‘เติม-เติม’รู้ความลับ!!!หลังรุดช่วย ‘เจี๊ยบ-ปวีณา’ถูกรถตู้เฉี่ยว #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/467404

‘เติม-เติม’รู้ความลับ!!!หลังรุดช่วย ‘เจี๊ยบ-ปวีณา’ถูกรถตู้เฉี่ยว

วันจันทร์ ที่ 20 มกราคม พ.ศ. 2563, 12.46 น.

ละคร “กาเหว่า” กำลังสนุกสนาน เนื้อหาก็เข้มข้น เรื่องราวก็กระชับฉับไวโดนใจคนดูทั่วประเทศไปแล้ว งานนี้ กบ-ปภัสรา เตชะไพบูลย์แห่ง ค่ายปภัสราโปรดักชั่นในฐานะผู้จัดละคร ก็ยิ้มแก้มปริ เพราะฟีดแบ็กดี แถมยังมีคนพูดถึงความร้ายกาจของตัวละคร “แม่อุบล” กันทั่วเมือง!!!

นอกจากความร้ายกาจของ แม่อุบล ความนุ่มนวลของตัวละคร “อรุนช” พี่สาวของอุบล ที่รับบทโดย เจี๊ยบ-ปวีณา ชารีฟสกุล ก็ถูกกล่าวถึงไม่แพ้กัน เรียกได้ว่าพี่น้องสองคู่นี้นิสัยต่างกันสุดขั้ว ทำให้ละครเรื่องนี้สนุกสนาน และน่าติดตามชมมากๆ

ล่าสุดเรื่องราวของ “อรนุช” ถูกเปิดเผยความลับหลังเก็บมานานเกือบ 20 ปี เมื่อ “อรนุช”กำลังจะไปขายของที่ตลาด แต่กลับถูกรถตู้เฉี่ยวชนจนสลบ และมีพระเอกหนุ่มขี่ม้าขาวอย่าง หนุ่มเติม-เติมเศวตชัย มาช่วยอุ้มส่งโรงพยาบาล

เรามีเบื้องหลังมาให้ดูกันก่อน ฉากนี้ทีมงานใช้พื้นที่ตลาดบางคูลัด เป็นสถานที่ถ่ายทำ โดย อาต้อย-จารึก สงวนพงษ์ผู้กำกับฯ เซ็ทฉากนี้โดยเริ่มถ่ายฉากที่รถตู้กลับขับผ่าน จากนั้นก็ถึงคิวสาวเจี๊ยบที่กำลังหาบของข้ามถนน โดยเจาะซีนที่หน้าก่อน แล้วก็เป็นคิวที่ล้ม โดยภาพกว้างเป็นภาพที่สาวเจี๊ยบนอนสลบอยู่บนพื้น พร้อมหาบขนมที่กระจัดกระจายเกลื่อนเต็มถนน

โดยฉากนี้จะต้องถ่ายทำอย่างรวดเร็ว เพราะสงสารนักแสดงที่จะต้องนอนอาบแดดเล็กน้อย จากนั้นก็ถึงคิวหนุ่มเติมก็ถีบสามล้อตามมา เพื่อมาช่วยอุ้มสาวเจี๊ยบไปส่งโรงพยาบาล

หลังจากนี้ หมวดตะวัน จะรู้ความลับบางอย่างของ อรนุช ที่ปิดมาเกือบ 20 ปี แต่จะเป็นเรื่องอะไรนั้น แฟนๆ ละครต้องไปติดตามชมในละคร “กาเหว่า” วันอังคารที่ 21 มกราคม 2563 และทุกวันจันทร์ – ศุกร์ เวลา 19.00 น. ทางช่อง 7HD กด 35 และ Facebook Live Fanpage: Ch7HD หรือรับชมย้อนหลังได้ทาง BUGABOO.TV

‘พีพีทีวี’เล่นใหญ่สร้างความฮือฮา!ส่ง’นุ่น-แอนดริว’โผล่อ่านข่าว #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/467396

‘พีพีทีวี’เล่นใหญ่สร้างความฮือฮา!ส่ง’นุ่น-แอนดริว’โผล่อ่านข่าว

วันจันทร์ ที่ 20 มกราคม พ.ศ. 2563, 12.01 น.

เซอร์ไพร์สหนักมาก! กับการปรากฎตัวของสองนักแสดงมืออาชีพชื่อดัง“นุ่น-วรนุช ภิรมย์ภักดี”และ “แอนดริว เกร้กสัน”ที่ครั้งนี้โผล่หน้าจอแบบไม่ธรรมดา เพราะไม่ได้มาในบทบาทการแสดง แต่มาในฐานะผู้ประกาศข่าวรับเชิญเป็นครั้งแรกในรายการ “เข้มข่าวค่ำ” ทางหน้าจอพีพีทีวี ช่อง 36

งานนี้ทีมผู้ประกาศข่าวประจำของรายการ “เข้มข่าวค่ำ”เสถียรวิริยะพรรณพงศาและ ปวันสิริอิสสระนันท์ถึงกับออกปากชมในความสามารถ เพราะลีลาการอ่านข่าวของทั้งคู่นั้นเป็นธรรมชาติเทียบเท่าผู้ประกาศมืออาชีพ แต่ใครจะรู้ พอจบข่าวเท่านั้นแหละทั้งคู่ก็แอบกระซิบว่าตื่นเต้นอยู่ไม่น้อยเลยทีเดียว

