ทั่วโลกห้าม UK เข้าหวั่นโควิดกลายพันธุ์ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

ทั่วโลกห้าม UK เข้าหวั่นโควิดกลายพันธุ์ – โพสต์ทูเดย์ รอบโลก (posttoday.com)

วันที่ 21 ธ.ค. 2563 เวลา 11:00 น.ทั่วโลกห้าม UK เข้าหวั่นโควิดกลายพันธุ์หลายประเทศออกมาตรการระงับการเดินทางจากสหราชอาณาจักรหลังพบเชื้อไวรัสสายพันธุ์ใหม่

เมื่อวันที่ 21 ธันวาคม สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานว่าประเทศต่างๆ ทั่วโลกเริ่มระงับเที่ยวบินและนักท่องเที่ยวจากสหราชอาณาจักรหลังจากที่รัฐบาลสหราชอาณาจักรประกาศว่าสถานการณ์ของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ที่กำลังแพร่ระบาดมากขึ้นนั้น “อยู่เหนือการควบคุม”

โดยฝรั่งเศสประกาศเมื่อวันที่ 20 ธ.ค. ที่ผ่านมาว่าจะระงับการเดินทางทั้งหมดจากสหราชอาณาจักรเป็นเวลา 48 ชั่วโมง นับตั้งแต่เที่ยงคืนวันที่ 20 ธ.ค. รวมถึงห้ามขนส่งสินค้าทั้งทางรถ, เรือ และรถไฟ

เช่นเดียวกับเยอรมนีจะระงับเที่ยวบินกับสหราชอาณาจักรทั้งหมดตั้งแต่เที่ยงคืนวันที่ 20 ธ.ค. เว้นแต่เที่ยวบินขนส่งสินค้าเท่านั้น โดยแหล่งข่าวของรัฐบาลเผยว่ารัฐบาลกำลังดำเนินมาตรการเพื่อขยายการระงับไปจนถึงเดือนมกราคม

รวมถึงอิตาลีได้ออกพระราชกฎษฎีกาปิดกั้นเที่ยวบินจากสหราชอาณาจักรและห้ามบุคคลที่เดินทางมาจากสหราชอาณาจักรในช่วง 14 วันที่ผ่านมาเข้าประเทศ รวมถึงผู้ที่อาศัยอยู่ในอิตาลีที่เพิ่งเดินทางกลับจากสหราชอาณาจักรต้องทำการตรวจหาเชื้อไวรัสโคโรนา ทั้งนี้อิตาลียังตรวจพบเชื้อไวรัสสายพันธุ์ใหม่จากคนหนึ่งซึ่งเพิ่งเดินทางกลับจากสหราชอาณาจักร

ไอร์แลนด์ก็ได้ประกาศระงับเที่ยวบินที่เดินทางมาจากสหราชอาณาจักรเป็นเวลา 48 ชั่วโมงเช่นกัน โดยนับตั้งแต่เที่ยงคืนวันที่ 20 ธ.ค.

ด้านนายกรัฐมนตรีจัสติน ทรูโด จากแคนาดาแถลงว่าแคนาดาจะระงับเที่ยวบินทั้งหมดจากสหราชอาณาจักรเป็นเวลา 72 ชั่วโมงเนื่องจากไวรัสสายพันธุ์ใหม่ พร้อมกล่าวว่าผู้ที่เดินทางมาจากสหราชอาณาจักรแล้วในวันที่ 20 ธ.ค. จะต้องเข้ารับการตรวจคัดกรองครั้งที่ 2 และปฏิบัติตาม “มาตรการขั้นสูง”

สำหรับเนเธอร์แลนด์มีการระงับเที่ยวบินที่เดินทางจากสหราชอาณาจักรไปจนถึงวันที่ 1 ม.ค. และกระทรวงสาธารณสุขเนเธอร์แลนด์ยังได้ประกาศว่ามีการตรวจพบเชื้อไวรัสสายพันธุ์ใหม่ในประเทศ

รวมถึงเบลเยี่ยมได้ประกาศระงับเที่ยวบินบินและรถไฟที่เดินทางจากสหราชอาณาจักรอย่างน้อย 24 ชั่วโมง โดยนับตั้งแต่เที่ยงคืนวันที่ 20 ธ.ค. เช่นเดียวกับฟินแลนด์ที่ระงับเที่ยวบินเป็นเวลา 2 สัปดาห์ตั้งแต่เที่ยงของวันที่ 20 ธ.ค.

ด้านออสเตรียและสวีเดนกำลังดำเนินการเพื่อระงับการเดินทางขาเข้าจากสหราชอาณาจักรเช่นเดียวกัน

นอกจากนี้ยังมีอีกหลายประเทศที่ระงับเที่ยวบินที่เดินทางจากสหราชอาณาเช่นกัน อาทิ สวิตเซอร์แลนด์ ตุรกี อิหร่าน อิสราเอล ซาอุดิอาระเบีย คูเวต บัลแกเรีย โรมาเนีย โครเอเชีย และเอลซัลวาดอร์

“ประมวล เอมเปีย” ชี้ ผลเลือกตั้งอบจ. สะท้อนการเมืองไม่ปฏิรูป ชี้ อบจ.มีงบเป็นพันล้านแต่งานซ้ำซ้อนไม่เกิดประโยชน์ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

“ประมวล เอมเปีย” ชี้ ผลเลือกตั้งอบจ. สะท้อนการเมืองไม่ปฏิรูป ชี้ อบจ.มีงบเป็นพันล้านแต่งานซ้ำซ้อนไม่เกิดประโยชน์ (komchadluek.net)

“ประมวล เอมเปีย” ชี้ ผลเลือกตั้งอบจ. สะท้อนการเมืองไม่ปฏิรูป ชี้ อบจ.มีงบเป็นพันล้านแต่งานซ้ำซ้อนไม่เกิดประโยชน์

"ประมวล เอมเปีย" ชี้ ผลเลือกตั้งอบจ. สะท้อนการเมืองไม่ปฏิรูป ชี้ อบจ.มีงบเป็นพันล้านแต่งานซ้ำซ้อนไม่เกิดประโยชน์

21 ธันวาคม 2563 – 19:38 น.

