ตัวเงินตัวทองของเกาหลี รู้จัก “เพงซู” ผู้น่ารัก (รึเปล่า) #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/613325

วันที่ 30 ม.ค. 2563 เวลา 17:38 น.
PostToday Podcast:Deep Talk Ep. ตัวเงินตัวทองของเกาหลี รู้จัก “เพงซู” ผู้น่ารัก (รึเปล่า)

“Deep Talk ถอดรหัสสตาร์ทอัพ” Podcast ที่จะสร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้กำลังไล่ล่าความสำเร็จทางธุรกิจ

***************************

รับฟังเฉพาะเสียงได้ที่ soundcloud PostToday

สิงคโปร์ห่วงใยพลเมือง แจกหน้ากากอนามัยให้ปชช.ฟรีล้านชิ้น #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/613289

วันที่ 30 ม.ค. 2563 เวลา 15:12 น.

สิงคโปร์ห่วงใยพลเมือง แจกหน้ากากอนามัยให้ปชช.ฟรีล้านชิ้น

ทางการสิงคโปร์ประกาศแจกหน้ากากอนามัยให้พลเมืองทั้งประเทศฟรี 5.2 ล้านชิ้น ป้องกันภัยโคโรนาไวรัส

สเตรทไทมส์รายงานว่า รัฐบาลสิงคโปร์ประกาศแจกหน้ากากอนามัยฟรีให้แก่พลเมืองของตน โดยจะแบ่งแจกให้ครัวเรือนละ 4 ชิ้น เป็นจำนวนรวมทั้งสิ้น 5.2 ล้านชิ้น

รายงานระบุว่า รัฐบาลจะเริ่มทำการแจกตั้งแต่วันที่ 1 ก.พ.นี้เป็นต้นไป และคาดว่า 1.3 ล้านครัวเรือนทั่วประเทศจะได้รับแจกครบในวันที่ 9 ก.พ. โดยหน้ากากอนามัยฟรีจะบรรจุอยู่ภายในถุงปิดผนึก

หนึ่งถุงบรรจุหน้ากาก 4 ชิ้น ซึ่งรัฐบาลได้กำหนดจุดแจกตามศูนย์ชุมชน 89 แห่ง และศูนย์ผู้พักอาศัย 654 แห่งทั่วประเทศ โดยผู้รับโชว์เพียงบัตรประชาชนเพื่อยืนยันตัวตนเท่านั้น

มาตรการดังกล่าวเป็นไปเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่จากจีน

อย่างไรก็ดี ช่วง9วันก่อนหน้านี้ รัฐบาลสิงคโปร์ได้ทยอยปล่อยหน้ากากอนามัยจำนวน 5 ล้านชิ้นจากสต็อกของรัฐบาล ไปยังร้านค้าต่างๆแล้ว เพื่อป้องกันหน้ากากอนามัยขาดตลาด

ด้านนาย แลม พิน มิน รมว.สาธาณสุขสิงคโปร์ได้ให้คำมั่นว่าหลังตรวจคลังสินค้าของรัฐบาลว่า สิงคโปร์จะมีหน้ากากอนามัยสำรองเพียงพอต่อความต้องการแม้อยู่ในช่วงโรคระบาด

ไวรัสอู่ฮั่นแพร่ไปทุกมณฑลในจีนแล้ว #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/613253

วันที่ 30 ม.ค. 2563 เวลา 11:31 น.

ไวรัสอู่ฮั่นแพร่ไปทุกมณฑลในจีนแล้ว

“ทิเบต” พบโคโรนารายแรก ส่งผลให้จีนพบผู้ป่วยครบทุกมณฑลทั่วประเทศ ตัวเลขกว่า 7 พันราย ส่วนที่ฟินแลนด์พบนทท.จีนติดเชื้อรายแรกเช่นกัน

สถานการณ์ระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่วันที่ 30 ม.ค. พบว่า ขณะนี้ตัวเลขผู้ติดเชื้อในจีนแผ่นดินใหญ่มี 7,742 ราย (ตัวเลขนี้อัปเดตเรียลไทม์ มีการเปลี่ยนแแปลงอย่าาต่อเนื่อง)

ในจำนวนนี้เป็นผู้ติดเชื้อในมณฑลหูเป่ย์มากถึง 4,586 ราย

เสียชีวิตแล้วกว่า 170 คน (อยู่ในหูเป่ย์มากที่สุดถึง 162 ราย) และอีก 131 รายรักษาหายจนออกจากโรงพยาบาลแล้ว

ที่เขตปกครองตนเองทิเบต ทางการได้ยืนยันการพบผู้ติดเชื้อรายแรก ส่งผลให้ขณะนี้จีนมีจำนวนผู้ติดเชื้อกระจายครอบในทุกเขตปกครองของประเทศแล้ว

ส่วนตัวเลขผู้ติดเชื้อในต่างประเทศนอกจีนแผ่นดินใหญ่มีดังนี้ ..

  • ฮ่องกง 10
  • มาเก๊า 7
  • ไต้หวัน 8
  • ประเทศในเอเชียรวม 71
  • ยุโรป 8
  • อเมริกาเหนือ 8

สำหรับประเทศในยุโรปพบว่า พบผู้ติดเชื้อใน 3 ประเทศคือ เยอรมนี ฝรั่งเศส และฟินแลนด์ โดยที่ฟินแลนด์ เป็นประเทศล่าสุดที่ยืนยันว่ามีการพบผู้ติดเชื้อรายแรกของประเทศในกลุ่มสแกนดิเนเวีย โดยเป็นนักท่องเที่ยวหญิงชาวจีนวัย 32 ที่เดินทางจากอู่ฮั่นเมื่อ 5 วันก่อน มาท่องเที่ยวในภูมิภาคแลปแลนด์

“แจ็ค หม่า”เตรียมบริจาค100ล้านหยวนช่วยรัฐบาลจีนสู้ไวรัส #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/613251

วันที่ 30 ม.ค. 2563 เวลา 11:18 น.

