วราวุธ เล็งกำหนดวันคู่-วันคี่ ห้ามรถยนต์เข้ากรุงเทพฯชั้นใน #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politic/411751?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=politic

วราวุธ เล็งกำหนดวันคู่-วันคี่ ห้ามรถยนต์เข้ากรุงเทพฯชั้นใน

21 มกราคม 2563 – 10:23 น.
วราวุธ,เล็งใช้วันคู่,วันคี่,รถยนต์ส่วนบุคคล,PM 25,เฉ่งโซเชียล,เลิกเกรียน,เข้า กทมชั้นใน,ข่าวการเมือง,ข่าววันนี้,คมชัดลึก
เปิดอ่าน 14 ครั้ง

“วราวุธ” จ่อชง ครม. แก้ “PM2.5” ให้ “รถบรรทุก” เข้า “กทม.” ชั้นในเฉพาะวันคู่ เล็งห้าม “รถส่วนบุคคล” ถ้ายังไม่สำเร็จ ปัดสั่งห้ามเผา ขอแค่ลด เฉ่งโซเชียลเลิกเกรียน

เมื่อวันที่ 21 ม.ค. 2563 – ที่ห้องประชุมเฉลิมพระเกียรติ ชั้น 1 อาคารเฉลิมพระเกียรติ มหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์ ต.โคกเคียน อ.เมืองนราธิวาส จ.นราธิวาส นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ให้สัมภาษณ์ก่อนการประชุมคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการนอกสถานที่ (ครม.สัญจร) ถึงมาตรการแก้ไขปัญหาฝุ่น PM 2.5 ที่จะเสนอเข้าสู่ที่ประชุมวันนี้ ว่า มีหลายมาตรการค่อนข้างแตกต่างจากที่ผ่านมา โดยขอความเห็นชอบให้รถบรรทุกเข้ากทม.ชั้นในได้เฉพาะวันคู่ คือสลับวิ่งวันเว้นวัน เนื่องจากปัญหาค่าฝุ่น PM 2.5 ส่วนใหญ่มาจากท้องถนน และต้องขอบคุณสมาคมรถบรรทุกที่ยอมเสียสละให้รถบรรทุกวิ่งเข้ากทม.วันเว้นวัน ทั้งนี้ จะเป็นมาตรการระยะสั้นถึงสิ้นเดือนก.พ. เป็นช่วงวิกฤติที่ต้องมีมาตรการเข้มข้น และหากมาตรการดังกล่าวยังไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควรคงจะเพิ่มความเข้มข้นเป็นระดับระดับต่อไป

นายวราวุธ กล่าวว่า วอนชาวกทม. หากคุณภาพอากาศยังไม่ดีขึ้น จะมีมาตรการที่เข้มข้นกว่านี้ หากกระทบความสะดวกสบาย ก็ต้องขออภัย ทั้งนี้คงต้องช่วยกัน เมื่อมาตรการนี้ผ่านที่ประชุมครม.จะให้สำนักงานตำรวจจราจรดำเนินการทันทีเมื่อออกระเบียบเสร็จ อย่างไรก็ตาม การออกมาตรการในการแก้ไขปัญหาอะไรก็แล้วแต่ คนกลุ่มแรกที่สามารถแก้ไขปัญหาถ้าฝุ่น PM  2.5 ได้เร็วที่สุดคือเจ้าของยานพาหนะ ทุกคนในกทม. วันนี้เราขอความร่วมมือ แต่หากยังไม่ดีขึ้นก็คงต้องเสียสละความสะดวกสบายอย่างที่ต่างประเทศทำ และหากลดปัญหาจากรถบรรทุกแล้ว จากรถกระบะแล้ว ยังไม่เกิดผลสำเร็จ คงต้องมารถยนต์ส่วนบุคคล ดังนั้น การใช้รถและถนนร่วมกันเป็นสิ่งที่คนในกทม.ต้องช่วยกัน และเชื่อว่าคนส่วนใหญ่จะเข้าใจมาตรการที่เข้มข้นขึ้นของรัฐบาล เพราะซ้ายก็จะโดนผลกระทบอย่างหนึ่ง ขวาก็โดนผลกระทบอย่างหนึ่ง แต่ในภาพรวมเราต้องรักษาสิ่งแวดล้อม

นายวราวุธ กล่าวอีกว่า ส่วนปัญหาการเผาในพื้นที่ต่างๆ ของเกษตรกร เราไม่ได้ห้ามเผา เพียงแค่ขอลดการเผาในช่วงเดือนม.ค. และเดือนก.พ. ที่สภาพอากาศปิด ซึ่งสภาพอากาศประเทศไทยรองรับการเผาได้ แต่ให้สลับการเผาแต่ละพื้นที่แต่ละจังหวัดก็สามารถรองรับได้ แต่หากพร้อมใจกันเผา อากาศไม่สามารถรองรับได้ ส่วนแนวคิดการติดเครื่องฟอกอากาศตามจุดต่างๆ ในกทม.ที่มีการจราจรหนาแน่นนั้น เป็นการแก้ปัญหาแบบหนึ่ง แต่ปัญหาต้นเหตุคือยวดยานพาหนะที่ผลิต PM 2.5 ดังนั้น หากกำจัดเท่าไหร่ แต่ยังมีการผลิตฝุ่นในยานพาหนะอยู่ก็ไม่เกิดประโยชน์อะไร เพียงแต่จะลดปริมาณได้ช่วงขณะเดียวเท่านั้น

เมื่อถามว่า โอกาสที่รถยนต์ส่วนบุคคลจะวิ่งวันคู่วันคี่มีหรือไม่ นายวราวุธ กล่าวว่า จะเกิดกระแสว่าบางบ้านที่มีสตางค์จะซื้อรถทะเบียนคู่ ทะเบียนคี่ จริงๆ แล้วต้องอยู่ที่จิตสำนึกของคนไทย วันนี้ถ้าเลือกจะเกรียนบนโลกออนไลน์ หรือเลือกที่จะทำอะไรเพื่อชีวิตของเราและคนกทม.ขอให้เลิกเกรียน แล้วหันมาทำอะไรที่เกิดประโยชน์กับสังคมจะดีกว่า

มวลชน สมาชิก กองเชียร์ อนาคตใหม่ เข้าพรรครอลุ้น #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politic/411749?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=politic

มวลชน สมาชิก กองเชียร์ อนาคตใหม่ เข้าพรรครอลุ้น

21 มกราคม 2563 – 10:12 น.
พรรคอนาคตใหม่,ศาลรัฐธรรมนูญ,ยุบพรรค,ธนาธร,ปิยะบุตร,ข่าววันนี้,ไทยซัมมิท
เปิดอ่าน 32 ครั้ง

กลุ่มมวลชนและสมาชิกอนาคตใหม่ เริ่มทยอยเข้าพรรค รอลุ้น สื่อไทย-เทศ ปักหลักรายงานข่าว

คลิปที่ 1

21 มกราคม 2563 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนที่องค์คณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ จะออกนั่งบัลลังก์ เพื่ออ่านคำวินิจฉัยในคดีที่ (ผู้ร้อง) คือ นายณฐพร โตประยูร ยื่นคำร้องเพื่อขอให้ ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 49  

ที่ระบุว่า การกระทำของพรรคอนาคตใหม่ โดย หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ , เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ นายปิยบุตร แสงกนกกุล และคณะกรรมการบริหารพรรคอนาคตใหม่ ผู้ถูกร้องที่ 1-4 ใช้สิทธิหรือเสรีภาพ เพื่อล้มล้างการปกครอง ระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขหรือไม่

โดยช่วงเช้าที่ผ่านมา บรรยากาศบริเวณที่ทำการพรรคอนาคตใหม่ ชั้น 5 ของอาคารไทยซัมมิท ซึ่งเป็นสถานที่ ที่ทางพรรคได้จัดเตรียมไว้ให้กับบรรดาสื่อมวลชน ที่เดินทางมารอทำข่าว ซึ่งตั้งแต่ช่วงเช้าที่ผ่านมา ได้มีสื่อมวลชนทั้งไทยและต่างชาติ ต่างทยอยกันเดินทางมา เพื่อเตรียมรายงานข่าว เกาะติดท่าทีของแกนนำพรรคอนาคตใหม่ และ ส.ส.ของพรรค เมื่อมีคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญออกมา

สำหรับความพร้อมด้านอื่นๆ ทางเจ้าหน้าที่ของพรรค ได้มีการติดตั้งจอทีวีไว้ทั้งหมด 4 เครื่องรอบทิศทาง เพื่อถ่ายทอดสดการอ่านคำวินิจฉัย ให้กับสมาชิกของพรรคที่มาเกาะติดความเคลื่อนไหว ส่วนบรรดาแกนนำ รวมถึง ส.ส.ของพรรค เมื่อเดินทางมาถึงแล้ว ก็จะไปร่วมรับฟังคำวินิจฉัยที่บริเวณชั้น 8 ของอาคารไทยซัพมิทแห่งนี้

ส่วนกลุ่มผู้สนับสนุนพรรคอนาคตใหม่ ที่คาดว่าน่าจะมีบางส่วน เดินทางมาร่วมลุ้นคำวินิจฉัยด้วยนั้น สามารถเข้ามาร่วมเกาะติดการอ่านคำวินิจฉัย ได้ที่บริเวณชั้น 5 เช่นเดียวกัน

สำหรับบรรยากาศบริเวณด้านหน้าอาคารไทยซัมมิท จากการตรวจสอบยังไม่พบสิ่งผิดปกติ หรือความเคลื่อนไหวแต่อย่างใด โดยเริ่มมีมวลชนสวมเสื้อสีส้ม ที่ตราสัญลักษณ์ของพรรค ต่างเริ่มทยอยกันมาถึงบ้างแล้ว

“สื่อไทย-เทศ” ปักหลักรายงานข่าว หน้าพรรคอนาคตใหม่ 

บรรยากาศบริเวณด้านหน้าอาคารไทยซัมมิท แขวงบางกะปิ เขตห้วยขวาง กรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นที่ทำการของพรรคอนาคตใหม่ ยังคงเป็นไปตามปกติ โดยมีสื่อมวลชนไทย และต่างประเทศ หลายสำนัก ได้เดินทางเข้ามาติดตามทำข่าวที่พรรคอนาคตใหม่ กันเป็นจำนวนมาก ส่วนบริเวณด้านหน้าและบริเวณโดยรอบ ยังไม่มีความเคลื่อนไหวใดใด และไม่มีเจ้าหน้าที่ตำรวจ มาคอยรักษาความปลอดภัย มีเพียงเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของอาคารเท่านั้น

ส่วนมวลชนที่จะเดินทางมาให้กำลังใจนั้น ทางพรรคอนาคตใหม่ ได้จัดพื้นที่รองรับเอาไว้ที่บริเวณชั้น 5 ของอาคาร  พร้อมทั้งมีการติดตั้งทีวี.เอาไว้ทั้ง 4 ด้าน ไว้ให้กับสมาชิกคอยติดตามสถานการณ์อย่างกระชั้นชิด โดยในวันนี้ทางแกนนำและสมาชิกของพรรค ก็จะไม่เดินทางไปที่ศาลรัฐธรรมนูญ  แต่จะคอยติดตามสถานการณ์อยู่ที่พรรค

อุตตม สั่งทีมกม.เช็กปมส.ส.เสียบบัตรแทนกัน #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politic/411746?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=politic

