พญ.รพีพรรณ ย้อนไทม์ไลน์และวิธีป้องกันเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/healthy/613205

  • วันที่ 29 ม.ค. 2563 เวลา 15:59 น.

พญ.รพีพรรณ ย้อนไทม์ไลน์และวิธีป้องกันเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่

อ.พญ.รพีพรรณ รัตนวงศ์นรา มอร์ด สาขาวิชาโรคติดเชื้อ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล พาไปย้อนไทม์ไลน์ความน่ากลัวพร้อมวิธีป้องกันเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019

วินาทีนี้คงไม่มีใครไม่รู้จัก “ไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019” หรือ “ไวรัสอู่ฮั่น” ที่กำลังระบาดหนักอยู่ขณะนี้อย่างแน่นอน กลุ่มไวรัสโคโรนานั้น ถูกค้นพบครั้งแรกเมื่อประมาณปี ค.ศ. 1960 ทำให้เกิดไข้หวัดทั่วไป แต่ไม่ได้มีอาการรุนแรงมาก ล่าสุดพบที่เมืองอู่ฮั่น มณฑลหูเป่ย ประเทศจีน ในเดือนธันวาคม ค.ศ. 2019 ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นสายพันธุ์ใหม่ต่างจากที่เคยเจอมาก่อน มีอาการตั้งแต่เล็กน้อย ปานกลาง ถึงรุนแรง และมีการแพร่กระจายเชื้อได้

โดยวันนี้จะพาไปย้อนไทม์ไลน์ความน่ากลัวพร้อมวิธีป้องกันเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 จาก อ. พญ.รพีพรรณ รัตนวงศ์นรา มอร์ด สาขาวิชาโรคติดเชื้อ ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล

โคโรนาคืออะไร?

โคโรนาคือเชื้อไวรัสที่มีรูปร่างคล้ายมงกุฎ พบครั้งแรกกลางทศวรรษที่ 1960 โดยมีเชื้อไวรัสโคโรนาอยู่ 4 สายพันธุ์ใหญ่ ๆ ด้วยกัน แต่ตัวที่ระบาดมากที่สุดคือ SARS-CoV พบครั้งแรกที่ประเทศจีน ปี ค.ศ. 2002-2003 ซึ่งได้ระบาดไปทั่วโลกและมีอัตราการเสียชีวิตสูง ต่อมาพบเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ MERS-CoV เกิดขึ้นครั้งแรกในประเทศซาอุดิอาระเบีย ในแถบตะวันออกกลาง

จนกระทั่งล่าสุดพบ “เชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019” ที่เมืองอู่ฮั่น เมืองหลวงของมณฑลหูเป่ย ตอนกลางของประเทศจีน โดยบริเวณที่พบผู้ป่วยมากที่สุดและคาดว่าน่าจะเป็นรังของโรค คือ ตลาดอาหารทะเลและสัตว์หายากในเมือง ซึ่งได้แพร่กระจายไปในหลายเมืองในประเทศจีน และหลายประเทศ เช่น ไทย เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น สหรัฐอเมริกา เป็นต้น

โดยเฉพาะในประเทศไทยเอง ผู้ป่วยรายแรกที่พบนั้นเป็นนักท่องเที่ยวหญิงชาวจีนอายุ 61 ปี จากเมืองอู่ฮั่น ซึ่งมีอาการไข้ หนาวสั่น ปวดศีรษะและเจ็บคอ สามวันก่อนเดินทางมาที่ประเทศไทย ต่อมาได้เดินทางมาพร้อมครอบครัวเพื่อท่องเที่ยว เมื่อเดินผ่านเครื่องตรวจจับความร้อนที่สนามบิน (Thermo scan) จึงพบว่ามีไข้ และถูกส่งตัวไปนอนรักษาที่โรงพยาบาลทันที อีกสองวันต่อมา ทางโรงพยาบาลสามารถแยกเชื้อโดยวิธีการทางโมเลกุลได้ว่าเป็นเชื้อ “ไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019” จึงรายงานไปที่องค์การอนามัยโลก และประเทศไทยได้ประกาศว่าเป็นประเทศแรกนอกเหนือจากประเทศจีน ที่มีผู้ป่วยไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่

วิธีสังเกตอาการ

หากได้รับเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 ผู้ป่วยจะเริ่มแสดงอาการออกมาภายใน 1 วัน ถึง 2 สัปดาห์ หลังจากได้รับเชื้อ โดยอาการเริ่มแรกของผู้ป่วยที่ติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 นั้น ส่วนใหญ่จะเริ่มจากการมีไข้ ไอ เจ็บคอ อ่อนเพลีย ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ หายใจหอบเหนื่อย ถ่ายเหลวท้องเสีย หากผู้ป่วยมีร่างกายไม่แข็งแรงหรือมีภูมิคุ้มกันต่ำ จะทำให้มีความรุนแรงถึงขั้นวิกฤตและเสียชีวิตได้

วิธีป้องกัน

เบื้องต้นทุกคนสามารถป้องกันตัวเองและคนรอบข้างให้ห่างไกลจากเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 ได้ดังนี้

– เลี่ยงการใกล้ชิดกับผู้ป่วยที่มีอาการไอ จาม น้ำมูกไหล เหนื่อยหอบ เจ็บคอ

– เลี่ยงการเดินทางไปในพื้นที่เสี่ยง โดยเฉพาะเมืองอู่ฮั่นที่เป็นรังโรค และเมืองอื่น ๆ ในประเทศจีนที่มีการระบาด

