบสวน และดำเนินคดีไป ระหว่างนี้ก็เป็นการแก้ปัญหาพื้นที่ทับซ้อนโดยใช้แผนที่ภาพถ่ายทางอากาศ มาตราส่วน 1:4000 เพื่อแก้ปัญหาพื้นที่ที่มีปัญหาของประชาชนทั่วไป เรื่องปัญหาบุกรุกป่าต้องแก้ปัญหาในภาพรวมทั้งหมด อันไหนเป็นเรื่องของการบังคับใช้กฎหมายก็ต้องบังคับใช้กฎหมาย ส่วนเรื่องใดที่เกี่ยวข้องคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ(คทช.)ก็แก้กันไป ทุกอย่างต้องทำให้เกิดความโปร่งใส เท่าเทียม