วิธีขับรถลุยน้ำท่วมต้องรู้ไว้ได้ประโยชน์ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/390439?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=scoop

วิธีขับรถลุยน้ำท่วมต้องรู้ไว้ได้ประโยชน์

26 กันยายน 2562 – 09:05 น.
อ๊อด เทอร์โบดับเครื่องชน,น้ำท่วม,ขับรถลุยน้ำ
เปิดอ่าน 40 ครั้ง

คอลัมน์… อ๊อด เทอร์โบ..ดับเครื่องชน oddturbo1900@gmail.com

‘ดับเครื่องชน’ มีความห่วงใยสถานการณ์น้ำท่วมในหลายท้องที่จะพยายามให้ติดตามข่าวอากาศไว้เพื่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของท่านเอง

ล่าสุดกรมอุตุนิยมวิทยาพยากรณ์อากาศว่าจะมีฝนพายุในหลายจังหวัดจึงต้องเตรียมรับมือไว้เป็นการด่วนเพื่อเป็นการป้องกันและไม่ประมาท

วันก่อนมีผู้ปรารถนาดีส่งไลน์ถึงวิธีการขับรถลุยน้ำท่วมซึ่งเป็นสารประโยชน์มากเพราะรู้ไว้รถจะได้ไม่พังมีอายุการใช้งานและขอเตือนอีกนิดว่าจะต้องยกรถหรือนำรถมาไว้ในที่สูงเผื่อน้ำท่วมไหลบ่าฉับพลัน

วิธีการแรกคือปิดแอร์เพราะหากเปิดไว้พัดลมระบายความร้อนอาจตีน้ำกระจายเข้าห้องเครื่องเสี่ยงไฟช็อตและใบพัดลมหักได้ซึ่งต้องทำเป็นประการแรก

ใช้เกียร์ต่ำ ต้องวิ่งไปช้าๆ หรือภาษาทางการว่าใช้ความเร็วต่ำประมาณเกียร์ 1-2 หรือ L (LOW) และเคลื่อนรถไปเรื่อยๆ ขับรถช้าๆ ไม่ควรขับเร็ว เพราะน้ำเคลื่อนกระแทกฟุตบาทจะย้อนกลับเข้ารถ และอย่าจอดรถแช่น้ำไว้

ให้ตามรถคันหน้าและชิดคันหน้าให้มากที่สุด โดยต้องอยู่ในระยะปลอดภัยและเมื่อพ้นระยะลุยน้ำแล้วให้เหยียบเบรกย้ำๆ เพื่อไล่น้ำออกจากระบบเบรก และที่สำคัญห้ามดับเครื่องทันที ให้ติดเครื่องไว้สักพักเพื่อไล่น้ำที่ย้อนมาทางท่อไอเสีย

สิ่งเหล่านี้บางท่านอาจจะทราบมาบ้างแล้ว แต่อยากนำเสนออีกครั้งเพราะอีกนานกว่าจะพ้นสภาพน้ำท่วมหรือฝนตกหนักและขอบคุณที่ปรารถนาดีต่อผู้ร่วมชาติเดียวกัน

คนเราจะเห็นใจกัน-เข้าใจกันก็ตอนนี้แหละ
อ๊อด เทอร์โบ

ยกเลิกการเกณฑ์ทหาร
รัฐบาลต้องมองให้ทะลุ

ผมขอสนับสนุนพรรคการเมืองที่ยกเลิกการเกณฑ์ทหารหรือปฏิรูประบบไอ้เณรเสียใหม่และเท่าที่ทราบมาพรรคฝ่ายค้าน เช่น พรรคเพื่อไทย-พรรคอนาคตใหม่-พรรคเสรีรวมไทย ต่างหนุนกันเต็มที่ ซึ่งจะทำให้กองทัพมีขนาดเล็กลงและมีประสิทธิภาพมากขึ้น

คนรุ่นใหม่ต่างมองเห็นว่านายพลบ้านเรามีมากเหลือเกินรวมทุกเหล่าทัพแล้วเกือบ 2 พันคน ให้เหลือสัก 400-500 คนก็ยังดี หรือกำลังพลรวมทัพเหลือสัก 50% ราวๆ 2 แสนคน ก็สวยเพราะเดี๋ยวนี้ที่เหมือนในหนังติดตามปลายปืนเข้าแทงกันหมดสมัยแล้ว

เดี๋ยวนี้ใช้โดรนหรือจรวดนำวิถียิงเข้าใส่กันตูมๆ เสียหายย่อยยับไม่เปลืองชีวิตนักบินด้วยและได้ผลดีอย่างโรงกลั่นน้ำมันซาอุฯ โดนโดรนลึกลับโจมตีป่นปี้ มีอีกหลายวิธีที่จะทำให้กองทัพมีขนาดเล็กลงและเดี๋ยวนี้มีรายจ่ายมากมายอย่างเรือดำน้ำ, เครื่องบินขับไล่, รถถัง ฯลฯ ก็แพงมากๆ

ผมจึงขอรัฐบาลรับฟังพรรคการเมืองและความจริงที่เป็นอยู่ทุกวันนี้ครับ
วินัย (บางเขน)

เรียนคุณ ‘วินัย’ บางเขน
เท่าที่ทราบว่า ‘พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา’ นายกรัฐมนตรีและในตำแหน่งรัฐมนตรีกลาโหม ก็สนใจเรื่องนี้มากและกลับจากต่างประเทศก็เตรียมให้ผู้บัญชาการเหล่าทัพสรุปว่าจะเอาไงดี

ผมเองก็ขอยกมือสนับสนุนด้วยคนเพราะะระบบทหารเกณฑ์จับใบดำ-ใบแดง หรือเอาทหารเกณฑ์ไปเป็นทหารรับใช้ควรยกเลิกได้แล้ว

รั้วของชาติของมีเกียรติมีศักดิ์ศรีมากกว่านี้และปัจจุบันมีคนต้องการสมัครเป็นทหารมากๆ ลองหาวิธีการหรือเงื่อนไขดูเถิด

ผมว่าต่อไปทหารอาสาสมัครจะมีคนต้องการสมัครมากจนต้องคัดเลือกแข่งขันกันแน่ๆ
อ๊อด เทอร์โบ

นักการเมืองรวยจริงๆ
ส.ส.แจ้งกรุสมบัติจริงหรือ?

ผมขอร้องเรียนผ่านไปยังบรรดาผู้บริหารป.ป.ช. หรือผู้เกี่ยวข้องโดยไม่ต้องการคำตอบว่าเป็นอย่างไรแต่อยากระบายความรู้สึกให้ทราบ

เกี่ยวกับบัญชีทรัพย์สินของรัฐมนตรี ส.ส. ส.ว. หรือนักการเมืองทั้งหลายว่าแต่ละท่านร่ำรวยจริงๆ และมีน้อยที่มีหนี้สิน

โดยเฉพาะส.ส.ผู้หญิงมีกระเป๋าราคาเป็นแสนเป็นล้านนับร้อยๆ ใบ หรือส.ส.รัฐมนตรีผู้ชาย มีพระเครื่อง มีเหล็กไหลราคาเป็นร้อยเป็นพันล้าน

จึงอยากถามว่าเข้ามาทำงานเพื่อประชาชนหรืออะไรกันแน่-เอามาบริจาคช่วยน้ำท่วม-ภัยแล้งหรือเปล่า?
สุรพล (อุบลฯ)

สร้างพลังบวกสังคมเข้มแข็ง #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/390435?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=scoop

สร้างพลังบวกสังคมเข้มแข็ง

26 กันยายน 2562 – 07:40 น.
สร้างพลังบวกสังคมเข้มแข็ง,องค์การอนามัยโลก,ปัญหาฆ่าตัวตาย,พลังบวก
เปิดอ่าน 33 ครั้ง

บทบรรณาธิการ หนังสือพิมพ์ คมชัดลึก ฉบับวันพฤหัสบดีที่ 26 กันยายน 2562

ในช่วงที่ผ่านมาปัญหาประการหนึ่งของสังคมไทยที่ยังเป็นเรื่องที่แก้ไขได้ยากลำบากคือปัญหาการฆ่าตัวตาย ซึ่งเกิดขึ้นกับคนทุกกลุ่มทุกอาชีพและหลากหลายวัย โดยเฉพาะในกลุ่มวัยเรียน ที่ล่าสุดก็มีนักศึกษามหาวิทยาลัยชื่อดังฆ่าตัวตาย และหน่วยงานภาครัฐแห่งหนึ่งคือ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ก็ต้องปรับแผนอย่างจริงจังเพื่อป้องกันบุคลากรในหน่วยงานฆ่าตัวตายเช่นกัน จึงเกิดคำถามว่าด้วยเหตุใดทำไมคนจึงตัดสินใจฆ่าตัวตายมากขึ้น และจะมีวิธีการใดป้องกันเพื่อไม่ให้เกิดการสูญเสีย ปัญหานี้มีหลายหน่วยงานทั้งที่เกี่ยวข้องโดยตรงและองค์กรด้านสุขภาวะได้พยายามตีโจทย์พร้อมเสนอแนวทางสร้างเกราะป้องกันตลอดจนแนวทางพัฒนาสุขภาวะทางจิตและการประคับประคองดูแลพร้อมแนะนำให้ครอบครัวรวมทั้งบุคคลที่อยู่ในสภาพแวดล้อมของผู้ที่อ่อนแอมีปัญหาเข้ามาร่วมช่วยเหลือ