"แจ็ค หม่า"เตรียมบริจาค100ล้านหยวนช่วยรัฐบาลจีนสู้ไวรัส

“แจ็ค หม่า” เตรียมบริจาค 100 ล้านหยวน พร้อมตั้งกองทุนมูลค่า 1 พันล้านหยวน ช่วยรัฐบาลจีนสู้ไวรัส โคโรนา ขณะที่ผู้นำในธุรกิจเทคโนโลยีจีนต่างร่วมบริจาคด้วย

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า “แจ็ค หม่า” ผู้ร่วมก่อตั้งบริษัท อาลีบาบา กรุ๊ป โฮลดิ้ง เตรียมบริจาคเงิน 100 ล้านหยวน หรือประมาณ 14.5 ล้านดอลลาร์ ผ่านมูลนิธิของเขา เพื่อช่วยรัฐบาลจีนในการต่อสู้กับการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่

นอกจากนี้ อาลีบาบา กรุ๊ป ยังได้ตั้งกองทุนมูลค่า 1 พันล้านหยวน และส่งผู้เชี่ยวชาญด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) และนักวิจัยเข้าช่วยเหลือรัฐบาลจีนด้วย

“เรารู้ดีว่าการต่อสู้ระหว่างมนุษยชาติและโรคระบาดอาจใช้เวลายาวนาน ซึ่งเงินจำนวนนี้จะช่วยสนับสนุนการวิจัยทางการแพทย์ และการป้องกันโรค”แถลงการณ์ของมูลนิธิระบุ

รายงานข่าวระบุว่า ผู้นำในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีจีนรายอื่นๆ ได้ประกาศมอบการช่วยเหลือด้วยเช่นกัน อาทิ โพนี หม่า ซีอีโอของเทนเซ็นต์ ได้บริจาคสิ่งของมูลค่า 300 ล้านหยวน รวมถึงให้บริการด้านข้อมูลและแผนที่เพื่อช่วยเหลือประชาชน

ขณะที่ โรบิน หลี่ ประธานบริษัทไป่ตู้ และ ไบท์แดนซ์ อิงค์ เจ้าของแอพพลิเคชันชื่อดังอย่าง TikTok ก็ได้ร่วมบริจาคเงินด้วยเช่นกัน

พบชาวญี่ปุ่น 3 รายจากที่กลับจากอู่ฮั่นติดเชื้อโคโรนา #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/613245

วันที่ 30 ม.ค. 2563 เวลา 10:59 น.

พบชาวญี่ปุ่น 3 รายจากที่กลับจากอู่ฮั่นติดเชื้อโคโรนา

คนญี่ปุ่นที่เพิ่งเดินทางอพยพกลับจากอู่ฮั่น 3 ราย ตรวจพบโคโรนาไวรัส ด้านรัฐบาลเตรียมส่งเครื่องบินอีกลำไปรับกลับวันนี้

สำนักข่าวเกียวโดรายงานว่า จากที่เมื่อวานนี้ (29 ม.ค.) ผู้อพยพชาวญี่ปุ่นชุดแรกจำนวน 206 คนที่เดินทางกลับจากนครอู่ฮั่นของจีน มาถึงยังกรุงโตเกียวของญี่ปุ่น ด้วยเครื่องบินเช่าเหมาลำซึ่งรัฐบาลญี่ปุ่นจัดไปรับ พบว่าจำนวนนี้มีชาวญี่ปุ่น 3 ราย ได้รับการยืนยันแล้วว่าติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่

นอกจากผู้โดยสาร 3 รายที่มากับเที่ยวบินอพยพเที่ยวแรกนี้ ญี่ปุ่นยังพบผู้ติดเชื้อเพิ่มเติมอีกหลายราย หนึ่งในนั้นรวมถึงผู้ติดเชื้อรายหนึ่งซึ่งไม่เคยมีประวัติเดินทางไปจีน แต่ทำงานใกล้ชิดกับชาวจีนที่มาญี่ปุ่น ซึ่งนับเป็นกรณีติดจากคนสู่คนภายในประเทศเป็นกรณีแรก

ญี่ปุ่นมีตื่นตัวและมีมาตรการเข้มงวด เพื่อป้องการแพร่ระบาดของไวรัส โดยเจ้าหน้าที่ในโตเกียวสามารถดำเนินมาตรการป้องกันพิเศษ ในเวลานี้เจ้าหน้าที่สามารถบังคับประชาชนให้เข้ารับการตรวจที่โรงพยาบาลโดยไม่ต้องรอรับความยินยอมจากประชาชน ใครก็ตามที่เดินทางมายังด่านตรวจคนเข้าเมือง หากต้องสงสัยว่ามีเชื้อไวรัสอยู่จะถูกแจ้งให้รับการตรวจสอบทางการแพทย์ทันที

ขณะเดียวกันรัฐบาลญี่ปุ่นเตรียมส่งเครื่องบินลำที่สองไปรับพลเมืองจำนวน 210 คน เดินทางกลับประเทศในวันนี้ (30 ม.ค.) เช่นกัน

โรงแรม อีสติน มอบข้อเสนอพิเศษ ลดทั้งเครือสูงสุด45% กับโปรโมชั่น’Eastin Everyday’ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/469936

อีสติน แอชต้า รีสอร์ท ชางกู

โรงแรม อีสติน มอบข้อเสนอพิเศษ ลดทั้งเครือสูงสุด45% กับโปรโมชั่น’Eastin Everyday’

วันศุกร์ ที่ 31 มกราคม พ.ศ. 2563, 14.23 น.

