อนาคตใหม่ หรือ อนาคตดับ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/395649?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=scoop

อนาคตใหม่ หรือ อนาคตดับ

28 ตุลาคม 2562 – 07:50 น.
อนาคตใหม่หรืออนาคตดับ,ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ พรรคอนาคตใหม่,เลือกตั้งซ่อม สสเขต 5 จนครปฐม,งูเห่าภาคหนึ่ง
เปิดอ่าน 3,029 ครั้ง

อนาคตใหม่ หรือ อนาคตดับ

รายการเนชั่นสุดสัปดาห์กับ 3 บก. ออกอากาศทุกวันเสาร์ เวลาห้าโมงเย็น ทางเนชั่นทีวี ช่อง 22 “สมชาย มีเสน” ซีอีโอเครือเนชั่น “วีระศักดิ์ พงษ์อักษร” บรรณาธิการบริหาร นสพ.กรุงเทพธุรกิจ และ “บากบั่น บุญเลิศ” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร นสพ.ฐานเศรษฐกิจ ร่วมวิเคราะห์ประเด็น “อนาคตใหม่หรืออนาคตดับ!”

   “บากบั่น” ตั้งคำถามว่า เหตุผลที่ตั้งชื่อรายการในครั้งนี้เพราะผลการเลือกตั้งซ่อม ส.ส.เขต 5 จ.นครปฐม น่าจะเป็นบทพิสูจน์พรรคอนาคตใหม่ เพราะแกนนำพรรคเคยบอกว่าจะเป็นโดมิโนล้มรัฐบาล แต่เมื่อผลออกมาตรงข้ามก็อ้างเหตุผลว่าแพ้เพราะเลือกตั้งวันพุธ แบบนี้สะท้อนอะไร

      “สมชาย” ประเมินว่า หากเทียบคะแนนการเลือกตั้งวันที่ 24 มีนาคม กับวันที่ 23 ตุลาคม พบว่าพรรคอนาคตใหม่คะแนนลดลงราวร้อยละ 70 พรรคประชาธิปัตย์ลดลงร้อยละ 2 พรรคชาติไทยพัฒนาที่ชนะในคราวนี้ เพราะสร้างคะแนนเพิ่มและพรรคพลังประชารัฐเทคะแนนให้ โดยเพิ่มขึ้นร้อยละ 206 แม้ผู้ใช้สิทธิครั้งนี้ลดลงจากครั้งที่แล้วไปบ้าง

คะแนนที่ออกมาแบบนี้ส่งผลในระดับใหญ่กับพรรคอนาคตใหม่เกี่ยวกับแนวทางการทำงานทางการเมืองในวันนี้ว่าเป็นเช่นใด เพราะตอนแรกสังคมไม่รู้ แต่ตอนนี้สังคมรู้แล้ว

สิ่งที่แกนนำพรรคอ้างว่า แพ้เพราะเลือกตั้งวันพุธ เพราะฐานเสียงไม่ได้หยุดงานมาใช้สิทธิ รวมทั้งเคยร้องเรียน กกต.ไปด้วย แต่ กกต.ยืนยันว่าต้องเลือกตั้งในช่วงวันหยุดและต้องอยู่ภายในเวลา 45 วัน แต่เลือกตั้งซ่อมครั้งนี้หลายพรรคก็ส่งผู้สมัคร ส.ส.ในเขตนี้และไม่มีปัญหาใดๆ

มองว่าสิ่งที่พรรคอนาคตใหม่หาเสียงในเขตนี้นั้น แกนนำพรรคหาเสียงเชิงขู่ประชาชนที่บอกว่าพรรคนี้ไม่เอาอำนาจฉ้อฉล และหากชาวบ้านมองว่ารัฐบาลชุดนี้ทำให้บ้านเมืองเจริญก็ขอให้เลือกฝ่ายรัฐบาล หากรักประชาธิปไตย รักหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ขอให้เลือกเพื่อไม่ให้ ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ติดคุก, ไม่ให้พรรคอนาคตใหม่โดนยุบพรรค ก็ขอให้เลือกผู้สมัคร ส.ส.พรรคอนาคตใหม่

ตรรกะแบบนี้ของแกนนำพรรคอนาคตใหม่นับว่าเป็นอันตรายทางการเมือง รวมทั้งพรรคนี้ยังบอกว่าต้องแก้รัฐธรรมนูญ เพราะเศรษฐกิจไม่ดี และยังมีปรากฏการณ์ขัดแย้งในพรรคหลายเรื่อง เช่น การแบ่งสามวรรณะในพรรค, การส่งตัวแทนไทยซัมมิทไปดูแลสาขาพรรคในต่างจังหวัด, การล็อกผู้สมัครการเมืองท้องถิ่น, การล็อกส.ส.ไปทำหน้าที่กมธ., การรวบอำนาจบริหารพรรคของหัวหน้าพรรค, ผู้สมัครส.ส.และสมาชิกพรรคทยอยลาออก, ส.ส.บัญชีรายชื่อลาออกจากกรรมการบริหารพรรคในเรื่องการลงมติในรัฐสภาของ ส.ส.พรรคอนาคตใหม่

พ.ร.ก.ฉบับนี้ 70 ส.ส.พรรคอนาคตใหม่ลงมติไม่เห็นด้วย แต่ ส.ส.บางส่วนไม่ทำตาม ทั้งๆ ที่ 6 พรรคร่วมฝ่ายค้านลงมติเห็นด้วย และมีการเปิดเผยจาก ส.ส.ในพรรคออกมาว่าตอนแรกพรรคจะงดออกเสียงแต่ตอนหลังมาเปลี่ยนเป็นไม่เห็นด้วย ตรงนี้แปลว่าอะไร รวมทั้งร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2563 วาระแรก ตามที่ ส.ส.พรรคอนาคตใหม่คนหนึ่งลงมติเห็นชอบ แม้พรรคจะงดออกเสียง โดยพรรคแจ้งว่าจะตั้งทีมสอบสวน กรณี ส.ส.พรรคอนาคตใหม่ฝ่าฝืนมติพรรค

สมาชิกพรรคบางคนบอกว่า ส.ส.เหล่านี้พรรคควรไล่ออก แต่มองว่าพรรคอนาคตใหม่จะทำแบบนั้นไม่ได้ เพราะรัฐธรรมนูญระบุไว้ว่าหาก ส.ส.พ้นจากสมาชิกพรรค สามารถไปหาพรรคใหม่สังกัดภายใน 30 วันได้, และยังคุ้มครองเอกสิทธิ์ ส.ส.ในการลงมติในรัฐสภา ดังนั้น ส.ส.ไม่กลัวมติพรรค เพราะ ส.ส.ใช้สิทธิในการทำหน้าที่ตัวแทนปวงชนชาวไทยเพื่อดูแลประชาชน

 “อุดม รัฐอมฤต” อดีตกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ ระบุว่า ส.ส.ไม่ใช่ผู้แทนของพรรค แม้กฎหมายระบุต้องสังกัดพรรคก่อนลงสมัครรับเลือกตั้ง 90 วัน แต่ ส.ส.เป็นผู้แทนปวงชนชาวไทย หากทำหน้าที่ถูกต้องจะยังคงสภาพ ส.ส. แม้อาจไม่ทำตามมติพรรค ก็เป็นเหตุภายในพรรค ส.ส.จะย้ายพรรคได้ด้วยเหตุโดนขับออกจากพรรคหรือพรรคโดนยุบ แปลว่า ส.ส.จะย้ายพรรคด้วยความพอใจส่วนตัวไม่ได้

ประวัติศาสตร์ “งูเห่าภาคหนึ่ง” ระบุว่า กรรมการบริหารพรรคประชากรไทยมีมติไล่ ส.ส.พรรคประชากรไทยที่ไปหนุนพรรคประชาธิปัตย์ในการตั้งรัฐบาลชวน 2 เพราะพรรคประชากรไทยมีมติหนุน พล.อ.ชาติชาย ชุณหะวัณ เป็นนายกรัฐมนตรี ศาลรัฐธรรมนูญตัดสินว่า แม้ 14 ส.ส.พรรคประชากรไทยลงมติเลือกนายกรัฐมนตรี (ในช่วงนั้น) ขัดกับมติพรรคแต่ก็ไม่สิ้นสภาพ ส.ส. เพราะ ส.ส.มีอิสระในการลงคะเเนน ตรงนี้คือบรรทัดฐาน

  และรัฐธรรมนูญฉบับนี้ได้เขียนไว้ดังที่ “อุดม” ระบุ

 “วีระศักดิ์” วิเคราะห์ว่า ปัจจัยที่พรรคชาติไทยพัฒนาชนะครั้งนี้ เพราะวางกลยุทธ์เหมือนเลือกตั้งท้องถิ่น คือเดินเคาะประตูบ้านแทนการขึ้นปราศรัย, พรรคพลังประชารัฐไม่ส่งผู้สมัครและเทคะแนนให้, ตั้งทีมโซเชียลมีเดีย, เจาะหัวคะแนน 13 ตำบล, เน้นคนรุ่นใหม่จากกองเชียร์ทีมฟุตบอลนครปฐม ยูไนเต็ด, ผลการปฏิบัติทางการเมืองของพรรคอนาคตใหม่หลังเลือกตั้งที่ส่อไปในทางสุดโต่ง, การลงมติไม่เห็นด้วยของพรรคอนาคตใหม่ในรัฐสภา (พ.ร.ก.)

สถานการณ์ของพรรคอนาคตใหม่ตอนนี้ ความขัดแย้งในพรรคเยอะแบบนี้ แม้แกนนำพรรคจะดำเนินการเอาผิด แต่พรรคอนาคตใหม่คงขับไล่ ส.ส.ออกจากพรรคไม่ได้ เพราะมีบรรทัดฐานทางกฎหมายระบุไว้แล้วจากงูเห่าภาคหนึ่ง

      “บากบั่น” ตั้งคำถามว่า หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่บอกว่า ใครที่ทำตามมติพรรคคือเหล็กเนื้อแท้ ใครไม่เห็นด้วยกับมติพรรคคือสนิม แต่เหตุการณ์หลายเรื่องที่เกิดขึ้นแสดงว่า พรรคนี้มีปัญหาภายในแล้ว และจะเป็นเช่นใดในวันต่อไป

       “สมชาย” กล่าวว่า พรรคนี้ต้องปรับตัว คืออย่าท้าทายสังคม ไม่เช่นนั้น ส.ส.จะมองว่าไม่ปลอดภัย แรงกระเพื่อมในพรรคจะเกิดแน่นอน ในวันที่ 20 พฤศจิกายน คือการตัดสินการโอนหุ้นวี-ลัค มีเดีย ของหัวหน้าพรรค ตรงนี้จะมีผลที่ชัดเจนต่อ ส.ส.พรรคอนาคตใหม่ แม้จะมีแรงกระเพื่อมไปบ้างแล้วในช่วงที่ ส.ส.ลงมติสวนแนวทางพรรค

   “วีระศักดิ์” สรุปว่า แบบนี้ชัดเจนแล้วว่า พรรคอนาคตใหม่จะใหม่หรือดับ

แชมป์ไทยลีก “สายแม้ว” จบแล้ว “เนวิน” #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/395514?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=scoop

แชมป์ไทยลีก  “สายแม้ว” จบแล้ว “เนวิน”

27 ตุลาคม 2562 – 08:30 น.
รายงานพิเศษ,ท่องยุทธภพ,ขุนน้ำหมึก,เจาะประเด็นร้อน,วิสาระดี เตชะธีราวัฒน์,ยิ้ม วิสาระดี,กว่างโซ้ง,ฮั่น มิตติ ติยะไพรัช,ยงยุทธ ติยะไพรัช,สิงห์เชียงรายยูไนเต็,แชมป์ฟุตบอลโตโยต้า ไทยลีก 2019,ไทยลีก
เปิดอ่าน 54,064 ครั้ง

คอลัมน์ “ท่องยุทธภพ” วันอาทิตย์ 27 ต.ค.62

*********************************

“กว่างโซ้งมหาภัย” สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด สร้างประวัติศาสตร์คว้าแชมป์ฟุตบอลโตโยต้า ไทยลีก 2019 เป็นสมัยแรก หลังจากบุกไปถล่ม “ช้างศึกยุทธหัตถี” สุพรรณบุรี เอฟซี 5-2

ขณะที่ “ปราสาทสายฟ้า” บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด แชมป์เก่า โดน “พยัคฆ์ล้านนา” เชียงใหม่ เอฟซี ตีเสมอ 1-1 ในช่วงท้ายเกม พลาดแชมป์ไปอย่างเหลือเชื่อ

ชวดแชมป์

ที่แสบสันต์คือป้ายผ้าผืนหนึ่งที่กองเชียร์พยัคฆ์ล้านนา แขวนไว้ข้างสนาม “มันจบแล้ว! คับนาย” เหมือนจงใจจะล้อเลียนนายใหญ่บุรีรัมย์ “เนวิน ชิดชอบ”

ป้ายกองเชียร์ทีมเชียงใหม่

ติยะไพรัช” ผงาด

ความสำเร็จของสโมสรสิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด ต้องยกความดีความชอบให้ บิ๊กฮั่น” มิตติ ติยะไพรัช และตระกูล “ติยะไพรัช” ที่ก้มหน้าก้มตาทำทีมลูกหนังภูธร ตั้งแต่ลีกล่างๆ จนได้ขึ้นมาเล่นลีกสูงสุด

