สุทิน รับยังไม่มีข้อมูลน็อค บิ๊กป้อม #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politic/410931?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=politic

สุทิน รับยังไม่มีข้อมูลน็อค บิ๊กป้อม

16 มกราคม 2563 – 16:55 น.
สุทิน,บิ๊กป้อม,ยังไม่มีข้อมูล,น็อคบิ๊กป้อม,งดส่งชื่อซักฟอก,ล็อบบี้,ซักฟอก,ยื่นญัตติ
เปิดอ่าน 69 ครั้ง

“สุทิน” รับยังไม่มีข้อมูลน็อค “บิ๊กป้อม” ปัดมีคนล็อบบี้งดส่งชื่อซักฟอก จ่อสรุปและยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจไม่เกิน 21 ม.ค.นี้ ย้ำญัตติซักฟอกต้องไม่จั่วลม

เมื่อวันที่ 16 ม.ค. 2563 – นายสุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย ฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิป ฝ่ายค้าน) ให้สัมภาษณ์ว่า ไม่เกินวันที่ 21 มกราคมนี้ พรรคฝ่ายค้านจะยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม โดยความคืบหน้าล่าสุดจะมีรัฐมนตรีที่ถูกยื่นอภิปรายประมาณ 5-7 คน ส่วนประเด็นที่จะอภิปรายนั้น พบข้อมูลที่จะอภิปรายเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ดังนั้นพรรคฝ่ายค้านจะสรุปในความชัดเจนอีกครั้ง

ส่วนกรณีที่มีกระแสข่าวว่าพรรคฝ่ายค้านจะไม่ยื่นอภิปรายพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ นั้น นายสุทิน กล่าวว่า อยู่ระหว่างการพิจารณา และที่มีกรณีข่าวล็อบบี้ผู้ใหญ่ในพรรคเพื่อไทยนั้น ตนยืนยันว่าไม่มี และเชื่อว่าเป็นเพียงการสันนิษฐานหรือระแวงไปเอง ทั้งนี้พรรคร่วมฝ่ายค้านจะร่วมกำหนดตัวรัฐมนตรีที่ถูกอภิปรายอีกครั้ง ขณะที่พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส ส.ส.บัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย ยืนยันเจตนาจะอภิปรายพล.อ.ประวิตร นั้น ยอมรับว่าขณะนี้ยังไม่มีหลักฐานที่จะนำมาอภิปรายไม่ไว้วางใจที่ชัดเจนหรือถึงขั้นน็อคได้ แต่พยายามหาข้อมูลอยู่

“ผมยอมรับว่าผู้ใหญ่ของพรรคเพื่อไทย คุยได้กับทุกฝ่าย ซึ่งฝ่ายรัฐบาลก็คุย ดื่มไวน์ร่วมกัน แต่ไม่มีการซูเอี๋ยกันแน่นอน อย่างไรก็ตาม การอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีที่จะเกิดขึ้นนั้น พรรคฝ่ายค้านตั้งเป้าว่าจะไม่นำความรู้สึกมาอภิปราย ต้องมีหลักฐานอภิปรายให้มากที่สุด เพราะไม่อยากให้จั่วลม” นายสุทิน กล่าว.

นายกฯลั่นไม่ยุบสภาหนีศึกซักฟอก #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politic/410955?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=politic

นายกฯลั่นไม่ยุบสภาหนีศึกซักฟอก

16 มกราคม 2563 – 15:23 น.
ยุบสภา,นายกฯ,อภิปรายไม่ไว้วางใจ,ข่าววันนี้,คมชัดลึก
เปิดอ่าน 46 ครั้ง

บิ๊กตู่ ลั่นไม่ยุบสภา หนีศึกซักฟอก ย้อนถามใครไปพูด

16 มกราคม 2563  ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม กล่าวภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ ครั้งที่ 1/2563 โดยเมื่อผู้สื่อข่าวพยายามสอบถามถึงกระแสข่าวการยุบสภาฯ หนีการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ในเดือนก.พ.นี้ ตามที่ฝ่ายค้านระบุ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวปฏิเสธว่า”ไม่มี ไม่มียุบเยิบ อะไรทั้งนั้น ใครไปพูดหล่ะ”

ส.ส.พปชร. ยื่นญัตติด่วน ขับ เสรีพิศุทธ์ พ้น กมธ.ปราบโกง #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politic/410900?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=politic

ส.ส.พปชร. ยื่นญัตติด่วน ขับ เสรีพิศุทธ์ พ้น กมธ.ปราบโกง

16 มกราคม 2563 – 15:22 น.
ไพบูลย์,เสรีพิศุทธ์,ยื่นญัตติด่วน,สสพปชร,ขับเสรีพิศุทธ์,พ้น กมธปราบโกง,ลุแก่อำนาจ
เปิดอ่าน 1,310 ครั้ง

ส.ส.พปชร. ยื่นญัตติด่วน ขับ “เสรีพิศุทธ์” พ้น กมธ.ปราบโกง ชี้พฤติกรรมลุแก่อำนาจ-ละเมิดพระราชอำนาจ ม.6 ยันไม่จ้องเล่นงาน แต่จะใช้มาตรการกม.เต็มรูปแบบจัดการ

เมื่อวันที่ 16 ม.ค. 2563 – นายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ฐานะกรรมาธิการ (กมธ.) ป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ สภาผู้แทนราษฎร แถลงว่าตนและส.ส.พรรคพลังประชารัฐ อีก 52 คน ได้ยื่นญัตติด่วนให้สภาผู้แทนราษฎรลงมติให้ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเสรีรวมไทย ออกจากตำแหน่งประธานกมธ.​และกมธ.ปราบทุจริตฯ หลังมีพฤติกรรมลุแก่อำนาจ และฝ่าฝืนข้อบังคับการประชุมสภาฯ​ต่อกรณีไม่ยอมรับมติของกมธ.ปราบโกงฯ เสียงข้างมาก 8 ต่อ 7 ให้ยุติการตรวจสอบพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กรณีการถวายสัตย์ปฏิญาณตนก่อนปฏิบัติหน้าที่ เมื่อวันที่ 15 มกราคม ที่ผ่านมา โดยอ้างอำนาจของประธานกมธ. และข้อบังคับการประชุมสภาฯ ว่าจะดำเนินการต่อ แต่ตนมองว่ากมธ.ฯ ไม่มีอำนาจตรวจสอบ หลังจากที่ศาลรัฐธรรมนูญมีความเห็นว่ากรณีดังกล่าวเป็นเรื่องกพระราชอำนาจและไม่มีหน่วยงานใดที่ตรวจสอบหรือก้าวล่วงได้