“ประมวล เอมเปีย” หัวหน้าพรรคเพื่อแผ่นดิน ชี้ ผลเลือกตั้งอบจ. สะท้อนการเมืองไม่ปฏิรูป ชี้ อบจ.มีงบเป็นพันล้านแต่งานซ้ำซ้อนไม่เกิดประโยชน์ ย้ำจุดยืนเดิม ยุบอบจ. ตั้งสภาชาวบ้านเท่านั้นจึงจะตอบโจทย์ความต้องการของท้องถิ่นได้

วันที่21 ธันวาคม 2563 นายประมวล เอมเปีย อดีตสส. ชลบุรี ในฐานะหัวหน้าพรรคเพื่อแผ่นดิน กล่าวถึงผลการเลือกตั้งนายกอบจ. ที่ส่วนใหญ่ได้คนหน้าเก่า บ้านใหญ่และผู้มีอิทธิพลในพื้นที่ว่า ผลการเลือกตั้งสะท้อนให้เห็นว่าการเมืองยังไม่เปลี่ยนแปลง ยังไม่ปฏิรูป ประชาชนยังตกอยู่ในภาวะถูกมัดมือชก เพราะไม่มีทางเลือก ต้องทนอยู่กับนักการเมืองท้องถิ่นหน้าเดิมๆเข้ามา ใช้จ่ายงบประมาณที่ดูเหมือนว่า จะไม่ใช่ความต้องการของประชาชน เพราะแต่ละโครงการทำไปเพื่อผลประโยชน์ไม่ได้ทำบนพื้นฐานการมีส่วนร่วมของประชาชนอย่างแท้จริง 

“ขอยกตัวอย่างที่ชลบุรี มีงบมากที่สุด4พันกว่าล้าน เมื่อได้นักการเมืองหน้าเดิมกลุ่มเดิมมาบริหาร ประชาชนก็ขาดโอกาสท่จะได้เห็นวิสัยทัศน์และชลบุรีพัฒนาไปตามที่เป็นความต้องการของประชาชน”

นายประมวลกล่าวย้ำว่า ข้อเสนอของตนคือให้ยุบ อบจ. แล้วตั้งสภาชาวบ้านแทน เพราะชาวบ้านเข้าใจในการพัฒนาท้องถิ่นมากกว่าอบจ. ดูได้จากเทศบาลและอบต. นั้นตอบโจทย์ความต้องการของประชาชนในพื้นที่ มากกว่า ใกล้ชิดประชาชนมากกว่า ฉะนั่นถึงเวลาที่ต้องปรับโครงสร้างการบริหารท้องถิ่นเสียใหม่  

ความรู้สึกอย่างหนึ่งคือ ตนไม่พึงพอใจกับการเลือกตั้ง เพราะมีข่าวว่ามีการใช้เงินซื้อเสียง หากคนซื้อได้รับเลือกตั้ง ก็จะเข้าไปถอนทุน  เพราะนั่นคือภาษีประชาชน

“ธนาธร” แถลงขอโทษประชาชน ไม่ได้ นายก อบจ. แต่ยังได้ ส.อบจ. กว่า 18 จังหวัด #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

“ธนาธร”แถลงขอโทษประชาชน ไม่ได้ นายก อบจ. แต่ยังได้ ส.อบจ. กว่า 18 จังหวัด (komchadluek.net)

“ธนาธร”แถลงขอโทษประชาชน ไม่ได้ นายก อบจ. แต่ยังได้ ส.อบจ. กว่า 18 จังหวัด

"ธนาธร"แถลงขอโทษประชาชน ไม่ได้ นายก อบจ. แต่ยังได้ ส.อบจ. กว่า 18 จังหวัด

21 ธันวาคม 2563 – 16:31 น.

“ธนาธร” คณะก้าวหน้า แถลงขอโทษประชาชน หลังไม่สามารถดันคณะก้าวหน้าคว้า ตำแหน่ง นายก อบจ. ได้ แม้จังหวัดเดียว ยัน ขอเดินหน้าสู้ต่อ

เมื่อวันที่ 21 ธ.ค.2563 นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า ไลฟ์แถลงสรุปผลการเลือกตั้งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) และ ส.อบจ. ผ่านทางเฟซบุ๊กไลฟ์โดยไม่มีผู้สื่อข่าวเข้าร่วม เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด 19 ว่า ในภาพรวมคณะก้าวหน้าได้ส่งผู้สมัครทั้งหมด 42 จังหวัด โดยแต่ไม่สามารถช่วงชิงตำแหน่งมาได้เลยสักจังหวัด

ปัจจัยสำคัญเป็นเพราะการทำงานของพวกเราที่ยังไม่หนักและไม่มีประสิทธิภาพมากพอ จึงขอใช้โอกาสนี้ขอโทษประชาชนที่สนับสนุนเราในการเลือกตั้งที่ผ่านมา แต่แม้ว่าตำแหน่งนายกอบจ.จะไม่ได้มา แต่ก็ไม่ได้หมายความเราไม่ได้ประสบความสำเร็จเลย โดยเราได้รับคะแนนทั้งหมดประมาณ 2,670,798 คะแนน ขอขอบคุณทุกคะแนนที่มอบให้เรา 

นายธนาธร กล่าวว่า อย่างไรก็ตาม เราได้สมาชิกสภาจังหวัด (สจ.) จำนวน 55 คนจาก 18 จังหวัด และได้มีส่วนร่วมผลักดันให้สังคมได้รับรู้ถึงความสำคัญถึงการทำหน้าที่ของท้องถิ่น ทั้งนี้ ผลคะแนนการเลือกตั้งนายกอบจ.ใน 42 จังหวัดของคณะก้าวหน้าเมื่อนำมาเทียบกับคะแนนเลือกตั้งของพรรคอนาคตใหม่ใน 42 จังหวัด เมื่อปี 2562 ถือว่าไม่ได้ลดลง

โดยพรรคอนาคตใหม่ได้ 3,183,163 คะแนน คิดเป็น 16.2 % จากจำนวนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง 19,629,451 คน ขณะที่ คณะก้าวหน้าได้ 2,670,798 คะแนน คิดเป็น 17% จากจำวนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง 15,730,841 คะแนน

ประกอบกับการเลือกตั้งท้องถิ่นไม่มีการเลือกตั้งนอกราชอาณาจักกรและนอกเขตเลือกตั้ง ดังนั้น คะแนนที่ปรากฎออกมาทำให้เรายังรักษาเอาไว้ได้ ซึ่งนับจากนี้พวกเราจะสนับสนุนการทำงานของสจ.ทุกคนเพื่อทำหน้าที่ตรวจสอบฝ่ายบริหารให้เต็มที่

“เราขอโทษที่ไม่สามารถเข้าไปเป็นนายกอบจ.ได้แต่เราได้แสดงให้เห็นถึงการสร้างการเมืองแบบใหม่แล้ว ดังนั้น ทุกคะแนนที่เราได้มาจึงเป็นคะแนนที่บริสุทธิ์ เราภาคภูมิใจในการทำงานหลายเดือนที่ผ่านมาท่ามกลางอุปสรรคมากมาย” นายธนาธร กล่าว