อีสติน ธนาซิตี้ กอล์ฟ รีสอร์ท กรุงเทพ

ให้ทุกๆวันของคุณเป็นวันพักผ่อนแสนพิเศษที่ โรงแรม อีสติน ด้วยห้องพักราคาสุดพิเศษกับโปรโมชั่น “Eastin Everyday”  มอบส่วนลดห้องพัก 30%- 45% โดยไม่จำกัดจำนวนคืนในการจองขั้นต่ำ และส่วนลดค่าอาหารและเครื่องดื่ม ระหว่างเข้าพักอีก 20% ที่ทุกโรงแรมในเครืออีสติน ได้แก่ โรงแรม อีสติน แกรนด์ สาทร กรุงเทพฯ โรงแรม อีสติน มักกะสัน กรุงเทพฯ อีสติน ธนาซิตี้ กอล์ฟ รีสอร์ท กรุงเทพฯ และ โรงแรม อีสติน ตัน เชียงใหม่ ในต่างประเทศ ได้แก่ โรงแรม อีสติน แกรนด์ ไซง่อน เวียดนาม  และ  อีสติน แอชต้า รีสอร์ท ชางกู บนเกาะบาหลี อินโดนีเซีย

โปรโมชั่น “Eastin Everyday”  ทำการจองได้ตั้งแต่ 1 – 14 กุมภาพันธ์ 2563 สำหรับการเข้าพักในช่วง 15 กุมภาพันธ์ – 14 มิถุนายน 2563

พิเศษ! เพียงจองห้องพักของโปรโมชั่นนี้ ตั้งแต่วันที่ 1-14  กุมภาพันธ์ 2563 ลุ้นรับฟรี! ห้องพักโรงแรม อีสติน พร้อมอาหารเช้า สำหรับ 2 ท่าน

เลือกจองโรงแรมที่ต้องการ และทำการจองห้องพักออนไลน์ ทางเว็บไซต์ http://www.eastinhotelsresidences.com หรืออีเมล rsvn@eastinhotelsresidences.com

โรงแรม อีสติน แกรนด์ และโรงแรม อีสติน ให้บริการที่พักระดับ 5 ดาว และ 4 ดาว ในเมืองท่องเที่ยวที่สำคัญ ทั้งในไทย เวียดนาม และอินโดนีเซีย โดยมุ่งเน้นการให้บริการห้องพักทันสมัย สิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ที่ตั้งที่เข้าถึงได้สะดวก ในราคาที่คุ้มค่า และการบริการที่ยืดหยุ่นตามความต้องการของผู้เข้าพัก   การบริการอันเป็นเอกลักษณ์ของโรงแรม อีสติน ได้แก่ อาหารเช้าที่เสิร์ฟถึง 11.30 น. สัญญาณอินเตอร์เน็ตความเร็วสูง ราคาซักรีดและมินิบาร์สมเหตุสมผล และการการันตีห้องพักพร้อมให้เข้าพัก

อีสติน แอชต้า รีสอร์ท ชางกู

อีสติน แอชต้า รีสอร์ท ชางกู
โรงแรม อีสติน ตัน เชียงใหม่

โรงแรม อีสติน ตัน เชียงใหม่

มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยากฯ จัดทำวารสาร‘เพื่อนพึ่งพา’ฉบับปฐมฤกษ์ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/469787

มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยากฯ จัดทำวารสาร‘เพื่อนพึ่งพา’ฉบับปฐมฤกษ์

วันศุกร์ ที่ 31 มกราคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย ซึ่งมีพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถ ทรงเป็นนายกกิตติมศักดิ์ตลอดชีพของมูลนิธิฯ และสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดีกรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ทรงเป็นกรรมการมูลนิธิฯ จัดทำวารสาร “เพื่อนพึ่งพา” ทั้งในแบบรูปเล่มและในรูปแบบ E-Book ฉบับปฐมฤกษ์ เดือนมกราคม-กุมภาพันธ์ 2563 เนื้อหาภายในเล่มถ่ายทอดเรื่องราว ข่าวสาร และกิจกรรมสำคัญต่างๆ ของมูลนิธิฯ ตลอด 24 ปีในการช่วยเหลือประชาชนจากอุทกภัยอย่างครบวงจรและยั่งยืนรวมถึงการออกร้านและสินค้าพึ่งพา

คณะผู้จัดทำวารสาร “เพื่อนพึ่งพา” เล่มนี้มี ศาสตราจารย์พิเศษธงทอง จันทรางศุ เป็นที่ปรึกษา นายฐิติวัฒน์ ว่องวรรณกุล เป็นบรรณาธิการบริหาร นางมณฑิชา สุขจันทร์ เป็นบรรณาธิการ เนื้อหาภายในฉบับแรกได้นำเสนอและถ่ายทอดภารกิจ กิจกรรมของมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย ในการช่วยเหลือประชาชนจากอุทกภัยอย่างครบวงจรและยั่งยืน ตั้งแต่ปีพ.ศ.2538 นอกจากนี้ ยังมอบสาระความรู้เกี่ยวกับการเตรียมการป้องกันที่เกี่ยวข้องกับภัยพิบัติ โดยเฉพาะอุทกภัยที่มักจะเกิดขึ้นเป็นประจำทุกปี