แม่กับลูก เชยชมถ้วยแชมป์

ก่อนหน้านี้ ตระกูล “ติยะไพรัช” นำทีมลูกหนังเชียงราย คว้าแชมป์บอลถ้วย 2-3 สมัยติดต่อกัน และเมื่อถึงวันนี้ พวกเขาก็สมควรได้เป็นแชมป์ไทยลีก

โครงสร้างการบริหารทีมสิงห์ เชียงรายฯ “บิ๊กฮั่น” มิตติ ติยะไพรัช อดีตเลขาธิการพรรคไทยรักษาชาติ รั้งเก้าอี้ประธานที่ปรึกษา และ “ฮาย” ปวิศรัฐฐ์ ติยะไพรัช น้องสาวคนเล็กเป็นประธานสโมสร

ส่วน “ยงยุทธ ติยะไพรัช” กองเชียร์พรรคเพื่อชาติ และ “สลักจฤฎดิ์ ติยะไพรัช” อดีตนายก อบจ. เชียงราย เป็นกองหนุนคนสำคัญ

ตระกูล ติยะไพรัช

คนในวงการบอลรู้ดีว่า “บิ๊กฮั่น” รับบทบาทคนเบื้องหลังทีมลูกหนังเชียงราย-เชียงใหม่ คล้ายกับบิดา “ยงยุทธ” ที่เล่นบทกองเชียร์ตัวหลักของพรรคเพื่อชาติ และพรรคเพื่อไทย

เนื่องจาก “พ่อเลี้ยงอี๊ด“ อุดรพันธ์ จันทรวิโรจน์ อดีตนายก อบจ.เชียงใหม่ เจ้าของทีม ”พยัคฆ์ล้านนา” เชียงใหม่ เอฟซี รักและเมตตา “บิ๊กฮั่น” เสมือนลูกชาย จึงยกให้ตระกูล “ติยะไพรัช” บริหารทีมเชียงใหม่ เอฟซี ควบคู่กับทีทสิงห์ เชียงรายฯ

จึงไม่น่าแปลกใจที่ทีมเชียงใหม่ เอฟซี ซึ่งตกชั้นไปแล้ว จะทุ่มเทเต็มที่ แถมกองเชียร์ชาวเชียงใหม่ก็พร้อมใจกันเข้าสนาม ส่งเสียงกระหึ่มกดขวัญคู่แข่งจนได้ผลตามเป้าหมาย

เพื่อไทยโกยแต้ม

ค่ำวันที่ 23 มิถุนายน 2562 ที่สิงห์ สเตเดี้ยม รังเหย้าของสิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด มีการเปิดตัว “ยิ้ม” วิสาระดี เตชะธีราวัฒน์ ในฐานะผู้จัดการทีมคนใหม่

ยิ้มผู้จัดการทีมเชียงราย

คอการเมืองรู้ได้ทันทีว่า “ยิ้ม วิสาระดี” ได้รับไฟเขียวให้ลงสมัครชิงตำแหน่งนายก อบจ. เชียงราย

“ยิ้ม” ลูกสาวคนเดียวของ “วิสาร เตชะธีราวัฒน์” ส.ส.เชียงราย เที่ยวนี้เธอไม่ได้ลงสมัคร ส.ส. เพราะบิดาลงเองที่เขต 3 เนื่องจากปี 2550 ยิ้มลงสมัคร ส.ส.แทนบิดา และได้เป็น ส.ส.พรรคพลังประชาชน

“วิสาร” เป็นนักการเมืองรุ่นเก๋า มีฐานเสียงอยู่ที่ อ.พาน จ.เชียงราย เริ่มต้นจากเปิดสำนักงานทนายความ รับปรึกษางานด้านกฎหมาย จนชาวบ้านเรียกขาน “หมอความชาวบ้าน” เปรียบเสมือนต้นทุนการเมืองที่ส่งให้วิสาร เป็น ส.ส.ปี 2529 ก่อนจะย้ายไปพรรคเอกภาพ, พรรคสามัคคีธรรม, พรรคชาติพัฒนา, พรรคนำไทย, พรรคประชาธิปัตย์ และพรรคไทยรักไทย

“ยิ้ม” แต่งงานกับ “จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์” ส.ส.เชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย เมื่อต้นปี 2553 โดยจุลพันธ์นั้นเป็นลูกชายคนเล็กของสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทยคนปัจจุบัน

แฟนเพจ “ยิ้ม” วิสาระดี เตชะธีราวัฒน์ เมื่อ 15 กรกฎาคม 2562 “ยิ้ม” ได้โพสต์ภาพเธอกับสามีได้เข้าอวยพรวันเกิดทักษิณ ชินวัตร ล่วงหน้าที่ฮ่องกง

ยิ้มไปพบทักษิณ ยิ่งลักษณ์ ก่อนมารับตำแหน่ง ผจก.เชียงราย

ว่ากันว่า ทักษิณได้เปิดการติวเข้มให้กับยิ้ม เพื่อปูทางสร้างฐานเสียง ก่อนเข้าสู่สนามท้องถิ่น ถัดจากนั้น ไม่กี่วัน ยิ้มก็เปิดตัวกลางสนามสิงห์สเตเดี้ยม ในฐานะผู้จัดการทีมสิงห์ เชียงรายฯ

แน่นอน แชมป์ไทยลีกครั้งประวัติศาสตร์ของทีมกว่างโซ้งมหาภัย “ยิ้ม” ทีมเพื่อไทยเชียงราย ย่อมต้องเก็บเกี่ยวดอกผลแห่งความนิยมทีมลูกหนังอย่างไม่ต้องสงสัย

“มาลี” สวยไม่สวย? “เกม แคสเตอร์” ไม่ใช่พระเจ้า #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/395395?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=scoop

“มาลี” สวยไม่สวย? “เกม แคสเตอร์” ไม่ใช่พระเจ้า

26 ตุลาคม 2562 – 09:15 น.
มาลี สวยมาก,มาลี,แคสเกม,นักแคสเกม,สตรีมเมอร์,ยูทูบเบอร์,รายงานพิเศษ,เจาะประเด็นร้อน,คมชัดลึก
เปิดอ่าน 922 ครั้ง

รายงานพิเศษ จากหนังสือพิมพ์คมชัดลึก ฉบับวันที่ 26-27 ต.ค.62

**********************************

การเติบโตของอินเทอร์เน็ต นอกจากในทางพัฒนายังมีความเสื่อมถอยมากมายเกิดขึ้นแทบทุกวัน โดยเฉพาะกับเยาวชนที่พากันไปเป็นเหยื่อของ “ความไม่รู้เท่าทันสื่อ” จำนวนมาก

ยิ่งสื่อแพลตฟอร์ม เกมออนไลน์” ความเสื่อมถอยครั้งหนึ่งคงจำกันได้กับข่าวดังราว 10 ปีก่อน ที่มีเด็กอเมริกัน ม.6 เลียนแบบเกม “GTA” หรือ Grand Theft Auto ฆ่าชิงทรัพย์โชเฟอร์แท็กซี่ แน่นอนช่วงนั้นฝ่ายหนึ่งโทษเกมเป็นจำเลยอีกฝ่ายโทษผู้ใหญ่ที่ไม่ดูแล หลายฝ่ายโทษระบบจากรัฐ

บ้านเราเพิ่งมีภาพความรุนแรงเกิดขึ้นจากการที่เด็กคนหนึ่งเล่นเกมแพ้ แล้วหัวร้อนพาลไปโมโหแม่และอาม่าถึงขั้นคว้ามีดมาขู่และมีการเอ่ยชื่อคนในทีมที่ทำให้เชื่อว่าเป็นสาเหตุของพฤติกรรมดังกล่าว

ดังนั้นวันนี้โจทย์ที่ยากขึ้นไปอีกของคนแก้ปัญหาจึงน่าจะหมายถึงพื้นที่ของเกมออนไลน์ทุกวันนี้ที่มีตัวละครที่มากขึ้น มีความซับซ้อนขึ้น ไม่ได้มีแค่เรากับระบบคอมพิวเตอร์อันชาญฉลาดเหมือนในอดีต

และดูเหมือนว่าบุคคลเหล่านั้นจะทรงอิทธิพลต่อกันอย่างมาก

สงครามเกม

เรื่องเกมออนไลน์ด้วยลักษณะพฤติกรรมที่ต้องนั่งเฝ้าอยู่กับเกม หลายคนที่กลายเป็น เด็กติดเกม” มีงานวิจัยพบว่าพวกเขามีความต้องการเล่นเกมออนไลน์สูง แต่ละครั้งต่อเนื่องไม่ต่ำกว่า 3 ชั่วโมง พูดง่ายๆ ว่าเล่นแบบไม่ยอมนอน ไม่เรียน ไม่ทำการบ้าน หรือกระทั่งไม่ยอมกิน

และดังที่กล่าวไปว่าโลกวันนี้โจทย์ที่ยากขึ้นไปอีกเมื่อเกมมีบุคคลที่สามสี่ห้าเข้ามาด้วยในเกม

เผื่อคนยุคเก่ายังนึกไม่ออกทุกวันนี้ไม่ว่าใครจากทุกมุมไหนของโลกสามารถเล่นเกมเดียวกัน ในเวลาเดียวกันได้แบบเรียลไทม์ และพูดคุยสื่อสารกันได้เวลานั้นผ่านทางเกม

ยุคก่อนนี้เล็กน้อย เราพูดคุยกันผ่านการพิมพ์ข้อความปรากฏบนจอเกม แต่เดี๋ยวนี้มีเกมที่นักพัฒนาเกม ทำให้สามารถสื่อสารกันได้ระหว่างที่กำลังมันกันในเกม โดยพูดคุยกันผ่านทางไมโครโฟนได้เลย

บางเกมสามารถทำให้คุยได้เฉพาะในทีมของเรา โดยมีฟังก์ชันการใช้ไมโครโฟนแบบทีมให้ หน้าจอเกมจะแสดงภาพการใช้งานของตัวผู้เล่นทีมเดียวกัน เอาไว้คุยเรื่องกลศึกในเกมเพื่อเอาชนะคู่ต่อสู้โดยเฉพาะ

แต่ห้องนี้ยังแยกต่างหากกับแชทรูม ที่เป็นห้องที่สาวกเกมทั้งหมดจะเข้ามาสนทนาพูดคุยกันเรื่องเกม หรือเรื่องจิปาถะได้อีกด้วย

ดังเคสของเด็กชายหัวร้อน ภาพที่เราเห็นจากคลิปว่าแม่ของเด็กคนนั้นได้ต่อว่าคนที่เล่นเกม ก็คุยผ่านทางไมโครโฟนนั่นแหละ

และเมื่อข่าวรายงานว่าเขาคือ “ลูกแคลน” ของนักแคสเกมที่ชื่อ “มาลี สวยมาก” สังคมจึงประณามมาลีเป็นท่วงทำนองเดียวกันอย่างที่เห็น

มาลี เกมแคสเตอร์

ในเกมออนไลน์มีสิ่งที่เรียกว่า แคลน” หรือ “กิลด์” ที่เป็นการรวมกลุ่มของผู้เล่นที่เล่นด้วยกันเป็นประจำ บางคนเปรียบ “แคลน” เป็นครอบครัวเลยทีเดียว

ส่วนหัวหน้าแคลนก็มาจากบุคคลที่สร้างตัวตนขึ้นมาในโลกออนไลน์ ผ่านการเป็นบล็อกเกอร์ ถ้าในแพลตฟอร์มยูทูบ ก็จะเรียกว่า ยูทูบเบอร์” ได้ด้วย

อย่างบล็อกเกอร์ทางเกมออนไลน์ที่เรารู้จักในชื่อ “แคสเกม” หรือ “เกม แคสเตอร์” หรือ “สตรีมเมอร์” ทุกวันนี้เติบโตกลายเป็นอาชีพทำเงินที่คนทั่วโลกยอมรับ

สิ่งที่นักแคสเกมทำก็คือการเล่นเกมให้คนติดตาม ดูทั้งออนไลน์แบบเรียลไทม์ หรือออฟไลน์แล้วอัดคลิปโพสต์ลงยูทูบ โดยจะมีการพากย์เสียงลงด้วยอย่างสนุกสนานไปตามอารมณ์ของการเล่นเกมขณะนั้น

แคสเกมไม่จำเป็นต้องเก่งขั้นเทพจนถึงสามารถเข้าวงการอีสปอร์ต หรือทำเงินจากการขายไอเทมในเกม บางครั้งแค่บรรยายได้สนุกสนานเร้าใจก็อาจจะมีคนติดตามมากมาย แล้วรับทรัพย์จากโฆษณาอีกต่างหาก

วันนี้ มาลี สวยมาก” หรือ อิทธิเดช (สงวนนามสกุล) ปัจจุบันอายุ 22 ปี คือนักแคสเกมชาวไทยที่มีน้องๆ หนูๆ ติดตามจำนวนมาก เกิดเป็นกองทัพ ลูกแคลน” ของมาลีสะเทือนวงการเกม

ว่ากันว่ามาลีเริ่มสร้างชื่อมาจากเกม World War Z มาวันนี้เขากำลังขึ้นหม้อกับการแคสเกม PUBG หรือ Playerunknown’s Battlegrounds ที่กำลังฮอตฮิต

ช่วงกลางปีมานี้ผู้ใช้ยูทูบ Dynamite ที่คร่ำในวงการเกมออนไลน์รายงานรายได้คร่าวๆ ของนักแคสเกมไทยไว้หลายคน เช่น “Nontawat N.T.” ได้เงินจากยูทูบตกเดือนละเกือบสองแสนบาท “หยก โซเยอร์” มีรายได้เดือนละเจ็ดหมื่นกว่าบาท “พี่เสือ มาแล้ว” มีรายได้ต่อเดือนเกือบสองแสนบาท