นายธนาธร กล่าวต่อว่า ในปี 2564 คณะก้าวหน้าจะทำงาน 3 ด้าน ได้แก่ 1.ทำงานการเมืองท้องถิ่นในระดับพื้นฐานต่อเนื่อง 2.ขับเคลื่อนรณรงค์ในประเด็นทางการเมืองระดับชาติ 3.ตรวจสอบและเสนอการทำงานของ อบจ.ผ่าน สจ. ขอเชิญคนรุ่นใหม่ร่วมการเลือกตั้งเทศบาลและระดับองค์การบริหารส่วนตำบล

เพื่อแสดงให้เห็นว่าท้องถิ่นมีศักยภาพจะพัฒนาไปได้อีก ประเทศไทยต้องการคนหน้าใหม่เข้ามาทำงานการเมือง ถ้าการเมืองไม่มีการแข่งขันสังคมจะไม่มีการพัฒนา ถ้าคนสนใจมาร่วมทำงานกับเราก็พร้อมเปิดรับ

“พวกเราจะขับเคลื่อนเรื่องที่เราทำมาตั้งแต่พรรคอนาคตใหม่ คือ การปักธงทางความคิด เช่น รัฐธรรมนูญ สถานการณ์ทางการเมือง ไม่ว่าจะเป็นการปฏิรูปกองทัพ กระบวนการยุติธรรมและสถาบัน ทั้งหมดเป็นแนวทางการทำงานของเราในปี 2564

อย่าเพิ่งหมดหวังและกำลังใจ การสร้างประเทศไทยต้องใช้เวลาอีกยาว เราต้องเดินหน้าไปด้วยกัน และสุดท้ายขอขอบคุณทุกคนที่ช่วยเป็นพลังให้กับคณะก้าวหน้า ขอให้ทุกคนเดินทางร่วมกันต่อไปครับ ” นายธนาธร กล่าว

จากนั้น ผู้สื่อข่าวได้ส่งคำถามผ่านมาทางทีมงาน ว่า ผลคะแนนที่เกิดขึ้นถือว่าฐานของพรรคอนาคตใหม่เดิมลดลงและจะกระทบต่อการเลือกตั้งของพรรคก้าวไกลในการเลือกตั้งครั้งหน้าหรือไม่ นายธนาธร กล่าวว่า คะแนนของเราไม่ได้น้อยลงจากการเลือกตั้งเมื่อปี 2562

ดังนั้น เราไม่ได้สูญเสียความมั่นใจ แต่จะเดินหน้าต่อไป ส่วนจะส่งผลต่อพรรคก้าวไกลหรือไม่นั้นเป็นหน้าที่ของพรรคก้าวไกลไปคิดวิเคราะห์ แต่พวกเราจะสรุปบทเรียนจากการเลือกตั้งครั้งนี้ อย่างไรก็ตาม ขอเรียกร้องให้เปิดผลการเลือกตั้งรายหน่วยทันที

ผู้สื่อข่าวถามต่อว่า ผลคะแนนการเลือกตั้งที่ออกมาเป็นผลมาจากพูดถึงเรื่องปฏิรูปสถาบันหรือไม่ นายธนาธร กล่าวว่า ในสังคมไทยยังมีคนปวดใจเมื่อพูดถึงสถาบัน แต่อีกด้านหนึ่งก็ปฏิเสธไม่ได้ว่ามีคนเรียกร้องถึงเรื่องนี้เช่นกัน

อย่างไรก็ตาม ยอมรับว่ามีผลกระทบแน่นอน แต่จะมีมากน้อยเท่าไหร่ต้องรอดูผลการเลือกตั้งรายหน่วย แต่ตลอดการเลือกตั้งเราถูกใส่ร้ายอย่างไม่เป็นธรรม เราเหมือนถูกหมัดมือและถูกชกอยู่ฝ่ายเดียว เราขอโทษตัวเราเองที่ยังอธิบายกับสังคมได้ไม่ชัด

ก่อนหน้านี้ นายธนาธร จะแถลงข่าวนั้นได้มีการโพสต์ข้อความลงทวิตเตอร์เพื่อยืนยันว่าไม่ได้มีการโพสต์ข้อความที่ระบุว่า “ผลกาเลือกตั้ง อบจ.นี้แสดงให้เห็นว่าคนไทยยังไม่ยอมเปิดใจ และยังไม่พร้อมสำหรับอนาคตที่ดีกว่า” แต่อย่างใด โดยระบุว่าโพสต์ดังกล่าวเป็นข่าวปลอม

“วัชระ” ยื่น “ชวน” ค้านขยายเวลาสร้างรัฐสภาครั้งที่ 5 #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

“วัชระ” ยื่น”ชวน” ค้านขยายเวลาสร้างรัฐสภาครั้งที่ 5 (komchadluek.net)

“วัชระ” ยื่น”ชวน” ค้านขยายเวลาสร้างรัฐสภาครั้งที่ 5

"วัชระ" ยื่น"ชวน" ค้านขยายเวลาสร้างรัฐสภาครั้งที่ 5

21 ธันวาคม 2563 – 15:55 น.

“วัชระ” ยื่น”ชวน” ค้านขยายเวลาสร้างรัฐสภาครั้งที่ 5 ย้ำสำนักกฎหมายสภาฯไม่เห็นชอบให้ขยาย หากไม่ฟังเตรียมเดินหน้ายื่นป.ป.ช.ฟันต่อ

เมื่อวันที่ 21ธ.ค.2563 เมื่อเวลา13.45น.นายวัชระ เพชรทอง อดีตส.ส.ประชาธิปัตย์ ยื่นหนังสือผ่านเจ้าหน้าที่สารบรรณสภาฯขอคัดค้านการขยายเวลาก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ครั้งที่ 5 อีกครั้งหนึ่งต่อนายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งก่อนหน้านี้เคยยื่นมาแล้วเมื่อวันที่ 14 ธันวาคมที่ผ่านมา ขณะเดียวกันยังได้ยื่นหนังสือกับนายสาธิต ประเสริฐศักดิ์ ประธานคณะกรรมการตรวจการจ้างฯและกรรมการทุกคน รวมทั้งนางพรพิศ  เพชรเจริญ เลขาธิการสภาผู้แทนด้วย