– ระวังการสัมผัสพื้นผิวที่ไม่สะอาด และอาจมีเชื้อโรคเกาะอยู่

– ควรล้างมือให้สม่ำเสมอด้วยสบู่ หรือแอลกอฮอล์เจลอย่างน้อย 20 วินาที

– งดจับตา จมูก ปากขณะที่ไม่ได้ล้างมือ

– เลี่ยงการใกล้ชิด สัมผัสสัตว์ต่างๆ โดยที่ไม่มีการป้องกัน

– ทานอาหารสุก สะอาด ใช้ช้อนกลาง ไม่ทานอาหารที่ทำจากสัตว์หายาก

– สำหรับบุคลากรทางการแพทย์หรือผู้ที่ต้องดูแลผู้ป่วยที่ติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 โดยตรง ควรใส่หน้ากากอนามัย หรือใส่แว่นตานิรภัย เพื่อป้องกันเชื้อในละอองฝอยจากเสมหะหรือสารคัดหลั่งเข้าตา

สุดท้ายขอฝากไว้ว่า อย่าตื่นตระหนกจนเกินไปและอย่าลืมติดตามข่าวสารอย่างต่อเนื่องจากแหล่งที่เชื่อถือได้ ควรตรวจสอบข้อมูลให้แน่ชัดก่อนจะเชื่อในทันที

7 ตัวช่วยกินเพิ่มระบบเผาผลาญ อาหารของคนฉลาดเลือก #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/healthy/590294

  • วันที่ 29 ม.ค. 2563 เวลา 06:01 น.

7 ตัวช่วยกินเพิ่มระบบเผาผลาญ อาหารของคนฉลาดเลือก

7 สิ่งนี้จำไว้ให้ดี เพราะมันจะช่วยให้เรามีระบบเผาผลาญที่ดีขึ้นและมีหุ่นที่สวยสมใจ

เพราะใครๆ ก็อยากมีหุ่นดี แต่การลดน้ำหนักก็ไม่ใช่เพียงแค่การอดอาหารอย่างเดียว เราต้องเลือกกินอาหารให้ถูกด้วย แล้วอาหารประเภทไหนที่จะช่วยให้ระบบเผาผลาญของร่างกายเราทำงานดีขึ้นบ้าง

โปรตีน

พบได้ในเนื้อ นม ไข่ ถั่ว เมล็ดพืชต่างๆ เหมาะสมอย่างยิ่งสำหรับคนลดความอ้วน เพราะว่าโปรตีนจะช่วยเรื่องระบบเผาผลาญ และยังช่วยเสริมสร้างกล้ามเนื้อ ทำให้ระบบเผาผลาญดีขึ้น แถมยังทำให้อิ่มนานอีกต่างหาก

กาแฟ

ใครว่าการดื่มกาแฟจะเป็นผลเสียต่อร่างกายอย่างเดียว กาแฟก็มีข้อดีคือช่วยเพิ่มการเผาผลาญ เครื่องดื่มประเภทที่มีกาเฟอีนจะช่วยเพิ่มอัตราการเผาผลาญได้ถึง 11% ตามการศึกษาวิจัยผู้ที่บริโภคกาเฟอีนอย่างน้อย 270 มก.ต่อวัน หรือเทียบเท่ากาแฟ 3 แก้ว จะเผาผลาญแคลอรีได้ถึง 100 แคลอรี

ชา

ชาทั่วไปมีส่วนผสมของกาเฟอีน และคาเทชิน สองสารประกอบนี้ช่วยเพิ่มการเผาผลาญ โดยเฉพาะชาเขียวและชาอู่หลงจะช่วยเพิ่มการเผาผลาญถึง 4-10% อีกทั้งยังช่วยให้ร่างกายทำไขมันมาใช้เป็นพลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ (ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล)

โกโก้

สารสกัดจากต้นโกโก้ จะไปส่งเสริมยีนที่กระตุ้นการใช้ประโยชน์ไขมันให้เปลี่ยนเป็นพลังงาน และโกโก้ยังป้องกันการทำงานของเอนไซม์ที่ไปดูดซึมไขมันและคาร์โบไฮเดรตระหว่างการย่อยอาหารได้ แถมยังช่วยการดูดซึมแคลอรีบางส่วนอีก

น้ำมันมะพร้าว

มีไตรกลีเซอไรด์ กรดไขมันเหล่านี้จะดูดซึมไปที่ตับและเปลี่ยนเป็นพลังงาน ยังช่วยกระตุ้นการเผาผลาญมากกว่าไขมันชนิดเดี่ยว นอกจากนี้ นักวิจัยยังชี้ให้เห็นว่าการบริโภคน้ำมันมะพร้าว 30 มก. ในแต่ละวัน จะทำให้คนอ้วนน้ำหนักลดลงอีกด้วย

พืชตระกูลถั่ว

ไม่ว่าจะเป็นถั่วอัลมอนด์ ถั่วเขียว ถั่วลิสง ถั่วพวกนี้เป็นอาหารที่มีโปรตีนสูงเมื่อเทียบกับอาหารจากพืชอื่นๆ ดังนั้น หนุ่มๆ สาวๆ ที่อยากมีหุ่นดี ก็ต้องเลือกกินพืชตระกูลนี้ที่นอกจากช่วยให้ร่างกายเผาผลาญดีแล้วยังช่วยย่อยอาหารได้ดีอีกด้วย

เครื่องเทศ

เผ็ดร้อนนิดๆ ดีต่อสุขภาพ ดีต่อระบบการเผาผลาญ ยกตัวอย่างเช่น การกินชาขิงร้อนจะช่วยเผาผลาญแคลอรีไปมากกว่า 43 แคลอรี ขณะที่น้ำร้อนธรรมดาเผาผลาญ 26 แคลอรี แถมตัวชาขิงร้อนยังช่วยลดความหิวและกระตุ้นให้อิ่มไวขึ้นได้อีกด้วย

 

ภาพ : freepik

พนักงานเดลิเวอรี่ ฮีโร่ที่ทุกคนมองข้ามในวิกฤตไวรัสอู่ฮั่น #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/613221

  • วันที่ 29 ม.ค. 2563 เวลา 20:50 น.