อุตตม สั่งทีมกม.เช็กปมส.ส.เสียบบัตรแทนกัน

21 มกราคม 2563 – 10:03 น.
เสียบบัตรแทนกัน,สส,สภา,งบประมาณ,พลังประชารัฐ,คมชัดลึก
เปิดอ่าน 17 ครั้ง

อุตตม สั่ง ทีมกม.พปชร. เช็กปมส.ส.เสียบบัตรแทนกัน กระทบร่างกม.งบฯ63 หรือไม่ ยัน ไม่มีปัญหา ศึกในพรรค เห็นต่างคุยกันก็จบ

21 มกราคม 2563  ที่มหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์ จ.นราธิวาส นายอุตตม สาวนายน รมว.คลัง และหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ให้สัมภาษณ์ก่อนการประชุมคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการนอกสถานที่ (ครม.สัญจร) ถึงกรณีมีการระบุว่าส.ส.พรรคภูมิใจไทยกดบัตรแทนกันในการลงมติร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2563 อาจส่งผลให้ร่างกฎหมายดังกล่าว เกิดปัญหา

โดยบอกว่า  ต้องขอรอดูก่อน เพราะทราบว่านายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร กำลังดำเนินการให้มีการสอบสวนกรณีที่ส.ส.กดบัตรแทนกัน ขณะเดียวกันตนก็ได้ให้ฝ่ายกฎหมายของพรรคพลังประชารัฐช่วยดูข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องเรื่องนี้ด้วย อย่างไรก็ตาม ยังไม่รู้สึกกังวลอะไรเพราะต้องรอดูข้อกฎหมายให้ชัดเจน

ส่วนได้เตรียมแผนอื่นรองรับไว้หรือไม่ หากกรณีของงบประมาณปี 2563 มีปัญหา รมว.คลัง กล่าวว่า เดี๋ยวขอรอดูก่อน

นายอุตตม ยังกล่าวถึงปัญหาความขัดแย้งภายในพรรคพลังประชารัฐ จากกรณี การตอบโต้ผ่านทางไลน์ระหว่าง น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี กับร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ ว่า ไม่มีปัญหา เห็นต่างกันได้ พูดคุยกันได้ทุกอย่างก็จบ

พระบรมราชโองการ ตราพระราชกฤษฎีกา ลดภาษีที่ดิน-สิ่งปลูกสร้าง #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politic/411720?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=politic

พระบรมราชโองการ ตราพระราชกฤษฎีกา ลดภาษีที่ดิน-สิ่งปลูกสร้าง

20 มกราคม 2563 – 23:01 น.
พระบรมราชโองการ,ตราพระราชกฤษฎีกา,ลดภาษีที่ดิน,สิ่งปลูกสร้าง
เปิดอ่าน 576 ครั้ง

เว็บไซต์ราชกิจจาฯ เผยแพร่ประกาศ พระบรมราชโองการ ตราพระราชกฤษฎีกา ลดภาษีที่ดิน-สิ่งปลูกสร้าง

เมื่อวันที่ 20 ม.ค. 2563 – เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศพระบรมราชโองการ ให้มีการตราพระราชกฤษฎีกา (พรฎ.) ลดภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง สำหรับที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้างบางประเภท โดยมี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ในฐานะนายกรัฐมนตรี เป็นผู้รับสนองพระบรมราชโองการ ความว่า

พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ให้ไว้ ณ วันที่ ๑๘ มกราคม พ.ศ. ๒๕๖๓ เป็นปีที่ ๕ ในรัชกาลปัจจุบัน มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า โดยที่เป็นการสมควรลดภาษีที่ดิน และ สิ่งปลูกสร้างสำหรับที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้างบางประเภท

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๑๗๕ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย และมาตรา ๕๕ แห่งพระราชบัญญัติภาษีที่ดิน และสิ่งปลูกสร้าง พ.ศ. ๒๕๖๒ จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชกฤษฎีกาขึ้นไว้ ดังกล่าว

ทั้งนี้ ยังได้ระบุเหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ โดยที่เป็นการสมควรลดภาษีที่ดิน และสิ่งปลูกสร้างสำหรับที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้างบางประเภท เพื่อให้เหมาะสมกับสภาพความจำเป็นทางเศรษฐกิจ สังคม เหตุการณ์ กิจการ หรือสภาพแห่งท้องที่ จึงจำเป็นต้องตราพระราชกฤษฎีกานี้

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมพระบรมราชโองการ ตราพระราชกฤษฎีกา ลดภาษีที่ดิน-สิ่งปลูกสร้าง ในบางประเภท

ส.ส.ภท.ฉาว เสียบบัตรแทนกัน ร่าง พ.ร.บ.งบ 63 ส่อโมฆะ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politic/411715?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=politic

ส.ส.ภท.ฉาว เสียบบัตรแทนกัน ร่าง พ.ร.บ.งบ 63 ส่อโมฆะ

20 มกราคม 2563 – 21:56 น.
หนังสือพิมพ์ร่าง พรบงบประมาณ 2563,เสียบบัตรแทนกัน
เปิดอ่าน 358 ครั้ง

สภาวุ่น ร่าง พ.ร.บ.งบ63 ส่อโมฆะ “ชวน” สั่งสอบด่วน ส.ส.ภูมิใจไทยฉาว เสียบบัตรแทนกัน ชี้โทษหนัก จำคุกสูงสุดถึง 10 ปี

รองหัวหน้าพรรคปชป.ยัน ส.ส.พัทลุง ภูมิใจไทย เสียบบัตรแทนกัน อาจเป็นเหตุให้ร่าง พ.ร.บ.งบประมาณ 2563 โมฆะ แฉเบอร์ใหญ่ของพรรคก็เอาด้วย ด้าน “ฉลอง” รับไม่ได้อยู่ในห้องประชุม แต่เสียบค้างไว้ ยันไม่ได้ฝากใครกดคะแนน ขอหารือผู้ใหญ่ในพรรคก่อน ขณะที่ “ชวน” สั่งสอบด่วน

กลายเป็นประเด็นร้อนทางการเมือง หลังมีการเปิดเผยข้อมูลว่าการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2563 วาระที่ 2 และ 3 ของสภาผู้แทนราษฎร ระหว่างวันที่ 10-11 มกราคม ที่ผ่านมา มีเหตุการณ์ ส.ส.กดบัตรแทนกัน อาจส่งผลให้ร่าง พ.ร.บ.งบประมาณ ที่อยู่ในขั้นตอนของสมาชิกวุฒิสภาขณะนี้เกิดปัญหาขึ้นได้

วันที่ 20 มกราคม นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณ 2563 พบความไม่ชอบมาพากลเกิดขึ้น โดยนายฉลอง เทอดวีระพงศ์ ส.ส.พัทลุง พรรคภูมิใจไทย ขึ้นเครื่องบินเดินทางไปสนามบินหาดใหญ่เวลา 20.50 น.ของวันที่ 10 มกราคม

แต่ปรากฏว่าลงมติเห็นชอบ มาตรา 31 ในเวลา 20.55 น.ของวันเดียวกัน และร่วมลงมติตลอดจนถึงมาตรา 39 และปิดประชุมในเวลา 01.08 น. ก่อนจะร่วมลงมติต่อเนื่องในวันที่ 11 มกราคม ตั้งแต่มาตรา 40 เวลา 11.10 น. ไปจนถึงลงมติวาระที่ 3 เห็นชอบร่างทั้งฉบับเวลา 17.32 น. และเห็นชอบกับข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการ เวลา 17.38 น.

ขณะที่มีหลักฐานปรากฏในเฟซบุ๊กของ ทต.อ่างทอง จ.พัทลุง ว่า วันที่ 11 มกราคม นายฉลองลงพื้นที่เป็นประธานเปิดงานวันเด็กทั้งวัน ทั้งเทศบาลตำบลอ่างทอง อ.ศรีนครินทร์ และองค์การบริหารส่วนตำบลชะมวง อ.ควนขนุน จ.พัทลุง และขึ้นเครื่องจากสนามบินนครศรีธรรมราช มาสนามบินดอนเมืองอีกครั้งในวันที่ 13 มกราคม เวลา 11.55 น.

“เป็นไปไม่ได้ที่จะอ้างว่าเสียบบัตรคาไว้ แล้วมีคนไปกดแทน เนื่องจากไม่สามารถเก็บบัตรไว้ข้ามคืนได้ เพราะเจ้าหน้าที่จะนำบัตรออกจากเครื่องลงคะแนน เพื่อรีเซตระบบใหม่ และเตรียมใช้ในวันถัดไป

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจึงหมายความว่ามีเจตนาจงใจใช้บัตรแทนกัน นำบัตรของนายฉลองไปกดลงมติ ทั้งที่ไม่อยู่ในห้องประชุม แต่ไม่รู้ว่าบุคคลใดเป็นผู้กระทำ” นายนิพิฏฐ์ กล่าว

รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวอีกว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอาจทำให้การพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2563 ตั้งแต่มาตรา 31 ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ซึ่งกรณีนี้เคยเกิดขึ้นมาแล้วในสมัยนายอดิศร ทองธิราช ส.ส.พรรคเพื่อไทย กดบัตรแทนกันระหว่างการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งของประเทศ วงเงิน 2 ล้านล้านบาท ปี 2557

โดยศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยให้การกระทำดังกล่าวไม่ชอบด้วยกฎหมายและถือว่ามติของสภาผู้แทนราษฎรเป็นโมฆะ มีผลทำให้กระบวนการพิจารณาร่างกฎหมายไม่ชอบด้วยกฎหมาย

“ผมไม่ได้จงใจนำเรื่องนี้ให้ฝ่ายค้านขยายผล และยอมรับว่ากำลังหาทางคิดว่าจะแก้อย่างไรให้ร่างกฎหมายไม่มีปัญหา เพราะพรรคประชาธิปัตย์ที่ผมอยู่ก็สังกัดรัฐบาลด้วย แต่คิดไม่ออก เพราะศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยไว้ชัดเจน

นอกเสียจากว่าประเด็นข้อเท็จจริงจะต่างไปจากกรณีที่เคยเกิดขึ้นมาแล้ว ซึ่งอาจมีวิธีแก้ไข แต่พรรคภูมิใจไทยต้องให้ความร่วมมือ จึงจะหาทางออกได้ พร้อมย้ำว่าเป็นเรื่องที่จำเป็นต้องรีบทำให้ถูกต้องตามกฎหมาย” นายนิพิฏฐ์ระบุ

ส่วนจะยื่นเรื่องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยหรือไม่นั้น นายนิพิฏฐ์ บอกว่า เป็นเรื่องของ ส.ส.ว่าจะเข้าชื่อยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญหรือไม่ ซึ่งกรณีที่ตนตรวจสอบเป็นกรณีที่เห็นชัดเพียงคนเดียว แต่พบได้ว่าอาจมีกรณี ส.ส.คนอื่นที่มีลักษณะคล้ายกัน แต่ไม่ขอเปิดเผย และฝากไปถึงคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เกี่ยวกับความคืบหน้ากรณีร้องเรียนการซื้อเสียงในพื้นที่ จ.พัทลุง ทั้งที่ยื่นต่อ กกต.เป็นเรื่องแรก แต่กลับไม่มีความคืบหน้า