มาถึง “มาลี สวยมาก” แหล่งข้อมูลเดียวกันรายงานว่ามีรายได้วันละประมาณหมื่นกว่าบาท รวมแล้วเดือนละห้าแสนกว่าบาท ปีก่อนมาลีเคยปล่อยคลิปกดเอทีเอ็มให้เงินแม่ เนื่องในวันแม่ถึง 1,500,000 บาท

ในคลิปมาลีบอกว่า “เด็กๆ น้องๆ หนูๆ ที่ดูพี่เป็นตัวอย่างจะต้องกราบตีนพี่ พี่ที่หนึ่งของวงการ พี่ถึงจะรับเข้าแก๊ง”

อหังการมาลี

ถามว่ารายได้ของเหล่าเกมแคสเตอร์มาจากไหน หลักๆ มาจากสปอนเซอร์โฆษณาและยอดวิวจากยูทูบ

ในส่วนสปอนเซอร์แคสเกมต้องพูดถึงสินค้าในคลิปรายได้มากน้อยแล้วแต่ตกลง บางคนเป็นรายเดือน บางคนมีชื่อเสียงก็จัดกันเป็นปีไปเลย นอกจากนี้แคสเกมเก่งๆ ก็อาจเข้าแข่งขันเล่นเกมรับเงินรางวัลอีกต่างหาก

จากรายได้ของมาลี หากเป็นจริงตามที่ว่าไปจึงไม่น่าแปลกใจที่เขาจะภูมิใจกับตัวเองขนาดหนัก

ถามว่าจุดเด่นของมาลีสวยมากคืออะไร วันนี้จากข่าวทำให้เราได้รู้ว่า เขามีเอกลักษณ์ที่การใช้น้ำเสียงดุดัน ห้าวเป้ง และด่ากราด แถมยังออกแนวทะลึ่งตึงตัง สองง่าม สามแง่ โดนใจวัยรุ่นสุดๆ

และด้วยความที่มีลูกแคลนจำนวนมากยิ่งเสริมให้เขาเป็นที่รู้จักในวงการมากเข้าไปอีก เพราะลูกแคลนหรือเด็กๆ ในเซิร์ฟเวอร์เกมไม่เพียงช่วยสร้างสีสันตอนเล่นเกม มีวลี “สวยพี่สวย” หรือ “แตก 1” แม้แต่ล้อชื่อแม่มาลีอย่าง “ลูกอีแหม่ม”

ทั้งหมดนี้ก็ทำให้บรรยากาศในจักรวาลของมาลีสนุกสนานครึกครื้น ทรงพลัง เหมือนเป็นการรวมตัวเพื่อปลดปล่อยบางสิ่งบางอย่างที่หลายคนกดเก็บมันไว้มาจาก “โลกจริง”

PUGB

หลังเกิดเรื่องลูกแคลนคลั่ง ไม่มีข่าวระบุว่าเด็กคนนี้กำลังเล่นเกมอะไร แต่หากเป็นเกม PUGB พอเข้าใจได้ เพราะเกมนี้เป็นเกมแนว survival ที่เราจะต้องเอาตัวรอดให้ได้จนเป็นคนหรือทีมสุดท้าย จากทั้งหมด 100 คน บนแผนที่ใหญ่ที่จะถูกบีบพื้นที่เล่นเข้ามาเรื่อยๆ คล้ายในหนัง The Hunger Games

โดยผู้ชนะไม่จำเป็นต้องเป็นคนที่จัดการคนอื่นได้มากที่สุด แต่อาจเป็นคนที่เอาตัวรอดได้ดีที่สุด จะด้วยวิธีขี้ขลาดแค่ไหนก็ตาม ขอแค่ต้องรอด!

แต่ที่แน่ๆ ข่าวดังเรื่องนี้ ซึ่งภายหลังมีรายงานว่าน้องคนนั้นเป็นไฮเปอร์ หรือโรคสมาธิสั้นมาตั้งแต่เด็ก ก็ได้ทำให้คนไทยวงนอกที่ไม่ได้เล่นเกม พลอยได้รู้จัก มาลี สวยมาก มากขึ้นไปด้วย

ผู้นำจิตวิญญาณ?

แต่น่าเสียดายที่คนไทยวงนอกสายเกมพอจะมาทำความรู้จักมาลีจริงจัง ก็ตอนที่เกิดมาเป็นข่าวในทางลบ ไทม์มิ่งไม่ดีสุดๆ

ยิ่งพอเสริมกับการเข้าไปส่องดูลีลาการแคสเกมของเขายิ่งทำให้ภาพของมาลีย่ำแย่ลงไปอีก โดยเฉพาะในสายตาผู้ปกครอง ตอนนี้ถ้าไปดูคอมเมนต์ตามโลกออนไลน์มีแต่คำด่าที่มาลีแบบเละไม่มีชิ้นดีแม้เขาจะพยายามแจงยังไงก็ตาม

แต่ที่จริงกระแสมาลีมีการพูดถึงมาก่อนแล้วในโลกคนเล่นเกม ซึ่งเป็นเฉพาะกลุ่ม แต่คนเราถ้าไม่มี “ของดี” คงไม่โต ส่องดูความเห็นจากแฟนคลับก็พบการสรรเสริญมาลีไว้มากมายเหมือนกัน

เช่นว่า มาลีเป็นนักแคสเกมที่กล้าแสดงออก มีแอ็กติ้งออกท่าทางสนุกเฮฮาเป็นลีลาของตัวเอง ขณะที่เล่นเกมไปก็จะพูดโน่นพูดนี่ตลอดเวลา ไม่น่าเบื่อ ที่ชมกันมากคือ “ความพยายาม” ที่มาลีเป็นคนที่ถ้าแพ้ก็จะเล่นเกมซ้ำแล้วซ้ำอีกเพื่อเอาชนะให้ได้ ในโลกของคนเล่นเกมผู้ชนะก็คงเหมือนพระเจ้า

อย่างไรก็ดีก็ต้องยอมรับว่าเสียงคอมเมนต์ในทางลบและตำหนิติเตียนต่อตัวเขาก็มีไม่น้อยมานานแล้ว แฟนคลับคงเคยเห็นการแสดงออกรุนแรงของสตรีมเมอร์ชื่อดังรายนี้ เช่น ทำลายข้าวของ โยนของปาของ เอาฆ้อนตีกล้อง เอากล่องหูฟังฟาดใส่ประตู ฯลฯ

การออกมาแจงของมาลีที่ว่าให้แยกแยะเกมกับความเป็นจริงให้ออก ที่ตนแสดงออกมาเป็นการแสดงเพื่อความบันเทิง ทั้งยังบอกนักแคสเกมส่วนใหญ่ก็เป็นคนดี มีความสามารถ อยากให้เยาวชนเอาแบบอย่างตรงนี้

ลีลาแอคติ้งของมาลีคนดัง

บางทีเขาคงพอรู้แล้วว่าสิ่งที่ตนเองทำจะเป็นแบบอย่างให้เด็กๆ ทำตาม เพราะเมื่อพวกเขาศรัทธาใคร บางครั้งความดิบความรุนแรงก็กลับเป็นความเท่ ความฮา

วันนี้โลกเปลี่ยน แบบอย่างที่เด็กเดินตามไม่ใช่แค่ ดารา-นักร้อง” แต่มาลี หรือ เกมแคสเตอร์คนอื่นๆ คงไม่ต้องถึงกับเลิกเล่นเพื่อรับผิดชอบ หรือแก้ไขเรื่องนี้

จะมีก็แต่คนแก้ปัญหาตัวจริง ตั้งแต่ผู้ปกครอง สังคม และภาครัฐ ที่ต้องเหนื่อยเพิ่มขึ้น ที่ผ่านมาทำวิจัยกันจนหนวดหงอก วันนี้ยังไงก็ยังต้องหาทางออกกันต่อไป

Mad City คนเดือด เมืองคลั่ง #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/395398?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=scoop

Mad City คนเดือด เมืองคลั่ง

26 ตุลาคม 2562 – 09:12 น.
แว่นหัวร้อน,หนุ่มแว่น,สภพุทธมณฑล,อุบัติเหตุ,รายงานพิเศษ,เจาะประเด็นร้อน
เปิดอ่าน 634 ครั้ง

รายงานพิเศษ จากหนังสือพิมพ์คมชัดลึก ฉบับวันที่ 26-27 ต.ค.62

คนไทยได้เห็นภาพลูกกราบแม่ ในข่าว ลูกแคลนมาลีคลั่ง” และภาพแม่กราบคนไทยแทนลูก ในข่าว แว่นหัวร้อน” สองเหตุการณ์นี้ที่เกิดขึ้นไล่ๆ กัน ถึงรายละเอียดจะต่างกัน แต่ปลายทางอย่างเดียวกันคือ “ขอโทษคนไทย”

ถามว่าทำไมต้องขอโทษคนไทย ทั้งที่ถ้าเป็นเมื่อก่อนสองเรื่องนี้อาจปรากฏในกรอบจิ๋วๆ ของหนังสือพิมพ์ หรือไม่ปรากฏเลย ปล่อยให้เป็นเรื่องของเจ้าหน้าที่ในพื้นที่จัดการกันไป

แต่เมื่อทั้งหมดถูกเผยแพร่ผ่านทางสื่อออนไลน์ ตอนนี้สิ่งที่เรียกว่า “ชาวเน็ต” หรือสังคมภายนอกแสดงออกมา คืออารมณ์ร่วมที่น่ากลัวยิ่ง

โดยเฉพาะเคสหลัง ภาพของฝูงชนที่พากันไปชุมนุมโดยไม่ได้นัดหมายหน้าโรงพัก เพื่อรอ “ดูหน้า” หนุ่มแว่นหัวร้อน มันช่างน่ากลัวจริงๆ

เหนืออื่นใด ยิ่งการที่มีคนบางกลุ่มไล่ด่าลามไปถึงคนในครอบครัวของหนุ่มแว่น ยิ่งน่าคิดว่าในทางกลับกัน มันเกิดอะไรขึ้นกับสภาพทางอารมณ์และทัศนคติของสังคมไทยในภาพรวมกันแน่ ?

ผิดมหันต์ อันตราย?

เรื่องราวในคลิปที่ปรากฏช่วงวันที่ 23 ตุลาคม ที่ผ่านมา ได้ทำให้เมืองไทยร้อนระอุทะลุจุดเดือดรับวันหยุดนักขัตฤกษ์ซะอย่างนั้น

เมืื่อภาพที่เห็นคือภาพของหนุ่มแว่นบุคลิกดี แต่งตัวดี แต่พูดจาตรงกันข้าม กำลังมีเรื่องกับคู่กรณี ซึ่งเป็นคนถ่ายคลิปไว้ โดยเหตุเกิดจากการเฉี่ยวชนของรถทั้งคู่บนถนนอักษะ

ทว่า ต้นสายปลายเหตุของอุบัติเหตุไม่ว่าใครเป็นฝ่ายผิดก็ตาม แต่เมื่อคลิปที่ออกมาคือการแสดงอารมณ์ต่อว่า โวยวาย และดูถูกดูหมิ่นคู่กรณีด้วยถ้อยคำไม่สุภาพ แถมยังอวดรวย อวดดี แทบทุกคนที่เห็นคลิปนี้ก็ตัดคะแนนจิตพิสัยหนุ่มแว่นทันทีโดยอัตโนมัติ

อย่างไรก็ดีดังที่ทราบ ปรากฏว่าจิตพิสัยอย่างเดียวไม่พอ เมื่อคลิปซึ่งมีความยาวพอสมควรได้บันทึกทุกคำพูดของหนุ่มหัวร้อนไว้หมด และคำพูดที่ทำให้คนไทยทั้งเมืองนั่งไม่ติด คือคำด่าแบบดูถูกเหมารวมเอาคนไทยและประเทศไทย

สุดท้ายเมื่อเปิดมาแบบนี้ สังคมไทยก็ “จัดให้” เรื่องราวของเขาถูกแชร์ออกไปราวกับน้ำป่าไหลหลาก ความโกรธของคนไทยติดต่อถึงกันรวดเร็วและรุนแรงราวกับเป็นไวรัส

ส่องโซเชียล ความเห็นของผู้คนในโลกเสมือนจริง ถูกพิมพ์ออกมาในถ้อยคำที่หยาบคาย รุนแรง ที่เก็บกด ก็ปลดปล่อย ที่โกรธน้อยๆ ก็ค่อยๆ โกรธมากขึ้น

ไปๆ มาๆ คู่กรณีของหนุ่มแว่นหัวร้อน จากหนึ่งจึงเพิ่มเป็นร้อย เป็นพัน และน่าจะค่อนประเทศในตอนนี้ โทษบาปของเขามันสาหัสสากรรจ์เกินจะบรรเทาขนาดนั้นจริงๆ เชียวหรือ?

ศาลเตี้ย กฎหมู่?