พนักงานเดลิเวอรี่ ฮีโร่ที่ทุกคนมองข้ามในวิกฤตไวรัสอู่ฮั่น

บริษัทด้านเทคโนโลยีในจีน บริจาคเงินสนับสนุนการจัดหาอุปกรณ์ทางการแพทย์ การวิจัย และช่วยเหลือบุคคลากรทางการแพทย์ที่ลงพื้นที่รับมือการแพร่ระบาดของเชื้อโคโรนาไวรัส อาทิ ไป่ตู้ (Baidu) บริจาค 300 ล้านหยวนตั้งกองทุนวิจัยและพัฒนายารักษาโรค เหม่ยถวน (Meituan) ควักเงิน 200 ล้านหยวนเพื่อใช้ในการดูแลบุคคลากรทางการแพทย์ทั่วประเทศ ส่วนอาลีบาบา (Alibaba) ของ แจ็ก หม่า บริจาค 1,000 ล้านหยวนสำหรับซื้ออุปกรณ์ทางการแพทย์และอาหารสำหรับเจ้าหน้าที่สาธารณสุข

นอกจากนี้ อาลีบาบายังระดมพลทีมแพทย์ทั่วประเทศให้คำปรึกษาทางการแพทย์ทางออนไลน์แก่ประชาชนในมณฑลหูเป่ยฟรีผ่านแอพพลิเคชันอาลีเพย์ (Alipay) และเถาเป่า (Taobao) เพื่อลดความแออัดของโรงพยาบาลในพื้นที่

ขณะที่ธุรกิจเดลิเวอรี่อย่างเหม่ยถวนไว่ไม่ (MeituanWaimai) และเอ้อเลอมา (Ele.me) ยืนยันว่าจะเปิดให้บริการตามปกติ แต่จะหยุดส่งอาหารตามโรงพยาบาลในเมืองอู่ฮั่น เพื่อความปลอดภัยของพนักงานส่งอาหารและผู้บริโภค โดยทั้งสองเจ้าได้ออกมาตรการป้องกัน เช่น ให้พนักงานส่งอาหารสวมหน้ากากอนามัย และตรวจวัดอุณหภูมิร่างกายอย่างใกล้ชิด

ในช่วงที่ทางการจีนสั่งปิดเมืองอู่ฮั่นรวมทั้งพื้นที่อื่นที่ได้รับผลกระทบจากเชื้อไวรัสอู่ฮั่น บวกกับคนในพื้นที่ต้องเก็บตัวอยู่ภายในบ้าน ธุรกิจส่งอาหารถือเป็นความหวังของคนที่อู่ฮั่นกว่า 9 ล้านคน

จากข้อมูลของเว็บไซต์ไป่ตู้ เสิร์ชเอนจิ้นชื่อดังของจีนพบว่า ในช่วงที่เชื้อโครนาไวรัสระบาด ชาวเมืองอู่ฮั่นค้นหาคำว่า “บริการส่งอาหาร” มากที่สุดเป็นอันดับ 2 รองจากคำว่า “หน้ากากอนามัย”

วิกฤตครั้งนี้จึงกลายเป็นโอกาสทองของธุรกิจส่งอาหาร

จากสถิติของเว็บไซต์ statista.com ระบุว่าปี2019 ธุรกิจส่งอาหารของจีนมีมูลค่ารวม 40,239 ล้านเหรียญสหรัฐ แบ่งเป็น ประเภท restaurant-to-consumer 11,329 ล้านเหรียญสหรัฐ และ platform-to-consumer 28,910 ล้านเหรียญสหรัฐ และคาดว่าในปีนี้จะทำรายได้รวม 45,909 ล้านเหรียญสหรัฐซึ่งสูงที่สุดในโลก

ธุรกิจเดลิเวอรี่ของจีนเติบโตมาพร้อมๆ กับการทำทุกสิ่งทุกอย่างผ่านช่องทางออนไลน์ของคนจีน แต่ที่แตกต่างจากธุรกิจอื่น อาทิ อีคอมเมิร์ซ ก็คือตลาดเดลิเวอรี่ของจีนมีเจ้าตลาดรายใหญ่อยู่ 2 เจ้าเท่านั้น ได้แก่ เหม่ยถวนไว่ไม่ของเทนเซ็นต์ (Tencent) และเอ้อเลอมาของอาลีบาบา โดยทั้งสองเจ้ามีผู้ใช้รายเดือนรวมกันประมาณ 102.8 ล้านคนเมื่อเดือน ธ.ค. 2019

ธุรกิจเดลิเวอรี่ในจีนค่อนข้างใหญ่และยังมีแนวโน้มเติบโตได้อีกมาก ข้อมูลของบริษัทวิเคราะห์ข้อมูลอินเทอร์เน็ต Analysis ระบุว่า ปี 2018 ทั่วประเทศจีนมีการสั่งอาหาร เครื่องดื่ม และสินค้าอุปโภคบริโภคทั้งหมด 10,960 ล้านครั้ง เว็บไซต์ statista.com ระบุว่าปี 2018 มีชาวจีนใช้บริการเดลิเวอรี่ราว 368.05 ล้านคน ปี 2019 เพิ่มเป็น 418.76 ล้านคน หรือคิดเป็น 3 ใน 4 ของประชากรจีนทั้งประเทศ

สำนักข่าว China News Agency รายงานว่า หลังจากที่การระบาดของไวรัสอู่ฮั่นเกิดขึ้นมา แม้ว่าลูกค้าตามร้านอาหารในเมืองระดับชั้น 1 (first-tier cities) จะลดลงอย่างมีนัยสำคัญ แต่ซัพพลายการส่งอาหารตามบ้านเรือนเพิ่มขึ้น