เริ่มจากเรื่องจากปก นำเสนอประวัติ ความเป็นมา พันธกิจ ของมูลนิธิฯ ที่ได้ดำเนินงานมาตลอดระยะเวลา 24 ปี ด้วยคอลัมน์พิเศษ “งานเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ประจำปี 2562” ที่จัดได้ยิ่งใหญ่ภายใต้แนวคิด “แบ่งปัน พอเพียง ยั่งยืน” คอลัมน์รอบรั้วพึ่งพา รวบรวมกิจกรรมต่างๆ ที่มูลนิธิฯ จัดขึ้นและเข้าร่วมเพื่อหารายได้ช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย พร้อมการติดตามผลการเข้าไปช่วยเหลือฟื้นฟูพื้นที่ที่ประสบอุทกภัยที่ผ่านมา ตลอดจนเครือข่ายและพันธมิตรที่เข้าร่วมช่วยเหลือในพันธกิจของมูลนิธิฯ รวมทั้งแนะนำร้านพึ่งพา ร้านค้าของมูลนิธิฯ ที่มีสินค้าที่ระลึกแบรนด์ “พึ่งพา” และผลิตภัณฑ์ที่มูลนิธิฯ นำมาจากชุมชนที่ประสบอุทกภัย นอกจากนี้ยังมีคอลัมน์ให้ความรู้ โดยฉบับแรกนำเสนอความรู้เตรียมพร้อมรับมือก่อนพบปัญหานํ้าท่วม

ทั้งนี้ สามารถติดตามวารสาร E-Book “เพื่อนพึ่งพา” ได้ที่ เว็บไซต์มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย www.friendsofpa.or.th หรือที่เฟซบุ๊ค มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย https://www.facebook.com/friendsinneedofpa/เฟซบุ๊ค ร้านเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) https://www.facebook.com/Puenpeungpashop/ หรือหากหน่วยงานและองค์กรต่างๆ ต้องการรับวารสารแบบรูปเล่มเพื่อเผยแพร่ข่าวสารของมูลนิธิฯ สามารถแจ้งความจำนงได้ที่โทร.02-0546546 หรืออีเมล์ info@friendsofpa.or.th

สตรีไทย รู้จัก รู้สิทธิ์ ตรวจเช็ค ป้องกัน‘ไวรัสเอสพีวี’ ต้นเหตุการเกิดมะเร็งปากมดลูก #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/469722

สตรีไทย รู้จัก รู้สิทธิ์ ตรวจเช็ค ป้องกัน‘ไวรัสเอสพีวี’ ต้นเหตุการเกิดมะเร็งปากมดลูก

วันศุกร์ ที่ 31 มกราคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

เดือนมกราคมของทุกปีเป็นเดือนแห่งการรณรงค์ต้านภัยมะเร็งปากมดลูกสากล ซึ่งโรคมะเร็งปากมดลูกเป็นมะเร็งเพียงไม่กี่ชนิดที่สามารถป้องกันได้ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ เล็งเห็นความสำคัญของการส่งเสริมความรู้ความเข้าใจของสาเหตุการเกิดโรคให้กับประชาชนเพื่อลดอุบัติการณ์ของโรคมะเร็งชนิดต่างๆ สืบสานการดำเนินงานตามพระปณิธาน ศาสตราจารย์ ดร. สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี ประธานราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ที่ทรงมุ่งหวังช่วยเหลือประชาชนชาวไทยให้พ้นจากทุกข์ภัยของโรคมะเร็ง ตลอดจนยกระดับการศึกษาค้นคว้าวิจัย สร้างนวัตกรรม เพื่อยกระดับการรักษาโรคมะเร็งในประเทศไทยให้มีคุณภาพและได้มาตรฐานสากลประกอบกับการผลักดันนโยบายระดับประเทศของกระทรวงสาธารณสุข และสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ โดยในปี พ.ศ.2563 นี้ ได้เพิ่มสิทธิ์การตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกพื้นฐานจากการตรวจคัดกรองด้วยวิธีแปปสเมียร์ (Pap Smear) เป็นการตรวจมะเร็งปากมดลูกแบบหาเชื้อไวรัสเอชพีวีดีเอ็นเอ (HPV DNA)

ดังนั้น เพื่อเป็นการส่งเสริมให้ประชาชนได้ตระหนักรู้จักเชื้อไวรัสเอชพีวี รู้สิทธิ์การเข้าถึงบริการตรวจคัดกรองที่มีคุณภาพและได้มาตรฐาน เพื่อดูแลและป้องกันตนเองให้ห่างไกลจากโรคมะเร็งปากมดลูก ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ โดยความร่วมมือกับ กระทรวงสาธารณสุข กรมการแพทย์ สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ราชวิทยาลัยสูตินรีแพทย์แห่งประเทศไทย และสมาคมมะเร็งนรีเวชไทยจึงได้จัดโครงการรณรงค์ Thailand HPV Cervical Cancer Free #เอชพีวีไม่รู้ไม่ได้แล้ว ณ ลานอีเดน ชั้น 1 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์

