เปิดผลคะแนนเลือกตั้งอบจ.อุตรดิตถ์ พร้อมโฉมหน้าว่าที่นายก – ส.อบจ. อย่างไม่เป็นทางการ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

เปิดผลคะแนนเลือกตั้งอบจ.อุตรดิตถ์ พร้อมโฉมหน้าว่าที่นายก – ส.อบจ. อย่างไม่เป็นทางการ (komchadluek.net)

เปิดผลคะแนนเลือกตั้งอบจ.อุตรดิตถ์ พร้อมโฉมหน้าว่าที่นายก – ส.อบจ. อย่างไม่เป็นทางการ

เปิดผลคะแนนเลือกตั้งอบจ.อุตรดิตถ์ พร้อมโฉมหน้าว่าที่นายก - ส.อบจ. อย่างไม่เป็นทางการ

21 ธันวาคม 2563 – 13:04 น.

อุตรดิตถ์เปิดผลคะแนนเลือกตั้งผู้สมัครทุกคน พร้อมโฉมหน้าว่าที่นายกและ ส.อบจ.24 เขตเลือกตั้ง อย่างไม่เป็นทางการ

เมื่อวันที่ 21 ธันวาคม 63 ผู้สื่อข่าวรายงานผลคะแนนเลือกตั้งนายกและสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัด (ส.อบจ.) อุตรดิตถ์ อย่างไม่เป็นทางการ ผู้สมัครนายก อบจ. หมายเลข1 นายชัยศิริ  ศุภรักษ์จินดา 117,969 คะแนน,  หมายเลข2 นายโปรย  สมบัติ 32,002 คะแนน, หมายเลข3 นายเอกกาพัทธ์  พุฒโต 11,330 คะแนน, หมายเลข4 นายปัณณวัฒน์  นาคมูล 37,845 คะแนน

ผลคะแนนผู้สมัครสมาชิก ส.อบจ. 24 เขตเลือกตั้งอย่างไม่เป็นทางการมีดังต่อไปนี้ อำเภอเมืองอุตรดิตถ์ เขต1 เบอร์1นายวิศิษฐ์ ไกรยา 1,851 คะแนน, เบอร์2 ร.ต.เคลือ มีสุข 1,918 คะแนน, เบอร์3 ร.ต.อ.วุฒิพงษ์ เพ็ชรเกิด 1787 คะแนน, เขต2 เบอร์1 นายทองอยู่  ล้อมวลีรักษ์ 2,252 คะแนน,  เบอร์2 นายอภิปัญญา แก้วมา 1,238 คะแนน, เบอร์3 นายเรวัต คล้ายสมบูรณ์ 2,073 คะแนน, เขต3 เบอร์1นายนฤปนาท อุมรินทร์ 5,044 คะแนน,  เบอร์1เขต4 นายชลาวุธ บุญเกตุ 6,187 คะแนน , เขต5 เบอร์1 นางเรณู เลี้ยงเชื้อ3,357 คะแนน, เบอร์2 นางสาวสกุลวรรณ เอี่ยมสกุล 4,730 คะแนน, เขต6 เบอร์1 นายปองภพ บุญอินเขียว 4,077 คะแนน, เบอร์2 นายชำนาญ มะโนปา 2,555 คะแนน, เบอร์3 นายอดิศร นิ่มพริก 857 คะแนน, เบอร์4 นายธีระ สุทธิเจริญ 1,253 คะแนน, เขต7 เบอร์1 นายสราวุฒิ รอดภัย 2,855 คะแนน,  เบอร์2 นายเฉลิม ลาบรรเทา 2,633คะแนน, เบอร์3 นายชลอ เสนานารถ 1,721 คะแนน, เขต8 เบอร์1 นางยุพิน ท้าวเทพ 3,416 คะแนน, เบอร์2 นายสงคราม สมุทรหล้า 204คะแนน, เบอร์3 นายบัณฑิต ทองศรี 926 คะแนน 

อำเภอพิชัย เขต1  เบอร์1 นายนเรศ  เชื้อโฮม 3,508 คะแนน, เบอร์2 นางปัญญา สอนหว่าง 3761 คะแนน, เขต2 เบอร์1 นายพิศาล ปั่นวงษ์ก๋อ 3,980 คะแนน, เบอร์2 นายบุญเติม สุวรรณศิริ 2,001 คะแนน, เบอร์3 นายแดง สิงเหม 920 คะแนน, เขต3 เบอร์1 นายสมรักษ์ ศรีอุทัย 1,281 คะแนน,  เบอร์2 นายบัญชา เมฆนุ้ย 3,578 คะแนน,  เบอร์3 นายอัฑฒ์  เชื้อมีศรี 3,017 คะแนน,  เบอร์4 ว่าที่ร้อยตรีสิทธิโชค ทองแตม 1,495 คะแนน, เขต4 เบอร์1 นายไพศาล ภูริสัตย์ 6,745 คะแนน

เปิดผลคะแนนเลือกตั้งอบจ.อุตรดิตถ์ พร้อมโฉมหน้าว่าที่นายก - ส.อบจ. อย่างไม่เป็นทางการ

อำเภอลับแล เขต1 เบอร์1 นายวิเลาะ คำพุก 5,047 คะแนน, เบอร์2 นายธนพล หมื่นยา 412 คะแนน, เขต2 เบอร์1 นายสาย จันคุ้ม 2,260 คะแนน, เบอร์2 นายเรวัตร แก้วเปี้ย 4,079 คะแนน, เบอร์3 นายกนก ภณ จันแจ 2,483 คะแนน, เขต3 เบอร์1 นายบังเอิญ เพ็งเปลี่ยน 4,816 คะแนน, เบอร์2 นายจันทา ทองมีค่า 2,937 คะแนน, อำเภอตรอน เขต1  เบอร์1 นายพีรัช สารทรง 3,370 คะแนน, เบอร์2 นายอุดมศักดิ์ จักรน้ำอ่าง 3,877 คะแนน, เขต2 เบอร์1 นายชวลิต วีระศิริวัฒน์ 5,938 คะแนน, อำเภอทองแสนขัน เขต1 เบอร์2 นายสุเมธ เลาหอารยโกศล 4,093 คะแนน, เบอร์3 นายสภาศิลป์  อิริยา 6,321 คะแนน

อำเภอท่าปลา เขต1 เบอร์1 นางศิรินทิพย์ ทองแตง 2,193 คะแนน, เบอร์2 นายปรีชา พิมสาร 4,027 คะแนน, เบอร์3 นางสาววิภาลักษณ์ เตชะภู 1,666 คะแนน , เขต2 เบอร์1 นายมาโนช ขำทอง 5,518 คะแนน, เบอร์2 นายปิยะพงษ์ ตาทา 3,432 คะแนน, อำเภอน้ำปาด เขต1 เบอร์2 นายประสิทธิ์ คลังสีดา 2,358 คะแนน, เบอร์3 นายอำพร เกตุบำรุง 492 คะแนน,  เบอร์4 นายชูศักดิ์ ชนะจน 2,307 คะแนน, เบอร์5 นายจิรศักดิ์ กองมา 2,439 คะแนน,  เขต2 เบอร์1 นายประจวบ  อองกุลนะ 4,772 คะแนน,  เบอร์2 ร.ต.ต.สุวิชา เพียงตา 2,578 คะแนน, เบอร์3 นายเอกกวี  อินยา 1,281 คะแนน, อำเภอฟากท่า เขต1 เบอร์1นายเสน่ห์ ดีมี 4,237 คะแนน,  เบอร์2 นายอนิรุจน์  ขันลา 2,286 คะแนน, อำเภอบ้านโคก เขต1 เบอร์1 นายวิเชียร พาโทน 2,598 คะแนน, เบอร์2 นางคำหล้า ดวงสุภา 3,068 คะแนน

สมภพ  สินพิพัฒนฤดี ผู้สื่อข่าวภูมิภาคจังหวัดอุตรดิตถ์

อุตรดิตถ์ “ชัยศิริ” แชมป์เก่า ชนะขาดลอย นั่งนายก อบจ. #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

อุตรดิตถ์ “ชัยศิริ” แชมป์เก่า ชนะขาดลอย นั่งนายก อบจ. (komchadluek.net)

อุตรดิตถ์ “ชัยศิริ” แชมป์เก่า ชนะขาดลอย นั่งนายก อบจ.