"วัชระ" ยื่น"ชวน" ค้านขยายเวลาสร้างรัฐสภาครั้งที่ 5

จากนั้น นายวัชระ ได้แถลงข่าวต่อสื่อมวลชนว่า การขยายสัญญาก่อสร้างครั้งที่ 4 เป็นเวลา 382 วันที่อนุมัติโดย นายสรศักดิ์ เพียรเวช เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ขณะที่นายชวนเป็นประธาน นายสรศักดิ์ไม่ได้สนใจฟังข้อท้วงติงด้านกฎหมายจากกลุ่มงานพัสดุ สำนักการคลังสภาผู้แทนราษฎร ที่ให้ขอความเห็นจากสำนักกฎหมาย สำนักงานเลขาธิการสภาก่อนอนุมัติ แต่กลับเดินหน้าให้ขยายระยะเวลาตั้งแต่ครั้งที่ 1-4 นานถึง 1,864 วัน โดยเฉพาะการขยายเวลาครั้งที่ 4 ตนได้ยื่นหนังสือคัดค้านไปถึงนายสรศักดิ์ แต่ก็ไม่ได้รับฟังเช่นกัน ทั้งนี้กลุ่มบริษัท ATTA ผู้ควบคุมงานก็ไม่ได้เห็นชอบการขยายเวลาครั้งที่ 4 แต่อย่างใด 

"วัชระ" ยื่น"ชวน" ค้านขยายเวลาสร้างรัฐสภาครั้งที่ 5

ทั้งนี้ นายวัชระ ได้ยื่นเรื่องต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.)ให้สอบสวนกรณีนี้และกรณีเกี่ยวเนื่องแล้วเมื่อวันที่ 27 พฤศจิกายน 2563 บัดนี้การขยายเวลาก่อสร้างครั้งที่ 4 เป็นเวลา 382 วัน กำลังจะสิ้นสุดลงในวันที่ 31 ธันวาคม 2563 นี้ คือเหลือเวลาอีกเพียง 10 วัน เท่านั้น ปรากฏว่า นายจักรพันธ์ จันทรเจริญ ผู้อำนวยการสำนักกฎหมาย สำนักเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ได้ทำหนังสือที่ สพ.0015/124 ลงวันที่ 15 ธันวาคม 2563 ถึงประธานกรรมการตรวจการจ้างโครงการก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ ซึ่งตนได้อ่านและขอสรุปความเห็นของสำนักกฎหมายได้ว่า ข้อกล่าวอ้างของบริษัทฯ ผู้รับเหมา “ไม่มีความสมเหตุสมผลและไม่เกิดประโยชน์แก่ทางราชการ หากพิจารณาอนุมัติให้ขยายระยะเวลาการดำเนินการตามสัญญาที่กล่าวอ้าง ด้วยเหตุผลคือ

1.บริษัทผู้รับเหมาไม่เคยมีการกล่าวอ้างถึงปัญหาดังกล่าว (เหตุล่าช้าในการจัดหาผู้รับจ้างอื่น) แต่อย่างใด จึงอาจแสดงให้เห็นถึงเจตนาไม่สุจริตของผู้รับจ้าง 

2.งานของผู้รับเหมายังดำเนินการไม่แล้วเสร็จเป็นงานส่วนภูมิสถาปัตยกรรม ดังนั้น เหตุที่ผู้รับจ้างกล่าวอ้างเพื่อขอขยายระยะเวลา กรณีนี้จึงอาจไม่มีส่วนสัมพันธ์ และมีผลกระทบโดยตรงกับงานตามสัญญา อันเป็นเหตุให้ผู้รับจ้างไม่สามารถส่งมอบงานได้ตามระยะเวลาที่กำหนดในสัญญา 

3.สัญญาจ้างก่อสร้างฯ อ้างเหตุจากการดำเนินการตามสัญญาของสัญญาอีกฉบับหนึ่ง ซึ่งมีผู้รับจ้างเป็นบริษัทฯ (ซิโน) เดียวกันกับผู้รับจ้าง (ซิโน) เพื่อเรียกร้องประโยชน์ทางหนึ่งทางใดจากสำนักงานฯ ผู้ว่าจ้าง ซึ่งเป็นคู่สัญญาอีกฝ่ายหนึ่ง ย่อมเป็นการไม่เหมาะสมและใช้สิทธิไม่สุจริต 

4.ขณะนี้บริษัทผู้รับเหมายื่นฟ้องสำนักงานฯ เป็นคดีปกครองหมายเลขดำที่ 961/2563 ขอให้ชำระหนี้เป็นเงิน 1,596,592,305.46 บาท พร้อมดอกเบี้ย 7.5 ต่อปี ของต้นเงินดังกล่าว จากมูลกรณีโครงการนี้ จึงมีข้อควรพิจารณาว่า กรณีนี้ยังมีข้อพิพาทในประเด็นเกี่ยวกับการปฏิบัติผิดสัญญากันอยู่ สำนักงานฯ สมควรพิจารณาอนุมัติให้ขยายระยะเวลาการปฏิบัติตามสัญญาหรือไม่ เนื่องจากอาจส่งผลต่อรูปคดีได้ 

ดังนั้นจึงสรุปได้จากเหตุผลข้างต้นว่า ข้อกล่าวอ้างของบริษัท ซิโน-ไทย เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน) ตามหนังสือเลขที่ SINO-THAI/J.2436/L-1178/RO ลงวันที่ 24 พฤศจิกายน 2563 กรณีนี้ อาจไม่มีความสมเหตุสมผลเพียงพอ และไม่ก่อให้เกิดประโยชน์แก่ทางราชการ” อนึ่ง จากกรณีค่างานเพิ่ม , ค่าจ้างบริษัทผู้ออกแบบ ICT , บริษัทที่ปรึกษาการก่อสร้าง , บริษัทผู้ควบคุมงานการก่อสร้างเพิ่มตามสัญญาที่ขอขยายและอื่นๆ  จากเดิมงบประมาณจัดซื้อจัดจ้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ 12,280 ล้านบาท ทราบว่าสภาฯ มีขอเงินเพิ่มในงบประมาณต่างๆ เป็นจำนวนเกือบ 2 หมื่นล้านบาทแล้ว และบริษัทฯ ยังมีการขออนุมัติจ่ายเงินค่าเร่งรัดการก่อสร้างห้องประชุมสุริยัน-จันทราอีก 215 ล้านบาท  ซึ่งไม่ทราบว่ามีการอนุมัติจ่ายแล้วหรือไม่? จึงอยากทราบงบประมาณทั้งหมดในการก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ในขณะนี้ว่ามีทั้งสิ้นเท่าใด 

"วัชระ" ยื่น"ชวน" ค้านขยายเวลาสร้างรัฐสภาครั้งที่ 5

โดยนายวัชระ ได้กล่าวย้ำว่า มีความภูมิใจที่นายชวนมีนโยบายไม่ต่อสัญญาขยายระยะเวลาก่อสร้างรัฐสภาแห่งใหม่อย่างชัดเจน แต่หากมีการขยายสัญญาครั้งที่ 5 ก็จะไปยื่นหนังสือคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ตามหลักการที่นายชวนเคยสอนว่า “ไม่เกรงใจคนทุจริต” ต่อไป

ผู้สมัครนายก อบจ.อุดรฯ ยื่น กกต.ระงับผลเลือกตั้ง #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

ผู้สมัครนายก อบจ.อุดรฯ ยื่น กกต.ระงับผลเลือกตั้ง (komchadluek.net)

ผู้สมัครนายก อบจ.อุดรฯ ยื่น กกต.ระงับผลเลือกตั้ง

21 ธันวาคม 2563 – 15:36 น.