อย่างไรก็ตาม ภายหลังแถลงข่าวเสร็จสิ้น นายศุภชัย ใจสมุทร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ได้ลงมาพบกับนายนิพิฏฐ์ พร้อมกล่าวชื่นชมว่า นายนิพิฏฐ์กัดไม่ปล่อย และยอมรับว่า นายฉลองอาจไม่รอบคอบ

สำหรับนายฉลอง ในการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 24 มีนาคม 2562 ได้ลงสมัครส.ส. เขต 2 จ.พัทลุง พรรคภูมิใจไทย และชนะเลือกตั้งโดยได้ 45,231 คะแนน ขณะที่ นายนิพิฏฐ์ จากพรรคประชาธิปัตย์ ได้ 20,091 คะแนน

นายศุภชัย ให้สัมภาษณ์ว่า เรื่องดังกล่าวไม่ใช่ความผิด เพราะในข้อเท็จจริง ส.ส.ในสภาได้ทิ้งบัตรไว้ภายในห้อง หรือเสียบบัตรคาไว้ในช่องเสียบบัตร ส่วนที่ระบุว่าต้องล้างระบบเครื่องออกเสียงลงคะแนน และต้องนำบัตรที่เสียบคาไว้ออกทุกวันนั้น

ในความเป็นจริง การประชุมร่าง พ.ร.บ.งบประมาณ ที่ใช้เวลานานและดึก ไม่มีใครที่ล้างระบบ ซึ่งบัตรของตนก็ยังเสียบคาไว้เช่นกัน ขณะที่การลงพื้นที่และร่วมงานวันเด็กนั้นก็ไปร่วมเป็นปกติ  เชื่อว่าไม่ใช่กรณีที่สร้างปัญหาต่อร่างกฎหมายที่สภาผ่านการพิจารณา

“หากคุณนิพิฏฐ์จะตรวจสอบต้องตรวจสอบพรรคของตนเองด้วย เพราะเชื่อว่ามีคนที่เสียบบัตรคาไว้ แต่จะกดบัตรแสดงตนแทนกันหรือไม่ต้องตรวจสอบ ส่วนกรณีที่นายฉลองโดนตรวจสอบ ผมยังบอกเลยว่าน่ากลัวเพราะมีคู่ปรับเป็นคุณนิพิฏฐ์” นายศุภชัย กล่าว

ด้านนายฉลอง ยอมรับว่า ไม่ได้อยู่ในห้องประชุมสภาผู้แทนราษฎร บางช่วงของการลงมติร่าง พ.ร.บ.งบประมาณ  2563 ระหว่างวันที่ 10-11 มกราคม จริง เนื่องจากญาติเสียชีวิต 5 ศพที่ อ.เขาค้อ จ.เพชรบูรณ์ ซึ่งต้องประสานนำศพกลับบ้าน จึงต้องไปจัดการเรื่องศพ

และในวันเสาร์ที่ 11 มกราคม ได้เดินทางไปร่วมงานวันเด็กที่ ต.อ่างทอง อ.ศรีนครินทร์ จ.พัทลุง พร้อมชี้แจงข้อเท็จจริง ว่าไม่ได้เอาบัตรลงคะแนนกลับมาจากสภาผู้แทนราษฎร โดยปกติจะวางไว้หรือเสียบค้างไว้ในห้องประชุม และตอนเย็นจะมีเจ้าหน้าที่มาเก็บ หลายครั้งที่ตนได้ไปเอาบัตรคืนจากหน้าที่ ส่วนใครจะเสียบบัตรแทนหรือไม่ ไม่ทราบ แต่ยืนยันว่าไม่ได้ฝากใคร หรือให้ใครเสียบบัตรกดลงคะแนนแทน

“ผมพร้อมรับการตรวจสอบจากเรื่องดังกล่าว  เพราะข้อเท็จจริงเป็นเช่นนั้น และยืนยันว่าบริสุทธิ์ใจ อย่างไรก็ตามจะปรึกษาหารือกับผู้ใหญ่ในพรรคภูมิใจไทยถึงประเด็นดังกล่าวอีกครั้งก่อน” นายฉลองระบุ

ขณะที่นายนิพิฏฐ์ กล่าวในรายการเก็บตกจากเนชั่น (ภาคเย็น) ว่า ปกติเมื่อเสร็จสิ้นการประชุมสภาเจ้าหน้าที่จะนำบัตรส.ส.ที่เสียบค้างไว้ออกมาเพื่อเซตระบบสำหรับการลงคะแนนในวันใหม่ เรื่องที่เกิดขึ้นนี้แยกออกเป็น 2 กรณี คือเรื่องที่เกี่ยวกับนายฉลองถือว่าความผิดสำเร็จ โดยเจ้าตัวออกมายอมรับว่ามีคนไปกดบัตรแทน

ซึ่งเจ้าตัวก็ต้องรับผิดชอบไปชี้แจงกับ ป.ป.ช. หากมีใครนำเรื่องนี้ไปฟ้องร้อง ขณะที่ร่าง พ.ร.บ.งบประมาณซึ่งอยู่ระหว่างการพิจารณาของ ส.ว.ก็เช่นกัน หากมีใครไปร้องเรียนต่อศาลรัฐธรรมนูญตีความถึงเรื่องที่เกิดขึ้นซึ่งจะเป็นเรื่องใหญ่

“ทางออกในเรื่องนี่้ ส.ว.ต้องส่งร่าง พ.ร.บ.ที่มีปัญหานี้กลับมายังสภาล่าง ให้ ส.ส.พิจารณากันใหม่โดยลบคะแนนเดิมที่คุณฉลองลงในมาตราที่มีปัญหาแล้วจัดให้มีการลงคะแนนใหม่ หรือให้ ส.ว.คว่ำร่าง พ.ร.บ.งบประมาณในวาระ 3 รุ่งขึ้นรัฐบาลก็ออกเป็นพระราชกำหนดบังคับใช้ต่อไป” นายนิพิฏฐ์เสนอ

รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์กล่าวในตอนท้ายด้วยว่า เรื่องการเสียบบัตรกดคะแนนแทนนั้น เท่าที่ทราบมี ส.ส.เบอร์ใหญ่กว่านี้ด้วย

นายวิรัช รัตนเศรษฐ ประธานคณะกรรมการประสานงานสภาผู้แทนราษฎร(วิปรัฐบาล) กล่าวว่า ยังไม่ทราบข้อเท็จจริง แต่วิปรัฐบาลยืนยันมาตลอดว่าสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจะต้องเข้าประชุม และถ้าจะลงมติต้องลงมติในชื่อของตัวเอง

“ที่ประชุมวิปวันนี้(20 ม.ค.) กำชับให้ทุกพรรคกวดขัน ส.ส.ให้เข้าร่วมประชุม ส่วนกรณีที่เกิดขึ้นจะส่งผลให้ร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2563 เป็นโมฆะหรือไม่ ต้องขึ้นอยู่กับสภาจะสอบสวนและตรวจสอบ เพราะวันนี้ยังไม่มีใครทราบว่าข้อเท็จจริงเป็นว่าอย่างไร” ประธานวิปรัฐบาล กล่าว

ส่วนนายสรศักดิ์ เพียรเวช เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร กล่าวว่า นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ได้เรียกไปพบและสั่งการให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีการเสียบบัตรแทนกันตามที่นายนิพิฏฐ์ออกมาเปิดเผย

ซึ่งในเช้าพรุ่งนี้ (21 ม.ค.) จะเรียกประชุมคณะกรรมการเสนอความเห็นด้านข้อกฎหมายมาประชุมกันเพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงในเรื่องที่เกิดขึ้นว่า มีการเสียบบัตรลงคะแนนแทนกันหรือไม่ ต้องดูให้ละเอียดรอบคอบ ยังไม่ทราบว่า จะสรุปข้อเท็จจริงได้ในวันที่ 21 มกราคม หรือไม่ แต่จะพยายามทำให้เร็วที่สุด

นัดชี้ชะตา ศาลรธน.อ่านคำวินิจฉัยคดีร้อง ยุบอนาคตใหม่ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politic/411713?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=politic

นัดชี้ชะตา ศาลรธน.อ่านคำวินิจฉัยคดีร้อง ยุบอนาคตใหม่

20 มกราคม 2563 – 21:27 น.
หนังสือพิมพ์ยุบพรรคอนาคตใหม่,ศาลรัฐธรรมนูญ
เปิดอ่าน 308 ครั้ง

ลุ้นยุบอนาคตใหม่ ส.ส.ขอปักหลักพรรค ศาลเข้ม-ตร.รอรับมือ บิ๊กตู่ลงใต้อ้อนซักฟอก

นัดชี้ชะตา ศาลรธน.อ่านคำวินิจฉัยคดีร้อง ‘ยุบอนาคตใหม่’ วันนี้ สั่งเข้มรักษาความปลอดภัย บช.น.ส่งตำรวจ 150 นายรับมือมวลชน ด้านธนาธรไม่ไปฟังคำตัดสิน นัดแกนนำแสดงจุดยืนที่พรรค ฝ่ายค้านถกซักฟอก ชี้แชทหลุด “ปารีณา-ธรรมนัส” หลักฐานชิ้นสำคัญใช้ก.ม.ช่วยเหลือกัน “บิ๊กตู่” ลงใต้ คนนราฯ เชียร์พรึบ อ้อนนร.ศึกซักฟอกจะไล่นายกฯ จะช่วยเขาหรือช่วยเรา น้อยใจโซเชียลโจมตีหนัก ขณะที่ศาลฎีกานัดชี้ชะตา ‘สรยุทธ’ วันนี้ ด้านเจ้าตัวยังเก็บตัวเงียบ

ความคืบหน้ากรณีศาลรัฐธรรมนูญจะอ่านคำวินิจฉัยคดีล้มล้างการปกครอง หรือคดีอิลลูมินาติ พรรคอนาคตใหม่ ในวันที่ 21 มกราคม นั้น ล่าสุดเมื่อวันที่ 20 มกราคม มีรายงานว่า สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ นำรั้วเหล็กมาตั้งเพื่อกันพื้นที่บริเวณลานกิจกรรมอาคารราชบุรีดิเรกฤทธิ์ (ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ อาคารเอ) ป้องกันไม่ให้ผู้ที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องเข้ามาในบริเวณศาลรัฐธรรมนูญ

เนื่องจากวันที่ 21 มกราคม เวลา 11.30 น. ศาลรัฐธรรมนูญได้กำหนดนัดอ่านคำวินิจฉัย กรณีนายณฐพร โตประยูร ยื่นคำร้องเพื่อขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 49 ว่าการกระทำของพรรคอนาคตใหม่ ผู้ถูกร้องที่ 1 นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ผู้ถูกร้องที่ 2 นายปิยบุตร แสงกนกกุล ผู้ถูกร้องที่ 3 และคณะกรรมการบริหารพรรคอนาคตใหม่ ผู้ถูกร้องที่ 4 เป็นการใช้สิทธิหรือเสรีภาพเพื่อล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขหรือไม่

ศาลรธน.เข้มอ่านคำวินิจฉัย

นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ยังได้นำจอภาพขนาดใหญ่และลำโพงมาติดตั้งโถงด้านหน้าศาล เพื่อถ่ายทอดการอ่านคำวินิจฉัยผ่านระบบวงจรปิดมาให้สื่อมวลชนและประชาชนที่สนใจ เข้ารับฟังการอ่านคำวินิจฉัยคดี โดยสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญได้แจ้งมายังสื่อมวลชนถึงแนวทางปฏิบัติในวันดังกล่าว โดยจะทำการถ่ายทอดวงจรปิดลงมาบริเวณโถงชั้น 2 และห้องสื่อมวลชน หากมีการสัมภาษณ์ขอความร่วมมือสัมภาษณ์ผู้เกี่ยวข้องในคดีดังกล่าวนอกเขตที่ทำการศาลเท่านั้น