เมืองระดับชั้น 1 ก็เช่น ปักกิ่ง เซี่ยงไฮ้ และกว่างโจว

คนเข้าร้านอาหารลดลงถึงขนาดที่ว่า เมื่อผู้สื่อข่าวได้ซักถามเจ้าของร้านอาหารที่ปักกิ่งถึงสถานการณ์ที่เกิดขึ้น เขาบอกว่าก่อนการระบาดมีลูกค้าเข้าร้านวันละ 1,000 คน แต่ตอนนี้มีไม่ถึง 100 คนต่อวัน

เรื่องนี้ร้านอาหารทุกแห่งจะต้องปรับตัว การปรับตัวของแต่ละร้านแตกต่างกันไป เป็นกรณีศึกษาที่หลายประเทศจะต้องลงไปดูรายละเอียดเมื่อวิกฤตผ่านพ้นไปแล้วว่า ธุรกิจในจีนเอาตัวรอดกันอย่างไรระหว่างสถานการณ์นี้

ในกรณีนี้เราจะมาดูว่าธุรกิจส่งอาหารทำตัวอย่างไร? เพราะเป็น “ตัวเอก” ของสถานการณ์

ปรากฏว่าแทนที่จะกอบโกยอย่างเดียว บริษัทหลายแห่งลดค่าบริการลง เพื่อกระตุ้นให้ประชาชนหันมาสั่งอาหาร จะได้ไม่ต้องเดินทางออกมาข้างนอกบ้าน แล้วเสี่ยงกับการติดเชื้อ หรืออีกนัยหนึ่ง บริษัทเหล่านี้ลดค่าบริการลงเพื่อช่วยลดความเสี่ยงจากการกระจายตัวของเชื้อ

เช่น เปี้ยนลี่เฟิง (Bianli feng) บริษัทรับส่งอาหารชั้นนำ ริเริ่มโครงการ “ส่งอาหารโดยไม่สัมผัส” นั่นคือจะไม่มีการติดต่อกับผู้ส่งอาหารโดยตรง แต่จะ “ทิ้ง” อาหารไว้ในสถานที่ที่นัดแนะกันไว้ เช่น ที่โต๊ะรีเซปชั่นของสำนักงาน หรือหน้าประตูบ้าน หรือที่อื่นๆ

อันที่จริงแล้วบริษัทที่นำร่องเรื่องนี้คือเหม่ยถวน ที่ริเริ่มโครงการส่งอาหารโดยไม่สัมผัสที่อู่ฮั่นเป็นที่แรก และเพิ่งจะประกาศว่าจะขยายวงครอบคลุม 100 เมืองของจีน และจะครอบคลุมทั้งประเทศในสัปดาห์นี้

กลับมาที่สวัสดิการของพนักงาน เพราะทุกคนต้องบริการในแนวหน้าของการระบาด เปี้ยนลี่เฟิงมีคำสั่งให้พนักงานทุกคนต้องเช็คอุณหภูมิก่อนเข้าทำงาน และในส่วนของสุขภาพของผู้รับบริการ บริษัทยังรับประกันว่าจะมีซัพพลายหน้ากากอนามัยวันละ 20,000 ชิ้น

นี่คือความริเริ่มบางส่วนของธุรกิจเดลิเวอรี่เพื่อรับมือกับการระบาด จะว่าไปแล้วนี่เป็นทั้งโอกาสของการขยายตลาดและยังเป็นโอกาสในการช่วยสังคมในเวลาเดียวกัน

ขณะที่ “ชาวเน็ต” จีนก็แสดงความชื่นชมพนักงานส่งอาหารราวกับเป็นวีรบุรุษผู้เสียนสละในแนวหน้า

พวกเขาคือหนึ่งในฟันเฟืองเพียงไม่กี่ชิ้นในเมืองที่ถูกปิด ที่ยังคงเคลื่อนไหวเพื่อหล่อเลี้ยงชีวิตของผู้คนต่อไป

เตือนกรุงเทพฯ เสี่ยงเกิดไวรัสอู่ฮั่นระบาดมากที่สุด #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/613233

  • วันที่ 29 ม.ค. 2563 เวลา 19:34 น.

เตือนกรุงเทพฯ เสี่ยงเกิดไวรัสอู่ฮั่นระบาดมากที่สุด

ผู้เชี่ยวชาญอังกฤษเตือนกรุงเทพฯ เสี่ยงเกิดการแพร่ระบาดของเชื้อโคโรนาไวรัสมากที่สุดเพราะรับนักท่องเที่ยวจีนเข้ามามาก

ผู้เชี่ยวชาญด้านการทำแผนที่ประชากรจากมหาวิทยาลัยเซาท์แธมตันของอังกฤษ เตือนกรุงเทพมหานครคือเมืองที่มีความเสี่ยงที่สุดในโลกที่จะเกิดการระบาดของเชื้อโคโรนาไวรัส เนื่องจากมีนักท่องเที่ยวจีนจากเมืองที่มีการแพร่ระบาดของไวรัสอู่ฮั่นเดินทางเข้าประเทศไทยจำนวนมาก

ขณะที่ฮ่องกงตามมาเป็นอันดับ 2 ตามด้วยไทเป โซล โตเกียว สิงคโปร์ โดยภูเก็ตอยู่ในอันดับ 7 เชียงใหม่ อันดับ 13 รวมทั้งกัวลาลัมเปอร์ ซิดนีย์ ลอสแองเจลิส นิวยอร์ก ดูไบ ลอนดอน