“ผมมองว่าพล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ มีพฤติกรรมก้าวล่วงพระราชอำนาจ และขัดต่อมาตรา 6 ของรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน ซึ่งผมพร้อมจะดำเนินการยื่นญัตติให้สภาฯ พิจารณาออกเสียงให้พ้นจากตำแหน่ง ส่วนจะมีบุคคลจะดำเนินการยื่นต่อองค์กรอื่นเพื่อพิจารณาถึงพฤติกรรมของพล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ว่าขัดต่อรัฐธรรมนูญหรือไม่ ผมไม่ทราบ แต่ผมเองยืนยันจะใช้กฎหมายเต็มรูปแบบดำเนินการเรื่องนี้” นายไพบูลย์ กล่าว

นายไพบูลย์ กล่าวปฏิเสธต่อการตั้งข้อสังเกตว่าการยื่นญัตติด่วนดังกล่าวเป็นการจ้องเล่นงานไม่เลิก จากที่ก่อนหน้านี้ กมธ.ปราบทุจริต เคยลงมติไม่ปลด พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ในชั้นกมธ.ไปแล้ว พร้อมยืนยันว่าพฤติกรรมของพล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ไม่มีความเป็นกลาง และใช้กมธ. เป็นพื้นที่เล่นเกมทางการเมือง โดยเฉพาะประเด็นตรวจสอบกรณีถวายสัตย์ปฏิญาณ ที่เมื่อวันที่ 15 มกราคม ได้เชิญ นายวิรัตน์ วรศสิริน ส.ส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย เข้าให้ความเห็น ซึ่งหวังผลทางการเมือง ทั้งนี้การตัดสินเรื่องดังกล่าวขอให้สภาฯ เป็นผู้ตัดสิน ส่วนการทำงานในกมธ.ฯนั้นตนเชื่อว่ายังทำงานร่วมกันได้ อย่างไรก็ตามในกรณีที่กมธ.ปราบทุจริตฯ ยังเดินหน้าสอบสวนต่อ อาจมีบุคคลไปฟ้องร้องกรณีที่ใช้อำนาจโดยไม่ชอบ เพราะเข้าข่ายการใช้กฎหมายเรียกโดยไม่มีอำนาจ.

ลูกไวพจน์ เข้าตา บิ๊กป้อมเคาะลงเลือกตั้งซ่อมกำแพงเพชร #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politic/410902?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=politic

ลูกไวพจน์ เข้าตา บิ๊กป้อมเคาะลงเลือกตั้งซ่อมกำแพงเพชร

16 มกราคม 2563 – 15:15 น.
อาเซียนซัมมิท,เลือกตั้ง,กำแพงเพชร,ข่าววันนี้,ไวพจน์ อาภรณ์รัตน์,บิ๊กป้อม
เปิดอ่าน 459 ครั้ง

“บิ๊กป้อม” เคาะ ส่ง “ลูกชายไวพจน์” ลง เลือกตั้งซ่อมเขต 2 กำแพงเพชร สวน “พท.” เรื่องอะไรจะยุบสภา โว ไม่ต้องเตรียมตัวรับ “ซักฟอก” เหตุ ทำงานโปร่งใส ไม่ทำให้เสียหา

16 มกราคม 2563  “บิ๊กป้อม” เคาะ ส่ง “ลูกชายไวพจน์” ลง เลือกตั้งซ่อมเขต 2 กำแพงเพชร สวนเพื่อไทย เรื่องอะไรจะยุบสภา โว ไม่ต้องเตรียมตัวรับ “ซักฟอก” เหตุ ทำงานโปร่งใส ไม่ทำให้เสียหาย 

ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานยุทธศาสตร์พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ให้สัมภาษณ์ถึงการเลือกตั้งซ่อมเขต 2 จ.กำแพงเพชร แทนพ.ต.ท.ไวพจน์ อาภรณ์รัตน์ อดีตส.ส.กำแพงเพชร พรรคพปชร. ที่ถูกศาลตัดสินจำคุกคดีล้มประชุมอาเซียนซัมมิทเมื่อปี 52 ว่า  พรรคพปชร.เตรียมบุคคลที่จะลงสมัครแล้ว โดยเป็นลูกของพ.ต.ท.ไวพจน์เอง และคิดว่าจะเก็บเสียงกลับมาเป็นของพรรคพปชร.ได้

ต่อข้อถามที่ว่า กรณีพรรคเพื่อไทยออกมาระบุว่ามีกระแสข่าวในรัฐบาลว่านายรัฐมนตรีจะยุบสภาฯเพื่อหนีการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล พล.อ.ประวิตร  ถึงกับยิ้มและกล่าวว่า  “ใครคิด ถ้าเขาคิดคนเดียวก็ว่าไปคนเดียว จะไปยุบสภาฯเรื่องอะไร ไม่มีหรอก และคนที่พูดเรื่องนี้เขาไม่มีอำนาจในการยุบสภาฯอยู่แล้ว คนยุบสภาฯคือนายกฯคนเดียว”

ผู้สื่อข่าวถามถึงการเตรียมความพร้อมรับมืออภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ไม่มีอะไร เราทำงานด้วยความโปร่งใส ตามกฎหมายทุกอย่าง ก็ตอบไปตามนั้น เราไม่ได้ทำอะไรให้เสียหาย

