ขึ้นแท่นตัวท็อปซินแสยุค 5G ‘อาจารย์เซินกิตติ์ธนิน’ เจ้าของสโลแกนสังคมพยากรณ์สมัยใหม่ ทันสมัย ไม่งมงาย #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

ผู้หญิง – ขึ้นแท่นตัวท็อปซินแสยุค 5G’อาจารย์เซินกิตติ์ธนิน’เจ้าของสโลแกนสังคมพยากรณ์สมัยใหม่ ทันสมัย ไม่งมงาย (naewna.com)

ขึ้นแท่นตัวท็อปซินแสยุค 5G'อาจารย์เซินกิตติ์ธนิน'เจ้าของสโลแกนสังคมพยากรณ์สมัยใหม่ ทันสมัย ไม่งมงาย

ขึ้นแท่นตัวท็อปซินแสยุค 5G’อาจารย์เซินกิตติ์ธนิน’เจ้าของสโลแกนสังคมพยากรณ์สมัยใหม่ ทันสมัย ไม่งมงาย

วันศุกร์ ที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 11.53 น.

ก้าวสู่ความสำเร็จและกำลังมาแรงในปี 2563 เป็นอย่างมากสำหรับ “อาจารย์เซิน-กิตติ์ธนิน ศีลเรืองรอง” ที่รู้จักกันเป็นอย่างดีในนามอาจารย์ซินแสที่ปรึกษาธุรกิจและบุคคล ด้วยโหราศาสตร์ฮวงจุ้ย ให้แก่องค์กร บริษัท และบ้านเรือนต่างๆ และยังสอนวิชาการพยากรณ์ต่างๆ มากว่า 11 ปี ด้วยประสบการณ์เป็นที่ปรึกษาด้านหลักพยากรณ์มาอีกมากกว่า 14 ปี เตรียมพร้อมขึ้นแท่นตัวท็อปของซินแสยุค 5G คนต่อไป เจ้าของฉายาซินแสสายวิทยาศาสตร์ที่ไม่ได้มาจากโชคช่วย เพราะอาจารย์เซินมีดีกรีด้านวิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และ MBA จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จึงเป็นซินแสสายวิทยาศาสตร์ เก็บสถิติเยอะ อธิบายหลักต่างๆ ด้วยเหตุและผลไม่งมงาย ด้วยแนวคิดของอาจารย์เซินคือ “ผมไม่ใช่หมอดู ผมเป็นนักวิทยาศาสตร์” ดังนั้นจะเอาวิชามาใช้ลวกๆไม่ได้ อยู่ๆจะเป็นที่ปรึกษาให้ผู้คนได้ ไม่ใช่เรื่องเล่นๆ ต้องผ่านการพิสูจน์ก่อน อาจารย์จึงเน้นการเก็บสถิติ และดูเคสจริงเป็นหลัก เช่นใครแต่งงาน เลิกกัน ประสบอุบัติเหตุ ถูกหวย ถูกจับ โดนไล่ออก ตั้งครรภ์ อาจารย์จะเก็บดวงมาเป็นสถิติไว้ทั้งสิ้น เพื่อใช้ในการแนะนำผู้คนในอนาคต เช่นเดียวกับฮวงจุ้ยที่ไปดูบ้านเป็นร้อยๆหลังก่อนจะมาใช้วิชาฮวงจุ้ยแนะนำผู้คน ซึ่งได้ยืนยันแล้วว่าต้องได้ผลจริง และออกแบบให้ทันสมัยเข้ากับบ้าน ดูไม่ออกว่ามีการจัดวางฮวงจุ้ยเอาไว้ เพื่อให้เหมาะสมกับดีไซน์บ้านที่เปลี่ยนแปลงไปตามยุคตามสมัย

