เสื้อเชียร์ธรรมศาสตร์ 74 สุดปัง มีกันหรือยัง? #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/468779

เสื้อเชียร์ธรรมศาสตร์ 74 สุดปัง มีกันหรือยัง?

วันจันทร์ ที่ 27 มกราคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

สมาคมธรรมศาสตร์ ในพระบรมราชูปถัมภ์องค์การนักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ชุมนุมเชียร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ พร้อมด้วยหนุ่มสาวทีมเชียร์ลีดเดอร์ ทีมดรีมเมเยอร์ทีมอัญเชิญตราธรรมจักรและป้ายนามมหาวทิยาลัยขอเชิญชวนชาวธรรมศาสตร์ ทั้งศิษย์เก่าศิษย์ปัจจุบัน และผู้สนใจ ซื้อเสื้อเชียร์ธรรมศาสตร์74 สุดปัง ภายใต้แนวคิด “Life gives us power,power to do actions, actions have theirown consequences” สู้ศึกงานฟุตบอลประเพณีจุฬาฯ-ธรรมศาสตร์ ครั้งที่ 74

เสื้อเชียร์ธรรมศาสตร์ 74 ได้รับการออกแบบไว้อย่างโดดเด่นและเต็มเปี่ยมไปด้วยพลัง ไซส์ปกติ (XS/S/M/L/2XL/3XL) ราคาตัวละ 240 บาท และราคา 250 บาท เฉพาะไซส์พิเศษ (4XL/5XL) โดยหาซื้อได้ที่ศูนย์หนังสือมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ สาขาท่าพระจันทร์ สาขารังสิต และสาขาลำปาง และจะจำหน่ายแบบ ON GROUND ในวันดังต่อไปนี้ คือ วันที่ 29 มกราคม 2563 ในงาน Yellow Red 74 ที่ทางเข้าเชียงราก 1 มหาวิทยาลัยฯ ศูนย์รังสิต, วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2563 ในงานเลือดไม่แบ่งสี ที่สามย่านมิตรทาวน์ และในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2563 งานฟุตบอลประเพณีจุฬาฯ-ธรรมศาสตร์ครั้งที่ 74 ที่ สนามศุภชลาศัย ประตู 16 สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทางเฟซบุ๊ค : ศูนย์หนังสือมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

สำหรับงานฟุตบอลประเพณีจุฬาฯ-ธรรมศาสตร์ ครั้งที่ 74 จะจัดขึ้นในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2563 ภายใต้แนวคิด “MAKE A CHANGE เปลี่ยน ปรับ ขยับสังคม” ณ สนามศุภชลาศัย เวลา 14.00 น. เป็นต้นไป สามารถติดตามข่าวสารเกี่ยวกับงานและการจำหน่ายเสื้อเชียร์ได้ที่แฟนเพจ “เสื้อเชียร์ธรรมศาสตร์” และ“งานฟุตบอลประเพณีจุฬาฯ-ธรรมศาสตร์”

กรมสมเด็จพระเทพรัตนฯ เสด็จฯ ทอดพระเนตร การแสดงโขน ณ เวทีกลางแจ้ง อุทยาน ร.2 #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/468766

กรมสมเด็จพระเทพรัตนฯ เสด็จฯ ทอดพระเนตร การแสดงโขน ณ เวทีกลางแจ้ง อุทยาน ร.2

วันจันทร์ ที่ 27 มกราคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงพระกรุณาเสด็จพระราชดำเนินเป็นประธานงานเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย ประจำปี 2563 ในวันเสาร์ที่ 1 กุมภาพันธ์ 2563 เวลา 15.30 น. ณ อุทยานพระบรมราชานุสรณ์ พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย หรือ อุทยานร.2 อำเภออัมพวา จังหวัดสมุทรสงคราม

มูลนิธิพระบรมราชานุสรณ์ พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย ในพระบรมราชูปถัมภ์ จัดงานเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้า-นภาลัย ประจำปี 2563 ขึ้นระหว่างวันที่ 1-2 กุมภาพันธ์ 2563 กิจกรรมหลักของงาน คือ การแสดงนาฏศิลป์ตามบทพระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย โดยเฉพาะโขนเรื่องรามเกียรติ์ ซึ่ง มูลนิธิพระบรมราชานุสรณ์ พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ได้รับความร่วมมืออย่างดียิ่งจากกรมศิลปากร จัดการแสดงเต็มรูปแบบให้ทุกครั้ง อีกทั้ง เป็นการแสดงในเวทีกลางแจ้ง จึงเป็นที่ตื่นตาต้องใจผู้ชมอย่างมาก เนื่องจากบริเวณกว้างใหญ่มีเนินสูงต่ำมีแมกไม้ใหญ่น้อย เป็นธรรมชาติ จึงต้องมีผู้แสดงมากเป็นพิเศษ

การแสดงโขนชุดศึกสัทธาสูร-วิรุญจำบัง ครั้งนี้จะแตกต่างจากการแสดงชุดอื่นๆ ที่ผ่านๆ มาโดยพระราชดำริในสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้ากรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารีให้ฝึกและสืบทอดผู้พากย์-เจรจาให้มีมากขึ้น เพื่อดำรงรักษาการพากย์-เจรจาโขนตามธรรมเนียมปฏิบัติให้ถูกต้อง ผู้ทำบทจึงเน้นให้มีบทพากย์เจรจา โดยมอบศิลปินรุ่นใหม่ที่ได้รับการฝึกมาแล้วให้พากย์-เจรจา และที่พิเศษในปีนี้โดยพระราชดำริในสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้าฯ ว่า ปัจจุบันการพากย์โขนทำนองชมดงขาดหายไป ผู้ทำบทจึงสนองพระราชดำริจัดทำบทพากย์โขนทำนองชมดงสอดแทรกในการแสดงครั้งนี้

นอกจากนั้น การแสดงโขนชุดนี้มีครบทั้งมนุษย์ลิง และยักษ์ ยังแถมมีเทวดาด้วย จึงมีความสนุกและอลังการยิ่ง อีกทั้งยังจะมีบทพระรามชมดงตามบทพากย์ทำนองชมดง พร้อมกองทัพลิงสมุนพระราม ซึ่งน่าสนใจตามชมว่า กองทัพลิงจะชมดงได้สนุกสนานเพียงใด ทั้งนี้ ก่อนการแสดงโขน จะมีการแสดงละครนอกเรื่องไชยเชษฐ์ ตอน ขับนางสุวิญชา โดย ยุวศิลปินของมูลนิธิฯ ซึ่งจัดฝึกอบรมขึ้นตามพระราชดำริสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้าฯ โดยศิลปินอาวุโสจากกรมศิลปากร

สำหรับกิจกรรมอื่นๆ ทั่วบริเวณงานกว่า 20 ไร่ ของอุทยานฯ มีมากมายล้วนน่าสนใจ เช่น กิจกรรมการตอกหนังใหญ่ สาธิตการเลี่ยมกรอบพระ สาธิตตอกธงปลิวลวดลายไทยสำหรับประดับตกแต่งสถานที่พิธีแบบอย่างไทย และการพับตัดกระดาษแก้วคละสีเป็นพวงมะหวด นิทรรศการงานช่างสิบหมู่ นิทรรศการด้านการเกษตร การประกวดพริกมันบางช้าง และประกวดพริกแกงเผ็ดบางช้าง ภายใต้แนวคิด “พริกแกงเผ็ดบางช้าง เครื่องครัวแห่งรัตนโกสินทร์” เป็นต้น อีกทั้ง จะมีการสาธิตและจำหน่ายอาหารคาว-หวานในบทพระราชนิพนธ์ ร.2 รวมทั้งขนมพื้นบ้านและไทยโบราณมากมายหลายสิบชนิด