อย่างที่บอกว่าสิ่งที่น่ากลัวยิ่งกว่าข้อความในกระดานโซเชียล คือภาพของฝูงชนคลั่งที่พากันไปรวมตัวที่หน้า สภ.พุทธมณฑล จ.นครปฐม เมื่อทราบว่าหนุ่มแว่น หรือภายหลังรู้ทั่วกันว่าชื่อ รชฏ หวังกิจเจริญสุข” ที่เดินทางไปโรงพักพร้อมแม่และแฟนสาวก็เพื่อพบเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อสอบปากคำ

แต่การไปรวมตัวกันมากมายที่บอกว่าไปดูหน้า ทำไมบรรยากาศหน้าโรงพักออกแนว “มาคุ” ซะมากกว่า หลายคนพากันตะโกนร้องเรียกให้เขาออกมา แต่ก็ยังตะโกนให้เขาออกไป คือออกไปจากประเทศไทยอีกด้วย สับสนเล็กน้อยเหมือนกัน

ที่ได้ยินมากคือ คำด่า คำสบถสาปแช่ง ที่หลั่งไหลออกมาไม่ขาดเสียง จนน่ากลัวว่าอารมณ์ที่รุนแรงคุกรุ่นตอนนั้น หากหนุ่มแว่นออกมาอาจเกิดเหตุถึงขั้นรุมประชาทัณฑ์ได้ คืนนั้นคนไทยติดตามข่าวนี้เกือบไม่ได้หลับได้นอน พากันลุ้นด้วยใจตุ๊มๆ ต่อมๆ ไม่กล้าบอกด้วยซ้ำว่าลุ้นให้เกิดเรื่องหรือให้ไม่เกิดเรื่องกันแน่

ที่สุดขณะที่แม่และแฟนสาวของหนุ่มแว่นกำลังออกมาจากโรงพักเพื่อกลับบ้านไปก่อน ปรากฏว่าชาวบ้านที่มารออยู่หน้าโรงพักก็พากันตะโกนต่อว่าเสียงดังทำนองเรื่องการเลี้ยงดู งานนี้เจ้าหน้าที่ต้องเข้ามากันไทยมุงไว้ และรีบนำตัวแม่ และแฟนสาวของหนุ่มแว่น ขึ้นรถขับออกไปทันที

อย่างไรก็ดี เรื่องราวในคืนนั้นก็ยังจบลงแบบ ใจชื้น” อยู่บ้าง ด้านหนึ่งเพราะนอกจากไม่มีเรื่องร้ายทำนอง “ศาลเตี้ย” หรือ “ยำบาทา” เกิดขึ้นแล้ว ข่าวรายงานว่าหนุ่มแว่นได้หลบออกไปด้านหลังโรงพัก ซึ่งคงเป็นจังหวะเดียวกับที่ฝูงชนเฮไปให้ความสนใจแม่และแฟนสาวของหนุ่มแว่นที่ออกมาจากโรงพักพอดี

ขณะที่อีกด้านหนึ่ง ยังมีชาวโซเชียลบางส่วนเข้ามา ดึงสติ” ว่าแม่และแฟนสาวของหนุ่มแว่นไม่เกี่ยวข้องอะไรกับเรื่องนี้ และในคลิปแฟนสาวของเขาก็เข้ามาขอโทษคู่กรณี และพยายามที่จะห้ามแฟนของเธอตลอดเวลา

ศึกชนชั้น ซีซั่นใหม่?

อย่างไรก็ดี บรรยากาศของเรื่องราวอดทำให้นึกถึงเหตุการณ์คล้ายๆ กันสองสามเหตุการณ์ ที่มีมูลเหตุมาจากเรื่องราวบนท้องถนน

เหตุการณ์หนึ่งเกิดขึ้นช่วงปี 2550 เมื่อเด็กนามสกุลดังคนหนึ่งขับรถเบนซ์แล้วไปมีเรื่องกับรถปรับอากาศร่วมบริการสายหนึ่ง ฝ่ายคนขับเบนซ์ทำร้ายคนขับรถเมล์ จากนั้นกลับเข้าไปนั่งในรถแล้วขับพุ่งชนผู้โดยสารที่ยืนบนทางเท้าได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต

ข่าวนี้นับว่าได้รับความสนใจและติดตามจากคนไทยชนิดเกาะติด โดยภายหลังครอบครัวพยายามต่อสู้ว่าบุตรชายมีอาการชักเกร็งตั้งแต่เด็กต้องเข้ารับการรักษาและเป็นโรคอารมณ์แปรปรวน

แต่ในช่วงที่เรื่องยังคงดำเนินอยู่นั้น คนไทยพากันรับไม่ได้กับคำพูดจากฝ่ายบิดาของคนขับเบนซ์ ในท่วงทำนองดูถูกคู่กรณี และในทางคดีความก็ออกมาชนิดที่ทำให้เกิดเป็นวลี คุกมีไว้ขังคนจน?” ถาโถมไปทั่ว แน่นอนบรรยากาศเลยเหมือนสงครามชนชั้นผ่านทางหน้าข่าวสารอยู่ระยะหนึ่ง

เหตุการณ์ต่อมาคือเรื่องที่เกิดขึ้นช่วงปี 2553 เด็กสาวสกุลดังกับซีวิคบนทางด่วน เรื่องนี้เกิดเป็นสงครามชนชั้นท่วงทำนองเดียวกัน และฝ่ายจำเลยก็ยังคงถูกทวงถามคำขอโทษมาจนทุกวันนี้

เหตุการณ์นี้ แน่นอนคนเจ็บที่สุดคือครอบครัวผู้สูญเสียทั้ง 9 ชีวิต แต่คนที่เหมือนตายทั้งเป็นไปด้วยก็คือคนขับรถชน ที่แทบไม่มีที่ยืนในสังคม จนครอบครัวออกมาระบุว่าทุกวันนี้เป็นโรคซึมเศร้าไปแล้ว

นี่ยังไม่พูดถึงเหตุการณ์ช่วงสองปีก่อน ที่ “อิมเมจ เดอะวอยซ์” หรือ สุธิตา ชนะชัยสุวรรณ โพสต์ทวิตเตอร์รัวๆ โวยประเทศไทยเฮงซวยตอนที่รอรถนาน ช่วงนั้นเธอโดนกระแสคนไทยต่อต้าน งานงอก เสียเซลฟ์อยู่พักใหญ่

มาถึงเหตุการณ์ล่าสุด น่าสนใจมากที่เหตุการณ์นี้ไม่มีคนตาย แต่อารมณ์ของคนไทยเดือดดาลไม่แพ้กับสองเหตุการณ์แรก แม้แต่ดาราคนดังบางคนก็เอาเรื่องนี้มาขยายต่อให้ไฟโหมหนักขึ้น อะไรทำให้เป็นไปได้ขนาดนี้

ต้นเชื้อต้องแก้

ในทางทฤษฎีจิตวิทยา มีสิ่งที่เรียกว่าความชาชินที่มากขึ้น (Desensitization/Tolerance) เช่นเมื่อเราดูสื่อที่มีความรุนแรงนานๆ ก็จะมีการตอบสนองต่อความรุนแรงลดลงเมื่อเทียบกับตอนแรก คือเริ่มเฉยๆ ไม่น่ากลัว และอาจเพิ่มดีกรีความรุนแรงมากขึ้นเพื่อกระตุ้นให้ตื่นเต้นมีชีวิตชีวา

ดังที่เห็นว่าวันนี้เมื่อหนุ่มหัวร้อนคนหนึ่งออกมาระบายความเก็บกดในวันแย่ๆ ของเขาวันหนึ่ง กลับกลายเป็นวันแย่ๆ ของคนนับล้านทั่วไทย

ในที่นี้อธิบายได้ว่า เมื่อเป็นเช่นนี้คนไทยเริ่มรู้สึกว่าการออกมารวมตัวกันเพื่อตอบโต้คนที่พวกเขาคิดว่า “ไม่ดี” ด้วยการแสดงออกทางอารมณ์ที่รุนแรงกลับไป คือทางออกที่ถูกต้อง

แต่ถ้ามองดีๆ ก็ต้องมีคำถามในมุมกลับเช่นกันว่า สิ่งที่คนไทยกำลังแสดงออกต่อหนุ่มแว่นและครอบครัว พฤติกรรมมันคลับคล้ายคลับคลาเหตุการณ์ในคลิปต้นเรื่องหรือไม่

ในมุมของหนุ่มแว่น นอกจากโดนบริษัทไล่ออก แน่นอนเขาต้องรับผิดชอบตามกฎหมาย และได้รับการรักษาเยียวยาหากป่วยจริง เพราะจากที่โดนชาวเน็ตเปิดวาร์ปเสียพรุนขนาดหนัก ก็พบว่านี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่แสดงออกทำนองนี้ตามท้องถนน

แต่ในมุมของคนไทยที่กำลังคลั่ง ถ้าคิดไม่ออกว่าต้องทำยังไง แนะนำให้ดูเจ้าของคลิปเป็นตัวอย่าง โดนกระชับคำด่าถึงตัวขนาดนั้น ยังใจเย็นเป็นน้ำ

กระนั้นก็ดี ก็ยังมีคำถามในมุมอื่นเช่นกัน คือถ้าไม่นับถึงเรื่องการพูดจาดูแคลนประเทศ ที่ถ้าพูดแบบไม่อวยกันเอง เรื่องมารยาทและกฎจราจรบ้านเรายังไงก็ได้แค่ “ระดับหนึ่ง” จริงๆ

แต่ถ้าเนื้อหาที่ทำให้คนไทยโกรธแบบ “สุดลิ่มทิ่มประตู” ก็คือการพูดจาอวดรวย ดูถูกเหมารวมว่าคนไทยนั้นมีโอกาสและต้นทุนทางชีวิตที่ไม่เท่าเขา ยากจนต่ำเตี้ยเรี่ยดิน เป็นชนชั้น “ระดับล่าง”

ต้องถามต่อว่า ต่อมใจดำ” ตรงนี้มันมีอยู่จริงในก้นบึ้งของคนไทยส่วนใหญ่ใช่หรือไม่ ยิ่งช่วงนี้เศรษฐกิจเป็นยังไง ไปเดินตลาดโบ๊เบ๊ สำเพ็งก็รู้

จะว่าไปทั้งหมดนี้ มันก็เหมือนมีเชื้อฝังอยู่แล้ว ถึงวันที่มีหนุ่มหัวร้อนคนหนึ่งสะกิดมันเข้า มันก็ระเบิดบูมออกมา รอจังหวะที่จะไปลงกับใครสักคนพอดี คำถามนี้เรารู้ดีว่าใครต้องออกมาตอบ ?

การพนัน กับดักนักวัดดวง ไทยครึ่งประเทศติดงอม #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/395237?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=scoop

การพนัน กับดักนักวัดดวง ไทยครึ่งประเทศติดงอม

25 ตุลาคม 2562 – 12:20 น.
นวลน้อย ตรีรัตน์,การพนัน,นักวัดดวง,สลากกินแบ่งรัฐบาล,ลอตเตอรี่,หวย
เปิดอ่าน 2,151 ครั้ง

การพนัน กับดักนักวัดดวง ไทยครึ่งประเทศติดงอม

เด็กไทยเริ่มเล่นการพนันตั้งแต่ 7 ขวบ !

สถิตินี้ไม่เปลี่ยนแปลงมาหลายปีแล้ว แต่ไม่เห็นว่าจะมีหน่วยงานไหนออกโรงเป็นเจ้าภาพแก้ไขสถานการณ์ให้ดีขึ้น นอกจากแค่แสดงอาการตกอกตกใจทุกครั้งที่นักวิชาการเปิดผลงานวิจัยออกมา แล้วก็ทำเหมือนไม่มีอะไรในกอไผ่

สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลเอง ชื่อก็บอกว่าเป็นองค์กรของรัฐ แต่กลับไม่นำพาแถมยังดำรงปณิธานแน่วแน่ที่จะมุ่งมั่นพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ เพื่อดึงดูดนักเสี่ยงโชคในรูปแบบที่เข้าถึงการพนันได้ง่ายยิ่งกว่าเดิม จึงไม่แปลกเลยที่ผลการวิจัยพบว่า ลอตเตอรี่ เป็นการพนันที่ครองความนิยมอันดับ 1 ของคนไทยตลอดกาล

ปี 2562 คนไทยเล่นพนันสลากกินแบ่งรัฐบาล มากถึง  22.74 ล้านคน หรือ 42.7% มีวงเงินหมุนเวียนในตลาดการพนัน 150,486 ล้านบาท โดยมีเยาวชนอายุต่ำกว่า 20 ปี 4.72 แสนคน ทั้งที่กฎหมายห้ามขายสลากกินแบ่งรัฐบาลให้แก่ผู้ที่มีอายุต่ำกว่านี้

ตัวเลขดังกล่าวเป็นข้อมูลจากการสำรวจของ ศูนย์ศึกษาปัญหาการพนัน (CGS) ร่วมกับ ศูนย์วิจัยเพื่อการพัฒนาสังคมและธุรกิจ ในโครงการศึกษาสถานการณ์ พฤติกรรม และผลกระทบการพนันในประเทศไทย ประจำปี 2562 เก็บข้อมูลกับประชาชนทั่วไปที่มีอายุ 15 ปีขึ้นไปทั้ง 77 จังหวัด ระหว่างเดือนเมษายน ถึง กรกฎาคม 2562

ส่วนการพนันยอดนิยมตามมาอันดับสองยังคงเป็นการพนันที่ผูกโยงอยู่กับสลากกินแบ่งรัฐบาล นั่นคือ หวยใต้ดิน ผลการสำรวจพบว่าคนไทยเล่นการพนันชนิดนี้ 17.73 ล้านคน หรือ 33.3% มีวงเงินหมุนเวียนในตลาดมืดใกล้เคียงกับหวยรัฐบาล คือ 153,158 ล้านบาท

สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล ที่ชาวบ้านเรียกว่า กองสลาก เห็นข้อมูลแบบนี้จึงคิดแก้ปัญหา แต่อาจเรียกอีกอย่างว่า พลิกวิกฤติเป็นโอกาส(ของตัวเอง) ด้วยการคิดค้นผลิตภัณฑ์การพนันแบบใหม่ออกมาตีตลาดหวยใต้ดินอยู่ตลอดเวลา ทั้งที่รู้ดีว่าคนเล่นหวยใต้ดินนั้นแทบทั้งหมดก็คือลูกค้ากลุ่มเดียวกับลอตเตอรี่ เพราะ 73.6% ของคนที่เล่นหวยใต้ดิน หรือประมาณ 13.05 ล้านคน เล่นพนันสลากกินแบ่งรัฐบาลควบคู่ไปด้วย!!