การันตีด้วยเคสการปรับฮวงจุ้ยร้าน Monster Beef  ให้พลิกฟื้นธุรกิจกลับมาอีกครั้งอย่างรวดเร็วหลังเจอวิกฤตการณ์ โควิด-19 ที่อาจารย์เซินช่วยแก้ปัญหาสภาพคล่อง ทั้งยังสร้างเสริมโชคลาภให้ร้านมีรายได้อย่างต่อเนื่องทั้งที่ยังไม่ได้ทำการตลาดอย่างเต็มรูปแบบ โดยเฉพาะลูกน้องที่เคยมีปัญหาก็กลับดีขึ้นหมด ขยันและทุ่มเท ค่าใช้จ่ายต่างๆ ลดลง และสามารถควบคุมทุกอย่างได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้มีโอกาสเข้ามาเรื่อยๆ ให้กับเจ้าของร้าน เช่น ได้รับข้อเสนอให้พื้นที่เช่าเพิ่ม มีคนเข้ามาสนับสนุนกิจการต่างๆ ให้ราบรื่นขึ้น  และอีกหนึ่งเคสที่บ่งบอกได้ถึงความเป็นที่หนึ่งในชั่วโมงนี้ของอาจารย์เซินกับการได้รับ testimonial จาก บริษัท AMG Auto สาขาเหม่งจ๋าย, สาขารามอินทรา, สาขาสุขาภิบาล 3  และบริษัทในเครือตัวแทนจำหน่าย Hyundai และ Subaru ที่ช่วยให้มีการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้นในหลายๆ สัดส่วนขององค์กร ทั้งยังช่วยแก้ให้ปัญหาภายในลดลง รวมถึงบริษัทอื่นๆ อีกกว่าร้อยบริษัท โดยแรกเริ่มเดิมทีจะใช้วิชาฮวงจุ้ยช่วยให้กับธุรกิจเฉพาะคนรู้จักเท่านั้น แต่ยิ่งเศรษฐกิจไม่ดีก็ยิ่งมีคนที่มีปัญหาเยอะมาก จึงตัดสินใจมาเปิดสถาบันเพื่อรับช่วยเหลือธุรกิจและบุคคลทั่วไปอย่างจริงจัง พร้อมกับเปิดสอนวิชาฮวงจุ้ย และการพยากรณ์ดวงทั้งไทย จีน ไพ่ยิปซี เพื่อสร้างนักพยากรณ์ไปช่วยเหลือผู้คนมากมาย ด้วยการการันตีจากบริษัทชั้นนำของประเทศถึงผลลัพธ์ที่ดีเยี่ยมขนาดนี้ เหมาะสมแล้วกับวิสัยทัศน์ของอาจารย์เซิน ที่มีปณิธานเพื่อเผยแผ่วิชาการพยากรณ์ที่ถูกต้องทันสมัยกับยุคที่เปลี่ยนแปลง ไม่งมงาย ไม่ฉาบฉวย เน้นแก้ปัญหาและพัฒนาทรัพยากร รวบรวม ศึกษาและพัฒนาวิชาการพยากรณ์ให้สามารถประยุกต์ใช้ได้ และสร้างประโยชน์ได้จริงต่อองค์กร ธุรกิจ และบุคคล สมกับสโลแกนสังคมพยากรณ์สมัยใหม่ ทันสมัย ไม่งมงาย