‘ยิ่งยง ยอดบัวงาม’ ดีใจ!!ผู้เข้าแข่งขันใช้เพลงชิงเงินล้าน #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/467315

‘ยิ่งยง ยอดบัวงาม’ ดีใจ!!ผู้เข้าแข่งขันใช้เพลงชิงเงินล้าน

วันจันทร์ ที่ 20 มกราคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

รายการ “กิ๊กดู๋สงครามเพลงเงินล้าน” จะได้รู้แล้วว่าเงินรางวัล 1 ล้านบาท เพื่อนำไปพัฒนาชุมชน จะเป็นของจังหวัดใด ระหว่าง “จ.อ่างทอง” และ “จ.มหาสารคาม” โดยรอบชิงชนะเลิศ ต้องมาร้องเพลงของศิลปินต้นฉบับ อย่าง “ยิ่งยง ยอดบัวงาม” งานนี้ “ยิ่งยง” เปิดใจว่า

“ดีใจมากที่จะได้เจอกันในวันถ่ายทอดสดนี้ รู้มาว่าน้องๆ ต้องใช้เพลงของเรามาแข่งขันชิงเงินรางวัลหนึ่งล้านบาท ยิ่งภูมิใจนะ อยากเห็นมากๆ เลย ได้ยินมาว่าที่ผ่านมาโชว์ของน้องๆ สุดยอดเลยทีเดียว และตอนนี้ก็เปิดให้แฟนๆ ร่วมโหวตให้คะแนนกันแล้ว รักใครเชียร์ใคร อยากให้จังหวัดไหนชนะ ก็อย่าลืมโหวตกันเข้ามา ชื่นชอบ จังหวัดอ่างทอง กด 1 และถ้าชื่นชอบจังหวัดมหาสารคามกด 2 แล้วส่งมาที่เบอร์ 4806789 และผมอยากให้ทุกคนมาติดตาม รอชมรอบชิงชนะเลิศพร้อมกัน แบบสดๆในรายการ กิ๊กดู๋สงครามเพลงเงินล้าน วันอังคารที่ 21 มกราคมนี้ เวลา 20.15 น. ทางช่อง PPTV HD กด 36 แล้วเจอกันนะครับ”

‘ไทบ้านxBNK48 จากใจผู้สาวคนนี้’ แห่รถรอบกรุงครึกครื้น #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/467318

‘ไทบ้านxBNK48 จากใจผู้สาวคนนี้’ แห่รถรอบกรุงครึกครื้น

วันจันทร์ ที่ 20 มกราคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

เดินสายโปรโมท ให้คอหนังได้อิ่มเอิมกันถึงกลางกรุงเทพฯ  สำหรับภาพยนตร์ “ไทบ้านxBNK48 จากใจ ผู้สาวคนนี้” ผลงานโดย ผู้กำกับร้อยล้าน สุรศักดิ์ ป้องศร และ ธิติ ศรีนวล นำขบวนนักแสดงขวัญใจคนอีสาน ทั้งด้งเด้ง-ณัฐวุฒิ, และทีมไทบ้าน  นโม-ธันวาพร, ฟิฟิล์ม-สิริอมร และ เฟิร์ส-ธนาดล พร้อม BNK48 ได้แก่ เนย-กานต์ธีรา, โมบายล์- พิมรภัส, แก้ว-ณัฐรุจา, ปูเป้-จิรดาภา, ตาหวาน-อิสราภา, น้ำหนึ่ง-มิลิน, น้ำใส-พิชญาภา และ ไข่มุก-วรัทยา

โดยบรรยากาศรอบกรุงเป็นไปอย่างครึกครื้นพร้อมเพลงจากเอ็มวีใหม่ล่าสุดชื่อเพลง “โดดดิด่ง” ซึ่งทั้งนักแสดงที่อยู่บนรถ ทุกคนก็สร้างสีสันจนสะดุดตาผู้คน ที่แห่ไปรอบบริเวณรอบๆ  ตั้งแต่บริเวณ ย่านอนุสาวรีย์ จนถึง สยามวันที่ทำให้ปลื้มปริ่ม เมื่อ เอ็มวีเต็มถูกปล่อยในช่วงเย็นภายใน 9 ชั่วโมง ยอดทะลุล้านวิว ไปเป็นที่เรียบร้อยขอบอกว่านอกจากจะได้ซึมซับวัฒนธรรมอีสานแบบเต็มๆแล้วยังออกท่าทางลีลาเต้นตามกันอีกเพียบทีเดียวบรรยากาศที่แห่รถได้รับความสนใจจากสื่อมวลชน, แฟนคลับที่ตามมาให้กำลังและผู้คน 2 ฝั่งถนนที่หยุดรถฟังเพลง ร่วมเป็นพยานความอบอุ่นและมิตรภาพทางดนตรีครั้งนี้ได้พร้อมกันในโรงภาพยนตร์ 23 ม่วนหลาย มกราคมนี้ทั่วประเทศ