แฉ ไฟใต้ มีคนใน-นอกประเทศอยู่เบื้องหลัง #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politic/410896?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=politic

แฉ ไฟใต้ มีคนใน-นอกประเทศอยู่เบื้องหลัง

16 มกราคม 2563 – 15:01 น.
ไฟใต้,เบื้องหลังไฟใต้
เปิดอ่าน 140 ครั้ง

บิ๊กตู่” เผย เป็น “ครูทหาร” แนะ การรบ ชี้ ไฟใต้ดีขึ้น รับ เรื่องยาก ต่อสู้ทางความคิด แฉ มีคนใน-นอกประเทศดำเนินการ แฉ มีคนใน-นอกประเทศดำเนินการ

                     16 ม.ค.2563-“บิ๊กตู่” เผย เป็น “ครูทหาร” แนะ การรบ ชี้ ไฟใต้ดีขึ้น รับ เรื่องยาก ต่อสู้ทางความคิด แฉ มีคนใน-นอกประเทศดำเนินการ ลั่น ดึง คนนอกช่วยแก้ ไม่ถูกต้อง แนะ ครูช่วยบอกเด็ก ปัญหาเราต้องแก้กันเอง 

ที่ห้องประชุมคุรุสภา พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม เป็นประธานในพิธีงานวันครู ครั้งที่ 64 โดยนายกฯ กล่าวตอนหนึ่งว่า ที่ผ่านมาตนนึกถึงพระคุณของครูเสมอมา คุณแม่ก็เป็นครูสอนหนังสือ ตนเองก็เป็นครู ภรรยาก็เป็นครู สรุปว่าตนอยู่ในวงการและใช้ชีวิตแบบนั้นจนถึงปัจจุบัน และตลอดชีวิตที่รับราชการในกองทัพมา 40 ปี ก็เป็นครูทหาร แนะนำการดำรงชีวิตและการรบ อย่างไรก็ตาม วันนี้เข้าสู่สังคมสูงวัย จะปฏิเสธว่าไม่สูงวัยคงไม่ใช่ แต่สุขภาพร่างกายก็อีกเรื่องหนึ่ง แม้จะหนุ่มสาวดูดีแต่ก็ประมาทไม่ได้ ตนเคยเตือนไว้แล้ว พญามัจจุราชมีอำนาจเยอะ มีบริวารเยอะแยะไปหมด ฉะนั้น ถ้าทำความดีไว้ไม่เป็นไร

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า วันนี้ได้เจอกับครูอาวุโสเป็นสิริมงคล เป็นการแสดงความกตัญญูกตเวทิตา ต่อครูผู้มีพระคุณที่คอยเสริมสร้างภูมิปัญญาให้แก่ศิษย์ด้วยความอุตสาหะเสียสละ เพื่อให้ลูกศิษย์เจริญก้าวหน้าทางสติปัญญา มีจิตใจมีคุณธรรมในการประกอบอาชีพ ถือเป็นหน้าที่อันยิ่งใหญ่ของครู ที่เปรียบเหมือนดวงประทีปส่องทาง เป็นแบบอย่างที่ดี เป็นหน้าที่ของครูที่จะสร้างสรรค์ปั้นแต่งลูกศิษย์ที่เปรียบเสมือนผ้าขาว ดังนั้น จะต้องเติมแต่งสีสันให้สวยงามให้สามารถใช้ประโยชน์ได้ เพื่อให้เติบโตเป็นพลเมืองที่ดี ซึ่งรับผิดชอบหน้าที่นี้มาจากพ่อแม่ผู้ปกครอง เป็นพ่อแม่คนที่ 2

นอกจากนั้น ครูยังต้องช่วยให้ลูกศิษย์มีงานทำด้วยในยุคสมัยนี้ จบมาแล้วต้องรู้จักคิดวิเคราะห์เป็นกระบวนการ ถ้าจะคิดเหมือนคำถามคำตอบในข้อสอบ มันก็จะได้แค่นั้น ฉะนั้น ครูจะต้องเสริมเติมแต่งให้เด็กรู้จักคิด ถ้าเรียกร้องอยากได้อะไรก็ต้องรู้ว่าจะต้องทำอะไรบ้าง วันนี้ปัญหาสังคมมีมากมาย ปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ปัญหาฝุ่น ปัญหาจราจร ใครเป็นคนทำ ก่อให้เกิดปัญหาเหล่านี้ แม้กระทั่งตนเองก็ยังทำ ทุกคนทำโดยไม่รู้ตัว แต่ด้วยความจำเป็นการใช้รถ การเผาอะไรต่างๆ มีหลายส่วนที่ทำอยู่ สิ่งเหล่านี้จะแก้เป็นรูปธรรมได้ทุกคนต้องร่วมมือกัน วันนี้บางฝ่ายอยากให้รัฐบาลใช้มาตรการที่เข้มงวด แต่พอใช้ไปก็ถูกร้องไม่เป็นธรรมอีก ไม่มีใครทำได้ถ้าเราไม่ช่วยกัน ไม่ว่าประเทศจะเดินไปทางใด ขึ้นอยู่กับศักยภาพทรัพยากรในประเทศ สิ่งสำคัญคือพื้นฐานความเข้าใจ ถ้าไม่มีพื้นฐานตรงนี้จะทำอะไรไม่ได้สักอย่าง ดังนั้น ขอฝากตรงนี้ด้วย จะต้องทำงานร่วมกัน ซื้อของราคาถูกก็ได้ของถูก ถ้าซื้อของมีคุณภาพก็ราคาแพง หรือทำดีก็จะได้ดีกลับมา ถ้าทำไม่ดีก็ได้ไม่ดีกลับมา