ซึ่งภายในงานมีเสวนาในหัวข้อ “ขับเคลื่อนประเทศไทยปลอดโรคมะเร็งปากมดลูก เพิ่มสิทธิหญิงไทยตรวจคัดกรองด้วย “เอชพีวี ดีเอ็นเอ” โดย ศาสตราจารย์ แพทย์หญิงจิรพร เหล่าธรรมทัศน์คณบดีคณะเทคโนโลยีวิทยาศาสตร์สุขภาพ และรองอธิการบดีวิทยาลัยวิทยาศาสตร์การแพทย์เจ้าฟ้าจุฬาภรณ์ ฝ่ายประชาสัมพันธ์และการตลาด, เรวดีรัศมิทัต ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข, พลอากาศโท นายแพทย์การุณเก่งสกุล ประธานราชวิทยาลัยสูตินรีแพทย์แห่งประเทศไทย, นายแพทย์จักรกริช โง้วศิริรองเลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ,นายแพทย์ณรงค์ อภิกุลวณิช รองอธิบดีกรมการแพทย์, นาวาอากาศเอก นายแพทย์ภานนท์ เกษมศานติ์ นายกสมาคมมะเร็งนรีเวชไทย และผู้ช่วยศาสตราจารย์ นายแพทย์ณัฐวุฒิ กันตถาวรคณะแพทยศาสตร์และการสาธารณสุข วิทยาลัยวิทยาศาสตร์การแพทย์เจ้าฟ้าจุฬาภรณ์ หัวหน้าศูนย์สุขภาพสตรี โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ ดำเนินรายการโดย ดาว-อภิสรา เกิดชูชื่น พร้อมเปิดตัวภาพยนตร์ประชาสัมพันธ์ในแคมเปญรณรงค์ “เอชพีวีไม่รู้ไม่ได้แล้ว”ภายใต้แนวคิด “ชีวิตรักเปลี่ยนได้ด้วยความรู้เอชพีวี”และมี นิโคลีน พิชาภา ลิมศนุกาญจน์ มิสไทยแลนด์เวิลด์ 2018 ร่วมเป็นทูตรณรงค์โครงการ

ศาสตราจารย์ แพทย์หญิงจิรพร เหล่าธรรมทัศน์กล่าวถึงการขับเคลื่อนยกระดับความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์การแพทย์ด้านโรคมะเร็งในประเทศไทยว่า “ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ เป็นสถาบันที่ สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารีทรงมีพระประสงค์ให้ก่อตั้งขึ้นโดยมุ่งหวังที่เป็นสถาบันระดับโลกในด้านวิทยาศาสตร์ การค้นคว้าวิจัยการศึกษา และการบริการทางสุขภาพ รวมถึงการพัฒนางานด้านวิทยาศาสตร์การแพทย์และการสาธารณสุขของประเทศไทย รวมทั้งทรงมีพระดำริให้ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ดำเนินโครงการที่จะยกระดับความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์การแพทย์ด้านโรคมะเร็งในประเทศไทย โดยร่วมมือกับสถาบันชั้นนำต่างๆ ทั้งในและต่างประเทศ เพื่อยกระดับเทคโนโลยีความก้าวหน้าทั้งในประสิทธิภาพและประสิทธิผลของการรักษาโรคมะเร็งซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนนโยบายการป้องกันโรคไม่ติดต่อของกระทรวงสาธารณสุข โดยมีโครงการที่กำลังดำเนินการอยู่ ณปัจจุบัน อาทิ “โครงการผลิตเภสัชภัณฑ์ในพระดําริ”เป็นโรงงานต้นแบบผลิตยารักษามะเร็งแบบมุ่งเป้าที่จะเข้ามาเพิ่มขีดความสามารถการวิจัยและการพัฒนาเภสัชภัณฑ์สําหรับผู้ป่วยมะเร็งให้ต่อเนื่องสมบูรณ์ “โครงการศูนย์บำบัดรักษาโปรตอน-คาร์บอนแห่งชาติ ศรีสวางควัฒน” การรักษาโรคมะเร็งด้วยอนุภาคโปรตอนหรือคาร์บอน เป็นเทคโนโลยีที่สามารถเข้าถึงเซลล์มะเร็งในตำแหน่งที่ซับซ้อนลดระยะเวลา ลดผลข้างเคียง และเพิ่มโอกาสการรอดชีวิตของผู้ป่วยโรคมะเร็งได้ และกำลังริเริ่มดำเนิน“โครงการ Thailand Cancer Genome” โครงการนี้จะมุ่งเป้าไปที่การถอดรหัสข้อมูลทางพันธุกรรมของมะเร็งชนิดต่างๆ วิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกเทียบกับองค์ความรู้ที่มีอยู่ในฐานข้อมูลนานาชาติเพื่อหาและเก็บรวบรวมข้อมูลความแตกต่างทางพันธุกรรมของมะเร็งในประชากรไทย”

ทางด้าน เรวดี รัศมิทัต ได้กล่าวว่าเป็นที่ชัดเจนแล้วว่าสาเหตุของมะเร็งปากมดลูกเกือบทั้งหมดเกิดจากการติดเชื้อเอชพีวี โดยทั้งนี้ทางกระทรวงสาธารณสุขได้มีการรณรงค์การส่งเสริมสุขภาพ ป้องกันและการตรวจคัดกรอง รวมถึงการรักษาโรคมะเร็งปากมดลูกมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งที่ผ่านมากระทรวงสาธารณสุข โดยกรมควบคุมโรคก็ได้มีการให้บริการฉีดวัคซีนป้องกันไวรัสเอชพีวี ในเด็กนักเรียนหญิงชั้นป.5 ซึ่งจะช่วยลดอุบัติการณ์การเกิดโรคมะเร็งปากมดลูกได้ ดังนั้นการเพิ่มสิทธิให้กับผู้หญิงไทยในการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกด้วยวิธีเอชพีวี ดีเอ็นเอ จึงถือเป็นความสำเร็จอีกหนึ่งก้าวในการยกระดับการให้บริการสุขภาพให้แก่ประชาชนชาวไทย ”