ขณะที่ พล.ต.ต.สมประสงค์ เย็นท้วม รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (รองผบช.น.) รับผิดชอบดูงานด้านความมั่นคง เปิดเผยว่า ทางกองบังคับการตำรวจนครบาล 2 (บก.น.2) จัดวางกำลังตำรวจจำนวน 1 กองร้อย หรือประมาณ 150 คน คอยรักษาความปลอดภัยและดูแลความสงบเรียบร้อยบริเวณโดยรอบศาล

โดยตนเป็นผู้ควบคุมในภาพรวม และ พล.ต.ต.พัฒนา เพศยนาวิน ผบก.น.2 ดูแลความเรียบร้อยในพื้นที่ ส่วนพื้นที่ด้านในศาล จะมีเจ้าหน้าที่ของศาลเป็นผู้ดูแลทั้งหมด สำหรับการข่าวยังไม่มีสิ่งบอกเหตุความรุนแรงใดๆ และเชื่อว่าไม่มีอะไรที่น่ากังวล

ตำรวจเข้มรับมือมวลชน

วันเดียวกัน พล.ต.ต.พัฒนา พร้อมด้วย พ.ต.อ.อำนาจ อินทรศวร ผกก.สน.ทุ่งสองห้อง ได้ร่วมประชุมกับเจ้าหน้าที่ศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อวางมาตรการดูแลความปลอดภัย และความสงบเรียบร้อย ในพื้นที่บริเวณโดยรอบศาลรัฐธรรมนูญ เบื้องต้นคาดว่า อาจจะมีมวลชนเดินทางมาให้กำลังใจในการตัดสินดังกล่าว

โดยขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อยู่ในระหว่างการประชุม ซึ่งยังไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้ว่าจะใช้กำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจมากน้อยเพียงใดในการดูแลความสงบเรียบร้อยบริเวณโดยรอบศาลรัฐธรรมนูญ

ธนาธร-อนค.ไม่ไปฟังคำตัดสิน

ด้าน น.ส.​พรรณิการ์​ วานิช​ โฆษกพรรคอนาคตใหม่ เปิดเผยว่า ในวันที่ 21 มกราคม ศาลรัฐธรรมนูญจะอ่านคำวินิจฉัยคดีล้มล้างการปกครอง หรือคดีอิลลูมินาติ แกนนำพรรค และ ส.ส.พรรคอนาคตใหม่ทั้งหมดจะมาร่วมฟังคำตัดสินพร้อมกันที่ที่ทำการพรรคอนาคตใหม่ โดยไม่เดินทางไปยังศาลรัฐธรรมนูญ​

ทั้งนี้หากสมาชิกพรรคหรือผู้สนับสนุนพรรคอนาคตใหม่ต้องการมาร่วมฟังคำตัดสินของศาลรัฐธรรมนูญไปพร้อมๆ กัน ก็สามารถเดินทางมาแสดงพลังได้ที่​สำนักงานใหญ่พรรค อาคารไทยซัมมิท ทาวเวอร์ ชั้น 5

น.ส.พรรณิการ์ กล่าวต่อว่า​ การยุบพรรคการเมืองในประเทศที่เป็นประชาธิปไตยไม่ใช่สิ่งปกติ​ และไม่ควรเกิดขึ้นจนกลายเป็นเรื่องปกติ ​เพียงเพราะพรรคทำไม่ถูกใจคนบางกลุ่มเท่านั้น เพราะพรรคการเมืองเป็นตัวแทนเสียงของประชาชนนับล้านๆ คน การทำลายพรรคจึงเท่ากับการทำลายเจตจำนงทางการเมืองของประชาชน และผลักให้คนจำนวนมากรู้สึกไม่พอใจในระบบการเมืองที่เป็นอยู่

‘สมชัย’ถามมีดาบสองหรือไม่

นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) โพสต์เฟซบุ๊ก ระบุเนื้อหาว่า ดาบแรกตัดคอสะบั้นแล้ว ยังจะต้องมีดาบสองหรือไม่ คำร้องที่ได้ยื่นต่อศาลแล้ว ก่อนศาลจะมีคำวินิจฉัยหรือมีคำสั่ง ถ้าผู้ร้องตายหรือมีการถอนคำร้อง หรือไม่มีเหตุต้องวินิจฉัยคดีนั้น ศาลจะพิจารณาสั่งจำหน่ายคดีนั้นก็ได้ เว้นแต่การพิจารณาคดีต่อไปจะเป็นประโยชน์ต่อสาธารณะ (มาตรา 51 พ.ร.ป.วิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2561) กำลังสมมุติสถานการณ์ว่า

หากในวันที่ 21 มกราคม ศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งยุบพรรคอนาคตใหม่ และเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งของคณะกรรมการบริหารพรรค ด้วยเหตุมาตรา 92(2) ของ พ.ร.ป.พรรคการเมือง ที่ระบุว่า “กระทำการอันเป็นปฏิปักษ์ต่อการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข”

แล้วคดีเงินกู้พรรค ที่ กกต.ยื่นฟ้องต่อศาลรัฐธรรมนูญ ด้วยเหตุการณ์กระทำผิด ตามมาตรา 72 “ห้ามมิให้พรรคการเมืองและผู้ดำรงตำแหน่งในพรรคการเมืองรับบริจาคเงิน ทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใด โดยรู้หรือควรจะรู้ว่าได้มาโดยมิชอบด้วยกฎหมายหรือมีเหตุสงสัยว่า มีแหล่งที่มาโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย” นั้น ยังจะเดินหน้าพิจารณาต่อไปอีกหรือไม่

“เปรียบดาบแรกตัดคอขาดแล้ว ยังต้องมีดาบสองเพื่อตัดซ้ำอีกหรือไม่ ดังนั้น เราอาจได้ยินประโยคว่า “ดังนั้น เมื่อมีคำสั่งยุบพรรคแล้ว ก็ไม่มีเหตุต้องวินิจฉัยคดีเงินกู้พรรค ซึ่งเป็นการกระทำผิด ตามมาตรา 92(3)” กระทำการฝ่าฝืนมาตรา 20 วรรคสอง มาตรา 28 มาตรา 30 มาตรา 36 มาตรา 44 มาตรา 45 มาตรา 46 มาตรา 72 หรือมาตรา 74“ ทั้งนี้เนื่องจาก ผลของคำวินิจฉัยนำไปสู่ผลที่เหมือนกัน คือ ยุบพรรคและเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง” นายสมชายระบุ

ไทม์ไลน์คดี‘อิลลูมินาติ’อนาคตใหม่

สำหรับคดีอิลลูมินาติ พรรคอนาคตใหม่นั้น นายณฐพร ยื่นคำร้องตรงต่อศาลรัฐธรรมนูญให้วินิจฉัย “ยุบพรรคอนาคตใหม่” กรณีล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขหรือไม่ โดยเมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม 2562 ศาลรัฐธรรมนูญมีมติ 5 ต่อ 4 เสียงรับคำร้องดังกล่าวไว้วินิจฉัย

จากนั้นศาลรัฐธรรมนูญส่งหนังสือให้ผู้ถูกร้องยื่นคำชี้แจงข้อกล่าวหาภายใน 15 วัน ต่อมาวันที่ 27 กันยายน 2562 พรรคอนาคตใหม่ยื่นคำแถลงปิดคดีต่อศาลรัฐธรรมนูญ จากนั้นศาลรัฐธรรมนูญมีหนังสือแจ้งพรรคอนาคตใหม่ ไม่รับคำร้องให้ไต่สวนพยาน เนื่องจากคดีมีพยานหลักฐานเพียงพอที่จะพิจารณาวินิจฉัยได้ พร้อมนัดอ่านคำวินิจฉัย ในวันที่ 21 มกราคม 2563 เวลา 11.30 น.

ศาลฎีกานัดชี้ชะตา“สรยุทธ”วันนี้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นอกจากศาลรัฐธรรมนูญจะมีคำวินัจฉัยยุบพรรคอนาคตใหม่ในวันที่ 21 มกราคม แล้ว ในวันเดียวกันนี้ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง นัดอ่านคำพิพากษาศาลฎีกา ในคดีที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีพิเศษ 2 เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นางพิชชาภา หรือ นางชนาภา บุญโต อดีตพนักงานจัดทำคิวโฆษณา บมจ.อสมท, บริษัทไร่ส้ม, นายสรยุทธ สุทัศนะจินดา กรรมการผู้จัดการบริษัทไร่ส้ม และ น.ส.มณฑา ธีระเดช พนักงานบริษัท ไร่ส้ม ฐานทุจริตค่าโฆษณาเกินเวลา รายการ คนคุ้ยข่าว ทำให้ บมจ.อสมท เสียหายกว่า 138 ล้านบาท ทั้งนี้มีรายงานว่า นายสรยุทธยังคงเก็บตัวเงียบอยู่ในบ้านพัก

คดีนี้ศาลอุทธรณ์ได้พิพากษายืนตามศาลชั้นต้นสั่งจำคุกนางพิชชาภา 20 ปี จำคุกนายสรยุทธ์ และ น.ส.มณฑา คนละ 13 ปี 4 เดือน และสั่งปรับบริษัทไร่ส้ม 80,000 บาท โดยนายสรยุทธ์ และ น.ส.มณฑา ได้ยื่นหลักทรัพย์คนละ 5 ล้านบาท ขอประกันตัวระหว่างฎีกาสู้คดี เช่นเดียวกับ น.ส.พิชชาภา ก็ได้ประกันตัวไป 5 ล้านบาทเช่นกัน

ซึ่งตามขั้นตอนเมื่อจำเลยทั้งหมดได้รับหมายศาลแล้ว ต้องเดินทางมาฟังคำพิพากษาตามนัด นอกจากมีเหตุปัจจุบันทันด่วน หรือเจ็บป่วยฉุกเฉิน ต้องมอบหมายให้ทนายความยื่นคำร้องต่อศาลเพื่อขออนุญาตเลื่อนฟังคำพิพากษาไปก่อน

นายกฯนำคณะลงพื้นที่นราธิวาส

วันเดียวกัน เมื่อเวลา 06.45 น. ที่ท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน 6 (บน.6) พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม พร้อมคณะ ออกเดินทางลงพื้นที่ในการประชุมคณะรัฐมนตรีนอกสถานที่อย่างเป็นทางการ (ครม.สัญจร) ระหว่างวันที่ 20-21 มกราคม ที่ จ.นราธิวาส

ก่อนออกเดินทาง ผู้สื่อข่าวพยายามสอบถามถึงประเด็นความขัดแย้งภายในพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) หลังมีข้อความสนทนาทางไลน์ภายในกลุ่ม ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ ระหว่าง ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กับ น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ ในความขัดแย้งเรื่องปัญหาที่ดินของ น.ส.ปารีณา โดยนายกรัฐมนตรี ได้โบกมือให้ผู้สื่อข่าว พร้อมระบุสั้นๆ ว่า “ให้ไปถามพรรค” ก่อนจะเดินเข้าห้องรับรองภายใน บน.6 ทันที