อุตรดิตถ์ "ชัยศิริ" แชมป์เก่า ชนะขาดลอย นั่งนายก อบจ.

21 ธันวาคม 2563 – 12:55 น.

อุตรดิตถ์ “ชัยศิริ” แชมป์เก่า ชนะขาดลอย นั่งนายก อบจ. ด้วย 108,123 คะแนน ทิ้งห่างคู่แข่งเบอร์ 4 “ปัณณวัฒน์ นาคมูล” ได้ 35,499 คะแนน ขณะที่ ส.อบจ.หน้าใหม่ 22 เขตจาก 24 เขต

เมื่อเวลา 23.55 น.วันที่ 20 ธันวาคม 2563 ผู้สื่อข่าวรายงานผลการนับคะแนนเลือกตั้งนายก อบจ.อุตรดิตถ์ และ สมาชิก อบจ.อุตรดิตถ์ โดยเฉพาะผลการนับคะแนน นายก อบจ.อย่างไม่เป็นทางการ ดังนี้ เบอร์ 1 นายชัยศิริ ศุภรักษ์จินดา 108,123 คะแนน

อ่านข่าว

ล่าสุด เลือกนายก อบจ.เชียงใหม่พลิกกลับ ‘ทนายก๊อง’ มีคะแนนนำ ‘บุญเลิศ’ – ลำพูน จาก”เพื่อไทย”นำโด่ง

สรุปผลคะแนน ผู้ชนะเลือกตั้ง นายก อบจ.ทั่วประเทศ

เบอร์ 2 นายโปรย สมบัติ 28,512 คะแนน เบอร์ 3 นายเอกาพัทธ์ พุฒโต 10,833 คะแนนและ เบอร์ 4 นายปัณณวัฒน์ นาคมูล 35,499 คะแนน บัตรไม่ประสงค์เลือกผู้ใด 16,056 ใบ บัตรเสีย 12,612 ใบ รวมผู้มาใช้สิทธิ์ 210,401 คน

นายชัยศิริ ให้สัมภาษณ์ว่า ขอบคุณพี่น้องชาว จังหวัดอุตรดิตถ์ทุกคน ที่เลือกเข้าไปทำหน้าที่บริหารงาน อบจ.อุตรดิตถ์อีกครั้ง การชนะเลือกตั้งครั้งนี้ส่วนสำคัญที่สุดคือ พี่น้องประชาชนชาว จ.อุตรดิตถ์ยังต้องการให้มาทำหน้าที่ นายก อบจ.อุตรดิตถ์อีกครั้ง

“อีกส่วนหนึ่งการทำงานของทีมงานที่ทำงานกันค่อนข้างหนัก และเป็นน้ำหนึ่งอันเดียวกันจนทำให้ชนะการเลือกตั้งในครั้งนี้ได้ อย่างไรก็ตามหลังจากนี้จะเดินหน้าทำงานที่ยังค้างคาอยู่หลายอย่างให้สมบูรณ์โดยเร็ว”นายชัยศิริ กล่าว

นายชัยศิริ กล่าวอีกว่า โดยเฉพาะเรื่องเศรษฐกิจ ระบบโครงสร้างพื้นฐาน และปากท้องประชาชนที่ถือว่า เป็นเรื่องสำคัญที่สุดในเวลานี้

“นอกจากนี้นโยบายของรัฐบาลในพื้นที่ที่เกี่ยวข้องก็จะเร่งดำเนินการทันที เพื่อให้ประชาชนได้รับการดูแล และแก้ไขอย่างเป็นรูปธรรมโดยเร็ว ส่วนว่าที่คณะผู้บริหาร นายก อบจ.อุตรดิตถ์ น่าจะคงเป็นผู้บริหารชุดเดิม อาจมีเปลี่ยนแปลงเพียงบ้างตำแหน่ง”นายชัยศิริ กล่าวในที่สุด

ผู้สื่อข่าวรายงาน สำหรับสมาชิก อบจ.อุตรดิตถ์ ที่ได้รับการเลือกตั้งในครั้งนี้ที่นับไปแล้วราว 80 เปอร์เซ็นต์ทั้ง 24 เขต ประกอบด้วย เมืองอุตรดิตถ์ เขต 1 นายวุฒิพงษ์ เพชรเกิด เขต 2 นายทองอยู่ ล้อมวลีรักษ์ เขต 3 นายนฤปนาท อุมรินทร์ เขต 4 ชลาวุธ บุญเกตุ เขต 5 น.ส.สกุลวรรณ เอี่ยมสกุล เขต 6 นายปองภพ บุญอินเขียว เขต 7 นายสราวุฒิ รอดภัย คณะก้าวหน้า

และ เขต 8 นายสงคราม สมุทรหล้า , อ.พิชัย เขต 1 นางปัญญา สอนหว่าง เขต 2 นายพิศาล ปั่นวงษ์ก๋อ เขต 3 นายบัญชา เมฆนุ้ย และ เขต 4 ไพศาล ภูริสัตย์ , อ.ลับแล เขต 1 นายวิเลาะ คำพุก เขต 2 นายเรวัตร แก้วเปี้ย คณะก้าวหน้า เขต 3 นายบังเอิญ เพ็งเปลี่ยน , อ.ตรอน เขต 1 นายอุดมศักดิ์ จักรน้ำอ่าง

อุตรดิตถ์ "ชัยศิริ" แชมป์เก่า ชนะขาดลอย นั่งนายก อบจ.
อุตรดิตถ์ "ชัยศิริ" แชมป์เก่า ชนะขาดลอย นั่งนายก อบจ.
อุตรดิตถ์ "ชัยศิริ" แชมป์เก่า ชนะขาดลอย นั่งนายก อบจ.

ข่าวและภาพโดย บุญพิมพ์ ใบยา

เขต 2 นายชวลิต วีระศิริวัฒน์ ,อ.ท่าปลา เขต 1 นายปรีชา พิมพ์สาร เขต 2 นายมาโนช ขำทอง ,อ.น้ำปาด เขต 1 นายจิรศักดิ์ กองมา เขต 2 นายประจวบ อองกุนนะ ,อ.ฟากท่า มี 1 เขต นายเสน่ห์ ดีมี และ อ.บ้านโคก มี 1 เขต นางคำหล้า ดวงสุภา และ อ.ทองแสนขัน มีเขตเดียว นายสภาศิลป์ อิริยา

ทั้งนี้ สมาชิก อบจ.ที่ได้รับการเลือกตั้งเข้ามาเป็นคนใหม่ 22 คน และ คนเก่า 2 คน จาก 24 เขตเลือกตั้ง

ล่าสุดเมื่อวันที่ 21 ธันวาคม 2563  คณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.)สรุปผลคะแนนผู้ชนะการเลือกตั้งนายก อบจ. อย่างไม่เป็นทางการเรียบร้อยแล้ว 

“ตู่ นันทิดา” นั่งนายก อบจ.หญิงปากน้ำ คนแรก #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

“ตู่ นันทิดา” นั่งนายก อบจ.หญิงปากน้ำ คนแรก (komchadluek.net)

“ตู่ นันทิดา” นั่งนายก อบจ.หญิงปากน้ำ คนแรก

"ตู่ นันทิดา" นั่งนายก อบจ.หญิงปากน้ำ คนแรก

21 ธันวาคม 2563 – 11:10 น.