ดีเจเชาเชา-ดีเจต้นหอม รวมเป็นกรรมการรอบตัดสิน BGPU Rabbit Girls Contest 2020 #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/467314

news_default

ดีเจเชาเชา-ดีเจต้นหอม รวมเป็นกรรมการรอบตัดสิน BGPU Rabbit Girls Contest 2020

วันจันทร์ ที่ 20 มกราคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

“เดอะ แรบบิท” บีจี ปทุมยูไนเต็ด จัดการประกวดรอบสุดท้ายกิจกรรม BGPU Rabbit Girls Contest 2020 ในการค้นหาสาวสวย สปอร์ตเกิร์ล เพื่อเป็น Brand Ambassador ของสโมสร โดยครั้งนี้โดยได้รับเกียรติจากดีเจ พิธีกรนักแสดง ดีเจต้นหอม-ดีเจเชาเชา กูรูฝีปากกล้า มารวมสร้างสีสัน พร้อมเป็นกรรมการตัดสินเพื่อคว้าโอกาสในการก้าวเข้าสู่วงการบันเทิงหลากหลายช่องทางพร้อมชิงรางวัลรวมมูลค่ากว่า 4,000,000 บาท จากผู้สนับสนุนการประกวด โดยกิจกรรมการประกวดรอบสุดท้าย จะมีขึ้นในวันเสาร์ที่ 25 มกราคม 2563 ตั้งแต่เวลา 16.00-17.00 น. ณ อาคารบีจีฮอลล์ สนามลีโอสเตเดี้ยม รังสิต คลอง 3

เกือบบ้านแตก ‘เขตต์’ นอยด์ ‘แนท’ หึง!! เรือนสายสวาท เลิฟซีนถี่ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/467319

เกือบบ้านแตก ‘เขตต์’ นอยด์ ‘แนท’ หึง!! เรือนสายสวาท เลิฟซีนถี่

วันจันทร์ ที่ 20 มกราคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

ห่างหายจากละครไปนาน กลับมาครั้งนี้ ต้องไม่ธรรมดาแน่นอน สำหรับพระเอกหน้าเด็กตลอดกาล “เขตต์ ฐานทัพ”
ในบท เจ้าคุณพิทักษ์อัครา กับละคร “เรือนสายสวาท” ทางช่อง 8 ที่ฉีกคาแร็กเตอร์เป็นผู้ชายซาดิสม์มีเมียหลายคน เจ้าตัวบอกว่าตั้งแต่เล่นละครมาไม่เคยเจอบทเลิฟซีนแรงชนิดจัดเต็มขนาดนี้เลยงานนี้ทำเอาภรรยาตัวจริง “แนท-ทักษญา” มีเคือง

“เรื่องเรือนสายสวาท คือจัดเต็ม จัดหนักจริงๆ ตั้งแต่เล่นละครมาเลยครับ จากไม่เคยเล่นเลิฟซีนจริง เพราะเคยใช้แต่มุมกล้อง มาครั้งนี้ตั้งแต่หายละครไปนานก็เล่นจูบจริงเลยยอมรับว่ามีเครียดนะ ตื่นเต้น แต่เราก็ได้มาเข้าฉากกับนักแสดงเก่งๆ อย่างแคท แป้ง หยาด ก็เลยยิ่งสนุกจนหายเกร็ง แต่บทมันค่อนข้างแรงเลยค่อนข้างเกรงใจ มีคนถามเยอะเหมือนกันเรื่องภรรยาว่ารับได้ไหมรับได้ครับ เขาเป็นคนแยกแยะได้ว่าอันไหนเรื่องงาน กับเรื่องส่วนตัวดีที่เขาเข้าใจ และผมก็บอกทุกครั้งครับ แต่ก็มีแบบแกล้งกันบ้าง คือตอนที่เราเล่าให้ฟัง เขาก็แบบแกล้งตกใจ ถามเราว่า ขนาดนี้เลยเหรอและเราก็อึ้งนะตอนแรก เขาก็บอกว่าพูดเล่นไม่มีอะไร เราก็แบบโกรธหรือเปล่า เพราะตั้งแต่มีรูปโปรโมทออกไปแฟนคลับก็แท็กไอจีกันมาเยอะ เขาก็แกล้งกับแฟนคลับทุกคนว่าหึงจัง แล้วมาแกล้งผมต่อก็กลายเป็นเรื่องตลกสนุกกันไป สำหรับละคร “เรือนสายสวาท” ทุกคนตั้งใจทำงานกันมาก ผมเองก็ทุ่มเททั้งกายทั้งใจ ก็อยากให้แฟนๆดูกันนะครับ ทุกอย่างในเรื่องมีที่มาของมันอย่าเพิ่งตัดสินกันแค่ฉากเลิฟซีน

‘ทับทิม อัญรินทร์’ ห่วงใย เยาวชน และ ผู้ใช้จักรยานยนต์ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/467316

‘ทับทิม อัญรินทร์’ ห่วงใย เยาวชน และ ผู้ใช้จักรยานยนต์

วันจันทร์ ที่ 20 มกราคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

ทับทิม-อัญรินทร์ ธีราธนันพัฒน์นางเอกสาวสวย ช่อง 7 HD ที่เพิ่งคว้ารางวัล Best Actress in  A LeadingRole จาก Asian Television Awards 2019 ยังคงเดินหน้าทำงานเพื่อสังคมอย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุดได้ร่วมกิจกรรมใน
โครงการ  “ปลอดภัย…เลือกได้” (Safety Delivered) ณ โรงเรียนวิชากรดินแดง กรุงเทพฯ