‘วิรัช-สุชาติ’ขนส.ส.ต้อนรับพรึบ

จากนั้นเวลา 09.05 น. นายกฯ พร้อมคณะ เดินทางด้วยรถยนต์โตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์ สีดำ กันกระสุน ทะเบียน กฉ 4212 ยะลา ถึงศาลเจ้าแม่โต๊ะโมะ เทศบาลเมืองสุไหงโก-ลก อ.สุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส โดยมี ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ มาต้อนรับ อาทิ นายสัมพันธ์ มะยูโซ๊ะ, นายวัชระ ยาวอหะซัน ส.ส.นราธิวาส, นายวิรัช รัตนเศรษฐ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และประธานวิปรัฐบาล, นายสุชาติ ชมกลิ่น ส.ส.ชลบุรี และประธาน ส.ส.พรรค พร้อม ส.ส.ภาคกลาง พรรคพลังประชารัฐ

อาทิ นายมณเฑียร สงฆ์ประชา ส.ส.ชัยนาท, นายรณเทพ อนุวัฒน์ ส.ส.ชลบุรี, นายสมเกียรติ วอนเพียร ส.ส.กาญจนบุรี, นายอัฏฐพล โพธิพิพิธ ส.ส.กาญจนบุรี, พ.ต.ท.ฐนภัทร กิตติวงศา ส.ส.จันทบุรี, นายทวิรัฐ รัตนเศรษฐ ส.ส.นครราชสีมา, นายอรรถกร ศิริลัทธยากร ส.ส.บัญชีรายชื่อ รวมถึง ส.ส.สงขลา เพชรบุรี สระแก้ว ระยอง และฉะเชิงเทรา

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การปรากฏตัวของนายวิรัช และกลุ่ม ส.ส.ภาคกลาง น่าจะเป็นการมาเพื่อรายงานถึงการเตรียมพร้อมในการรับมือการยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจของฝ่ายค้าน รวมถึงปัญหาความระหองระแหงภายในพรรค

นายกฯสักการะศาลเจ้าแม่โต๊ะโมะ

จากนั้นนายกฯ กล่าวภายหลังสักการะศาลเจ้าแม่โต๊ะโมะว่า ได้อธิษฐานขอพรให้ประชาชนอยู่เย็นเป็นสุข มีความปลอดภัย คิดหวังสิ่งใดขอสำเร็จทุกอย่าง จากนั้นได้พบปะกับประธานมูลนิธิเจ้าแม่โต๊ะโมะ และตัวแทนสมาคมชาวไทยเชื้อสายจีน 4 สมาคม (สมาคมฮกเฮี้ยน, สมาคมแต้จิ๋ว, สมาคมแคระ และสมาคมไหหลำ) และสมาคมอิสลามสุไหงโก-ลก

โดยนายกฯ ได้สอบถามประวัติความเป็นมาของศาลเจ้า พร้อมกล่าวแสดงความเป็นห่วงทุกคน และกล่าวชื่นชมว่าบ้านเมืองสะอาดเรียบร้อยดี ขอให้ร่วมมือกันเดินหน้าพัฒนาประเทศ เพราะรัฐบาลไม่สามารถทำได้ฝ่ายเดียว โดยทางสมาคมศาลเจ้าแม่โต๊ะโมะได้มอบเหรียญเจ้าแม่โต๊ะโมะ รุ่น 1 ปี 2515 เป็นที่ระลึกแก่นายกฯ ซึ่งนายกฯ ได้นำมาห้อยคอทันที

ชี้ส.ส.ต้องทำงานให้คุ้มกับที่ปชช.เลือก

ต่อมาเวลา 10.20 น. พล.อ.ประยุทธ์ พร้อมคณะ เดินทางมาที่อาคารรื่นอรุณ เทศบาลเมืองสุไหงโก-ลก อ.สุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส เพื่อพบปะประชาชน 2,000 คน โดยนายกฯ กล่าวสวัสดีพี่น้องประชาชนเป็นภาษาไทย และภาษามลายู “อัสสลามุอะลัยกุม” ก่อนกล่าวถึงการจัดทำงบประมาณในพื้นที่ภาคใต้ว่า ได้แบ่งเป็นสองส่วน ส่วนแรกเรื่องความมั่นคง เป็นเบี้ยเลี้ยง เงินเดือน และค่าตอบแทนเจ้าหน้าที่ และการพัฒนาพื้นที่

ซึ่งใช้งบประมาณมากพอสมควร ไม่ว่าจะเป็นพื้นที่เศรษฐกิจพิเศษ หรือโครงการต่างๆ จะต้องมีการปรับการทำงานให้สอดคล้องกับความต้องการในพื้นที่ในทุกกิจกรรม ไม่ว่าจะเป็นด้านการศึกษา การเกษตร หรือภาคอุตสาหกรรม ต้องให้ตรงตามเป้าหมาย เหมือนกับช่างตัดเสื้อ จะต้องตัดให้ตรงคนเป็นกลุ่ม งบประมาณจะต้องกระจายลงไปในพื้นที่ หลายคนอาจมองว่าทำไมไม่ให้เป็นก้อนใหญ่ๆ ซึ่งเห็นว่าต้องให้แบบนั้น เพราะไม่เช่นนั้นจะไม่สามารถบริหารได้ ก็ทำให้บางคนได้ แต่บางคนไม่ได้ประโยชน์จากโครงการ จึงได้จัดงบประมาณให้เกิดประโยชน์ต่อส่วนรวม

อ้อนคนใต้ใครรักนายกฯบ้าง

จากนั้น นายกฯ ได้ถามประชาชนว่า “ใครรักผม ให้ยกมือขึ้น” ซึ่งประชาชนที่มาส่วนใหญ่ก็ยกมือขึ้น นายกฯ จึงกล่าวว่า ตกลงเข้าใจตรงกัน แต่เดี๋ยวก็จะหาว่าสร้างภาพอีก เป็นทหาร บางทีพูดเพราะบ้าง ไม่เพราะบ้าง แต่ใจผมมีความจริงใจ

ตอนนี้หลายคนสนใจเรื่องความสวยงามเยอะ แต่สวยงามแล้วต้องมีสติปัญญา มีสมองด้วย ถามอะไรต้องตอบได้ เวลาไปสมัครงานจะยิ้มอย่างเดียวคงไม่ได้ คนไม่สวยมักมีสมอง คนสวยคนใหญ่มักมีสมอง และที่นั่งกันอยู่ตรงนี้ทุกคนสวยและมีสมอง ขอให้เข้าใจว่าที่พูดไปนั้นไม่ได้ว่าใคร เดี๋ยวจะหาว่าไปละเมิดสิทธิคนอื่นเข้าอีก ที่พูดเพราะอยากกระตุ้นตัวเอง

ขอตอนนี้อย่าหลงไปเชื่อใคร

จากนั้นเวลา 14.30 น. ที่โรงเรียนนราธิวาส ต.โคกเคียน อ.เมือง จ.นราธิวาส นายกฯ ได้ถามนักเรียนว่า ตอนเช้าเราร้องเพลงชาติไทยเริ่มต้นด้วยอะไร ซึ่งนักเรียนได้ร้องพร้อมกัน จากนั้นนายกฯ ได้แนะนำ ส.ส.ที่มา พร้อมกล่าวว่า เป็น ส.ส.พรรคร่วมรัฐบาล ตอนนี้จะพรรคอะไรก็เป็นพรรครัฐบาล วันนี้พรรคร่วมรัฐบาล มีพรรคพลังประชารัฐ พรรคประชาธิปัตย์ พรรคภูมิใจไทย 3 พรรคหลัก

รัฐบาลนี้มี 19 พรรคอยู่ภายใต้การบริหารงานของ พล.อ.ประยุทธ์ ไม่เคยมีมากเท่านี้มาก่อน แล้วคิดดูซิว่าจะปวดหัวหรือไม่ แต่น่ารักทุกคน ไม่มีปัญหาหรอก ฉะนั้นเอารัฐบาลนี้ก่อนเพราะความหวังอยู่ที่รัฐบาลนี้ อย่าเพิ่งไปหวังในรัฐบาลหน้า ตอนนี้เชื่อฉันก่อนอย่าหลงไปเชื่อใคร เข้าใจใช่หรือไม่

“ลุงเองไม่ได้ไปบังคับหรือขู่เข็ญใครสักคนเลย ลุงไม่ได้ทำให้ใครเดือดร้อน แต่ยิ่งพูดไปทำไปคนที่จะเดือดร้อนคือตัวลุงเอง แต่ก็ยอมเพราะชีวิตนี้พลีเพื่อแผ่นดิน” นายกฯ กล่าว ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทันทีที่นายกฯพูดมาถึงตรงนี้ นักเรียนในห้องได้ส่งเสียงเชียร์และปรบมือดังลั่นห้อง

อ้อนเด็กเชียร์ รับมือศึกซักฟอก

นอกจากนี้ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวถึงการอภิปรายไม่ไว้วางใจว่า ตอนนี้เขากำลังจะอภิปรายไม่ไว้วางใจ จากนั้น นายกฯ กล่าวถามเด็กนักเรียนว่า “เขาจะเปิดการอภิปรายไม่ไว้วางใจชุดนี้ มีใครอยากให้กำลังใจลุงหรือไม่” ขณะที่เด็กนักเรียนไม่มีใครยกมือ ก่อนนายกฯ กล่าวย้ำว่า เขาจะเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจ ไล่นายกฯ เด็กทั้งหมดภายในห้องประชุมร้อง “อ้อ”

แล้วนายกฯ ก็ยิ้มก่อนถามอีกว่า “จะช่วยเขาหรือจะช่วยเรา วันนี้ไม่ได้พูดเรื่องการเมือง แต่เป็นเรื่องความรักส่วนตัว ระหว่างเรา คนชอบพอกัน พูดให้เห็นหัวใจของลุง ลุงมีสี่ห้องหัวใจ แต่ข้างในมีชั้นเยอะ” ทำให้เด็กนักเรียนต่างพากันหัวเราะ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวต่อว่า แต่ที่มีชั้นเยอะ เพราะมีปัญหารุมเร้าเข้ามาเยอะ

ซึ่งปัญหาเหล่านั้นทำให้คณะรัฐมนตรี และข้าราชการ ต้องเดือดร้อนเป็นทุกข์ด้วยเช่นกัน แต่ถ้าทุกคนไปด้วยกันในทิศทางเดียวกัน และเดินไปสู่เป้าหมายสุดท้ายเดียวกัน ทุกเรื่องก็จะสำเร็จได้ ทั้งนี้ ใครอยากเป็นอะไรก็ขอให้ได้เป็น เป็นในสิ่งที่ตัวเองชอบ อย่าเป็นไปตามที่เพื่อนชอบ เพราะจะทำให้เกิดปัญหาในอนาคต

น้อยใจโซเชียลโจมตีรุนแรง

ต่อมาเวลา 16.00 น. ที่หอประชุมบรมราชกุมารี สำนักงานคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดนราธิวาส ต.โคกเคียน อ.เมืองนราธิวาส หลังจากพบปะผู้นำศาสนาและชาวไทยมุสลิม นายกฯ กล่าวว่า วันนี้เราเป็นครอบครัวเดียวกัน ในประเทศไทยไม่ว่าจะนับถือศาสนาใด เชื้อชาติใด ทุกอย่างอยู่ได้ร่วมกันจนถึงปัจจุบันนี้