เหตุที่คนไทยนิยมซื้อลอตเตอรี่เสี่ยงโชค เพราะมองว่าเป็นการพนันถูกกฎหมาย ยิ่งสื่อประโคมข่าวว่ามีเศรษฐีใหม่จากการถูกรางวัลที่หนึ่งบ่อยๆ ยิ่งทำให้คนไทยบ้าหวย อยากรวยเหมือนเขาบ้าง ตัวเลขคนเล่นการพนันชนิดนี้จึงเพิ่มขึ้นทุกปี

“เมื่อมีการนำเสนอข่าวคนถูกลอตเตอรี่รางวัลใหญ่อยู่บ่อยๆ ทำให้ทุกคนเกิดความหวัง และอยากเสี่ยง สลากกินแบ่งรัฐบาล จึงเป็นการพนันที่กระตุ้นให้คนเล่นการพนันมากขึ้น”

 นวลน้อย ตรีรัตน์ ผอ.ศูนย์ศึกษาปัญหาการพนัน วิเคราะห์พฤติกรรมนักเสี่ยงโชค และเสนอให้สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล ลดจำนวนสลากลงบ้าง เพราะตอนนี้พิมพ์ขายจะถึงงวดละ 100 ล้านฉบับแล้ว แต่ก็ไม่เห็นว่าจะสามารถหยุดยั้งธุรกิจหวยใต้ดินได้

ความคิดที่จะออกผลิตภัณฑ์การพนันเสี่ยงโชครูปแบบใหม่ๆ รวมถึงการพิมพ์สลากขายมากเป็นประวัติการณ์ 100 ล้านฉบับ ของกองสลาก ได้ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างดุเดือดจากองค์กรต่อต้านการพนัน และเครือข่ายเยาวชนว่าเป็นการทำลายสังคม

 ธนากร คมกฤส เลขาธิการมูลนิธิรณรงค์หยุดพนัน มองว่า กองสลากไร้ปัญญาแก้ปัญหา เหมือนคนเดินหลงทางอยู่ในถ้ำ การพิมพ์สลากเพิ่ม หรือการออกผลิตภัณฑ์เสี่ยงโชคแบบใหม่ ไม่ใช่วิธีแก้ปัญหาหวยใต้ดิน หรือ ลอตเตอรี่ราคาแพง แต่เป็นการหาประโยชน์เข้าตัวเองมากกว่า

ขยายมุมมองจากงานวิจัยของศูนย์ศึกษาปัญหาการพนัน และข้อวิพากษ์ของ ธนากร จะเห็นว่า ลอตเตอรี่ และหวยใต้ดิน เป็น กับดักการพนัน ที่ถูกวางไว้ทั่วทุกซอกซอย โดยมีบ่อนถูกกฎหมายใหญ่ที่สุดของประเทศเป็นเจ้ามือและสนับสนุนการออกรางวัลสำหรับบ่อนเถื่อน ทำให้การพนันทั้งสองชนิดเป็นการพนันยอดนิยมที่เข้าถึงได้ง่าย ขณะที่ยังมีการพนันอีกหลายรูปแบบที่คุ้นเคยเป็นอย่างดีในหมู่คนชอบวัดดวง

ทายผลฟุตบอล คือการพนันที่คนไทยนิยมเล่นและมีวงเงินได้เสียสะพัดสูงสุด 160,542 ล้านบาท จากจำนวนผู้เล่น 3.64 ล้านคน คิดเป็น 6.49%  เป็นเยาวชน 18-25 ปี จำนวน 8.9 แสนคน เป็นนักพนันหน้าใหม่ 2 แสนคน

เล่นพนันในบ่อน บ่อนวิ่ง หรือบ่อนตามบ้าน หรือตามงานศพ มีคนเล่นมากที่สุด 97.2% บ่อนในประเทศ 1.2% และบ่อนต่างประเทศทั้งที่ติดชายแดนและไม่ติดชายแดน ซึ่งพนันในบ่อนนี้ความจริงมีผู้เล่นมากเป็นอันดับสามรองจากลอตเตอรี่และหวยใต้ดิน แต่มีวงเงินสะพัดน้อยกว่าพนันฟุตบอล คือ มีผู้เล่น 5 ล้านคน หรือ 9.35% วงเงินหมุนเวียนอยู่ที่ 1.23 แสนล้านบาท

พนันออนไลน์ มีผู้เล่น​เกือบ 8.3 แสนคน​ หรือ 1.55% เป็นนักพนันหน้าใหม่กว่า 9​ หมื่นคน วงเงินหมุนเวียนกว่า 2​ หมื่นล้านบาท ส่วนใหญ่ให้เหตุผลในการเล่นพนันออนไลน์ว่า สะดวก เล่นง่าย ได้ทุกที่ทุกเวลา

ส่วนการเล่นพนันโดยภาพรวม ศูนย์ศึกษาปัญหาการพนัน ระบุว่า ปี 2562 คนไทยเล่นการพนันประมาณ 30.42 ล้านคน หรือ 57% เทียบกับปี 2560 เพิ่มขึ้นประมาณ 1.49 ล้านคน เป็นนักพนันหน้าใหม่ 7 แสนกว่าคน แต่น่ากังวลที่เด็กอายุ 15-18 ปี เล่นการพนัน 7.33 แสนคน หรือ 20.9% ของกลุ่มเด็ก ขณะที่เยาวชนอายุ 19-25 ปี เล่นการพนัน 3.05 ล้านคน คิดเป็น 46.3% ของกลุ่มเยาวชน และอีกกลุ่มที่น่าห่วงใยคือ กลุ่มผู้สูงวัยอายุ 60 ปีขึ้นไป เล่นพนัน 3.35 ล้านคน หรือ 42.2% ของกลุ่มผู้สูงวัย

ผลการสำรวจยังพบว่า ผลกระทบจากการเล่นการพนันทำให้ ขาดเงินใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน เครียด เป็นหนี้ มีปากเสียงทะเลาะกับคนในครอบครัว  เสียเวลาทำงาน กระทบการเรียน  คนที่เล่นพนันในปี 2562 จำนวน 1.068 ล้านคน มีหนี้สิน 11,468 ล้านบาท เฉลี่ยคนละ 10,738 บาท สูงสุด 200,000 บาท ทำให้แทบทุกครั้งที่มีข่าว ปล้น จี้ ตีชิง วิ่งราว ของทั้งโจรสมัครเล่นและโจรโดยสันดาน มักเกิดจากสาเหตุเดียวกันคือ หาเงินเสพยา หรือไม่ก็หาเงินไปใช้หนี้พนัน

ล่าสุด เมื่อเร็วๆ นี้ ตำรวจ สน.โชคชัย จับคนร้ายวัย 32 ปี ก่อเหตุวิ่งราวทรัพย์ 2 เหตุการณ์ซ้อน ผู้ต้องหาสารภาพว่าต้องการเงินไปเล่นการพนันและเสพยาเสพติด เหมือนกับเด็กหนุ่มวัย 24 ปี เพิ่งเรียนจบ ปวช.กำลังรอบริษัทเรียกสัมภาษณ์เข้าทำงาน ที่ต้องหมดอนาคตถูกตำรวจจับเข้าคุกหลังจากคิดสั้นบุกเดี่ยวจี้ร้านทอง​ย่านถนนบางบอน​ 3 เขตหนองแขม เหตุเพราะอยากได้เงินไปเล่นเกมพนัน

ข้อมูลจากศูนย์ศึกษาปัญหาการพนัน ยังพบข้อมูลน่าเป็นห่วงอย่างยิ่งคือ ทัศนคติของคนไทยต่อการพนันมากกว่าครึ่ง (53.5%) เชื่อว่าสลากกินแบ่งรัฐบาลไม่ถือว่าเป็นการพนัน ขณะที่ 1 ใน 3 (30.5%) สนับสนุนให้เปิดบ่อนกาสิโนถูกกฎหมาย และ 27.2% สนับสนุนให้เปิดบ่อนพนันทายผลฟุตบอลถูกกฎหมาย ​

มุมมองแบบนี้ น่ากังวลว่าคนไทยจะหันมาเล่นการพนันเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มผู้เล่นหน้าใหม่

เลขาธิการมูลนิธิรณรงค์หยุดพนัน มองว่า คนเล่นพนันมักมัวแต่คิดฝันถึงเงิน คิดถึงความสนุก แต่ในทางจิตวิทยาพวกเขากำลังติดกับดักมองโอกาสชนะพนันดีเกินจริง คิดว่าจะได้เงินง่ายๆ จากการพนัน หรือเชื่อเรื่องโชคเรื่องดวง ขณะที่บางคนเล่นเสียก็จะพยายามเล่นเพิ่มเพื่อไล่ล่าเอาเงินที่เสียไปคืนมา กับดักเหล่านี้ทำให้คนไม่ยอมเลิกเล่นการพนัน ซึ่งตรงกับข้อมูลองค์การอนามัยโลกที่กำหนดให้พฤติกรรมติด การพนันเป็นความผิดปกติทางจิตชนิดหนึ่ง เรียกว่า Pathological Gambling หรือ โรคติดพนัน ซึ่งผู้เล่นการพนันจะมีความทุกข์จากการเล่นพนัน แต่ก็หยุดไม่ได้ยังคงต้องเล่นต่อไป

 ณัฐพงศ์ สำเภาแก้ว เครือข่ายเด็กรุ่นใหม่ไม่พนัน มองว่า การพนันเป็นเรื่องใกล้ตัวมาก ซ้ำยังเป็นภัยเงียบกว่าที่คิด ที่สำคัญยังมีกิจกรรมหลายอย่างที่เด็กๆ ไม่รู้ว่านั่นคือการพนัน เช่น การเล่นเกมคีบตุ๊กตา การละเล่นบางอย่างในงานวัด รวมไปถึงเกมต่างๆ ในมือถือ

 สุปรีดา อดุลยานนท์ ผู้จัดการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ(สสส.) บอกว่า สสส. ได้ริเริ่มให้มีกลุ่มแผนงานลดปัญหาจากการพนันมาตั้งแต่ปี 2553 โดยได้ประสานและเชื่อมโยงการทำงานกับทุกภาคส่วน เพื่อให้สังคมตระหนัก และผลักดันให้เด็กและเยาวชนมีภูมิคุ้มกันเข้าถึงการพนันได้ยาก ขณะที่หลายประเทศได้แต่งตั้งคณะกรรมการป้องกันและลดปัญหาจากการพนัน ทำหน้าที่สร้างความสมดุลในสังคม ป้องกันไม่ให้คนเล่นการพนันก้าวล้ำเส้นเสี่ยงไปสู่ภาวะติดการพนัน และจัดให้มีบริการสำหรับผู้มีปัญหาติดการพนัน ทั้งตัวคนเล่นและคนใกล้ชิด

ขณะที่อาจารย์นวลน้อย ฝากข้อคิดเห็นไปยังภาครัฐว่า สถานการณ์การพนันปีนี้มีจำนวนผู้เล่นเพิ่มขึ้นตามที่ประมาณการไว้ แต่ไม่คิดว่าจะมากขนาดนี้ จึงอยากให้ผู้เกี่ยวข้องใช้ข้อมูลข้อเท็จจริงจากการสำรวจไปดำเนินนโยบายที่จะช่วยลดปัญหาการพนันของไทยอย่างจริงจังต่อไป

ส่องรอยปริร้าว สองพรรคหลัก ขั้วค้านลุงตู่ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/395235?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=scoop

ส่องรอยปริร้าว สองพรรคหลัก ขั้วค้านลุงตู่

25 ตุลาคม 2562 – 12:20 น.
คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์,ลุงตู่,พรรคอนาคตใหม่,ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ,พรรคเพื่อไทย
เปิดอ่าน 4,140 ครั้ง

ส่องรอยปริร้าว สองพรรคหลัก ขั้วค้านลุงตู่

ภาวะความไม่เป็นเนื้อเดียวกันของเจ็ดพรรคฝ่ายค้านส่งผลออกมาให้สังคมสัมผัสผ่านหน้าสื่อ แม้จุดยืนจะเหมือนกันในการ “ต้านลุงตู่” แต่จังหวะบางอย่างเหมือนขบเหลี่ยมเล็กๆ และอาจบานปลาย

เพราะร่างกฎหมายบางฉบับที่ ครม.ส่งให้รัฐสภาพิจารณานั้น บางจังหวะคล้ายว่าฝ่ายค้านเล่นไม่ตรงกัน โดยเมื่อไม่กี่วันก่อน ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรมีมติเสียงข้างมาก 366 ต่อ 70 คะแนน อนุมัติพระราชกำหนดโอนอัตรากำลังพลและงบประมาณบางส่วนของกองทัพบก กองทัพไทย กระทรวงกลาโหม ไปเป็นของหน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์ ซึ่งเป็นส่วนราชการในพระองค์ พ.ศ. 2562