หากมองในแง่ของประเทศที่มีความเสี่ยงที่สุด ไทยก็ยังอยู่ในอันดับแรก ญี่ปุ่นอันดับที่ 2 ตามด้วยฮ่องกง ไต้หวัน เกาหลีใต้ สหรัฐ ขณะที่เพื่อนบ้านของไทยอย่างมาเลเซีย สิงคโปร์ เวียดนามอยู่ในอันดับ 7, 8, และ 9 ตามลำดับ และยังมีประเทศอื่นติดอยู่ในลิสต์ เช่น ออสเตรเลีย เยอรมนี แคนาดา อังกฤษ อิตาลี รัสเซีย

แอนดรูว์ เทเท็ม ศาสตราจารย์ด้านภูมิศาสตร์และวิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อมของมหาวิทยาลัยเซาท์แธมตันเผยว่า การทำความเข้าใจรูปแบบการเดินทางของประชากรทั้งในประเทศจีนและทั่วโลกถือเป็นเรื่องสำคัญ เพื่อจะได้ใช้ในการประเมินว่าเชื้อไวรัสสายพันธุ์ใหม่นี้แพร่กระจายอย่างไร และการทำแผนที่เพื่อระบุจุดเสี่ยงยังช่วยให้กำหนดมาตรการรับมือที่เหมาะสม เช่น การคัดกรองและการเตรียมพร้อมรับภาวะฉุกเฉิน

การประเมินความเสี่ยงครั้งนี้จัดทำโดยใช้ข้อมูลการเดินทางทางอากาศทั่วโลกเมื่อปี 2018 และการรวบรวมข้อมูลการเดินทางภายในประเทศของประชากรระหว่างปี 2013-2015 ที่ได้จากเทคโนโลยีการบอกตำแหน่งทางภูมิศาสตร์ (LBS) ของบริษัทไป่ตู้ (Baidu) ที่เก็บระหว่างการเฉลิมฉลองเทศกาลตรุษจีนเป็นเวลา 40 วันก่อนและหลังเทศกาล รวมทั้งช่วงโกลเด้นวีค หรือวันหยุดยาว 7 วัน ตั้งแต่วันที่ 24-30 ม.ค.และจากข้อมูลข้างต้นทางทีมได้ระบุเมืองต่างๆ ของจีน 18 เมืองที่มีความเสี่ยงการแพร่ระบาดของเชื้อโคโรนาไวรัสมากที่สุด แล้วใส่ตัวเลขชาวจีนที่เดินทางออกจากเมืองนั้นๆ ไปยังหลายจุดหมายปลายทางทั่วโลกในช่วง 3 เดือน จากนั้นจึงจัดอันดับเมืองและประเทศที่มีความเสี่ยงเกิดการแพร่ระบาดมากที่สุด 30 อันดับ

อย่างไรก็ดี ทีมวิจัยไม่ได้นำข้อมูลการสั่งปิดเมืองอู่ฮั่นไม่ให้เดินทางเข้าออกและผลกระทบของการแพร่ระบาดมาพิจารณาในการจัดอันดับความเสี่ยง

รัสเซียปิดพรมแดนจีนสกัดเชื้ออู่ฮั่น #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/613231

  • วันที่ 29 ม.ค. 2563 เวลา 19:04 น.

รัสเซียปิดพรมแดนจีนสกัดเชื้ออู่ฮั่น

รัสเซียสั่งปิดพรมแดน พร้อมงัดมาตรการเข้มไม่รับทัวร์จีน สกัดโคโรนาไวรัสระบาด

สำนักข่าว TASS ของทางการรัสเซียรายงานว่า รัฐบาลท้องถิ่นของ 3 ภูมิภาคในเขตสหพันธ์ตะวันออกไกลของรัสเซียประกอบด้วย ฮาบารอฟสค์, แคว้นอามูร์ และแคว้นปกครองตนเองยิวโอแบลส ได้สั่งปิดจุดผ่านแดนระหว่างรัสเซียกับจีน 9 จุด เป็นการชั่วคราวจนถึงวันที่ 7 กุมภาพันธ์ เพื่อสกัดการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาที่อาจเข้าสู่รัสเซีย โดยรัสเซียมีดินแดนที่ติดกับจีนเป็นระยะทางยาวถึง 4,300 กิโลเมตร

ขณะเดียวกันรัฐบาลกลางรัสเซียภายใต้การนำของนายMikhail Mishustin นายกรัฐมนตรีคนใหม่ของรัสเซีย ได้สั่งดำเนินมาตรการเข้มในการควบคุมการระบาดของไวรัสโคโรนา ด้วยการสั่งเฝ้าระวังตามโรงแรม และสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญ และให้โรงพยาบาลทั่วประเทศโดยเฉพาะในจุดที่มีพรมแดนติดกับจีนเตรียมพร้อมรับมือหามีการพบผู้ติดเชื้อ

แม้วันนี้ (29 ม.ค.) รัสเซียจะยังไม่มีการพบผู้ติดเชื้อรายแรกของประเทศ แต่พบว่าในปี2019มีชาวจีนเดินทางมาท่องเที่ยวในรัสเซียมากถึง 2 ล้านคน

ด้านสหภาพอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของรัสเซียกล่าวว่า บรรดาเอเจนซี่ทัวร์ในรัสเซียประกาศยกเลิกรับคณะทัวร์ชาวจีนแล้วตั้งแต่วันจันทร์ที่ผ่านมา เช่นเดียวกับบรรดาบริษัททัวร์ในรัสเซียต่างยุติกรขายแพ็คเกจทัวร์ในจีนแล้วเช่นกัน แต่ยังไม่ห้ามการเดินทางของคนจีนในรัสเซียที่เป็นการเดินทางเฉพาะบุคคล ซึ่งรัสเซียได้ดำเนินการตรวจคัดกรองโรคที่สนามบินอย่างเข้มงวด

ขณะเดียวกันรัสเซียอยู่ระหว่างดำเนินการเจรจากับทางจีนเพื่ออพยพพลเมืองรัสเซียในมณฑลหูเป่ย์รวมถึงเมืองอู่ฮั่นที่มีอยู่ราว 177 คนออกจากพื้นที่

นักวิทย์ออสซี่เพาะไวรัสโคโรนาในแล็ปสำเร็จ กรุยทางสร้างวัคซีน #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/613206

  • วันที่ 29 ม.ค. 2563 เวลา 15:59 น.