นายกฯ กล่าวว่า คนมีคุณธรรม ไม่ใช่เข้าวัดหรือห้อยพระอย่างเดียว จะต้องเข้าใจแก่นแท้ศาสนาพุทธด้วยที่มีความแตกต่างอย่างไร เป็นศาสนาที่สร้างความปรองดอง สามัคคีไม่ทำให้เกิดความแตกแยก เป็นศาสนาที่ทำให้ทุกคนมีชีวิตอยู่ร่วมกันได้ในสังคม ประเทศไทยมี5 ศาสนา เราต้องดูแลเพราะเป็นคนไทยทั้งสิ้น วันนี้ที่มีปัญหามันเกิดจากอะไร เขาเข้าใจแก่นแท้ศาสนาหรือไม่ เข้าใจบาปบุญคุณโทษว่าเป็นอย่างไร พระพุทธเจ้าสอนไว้แล้ว ฉะนั้น ต้องนำมาขยายเรื่องศีลธรรมจรรยา ให้ได้เบญจศีล เบญจธรรม เพื่อให้สังคมสงบสุข

นายกฯ กล่าวว่า คนเราต้องยึดมั่นในศีลธรรมอันดี มีหลักคิด มีทัศนคติที่ดีต่อประเทศไทยของเรา รักประเทศไทย แล้วช่วยกันพัฒนาบ้านเมือง นั่นแหละคือหน้าที่ของครูที่จะช่วยรัฐบาลในการทำงานทุกวิถีทาง รัฐบาลก็พร้อมส่งเสริมให้อย่างเต็มกำลังเท่าที่จะสามารถดำเนินการได้ ในปัจจุบันและวันข้างหน้า ต้องทำให้เด็กเฉลียวฉลาดรู้เท่าทันการเปลี่ยนแปลงของโลก

นายกฯ กล่าวว่า วันนี้ประเทศไทยไม่มีปัญหาชายแดนกับใครเลย จะมีบ้างก็ไม่รุนแรงเพราะมีคณะกรรมการเขตแดน ยังมีแต่ปัญหาภาคใต้ แต่มันก็ดีขึ้น อย่าบอกว่ามันไม่ดีเลย สิ่งต่างๆในการต่อสู้ ลักษณะความคิดแบบนี้ มันค่อนข้างยาก และยังมีคนจำนวนหนึ่งที่ดำเนินการเรื่องนี้ทั้งจากในประเทศ และต่างประเทศ

“เราต้องแก้ปัญหาภายในประเทศของเรา จะเอาสิ่งที่เราทำวันนี้ไปโผทนา ไปเรียกร้องให้ใครเข้ามาแก้ปัญหาของเรานี่คือบ้านคือประเทศของเรา ทุกเรื่องการที่จะไปเอาใครเข้ามาแก้ปัญหาประเทศไทย ผมคิดว่าไม่ถูกต้อง ครูช่วยกรุณาบอกเด็กๆ ด้วยว่าปัญหาของเราต้องแก้กันเอง ปัญหาบ้านเราเราต้องแก้เอง ถ้าเอาความช่วยเหลือจากเขามาแล้วเข้ามาบริหารจัดการในประเทศเอง นั่นแหละคือปัญหาสำคัญที่ตนระวังที่สุดในลักษณะนี้

ทั้งปัญหาภาคใต้และปัญหาภายในต้องแก้ด้วยความเข้าใจ การพัฒนา และกฎหมาย ทำทุกอย่างให้เกิดความเท่าเทียมไม่ขัดแย้ง ไม่ใช่แก้ปัญหาหนึ่งแล้วนำไปสู่อีกปัญหาหนึ่ง มันไม่ใช่การแก้ปัญหาที่ถูกต้อง ทุกอย่างขึ้นอยู่กับพวกเราทั้งสิ้น เราต้องมองดูตัวเองตลอดเวลา มองกระจกไม่ใช่มองว่าหล่อไม่หล่อ ต้องมองตัวเองเพื่อสะท้อนให้เห็นว่าวันนี้จะทำอะไร คิดอย่างไร จะอธิบายคนในสังคมอย่างไร แน่นอนผมก็เป็นปุถุชนคนธรรมดาคนหนึ่ง อาจจะเป็นทหารมาก่อน อาจจะดุแล้วก็ติดมาอยู่บ้าง จะถูกตำหนิ ผมก็ยอมรับได้ เพราะมาอยู่ในบทบาทนี้ ก็ต้องเปลี่ยนแปลงตัวเอง และยอมรับว่าเปลี่ยนไปมากพอสมควร อดทนมากขึ้น พยายามเข้าใจให้มากขึ้น ถ้าทุกคนช่วยกันผมว่าไปได้หมด” นายกฯ กล่าว

นายกฯฝากครูสอนปชต.เด็กต้องไม่ทำคนอื่นเดือดร้อน #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politic/410892?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=politic

นายกฯฝากครูสอนปชต.เด็กต้องไม่ทำคนอื่นเดือดร้อน

16 มกราคม 2563 – 14:47 น.
วันครู,สอนประธิปไตย,คมชัดลึก
เปิดอ่าน 198 ครั้ง

“นายกฯ” ฝาก “ครู” สอน “ประชาธิปไตย” เด็ก ต้องไม่ทำคนอื่นเดือดร้อน ชี้ ไม่มี “รธน.” จะทะเลาะขัดแย้งกัน ลั่น ไม่ต้องมารักตน ให้รักชาติ

16 ม.ค.2563-“บิ๊กตู่” ฝาก “ครู” สอน “ประชาธิปไตย” เด็ก ต้องไม่ทำคนอื่นเดือดร้อน ชี้ ไม่มี “รธน.” จะทะเลาะขัดแย้งกัน ลั่น ไม่ต้องมารักตน ให้รักชาติ เตือน ดูงานตปท. ต้องได้อะไรกลับมา ไม่ใช่แป๊บเดียวแล้วเที่ยว