ส่วนกิจกรรมสนุกๆ ก็จะมีการถ่ายภาพบุคคลแนววิถีไทย กิจกรรมช้อนไข่ปลาทูซึ่งมีรางวัลทุกสลาก ตลาดน้ำอุทยาน ร.2 และกิจกรรมผ่อนคลายความเมื่อยล้าโดยมีร้านนวดแผนไทย โดยชมรมหัตถศาสตร์และแพทย์แผนไทย มีร้านอาหารและเครื่องดื่มเพื่อบรรเทาความกระหายและหิวทั้งด้านหน้าอุทยานซึ่งเป็นร้านของมูลนิธิฯ และด้านท้ายอุทยานซึ่งนายกเหล่ากาชาดจังหวัดจัดอาหารพื้นบ้านมาจำหน่าย

งานเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย ประจำปี 2563 จะมีขึ้น 2 วัน คือ วันที่ 1-2 กุมภาพันธ์ 2563 ทั้งนี้ วันที่ 1 กุมภาพันธ์ จะมีการแสดงรำอาศิรวาท โดยศิลปินสำนักการสังคีต กรมศิลปากร การแสดงละครนอก เรื่อง ไชยเชษฐ์ ตอน ขับนางสุวิญชา โดยยุวศิลปินของมูลนิธิฯ และการแสดงโขน ตอน ศึกสัทธาสูร-วิรุญจำบัง โดยศิลปินสำนักการสังคีต กรมศิลปากร เเละสถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ กระทรวงวัฒนธรรม จำหน่ายบัตรราคา 1,500 / 1,000 บาท เวลาแสดง 17.00 น. สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมและสำรองที่นั่งได้ที่มูลนิธิฯ โทร.02-2821442,02-282-0681 หรือ Facebook อุทยาน ร.2

ส่วนวันที่ 2 กุมภาพันธ์ ที่เรือนไทยในอุทยานฯ “เรือนอาวุธสร้าง” มีการแสดงศิลปวัฒนธรรมเพิ่มเติม ได้แก่ การแสดงดนตรีไทยและขับร้องของยุวศิลปินมูลนิธิฯ การแสดงเครื่องสาย “วงทิพย์นรี”ขับเสภาเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย เชิดหุ่นกระบอกเรื่อง พระอภัยมณี เสียค่าบัตรผ่านประตู บัตรเข้าชม ผู้ใหญ่ราคา 40 บาทเด็กราคา 20 บาท (ราคาเข้าชมอุทยานฯ ตามปกติ)

เริ่มแล้ว สัปดาห์ดอกป๊อปปี้บาน วันทหารผ่านศึก ปี 2563 #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/468778

คุณหญิงแสงเดือน ณ นคร

เริ่มแล้ว สัปดาห์ดอกป๊อปปี้บาน วันทหารผ่านศึก ปี 2563

วันจันทร์ ที่ 27 มกราคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

ศิลปินนักร้อง นักแสดง อาสาสมัคร นักเรียน นักศึกษา รวมน้ำใจร่วมจำหน่ายดอกไม้สัญลักษณ์วันทหารผ่านศึก ในช่วง “สัปดาห์ดอกป๊อปปี้บานวันทหารผ่านศึก” ระหว่างนี้จนถึงวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2563 เชิญชวนให้ประชาชนร่วมติดบนปกหรือกระเป๋าเสื้อ เพื่อรำลึกถึงวีรกรรมและความเสียสละของทหารผ่านศึก เนื่องในวัทหารผ่านศึก 3 กุมภาพันธ์ ที่จะถึงนี้

มูลนิธิสงเคราะห์ครอบครัวทหารผ่านศึก จัดงานแถลงข่าว “สัปดาห์ป๊อปปี้บาน วันทหารผ่านศึก” เพื่อนำรายได้
ช่วยเหลือครอบครัวทหารผ่านศึกสร้างขวัญและกำลังใจให้ผู้ปฏิบัติหน้าที่เสียสละปกป้องประเทศชาติ  ณ ห้องประชุม มูลนิธิสงเคราะห์ครอบครัวทหารผ่านศึกในพระบรมราชูปถัมภ์สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี โดยมี คุณหญิงแสงเดือนณ นคร ประธานกรรมการมูลนิธิฯ เป็นประธาน พร้อมด้วย คุณหญิงทรงสมร คชเสนี กรรมการจัดการมูลนิธิฯ ร่วมแถลงข่าว นอกจากนี้ ยังมีอาสาสมัคร หน่วยงานภาครัฐและเอกชน ศิลปินดารา ได้แก่ สุประวัติ ปัทมสูต ศิลปินแห่งชาติ,
ชยา ชญานิศ, สิรินาถ สุคันธรัต, อัครพรบุนนาค และ ณฐกร ไตรกิศยเวช ฯลฯ ร่วมงานแถลงข่าว โดยมี เมทนี บุรณศิริ เป็นพิธีกรดำเนินรายการ

คุณหญิงแสงเดือน ณ นคร ประธานกรรมการมูลนิธิฯ ได้กล่าวถึงการจัดจำหน่ายดอกป๊อปปี้ ดอกไม้สัญลักษณ์วันทหารผ่านศึกในปีนี้ว่า หลายหน่วยงานทั้งของภาครัฐและเอกชน จะให้ความร่วมมือในการจำหน่ายดอกป๊อปปี้ใน “สัปดาห์ป๊อปปี้บานวันทหารผ่านศึก” ระหว่างวันที่ 25 มกราคม-3 กุมภาพันธ์ 2563 เพื่อเป็นการระลึกถึงวีรกรรม และความเสียสละของทหารผ่านศึกทุกนายที่ได้กระทำและอุทิศเพื่อประเทศชาติ ในทุกสมรภูมิและทุกพื้นที่ตั้งแต่อดีตมาจนถึงปัจจุบัน โดยดอกป๊อปปี้ที่นำมาจัดจำหน่ายนั้นมาจาก 2 ส่วนด้วยกัน คือจากจิตอาสาที่เข้ามาทำในวันอังคารและแม่บ้านครอบครัวของทหารผ่านศึก ที่รับไปทำที่บ้านเพื่อเสริมสร้างรายได้ โดยทางมูลนิธิฯ เป็นผู้จัดหาอุปกรณ์ต่างๆ ให้ นอกจากนี้ ทางมูลนิธิฯยังได้ทำผลิตภัณฑ์พิเศษ เช่น กระเป๋าพัด ร่ม พวงกุญแจ จำหน่ายเพิ่มขึ้นนอกเหนือจากดอกป๊อปปี้ที่จำหน่ายในราคาดอกละ 20 บาท”