พรรคร่วมฝ่ายค้านหกพรรค “ไฟเขียว” กับร่างกฎหมายฉบับดังกล่าว

แต่ “ชาวสีส้มส่วนใหญ่” เลือกเดินอีกเส้นทาง โดยคนการเมืองหลากพรรคที่มีพรรษาในสนามนี้มายาวนาน มองการทำหน้าที่ ส.ส.อนาคตใหม่บนลีลาที่แสดงออกมาให้สังคมประจักษ์นั้น ว่า “ยามนี้ อนค.ล้ำเส้นไปอักโข”

เพราะจังหวะที่อนค.ขยับหลากวาระ มันคล้ายยืนบนปากเหว…ไม่เกรงแรงปะทะที่จะมาถึง

79 ชีวิตผู้แทนราษฎรพรรคสีส้มนั้น เมื่อวันวานพบว่า…ส.ส. 70 คนของพรรคอนาคตใหม่ลงมติไม่เห็นด้วยกับร่างพระราชกำหนดฉบับดังกล่าว ขณะเดียวกัน ส.ส.บางส่วนของพรรคสีส้มนี้ไม่มาร่วมประชุม (5 คน), บางคน (1 คน) งดออกเสียง และ ส.ส.บางส่วน (3 คน) ลงมติเห็นด้วยในร่างกฎหมายฉบับนี้กับพรรคร่วมรัฐบาลและพรรคร่วมฝ่ายค้าน

ขณะที่การพิจารณาร่างกฎหมายงบประมาณก็มีความร้าวเล็กๆ ก่อนลงมติในหมู่พรรคต้านลุงตู่แล้ว เพราะแต่เดิมนั้นอนาคตใหม่จะลงมติไม่เห็นด้วย แต่บางพรรคบอกว่าร่างกฎหมายฉบับนี้มีความสำคัญกับเศรษฐกิจ หากเล่นการเมืองมากไป ชาวบ้านจะตำหนิ และบางพรรคบอกจุดยืนค้านลุงตู่ด้วยที่มาไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ จึงบอยคอตในแทบทุกกรณี กว่าจะตกตะกอนในแนวทางงดออกเสียงก็หารือกันพักหนึ่ง

มีการบอกกล่าวเล่าขานถึงเหตุผลของแต่ละคนออกมาแล้วว่าทำไปเพราะอะไร เท่านี้ก็พอสัมผัสได้แล้วว่ามติแกนนำพรรคนั้น บังคับใช้ไม่ได้กับเอกสิทธิ์ ส.ส.ในรัฐสภา…จนใครที่ฝืนมติพรรคกลายเป็นผู้เป็นปฏิปักษ์ต่อพรรคไปแล้ว พร้อมทั้งโดนกองเชียร์ตีตราว่าคืองูเห่าสีส้ม…

วันนั้นยันวันนี้มีการแฉกันยับจากกระแสข่าวหลากสื่อเกี่ยวกับความเคลื่อนไหวของชาวสีส้ม ที่น่าสนใจคือเค้าลางงูเห่าสีส้มเริ่มบังเกิด เพราะหลายคนอ่านจังหวะในยามหน้าของพรรคออกบ้างแล้วว่าจะหยุดตรงนี้หรือได้สิทธิไปต่อบนถนนการเมือง

ดังนั้นการอ่านทางลมไปทิศตรงข้ามเพื่อหยั่งกระแสของ ส.ส.บางคนจาก อนค.จึงปรากฏ แม้จะบอกว่าตัวเองยังศรัทธาพรรค แต่มิตรรักแฟนคลับของ “เสี่ยเอก” มิได้มองเช่นนั้น โดยมองว่าใครที่โหวตสวนมติพรรคคือ ”คนที่ทรยศอุดมการณ์ของอนค.” และควรผลักออกไป

แม้ก่อนหน้านี้คีย์แมนพรรคจะอ้างว่าพรรคใหญ่บางพรรคมาล่อซื้อ ส.ส. แต่ด้วยอุดมการณ์จึงไม่ทรยศประชาชน และขอให้ยุติการดำเนินการดังกล่าว แต่งานนี้กองเชียร์อนค.ออกมาเปิดโปงกันเองว่า “ผู้แทนฯ สีส้มบางชีวิต” ไหลเลื้อยไปแล้วด้วยปัจจัยบางอย่าง…แต่ฝ่ายที่โดนกล่าวหาว่าเป็นกบฏสีส้มก็ออกมาโต้กลับแบบไม่ยั้ง จนเกิดอาการร้าวชัดบนหน้าสื่อหลากแขนง

เมื่อบวกกับกองเชียร์ในโลกออนไลน์เมื่อวันก่อนแต่วันนี้กลับทำหน้าที่กองแช่งและคอยปูดเรื่องราวมุมลบออกมา

สายสืบได้ข้อมูลจากคนวงในอนค.มาว่า เสี่ยเอก/ช่อ/อาจารย์ป๊อก คือสามคีย์แมนหลักของพรรคสีส้มที่ใช้แนวคิดของทั้งสามชีวิตวินิจฉัยแนวการทำงานของพรรค

เรื่องราวแบบนี้ไม่ดีเลย…

และอย่าลืมวันไต่สวนคดีโอนหุ้นสื่อที่มีดราม่า “ธนาธร-ทักษิณ” แม้ ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ จะยอมรับว่ากระทำไม่เหมาะสม และขออภัยที่กล่าวพาดพิงอดีตนายกฯ

แต่รอยปริของสัมพันธ์ “อนค.-พท.” เปิดกว้างนัก…

ดังนั้นวี่แววของ อนค.อันใกล้คล้ายว่าจะหม่นมัวไปเรื่อยๆ ตรงกันข้ามกับชื่อพรรคไปเสียแล้ว…

ส่วนอีกพรรคหนึ่งที่อยู่ไม่ไกลจากชาวสีส้มคือ “พรรคเพื่อไทย” นั้น รอยปริร้าวเริ่มชัดเจนขึ้นไม่ยิ่งหย่อนกว่ากัน เพราะมีข่าวว่า “คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์” ประธานยุทธศาสตร์พรรค คล้ายว่าจะถอดใจหลังจากขึ้นหลังเสือมาระยะหนึ่ง กาลยามนี้บ่งชี้เบื้องต้นว่าแรงต้านมุมลึกภายในพรรคนั้นมหาศาลกับบทบาทที่คุณหญิงหน่อยกำลังดำเนินอยู่

เพราะ “มวยใหญ่” ในเพื่อไทยใช่ว่าจะยอมลงให้คุณหญิงหน่อย “ชี้นกเป็นนก ชี้ไม้เป็นไม้” ได้เพียงผู้เดียว แม้ว่าสตรีคนนี้จะได้รับ “กระบี่อาญาสิทธิ์” ในการคุมยุทธศาสตร์พรรคร่วมกับคนในสังกัดจากคนไกลบ้าน แต่สองเจ๊(เจ๊แดงและเจ๊ปู)รวมทั้งคุณหญิงบางชีวิตที่หนุนเพื่อไทยในมุมลับก็ใช่ว่าจะไฟเขียวให้คุณหญิงหน่อยกุมสภาพได้เบ็ดเสร็จ

น้ำตาของสตรีคนนี้หลั่งเป็นระยะกับภาวะและภาระที่รับมาถือธงเคียงข้าง สมพงษ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคคนปัจจุบัน

เพราะหลายเรื่องที่คุณหญิงหน่อยและทีมงานเปิดเกมบุก แต่คล้ายว่ากลไกของพรรคมิได้ขยับตามไปเสียหมด สิ่งที่ปรากฏชัดมากคือการส่ง/ไม่ส่งผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. ในนามพรรค หลังจาก ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ บินเดี่ยวไปแล้ว

เพราะแกนนำพรรคให้ข่าวคนละมุม จนต้องมาปรับความเข้าใจในตอนหลังนั้น มันเหมือนไม่มีอะไร แต่ความจริงมันมีอะไรซุกอยู่ลึกๆ และค่อยๆ คลายออกมาชัดๆ

งานนี้เหนื่อยหนักสำหรับคุณหญิงหน่อย…ในการเข็นพท.กลับมายืนแท่นเบอร์ 1 การเมืองไทย แม้จะมีแต้มต่อมากกว่าพรรคอื่น

สองพรรคแกนนำขั้วต้านลุงตู่จึงเสมือนยืนท้าคลื่นยักษ์การเมืองและคลื่นใต้น้ำของแต่ละพรรคที่ล้วนแต่ทรงฤทธิ์ยิ่ง

เอทีวี รถตรวจการณ์ริมหาด..เขี้ยวเล็บตร.ท่องเที่ยว #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/395243?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=scoop

เอทีวี รถตรวจการณ์ริมหาด..เขี้ยวเล็บตร.ท่องเที่ยว

25 ตุลาคม 2562 – 11:00 น.
สายตรวจระวังภัย,ตำรวจท่องเที่ยว,เอทีวี
เปิดอ่าน 424 ครั้ง

เอทีวี รถตรวจการณ์ริมหาด..เขี้ยวเล็บตร.ท่องเที่ยว คอลัมน์…  สายตรวจระวังภัย  โดย…  ทีมข่าวอาชญากรรม

แหล่งท่องเที่ยวทางทะเลเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยที่สำคัญ ทั้งฝั่งอ่าวไทยและอันดามัน แต่ละปีมีนักท่องเที่ยวนิยมเดินทางมาท่องเที่ยวจำนวนมาก โดยเฉพาะชาวต่างชาติ สิ่งหนึ่งที่ต้องคำนึงกับแหล่งท่องเที่ยวเหล่านี้คือความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน และหนึ่งในหลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยตรงก็หนีไม่พ้น “ตำรวจท่องเที่ยว”

ด้วยเหตุนี้ กองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยว (บช.ทท.) จึงมีมาตรการออกตรวจรักษาความปลอดภัยและอำนวยความสะดวกแก่นักท่องเที่ยวตามโครงการ “ไทยแลนด์ ริเวียร่า” เลียบชายฝั่งทะเลด้านตะวันตกของอ่าวไทย ขณะเดียวกันลักษณะทางกายภาพของแต่ละพื้นที่ก็มีความแตกต่างกันไป ทั้งชายหาด เนินเขา หรือที่ลาดชัน ยานพาหนะทั่วไปไม่อาจเข้าถึงพื้นที่ดังกล่าวได้ ฉะนั้นรถเอทีวี (ATV) น่าจะเป็นยานพาหนะที่ตอบโจทย์กับสภาพพื้นที่ในการออกตรวจตรารักษาความปลอดภัยของตำรวจท่องเที่ยว จึงผุดโครงการ “รถ ATV เพิ่มประสิทธิภาพการรักษาความปลอดภัยและอำนวยความสะดวกให้แก่นักท่องเที่ยว​”

กระทั่งเมื่อวันที่ 22 ตุลาคม ที่ผ่านมา พล.ต.ท.เชษฐา โกมลวรรธนะ ผบช.ทท. พร้อมด้วย พล.ต.ต.อังกูร​ คล้ายคลึง รองผบช.ทท. และเจ้าหน้าที่ตำรวจท่องเที่ยว ได้ดำเนินการรับมอบรถเอทีวี จำนวน 20 คัน จากบริษัทผู้ผลิตรถนำมามอบให้เพื่อใช้ปฏิบัติการดูแลและอำนวยความสะดวกให้แก่นักท่องเที่ยว​ทั้งชาวไทยและต่างชาติที่เข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทย

พล.ต.ท.เชษฐา บอกว่า รถเอทีวี ถือเป็นอุปกรณ์อย่างหนึ่งที่จะขับเคลื่อนกลยุทธ์ในโครงการ “ไทยแลนด์ ริเวียร่า” หรือถนนเลียบชายฝั่งทะเลด้านตะวันตกของอ่าวไทย ครอบคลุมพื้นที่ภาคกลางตอนล่างต่อเนื่องภาคใต้ตอนบน ตั้งแต่ สมุทรสงคราม เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร และ ระนอง ซึ่งเป็นโครงการส่งเสริมการท่องเที่ยวของรัฐบาล จึงเป็นโครงการที่ตำรวจท่องเที่ยวได้รับนโยบายให้มาดำเนินการในเรื่องของความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของนักท่องเที่ยวที่มาท่องเที่ยวในสถานที่บริเวณชายหาดและบนเขาสูงที่รถยนต์ไม่สามารถเข้าถึง ตำรวจท่องเที่ยวจึงต้องนำรถเอทีวีเข้ามาใช้ในการปฏิบัติหน้าที่ในครั้งนี้

สำหรับรถเอทีวีจำนวนดังกล่าวที่ตำรวจท่องเที่ยวได้รับมอบมานั้น จะถูกจัดสรรให้ตำรวจท่องเที่ยวในแต่ละกองบังคับการนำไปใช้ปฏิบัติหน้าที่ตามความเหมาะสม โดยแบ่งให้ กองบังคับการตำรวจท่องเที่ยว 1 (บก.ทท.1) จำนวน 1 คัน กองบังคับการตำรวจท่องเที่ยว 2 (บก.ทท.2) จำนวน 8 คัน และ กองบังคับการตำรวจท่องเที่ยว 3 (บก.ทท.3) จำนวน 11 คัน โดยมีตำรวจท่องเที่ยวจากกองบังคับการต่างๆ ร่วมรับฟังนโยบาย และข้อสั่งการเพื่อนำรถเอทีวีออกไปใช้ปฏิบัติงานให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและเกิดประโยชน์สูงสุด​

ทั้งนี้หากนักท่องเที่ยว หรือประชาชนท่านใดพบเห็นเหตุด่วนเหตุร้าย สามารถแจ้งเบาะแสมาที่สายด่วนตำรวจท่องเที่ยว 1155 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง ซึ่งทางตำรวจท่องเที่ยวยินดีให้บริการทุกคน ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ

การใช้รถเอทีวีเป็นรถตรวจการณ์ครั้งนี้ถือเป็นการเสริมเขี้ยวเล็บให้ตำรวจท่องเที่ยวปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะภาพลักษณ์ ความเชื่อมั่น และการยกระดับการท่องเที่ยวไทย..!!