“ตู่ นันทิดา” นั่งนายก อบจ.หญิงปากน้ำ คนแรก หลังผลการนับคะแนนทิ้งห่างคนอื่น

เมื่อวันที่ 20 ธ.ค.2563 บรรยากาศการนับคะแนนเสียงเลือกตั้งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (นายก อบจ.) และสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัด (ส.อบจ.) ในแต่ละจังหวัดทั่วประเทศเป็นไปอย่างคึกคัก ทั้งนี้ ในส่วนการนับคะแนนของจังหวัดสมุทรปราการ ณ เวลา 20.00 น.ผลปรากฎคะแนนอย่างไม่เป็นทางการ        นางนันทิดา แก้วบัวสาย หรือ “ตู่” ผู้สมัครนายก อบจ.สมุทรปราการ หมายเลข 1 ได้คะแนนนำทิ้งห่างจากผู้สมัครรายอื่น 

โดยได้คะแนนนำมาเป็นอันดับ 1 ที่ 87060 คะแนน จากผู้ลงสมัครทั้งสิ้น 5 คน  ในขณะที่บรรยากาศโดยทั่วไปถือว่าเป็นไปด้วยความเรียบร้อย

ล่าสุดวันที่ 21 ธันวาคม 2563 โดยผลการเลือกตั้งปรากฏว่า น.ส.นันทิดา แก้วบัวสาย ผู้สมัครหมายเลข 1 ของกลุ่มสมุทรปราการก้าวหน้า ได้คะแนนรวม 341,504 คะแนน มาเป็นอันดับที่ 1
อันดับที่ 2 นายรัชชานนท์ ทองอร่าม ผู้สมัครหมายเลข 2 ในนานอิสระ ได้คะแนนรวม 77,057 คะแนน

อันดับที่ 3 นายธัชชัย เมตโต ผู้สมัครหมายเลข 5 ในนามของคณะก้าวหน้า ได้คะแนนรวม 74,531 คะแนน

อันดับที่ 4 นายอำนวย รัศมิทัต ผู้สมัครหมายเลข 4 ในนามกลุ่มรวมพลังสมุทรปราการ ได้คะแนนรวม 56,822 คะแนน

เป็นอันดับที่ 5 นายนำพล คารมปราชญ์ ผู้สมัครหมายเลข 3 ในนามอิสระได้คะแนนรวม 24,752 คะแนน

กรมชลฯกางแผน ‘อ่างเก็บน้ำห้วยทม’ แก้แล้ง-ท่วม ‘ยโสธร-อำนาจเจริญ’ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

ในประเทศ – กรมชลฯกางแผน’อ่างเก็บน้ำห้วยทม’ แก้แล้ง-ท่วม’ยโสธร-อำนาจเจริญ’ (naewna.com)

กรมชลฯกางแผน'อ่างเก็บน้ำห้วยทม' แก้แล้ง-ท่วม'ยโสธร-อำนาจเจริญ'

กรมชลฯกางแผน’อ่างเก็บน้ำห้วยทม’ แก้แล้ง-ท่วม’ยโสธร-อำนาจเจริญ’

วันจันทร์ ที่ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 14.57 น.

กรมชลฯกางแผนโครงการ “อ่างเก็บน้ำห้วยทม” แก้ปัญหาน้ำแล้ง-น้ำท่วมช่วยประชาชน ตำบลบุ่งค้า อำเภอเลิงนกทา จังหวัดยโสธร และตำบลคำเขื่อนแก้ว อำเภอชานุมาน จังหวัดอำนาจเจริญ รวมพื้นที่รับประโยชน์กว่า 7,750 ไร่

เมื่อวันที่ 21 ธันวาคม 2563 นายเฉลิมเกียรติ คงวิเชียรวัฒน์ รองอธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่า พื้นที่อำเภอเลิงนกทา จังหวัดยโสธรและพื้นที่ข้างเคียง ประสบกับแก้ปัญหาขาดแคลนน้ำในช่วงฤดูแล้งและมักได้รับความเสียหายเนื่องจากอุทกภัย ฉะนั้นจึงได้มีโครงการอ่างเก็บน้ำห้วยทมเกิดขึ้น ซึ่งจะช่วยใช้ประชาชนในพื้นที่มีแหล่งเก็บกักน้ำไว้สำหรับอุปโภค-บริโภคของประชาชน ใช้ในการเพาะปลูกพืชเกษตรกรรม ตลอดจนสัตว์เลี้ยงด้วย

สำหรับพื้นที่ซึ่งจะได้รับผลประโยชน์จากโครงการประมาณ 7,720 ไร่ ฝั่งขวาครอบคลุมหมู่บ้านหมู่ที่ 11 และหมู่ที่ 17 บ้านน้อมเกล้า ตำบลบุ่งค้า อำเภอเลิงนกทา จังหวัดยโสธร ฝั่งซ้ายครอบคลุมหมู่บ้านหมู่ที่ 9 บ้านนาเจริญ และหมู่ที่ 12 บ้านคำเดือยกลาง ตำบลคำเขื่อนแก้ว อำเภอชานุมาน จังหวัดอำนาจเจริญ

ด้าน นายสุรชาติ มาลาศรี ผู้อำนวยการสำนักบริหารโครงการ กล่าวเพิ่มเติมว่า โครงการอ่างเก็บน้ำห้วยทมมีพื้นที่ชลประทาน จำนวน 6,860 ไร่ ประกอบด้วยพื้นที่ 2 ส่วน ได้แก่ พื้นที่ชลประทานฝั่งขวา จำนวน 2,786 ไร่ เป็นเนินเขาสูงต่ำสลับกันเป็นลูกคลื่น ฉะนั้นการส่งน้ำให้แก่พื้นที่จึงออกแบบเป็นระบบท่อส่งน้ำ และพื้นที่ชลประทานฝั่งซ้าย จำนวน 4,074 ไร่ ที่สภาพค่อนข้างราบมีลำน้ำขนาบทั้งสองข้าง ซึ่งอาจจะส่งน้ำด้วยระบบคลองหรือระบบท่อ และจากการศึกษาเปรียบเทียบรูปแบบแล้วพบว่า หากออกแบบเป็นคลองเปิดจะมีผลกระทบต่อพื้นที่ข้างเคียงตามแนวคลองค่อนข้างมาก จึงเสนอออกแบบเป็นระบบท่อส่งน้ำเพราะจะคุ้มค่ามากกว่า และสามารถวางท่อไปตามแนวถนนได้ 

ทั้งนี้ หัวงานเขื่อนตั้งอยู่บริเวณบ้านน้อมเกล้า หมู่ที่ 11 ตำบลบุ่งค้า อำเภอเลิงนกทา จังหวัดยโสธร องค์ประกอบของโครงการครอบคลุมพื้นที่ทั้งหมด 1,760 ไร่ ประกอบด้วย พื้นที่หัวงาน อ่างเก็บน้ำ ถนนเข้าโครงการ และแนวท่อส่งน้ำ พื้นที่เกือบทั้งหมดร้อยละ 97 อยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติภูสระดอกบัว นอกจากนี้ยังอยู่ในเขตป่าเศรษฐกิจของป่าสงวนแห่งชาติป่าดงบังอี่จำนวน 2 ไร่ อยู่ในพื้นที่ ส.ป.ก. จำนวน 16 ไร่ และที่เหลืออีกประมาณ 21 ไร่ อยู่นอกเขตอุทยานแห่งชาติและนอกเขตป่าสงวนแห่งชาติ พื้นที่ได้รับผลกระทบจากการพัฒนาโครงการไม่อยู่ในพื้นที่ชั้นคุณภาพลุ่มน้ำชั้นที่ 1 แต่อย่างใด

ลักษณะของโครงการ ประกอบไปด้วย

1) เขื่อนและอ่างเก็บน้ำ ออกแบบเป็นเขื่อนดินประเภท Zone Type มีพื้นที่รับน้ำฝนเหนือเขื่อน 20.75 ตารางกิโลเมตร ปริมาณน้ำท่าไหลเข้าอ่างเก็บน้ำเฉลี่ย 13.87 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อปี สันเขื่อนกว้าง 8 เมตร ยาว 800 เมตร ตัวเขื่อนสูง (สูงที่สุด) 18 เมตร ความจุเก็บกัก 10.11 ล้านลูกบาศก์เมตร พื้นที่น้ำท่วมที่ระดับน้ำสูงสุดเท่ากับ 1,570 ไร่