โดยล่าสุด “ทับทิม” ขอเป็นตัวแทนส่งมอบหมวกนิรภัยและให้ความรู้กับน้องๆ นักเรียนโรงเรียนวิชากร เกี่ยวกับพฤติกรรมการใช้รถใช้ถนนอย่าปลอดภัย… โดย “ทับทิม” ได้กล่าวถึงโครงการนี้ว่า

“โครงการ ปลอดภัย..เลือกได้ ที่ มูลนิธิยูพีเอส (UPS Foundation) และ มูลนิธิป้องกัน อุบัติภัยแห่งเอเชีย (AIP Foundation) จัดขึ้น นับเป็นโครงการที่ดีมากๆ ค่ะ เป็นกิจกรรม การนำหมวกนิรภัย (หมวกกันน็อก)ไปมอบให้กับน้องๆ นักเรียนตามโรงเรียนต่างๆ เพื่อปลูกฝังแนวคิดในการใช้รถใช้ถนนอย่างปลอดภัย เพราะถนนบ้านเรายังไม่ปลอดภัย สำหรับ
ผู้ใช้ถนนไม่ว่าจะเป็นใครก็ตาม และน้องๆ จะเห็นว่าการสวมหมวกนิรภัยนั้นสำคัญมากๆ กับน้องๆในการป้องกันตัวเองและลดความเสี่ยงระหว่างการเดินทางมาโรงเรียนทับทิมคิดว่าทุกคนในสังคมต้องร่วมกันให้ความสำคัญกับประเด็นนี้ และทำงานอย่างจริงจังเพื่อแก้ไขปัญหา เพื่อให้ถนนเป็นพื้นที่การเดินทางที่ปลอดภัยสำหรับเด็ก และเยาวชนของเราค่ะ”

แดงไทยถอย ‘แดงละติน’ มาแล้ว โลกล้อมไทยฉบับพิสดาร #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/390463?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=scoop

แดงไทยถอย ‘แดงละติน’ มาแล้ว โลกล้อมไทยฉบับพิสดาร

26 กันยายน 2562 – 10:25 น.
เจาะประเด็นร้อน,ขุนน้ำหมึก,เซเลบแดง,แดงยูเอสเอ,แดง USA,ดารุณี กฤตบุญญาลัย,คนเสื้อแดง,ลุงตู่,จรัล ดิษฐาอภิชัย,สุนัย จุลพงศธร,ทักษิณ,นายใหญ่,นายใหญ่ดูไบ,Red USA-Thai Voice International,Red USA,นายจารุพงศ์ เรืองสุว,เอนก ซานฟราน
เปิดอ่าน 302 ครั้ง

คมลัมน์ ‘ท่องยุทธภพ’ โดย ‘ขุนน้ำหมึก’ จาก หนังสือพิมพ์คมชัดลึก 26 ก.ย.62

**************************

บอกแล้ว Red USA หมดเรี่ยวแรง จึงไม่ได้เดินทางไปต้อนรับ พล..ประยุทธ์ จันทร์โอชา เลยปรากฏภาพกลุ่มที่ใช้ชื่อ Thai Democracy Now ใส่เสื้อหลากสีลายธงชาติไทย ถือป้ายเพรียกหาประชาธิปไตย ที่ด้านข้างของโรงแรมพลาซ่าแอทธินี ซึ่งเป็นสถานที่พักของลุงตู่ และคณะ

นักข่าวไทยรายงานว่าไม่มีคนไทยอยู่ในกลุ่มนั้น และผู้ประท้วงกลายเป็นชาวเม็กซิโกและเปรู นี่แหละจึงเป็นที่มาของ “แดงละติน” ซึ่งแดงไทยแท้ที่อาศัยอยู่ในแผ่นดินลุงแซม ไม่มีใครแชร์ภาพการประท้วงครั้งนี้เลย

มีข้อน่าสังเกตเสื้อที่แดงละตินสวมใส่มาประท้วง ตัวหนังสือและลายสีธงชาติเหมือนกับตัวหนังสือในป้ายประจานรัฐบาลไทยบนตึกแถวแมนฮัตตัน

เซเลบแดง” เมินลุงตู่

ในสหรัฐมีเซเลบแดงหลายคนส่วนใหญ่เป็นคนไทยที่ได้เป็นพลเมืองอเมริกัน และให้การสนับสนุน “แดงฮาร์ดคอร์” อยู่ในเมืองไทย 

ส่วนเซเลบแดงที่ชื่นชอบทักษิณเป็นชีวิตจิตใจคนหนึ่ง ได้แก่ “ดารุณี กฤตบุญญาลัย” ที่เดินทางมาอยู่ในกรุงวอชิงตัน ดีซี เมื่อส่องเฟซบุ๊ก “ดารุณี กฤตบุญญาลัย–Darunee Kritboonyalai” กลับไม่พบการเคลื่อนไหวที่จะมาถือป้ายต้านลุงตู่ และเมื่อวันที่ 19 กันยายน 2562 “ดารุณี” เพิ่งไลฟ์เฟซบุ๊กเรื่อง “13 ปี กำจัดทักษิณ ออกจากประเทศไทย”