ผู้สมัคร นายก อบจ.อุดรธานี ยื่นเอกสาร วอน กกต. พิจารณาระงับการรับรองผลการเลือกตั้ง เหตุพบ กกต.อุดร ละเว้นปฏิบัติหน้าที่

นายเจริญ หมู่ขจรพันธ์ ผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นนายกฯอบจ.อุดรธานี หมายเลข 7 ยื่นหนังสือฉบับนี้พร้อมเอกสารและแผ่นซีดีตามสิ่งที่แนบมาด้วยเพื่อขอให้คณะกรรมการการเลือกตั้งได้โปรดวินิจฉัยและระงับการรับรองการเลือกตั้งนายกฯอบจ.อุดรธานีและ ส.อบจ.อุดรธานี ไว้ก่อน เนื่องจากเป็นการเลือกตั้งที่ไม่เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นพระประมุขและไม่สอดคล้องกับประกาศของคณะกรรมการการเลือกตั้งเรื่องระเบียบการจัดการเลือกตั้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โดยเหตุผลว่าเป็นการเลือกตั้งที่คณะกรรมการการเลือกตั้งอุดรธานีและเทศบาลนครอุดรธานี ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ของตนตามประมวลกฎหมายอาญา ป.วิอาญา มาตรา 157 อย่างชัดเจนตามหนังสือที่ จ, 10/2563 ที่มีการลงรับถูกต้องของตนที่มีไปถึงกกต.อุดรธานี ด้วยความหวังว่ากกต.อุดรธานี จะรีบดำเนินการแก้ไขให้ทันที และควรตอบให้ตนทราบเป็นลายลักษณ์อักษรด้วยจึงจะถูกต้อง แต่ก็ไม่กระทำ 

ในส่วนของเทศบาลนครอุดรธานี เป็นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในรูปแบบเทศบาลฯที่ ผอ.กกต.อุดรธานีแจ้งกับตนว่าทางอบจ.อุดรธานีซึ่งเป็นศูนย์อำนวยการเลือกตั้งฯครั้งนี้ได้มีหนังสือแจ้งไปยังองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทั้งหมดแล้ว ให้สอดส่องดูแลการปิดป้ายหาเสียงของผู้สมัครฯทุกคนว่าถูกต้องตามระเบียบหรือไม่ประการใด แต่จนถึงวันที่ 20 ธ.ค. 2563 เวลากลางคืนซึ่งการลงคะแนนเสร็จสิ้นไปแล้ว แต่ปรากฏว่าป้ายเหล่านั้นหลายแห่งก็ยังอยู่อย่างไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง ตนจึงเห็นว่ากกต.อุดรธานี และ เทศบาลนครอุดรธานี ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 อย่างชัดเจน

ทั้งนี้ตนจึงขอให้คณะกรรมการการเลือกตั้งได้พิจารณาวินิจฉัยโดยด่วนว่าการเลือกตั้งที่จ.อุดรธานี เป็นไปอย่างถูกต้องตามกฏหมายและตามเจตนารมณ์ของการเป็นประชาธิปไตยหรือไม่ รวมถึงขอให้ระงับการรับรองผลการเลือกตั้งที่จ.อุดรธานีไว้ก่อน

สตช.เผยภาพรวมเลือกตั้ง อบจ.ทั่วประเทศ เรียบร้อยดี #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

สตช.เผยภาพรวมเลือกตั้ง อบจ.ทั่วประเทศ เรียบร้อยดี (komchadluek.net)

สตช.เผยภาพรวมเลือกตั้ง อบจ.ทั่วประเทศ เรียบร้อยดี

สตช.เผยภาพรวมเลือกตั้ง อบจ.ทั่วประเทศ เรียบร้อยดี

21 ธันวาคม 2563 – 15:27 น.

สตช.เผยภาพรวมเลือกตั้ง อบจ.ทั่วประเทศ เรียบร้อยดี มีผู้กระทำผิดจำนวน 16 ราย เป็นการฉีกบัตรเลือกตั้ง 12 ราย ซื้อเสียง 2 ราย ทิ้งบัตร 1 ราย ฉีกบัตรเกิน 1 ราย มีการดำเนินคดี 8 ราย เปรียบเทียบปรับ 5 ราย และ ไม่ดำเนินคดี 2 ราย

วันนี้ (21 ธ.ค.2563) เวลา 13.00 น. ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ รอง  ผบ.ตร. รับผิดชอบงานด้านความมั่นคง เปิดเผยว่า ภาพรวมการดูแลความสงบเรียบร้อยการเลือกตั้งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด และ สมาชิกองค์การบริหารส่วนจังหวัด หรือ อบจ. ตลอดการเลือกตั้งฯ สถานการณ์เป็นไปด้วยความเรียบร้อย ไม่มีเหตุรุนแรง ตามที่ได้รับรายงาน​ มีการจับกุมการซื้อเสียง 2 ราย คือในพื้นที่ จ.นครปฐม ซึ่งได้ให้ข้อมูลไปแล้ว ส่วนอีกรายในพื้นที่ อ.เมือง จ.ตรัง ผู้ต้องหาชื่อ นายทวี เกลี้ยงรัตน์ อายุ 61 ปี ที่อยู่ หมู่ 6 ต.ควรปริง อ.เมือง จ.ตรัง มีพฤติกรรมแจกเงินให้ผู้มีสิทธิ์ใช้เสียงในพื้นที่ ต.ควรปริง อ.เมือง จ.ตรัง 