วันนี้เพิ่งเปิดเฟซบุ๊กมา ก็รู้สึกน้อยใจเหมือนกัน มาบอกว่านายกฯ แทนที่จะแก้ปัญหาให้คนกรุงเทพฯ แต่หนีไปเที่ยวใต้ซะแล้ว มาเที่ยวหรือนี่ คนแบบนี้เยอะ พอไปเหนือก็บอกว่าไปแอ่วเหนือ นี่คือสิ่งที่เป็นวิกฤติ ที่ทุกคนเข้าถึงโซเชียลทั้งหมด ระบบการบริหารจัดการจะมีปัญหา ทุกอย่างมีปัญหาหมด การบริหารแผ่นดินก็มีปัญหา ต่างประเทศก็มี เพราะทุกคนเข้าถึงช่องทางนี้หมด การสร้างความรัก ความเกลียดชังมันเกิดขึ้น จึงอยากสร้างภูมิคุ้มกันที่ดีว่าสิ่งที่เขาพูด ใช่สิ่งที่ตนพูดใช่ไหม

7พรรคถกเตรียมซักฟอก

วันเดียวกัน นายภูมิธรรม เวชยชัย ที่ปรึกษาผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร กล่าวว่า ในการอภิปรายไม่ไว้วางใจ 7 พรรคฝ่ายค้านได้พูดคุยกันไปบางส่วนแล้ว จะมีการหารือกันอีกครั้งในวันนี้ว่า พรรคใด มีประเด็นใด โดยไม่ได้เอาจำนวน ส.ส.มาเฉลี่ยว่าจะได้พูดพรรคละเท่าใด จะยึดเอาความเสียหายที่เกิดขึ้นกับประชาชนและประเทศชาติเป็นสำคัญ หากพรรคใดมีประเด็น มีหลักฐานที่ชัดเจน สามารถอภิปรายได้ตามกรอบเวลา

ภายใน 2 วันนี้จะสามารถสรุปและยื่นญัตติขออภิปรายไม่ไว้วางใจได้ภายในสัปดาห์นี้ โดยจะทำหน้าที่ฝ่ายค้านอย่างเต็มความสามารถ การอภิปรายครั้งนี้ถ้าสามารถพิสูจน์ให้ประชาชนเห็นได้ รัฐบาลไม่สามารถแก้ปัญหาได้ ก็ควรเปิดโอกาสให้คนอื่นเข้ามาทำหน้าที่ ประชาชนไม่จำเป็นต้องอดทน ที่ผ่านมาได้ทนมามากพอแล้ว เวลาทนต่อไปไม่มีอีกแล้ว เราต้องการคนที่ถูกตัว และคนที่ถูกต้อง เข้ามาทำหน้าที่แก้ปัญหาให้แก่ประชาชน

“หญิงหน่อย” เข้าพรรคนัดแรก

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการประชุมคณะกรรมการยุทธศาสตร์ของพรรคเพื่อไทย (พท.) ในเวลา 13.30 น. คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์ของพรรค ได้เดินทางมาเข้าร่วมประชุมตามปกติแล้ว ซึ่งนับเป็นการเข้าประชุมวงยุทธศาสตร์ครั้งแรกนับตั้งแต่มีกระแสข่าวลาออกจากตำแหน่งตั้งแต่ช่วงปีใหม่ที่ผ่านมา

พท.ชี้แชทหลุดหลักฐานสำคัญ

นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด โฆษกพรรคเพื่อไทย แถลงข่าวประจำสัปดาห์กรณีมีข้อความสนทนาในไลน์กลุ่ม ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ ระหว่าง ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ กับ น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี ว่า เรื่องแชทหลุดของรัฐมนตรีช่วย กับส.ส. เมื่อมีการสอบถามไปยัง พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ก็มองว่าเป็นเรื่องขำขัน เป็นเรื่องตลก

ซึ่งพรรคเพื่อไทยขอเรียกร้องว่า เรื่องดังกล่าวนี้ไม่ใช่เรื่องน่าหัวเราะ สิ่งที่ควรทำคือออกมาขอโทษประชาชน เพราะประเด็นสำคัญคือเรื่องนี้เป็นใบเสร็จ เป็นหลักฐานชิ้นสำคัญ ว่ามีคนกลุ่มหนึ่งพยายามใช้กฎหมายช่วยเหลือซึ่งกันและกัน เห็นว่ามีความพยายามในการเจรจาต่อรอง และใช้ข้อกฎหมายอะลุ่มอล่วย ซึ่งอาจจะเป็นการทุจริตคอร์รัปชั่นรูปแบบหนึ่งหรือไม่ คือ การทุจริตเชิงอำนาจ ทุจริตเชิงกฎหมาย และการทุจริตกับความรู้สึกของประชาชนหรือไม่

ดังนั้นเรื่องนี้จะต้องถูกนำไปอภิปรายไม่ไว้วางใจ คนที่ต้องรับผิดชอบคือ พล.อ.ประยุทธ์ เพราะเป็นคนที่แต่งตั้งคนที่มีคุณสมบัติไม่เหมาะสมเข้ามาเป็นรัฐมนตรี รวมถึงปล่อยให้มีการเจรจาต่อรองใช้กฎหมายช่วยเหลือพวกพ้อง

‘ธนกร’ยันไร้เจรจาแลกไม่ซักฟอก

นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกพรรคพลังประชารัฐ กล่าวถึงกระแสข่าวการเสนอสัญญาใจแลกกับการไม่ถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจของรัฐมนตรีบางคนว่า ไม่เป็นความจริง พรรคพลังประชารัฐไม่มีการเจรจากับพรรคเพื่อไทย หรือกับใครทั้งสิ้น เราพร้อมที่จะชี้แจงในทุกเรื่อง และไม่มีการแลกเปลี่ยนผลประโยชน์ใดๆ

ซึ่งตรงกับนายภูมิธรรม ที่ออกมายืนยันชัดเจนว่า ไม่มีการซูเอี๋ยหรือแลกเปลี่ยนผลประโยชน์เพื่อแลกกับการไม่อภิปรายรัฐมนตรีบางคน ทั้งนี้ คงเป็นการปล่อยข่าวของผู้ไม่หวังดีและประสงค์ร้ายกับทุกฝ่าย อย่างไรก็ตาม การอภิปรายไม่ไว้วางใจนั้น ขึ้นอยู่กับข้อมูลหลักฐานต่างๆ ซึ่งรัฐบาลบริหารงานมา 6 เดือน ดำเนินโครงการต่างๆ เพื่อประโยชน์ของประชาชน ตรงไปตรงมา ยึดประชาชนเป็นที่ตั้ง ดังนั้น เราพร้อมที่จะให้ตรวจสอบ

ซัด“อนุสรณ์”มโนปมไลน์หลุด

นายธนกร กล่าวอีกว่า ส่วนกรณีที่รายชื่อรัฐมนตรีที่ฝ่ายค้านจะยื่นอภิปรายยังไม่นิ่งนั้น เข้าใจว่าฝ่ายค้านคงหารืออย่างรอบคอบ พิจารณาข้อมูลหลักฐานต่างๆ อยู่ เพราะการอภิปรายจะใช้ความรู้สึกไม่ได้ ต้องมีหลักฐาน ข้อมูลที่ชัดเจน ที่สำคัญ รัฐบาลนี้ไม่มีการทุจริตคอร์รัปชั่น จึงอาจทำให้ฝ่ายค้านยังไม่สามารถสรุปได้ว่าจะอภิปรายใคร

ส่วนกรณีที่ นายอนุสรณ์ ระบุว่า แชทไลน์หลุดระหว่างรัฐมนตรีกับ ส.ส.ของพรรคพลังประชารัฐ เป็นหลักฐานสำคัญที่ชี้ว่ามีการใช้กฎหมายช่วยเหลือกัน และจะนำไปอภิปรายไม่ไว้วางใจด้วยนั้น เป็นแค่การจินตนาการ โหนกระแสหวังเป็นข่าวรายวัน แต่ไร้ข้อเท็จจริง เพราะเรื่องนี้ไม่ได้มีปัญหาอะไร เจ้าหน้าที่ดำเนินการโดยยึดตามกฎหมายเป็นหลัก และปฏิบัติอย่างเท่าเทียม เชื่อว่าผู้ที่เกี่ยวข้องสามารถชี้แจงได้

“วิรัช”ไร้อำนาจเรียกมาเคลียร์

ที่รัฐสภา เกียกกาย นายวิรัช รัตนเศรษฐ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล หรือประธานวิปรัฐบาล ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีข้อความแชทไลน์ของ น.ส.ปารีณา กับ ร.อ.ธรรมนัส ในห้องไลน์ของพรรคว่า อาจเป็นการหยอกเย้ากันธรรมดา เป็นปกติไม่ได้ขัดแย้งกัน ถ้าจะมีขัดแย้งกันก็เป็นเรื่องงอนกันนิดๆ หน่อยๆ เท่านั้น ขออย่านำเรื่องนี้ไปขยายความ

อย่างไรก็ตาม ในฐานะประธานวิปรัฐบาลไม่ได้มีอำนาจที่จะเรียกทั้ง 2 ฝ่ายมาไกล่เกลี่ย เพราะคนหนึ่งก็เป็น รมช.เกษตรและสหกรณ์ ส่วนอีกคนหนึ่งก็เป็น ส.ส. ซึ่งมีวุฒิภาวะด้วยกันทั้งคู่ เช่นเดียวกับกรณีที่มี ส.ส.พลังประชารัฐ ในฐานะ กมธ.การป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ ที่มีภาพความขัดแย้งจนถูกวิพากษ์วิจารณ์ และอาจกระทบต่อภาพลักษณ์ของพรรคนั้น ตนไม่ได้เป็นกรรมการจริยธรรมของพรรค คงจะดำเนินการอะไรไม่ได้มาก แต่เชื่อว่าเรื่องที่เกิดขึ้นจะไม่กระทบต่อภาพลักษณ์ของพรรค เพราะเป็นเรื่องเฉพาะตัว ใครพูดสิ่งใดก็ติดตัวไปตลอด และประชาชนจะเป็นผู้ตัดสินเอง

ป.ป.ช.เปิดทรัพย์สิน‘4 ส.ส.-ส.ว.’