ดารุณี กฤตบุญญาลัย

มนูญ ชัยชนะ” หรือ เอนก ซานฟราน ก็เงียบเชียบ เมื่อส่องเฟซบุ๊ก Anek Sanfran The Right Man Public รวมทั้ง จุติเทพ วิไชยคำมาตย์ หรือ “โจ กอร์ดอน” อดีตผู้ต้องหาตามมาตรา 112 ที่พ้นโทษออกมาช่วงปี 2556 ก็โพสต์ภาพรถคันใหม่ที่ได้รับมาจากรัฐบาลอเมริกัน

เอนก ซานฟราน

เช่นเดียวกัน “เพียงดิน รักไทย” ไม่ได้ใส่ใจการเดินทางมายูเอ็นของลุงตู่ แถมล่าสุดเพียงดินยังไลฟ์ผ่านเพจ Dr.Piangdin Rakthai’s Education for Peace Foundation เรื่อง “ลันลาเบล มิติลึกสังคมทราม อันตรายของวัฒนธรรมเพศพาณิชย์”

ไม่มีเซเลบแดงคนไหนแชร์ภาพ “แดงละติน” ประท้วงประยุทธ์ เหมือนเป็นภาพที่ไม่เข้าพวก

จรัล” ออนทัวร์

การเดินทางมาถึงนิวยอร์กของ “จรัล ดิษฐาอภิชัย” แกนนำสมาคมชาวไทยเพื่อประชาธิปไตยไร้พรมแดน ทำให้หน่วยข่าวในทำเนียบรัฐบาล ผลิตข่าวแจกสื่อมวลชนว่าคนเสื้อแดงในสหรัฐได้เตรียมระดมมวลชนมาประท้วงลุงตู่เหมือนทุกปี

วันที่ 21 กันยายน 2562 “จรัล” ไปถ่ายภาพกับป้าย “อย่าปล่อยประชาธิปไตยตายในประเทศ​ไทย” แล้วก็เข้าแถวรอชม ​Fhantom of the Opera ถัดมาอีกวันจรัลไปเที่ยวชมเทพีเสรีภาพ​และแวะมาหน้าตึกยูเอ็น เพื่อนำซองจดหมายไปหย่อนในตู้ไปรษณีย์ ซึ่งจดหมายฉบับนั้น จรัลเขียนถึงเลขาธิการยูเอ็น

ปี 2562 ‘แดงละติน’ มาประท้วงลุงตู่แทนกลุ่มเรดยูเอสเอ

ขณะที่มี “แดงละติน” ไปเดินถือป้ายอยู่หน้าโรงแรมที่ลุงตู่พัก จรัลเดินทางไปรัฐเวอร์จิเนียเพื่อชมบ้านเกิดของจอร์จ​ วอชิงตัน​ ผู้สถาปนาสาธารณรัฐอเมริกา ​

ที่แท้ทรู..จรัลมาทำกิจกรรมหย่อนจดหมายใส่ตู้ไปรษณีย์และเวลาที่เหลือก็ท่องเที่ยวไปเรื่อยๆ

ท่อตันน้ำมันหมด

แม้เพจ “สุนัย จุลพงศธร” จะโชว์ภาพตัวเขากับจรัล กับป้ายโฆษณาที่นิวยอร์ก เพื่อโปรโมทคลิป “คนไทยในนิวยอร์กขึ้นป้ายต้านเผด็จการประยุทธ์ อ.จรัล ยื่นหนังสือถึงเลขายูเอ็น” แต่จริงๆ แล้ว สุนัยอยู่แอลเอ และเตรียมเดินทางออกจากสหรัฐประมาณ สัปดาห์

สุนัยทำได้แค่โฆษณา ไม่ได้ไปนิวยอร์ค

ชีวิตวันนี้ของสุนัย ทำมาหากินด้วยการไลฟ์อัดคลิปลงยูทูบ เพื่อมีรายได้จากยอดวิวและค่าโฆษณาเลี้ยงชีพไปวันๆ เหมือนกับจอม เพชรประดับ ที่ต้องขับอูเบอร์หารายได้

ดังที่เขียนไปวันก่อน ปีนี้เพจ Red USA-Thai Voice International กระบอกเสียงของ Red USA และองค์กรเสรีไทย ไม่มีการปลุกระดมให้ไปชุมนุมต้าน พล..ประยุทธ์ เหมือนปี 2558 

ปี 2558 แดงยูเอสเอ และ เสรีไทย มาประท้วงประยุทธ์

ปีนั้นองค์กรเสรีไทยเพิ่งเปิดตัว จารุพงศ์ เรืองสุวรรณ จึงเชิญเซเลบแดงในสหรัฐมาร่วมกันประท้วงทั้ง ดารุณี กฤตบุญญาลัย จอม เพชรประดับ และเพียงดิน รักไทย พร้อมมวลชนเรด ยูเอสเอ

หลัง “จารุพงศ์” ปิดฉากองค์กรเสรีไทย คนเสื้อแดงในลอสแองเจลิส ก็แทบสิ้นแรง ขนาดจัดงานวันเกิดทักษิณเมื่อสองสามเดือนก็ยังไปแอบจัดกันเล็กๆ มีคนแค่ 10 คน 

สิ้นองค์กรเสรีไทยก็เหมือนไฟตันน้ำมันช็อต เป็นช่วงขาลงของคนเสื้อแดงในอเมริกาโดยแท้

p29

สนิมเหล็กเกิดแต่เนื้อในตน #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/390438?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=scoop

