ไกรคุปต์ยังซุกอีก 600 ไร่ ผืนนี้ของพ่อ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/agricultural/410732?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=agricultural

ไกรคุปต์ยังซุกอีก 600 ไร่ ผืนนี้ของพ่อ

16 มกราคม 2563 – 00:00 น.
สปก,ธรรมนัส,กระทรวงเกษตรและสหกรณ์,ปารีณา ไกรคุปต์,ราชบุรี,ยึดที่,จัดสรร,ข่าววันนี้
เปิดอ่าน 1,063 ครั้ง

เลขาฯส.ป.ก.เร่งจัดแปลงที่ดินเขาสนฟาร์ม 682ไร่ ให้สิทธิเกษตรกรทำกินแบบแปลงรวม ส่วนการรื้อถอนสิ่งปลูกสร้าง เป็นหน้าที่ ส.ส.ปารีณา ออกค่าใช้จ่าย

16 มกราคม 2563 นายวิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข เลขาธิการสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) เปิดเผยว่าทุกส่วนงานที่เกี่ยวข้องของ ส.ป.ก.เร่งประชุมตรวจสอบทั้งข้อกฎหมายในการนำที่ดิน 682 ไร่ เลขที่ 109 หมู่ 6 ตำบลรางบัว อำเภอจอมบึง จังหวัดราชบุรี หรือ เขาสนฟาร์ม ที่ยึดคืนจากน.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ มาเข้าสู่กระบวนการจัดสรรสิทธิ์  

ควบคู่กับหารูปแบบที่เหมาะสมในการส่งเสริมอาชีพเกษตรกร ตามนโยบายของ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรฯ ที่ย้ำว่า ในการอนุญาตให้เกษตรกรเข้าทำประโยชน์ในที่ดินของ ส.ป.ก.ต้องจัดทำระบบสาธารณูปโภคและส่งเสริมอาชีพให้ด้วย ไม่เช่นนั้นผู้ได้รับสิทธิ์อาจไม่สามารถอยู่อาศัยและใช้ที่ดินประกอบอาชีพเกษตรกรรมตามเจตนารมย์ของ พ.ร.บ.ปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม

สำหรับที่ดิน 682 ไร่นี้ น.ส.ปารีณา ได้ส่งมอบทั้งที่ดินและสิ่งปลูกสร้างให้ ส.ป.ก.แล้ว ซึ่ง ส.ป.ก.จะพัฒนาพื้นที่โดยนำนโยบายการส่งเสริมการทำเกษตรแบบรวมกลุ่ม การตลาดนำการเกษตรมาเป็นแนวทางสำคัญในการช่วยเหลือเกษตรกร เตรียมนำแผนที่เกษตรเพื่อการบริหารจัดการเชิงรุก (Agri-Map) มาสำรวจว่าที่ดินบริเวณดังกล่าวเหมาะสำหรับทำการเกษตรประเภทใด เบื้องต้นพบว่า มีสภาพแห้งแล้ง เหมาะสมที่จะปลูกพืชใช้น้ำน้อย ปลูกพืชอาหารสัตว์ และทำปศุสัตว์

“จึงกำลังประชุมอย่างต่อเนื่องเพื่อกำหนดเขตการใช้ประโยชน์ในพื้นที่แปลงนี้เช่น แปลงปลูกพืช แปลงเลี้ยงสัตว์ แปลงที่อยู่อาศัย และแปลงสำนักงาน ทั้งนี้ การจัดที่ดินจะใช้รูปแบบ “แปลงรวม” มาทำเป็นต้นแบบ อาคารหรือสิ่งปลูกสร้างที่ใช้ประโยชน์ได้ จะคงไว้สำหรับทำเป็นสำนักงานสหกรณ์การเกษตร  และในส่วนโรงเลี้ยงไก่ หากจะส่งเสริมเกษตรกรทำปศุสัตว์จะเก็บไว้ ส่วนที่ไม่ต้องการ เป็นความรับผิดชอบของ น.ส.ปารีณา ในการรื้อถอนออก เมื่อจัดรูปแปลงและมีแผนการส่งเสริมอาชีพเรียบร้อยแล้ว จึงจะพิจารณาเกษตรกรที่มีคุณสมบัติตามกฎหมาย ส.ป.ก.ให้เข้าทำกินร่วมกัน”นายวิณะโรจน์ กล่าว

ทั้งนี้ สิ่งที่ให้ความสำคัญที่สุดขณะนี้คือ การปรับปรุงสภาพพื้นที่ ส.ป.ก.ที่จัดสรรสิทธิ์ไปแล้ว และที่ยึดคืนมาตามคำสั่งหัวหน้า คสช.กรณีถือครองเกิน 500 ไร่ ซึ่งจะเร่งพัฒนาระบบสาธารณูปโภคและส่งเสริมอาชีพเพื่อให้อยู่อาศัยและทำกินได้อย่างมั่นคง โดยจะเป็นการลดปัญหาการขายเปลี่ยนมือให้นายทุนไปประกอบกิจการอื่นที่มิใช่การเกษตร หรือการครอบครองเกินกว่าที่กฎหมาย ส.ป.ก.กำหนดไว้

ขณะเดียวกันได้ให้ปฏิรูปที่ดินจังหวัดราชบุรี ตรวจสอบที่ดินในเขต อ.สวนผึ้ง ซึ่งมีข้อร้องเรียนว่า นายทวี ไกรคุปต์ บิดาของ น.ส.ปารีณา ครอบครองรวมเนื้อที่กว่า 600 ไร่ ว่าอยู่ในเขตปฏิรูปที่ดินหรือไม่ หากใช่ รมช.ธรรมนัส สั่งให้ตรวจสอบการครอบครอง ถ้าพบการครอบครองโดยมิชอบด้วยกฎหมายจะยึดคืนเช่นเดียวกัน

หยุดล่า…ฝูงกระทิงเขาแผงม้าล้นเล็งต้อนกลับเขาใหญ่ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/agricultural/410743?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=agricultural

หยุดล่า…ฝูงกระทิงเขาแผงม้าล้นเล็งต้อนกลับเขาใหญ่

16 มกราคม 2563 – 00:00 น.
กระทิง​,เขาแผงม้า,กรมอุทยานแห่งชาติ,ข่าววันนี้,จัดโซน,ท่องเที่ยว
เปิดอ่าน 404 ครั้ง

กรมอุทยานฯ เข้มจัดระเบียบเขาแผงม้า​ จัดโซนนักท่องเที่ยว​ MOU หลวงพ่อ​กัณหา ผู้อุปถัมภ์​ ห้ามเข้าเขตหวงห้าม​ ฝ่าฝืนแจ้งความ เตรียมต้อนกลับเขาใหญ่ฝูงล้น