รถไฟเชื่อม 3 สนามบินไฟเขียวเรียบร้อย #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/395232?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=scoop

รถไฟเชื่อม 3 สนามบินไฟเขียวเรียบร้อย

25 ตุลาคม 2562 – 10:50 น.
รถไฟความเร็วสูง,พลอประยุทธ์ จันทร์โอชา,สนามบินสุวรรณภูมิ,อู่ตะเภา,สนามบินดอนเมือง,เด็กติดเกม
เปิดอ่าน 623 ครั้ง

รถไฟเชื่อม 3 สนามบินไฟเขียวเรียบร้อย คอลัมน์… อ๊อด เทอร์โบ..ดับเครื่องชน oddturbo1900@gmail.com

โครงการยักษ์รถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบินสุวรรณภูมิ-อู่ตะเภา-ดอนเมือง เซ็นสัญญา ณ ทำเนียบรัฐบาล โดยมี ‘พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา’ นายกรัฐมนตรีเป็นประธาน

บริษัทในเครือ ซีพี คือ ‘ซีพีเอช’ ได้รับสัมปทานไปโดยมีข้อสัญญาอีกมากมายในแบบธุรกิจ แต่เดิมนั้นจะมีปัญหาการส่งมอบพื้นที่แต่ในเมื่อระดับนายกรัฐมนตรีสั่งการทุกอย่างก็ไฟเขียวทุกอย่าง ไร้ปัญหา

สรุปง่ายๆ ว่าโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบินจะลงมือทันทีและถ้าเป็นไปตามกำหนด ชาตินี้เราได้ใช้บริการแน่

ทีแรกมีปัญหานี้รัฐบาลเลยลอยตัวแต่นายกรัฐมนตรี ‘พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา’ บอกว่าจะไม่ปล่อยให้เอกชนออกแรงฝ่ายเดียวแต่รัฐบาลต้องช่วยด้วย

ปัญหาใหญ่คือการส่งมอบพื้นที่ที่ รฟท.ต้องเคลียร์ให้ทัน ถ้าไม่ทันก็จะชดเชยเวลาให้ซึ่งก็ยุติธรรมดี

ในฐานะประชาชนคนไทยก็ดีใจที่ทุกอย่างผ่านพ้นไปด้วยดีและตั้งหน้าตั้งตารอรถไฟความเร็วสูงซึ่งกำหนดแล้วเสร็จราวๆ ต้นปี 2567

หวังว่าทุกอย่างจะเป็นไปด้วยดีและอย่าเอาการเมืองหรือผลประโยชน์ต่างๆ เข้ามายุ่งเกี่ยว เพราะนี่เป็นงานของชาติ

ช่วยกันสนับสนุนให้เต็มที่เพราะที่ผ่านมาทะเลาะกันมามากแล้ว
อ๊อด เทอร์โบ


 ระวังเด็กติดเกม
 ต้องเข้าใจ-ใส่ใจ

ผมมีลูกอยู่ในวัยรุ่นและอยากจะเป็นสื่อกลางบอกพ่อแม่ ผู้ปกครองว่าต้องเอาใจใส่และเข้าใจอย่างยิ่งเลยครับ เพราะในวัยนี้เริ่มมีช่องว่างต่างคนต่างไป ที่กลุ้มใจมากคือลูกผมนอนดึกมากๆ เพราะติดเกมซึ่งเล่นกับเพื่อนๆ เราต้องการให้เขาพักผ่อนเพื่อจะได้ไม่ง่วงหรืออ่อนเพลียเวลาไปเรียน

จากการปรึกษาหมอซึ่งเป็นเพื่อนกัน ข้อมูลจาก รพ.จุฬาลงกรณ์สภากาชาดไทย ซึ่งอนุญาตนำมาแจ้งให้ทราบเพื่อเป็นประโยชน์และรู้ได้ว่าสัญญาณเด็กติดเกมเป็นอย่างไร ซึ่งพฤติกรรมเริ่มเปลี่ยนแปลงดังนี้ครับ

สัญญาณความรุนแรงปฏิกิริยาตอบโต้แบบต่อต้านผู้ปกครองหากให้หยุดเล่นเกมจะขู่ทำร้ายตนเองหรือผู้อื่นหากไม่ได้เล่นเกมตามต้องการ

สัญญาณการเสียหน้าที่ที่ควรจะเป็นตามช่วงวัย เด็กอาจมีพฤติกรรมไม่ทำหรือไม่ส่งการบ้าน ไม่ตื่นไปโรงเรียน ผลการเรียกตกต่ำ ไม่สนใจเข้าร่วมในกิจกรรมครอบครัวและไม่อยากทำกิจกรรมกับเพื่อน

สัญญาณปัญหาสืบเนื่องที่มาจากพฤติกรรมติดเกม การพยายามหาเงินเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในเกมหรือซื้อชั่วโมงอินเทอร์เน็ตขึ้น บางรายอาจลักขโมยเพื่อนำเงินมาใช้จ่ายในเกม

ขออนุญาตนำมาเผยแพร่ให้ทราบและอย่าลืมว่าเราจะต้องเอาใจใส่และเข้าใจลูกหลาน ค่อยๆ พูดจากันให้รู้เรื่องจะดีกว่า
วรชัย (สีลม)

 เรียนคุณ ‘วรชัย’ สีลม
ขอบคุณสำหรับจดหมายของคุณ ซึ่งลูกหลานติดเกมนี้เป็นปัญหาของพ่อ แม่ผู้ปกครองจริงๆ เป็นการถูกต้องแล้วที่เราจะต้องเข้าใจและใส่ใจ พูดจากันให้เข้าใจและการที่จะลงโทษหรือให้เลิกเล่นเกมในทันทีทันใดคงยากมากๆ

ข้อมูลจาก รพ.จุฬาลงกรณ์ เป็นประโยชน์มากๆ เพราะเด็กติดเกมจะมีพฤติกรรมเปลี่ยนไปจากเดิมจะไม่อยากนำเด็กไปพบหมอเพื่อรับคำปรึกษา เพราะลองทำความเข้าใจกันเองจะดีกว่า

ผมเชื่อว่าเด็กที่ติดเกมไม่ใช่เด็กมีปัญหาแต่เป็นไปตามยุคสมัยมากกว่า แบบเด็กๆ สมัยก่อนติดการ์ตูนนั่นแหละ
อ๊อด เทอร์โบ


 ไปเที่ยวฤดูหนาว
 ต้องระวังอันตราย (ผ่านไปยังคนชอบเที่ยว)

ผมเพิ่งกลับจากเชียงใหม่ที่ตอนนี้อากาศเริ่มหนาวแล้วล่ะครับ ไปคราวนี้ได้ไปขึ้นดอยอินทนนท์ที่สูงที่สุดในประเทศไทยด้วยและอยากจะนำสิ่งที่พบเห็นมาบอกต่อจะได้เตรียมตัวและวางแผนให้ดีเพราะไปเที่ยวในฤดูหนาวมีอันตรายไม่น้อยกว่าฤดูฝนเลย

อย่างดอยอินทนนท์นี้หนาวมากครับ อากาศตอนเช้าราวๆ 5-6 องศาเท่านั้น จึงขอให้เตรียมชุดกันหนาวหากจะไปชมทะเลหมอกตอนเช้าต่อไปจะมีคนมากขึ้นเพราะต้องการดูน้ำค้างแข็งหรือที่ชาวเหนือเรียกว่าเหมยขาบ

อยากแจ้งให้ทราบว่าเดือนพฤศจิกายน-ธันวาคม-มกราคมนี้ อากาศหนาวจัดและมีนักท่องเที่ยวไปกันมาก มีทั้งรถยนต์ จักรยานยนต์ ฯลฯ เต็มไปหมดจึงต้องระวังการขับขี่เป็นพิเศษเพราะหมอกลงและบางคนไม่ชำนาญทาง

จึงขอฝากให้ระมัดระวังอันตรายกันไว้ให้จงหนัก-ทุกอย่างต้องพร้อม ไม่เมาหรือง่วงอ่อนเพลียแล้วขับ เวลาทัศนวิสัยไม่ดีอย่าเสี่ยงเป็นอันขาด

ข้อสำคัญคืออย่าคิดว่าคนอื่น-คันอื่นเขาพร้อมอย่างเรา ต้องยึดคติปลอดภัยไว้ก่อนดีที่สุด
วิโรจน์ (พิษณุโลก)


“เผดิมชัย” มีชัย “พรรคสะสมทรัพย์” กลับมาแล้ว #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/395209?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=scoop

“เผดิมชัย” มีชัย “พรรคสะสมทรัพย์” กลับมาแล้ว

25 ตุลาคม 2562 – 09:35 น.
เผดิมชัย สะสมทรัพย์,บ้านใหญ่สะสมทรัพย์,นครปฐม,เลือกตั้งซ่อมนครปฐม,เจาะประเด็นร้อน,ท่องยุทธภพ,ขุนน้ำหมึก,พรรคอนาคตใหม่,ส้มหวาน
เปิดอ่าน 2,138 ครั้ง

คอลัมน์ “ท่องยุทธภพ” โดย “ขุนน้ำหมึก” จากหนังสือพิมพ์คมชัดลึกฉบับวันที่ 25 ต.ค. 62

*****************************

เลือกตั้ง 24 มีนาคม 2562 นักการเมืองค่าย “สะสมทรัพย์” ในสีเสื้อพรรคชาติไทยพัฒนา รอดมาหนึ่งเดียวคือที่เขต 2 “เสี่ยโหน่ง” พาณุวัฒณ์ สะสมทรัพย์ ลูกชายของ “เสี่ยอ้อน” ไชยา สะสมทรัพย์

ส่วนเจ้าพ่อบางเลน-ก่อเกียรติ สิริยะเสถียร เขต 3, “เสี่ยหมวย” อนุชา สะสมทรัพย์ เขต 4 และ “เสี่ยเตี้ย” เผดิมชัย สะสมทรัพย์ เขต 5 พ่ายยับ

ฉะนั้นการเลือกตั้งซ่อม ส.ส.เขต 5 นครปฐม จึงเป็นโอกาสให้ตระกูล “สะสมทรัพย์” ได้มีโอกาสล้างตาคู่ปรับเก่าอย่างพรรคอนาคตใหม่

พรรคสะสมทรัพย์

คงทราบแล้วว่าผลการเลือกตั้งซ่อมเขต 5 นครปฐม (13 ตำบลของ อ.สามพราน) เผดิมชัย สะสมทรัพย์” ได้รับชัยชนะด้วยคะแนน 3.7 หมื่นคะแนน จากเดิม 1.2 หมื่นคะแนน

เผดิมชัย ขอบคุณคนสามพราน

ศึกสามพรานหนที่สอง “เผดิมชัย” เดินลงสนามในพรรคชาติไทยพัฒนาก็จริง เมื่อเข้าสู่สมรภูมิกลับเคลื่อนไหวในนาม “พรรคสะสมทรัพย์” และขอให้แกนนำพรรคชาติไทยพัฒนา ไม่ต้องเข้ามาหาเสียงในนครปฐม

เผดิมชัยวางกลยุทธ์ประหนึ่งเลือกตั้งท้องถิ่นทำให้เป็นเรื่องของ “ตัวบุคคล” ขายความเป็น “สะสมทรัพย์” ที่ดูแลคนสามพรานมายาวนาน ไม่ใช่การต่อสู้ระหว่างพรรครัฐบาลกับฝ่ายค้าน

การไม่ลงสนามของ “ระวัง เนตรโพธิ์แก้ว” อดีต ส.ส.นครปฐม พรรคพลังประชารัฐ ก็เอื้อต่อกลยุทธ์ของบ้านใหญ่สะสมทรัพย์

อีกด้านหนึ่ง เผดิมชัยสรุปบทเรียน เพราะโตมาจากการเมืองอะนาล็อก เมื่อเจอการเมืองดิจิทัลก็ปรับตัวไม่ทัน ดังนั้นหาเสียงเลือกตั้งซ่อม เผดิมชัยตั้งทีมงานสื่อดิจิทัลหาเสียงขึ้นมาโดยเฉพาะ

บวกกับลูกอ้อนขอเป็นหนึ่งในใจชาวบ้าน ไม่มีตั้งเวทีปราศรัย เน้นการลงพื้นที่เคาะประตูบ้านและใช้ทีมงานเดินเกมลึก “เจาะ” ทุกหมู่บ้านใน 13 ตำบล