ด้าน พลอากาศโท นายแพทย์การุณ เก่งสกุลได้เผยถึงแนวทางการขจัดมะเร็งปากมดลูกในไทยว่า“ทำได้โดย 1.หลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยงทางเพศสัมพันธ์เช่น การมีคู่นอนคนเดียว จะลดโอกาสรับเชื้อ HPV ได้2.การฉีดวัคซีนป้องกันการติดเชื้อเอชพีวี โดยสายพันธุ์ 16 และ 18 เป็นสาเหตุประมาณร้อยละ 70ของมะเร็งปากมดลูก ซึ่ง 2 สายพันธุ์นี้ปัจจุบันมีวัคซีนป้องกันที่ได้ผลเกือบ 100% แล้ว แต่ยังมีความเป็นไปได้ที่อาจจะติดไวรัสเอชพีวีสายพันธุ์อื่นๆ อยู่ ดังนั้นแม้จะได้รับวัคซีนแล้ว ก็ยังมีความจำเป็นต้องตรวจคัดกรองอย่างสม่ำเสมอและ 3. การตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกอย่างเป็นระบบ โดยในประเทศไทย เริ่มตั้งแต่ปี พ.ศ. 2545 หรือเกือบ 20 ปีมาแล้วด้วยวิธี ตรวจ Pap Smear และ VIA หรือตรวจด้วยน้ำส้มสายชู ซึ่งมีความไวในการตรวจพบมะเร็งประมาณ ร้อยละ 50-60 ส่วน การตรวจ HPVที่จะเริ่มในปีนี้ จะมีความไวในการตรวจพบมะเร็งปากมดลูกถึง ร้อยละ 90-95 จึงจะเป็นเครื่องมือที่จะทำให้เราเข้าใกล้จุดมุ่งหมายที่จะขจัดมะเร็งปากมดลูกให้สำเร็จ”

สำหรับการเพิ่มสิทธิสตรีพื้นฐานในการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกด้วยเอชพีวี ดีเอ็นเอที่จะเริ่มดำเนินการในปี 2563 นี้ นายแพทย์จักรกริชโง้วศิริ ได้กล่าวว่า “ในการประชุมคณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติจึงได้เห็นชอบให้ดำเนินการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกด้วยเอชพีวี ดีเอ็นเอ (HPV DNA test) มาแทนการตรวจด้วยแปปสเมียร์หรือวีไอเอ ในปี 2563 เป็นต้นไป เนื่องวิธีนี้มีความไวในการตรวจหาเซลล์ผิดปกติสูงมาก มีประสิทธิภาพและคุ้มค่า ทำให้สามารถตรวจพบผู้ป่วยในระยะแรกเริ่มเพิ่มขึ้นและเข้าสู่การรักษาได้โดยเร็วก่อนลุกลามทำให้การเสียชีวิตจากมะเร็งปากมดลูกลดลงเมื่อเทียบกับวิธีคัดกรองในปัจจุบัน ทั้งยังมีต้นทุนค่าใช้จ่ายที่ใกล้เคียงกัน โดยจะเริ่มดำเนินการได้ตั้งแต่ปี 2563เป็นต้นไป ทั้งนี้เริ่มนำร่องในปี 2563 จะมีทั้งหมด24 จังหวัด กระจายทั่วประเทศ และจะมีการขยายผลให้ครอบคลุมทั่วประเทศได้ก่อนปี 2565”

ทางด้าน ผู้ช่วยศาสตราจารย์ นายแพทย์ณัฐวุฒิ กันตถาวร กล่าวว่า “ทางโรงพยาบาลจุฬาภรณ์มีบริการครบวงจรเรื่องมะเร็งปากมดลูก ทั้งการ
ให้คำแนะนำปรึกษา การฉีดวัคซีน HPV การตรวจคัดกรองหาเชื้อ HPV รวมถึงการผ่าตัด ฉายแสงเคมีบำบัด โดยในปี พ.ศ. 2563 เราจัดโปรแกรมพิเศษทั้งการฉีดวัคซีน และการตรวจคัดกรอง HPV โดยหวังว่าให้คนไข้เข้าถึงสิ่งที่ดีที่สุดในราคาที่เหมาะสมโดยที่ผ่านมาทางโรงพยาบาลจุฬาภรณ์ได้จัดทำโครงการบำเพ็ญพระกุศลฯ เพื่อให้ประชาชนไทยได้เข้าถึงเทคโนโลยีการคัดกรอง หรือรักษามะเร็งขั้นสูงแก่ผู้ป่วยในทุกๆ ปี โดยในปี พ.ศ. 2554 เราจัดโครงการบำเพ็ญพระกุศลฯ การคัดกรองมะเร็งปากมดลูกแนวใหม่ ซึ่งในช่วงเวลานั้น การตรวจ HPVยังถือว่าเป็นเรื่องที่ใหม่ในประเทศไทย มีผู้ร่วมโครงการจากทั่วประเทศ 4,487 ราย พบการติดเชื้อไวรัส HPV ความเสี่ยงสูง ร้อยละ 6.4 โดยพบสายพันธุ์ที่แตกต่างจากประเทศทางตะวันตก โดยเราพบว่า สายพันธุ์ที่พบบ่อย คือ 52, 16, 51 ซึ่งในทางตะวันตกจะพบสายพันธุ์16 บ่อยที่สุดต่อมาในปี พ.ศ. 2556 เราทำวิจัยในชุมชน ตำบลบางขะแยงจังหวัดปทุมธานี รอบพระตำหนักจักรีบงกชในลักษณะเดียวกัน ในประชาชน 1,523 ราย พบการติดเชื้อไวรัสHPV ความเสี่ยงสูง ร้อยละ 5.6 สายพันธุ์ที่พบบ่อยคือ 16, 51, 52 เราพบมะเร็งปากมดลูก 4 ราย และการตรวจติดตามด้วยการตรวจ HPV ที่ 5 ปี ไม่มีรายงานผู้ป่วยใหม่มะเร็งปากมดลูกในตำบลบางขะแยงอีกเลย จึงเป็นตัวอย่างที่บอกว่า การขจัดมะเร็งปากมดลูกนั้นเป็นไปได้จริง”

สำหรับการบูรณาการสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับโรคมะเร็งปากมดลูกแก่สตรีไทย ด้านนาวาอากาศเอก นายแพทย์ภานนท์ เกษมศานติ์ได้กล่าวปิดท้ายว่า “ที่ผ่านมาเราได้มีการจัดรณรงค์ทุกปีร่วมกับราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ในฐานะที่เป็นส่วนหนึ่งของหน่วยงานภาครัฐและเป็นโรงพยาบาลเฉพาะทางด้านโรคมะเร็ง รวมถึงหน่วยงานต่างๆ เพื่อรณรงค์สร้างเสริมสุขภาพให้สตรีไทยได้ตระหนักรู้ถึงการป้องกันตนเองจากเชื้อไวรัสเอชพีวี เพื่อลดโอกาสเสี่ยงของการเกิดโรคมะเร็งปากมดลูกให้กับสตรีไทย”

สำหรับสตรีที่สนใจเข้ารับการตรวจคัดกรองหรือรับวัคซีนป้องกัน ศูนย์สุขภาพสตรีโรงพยาบาลจุฬาภรณ์ ได้จัดโปรแกรมในอัตราพิเศษตลอดปี 2563 อาทิ ตรวจหาดีเอ็นเอของเชื้อไวรัสเอชพีวี(HPV DNA) 14 สายพันธุ์ ราคา 990 บาท, ตรวจภายในเพื่อคัดกรองมะเร็งปากมดลูกพร้อมตรวจหาดีเอ็นเอของเชื้อไวรัสเอชพีวี ราคา 1,590 บาท และวัคซีนป้องกันไวรัสเอชพีวีชนิด 4 สายพันธุ์ ราคาเข็มละ 2,200 บาท ติดต่อเข้ารับบริการได้ที่ ศูนย์สุขภาพสตรี ชั้น 9 อาคารศูนย์การแพทย์มะเร็งวิทยาจุฬาภรณ์ โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ สอบถามรายละเอียดหรือนัดหมายเข้ารับบริการได้ที่ โทร. 02-5766565 /02-5766589 หรือ http://www.facebook.com/chulabhornhospital

นิทรรศการภาพถ่ายฝีพระหัตถ์ ‘มหัศจรรย์พรรณภาพ’ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/469786

นิทรรศการภาพถ่ายฝีพระหัตถ์ ‘มหัศจรรย์พรรณภาพ’

วันศุกร์ ที่ 31 มกราคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนทั่วไปได้มีโอกาสได้ร่วมตามรอยเสด็จพระราชดำเนินและชื่นชมพระอัจฉริยภาพด้านการถ่ายภาพของ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ซึ่งทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานภาพถ่ายฝีพระหัตถ์ที่ทรงบันทึกไว้ระหว่างการเสด็จพระราชดําเนินไปยังสถานที่ต่างๆ ทั้งในและต่างประเทศ ในช่วงปี 2561-2562 เพื่อจัดแสดงในนิทรรศการภาพถ่ายฝีพระหัตถ์ “มหัศจรรย์พรรณภาพ Photos Wonderland” ระหว่างนี้จนถึงวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2563 ณ ห้องนิทรรศการ ชั้น 9หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานครในการนี้ ได้รับพระราชานุญาตให้นำวิดีทัศน์ที่ทรงบรรยายภาพถ่ายฝีพระหัตถ์ด้วยพระองค์เองมาจัดฉายให้ผู้ชมนิทรรศการได้ทราบแนวคิดและเกร็ดมุมมองของถ่ายภาพนั้นๆ อีกด้วย

นิทรรศการภาพถ่ายฝีพระหัตถ์ ประจำปี 2562 หัวข้อ “มหัศจรรย์พรรณภาพPhotos Wonderland” จัดโดยสมาคมถ่ายภาพแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ กรุงเทพมหานคร หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร และมูลนิธิส่งเสริมการถ่ายภาพ ด้วยการสนับสนุนจาก บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) และหน่วยงานเอกชนอื่นๆ เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนทั่วไปได้มีโอกาสได้ร่วมตามรอยเสด็จพระราชดำเนินและชื่นชมพระอัจฉริยภาพด้านการถ่ายภาพของ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ซึ่งทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานภาพถ่ายฝีพระหัตถ์ ทรงบันทึกไว้ระหว่างการเสด็จพระราชดำเนินไปยังสถานที่ต่างๆ ทั้งในและต่างประเทศ ในช่วงปี 2561-2562 เพื่อจัดแสดงในนิทรรศการครั้งนี้ ซึ่งประกอบไปด้วย ภาพแขวนผนัง จำนวน 173 ภาพภาพอาหาร (ภาพเล็ก) จำนวน 216 ภาพและ Art wall จำนวน 12 ภาพ โดยแต่ละภาพที่นำมาจัดแสดง นอกจากเป็นภาพที่สวยงามทรงคุณค่าทางศิลปะการถ่ายภาพแล้ว ยังสะท้อนให้เห็นถึงมุมมองจากสายพระเนตรที่ทรงประสบพบเห็นสิ่งต่างๆ ที่ทรงสนพระราชหฤทัยถ่ายทอดเรื่องราวผ่านภาพถ่าย  อีกทั้งยังให้ข้อคิดเตือนใจในแง่มุมต่างๆ เพื่อให้คนไทยทุกคนได้มาชมภาพที่เปรียบเสมือนการเล่าเรื่องผ่านภาพถ่ายของพระองค์ท่านในทุกแห่งหน