ที่ห้องประชุมคุรุสภา พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม เป็นประธานในพิธีงานวันครู ครั้งที่ 64 โดยนายกฯ กล่าวตอนหนึ่งว่า ฝากครูสอนเด็ก ประชาธิปไตยต้องไม่ทำคนอื่นเดือดร้อน
ต้องสอนให้เด็กเข้าใจด้วยว่า หากเราต้องการอย่างไรต้องขยันมากขึ้น จะมีรายได้มากขึ้น สิ่งสำคัญที่สุดคือ โอกาส โอกาสของการทำโครงสร้างพื้นฐาน ทำให้ทุกคนเข้าถึงทุกอย่าง พื้นฐานการศึกษา พื้นฐานการประกอบอาชีพ ทุกคนมีโอกาสทั้งหมด ไม่มีใครมาใช้โอกาสเหล่านี้ของท่านด้วยกฎหมายที่มันก้าวล่วงซึ่งกันและกัน

การทำอะไรก็ตามจะต้องไม่เกิดผลกระทบกับคนอื่น นั่นคือ กฎหมายที่สำคัญรองลงมาจากรัฐธรรมนูญ รัฐธรรมนูญใช้เพื่ออะไร ทำเพื่ออะไร ถ้าไม่มีรัฐธรรมนูญก็ทะเลาะขัดแย้งกัน เปลี่ยนไปเปลี่ยนมากันอยู่อย่างนี้ ตนไม่ได้ขัดแย้งถ้าจะเปลี่ยนหรือจะแก้ ก็ไปว่ากัน แต่ถามว่าเราได้ทำตามกฎหมายที่รองลงมาแล้วหรือยัง นั่นคือ ประเด็นสำคัญ การทำอะไรก็ตามในระบอบประชาธิปไตยจะต้องไม่เดือดร้อนผู้อื่น เพราะมันทำลายโอกาสของคนอื่น เป็นสิ่งที่อยากจะเน้นย้ำให้ครูได้ถ่ายทอดด้วย จะได้ไม่เกิดปัญหากระทบกระทั่งซึ่งกันและกัน
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า คำว่าครูบาอาจารย์เป็นมากกว่าอาชีพ ต้องเป็นทั้งจิตและวิญญาณ ทุกคนไม่ได้ถูกบังคับมาให้เป็นครู เหมือนตนที่ไม่ได้ถูกบังคับให้เป็นทหาร แต่ตนอยากเป็น จึงอยากสมัครเรียน ครูก็เช่นเดียวกัน เราต้องมองเป้าหมายว่าจะทำงานกันอย่างไร ต้องแยกเรื่องส่วนตัวกับงาน ถ้านั่งคิดถึงแต่ปัญหา ครูก็ไม่มีกำลังใจในการสอน เข้าใจว่าทุกคนมีปัญหาหมด แต่ต้องแยกกัน การที่จะทำให้ทุกคนมีทั้งวิชาการและทัศนคติที่ดีไม่ใช่เรื่องง่าย ทัศนคติที่ดี ไม่ใช่ต้องรักตน รักรัฐบาล

แต่เป็นทัศนคติต่อชาติบ้านเมืองของท่าน นั้นคือความรักที่ตนมีเสมอมาให้กับประเทศชาติจนวันตายของตน โดยชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์คือ แกนหลักของประเทศของเรามายาวนานและตลอดไป ตนเชื่อมั่นว่าเราจะร่วมมือรักษาส่ิงเหล่านี้ เราต้องเริ่มสอนคนให้เป็นคนดี คนเก่ง โดยเราต้องเป็นแบบอย่างที่ดี ทั้งการวางตัว ประพฤติตัว การใช้จ่ายที่ไม่ต้องสวยหรู วันนี้หลายอย่างเป็นโลกเทคโนโลยี การแข่งขัน ไม่ว่าจะประเทศ ธุรกิจ หรือตัวเอง โลกมีการใช้จ่ายมากขึ้น อยู่ที่เราจะยับยั้งชั่งใจไว้ตรงไหน

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับครูในทุกด้าน และพยายามจะส่งเสริมการศึกษาและความรู้ของครูให้เปิดกว้าง ก้าวทันโลก นอกจากนี้ ก็จะมีการให้ทุนเรียนในสาขาที่สอนอยู่ ส่งไปอบรมในเรื่องที่สนใจเพื่อพัฒนาให้ก้าวหน้าอยู่เสมอ เมื่อให้ไปเรียนแล้ว ไม่ใช่ไปเที่ยว ก็ให้ได้อะไรกลับมาด้วย เหมือนกับการไปดูงาน ไม่ใช่งานไปดูแป๊บเดียวแล้วไปเที่ยว หลายหน่วยงานก็ถูกตำหนิ อย่างของที่ทำเนียบรัฐบาล ถ้าใครไปดูงานกลับมาก็สรุปให้ตนดู ว่าได้อะไรมาบ้าง และที่ไปดูมามีอะไรที่เทียบเคียงกับประเทศไทยที่จะทำให้ขับเคลื่อนเดินไปข้างหน้าได้ ฝากทุกหน่วยงานไว้ด้วย ไม่อย่างนั้นไม่เกิดประโยชน์

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า เมื่อตนพูดก็หาว่าตนพูดมาก แต่เมื่อไหร่ที่มีโอกาสตนจะพูดเพื่อให้ทุกคนกลับมาย้อนดูตัวเอง ไม่ใช่ว่าตนเป็นคนเก่ง หรือดีเลิศประเสริฐศรี แต่ต้องการให้ทุกคนส่องกระจกดูตัวเองว่าทำได้หรือไม่ แล้วผลผลิตที่เราสอนไปแต่ละรุ่น มันได้จริงหรือไม่ ลูกศิษย์กี่คนที่ประสบความสำเร็จ และที่ไม่ประสบความสำเร็จก็มีอีกเยอะ บางคนก็ไม่มีงานทำ เพราะจบมาไม่ตรงกับวุฒิที่เขาต้องการ จึงต้องพิจารณาเป็นพิเศษว่าเราจะมีสาขาการเรียน การสอนอย่างไรในชั้นอุดมศึกษา เรากำลังหารือกันอยู่ ซึ่งก็เป็นธุรกิจการศึกษาไปบางส่วนแล้ว นี่คือความยากง่ายในการแก้ปัญหา

