เลือกตั้ง อบจ.ตรัง วุ่น “สาธร ” แถลงอัดยับเลือกตั้งทุจริต ซื้อเสียงร้องค้านประกาศผล #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

เลือกตั้ง อบจ.ตรัง วุ่น “สาธร ” แถลงอัดยับเลือกตั้งทุจริต ซื้อเสียงร้องค้านประกาศผล (komchadluek.net)

 เลือกตั้ง อบจ.ตรัง วุ่น “สาธร ” แถลงอัดยับเลือกตั้งทุจริต ซื้อเสียงร้องค้านประกาศผล 

 เลือกตั้ง อบจ.ตรัง วุ่น "สาธร " แถลงอัดยับเลือกตั้งทุจริต ซื้อเสียงร้องค้านประกาศผล 

23 ธันวาคม 2563 – 17:59 น.

เลือกตั้ง อบจ.ตรัง วุ่น”สาธร  วงศ์หนองเตย” น้องชาย ส.ส.สาทิตย์ วงศ์หนองเตย ซึ่งลงสมัครชิง “นายก อบจ.ตรัง ” แถลงอัดยับเลือกตั้งทุจริต ซื้อเสียง ร้องค้านประกาศผล จี้นับคะแนนใหม่ทุกหน่วย

 วันนี้ (23 ธ.ค.) ที่ทำการศูนย์การเลือกตั้งทีมตรังพัฒนาเมืองตรัง นายสาธร วงศ์หนองเตย น้องชายของ นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ส.ส.ตรัง  พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะหัวหน้าทีมตรังพัฒนาเมืองตรัง และเป็นผู้สมัครรับเลือกตั้งนายก อบจ.ตรัง หมายเลข 2  พร้อมทีมร่วมแถลงข่าวถึงผลการเลือกตั้งที่ออกมาว่า คนตรังมีความเคลือบแคลงใจในผลการเลือกตั้ง และตั้งข้อสังเกตการเลือกตั้งครั้งนี้ มีการซื้อสิทธิขายเสียงกันอย่างโจ๋งครึ่ม เย้ยกฎหมายในทุกพื้นที่ จนทำให้ จ.ตรัง เสียชื่อเสียงอย่างมาก เพราะ จ.ตรัง จังหวัดเดียวที่มีการจับกุมคนซื้อเสียงได้ พร้อมของกลางเงินที่ใช้ซื้อเสียง โพยรายชื่อ และมีการรับสารภาพว่าซื้อเสียง จึงเกิดความคลางแคลงใจของคะแนนว่าชัยชนะได้มาอย่างสุจริตหรือไม่ รวมทั้งสงสัยในขั้นตอนการทำงานของ กกต. และเจ้าหน้าที่ประจำหน่วยว่ามีความสุจริตในการนับ และรวมคะแนนหรือไม่  

นอกจากนั้นขณะทำการนับคะแนนบางหน่วยกาบัตรเบอร์ 2 แต่ขานเป็นคะแนนเบอร์  ทำให้เกิดการทักท้วงของผู้สังเกตการณ์ เจ้าหน้าที่จึงยอมนับใหม่ทั้งหมด เช่น ที่หมู่ 5 ต.บ่อหิน อ.สิเกา และมาถึงขั้นตอนการรวมผลคะแนนได้อย่างล่าช้าผิดปกติ ซึ่งในตอนแรกก็ทราบว่าคะแนนเบอร์ 2 นำ แต่อยู่ๆ ผลหน้าจอคะแนนที่นับเสร็จแล้วมาจากผู้สมัครอีกคนหนึ่ง กลายเป็นเบอร์ 2 แพ้ พอมีคนทักท้วง กกต. ตอนรายงานก็พบว่าคอมพิวเตอร์เสีย 3 เครื่อง ซึ่ง จ.ตรัง เป็น 1 ใน 4 จังหวัดจาก 77 จังหวัดทั่วประเทศที่ระบบคอมพิวเตอร์ล่ม ซึ่งเป็นการผิดสังเกต และส่อพิรุธ ทำให้เชื่อได้ว่าเป็นการเลือกตั้งที่ไม่สุจริต

 นายสาธร กล่าวอีกว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐานทั้งหมด และทำหนังสือเพื่อเตรียมจะยื่นต่อ กกต.เพิ่มเติมภายใน 30 วัน นับจากวันเลือกตั้ง ส่วนที่ร้องเดิมคือร้องคัดค้านการประกาศผลการเลือกตั้ง และขอให้ กกต.นับคะแนนใหม่ทั้งจังหวัด สำหรับหลักฐานที่จับกุมได้กรณีการซื้อเสียงจะสามารถเอาผิดไปถึงผู้สมัครนายก อบจ.ได้หรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับการทำสำนวนของเจ้าหน้าที่ และทราบว่าผู้สมัครนายก อบจ.เบอร์ 3 ก็เข้าร้องเรียน กกต.ให้ทำการสอบสวนใหม่ ให้เอาผิดไปถึงผู้สมัครนายก อบจ.

 เลือกตั้ง อบจ.ตรัง วุ่น "สาธร " แถลงอัดยับเลือกตั้งทุจริต ซื้อเสียงร้องค้านประกาศผล 

                                                     นายสาวุฒิ วงศ์หนองเตย 

ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 21 ธ.ค. ที่บริเวณหน้าศาลากลางจังหวัดตรัง ซึ่งเป็นจุดประกาศผลเลือกตั้งนายกฯ และสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดตรัง ได้มีนายสาวุฒิ วงศ์หนองเตย น้องชายของนายสาธร วงศ์หนองเตย  ซึ่งเป็นผู้สมัครรับเลือกตั้งนายกอบจ.ตรัง หมายเลข 2  ได้ขึ้นปราศรัยท้ายรถกระบะ เพื่อตั้งคำถามกับ กกต.อบจ.ตรัง ในหลายประเด็นข้อสงสัย โดยมีประชาชน และเจ้าหน้าที่ร่วมรับฟังนับ 100 คน

ทั้งนี้ นายสาวุฒิ วงศ์หนองเตย ให้สัมภาษณ์แก่ผู้สื่อข่าวว่า การเลือกตั้ง อบจ.ครั้งนี้ เป็นการเมืองสุดขั้วตามที่คอการเมืองได้ติดตามมาโดยตลอด มีการประกาศผลคะแนนล่าช้า โดยเฉพาะที่ อ.วังวิเศษ
“การเลือกตั้ง อบจ. ตรัง ในครั้งนี้มีการจับกุมผู้กระทำความผิดในการทุจริตการเลือกตั้ง 2 ราย ซึ่งอ้างว่าเกี่ยวโยงกับทีมกิจปวงชนด้วย ยิ่งทำให้ชาวตรังทั้งหมดเกิดความรู้สึกไม่สบายใจต่อการเลือกตั้งครั้งนี้ จึงอยากจะเรียกร้องในเรื่องของการจับกุมผู้ต้องหา และพยานหลักฐาน เรื่องทุจริตเลือกตั้งว่าดำเนินไปอย่างไรแค่ไหน เพราะคอการเมืองในจังหวัดตรังยังสงสัยอยู่อีกเป็นจำนวนมาก ดังนั้นทีมของสาธร วงศ์หนองเตย จะมีการร้องเรียนให้ระงับการประกาศผลคะแนนเลือกตั้งในครั้งนี้” นายสาวุฒิ วงศ์หนองเตย กล่าว

 สำหรับทีมกิจปวงชนที่ลงแข่งขันเลือกตั้ง อบจ.จังหวัดตรังในครั้งนี้   มีนายบุ่นเล้ง โล่สถาพรพิพิธ หัวหน้าทีมกิจปวงชน ลงสมัครรับเลือกตั้งนายก อบจ. หมายเลข1  และมีนายกิจ หลีกภัย อดีตนายก
อบจ.ตรัง พี่ชายนายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา สนับสนุน  และ ผลคะแนนเลือกตั้งที่ออกมา นายบุ่นเล้ง   ได้คะแนนมาเป็นลำดับที่หนึ่ง ได้ 162,419 คะแนน  ขณะที่นายสาธร
วงศ์หนองเตย ผู้สมัครรับเลือกตั้งนายก อบจ. ตรัง หมายเลข 2  ได้คะแนนมาเป็นลำดับสอง ได้ 116.366 คะแนน

“อนุทิน” ยืนยัน หน้ากากอนามัย N95 ชุดPPE ยา เวชภัณฑ์ เพียงพอ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

“อนุทิน” ยืนยัน หน้ากากอนามัย N95 ชุดPPE ยา เวชภัณฑ์ เพียงพอ (komchadluek.net)

“อนุทิน” ยืนยัน หน้ากากอนามัย N95 ชุดPPE ยา เวชภัณฑ์ เพียงพอ

"อนุทิน" ยืนยัน หน้ากากอนามัย N95 ชุดPPE ยา เวชภัณฑ์ เพียงพอ

23 ธันวาคม 2563 – 15:47 น.

รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ยืนยันกระทรวงสาธารณสุข จัดเตรียมหน้ากากอนามัย N95 ชุด PPE. สำหรับป้องกันบุคลากรทางแพทย์และอสม.ปฏิบัติงาน รวมทั้งยาและเวชภัณฑ์ รักษาผู้ป่วยโควิด 19 เพียงพอ

วันนี้ 23 ธันวาคม 2563  ที่กระทรวงสาธารณสุข จ.นนทบุรี นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ว่า กระทรวงสาธารณสุข ได้ส่งอุปกรณ์ป้องกัน เวชภัณฑ์สำหรับบุคลากรทางแพทย์และอสม.ลงพื้นที่ปฏิบัติงานป้องกันควบคุมโรคโควิด-19 โดยสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเป็นผู้แจกจ่าย สำหรับการกระจายเวชภัณฑ์ต่างๆ ยืนยันว่าไม่ขาดแคลนแน่นอน ในระยะเวลาเกือบปีที่ผ่านมา 

กระทรวงสาธารณสุขได้สำรองเวชภัณฑ์ ทั้งหน้ากากอนามัยมีถึง 50 ล้านชิ้น หน้ากาก N95 ประมาณ 5 ล้านชิ้น และยารักษาผู้ป่วยโรคโควิด 19 มีเพียงพอรองรับผู้ป่วยแน่นอน ในส่วนของเตียงและโรงพยาบาลที่จะใช้ในการดูแลรักษา ได้เตรียมการจัดระบบรับและส่งต่อตามระดับความรุนแรงของอาการป่วย รวมทั้งประสานส่งต่อโรงพยาบาลสังกัดอื่น ๆ สำหรับการจัดตั้งโรงพยาบาลสนามมอบหมายให้ปลัดกระทรวงสาธารณสุขดำเนินการ ติดตามกำกับ เบื้องต้นเตรียมไว้ 100 เตียง โดยผู้ที่รับผิดชอบมีประสบการณ์ในการจัดตั้งโรงพยาบาลสนามที่เคยทำมาแล้ว เช่น จ.เชียงใหม่ จ.ภูเก็ต และอำเภอสะเดา จ.สงขลา สามารถจัดตั้งโรงพยาบาลสนามได้ในระยะเวลารวดเร็ว ขอให้ความมั่นใจ

สำหรับการดูแลแรงงานต่างด้าวในตลาดกลางกุ้งนั้น ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาครได้ออกประกาศจังหวัด ห้ามมีการเคลื่อนย้ายแรงงานต่างด้าวหรือเข้าออกจากจังหวัด ให้แรงงานดังกล่าวยังคงอยู่ในหอพักเดิมที่เคยอาศัยอยู่ 

ได้นำกำลังเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง ฝ่ายความมั่นคง ตำรวจ ทหาร อส. เข้าไปควบคุมพื้นที่ ส่วนกระทรวงสาธารณสุขจะทำการคัดกรองค้นหาผู้ติดเชื้อ เพราะส่วนใหญ่เป็นผู้ติดเชื้อไม่มีอาการ เมื่อไม่มีอาการภายใน 5 -7 วัน ร่างกายจะค่อยๆ สร้างภูมิคุ้มกันโรค สำหรับผู้ที่ติดเชื้อมีอาการจะนำตัวออกมารักษาที่โรงพยาบาล แต่หากเจ็บป่วยเล็กน้อยก็สามารถรักษาที่ รพ.สนาม ที่จัดตั้งไว้ 

“ขอประชาชนมั่นใจว่าทางกระทรวงสาธารณสุขได้ดำเนินการอย่างรัดกุม เพื่อความปลอดภัยทั้งเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานบุคลากรทางการแพทย์ อสม. อสต. ที่ลงพื้นที่ให้คำแนะนำคนในชุมชน และประชาชน รวมทั้งผู้ติดเชื้อทุกคนจะได้รับการดูแลรักษาอย่างเต็มที่” นายอนุทินกล่าว

"อนุทิน" ยืนยัน หน้ากากอนามัย N95 ชุดPPE ยา เวชภัณฑ์ เพียงพอ

“เสรีพิศุทธ์” เตรียมส่ง ศาล รธน.สอย “สิระ” ขาดคุณสมบัติ ส.ส. #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

“เสรีพิศุทธ์”เตรียมส่ง ศาล รธน.สอย “สิระ” ขาดคุณสมบัติ ส.ส. (komchadluek.net)

“เสรีพิศุทธ์”เตรียมส่ง ศาล รธน.สอย “สิระ” ขาดคุณสมบัติ ส.ส. 

"เสรีพิศุทธ์"เตรียมส่ง ศาล รธน.สอย "สิระ" ขาดคุณสมบัติ ส.ส. 

23 ธันวาคม 2563 – 15:38 น.

“เสรีพิศุทธ์” เตรียมส่งเรื่องให้ประธานสภาฯ ส่งศาล รธน.วินิจฉัย “สิระ” ขาดคุณสมบัติสมัคร ส.ส. ต้องคำพิพากษาเกี่ยวกับทรัพย์ ด้าน “สิระ” ลั่น ” เสรีพิศุทธ์”พร้อมพวก เตรียมรอรับหมายศาลฐานหมิ่นประมาท

พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย กล่าวถึง การส่งคำร้องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่า สมาชิกภาพ ของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ของนายสิระ เจนจาคะ สิ้นสุดลงหรือไม่และขอให้ศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งให้ผู้ถูกร้อง หยุดปฎิบัติหน้าที่จนกว่าศาลรัฐธรรมนูญจะมีคำวินิจฉัย จากกรณีเรื่องคุณสมบัติของผู้สมัคร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.)ของผู้ถูกร้องว่า เมื่อมีผู้ร้องเรียนเข้ามา ตนให้ฐานะประธานกรรมาธิการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤษมิชอบก็ทำการสอบสวนและตรวจสอบข้อเท็จจริง ซึ่งพบว่ามีคำพิพากษาใน 4 คดี นอกจากนี้มีคำพิพากษาอื่นอีกแต่มีการยกฟ้อง และสั่งไม่ฟ้อง ซึ่งคดีทั้งหมดเกิน10 ปี โดยในรัฐธรรมนูญ ระบุว่าคุณสมบัติผู้สมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.หากเคยได้รับโทษจำคุกต้องเกิน10ปีขึ้นไป ถือว่าสามารถสมัครเป็นส.ส.ได้ และถ้าหากเคยต้องคำพิพากษาเกี่ยวกับทรัพย์ จะสามารถสมัครส.ส.ไม่ได้ ซึ่งในส่วนของนายสิระนั้น มีคำพิพากษาหนึ่งที่เกี่ยวกับทรัพย์ 

ดังนั้น พรรคเสรีรวมไทยจะยื่นต่อประธานสภาให้ส่งศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้ นายสิระหยุดปฏิบัติหน้าที่ และถอดถอนออกจากการเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร รวมทั้งส่งเรื่องไปยังศาลฎีกา แผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองด้วย และถ้าหากมีความผิดก็ต้องชดใช้ค่าเสียหายจากการเลือกตั้ง และคืนเงินเดือนที่ได้รับจากการเป็น ส.ส.ทั้งหมด 

“สิระ”ขู่ “เสรีพิศุทธ์”พร้อมพวก เตรียมรอรับหมายศาลฐานหมิ่นประมาท 

นายสิระ เจนจาคะ ส.ส.กทม.พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.)ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส ส.ส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย  ยื่นตรวจสอบคุณสมบัติผู้สมัคร ส.ส.ในคดีฉ้อโกงเมื่อ 25 ปีที่แล้วว่า โดยกล่าวเพียงสั้นๆ  ว่า “ขอให้ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ และผู้ร่วมแถลงข่าวทุกคน รอรับหมายศาลฐานหมิ่นประมาท” 

สภาฯตรวจเข้มโควิด ส.ส. ติงรัฐบาลละเลย แรงงานต่างด้าวทำปัญหาบานปลาย #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

สภาฯตรวจเข้มโควิด ส.ส. ติงรัฐบาลละเลย แรงงานต่างด้าวทำปัญหาบานปลาย (komchadluek.net)

สภาฯตรวจเข้มโควิด ส.ส. ติงรัฐบาลละเลย แรงงานต่างด้าวทำปัญหาบานปลาย

สภาฯตรวจเข้มโควิด ส.ส. ติงรัฐบาลละเลย แรงงานต่างด้าวทำปัญหาบานปลาย

23 ธันวาคม 2563 – 15:36 น.

สภาฯตรวจเข้มโควิด ส.ส. ติงรัฐบาลละเลย แรงงานต่างด้าวทำปัญหาบานปลาย

23 ธ.ค.63 การประชุมสภาผู้แทนราษฎรในวันนี้ที่ประชุมเปิดโอกาสให้สมาชิกได้หารือถึงปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน  ซึ่งส่วนใหญ่เรียกร้องให้รัฐบาลและหน่วยงานเร่งแก้ไขปัญหาการการแพร่ระบาดโรคโควิด-19 ระลอกใหม่ ที่เกิดจากกลุ่มแรงงานต่างด้าว

ซึ่ง นายสุชาติ อุตสาหะ ส.ส. เพชรบุรี พรรคพลังประชารัฐ ขอให้รัฐมนตรีว่ากาการกระทรวงมหาดไทย กำชับไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดเข้มงวดมาตรการป้องกันโควิด-19 เพราะพบว่ามีแรงงานต่างด้าวจำนวนหนึ่งทำงานอยู่ในจังหวัดเพชรบุรี แต่จนถึงขณะนี้จังหวัดยังไม่มีมาตรการที่ชัดเจนทำให้ผู้ปนระกอบการการท่องเที่ยวมีความกังวลอย่างมาก เริ่มมีการยกเลิกการจองโรงแรมมากขึ้น

ขณะที่ นายวัน อยู่บำรุง ส.ส. กรุงเทพมหานคร พรรคเพื่อไทย  ตั้งคำถามไปยังหน่วยงานของรัฐ กรณีมีปัญหาแรงงานต่างด้าวลักลอบเข้ามาในประเทศจนเกิดการแพร่ระบาด ระลอกใหม่ว่าเป็นเพราะเจ้าหน้าที่ของรัฐตามตะเข็บชายแดน ปล่อยละเลยให้แรงงานต่างด้าวหลบหนีเข้าเมืองมาหรือไม่และมีมาตรการตรวจหาเชื้อจากผู้เข้ามเองบางหรือไม่   และหากมีคนผิด จะมีการแสดงความรับผิดชอบอย่างไร    นอกจากนี้ยังขอให้ประธานสภาฯสั่งการไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดำเนินการตั้งจุดคัดกรอง เป็นการเร่งด่วน เพื่อตรวจหาเชื้อโควิด-19 และพ่นยาฆ่าเชื้อในพื้นที่ โดยเฉพาะในตลาดในเขตบางบอนที่มีแรงงานต่างด้าวมาจับจ่ายใช้สอยจำนวนมาก  เนื่องจากประชาชนในพื้นที่มีความวิตกกังวลอย่างมากเพราะเป็นเขตรอยต่อระหว่าง กรุงเทพมหานคร กับ  จ.สมุทรสาคร

ด้านนายสุเทพ หนูอ้น ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล เรียกร้องให้กระทรวงสาธารณสุข ดำเนินการตรวจหาเชื้อโควิด-19 อย่างทั่วถึง เพราะมีรายงานว่ามีการตรวจหาเชื้อเฉพาะแรงงานที่ถูกต้องตามกฎหมายเท่านั้น ทำให้แรงงานอื่นๆไม่กล้าแสดงตัวออกมาตรวจเพราะเกรงกลัวการดำเนินการของเจ้าหน้าที่ จึงขอให้ กระทรวงสาธารณสุข บูรณาการร่วมกับ กระทรวงแรงงาน นำแรงงานผิดกฎหมายมาตรวจหาเชื้อโควิด-19  และให้โอกาสนี้ดำเนินการให้แรงงานกลุ่มดังกล่าวให้เป็นแรงงานที่ถูกกฎหมายต่อไป พร้อมขอให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ดำเนินการอย่างจริงจังกับ ผู้ลักลอบนำแรงงานผิดกฎหมายเข้าประเทศ และการขนย้ายแรงงานออกนอกพื้นที่โดยไม่มีมาตรการควบคุม ถือเป็นการทำงานที่หละหลวมของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่ไม่มีการตั้งด่านสกัดเพียงพอจึงขอให้เร่งดำเนินการเพื่อสร้างความมั่นใจให้กับพี่น้องประชาชน รวมถึง แรงงานต่างด้าวเอง

อย่างไรก็ตามบรรยากาศที่อาคารรัฐสภา เช้าวันนี้เจ้าหน้าที่มีการควบคุมการเข้าออกอาคารรัฐสภาอย่างเข้มงวด ให้บุคลากรเข้าออกทางประตูหลักเท่านั้น เพื่อผ่านการคัดกรองตรวจวัดอุณหภูมิ ส่วนในห้องประชุมสภาฯ บรรดาสมาชิก ส.ส. ให้ความร่วมมือสวมหน้ากากอนามัย และหน้ากากผ้ากันอย่างพร้อมเพรียงมีการนั่งเว้นเก้าอี้ตามมาตรการรักษาระยะห่าง  ขณะที่แรงงานต่างด้าวที่มาก่อสร้างรัฐสภา ส่วนใหญ่มีการสวมหน้ากาก และปฏิบัติงานอยู่ภายนอกอาคาร แต่มีบางส่วนที่ไม่ได้ดำเนินการสวมหน้ากากตามมาตรการ ซึ่งเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรได้กำชับให้ ให้ บริษัทผู้รับเหมาดำเนินการควบคุมอย่างเข้มงวดต่อไป 

วุฒิสภา เคาะส่ง “ครูหยุย-ฉวีรัตน์” นั่งกรรมการสมานฉันท์ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

วุฒิสภา เคาะส่ง “ครูหยุย-ฉวีรัตน์” นั่งกรรมการสมานฉันท์ (komchadluek.net)

วุฒิสภา เคาะส่ง “ครูหยุย-ฉวีรัตน์” นั่งกรรมการสมานฉันท์

วุฒิสภา เคาะส่ง "ครูหยุย-ฉวีรัตน์" นั่งกรรมการสมานฉันท์

23 ธันวาคม 2563 – 15:25 น.

วิปวุฒิสภา” เคาะแล้ว ส่ง “วัลลภ ตังคณานุรักษ์-ฉวีรัตน์ เกษตรสุนทร” นั่งคณะกรรมการสมานฉันท์ สัดส่วน ส.ว. ตามที่ “พรเพชร วิชิตชลชัย” นำเสนอ

เมื่อวันที่ 23 ธ.ค.2563 นายคำนูณ สิทธิสมาน สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะโฆษกคณะกรรมาธิการกิจการวุฒิสภา (วิปวุฒิสภา) แถลงว่าในการประชุมวันนี้ ที่ประชุมได้มีมติรับทราบรายชื่อผู้แทนวุฒิสภาที่จะเข้าร่วมในคณะกรรมการสมานฉันท์จำนวน 2 คน คือ นายวัลลภ ตังคณานุรักษ์ และนางฉวีรัตน์ เกษตรสุนทร ทั้งนี้ตามที่นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานวุฒิสภา เป็นผู้นำเสนอ

“วัชระ” เชิญประชาชนร่วมปกป้องผลประโยชน์ชาติ ลงชื่อคัดค้านขยายเวลาสร้างรัฐสภาครั้งที่ 5 #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

“วัชระ” เชิญประชาชนร่วมปกป้องผลประโยชน์ชาติ ลงชื่อคัดค้านขยายเวลาสร้างรัฐสภาครั้งที่ 5 (komchadluek.net)

“วัชระ” เชิญประชาชนร่วมปกป้องผลประโยชน์ชาติ ลงชื่อคัดค้านขยายเวลาสร้างรัฐสภาครั้งที่ 5

"วัชระ" เชิญประชาชนร่วมปกป้องผลประโยชน์ชาติ ลงชื่อคัดค้านขยายเวลาสร้างรัฐสภาครั้งที่ 5

23 ธันวาคม 2563 – 15:10 น.

“วัชระ” เชิญประชาชนร่วมปกป้องผลประโยชน์ชาติ ลงชื่อคัดค้านขยายเวลาสร้างรัฐสภาครั้งที่ 5 ได้ที่ http://bit.ly/2LXzCbH 

เมื่อวันที่ 23ธ.ค.2563 นายวัชระ เพชรทอง อดีตส.ส.ประชาธิปัตย์ กล่าวว่า เมื่อวานนี้ได้มีการประชุมคณะกรรมการตรวจการจ้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ ที่มีนายสาธิต ประเสริฐศักดิ์ ประธานคณะกรรมการตรวจการจ้าง เป็นประธานพิจารณาร่วมกับกลุ่มบริษัทผู้บริหารโครงการหรือCAMA และกลุ่มบริษัทควบคุมงานหรือATTA เรื่องการขยายเวลาการก่อสร้างอีกครั้งหลังจากที่มีการขยายเวลามาแล้วถึง 4 ครั้งเป็นเวลายาวนานถึง 1,864วัน จากสัญญาก่อสร้างเดิม 900 วันรวมเป็น 2,764 วันก็ยังไม่แล้วเสร็จ ซึ่งมีค่าปรับหากล่าช้าถึงวันละ 12 ล้านบาท สำหรับการขยายเวลาครั้งที่ 4 กำลังจะครบกำหนดในวันที่ 31 ธันวาคมนี้ ถือเป็นการสร้างความเสียหายให้กับราชการอย่างมากมายมหาศาล  

"วัชระ" เชิญประชาชนร่วมปกป้องผลประโยชน์ชาติ ลงชื่อคัดค้านขยายเวลาสร้างรัฐสภาครั้งที่ 5

นายวัชระ กล่าวว่า การหารือในที่ประชุมยังไม่มีมติว่าจะให้ขยายเวลาเป็นครั้งที่5 เป็นเวลา 133 วันอีกหรือไม่ ซึ่งนายสาธิตได้กล่าวในที่ประชุมว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นอยู่นี้มาจากคณะกรรมการตรวจการจ้างชุดเก่า จึงต้องให้ทั้งCAMAและATTAกลับไปหาเหตุผลที่ดีกว่านี้ในการขอขยายเวลา แล้วนำกลับมาพิจารณาใหม่ในวันพฤหัสบดีที่ 24 ธ.ค.นี้ ซึ่งเรื่องนี้น่าเห็นใจในการปฏิบัติหน้าที่ของนายสาธิต เพราะสำนักกฎหมาย สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรได้ทำหนังสือลงวันที่ 15 ธันวาคม 2563 ถึงนายสาธิตว่า ไม่เห็นด้วยกับการขยายเวลาครั้งนี้ทั้งด้านข้อกฎหมายและข้อเท็จจริงอย่างหนักแน่น อีกทั้งกลุ่มบริษัทATTA ยังเคยไม่เห็นชอบกับการขยายเวลาก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่มาตั้งแต่ครั้งที่ 4แล้ว  หากคณะกรรมการตรวจการจ้างมีมติให้ขยายเวลาแล้วเกิดความเสียหายแก่ทางราชการในอนาคต ก็อาจโดนข้อหาตามประมวลกฎหมายอาญาม.157และตามกฎหมายป.ป.ช.มีโทษถึงจำคุก ปรับและริบทรัพย์ตัวการผู้ใช้ผู้สนับสนุนและบริษัทที่เกี่ยวข้องกับการทุจริตตามกฎหมายของปปช.ได้ เพราะฉะนั้นข้าราชการจึงต้องเลือกเอาระหว่างการปฏิบัติหน้าที่ตามระเบียบกฎหมายและหลักการที่ถูกต้อง หรือตามหลักกูของกลุ่มผลประโยชน์ที่เกาะกินเงินภาษีของประชาชนโดยอาศัยข้าราชการเป็นตรายาง

"วัชระ" เชิญประชาชนร่วมปกป้องผลประโยชน์ชาติ ลงชื่อคัดค้านขยายเวลาสร้างรัฐสภาครั้งที่ 5

อย่างไรก็ตาม นายวัชระ เชื่อมั่นในความซื่อสัตย์สุจริตของนายสาธิตและเชื่อในสิ่งที่นายสาธิตพูดว่าไม่เคยรับเงินใครแม้แต่บาทเดียว แต่หากมีการอนุมัติขยายเวลาขึ้นมาจริงๆ เมื่อเรื่องนี้ถึงป.ป.ช.ทุกคนที่เห็นชอบรวมถึงบริษัทเอกชนก็จะต้องไปให้การต่อป.ป.ช.ต่อไป ทั้งนี้เพื่อให้ประชาชน นิสิต นักศึกษา สามารถเข้ามามีส่วนร่วมในการปกป้องรักษาผลประโยชน์ของชาติในเรื่องนี้ นายวัชระ ได้ขอเปิดแคมเปญ
“สุขสันต์วันปีใหม่
ร่วมใจประหยัดภาษี
“ชวนคนไทยใจดี”
ช่วยกันมีส่วนร่วม”

ลงชื่อคัดค้านการขยายเวลาก่อสร้างสภาฯครั้งที่ 5 ได้ที่ http://bit.ly/2LXzCbHก่อนวันที่ 31 ธันวาคมนี้ จากนั้นจะได้รวบรวมรายชื่อเพื่อเสนอให้กับนายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎรและนางพรพิศ เพชรเจริญ เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ต่อไป

“ชวน” คุมเข้ม ส.ส.ป้องกันโควิด #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

“ชวน”คุมเข้มส.ส.ป้องกันโควิด (komchadluek.net)

“ชวน”คุมเข้มส.ส.ป้องกันโควิด

"ชวน"คุมเข้มส.ส.ป้องกันโควิด

23 ธันวาคม 2563 – 14:26 น.

“ชวน” คุมเข้ม ส.ส. ป้องกันโควิด ชี้ เสี่ยงเพราะสัมผัสประชาชนในพื้นที่

เมื่อวันที่ 23 ธ.ค.2563 นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ได้แจ้งต่อสมาชิกในที่ประชุมถึงมาตรการเนื่องด้วยสถานการณ์โควิด-19 ระลอกใหม่ โดยเน้นย้ำให้สมาชิกทุกคนปฏิบัติตามมาตรการของรัฐสภาอย่างเคร่งครัด นำผู้ติดตามมาในรัฐสภาได้ไม่เกิน 1 คนเท่านั้น เพื่อลดความแออัดในรัฐสภา เช่นเดียวกับข้าราชการบางส่วน ทางรัฐสภาได้ลดจำนวนให้ปฏิบัติงานจากที่บ้านได้ สำหรับการประชุมกรรมาธิการก็ขอให้มีการประชุมเท่าที่จำเป็น เชิญเฉพาะบุคคลที่เกี่ยวข้องเท่านั้น เพื่อความปลอดภัยของสมาชิกเอง ส่วนตัวมองว่า ส.ส.อยู่ในกลุ่มเสี่ยงที่มีการสัมผัสกับประชาชนในพื้นที่

ดังนั้น ต้องไม่ประมาท และในวันนี้จะเป็นการประชุมสภาฯครั้งสุดท้ายในปีนี้ เพื่อเว้นช่วงในสถานการณ์ของโรคระบาด โดยจะไปชดเชยในเดือนมกราคม ปี 2564 ต่อไป ทั้งนี้ ในห้องประชุมสภาฯ บรรดาสมาชิก ส.ส. ให้ความร่วมมือสวมหน้ากากอนามัย และหน้ากากผ้ากันอย่างพร้อมเพรียงมีการนั่งเว้นเก้าอี้ตามมาตรการรักษาระยะห่าง 

อย่างไรก็ตาม บรรยากาศที่อาคารรัฐสภา เช้าวันนี้ เจ้าหน้าที่มีการควบคุมการเข้าออกอาคารรัฐสภาอย่างเข้มงวด ให้บุคลากรเข้าออกทางประตูหลักเท่านั้น เพื่อผ่านการคัดกรองตรวจวัดอุณหภูมิ ขณะที่แรงงานต่างด้าวที่มาก่อสร้างรัฐสภา ส่วนใหญ่มีการสวมหน้ากาก และปฏิบัติงานอยู่ภายนอกอาคาร แต่มีบางส่วนที่ไม่ได้ดำเนินการสวมหน้ากากตามมาตรการ ซึ่งเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรได้กำชับให้ ให้ บริษัทผู้รับเหมาดำเนินการควบคุมอย่างเข้มงวดต่อไป

“วิษณุ” ขอเวลาตรวจสอบ เจ้าหน้าที่รัฐเอี่ยวขนแรงงานเถื่อน ปมเหตุโควิดรอบใหม่ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

“วิษณุ” ขอเวลาตรวจสอบ เจ้าหน้าที่รัฐเอี่ยวขนแรงงานเถื่อน ปมเหตุโควิดรอบใหม่ (komchadluek.net)

“วิษณุ” ขอเวลาตรวจสอบ เจ้าหน้าที่รัฐเอี่ยวขนแรงงานเถื่อน ปมเหตุโควิดรอบใหม่

"วิษณุ" ขอเวลาตรวจสอบ เจ้าหน้าที่รัฐเอี่ยวขนแรงงานเถื่อน ปมเหตุโควิดรอบใหม่

23 ธันวาคม 2563 – 14:09 น.

“วิษณุ” ขอเวลาตรวจสอบ เจ้าหน้าที่รัฐเอี่ยวขนแรงงานเถื่อน ปมเหตุโควิดรอบใหม่ เชื่อ มีข้าราชการเอี่ยวนำเข้าแรงงานข้ามชาติผิดกฎหมาย แต่ต้องตรวจสอบให้ชัดชัดเจนหวั่นเป็นการใส่ไฟกลั่นแกล้ง

เมื่อวันที่ 23 ธ.ค.2563 นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่าหลังที่ประชุม ครม.เห็นชอบร่างพ.ร.บ. โรคติดต่อพ.ศ. 2558 ฉบับแก้ไขเพิ่มเติม โดยขั้นตอนต่อไปต้องให้คณะกรรมการกฤษฎีกาพิจารณาตรวจแก้ จากนั้นจะเสนอเข้าสู่ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร แต่ยังไม่มั่นใจว่าจะบรรจุทันสมัยประชุมนี้หรือไม่ เพราะเหลือเพียง 2 เดือนเท่านั้น 

ทั้งนี้กฎหมายดังกล่าวไม่จำเป็นต้องออกเป็น พ.ร.ก. และไม่ใช่กฎหมายปฎิรูป จึงไม่ต้องรีบดำเนินการเพราะมีกฎหมายเดิมควบคุมดูแลได้อยู่แล้ว ดังนั้นเมื่อเกิดปัญหาแต่ละพื้นที่ผู้ว่าราชการจังหวัดสามารถตัดสินใจ และบริหารจัดการได้เอง
 
ส่วนการปราบปรามแรงงานข้ามชาติที่ลักลอบเข้ามาผิดกฎหมาย นายวิษณุ ระบุว่าในการประชุม ครม.เมื่อวานนี้ ได้ประชุมกับผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร ผ่านระบบเทเลคอนเฟอร์เร้น ซึ่งนายกรัฐมนตรีกำชับให้ตรวจตรา เพราะนายกรัฐมนตรีได้รับรายงานเบื้องต้นว่ามีเจ้าหน้าที่ ตำรวจ พลเรือน อาสามัคร นายจ้าง นายหน้า เกี่ยวข้องกับขบวนการแรงงานข้ามชาติผิดกฎหมาย จึงกำชับให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงและกวาดล้างผู้กระทำความผิด พร้อมเชื่อว่ามีข้าราชการเข้าไปเกี่ยวข้อง แต่ยังต้องตรวจสอบข้อมูลให้ชัดเจนก่อน เพราะอาจเป็นการร้องเรียนเพื่อกลั่นแกล้งกัน

ขณะที่บรรยากาศที่อาคารรัฐสภา เช้าวันนี้เจ้าหน้าที่มีการควบคุมการเข้าออกอาคารรัฐสภาอย่างเข้มงวด ให้บุคลากรเข้าออกทางประตูหลักเท่านั้น เพื่อผ่านการคัดกรองตรวจวัดอุณหภูมิ ส่วนในห้องประชุมสภาฯ บรรดาสมาชิก ส.ส. ให้ความร่วมมือสวมหน้ากากอนามัย และหน้ากากผ้ากันอย่างพร้อมเพรียงมีการนั่งเว้นเก้าอี้ตามมาตรการรักษาระยะห่าง 
 
ขณะที่แรงงานต่างด้าวที่มาก่อสร้างรัฐสภา ส่วนใหญ่มีการสวมหน้ากาก และปฏิบัติงานอยู่ภายนอกอาคาร แต่มีบางส่วนที่ไม่ได้ดำเนินการสวมหน้ากากตามมาตรการ ซึ่งเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรได้กำชับให้ ให้ บริษัทผู้รับเหมาดำเนินการควบคุมอย่างเข้มงวดต่อไป

“ประมวล” ชี้ นายกฯต้องเอาจริงกับแรงงานผิดกฎหมาย เพราะมีขบวนการใหญ่ทุจริต สร้างความเสียหายให้ประเทศชาติ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

“ประมวล” ชี้ นายกฯต้องเอาจริงกับแรงงานผิดกฎหมาย เพราะมีขบวนการใหญ่ทุจริต สร้างความเสียหายให้ประเทศชาติ (komchadluek.net)

“ประมวล” ชี้ นายกฯต้องเอาจริงกับแรงงานผิดกฎหมาย เพราะมีขบวนการใหญ่ทุจริต สร้างความเสียหายให้ประเทศชาติ

"ประมวล" ชี้ นายกฯต้องเอาจริงกับแรงงานผิดกฎหมาย เพราะมีขบวนการใหญ่ทุจริต สร้างความเสียหายให้ประเทศชาติ

23 ธันวาคม 2563 – 11:05 น.

“ประมวล” ชี้ นายกฯต้องเอาจริงกับแรงงานผิดกฎหมาย เพราะมีขบวนการใหญ่ทุจริต สร้างความเสียหาย แฉแรงงานพม่าเถื่อนมีทุกจังหวัด หากข้าราชการไม่เรียกรับสินบน ไม่มีทางที่พม่าจะนำเชื้อมาประเทศเรา

23 ธ.ค.63  นายประมวล เอมเปีย อดีต ส.ส. ชลบุรี ในฐานะหัวหน้าพรรคเพื่อแผ่นดิน เปิดเผยว่า เห็นด้วยหาก พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี จะเอาจริงกับการจัดการขบวนการแรงงานเถื่อน เพราะมันคือต้นเหตุของโควิดที่สร้างความเสียหายแก่เศรษฐกิจไทย แต่นายกฯต้องลงมาจัดการไม่ใช่แค่พูดลอยๆออกทีวีทำเท่ห์เท่านั้น

“การที่แรงงานเถื่อนพม่าเข้ามาในไทยได้เกิดจากการทุจริตของเจ้าหน้าที่ 3 ฝ่าย ทหาร ตำรวจ ฝ่ายปกครอง บางคน ที่ปล่อยเข้ามาและเรียกค่าหัวไม่ต่ำกว่า 1-4 หมื่นบาท เข้ามาแล้วเอาเชื้อมาติดคนไทย สร้างความเสียหายทางด้านธุรกิจ คนตกงานขาดรายได้ รัฐบาลไทยต้องรับภาระเรื่องค่าใช้จ่ายต่างๆอีกมากมาย ทำให้ทั้งฝ่ายความมั่นคง กระทรวงสาธารณสุข ฝ่ายควบคุมโรค ต้องกวดขันให้มากกว่านี้ แรงงานพม่า เขมร ลาว ที่ติดเชื้อ กระจายไปตามจังหวัดต่างๆที่นายหน้าส่งไป ทั้งกรีดยาง ทำสวน ค้าขายและแรงงานในตลาด เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบถ้าผิดกฏหมายก็ส่งกลับประเทศเขา ไม่เช่นนั้นจะเป็นช่องทางหาเงินของตำรวจท้องที่และ ตม.บางคนครับ สร้างภาระให้กับนายจ้างอีกหนึ่งช่องทาง”

นายประมวลกล่าวว่า ตนเป็นอดีต ส.ส. ชลบุรี ทราบดีว่าในพื้นที่จ.ชลบุรี หลายอำเภอ มีการเรียกรับสินบนจากขบวนการค้าแรงงานเถื่อนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ อย่างล่าสุดก็มีคลิปออกมาแฉที่ อ.บ่อทอง ควรที่ผู้มีอำนาจจะจริงจัง ไม่ใช่ลูบหน้าปะจมูก ปล่อยปละละเลย จะส่งผลเสียหายต่อชาติในระยะยาวได้

“ศรีสุวรรณ” เผย กกต.เรียกไปให้ถ้อยคำกรณีคณะก้าวหน้า #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

“ศรีสุวรรณ” เผย กกต.เรียกไปให้ถ้อยคำกรณีคณะก้าวหน้า (komchadluek.net)

“ศรีสุวรรณ” เผย กกต.เรียกไปให้ถ้อยคำกรณีคณะก้าวหน้า

"ศรีสุวรรณ" เผย กกต.เรียกไปให้ถ้อยคำกรณีคณะก้าวหน้า

23 ธันวาคม 2563 – 10:15 น.

“ศรีสุวรรณ” เผย กกต.เรียกไปให้ถ้อยคำกรณีคณะก้าวหน้าดำเนินกิจการเฉกเช่นพรรคการเมืองหรือไม่ นัด 24 ธ.ค.

 23 ธ.ค.63  นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย เปิดเผยว่า ตามที่สมาคมฯ ได้ยื่นคำร้องต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) เพื่อขอให้ดำเนินการไต่สวน สอบสวนคณะผู้ก่อตั้งคณะก้าวหน้าทั้งหมด รวมทั้งผู้สมัคร นายก อบจ. และ ส.อบจ. ทั่วประเทศในนามคณะก้าวหน้า ว่าเข้าข่ายสมคบกันในการดำเนินกิจการเช่นเดียวกันกับพรรคการเมืองตาม พรป.ว่าด้วยพรรคการเมือง 2560 ม.111 หรือไม่ หากพบว่าเป็นการฝ่าฝืนหรือมีความผิด ให้ดำเนินการเอาโทษทางกฎหมายและเพิกถอนสิทธิในการสมัคร อบจ.ด้วยนั้น

บัดนี้ ประธานกรรมการสืบสวนและไต่สวน สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง ได้มีหนังสือด่วนที่สุดมายังผู้ร้อง เพื่อไปให้ถ้อยคำพร้อมพยานหลักฐานเพิ่มเติมที่เกี่ยวข้อง อันเกี่ยวกับพฤติการณ์หรือการกระทำของคณะผู้ก่อตั้งหรือกรรมการบริหารคณะก้าวหน้า ว่ามีลักษณะการดำเนินกิจการเช่นเดียวกับพรรคการเมืองอย่างไรบ้างด้วย

ทั้งนี้ สืบเนื่องมาจากกรณีที่นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ นายปิยบุตร แสงกนกกุล และน.ส.พรรณิการ์ วานิช ได้ร่วมกันตั้งคณะก้าวหน้าขึ้นมาโดยมีการกำหนดตำแหน่งประธาน กรรมการ และเลขาธิการ โดยมีภาพเครื่องหมายของคณะเช่นเดียวกันกับพรรคการเมือง และดำเนินกิจกรรมต่างๆ เฉกเช่นเดียวกับพรรคการเมือง เช่น การจัดประชุมเปิดตัวผู้สมัคร และส่งคนสมัครรับเลือกตั้งเป็นนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด(นายก อบจ.) และสมาชิกองค์การบริหารส่วนจังหวัด(ส.อบจ.) กว่า 42 จังหวัด ทั่วประเทศในนามกลุ่มก้าวหน้า โดยใช้สัญลักษณ์หรือโลโก้กลุ่มในสื่อหาเสียงต่างๆ และให้นายธนาธร นายปิยบุตร และน.ส.พรรณิการ์ ก็ไปร่วมปราศรัย เดินรณรงค์หาเสียงเฉกเช่นเดียวกันกับพรรคการเมืองด้วยเช่นกัน

ซึ่งพฤติการณ์หรือการกระทำดังกล่าวของนายธนาธร นายปิยบุตร และน.ส.พรรณิการ์ กับพวก จึงเป็นการสมคบกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปดําเนินกิจการเช่นเดียวกับพรรคการเมือง จึงอาจเข้าข่ายมีความผิดตาม พรป.พรรคการเมือง 2560 ม.111 ที่บัญญัติไว้ว่า “ผู้ใดสมคบกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปดําเนินกิจการเช่นเดียวกับพรรคการเมือง หรือผู้ใดดําเนินการไม่ว่าด้วยวิธีใดให้เข้าใจว่าเป็นพรรคการเมืองโดยมิได้จดทะเบียนจัดตั้งพรรคการเมือง ต้องระวางโทษจําคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินหกหมื่นบาท หรือทั้งจําทั้งปรับ และให้ศาลสั่งเพิกถอน สิทธิเลือกตั้งของผู้นั้นมีกําหนดห้าปี”

 ทั้งนี้ สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง จึงได้มีหนังสือให้ผู้ร้องไปให้ถ้อยคำในวันพฤหัสที่ 24 ธ.ค.63 นี้ เวลา 13.30 น. นายศรีสุวรรณ กล่าวในที่สุด