2) อาคารระบายน้ำล้น (Spillway) แบบ Side Channel Spillway บริเวณฝั่งซ้ายของตัวเขื่อน ความยาวสันฝาย 15 เมตร

3) อาคารท่อส่งน้ำชลประทาน (Irrigation Outlet) วางตัวอยู่ฝั่งขวาของลำน้ำห้วยทม ชนิดท่อกลมขนาด 0.80 เมตร มีอัตราการระบายน้ำส่งให้พื้นที่ชลประทาน 6,860 ไร่

4) อาคารท่อระบายน้ำลงลำน้ำเดิม (River Outlet) วางตัวอยู่ฝั่งซ้ายของลำน้ำห้วยทม ชนิดท่อกลมขนาด 0.80 เมตร มีอัตราการระบายน้ำได้สูงสุดเท่ากับ 6.50 ลูกบาศก์เมตร/วินาที

รายงานพิเศษ : จากหาดใหญ่…สู่นครศรีธรรมราช ถอดบทเรียนแก้ปัญหาน้ำท่วมภาคใต้อย่างยั่งยืน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

ในประเทศ – รายงานพิเศษ : จากหาดใหญ่…สู่นครศรีธรรมราช ถอดบทเรียนแก้ปัญหาน้ำท่วมภาคใต้อย่างยั่งยืน (naewna.com)

รายงานพิเศษ : จากหาดใหญ่...สู่นครศรีธรรมราช  ถอดบทเรียนแก้ปัญหาน้ำท่วมภาคใต้อย่างยั่งยืน

รายงานพิเศษ : จากหาดใหญ่…สู่นครศรีธรรมราช ถอดบทเรียนแก้ปัญหาน้ำท่วมภาคใต้อย่างยั่งยืน

วันจันทร์ ที่ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

น้ำท่วมภาคใต้ในปีนี้ แม้ปัจจุบันสถานการณ์จะเริ่มคลี่คลายลง หลายพื้นที่เข้าสู่สภาพปกติแล้วก็ตาม แต่ก็มีเรื่องที่จะต้องนำมาถอดบทเรียนแก้ไขโดยเฉพาะน้ำท่วมที่จังหวัดนครศรีธรรมราช และอีกหลายจังหวัดที่สถานการณ์รุนแรงมากที่สุดในรอบหลายสิบปี

จังหวัดนครศรีธรรมราช เป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจที่สำคัญของภาคใต้ตอนกลาง ตัวเมืองเป็นพื้นที่ราบ อยู่ใกล้ชิดกับเขาหลวงที่มีลักษณะสูงชัน ดังนั้นหากเกิดฝนตกหนักบริเวณเขาหลวง น้ำจะไหลกระจายลงสูงตัวเมืองผ่านทางคลองหลัก เช่น คลองท่าดี คลองป่าเหล้า คลองท่าซัก คลองคูพาย คลองสวนหลวง และคลองหน้าเมือง ก่อนที่จะไหลออกสู่ทะเล

คลองเหล่านี้ มีศักยภาพสามารถรับน้ำได้รวมกันประมาณ 268 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที แต่ในปีนี้ฝนตกหนักมากตั้งแต่วันที่ 26 พ.ย.2563-2 ธ.ค.2563 รวมปริมาณฝนที่ตกลงในลุ่มน้ำที่จะไหลลงสู่ตัวเมืองนครศรีธรรมราช มีปริมาณมากกว่า 800 มิลลิเมตร (มม.) ทำให้มีปริมาณน้ำเกินขีดความสามารถที่คลองต่าง ๆ จะรับได้ เฉพาะที่คลองท่าดี สูงสุดถึง 689 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที จึงทำให้เกิดน้ำท่วมใหญ่ดังล่าว

พายุฝนที่กระหน่ำภาคใต้ในปีนี้ ไม่ได้ทำให้เกิดภาวะน้ำท่วมเฉพาะที่จังหวัดนครศรีธรรมราชเท่านั้น ยังส่งผลให้มีน้ำท่วมอีกหลายจังหวัด เช่น จังหวัดชุมพร สุราษฎร์ธานี พัทลุง ตรัง และสงขลา เป็นต้น แต่พื้นที่ที่น่าจะนำมาเป็นแบบอย่างใช้แก้ปัญหาน้ำท่วมได้อย่างยั่งยืนคือ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ที่ปีนี้น้ำไม่ท่วมเลย ทั้งๆ ที่ได้รับอิทธิพลจากพายุฝนตกหนักติดต่อกันหลายวันไม่ต่างจากพื้นที่อื่นๆ ของภาคใต้

ดร.สมเกียรติ ประจำวงษ์ เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ในฐานะรองผู้อำนวยการกองอำนวยการน้ำแห่งชาติ(กอนช.) เปิดเผยว่า ที่ผ่านมา กอนช. ได้ประเมินพื้นที่เสี่ยงอุทกภัย เพื่อเตรียมความพร้อมเชิงป้องกัน พบว่า อิทธิพล ของปรากฏการณ์ลานีญ่า จะทำให้ภาคใต้มีฝนตกหนัก มีพื้นที่เสี่ยงอุทกภัยในช่วงเดือน ธ.ค. 2563 – ม.ค. 2564 บริเวณภาคใต้ฝั่งตะวันออก ตั้งแต่ จ.ชุมพร ถึง จ.สงขลา แบ่งเป็น เดือนธ.ค. 2563 จำนวน 13 จังหวัด 107 อำเภอ609 ตำบล โดยเฉพาะ จ.สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง และสงขลาพร้อมทั้งได้มีการแจ้งเตือนอย่างต่อเนื่อง และเหตุการณ์ก็เป็นจริงอย่างที่คาดการณ์ไว้ จนเกิดภาวะน้ำท่วมครั้งใหญ่ในหลายพื้นที่

รวมทั้งที่ อ.หาดใหญ่ นั้นปีนี้ฝนตกหนักไม่ต่างจากพื้นที่อื่นๆของภาคใต้แต่น้ำไม่ท่วม เพราะมี “โครงการบรรเทาอุทกภัยอำเภอหาดใหญ่อันเนื่องมาจากพระราชดำริ” ในการช่วยบรรเทาปัญหาน้ำท่วม แม้ขณะนี้จะแล้วเสร็จเพียงระยะที่ 1 เท่านั้นแต่ก็ช่วยให้ อ.หาดใหญ่ รอดพ้นจากวิกฤตน้ำท่วมภาคใต้ในปีนี้ได้

“ขณะนี้กรมชลประทานอยู่ในระหว่างดำเนินการโครงการฯในระยะที่ 2 โดยการปรับปรุงคลองภูมินาถดำริ (คลองระบายน้ำสายที่ 1) จากเดิมสามารถระบายน้ำได้ 465 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เพิ่มเป็น 1,200 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที และเมื่อระบายน้ำร่วมกับคลองอู่ตะเภาในอัตรา 465 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที จะสามารถเพิ่มศักยภาพในการระบายน้ำได้สูงสุดรวมกันประมาณ 1,665 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที นอกจากนี้ยังมีการก่อสร้างประตูระบายน้ำหน้าควน 2 พร้อมทั้งได้ทำการขุดขยายความกว้างของคลองระบายน้ำจากเดิมท้องคลองกว้าง 24 เมตร ขยายเป็น 70 เมตร และก่อสร้างกำแพงคอนกรีต เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำออกสู่ทะเลสาบสงขลาให้เร็วขึ้น เมื่อแล้วเสร็จปัญหาน้ำท่วม อ.หาดใหญ่ แทบจะไม่เกิดขึ้นเหมือนในอดีตอย่างแน่นอน” เลขาธิการ สทนช. กล่าว