“ทุกอย่างเปิดกว้างหมดแล้วอยู่ที่เราจะใช้สติปัญญาในการแสวงหาความรู้เหล่านั้นอย่างชาญฉลาดได้อย่างไร มันมีอยู่ทั่วไป สามารถเก็บเกี่ยวได้หมด ผมก็ได้จากอ่านหนังสือ เปิดเว็บไซต์ต่างๆ แล้วก็ไปประมวลของผม ผมดูที่หลักการแล้วผมก็พูดของผมไปเรื่อย ทุกอย่างมันอยู่ในหัวผม สมองมีอยู่ 84,000 เซลล์ ไม่มีคอมพิวเตอร์ไหนเก่งเท่าสมองเรา ไม่ใช่สมองผมคนเดียว สมองท่านด้วย อย่าให้มันใช้งานไม่ครบ บางคนใช้ข้างเดียว หรือใช้แค่ข้างหน้า ข้างหลัง หรือข้างๆ มันมีคนละหน้าที่อยู่แล้ว ใช้ให้ครบ ไม่งั้นสมองก็จะฝ่อหมด” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

สภาฯ เหลือ 497 คน หลัง กรณ์-ไวพจน์ พ้นส.ส. #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politic/410888?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=politic

สภาฯ เหลือ 497 คน หลัง กรณ์-ไวพจน์ พ้นส.ส.

16 มกราคม 2563 – 14:32 น.
คมชัดลึก
เปิดอ่าน 336 ครั้ง

สภาฯ เหลือ 497 คน หลัง “กรณ์-ไวพจน์” พ้นส.ส. ด้าน  “ชวน” บอก ห้าม “กรณ์” ไม่ได้ โบ้ยปัญหาภายในพรรค กก.บห.ต้องแก้ไขเอง 

รัฐสภา-16 มกราคม 2563-ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ก่อนเข้าวาระประชุม นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาฯ คนที่ 2 เป็นประธานประชุมได้แจ้งต่อที่ประชุมถึงจำนวนส.ส.ที่มีอยู่ล่าสุด ว่ามีส.ส.อยู่ 497 คนหลังจากที่นายกรณ์ จาติกวณิช ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ยื่นหนังสือลาออกจากการเป็นสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ ทำให้ขาดคุณสมบัติการเป็นส.ส.​ และ  พ.ต.ท.ไวพจน์ อาภรณ์รัตน์ ส.ส.กำแพงเพชร พรรคพลังประชารัฐ สิ้นสุดความเป็นส.ส.​ เพราะมีคำพิพากษาของศาลที่ถือเป็นที่สุด ให้ลงโทษจำคุก 4 ปี ปรับ 200 บาท โดยไม่รอลงอาญา

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าก่อนหน้านั้น นายชวน หลีกภัย ประธานสภาฯ ฐานะแกนนำพรรคประชาธิปัตย์ให้สัมภาษณ์ต่อกรณีความชัดเจนที่นายกรณ์ลาออกจากพรรคประชาธิปัตย์  ซึ่งหลายฝ่ายมองว่าพรรคประชาธิปัตย์เกิดปัญหาภายในนั้น คณะกรรมการบริหารพรรคจะเป็นผู้พิจารณา อย่างไรก็ตามประเด็นที่เกิดขึ้น ตนไม่ต้องการให้ใครออกจากพรรค หากใครบอกตนก่อน ตนจะห้ามทุกคน แต่เรื่องดังกล่าวหากเกิดการตัดสินแล้ว ไม่สามารถห้ามได้

“ผมพยายามให้กำลังใจคนในพรรค ซึ่งต้องมีความอดทน ไม่ว่าจะเป็นตำแหน่งอะไรก็ตาม ส่วนที่หลายคนไม่ค่อยมีบทบาทหรือตำแหน่งทางการเมืองจะมีการจัดสรรอย่างไรนั้น ผมตอบแทนหัวหน้าพรรคไม่ได้ แต่ก็เห็นว่าคนเก่งๆ หลายคนไม่มีโอกาสได้ทำงาน เพราะตำแหน่งมีจำกัด คนเก่งด้านนั้นก็ไม่มีกระทรวงนั้นให้เขาดูแล ส่วนนี้ก็เข้าใจกันอยู่ ผมก็ให้กำลังใจว่าต้องให้อดทน” นายชวน กล่าาว

นายกฯปัดตอบ ยุบสภา หนี ศึกซักฟอก #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politic/410879?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=politic

นายกฯปัดตอบ ยุบสภา หนี ศึกซักฟอก

16 มกราคม 2563 – 14:04 น.
ยุบสภา,หนีศึกซักฟอก,อภิปรายไม่ไว้วางใจ
เปิดอ่าน 458 ครั้ง

“บิ๊กตู่” ปัดตอบ “ยุบสภา” เพื่อหนีการถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจในเดือนก.พ.นี้ ตามที่ฝ่ายค้านระบุ

16 ม.ค.2563-เวลา 13.30 น. ที่ตึกภักดีบดินทร์ ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ ครั้งที่ 1/2563 ทั้งนี้ เมื่อผู้สื่อข่าวพยายามสอบถามถึงกระแสข่าวการยุบสภาฯ เพื่อหนีการถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจในเดือนก.พ.นี้ ตามที่ฝ่ายค้านระบุ พล.อ.ประยุทธ์ ไม่ได้ตอบคำถามดังกล่าวแต่อย่างใด

อ่านข่าว-งบไม่ผ่านยุบสภา-ลาออก

(ฉบับละเอียด) เสรีพิศุทธ์ เสียหน้าหลุดด่า ปารีณา เสือก #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politic/410871?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=politic

(ฉบับละเอียด) เสรีพิศุทธ์ เสียหน้าหลุดด่า ปารีณา เสือก

16 มกราคม 2563 – 13:33 น.
เสรีพิศุทธ์,ด่าปารีณาเสือก,ข่าววันนี้,่คมชัดลึก
เปิดอ่าน 2,210 ครั้ง