16 มกราคม 2563 “กรมอุทยาน​ฯ” เข้มจัดระเบียบเขาแผงม้า​ จัดโซนนักท่องเที่ยว​ ทำข้อตกลงกับ​ “หลวงพ่อ​กัณหา” ผู้อุปถัมภ์​ ห้ามเข้าเขตหวงห้าม​ดูกระทิง​หาก​ ลั่นหากฝ่าฝืนแจ้งความดำเนินคดีทันที​ รับประชากรกระทิงส่อล้นเกิน​ เตรียมแผนต้อนกลับป่าเขาใหญ่ 

นายสิทธิชัย​ เสรีส่งแสง​ ผู้อำนวยการสำนักบริหาร​พื้นที่​อนุรักษ์​ที่​ 7​ (นครราชสีมา)​ กล่าวว่า หลังจากมีการตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณี หลวงพ่อกัณหา สุขกาโม เจ้าอาวาสวัดป่าทรัพย์ทวีธรรมาราม อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา​ เข้าไปในเขตห้ามล่าพันธุ์สัตว์ป่าเขาแผงม้า​ บริเวณทุ่งหญ้าที่มีกระทิงออกมาหากิน​ เมื่อเย็นวันที่ 12 ธ.ค.62​ โดยทางวัดยอมรับว่า​เป็นผู้ขับรถเข้าไปในเขตห้ามล่าฯ​ จริง​ซึ่งเข้าไปโดยไม่ได้ประสานกับอุทยาน​ฯ​ ในวันเดียวกันมีนักท่องเที่ยวจำนวนมาก มีคนถ่ายภาพไว้จนเป็นข่าว​เข้าใจผิดว่าเป็นทัวร์​ VIP พร้อมยอมรับว่าส่วนหนึ่งเป็นความหละหลวมของเจ้าหน้าที่​ ซึ่งมีจำนวนน้อย​ ไม่ได้กวดขันให้ถูกต้องตามระเบียบ

ภายหลังจากที่เกิดเหตุจึงมีการทำข้อตกลงกับทางวัดให้เข้าใจถึงกระแสข่าวที่เกิดขึ้น​ และต่อจากนี้การเข้าพื้นที่ ต้องปฏิบัติตามระเบียบของกรมอุทยานแห่งชาติ​ โดยหากมีการเข้ามาโดยไม่ได้รับอนุญาตอีก​ ทางกรมอุทยานฯ​ จำเป็นต้องดำเนินคดีกับทางวัด​ ซึ่งปัจจุบันแค่ลงบันทึกประจำวันไว้เท่านั้น

ทั้งนี้​ นายสิทธิชัย​ ระบุว่า​ หลวงพ่อกัณหา​เป็นผู้อุปถัมภ์และให้การสนับสนุนเขตห้ามล่าพันธุ์สัตว์ป่าเขาแผงม้ามาตลอดระยะเวลาหลายสิบปี​ ทั้งการก่อสร้างโรงครัว สร้างบ้านพัก​ ห้องน้ำสุขา​ ที่อยู่ที่อาศัย​ ประปา​ ไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์​ พร้อมทั้งปรับปรุงถนนขึ้นลงเขาแผงม้าเพื่อให้สะดวกในการเดินทาง และยังนำรถไถมาช่วยตัดต้นหญ้าสาบเสือ​ ต้นหญ้าหนามคนธา​ เพื่อให้หญ้าขึ้นมาเป็นอาหารของกระทิง​ กวาง​ เก้งในสถานที่แห่งนี้

สำหรับ จำนวนนักท่องเที่ยวที่คืนมาเขาแผงม้ามีแนวโน้มเพิ่มขึ้นทุกปีโดยปี 2552 ที่ผ่านมามีจำนวน 20,000 คน​ สามารถจัดเก็บรายได้ถึง 200,000 บาท ซึ่งจำเป็นต้องจัดโซนให้นักท่องเที่ยว​ ห้ามออกนอกพื้นที่จุดชมวิว​ หากล่วงล้ำเข้าไปในพื้นที่หวงห้ามก็จะมีการเปรียบเทียบปรับตามกฎหมาย​

ส่วนจำนวนประชากรกระทิง​ ก็มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นจากเดิม 200 ตัวปัจจุบันเป็น 300 ตัว​ เพราะไม่มีสัตว์ผู้ล่า​ ขณะที่เขตห้ามล่าสัตว์ป่าเขาแผงม้า​มีพื้นที่เพียง 5,000 ไร่​ หากประชากรกระทิงล้นเกินในอนาคต​ กรมอุทยานแห่งชาติ​ ได้ทำงานวิจัย​ แนวทางการต้อนฝูงกระทิงกลับไปยังผืนป่าเขาใหญ่​ ซึ่งอยู่ติดต่อกัน​ หรือต้อนไปไกลอีกถึงเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาภูหลวง​

ภัยแล้งแผลงฤทธิ์…ภาคเกษตรพังยับกว่าพันล้านบาท #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/agricultural/410741?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=agricultural

ภัยแล้งแผลงฤทธิ์…ภาคเกษตรพังยับกว่าพันล้านบาท

16 มกราคม 2563 – 00:00 น.
ภัยแล้ง,เกษตร,กระทบ,เสียหาย,ข่าววันนี้,คมชัดลึก
เปิดอ่าน 310 ครั้ง

ภัยแล้งวิกฤติรุนแรง กระทบเกษตรเสียหายแล้วกว่า 1 พันล้านบาท น้ำในเขื่อนใหญ่ 35 แห่ง ใช้การได้42% หรือ1.97หมื่นล้านลบ.ม.ระบายใช้วันละเกือบ 90 ล้านลบ.ม.

16 มกราคม 2563 ภัยแล้งวิกฤติรุนแรง กระทบเกษตรเสียหายแล้วกว่า 1 พันล้านบาท น้ำในเขื่อนใหญ่ 35 แห่ง มีน้ำใช้การได้ 42% หรือ 1.97 หมื่นล้านลบ.ม.ระบายใช้วันละเกือบ 90 ล้านลบ.ม  ส่วนน้ำไหลเข้า 21 ล้านลบ.ม.  

ศูนย์ติดตามและแก้ไขปัญหาภัยพิบัติกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รายงานสภาพน้ำในอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่และขนาดกลาง (447 แห่ง) ปริมาตรน้ำในอ่างฯ 45,897 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็นร้อยละ 60 (ปริมาตรน้ำใช้การได้ 22,080 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็นร้อยละ 43) ปริมาตรน้ำในอ่างฯ เทียบกับปี 2562 (56,400 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็นร้อยละ 74) น้อยกว่าปี 2562 จ้านวน 10,503 ล้าน ลบ.ม. ปริมาณน้ำไหลลงอ่างฯ จ้านวน 24.00 ล้าน ลบ.ม. ปริมาณน้ำระบาย จ้านวน 90.03 ล้าน ลบ.ม. สามารถรับน้ำได้อีก 30,170 ล้าน ลบ.ม.