บ้านใหญ่สะสมทรัพย์ จึงได้มาอีก เสียง รวมเป็น เสียงคือ ลุงเตี้ยกับหลานโหน่ง

เหลิงและหลงในชัยชนะ

เลือกตั้ง 24 ตุลาคม 2562 เกิด “สึนามิการเมือง” ในกรุงเทพฯ จึงทะลักไปถึง อ.สามพราน และนักการเมืองหญิงโนเนม คว่ำอดีต ส.ส.ค่ายบ้านใหญ่นครปฐมแบบเหลือเชื่ิอ

เมื่อมีเลือกตั้งซ่อม เขต 5 พรรคอนาคตใหม่ กลับวิเคราะห์สถานการณ์ไม่ต่างจากเลือกตั้ง 24 มีนาคม ยังคิดเก่า ทำเก่า จึงชูแคมเปญ “1 เสียงสามพราน ล้มรัฐบาลประยุทธ์” หรือ ทนลุงไม่ไหว เลือกอนาคตใหม่”

อนาคตใหม่หาเสียงเต็มรูปแบบ

ด้วยเหตุนี้บรรดาส.ส.ค่ายสีส้มที่แห่ไปหาเสียงในสามพราน จึงปราศรัยดุดัน เกรี้ยวกราด วนอยู่กับวาทกรรมไล่เผด็จการทหาร แต่อีกฝ่ายหนึ่งมาบทพระเอกลิเก อ้อนแฟนๆ ขอหนึ่งเสียงเพื่อมาดูแลกันเหมือนเก่า

โปรดสังเกตป้ายหาเสียง “ทนลุงไม่ไหว”

ประการสำคัญตอนเลือกตั้ง 24 มีนาคม สนามนครปฐม พรรคเพื่อไทยส่งพรรคไทยรักษาชาติลงแทน แต่พรรคสาขา 2 เกิดอุบัติเหตุถูกยุบ คนเสื้อแดงอ้อมใหญ่-สามพราน จึงเลือกอนาคตใหม่

ก่อนวันเลือกตั้งซ่อม 23 ตุลาคม การโหวตไม่เห็นด้วย พ.ร.ก.โอนกำลังพลฯ ก่อปฏิกิริยา “พลพรรคส้มหวาน” เหยียดหยันพรรคเพื่อไทยว่า “สู้ไป กราบไป” ตามมาด้วย ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ พูดพาดพิง “นายใหญ่ดูไบ”

คนเสื้อแดงพันธุ์แท้จำนวนไม่น้อยจึงสั่งสอนอนาคตใหม่ไม่ไปใช้สิทธิ์เลือกตั้ง มินับ “เอฟซีใจถึงพึ่งได้” ของ “วัน อยู่บำรุง” ที่หันไปเลือก “ลุงเตี้ย” แทน

ทุ่มมากหวังสูง

ศึกสามพรานหนนี้ “ธนาธร-ปิยบุตร” ส่งไป ชัยธวัช ตุลาทน” รองเลขาธิการพรรคไปดูแล และแต่งตั้งคนเดือนตุลา อำนาจ สถาวรฤทธิ์” เป็นผู้อำนวยการศูนย์เลือกตั้งซ่อม

บังเอิญ ป๋วย” ไพรัฏฐโชติก์ จันทรขจร ผู้สมัคร ส.ส.เขต 5 ก็เป็น “คนรุ่น 6 ตุลา” เลยทำให้บรรยากาศการหาเสียงจึงอบอวลไปด้วยภาษา “ซ้ายเก่า”

“อำนาจ” เคยเป็นผู้อำนวยการเลือกตั้งซ่อมเขต 3 นครปฐม พรรคไทยรักไทย เมื่อปี 2545 จึงได้นำเอาบทเรียนการหาเสียงแบบไทยรักไทยมาใช้

แกนนำอนาคตใหม่วาดหวังไว้สูง ตั้งเป้าเอาชนะและโกยแต้มถึง 5-6 หมื่นคะแนน หวังตบหน้าเผด็จการ เลยส่งกองทัพสีส้มลุยหาเสียง เปิดปราศรัยใหญ่ถึง ครั้ง และส่ง ส.ส. 60 คน ไปเฝ้าหน่วยเลือกตั้ง

ต่างจากเลือกตั้ง 24 มีนาคม อนาคตใหม่ เขต 5 ไม่มีป้าย ไม่มีรถแห่ “จุมพิตา จันทรขจร” ภรรยาของป๋วย เดินแจกแผ่นพับไม่กี่วัน แต่ได้สึนามิการเมืองมาช่วยอุ้มได้เป็น ส.ส.

ธนาธร-ปิยบุตร” เชื่อมั่นในพลังดิจิทัล แต่หาเสียงเลือกตั้งซ่อมแบบอะนาล็อก เมื่อไร้กระแสสึนามิ จึงพ่ายบ้านใหญ่สะสมทรัพย์

ยื่นอุทธรณ์คำพิพากษาไม่ทัน…ไม่อาจขอให้ศาลขยายเวลาได้ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/395229?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=scoop

ยื่นอุทธรณ์คำพิพากษาไม่ทัน…ไม่อาจขอให้ศาลขยายเวลาได้

25 ตุลาคม 2562 – 09:16 น.
เรื่องน่ารู้วันนี้กับคดีปกครอง,ยื่นอุทธรณ์คำพิพากษาไม่ทัน
เปิดอ่าน 1,301 ครั้ง

ยื่นอุทธรณ์คำพิพากษาไม่ทัน…ไม่อาจขอให้ศาลขยายเวลาได้ คอลัมน์…  เรื่องน่ารู้วันนี้…กับคดีปกครอง  โดย… นายปกครอง

พูดถึงการขึ้นโรงขึ้นศาล…ไม่ว่าจะเป็นในฐานะผู้ฟ้องหรือแม้กระทั่งเป็นผู้ถูกฟ้องก็ตาม คนทั่วไปจะคิดว่าเป็นเรื่องที่น่าจะมีความยุ่งยากและมีค่าใช้จ่ายสูง แต่สำหรับคดีปกครองแล้ว ไม่ยุ่งยากอย่างที่คิด

เพราะการฟ้องคดีปกครองไม่มีแบบขอคำฟ้องกำหนดไว้เฉพาะ เพียงแต่ต้องทำเป็นหนังสือ ใช้ถ้อยคำสุภาพ โดยต้องระบุชื่อ ที่อยู่ของผู้ฟ้องคดีและผู้ถูกฟ้องคดี ข้อเท็จจริงหรือพฤติการณ์เกี่ยวกับการกระทำที่เป็นเหตุแห่งการฟ้องคดี คำขอและลายมือชื่อผู้ฟ้องคดี โดยแนบพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้องเท่าที่มีไปพร้อมคำฟ้องด้วย ซึ่งปัจจุบันยังสามารถยื่นฟ้องออนไลน์ทางระบบงานคดีปกครองอิเล็กทรอนิกส์ได้ด้วย

นอกจากนี้การฟ้องคดีปกครองไม่ได้บังคับให้ต้องมีทนายความ และการฟ้องคดีก็ไม่มีค่าธรรมเนียมศาล ยกเว้นคดีที่มีการเรียกร้องให้ชดใช้เงินครับ

สำหรับลักษณะคดีปกครองเป็นที่ทราบกันดีว่าคือข้อพิพาทระหว่างหน่วยงานทางปกครองหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐกับประชาชน หรือข้อพิพาทระหว่างหน่วยงานทางปกครองหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐด้วยกันเอง อันเกิดจากการใช้อำนาจทางปกครอง ไม่ว่าจะเป็นคดีพิพาทเกี่ยวกับการออกกฎหรือคำสั่งเกี่ยวกับการที่เจ้าหน้าที่ของรัฐละเลยหรือล่าช้าต่อหน้าที่ตามที่กฎหมายกำหนดให้ต้องปฏิบัติ การกระทำละเมิดหรือความรับผิดอย่างอื่นของหน่วยงานทางปกครอง คดีพิพาทเกี่ยวกับสัญญาทางปกครอง รวมทั้งคดีพิพาทเกี่ยวกับเรื่องที่มีกฎหมายกำหนดให้อยู่ในเขตอำนาจของศาลปกครอง เป็นต้น

เรื่องน่ารู้วันนี้…กับคดีปกครอง เป็นเรื่องที่เป็นประโยชน์สำหรับผู้ที่ยื่นฟ้องคดีต่อศาลรวมทั้งคู่กรณีในคดี ในกรณีที่ศาลปกครองชั้นต้นได้มีคำพิพากษาตัดสินคดีแล้ว หากผู้ฟ้องคดีหรือผู้ถูกฟ้องคดีไม่เห็นด้วยกับผลการตัดสินซึ่งจะต้องยื่นอุทธรณ์คำพิพากษาเพื่อให้ศาลปกครองสูงสุดพิจารณาทบทวน โดยมีกฎหมายกำหนดระยะเวลาในการยื่นอุทธรณ์ไว้ คือมาตรา 73 วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ.2542

กำหนดให้การคัดค้านคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลปกครองชั้นต้น ให้ยื่นอุทธรณ์ต่อศาลปกครองชั้นต้นที่มีคำพิพากษาหรือคำสั่งภายในกำหนด 30 วัน นับแต่วันที่ได้มีคำพิพากษาหรือคำสั่ง ถ้ามิได้ยื่นอุทธรณ์ตามกำหนดเวลาดังกล่าวให้ถือว่าคดีนั้นเป็นอันถึงที่สุด

จึงมีประเด็นปัญหาที่น่าสนใจว่า…ในกรณีที่คู่กรณียื่นอุทธรณ์ไม่ทันภายในระยะเวลาดังกล่าวจะสามารถยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลาอุทธรณ์คำพิพากษาต่อศาล และศาลมีอำนาจขยายระยะเวลายื่นอุทธรณ์คำพิพากษาดังกล่าวได้หรือไม่?

โดยคดีที่จะเล่าต่อไปนี้เป็นกรณีที่ผู้ฟ้องคดียื่นอุทธรณ์คำพิพากษาไม่ทัน จึงยื่นขอขยายระยะเวลาอุทธรณ์ ซึ่งศาลปกครองสูงสุดพิจารณาว่า แม้ข้อ 6 แห่งระเบียบของที่ประชุมใหญ่ตุลาการในศาลปกครองสูงสุด ว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ.2543 จะกำหนดว่าระยะเวลาตามที่กำหนดไว้ในระเบียบนี้ หรือตามที่ศาลกำหนด เมื่อศาลเห็นสมควรหรือเมื่อคู่กรณีมีคำขอ ศาลมีอำนาจย่นหรือขยายได้ตามความจำเป็นเพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรมก็ตาม แต่เป็นบทบัญญัติที่ให้อำนาจศาลย่นหรือขยายระยะเวลาเพียงเฉพาะระยะเวลาที่กำหนดไว้ในระเบียบของที่ประชุมใหญ่ตุลาการในศาลปกครองสูงสุดว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ.2543 หรือเฉพาะแต่ระยะเวลาตามที่ศาลได้กำหนดไว้เท่านั้น ไม่รวมถึงระยะเวลาที่กำหนดไว้ในพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ.2542 แต่อย่างใด

ดังนั้นระยะเวลายื่นอุทธรณ์คำพิพากษาซึ่งเป็นระยะเวลาตามที่กำหนดไว้ในมาตรา 73 วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ.2542 จึงมิใช่ระยะเวลาตามที่ระเบียบของที่ประชุมใหญ่ตุลาการในศาลปกครองสูงสุด ว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ.2543 กำหนด หรือระยะเวลาที่ศาลได้กำหนดขึ้น ศาลจึงไม่อาจที่จะขยายระยะเวลาตามคำขอของผู้ฟ้องคดีได้ จึงมีคำสั่งไม่รับคำขอขยายระยะเวลายื่นคำอุทธรณ์ไว้พิจารณา (คำสั่งศาลปกครองสูงสุดที่ คร.127/2562)

คดีนี้จึงเป็นประโยชน์สำหรับคู่กรณีในคดีปกครอง ที่หากไม่เห็นด้วยกับคำพิพากษาของศาลปกครองชั้นต้น จะต้องรีบยื่นอุทธรณ์ให้ทันภายในระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด คือภายในกำหนด 30 วัน นับแต่วันที่ได้มีคำพิพากษาหรือคำสั่ง หากพ้นระยะเวลาดังกล่าวแล้วก็จะถือว่าคดีถึงที่สุดทันทีโดยไม่อาจขอขยายเวลาอุทธรณ์ได้ ทั้งนี้เนื่องจากเป็นระยะเวลาที่กำหนดไว้ในพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ.2542 และไม่มีบทบัญญัติใดกำหนดให้ศาลมีอำนาจย่นหรือขยายระยะเวลาการยื่นอุทธรณ์คัดค้านคำพิพากษาได้

สำหรับระยะเวลาที่ระเบียบที่ประชุมใหญ่ตุลาการในศาลปกครองสูงสุดกำหนดให้อำนาจศาลย่นหรือขยายระยะเวลาได้ ท่านผู้อ่านคงจะมีความสงสัยว่ามีกรณีใดบ้าง เช่น ระยะเวลา… ยื่นคำคู่ความ การอุทธรณ์คำสั่งไม่รับคำฟ้องไว้พิจารณา คำสั่งจำหน่ายคดีออกจากสารบบความโดยไม่มีการวินิจฉัยชี้ขาดคดี เป็นต้น

          (ปรึกษาคดีปกครองได้ที่สายด่วนศาลปกครอง 1355 และสืบค้นเรื่องอื่นๆ ได้จาก http://www.admincourt.go.th เมนูวิชาการ เมนูย่อยอุทาหรณ์จากคดีปกครอง)