คุณหญิงแสงเดือน กล่าวอีกว่า ปีนี้เราได้รับความร่วมมือจากทุกภาคส่วนในการจัดจำหน่ายดอกป๊อปปี้ ดังนี้ บริเวณด้านหน้า ศูนย์การค้า เดอะ แพลทินัม แฟชั่น มอลล์ (ประตูน้ำ) และ ศูนย์การค้า เดอะ มาร์เก็ต แบงคอก (ราชประสงค์) ตั้งแต่วันที่ 30 มกราคม-3 กุมภาพันธ์ 2563 บริเวณสถานีรถไฟฟ้า (BTS) หมอชิต อนุสาวรีย์ชัย สยาม และ อโศก วันที่ 26 มกราคม-1 กุมภาพันธ์ รวมทั้งจุดจำหน่ายห้างสรรพสินค้า สถานที่ราชการ ธนาคาร โรงพยาบาล สถานศึกษา หน่วยงานเอกชน องค์กรของรัฐ ทั่วกรุงเทพมหานคร ในวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2563 ทั้งนี้ ยังมีจุดจำหน่ายตามแหล่งท่องเที่ยวสำคัญต่างๆ ที่มีอาสาสมัครที่ได้รับมอบหมายจากมูลนิธิฯ ร่วมจำหน่าย ตลอดช่วง “สัปดาห์ป๊อปปี้บาน วันทหารผ่านศึก” อีกด้วย

“เงินที่ได้จากการจัดจำหน่ายดอกป๊อปปี้นี้จะนำไปสงเคราะห์เหล่าทหารผ่านศึกและครอบครัวของพวกเขา รวมทั้งเพื่อใช้ในกิจกรรมสาธารณประโยชน์ต่างๆ ของมูลนิธิจึงขอเชิญชวนร่วมซื้อดอกป๊อปปี้ไปและร่วมติดดอกป๊อปปี้เพื่อรำลึกถึงทหารผ่านศึกและอาสาสมัครที่ร่วมต่อสู้ป้องกันประเทศชาติ”คุณหญิงแสงเดือน กล่าวทิ้งท้าย

คุณหญิงแสงเดือน ณ นคร

คุณหญิงแสงเดือน ณ นคร
คุณหญิงทรงสมร คชเสนี และคณะกรรมการมูลนิธิฯ

คุณหญิงทรงสมร คชเสนี และคณะกรรมการมูลนิธิฯ
ณฐกร ไตรกิศยเวช

ณฐกร ไตรกิศยเวช
สิรินาถ สุคันธรัต และ ชยา ชญานิศ

สิรินาถ สุคันธรัต และ ชยา ชญานิศ

คุณหญิงแสงเดือน ณ นคร ประธานมูลนิธิสงเคราะห์ครอบครัวทหารผ่านศึก จัด แถลงข่าว
“สัปดาห์ป๊อปปี้
บาน วันทหาร
ผ่านศึก”

คุณหญิงแสงเดือน ณ นคร ประธานมูลนิธิสงเคราะห์ครอบครัวทหารผ่านศึก จัด แถลงข่าว “สัปดาห์ป๊อปปี้ บาน วันทหาร ผ่านศึก”

เปิดตัว KS Secret คลินิกความงามและนวัตกรรมใหม่จากเกาหลี #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/468752

มะลิวรรณ ประยงค์พันธุ์ สิเรียม ภักดีดำรงฤทธิ์ และ แอร์-ภัณฑิลา ฟูกลิ่น

เปิดตัว KS Secret คลินิกความงามและนวัตกรรมใหม่จากเกาหลี

วันจันทร์ ที่ 27 มกราคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

หลังประสบความสำเร็จกับธุรกิจชุดชั้นในปรับสรีระภายใต้แบรนด์ “บอดี้ ซีเคร็ท” จนได้รับการยกย่อง ให้เป็นผู้กุมความลับของเรือนร่างผู้หญิงครึ่งค่อนทวีป ล่าสุดซีอีโอ หญิงแกร่งอย่าง มะลิวรรณ ประยงค์พันธุ์ ผุดธุรกิจใหญ่กับ Korea Secret (โคเรีย ซีเคร็ท) คลินิกความงามและนวัตกรรมใหม่จากประเทศเกาหลี ภายใต้ชื่อแบรนด์ KS Secret หรือชื่อเต็มๆ คือ Korea specialist secret clinic โดยได้จัดงานเปิดตัวอย่างเป็นทางการไปเมื่อเร็วๆ นี้ โดยมี สองหนุ่มลูกชายฝาแฝด วัชรพล ประยงค์พันธุ์ (Watcharapol Prayongphan) สำเร็จการศึกษาจากคณะ เศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (international program) Bachelor of Economics, Thammasat University มาเป็นมือขวาในการบริหารงาน ขณะที่ว่าที่นายแพทย์วัชรพงศ์ ประยงค์พันธุ์ สำเร็จการศึกษาจากคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย รับหน้าที่ประสานงานกับทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจากทั้งในประเทศและต่างประเทศ

มะลิวรรณ ประยงค์พันธุ์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท โคเรีย ซีเคร็ท จำกัด เจ้าของคลินิกแบรนด์ KS Secret กล่าวว่า “ปัจจุบันการทำศัลยกรรมที่ประเทศเกาหลี ยังมีกระแสแรงต่อเนื่อง ซึ่งที่ผ่านมา มีคนไทยเดินทางไปทำศัลยกรรมที่ประเทศเกาหลีมากขึ้น และส่วนตัวก็เป็นคนชอบแต่งตัวและอัพเดทความงามอยู่ตลอดเวลา เราจึงมีความคิดที่จะเปิด Korea Secret
(โคเรีย ซีเคร็ท) คลินิกความงามและนวัตกรรมใหม่จากประเทศเกาหลี พร้อมเป็นเอเจนซี่ที่ให้บริการแนะนำและให้คำปรึกษาทางด้านศัลยกรรมความงามโดยเราร่วมกันกับโรงพยาบาลศัลยกรรมหลายแห่งในประเทศเกาหลี อาทิ HYUNDAI AESTHETICS PLASTIC SURGERY, Premier Plastic Surgery Hospital, ID Plastic Surgery Hospital Korea, Jewelry Plastic Surgery Hospital in KOREA

นอกจากนี้ เรายังมีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ นำโดยว่าที่นายแพทย์วัชรพงศ์ ประยงค์พันธุ์ มาดูแลช่วยประสานงานกับทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจากทั้งในประเทศและต่างประเทศ พร้อมบริการที่เหนือระดับด้วยเครื่องมือนวัตกรรมใหม่ๆ และเทคโนโลยีที่ทันสมัย ดูแลผิวคุณให้สวยสุขภาพดีจากภายในสู่ภายนอก พร้อมบริการดูแลนัดตัดไหมโดยที่ต้องเดินทางไปถึงประเทศเกาหลี

ภายในงานได้รับเกียรติ จากเหล่าไฮโซคนดังแถวหน้าของเมืองไทย ผู้รักผิวมาร่วมอัพเดทเทรนด์ความงามกันอย่างคับคั่ง อาทิ ดร.สิริลักข์ ศัลยสิริ, ดร.ไก่ มัทนาปวีณ์ สาระคุณมนตรี, ดร.ผ่องพรรณ ไพพรรณรัตน์,ผศ.ดร.บังอร เบ็ญจาธิกุล, ละออ
ตั้งคารวคุณ, พัชรา วีรบวรพงศ์, ณนภาดา เศรษฐเศรณีกุล, สุจิตราภรณ์ ศิริวรรณพร, ประภัสสร คุ้มสุวรรณ์,ดร.อัญมณี วงศ์กาสิทธิ์, สส.บุญยิ่ง นิติกาญจนา, ลัดดา รติโรจนากุล, สุดารัตน์ วิทยฐานากรณ์, อาจารย์อรพรรณ สินประสงค์, สุมาลี ศรีสุภรวาณิชย์, ดร.ลัดดา วิศวผลบุญ, กันยา ตรีกนกวิทยา ฯลฯ ร่วมด้วยดาราดังอีกมากมาย อาทิ สิเรียม ภักดีดำรงฤทธิ์, เนาวรัตน์ ยุกตะนันท์ ฯลฯ ปิดท้ายด้วยการขับกล่อมเสียงเพลงจากเจ้าแม่เพลงหวาน เจนิเฟอร์ คิ้ม และ แอร์-ภัณฑิลา ฟูกลิ่น เป็นพิธีกรตลอดงาน