สภาพน้ำในอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ (35 แห่ง) ปริมาตรน้ำในอ่างฯ 43,211 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็นร้อยละ 61 (ปริมาตรน้ำใช้การได้ 19,777 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็นร้อยละ 42) ปริมาตรน้ำในอ่างฯ เทียบกับปี 2561 (53,061 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็นร้อยละ 75) น้อยกว่าปี 2562 จ้านวน 9,850 ล้าน ลบ.ม. ปริมาณน้ำไหลลงอ่างฯ จำนวน 21.00 ล้าน ลบ.ม. ปริมาณน้ำระบาย จำนวน 80.91 ล้าน ลบ.ม. สามารถ รับน้ำได้อีก 27,715 ล้าน ลบ.ม.

อ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ที่มีปริมาตรน้ำใช้การอยู่ในเกณฑ์ น้อยกว่าหรือเท่ากับร้อยละ 30 ของความจุอ่างฯ จำนวน 15 อ่างฯ ได้แก่ อ่างฯภูมิพล (17%) อ่างฯสิริกิติ์(28%) อ่างฯแม่กวงอุดมธารา (25%) อ่างฯแม่มอก (18%) อ่างฯจุฬาภรณ์ (6%) อ่างฯอุบลรัตน์ (-6%) อ่างฯล้าพระเพลิง (13%) อ่างฯมูลบน (30%) อ่างฯล้าแซะ (27%) อ่างฯลำนางรอง (16%) อ่างฯป่าสักชลสิทธ์ิ (22%) อ่างฯทับเสลา (13%) อ่างฯ กระเสียว (8%) อ่างฯคลองสียัด (18%) และอ่างฯหนองปลาไหล (22%)
ส่วนอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ที่มีปริมาตรน้ำอยู่ในเกณฑ์ มากกว่าร้อยละ 80 ข้ึนไป ของความจุอ่างฯ จำนวน 2 อ่าง ได้แก่ อ่างฯสิรินธร (85%)

จังหวัดประกาศเขตการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉินแล้ว 19 จังหวัด จ้านวน 96 อำเภอ 531 ต้าบล 4,559 หมู่บ้าน 20 ชุมชน ได้แก่ จังหวัดเชียงราย(14) น่าน(2) เพชรบูรณ์(6) อุทัยธานี(8) อุตรดิตถ์(3) พะเยา(5) จังหวัดสุโขทัย(4) นครพนม(1) มหาสารคาม(7) บึงกาฬ(4) หนองคาย(8) บุรีรัมย์(6) กาฬสินธ์ุ(1) นครราชสีมา(5) กาญจนบุรี(6) ฉะเชิงเทรา(2) ชัยนาท(4) นครสวรรค์(6) และจังหวัดสุพรรณบุรี(4) และอยู่ระหว่างผู้ว่าราชการจังหวัดลงนามในประกาศเขตฯ 2 จังหวัด คือ จังหวัดขอนแก่น(18) และ จังหวัดสกลนคร(8)

สำหรับผลกระทบด้านการเกษตร จากภาวะภัยแล้ง ช่วงภัยเดือน ก.ย. 62 – ปัจจุบัน (ข้อมูล ณ วันที่ 14 ม.ค. 63) ผลกระทบด้านการเกษตรในเบื้องต้น ด้านพืช ประสบภัย 21 จังหวัด เกษตรกร 252,377 ราย พื้นที่คาดว่าจะเสียหาย 2,267,702 ไร่ สำรวจพบความเสียหายแล้ว19 จังหวัด เกษตรกร 100,041 ราย พื้นที่เสียหาย 990,792 ไร่ แบ่งเป็น ข้าว 878,751 ไร่ พืชไร่ 111,546 ไร่ พืชสวนและอื่นๆ 495 ไร่ คิดเป็น วงเงิน 1,106.94 ล้านบาท จ่ายเงินช่วยเหลือแล้ว เกษตรกร 556 ราย พื้นที่ 4,072 ไร่ เป็นเงิน 4.54 ล้านบาทด้านปศุสัตว์ และด้านประมง ยังไม่มีรายงานได้รับผกระทบ

ไม่อยู่บนหิ้งอีกต่อไป…ดึง 13 ผลงานวิจัยลงทุนต่อยอดธุรกิจ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/agricultural/410744?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=agricultural

16 มกราคม 2563 – 00:00 น.
งานวิจัย,เกษตร,อลงกรณ์ พลบุตร
เปิดอ่าน 257 ครั้ง

เกษตรฯ ดึงผลงานวิจัย จับ 13 บริษัทลงทุนธุรกิจ พร้อมโชว์ศักยภาพเทคโนโลยีและผลงานวิจัยเด่นด้านนวัตกรรมอาหารที่ตอบโจทย์ New S-Curve  มุ่งให้เกิดการลงทุนของภาคเอกชน

16 มกราคม 2563 เกษตรฯ ดึงผลงานวิจัยลงทุนธุรกิจ พร้อมโชว์ศักยภาพเทคโนโลยีและผลงานวิจัยเด่นด้านนวัตกรรมอาหารที่ตอบโจทย์ New S-Curve  มุ่งให้เกิดการลงทุนของภาคเอกชนในอุตสาหกรรมอาหาร สร้างมูลค่าทางด้านเศรษฐกิจและสังคมในอนาคตไม่น้อยกว่า 570 ล้านบาท

นายอลงกรณ์ พลบุตร ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยสำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน) หรือ สวก. มีวิสัยทัศน์ในการเป็นผู้นำในการบริหารการวิจัยการเกษตร เพื่อสร้างความเข้มแข็งของภาคการเกษตรอย่างยั่งยืน และมีพันธกิจในการส่งเสริม สนับสนุน พัฒนาการวิจัยการเกษตร บุคลากรด้านการวิจัยการเกษตร และข้อมูลสารสนเทศด้านการวิจัยการเกษตร