นักวิทย์ออสซี่เพาะไวรัสโคโรนาในแล็ปสำเร็จ กรุยทางสร้างวัคซีน

นักวิทย์ฯออสเตรเลียเพาะไวรัสโคโรนานอกจีนสำเร็จเป็นแห่งแรก เปิดทางคิดค้นวัคซีนรักษา

สื่อท้องถิ่นของออสเตรเลียรายงานว่า นักวิทยาศาสตร์จากสถาบันเพื่อการติดเชื้อและระบบภูมิคุ้มกัน ปีเตอร์ โดเฮอร์ตี (Peter Doherty Institute for Infection and Immunity) ในนครเมลเบิร์น สามารถเพาะเลี้ยงไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่นอกประเทศจีนได้สำเร็จเป็นครั้งแรก

รายงานระบุว่า ตัวอย่างไวรัสนั้นออสเตรเลียได้รับแจกมาองค์การอนามัยโลกจากการเก็บตัวอย่างไวรัสจากผู้ป่วยติดเชื้อนอกจีน โดยออสเตรเลียโดยเตรียมแบ่งปันเชื้อเพาะนี้ไปยังห้องแล็ปต่างๆทั่วโลกเพื่อให้ช่วยกันคิดค้นวัคซีนป้องกัน

 

(ซ้าย) Dr Julian Druce (ขวา) Dr Mike Catton

แม้ก่อนหน้านี้เดือนธันวาคมปีที่แล้ว จีนได้เผยแพร่ข้อมูลลำดับจีโนมของไวรัสสายพันธุ์ใหม่ แต่ ดร.จูเลียน ดรูซ หัวหน้าฝ่ายระบุอัตลักษณ์ไวรัสของสถาบันเผยว่า การที่ออสเตรเลียพัฒนาไวรัสที่มีชีวิตในห้องปฏิบัติการ นับเป็นความก้าวหน้าครั้งสำคัญของการวินิจฉัย

เพราะหมายความว่า นักวิทย์ออสเตรเลียจะสามารถทดสอบและทดลองทุกวิธีได้อย่างแม่นยำ และสามารถเปรียบเทียบคุณสมบัติและการตอบสนองของไวรัส เพื่อใช้ในกระบวนการสร้างวัคซีนได้

News Corp Australia

ไวรัสที่ได้รับการเพาะเลี้ยงนี้ จะสร้างantibody test ซึ่งจะทำให้สามารถตรวจหาไวรัสในผู้ป่วยที่ยังไม่แสดงอาการ หรือยังไม่ทราบว่าได้รับเชื้อมาหรือไม่

“ความสำคัญของการทดสอบแอนตีบอดีสามารถช่วยให้เราตรวจหาการติดเชื้อในผู้ป่วยระยะเริ่มต้นได้ ซึ่งทำให้เราเห็นภาพรวมของการระบาดว่าเป็นวงกว้างเพียงใด รวมถึงสามารถใช้ชี้วัดอื่นๆเช่น อัตราการเสียชีวิตจากการติดเชื้อ” ดร.ไมค์ แคตตัน รองผู้อำนวยการสถาบัน กล่าว

ด้าน ศาสตราจารย์เบรนดัน เมอร์ฟี หัวหน้าหน่วยงานการแพทย์ออสเตรเลีย กล่าวว่า การเพาะเลี้ยงไวรัสในห้องปฏิบัติการจะช่วยเอื้อให้เกิดการทดสอบต่าง ๆ และนำไปสู่การทดสอบแอนตีบอดีที่รวดเร็วขึ้น

ทั้งนี้ นักวิจัยจากทั่วโลกยังคงพยายามคิดค้นวัคซีนเพื่อหยุดการเสียชีวิตของผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนา โดยในออสเตรเลีย ขณะนี้มีผู้ได้รับการรักษาในโรงพยาบาลจากการติดเชื้อไวรัสโคโรนา 5 คน โดยหนึ่งในนั้นมี 4 คนที่อยู่ในรัฐนิวเซาท์เวลส์

 

บริติชแอร์เวย์ งดเที่ยวบินจีนทุกไฟลท์ สกัดไวรัสระบาด #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/613191

  • วันที่ 29 ม.ค. 2563 เวลา 14:46 น.

บริติชแอร์เวย์ งดเที่ยวบินจีนทุกไฟลท์ สกัดไวรัสระบาด

บริติชแอร์เวย์ ประกาศระงับเที่ยวบินตรงไปจีนทั้งหมดทันที พร้อมเตรียมอพยพคนอังกฤษกลับประเทศวันพฤหัสฯนี้

รอยเตอร์รายงานว่า สายการบินบริติช แอร์เวย์ของอังกฤษ ประกาศในวันนี้ (29 ม.ค.) ว่าทางสายการบินจะงดให้บริการในทุกเที่ยวบินทั้งขาไป-กลับจากจีนแผ่นดินใหญ่ ซึ่งเป็นไปตามคำแนะนำของกระทรวงการต่างประเทศอังกฤษ สืบเนื่องจากการระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่

จากประกาศในเว็บไซต์ของทางสายการบินพบว่า บริติชแอร์เวย์ระงับเที่ยวบินตรงระหว่างอังกฤษกับจีนแผ่นดินใหญ่โดยเริ่มมีผลทันทีในวันนี้ถึงเดือนกุมภาพันธ์ จนกว่าจะมีประกาศเปลี่ยนแปลง

อนึ่ง เมื่อวันอังคารที่ผ่านมารัฐบาลอังกฤษได้ออกคำแนะนำไปยังพลเมืองว่าควรหลีกเลี่ยงการเดินทางไปยังจีนเนื่องจากการระบาดของไวรัส

ด้านทางการอังกฤษได้เตรียมแผนอพยพพลเมืองเดินทางกลับประเทศแล้ว โดยกำหนดออกจากอู่ฮั่นในวันพฤหัสบดีเวลา 11.00 น.