Korea Secret คลินิกความงามและนวัตกรรมใหม่ระดับพรีเมียมจากประเทศเกาหลีตั้งอยู่ระหว่างซอย บรมราชชนนี 21 และ 23 สอบถาม รายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทร.02-8846585-6

มะลิวรรณ ประยงค์พันธุ์ สิเรียม ภักดีดำรงฤทธิ์ และ แอร์-ภัณฑิลา ฟูกลิ่น

มะลิวรรณ ประยงค์พันธุ์ สิเรียม ภักดีดำรงฤทธิ์ และ แอร์-ภัณฑิลา ฟูกลิ่น
ดร.ไก่-มัทนาปวีณ์ สาระคุณมนตรี ร่วมอัพเดทเทรนด์ความงาม

ดร.ไก่-มัทนาปวีณ์ สาระคุณมนตรี ร่วมอัพเดทเทรนด์ความงาม
สองผู้บริหาร วัชรพล และ ว่าที่ นพ.วัชรพงศ์ ประยงค์พันธุ์

สองผู้บริหาร วัชรพล และ ว่าที่ นพ.วัชรพงศ์ ประยงค์พันธุ์

ฉายหนังเก่า ‘คิงคอง’ สุดคลาสสิก งาน‘Bangkok Design Week 2020’ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/468764

ฉายหนังเก่า ‘คิงคอง’ สุดคลาสสิก งาน‘Bangkok Design Week 2020’

วันจันทร์ ที่ 27 มกราคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

ปรินซ์เธียเตอร์ เฮอริเทจสเตย์ ผู้ให้บริการที่พักในย่านชุมชนเก่าบางรัก ภายใต้การบริหาร โดย เครือมนทาระ ฮอสพิทาลิตี้ ตอกย้ำความเป็นย่านครีเอทีฟที่เต็มไปด้วยศิลปะและแนวคิดสร้างสรรค์ เข้าร่วมกิจกรรม Bangkok Design Week 2020 ระหว่าง วันที่ 1-9 กุมภาพันธ์ 2563 ด้วยการจัดแสดงภาพยนตร์เก่าที่ดึงความคลาสสิกของหนังยอดนิยมในอดีต มาแสดงในรูปแบบภาพวาดสไตล์กราฟิตี้เวอร์ชั่นการ์ตูนคิงคอง โดยกิจกรรมพิเศษครั้งนี้เป็นการร่วมงานระหว่าง ปรินซ์เธียเตอร์ เฮอริเทจสเตย์ และศิลปินวัยรุ่นชาวไทย Taeogawa เจ้าของเพจ BEMUSED

กิจกรรมการจัดแสดงภาพยนตร์เก่าจะจัดขึ้นที่ ปรินซ์เธียเตอร์ เฮอริเทจสเตย์ เริ่มตั้งแต่บริเวณบาร์ ที่ดัดแปลงมาจากห้องขายตั๋วเก่าพร้อมเสิร์ฟเครื่องดื่มซิกเนเจอร์จากหนังดังถัดมาเป็นบริเวณจอภาพยนตร์ขนาดยักษ์ ที่จะจำลองฉากประทับใจไม่รู้ลืมจากภาพยนตร์ที่โด่งดังในอดีตทั้งในไทยและต่างประเทศ ด้วยการนำตัวละครหลักมาดัดแปลงเป็นภาพวาดคิงคองโลดแล่นอยู่บนจอฉายภาพยนตร์ เป็นการจำลองฉากให้ผู้เข้าชมได้สนุกกับการถ่ายรูปเหมือนได้อยู่ในฉากหนังเรื่องนั้นผ่านคลิปวีดีโอสั้น รวมทั้งบริเวณเครื่องฉายเก่าที่จะจัดแสดงภาพวาดโปสเตอร์หนังดังในแบบฉบับของคิงคอง ที่เป็นการผสมผสานความคลาสสิกของหนังเก่า และความร่วมสมัยของคิงคอง ถือเป็นกิจกรรมอันสร้างสรรค์ที่ร่วมสนุกได้ทั้งครอบครัว โดนใจทุกไลฟ์สไตล์

นอกจากนี้ ยังมีเมนูเครื่องดื่มพิเศษจากภาพยนตร์ดังที่จะมีเฉพาะงานนี้เท่านั้น เช่น Blue Milk จากเรื่อง Star Wars และ Vodka Martiniจากเรื่อง James Bond มาพร้อมกับกิมมิคการเสิร์ฟที่คุณจะประทับใจ และยังมีโปรโมชั่นพิเศษสำหรับลูกค้าที่ถ่ายรูปคู่กับคิงคอง รับทันทีส่วนลดพิเศษแก้วที่ 2 ลด 50% สำหรับเมนูเครื่องดื่มที่ Box Office Bar & Cafe ฟรีบัตรเข้างาน และสำหรับใครที่อยากลองพักในโรงหนังเก่าแห่งนี้ ก็สามารถจองแพ็กเกจห้องพักพร้อมกิจกรรมพิเศษ Walking Tour ที่จะพาเดินลัดเลาะโยกย้ายไปกับคิงคองในย่านศรีเวียงและชุมชนบางรัก เพียงใช้โค้ดโปรโมชั่น : WALKINGKONG สามารถจองตรงผ่านช่องทางใดก็ได้กับโรงแรม ตั้งแต่วันนี้จนถึง 31 ตุลาคม 2563

อีกทั้ง ยังสามารถสั่งอาหารร้านดังย่านบางรักได้ที่ Box Office Bar & Cafe อาทิ โจ๊กปรินซ์,เจริญแสง สีลม, แสนยอด, ขาหมูเทวดา, ประจักษ์เป็ดย่าง, ร้านอาหารมุสลิม, ร้านก๋วยเตี๋ยวหลอด เจ๊ใหญ่,เฉาก๊วยโบราณแม่ปราณี และโบ๊ยเกี๊ยเจ๊เนี๊ยว

สนใจเข้าร่วมชมงาน Bangkok Design Week 2020 ได้ในวันที่ 1-9 กุมภาพันธ์ 2563 ตั้งแต่เวลา 08.00-22.00 น. หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ http://www.princeheritage.com โทร.02-0902858 หรืออีเมล stay@princetheatrebangkok.com หรือ LINE ID @princetheatre

กรมหลวงราชสาริณีฯ เสด็จฯแทนพระองค์ทรงบำเพ็ญพระราชกุศล สมโภชวัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม ครบ 150 ปีแห่งการสถาปนา #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/468776

กรมหลวงราชสาริณีฯ เสด็จฯแทนพระองค์ทรงบำเพ็ญพระราชกุศล สมโภชวัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม ครบ 150 ปีแห่งการสถาปนา

วันจันทร์ ที่ 27 มกราคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

กรมหลวงราชสาริณีฯ เสด็จฯแทนพระองค์ทรงบำเพ็ญพระราชกุศล

สมโภชวัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม ครบ 150 ปีแห่งการสถาปนา