ซึ่งการส่งเสริมและผลักดันผลงานวิจัยไปใช้ประโยชน์ทั้งเชิงนโยบาย สาธารณะและเชิงพาณิชย์ น่าจะเป็นอีกงานหนึ่งที่สำคัญของสวก. โดยในวันที่ 24 มกราคม ที่จะถึงนี้ สวก.ได้เตรียมจัดลงนามสัญญาอนุญาตให้ใช้สิทธิผลงานวิจัย ระหว่าง สวก. และผู้ประกอบการ จำนวน 13 บริษัท โดยแบ่งเป็นผลิตภัณฑ์กลุ่มเรื่องอาหารและอาหารเสริม 10 โครงการ ผลิตภัณฑ์ด้านการแพทย์ 2 โครงการและผลิตภัณฑ์ด้านเครื่องสำอาง 1 โครงการ ในงานสัมมนาเปิดตัวเทคโนโลยีและนิทรรศการแสดงผลงานวิจัยกลุ่มเรื่องอาหาร “Taste of Innovation : นวัตกรรมอาหาร เพื่อการพัฒนา สู่อนาคต”

ซึ่งแสดงให้เห็นถึงศักยภาพของผลงานวิจัยที่ตอบโจทย์นโยบายของรัฐบาล ในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมเป้าหมายของประเทศ (new s-curve) คือ เกษตรและอาหาร สุขภาพและการแพทย์ ที่สามารถนำไปใช้ได้จริง และเป็นจุดเริ่มในการผลักดันให้เกิดการลงทุนทางธุรกิจของภาคเอกชน ในอุตสาหกรรมอาหารก่อให้เกิดมูลค่าทางด้านเศรษฐกิจและสังคมในอนาคตได้ไม่น้อยกว่า 570 ล้านบาท

ซึ่งแสดงให้เห็นถึงศักยภาพของผลงานวิจัยที่ตอบโจทย์นโยบายของรัฐบาล ในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมเป้าหมายของประเทศ (new s-curve) คือ เกษตรและอาหาร สุขภาพและการแพทย์ ที่สามารถนำไปใช้ได้จริง และเป็นจุดเริ่มในการผลักดันให้เกิดการลงทุนทางธุรกิจของภาคเอกชน ในอุตสาหกรรมอาหารก่อให้เกิดมูลค่าทางด้านเศรษฐกิจและสังคมในอนาคตได้ไม่น้อยกว่า 570 ล้านบาท

นอกจากนี้ ในงานดังกล่าวจะนำเสนอเผยแพร่เทคโนโลยีจากผลงานวิจัยกลุ่มเรื่อง “อาหาร” จำนวน 44 โครงการ ประกอบด้วยภาคนำเสนอผลงานพร้อมใช้ (pitching) 14 โครงการ โดยมีผลงานไฮไลท์ เช่น 1) ผลิตภัณฑ์อาหารเหลวทางการแพทย์ 2) ผลิตภัณฑ์โปรตีนคล้ายเนื้อ 3) ผลิตภัณฑ์อาหารเจลถั่วชีวภาพ 4) ผลิตภัณฑ์ผักอัดเม็ดเสริมโพรไบโอติกส์ และ 5) ผลิตภัณฑ์ชาลำไยสด ภาคนิทรรศการ 25 โครงการ ซึ่งพร้อมถ่ายทอดความรู้และเทคโนโลยี สู่หน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชน เพื่อนนำไปขยายผลสู่การใช้ประโยชน์ในเชิงนโยบาย เชิงสาธารณะ และเชิงพาณิชย์

อีกทั้ง มีบูธของภาคเอกชนที่ได้รับการถ่ายทอดเทคโนโลยีจาก สวก. มานำเสนอผลิตภัณฑ์ 5 โครงการ ทั้งนี้ ได้เชิญผู้ที่เกี่ยวข้องในอุตสาหกรรมอาหารและอาหารเสริม ทั้งหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และภาควิชาการ ไม่น้อยกว่า 200 ท่าน เข้าร่วมงาน ซึ่งคาดว่าการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาต่อยอดและเชื่อมเครือข่ายกับภาครัฐและภาคเอกชนจะเป็นประโยชน์ต่อสาธารณชน และสร้างผลกระทบในเชิงเศรษฐกิจและสังคมต่อประเทศ

สุดเข้มข้น 4 ยุทธศาสตร์พัฒนาผลไม้เทรนอนุรักษ์มาเต็ม #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/agricultural/410653?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=agricultural

สุดเข้มข้น 4 ยุทธศาสตร์พัฒนาผลไม้เทรนอนุรักษ์มาเต็ม

16 มกราคม 2563 – 00:00 น.
ผลไม้,มาตรฐานผลไม้,กรมส่งเสริมการเกษตร,ข่าววันนี้,คมชัดลึก
เปิดอ่าน 163 ครั้ง

เกษตรฯถกร่างแผนปฏิบัติการด้านการพัฒนาผลไม้ไทย สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี

16 มกราคม 2563 นายชาตรี บุญนาค รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร ในฐานะฝ่ายเลขานุการคณะอนุกรรมการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์พัฒนาผลไม้ไทย เปิดเผยว่า ได้มีการประชุมคณะอนุกรรมการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์พัฒนาผลไม้ไทย   

การประชุมในครั้งนี้ เพื่อรับทราบผลการดำเนินงานภายใต้ยุทธศาสตร์พัฒนาผลไม้ไทย พ.ศ. 2558 – 2562 ของหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง พร้อมทั้งร่วมพิจารณาแนวทางการจัดทำ (ร่าง) แผนปฏิบัติการด้านการพัฒนาผลไม้ไทย พ.ศ. 2565 – 2569 ซึ่งเป็นยุทธศาสตร์พัฒนาผลไม้ไทย ฉบับที่ 3 ร่วมกับผู้แทนจากหน่วยงานต่าง ๆ  สาระสำคัญของแผนปฏิบัติการด้านการพัฒนาผลไม้ไทย พ.ศ. 2565 –  2569 โดยสังเขป มี 4 ยุทธศาสตร์ ประกอบด้วย

• ยุทธศาสตร์ที่ 1 เพิ่มประสิทธิภาพระบบบริหารจัดการผลไม้ในการผลิตและยกระดับมาตรฐานสินค้าไม้ผล

• ยุทธศาสตร์ที่ 2 พัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขันด้านการผลิต การตลาดไม้ผล ด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรม

• ยุทธศาสตร์ที่ 3 สร้างความเข้มแข็งและความเสมอภาคให้กับเกษตรกรและสถาบันเกษตรไม้ผล

• ยุทธศาสตร์ที่ 4 บริหารจัดการทรัพยากรอย่างยั่งยืนและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมในการผลิตผลไม้ครบวงจร ร่วมกับ Fruit Board

สำหรับข้อมูลและผลจากการประชุมครั้งนี้ ที่ประชุมเห็นชอบจะต้องมีความสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี (พ.ศ. 2561 – 2580) และยุทธศาสตร์เกษตรและสหกรณ์ ระยะ 20 ปี (พ.ศ. 2560 – 2579) ซึ่งเป็นกรอบและทิศทางการดำเนินงานในการจัดทำแผนปฏิบัติการด้านการพัฒนาผลไม้ไทย พ.ศ. 2565 – 2569 เพื่อรายงานความก้าวหน้าในการประชุมคณะกรรมการพัฒนาและบริหารจัดการผลไม้ ในวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2563 และนำเสนอแผนเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรีต่อไป