ทั้งนี้ นอกจากบริติชแอร์เวย์แล้ว พบว่าสายการบินต่างชาติหลายแห่งประกาศระงับทำการบินในบางไฟล์ทที่เดินทางไปจีน อาทิ United Airlines ของสหรัฐ China airline และ EVA ของไต้หวัน

พบชาวญี่ปุ่นที่เพิ่งอพยพกลับจากอู่ฮั่นแสดงอาการ เจ้าหน้าที่เร่งส่งไปตรวจอีกรอบ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/613183

  • วันที่ 29 ม.ค. 2563 เวลา 14:14 น.

พบชาวญี่ปุ่นที่เพิ่งอพยพกลับจากอู่ฮั่นแสดงอาการ เจ้าหน้าที่เร่งส่งไปตรวจอีกรอบ

การอพยพประชาชนกลับประเทศของญี่ปุ่นเริ่มที่จะมีปัญหาเสียแล้ว หลังพบผู้ที่เดินทางกลับมามีอาการที่น่าสงสัย

สำนักข่าว NHK รายงานข้อมูลจากเจ้าหน้าที่ญี่ปุ่นว่า ผู้อพยพชาวญี่ปุ่นประมาณ 200 คนที่เดินทางมาถึงพร้อมกับเครื่องบินเช่าเหมาลำเช้าวันพุธที่สนามบินฮาเนดะของโตเกียว หลายคนมีอาการเช่นไอและมีไข้ เจ้าหน้าที่บอกว่าผู้โดยสารได้รับการตรวจสอบทางการแพทย์บนเครื่อง ทั้งหมดถูกส่งไปยังสถาบันทางการแพทย์เพื่อทำการตรวจสอบอีกครั้ง

NHK รายงานว่า 4 คนที่แสดงอาการได้ถูกนำตัวไปยังสถาบันการแพทย์พิเศษสำหรับโรคติดเชื้อ

สำหรับมาตรการป้องกันของทางการญี่ปุ่นนั้น เจ้าหน้าที่ในโตเกียวกำลังดำเนินมาตรการป้องกันพิเศษ ในเวลานี้เจ้าหน้าที่สามารถบังคับประชาชนให้เข้ารับการตรวจที่โรงพยาบาลโดยไม่ต้องรอรับความยินยอมจากประชาชน ใครก็ตามที่เดินทางมายังด่านตรวจคนเข้าเมือง หากต้องสงสัยว่ามีเชื้อไวรัสอยู่จะถูกแจ้งให้รับการตรวจสอบทางการแพทย์ทันที

เมืองหวงกังสั่งเสร็จใน 2 วัน เปิดใช้โรงพยาบาลรับผู้ป่วยโคโรนา #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/613172

  • วันที่ 29 ม.ค. 2563 เวลา 12:38 น.

เมืองหวงกังสั่งเสร็จใน 2 วัน เปิดใช้โรงพยาบาลรับผู้ป่วยโคโรนา

เมืองหวงกังสั่งเนรมิตโรงพยาบาลซึ่งมีกำหนดเปิดกลางปีนี้ ให้พร้อมใช้งานใน 48 ชม. เพื่อรับผู้ป่วยโคโรนา1พันเตียงเป็นแห่งแรก ด้านเมืองอู่ฮั่นเร่งสร้างโรงพยาบาลสนาม

ซินหัวรายงานว่าที่เมืองหวงกัง ในมณฑลหูเป่ย์ ซึ่งเป็นหนึ่งในหลายเมืองที่ทางการหูเป่ยสั่งปิดเมืองเพื่อสกัดการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ ได้เปิดทำการโรงพยาบาลแห่งใหม่ของเมืองขนาด 1,000 เตียง เพื่อรองรับผู้ป่วยจากไวรัสดังกล่าวเป็นการเฉพาะแห่งแรกของจีนแล้ว

รายงานระบุว่า เมื่อวันที่ 25 ม.ค. ทางการเมืองหวงกังได้สั่งระดมคนงานกว่า 500 คน พร้อมเครื่องจักรก่อสร้างมากกว่า 10 คัน เร่งงานปรับปรุงศูนย์แพทย์ประจำภูมิภาค Dabieshan (The Dabieshan Regional Medical Centre) ซึ่งมีกำหนดเปิดในเดือนพฤษภาคมนี้ ให้แล้วเสร็จพร้อมใช้งานภายใน 48 ชั่วโมง เพื่อรองรับผู้ป่วยจากเชื้อไวรัสโคโรนาจำนวน 1,000 เตียง

แต่เดิมโรงพยาบาลศูนย์ฯแห่งใหม่นี้มีกำหนดเปิดใช้งานช่วงกลางปีนี้ สามารถรองรับผู้ป่วยได้ 700 เตียง แต่ด้วยสถานการณ์ระบาดของไวรัสดังกล่าว ส่งผลให้เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาทางการเมืองหวงกังตัดสินใจเร่งการเปิดใช้ศูนย์การแพทย์แห่งใหม่ให้เร็วขึ้นเพื่อรองรับผู้ป่วยที่กำลังมีจำนวนเพิ่มขึ้น