เนื่องในศุภมงคลสมัย 150 ปีแห่งการสถาปนาวัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดฯรับงานสมโภชพระอารามไว้ในพระบรมราชูปถัมภ์ และทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา เสด็จฯแทนพระองค์มาถวายเครื่องราชอิสริยาภรณ์ อันเป็นโบราณมงคลนพรัตนราชวราภรณ์เป็นพุทธบูชาแด่พระพุทธอังคีรส และทรงเป็นประธานในการบำเพ็ญพระราชกุศลสมโภชพระอาราม ทรงสักการะปูชนียวัตถุในพระอาราม พร้อมทั้งทอดพระเนตรนิทรรศการ ซึ่งจัดขึ้นเพื่อเผยแผ่กิตติประวัติของวัด อดีตเจ้าอาวาส และพระราชศรัทธาของพระบรมราชจักรีวงศ์ต่อพระบวรพุทธศาสนา

การนี้ ทรงจุดเทียนจากโคมไฟฟ้าพระราชทานเลี้ยงเพลิงไว้ในบุษบกเพลิง เพื่อให้สาธุชนต่อเทียน สำหรับการเดินเทียนประทักษิณสมโภชพระอารามถวายเป็นพุทธบูชาในเวลาค่ำ โดย เจ้าพระคุณ สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ทรงต่อเทียนประทานแก่สาธุชน พร้อมทรงพระดำเนินนำสาธุชนเดินเทียนประทักษิณสมโภชถวายเป็นพุทธบูชา

เจ้าประคุณสมเด็จพระมหาวีรวงศ์ ประธานคณะกรรมการอำนวยการจัดงานสมโภชพระอาราม ได้กล่าวถึงรายละเอียดที่น่าสนใจในการจัดงานว่า “เพื่อเป็นการเฉลิมฉลองวาระสำคัญ 150 ปีแห่งการสถาปนาวัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม เผยแพร่ประวัติความเป็นมาและศิลปกรรมอันงดงามวิจิตรภายในวัด ซึ่งล้วนเป็นศิลปกรรมชั้นเอกมีความประณีตงดงาม ถือเป็นมรดกทางวัฒนธรรมของชาติของพระอารามหลวงแห่งนี้ อีกทั้ง พระมหากรุณาธิคุณของพระมหากษัตริย์ในพระบรมราชจักรีวงศ์ที่มีกับวัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม ตลอดจนเผยแพร่เกียรติคุณเจ้าอาวาสในทุกยุคให้เป็นที่ประจักษ์แก่สาธารณชนข้อมูลเหล่านี้ล้วนเป็นประโยชน์แก่นักเรียน นักศึกษา และประชาชนทั่วไป ถือเป็นโอกาสครั้งสำคัญที่จะได้ตระหนักถึงคุณค่าทางศาสนาศิลปวัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ และความเป็นไทยของวัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม ดังนั้น คณะวัดราชบพิธสถิตมหาสีมารามจึงมีมติจัดงานสมโภช “ศุภมงคลสมัย 150 ปี วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม” ขึ้นระหว่างวันที่ 23 มกราคม จนถึงวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2563 โดยจะเปิดให้ประชาชนเข้าชมพระอารามและนิทรรศการได้ตั้งแต่เวลา 09.00-21.00 น. ในวันจันทร์ถึงวันพฤหัสบดี และตั้งแต่ 09.00-22.00 น. ในวันศุกร์ถึงวันอาทิตย์

ภายในงานมีกิจกรรมที่สนใจ ประกอบด้วย  นิทรรศการแสดงเครื่องราชสักการะที่ได้รับพระราชทานถวายในโอกาสต่างๆ และสิ่งของเครื่องใช้ของอดีตเจ้าอาวาสในทุกยุค เช่น ฝาบาตรและเชิงบาตรมุกในพระราชพิธีบรมราชาภิเษกพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พุ่มเงินพุ่มทองของพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว และพัดรัตนาภรณ์ รัชกาลที่ 9 นิทรรศการ “นำชมวัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม” ให้ข้อมูลความรู้ทางสถาปัตยกรรมภายในวัด ซึ่งมีความวิจิตรงดงามโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ทางสถาปัตยกรรม สะท้อนความเป็นไทย อาทิ พระอุโบสถซึ่งได้รับการออกแบบโดยผสมผสานรูปแบบศิลปกรรมตะวันออก-ตะวันตก และศิลปกรรมไทยรวมกัน จนมีลักษณะโดดเด่นเฉพาะตัว ภายนอกได้รับการออกแบบโดยนายช่างศิลปกรรมชั้นครูแห่งยุค คือ พระวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าประดิษฐวรการ ส่วนสถาปัตยกรรมภายในได้รับอิทธิพลจากตะวันตกมีการตกแต่งเสาและเพดานโค้งแบบโกธิคตกแต่งด้วยปูนปั้นลายพรรณพฤกษผสมผสานกับลายไทย และส่วนสำคัญสุด คือ การนำกระเบื้องเบญจรงค์จากประเทศจีน มาประดับอาคารส่วนต่างๆ โดยลายกระเบื้องเป็นฝีมือออกแบบของพระอาจารย์แดง แห่งวัดหงส์รัตนาราม ซึ่งเขียนลายต้นแบบและส่งไปผลิตที่ประเทศจีน ความงดงามเหล่านี้ได้รับการทำนุบำรุงดูแลรักษาอย่างดีมาตลอดระยะเวลาร่วม 150 ปี

นอกจากนี้ ยังมีการแสดงแสงเสียงและสื่อผสม ผู้ร่วมงานจะได้สัมผัสคุณค่าทางประวัติศาสตร์ศิลปกรรม และศาสนา ของวัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม ให้เห็นเด่นชัดในรูปแบบแสงเสียงและสื่อผสม ซึ่งเป็นการจัดแสดงครั้งแรกในวัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม รวมทั้งเชิญชวนแต่งกายด้วยผ้าไทยมาร่วมชมงานและถ่ายภาพย้อนยุค ที่ห้องฉายภาพ “ฉายานิติกร” โดย นิติกร  กรัยวิเชียร ซึ่งเปิดให้บริการตามวันและเวลาดังนี้ วันที่ 31 มกราคม, วันที่ 1-2 กุมภาพันธ์ 2563 ตั้งแต่เวลา 10.00-20.00 น. ค่าบริการภาพละ 99 บาท พร้อมรับภาพในงาน โดยรายได้จากการถ่ายภาพเพื่อบำรุงพระอารามต่อไป ทั้งนี้ สามารถติดตามความเคลื่อนไหวของการจัดงานได้ทางเฟซบุ๊คเพจ สมโภช 150 ปี วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม

ดู๋-สัญญา แบรนด์แอมบาสซาเดอร์ เอสซีลอร์ คนแรก กับภารกิจสื่อสารความรู้ที่ถูกต้องกับผู้ที่มีปัญหาสายตา #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/468758

ดู๋-สัญญา แบรนด์แอมบาสซาเดอร์ เอสซีลอร์ คนแรก กับภารกิจสื่อสารความรู้ที่ถูกต้องกับผู้ที่มีปัญหาสายตา