สตช.เผยภาพรวมเลือกตั้ง อบจ.ทั่วประเทศ เรียบร้อยดี

สืบเนื่องจากการ เมื่อวันที่ 20 ธ.ค.63 เวลาประมาณ 13.18 น. ได้รับแจ้งเบาะแสจากพลเมืองดี ว่ามีการซื้อเสียงในพื้นที่ ต.ควรปริง อ.เมือง จ.ตรัง เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองตรัง จึงได้ส่งกำลังชุดเคลื่อนที่เร็ว ทั้งในและนอกเครื่องแบบ เข้าตรวจสอบพบผู้ต้องหา พร้อมของกลางเป็นเงินจำนวน 26,300 บาท และซองขาวจำนวน 7 ซอง พร้อมบัญชี่รายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้งเขต 4 หน่วยที่ 5 และ หน่วยที่ 6 ต.ควนปริง อ.เมือง จ.ตรัง สอบถามผู้ต้องหายอมรับว่าได้เตรียมเงินมาจ่ายให้กับผู้สิทธิเลือกตั้งเพื่อให้เลือกผู้สมัคร ส.อบจ. รายหนึ่ง เจ้าหน้าทีตำรวจจึงได้นำตัวส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

สตช.เผยภาพรวมเลือกตั้ง อบจ.ทั่วประเทศ เรียบร้อยดี

สรุปภาพรวมการกระทำความผิดกฎหมายเลือกตั้งอื่นๆ มีผู้กระทำผิดจำนวน 16 ราย เป็นการฉีกบัตรเลือกตั้ง 12 ราย ซื้อเสียง 2 ราย ทิ้งบัตร 1 ราย ฉีกบัตรเกิน 1 ราย มีการดำเนินคดี 8 ราย เปรียบเทียบปรับ 5 ราย และ ไม่ดำเนินคดี 2 ราย ในภาพรวมเป็นไปด้วยความเรียบร้อยเป็นที่น่าพอใจ 

ทั้งนี้ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. ได้กำชับให้ เฝ้าดูแลรักษาความสงบเหตุที่อาจจะเกิดขึ้นภายหลังการเลือกตั้ง​ เช่น​ ทำร้ายร่างกายหัวคะแนนที่ทำงานไม่ได้ตามเป้า​ เป็นต้น​ ทั้งนี้หากพบเบาะแสการกระทำความผิดสามารถแจ้งได้ที่สายด่วน 1599 หรือ​ 191​ ทุกพื้นที่​ และ​ แอบพลิเคชั่น​ Police​ I​ lert  U

“ประวิตร” ตอบยิ้มๆ “คณะก้าวหน้า” แห้วนายกอบจ. ก็ประชาชนไม่เลือก จะให้ทำอย่างไร #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

“ประวิตร” ตอบยิ้มๆ “คณะก้าวหน้า” แห้วนายกอบจ. ก็ประชาชนไม่เลือก จะให้ทำอย่างไร (komchadluek.net)

“ประวิตร” ตอบยิ้มๆ “คณะก้าวหน้า” แห้วนายกอบจ. ก็ประชาชนไม่เลือก จะให้ทำอย่างไร

"ประวิตร" ตอบยิ้มๆ "คณะก้าวหน้า" แห้วนายกอบจ. ก็ประชาชนไม่เลือก จะให้ทำอย่างไร

21 ธันวาคม 2563 – 14:57 น.

“ประวิตร” ตอบด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม กรณี”คณะก้าวหน้า” แห้วนายก อบจ. เหน็บก็ประชาชนไม่เลือก ย้ำ คุมเข้มโควิดตามแนวชายแดน 


21 ธ.ค.2563  พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี บอกถึงกรณีการเลือกตั้งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด หลังกลุ่มที่พรรคพลังประชารัฐให้การสนับสนุนสามารถคว้าชัยชนะได้เป็นจำนวนมาก ว่ารอให้ กกต.ประกาศ ซึ่งตนก็เชื่อมั่นในพรรคพลังประชารัฐอยู่แล้ว โดยขอไม่ต้องห่วง

ส่วนจะเป็นการสะท้อนว่าประชาชนให้ความนิยมพรรคพลังประชารัฐมากขึ้นหรือไม่ พล.อ.ประวิตร ตอบว่า ตนเองไม่รู้ต้องไปถามประชาชน 

เมื่อถามว่า กรณีที่ผู้สมัครของคณะก้าวหน้าไม่ประสบความสำเร็จในการเลือกตั้งท้องถิ่นครั้งนี้ พล.อ.ประวิตร ตอบด้วยสีหน้ายิ้มแย้มว่า ก็ประชาชนไม่เลือก จะให้ทำอย่างไร ซึ่งก็แล้วแต่ประชาชน ส่วนจะส่งผลให้กระแสการชุมนุมลดลงหรือไม่ ตนไม่รู้ ต้องไปถามม็อบ

ส่วนกรณีการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 พล.อ.ประวิตร บอกว่า รัฐบาลพยายามล็อกอย่างเต็มที่ โดยทั้งนายกฯและตน ก็ได้สั่งการไปแล้ว แต่ทุกคนก็ต้องช่วยกัน พร้อมเย้นย้ำในพื้นที่ชายแดนต้องคุมเข้ม 

ส่วนกรณีที่มีคนวิพากวิจารณ์ว่า สาเหตุที่มีการติดเชื้อรอบนี้มาจากการหละหลวมตามแนวชายแดนนั้น ยืนยันว่า กำลังตรวจสอบอยู่ 

“บิ๊กตู่” ขอเวลา 7 วัน ประเมินเคาท์ดาวน์ ยังไม่ล็อกดาวน์ สถานการณ์โควิด-19 ยันควบคุมได้ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

“บิ๊กตู่” ขอเวลา 7 วัน ประเมินเคาท์ดาวน์ ยังไม่ล็อกดาวน์ สถานการณ์โควิด-19 ยันควบคุมได้ (komchadluek.net)

“บิ๊กตู่” ขอเวลา 7 วัน ประเมินเคาท์ดาวน์ ยังไม่ล็อกดาวน์ สถานการณ์โควิด-19 ยันควบคุมได้

"บิ๊กตู่" ขอเวลา 7 วัน ประเมินเคาท์ดาวน์ ยังไม่ล็อกดาวน์ สถานการณ์โควิด-19 ยันควบคุมได้

21 ธันวาคม 2563 – 14:27 น.