วันที่ 10 กันยายน ของทุกปี องค์การอนามัยโลกได้กำหนดให้เป็นวันป้องกันการฆ่าตัวตายโลก (World Suicide Prevention Day) กรมสุขภาพจิต ได้เปิดเผยถึงสถิติการฆ่าตัวตายในประเทศไทย ในปี 2561-2562 หากเปรียบเทียบตัวเลขรอบ 6 เดือน พบปี 2561 รอบ 6 เดือนแรก มีสัดส่วน 3.14% ต่อประชากร 1 แสนคน ส่วนรอบ 6 เดือนหลัง 3.18% ต่อประชากร 1 แสนคน และในปี 2562 รอบ 6 เดือนแรก อยู่ที่ 3.08% ต่อประชากร 1 แสนคน เฉลี่ยประมาณ 11-12 รายต่อวัน โดยพบว่าสาเหตุมาจากเรื่องความสัมพันธ์ 53.04%, ปัญหาจากสุรา 29%, โรคทางกาย 25.7, ปัญหาด้านเศรษฐกิจ 19%, โรคทางจิต 12% และโรคซึมเศร้า 7.8% นอกจากนี้ในปี 2561 จากข้อมูล 183 ประเทศ พบว่าไทยมีอัตราการฆ่าตัวตายติดอันดับ 32 ของโลก เฉลี่ย 14.4 คนต่อประชากร 1 แสนคน

กรณี “น้องต๊อด” อายุ 22 ปี นักศึกษา ปวช.ชั้นปี 2 แผนกช่างยนต์ วิทยาลัยสารพัดช่างเชียงใหม่ ซึ่งเป็นผู้พิการครึ่งท่อน ได้โพสต์ผ่านเฟซบุ๊กขอความช่วยเหลือหาสถานที่ฝึกงานจนสร้างกระแส “พลังบวก” ให้แก่สังคมอย่างมาก ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความเข้มแข็งและการไม่ยอมล้มเลิกหรือสิ้นหวังต่อการพัฒนาตัวเอง ไม่ยอมจมอยู่กับความท้อแท้แต่สามารถสร้างพลังใจในการก้าวเดินในชีวิต ขณะเดียวกัน สสส.ได้มีแนวทางเรื่อง “สร้างพลังบวกขจัดพลังลบ” เพราะการที่ไปจดจ่อกับเรื่องด้านลบก็เปรียบเสมือนว่ากำลังวางยาพิษให้แก่จิตใจของตัวเองและทำให้ทุกอย่างอ่อนแอตามไปด้วย จึงมีหลักต้องให้กำลังใจตัวเองและมองข้อผิดพลาดให้เป็นเรื่องบวก มองเป็นการเรียนรู้ ที่สำคัญคือต้องหมั่นฝึกสร้างพลังบวกให้สม่ำเสมอเพื่อมีวัคซีนต้านความทุกข์เศร้า เมื่อถึงจุดนั้นปัญหาต่างๆ จะสามารถแก้ไขลุล่วงได้

สังคมไทยยังไม่ให้ความสำคัญในการป้องกันและเสริมสร้างพลังในด้านสุขภาวะทางจิตมากเท่ากับการรักษาสุขภาพกาย และยิ่งในปัจจุบันเทคโนโลยีก้าวหน้าและความสัมพันธ์ในสังคมมีความซับซ้อนหลายมิติมากขึ้น ยิ่งสามารถสร้างผลกระทบต่อจิตใจได้มากขึ้น อย่างเช่นในโลกออนไลน์ที่มีข้อความด้านเกลียดชังหรือเฮทสปีชตลอดจนการกลั่นแกล้งคุกคามในโซเชียลมีเดียก็มีไม่เว้นแต่ละวัน อีกทั้งความใกล้ชิดในสังคมระดับครอบครัวอาจน้อยลง จะด้วยสภาพแวดล้อมหรือความจำเป็นด้านเศรษฐกิจยิ่งทำให้โจทย์ในการแก้ปัญหาก็ซับซ้อนตามไปด้วย ดังนั้นหลักองค์รวมสำคัญจึงควรเริ่มจากตนเองก่อนในการสร้างพลังบวกและสติให้เข้มแข็ง รวมทั้งขยายออกไปโดยสังคมทุกภาคส่วนร่วมสนับสนุนสร้างกำลังใจ สร้างเกราะป้องกันที่จะเป็นประโยชน์ทั้งในส่วนบุคคล รวมทั้งส่วนรวมเพราะปัญหานับวันจะรุนแรงขึ้น

เหล้า ดื่มหนักซดเร็ว..เสี่ยงตาย #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/390229?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=scoop

เหล้า ดื่มหนักซดเร็ว..เสี่ยงตาย

25 กันยายน 2562 – 12:55 น.
สิงห์นักดื่ม,สายตรวจระวังภัย,เหล้า ดื่มหนักซดเร็วเสี่ยงตาย,นพสรายุทธ์ บุญชัยพานิชวัฒนา
เปิดอ่าน 61 ครั้ง

คอลัมน์… สายตรวจระวังภัย โดย… ทีมข่าวอาชญากรรม

นาทีนี้นอกจากข่าวในแวดวงการเมืองและสถานการณ์น้ำท่วมภาคอีสาน โดยเฉพาะที่ จ.อุบลราชธานี ซึ่งถือว่าปีนี้เจอวิกฤติหนัก แต่ยังมีคดีอาชญากรรมที่ตอนนี้ผู้คนส่วนใหญ่ยิ่งแล้วในสังคมออนไลน์ต่างให้ความสนใจและเกาะติดความคืบหน้าของคดี นั่นคือการเสียชีวิตอย่างปริสนาของ “ลัลลาเบล” น.ส.ธิติมา นรพันธ์พิพัฒน์ พริตตี้สาวชื่อดัง และตอนนี้ผลชันสูตรสาเหตุการเสียชีวิตเป็นที่แน่ชัดว่า “ช็อกเหล้า” เพราะพบปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือดสูงถึง 418 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ ในส่วนของคดีตำรวจใกล้ได้ข้อสรุปเต็มทน โดยอาจมีการแจ้งข้อกล่าวหามากกว่า 1 คนก็เป็นไปได้

ทว่าสาเหตุการเสียชีวิตของพริตตี้สาวทำให้หลายฝ่ายหลายหน่วยงานเป็นกังวลและต้องออกมาเตือนให้ “สิงห์นักดื่ม” ระแวดระวังพฤติกรรมการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เพราะร่างกายคนเราไม่เหมือนกัน บางคนไม่เป็นไร ในขณะที่บางคนเสียชีวิตได้ โดยแอลกอฮอล์จะออกฤทธิ์กดระบบประสาทส่วนกลาง ถ้ากระดกเร็วๆ จะทำให้แอลกอฮอล์ในกระแสเลือดเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว เสี่ยงต่อการสำลัก อาเจียน หายใจไม่ออก หยุดหายใจ และหมดสติ

เกี่ยวกับเรื่องนี้ กรมการแพทย์ โดย สถาบันบำบัดรักษาและฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแห่งชาติบรมราชชนนี (สบยช.) ซึ่งเป็นหนึ่งในหลายหน่วยงานได้ออกมาเตือนว่าการดื่มแอลกอฮอล์ปริมาณมากในระยะเวลาสั้นๆ อาจทำให้เกิดภาวะแอลกอฮอล์เป็นพิษเฉียบพลัน ส่งผลให้หมดสติ ไม่รู้สึกตัวถึงขั้นเสียชีวิตได้!

นพ.ภาสกร ชัยวานิชศิริ รองอธิบดีกรมการแพทย์ เปิดเผยว่า เมื่อดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์เข้าสู่ร่างกายจะถูกดูดซึมและกระจายไปทุกส่วนของร่างกายภายในเวลา 5 นาที จะออกฤทธิ์กดระบบประสาทส่วนกลาง มีผลต่อการทำงานของระบบต่างๆ ในร่างกาย การดื่มแอลกอฮอล์ช่วงแรก จะทำให้ร่างกายมีระดับแอลกอฮอล์ในเลือดอยู่ที่ประมาณ 50 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ เมื่อมากกว่า 200 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ จะทำให้ผู้ดื่มเกิดอาการสับสน หากมากกว่า 300 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ ทำให้เกิดอาการง่วง สับสน ซึม มึนงง และถ้ามากกว่า 400 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ขึ้นไป อาจทำให้สลบ ซึ่งปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือดที่สูงในระดับนี้สามารถกดสมองส่วนที่เกี่ยวข้องกับการหายใจ การรู้สึกตัวของผู้ที่ดื่มและทำให้เสียชีวิตได้

ด้าน นพ.สรายุทธ์ บุญชัยพานิชวัฒนา ผู้อำนวยการ สบยช. บอกว่า การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ปริมาณมากในระยะเวลาสั้นๆ อาจทำให้เกิดภาวะแอลกอฮอล์เป็นพิษเฉียบพลัน อันตรายถึงขั้นเสียชีวิตได้ ซึ่งอาจมีสัญญาณบ่งบอกและอาการเตือนภาวะสุราเป็นพิษ เช่น เกิดอาการสับสน พูดไม่ชัดหรือพูดไม่รู้เรื่องอย่างหนัก อาเจียน จังหวะการหายใจผิดปกติหรือหายใจช้าลง ตัวเย็นผิดปกติ ผิวหนังซีดหรือกลายเป็นสีม่วง หมดสติ ไม่รู้สึกตัว หรือรู้สึกตัวแต่ไม่สามารถตอบสนองการรับรู้ได้ ในกรณีที่ภาวะสุราเป็นพิษรุนแรงอาจส่งผลทำให้ผู้ป่วยเกิดอาการโคม่า สมองถูกทำลาย และอาจเสียชีวิตได้ในที่สุด

“ขอย้ำเตือนกลุ่มนักเที่ยวกลางคืน หากพบเพื่อนหรือบุคคลอื่นๆ มีอาการดังกล่าวให้รีบโทรแจ้ง 191 หรือ 1669 เพื่อขอความช่วยเหลือ หรือนำส่งโรงพยาบาลเพื่อพบแพทย์อย่างเร่งด่วน และสามารถให้การดูแลเบื้องต้นโดยการพยายามปลุกให้ตื่นและพยุงให้อยู่ในท่านั่ง ให้ดื่มน้ำเปล่าในกรณีที่สามารถดื่มได้ พยายามทำให้ร่างกายอบอุ่น หากผู้ป่วยเป็นลมหมดสติ ให้จัดนอนในท่านอนตะแคง คอยสังเกตอาการจนกว่ารถพยาบาลจะมารับ” นพ.สรายุทธ์ กล่าวย้ำ

เมื่อเป็นเช่นนี้สายดื่มคงต้องระวัง อย่าชะล่าใจว่าคอแข็ง ดื่มหนัก ยกซด กระดกเร็ว ถ้าแอลกอฮอล์ในเลือดทะลุ 400 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์เมื่อไหร่อาจต้องหยุดหายใจไปตลอดกาล..!!

ศึกขอนแก่น ‘คุณเงิน’ รอล้างตา คนตระกูล ‘เตาะ’ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/390203?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=scoop

ศึกขอนแก่น ‘คุณเงิน’ รอล้างตา คนตระกูล ‘เตาะ’

25 กันยายน 2562 – 09:32 น.
เสี่ยเต๊าะ,นวัธ เตาะเจริญสุข สสขอนแก่น พรรคเพื่อไทย,นวัธ เตาะเจริญสุข,เสี่ยเตาะ นวัธ,พรรคเพื่อไทย,สสขอนแก่น พรรคเพื่อไทย,ตระกูลคุณเงิน,ตัดสินประหาร,รายงานพิเศษ,เจาะประเด็นร้อน,ท่องยุทภพ,ขุนน้ำหมึก,คมชัดลึก
เปิดอ่าน 1,002 ครั้ง

คอลัมน์ ‘ท่องยุทธภพ’ โดย ‘ขุนน้ำหมึก’ หนังสือพิมพ์คมชัดลึก 25 ก.ย.62

*******************************

สืบเนื่องจากกรณีศาลจังหวัดขอนแก่นพิพากษาให้ประหารชีวิต นวัธ เตาะเจริญสุข” ส.ส.ขอนแก่น พรรคเพื่อไทย ข้อหาจ้างวานฆ่า สุชาติ โคตรทุม อดีตปลัด อบจ.ขอนแก่น หากไม่สามารถดำเนินเรื่องขอประกันตัวได้และถูกคุมขังโดยหมายของศาลจะถือว่าสิ้นสมาชิกภาพความเป็น ส.ส.โดยทันที

หาก “นวัธ” สามารถประกันตัวได้ สมาชิกภาพความเป็นส.ส.จะยังคงอยู่ไปจนกว่าการต่อสู้คดีถึงที่สุดชั้นศาลฎีกาเพราะคดีนี้เพิ่งจบในศาลชั้นต้น

สงคราม ตระกูล

สมรภูมิเลือกตั้งส.ส.ขอนแก่น เมื่อ 24 มีนาคม 2562 ที่เขตเลือกตั้งที่ 7 (อ.หนองเรือ และ อ.มัญจาคีรี) ไม่ต่างอะไรกับศึกสองตระกูล ระหว่าง นวัธ เตาะเจริญสุข” พรรคเพื่อไทย กับ สมศักดิ์ คุณเงิน” พรรคพลังประชารัฐ

ผลการนับคะแนน ปรากฏว่า “นวัธ” ได้ 29,710 คะแนน เฉือนชนะ “สมศักดิ์” ที่ได้ 26,553 คะแนน โดยมีผู้สมัคร ส.ส.พรรคอนาคตใหม่ สอดแทรกเข้ามาได้ 12,414 คะแนน

การต่อสู้ของ ตระกูล “เตาะเจริญสุข” กับ “คุณเงิน” บนสมรภูมิการเมือง อ.หนองเรือนั้น ยาวนานมาตั้งแต่ปี 2544 จนถึงปี 2562

นวัธ เตาะเจริญสุข

เลือกตั้งปี 2544 นวัธ หรือชื่อเดิม ประสิทธิ์ เตาะเจริญสุข” ลงสมัคร ส.ส.ครั้งแรกในนามพรรคราษฎร พ่าย สมศักดิ์ คุณเงิน อดีต ส.ส.ขอนแก่น พรรคเสรีธรรม

เลือกตั้งปี 2548 นวัธ (ชื่อเดิม-ประสิทธิ์) ย้ายมาอยู่พรรคมหาชน ก็ยังแพ้สมศักดิ์ สังกัดพรรคไทยรักไทย (เสรีธรรมยุบพรรครวมกับไทยรักไทย)

ปี 2550 ประสิทธิ์เปลี่ยนชื่อเป็น “นวัธ” ย้ายเข้าพรรคพลังประชาชน และได้เป็นส.ส.ขอนแก่น สมัยแรก ส่วน “สมศักดิ์” ต้องเว้นวรรค เนื่องจากเป็นกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทยที่ถูกยุบ

ปี 2554 นวัธต้องต่อสู้กับสมศักดิ์อีกหน เมื่ออดีตส.ส.ชาวหนองเรือ ส่งพี่ชาย-จงรักษ์ คุณเงิน พรรคชาติพัฒนาเพื่อแผ่นดินลงสนามแทน แต่ก็พ่ายกระแสเพื่อไทยไปขาดลอย

คนหนองเรือพูดเป็นเสียงเดียวกันหากคนแซ่ “เตาะ” ไม่ได้สวมเสื้อพรรคทักษิณ ก็ไม่ได้เป็นผู้แทนหรอก

สมศักดิ์”รอล้างตา

กล่าวสำหรับ สมศักดิ์ คุณเงิน” เป็นชาว อ.หนองเรือ โดยกำเนิด สมัยวัยหนุ่มเคยร่วมการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยช่วง 14 ตุลาคม 2516 เมื่อเรียนจบนิติศาสตร์ ธรรมศาสตร์ กลับมาบ้านตั้งสำนักงานทนายความ “ไชโยทนายความ” และได้เป็น ส.จ.ขอนแก่น เขต อ.หนองเรือ

ปี 2529 สมศักดิ์ลงเลือกตั้งส.ส.ในสีเสื้อพรรคกิจประชาคม แต่พ่ายทีมพรรคกิจสังคม ปี 2531 สมศักดิ์เบียดเข้าเป็น 1 ใน 3 ส.ส.ขอนแก่น เขต 4 (สุวิทย์ คุณกิตติ, พงส์ สารสิน และสมศักดิ์ คุณเงิน) ได้เป็น ส.ส.สมัยแรก

หลังจากนั้นสมศักดิ์ย้ายไปสังกัดพรรคสามัคคีธรรมและพรรคเสรีธรรม ไม่เคยสอบตก กระทั่งพรรคไทยรักไทยถูกยุบและต้องย้ายไปเป็นกองเชียร์พรรคชาติพัฒนาเพื่อแผ่นดิน ตามคำร้องขอของเสี่ยพินิจ จารุสมบัติ

สมศักดิ์ คุณเงิน

ช่วงว่างเว้นการเป็น ส.ส. สมศักดิ์รับตำแหน่งประธานสภาเกษตรกร จ.ขอนแก่น และหลังแพ้เลือกตั้งครั้งล่าสุด สมศักดิ์ได้รับการแต่งตั้งเป็นข้าราชการการเมือง

สมศักดิ์ยังมีสายสัมพันธ์อันดีกับเสี่ยพินิจ และผองเพื่อนคนเดือนตุลา

ส.จ.ตี๋” ทายาท “เสี่ยเตาะ”

ดังที่ทราบ “นวัธ” หรือ “เสี่ยเตาะ” ไม่ใช่คนขอนแก่นโดยกำเนิด เมื่อ 30 ปีที่แล้วตระกูล “เตาะเจริญสุข” อพยพจาก อ.ลาดบัวหลวง จ.พระนครศรีอยุธยา ไปปักหลักทำมาค้าขายที่ อ.หนองเรือ จ.ขอนแก่น เริ่มจากตั้งโรงน้ำแข็งและค้าขายวัสดุก่อสร้าง ตอนหลังเปิดบริษัท นวัธการโยธา รับเหมาก่อสร้างทั่วขอนแก่น

น้ำดื่มแมกซ์มวยไทย บริการฟรีในพื้นที่ อ.หนองเรือ

ในวันที่ “สมศักดิ์ คุณเงิน” ยังเบ่งบารมีเป็น “ผู้แทนลูกชาวนา” เสี่ยเตาะสวมบทคนใจถึงพึ่งได้ส่งน้ำแข็งและน้ำดื่มไปบริการให้ฟรียามที่มีงานบุญ จนเป็นที่รักใคร่ของคนหนองเรือ

เสี่ยเตาะในวัย 25 ปี ได้รับเลือกตั้งเป็น ส.อบจ.ขอนแก่น เขต อ.หนองเรือ และขยับเป็นรองนายก อบจ.ขอนแก่น เมื่อปี 2550 ได้เป็น ส.ส. ก็เหมือนพยัคฆ์ติดปีก

เสี่ยนวัธ กับหลานชาย-สุรพจน์ เตาะเจริญสุข

อ.หนองเรือ มี ส.อบจ. 2 เขต ก็อยู่ในเครือข่ายเสี่ยเตาะหมด ได้แก่ สุรพจน์ เตาะเจริญสุข” เขต 1 และ สิรินิษฐ์ เตาะเจริญสุข” เขต 2 ดูแลมวลชนในพื้นที่เขตเลือกตั้ง

ก่อนหน้าเลือกตั้ง 2562 มีข่าวว่า เสี่ยเตาะจะส่งหลานชาย “ส.จ.ตี๋” สุรพจน์ เตาะเจริญสุข ทายาททางการเมืองลงสนาม ส.ส.เขต 7 แทน แต่ตอนหลังเปลี่ยนใจลงสนามเอง

สิรินิษฐ์ เตาะเจริญสุข

หากเที่ยวนี้ “นวัธ” ต้องหลุดส.ส.จริง ก็ขึ้นอยู่กับกรรมการบริหารพรรคเพื่อไทย จะเลือกหลานชายเสี่ยเตาะ หรือเลือก ธนิก มาสีพิทักษ์ อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ ลงสนามรักษาพื้นที่

จริงหรือเท็จ….งูเห่าภาคสาม #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/390211?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=scoop

จริงหรือเท็จ….งูเห่าภาคสาม

25 กันยายน 2562 – 08:45 น.
จี้จุดตายคลายจุดเป็น,ลุงตู่,งบประมาณรายจ่าย,งูเห่าภาคสาม,เพื่อไทย,พลังประชารัฐ
เปิดอ่าน 60 ครั้ง

จริงหรือเท็จ….งูเห่าภาคสาม คอลัมน์…  จี้จุดตายคลายจุดเป็น  โดย…   เร้นกาย ไร้เงา

ไม่กี่วันข้างหน้า ร่างกฎหมายงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2563 สภาผู้แทนฯ จะมีการลงมติในวาระแรก หากร่างกฎหมายการเงินฉบับนี้ไม่ผ่าน “ลุงตู่” ต้องแสดงความรับผิดชอบด้วยการลาออกหรือยุบสภา

เสียงของขั้วรัฐบาลยามนี้คือ 251 ส.ส. ขั้วฝ่ายค้านมี 246 ส.ส. และฝ่ายค้านอิสระ 2 เสียง…

เสียงข้างมากคือสิ่งที่รัฐบาลต้องการในการลงมติ ดังนั้นคนวงในของ พปชร.จึงหมายมั่น “งูเห่าภาคสาม” มาสมทบ เพราะเสียงเข้มแข็งของแกนนำ พปชร.นั้น เชื่อว่า ”4 เสียงของเศรษฐกิจใหม่” จะมาเทแต้มให้ขั้วรัฐบาล และรอดูแบบวันต่อวันว่า 2 เสียงของฝ่ายค้านอิสระในวันนั้นจะแสดงผลในทางใดในร่างกฎหมายการเงินฉบับนี้ รวมทั้งเสียงของบางชีวิตใน 7 พรรคฝ่ายค้าน ที่ ผจก.เรือเหล็กส่งสินสอดและค่าบำรุงรายเดือนไว้ล่วงหน้าแล้วให้หันมาเทใจให้ลุงตู่

          และเร็วๆ นี้หวังว่า…งูเห่าจาก พท.จะมาแตะขั้วรัฐบาล กว่า 10-20 เสียง แบบรวมกันเฉพาะกิจตามดีลที่ยิงเงื่อนไขไป

แต่การหวังงูเห่าภาคสามนั้นมีเงื่อนไขให้ลุ้นว่าในไม่กี่วันข้างหน้าก่อนครบหนึ่งปีการประกาศผลเลือกตั้งนั้น ชะตากรรมของพรรคอนาคตใหม่น่าจะรู้แจ้งเห็นชัด หลังเซียนการเมืองทั้งหลายแทงหวยว่า “หัวหน้าพรรค” ไม่รอด ! ส่วนพรรคสีส้มนั้นยังลุ้นว่าโดนยุบไหม ?

และเมื่อพิเคราะห์สำเนียงของแกนนำขั้วฝ่ายค้านคือคุณหญิงหน่อยที่ยอมรับแบบกั๊กๆ ว่า มี ส.ส.พท.โดนจีบจากคีย์แมนพปชร. พร้อมหลักฐานคือคลิปและซองปัจจัยสีน้ำตาล รวมทั้งยืดอกรับว่า 20 ชีวิตของพท.โดนทาบจริงแต่ไม่พร้อมสวิงขั้วไปหนุนเรือเหล็กแน่นอน

แบบนี้แสดงว่า พท.กับพปชร.ยอมรับการกำเนิดของงูเห่าการเมืองภาคสาม เพียงแต่ “รอเวลาปฐมฤกษ์เปิดตัว” และเมื่อย้อนไปตรวจสิ่งที่แกนนำพท.เคยระบุไว้หลังรู้เลือกตั้งว่า พท.ราว 20 คน น่าจะปันใจและมีการล้อมฟาร์มไม่ให้การเพาะพันธุ์งูเห่าบังเกิดบนถนนเพชรบุรีตัดใหม่ จาก พท.และอนค. เพราะก่อนหน้านี้คนสวมเสื้อสีส้มเคยออกมาแถลงว่าโดนทาบทามในราคาแปดหลักให้มาร่วมหนุนลุงตู่ แต่ไม่มีใครย้ายสำมะโนครัว

กลเกมการเมืองยามนี้ต้องเล่นทุกวิถีทั้งใต้ดิน บนดิน เหนือน่านฟ้า และดิ่งทะเลลึก แต่ยามนี้ขั้วหนุนลุงตู่หมายมั่นปั้นมือและยิ้มมุมปากว่าจะสำเร็จดังประสงค์ในการขอเสียงฝ่ายค้านมาหนุนเรือเหล็ก

ดังนั้นต้องดูว่าการดึงผู้แทนฯ ให้สวิตช์ขั้วย้ายค่ายนั้นจะเกิดได้ไหม ด้วยเงื่อนไขใด ใครบ้างจะเปิดตัว และเวลาใด? รวมทั้งดูกระแสสังคมว่าจะแฮปปี้กับชาวนาและงูเห่าเวอร์ชั่นนี้หรือไม่…

หากมองเบื้องต้นกับเสียงหนุนเรือเหล็กที่ประเมินคร่าวๆ “250 เสียงเศษๆ” น่าจะทำให้ร่างกฎหมายการเงินฉบับนี้ผ่านสภาแบบหวุดหวิดและต่ออายุเรือเหล็กไปได้ และบนความจริง ผจก.เรือเหล็กควรคุมวินัยคนบนเรือเหล็กให้อยู่ในกรอบและไม่ไปปฏิบัติหน้าที่พลร่มสัมพันธ์จากย่านเกียกกายจะดีกว่า วิปรัฐบาลมีตั้ง 61 คน สัดส่วนดูแลผู้แทนฯ ปีกรัฐบาลเฉลี่ยวิป 1 คน ต่อ ส.ส. 4 คน ก็ไม่น่ายาก แต่ที่มันยากก็เพราะผู้แทนฯ บางคนหายตัวบ่อยๆ นั่นเอง

ไม่อย่างนั้นเมื่อหลายวันก่อนผู้แทนฯ พปชร.จะแถลงข่าวยุคไทยแลนด์ 4.0 จะมีการตั้งวิทยุทรานซิสเตอร์ในรัฐสภา เกียกกาย 10 เครื่อง เพื่อกระจายเสียงให้ ส.ส.ได้ยินบรรยากาศและรีบโกยหน้าตั้งมาลงมติหรือ…

และไม่ต้องไปคาดหวังในการดึงงูเห่าออกจากฟาร์ม เพราะบางคราวหมองูอาจตายเพราะงู…เนื่องจากรู้ๆ กันอยู่ว่าอสรพิษนั้นไว้ใจยากนัก พร้อมแว้งกัดได้ตั้งแต่นายใหม่ยันนายเก่า !

หลังน้ำลดต้องฟื้นฟูอย่างไร #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/390208?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=scoop

หลังน้ำลดต้องฟื้นฟูอย่างไร

25 กันยายน 2562 – 08:18 น.
น้ำท่วม,น้ำลด,อ๊อด เทอร์โบดับเครื่องชน,ฟื้นฟู
เปิดอ่าน 84 ครั้ง

คอลัมน์… อ๊อด เทอร์โบ..ดับเครื่องชน oddturbo1900@gmail.com

ฝนยังตกอยู่หลายพื้นที่ในอีสานและรวมไปถึงภาคเหนือบางจังหวัดด้วยและขอให้ทุกท่านติดตามข่าวพยากรณ์อากาศของกรมอุตุนิยมวิทยาไว้ให้ดีเพราะมีผลกระทบต่อการดำรงชีวิตมากๆ

เท่าที่ติดตามข่าวมาเวลานี้เหมือนละครแห่งชีวิตที่มีพระเอกหลายคนทั้งจริงและปลอมลงพื้นที่โดยเฉพาะในอุบลราชธานี ซึ่งพระเอก ‘บิณฑ์ บรรลือฤทธิ์’ ไปปักหลักอยู่ที่นั่น รวมทั้งพระเอกจากรัฐบาล ‘พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา’ นายกรัฐมนตรี ก็ลงเรือไปเยี่ยมเยือนประชาชนบ่อยกว่าเดิมและรักใครชอบใครก็ว่ากันไป

พรรคพวกผมหลายคนส่งโครงการและกิจกรรมหลายอย่างเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม ซึ่งคาดว่าเดือนตุลาคมฝนฟ้าค่อยเบาลง

‘ดับเครื่องชน’ ที่เขียนถามมาตรงๆ ยังรัฐบาลและทุกหน่วยงานรวมถึงเอกชนว่าหลังน้ำลดแล้วต้องฟื้นฟู ช่วยเหลือชาวบ้านอย่างไรบ้าง?

ดูแล้วความเดือดร้อนน่าจะไม่น้อยกว่าตอนน้ำท่วมเพราะวัดวาอาราม โรงเรียน อาคารบ้านเรือน ถนนหนทาง เสียหายมากต้องลงมือเป็นการด่วน

จึงขอให้รัฐบาลวางแผนหรือมีนโยบายฟื้นฟูให้ดีอย่าลอยแพประชาชนอย่าทอดทิ้งกัน

แล้วอย่าลืมวางแผนระยะยาวเพื่อบริหารจัดการน้ำให้ดีในทุกจังหวัดไม่งั้นนายกรัฐมนตรีก็ต้องเป็นหัวเรือใหญ่รับบริจาคเป็นประจำทุกปี!
อ๊อด เทอร์โบ


 ระวังข่าวไม่จริง
 แชร์กันมั่วโลกออนไลน์

ผมมีเรื่องปรึกษามาทางจดหมายฉบับนี้เนื่องจากเวลานี้มีข่าวไม่จริงหรือข่าวลวงข่าวหลอกกันมากมายในโลกออนไลน์เยอะแยะเหลือเกินครับ จึงขอให้ระวังกันให้ดีก่อนจะตกเป็นเหยื่อคนเลวพวกนี้

ยิ่งการบริจาคช่วยเหลือน้ำท่วมก็มีหลายรูปแบบหรือพวกโหนกระแสทั้งพระเอกดังหรือฝ่ายรัฐบาลวุ่นไปหมด ล่าสุดก็มีข่าวจากกรมทางหลวง กรณีมีการแชร์บอกว่ากรมทางจะจ่าย 15,000 บาท หากมีอุบัติเหตุหรือการเสียชีวิตบนทางหลวง ว่าไม่เป็นความจริงและขอข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สายด่วน 1586 ปล่อยไว้ยิ่งจะมีมากขึ้นเรื่อยๆ ล่ะครับ แล้วคนเดือดร้อนคือชาวบ้านตาดำๆ นี่แหละ
อมรพล (เมืองชล)

 เรียนคุณ ‘อมรพล’ เมืองชล
ขอบคุณสำหรับจดหมายของคุณที่เตือนสติให้พิจารณาเรื่องข่าวมั่วออนไลน์เพราะการแชร์ข่าวลวงข่าวหลอกนี่มีมากจริงๆ ครับ

ผมจึงขอเตือนภัยทางมือถือมายังทุกท่านเพราะแก๊งหลอกลวงต้มตุ๋นนี่มีมากมายเหลือเกิน เดี๋ยวนี้มีข้อมูลอ้างอิงเสียด้วย

จึงขอร่วมสนับสนุนให้มีหน่วยเฉพาะกิจดำเนินการตามกฎหมายเพื่อจัดระเบียบข่าวออนไลน์มีจนดูไม่ทันแล้ว
อ๊อด เทอร์โบ


 ช้างป่าเกเร?
 เป็นเพราะหิวหรือสันดาน

ผมเป็นคนรักช้างครับและไม่อยากให้มองช้างป่าในด้านร้ายดังที่มีข่าวว่า ‘พลายบุญมี’ ที่อยู่แถวป่าละอู หัวหิน เป็นช้างป่าเกเรออกมาทำลายร้านค้าเสียหายโดยเกิดมาบ่อยครั้งแล้ว

จึงอยากให้ติดตามรายละเอียดพอสรุปได้ว่าช้างป่าพลายบุญมีชอบออกมานอกเขตป่าและอาละวาดชุมชนใกล้เขตป่าสงวนแก่งกระจานถึง 7 หนในรอบปีที่ผ่านมา

ผมจึงขอให้ทางการมีมาตรการดูแลช้างป่าอย่าให้ออกมาทำลายทรัพย์สินของชาวบ้านและทำอย่างไรจะไม่ให้ช้างป่าพวกนี้หิวโหยหรือมีนิสัยเกเรเช่นนี้และลองได้ทำหนหนึ่งแล้วจะทำเรื่อยไป

ทำอย่างไรจะให้อยู่ร่วมกันได้และต้องหาแหล่งอาหารแหล่งน้ำในเขตป่าสงวนหรือคอยดูแลอย่าให้มีนิสัยเกเรเช่นนี้
ชัยรัตน์ (หัวหิน)


 เรียนคุณ ‘ชัยรัตน์’ หัวหิน
ผมเองก็เป็นคนรักช้างและมองว่าการที่ป่าแถวนั้นมีช้างป่าแสดงว่าป่ามีความอุดมสมบูรณ์และต่อไปเราก็ต้องหาวิธีการไม่ให้ช้างป่ามีนิสัยออกมาทำลายอาคารบ้านเรือน ไร่สวนชาวบ้านอีก

ขออย่าได้ใช้ความรุนแรงจัดการช้างป่าถึงบาดเจ็บล้มตายเลยเพราะต่อไปในอนาคตคงจัดการได้ดีขึ้นเรื่อยๆ

ในฐานะของคนรักช้างไม่ว่าจะเป็นช้างบ้านหรือช้างป่าก็ได้แต่ขอร้องและโปรดสงสารสัตว์คู่บ้านคู่เมืองด้วยเถิด
อ๊อด เทอร์โบ


เยาวชนกับอาชีพพริตตี้ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/390205?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=scoop

เยาวชนกับอาชีพพริตตี้

25 กันยายน 2562 – 07:36 น.
พริตตี้,ลันลาเบล,ลัลลาเบล
เปิดอ่าน 123 ครั้ง

บทบรรณาธิการ หนังสือพิมพ์ คมชัดลึก ฉบับวันพุธที่ 25 กันยายน 2562

มีผลสำรวจภาคสนามที่น่าสนใจจากสำนักวิจัยซูเปอร์โพล เรื่อง พริตตี้ลัลลาเบล กับปัญหาสังคม กรณีศึกษาประชาชนทุกสาขาอาชีพทั่วประเทศ จำนวนทั้งสิ้น 1,565 ตัวอย่าง ดำเนินโครงการระหว่าง 19-21 กันยายน ที่ผ่านมา พบว่าส่วนใหญ่ร้อยละ 66.2 บอกเป็นภาพสะท้อนสังคมไทยคือคนไม่มีคุณธรรม รองลงมาคือ ร้อยละ 47.7 ระบุว่าความปลอดภัยต่ำ ร้อยละ 41.5 เห็นว่าสังคมเน่า เสื่อม ร้อยละ 24.3 ระบุว่า คนตกเป็นทาสเงินตรา ค่าครองชีพ และร้อยละ 15.3 บอกว่า คนในสังคมไม่ช่วยกันดูแล อย่างไรก็ตามสำนักซูเปอร์โพลวิเคราะห์ว่า ที่น่าพิจารณาคือ ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 93.0 บอกเอาไว้ว่าอาชีพพริตตี้ไม่ใช่อาชีพที่น่ารังเกียจ และส่วนใหญ่หรือร้อยละ 70.3 เห็นว่า เป็นอาชีพที่หาเงินได้มาก

อย่างไรก็ตามจากการวิเคราะห์ผลครั้งนี้สำนักวิจัยชี้ว่าน่าเป็นห่วงคือ เกินกว่า 1 ใน 3 หรือร้อยละ 36.0 ตอบแบบสอบถามว่า ยอมเสี่ยงเสียตัวเพื่อแลกเงินก้อนใหญ่ และเมื่อจำแนกออกตามช่วงอายุ พบกว่าในกลุ่มเยาวชนหญิงคืออายุระหว่าง 15-19 ปี จำนวนมากหรือร้อยละ 40.0 ยอมเสี่ยงแลกกับเงินก้อนใหญ่ และหญิงที่อายุตั้งแต่ 20 ปีขึ้นไปเกินกว่า 1 ใน 3 เช่นกันหรือร้อยละ 33.7 ยอมเสี่ยงเสียตัวแลกกับเงินก้อนใหญ่ อย่างไรก็ตามนอกจากผลการวิจัยนี้แล้วได้มีหลายฝ่ายออกมาแสดงความห่วงใยต่ออนาคตของเยาวชนที่อาจตกเป็นเหยื่อ โดยเฉพาะในกรณีของการ

ประกอบอาชีพที่อยู่ในภาวะ “เสี่ยง” ซึ่งแม้จะมีมานานแล้ว แต่สังคมไทยก็ไม่ได้ให้ความสนใจกระทั่งเกิดกรณีลัลลาเบลขึ้นมาในกรณีนี้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ มองในแง่มุมของสิทธิตามรัฐธรรมนูญที่ต้องให้ความเคารพต่อการตัดสินใจเลือกประกอบอาชีพ จะไม่เอาความคิดตัวเองไปบังคับคนอื่น หรือจับใครเข้าแถวให้คิดเหมือนกันทั้งหมด เพราะความหลากหลายคือจุดแข็งของสังคม อาชีพพริตตี้เป็นธุรกิจใหม่ที่ขยายมาจากธุรกิจบันเทิงที่เด็กทุกคนฝันจะเข้าวงการนี้ แต่สิ่งที่น่าเป็นห่วงคือเด็กสมัยนี้ไม่มีความอดทนเหมือนคนรุ่นก่อน และโลกในปัจจุบันเปลี่ยนแปลงไปมาก ฉะนั้นอย่าใจแคบ ส่วนความเป็นห่วงที่ว่าเยาวชนจะตกเป็นเหยื่อนั้น ได้คำตอบว่าเด็กบางคนความคิดอาจนำผู้ใหญ่ก็ได้

ในความเห็นของฝ่ายที่มองว่าเป็นสิทธิในการเลือกประกอบอาชีพ รวมทั้งผู้ตอบแบบสอบถามร้อยละ 93.0 ที่บอกว่า อาชีพพริตตี้ไม่ได้น่ารังเกียจ และร้อยละ 70.3 ก็เห็นว่าสามารถทำเงินได้มาก น่าจะตั้งอยู่บนพื้นฐานความเชื่อที่ว่าบุคคลที่ประกอบอาชีพนี้ควรจะบรรลุนิติภาวะ หรือพ้นจากความเป็นเยาวชนไปแล้ว อีกทั้งอาชีพพริตตี้ก็เป็นส่วนหนึ่งของงานอีเวนท์ต่างๆ มาช้านาน หากแต่กรณีของลัลลาเบลนั้น อยู่ในภาวะสุ่มเสี่ยง ยิ่งถ้าเป็นเยาวชนหรือกลุ่มอายุ 15-19 ปีด้วยแล้ว อาจจะตกเป็นเหยื่อความโสมมของสังคมก็เป็นไปได้ ซึ่งในกรณีเช่นนี้เยาวชนหญิงเหล่านี้ก็ควรจะต้องได้รับการดูแลโอบอุ้มจากสังคมและการคุ้มครองตามกฎหมายในหลายกรณีด้วยเช่นกัน

น้ำมานาล่ม ปีนี้คงไม่มีข้าวกิน… เสียงบอกเล่าจากคนลุ่มน้ำชี #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/390041?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=scoop

น้ำมานาล่ม ปีนี้คงไม่มีข้าวกิน… เสียงบอกเล่าจากคนลุ่มน้ำชี

24 กันยายน 2562 – 10:40 น.
พายุโพดุล,น้ำท่วม,นาล่ม,ข้าว,เกษตรกร,ชาวนา
เปิดอ่าน 176 ครั้ง

โดย…  สิริศักดิ์ สะดวก เครือข่ายชาวบ้านลุ่มน้ำชี

“หลังน้ำลดชาวบ้านต้องมาคิดหนักถึงเรื่องปากท้อง โดยเฉพาะข้าวที่ใช้กินให้ถึงสิ้นปีนี้ก็เกือบหมดยุ้งแล้ว เพราะว่าเรามีความหวังกับข้าวนาปีที่เราได้ลงทุนลงแรงไปแล้ว แต่ตอนนี้ถูกน้ำท่วมตายหมดแล้ว ปีหน้าเราคงต้องหาซื้อข้าวกิน”

จ.ร้อยเอ็ด เป็นหนึ่งในจังหวัดที่ถูกน้ำท่วมขังในห้วงพายุโพดุลซัดกระหน่ำ ชาวอีสานโดยเฉพาะพื้นที่ตอนกลางเดือดร้อนกันถ้วนหน้า หลายครอบครัวแทบสิ้นเนื้อประดาตัว บ้านเรือนถูกน้ำท่วม ข้าวของเครื่องใช้จมหายไปกับน้ำ

ซ้ำร้ายไปกว่านั้น นาข้าวที่ลงทุนลงแรงปลูกไปหวังจะได้เก็บเกี่ยวในอีกไม่กี่เดือนกลายเป็น นาล่ม เหลือไว้ให้ดูเพียงข้าวเน่าเต็มท้องนา

บ้านดอนแก้ว ต.บึงงาม อ.ทุ่งเขาหลวง เป็นอีกหมู่บ้านหนึ่งที่อยู่ติดแม่น้ำชีทางทิศตะวันออก และมี กุดแขแซ ซึ่งเป็นพื้นที่รับน้ำจากห้วยน้ำเค็มล้อมรอบหมู่บ้าน ที่นี่จึงมักมีปัญหาเกี่ยวกับน้ำท่วมหลากเมื่อฤดูฝนมาถึง ซึ่งลักษณะลุ่มต่ำน้ำท่วมถึงแบบนี้ชาวบ้านเรียกว่า พื้นที่ทาม

วิถีชีวิตของชาวบ้านดอนแก้ว ส่วนใหญ่ทำนาปีเป็นหลัก โดยมีเนื้อที่ประมาณ 1,300 กว่าไร่ ข้าวที่นิยมปลูกคือข้าวเหนียว ซึ่งถือเป็นเศรษฐกิจหลักที่่สร้างอาชีพ สร้างรายได้ให้แก่ชาวบ้านเป็นอย่างมาก

ส่วนอาชีพเสริม หลังหน้านาก็หาปลาในแม่น้ำชีและกุดแขแซ  เมื่อได้ปลามาจำนวนมากมักนำไปแปรรูปด้วยการ ตากแห้ง ปลาส้ม ปลาร้า เป็นต้น ขณะที่บางครอบครัวยึดอาชีพเลี้ยงวัว และหาของป่าทามตามฤดูกาล

จะเห็นได้ว่าวิถีดั้งเดิมของชาวบ้านดอนแก้ว มีความสัมพันธ์สอดคล้องกับฐานทรัพยากรอย่างมากและเข้าไปใช้ประโยชน์อย่างเข้าใจ

เมื่อทำเลที่ตั้งชุมชนเหมาะกับการปลูกข้าว การทำนา จึงถูกสืบทอดมาจากรุ่นสู่รุ่นจนถึงปัจจุบัน ข้าว จึงถือเป็นเส้นเลือดใหญ่หล่อเลี้ยงพวกเขามาโดยตลอด

ชาวนาบ้านดอนแก้ว สามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตข้าวเก็บไว้กินได้ตลอดปีโดยไม่ต้องหาซื้อให้สิ้นเปลือง โดยผลผลิตข้าวที่ได้จะถูกแบ่งออกเป็นสามส่วน

ส่วนที่หนึ่ง เก็บไว้บริโภคจนถึงประมาณเดือนพฤศจิกายน–ธันวาคม ก่อนที่ข้าวใหม่จะเริ่มเก็บเกี่ยว

ส่วนที่สอง เก็บไว้ทำพันธุ์ข้าวในปีต่อไป ซึ่งการเก็บข้าวไว้ทำพันธุ์นั้นจะเก็บไว้ปีเว้นปี เพราะถ้าเก็บไว้ตลอดข้าวจะแข็งเวลานึ่ง

ส่วนที่สาม แบ่งขายซึ่งจะเป็นสองช่วงคือ ช่วงที่หนึ่งแบ่งขายเพื่อนำรายได้มาใช้จ่ายในครัวเรือน ค่าเก็บเกี่ยวผลผลิต และเก็บไว้เริ่มลงทุนในปีต่อไป ส่วนที่สองขายข้าวที่เก็บไว้ในยุ้งข้าวให้หมดเพื่อเตรียมรองรับข้าวใหม่ หลังคำนวณแล้วไม่เกิดปัญหาด้านน้ำท่วม ซึ่งเป็นการวางแผนของชาวนาบ้านดอนแก้ว

ทว่าปัจจุบันมีความเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นเมื่อมีโครงการพัฒนาแหล่งน้ำขนาดใหญ่ภายใต้ชื่อโครงการ โขง ชี มูล เข้ามา ทำให้บ้านดอนแก้วและอีกหลายหมู่บ้านประสบปัญหาน้ำท่วมซ้ำซาก น้ำขึ้นเร็วแต่กลับลงช้า เนื่องจากลักษณะที่ตั้งหมู่บ้านและพื้นที่การเกษตรอยู่ที่ลุ่ม น้ำท่วมถึง แล้วยังมีเขื่อนขวางกั้นลำน้ำชีอีก โดยเฉพาะเขื่อนร้อยเอ็ด, เขื่อนยโสธร-พนมไพร เป็นต้น ทำให้ปริมาณน้ำไหลไม่ปกติเหมือนอดีต ส่งผลกระทบต่อพื้นที่ปลูกข้าว ที่อยู่อาศัย และทำให้วิถีชีวิตของชาวบ้านอยู่ไม่ปกติสุข

จันทา จันทาทอง อายุ 44 ปี ชาวบ้านดอนแก้ว เล่าว่า ปัญหาน้ำท่วมผิดปกติแบบนี้เกิดขึ้นเมื่อมีการสร้างเขื่อนในแม่น้ำชี ทำให้น้ำท่วมขังเป็นระยะเวลานานประมาณ 3-4 เดือน ซึ่งเกิดขึ้นต่อเนื่องเมื่อเริ่มมีการสร้างเขื่อนและทดลองกักเก็บน้ำประมาณปี 2543 เป็นต้นมา บางปีฝนไม่ตกก็ท่วม บางปีกำลังดำนาอยู่น้ำก็เอ่อมาท่วม  ปีนี้มีพายุเข้ามาแค่สองลูกฝนตกไม่กี่วัน น้ำก็ท่วมนาข้าวแล้ว

จันทา บอกว่า ปีนี้น้ำท่วมนาข้าวของเขาตั้งแต่ 29 สิงหาคม ข้าวที่ปลูกไว้กำลังสวย ต้นข้าวสูงเลยเอวแล้ว คาดว่าจะได้เก็บเกี่ยวเอาไว้กินและไว้ขายใช้หนี้ เพราะปีนี้ไม่เห็นทีท่าว่าน้ำจะท่วม แถมยังกลัวแล้งด้วยซ้ำ แต่สุดท้ายกลับถูกน้ำเอ่อท่วมจนได้

“ปริมาณน้ำเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เฉลี่ยวันละ 60 เซนติเมตร วันที่สาม ผมและชาวบ้านต้องพากันมาสร้างเพิงพักชั่วคราวบนพนังกั้นน้ำแล้วค่อยอพยพข้าวของทั้ง รถยนต์ รถไถนา รถจักรยานยนต์ บางครอบครัวต้องย้ายสัตว์เลี้ยงอย่างวัวขึ้นมาไว้บนพนังกั้นน้ำด้วย หมู่บ้านอื่นหลายหมู่บ้านก็เริ่มทยอยถูกน้ำท่วม บ้านดอนแก้วถนนทางเข้าหมู่บ้านถูกน้ำท่วมรถขนาดเล็กสัญจรไม่ได้ ต้องใช้เรือแทน ผมได้แต่ยืนมองน้ำเอ่อขึ้นเรื่อยๆ ที่นา 56 ไร่ ที่ผมลงทุนไปทั้งค่าไถ ค่าหว่าน ค่าเมล็ดพันธุ์ ไหนจะค่าแรง เราก็หวังว่าจะได้เก็บเกี่ยวเพื่อมาเป็นทุนใช้จ่ายในครอบครัวและเป็นทุนในการทำนาต่อไป กลับละลายไปกับน้ำหมด”

เขายังเล่าอีกว่า ถึงแม้ว่าวันนี้น้ำจะเริ่มลดจากถนน ทำให้บางหมู่บ้านหรือบ้านเขาเองสามารถใช้รถสัญจรได้ แต่ต้นข้าวเน่าเสียหายส่งกลิ่นเหม็น ที่สำคัญตอนนี้ข้าวเปลือกที่เก็บไว้กินเหลืออยู่เพียง 4 กระสอบ บางครอบครัวเหลือ 10 กว่ากระสอบ การกินก็ขึ้นอยู่กับครอบครัวไหนมีสมาชิกน้อย ครอบครัวไหนสมาชิกมาก

“ชาวนาต้องมาซื้อข้าวกินนั้นไม่ใช่เรื่องปกติ แต่เป็นเรื่องผิดปกติมาก เพราะเราทำนาก็เพื่อไว้เลี้ยงชีพและไว้ขาย เป็นความทุกข์ซ้ำซ้อนที่เราเจอมาแบบนี้ตั้งแต่มีการสร้างเขื่อน เพราะเขื่อนไม่สามารถบริหารจัดการน้ำให้เป็นแบบธรรมชาติได้ จึงทำให้ที่นากลายเป็นพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมขัง จึงทำให้วิถีเปลี่ยนต้องดิ้นรนมาทำนาปรัง”

ทุกข์ของ จันทา เป็นทุกข์เดียวกับ อมรรัตน์ วิเศษหวาน ชาวบ้านดอนแก้ว วัย 57 ปี

เธอเล่าว่า หลังจากน้ำลดหลายครอบครัวต้องมาคิดถึงเรื่องปากท้อง เศรษฐกิจครอบครัว เพราะชุมชนของพวกเขามีอาชีพทำนาเป็นหลัก ความสุขของชาวนาคือการเห็นยุ้งข้าวมีข้าวไว้กิน และขายเพื่อเป็นทุนในการใช้จ่ายภายในครัวเรือน แต่สิ่งที่คิดกลับย้อนแย้งกัน ปีนี้เจอปรากฏการณ์น้ำท่วมทำให้หลายคนเริ่มมาคิดหนักถึงสองเท่าว่าปีหน้าจะเอาข้าวที่ไหนกินให้ถึงฤดูกาลเก็บเกี่ยวในปีต่อไป ถือว่าเป็นเรื่องใหญ่มากสำหรับชาวนาอย่างพวกเธอ

“ชาวนาต้องซื้อข้าวกินนั้นผิดปกติจริงๆ เพราะชาวนาจะต้องทำนาเอาผลผลิตไว้เลี้ยงชีพ ขายและแบ่งปันเท่านั้น อย่างปีนี้ราคาข้าวเหนียวแพงมากเราจะมีกำลังซื้อข้าวเหนียวกินถึงปีหน้าหรือเปล่า ชาวนาพอเวลาขายข้าวเปลือกกิโลละ 8-12 บาท แต่พอเวลาจะซื้อข้าวสารกิโลละ 45-50 บาท แล้วจะเอาเงินที่ไหนมาซื้อ บางครอบครัวได้นำเงินไปลงทุนข้าวนาปีแล้วเป็นส่วนใหญ่ วันนี้ถึงน้ำจะเริ่มลดแต่หลายครอบครัวก็เครียด ซึมเศร้า เพราะข้าวในนาไม่เหลือ”

อมรรัตน์ เชื่อว่า ต้นตอสำคัญของปัญหาน้ำท่วมนานในพื้นที่เกิดจากการสร้าง เขื่อนกั้นน้ำชี ทำให้น้ำไหลช้ามาก ซึ่งปัญหาที่เกิดขึ้นนี้เวลาพายุเข้าแต่ละทีการบริหารจัดการน้ำก็เปลี่ยนไป บางเขื่อนเปิดประตูแขวนบาน บางเขื่อนยังไม่แขวนบาน แล้วน้ำที่ไหนจะไหลสะดวก

นี่เป็นอีกเสียงสะท้อนจาก คนลุ่มน้ำชี ที่พยายามบอกเล่าเรื่องราวของปัญหาน้ำท่วมที่ไม่ปกติในหลายพื้นที่ เพื่อสื่อสารไปยังหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง ขอให้กลับมาสรุปบทเรียนแล้วเริ่มหันหน้าพูดคุยกับชุมชนเพื่อหาทางออกให้แก่ปัญหาที่เกิดจากการสร้างเขื่อนและประตูระบายน้ำต่างๆ  ได้แล้ว

ไอติม-เสื้อแดง ฝันสร้าง รัฐธรรมนูญประชาชน #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/390034?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=scoop

ไอติม-เสื้อแดง ฝันสร้าง รัฐธรรมนูญประชาชน

24 กันยายน 2562 – 09:35 น.
กระดานความคิด,พริษฐ์ วัชรสินธุ,ไอติม พิรษฐ์,พรรคประชาธิปัตย์,รัฐธรรมนูญประชาชน,เสื้้อแดง,มยศ พฤกษาเกษมสุข
เปิดอ่าน 106 ครั้ง

คอลัมน์…  กระดานความคิด   โดย…  บางนา บางปะกง

บ้านเมืองของเรามีการฉีกรัฐธรรมนูญเป็นระยะๆ สลับกับการร่างรัฐธรรมนูญใหม่ ในห้วงเวลา 20 กว่าปีมานี้เรามีคณะกรรมการปฏิรูปการเมืองมากมายจนนับไม่ถ้วน

ท่ามกลางพายุมรสุมพัดผ่านในหลายภาคของประเทศไทย เสียงปี่กลองการเมืองเรื่อง “แก้ไขรัฐธรรมนูญ 2560” ดังมาจากทุกทิศทุกทาง

เมื่อวันที่ 19 กันยายน 2562 ภาคประชาชน นักวิชาการ นักศึกษา อย่างน้อย 28 เครือข่าย รวมตัวกันจัดงานเปิดตัว “คณะรณรงค์เพื่อรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน” (ครช.) วางเป้าหมายสื่อสารและรณรงค์เกี่ยวปัญหารัฐธรรมนูญปัจจุบันและแสวงหาฉันทามติร่วมต่อการสร้างรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน

ก่อนหน้านั้นคณะกรรมการรณรงค์เพื่อประชาธิปไตย (ครป.) ร่วมกับเครือข่ายภาคประชาชน 30 องค์กรประชาธิปไตย จัดประชุมระดมความเห็นแก้ไขรัฐธรรมนูญ 2560

“ไอติม” พริษฐ์ วัชรสินธุ

ดูรายชื่อองค์กรที่เข้าร่วมทั้ง 2 เวทีแล้ว ก็มีซ้ำซ้อนกันบ้าง จะต่างที่หัวขบวนคือ คณะรณรงค์เพื่อรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน (ครช.) มีอนุสรณ์ อุณโณ คณบดีคณะสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เป็นประธาน ครช. ส่วนอีกเครือข่ายหนึ่ง น่าจะเป็น ครป.เป็นแกนหลัก

ครป.เป็นองค์กรเก่าแก่เคยเป็นธงนำในการเคลื่อนไหวเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีมาจากการเลือกตั้งเมื่อปี 2535 และรณรงค์ให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ 2534 มรดกของ รสช.

สำหรับ “อนุสรณ์” ประธาน ครช. มีบทบาทต่อต้านเผด็จการทหาร และให้การสนับสนุนคนรุ่นใหม่ จัดกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์ต้าน คสช.มาโดยตลอด

เข้าใจว่าอนุสรณ์อาจจะอึดอัดในการทำงานกับครป.ยุคใหม่ ที่มีอดีตคนเสื้อเหลืองหลายคนอยู่ในองค์กรนี้ จึงหาช่องทางจัดตั้งองค์กรใหม่

ไอติมเสนอต่อที่ประชุม ครช.

ครช.วางเป้าหมายไว้การรณรงค์ไว้ 3 ประการ ภายในเวลา 3 เดือน 1.สร้างการรับรู้และเข้าใจในปัญหาของรัฐธรรมนูญ 2.ทำให้ดูว่ามีประเด็นอะไรที่สังคมให้ความสำคัญ และจำเป็นต้องระบุในรัฐธรรมนูญ 3.วิธีการ รูปแบบ กลไกใดที่สามารถนำเราไปสู่การสร้างรัฐธรรมนูญฉบับประชาชนได้

ที่เรียกเสียงฮือฮาก็คือ “ไอติม” พริษฐ์ วัชรสินธุ อดีตสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ ในนามเครือข่ายรัฐธรรมนูญก้าวหน้า ได้เข้าร่วมประชุมกับ ครช.ด้วย

“ไอติม” ได้ก่อตั้งเครือข่ายรัฐธรรมนูญก้าวหน้า พยายามรวบรวมความเห็นจากหลายแวดวง ทั้งภาคเอกชน ภาควิชาการ ภาคประชาสังคม และไม่อยากให้รัฐธรรมนูญเป็นต้นตอความขัดแย้งในอนาคต

กลุ่มรัฐธรรมนูญก้าวหน้ายึด 3 หลัก คือ 1.กติกาต้องเป็นกลาง ทำให้คนที่แตกต่างอยู่ร่วมกันได้โดยไม่แตกแยก 2.ประเทศต้องเดินไปข้างหน้าได้ ไม่ใช่คัดค้านกันตลอด หาคุณค่าหลักที่ทุกฝ่ายเห็นด้วยกันได้ 3.ทำอย่างไรให้รัฐธรรมนูญของเราแก้ปัญหาในอนาคตตั้งแต่วันนี้ เช่น สังคมสูงวัย ความเหลื่อมล้ำ

อีกกลุ่มหนึ่งไม่พูดถึงไม่ได้คือ “กุล่ม 24 มิถุนาประชาธิปไตย” โดยการนำของ “สมยศ พฤกษาเกษมสุข” ที่พยายามรวบรวมคนเสื้อแดงในจังหวัดต่างๆ ให้กลับมารวมตัวกันใหม่

สมยศ พฤกษาเกษมสุข

“สมยศ” ได้รวบรวมล่าชื่อเสนอการแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยอาศัยแกนนำเสื้อแดงแต่ละจังหวัดปรึกษาหารือกันผลักดันส.ส.ฝ่ายค้าน หรือฝ่ายประชาธิปไตย ผลักดันให้เกิดการทำประชามติ

ช่วงต้นเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา “สมยศ” ร่วมกับเยี่ยมยอด ศรีมันตะ กลุ่มสังคมนิยมประชาธิปไตย จัดแถลงข่าวรณรงค์ล่ารายชื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญ 2560

วันนั้นสมยศวิเคราะห์ว่าการจะยกเลิกหรือแก้ไขรัฐธรรมนูญทำได้ 3 วิธีคือ 1.รัฐประหาร โดยต้องมีมวลชนปูทางให้ทหาร 2.พรรคการเมืองดำเนินการ แต่จะแก้ไขได้แค่เรื่องเล็กๆ น้อยๆ 3.การลุกฮือของประชาชน ซึ่งต้องลงสู่ท้องถนน

แนวทางการลงท้องถนน สมยศยอมรับว่าพรรคการเมืองต่างๆ ล้วนปฏิเสธแนวทางนี้ แต่ตัวเขากลับเห็นว่าประชาธิปไตยไทยและทั่วโลกล้วนได้มาจากการลงท้องถนน ไม่เคยได้มาจากห้องประชุม

ขณะที่แกนนำ นปช. ทั้งสายพิราบและสายเหยี่ยว ติดบ่วงคดีความจนกระดิกตัวไม่ได้ สมยศ พฤกษาเกษมสุข จึงลุกขึ้นมาประสานกับแกนนำแดงรากหญ้าทั่วประเทศ

วันข้างหน้าถ้าสถานการณ์สุกงอม สมยศและพลพรรคพร้อมจะลงท้องถนนแน่ แต่ “ไอติม” จะกระโจนขึ้นหลังคารถปราศรัยไปกับเขาด้วยหรือเปล่า?

ไร้เงากลุ่มต้าน “เรดยูเอสเอ”สิ้นแรง “สุนัย” เผ่นหนี “ลุงตู่” #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/390040?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=scoop

ไร้เงากลุ่มต้าน “เรดยูเอสเอ”สิ้นแรง “สุนัย” เผ่นหนี “ลุงตู่”

24 กันยายน 2562 – 09:25 น.
เสื้อแดง,กลุ่มเรดยูเอสเอ,เชาว์ ซื่อแท้,Red USA-Thai Voice International,จรัล ดิษฐาอภิชัย,สมาคมชาวไทยเพื่อประชาธิปไตยไร้พรมแดน,ทักษิณ,ทักษิณโฟนอิน,กลุ่มโฮมลาวเพื่อประชาธิปไตย,จอม เพชรประดับ,สุนัย จุลพงศธร,เจาะประเด็นร้อน,ท่องยุทธภพ,ขุนน้ำหมึก,คมชัดลึก
เปิดอ่าน 465 ครั้ง

คอลัมน์ ‘ท่องยุทธภพ’ โดย ‘ขุนน้ำหมึก’ จากหนังสือพิมพ์คมชัดลึก 24 ก.ย.62

****************************

แม้ Andrew MacGregor Marshall จะโพสต์ภาพป้ายโฆษณา มีข้อความเกี่ยวกับการเมืองไทย บนอาคารร้านอาหาร แถวเกาะแมนฮัตตัน นครนิวยอร์ก ใกล้กับที่ทำการองค์การสหประชาชาติ แต่การเคลื่อนไหวของ เรดยูเอสเอ” (Red USA) กลับเงียบงัน

ต่างจากปี 2558 เมื่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่มาจากการรัฐประหาร เดินทางไปประชุมยูเอ็นครั้งแรก กลุ่ม “เรดยูเอสเอ” มารวมตัวกันหน้าตึกยูเอ็นชูป้ายต้านเผด็จการทหาร

ฤา พ.ศ.นี้ ฝ่ายต้านลุงตู่ จะทำแค่กิจกรรมเชิงสัญลักษณ์เท่านั้น เพราะมวลชนของ “เรดยูเอสเอ” ส่วนใหญ่อยู่ที่ลอสแองเจลิส น่าจะไม่มีสปอนเซอร์สนับสนุนการเดินทางมาประท้วงที่นิวยอร์คก็เป็นได้

ป้ายโฆษณาการเมืองที่นิวยอร์ค

จรัล” ลุยเดี่ยว

ปกติหากคนเสื้อแดงในสหรัฐฯ จะเคลื่อนไหวทำกิจกรรมทางการเมือง กลุ่มเรดยูเอสเอ โดยแกนนำชื่อ เชาว์ ซื่อแท้” จะเป็นผู้ประสานงาน และจะมีการประชาสัมพันธ์ผ่านเพจ Red USA-Thai Voice International แต่การเดินทางไปประชุมสหประชาชาติของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ในปีนี้ กลับไม่มีข่าวสารการเตรียมการประท้วงจากฝ่ายเรดยูเอสเอ

หากไม่มีป้ายที่มีข้อความ ซึ่งแปลเป็นไทยว่า “การประชุมใหญ่ของสหประชาชาติ : อย่าปล่อยให้ประชาธิปไตยตายในประเทศไทย” ก็แทบจะไม่มีเสียงต้านบนแผ่นดินลุงแซมเลย

จรัลลุยเดี่ยวที่นิวยอร์ค

จรัล ดิษฐาอภิชัย” แกนนำสมาคมชาวไทยเพื่อประชาธิปไตยไร้พรมแดน บินตรงจากปารีสถึงนิวยอร์ค เพื่อนำซองจดหมายไปหย่อนในตู้ไปรษณีย์ ด้านหน้าที่ตั้งองค์การสหประชาชาติ โดยเนื้อหาเป็นอธิบายให้เลขาธิการยูเอ็นทราบว่า ประชาธิปไตยไทยเป็นเผด็จการจำแลงกาย

ที่แน่ๆ จรัลจะไปยืนถือป้ายประท้วงลุงตู่แน่นอน โดยมีมวลชนขาประจำจากกัมพูชาลาว และเวียดนาม เป็นเพื่อนที่หน้าตึกยูเอ็น

เหนื่อยล้าเต็มทน

กิจกรรมล่าสุดของกลุ่ม “เรดยูเอสเอ” คือการจัดงานอวยพรวันเกิดทักษิณ ชินวัตร โดยอดีตนายกฯ ทักษิณ มีการโฟนอินมาทักทายคนไทยในแอลเอ ในตอนค่ำของวันที่ 25 กรกฎาคมนี้(เวลาท้องถิ่น)

กลุ่มเรดยูเอสเอจัดงานแต่ละครั้ง ก็มีคนเข้ามาร่วมประมาณ 150 คน หากการจัดกิจกรรมครั้งใด ที่มีทักษิณ ชินวัตร เข้ามาร่วม ก็จะมีคนเพิ่มขึ้นประมาณ 300-500 คน โดยกว่าร้อยละ 70 เป็นชาวลาวโพ้นทะเล

เรดยูเอสเอ มีฐานอยู่ที่แอลเอ

เนื่องจาก ริชาร์ด ไชสะหมอน” แกนนำกลุ่มโฮมลาวเพื่อประชาธิปไตย เป็นแนวร่วมกับกลุ่มของเชาว์ ซื่อแท้ และริชาร์ดยังได้ดูแลชีวิตความเป็นอยู่ของจอม เพชรประดับ และสุนัย จุลพงศธร

เชาว์ ซื่อแท้

จับตาการประท้วงหน้าตึกยูเอ็น อาจมีคนลาวหรือคนเขมร สวมรอยถือป้ายอเมริกาไม่ต้อนรับลุงตู่

เดอะขวด” จะไปไหน

เมื่อวันที่ 20 กันยายน 2562 “สุนัย” ได้ไลฟ์เฟซบุ๊ครายการ “รู้เขา รู้เรา” โดยตอนหนึ่ง “คุณประยุทธ์น่าจะเดินทางมาถึงในพรุ่งนี้ (21 ก.ย.) พี่น้องคนไทยที่รักประชาธิปไตยในนิวยอร์ก เตรียมต้อนรับคุณประยุทธ์แล้วเหมือนกัน”

คำคุยโวของ “เดอะขวด” นี่เอง ทำให้ฝ่ายความมั่นคงไทยหูผึ่ง และสำนักข่าวออนไลน์หลายแห่ง จึงนำเสนอข่าวการเคลื่อนไหวของคนเสื้อแดงในต่างแดน

สุนัย จุลพงศธร 

จริงๆ แล้ว สุนัย ไม่ได้อยู่นิวยอร์ค และอดีต ส.ส.คนนี้ ใช้ชีวิตร่อนเร่ไปเรื่อยๆ อาศัยบ้านคนไทยในรัฐต่างๆ เป็นเรือนนอน แต่ส่วนใหญ่จะพักอยู่ในลอสแองเจลิส

ที่เพจของสุนัย วันจันทร์(23 ก.ย.) กลับไปพูดเรื่อง “ส่องเยเมน เห็นไทยจะไปเมรุ” พร้อมกับแจ้งให้แฟนๆทราบว่า ตัวเขาจะไปต่างประเทศประมาณ 1 สัปดาห์ ยังไม่แน่ใจว่า จะจัดรายการผ่านเฟซบุ๊ค หรือยูทูบได้หรือไม่

จอม เพชรประดับ สนใจเรื่องคนลาวถูกอุ้มหาย

ส่วนจอม เพชรประดับ กลับให้ความสนใจเรืื่อง “อ๊อต ออสก้าร์ สายะวงศ์” ผู้ลี้ภัยชาวลาว ที่หายสาบสูญไปอย่างไร้ร่องรอยในกรุงเทพฯ

หรือว่า “จอม” ติดภารกิจขับอูเบอร์เลี้ยงชีพ เลยไม่มีเวลามาประท้วงเผด็จการจำแลงที่นิวยอร์ก