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) จะดำเนินการเปิดเผยบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สิน พร้อมเอกสารประกอบของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองให้สาธารณชนทราบ จำนวน 4 ราย ได้แก่ 1.นายเผดิมชัย สะสมทรัพย์ ส.ส.พรรคชาติไทยพัฒนา เข้ารับตำแหน่งเมื่อวันที่ 6 พฤศจิกายน 2563 2.นายนวัธ เตาะเจริญสุข อดีต ส.ส.พรรคเพื่อไทย พ้นจากตำแหน่งเมื่อวันที่ 16 ตุลาคม 2562 3.นายอภิชาติ โตดิลกเวชช์ ส.ว. เข้ารับตำแหน่งเมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน 2562 4.นายชยุต สืบตระกูล ส.ว. พ้นจากตำแหน่งเมื่อวันที่ 26 กันยายน 2562

นักการเมืองโดยสายเลือด Family Man สำหรับครอบครัว #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/people/411001?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=people

นักการเมืองโดยสายเลือด Family Man สำหรับครอบครัว

17 มกราคม 2563 – 10:30 น.
ของโปรดคนดัง,นออนุดิษฐ์ นาครทรรพ,ผู้การป๊อป
เปิดอ่าน 334 ครั้ง

นักการเมืองโดยสายเลือด Family Man สำหรับครอบครัว คอลัมน์…  ของโปรดคนดัง  โดย…  ปราโมทย์ ฝ่ายอุประ

ผันตัวจากนักบินขับไล่เอฟ 16 กองทัพอากาศ มาเป็นนักการเมือง “ผู้การป๊อป” น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ เคยขึ้นสู่ตำแหน่งสูงสุดทางการเมืองเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร

มาวันนี้ก็ได้รับบาทสำคัญเป็นเลขาธิการพรรคเพื่อไทย เป็นแม่บ้านบริหารจัดการการทำงานภายในพรรค

“ผู้การป๊อป” เล่าถึงจุดเปลี่ยนที่หันมาลงเล่นการเมืองตามคำชวนของ “ผู้พันปุ่น” น.ต.ศิธา ทิวารี เพื่อนซี้ ทั้งที่เส้นทางการรับราชการยังไปได้สวย และน่าจะไปได้สูง

“ความฝันในการรับราชการทหารคือต้องการเป็นนักบิน การได้เป็นผู้บังคับฝูงบินขับไล่สกัดกั้นที่ 102 กองบิน 1 จ.นครราชสีมา ถือว่าบรรลุจุดสูงสุดของการเป็นนักบินกองทัพอากาศแล้ว แต่ยังมีอีกความฝันหนึ่งคือการเป็นนักการเมือง เลยเปลี่ยนเส้นทางการเดิน”

ชีวิตทางการเมืองของ “ผู้การป๊อป” ถือว่าเป็นความผูกพันทางสายเลือด สืบทอดกันมา ปู่ของเขา ”นพ.อ้วน นาครทรรพ” อดีตเสรีไทยยุคสงครามโลกครั้งที่ 2 อดีต ส.ส.อุทัยธานี 3 สมัย พ่อของเขา น.ต.ฐิติ นาครทรรพ อดีตเลขาธิการพรรคสามัคคีธรรม เป็นคนรวบรวมพรรคการเมืองและส.ส.ยุคนั้น ชู “พล.อ.สุจินดา คราประยูร” ขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรี มีน้องสาวอีกคน ”ชมพูนุท นาครทรรพ” อดีตผู้สมัครส.ส.หนองคาย พรรคประชาธิปัตย์

  เมื่อเส้นทางชีวิตเปลี่ยนวิถีชีวิตก็ต้องเปลี่ยนไปด้วย

เส้นทางเดินทางการเมืองสำหรับ “ผู้การป๊อป” ยังอีกยาวไกล

….หันมาพูดถึงของโปรดของชอบ ถ้าว่าตั้งแต่สมัยเป็นข้าราชการ “ผู้การป๊อป” เป็นคนชอบออกกำลังกายหลายชนิด ที่ชอบมากสุดคือบาสเกตบอล รองลงมาคือฟุตบอล แต่กีฬาเหล่านั้นล้วนแต่เป็นกีฬาที่ต้องเล่นเป็นทีม ต้องนัดเพื่อนฝูงรวมกลุ่มกันไปเล่น

ซึ่งชีวิตนักการเมืองไม่ตอบโจทย์ตรงนั้น

ทำให้ต้องหันมาเปลี่ยนเป็นเล่นกีฬาที่ไม่ต้องรวมกลุ่มกับใครมาก แค่สามสี่คนก็เล่นได้ นั่นคือกีฬากอล์ฟ

ทุกวันนี้หากว่างงานเร็ว “ผู้การป๊อป” จะไปไดรฟ์กอล์ฟที่สนามกรุงเทพกรีฑา 1 ชั่วโมงก่อนเข้าบ้าน

ก๊วนการเมืองที่ออกรอบเป็นประจำจะเป็นแกนนำหลักที่ร่วมกันทำงานให้พรรคเพื่อไทยตอนนี้ ทั้ง ชลน่าน ศรีแก้ว, สุทิน คลังแสง, จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์

ส่วนโมเมนต์น่ารักอบอุ่นก็มี ถ้าวันว่างงาน ว่างการลงพื้นที่ “ผู้การป๊อป” คุณพ่อลูก 5 จะมอบเวลาทั้งหมดให้ครอบครัว เช่นพาลูกๆ ไปกินข้าวนอกบ้าน

ร้านอาหารประจำจะเป็นร้านอาหารญี่ปุ่น “โอโตยะ” เพราะเป็นที่ถูกใจของคนในครอบครัว ส่วนคนเป็นพ่อก็พึงพอใจ ที่ร้านเขาเปลี่ยนเมนูอาหารตลอดทำให้ไม่จำเจ

ถ้าเป็นอาหารไทย “ผู้การป๊อป” ยกให้ร้าน “จานกับข้าว” ของ “ส.ส.อ๊อฟ” สุรชาติ เทียนทอง คนคุ้นเคยในค่าย กทม.พรรคเพื่อไทย ถึงขั้นออกปากว่า “เมนูแนะนำของร้านนี้รับรองว่ากินแล้วจะติดใจ”

Family Mam จริงๆ สำหรับผู้การป๊อป ถ้าว่างเว้นงานหลายๆ วันก็จะพาครอบครัวไปเที่ยวโน่นเที่ยวนี่

“ผมประทับใจและคิดถึงบรรยากาศเวลาได้เดินทางไปต่างจังหวัดกับคุณพ่อ “น.ต.ฐิติ นาครทรรพ” ได้คุยกันในรถและได้ความรู้เกี่ยวกับเส้นทางที่เดิน ทุกวันนี้ยังนึกถึงอยู่ ก็เลยอยากจะได้ใช้เวลาเช่นนั้นกับลูกๆ บ้าง”

     “ผู้การป๊อป” ถือเป็นนักการเมืองที่แบ่งเวลางานกับครอบครัวลงตัวจริงๆ…

ครอบครัวประชาธิปไตย ความสุขจากคนรอบข้าง #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/people/410776?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=people

ครอบครัวประชาธิปไตย ความสุขจากคนรอบข้าง

16 มกราคม 2563 – 09:30 น.
ภูมิธรรม เวชยชัย,ครอบครัวประชาธิปไตย
เปิดอ่าน 474 ครั้ง

ครอบครัวประชาธิปไตย ความสุขจากคนรอบข้าง คอลัมน์…   ของโปรดคนดัง โดย…  ปราโมทย์ ฝ่ายอุประ

ตั้งแต่พ้นตำแหน่งเลขาธิการพรรคเพื่อไทยที่อยู่มาหลายปี “พี่อ้วน” ภูมิธรรม เวชยชัย หน้าตาสดใส มีเวลาเป็นของตัวเองมากขึ้น

แต่ถึงอย่างไร ใช่จะไร้ตำแหน่งในพรรค

ยังมีตำแหน่งอย่างเป็นทางการ เป็นที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ที่ปรึกษาผู้นำฝ่ายค้าน แถมยังต้องรับหน้าที่ประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้านอีกด้วย

“พี่อ้วน” เลยต้องมีนัดหมายประชุมแทบทุกวันอยู่ดี

แต่เจ้าตัวยืนยันว่าตอนนี้มีเวลาว่างมากขึ้นกว่าตอนเป็นเลขาธิการพรรคเยอะ มีเวลาให้แก่ครอบครัวมากกว่าเดิม

ทำให้มีเวลาดูแลตัวเองมากยิ่งขึ้น ก่อนหน้านี้แม้มีปัญหาสุขภาพแต่ด้วยภาระงานที่รัดตัวทำให้ไม่ได้ดูแลตัวเองเท่าที่ควร

ตอนนี้แบ่งเวลาสำหรับการออกกำลังกายชัดเจน

ต้องมีเวลาเดินสายพานอย่างน้อยวันละ 30 นาที ถ้าเป็นวันเสาร์-อาทิตย์ก็จะชวนครอบครัว ภรรยาและลูกสาวไปเดินออกกำลังกายที่สวนรถไฟ อย่างน้อย 1-2 ชั่วโมงต่อครั้ง

ที่น่าอิจฉากว่านั้น ครอบครัว “เวชยชัย” เป็นครอบครัวประชาธิปไตย

มักหยิบยกปัญหาบ้านเมืองมาพูดคุยกันเพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นอย่างเปิดกว้าง และเคารพความเห็นซึ่งกันและกัน มีประเด็นการเมืองอะไรขึ้นมา ลูกสาวคนกลางที่อยู่ด้วยกันจะหยิบมาพูดคุยสะท้อนว่าคนส่วนใหญ่ในสังคมมีความคิดเห็นประเด็นนั้นๆ อย่างไร

  ทำให้ “ภูมิธรรม” รับรู้กระแสสังคมไม่ตกกระแส

ถือเป็นกระจกเงาสำหรับทำงานการเมือง

ความสุขที่สุดคือคนในครอบครัวเข้าใจการทำงานและเป็นแรงหนุนให้ทำหน้าที่

เวลานี้ถ้ามีนัดกินข้าวกับใครก็ตาม เลือกได้ “พี่อ้วน” จะนัดกินข้าวเที่ยงหรือจิบน้ำชายามบ่าย เพราะมื้อเย็นถ้าไม่จำเป็นจริงๆ จะเป็นเวลาของครอบครัว เมื่อกินข้าวกันแล้วจะได้มีเวลาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันได้เต็มที่

หลังจากคุยเต็มที่แล้วเวลา 4 ทุ่มจะเป็นเวลาส่วนตัว “พี่อ้วน” จะรีแล็กซ์ด้วยการฟังเพลง เพื่อเป็นการผ่อนคลายและปล่อยจิตใจให้ล่องลอยไปตามเสียงเพลง

เพลงส่วนใหญ่จะเป็นทั้งเพลงไทยและเพลงสากล แต่เน้นเป็นเพลงยุค 60-70 ศิลปินที่ฟังเป็นประจำต้องยกให้ “ทูล ทองใจ-สมยศ ทัศนพันธ์-ดิอิมพอสซิเบิ้ล-จํารัส เศวตาภรณ์-เท่ห์ อุเทน พรหมมินทร์”
แต่เจ้าตัวบอกแม้เป็นนักฟังเพลง แต่ไม่ชอบร้องเพลง เพราะคิดว่าไม่มีพรสวรรค์ในด้านนี้

ส่วนเรื่องอาหารการกิน ครอบครัวเวชยชัย จะหาเวลากินข้าวด้วยกันเป็นประจำ

นอกจากกินอาหารด้วยกันที่บ้านแล้วจะหาเวลาไปกินข้าวนอกบ้านเดือนละ 1 ครั้ง ที่ไหนว่าดีว่าอร่อยเป็นต้องไปลอง ไม่ว่าจะเป็นอาหารไทย ญี่ปุ่น เวียดนาม อิตาลี

  ได้ทำงานที่รักที่ชอบ มีคนรอบข้างที่เข้าใจ…ชีวิตแบบนี้น่าอิจฉาสุดๆ

‘แพรพลอย’ เรียนดี กิฬาเด่น…วาดฝันสู่อาชีพ นวดไทย #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/people/410728?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=people