นายกฯ เปิดทำเนียบรับฟังปัญหาเกษตรกร-รับมือภัยแล้ง #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politic/410985?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=politic

นายกฯ เปิดทำเนียบรับฟังปัญหาเกษตรกร-รับมือภัยแล้ง

16 มกราคม 2563 – 20:36 น.
นายกฯ,เปิดทำเนียบฯ,รับฟังปัญหา,เกษตรกร,รับมือภัยแล้ง
เปิดอ่าน 31 ครั้ง

นายกฯ เปิดทำเนียบรับฟังปัญหาเกษตรกร พร้อมถกประเด็นรับมือภัยแล้งใน PM Talk สัปดาห์นี้

เมื่อวันที่ 16 ม.ค. 2563 – นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รายการ Government Weekly ช่วง PM Talk ทางเพจไทยคู่ฟ้าสัปดาห์นี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม เปิดตึกไทยคู่ฟ้าต้อนรับและพูดคุยกับเกษตรกรจาก จ.ชัยนาท จ.สุพรรณบุรี และเลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ เพื่อรับฟังปัญหาการประกอบอาชีพและการบริหารจัดการน้ำในช่วงที่เกิดปัญหาภัยแล้ง ซึ่งเกษตรกรสามารถปรับตัวรับมือกับสถานการณ์ได้เป็นอย่างดี เช่น ปลูกพืชใช้น้ำน้อย และขุดบ่อน้ำสำรอง เป็นต้น

อย่างไรก็ตาม เกษตรกรได้เสนอให้รัฐบาลตรวจสอบการขุดเจาะบ่อบาดาลที่ดำเนินการไปแล้วให้สามารถใช้งานได้ รวมทั้งจัดหาตลาดรองรับผลผลิตทางการเกษตรกรเพิ่ม และส่งเสริมให้ปลูกข้าวเพื่อบริโภคและขายภายในจังหวัดของตนเอง ติดตามได้ทางเฟซบุ๊กเพจไทยคู่ฟ้า วันศุกร์ที่ 17 ม.ค.63 เวลา 15.00 น. เป็นต้นไป

ราชกิจจาฯ ประกาศเปลี่ยนแปลง กก.บห.พรรคอนาคตใหม่ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politic/410962?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=politic

ราชกิจจาฯ ประกาศเปลี่ยนแปลง กก.บห.พรรคอนาคตใหม่

16 มกราคม 2563 – 18:40 น.
กกบหพรรคอนาคตใหม่,ราชกิจจาฯ,เปลี่ยนแปลง,กกบห,อนาคตใหม่
เปิดอ่าน 683 ครั้ง

เว็บไซต์ราชกิจจาฯ ประกาศ การเปลี่ยนแปลงกรรมการบริหารพรรคอนาคตใหม่ เหลือ 15 คน

เมื่อวันที่ 16 มกราคม 2563 เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา ได้ประกาศนายทะเบียนพรรคการเมือง เรื่อง “การเปลี่ยนแปลงกรรมการบริหารพรรคอนาคตใหม่”

ตามที่นายทะเบียนพรรคการเมืองได้มีประกาศนายทะเบียนพรรคการเมือง เรื่อง การเปลี่ยนแปลง กรรมการบริหารพรรคอนาคตใหม่ ลงวันที่ ๘ ตุลาคม ๒๕๖๒ ทําให้มีคณะกรรมการบริหารพรรคอนาคตใหม่ คงเหลือจํานวน ๑๖ คน นั้น

บัดนี้ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ได้มีหนังสือแจ้งต่อนายทะเบียนพรรคการเมือง ตามมาตรา ๓๘ แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. ๒๕๖๐ กรณีนายนิรามาน สุไลมานได้ลาออกจากตําแหน่งกรรมการบริหารพรรคอนาคตใหม่ ทําให้ความเป็นกรรมการบริหารพรรคสิ้นสุดลงเฉพาะตัว ตามข้อบังคับพรรคอนาคตใหม่ พ.ศ. ๒๕๖๑ ข้อ ๓๘ วรรคหนึ่ง (๑) และวรรคสองดังนั้น จึงทําให้คณะกรรมการบริหารพรรคอนาคตใหม่คงเหลือ จํานวน ๑๕ คน ได้แก่

๑. นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรค

๒. นางสาวกุลธิดา รุ่งเรืองเกียรติ รองหัวหน้าพรรค ลําดับที่ ๑

๓. นายชํานาญ จันทร์เรือง รองหัวหน้าพรรค ลําดับที่ ๒

๔. พลโท พงศกร รอดชมภู รองหัวหน้าพรรค ลําดับที่ ๓

๕. นายรณวิต หล่อเลิศสุนทร รองหัวหน้าพรรค ลําดับที่ ๔

๖. นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรค

๗. นายนิติพัฒน์ แต้มไพโรจน์ เหรัญญิกพรรค

๘. นายไกลก้อง ไวทยการ นายทะเบียนสมาชิกพรรค

๙. นางสาวพรรณิการ์ วานิช โฆษกพรรค

๑๐. นายสุรชัย ศรีสารคาม กรรมการบริหารพรรค

๑๑. นางสาวเยาวลักษณ์ วงษ์ประภารัตน์ กรรมการบริหารพรรค

๑๒. นายชัน ภักดีศรี กรรมการบริหารพรรค

๑๓. นายเจนวิทย์ ไกรสินธุ์ กรรมการบริหารพรรค

๑๔. นายสุนทร บุญยอด กรรมการบริหารพรรค

๑๕. นางสาวจารุวรรณ ศรัณย์เกตุ กรรมการบริหารพรรค

จึงประกาศให้ทราบโดยทั่วกัน

ประกาศ

ณ วันที่ ๑๑ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๖๒

 

 

กกต.เตรียมจัดเลือกตั้งซ่อมแทน ไวพจน์ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politic/410952?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=politic

กกต.เตรียมจัดเลือกตั้งซ่อมแทน ไวพจน์

16 มกราคม 2563 – 18:07 น.
กกต,จัดเลือกตั้งซ่อม,ไวพจน์,สสเขต 2,กำแพงเพชร,ครม
เปิดอ่าน 90 ครั้ง

กกต.ประสานครม. ตราพ.ร.ฎ.เลือกตั้งซ่อม ส.ส.เขต 2 กำแพงเพชร แทน “ไวพจน์” คาดเลือกซ่อมอาทิตย์ที่ 23 ก.พ. เปิดสมัคร 29 ม.ค. – 2 ก.พ.