สนิมเหล็กเกิดแต่เนื้อในตน

26 กันยายน 2562 – 09:15 น.
วงในวงนอก,รัฐธรรมนูญ
เปิดอ่าน 91 ครั้ง

คอลัมน์…  วงในวงนอก   โดย….อสนีบาต   aussaneebard@hotmail.com

ถ้ารัฐธรรมนูญมีชีวิต ก็คงอยากเรียกร้องขอความเป็นธรรมบ้าง

เพราะนับตั้งแต่นักการเมืองผู้ได้สิทธิสวมสูทผูกเนกไทกลายเป็นผู้แทนอันทรงเกียรติเข้าไปนั่งหน้าสลอนอยู่ในสภา ก็เริ่มมีรังสีแห่งอำนาจครอบงำ ออกไปพูดที่ไหนต่อที่ไหนก็ทำให้ผู้คนกริ่งเกรงไปหมด ไม่ว่าจะเป็นพรรคไหนก็ตาม ตั้งแต่ทำตัวกร่างกับเจ้าหน้าที่ตำรวจบ้าง ออกมาตะลุมบอนกันบ้างทั้งที่อยู่พรรคเดียวกันแท้ๆ

บ้างออกไปยุยงส่งเสริมปลุกระดมเดินถนนเรียกร้องให้แก้ไขรัฐธรรมนูญ กล่าวหารัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันเฮงซวยทุกมาตราบ้าง กล่าวหาองค์กรอิสระเป็นเครื่องมือทำลายล้างฝ่ายตรงข้ามบ้าง

น่าเห็นใจรัฐธรรมนูญนะครับ กำลังถูกผู้แทนอันทรงเกียรติบางคนบางกลุ่มซึ่งเกิดจากผลผลิตจากรัฐธรรมนูญฉบับนี้แท้ๆ ปู้ยี่ปู้ยำกระทำชำเรา ทั้งที่รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันผ่านการลงมติจากประชาชนเสียงส่วนใหญ่ของประเทศ

พินิจพิเคราะห์สิ่งที่กำลังรณรงค์เรียกร้องอยู่บนฐานอะไรบ้าง เพราะการอ้างว่าเป็นตัวแทนประชาชนจึงประกาศจะทำอะไรก็ได้ หรืออยากแก้มาตราโน้นมาตรานี้ เพราะเป็นอุปสรรคต่อวงศาคณาญาติ เข้ามาสู่อำนาจไม่สะดวกหรือไม่ จึงต้องระเบิดปากอุโมงค์เสียก่อนเพื่อเข้าไปหยิบขุมทรัพย์ที่อยู่ข้างใน

ตั้งแต่รัฐธรรมนูญปี 2540 ออกแบบให้มีองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญส่งผ่านมาถึงรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็น กกต. ป.ป.ช. ศาลรัฐธรรมนูญ ฯลฯ ต่างทำหน้าที่ตรวจสอบตามปกติแต่พ่อคุณทูนหัวออกมาประกาศกร้าว จะยุบศาลรัฐธรรมนูญซะนี่

ทันทีที่ผลการวินิจฉัยไม่ถูกใจก็ออกมาแสดงความเห็นระดับมหาศาสดานิติศาสตร์ วิพากษ์วิจารณ์ศาล เลาะเลี้ยวจนดูน่าหวาดเสียวจะเข้าข่ายหมิ่นประมาท ก้าวล่วงละเมิด ซึ่งเป็นตัวอย่างที่ไม่งามเลย

วันดีคืนดี 7 พรรคฝ่ายค้านแถลงเตรียมใช้ช่องทางตามรัฐธรรมนูญยื่นเรื่องป.ป.ช.ให้ตรวจสอบจริยธรรม พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ต่อปมถวายสัตย์ ที่อุตส่าห์ชี้แจงผ่านเวทีการอภิปรายทั่วไปแล้ว

แต่ขณะเดียวกันท่านผู้ทรงเกียรติโดนโทษประหารและถูกคุมขังพ้นสภาพส.ส. กลับออกมาปกป้องว่ายังไม่หลุดเก้าอี้ หลงลืมจริยธรรมตามรัฐธรรมนูญฉบับเดียวกันเสียนี่

รัฐธรรมนูญออกแบบองค์กรอิสระมาดีอยู่แล้ว เช่น ป.ป.ช. กำหนดให้นักการเมืองเปิดเผยบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินต่อสาธารณชน ล้วนเป็นเรื่องที่ดีของการเริ่มต้นแสดงความโปร่งใส สามารถตรวจสอบพวกท่านได้เมื่อเข้าสู่ตำแหน่งที่ต้องรับผิดชอบบริหารกิจการบ้านเมือง ไม่ว่าจะเป็นนายกฯ ข้าราชการระดับสูง ส.ส. สว. ฯลฯ

ในเมื่อพวกท่านไปอวดสรรพคุณตัวเอง “ไว้เยอะ” ก่อนเข้ามาเป็นส.ส.ว่าตัวเองบริสุทธิ์ผุดผ่องจนประชาชนหลงเชื่อ จึงต้องมีระบบการตรวจสอบอีกชั้นผ่านการแสดงบัญชีทรัพย์สิน เพื่อยืนยันว่าท่านไม่ได้โกหก ท่านทำจริง ไม่ว่าจะเป็นการโยกย้ายถ่ายเททรัพย์สิน ต้องแจ้งอย่างตรงไปตรงมา ซุกเก็บไว้ที่ไหนอย่างไร สาธารณชนจะได้สบายใจว่าเข้ามาไม่หาประโยชน์ทับซ้อน พิสูจน์ให้สิ้นสงสัย คนดีตกน้ำไม่ไหลตกไฟไม่ไหม้