วันจันทร์ ที่ 27 มกราคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

บริษัท เอสซีลอร์ ดิสทริบิวชั่น (ประเทศไทย) จำกัด ผู้นำระดับโลกด้านการออกแบบ การผลิต และการจัดจำหน่ายเลนส์แว่นตาจากประเทศฝรั่งเศส เปิดตัว ดู๋-สัญญา คุณากร พิธีกรรายการโทรทัศน์ชื่อดัง เป็นแบรนด์แอมบาสซาเดอร์คนแรกของประเทศไทย โดยเอสซีลอร์ และ ดู๋-สัญญา จะทำงานร่วมกันผ่านสื่อประชาสัมพันธ์บนแพลตฟอร์มต่างๆ เพื่อการเข้าถึงและสื่อสารสาระสำคัญกับผู้ใช้แว่นตา รวมถึงผู้ที่มีปัญหาด้านสายตาแต่ยังรู้สึกลังเลกับการสวมแว่น ให้ทราบถึงการดูแลสุขภาพดวงตาแบบ 3 in 1 นั่นคือ การเลือกใช้เลนส์แว่นตาที่มีคุณสมบัติสำคัญครบ 3 ประการในเลนส์เดียว ได้แก่ การแก้ไขปัญหาการมองเห็น การปกป้องดวงตา และความเคลียร์ใส ที่เป็นการยกระดับความคมชัดในการมองเห็น

ดร.ศุภชัย อาชีวระงับโรค ผู้จัดการทั่วไป บริษัท เอสซีลอร์ ดิสทริบิวชั่น (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ปัจจุบัน แบรนด์แอมบาสซาเดอร์มีบทบาทสำคัญมากในการสร้างการรับรู้ต่อแบรนด์และการเชื่อมโยงกับผู้บริโภค เราจึงรู้สึกยินดีที่ ดู๋-สัญญา คุณากร มารับหน้าที่แบรนด์แอมบาสซาเดอร์ของเอสซีลอร์ประจำประเทศไทย เนื่องจากเรามีแนวคิดตรงกันในเรื่องการเผยแพร่ความรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับความสำคัญของคุณภาพของเลนส์แว่นตา ซึ่งช่วยส่งเสริมสุขภาพของดวงตาได้อย่างมาก ตัว ดู๋-สัญญา เองก็เป็นผู้ใช้เลนส์โปรเกรสซีฟของเอสซีลอร์ในชีวิตจริง โดยเป็นผู้ใหญ่วัย 40 ปีขึ้นไป ที่ยังใช้ชีวิตได้อย่างเต็มที่ เป็นพิธีกรรายการโทรทัศน์-นักแสดงที่ประสบความสำเร็จและเป็นที่ชื่นชอบของผู้ชมทั่วประเทศ ดู๋-สัญญา จึงเป็นหนึ่งในแรงบันดาลใจที่โดดเด่นของคนในวัยเดียวกันให้ทำสิ่งต่าง ๆ ที่ชื่นชอบได้โดยปราศจากข้อจำกัดด้านการมองเห็นและยังรู้สึกสบายตาตลอดวัน

“ด้วยประสบการณ์มากกว่า 170 ปี ของ เอสซีลอร์ในฐานะผู้นำด้านอุตสาหกรรมสายตาระดับโลก เรายังคงมุ่งมั่นสร้างสรรค์นวัตกรรมและเทคโนโลยีอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างความมั่นใจว่าเราจะนำเสนอผลิตภัณฑ์คุณภาพสูงและประสบการณ์การใช้งานที่ดีเยี่ยมสู่ผู้บริโภคตลอดไป สำหรับเอสซีลอร์เราเชื่อว่าทุกคนสมควรได้รับโซลูชั่นเพื่อการมองเห็นที่ดีที่สุด เพื่อให้สามารถใช้ชีวิตได้อย่างเต็มที่ในทุกวันตลอดทั้งชีวิต ทัศนวิสัยการมองเห็นไม่ควรเป็นข้อจำกัดในการทำสิ่งต่างๆ ที่คุณรัก ดังนั้น เราจึงถือเป็นพันธกิจในการส่งเสริมให้ลูกค้าของเราสามารถใช้ชีวิตตามที่ปรารถนาอย่างเต็มที่ในแบบฉบับของตนเอง”

ดู๋-สัญญา คุณากร แบรนด์แอมบาสซาเดอร์เอสซีลอร์คนแรกของไทย กล่าวว่า เป็นคนหนึ่งที่ใส่แว่นตามาเกินครึ่งชีวิต การเป็นแบรนด์แอมบาสซาเดอร์ของเอสซีลอร์ ทำให้ได้เรียนรู้เรื่องแว่นและดวงตามากขึ้น ตลอดจนการดูแลสุขภาพดวงตาและ
ความแตกต่างของเลนส์แต่ละตัวที่ทำขึ้นมาเพื่อแก้ไขปัญหาการมองเห็นของแต่ละบุคคล ซึ่งต่างจาก พรีเซ็นเตอร์ทั่วไปที่นำเสนอว่าผลิตภัณฑ์นี้ดีอย่างไร เพราะสิ่งที่ทำในฐานะแบรนด์แอมบาสซาเดอร์ คือ ใช้งานจริงๆ เรียนรู้และหาข้อมูลอย่างละเอียด เพื่อวิเคราะห์แล้วจึงส่งผ่านไปสู่ผู้คน

“การทำงานกับเอสซีลอร์ ยังช่วยให้ผมบอกต่อสาธารณชนถึงความสำคัญของการไปตรวจสายตาอย่างสม่ำเสมอ รวมถึงการแก้ไขการมองเห็นและการปกป้องดวงตาจากรังสีอันตรายจากกิจกรรมในชีวิตประจำวัน แม้ว่าคุณจะสามารถถนอมสายตาได้ด้วยตัวเอง แต่การไปพบผู้เชี่ยวชาญด้านการประกอบแว่นทุกๆ 2 ปี หรือเร็วกว่านั้น จะยิ่งเพิ่มความมั่นใจได้ว่าคุณสวมแว่นตาที่เหมาะสมที่สุด และหากเกิดปัญหากับดวงตาก็จะแก้ไขได้อย่างทันท่วงที นอกจากการแนะนำเกี่ยวกับวิธีดูแลสุขภาพดวงตาและสุขภาพสายตาแล้ว ผมยังได้ร่วมนำเสนอนวัตกรรมต่างๆ ของเอสซีลอร์ ซึ่งเป็นที่ประจักษ์มาอย่างยาวนานในด้านการพัฒนาผลิตภัณฑ์สำหรับดวงตาในฐานะผู้นำระดับโลกของอุตสาหกรรม”

ภายใต้ความร่วมมือกับ ดู๋-สัญญา คุณากร เอสซีลอร์จะเปิดตัวแคมเปญผ่านสื่อ offline และสื่อ online ผ่านช่องทางที่หลากหลาย โดย ดู๋-สัญญา จะเป็นผู้นำเสนอผลิตภัณฑ์คุณภาพต่างๆ ของเอสซีลอร์ อาทิ กลุ่มสินค้าเลนส์โปรเกรสซีฟ เช่น VARILUX® รวมถึงเทคโนโลยีเลนส์อื่นๆ เช่น Blue UC Capture™, Transitions®, และ Crizal® พร้อมเน้นย้ำถึงความมุ่งมั่นของเอสซีลอร์ในการช่วยให้ผู้บริโภคในประเทศไทยมีคุณภาพการมองเห็นที่ดีขึ้น โดยหน้าที่หลักของ ดู๋-สัญญา ในการเป็นแบรนด์แอมบาสซาเดอร์ครั้งนี้ คือการสนับสนุนการดำเนินงานตามแคมเปญการตลาดของเอสซีลอร์ “See More. Do More” ซึ่งบอกเล่าถึงความมุ่งมั่นของแบรนด์ในการนำเสนอคุณภาพและนวัตกรรมแก่ผู้บริโภค ตลอดจนร่วมฉลองความสำเร็จตลอดหลายสิบปีที่ผ่านมาแห่งการค้นคว้าวิจัยและพัฒนาเลนส์สายตาชั้นเยี่ยม เพื่อยกระดับการมองเห็นของผู้คนทั่วโลก