“เสรีพิศุทธ์” เสียหน้า หลุดด่า “ปารีณา” เสือก หลังไม่รับสอบเรื่องร้องของตัวเอง ด้าน “สิระ” ผสมโรงโวยวายป้องผู้หญิง ต้องถอนคำพูด ฐานะเคยเป็นสุภาพบุรุษนาแก  

รัฐสภา –  16 มกราคม 2563 –  “เสรีพิศุทธ์” เสียหน้า หลุดด่า “ปารีณา” เสือก หลังไม่รับสอบเรื่องร้องของตัวเอง ด้าน “สิระ” ผสมโรงโวยวายป้องผู้หญิง ต้องถอนคำพูด ฐานะเคยเป็นสุภาพบุรุษนาแก   ด้าน “โฆษกกมธ.ปราบโกง” ยอมรับเริ่มเบื่อเรื่องทะเลาะเพราะต้องทำงานสอบสวนแล้วต้องมาห้ามมวยอีก

ผู้สื่อข่าวรายงานถึงการประชุมกรรมาธิการ (กมธ.) ป้องกันและปราบการทุจริตประพฤติมิชอบ สภาผู้แทนราษฎร  ที่มีพล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเสรีรวมไทย เป็นประธานกมธ.ฯ ในวันที่ 16 มกราคม  2563 ว่า ได้ใช้เวลาประชุมไปเพียงครึ่งวัน ซึ่งจากการประชุมโดยปกติที่จะใช้เวลา 09.30 – 17.00 น. เนื่องจากมีประเด็นที่ทำให้ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ต้องสั่งปิดการประชุม ภายหลังจากการโต้คารม กับ น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ กรณีที่ถูกทวงถามการไม่บรรจุเรื่องที่นายสนธิญา สวัสดี สมาชิกพรรคพลังประชารัฐ ยื่นเรื่องให้ตรวจสอบพฤติกรรมและความประพฤติของพล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ไว้ในระเบียบวาระ ทั้งที่สำนักงานเลขาธิการสภาฯ ส่งเรื่องให้กมธ.ฯ พิจารณาแล้ว ซึ่งพล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ระบุตอนแรกว่า เอกสารดังกล่าวไม่มีลายเซ็นต์ของผู้ร้อง ทำให้น.ส.ปารีณา ในฐานะหนึ่งในผู้ยื่นคำร้อง ยืนยันว่าได้ลงลายมือชื่อครบถ้วนแล้ว

ซึ่งประเด็นการลงลายมือในคำร้องดังกล่าว กลายเป็นประเด็นตอบโต้กันไปมาระหว่าง พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ และ น.ส.ปารีณา เป็นเวลากว่า 15 นาที ซึ่งทำให้ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์มีอาการโมโห และหลุดปากพูดว่า “อย่ามาเสือกพูดจาแบบนี้กับผม” ​ทำให้น.ส.ปารีณา กล่าวว่า “อย่ามาพูดจาต่ำๆกับดิฉัน” โดยพล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ไม่ยอมเลิก กล่าวตอบโต้ทันทีว่า “คุณมันต่ำ” แต่ก่อนเหตุการณ์ดังกล่าวจะบานปลาย ที่ประชุมสภาฯ ได้เรียกสมาชิกเข้าห้องประชุมเพื่อลงคะแนนตามระเบียบวาระประชุมไปก่อน


และเมื่อ กมธ.ปราบทุจริตฯ กลับเข้าห้องและเริ่มประชุมกันอีกครั้ง ยังไม่สามารถเข้าสู่วาระพิจารณาตามปกติได้ เพราะ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ กล่าวยอมรับว่าคำร้องของนายสนธิญานั้น ผู้ร้องลงลายมือชื่อถูกต้อง ทำให้ น.ส.ปารีณา กล่าวขึ้นว่า “ดิฉันขอให้ท่านถอนคำว่าเสือก” แต่พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ไม่ยอมถอนคำพูด พร้อมท้าให้ไปฟ้อง และไล่ น.ส.ปารีณาออกจากห้องประชุม โดยให้ตำรวจรัฐสภาหญิง จำนวน 2 คนนำตัวออกไป จากนั้นได้สั่งปิดการประชุมไปเมื่อเวลา 12.00 น.​ทันที 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนที่ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ จะเดินออกจากห้องประชุม นายสิระ เจนจาคะ ส.ส.กทม.​พรรคพลังประชารัฐ ฐานะ กมธ.ปราบทุจริตฯ​ ซึ่งเข้าร่วมประชุมภายหลัง กล่าวเรียกร้องให้ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ถอนคำว่า “เสือก” เนื่องจากเป็นคำไม่สุภาพที่จะใช้พูดกับผู้หญิง แต่พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ยืนยันไม่ถอน พร้อมตำหนิพฤติกรรมนายสิระ ว่า วันหนึ่งยกมือไหว้ แต่อีกวันมาต่อว่าตน

        ทำให้นายสิระ กล่าวด้วยเสียงดังลักษณะโวยวาย ว่าไม่เกี่ยวกับ ขณะที่พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ได้เดินเลี่ยงออกจากห้องประชุม แต่ นายสิระ ยังตะโกนไล่หลังว่า “ก่อนหน้านี้เคยได้รับฉายาสุภาพบุรุษนาแก ไม่ควรพูดจาไม่สุภาพกับผู้หญิง ผมขอเรียกร้องว่าท่านอย่ารับเงินเดือน เพราะหาว่า ร่างพ.ร.บ.งบฯ 63 ไม่ถูกต้อง ดังนั้นหากท่านรับ ถือว่ากระทำผิดร่วมกัน” 

ภายหลังยุติบรรยากาศวุ่นวาย นายธีรัจชัย พันธุมาศ ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคอนาคตใหม่ ฐานะโฆษก กมธ.ฯ กล่าวกับผู้สื่อข่าวต่อกรณีที่เกิดขึ้นว่า “ผมเริ่มรู้สึกเบื่อ เพราะนอกจากต้องทำงานในนาม กมธ.ฯ​สอบสวนต้องมาห้ามมวยอีก แต่ที่ผ่านมางานของกมธ.ฯ คืบหน้ามาก ยกเว้นบางเรื่องที่มีเรื่องแบบนี้” 