เมื่อวันที่ 16 ม.ค. 2563 – ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีที่ศาลฎีกามีคำพิพากษาจำคุก พ.ต.ท.ไวพจน์ อาภรณ์รัตน์ ในคดีล้มประชุมอาเซียนเมื่อปี 2552 ซึ่งมีผลให้ พ.ต.ท.ไวพจน์ ขาดคุณสมบัติการเป็นส.ส. และทำให้ตำแหน่งส.ส.เขต 2 กำแพงเพชรว่างลงต้องมีการเลือกตั้งใหม่นั้น

ขณะนี้สำนักงานกกต.ได้ประสานไปยังสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี เพื่อให้รัฐบาลเสนอทูลเกล้าให้ทรงตราพ.ร.ฎ เลือกตั้งเลือกตั้งส.ส.เขต 2 กำแพงเพชรแทนตำแหน่งที่ว่าง ซึ่งคาดว่าจะเข้าพิจารณาในการประชุมครม.สัปดาห์หน้า โดยเมื่อพ.ร.ฎ.เลือกตั้งใช้บังคับแล้ว ภายใน 5 วัน กกต.ก็จะประชุมและประกาศกำหนดวันเลือกตั้ง วันสมัครรับเลือกตั้ง ซึ่งคาดว่าจะมีการกำหนดให้วันอาทิตย์ที่ 23 ก.พ. 63 เป็นวันเลือกตั้ง เนื่องจากเป็นวันที่ 40 ของกรอบเวลา 45 วันนับแต่วันที่ตำแหน่ง ส.ส.ว่างลง และคาดว่าจะกำหนดเปิดรับสมัครในระหว่างวันที่ 29 ม.ค.- 2 ก.พ. 63

กกต.ยกคำร้อง ชนม์สวัสดิ์ ถูกกล่าวหา ช่วยเหลือผู้สมัครพปชร. #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politic/410958?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=politic

กกต.ยกคำร้อง ชนม์สวัสดิ์ ถูกกล่าวหา ช่วยเหลือผู้สมัครพปชร.

16 มกราคม 2563 – 18:07 น.
เลือกตั้ง,พลังประชารัฐ,กกต,ข่าววันนี้,ชนม์สวัสดิ์ อัศวเหม
เปิดอ่าน 43 ครั้ง

กกต.ยกคำร้องชนม์สวัสดิ์ถูกกล่าวหาใช้อิทธิพลครอบงำชี้นำ ช่วยเหลือผู้สมัคร พปชร. สมุทรปราการ พร้อมยกคำร้อง กรณี “รัชนี พลซื่อ” ผู้สมัครพปชร.ร้อยเอ็ด ส่งศาลฎีกาเ

16 มกราคม 2563 กกต.ยกคำร้อง”ชนม์สวัสดิ์”ถูกกล่าวหาใช้อิทธิพลครอบงำชี้นำ ช่วยเหลือผู้สมัคร พปชร. สมุทรปราการ พร้อมยกคำร้อง กรณี “รัชนี พลซื่อ” ผู้สมัครพปชร.ร้อยเอ็ด ส่งศาลฎีกาเพิกถอนสิทธิสมัคร-สิทธิเลือกตั้ง –ฟันอาญา ปธ.กลุ่มสตรี,ผู้ช่วยผญบ. จ่ายเงิน 200จูงใจชาวบ้านฟังปราศรัย 

สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)ได้เผยแพร่คำวินิจฉัยกกต. ยกคำร้องกรณีน.ส.ภริม พูลเจริญ ส.ส.เขต 3 สมุทรปราการ พรรคพลังประชารัฐ นายชนม์สวัสดิ์ อัศวเหม อดีตนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) สมุทรปราการ และพรรคพลังประชารัฐ ถูกกล่าวหา หลอกลวง ใช้อิทธิพลคุกคามเพื่อจูงใจให้ผู้มีสิทธิลงคะแนนเลือกตั้งให้กับตน กระทำการควบคุม ครอบงำ ชี้นำกิจกรรมของพรรคการเมืองในลักษณะที่ทำให้พรรคการเมือง หรือสมาชิกขาดอิสระในการดำเนินกิจการพรรค

โดยกกต. เห็นว่ารายงานการไต่สวนและพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้องเห็นว่าที่มีการอ้างว่า น.ส.ภริม ใช้รถยนต์โฆษณาหาเสียงเลือกตั้ง โดยปรากฏเสียคำพูดของนายชนม์สวัสดิ์ และมีการอ้างผลงานของ อบจ.สมุทรปราการว่า เป็นผลงานของพรรคพลังประชารัฐนั้น ผู้ร้องและพยานของผู้ร้องเป็นเพียงพยานบอกเล่า ไม่ทราบแน่ชัดว่าวันเวลา สถานที่รวมถึงข้อความที่เป็นการหลอกลวง และข้อความในแผ่นพับหาเสียงของน.ส.ภริมที่จัดทำโดยพรรคพลังประชารัฐ ก็เป็นข้อความที่จะผลักดันการทำงานตามแนวทางที่อบจ.สมุทรปราการดำเนินการไปแล้วเท่านั้น

ส่วนที่ร้องนายชนม์สวัสดิ์ ซึ่งไม่เป็นสมาชิกพรรค ใส่เสื้อสัญลักษณ์ของพรรคพลังประชารัฐขึ้นเวทีปราศรัยหาเสียงของพรรคเมื่อวันที่ 24 ก.พ. 62 ที่สนามกีฬาจ.สุมทรปราการ ต.บางปลา อ.บางพลี จ.สุมทรปราการ ก็เป็นไปตามคำเชิญของผู้สมัครพรรคพลังประชารัฐ จ.สมุทรปราการ ในฐานะที่นายชนม์สวัสดิ์ ดำรงตำแหน่งประธานหอการค้า จ.สมุทรปราการ