‘แพรพลอย’ เรียนดี กิฬาเด่น…วาดฝันสู่อาชีพ นวดไทย

16 มกราคม 2563 – 00:05 น.
นวดไทย,เรียนดี,กิฬาเด่น,แพรพลอย
เปิดอ่าน 846 ครั้ง

‘แพรพลอย’ เรียนดี กิฬาเด่น สมาคมซอฟท์เทนนิส คนล่าสุด วาดฝันก้าวสู่อาชีพนวดไทย เรื่อง/ภาพโดย…ชลธิชา ศรีอุบล

“น้องแพร” นางสาวแพรพลอย มหานิล นักศึกษาชั้นปีที่ 1 สาขาแพทย์แผนไทยประยุกต์ วิทยาลัยการแพทย์แผนไทย มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) ธัญบุรี นักกีฬาซอฟท์เทนนิส เยาวชนทีมชาติไทย ได้รับคัดเลือก “นักกีฬาดีเด่น สมาคมซอฟท์เทนนิส”จัดโดยสมาคมกีฬาแห่งประเทศไทย ประจำปี2562คนล่าสุด สาวน้อยเมืองกล้วยไข่ บุตรของนายแพทย์นภดล ลุประสงค์ และนางบุปผชาติ มหานิล

นางสาวแพรพลอย มหานิล

แพรพลอย เล่าว่า สำหรับรายการแข่งขันและรางวัลที่ผ่านมา รองชนะเลิศอันดับ 1 หญิงเดี่ยว และหญิงคู่ การแข่งขันกีฬาซอฟท์เทนนิสชิงชนะเลิศแห่งเอเชียครั้งที่ 1 ประเทศฟิลิปปินส์ รองชนะเลิศอันดับ 2 หญิงเดี่ยวThe3rd World Junior Soft Tennis Championshipsณ เมืองSuncheonสาธารณรัฐเกาหลี 4 เหรียญทอง ประเภท หญิงเดี่ยว หญิงคู่ หญิงผสม ทีมหญิง รายการเยาวชนแห่งชาติ ครั้งที่ 34 น่านเกมส์ นักกีฬาดีเด่น รายการเยาวชนแห่งชาติ ครั้งที่ 34“น่านเกมส์ 3 เหรียญทอง ประเภท หญิงเดี่ยว คู่ผสม ทีม 1 เหรียญ4เงิน ประเภทคู่ นักกีฬาดีเด่น รายการเยาวชนแห่งชาติ ครั้งที่ 35“บุรีรัมย์เกมส์”


แพรพลอย เล่าว่า ถึงจุดเริ่มต้นของการเล่นกีฬาว่า เพราะป่วยเป็นโรคหอบ คุณพ่อและคุณแม่อยากให้หายจากอาการป่วย จึงอยากให้เล่นกีฬา ซึ่งตอนนั้นลูกพี่ลูกน้องได้ลงเรียนการเล่นเทนนิสแล้วไม่ไปเรียน ตนเองจึงลงเรียนตามจึงเริ่มเล่นเทนนิสตั้งแต่6ขวบ และเล่นเรื่อยมาจนถึงอายุ12ปี หลังจากนั้นโค๊ชที่สอนตนเองได้เปลี่ยนมาสอนซอฟท์เทนนิส

“แพรพลอยจึงเปลี่ยนจากการเล่นเทนนิสมาเป็นซอฟต์เทนนิสตอนอายุ15ปี และได้เข้าร่วมการแข่งขันตามรายการต่าง ๆ จนได้รับคัดเลือกเป็นนักกีฬาซอฟท์เทนนิสจังหวัดกำแพงเพชร และได้มีโอกาสเข้ารับการคัดเลือกเป็นนักกีฬาซอฟท์เทนนิส เยาวชนทีมชาติไทย จนถึงปัจจุบัน” แพรพลอย  ย้อนอดีต

        “บางคนมองว่า เล่นกีฬาจะทำให้เสียการเรียน ซึ่งตนเองเป็นอีกคนที่ขอพิสูจน์ ถ้าทุกคนรู้จักการจัดสรรเวลา ไม่มีทางเสียการเรียน เล่นกีฬายังส่งผลต่อสุขภาพของเราอีกด้วย และทุกครั้งที่ออกแข่งขันตามรายการต่าง ๆ ได้รับมิตรภาพจากเพื่อน ๆ” แพรพลอย กล่าว

        “แม้ซ้อมกิฬาหนัก แต่ผลการเรียนเทอมที่ผ่านมา แพรพลอยได้เกรดเฉลี่ย 3.2 แบ่งเวลาในการซ้อม 3 วัน 18.00–20.00 น. วันจันทร์–วันพุธ ซ้อมที่สนามกีฬาของมหาวิทยาลัย ส่วนในช่วงของการเก็บตัวรายการแข่งขันชิงแชมป์โลก ซ้อมที่สมาคม “ แพรพลอย เล่าด้วยรอยยิ้ม

เส้นทางชีวิตของแพรพลอย หลังสำเร็จการศึกษาจากโรงเรียนกำแพงเพชรพิทยาคม สายวิทย์–คณิต จังหวัดกำแพงเพชร ได้รับโควต้านักกีฬา เรียนที่สาขาแพทย์แผนไทยประยุกต์ วิทยาลัยการแพทย์แผนไทย มทร.ธัญบุรี  ด้วยทางบ้านคุณพ่อ พี่ชาย เป็นแพทย์แผนปัจจุบัน คุณแม่เป็นนางพยาบาล แพรพลอยวาดฝันอยากเรียนเกี่ยวกับแพทย์แผนโบราณ เพื่อนำไปประยุกต์ใช้ในการประกอบอาชีพในอนาคต

       “ดีใจที่ยูเนสโก ประกาศขึ้นทะเบียนนวดไทย ซึ่งเป็นการปูทางให้แพรพลอยในการประกอบอาชีพในอนาคต” แพรพลอย กล่าวทิ้งท้าย

ชีวิตเจ้าสัว..นั่งสมาธิ รำไท้เก๊ก ขี่บิ๊กไบค์ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/people/410553?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=people

ชีวิตเจ้าสัว..นั่งสมาธิ รำไท้เก๊ก ขี่บิ๊กไบค์

15 มกราคม 2563 – 11:20 น.
ของโปรดคนดัง,วิรุฬ เตชะไพบูลย์,เจ้าสัววิรุฬ,ตีกอล์ฟ,บิ๊กไบค์
เปิดอ่าน 655 ครั้ง

ชีวิตเจ้าสัว..นั่งสมาธิ รำไท้เก๊ก ขี่บิ๊กไบค์ คอลัมน์… ของโปรดคนดัง โดย… ปราโมทย์ ฝ่ายอุประ

ตลอด 73 ปี ทุกจังหวะก้าวของ “เจ้าสัว” วิรุฬ เตชะไพบูลย์ จาก ”เร็วจี๊ดสู่ Slow life แต่ฟิตเปรี๊ยะ!” ที่ชีวิตวันนี้ยังคลุกคลีในแวดวงการเมือง ปักธงอยู่กับทีมเศรษฐกิจพรรคเพื่อไทย

แถมดีกรีผู้บริหารสนามกอล์ฟโลตัส วัลเล่ย์ กอล์ฟ รีสอร์ท จ.ฉะเชิงเทรา จนคว้ารางวัลสนามกอล์ฟที่ดีที่สุดในเอเชีย 2 ปีซ้อน

นั่งเก้าอี้ที่ปรึกษาประธานมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง องค์กรสาธารณกุศลครบวงจรที่ทำงานช่วยเหลือสังคมมา 110 ปี
ก่อนหน้านี้เป็นอดีต รมช.คลัง และอดีตผู้แทนการค้าไทยในสมัยรัฐบาล “ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร” และอดีต รมช.พาณิชย์ สมัยรัฐบาล “สมัคร สุนทรเวช”

เป็นผู้ให้คำปรึกษาคำแนะนำต่างๆ ในการออกแบบการก่อสร้างศูนย์การค้าขนาดใหญ่ “เวิลด์เทรด เซ็นเตอร์” ของตระกูล “เตชะไพบูลย์” เพื่อรองรับการเติบโตของเมืองหลวง กลายเป็นพื้นที่ทางเศรษฐกิจและจุดเช็กอินในตำนาน “ลานเบียร์” บริเวณหน้าลานห้างสรรพสินค้า ก่อนขายกิจการและเปลี่ยนผ่านเป็น “เซ็นทรัลเวิลด์” ในปัจจุบัน

แม้งานหนักแค่ไหนแต่สุขภาพต้องมาก่อน เคล็ดลับสุขภาพของ “เจ้าสัววิรุฬ” ที่โปรดปรานเป็นพิเศษ
ตื่นเช้ามา “นั่งสมาธิ” อย่างน้อยวันละ 30 นาที ต่อด้วย “รำไท้เก๊ก” ยืดเส้นยืดสาย ปรับสมดุลร่างกาย บำรุงเส้นเอ็น กล้ามเนื้อ และฝึกจิตใจให้สุขุมเยือกเย็นไปในแต่ละกระบวนท่า

อย่างท่าปรับลมปราณ ท่าเฉิดฉายสายรุ้ง ท่ายืดเส้นปล่อยหมัด ทำให้ร่างกายแข็งแรง เพราะการร่ายร่ำไท้เก๊กแต่ละท่า เป็นการเคลื่อนไหวในความสงบนิ่ง มั่นคงดั่งขุนเขา แต่นุ่มเบาเหมือนสายไหมลื่นไหลดังสายน้ำ นี่คือจิตวิญญาณแห่งการรำไท้เก๊ก
ช่วงแรกๆ แค่ “ท่ายืนกับลมหายใจ” ครูให้ฝึกอยู่ 20 นาที ดูเหมือนง่าย แต่ยากต้องอาศัยความอดทน เพียรพยายาม ความมีวินัยสูงมากในการฝึกฝน กว่าจะผ่านในแต่ละกระบวนท่าจนพลิ้วไหวอย่างทุกวันนี้ ไม่ได้มาง่ายๆ

“ตีกอล์ฟ” อย่างน้อยอาทิตย์ละครั้ง ไปออกรอบที่สนามกอล์ฟกรุงเทพกรีฑา

ของรักของหวง สะสมมานาน “มอเตอร์ไซค์ 70 คัน” ในจำนวนนี้ “บิ๊กไบค์ บีเอ็มดับเบิลยู” 50 คัน รุ่นลิมิเต็ด จอดเรียงรายอยู่ในห้องแอร์ สภาพสมบูรณ์ “เครื่องยนต์ น้ำมัน ระบบต่างๆ สะอาดวิบวับ” มีช่างประจำ 1 คน คอยดูแลใกล้ชิดเสมือนลูก
หลังออกกำลังกายเสร็จ “เจ้าสัววิรุฬ” ต้องเดินมาลูบคลำ ดูไปยิ้มไป ชวนให้ย้อนวันวานถึงสมัยหนุ่มๆ
แต่จะเป็นไบค์เกอร์ขั้นเทพ! หรือเปล่าก็ไม่รู้ ที่แน่ๆ มีคนมาขอให้แนะนำสุดยอดเทคนิคการเข้าโค้งแบบ “เข่าเช็ดพื้น” ที่ชาวไบค์เกอร์ทุกคนอยากสัมผัส
ทั้งหมดเป็นความสุขตามแบบฉบับ “เจ้าสัววิรุฬ” จิตเป็นนาย กายเป็นบ่าว เมื่อจิตแข็งแกร่ง กายย่อมแข็งแรงเป็นธรรมดา

เป็นตัวอย่างการสร้างสมดุลชีวิตของวัย….อาวุโส OK จริงๆ