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ขอเวลา 7 วันประเมินเคาท์ดาวน์ ยันยังไม่ล็อกดาวน์หลังโควิดระบาดใหม่ เตือนพบต่างด้าวผิดกฎหมาย ขู่ปิดโรงงาน

วันนี้ (21 ธ.ค. 63) เวลา 11.50 น. ณ ทำเนียบรัฐบาล พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน ครั้งที่ 2/2563 กรณีการระบาดของโรคติดเชื้อโควิด-19 ในพื้นที่จังหวัดสมุทรสาครว่า ตนไม่เคยหยุดติดตามสถานการณ์ โดยมอบหมายให้รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขลงพื้นที่ พร้อมกับเจ้าหน้าที่ เพื่อยืนยันว่ายังมีการปฏิบัติตามมาตรการต่างๆ อย่างครบถ้วน  เนื่องจากมีผู้ที่ไม่ปฏิบัติตามกฎระเบียบและมาตรการของสาธารณะสุข รวมทั้งการรับแรงงานต่างด้าวที่เดินทางเข้ามาอย่างไม่ถูกต้องตามกฎหมาย จึงเกิดรูรั่ว  ดังนั้น สังคมจึงต้องช่วยกัน โดยเฉพาะภาคเอกชน เจ้าของกิจการ จะต้องมีวิธีการติดตามแรงงาน และหากพบผู้ติดเชื้อจะต้องทำการปิดโรงงานทันที 

ยืนยันว่า สถานการณ์ขณะนี้ยัง สามารถควบคุมได้  ไม่ว่าจะเป็นการรักษาพยาบาล โรงพยาบาลสนาม รวมถึงยาฟาวิพิราเวียร์  สิ่งสำคัญ คือ ให้คนเหล่านี้เข้าสู่ระบบให้ได้เป็นลำดับแรก เพื่อตัวเองจะได้ปลอดภัย และไม่เป็นพาหะนำโรคให้ผู้อื่น ตอนนี้ได้มีการล็อกดาวน์พื้นที่ที่พบการแพร่ระบาดแล้ว และได้มีการตรวจหาเชื้อด้วยวิธีการ swab โดยรถตรวจพระราชทาน หวังว่า 7 วันหลังจากนี้ทุกอย่างจะคลี่คลายไปในทางที่ดี  อย่าตื่นตระหนกขอให้มั่นใจในระบบสาธารณสุข  พร้อมย้ำให้ประชาชนกินร้อน ช้อนกลาง ล้างมือ เว้นระยะห่าง สวมหน้ากาก และใช้แอพไทยชนะ

“ตอนนี้สั่งตรวจทุกตลาดปลาและตลาดที่มีแรงงานต่างด้าว หากพบผิดกฎหมายจะสั่งปิดโรงงานทันที ขณะนี้ไม่อยากให้ไปสู่การล็อกดาวน์ เรายังไม่ถึงขั้นนั้น เพราะรอบนี้เรารู้ที่มา ขอให้ทุกคนใส่หน้ากาก กินร้อนช้อนกลาง ล้างมือ มีระยะห่าง”

“ปีใหม่ยังรอดูในเรื่องการจัดงานฉลองและเคานต์ดาวน์ ให้ไปประเมินผล 7 วันว่าจะทำอย่างไรต่อ รวมถึงงานวันเด็กแห่งชาติด้วย”

ในการนี้ นายกรัฐมนตรียังกล่าวแสดงความยินดีกับผู้ที่ได้รับการเลือกตั้งนายกอบจ. โดยเน้นว่าการเลือกตั้งในครั้งนี้เป็นตัวอย่างในการใช้อำนาจตามระบอบประชาธิปไตย ซึ่งผู้ที่ได้รับการเลือกตั้งเข้ามาแล้ว ต้องเตรียมการพัฒนาบริหารท้องถิ่นให้ดี ทั้งวิธีการ การบริหาร การใช้จ่ายงบประมาณ รวมถึงการจัดทำแผนการทำงาน ให้สอดคล้องกับส่วนกลางและส่วนภูมิภาค  ส่วนการเลือกตั้งในระดับอื่นๆ ได้เตรียมความพร้อมตามลำดับต่อไป

จับซื้อเสียง อบจ. 2 คดี ฉีกบัตรอีก 10 ราย #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

จับซื้อเสียง อบจ. 2 คดี ฉีกบัตรอีก 10 ราย (komchadluek.net)

จับซื้อเสียง อบจ. 2 คดี ฉีกบัตรอีก 10 ราย

จับซื้อเสียง อบจ. 2 คดี ฉีกบัตรอีก 10 ราย

21 ธันวาคม 2563 – 14:24 น.

ตำรวจสรุปภาพรวมเลือกตั้ง “อบจ.-ส.อบจ.” เป็นไปโดยเรียบร้อย จับกุมซื้อเสียง 2 ราย พบมีการฉีกบัตรเลือกตั้งกว่า 10 ราย

วันนี้ (21 ธันวาคม 2563) ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ รอง  ผบ.ตร. รับผิดชอบงานด้านความมั่นคง เปิดเผยภาพรวมการดูแลความสงบเรียบร้อยการเลือกตั้งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด และ สมาชิกองค์การบริหารส่วนจังหวัด หรือ อบจ. ว่าิตลอดการเลือกตั้งฯ สถานการณ์เป็นไปด้วยความเรียบร้อย ไม่มีเหตุรุนแรง

จับซื้อเสียง อบจ. 2 คดี ฉีกบัตรอีก 10 ราย

ทั้งนี้ ได้รับรายงาน​การจับกุมซื้อเสียง 2 ราย ในพื้นที่ จ.นครปฐม และพื้นที่ อ.เมือง จ.ตรัง ผู้ต้องหาทราบชื่อ นายทวี เกลี้ยงรัตน์ อายุ 61 ปี อยู่บ้านเลขที่ 60/3 หมู่ 6 ต.ควรปริง อ.เมือง จ.ตรัง มีพฤติกรรมแจกเงินให้ผู้มีสิทธิ์ใช้เสียงในพื้นที่ ต.ควรปริง อ.เมือง จ.ตรัง ในกรณีนี้เมื่อวันที่ 20 ธ.ค.63 เวลาประมาณ 13.18 น. ได้รับแจ้งเบาะแสจากพลเมืองดี ว่ามีการซื้อเสียงในพื้นที่ ต.ควรปริง อ.เมือง จ.ตรัง เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองตรัง

จับซื้อเสียง อบจ. 2 คดี ฉีกบัตรอีก 10 ราย

 จึงได้ส่งกำลังชุดเคลื่อนที่เร็ว ทั้งในและนอกเครื่องแบบ เข้าตรวจสอบพบผู้ต้องหา พร้อมของกลางเป็นเงินจำนวน 26,300 บาท และซองขาวจำนวน 7 ซอง พร้อมบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้งเขต 4 หน่วยที่ 5 และ หน่วยที่ 6 ต.ควนปริง อ.เมือง จ.ตรัง สอบถามผู้ต้องหายอมรับว่าได้เตรียมเงินมาจ่ายให้กับผู้มีสิทธิเลือกตั้ง เพื่อให้เลือกผู้สมัคร ส.อบจ. รายหนึ่ง ตำรวจจึงได้นำตัวส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