อย่างไรก็ตาม การแก้ไขปัญหาน้ำท่วมอย่างยั่งยืนจะต้องดำเนินการครบวงจรเต็มศักยภาพตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ ซึ่งตามแผนในระยะยาวของโครงการบรรเทาอุทกภัยอำเภอหาดใหญ่อันเนื่องมาจากพระราชดำรินั้น ได้มีการศึกษาเบื้องต้นในการพัฒนาพื้นที่ต้นน้ำด้วยการสร้างแหล่งเก็บกักน้ำขนาดกลางจำนวน 7 แห่ง เพื่อตัดยอดน้ำ และกักเก็บน้ำไว้ใช้ในฤดูแล้ง ประกอบด้วย โครงการอ่างเก็บน้ำคลองหวะ (ตอนบน) ความจุ 6.40 ล้าน ลบ.ม. โครงการปรับปรุงพรุพลีควาย ความจุ 2.50 ล้าน ลบ.ม. โครงการอ่างเก็บน้ำคลองโตนงาช้าง ความจุ12.03 ล้าน ลบ.ม. โครงการอ่างเก็บน้ำคลองต่ำ ความจุ 25.22 ล้าน ลบ.ม. โครงการอ่างเก็บน้ำคลองตง ความจุ 26.00 ล้าน ลบ.ม. โครงการอ่างเก็บน้ำคลองหล้าปัง ความจุ 35.50 ล้าน ลบ.ม. และ โครงการอ่างเก็บน้ำคลองลำ ความจุ 20.52ล้าน ลบ.ม. ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการศึกษาความเหมาะสม เพื่อเลือกแนวทางที่มีประสิทธิภาพในการแก้ไขปัญหาที่มีประสิทธิภาพและมีผลกระทบน้อยที่สุด ตลอดจนสร้างความเข้าใจให้กับประชาชนในพื้นที่

ย้อนมาดูที่จังหวัดนครศรีธรรมราช ลักษณะภูมิประเทศแม้จะไม่เหมือนกับหาดใหญ่ แต่ก็มีลักษณะใกล้เคียงกัน ซึี่งนครศรีธรรมราชก็มี “โครงการบรรเทาอุทกภัยเมืองนครศรีธรรมราชอันเนื่องมาจากพระราชดำริ” เช่นเดียวกับที่ อ.หาดใหญ่ แต่โครงการยังไม่สามารถขับเคลื่อนให้แล้วเสร็จตามแผนงานได้ เพราะติดปัญหาด้านมวลชน มีประชนชนส่วนหนึ่งยังคัดค้านการดำเนินโครงการ ซึ่งตามแผนงานเดิมจะแล้วเสร็จภายในปี 2563 จึงถูกเลื่อนออกไป พร้อมให้กรมชลประทานทำความเข้าใจกับราษฎรผู้ได้รับผลกระทบจากการก่อสร้างโครงการ เพื่อที่จะเร่งดำเนินโครงการให้แล้วเสร็จตามเป้าหมาย

โครงการบรรเทาอุทกภัยเมืองนครศรีธรรมราชอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ประกอบด้วยงานสำคัญๆ คือ การขุดคลองระบายน้ำสายใหม่ จำนวน 3 สาย สามารถระบายน้ำได้ 650-750 ลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) ต่อวินาที พร้อมกับปรับปรุงคลองวังวัว และคลองหัวตรุด เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการระบายน้ำเป็น 850 ลบ.ม.ต่อวินาที และ 100 ลบ.ม.ต่อวินาทีตามลำดับ เมื่อแล้วเสร็จจะสามารถบรรเทาอุทกภัยในเขตเมืองนครศรีธรรมราชและลดพื้นที่น้ำท่วมได้ประมาณร้อยละ 90 ครอบคลุม 12 ตำบล มีประชาชนได้รับประโยชน์ 32,253 ครัวเรือน และยังสามารถกักเก็บน้ำไว้ใช้ในฤดูแล้งได้ประมาณ 5.5 ล้าน ลบ.ม. มีพื้นที่ได้รับประโยชน์ 17,400 ไร่

เหตุการณ์น้ำท่วมนครศรีธรรมราชที่เกิดขึ้นในปีนี้ น่าจะเป็นกระจกสะท้อนให้หลายฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ได้กลับไปร่วมกันทบทวนว่า ควรจะเร่งขับเคลื่อนดำเนินโครงการบรรเทาอุทกภัยเมืองนครศรีธรรมราชฯหรือไม่? หรือจะปล่่อยให้เกิดน้ำท่วมสร้างความเสียหายที่นับวันยิ่งจะทวีความรุนแรงยิ่งขึ้นต่อไป

นอกจาก 2 โครงการที่กล่าวไปข้างต้น พื้นที่อื่นๆ ในภาคใต้ยังมีโครงการบรรเทาอุทกภััย อีกหลายโครงการที่กำลังดำเนินการ หากแล้วเสร็จ ปัญหาน้ำท่วมในเมืองสำคัญๆ จะบรรเทาลงอย่างแน่นอนไม่ว่าจะเป็น โครงการระบบระบายน้ำแม่น้ำตรัง เป็นการขุดคลองผันน้ำเพื่อบรรเทาอุทกภัยที่เกิดจากปริมาณน้ำท่วมในเขตอำเภอเมืองพื้นที่ใกล้เคียงและพื้นที่น้ำท่วมซ้ำซากของจังหวัดตรัง คาดว่าจะแล้วเสร็จปี 2565 โครงการป้องกันและบรรเทาอุทกภัยเมืองชุมพรอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ระยะที่ 2 ขณะนี้อยู่ระหว่างการดำเนินงาน หากแล้วเสร็จจะช่วยลดปัญหาอุทกภัยให้ชุมชนที่อาศัยอยู่บริเวณลุ่มน้ำคลองชุมพรอย่างยั่งยืน ช่วยเหลือประชาชนได้ 16,802 ครัวเรือน และแก้ไขปัญหาน้ำท่วมถนนสายเอเชีย 41แยกปฐมพร) ซึ่งเป็นเส้นทางสายหลักในการสัญจรจากภาคกลางสู่ภาคใต้ และยังเป็นแหล่งน้ำสำรองที่สามารถเก็บกักน้ำไว้ในระบบเพื่อใช้ในฤดูแล้งได้อีกประมาณ 6.5 ล้าน ลบ.ม. เพิ่มประสิทธิ ภาพในการบริหารจัดการน้ำให้เกิดพื้นที่รับประโยชน์อีก 6,875 ไร่

นอกจากนี้ ยังมีแผนงานโครงการเพื่อบรรเทาปัญหาน้ำท่วมในอนาคต เช่น โครงการเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำคลองท่าทอง-คลองคราม จ.สุราษฎร์ธานี โครงการระบบระบายน้ำพื้นที่ชุมชนเมืองนครศรีธรรมราช ระยะที่ 2 โครงการคลองระบายน้ำ คลองละงู-คลองน้ำเค็ม จ.สตูล โครงการแก้มลิงบ้านท่ามะปราง จ.ตรัง โครงการบรรเทาอุทกภัยและภัยแล้ง คลองพังดาน-พังโย จ.พัทลุง และโครงการเพิ่มประสิทธิภาพระบบระบายน้ำ คลองสะบ้าย้อย จ.สงขลา ซึ่งต้องดำเนินการด้านการเตรียมความพร้อมด้านวิศวกรรมและเสนอของบประมาณต่อไป