ฉันใดก็ฉันนั้น การเที่ยวโพนทะนา “ผมปล่อยกู้ให้พรรคจำนวนเท่านั้นเท่านี้” ต่อมาไปแสดงบัญชีทรัพย์สินต่อ ป.ป.ช. ว่าปล่อยกู้ให้พรรคจริง แต่เป็นจำนวนเงินคนละตัวเลข แล้วจะทำอย่างไร อีกทั้งขัดกฎหมายพรรคการเมืองหรือไม่

“ล้วนมาจากการกระทำของตนเองทั้งสิ้น ไม่มีใครไปปรับเปลี่ยนตัวเลข นอกจากตัวท่านเอง ไม่มีใครไปสร้างข่าวเท็จ ต่างรายงานตามพฤติการณ์ที่ท่านแสดงออกต่อหน้าธารกำนัลครบถ้วนกระบวนความ”

ทีนี้กฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญบังคับใช้กับทุกคนอย่างเท่าเทียม ไม่ยกเว้นคนใดคนหนึ่ง เมื่อท่านกระทำและส่อขัดต่อกฎหมายต้องเป็นไปตามขั้นตอนตามที่รัฐธรรมนูญบัญญัติ

กล่าวมาทั้งหมด ถามว่าใครกลั่นแกล้ง ใครต้องการเล่นงานท่าน ทุกสิ่งทุกอย่างล้วนเป็นไปตามกฎแห่งกรรม และขอย้ำผู้เข้าสู่ตำแหน่งทางการเมืองทั้งหลายต้องผ่านกระบวนการตามรัฐธรรมนูญฉบับเดียวกัน

การที่ท่านใดท่านหนึ่งกำลังเดินเข้าสู่บทพิจารณาลงโทษล้วนเกิดขึ้นจากตัวท่านเลือกเอง เลือกที่จะตีหน้าเศร้าเล่าความเท็จ ไม่แสดงความบริสุทธิ์ใจตั้งแต่ต้น
“หาใช่รัฐธรรมนูญเฮงซวย แต่ตัวท่านนั่นล่ะเฮงซวยตั้งแต่มันสมองจรดปลายเท้า”

ฝ่ากระแส เลิกเกณฑ์ทหาร กองทัพ ขอเจอครึ่งทาง #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/390460?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=scoop

ฝ่ากระแส เลิกเกณฑ์ทหาร กองทัพ ขอเจอครึ่งทาง

26 กันยายน 2562 – 09:07 น.
เลิกเกณฑ์ทหาร,กองทัพ,ทหารเกณฑ์,พรรคอนาคตใหม่,พรบยกเลิกการเกณฑ์ทหาร
เปิดอ่าน 612 ครั้ง

คอลัมน์… ถอดรหัสลายพราง โดย… พลซุ่มยิง

ตกเป็นปัญหาที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออกของกองทัพ หลังฝ่ายค้านนำโดย ‘พรรคอนาคตใหม่’ เตรียมเสนอร่าง พ.ร.บ.ยกเลิกการเกณฑ์ทหาร ให้เปลี่ยนมาใช้รูปแบบสมัครใจ เข้าสภาในสมัยประชุมหน้า เพราะรู้ว่า พ.ร.บ.ฉบับนี้ ในทางปฏิบัติจริงไม่สามารถทำได้เนื่องจากกระทบโครงสร้างกำลังพลและความมั่นคงของประเทศ แต่หากจะปฏิเสธก็สวนกระแสสังคมที่คล้อยตามไปแล้ว

ต้องยอมรับว่าการยกเลิกการเกณฑ์ทหารเปลี่ยนมาสมัครใจได้รับเสียงตอบรับจากสังคม โดยเฉพาะกลุ่มคนรุ่นใหม่อย่างต่อเนื่อง หลัง ‘อนาคตใหม่’ ชูแคมเปญนี้ หาเสียงสู้ศึกเลือกตั้งเมื่อวันที่ 24 มีนาคม ที่ผ่านมา ท่ามกลางข้อถกเถียงอย่างกว้างขวางของฝ่ายที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย ร่วมถึงในกลุ่มนักวิชาการ หรือแม้แต่กองทัพบกก็เคยศึกษาถึงความเป็นไปได้และผลกระทบที่จะตามมา

          เบื้องต้นกองทัพบกพบว่า พ.ร.บ.ยกเลิกการเกณฑ์ทหารกระทบต่อกฎหมายหลายฉบับของกระทรวงกลาโหม รวมถึงกระทรวงอื่นที่เกี่ยวข้อง อีกทั้งยังเป็นภาระงบประมาณและความพร้อมสถานภาพกำลังรบ ตลอดจนถึงระบบฐานข้อมูลกำลังพลซึ่งล้วนส่งผลต่อความมั่นคงของประเทศทั้งสิ้น