            อ่านข่าว : สุดป่วน เสรีพิศุทธ์ ด่า ปารีณาว่า เสือก

ครูวีระ ชม บิ๊กตู่ เก่งสอบ เตรียมทหาร #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politic/410866?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=politic

ครูวีระ ชม บิ๊กตู่ เก่งสอบ เตรียมทหาร

16 มกราคม 2563 – 13:03 น.
วันครู,ครูวีระ,ครูบิ๊กตู่,คมชัดลึก
เปิดอ่าน 188 ครั้ง

“ครูวีระ” ชม “บิ๊กตู่” ศิษย์ “วัดนวลนรดิศ” ไม่เก่งจริง สอบ “เตรียมทหาร” ไม่ได้  ชี้ พอเป็น “นายกฯ” ทำให้รู้จักมากขึ้น เป็นคนอย่างไร

16 ม.ค.2563-ห้องประชุมคุรุสภา พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม เป็นประธานในพิธีงานวันครู ครั้งที่ 64 ครั้งที่ 64 ภายใต้แนวคิด “โลกก้าวไกล ครูไทยก้าวทัน สร้างสรรค์คุณภาพเด็กไทย”  โดยนายกรัฐมนตรีได้มอบคำขวัญวันครูพ.ศ. 2563 คือ “ ครูไทย รักศิษย์ คิดพัฒนา”

สำหรับกิจกรรมงานวันครูเริ่มตั้งแต่ช่วงเช้าโดยนายณัฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานในพิธีทำบุญตักบาตรและถวายข้าวสารพระสงฆ์ บริเวณสนามหญ้าหน้ากระทรวงศึกษาธิการ และพิธีบำเพ็ญกุศลให้แก่ครูผู้วายชนม์ และพิธีบูชาบูรพาจารย์

ทั้งนี้ เมื่อนายกรัฐมนตรีเดินทางถึง ได้สักการะปฐมบูรพาจารย์ พิธีคารวะครูอาวุโส เพื่อเป็นการแสดงความกตัญญูกตเวทีและน้อมรำลึกถึงพระคุณครู โดยนายกฯ ได้คารวะครูวีระ เดชพันธ์ ที่เคยสอนพล.อ.ประยุทธ์ สมัยเป็นนักเรียนโรงเรียนวัดนวลนรดิศ

ครูวีระ กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ เข้ามาเรียนที่โรงเรียนวัดนวลนรดิศ เมื่อปี 2518 ในชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนวัดนวลนรดิศเป็นโรงเรียนชายล้วน ส่วนใหญ่ในสมัยนั้นมีวัตถุประสงค์ที่จะเข้าเรียนต่อที่โรงเรียนเตรียมอุดม และเตรียมทหาร ซึ่งพล.อ.ประยุทธ์ ก็สามารถเข้าเรียนต่อที่โรงเรียนเตรียมทหารได้ ก็ถือว่าเป็นคนเก่ง

เพราะถ้าไม่เก่งจริงก็คงไม่สามารถที่จะสอบเข้าได้ 2-3 ปีที่เป็นนายกรัฐมนตรีทำให้เราได้รู้จักเขาชัดเจนมากขึ้น รู้ว่าเขาเป็นใครมาจากไหนและเป็นคนอย่างไร คนที่เป็นครูคือคนที่สอนให้เขาเป็นคนดี ให้เป็นคนเก่ง สอนให้เขารับใช้ประเทศชาติ และนำพาลูกศิษย์ให้เป็นคนดี เป็นคนมีประโยชน์ เรื่องนี้ไม่ต้องมาถามตน ถามคนอื่นก็ได้ คนเป็นครูต้องรัก และปิติยินดีกับลูกศิษย์ ต่อความรู้ความสามารถของเขาที่ทำประโยชน์ต่อประเทศชาติ นำความภาคภูมิใจมาสู่โรงเรียนและครูอาจารย์

“ถ้าจะให้บอกในฐานะครูก็ขอบอกว่าเราไม่เคยเห็นตัวเราเอง เพราะดูกระจกก็เห็นแค่เงา แต่ถ้ามีคนมาบอกเราให้ฟังว่า เราเป็นคนโมโหคนง่าย คุณพูดไม่เพราะ หรือคุณเป็นคนที่แสดงกิริยาท่าทางอะไรที่ไม่เหมาะสม เพราะเราไม่รู้ แต่คนที่บอกเขารู้ เขาเห็น และที่เขาบอกเราแสดงว่าเขาได้ชี้ขุมทรัพย์ให้เรา”ครูวีระ กล่าว


ครูวีระ กล่าวในช่วงท้ายว่า วันนี้โลกมีการเปลี่ยนแปลงสังคมมีความเจริญก้าวหน้ามีการใช้เทคโนโลยีเข้ามา ความเจริญเร็วกว่าที่คนธรรมดาควรจะรู้ได้ เพราะฉะนั้น คนที่เป็นครูจะต้องมีการพัฒนาและปรับปรุงตัวเอง นำอุปกรณ์เทคโนโลยีเข้ามาใช้ ซึ่งอาจจะทำให้เด็กเข้าใจได้ดีมากกว่าเดิม คนเป็นครูจะต้องรู้เท่าทันเทคโนโลยี ต้องมีความรัก มีความปรารถนาดีต้องรักนักเรียนบุคลิกจะต้องเป็นคนที่น่ารัก น่าเคารพ คนเป็นครูต้องสอนเรื่องยากให้เป็นเรื่องง่าย ไม่ปิดบังความรู้ ไม่ชักชวนลูกศิษย์ไปในทางที่ไม่ถูก ต้องชมเชยเมื่อเขาทำดีเมื่อมีโอกาสอันสมควรและเหมาะสม อย่างวันนี้ตนชมเชย พล.อ.ประยุทธ์ เพราะถึงเวลาที่ต้องชมเชย