โดยไม่ปรากฏหลักฐานว่า นายชนม์สวัสดิ์กระทำการควบคุม ครอบงำหรือชี้นำกิจกรรมของพรรคในลักษณะที่ทำให้พรรคหรือสมาชิกขาดความเป็นอิสระ และไม่ปรากฏหลักฐานว่า พรรคพลังประชารัฐยินยอมให้บุคคลอื่นที่ไม่ใช่สมาชิกกระทำการควบคุม ครอบงำชี้นำการทำกิจกรรมของพรรคจึงยังฟังไม่ได้ว่าน.ส.ภริม นายชนม์สวัสดิ์ และพรรคพลังประชารัฐ กระทำการฝ่าฝืนมาตรา 73 วรรคหนึ่ง(5)พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง และมาตรา 28 มาตรา 29 พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นอกจากนี้ กกต.ยังได้เผยแพร่คำวินิจฉัยยกคำร้องกรณีนางรัชนี พลซื่อ ผู้สมัคร ส.ส.เขต 2 ร้อยเอ็ด พรรคพลังประชารัฐ กรณีถูกกล่าวหาว่าให้นางสมบูรณ์ สุทธิสนธิ ประธานกลุ่มสตรีแม่บ้าน ต.ไพศาล อ.ธวัชบุรี และนายบุญไร ถินนาวัน ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 9 ต.ไพศาล อ.ธวัชบุรี ซึ่งเป็นหัวคะแนนให้ทรัพย์สินจูงใจผู้มีสิทธิเลือกตั้ง แต่ให้ส่งศาลฎีกาสั่งเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง เพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง และดำเนินคดีอาญากับนางสมบูรณ์ และนายบุญไร

เนื่องจากมีพยานหลักฐานยืนยันว่า บุคคล 2 ได้ให้เงินเพื่อให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งคนละ200 บาทไปฟังการปราศรัยหาเสียงของน.ส.รัชนี ที่ห้องประชุมสาเกตฮอล์ ต.เหนือเมือง อ.เมือง จ.ร้อยเอ็ด เมื่อวันที่ 13 ก.พ. 62 จริง แต่ไม่ปรากฎพยานหลักฐานว่านางรัชนี รู้เห็นสนับสนุนการกระทำของบุคคลทั้ง 2 เพราะนางรัชนีก็อ้างว่าไม่รู้จักบุคลลทั้ง 2 และยืนยันว่าไม่ได้เป็นหัวคะแนนของตนเอง กกต.จึงให้ยุติเรื่องในส่วนของนางรัชนี

นัดฟังคำสั่ง ธนาธร ฟ้องกกต.ร้องยุบพรรคมิชอบ 20 ก.พ. #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politic/410942?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=politic

นัดฟังคำสั่ง ธนาธร ฟ้องกกต.ร้องยุบพรรคมิชอบ 20 ก.พ.

16 มกราคม 2563 – 17:11 น.
กกต,ธนาธร,อนาคตใหม่,ยุบพรรค,ข่าวการเมือง,ข่าววันนี้
เปิดอ่าน 118 ครั้ง

ศาลอาญาคดีทุจริตฯ สั่งกกต.ส่งเอกสารแสดงขั้นตอนการไต่สวนคดียุบอนาคตใหม่ก่อนนัดคำสั่งชั้นตรวจฟ้อง สิบโมงเช้า 20 ก.พ.นี้

16 มกราคม 2563 ที่ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ถ.นครไชยศรี ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีที่  “นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ” หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ (อนค.) และ “พรรคอนาคตใหม่”  

ร่วมกันเป็นโจทก์ที่ 1-2 ยื่นฟ้อง นายเกรียงศักดิ์ ม่วงอ่อนประธานคณะกรรมการสืบสวนและไต่สวนคดียุบพรรคอนาคตใหม่ ,นายนิยต ดำรงประภักดิ์ ,นายสุชาติ เพชรอาวุธ ทั้งสองเป็นกรรมการสืบสวนและไต่สวน , พ.ต.ต.จรุงวิทย์ ภุมมา เลขาธิการ กกต. , นางสุกัญญา รัตนนาคินทร์ , พล.ท.สมชาย ชัยวณิชยา ,พ.ต.อ.ชนะชัย ลิ้มประเสริฐ ทั้งสาม เป็นคณะอนุกรรมการวินิจฉัย , นายอิทธิพร บุญประคอง ประธาน กกต. , นายสันทัด ศิริอนันต์ไพบูลย์ , นายธวัชชัย เทอดเผ่าไทย , นายฉัตรชัย จันทร์พรายศรี , นายปกรณ์ มหรรณพ , นายเลิศวิโรจน์ โกวัฒนะ , นายฐิติเชฏฐ์ นุชนาฏ ทั้งเจ็ดเป็นคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เป็นจำเลยที่ 1-14 คดีหมายเลขดำ อท.185/2562

ในความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ทำให้ผู้หนึ่งผู้ใดได้รับความเสียหายตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 และพ.ร.ป.ว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง พ.ศ.2560 มาตรา 69 ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 , 86 กรณีมีการทำสำนวนคดียุบพรรค อนค.ไม่ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และขั้นตอน มีลักษณะเร่งรัดคดี โดยยื่นฟ้องเมื่อวันที่ 18 ธ.ค.62 ที่ผ่านมานั้น

ล่าสุดศาลอาญาคดีทุจริตฯ มีคำสั่งชั้นตรวจคำฟ้องเมื่อวันที่ 6 ม.ค.ที่ผ่านมา โดยศาลตรวจฟ้องแล้ว เห็นว่ามีความจำเป็นเพื่อให้ได้ความชัดในข้อเท็จจริงแห่งคดีที่จะเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา จึงอาศัยข้อบังคับของประธานศาลฎีกาว่าด้วยวิธีการดำเนินคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ พ.ศ.2559 ข้อ 16 วรรคหนึ่ง และฉบับแก้ไขเพิ่มเติมฉบับที่ 2 พ.ศ.2560 ข้อ 3 ประกอบ พ.ร.บ.วิธีพิจารณาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ พ.ศ.2559 มาตรา 23 เห็นสมควร ให้มีหนังสือถึงสำนักงาน กกต. เพื่อขอทราบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการดำเนินการสืบสวน , การไต่สวน , การรวบรวมข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานและการดำเนินคดีกรณีกล่าวหาว่า นายธนาธร ให้พรรคอนาคตใหม่ กู้ยืมเงินอันเป็นการฝ่าฝืน พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ.2560 ว่ามีขั้นตอน-วิธีการสืบสวน , ไต่สวน , การรวบรวมข้อเท็จจริงและพยานหลักฐาน ตามกฎหมาย , กฎ, ประกาศ , ระเบียบ , ข้อบังคับ หรือคำสั่งใด อย่างไร

โดยให้ สำนักงาน กกต.จัดส่งเอกสารที่เกี่ยวข้องมาให้ศาล ภายใน 15 วันนับจากวันที่ได้รับหนังสือแจ้งจากศาล เพื่อประกอบการพิจารณาต่อไป โดยศาลกำหนดนัดพร้อมหรือฟังคำสั่ง หรือคำพิพากษา ในวันที่ 20 ก.พ.นี้เวลา 10.00 น.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับคดีดังกล่าว ระบุพฤติการณ์สรุปว่า ระหว่างวันที่ 8 ก.ค.-11 ธ.ค.62 คณะกรรมการ กกต.จำเลยที่ 8-14 ได้แต่งตั้งจำเลยที่ 1-3 ให้เป็นประธานกับคณะกรรมการสืบสวนและไต่สวน เพื่อรวบรวมหลักฐานและแสวงหาข้อเท็จจริงกรณีมีผู้ร้องกล่าวหานายธนาธร หัวหน้าพรรคและพรรค อนค.โจทก์ที่ 1-2 ว่ากระทำฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามกฎหมายที่เกี่ยวกับการเลือกตั้งและพรรคการเมืองหรือไม่