จับซื้อเสียง อบจ. 2 คดี ฉีกบัตรอีก 10 ราย

โดยสรุปภาพรวมการกระทำความผิดกฎหมายเลือกตั้งอื่นๆ มีผู้กระทำผิดจำนวน 16 ราย เป็นการฉีกบัตรเลือกตั้ง 12 ราย ซื้อเสียง 2 ราย ทิ้งบัตร 1 ราย ฉีกบัตรเกิน 1 ราย มีการดำเนินคดี 8 ราย เปรียบเทียบปรับ 5 ราย และ ไม่ดำเนินคดี 2 ราย ในภาพรวมเป็นไปด้วยความเรียบร้อยเป็นที่น่าพอใจ

ทั้งนี้ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. ได้กำชับให้ เฝ้าดูแลรักษาความสงบเหตุที่อาจจะเกิดขึ้นภายหลังการเลือกตั้ง​ เช่น​ ทำร้ายร่างกายหัวคะแนนที่ทำงานไม่ได้ตามเป้า​ เป็นต้น​ ทั้งนี้หากพบเบาะแสการกระทำความผิดสามารถแจ้งได้ที่สายด่วน 1599 หรือ​ 191​ ทุกพื้นที่​ และ​ แอบพลิเคชั่น​ Police​ I​ lert  U 

“วิเชียร ขาวขำ” อดีตนายก อบจ.อุดรฯ นำโด่งม้วนเดียวพร้อมนำลูกทีม 28 ที่นั่ง #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

“วิเชียร ขาวขำ” อดีตนายก อบจ.อุดรฯ นำโด่งม้วนเดียวพร้อมนำลูกทีม 28 ที่นั่ง (komchadluek.net)

“วิเชียร ขาวขำ” อดีตนายก อบจ.อุดรฯ นำโด่งม้วนเดียวพร้อมนำลูกทีม 28 ที่นั่ง

"วิเชียร ขาวขำ" อดีตนายก อบจ.อุดรฯ นำโด่งม้วนเดียวพร้อมนำลูกทีม 28 ที่นั่ง

21 ธันวาคม 2563 – 13:04 น.

วิเชียร ขาวขำ กลุ่มเพื่อไทยอุดรธานี นำโด่งม้วนเดียวตามคาด พาลูกทีมเข้ามาได้ 28 ที่นั่ง ลูกชาย “ขวัญชัย” อดีตแกนนำเสื้อแดงอุดร เป็น ส.อบจ.ป้ายแดง แต่ต้องตกตลึงเมื่อภรรยา ส.ส.อนันต์ ศรีพันธ์ ตกเก้าอี้พ่ายคู่ปรับเก่า

วันที่ 21 ธันวาคม 2563 ผู้สื่อข่าวรายงานจาก จ.อุดรธานี  ถึงผลการเลือกตั้งนายกฯ และสมาชิกสภา อบจ.อุดรธานี 42 ที่นั่ง โดยจำนวนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง 1,224,772 คน มาใช้สิทธิ 694, 672 คน คิดเป็น 56.72 เปอร์เซ็นต์  หรือ ต่ำกว่าเลือกตั้ง อบจ.อุดรธานีครั้งก่อน 57.72 เปอร์เซ็นต์

ผลคะแนนไม่เป็นทางการ “กลุ่มเพื่อไทยอุดรธานี” ได้รับชัยชนะตามความคาดหมาย โดยนายวิเชียร ขาวขำ อดีตนายก อบจ.อุดรธานี ได้ 325,993 คะแนน (ต่ำกว่าคะแนนรวม ส.ส.พรรคเพื่อไทยอุดรธานีล่าสุดที่ได้ 350,000 คะแนน) อันดับสอง นายฐานวัฒน์ ธนาธัญญพิชญ์ กลุ่มก้าวหน้าอุดรธานี ได้ 185,801 คะแนน สูงกว่าคะแนนรวมผู้สมัคร ส.ส.พรรคอนาคตใหม่ที่ได้ 150,000 คะแนน 

ขณะที่ ส.อบจ. จำนวน 42 ที่นั่ง กลุ่มเพื่อไทยอุดรธานี ได้ 28 ที่นั่ง โดยเกิดการพลิกล็อคครั้งใหญ่เมื่อ นางรัตติยา ศรีพันธุ์ ภรรยาของนายอนันต์ ศรีพันธุ์ ส.ส.อุดรธานี พรรคเพื่อไทย และเป็นอดีต ส.อบจ. ได้ 6,102 คะแนน พ่ายให้กับผู้สมัครกลุ่มก้าวหน้า นางนฤมล โคตรสาขา  ได้ 9,804 คะแนน  นายคันฉัตร สุขธนะ หลานนายสมเกียรติ สุธนะ อดีตรองนายก อบจ.อุดรธานี และลงเล่นการเมืองครั้งแรก ได้ 8,254 คะแนน พ่ายให้กับนายภีระพัฒน์ ธรรมาพิสมัย ผู้สมัครอิสระ ที่ลงสมัครครั้งแรก ส่วนนายกรวีย์ สาราคำ ลูกชาย “ขวัญชัย สาราคำ” อดีตประธานชมรมรักอุดร หรือแกนนำคนเสื้อแดง ลงสมัครในกลุ่มเพื่อไทย และเล่นการเมืองครั้งแรก ได้  8,723 คะแนน เข้าเป็น ส.อบจ.ป้ายแดง   “กลุ่มก้าวหน้าอุดรธานี”  ได้ 9 ที่นั่ง อิสระได้ 3 ที่นั่ง  

สำหรับในเขตเทศบาลนครอุดรธานี เขตเลือกตั้งที่ 1-2-3-4 ที่กลุ่มเพื่อไทยอุดรธานี แม้จะชนะเลือกตั้ง ส.ส.มาทุกสมัย แต่ไม่เคยได้เก้าอี้ในพื้นที่นี้เลย ซึ่ง “กลุ่มนครหมากแข้ง” ยึดพื้นที่บริเวณเทศบาลนครอุดรธานีมายาวนาน และการเลือกตั้งครั้งนี้ “กลุ่มเพื่อไทยอุดรธานี” สามารถเจาะไข่แดงได้สำเร็จในเขต 3 และเขต 4 ซึ่งเป็นชัยชนะแบบหายใจรดต้นคอ

นายกฤษดา  จันทร์ดวง ผู้สื่อข่าว  ภุมิภาค  จ.อุดรธานี คมชัดลึก