เลขาธิการ สทนช.กล่าวด้วยว่า ในพื้นที่ภาคใต้ไม่ใช่จะประสบปัญหาด้านน้ำเพียงแค่ปัญหาน้ำท่วมเท่านั้น ในฤดูแล้งหลายพื้นที่ยังประสบปัญหาภัยแล้งเช่นเดียวกับภูมิภาคอื่นๆ จึงได้มีการวางแผนแก้ไขปัญหา โดยดำเนินโครงการสร้างแหล่งเก็บกักน้ำอีกหลายโครงการโดยในปี 2564-2566 มีโครงการพัฒนาแหล่งเก็บกักน้ำ รวม 63 โครงการ วงเงิน 23,300 ล้านบาท สามารถเพิ่มความจุได้ 194 ล้าน ลบ.ม.และมีพื้นที่รับประโยชน์ถึง 264,000 ไร่ และมีโครงการที่ยังคงติดปัญหาด้านมวลชน 2 โครงการ ได้แก่ โครงการอ่างเก็บน้ำวังหีบอันเนื่องมาจากพระราชดำริ จ.นครศรีธรรมราช หากได้ดำเนินการจะสามารถเก็บกักน้ำได้ 20 ล้าน ลบ.ม. พื้นที่รับประโยชน์ 13,014 ไร่ ครอบคลุม 24หมู่บ้าน ใน 4 ตำบล ของ อ.ทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช และโครงการอ่างเก็บน้ำบ้านเหมืองตะกั่วอันเนื่องมาจากพระราชดำริ จ.พัทลุง หากได้ดำเนินการจะสามารถเก็บกักน้ำได้ 10.14 ล้าน ลบ.ม. พื้นที่รับประโยชน์ 7,500 ไร่ ครอบคลุม 2,090 ครัวเรือน ในพื้นที่ในเขต อ.ป่าบอนจ.พัทลุง ปัจจุบันหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอยู่ในระหว่่างการสร้างการรับรู้ร่วมกับประชาชนในพื้นที่ เพื่อที่จะหาทางออกในการแก้ไขปัญหาร่วมกัน

บทเรียนจากน้ำท่วมในครั้งนี้กับโครงการต่างๆที่รัฐบาลกำลังขับเคลื่อน น่าจะพอมีความหวังได้ว่าปัญหาน้ำภาคใต้กำลังจะถูกแก้ไขอย่างยั่งยืน

ชายคาพระพิรุณ : 21 ธันวาคม 2563 #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

ในประเทศ – ชายคาพระพิรุณ : 21 ธันวาคม 2563 (naewna.com)

ชายคาพระพิรุณ : 21 ธันวาคม 2563

วันจันทร์ ที่ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

กลางสัปดาห์ที่จะถึงนี้ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จะจัดงานใหญ่ มหกรรม “เกษตรอัจฉริยะ” ครั้งที่ 1 ประจำปี 2563 ณ พระบรมราชานุสรณ์ ดอนเจดีย์ อำเภอดอนเจดีย์ จังหวัดสุพรรณบุรี จะยกขบวนเทคโนโลยีการเกษตรสมัยใหม่ และนวัตกรรมทางการเกษตรอัจฉริยะมาจัดแสดงและถ่ายทอดองค์ความรู้แบบครบวงจร เพื่อร่วมกันสร้างการรับรู้และความเข้าใจให้แก่ประชาชน ถึงการนำเทคโนโลยีมาช่วยในการพัฒนาการผลิตและเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต โดยเฉพาะอย่างยิ่งการนำเทคโนโลยีการผลิตขั้นสูง หรือ “เกษตรอัจฉริยะ” มาปรับใช้ซึ่งตรงกับยุทธศาสตร์ชาติข้อที่ 2 ด้านการสร้างความสามารถในการแข่งขัน มุ่งเน้นการยกระดับศักยภาพของประเทศในหลากหลายมิติบนพื้นฐานแนวคิดสามประการ ได้แก่ ต่อยอดอดีต ปรับปัจจุบัน และสร้างคุณค่าใหม่ในอนาคต โดยงานนี้มีโต้โผใหญ่คือนายประภัตร โพธสุธน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และมีแม่งานคือกรมการข้าว ร่วมกับหน่วยงานต่างๆ ในสังกัดกระทรวงเกษตรฯ

งานดังกล่าว จะเปิดโอกาสให้หน่วยงานภาครัฐและเอกชนนำนิทรรศการและนวัตกรรมเทคโนโลยีด้านการเกษตรสมัยใหม่มาจัดแสดงภายในงานเพื่อส่งต่อองค์ความรู้ที่เป็นประโยชน์ต่อผู้เยี่ยมชมงาน อาทิ การประกวดสัตว์ที่เลี้ยงผ่านนวัตกรรมเทคโนโลยีสมัยใหม่ เช่น การประกวดกระบือ ไก่พื้นเมืองสวยงาม โคเนื้อ และแพะ จากกรมปศุสัตว์ นิทรรศการและการปล่อยสินเชื่อเงินกู้แก่เกษตรกร จากธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร กิจกรรมสร้างรายได้จากการประกอบอาชีพในระยะสั้น เช่น การเลี้ยงจิ้งหรีดครบวงจร จากสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.) สาธิตการทำปุ๋ยหมักจากผักตบชวา จากกรมพัฒนาที่ดิน นิทรรศการเทคโนโลยีเรื่องกุ้งก้ามกราม และการประกวดปลาสวยงาม ปลากัด จากกรมประมง การแปรรูปสินค้าและจำหน่ายสินค้ากลุ่มประมง จากองค์การสะพานปลา นิทรรศการ สารชีวภัณฑ์ควบคุมศัตรูพืช จากกรมวิชาการเกษตร นิทรรศการ Application Smart ME จากกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ การจัดแสดง Application พยากรณ์ จากสำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร ส่วนกรมการข้าวซึ่งเป็นแม่งาน จะนำนิทรรศการและผลงานวิจัยพันธุ์ข้าวต่างๆมาจัดแสดง อาทิ นวัตกรรมเทคโนโลยีการพัฒนาพันธุ์ข้าวด้วยลำแสงไอออนพลังต่ำ แปลงนาสาธิต นิทรรศการเกษตรอัจฉริยะ เช่นท่อวัดระดับน้ำอัจฉริยะ นิทรรศการเทิดพระเกียรติในหลวงรัชกาลที่ 9 และในหลวงรัชกาลที่ 10นิทรรศการเกษตรทฤษฎีใหม่ อีกทั้งยังมีกิจกรรมการแข่งขันหุงข้าวด้วยหม้อดิน รวมไปถึงการนำข้าวและผลิตภัณฑ์ที่แปรรูปจากข้าวมาจำหน่ายภายในงานในราคาถูก และอื่นๆอีกมากมาย ซึ่งนอกจากการจัดแสดงทางวิชาการแล้ว ภายในงานยังได้จัดให้มีการจำหน่ายผลผลิตทางการเกษตรจากหน่วยงานต่างๆ ในราคาถูกอีกด้วย

โดยงานนี่จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 24ธ.ค.2563-1 ม.ค.2564 นี้ ซึ่งได้รับเกียรติจากพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีเป็นประธานเปิดงาน ในวันพฤหัสบดีที่ 24 ธันวาคม 2563 เวลา 15.00 น. ใครอยู่ใกล้ก็แวะไปเที่ยวงานและศึกษาเรียนรู้นวัตกรรมด้านการเกษตรที่แต่ละหน่วยงานนำมาจัดแสดงกันได้นะครับ

ขุนเกษตรา

‘โฮเทลลาบาริส’ ที่พักยอดฮิตของนักเดินทาง ฉลองก้าวเข้าสู่ปีที่ 2 #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

ผู้หญิง – ‘โฮเทลลาบาริส’ ที่พักยอดฮิตของนักเดินทาง ฉลองก้าวเข้าสู่ปีที่ 2 (naewna.com)

'โฮเทลลาบาริส' ที่พักยอดฮิตของนักเดินทาง ฉลองก้าวเข้าสู่ปีที่ 2

‘โฮเทลลาบาริส’ ที่พักยอดฮิตของนักเดินทาง ฉลองก้าวเข้าสู่ปีที่ 2

วันจันทร์ ที่ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 16.40 น.