โดยอ้างว่าโจทก์ที่ 1 ให้พรรคอนค.โจทก์ที่ 2 กู้ยืมเงินจำนวน 191,200,000 บาท โดยประธานและคณะกรรมการสืบสวนและไต่สวนฯ จำเลยที่ 1-3 ทราบระเบียบแล้วแต่ไม่ได้กระทำให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และขั้นตอน กลับร่วมกันทำรายงานการไต่สวนพร้อมทั้งสรุปสำนวนการสืบสวนและไต่สวนเสนอจำเลยที่ 4 เพื่อพิจารณาทั้งที่ยังไม่ได้แจ้งข้อกล่าวหากับโจทก์ทั้งสอง จึงถือได้ว่ายังไม่มีการไต่สวนตามกฎหมายและเป็นการละเว้นการกระทำอันมิชอบ

ขณะที่เลขาธิการ กกต.จำเลยที่ 4 ก็ทราบดีอยู่แล้วว่ายังไม่มีการแจ้งข้อกล่าวหา แต่ก็ไม่ได้ดำเนินการหรือสั่งการให้คณะกรรมการสืบสวนและไต่สวนดำเนินการแจ้งข้อกล่าวแก่โจทก์เพื่อให้กระบวนการเป็นไปอย่างถูกต้องตามกฎหมาย โดยจำเลยที่ 4 ส่งสำนวนการสืบสวนและไต่สวนให้จำเลยที่ 5-7 ซึ่งเป็นคณะอนุกรรมการวินิจฉัย  อันเป็นการเร่งรัดคดีกลั่นแกล้งโจทก์ทั้งสองต่อไป

ส่วนจำเลยที่ 5-7 ก็มีมติเห็นควรส่งเรื่องให้ศาลที่มีเขตอำนาจดำเนินการต่อไปและส่งสำนวนการสืบสวนและไต่สวนให้จำเลยที่ 8-14 ซึ่งเป็นคณะกรรมการ กกต.พิจารณาโดยไม่มีการแก้ไขให้ถูกต้องเสียก่อน โดยหากจำเลยที่ 5-7 เห็นว่าสำนวนการสืบสวนหรือไต่สวนยังไม่ถูกต้องก็มีอำนาจส่งเรื่องกลับไปให้เลขาธิการ กกต.จำเลยที่ 4 ดำเนินการให้ถูกต้องตามกฎหมายหรือมอบหมายให้จำเลยที่ 1-3 ดำเนินการ

ส่วนคณะกรรมการ กกต.จำเลยที่ 8-14 ก็ทราบอยู่แล้วว่าสำนวนการสืบสวนและไต่สวนยังไม่ได้ดำเนินการให้ถูกต้องตามกฎหมาย แต่กลับร่วมกันลงมติให้ดำเนินคดีแก่โจทก์ทั้งสองตามสำนวนการสืบสวนและไต่สวนดังกล่าว โดยมีมติเสียงข้างมากให้ยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญพิจารณายุบพรรค อนค.โจทก์ที่สอง มติของจำนวนที่ 8-14 จึงเป็นผลมาจากการร่วมกันกระทำโดยจงใจละเมิดต่อกฎหมาย  และเป็นการร่วมกันปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่โจทก์ทั้งสองที่ถูกริดรอนสิทธิที่จะรับทราบข้อกล่าวหา , ชี้แจงแก้ข้อกล่าวหา , เสนอพยานหลักฐาน หรือต่อสู้คดีตามสิทธิในกระบวนการยุติธรรม

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ก่อนหน้านี้ “นายธนาธร” หัวหน้าพรรค อนค. ก็ได้ยื่นฟ้อง กกต.ทั้งคณะ 7 คนไปเมื่อวันที่ 18 พ.ย.62 อีกสำนวนในคดีหมายเลขดำ อท.168/2562 ความผิดตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง พ.ศ.2560 มาตรา 69 และเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบฯ ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 เช่นกัน จากกรณีวันที่ 25 มี.ค. – 16 พ.ค.62 ดำเนินกระบวนการสืบสวนไต่สวนและวินิจฉัยชี้ขาดข้อเท็จจริงกล่าวหาโจทก์ถือหุ้นในบริษัทวี-ลัคมีเดีย จำกัด

โดยการแสวงหาข้อเท็จจริงยังไม่สิ้นกระแสความและเร่งรัดการลงมติและยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งศาลมีคำสั่งให้ “เลขาธิการ กกต.” ชี้แจงข้อเท็จจริง พร้อมส่งเอกสารส่งศาล และนัดฟังคำสั่งหรือคำพิพากษาชั้นตรวจฟ้องไปเมื่อวันที่  24 ธ.ค.62 ซึ่งสุดท้ายศาลตรวจดูข้อกล่าวหาในคำฟ้องในชั้นตรวจฟ้องแล้ว ได้มีคำพิพากษาให้ยกฟ้องไม่รับคดีไว้เพื่อไต่สวนมูลฟ้องโจทก์

เนื่องจากเห็นว่า ขั้นตอนการสืบสวน , การไต่สวน , การวินิจฉัยชี้ขาดในการยื่นคำร้องของ กกต.ให้ศาลวินิจฉัยสมาชิกภาพ ส.ส.ของพรรคอนาคตใหม่นั้นกระทำไปโดยชอบด้วยกฎหมายซึ่งมีคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ที่ 14/2562 ว่า กกต. มีหน้าที่และอำนาจยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญตามรัฐธรรมนูญฯ มาตรา 82 วรรคสี่

กรณีที่เห็นว่าสมาชิกภาพของ ส.ส.มีเหตุสิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญฯ มาตรา 82 วรรคหนึ่ง โดย กกต.ได้ยื่นคำร้องต่อสำนวนถูกต้องตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่รัฐธรรมนูญบัญญัติไว้แล้ว ซึ่งคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญนั้นให้เป็นที่เด็ดขาดมีผลผูกพันรัฐสภาครมสารองค์กรอิสระและหน่วยงานตามรัฐธรรมนูญฯ มาตรา 211 การกระทำของจำเลยจึงไม่เป็นความผิดตามฟ้อง