ในแต่ละปีกองทัพต้องการทหารกองประจำการปีละประมาณ 90,000-100,000 คน ขึ้นอยู่กับจำนวนประชากร เพื่อใช้ปฏิบัติหน้าที่ความมั่นคง รักษาอธิปไตย รวมถึงการบรรเทาสาธารณภัย โดยจัดสรรให้กองบัญชาการกองทัพไทยประมาณ 1,900 นาย กองทัพบกประมาณ 70,000 นาย กองทัพอากาศประมาณ 13,000 นาย กองทัพเรือประมาณ 6,000 นาย ส่วนที่เหลือให้แก่กระทรวงกลาโหม

จากข้อมูลย้อนหลัง พบชายไทยสมัครใจเข้ารับใช้ชาติ ปี 2557 จำนวน 35% ปี 2558 จำนวน 44% ปี 2559 จำนวน 47% และสูงสุดในปี 2560 จำนวน 49% ปี 2561 จำนวน 45% และล่าสุดปี 2562 ตัวเลขอยู่ที่ 46% โดยกองทัพบกประเมินว่าปัจจัยทำให้ผู้มาสมัครไม่ครบ 100% เกิดจากขาดแรงจูงใจในเรื่องเงินเดือนและสวัสดิการที่ในปัจจุบันได้รับค่าตอบแทนตามค่าแรงขั้นต่ำและเบี้ยเลี้ยง 10,000 กว่าบาทต่อเดือน

หาก พ.ร.บ.ยกเลิกเกณฑ์ทหารถูกบังคับใช้ หมายความว่าทหารกองประจำการจะหายไปครึ่งหนึ่งของกองทัพ แม้ในเนื้อหา พ.ร.บ.ฉบับนี้จะเพิ่มเงินเดือน สวัสดิการ เป็นสองเท่าพร้อมทั้งให้ทุนเรียนปริญญาตรีจนจบ เพื่อเป็นแรงจูงใจ แต่ต้องยอมรับว่าจะกลายเป็นภาระงบประมาณในอนาคตอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

แม้ ‘กองทัพบก’ จะมีข้อมูลเก่าอยู่ในมือแล้วแต่ก็ได้จัดตั้งคณะกรรมการขึ้นมาพิจารณาข้อดีข้อเสีย พ.ร.บ.ยกเลิกการเกณฑ์ทหารอีกครั้ง ตามคำสั่งการของ “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม โดยให้แล้วเสร็จก่อนพ.ร.บ.ฉบับดังกล่าวเข้าสภาในสมัยประชุมหน้าเพื่อเป็นข้อมูลประกอบในการชี้แจง

โจทย์สำคัญ ‘กองทัพบก’  ต้องหาวิธีอธิบายให้ประชาชนเข้าใจ พ.ร.บ.ยกเลิกการเกณฑ์ทหารไม่สามารถทำได้ ในขณะเดียวกันต้องเตรียมข้อมูลรับมือฝ่ายค้าน เพราะทันทีที่อ้างเรื่องงบประมาณก็จะถูกตีรวนให้ตัดงบการจัดซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์ เช่น เรือดำน้ำ ของกองทัพเรือ, ยานเกราะล้อยางสไตรเกอร์ ของกองทัพบก

เจตนาแท้จริงของ ‘กองทัพบก’ ไม่ต้องการหักด้ามพร้าด้วยเข่า เพราะต้องยอมรับความจริงว่ากระแสสังคมต้องการให้กองทัพเลิกเกณฑ์ทหาร เพียงแต่จะนำ พ.ร.บ.ดังกล่าวมาพัฒนาเพื่อผ่อนหนักให้เป็นเบา และหาจุดกึ่งกลางให้ได้ทางออกในเรื่องนี้โดยไม่ให้กระทบงานมั่นคงในภาพรวม ขณะเดียวกันประชาชนก็รับได้

โดย ‘กองทัพบก’ มีแนวคิดเพิ่มค่าตอบแทน สวัสดิการ เพื่อเป็นแรงจูงใจให้ชายไทยสมัครใจเป็นทหารกองประจำการโดยยึดรูปแบบพลอาสากองพันจู่โจมค่ายเอราวัณ  จ.ลพบุรี ที่ได้รับเงินเดือนสูงสุดอยู่ระหว่าง 12,000-13,000 บาท

โดยจะพิจารณาแบ่งเป็นระยะและปรับเปลี่ยนไปเรื่อยๆ ตามความเหมาะสม โดยคำนึงถึงความเป็นไปได้ ไม่เป็นภาระงบประมาณ

เมื่อดำเนินการไปถึงจุดที่มีชายไทยมาสมัครเกิน 80% นั้นหมายความว่าประชาชนเริ่มพอใจ และกองทัพก็รับได้กับตัวเลขดังกล่าว สุดท้ายแล้ว ‘การเกณฑ์ทหาร’ ก็จะถูกยกเลิกไปโดยปริยาย

แต่กว่าเวลานั้นจะมาถึงพรรคฝ่ายค้านในฐานะผู้เสนอร่างพ.ร.บ.ยกเลิกเกณฑ์ทหาร และกองทัพในฐานะผู้ปฏิบัติ ต้องรู้จักผ่อนสั้นผ่อนยาว เปิดใจพูดคุย โดยปราศจากอคติ หรือการตั้งแง่เพื่อหาจุดสมดุลนำไปสู่ผลประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชน