หนังชนโรง : ‘Monster Hunter’ เตรียมเผชิญหน้ากับอันตรายครั้งใหญ่ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

บันเทิง – หนังชนโรง : ‘Monster Hunter’ เตรียมเผชิญหน้ากับอันตรายครั้งใหญ่ (naewna.com)

หนังชนโรง : ‘Monster Hunter’  เตรียมเผชิญหน้ากับอันตรายครั้งใหญ่

หนังชนโรง : ‘Monster Hunter’ เตรียมเผชิญหน้ากับอันตรายครั้งใหญ่

วันพุธ ที่ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

เบื้องหลังโลกของเรา ยังมีอีกโลกหนึ่ง โลกของสัตว์ประหลาดที่อันตรายและทรงพลัง ผู้ครองอาณาเขตของพวกมันด้วยความดุดัน ในตอนที่พายุทะเลทรายที่คาดไม่ถึงได้พา ร้อยโทอาร์เทมิส (มิลลา โจโววิช) และลูกน้องของเธอ (ทิป “ที.ไอ.”แฮร์ริส, เมแกน กู๊ด, ดิเอโก้ โบนิต้า) ไปสู่โลกใหม่ เหล่าทหารก็ต้องตกตะลึงเมื่อได้ค้นพบว่าสภาพแวดล้อมที่โหดเหี้ยมและพวกเขาไม่รู้จักนี้เป็นที่อยู่ของสัตว์ประหลาดยักษ์ที่น่าสะพรึงกลัว และพวกมันก็ไม่สะดุ้งสะเทือนต่ออาวุธปืนของพวกเขาด้วย ในการต่อสู้อย่างสิ้นหวังเพื่อเอาชีวิตรอด พวกเขาได้พบกับ ฮันเตอร์ผู้ลึกลับ (โทนี่ จา) ผู้ซึ่งทักษะเฉพาะตัวของเขาทำให้เขาอยู่เหนือสัตว์ประหลาดที่ทรงพลังเหล่านี้ไปอีกก้าวหนึ่ง ขณะที่ อาร์เทมิสและ ฮันเตอร์ กำลังค่อยๆ เกิดความไว้วางใจซึ่งกันและกัน เธอก็ค้นพบว่าเขาเป็นส่วนหนึ่งของทีมที่นำโดย พลเรือเอก (รอน เพิร์ลแมน) ในการเผชิญหน้ากับอันตรายที่ยิ่งใหญ่จนอาจเป็นภัยคุกคามต่อโลกของพวกเขาได้

เขียนบทสำหรับภาพยนตร์และกำกับโดย พอล ดับบลิว.เอส. แอนเดอร์สัน จากเกม Monster Hunter

นำแสดงโดย มิลลา โจโววิช, โทนี่ จา, ทิป “ที.ไอ.” แฮร์ริส,เมแกน กู๊ด, ดิเอโก้ โบนิต้า, จอช เฮลแมน, จินอู่หยาง และรอน เพิร์ลแมน

เกือบ 20 ปีก่อน ผู้กำกับ/มือเขียนบทพอล ดับบลิว. เอส.แอนเดอร์สัน และนักแสดง มิลลา โจโววิช ได้ร่วมมือกับค่ายวีดีโอเกมแคปคอมและคอนสแตนติน ฟิล์ม ผู้จัดจำหน่ายและผู้สร้างภาพยนตร์อิสระระดับแนวหน้าของเยอรมนี ในการอำนวยการสร้าง Resident Evil ที่สร้างจากวีดีโอเกมที่ขายดิบขายดีถล่มทลาย หลังจากภาพยนตร์หกเรื่องและรายได้ 1.2 พันล้านเหรียญ ในบ็อกซ์ออฟฟิศ แฟรนไชส์นี้ก็กลายเป็นแฟรนไชส์ที่สร้างจากเกมที่ประสบความสำเร็จตลอดกาล แฟรนไชส์นี้ได้รับความนิยมทั่วโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเอเชีย และความนิยมและความสำเร็จของมันก็ทำให้มีการเดินสายประชาสัมพันธ์ภาพยนตร์เรื่องนี้หลายครั้งในภูมิภาคนี้ ซึ่งเป็นการปูพื้นฐานสำหรับการร่วมมือครั้งต่อไปของทีมงานนี้

ในตอนนี้ พวกเขาได้กลับมารวมตัวกันอีกครั้งเพื่อMonster Hunter ที่สร้างจาก “Monster Hunter: World” เกมขายดีตลอดกาลของค่ายแคปคอม และต้นกำเนิดของโปรเจกท์นี้ก็เริ่มต้นจากช่วงเวลาของแอนเดอร์สันในประเทศญี่ปุ่น “จริงๆ แล้วผมเป็นแฟนเกม “Monster Hunter” ก่อนหลายๆ คนในอเมริกาและยุโรปเสียอีก เพราะผมใช้เวลาอยู่ในญี่ปุ่นนานครับ” แอนเดอร์สันอธิบาย “มันกลายเป็นหนึ่งในประเทศโปรดของผม ด้วยเหตุนั้นผมก็เลยได้เริ่มเล่น Monster Hunter” ในปี 2008 และพอมาปี 2009 ผมก็เสนอที่จะสร้างหนังจากเกมนี้กับแคปคอมครับ”

“Monster Hunter”

30 ธันวาคมนี้ ทุกโรงภาพยนตร์

‘สุรชัย สมบัติเจริญ’ ควง ‘ดิ๊งค์ กมลชนก’ ลูกสาว เผยโมเมนต์พ่อลูกสุดน่ารัก! #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

บันเทิง – ‘สุรชัย สมบัติเจริญ’ควง’ดิ๊งค์ กมลชนก’ลูกสาว เผยโมเมนต์พ่อลูกสุดน่ารัก! (naewna.com)

'สุรชัย สมบัติเจริญ'ควง'ดิ๊งค์ กมลชนก'ลูกสาว เผยโมเมนต์พ่อลูกสุดน่ารัก!

‘สุรชัย สมบัติเจริญ’ควง’ดิ๊งค์ กมลชนก’ลูกสาว เผยโมเมนต์พ่อลูกสุดน่ารัก!

วันอังคาร ที่ 22 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 21.29 น.

คร่ำหวอดในวงการบันเทิงมานานสำหรับทายาทเพลงลูกทุ่งชื่อดัง สุรชัย สมบัติเจริญ ซึ่งวันนี้ขอควงลูกสาว “ดิ๊ง” กมลชนก มาเผยโมเมนต์พ่อลูกสายนักร้องสุดน่ารัก พร้อมเคลียร์ทุกประเด็นข่าว ทั้งเรื่องรักลูกไม่เท่ากัน หวงลูกสาว แถมช่วงโควิดที่ผ่านมาลูกสาวคนเล็กเครียดจัดถึงกับโกนผมบวชชี ในรายการ “คุยแซ่บSHOW” ทางช่องOne31 ที่มีพีเค ปิยะวัฒน์ ธัญญาเรศ เองตระกูล เและ เป๊กกี้ ศรีธัญญา เป็นพิธีกร

พีเค : มีลูกกี่คน

สุรชัย : ผมมีลูก 4 คน คนโตเป็นลูกชาย อีก 3 คนเป็นผู้หญิง เขาเป็นลูกคนเล็ก ช่วงที่เขาเกิดมาเรามีเวลาให้เขามากสุดก็เลยดูเหมือนสนิทสุด

พีเค : คุณพ่อดุไหม

ดิ๊ง  : จริงๆ อาจจะเห็นเขาไว้หนวดแบบนี้ ดูขรึมๆ หน่อย แต่จริงๆ แล้วคุณพ่อน่ารักมาก เฮฮา และไม่ดุเลย

ธัญญา : ลูกคนอื่นน้อยใจพ่อรักลูกไม่เท่ากัน

สุรชัย : ไม่ใช่หรอก คือตอนเขาเด็กๆ เราไม่ค่อยมีเวลาให้เขาไง  คือเราต้องไปร้องเพลง เดินสายเป็นเดือนๆ ความสนิทก็เลยน้อยลงไปนิดหนึ่ง และอีกอย่าง อย่างที่รู้ๆ อยู่ว่านักร้องลูกทุ่งไม่ค่อยอยากให้ใครรู้ว่ามีครอบครัวแล้ว  ถามว่าผมบอกว่าเมื่อครอบครัวเมื่อไหร่ คือไม่ต้องบอกหรอกเขารู้กันเอง

พีเค ดิงค์ติดพ่อขนาดไหน

ดิ๊ง : ดิ๊งติด เราสนิทกับพ่อด้วย คือเรามีความชอบเหมือนกัน เราทานอาหารเหมือนกัน เสาร์อาทิตย์เราก็จะไปดูหนังกัน ถามว่าสนิทกับพ่อมากกว่าแม่ไหม คือต้องดูก่อนว่าคุยกับคุณพ่อเรื่องไหน คืออาจจะคุยกับคุณพ่อเรื่องแอคทิวิตี้ ส่วนคุณแม่ก็จะคุยเรื่องเรียนเรื่องงานเสียส่วนใหญ่ ถามว่าคุยกับใครมากกว่ากันดิ๊งว่าคุยพอๆ กันแหละ แต่ด้วยความที่เราเป็นลูกสาวเราก็จะคุยกับคุณแม่บ้าง

เป๊กกี้ : ที่สนิทกับลูกสาวคนเล็กเพราะเธอขี้อ้อนใช่ไหม

สุรชัย : คือปฎิเสธนางไม่ได้เลย ก็ต้องดูว่านางอยากจะได้อะไร แต่เขาก็ไม่ค่อยรบกวนอะไรเราเพียงแต่ว่าถ้าพี่เขาอยากจะได้อะไรก็จะรบกวนให้เขามาพ

ดิ๊ง : หนูจะเป็นทางผ่านของพี่ๆ คืออาจจะเป็นเพราะเราสนิทกับคุณพ่อ เราเจอคุณพ่อบ่อยกว่า

พีเค : เลี้ยงลูกอย่างไรได้ข่าวว่าไม่เคยตีลูกเลย

สุรชัย : ผมเคยตีคนโตตีแค่ครั้งเดียวด้วยหวี คือเขาไม่ยอมทำการบ้านเราก็ตีเขาด้วยหวีจนฟันหวีมันหักหมดเลย ลูกก็ร้องไห้ ส่วนผมไมได้ร้อง

ธัญญ่า : เห็นว่ามีลูกคนหนึ่งทานยาลดความอ้วนเยอะมา

สุรชัย: เป็นลูกสาวอีกคนหนึ่ง คือช่วงนั้นที่เราเจอว่าเขาติดยากลดความอ้วนเพราะเขาเปลี่ยนไป จากที่เคยสนุกสนาน ก็จะเป็นคนที่มีโลกส่วนตัวเยอะ คืออารมณ์เขาจะเปลี่ยนไป ตอนแรกคิดว่าติดยาเสพติด พอไปค้นก็เลยเจอคลังยาลดความอ้วน เราก็เลยไปขอร้องเขา โชคดีที่เขาสามารถเลิกได้ คือเขาก็มีอาการหลอนบ้างแต่เรากู้ทัน แต่ถ้าเราปล่อยไปอีกสักระยะก็จะแย่เหมือนกัน แต่ที่เราโกรธก็คือทำไมหมอถึงได้ขายยาให้กับเด็กที่อยู่ชั้น ม.4 ม.5

เป๊กกี้ : มีวิธีบอกลูกอย่างไร

สุรชัย : ก็ช่วยกันดูแล ก็ประคบประหงมกันเกือบปี ส่วนดิ๊งจะเป็นฝ่ายฟ้องเวลาเขาไปซื้อยาถ่าย คือเราก็เป็นห่วง อย่างลูกของเพื่อนเขาก็กู้ไม่กลับ คือเขาจะเอ๋อๆ ไปเลย ก็อยากจะบอกเป็นอุธาหรณ์ให้กับทุกๆๆ คน ว่าเราอาจจะรู้สึกว่าลูกเราโอเค แต่เขาอาจจะรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ก็อยากจะฝากบอกคุณหมอด้วยว่า ถ้าเด็กๆ ไม่มีวุฒิภาวะในการไปหาหมอเอง ก็ควรจะให้ผู้ใหญ่เข้าไปดูด้วย คือบางทีเด็กๆ คิดว่าเขาเอาอยู่ มันแค่ยาลดความอ้วน ไม่เป็นไร เขาแข็งแรง คือบางคนก็บาดเจ็บกับเรื่องนี้มาเยอะ บางคนก็อาจจะเสียชีวิต

พีเค : อาจจะดูเป็นคนใจดี แต่จริงๆ แล้วเป็นคนเข้มงวดกับลูกๆ เรื่องร้องเพลงมาก

สุรชัย : ตัวผมเองก้าวเข้ามาเป็นนักร้องด้วยความไม่รู้ตัว คือตอนแรกจะให้พี่ชายเข้ามาเป็น แต่เมื่อพี่ชายเขาไม่ชอบ แล้วเรารู้สึกว่าบ้านเราพ่อเรามีชื่อเสียง สืบทอดงานเพลงมา ผมก็ถามแม่ว่าทำไมเราถึงไม่ตั้งวงดนตรี แม่ก็ถามผมว่าแล้วใครจะร้อง เราก็บอกว่าก็ให้พี่ชายร้องไง แต่พี่ชายก็บ่นว่าแกไม่รู้หรอกว่าการร้องเพลงเป็นอย่างไร ไม่ใช่ว่าอยู่ดีๆ ไปร้องเพลงแล้วจะมีคนมาชอบ มันไม่ใช่ง่ายๆ มันต้องนอนกลางดิน กินกลางทราย เพราะสมัยก่อนเมื่อ 50 ปีที่แล้ว มันไม่ได้สะดวกสบายแบบนี้ เวลาไปไหนต้องเดินทางด้วยรถบัสเมล์แดง มันไม่มีแอร์บัส คือเราก็รู้สึกว่ามันขนาดนั้นเลยเหรอ ก็เลยบอกพี่ไปว่าถ้ายูไม่ร้องไอร้องก็ได้ คือคือตอนนั้นเราทำเพลงไว้หมดเรียบร้อยแล้ว   แต่เราเป็นคนทำหน้าที่คนดูแลไม่ได้เป็นคนร้องเพลง เราก็ไปหาเพลงให้พี่ชาตรี ศรีชล แต่งเพลงคือแต่งเพลงให้แม่ด้วย ให้พี่ชายด้วย เพื่อจะทำวงดนตรีขึ้นมา นอกจากนี้ผมก็ไปตามสถานีวิทยุ ไปจัดเพลงวิทยุ คือเราก็ไปทำหน้าที่เหมือนที่พ่อเคยทำ สุดท้ายก็บอกพ่อว่าถ้าพี่ไม่ร้องผมจะร้องเองละกัน คนมิกซ์เสียงก็ส่ายหน้าเพราะเราร้องเพลงไม่เป็น คือร้องได้แต่ร้องเพี้ยน

พีเค : เมื่อก่อนร้องเพี้ยนแล้วฝึกร้องเพลงอย่างไร

สุรชัย : ผมก็ไม่มีครูหรอก เราก็ฝึกโดยการฟังเพลงพ่อเยอะๆ  คือสมัยนั้นทรานซิสเตอร์หาเปิดฟังยากมาก เทปคาสเซ็ทก็ราคาแพง ไม่มีปัญหาซื้อ

ดิ๊ง : พ่อสอนดิ๊งแบบนี้เหมือนกันคือฟังเยอะๆ ช่วงแรกๆ เราไม่เข้าใจ คือเราฟังก็รู้สึกเพลงก็เหมือนเดิม แต่พอเราฟังไปเรื่อยๆ เวลามันทำให้เราพัฒนาตัวเองไปเรื่อยๆ เราก็มาถามพ่อว่าเสียงต้องเกาะเขาแบบนี้ใช่ไหม เราต้องฟังแบบใคร เราต้องฟังแบบนักร้องคนไหน

พีเค : พ่อดังมากดิ๊งกดดันไหม

ดิ๊ง : กดดันมากไม่ว่าจะทำอาชีพอะไร ร้องเพลงหรือใดๆ ก็ตาม คือเรามีคำว่าสมบัติเจริญพ่วงท้าย เรามีความกดดันค่อนข้างสูง แต่บนความกดดันเราจะมีกำลังที่เราเจอ เขาจะพูดถึงพ่อของเรา คุณปู่เรา คือเราดีใจแทนคุณพ่อด้วยซ้ำที่มีแต่คนรัก มีแต่คนพูดถึง ส่วนตัวหนูเอง หนูก็ภูมิใจนะ คือเวลาตอนที่หนูไปโรงเรียน ทุกวันตอนเช้าหนูจะไปแกะแบงค์ ซึ่งเป็นแบงค์จากมาลัยที่พ่อไปร้องเพลงเมื่อคืน คือเราก็ภูมิใจที่เราได้ใช้ตังค์จากเหงื่อพ่อ เป็นตังค์ที่พ่อไปร้องเพลงมา คือเราก็แฮปปี้ 

เป๊กกี้ : ช่วงหนึ่งดิ๊งหนีไปบวชเกิดอะไรขึ้น

ดิ๊ง : ช่วงนั้นเป็นเดือนสิงหาคม เป็นช่วงโควิดกำลังเข้มๆ คือเราเพิ่งเรียนจบโทมา 2 ใบ แล้วเราก็ทำงานด้วย แล้วเศรษฐกิจเป็นช่วงขาลง เราก็เครียดๆ ว่าเราจะไปไหนดี ทำไมเราเหมือนเป็ดจัง เราร้องเพลงก็ไม่ดีเท่าพ่อ เราทำงานก็ไม่ประสบความสำเร็จ เราก็ไปคุยกับแม่ว่าเราอยากทำให้ใจนิ่ง คือเราเชื่อว่าถ้าเราใจนิ่งหนูน่าจะคิดอะไรออก ก็เลือกไปวัดแทนที่จะไปทะเลหรือไปโน่นไปนี่ เพราะพ่อจะสอนให้เราสวดมนต์ตลอด เราก็เลยคิดว่าเราไปพักสักนิดก็ดี เรื่องบวชดิ๊งบอกพ่อก่อนวันบวชแค่วันเดียวเอง คือดิ๊งไปบวช 7 วัน ส่วนคุณพ่อเพิ่งวันท้ายๆ เรารู้สึกว่าเราอยากทำให้สุด

ธัญญ่า : พอลูกสาวปรงผมบวช เรารู้สึกอย่างไร

สุรชัย ผมก็บอกเขาว่าไม่ต้องถึงขนาดนี้ก็ได้ คือเราแค่ถือศีลธรรมดา แต่เขาบอกว่าเขาอยากทำอะไรให้สุดๆ  พอเขาไปบวชเราก็รู้สึกว่าก็ดีเหมือนกัน คือเรื่องโชคชะตา ถ้ามันตกสุดๆ

ดิ๊ง : เราก็กินข้าวกับเกลือ นอนบนหิน คือมันทำให้เราคิดได้ว่าเราควรคิดเรื่องเรียนอย่างไร เรื่องงานอย่างไร คือเราได้ทบทวนตัวเองแม้มันจะเป็นแค่ช่วงเวลาสั้นๆ แค่ 7 วันแต่มันก็ทำให้เรารู้อะไรได้หลายอย่าง มันคุ้มมากจริงๆ หนูบอกกับแม่ว่า ถ้าไม่ติดงานหนูอยากจะอยู่ต่อ ถ้ามีโอกาสเราก็อยากจะกลับไป หลังบวช 7 วัน กลับมาเรารู้สึกว่าตัวเองนิ่ง พอเรานิ่งเรารู้สึกว่างานเกิด โปรเจคเกิด เดินหน้าต่อมีสติ คือมันชัดเจนขึ้น ความรู้สึกลังเลและไม่กล้า ตรงนั้นมันหายไปแล้ว มันทำให้เราเด็ดขาดมากขึ้น 

พีเค : ได้ข่าวว่าโควิดจะกลับมารอบ 2

ดิ๊ง :  คือเราก็เตรียมตัวมาบ้างแล้วคือช่วงที่ผ่านมาเราก็ต้องดูแลตัวเองทั้งด้านร่างกาย และงาน ถ้ามีเวลาก็อยากกลับไปที่วัดเหมือนกัน

พีเค : เห็นเลี้ยงลูกแบบชิลๆ หวงลูกสาวคนนี้ไหม

สุรชัย : คือผมก็เติบโตที่ต่างประเทศ ผมก็สอนเขาว่าทุกคนต้องไปเจอะเจอเองว่าสิ่งใดดำสิ่งใดขาว ก็อยากให้รู้ตัวเองก็แล้วกัน วันนี้ผมเหมือนถูกล็อตเตอรี่เพราะลูกผมไม่มีใครเกเรสักคน  เราก็บอกลูกว่าให้นึกถึงนามสกุลไว้ คือถ้าเสียก็เสียถึงพ่อ ถึงปู่ย่าตายาย ยูไม่ได้เสียคนเดียว อย่างตัวผมเองถ้าจะไปทำอะไรที่ไม่ดี พอเรานึกถึงว่าเราเป็นลูกใคร มันก็ทำให้เรามีความระมันระวังตัวเองมากขึ้น

พีเค : อาสุรชัยเคยบอกว่าถ้าไม่พร้อมไม่ต้องมาไหว้พ่อคืออะไร

สุรชัย : คือเขาจะมีเพื่อนหนุ่มๆ คือเขาก็จะบอกเราว่าเป็นเพื่อน จริงๆ ผมก็ไม่ได้ซีเรียสเรื่องนี้ คือถ้าเขารักใครชอบใครเราก็ไม่ว่าขอให้เรียนให้จบก่อน เรื่องมีแฟนเป็นเรื่องธรรมดาแต่ให้ดูดีๆ ผมก็พูดกับทุกคนแหละ แต่จะพูดกับดิ๊งมากที่สุด  

พีเค : เรียกว่าตอนนี้น้องดิ๊งเรียนจบแล้วอาไม่ปิดกั้นแล้ว

ดิ๊ง : จริงๆ ก็คุยกันได้ประมาณหนึ่ง ที่ผ่านมาหนูก็มีคุยกับพ่อบ้าง คือคุณพ่อจะบอกดิ๊งเสมอเลยว่า ถ้าจะรักใครชอบใครก็ให้มีสติ คุณพ่อไม่ได้ว่า คือพ่อเคยพูดคำหนึ่งทำให้หนูน้ำตาไหลเลย คือคุณพ่อเคยบอกหนูว่า คือเราจะมีแฟนเป็นใคร ทำอาชีพอะไร จะเป็นมอเตอร์ไซด์ ไปรษณีย์ หรือจะเป็นนักธุรกิจ พ่อไม่ว่า แต่คนที่อยู่ คือหนูไม่ใช่ ดังนั้นพ่อก็อยากให้หนูสบายใจมากกว่า

เป๊กกี้ : ถ้าเป็นอาชีพอะไรคุณพ่อไม่ซีเรียส แล้วเรื่องเพศล่ะซีเรียสไหม

สุรชัย : ก็ไม่รู้เหมือนกัน แต่ถ้าจะเป็นครอบครัวก็ต้องเป็นผู้ชาย ส่วนทอมจะโหด ถ้าเกิดเรื่องหึงหวงขึ้นมาเราห่วงตรงนี้ ส่วนจะชอบผู้หญิงผมมองว่ามันจะผิดธรรมชาติหรือเปล่า

ดิ๊ง : ส่วนมากก็จะคุยกับคุณแม่ ตอนนี้ดิ๊งอายุแค่ 26 ก็ให้เป็นกำลังใจดีกว่า เหมือนกับว่าตอนนี้เราก็แฮปปี้ ในการทำงาน ในการเรียน เอาจริงๆ เรื่องนี้หนูไม่เคยคุยกับคุณพ่อเลย

ธัญญ่า : คุณพ่อพอจะทราบไหม

สุรชัย : ผมไม่เคยรู้ คือตั้งแต่โตมาก็จะไม่ได้อยู่ด้วยกัน คือเขาก็จะอยู่ฝั่งวัชรพล ส่วนผมก็จะอยู่ฝั่งศาลายา คือเขาก็โตแล้ว ทุกคนกำลังสร้างตัว กำลังทำงาน แล้วเขาก็น่ารักกันทุกคน คนโตก็ทำละคร คนที่สองก็เป็นแอร์ คนที่สามก็แต่งงานไปแล้ว คนเล็กก็จบโท 2 ใบ ทุกคนก็เก่งๆแบบนี้ทุกคน

พีเค: ตอนนี้ดิ้งชอบเพศอะไร

ดิ๊ง: ไม่รู้ ตอนนี้เราก็มองว่าเป็นกำลังใจของเรามากกว่า วันนี้เราอาจจะรู้สึกสนิทกับเพื่อนหญิงเป็นส่วนใหญ่ ส่วนอนาคตถ้ามองเรื่องครอบครัว เรายังไม่ได้มองถึงเรื่องตรงนั้น ว่าต้องมีลูกหรือแต่งงาน

ติดตามชมรายการคุยแซ่บShow ทุกวันจันทร์-วันศุกร์  เวลา13.30-14.30 น. ทางช่อง one31 Facebook Page : คุยแซ่บShow รับชมย้อนหลังได้ที่ Youtube Channel : Orange Mama

‘กอล์ฟ อนุวัฒน์’ ขึ้นแท่นเจ้าพ่อซีรีส์วาย เล่นดีจนถูกมองว่า แอ๊บแมน! #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

บันเทิง – ‘กอล์ฟ อนุวัฒน์’ ขึ้นแท่นเจ้าพ่อซีรีส์วาย เล่นดีจนถูกมองว่า แอ๊บแมน! (naewna.com)

'กอล์ฟ อนุวัฒน์' ขึ้นแท่นเจ้าพ่อซีรีส์วาย เล่นดีจนถูกมองว่า แอ๊บแมน!

‘กอล์ฟ อนุวัฒน์’ ขึ้นแท่นเจ้าพ่อซีรีส์วาย เล่นดีจนถูกมองว่า แอ๊บแมน!

วันอังคาร ที่ 22 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 15.15 น.

ตั้งแต่ขึ้นแท่นเป็นนักแสดงอิสระพระเอกหุ่นล่ำกอล์ฟ อนุวัฒน์ ก็รุ่งทั้งรัก โดยเฉพาะเรื่องผลงานละครที่ออกมาไม่ขาดสายให้แฟนๆได้เห็นผ่านหน้าจอกันตลอดๆ ซึ่งเจ้าตัวได้เปิดใจในรายการ ต้มยำอมรินทร์ ผลิตโดย CHANGE2561 ว่ากว่าการแสดงของตัวเองจะลงล็อคเป๊ะปังได้ขนาดนี้เพราะได้ครูดีคือ นางเอกตลอดกาลอั้ม พัชราภา ที่พาทำให้ตัวเองเข้าถึงการแสดงได้อย่างเข้าใจ พร้อมยังได้เล่าย้อนชีวิตที่กว่าจะมาเป็น กอล์ฟ อนุวัฒน์ ในทุกวันนี้ได้นั้นไม่ได้ปูด้วยพรมแดง แต่ต้องผ่านอุปสรรคมากมายถึง 10 ปี เผยถูกยกให้ขึ้นแท่นเจ้าพ่อซีรีส์วาย เล่นดีจนถูกมองว่า แอ๊บแมน! พร้อมเคลียร์ดราม่ารักล่มเพราะแฟนสาวไม่ปลื้ม!

กอล์ฟ : เป็นปีที่ 10 แล้วครับที่อยู่ในวงการมา

ซึ่งถ้าย้อนกลับไปเมื่อ 10 ปี กอล์ฟ เริ่มต้นจากการประกวด

กอล์ฟ : ประกวดค้นหานักแสดงใหม่ คือ ตอนนั้นเป็นโมเดลลิ่งเป็นคนที่ส่งเราเข้าไปประกวดครับ คือทางโมเดลลิ่งที่เราอยู่เขาก็จะส่งโปร์ไฟล์เราไปก่อน แล้วพอเข้าเห็นแล้วหน้าตาเราผ่านเขาก็ให้เราไปเทสก่อน (ตอนนั้นเราก็ไม่ได้เรียนการแสดงอะไรเลย เราเรียนการถ่ายภาพยนตร์ด้วยครับ) ซึ่งเรียนเบื้องหลังอยู่แล้ว ซี่งแอดติ้งเป็นอะไรที่ไกลตัวผมมากเรายังคิดว่าเราจะทำได้เหรอ แต่ด้วยความที่ว่าตอนนั้นเราอยากได้เงินเอาไปให้พ่อแม่แค่อย่างเดียวเลย

ซึ่งก็เข้ารอบลึก

กอล์ฟ : ตอนนั้นก็เข้ารอบลึกเหมือนกันครับ แต่ก่อนหน้าเราก็เจอสารพัดเจอคนด่า ว่าทำไมเราเล่นแข็งจัง เล่นทำไมเล่นแบบนี้ ผมก็เลยบอกเขาไปว่าเอาผมตกรอบก็ได้นะถ้ารู้สึกว่าผมเล่นไม่ดี (ที่ผมพูดแบบนั้นเพราะผมรู้สึกแบบนั้นจริงๆเพราะถ้ารู้สึกว่าผมไม่ดีพอเอาผมตกรอบเลย) แต่เพราะว่าผมเข้ากับทีมงานได้ดีมั้ง ทีมงานรัก ไม่ได้มาเพราะฝีมือแน่นอนครับ (หัวเราะ)

ไม่หรอก เพราะทีมงานเขาคงเห็นแล้วว่า กอล์ฟ คงเอาไปพัฒนาต่อยอดได้ไม่งั้น

กอล์ฟ : อาจจะมีส่วนครับ เพราะตอนนั้นเราอายุแค่ 20 พอดีครับ ตอนนั้น

คือ กอล์ฟ คอยไปแคสโฆษณาเป็นร้อยๆตัวคือ ไม่ได้เลยใช่ไหม

กอล์ฟ : ไม่ได้เลยครับ คือเราไปเดินเจอโมเดลลิ่งเขาก็ขอเราถ่ายรูปแล้วก็บอกว่าจะส่งรูปเราแคสโฆษณา ครั้งแรกที่เขาโทรหาเราคือ เขาบอกว่าทางทีมงานเขาเลือกรูปเขาไม่ได้เลือกเรา เราก็รู้สึกดีใจรู้สึกว่าเราจะได้เงิน เราก็นั่งรถเมล์ รถตู้ เพื่อที่จะไปแคสเป็นแบบนี้เป็นร้อยๆงานเขาก็ไม่เอา ผมจะเข้ารอบสิบครเขาก็ไปเลือกอีกคนหนึ่ง คนที่เขาเลือกก็คือ เกรท วรินทร์ คนที่ใกล้ๆเคียงผมที่สุด แล้วอยู่โมเดลลิ่งเดียวกันด้วย แล้วตอนนั้นคือเราเริ่มไม่มีเงินเแล้วเราก็บอกเขาว่าเราแคสเป็นร้อยๆงานแล้วเราไม่ได้เราก็บอกว่าเราจะไม่ไปแล้วเพราะเราไม่มีเงิน เพราะทุกรรั้งที่ไปมีค่าใช้จ่ายไม่ใช่บาทสองบาท เราก็รู้สึกว่าไม่เป็นไรเราทำเบื้องหลังดีกว่า เพราะเราเรียนมาทางนี้ แล้วเราก็ไปของานโปรดิวเซอร์ เราไปขอเขาเขียนบท เพราะเราสนิทกับเขาเขาก็ให้งานเรามา ตอนนั้นคือเริ่มหางานทำล่ะ งานอะไรก็ได้ แต่เราหาเงินได้นะเราก็ภูมิใจเพราะค่าใช้จ่ายเราก็ไม่กี่บาท ซึ่งเราก็หาได้เดือนหนึ่งหมื่นหนึ่งที่เราหาได้ ตอนนั้นมันก็ถือว่าเยอะเลยทำให้เรารู้สึกสนุกกับการทำเบื้องหลัง ไม่ชอบการทำเบื้องหน้าเลยเพราะ 543 ต้องสนุกเลย 543 ต้องแอคติ้งเลยตอนนั้นเราคิดว่าเราจะทำยังไง เราทำไม่ได้

แล้วจุดที่เราเปลี่ยนกลับมาเบื้องหน้าได้ยังไง เมื่อเราไปอยู่เบื้องหลังแล้ว

กอล์ฟ : คือ ผมไปแคสโฆษณา คือ จริงๆผมก็ไม่ได้อยากไปนะ ตอนนั้นคือ ผมบอกว่าถ้าอยากได้มาแคสผมตอนนั้นเป็นเด็กฝึกงานด้วย เป็นเด็กยกน้ำ เสิร์ฟน้ำให้ดารานักแสดงอยู่เลย เขาก็มาหาเรามาแคสเราจริงๆ ผมก็บอกเขาว่าผมทำงานอยู่ เขาก็ถามว่าเราทำงานอะไร ผมก็บอกว่าผมยกน้ำเสิร์ฟอยู่ พี่มาเลยเขาก็มานั่งแคสเรา แล้วเช้าวันรุ่งขึ้นก็บอกว่าเราได้นะ บทจะได้ก็ได้ตอนนั้น แล้วคือได้เยอะมากเลยนะครับ สี่แสนบาทที่เราได้ตอนนั้น แล้วเรารู้สึกว่าทำไมมันเยอะมากขนาดนั้น และ ตอนนั้นเราก็ได้โฆษณาติดกันเลย 4 ตัว ดวงมาจริงๆครับตอนนั้นแล้วหลักแสนทุกตัวเราก็คิดว่าเราต้องทำให้มันดีสิ ก็พยายามกลับมาข้างหน้าอีก พี่คิง สมจริง บอกว่าชอบเราเข้ามาแคสหน่อยบทเดียวกับ เกรท วรินทร ก็ยังไปเจอกันอีก และสรุปว่าพี่เกรทได้

กอล์ฟ : แล้วคือรุ่งเช้าจากที่เราไปแคสมา คุณแดง ก็โทรมาหาเราเข้ามาเลยเซ็นเลยเราก็เลยได้เล่นละคร

รอโอกาสจนได้เล่นละคร แต่พอเล่นเรื่องแรกก็โดนกระแสวิพากษ์วิจารณ์ ว่าเล่นแข็งมาก

กอล์ฟ : ก็เล่นเรื่องแรกจำบทไม่ได้เลย ต้องถามเลยว่าผมต้องพูดอะไร เพราะพวงกับบทจนผู้ช่วยผู้กำกับชื่อพี่จูน ตอนนั้นผมโกรธเข้ามาเลยนะ เขาบอกเราว่านี่เป็นพระเอกเหรอ จำบทยังจำไม่ได้เลย นี่เขาเรียกจำอวดเขาไม่ได้เรียกว่าดารา เขาไม่ได้เรียกว่านักแสดงตอนนั้นคำพูดนี้มันแทงเข้ามาในใจเลย เราเป็นนักแสดงเราไม่ดีพอเหรอ ตอนนั้นคือเลยจะกลับไปยกฉากอีก ผมพอขึ้นรถได้นั่งร้องไห้แต่ผมก็นึกถึงคนข้างหลังถ้าเราไม่ทำเราไม่สู้เราก็ไม่มีเงินสิ ก็ร้องให้มันจบแล้วเดินออกไปมาสู้กับมัน

พอจบเรื่องนั้นคุยกับคนที่ขื่อ จูน อีกไหม

กอล์ฟ : คุยครับ เราก็เคลียร์ คุย เขาก็ชมเราว่าเก่งขึ้นนะ

ถาม พอเริ่มเข้าใจ แล้วก็พัฒนาการแสดงขึ้นมา แต่มีคนที่ทำให้ กอล์ฟ อนุวัฒน์ เข้าใจการแสดงที่สุดเลยคือ

กอล์ฟ : พี่อั้ม พัชราภา ครับ ตอนนั้นเราได้เล่น เพลิงพระนาง พอเราได้เห็นคนเก่งๆเล่นละครพีเรียด แต่พี่อั้ม คือ เล่นออกมาได้เป็นธรรมชาติมากเราก็จำในสิ่งที่ พี่อั้ม เล่นทำให้เราเข้าใจมากขึ้น

อยู่ในวงการมานาน 10 ปี แต่ปีที่ดังจัดพลุที่สุดคือ ปีนี้

กอล์ฟ : ตั้งแต่ที่เป็นนักแสดงอิสระชีวิตเปลี่ยนจริงๆครับ เพราะบทชายรักชาย เป็นครั้งแรกที่เรารับบทนี้ พี่ฉอด ถามว่ากล้าเล่นไหม ผมก็บอกว่ากล้าครับ

พอรับบทชายรับชายจนโด่งดังมากจนทุกวันนี้ คนเลยมองว่า กอล์ฟ ไม่ใช่ขายแท้

กอล์ฟ : ผมต้องบอกก่อนเลยว่า ผมยังชอบผู้หญิง เหมือนเราเล่นแล้วคนอินมั้งกับบทนั้น

ซึ่งหลายคนที่คิดว่าเราไม่แมนเพราะเราไม่เปิดตัวแฟนหรือเปล่า

กอล์ฟ : เรามีความตั้งใจที่จะไม่เปิดเพราะว่าเรามีโลกส่วนตัวสูงเหมือนกัน ค่อนข้างจะแยกงานก็คืองาน เรื่องส่วนตัวก็คือเรื่องส่วนตัว แต่ไม่ได้ปิดนะครับ

แล้วคุยกับแฟนไหมว่าที่เราไม่เปิด แฟนเคยถามไหมว่าทำไมไม่เปิดเธอมีพิรุธอะไรหรือเปล่าถึงไม่เปิด กลัวคนรู้ไหม หรือได้คุยกันถึงเรื่องนี้หรือเปล่า

กอล์ฟ : เขาก็ไม่ได้ปิด อยู่กับเขาเขาก็ถ่ายรูปผม เราถ่ายรูปเราก็ไม่ได้แท็กเขาเรารู้สึกว่าเขาอยู่ในส่วนของเขาน่ารักแล้ว คบกับมา 4 ปีแล้วครับ

4 ปี ยังไม่เคยเห็นข่าว ไม่เคยรู้ว่าเป็นใคร เราคิดกับแฟนคนนี้ถึงขั้นไหน

กอล์ฟ : ผมว่ายังแฮปปี้ดีนะครับ ตอนนี้ ก็ปล่อยให้เป็นแบบนี้ไปก่อนเพราะผมยังต้องทำงานอยู่

ในช่วงที่ผ่านมามีข่าวว่ามีปัญหากับแฟน จนถึงขั้นที่ว่าวิวาห์จะล่มเลย เพราะว่า กอล์ฟ ไปรับบทชายรักชาย แล้วไม่ปรึกษา แล้วคือเล่นเหมือนมากๆ

กอล์ฟ : จริงๆมันก็เป็นแค่ข่าว ที่เขาว่าพระเอกผิวสี เป็นนักแสดงฟรีแลนด์ ซึ่งนักข่าวเขาก็มาถามเราเพราะเราก็บอกว่าแพลนวิวาห์ก็ไม่มีก็ตัดเราไม่ไปเลย เราก็กลัวเขาคิดเยอะนะ แต่ในเรื่องนี้เขาก็ยังดูเราเล่นอยู่เลยเขายังบอกเราเลยว่าพี่เล่นเหมือนนะ ซึ่งเราก็บอกเขานะว่าเราจะรับบทนี้ แต่เราไม่ได้ปรึกษานะครับว่าเราจะรับบทนี้ดีไหม เพราะถ้าเขาบอกไม่โอเคเราก็ทำอยู่ดีเพราะมันเป็นอาชีพของเราที่ต้องเดินต่อไป

กอล์ฟ : เขาเรียกว่า ฟุตบอล คือ สื่อกลางครับ ทำให้ทุกคนที่อยากเตะฟุตบอลนำเงินมาช่วยเหลือเด็กพิการ ผู้ป่วยไร้ญาติ ก็เอาเงินไปช่วยเหลือตรงนั้น อย่างผมจะมีทีมฟุตบอล อย่างพวกพี่เกรท อะไรพวกนี้ ใครอยากเตะกับเราก็เสียเงิน แล้วเราก็เงินตรงนี้ไปช่วยเด็กบนดอย เป็นการทำบุญที่มีความสุข และเราได้ออกกำลังกายด้วยครับ

ทุกวันนี้ถ่ายละครมีกำหนดวันกี่วัน ไม่รับกี่วันไหม

กอล์ฟ : ไม่มีกำหนดเลยครับ ตอนนี้ก็ยังแน่นๆอยู่ครับ ตอนนี้ก็มีละครที่ช่องอมรินทร์ ชื่อเรื่องเพลงบินใบงิ้ว ครับ เป็นละครเรื่องคู่ชีวิตที่เราเลือกผิด  ที่จะได้ชมกันปลายเดือนมกราคมครับ

เปรี้ยวจี๊ด! ‘ดิว อริสรา’ โพสต์ท่าสุดซี๊ด แชะภาพแซ่บในชุดบิกินี #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

บันเทิง – เปรี้ยวจี๊ด! ‘ดิว อริสรา’โพสต์ท่าสุดซี๊ด แชะภาพแซ่บในชุดบิกินี (naewna.com)

เปรี้ยวจี๊ด! 'ดิว อริสรา'โพสต์ท่าสุดซี๊ด แชะภาพแซ่บในชุดบิกินี

เปรี้ยวจี๊ด! ‘ดิว อริสรา’โพสต์ท่าสุดซี๊ด แชะภาพแซ่บในชุดบิกินี

วันอังคาร ที่ 22 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 15.09 น.

22 ธ.ค.63 ส่งความแซ่บผ่านอินสตาแกรมให้แฟนคลับได้กดถูกใจกันรัวๆ สำหรับ “ดิว อริสรา ทองบริสุทธิ์” ที่เจ้าตัวออกมาอวดความสวยเป๊ะในชุดว่ายน้ำสีขาวดำ โชว์ผิวขาวออร่าเนียนสวย หน้าท้องแบนราบ ที่มาพร้อมเรียวขายาวๆ โพสท่าสุดฮอตบนเรือยอร์ช ทำเอาหนุ่มๆ เห็นแล้วใจละลายกันเลยทีเดียว

น้ำตาผู้ให้ ‘หนุ่ม กรรชัย’ ร้องไห้เสียฟอร์ม ผ่านบททดสอบชีวิตกว่าจะมาเป็น ‘ผู้ประกาศข่าว’ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

บันเทิง – น้ำตาผู้ให้ ‘หนุ่ม กรรชัย’ ร้องไห้เสียฟอร์ม ผ่านบททดสอบชีวิตกว่าจะมาเป็น ‘ผู้ประกาศข่าว’ (naewna.com)

น้ำตาผู้ให้ ‘หนุ่ม กรรชัย’ ร้องไห้เสียฟอร์ม ผ่านบททดสอบชีวิตกว่าจะมาเป็น ‘ผู้ประกาศข่าว’

น้ำตาผู้ให้ ‘หนุ่ม กรรชัย’ ร้องไห้เสียฟอร์ม ผ่านบททดสอบชีวิตกว่าจะมาเป็น ‘ผู้ประกาศข่าว’

วันอังคาร ที่ 22 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 14.48 น.

เสียฟอร์มกันเลยทีเดียว สำหรับผู้ประกาศข่าว-พิธีกรสุดฮอต “หนุ่ม กรรชัย กำเนิดพลอย” จากรายการ “เที่ยงวันทันเหตุการณ์” และรายการ “โหนกระแส” ทาง ช่อง 3 ถึงกับหลั่งน้ำตากลางรายการ “3 แซ่บ” หลังจากได้กับ “น้องข้าวปั้น” เด็กน้อยที่ตัวเองได้ช่วยเหลือไว้ จากเหตุการณ์ประสบอุบัติเหตุจนถึงขั้นตับแตกมีโอกาสรอดชีวิตเพียง 20 เปอร์เซ็นต์ ก่อนที่ “หนุ่ม กรรชัย” จะเข้าช่วยเหลือติดต่อประสานนำตัวจากโรงพยาบาลแห่งหนึ่งใน จังหวัดชลบุรี เข้ามารักษาตัวที่โรงพยาบาลจุฬาฯ  จนตอนนี้อาการดีขึ้นและเกือบจะหายเป็นปกติแล้ว

ไลฟ์สไตล์เปลี่ยนไปจากเดิม ?

“เปลี่ยนไปเยอะมาก เมื่อก่อนอยากทำอะไรก็ทำ แต่พอมีลูกมันต้องมีความรับผิดชอบมากขึ้น ยิ่งมาทำเรื่องของข่าวด้วย มันไม่สามารถเกกมะเหรกเกเรเหมือนเมื่อก่อนได้ เพราะเป็นเรื่องการชี้นำสังคมด้วย”

ตอนนี้ไทม์ไลน์เปลี่ยน ตื่นตั้งแต่ตี 5 ?

“เราไม่ได้มีพื้นฐานด้านนี้มาก่อนเลย ฉะนั้นพอวันนึงได้มาทำ เราก็ถูกคำสบประมาทเยอะ เราก็เลยรู้สึกว่าต้องทำการบ้านมากขึ้น ตื่นตั้งแต่ 05.30 น. ออกจากบ้านแล้วไปนั่งประชุม ดูข้อมูลข่าวจะเล่นเรื่องอะไร โทรหาแขกรับเชิญเอง เราอยากรู้จากต้นตอมากกว่าสติงเกอร์ข่าวที่ส่งมาให้เรา เลยต้องตั้งใจทำการบ้าน”

เคยถูกขู่ฆ่ามั้ย?

“ไม่เคย แต่มีขู่ว่าอย่าทำเรื่องนี้นะ ถ้าทำจะมีปัญหาโน่นนี่นั่น”

ตั้งแต่มาทำ มีความคิดละเอียดมากขึ้น ?

“ไม่หรอก เมื่อก่อนก็เป็นแบบนี้ เพียงแต่ว่าเวลาเราอยู่หน้าจอ คนรู้สึกว่าเราไม่ใช่แบบนั้น”

จากคนปรามาสแล้ววันนี้เขาชมและยอมรับ รู้สึกยังไง ?

“ดีใจนะ ตอนเราเข้ามาใหม่ๆ คนบอกว่าเราไม่ใช่สื่อตัวจริง แต่เราคิดในใจว่าวันหนึ่งจะทำให้เห็นว่าทำได้ และเชื่อทุกๆ คนที่ดูอยู่ก็ทำได้ เพียงแต่คนเราไม่ได้มีแค่คำว่าโชคดี มันต้องมีโอกาส เมื่อไหร่คุณมีโอกาสแล้วคว้าเอาไว้ แล้วใช้อย่างคุ้มค่านั่นคือสิ่งที่ถูกต้องที่สุด พี่เลยเอาโอกาสนั้นมาก่อร่างสร้างตัวทำให้เป็นชิ้นเป็นอันมากขึ้น พิสูจน์ตัวเอง”

การได้เจอเคสแต่ละวัน เป็นแรงบันดาลใจยังไง ?

“พอเรามาทำข่าว แน่นอนข่าวมันเห็นเยอะมากๆ เห็นคนที่จนที่สุด เห็นคนเอาก้อนหินมาผัดกับน้ำปลา ดูดกินกับข้าว เขาไม่มีตังค์ คนไม่มีคือไม่จริงๆ เคยสัมภาษณ์ คนติด 1 ใน 10 มหาเศรษฐีก็เคยสัมภาษณ์มาแล้ว คือมันทำให้รู้สึกว่าได้เห็นอะไรเยอะ ถ้าวันหนึ่งเราจะมีโอกาสได้ช่วยเหลือคนที่เขาไม่มี ก็อยากจะช่วย”

เวลามีเคสข่าวต่างๆ เด็กถูกทำร้าย พี่หนุ่มจะของขึ้น ?

“เป็นสโลแกนตอนนี้ที่ใช้อยู่ ผมนี่ขึ้นเลย (ยิ้ม) จริงๆ ไม่ใช่หรอก เป็นคนชอบเด็กตั้งแต่สมัยก่อนแล้ว รักเด็ก บางทีเด็กเขาบอบบาง เขาต้องการโอกาสพัฒนาและโตขึ้นมา”

กรณีลูกน้องลัลลาเบลก็ช่วย ?

“เรียกว่าช่วยเหลือเปล่า ก็ให้ค่าเทอมเขา พอดีคุณแม่มาออกรายการ แล้วถามนอกรอบว่าน้องต้องเรียนหนังสือแล้วเป็นยังไง คุณแม่ไม่อยู่แล้ว ทำยังไง ค่าเทอมเท่าไหร่ เขาบอกปีละ 6 หมื่น พี่มองว่าไม่ได้เกินกำลัง ก็ช่วยค่าเทอมให้เขา 6 หมื่น พอปีที่ 2 ก็ได้เจออีก พี่ก็ให้เขาไปอีก ถ้ามีปัญหาเรื่องการเรียนของลูกลัลลาเบลให้นึกถึงพี่เป็นคนแรก ไม่ต้องเกรงใจพี่ อะไรแบบนี้ คือไม่ได้เป็นคนจะมาช่วยทันทีทันใดนะ พี่มีเหตุผลของพี่ พี่ทำข่าวโหนกระแส เอาเรื่องของเขามาออกรายการ ทุกคนเล่นข่าวของเขาหมด เพื่อแลกกับอะไร หนึ่งเรตติ้งที่เราจะได้ ถ้าวันหนึ่งเราจะคืนในสิ่งที่ให้เขาได้ที่เกี่ยวกับลูก มันผิดเหรอ พี่คิดว่าพี่ได้มาแล้ว ก็ต้องคืนกลับให้เขาด้วย เป็นสิ่งที่ถูกสอนมาตั้งแต่เด็กๆ เลย จนวันนี้ก็สอนลูกเหมือนกันว่าคนเราจะได้อย่างเดียวไม่ได้ ต้องคืนให้เขาด้วย ลัลลาเบลก็เหมือนกัน”

พี่หนุ่มช่วยน้องข้าวปั้น ที่น้องตับแตก ช่วยแล้วตัวเองก็รู้สึกดี ?

“เคสนี้ไม่ได้รู้จักกันมาก่อน แต่ไปเห็นเขาแชร์ต้องการเลือดไปบริจาค เราก็โทรไปถามว่ายังไง วันดีคืนดี บอกว่าพี่ช่วยลูกหนูด้วย ลูกไม่น่าไหวแล้ว น้องตับเลือดออกจำเป็นต้องผ่าตัด แล้วเครื่องไม้เครื่องมือไม่พร้อม พี่เลยติดต่อไปรพ.ที่น้องอยู่ เขาบอกอัตราการเสียชีวิตสูงมาก สุดท้ายติดต่อรพ.จุฬาฯ รู้จักคุณหมอเด็กที่นั่น ก็มีการย้ายน้อง แล้วสุดท้ายน้องรอด คุณแม่เขาก็ขอบคุณมา ก็เป็นความภูมิใจอย่างหนึ่ง”

ได้อัปเดตอาการน้องมั้ย ?

“เมื่อเร็วๆ นี้ก็ถามไป เขาบอกว่าดีแล้วเขาก็ถ่ายรูปมาให้ดู”

เขาอยากเจอและขอบคุณพี่ วันนี้คุณจันจิราและน้องข้าวปั้นมาพบพี่ แม่เป็นไง เจอคนที่ช่วยชีวิตลูก?

จันจิรา : “อยากขอบคุณพี่หนุ่มมากๆ ค่ะ ที่ช่วยชีวิตลูกหนู ถ้าไม่ได้รพ.ที่ดี และหมอที่ดีที่พี่หนุ่มหามาให้ ลูกหนูคงไม่รอด (ร้องไห้)”

วันที่เขาเลือดออกในตับ ทำไมตัดสินใจขอความช่วยเหลือจากพี่หนุ่ม ?

จันจิรา : “พี่หนุ่มเขาช่วยเหลือตั้งแต่ก่อนที่ลูกหนูจะวิกฤตหนักแล้วค่ะ ถ้ามีอะไรแย่ให้ติดต่อได้เลย ให้เบอร์ส่วนตัว ติดต่อมาเองโดยตรง หาหมอและรพ.ที่ดีให้”

หนุ่ม : “(ซับน้ำตา)”

พอวันนั้นพี่หนุ่มบอกจะประสานให้ รู้สึกยังไง ?

จันจิรา : “ตอนนั้นน้องวิกฤตมากค่ะ ต้องย้ายรพ.วันนั้น”

หนุ่ม : “เขาบอกพี่ช่วยลูกหนูด้วย ลูกหนูไม่รอดแล้ว ซึ่งเราก็เป็นพ่อ เรารู้สึกว่า…(พูดไม่ออก)”

วันนี้เขากลับมาร่าเริง รู้สึกยังไง ?

หนุ่ม : “ดีใจ เพราะอันนี้เป็นส่วนหนึ่งที่เราได้มีโอกาสมาทำข่าว และเราใช้ในทางที่ถูกที่ควร เราช่วยชีวิตคนได้จริงๆ เราดีใจที่ไม่ได้มองผ่าน เราพิสูจน์ว่าสื่อไม่ใช่สื่อกลาง แต่เป็นคนกลางประสานให้คนๆ นึงที่ต้องการให้ลูกรอดชีวิต และเราทำได้ เราใช้โอกาสที่ถูก”

ตอนนี้อาการเป็นยังไง ?

จันจิรา : “ดีขึ้นค่ะ เหลือแค่ระบบย่อยอย่างเดียว”

ลูกโตขึ้นจะเล่าเรื่องนี้ให้ลูกฟัง ?

จันจิรา : “เล่าแน่นอนค่ะ”

เปิดทีวีมาเจอพี่หนุ่ม จะบอกลูกยังไง ?

จันจิรา : “จะบอกว่านี่คือคนช่วยชีวิตหนู ถ้าไม่มีพี่เขา หนูก็ไม่ได้อยู่จนทุกวันนี้”

พ่อน้องก็อยากขอบคุณพี่หนุ่มเหมือนกัน ?

พ่อ : “ขอบคุณพี่หนุ่มมากครับ ถ้าไม่มีพี่หนุ่มในวันนั้นก็ไม่มีน้อง ตอนนั้นหัวใจหล่นไปหมดแล้ว หมอบอกน้องเหลือ 20 เปอร์เซ็นต์ น้องห้ามขยับตัว 20 วัน ต้องโดนรัดตัวตลอดเวลา แล้วห้ามกินอะไรด้วย ต้องขอขอบคุณมากจริงๆ ครับ”

เชื่อมั้่ย ในโลกใบนี้ไม่เคยเจอกันมาก่อน แต่เขามาช่วยเรา ?

จันจิรา : “ไม่คิดเลยค่ะ ไม่คิดว่าจะได้มีโอกาสตรงนี้ ไม่คิดว่าพี่เขาจะยื่นมือมาช่วย และช่วยจนสุดตัวเลยค่ะ เดือดร้อนอะไรช่วยเต็มที่เลยค่ะ เมื่อ 2 เดือนที่แล้ว พี่หนุ่มยังถามหมอน้องอยู่เลยค่ะ พอดีรถมอเตอร์ไซค์ล้มทับท้องน้องพอดี เส้นเลือดในตับมันขาดค่ะ ตัวซีด เท้าซีด น้องช็อกไปแล้ว”

อะไรทำให้พี่หยุดแล้วเป็นกรรชัยได้ทุกวันนี้ ?

“ไม่มีอะไรหยุดพี่ได้ ความเจ้าชู้เอาตรงๆ ไม่ได้บอกว่ามีลูกแล้วจะหยุดนะ ไม่มีลูกก็หยุดเยอะแยะไป แต่เราหยุดของเราเอง มันโตแล้ว ผมว่าสุดท้ายแล้วโจรถ้าจะเลิกเป็นโจรจะคิดได้ของมันเอง”

อะไรทำให้คิดได้ว่าพอเหอะ ?

“ใจพี่ไง ใจพี่มันเหี้ยมมาก แก่แล้วก็หาไม่ได้ไง (หัวเราะ) ไม่หรอก ส่วนหนึ่งมีลูกสาวนั่นแหละ มีลูกสาวก็คิดเยอะ คิดไปไกล”

เวรกรรมงี้เหรอ ?

“ชมพูดถูกเลย”

คิดว่าเปลี่ยนก่อนมีลูกซะอีก ?

“แหม น้องแอฟ เล่นดอกนี้ไปไม่ถูกเลย พี่เปลี่ยนก่อนหน้านั้นแล้ว (หัวเราะ) ไม่หรอก มันถึงจุดอิ่มตัว อีกอย่างก็ผ่านอะไรมาเยอะ ก็หยุดดีกว่า อีกอย่างกลัวลูกเจอผู้ชายอย่างเราด้วย”

น้องมายูน่ารักขึ้นทุกวัน ?

“เกเรมากนะ แต่ทำไงได้ เป็นลูกเรา”

เขาฉลาดมีการรับส่งมุก ?

“เป็นการสร้างภาพ (หัวเราะถูกใจ)”

แบ่งกันยังไงกับเมีย ว่าเล่นบทบาทไหน ?

“ด้วยงานเราเป็นการแบ่งกันอยู่แล้ว ตื่นเช้ามาพี่ไปทำงาน มายูไปเรียนหนังสือ แม่เขาไปส่ง ทำงานเสร็จ มายูก็นอนแล้ว เราไม่ได้มีเวลาอยู่ร่วมกันมากมาย เมื่อก่อนเจอแค่วันอาทิตย์ แต่เดี๋ยวนี้เสาร์อาทิตย์ก็เจอกัน”

ฟิลลิ่งผู้ชายที่มีลูกสาว ?

“ก็ห่วงว่าจะไปเจอคนเจ้าชู้ แต่เราไม่สามารถกำหนดกฎเกณฑ์อะไรได้มากมาย ได้มากสุดแค่เตือนแค่บอก”

อยากมีลูกอีกคนมั้ย ?

“กำลังดูเมียอยู่ (หัวเราะ) ยัง คนเดียวนี่แหละ แก่แล้ว ตอนนี้มายู 6 ขวบ พี่ 51 แล้ว”

ผมดกเยอะเป็นเกาหลี ?

“ไม่เคยไปปลูก ไม่เคยต่อผม ฉีดหรืออะไร แล้วมาขายแชมพู ไม่เคย”

ที่ขึ้นตามป้ายทั่วบ้านทั่วเมือง เกิดจากยังไง ?

“ไลโอใช่มั้ย คือพอมาทำข่าว พรีเซ็นเตอร์ติดต่อมาเยอะมาก แต่เราไม่สามารถรับได้ ถามว่าเพราะอะไร เพราะถ้าเราไม่เคยใช้ ถ้ามันไม่ใช่แบบที่เราพูดคนก็กลับมาด่าเรา จนสุดท้ายบังเอิญว่าไลโอ แชมพูตัวนี้เป็นหนึ่งในงานพรีเซ็นเตอร์ที่ติดต่อเข้ามา มันเป็นตัวที่เราเคยใช้นี่หว่า ไลโออยู่มา 18 ปีแล้วนะ แต่ขายอยู่ในร้านขายยา วันนึงมันหายไป วันหนึ่งเขาจะเอามารีแบนด์ ก็เลยบอกให้เอามาใช้หน่อย พี่เซ็ตผมตลอดเวลา ผมข้างบนจะร่วงจะบาง เลยไม่มั่นใจ ก็เอาไลโอมาใช้ มันตอบโจทย์พี่ เลยขอลงทุนทำด้วยเลย ก่อนหน้านี้มี 2 ตัว มีแชมพูสระผม แล้วก็ครีมนวด หลังจากนั้นก็พูดคุยกันว่าเราควรทำเพิ่มสักตัวนึงมั้ย คือแฮร์โทนิค แหวกๆ แล้วพ่นๆ นวดๆ ในนี้จะมีส่วนผสมธรรมชาติจริงๆ มีอะนาแกน ซึ่งเป็นต้นอ่อนของถั่วลันเตา  หนังศีรษะเราจำเป็นต้องมีตัวบำรุงตัวนี้ มีมัมเมอรี่ ว่านหางจระเข้ โสม วิตามินบี วิตามินอี ชา อัญชัญ เหตุผลที่ผมหลุดร่วงคือหนังศีรษะมันมัน เจอเจล แว็กซ์ อะไรที่ทำให้ผมหลุดร่วง พอเจอตัวชะล้างออกไปทำให้สะอาดได้ ก็ทำให้ลดการหลุดร่วงของเส้นผม แอดไลน์ไลโอไทยแลนด์ หรือโทรได้ หรือเข้ากูเกิลพิมพ์ไลโอ หรือติดต่อตัวแทนได้ เซ็ตนี้อยู่ประมาณพันกว่าบาท ได้สามอย่าง สามขั้นตอนจบเลย ผู้หญิงก็ใช้ได้”

‘เอ พศิน’ โชว์หุ่นแซ่บฟิตตลอดกาล #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

บันเทิง – ‘เอ พศิน’โชว์หุ่นแซ่บฟิตตลอดกาล (naewna.com)

'เอ พศิน'โชว์หุ่นแซ่บฟิตตลอดกาล

‘เอ พศิน’โชว์หุ่นแซ่บฟิตตลอดกาล

วันอังคาร ที่ 22 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 14.30 น.

“เอ พศิน เรืองวุฒิ” นักแสดงหนุ่มหล่อและคุณพ่อสุดเท่ ที่รักการออกกำลังกายและดูแลรูปร่างมาตลอด ยอมรับยังประสบปัญหาไขมันส่วนเกินเพราะการออกกำลังกายอย่างเดียวบางทีก็ไม่สามารถกำจัดไขมันได้ทุกส่วนโดยเฉพาะหน้าท้อง เอว และรอบเอว ซึ่งเป็นบริเวณที่กำจัดยากมากที่สุด ทำให้ตัดสินใจเข้าโปรแกรมสลายไขมันกับด็อกเตอร์แททออฟ คลินิก ( Dr.TATTOF Clinic )ในภารกิจ “แด๊ดดี้..ขอรีเทิร์น”มากว่า 4 เดือนกลับมาคราวนี้ พร้อมโชว์รูปร่างถ่ายแบบแฟชั่นเซ็ตกับDr.TATTOF clinicในแคมเปญ “แด๊ดดี้..ขอรีเทิร์น”โดยเอ พศิน เผยว่ารูปร่างเปลี่ยนแปลงไปอย่างชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นบริเวณหน้าท้องหรือรอบเอวที่ลดยากซึ่งลดลงไป 2 นิ้ว และน้ำหนักลดลงจาก 85 เหลือเพียง 76.5 กิโลกรัมผลลัพธ์ที่ได้เรียกว่าตอกย้ำความ “ฟิต” ตลอดกาลของ เอ พศินพร้อมรีเทิร์นการถ่ายแบบกับเซ็ตภาพถ่ายโชว์กล้ามอกและกล้ามแขนแน่นๆ จนภาพความล่ำกลายเป็นซิกเนเจอร์ของเจ้าตัวไปแล้วจริง ๆ

คู่มือการล็อกดาวน์เราควรซื้ออะไรเก็บไว้บ้าง? #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

คู่มือการล็อกดาวน์เราควรซื้ออะไรเก็บไว้บ้าง? (komchadluek.net)

คู่มือการล็อกดาวน์เราควรซื้ออะไรเก็บไว้บ้าง?

คู่มือการล็อกดาวน์เราควรซื้ออะไรเก็บไว้บ้าง?

23 ธันวาคม 2563 – 16:34 น.

รู้ก่อน เตรียมก่อน พร้อมรับมือกับทุกสถานการณ์

เรื่องโควิดกลายเป็นเรื่องที่เรียกว่าทำให้เกิดวิถีชีวิตใหม่และการปรับตัวที่แตกต่างไปจากเมื่อก่อน เราผ่านการเรียนรู้เพื่อการอยู่รอด และการเสียสละเพื่อประโยชน์ส่วนรวมมาแล้วเมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา การเกิดภาวะโรคระบาดครั้งใหม่นี้ อาจเป็นสัญญาณเตือนให้เราได้เตรียมตัวว่าเมื่อสถานการณ์กลับมาไม่ปกติอีกครั้ง เราจะรับมือได้อย่างตื่นตัวแต่ไม่ตื่นตระหนก ที่สำคัญช่วงเวลานี้คุณยังสามารถหาซื้อสิ่งของจำเป็นเตรียมไว้แต่ไม่ต้องถึงขั้นกักตุนได้อีกด้วย วันนี้เรามาทบทวนการวิธีรับมือ และการเตรียมตัวไว้หากมีการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินล็อกดาวน์อีกครั้ง 

หน้ากากอนามัย

วันนี้คุณควรซื้อติดบ้านไว้สักหนึ่ง 1-2 กล่อง แต่ไม่ควรกักตุ่นไว้ในปริมาณที่มากเกินไป คุณควรป้องกันตัวเองด้วยการสวมหน้ากากเมื่อออกจากบ้าน หรือเมื่อจำต้องไปยังสถานที่ที่ผู้คนแออัดและต้องอยู่ในระยะกระชั้นชิด ตอนนี้ราคาหน้ากากอนามัยกำลังมีขายจำนวนมาก หลากหลายแบบในท้องตลาด หาซื้อได้ง่ายมากๆ ดังนั้นคุณควรมีติดบ้านไว้

คู่มือการล็อกดาวน์เราควรซื้ออะไรเก็บไว้บ้าง?

เจลแอลกอฮอล์ล้างมือ

ในสถานการณ์เช่นนี้การมีเจลแอลกอฮอล์ล้างมือเก็บไว้ที่บ้าน เพื่อทำความมือก่อนหรือหลังสัมผัสสิ่งของต่างๆ ในบ้านน่าจะเป็นตัวช่วยที่ดีที่สุด เพราะมือของเราเป็นอวัยวะที่สัมผัสทุกอย่างรอบตัวตลอดเวลา มือของคุณอาจนำพาเชื้อโรคมาสู่ร่างกาย เป็นเหตุให้คุณเป็นสิว ติดเชื้อ หรือที่หนักกว่านั้นคือนำเชื้อไปสู่ผู้อื่น ดังนั้นซื้อเจลแอลกอฮอล์ล้างมือที่มีความเข้มข้นอย่างน้อย 70-75% สักขวดมาไว้ใช้ที่บ้านกันเถอะ

คู่มือการล็อกดาวน์เราควรซื้ออะไรเก็บไว้บ้าง?

น้ำดื่ม

คุณควรเลือกซื้อน้ำดื่มเป็นแพ็คจากซุปเปอร์มาร์เก็ตมาพอประมาณ มาเก็บไว้ในยามฉุกเฉินจะได้มีน้ำดื่มเพราะน้ำมีความสำคัญต่อสขุภาพการดื่มน้ำในปริมาณที่พอดี จะช่วยลดความเสี่ยงจากการเกิดโรคร้าย เช่น โรคความดันโลหิตสูง โรคมะเร็งลำไส้ และโรคกระเพาะปัสสาวะอักเสบ หากต้องเจอสถานการณ์ล็อกดาวน์หรือการกักตัวคุณก็จะไม่เสี่ยงเกิดภาวะร่างกายขาดน้ำได้

คู่มือการล็อกดาวน์เราควรซื้ออะไรเก็บไว้บ้าง?

อาหารแห้ง

ประเภทบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป คือสิ่งที่ควรมีติดบ้านช่วงโรคระบาด COVID-19 นั้นเพราะเราไม่สามารถออกไปไหนได้หากมีการประกาศล็อกดาวน์ หรือหากคุณกำกกลังกักตัวเพื่อดูอาการว่าติดเชื้อหรือไม่ คุณอาจจะป้องกันเชื้อแพร่ไปยังบุคคลอื่นโดยการงดสั่งอาหารออนไลน์ แต่หันมาทานอาหารแห้งที่ซื้อเก็บไว้สักพัก นี่เป็นการป้องกันทั้งตนเองและส่วนรวม

คู่มือการล็อกดาวน์เราควรซื้ออะไรเก็บไว้บ้าง?

ติดตามข่าวสาร

ปัจจุบันเรามีข่าวสารหลายช่องทางให้ติดตามข้อมูลสถานการณ์โควิด เพื่อให้เราได้รับข้อมูลที่ถูกต้องและไม่หลงเชื่อข้อมูลที่ผิด คุณควรเช็คข่าวจากแหล่งข่าวที่น่าเชื่อถือเพื่อการเตรียมพร้อมรับมือในทุกวัน

คู่มือการล็อกดาวน์เราควรซื้ออะไรเก็บไว้บ้าง?

ประกันโควิด
ใช่แล้วสุดท้ายแล้วไม่มีอะไรแน่นอนในชีวิต ข่าวตัวเลขผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ตอนนี้คุณติดเชื้อหรือไม่ก็ไม่มีทางรู้ได้? ดังนั้นเราขอแนะนำประกันโควิดที่เค้ามีรูปแบบแผนประกัน ที่พิเศษเพื่อคุ้มครองผู้ป่วยที่ติดเชื้อโควิด-19 ชนิดที่ว่าตรวจเจอจ่ายให้จบทันที ที่สำคัญเบี้ยประกันถูกมาก ใครเคยทำแล้ว ลองเช็คดูว่าการคุ้มครองของคุณกำลังจะสิ้นสุดลงแล้วหรือยัง? และใครทำแล้วแต่อยากทำอีกสักกรมธรรม์ก็ยังได้ เช็คราคาพร้อมรายละเอียดแผนประกันได้เลยที่นี่

คู่มือการล็อกดาวน์เราควรซื้ออะไรเก็บไว้บ้าง?

#Covid19 #ล็อคดาวน์ #โควิด #อาหาร #อาหารแห้ง #กักตัว #คมชัดลึก

ขอบคุณภาพจาก :

photo created by alexeyzhilkin – freepik

photo created by azerbaijan_stockers – freepik

photo created by pereslavtseva – freepik

photo created by jcomp – freepik

photo created by kaboompics – freepik

photo created by osaba – freepik

ส้มนนท์ห้าว รุกเทศบาลนนท์ ชน ‘สมนึก’ แชมป์ 8 สมัย #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

ส้มนนท์ห้าว รุกเทศบาลนนท์ ชน ‘สมนึก’ แชมป์ 8 สมัย (komchadluek.net)

ส้มนนท์ห้าว รุกเทศบาลนนท์ ชน ‘สมนึก’ แชมป์ 8 สมัย

ส้มนนท์ห้าว รุกเทศบาลนนท์ ชน 'สมนึก' แชมป์ 8 สมัย

23 ธันวาคม 2563 – 17:23 น.

เริ่มแล้ว ก้าวหน้าเมืองนนท์ ลุยเทศบาลนครนนท์ ท้ารบ “สมนึก” นายกเล็ก 8 สมัย

++
    มิทันที่ กกต.จะประกาศรับรองผลการเลือกตั้งนายก อบจ. และ ส.อบจ. แอดมินเพจคณะก้าวหน้า นนทบุรี ได้ประกาศเชิญชวนบุคคลที่ยึดมั่นในประชาธิปไตย พร้อมลงมือเปลี่ยนแปลงเทศบาล และ อบต. ได้ติดต่อมาร่วมงานกับคณะก้าวหน้า

จ.นนทบุรี มีเทศบาลขนาดใหญ่ 2 แห่งคือ เทศบาลนครนนทบุรี และเทศบาลนครปากเกร็ด ซึ่งเป็นสนามเลือกตั้งท้องถิ่นที่มีคนสนใจจำนวนมาก
    ผลการเลือกตั้งนายก อบจ.นนทบุรี  พ.ต.อ.ธงชัย  เย็นประเสริฐ กลุ่มผึ้งหลวง ได้ 193,992 คะแนน ตามมาด้วย ไพบูลย์  กิจวรวุฒิ คณะก้าวหน้า137,222 คะแนน และฉลอง  เรี่ยวแรง กลุ่มพลังนนท์ได้ 66,900 คะแนน
    แม้แชมป์เก่า พ.ต.อ.ธงชัย จะชนะตามความคาดหมาย แต่คะแนนของไพบูลย์นั้นถือว่า เป็นสัญญาณบวกของคณะก้าวหน้า แถมได้ ส.อบจ.มา 3 คน ในเขต อ.บางกรวย อ.บางใหญ่ และ อ.ปากเกร็ด

ส้มนนท์ห้าว รุกเทศบาลนนท์ ชน 'สมนึก' แชมป์ 8 สมัย

กัาวหน้าเมืองนนท์ เดินหน้าต่อ

    “เมล็ดพันธุ์แห่งการเปลี่ยนแปลงได้ถูกหว่านลงไปในจังหวัดนนทบุรี เพื่อต่อสู้กับการเมืองระบบอุปถัมภ์”
    นี่คือความฮึกเหิมของคณะก้าวหน้า นนทบุรี 

++
แชมป์เก่าหนาวมั้ย
++
    เฉพาะเทศบาลนครนนท์ จะเป็นสนามการต่อสู้ที่ดุเดือดในอนาคต เพราะ “สมนึก ธนเดชากุล” เป็นนายกฯ มาแล้ว 8 สมัย
    คนเมืองนนท์ จะคุ้นกับชื่อ “สมนึก” และกลุ่มพลังหนุ่ม มายาวนาน และในศึกเลือกตั้งนายก อบจ.นนทบุรี สมนึกก็สนับสนุนกลุ่มผึ้งหลวง พ.ต.อ.ธงชัย เย็นประเสริฐ มาทุกสมัย

ส้มนนท์ห้าว รุกเทศบาลนนท์ ชน 'สมนึก' แชมป์ 8 สมัย

นายกเล็ก 8 สมัย

    เส้นทางการเมืองของสมนึก เริ่มจากอำลาชีวิตข้าราชการกรมชลประทาน ปี 2517 ได้รับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาเทศบาลเมืองนนทบุรี ในนามกลุ่มพลังหนุ่ม
    ปี 2527 ได้รับเลือกตั้งเป็นนายกเทศมนตรีเมืองนนทบุรี เป็นสมัยแรก, และได้รับเลือกตั้งเป็นนายกเทศมนตรีติดต่อกันมาจนถึงปัจจุบัน นับเป็นสมัยที่ 8 (ตั้งแต่ 1 เมษายน 2555)
    ในเวทีการเมืองระดับชาติ ทราบกันดีว่า สมนึกยืนอยู่ฝ่ายเพื่อไทย และคนเสื้อแดง การเลือกตั้ง ส.ส.ครั้งที่แล้ว สมนึกรู้สึกผิดหวังที่นิทัศน์ ศรีนนท์ อดีต ส.ส.นนทบุรี พ่าย เจริญ เรี่ยวแรง ภรรยา ฉลอง ที่เขต 1 นนทบุรี

ล้มช้าง “พินิจ” “แว่นฟ้า” คุณนาย มท.3 #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

ล้มช้าง “พินิจ” “แว่นฟ้า” คุณนาย มท.3 (komchadluek.net)

ล้มช้าง “พินิจ” “แว่นฟ้า” คุณนาย มท.3

ล้มช้าง "พินิจ" "แว่นฟ้า" คุณนาย มท.3

23 ธันวาคม 2563 – 15:00 น.

ควันหลง อบจ.บึงกาฬ “แว่นฟ้า” ยาใจ มท.3 ล้มแชมป์เก่า “กำนันนิพนธ์” คนสนิทพินิจ จารุสมบัติ

++
นครนาคา..บึงกาฬ ที่โด่งดังด้วยสถานที่ท่องเที่ยวอย่างหินสามวาฬ และถ้ำนาคา เกิดการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองในท้องถิ่น เมื่อผลการเลือกตั้งนายก อบจ.บึงกาฬ หักปากกาเซียน

อ่านข่าว…   อีสานสุดปัง “คุณนายรัฐมนตรี” ลงสนาม อบจ.

ล้มช้าง "พินิจ" "แว่นฟ้า" คุณนาย มท.3

คุณนายแว่นฟ้า ขอบคุณชาวบึงกาฬ    

กกต.บึงกาฬ แจ้งผลคะแนนอย่างไม่เป็นทางการ แว่นฟ้า ทองศรี กลุ่มนครนาคา ได้ 105,478 คะแนน ,ภูมิพันธ์ บุญมาตุ่น คณะก้าวหน้า ได้ 34,917 คะแนน ,นิพนธ์ คนขยัน อดีตนายก อบจ.บึงกาฬ ได้ 26,274 คะแนน และอภิเดช รักษาโสม พรรคเพื่อไทย ได้ 15,001 คะแนน    

ชัยชนะของ แว่นฟ้า ทองศรี ภรรยาของ “มท.3” ทรงศรี ทองศรี รมช.มหาดไทย ปฏิเสธไม่ได้ว่า เป็นชัยชนะของพรรคภูมิใจไทย     

พรรคภูมิใจไทย หวังจะปักธง ส.ส.ในบึงกาฬ มาตั้งการเลือกตั้ง ส.ส.ปี 2554 จนถึงปี 2562  “แว่นฟ้า” ก็ยังเอาชนะแชมป์เก่า-เพื่อไทย ไม่ได้

++
ลูกนาคา
++
เหตุใด “แว่นฟ้า” ภรรยาของทรงศักดิ์ ทองศรี นักการเมืองคนดังเมืองบุรีรัมย์ จึงมาสมัคร ส.ส.ที่บึงกาฬ     

แฟนเพลงเพื่อชีวิตคงรู้จัก “สีเผือก คนด่านเกวียน” ที่มีจริงว่า อิศรา อนันตทัศน์ หรือสำรอง อนันตทัศน์ ชาว อ.เมืองบึงกาฬ จ.บึงกาฬ (สมัยโน้น อ.บึงกาฬ ยังขึ้นกับ จ.หนองคาย) เมื่อเข้าเรียนประถมศึกษา จึงได้ย้ายมาเรียนหนังสือต่อที่นครราชสีมา    

แว่นฟ้าก็คือ น้องสาวของสีเผือก คนด่านเกวียน ลูกหลานชาวบึงกาฬโดยกำเนิด    

ล้มช้าง "พินิจ" "แว่นฟ้า" คุณนาย มท.3

รักกันมา 35 ปี แว่นฟ้ากับเสี่ยป้อม รมช.มหาดไทย

ต้นปี 2554 “เสี่ยป้อม” ทรงศักดิ์ ทองศรี ได้มาบัญชาการสร้างศูนย์อบรมพัฒนาบุคลากรทางการเมือง ในรีสอร์ตของภรรยา-แว่นฟ้า ที่ อ.เมืองบึงกาฬ    

เวลานั้น เสี่ยป้อม สวมหัวโขน รมช.คมนาคม ได้จัดอีเวนท์เปิดตัว “แว่นฟ้า” ทั้งจัดมวยชิงแชมป์โลก ,ฟรีคอนเสิร์ตลูกทุ่ง และจำหน่ายสินค้าโอทอป     

กลางปีเดียวกัน พรรคภูมิใจไทย ส่งแว่นฟ้าลงสนาม ส.ส.เขต 1 บึงกาฬ แต่ต้านกระแสเสื้อแดงแห่ยิ่งลักษณ์ไม่ไหว แว่นฟ้าพ่ายยับ    

เลือกตั้งปี 2562 แว่นฟ้าลงสนามเขต 1 บึงกาฬอีกครั้ง พ่ายแชมป์เก่า-เชิดพงศ์ ราชป้องขันธ์ พรรคเพื่อไทย แต่คะแนนดีขึ้นกว่าครั้งแรก    

เมื่อปี่กลองการเมืองท้องถิ่นดังขึ้น แว่นฟ้าขอสู้อีกยก ตอนแรกจะใช้ชื่อพรรค แต่เสี่ยหนู-อนุทิน ชาญวีรกูล สั่งผู้สมัครนายก อบจ.สายสีน้ำเงิน ห้ามใช้ชื่อพรรค เกรงผิดกฎหมายเลือกตั้ง    

แว่นฟ้าจึงใช้ชื่อกลุ่มนครนาคา ลงแข่งกับ นิพนธ์ คนขยัน อดีตนายก อบจ.บึงกาฬ กลุ่มไทบึงกาฬ อภิเดช รักษาโสม ลูกเขยของเชิดพงศ์ ราชป้องขันธ์ ส.ส.บึงกาฬ เและ ภูมิพันธ์ บุญมาตุ่น จากคณะก้าวหน้า   

ล้มช้าง "พินิจ" "แว่นฟ้า" คุณนาย มท.3

ป้ายฉลอง 9 ปี จ.บึงกาฬ เมื่อกลางปีนี้

++
วังพญานาค
++
การเลือกตั้ง 22 มี.ค.2535 พินิจ จารุสมบัติ หอบกระเป๋าจาก อ.บ้านโพธิ์ จ.ฉะเชิงเทรา ไปปักหลักที่ อ.บึงกาฬ จ.หนองคาย จนได้เป็น ส.ส.หนองคาย ติดต่อกันมาหลายสมัย กระทั่ง อ.บึงกาฬ ยกฐานะเป็นจังหวัด    

เลือกตั้ง 2550 และ 2554 เสี่ยพินิจไม่ได้ลงสมัคร ส.ส. แต่ก็ให้การสนับสนุนอดีต ส.ส.หนองคาย สายวังพญานาค ในนามพรรคชาติพัฒนาเพื่อแผ่นดิน    

หากบุรีรัมย์ คือ “เนวินบุรี” บึงกาฬก็คือ “พินิจนคร” เช่นกัน เพราะ “นิพนธ์ คนขยัน” นายก อบจ.บึงกาฬ คนแรก และคนปัจจุบัน  เป็นมือขวาของเขา     

วันนี้ “เสี่ยป้อม” ได้ทำให้บึงกาฬ เป็นเมืองบริวารของเนวินบุรีไปเรียบร้อยแล้ว เมื่อคุณนาย มท.3 กำลังขึ้นเป็นนายก อบจ.บึงกาฬคนที่ 2 

มหาชัยดราม่า “วีระศักดิ์” ผู้ว่าฯ สายสุพรรณ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

มหาชัยดราม่า “วีระศักดิ์” ผู้ว่าฯ สายสุพรรณ (komchadluek.net)

มหาชัยดราม่า “วีระศักดิ์” ผู้ว่าฯ สายสุพรรณ

มหาชัยดราม่า "วีระศักดิ์" ผู้ว่าฯ สายสุพรรณ

23 ธันวาคม 2563 – 12:05 น.

โควิดรอบใหม่ ทำให้มหาชัยเป็นแดนสนธยา มาทำความรู้จัก “วีระศักดิ์” ผู้ว่าฯ คนอ่างทอง แต่เลือดสุพรรณ คอลัมน์… ท่องยุทธภพ โดย.. ขุนน้ำหมึก

++
คืนวันที่ 22 ธ.ค.2563 เฟซบุ๊กส่วนตัวของวีระศักดิ์ วิจิตร์แสงศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร ได้โพสต์ว่า “ยังแปลกใจ ที่จู่ๆมาให้กำลังใจผมกัน ผมคงผิดจริงๆ กำลังหาทางเยียวยาอยู่ครับ”    

พร้อมกับแชร์ข่าวของ Voice TV “ผมยอมรับผิดพลาดไม่ดูภาพรวม” -“ผู้ว่าฯ เองก็ผิด”

มหาชัยดราม่า "วีระศักดิ์" ผู้ว่าฯ สายสุพรรณ

ผู้ว่าฯ ปู กำลังสู้การเมืองเรื่องโควิด

ข่าวที่ว่านี้ มีการอ้างจากที่ประชุมคณะรัฐมนตรี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา พูดถึงการระบาดของโควิด-19 ครั้งใหม่ เราจะต้องรับผิดชอบร่วมกัน ยอมรับว่า ผิดพลาดที่ไม่ได้ดูในภาพรวมให้ดีเท่าที่ควร แต่ขณะเดียวกันทางผู้ว่าราชการจังหวัดก็ผิดด้วยที่ปล่อยให้แรงงานต่างด้าวลักลอบเข้ามาจนเกิดการระบาดขึ้น เรื่องนี้จะนำไปเป็นบทเรียน เพื่อไม่ให้จังหวัดอื่นเกิดการระบาดเช่นนี้ขึ้นอีก    

ย้อนไปเมื่อคืนวันที่ 19 ธ.ค.2563 คนไทยทั้งประเทศ รู้จัก วีระศักดิ์ วิจิตร์แสงศรี ผวจ.สมุทรสาคร มากขึ้น เมื่อผู้ว่าฯ ออกมาแถลงข่าวพบผู้ป่วยติดเชื้อโควิด-19 แล้ว 516 ราย พร้อมห้ามเคลื่อนย้ายแรงงานออกนอกพื้นที่โดยเด็ดขาด     

เมื่อเข้าไปดูเฟซบุ๊ค “ผู้ว่าฯ ปู” วีระศักดิ์ วิจิตร์แสงศรี วันที่ 17 ธ.ค.2563 ได้โพสต์ว่า “COVID-19 มาแน่ ขอเพียงแต่เราต้องไม่ตระหนก ไม่ประมาท..” โดยผู้ว่าฯ ร้องขอให้ประชาชนสวมหน้ากากผ้า หน้ากากอนามัย

มหาชัยดราม่า "วีระศักดิ์" ผู้ว่าฯ สายสุพรรณ

สมัยโควิดรอบแรก ผู้ว่าฯ ปู และภรรยา เย็บหน้ากากผ้าให้พระภิกษุ

++
โตที่สุพรรณ
++
ตอนที่ผู้ว่าฯ วีระศักดิ์ ย้ายจากศรีสะเกษมาสมุทรสาคร ปรากฏว่า มีคนการเมืองสุพรรณบุรีไปต้อนรับอย่างอบอุ่น เนื่องจากนักปกครองสไตล์ลูกทุ่งผู้นี้ รับราชการอยู่ในเมืองสุพรรณมายาวนาน    

ผู้ว่าฯ ปู หรือ วีระศักดิ์ วิจิตร์แสงศรี เกิดที่บ้านหัวตะพาน ตำบลศาลเจ้าโรงทอง อ.วิเศษชัยชาญ จ.อ่างทอง แต่มาเติบโตบนเส้นทางชีวิตราชการมหาดไทย ที่ จ.สุพรรณบุรี    

เริ่มจากเป็นนายอำเภอเดิมบางนางบวช ปี 2546 แล้วก็ไปอยู่ อ.ศรีประจันต์ อ.เมืองสุพรรณบุรี ขยับขึ้นปลัดจังหวัดสุพรรณบุรี  และรองผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี      

1 ต.ค.2559 ได้รับการแต่งตั้งเป็นผู้ว่าราชการจังหวัดพิจิตร อีกสองปีถัดมา ย้ายไปเป็น ผวจ.ศรีสะเกษ ก่อนจะมาเป็น ผวจ.สมุทรสาคร เมื่อปลายปี 2562     

สมัยที่ผู้ว่าฯ ปู อยู่เมืองพิจิตร มีผลงานเด่นอย่างหนึ่งคือ การผลักดันให้จัดสร้าง “พิพิธภัณฑ์บ้านดงโฮจิมินห์”  ต.ป่ามะคาบ อ.เมืองพิจิตร สัญลักษณ์แห่งมิตรภาพไทย-เวียดนาม แหล่งท่องเที่ยวเพื่อการเรียนรู้ประวัติท้องถิ่นสู่ประวัติสากล  

มหาชัยดราม่า "วีระศักดิ์" ผู้ว่าฯ สายสุพรรณ

ผู้ว่าฯ ปู ตอนที่ย้ายจากศรีสะเกษมาสมุทรสาคร

++
คนรักหงส์แดง
++
ผู้ว่าฯ ปู มีคติประจำใจว่า “ให้หยุดคิดหยุดฝัน ไม่มีทาง” ไม่ว่าจะย้ายไปรับราชการที่จังหวัดใด ก็ไม่หยุดฝัน    

เมื่อย้ายไปเป็น ผวจ.ศรีสะเกษ ใหม่ๆ ผู้ว่าฯ ปู ได้ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนในท้องถิ่นว่า “สไตล์การทำงานของผม คือจริงจังในหน้าที่การงาน..ผมค่อนข้างจะผิดหวัง หมายถึงที่ผ่านมานะ พอเราเป็นนายอำเภอเราก็อยากจะทำโน่นทำนี่ให้ชาวบ้าน พอเสนอไปก็ติดขัดเรื่องงบประมาณ แต่ไม่ใช่ข้อติดขัดนะ ถ้าคุณตั้งใจในการทำงานจริงๆ เช่นของบประมาณไป 10 ครั้งได้แค่ครั้งเดียวคือโอกาสได้น้อยมาก แล้วถ้าอยากได้ 10 ครั้งทำไมไม่ขอไป 100 ครั้ง เพราะฉะนั้นต้องเอาความขยันเข้าแลก เมื่อผมมาเป็นผู้ว่าฯ ก็รับภาระหมดเลยนะเรื่องงบประมาณ ไม่ให้นายอำเภอเข้ามายุ่งเกี่ยว เพื่อให้เขามีใจในการทำงานอย่างเต็มที่”    

โดยส่วนตัว ผู้ว่าฯ ปู ชื่นชอบกีฬาฟุตบอล ได้ชื่อว่าเป็นประธานชมรมคนรักลิเวอร์พูล ถึงขั้นจัดเลี้ยงฉลองแชมป์พรีเมียร์ลีกครั้งประวัติศาสตร์ของทีมหงส์แดงมาแล้ว