ทั้งนี้ เอสซีลอร์ฉลองการร่วมงานกับแบรนด์แอมบาสซาเดอร์คนใหม่ โดยจัดโปรโมชั่นสำหรับลูกค้าที่ซื้อเลนส์ทุกรุ่น ที่มีคุณสมบัติกรองแสงสีน้ำเงินชนิดอันตราย Blue UV Capture รับฟรี ผ้าเช็ดทำความสะอาดเลนส์ ดีไซน์ลิมิเต็ดอิดิชั่น และเพื่อสร้างกระแสรักษ์ตาที่สอดคล้องกับกฎถนอมดวงตาแบบ 20-20-20 มีจำนวนจำกัดเพียง 2,020 ชิ้น เท่านั้น เริ่มตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 29 กุมภาพันธ์ 2563 หรือจนกว่าของสินค้าจะหมด ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ http://www.essilor.co.th

นิทรรศการภาพ‘การแสดงพลุงาน Amazing Thailand Countdown 2020’ สุดยอดไฮไลท์การแสดงพลุปีใหม่ที่สร้างชื่อเสียงกล่าวขานไปทั่วโลก #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/468782

นิทรรศการภาพ‘การแสดงพลุงาน Amazing Thailand Countdown 2020’ สุดยอดไฮไลท์การแสดงพลุปีใหม่ที่สร้างชื่อเสียงกล่าวขานไปทั่วโลก

วันจันทร์ ที่ 27 มกราคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

ไอคอนสยาม อภิมหาโครงการเมืองแห่งการใช้ชีวิตสู่โลกอนาคต สัญลักษณ์แห่งความรุ่งโรจน์ของไทยริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา นำภาพความงดงามอลังการของสุดยอดการแสดงพลุรักษ์โลก เฉลิมฉลองค่ำคืนส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ ในอภิมหาปรากฏการณ์ Amazing Thailand Countdown 2020 ณ ไอคอนสยาม ให้ทุกท่านร่วมดื่มด่ำประทับใจกับความยิ่งใหญ่ตระการตาของการแสดงพลุที่ได้สร้างชื่อเสียงกล่าวขานไปทั่วโลกใน นิทรรศการภาพ “การแสดงพลุงาน Amazing Thailand Countdown 2020 ณ ไอคอนสยาม” รวบรวมภาพถ่ายการแสดงพลุจากฝีมือคนไทย ช่างภาพมืออาชีพ สื่อมวลชนรวมถึงประชาชนและนักท่องเที่ยวที่ได้บันทึกภาพไฮไลท์การแสดงพลุในค่ำคืนส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ ณ ไอคอนสยาม แลนด์มาร์คระดับประเทศของการเฉลิมฉลองค่ำคืนส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ที่มีชื่อเสียงไปทั่วโลกโดยนิทรรศการดังกล่าวจัดขึ้นในวันที่ 27 มกราคม ถึงวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2563 บริเวณรัษฎาฮอลล์ ชั้น 1 ไอคอนสยาม พร้อมทั้งเปิดโอกาสให้ประชาชนผู้สนใจเข้าชมโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย

งาน “Amazing Thailand Countdown 2020” ณ ไอคอนสยาม งานเคาท์ดาวนท์อย่างเป็นทางการของประเทศไทยเวทีหลักแห่งเดียวในกรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 31 ธันวาคมที่ผ่านมา ซึ่งการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ร่วมกับ ไอคอน
สยาม, บริษัท ดิ ไอคอนสยาม เรสซิเดนซ์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด, บริษัท ดิ ไอคอนสยาม ซูเปอร์ลักซ์ เรสซิเดนซ์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด และ บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) พร้อมด้วยผู้สนับสนุนหลักอย่างเป็นทางการ ได้แก่ ธนาคารกสิกรไทยผนึกกำลังพันธมิตรทุกภาคส่วนทั้งภาครัฐเอกชน ชุมชนและผู้ประกอบการริมสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยารวมพลังหัวใจไทยสร้างสรรค์อภิมหาปรากฏการณ์ครั้งยิ่งใหญ่ เพื่อตอกย้ำให้แม่น้ำเจ้าพระยาสายประวัติศาสตร์เป็นจุดหมายปลายทางสำคัญแห่งการท่องเที่ยวและเป็นแลนด์มาร์คระดับประเทศของการเฉลิมฉลองค่ำคืนส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ที่มีชื่อเสียงไปทั่วโลก โดยมีสุดยอดไฮไลท์ในช่วงนับถอยหลังเข้าสู่ศักราชใหม่ด้วยการแสดงพลุรักษ์โลกภายใต้แนวคิด “มหัศจรรย์พร 7 ประการ” ยิ่งใหญ่ตระการตาเหนือสายน้ำเจ้าพระยาด้วยจำนวนพลุมากกว่า 20,000 ดอก ขนาดรัศมีดอกใหญ่ที่สุดและระยะทางยาวที่สุดในประเทศไทยถึง 1,400 เมตร ซึ่งกลายเป็นสัญลักษณ์การก้าวเข้าสู่ศักราชใหม่ของประเทศไทยที่เป็นที่กล่าวขานถึงความสวยงามยิ่งใหญ่อลังการไปอย่างแพร่หลายทั่วโลก

ชฎาทิพ จูตระกูล กรรมการ บริษัท ไอคอนสยาม จำกัด และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สยามพิวรรธน์ จำกัด กล่าวว่า “หนึ่งในปณิธานของไอคอนสยาม คือ การเป็นส่วนหนึ่งที่ได้ร่วมเชิดชูแม่น้ำเจ้าพระยาสายประวัติศาสตร์นี้ออก
ไปสู่สายตาชาวต่างชาติ เพื่อให้เป็นจุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวที่สำคัญของโลกโดยนอกจากอภิมหาปรากฏการณ์ Amazing Thailand Countdown 2020 ณ ไอคอนสยาม จะสำเร็จลุล่วงไปด้วยดีและสร้างความสุขอย่างเต็มเปี่ยมให้แก่คนไทยและนักท่องเที่ยวชาวต่างชาตินับล้านคนที่ร่วมก้าวเข้าสู่ปีใหม่ด้วยกันแล้วนั้น ยังได้จารึกความยิ่งใหญ่ระดับโลกของนาทีแห่งการก้าวเข้าสู่ศักราชใหม่ ด้วยสุดยอดไฮไลท์การแสดงพลุข้าวเหนียวไทยนวัตกรรมรักษ์โลกจากญี่ปุ่นอย่างสวยงามตระการตาเหนือสายน้ำเจ้าพระยาที่ได้สร้างชื่อเสียงเป็นที่กล่าวขานไปทั่วโลก และได้รับการเผยแพร่ภาพผ่านสื่อต่างชาติชั้นนำทั่วโลกอย่างแพร่หลาย เราจึงมีความตั้งใจที่จะจัดนิทรรศการดังกล่าว เพื่อประมวลภาพความสวยงามยิ่งใหญ่อลังการของการแสดงพลุอันเป็นที่ประทับใจและตอกย้ำถึงความภาคภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในการร่วมเชิดชูแม่น้ำเจ้าพระยาสายประวัติศาสตร์และได้ส่งเสริมภาพลักษณ์การท่องเที่ยวของประเทศไทยให้ประจักษ์แก่สายตาของคนทั่วโลกอีกครั้ง”

‘เสรี รุ่งสว่าง’เผยเส้นทางความรักภรรยาอายุห่าง 19 ปี #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/469061

‘เสรี รุ่งสว่าง’เผยเส้นทางความรักภรรยาอายุห่าง 19 ปี

วันจันทร์ ที่ 27 มกราคม พ.ศ. 2563, 19.12 น.