ตลอดเวลา 2 วัน ทางการได้ระดมกำลังคนงานหลายร้อยคน เร่งเก็บกวาดทำความสะอาดทั้งวันทั้งคืนพร้อมติดตั้งระบบประปาและไฟฟ้า รวมถึงเครื่องมือแพทย์ เพื่อให้โรงพบาบาลแห่งใหม่ขนาด 15,000 ตารางเมตร พร้อมใช้งานภายใน 48 ชั่วโมง

กระทั่งช่วงค่ำของวันที่ 28 ม.ค. สามารถเปิดใช้งานได้ในที่สุด โดยมีทีมแพทย์จากมณฑลซานตงและโรงพยาบาลเมืองหวงกัง ทยอยย้ายผู้ป่วยบางส่วนจากโรงพยาบาล Huanggang Central เข้ามายังศูนย์แพทย์แห่งใหม่นี้แล้ว

 

อนึ่ง เมืองหวงกังได้กำหนดให้มีโรงพยาบาลศูนย์สำหรับรับมือกับไวรัสสายพันธุ์ใหม่เป็นการเฉพาะทั่วทั้งเมือง 13 แห่ง และคลินิกอีก 29 แห่ง สำหรับตรวจคัดกรองผู้ติดเชื้อ

ส่วนที่นครอู่ฮั่น ทางการยังคงเร่งงานก่อสร้างโรงพยาบาลสนามขนาด 1,000 เตียงทั้งสองแห่ง ให้เสร็จภายในกำหนดวันที่ 3 ก.พ.นี้ โดยความคืบหน้าล่าสุดพบว่า อยู่ในระหว่างการเทคอนกรีตฐานรากแล้ว

 

การก่อสร้างโรงพยาบาลสนามในอู่ฮั่น

 

การก่อสร้างโรงพยาบาลสนามในอู่ฮั่น

ยอดเสียชีวิตจากไวรัสอู่ฮั่นในจีน132 ราย เยอรมนี-ญี่ปุ่นเจอแพร่คนสู่คนเคสแรก #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/613161

  • วันที่ 29 ม.ค. 2563 เวลา 11:29 น.

ยอดเสียชีวิตจากไวรัสอู่ฮั่นในจีน132 ราย เยอรมนี-ญี่ปุ่นเจอแพร่คนสู่คนเคสแรก

ผู้ติดเชื้อโคโรนาพันธุ์ใหม่ในจีนพุ่ง 6 พันคน เสียชีวิต 132 ราย รักษาหายแล้ว 103 ราย เยอรมนี-ญี่ปุ่นเจอแพร่คนสู่คนโดยไม่เคยไปจีน

สถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ในจีนวันนี้ (29 ม.ค.) พบว่า จากรายงานของ สำนักข่าว People’s Daily สื่อทางการจีนระบุ มียอดผู้ติดเชื้อในจีนที่ยืนยันแล้ว 5,974 ราย

ยอดผู้เสียชีวิตอยู่ที่ 132 ราย รักษาหายแล้ว 103 ราย

ส่วนยอดผู้ติดเชื้อในต่างประเทศที่ยืนยันแล้วมีดังนี้ …

  • ประเทศไทย 14 (รักษาหายแล้วบางส่วน)
  • ญี่ปุ่น 6
  • เกาหลีใต้ 4
  • สหรัฐ 5
  • เวียดนาม 2
  • สิงคโปร์7
  • มาเลเซีย 4
  • ฝรั่งเศส 3
  • ออสเตรเลีย 5
  • เยอรมนี 4
  • เนเปาล แคนาดา กัมพูชา และศรีลังกา ประเทศละ 1 ราย

อย่างไรก็ดี สำหรับที่เยอรมนี และญี่ปุ่น พบกรณีของผู้ติดเชื้อที่ติดกันระหว่างคนสู่คนโดยไม่เคยมีประวัติเดินทางไปจีน

โดยกระทรวงสาธารณสุขเยอรมนีแถลงยืนยันถึงการพบผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์มใหม่รายแรกของประเทศ ที่รัฐบาวาเรีย โดยพบว่าผู้ป่วยรายนี้เป็นพนักงานของบริษัทผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ไม่เคยมีประวัติการเดินทางไปจีนมาก่อน แต่คาดว่าน่าจะติดจากกลุ่มพนักงานชาวจีนที่เดินทางมาศึกษาดูงานในบริษัทเมื่อช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา

โดยหนึ่งในชาวจีนที่มาศึกษาดูงานในบริษัทเยอรมนีพบว่าเริ่มมีอาการป่วยระหว่างเดินทางกลับประเทศเมื่อวันที่ 23 ม.ค. ที่ผ่านมา

ด้านบริษัทเยอรมนีดังกล่าวได้ปิดทำการชั่วคราวพร้อมกักบริเวณพนักงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงทำการพ่นยาฆ่าเชื้อแล้ว

นอกจากนี้ทางการเยอรมนียังได้ ยืนยันตัวเลขผู้ติดเชื้อเพิ่มอีก 3 ราย ซึ่งเกี่ยวข้องใกล้ชิดกับผู้ติดเชื้อรายแรก ส่งผลให้ตอนนี้เยอรมนีมีตัวเลขผู้ติดเชื้อที่ยืนยันแล้วรวม 4 ราย

ด้านกระทรวงสาธารณสุขญี่ปุ่นระบุว่ามีชายญี่ปุ่นที่ไม่เคยมีประวัติเดินทางไปจีนแต่ติดเชื้อไวรัสดังกล่าว เป็นคนขับรถรับส่งนักท่องเที่ยวจากอู่ฮั่น 2 กรุ๊ป เมื่อต้นเดือนมกราคมก่อนเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาลเมื่อวันที่ 25 ม.ค.หลังจากมีอาการป่วยและวินิจฉัยแล้วว่าติดเชื้อโคโรนาไวรัสสายพันธุ์ใหม่