นับตั้งแต่ปี 2550 สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้ากรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานภาพถ่ายฝีพระหัตถ์เพื่อนำมาจัดแสดงนิทรรศการอย่างต่อเนื่อง เพื่อเป็นความรู้แก่นิสิต นักศึกษา และประชาชนทั่วไป เริ่มตั้งแต่นิทรรศการภาพถ่ายฝีพระหัตถ์ “แสงคือสีสีคือแสง” ในปี 2550 “ชีวิตที่หมุนไปไม่หยุดยั้ง” ในปี 2551 “ถ้าเดินเรื่อยไปย่อมถึงปลายทาง”ในปี 2552 “สีแสงแสดงชีวิต” ในปี 2553 “อุปบัติ ณ โลกี” ในปี 2554 “ควงกล้องท่องโลก” ในปี 2555 “รูปยาตราภาพทัศนาจร” ในปี 2556 “อันมีทิพเนตรส่องไป” ในปี 2557 “อยู่มานาน กาลเวลาพาสุข” ในปี 2558 “ทัศนียมรรคา” ในปี 2559 “กาวยประภา” ในปี 2560 “สวัสดีปีจอหมา มาคอยท่าปีกุนหมู” ในปี 2561 และ ในปี 2562 “มหัศจรรย์พรรณภาพ”

ร่วมชื่นชมพระอัจฉริยภาพด้านการถ่ายภาพผ่านมุมมองของ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในนิทรรศการภาพถ่ายฝีพระหัตถ์ ปี 2562 “มหัศจรรย์พรรณภาพ Photos Wonderland” ได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น ระหว่างนี้จนถึงวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2563 (หยุดทุกวันจันทร์) เวลา 10.00-21.00 น. ทั้งนี้ สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ฝ่ายนิทรรศการหอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานครโทร.02-214 6630-8 ต่อ 531

นิทรรศการและหนังสือภาพถ่าย #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/469725

นิทรรศการและหนังสือภาพถ่าย

วันศุกร์ ที่ 31 มกราคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีหลังจาก“เดอะ ไฟท์เตอร์ โปรเจค” งานนิทรรศการและหนังสือภาพถ่ายที่รวบรวมภาพถ่ายของผู้พิการสู้ชีวิตทั้ง6 คน ผ่านเลนส์กล้องของ สุทธิศักดิ์ สุจริตตานนท์Creative Chairman บริษัท บีบีดีโอ กรุงเทพ จำกัดที่ได้เปิดตัวไปเมื่อปีที่แล้ว อีกทั้งยังมีการ Roadshowที่ Art Space จังหวัดราชบุรีนั้น ก็มีผู้ใจบุญหลั่งไหลทำการสั่งซื้อโฟโต้บุ๊คและภาพถ่ายของ 6 นักสู้ชีวิตพร้อมบริจาคเงิน โดยรายได้ทั้งหมดหลังหักค่าใช้จ่ายแล้วรวมทั้งยอดเงินบริจาคจากการขอร่วมรับบริจาคเป็นจำนวนเงินทั้งสิ้น 500,000 บาท ซึ่งได้มอบให้กับมูลนิธิพัฒนาคนพิการไทย (มพพท.) นำโดย สุภรธรรมมงคลสวัสดิ์ กรรมการและเลขาธิการ มูลนิธิพัฒนาคนพิการไทย พร้อมทั้งยังมีการจัดนิทรรศการภาพถ่ายและหนังสือ The Fighters Project (เดอะ ไฟท์เตอร์โปรเจค) โดยในครั้งนี้จะเป็นครั้งสุดท้ายของการจัดแสดงที่จะจัดขึ้นตั้งแต่ วันนี้ถึงวันอาทิตย์ที่2 กุมภาพันธ์ 2563 นี้ ณ Lido Connect (ลิโด้ คอนเน็คท์)

โดยจะเป็นการนำเสนอนิทรรศการภาพถ่ายและหนังสือภาพถ่ายของผู้พิการสู้ชีวิตทั้ง 6 คนได้แก่ เอกชัย วรรณแก้ว ศิลปินนักวาดภาพไร้แขน, น้องเบส-พีรัชพนาโยธากุล หนุ่มผู้มีภาวะดาวน์ซินโดรม เจ้าของกิจการร้านตัดเสื้อ, น้องฝ้าย- บุญธิดา ชินวงษ์ บิวตี้บล็อกเกอร์ผู้พิการไร้แขน, น้องธันย์ ณิชชารีย์ เป็นเอกชนะศักดิ์ ผู้พิการไร้ขาทั้งสองข้าง ซึ่งกำลังศึกษาในรั้วมหาวิทยาลัย และทำงานเป็น “ผู้สำรวจความสุข” ที่โรงพยาบาล, สุเมตร ธรรมวงศ์มือกลองตาบอดแห่งวงดนตรีไดมอนด์ และ สายสุนีย์จ๊ะนะ นักกีฬาวีลแชร์ฟันดาบทีมชาติไทย ผู้ขาพิการทั้งสองข้าง  ซึ่งเขาทั้งหมดนี้ล้วนมาจากต่างสายงานอาชีพที่ต้องต่อสู้และไม่ย่อท้อกับสถานการณ์ต่างๆ ในทุกวัน ซึ่งพวกเขาทั้งหมดพร้อมเสมอที่จะเผชิญหน้ากับทุกเรื่องแม้ร่างกายจะไม่สมบูรณ์ เพราะพวกเขาคิดเสมอว่าต้องมุ่งมั่นทำทุกอย่างให้สำเร็จบรรลุตามเป้าหมายที่วางไว้ในที่สุด

ผู้ที่สนใจร่วมบริจาคภาพถ่ายและหนังสือภาพถ่าย “เดอะ ไฟท์เตอร์” โปรเจค ของเหล่านักสู้ทั้ง 6 สามารถสั่งซื้อได้ที่ https://www.facebook.com/thefightersproject/ อีเมล: thefightsproject18@gmail.com