“เสรี รุ่งสว่าง” แฉวงการเพลงสมัยก่อนโดนโกงเป็นเรื่องปกติ เผยเส้นทางความรักภรรยาอายุห่าง 19 ปี

นักร้องลูกทุ่งในตำนาน เสรี รุ่งสว่าง ได้มาเปิดเผยถึงชีวิตว่าถึงแม้จะมีเพลงดังมากมาย แต่กลับโดนโกงมานานหลายปี ร้องเพลงแต่ไม่ได้เงินไม่กล้าทวงเพราะกลัวตาย แถมยังมาเล่าถึงเส้นทางความรักกับภรรยาที่อายุห่างกันถึง 19 ปี รวมถึงเปิดใจมีลูกทั้งหมด 12 คน ผ่านทางรายการคุยแซบSHOW ทางช่อง one31 ที่มีพีเค ปิยะวัฒน์ และเป็กกี้ ศรีธัญญา เป็นพิธีกร

เริ่มต้นมีชื่อเสียงเพราะเพลงโดนแบน?

เสรี : โดนแบน เพราะว่าตอนนั้นมันเหมือนมีคำหยาบ เปรียบเทียบว่าซุงใหญ่ไรงี้ ถ้าของอยู่ในกล่องเราปิดไว้บอกว่าดูไม่ได้ คนจะอยากดู ยิ่งห้ามยิ่งอยากดู ก็เลยดังขึ้นมา

มีชื่อเสียงแล้วโดนโกงมาตลอด?

เสรี : สมัยก่อนร่างสัญญากันก็เขียนกันเต็มที่อยากได้อะไร เราได้ 25% จากคอนเสิร์ต แต่ที่นี่เราได้แค่ตัวเลข เราไม่ได้สตังค์ สมัยก่อนมีมาเฟียในวงการเยอะ เราก็กลัวว่าอยู่จะโดนไรหรือเปล่า เลยกลับบ้านไปทำนา พอแฟนเพลงรู้เขาก็มาเต็มหมดเลยเขามาดูเรา ทั้งตอนจับปลาคนก็มาดูเต็มไปหมด

มีเปิดวิก?

เสรี : ตอนนั้นวงดนตรีถ้าจะไปปิดวิกดูคอนเสิร์ต เก็บคนละ 15 บาท เก็บได้คืนหนึ่งต้องมี สามแสน สี่แสน ห้าแสน เงินก็ไม่ได้เข้ากระเป๋าเราเข้าบริษัท คือมาเฟียกับบริษัทมันเป็นของคู่กัน ถ้าสมมติตอนนั้นไปเบิกเงิน ผมอาจจะตายไปแล้วก็ได้แต่เราเป็นคนที่ไม่ให้ก็ไม่ว่า ไม่พูดไม่ทวง ถ้าเบิกอาทิตละพันสองพันได้ ที่เคยได้จริงๆ คือ 50,000 ในระยะ 4-5 ปี ได้มาเป็นก้อนนั้นก็เอาไปซื้อนา ตั้งแต่เล่นมาได้แค่นั้น พอหมดวามดัง เราก็เดินขึ้นรถเมล์ไม่มีชีวิตไรดีขึ้นเลย เงินเขาจะให้ไม่ให้มันอยู่ที่เขา เขาให้แต่ความดังมาจริงๆ แต่เราไม่ได้โกรธใครยังดีที่เขาให้ชื่อเสียงมา มาหากินต่อ

20 ปีให้หลังมาเป็นศิลปินอิสระ?

เสรี : หลังเราก็มาอยู่บริษัทอีกก็โดนอีกมันเป็นเรื่องปกติ เราเลยคิดว่าหมดสัญญาแล้วพอดีกว่า แล้วก็มาเป็นอิสระแต่เราปิดวิกก็ไม่ได้ตังแล้ว เพราะว่ามันมีดูฟรีมันไม่ใช่เหมือนสมัยก่อน แต่เราก็ไม่ท้อนะ มันดีกว่าเราไปเกี่ยวข้าว

นักร้องลูกทุ่งเจ้าชู้ไหม?

เสรี : ผมเปรียบเทียบให้ฟังในสาขาอาชีพทั้งหมด อาชีพที่ล่อแหลมที่สุดคือนักร้อง มันล่อแหลมเรื่องชู้สาว เราจะต้องเจอผู้หญิงคืนหนึ่งเป็นหมื่นคน สมัยก่อนถ้าเราอยากจะได้คนที่ชอบเราทำได้ แต่เราไม่มีโอกาสตรงนั้นเลยมีแต่จะหนี

มีภรรยากี่คน

เสรี : (หัวเราะ) ผมมี 2 คน มีลูกจากภรรยาคนแรก 5 คน แล้วเลิกรากันไป ภรรยาคนที่สองมีลูก 3 คน มีติดท้องไปบ้าง 4 คนตอนนั้น แต่โตไปหมดแล้ว ตอนนี้ผมรับผิดชอบอยู่ 8 คน ภรรยาที่สองอายุห่างกันเกือบ 19 ปี ตอนนั้นเขาอายุ 15 ปี เราจีบเขาก่อน คิดว่าอายุเยอะกว่านั้น ตอนนั้นที่บ้านเขาจะเอาเราติดคุกแจ้งความ เราก็คิดว่าชอบกันทำไมต้องแจ้งความเลยพาเขาไปเลยอยู่ด้วยกัน 33 ปี เราคิดว่าเอาเงินแต่งงานมาสร้างครอบครัวดีกว่า

ภรรยาเสรี : เจอที่งานผ้าป่าที่สุพรรณ เราตัวโตมั้งแก่เร็ว ตอนนั้นไม่ได้ชอบเลยเพราะไม่รู้จักเขา เราไม่ได้ฟังลูกทุ่ง คือเขาดี เขาดูแลดี ไม่มีใครรู้ว่าเวลาอยู่ด้วยกันเขาดี

ติดตามรายการ คุยแซ่บShow ได้ทุกวันจันทร์-ศุกร์ 13.30-14.30 น. ทางช่อง one31 Facebook Page : คุยแซ่บShow รับชมย้อนหลังได้ที่ Youtube Channel : Orange Mama

แม่เสือสาว! ‘ดิว อริสรา’อวดหุ่นสุดแซ่บ-ขาวโบ๊ะริมทะเลหัวหิน #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/468990

news_default

แม่เสือสาว! ‘ดิว อริสรา’อวดหุ่นสุดแซ่บ-ขาวโบ๊ะริมทะเลหัวหิน

วันจันทร์ ที่ 27 มกราคม พ.ศ. 2563, 16.36 น.

27 ม.ค.63 เรียกว่าเป็นสาวสวยสุดแซ่บอีกคนหนึ่ง สำหรับนางร้ายหน้าสวย “ดิว อริสรา” ที่ล่าสุดก็ทำเอาอุณหภูมิรอบข้างพุ่งสูงในทันที เมื่อสาวดิวขอสลัดผ้าอวดความขาว โชว์ความอึ๋มเที่ยวทะเลหัวหิน แชะภาพในชุดว่ายน้ำลายเสือ แจกความสดใสซาบซ่า สมกับกับฉายาเน็ตไปดอลภาคพื้นทะเลจริงๆ

https://www.instagram.com/p/B7yIs04A4vQ/