โฮเทล ลาบาริส เขาใหญ่ (HOTEL LABARIS KHAO YAI) โฮเทลสุดฮิตของเหล่านักเดินทางที่มาเยือนเขาใหญ่ ก้าวเข้าสู่ปีที่ 2 พร้อมเฉลิมฉลองช่วงเวลาแห่งความสุขด้วย Festive Lighting Ceremony ในค่ำคืนที่แสงดาวเต็มฟ้าอันแสนพิเศษเมื่อวันที่ 7 ธันวาคมที่ผ่านมา ในโอกาสครบรอบ 2 ปี โดย King Minotaur พร้อมเหล่าผู้ดูแล (และผู้บริหาร) ร่วมเฉลิมฉลองไปกับ Festive Lighting Ceremony พร้อมบรรยากาศแสงไฟของต้นคริสต์มาสอีกครั้ง เพื่อต้อนรับช่วงเวลาที่เต็มเปี่ยมไปด้วยรอยยิ้มและเสียหัวเราะ  พร้อมด้วยพิธีทำบุญเลี้ยงพระเพื่อความเป็นสิริมงคลฉลองครอบรอบ 2 ปีของ ดินแดนแห่งเขาวงกต Hotel LabarisKhaoYai  ในวันที่ 8 ธันวาคมที่ผ่านมา

‘เอส แอนด์ พี’ ขอส่งความสุข ด้วยเค้ก คุกกี้ และชุดตะกร้าของขวัญปี 2021 #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

ผู้หญิง – ‘เอส แอนด์ พี’ขอส่งความสุข ด้วยเค้ก คุกกี้ และชุดตะกร้าของขวัญปี 2021 (naewna.com)

‘เอส แอนด์ พี’ขอส่งความสุข ด้วยเค้ก คุกกี้ และชุดตะกร้าของขวัญปี 2021

‘เอส แอนด์ พี’ขอส่งความสุข ด้วยเค้ก คุกกี้ และชุดตะกร้าของขวัญปี 2021

วันจันทร์ ที่ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 15.08 น.

เอส แอนด์ พี ต้อนรับเทศกาลแห่งความสุข ขนทัพผลิตภัณฑ์เค้ก คุกกี้ และชุดตะกร้าของขวัญ เพื่อเป็นสื่อกลางส่งมอบความสุขและความปรารถนาดีแก่คนที่คุณรัก ผ่านบรรจุภัณฑ์ดีไซน์สวยงาม สีสันสดใส มาพร้อมโปรโมชั่นพิเศษ สำหรับสมาชิก S&P Joy Card เมื่อซื้อเค้กขนาด 1 ปอนด์ ขึ้นไป จำนวน 2 ก้อน รับส่วนลด 20% และโปรโมชั่นวันพุธเมื่อซื้อผลิตภัณฑ์คุกกี้ รับส่วนลด 20% นอกจากนี้ยังมีชุดตะกร้าของขวัญสุดพิเศษจำนวนจำกัด โดย เอส แอนด์ พี ได้สนับสนุนตะกร้ากระจูด สินค้า OTOP จากกลุ่มกระจูดบ้านโคกเมา จ.พัทลุง เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างรายได้และความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นของคนในชุมชน ร่วมเฉลิมฉลองเทศกาลแห่งความสุขได้ตั้งแต่วันนี้ – 10 มกราคม 2564 ณ ร้านเอส แอนด์ พี สาขาที่ร่วมรายการ

‘แฮวอน’ เปิดตัวเซรั่มโกงอายุผม ยึดคืนวงจรงอกขาวเปลี่ยนผมให้ดกดำ ใช้ได้แม้ตั้งครรภ์ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

ผู้หญิง – ‘แฮวอน’ เปิดตัวเซรั่มโกงอายุผม ยึดคืนวงจรงอกขาวเปลี่ยนผมให้ดกดำ ใช้ได้แม้ตั้งครรภ์ (naewna.com)

'แฮวอน' เปิดตัวเซรั่มโกงอายุผม ยึดคืนวงจรงอกขาวเปลี่ยนผมให้ดกดำ ใช้ได้แม้ตั้งครรภ์

‘แฮวอน’ เปิดตัวเซรั่มโกงอายุผม ยึดคืนวงจรงอกขาวเปลี่ยนผมให้ดกดำ ใช้ได้แม้ตั้งครรภ์

วันจันทร์ ที่ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 14.06 น.

ปัญหาสุขภาพเส้นผม ไม่ว่าจะเป็นผมหลุด ผมร่วงติดตามเสื้อผ้า และรอยแสกกว้างจนเห็นหนังศีรษะ หรือแม้แต่ผมขาวก่อนวัย นับเป็นปัญหาใหญ่ที่ทำลายสุขภาพจิตของหลาย ๆ คน ทั้งนี้บริษัท แฮวอน จำกัด (Haewon) ซึ่งเป็นที่รู้จักกันดีในวงการผลิตภัณฑ์ความงาม จึงได้คิดค้นผลิตภัณฑ์ทางเลือกใหม่ ภายใต้ชื่อแบรนด์ แฮวอน แฮร์แคร์ เพียวริฟาย แอนด์ แอนตี้ แอร์ ลอส (Haewon Hair Care Purify and Anti Hair Loss) เป็นหัวเชื้อเซรั่มสูตรเข้มข้น ที่จะช่วยเคลียร์สารพัดสัญญาณร้ายให้หยุดชะงักทำลายเส้นผม โดยได้คว้า ตั๊ก – บงกช เบญจรงคกุล อดีตนักแสดงชื่อดัง คุณแม่ลูกหนึ่งที่ยังใส่ใจดูแลตัวเองเป็นอย่างดี จนกลายเป็นไอดอลสาวสตรองของหลาย ๆ คน มาเป็นพรีเซ็นเตอร์ในครั้งนี้ด้วย

นางสาวดลหทัย ทีนะกุล ผู้ก่อตั้งแบรนด์แฮวอน กล่าวว่า คนไทยมีปัญหาเกี่ยวกับเส้นผมอยู่เป็นจำนวนมาก ไม่ว่าจะเกิดจากพันธุกรรม ยีนศีรษะล้าน ยีนผมบาง หรือเกิดจากการมีฮอร์โมนเพศชายมากกว่าปกติ ซึ่งเมื่ออายุมากขึ้นผมก็จะยิ่งบางลงเรื่อย ๆ จนทำให้ดูเหมือนคนศีรษะล้าน ซึ่งทั้ง 2 สาเหตุนับว่าเป็นปัญหาที่อาจหลีกเลี่ยงไม่ได้ ในขณะเดียวกันปัญหาจากพฤติกรรมการใช้ชีวิตก็มีส่วนด้วยเช่นกัน เช่น ความเครียด แสงแดด หนังศีรษะมัน หรือการใช้สารเคมี ซึ่งจะทำให้ผมหลุดร่วงได้ง่าย

สำหรับสรรพคุณของผลิตภัณฑ์แฮวอน แฮร์แคร์ เพียวริฟาย แอนด์ แอนตี้ แอร์ ลอส ต้องบอกว่าช่วยบำรุงตั้งแต่เส้นผมให้หนาและดกดำขึ้น ลดการหลุดร่วงของเส้นผม ขจัดโรคเชื้อราบนหนังศีรษะ ป้องกันผมร่วงและขาวก่อนวัย ดูดซับสารเคมีที่ตกค้างในเส้นผม และช่วยให้เซลล์รากผมเจริญเติบโตได้ดี ที่สำคัญคุณผู้หญิงที่กำลังตั้งครรภ์ก็สามารถใช้ได้ อีกทั้งยังการันตีความปลอดภัยและได้มาตรฐาน ไม่ผสมสี ไร้แอลกอฮอล์ (Alcohol) และสารพาราเบน (Paraben) ผ่านการทดสอบทางคลินิกด้วยเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์จากประเทศเยอรมนี จึงมั่นใจได้ว่าจะไม่ทำให้เกิดการระคายเคืองหรือเกิดรังแค หากแพ้รับประกันคืนเงิน 150% 

และสารสกัดแต่ละชนิด ได้รับการคัดสรรมาเป็นพิเศษเกรดพรีเมี่ยม ได้แก่ เมล็ดเทียนดำ (Nigella Savita Seed oil) กระตุ้นการหมุนเวียนเลือด ลดการหลุดร่วงของเส้นผม ส่วนเห็ดหลินจือ (Reishi) ป้องกันผมร่วงและผมขาวก่อนวัย ขณะที่ใบหมี่ (Litsea Glutanosa Leaf) บำรุงเซลล์รากผม รวมทั้งโหระพา (Root BioTec HO) ช่วยลดการหลุดร่วงของเส้นผม นอกจากนี้ยังมีสารสกัดจากแร่มาลาไคท์ (Mala’Kitetm) ช่วยกระตุ้นการสร้างพลังงานแก่เซลล์ ดูดซับสิ่งสกปรกและสารเคมีตกค้าง ทั้งยังช่วยกักเก็บความชุ่มชื้นให้หนังศีรษะและเส้นผม 

ด้าน ณัฐบดินทร์ ไชยศรี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กล่าวเสริมอีกว่า “บริษัท แฮวอน จำกัด (Haewon) นับเป็นผู้นำด้านอีคอมเมิร์ช (E-Commerce) ที่รู้จักกันดีในวงการผลิตภัณฑ์ความงาม ไม่ว่าจะเป็นครีมแฮวอน สูตรวอเตอร์ดรอป ครีมกันแดด Bio Black Pearl ที่จะช่วยปกป้องผิวจากแสงแดดและรังสียูวี พร้อมช่วยฟื้นบำรุงผิวให้มีสุขภาพดี หรือจะอาหารเสริมบำรุงผิว พีซเซราคอลลาเจน (Pecera) และยาสีฟันสมุนไพรแฮวอน นอกจากนี้ยังครอบคลุมไปถึงธุรกิจด้านความงามและสุขภาพ ได้แก่ แฮวอนคลีนิค จำนวน 3 สาขา คือ สาขาระยอง สาขาบางนา และสาขาราชพฤกษ์”

ด้าน ตั๊ก-บงกช เบญจรงคกุล เผยว่า “ตั๊ก ค่อนข้างที่จะดูแลตัวเองดีมากๆ ไม่ใช่แค่เรื่องของสุขภาพหรือรูปร่างเท่านั้น แต่ดูแลตัวเองตั้งแต่หัวจรดเท้า โดยเฉพาะเส้นผม สังเกตุว่าตั๊กจะไม่ค่อยได้ตัดผมสั้นบ่อยนัก จะเน้นไปในเรื่องของการบำรุงผมมากกว่า คือการใช้เซรั่มที่มีส่วนผสมจากธรรมชาติ ลดการหลุดร่วง ทำให้ผมเราสวยดกดำเงางาม ช่วยเสริมบุคลิกภาพของเรา ตั๊กขอแนะนำให้สาว ๆ ลองใช้ เซรั่มสูตรเข้มข้นของแฮวอน รับรองว่าจะต้องติดใจค่ะ”

สำหรับผู้ที่สนใจหัวเชื้อเซรั่มสูตรเข้มข้นของแฮวอน ในล็อตแรกจะผลิตออกมา จำนวน 100,000 ขวด สามารถสั่งซื้อผ่านตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศ ซึ่งจะจำหน่ายแล้ววันนี้ ราคา 990 บาท ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ เฟซบุ๊กเพจ Haewon official และเว็บไซต์ http://www.haewonnewschannel.com

‘Jubilee Diamond’ จัดอลังการงานอัญมณี ส่งมอบความสุข ฉลอง 91 ปี #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

ผู้หญิง – ‘Jubilee Diamond’ จัดอลังการงานอัญมณี ส่งมอบความสุข ฉลอง 91 ปี (naewna.com)

‘Jubilee Diamond’ จัดอลังการงานอัญมณี  ส่งมอบความสุข ฉลอง 91 ปี

‘Jubilee Diamond’ จัดอลังการงานอัญมณี ส่งมอบความสุข ฉลอง 91 ปี

วันจันทร์ ที่ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 11.54 น.

ยูบิลลี่ ไดมอนด์ (Jubilee Diamond) ผู้นำธุรกิจค้าปลีกเครื่องประดับเพชรอันดับหนึ่งของประเทศไทย ขอส่งมอบความสุขด้วยของขวัญล้ำค่ากับกิจกรรมสุดเอ็กซ์คลูชีฟประจำปี The Legendary of CARAT & JUBILEE’S The Best Diamond Gift Fair 2020 ที่จะเป็นการรวบรวมคอลเล็คชั่นเครื่องประดับเพชรและเพชรกะรัตสุดเลอค่ารวมมูลค่ากว่า 1,000 ล้านบาท Jubilee Diamond ยังเตรียมมอบเซอร์ไพรส์กับของขวัญส่งท้ายปีด้วยเครื่องประดับเพชรราคาส่วนลดสุดพิเศษ พร้อมการจับแจกรางวัลและพิเศษมากกว่านั้นคือการมอบของสมนาคุณสุดพิเศษอีกมากมายที่เหล่านักสะสมและผู้ชื่นชอบเพชรไม่ควรพลาด อาทิ iPhone12Pro , เพชรกะรัต, แหวนเพชร, อื่นๆ อีกมากมาย และโปรโมชั่นพิเศษตลอดงาน พร้อมด้วยโปรโมชั่นครั้งแรกกับ “ช้อปเพชรผ่อน 0% ได้นานสูงสุด 12 เดือน และรับเครดิตเงินคืนไม่อั้น”  ในวันที่ 18 – 20 ธันวาคมนี้ ตั้งแต่เวลา 10.00 –  21.00 น. ณ โรงแรมเจดับบลิว แมริออท สุขุมวิท (ถนนเพลินจิต)

The Legendary of CARAT & JUBILEE’S The Best Diamond Gift Fair 2020 ภายในงานจะได้พบกับการอวดโฉมครั้งแรกของงานเพชรกะรัตใหญ่ที่สุดส่งท้ายปีกว่า 3,000 เม็ดส่งตรงจากเมืองแอนท์เวิร์ป (Antwerp) ประเทศเบลเยี่ยม ที่ได้ชื่อว่าเป็นศูนย์กลางการค้าเพชรและแหล่งเจียระไนเพชรที่ดีที่สุดของโลก ตื่นตากับเพชรกะรัต เจิดจรัส ทุกสี, ทุกขนาด, เพชรหายาก, เพชรแฟนซี, เพชรสีแฟนซี พร้อมด้วยการเปิดคอลเล็กชั่นเครื่องประดับเพชรสุดตระการตาที่สร้างสรรค์ขึ้นจากเพชรที่ได้รับการเจียระไนมาเป็นพิเศษที่จะมีที่นี่ที่เดียว และการรังสรรค์เครื่องประดับเพชรที่ใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัยและช่างฝีมือที่มีประสบการณ์ชั้นสูง พร้อมการเปิดตัวคอลเลกชั่นเครื่องประดับเพชรใหม่ กว่า 5,000 ดีไซน์

ไม่เพียงเท่านั้น ภายในงาน ยังได้เตรียมสีสันความบันเทิงไว้มอบความสุขสำหรับลูกค้าที่มาร่วมกิจกรรมสุดเอ็กคลูซีฟ อาทิ แฟชั่นโชว์สุดพิเศษที่ได้นำผ้าไทยระดับรางวัลจากศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพระหว่างประเทศ มาตัดเย็บเป็นชุดราตรีร่วมสมัยให้กับเหล่านางแบบ      เซเลบริตี้ชื่อดัง อาทิ อนิพรณ์ เฉลิมบูรณะวงศ์ มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2558,  มิเรียม ศรพรหมมาศ รองอันดับ 1    มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2562 ในการเปิดตัวคอลเล็กชั่นเครื่องประดับเพชรสุดพิเศษในครั้งนี้ รวมมูลค่าเครื่องประดับเพชรที่นำมาโชว์ในงานรวมมากกว่า 1 พันล้านบาท

เทศกาลแห่งการส่งมอบความสุขด้วยของขวัญล้ำค่างานสุดยิ่งใหญ่ส่งท้ายปีที่ผู้ที่ชื่นชอบเพชรและนักสะสมเพชรต้องห้ามพลาด งานยูบิลลี่ ไดมอนด์ “The Legendary of CARAT & JUBILEE’S The Best Diamond Gift Fair 2020” ณ ห้องบอลรูม โรงแรมเจดับบลิว แมริออท สุขุมวิท (ถนนเพลินจิต) วันที่ 18 – 20 ธันวาคม 2563 ตั้งแต่เวลา 10.00 –  21.00 น.