โดยอาจารย์เซินมีสาขาที่เชี่ยวชาญได้แก่ ศาสตร์ตัวเลข, โหราศาสตร์ไทยทุกแขนง, โหราศาสตร์พม่า, โหราศาสตร์จีน (โป๊ยหยี่สี่เถี่ยว), ไพ่ยิปซี, ไพ่ทาโรต์, เลขศาสตร์และการตั้งชื่อ, ศาสตร์ลายเซ็น, สุขภาพศาสตร์จีน, โหงวเฮ้ง, และ ฮวงจุ้ย เป็นต้น ที่ยินดีและพร้อมให้คำปรึกษาดูฮวงจุ้ย อสังหาทุกชนิดไม่ว่าจะเป็นบ้านที่อยู่อาศัย คอนโด ออฟฟิต ที่ดิน โรงงานทุกขนาด และรับสอนวิชาฮวงจุ้ยทั้งท่านที่ต้องการนำไปใช้เลือกบ้านให้ถูกต้อง หรือนำไปประกอบอาชีพ โดยเฉพาะช่วงนี้เป็นคอร์สออนไลน์วิชาฮวงจุ้ยทำเลร่ำรวย อสังหาที่ช่วยให้คุณรวยแบบก้าวกระโดด (โปรโมชั่นมีส่วนลดพิเศษสำหรับคนที่ดูจากเว็บข่าวต่างๆ) สามารถติดตามข้อมูลข่าวสารและติดต่อได้ทาง FB : https://web.facebook.com/zernhoroacademy, เบอร์ติดต่อ: 088-244-1915, Line: @aj_krichaหรือwww.fengshui-thailand.com และ http://www.horoacademy.com, ยูทูปhttps://www.youtube.com/channel/UCc1h-hGADTOqOj3bVHAfZx

ไวตามิ้ลค์เดินหน้าแคมเปญ #ทีมเที่ยวไทย สุดปัง!! สะสมได้ถึง 8 ล้านไมล์ใน 1 เดือน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

ผู้หญิง – ไวตามิ้ลค์เดินหน้าแคมเปญ #ทีมเที่ยวไทย สุดปัง!! สะสมได้ถึง 8 ล้านไมล์ใน 1 เดือน (naewna.com)

ไวตามิ้ลค์เดินหน้าแคมเปญ #ทีมเที่ยวไทย  สุดปัง!! สะสมได้ถึง 8 ล้านไมล์ใน 1 เดือน

ไวตามิ้ลค์เดินหน้าแคมเปญ #ทีมเที่ยวไทย สุดปัง!! สะสมได้ถึง 8 ล้านไมล์ใน 1 เดือน

วันศุกร์ ที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

ถอดรหัสแคมเปญ #ทีมเที่ยวไทย ทั่วไทยแข็งแรงกับไวตามิ้ลค์ ซึ่งกิมมิคพิเศษอยู่ที่ลวดลายลิมิเต็ด อิดิชั่น โชว์ความน่ารักของดีไซน์ 77 จังหวัด 77 ลายเปิดตัวได้เพียง 1 เดือน ก็ปังปุริเย่!มียอดการร่วมกิจกรรมสะสมไมล์แล้วกว่า 8 ล้านไมล์ จากแผนที่ตั้งเป้าไว้ตลอดแคมเปญ 10 ล้านไมล์ ดูจะใกล้ความเป็นจริงและสำเร็จเร็วเกินคาด พร้อมก้าวต่อไปสู่ปี 2021 ในการพาคนไทย “เที่ยวไทย ทั่วไทยแข็งแรง” เพราะกายพร้อม ใจพร้อม เราทำได้

ศรัณย์ จุฑารัตนกุล ผู้จัดการใหญ่งานปฏิบัติการ บริษัท กรีนสปอต จำกัดกล่าวว่า ทางไวตามิ้ลค์มีแผนในการทำแคมเปญ เที่ยวทั่วไทย อยู่แล้ว โดยในปีนี้เป็นการต่อยอด #ทีมเที่ยวไทย ของปี 2561 ที่สนับสนุนการท่องเที่ยวเมืองรองร่วมกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย โดยวางไว้ว่าจะเปิดตัวช่วงต้นปีให้ทันเทศกาลสงกรานต์ เพราะเป็นช่วงที่คนไทยออกเดินทางท่องเที่ยวและกลับภูมิลำเนา แต่พอทั่วโลกเจอพิษภัยการระบาดของสถานการณ์ไวรัสโควิด-19 เราจึงมีการนำแคมเปญนี้กลับมาทบทวนอีกครั้ง เพราะหนนี้ภาคการท่องเที่ยวได้รับผลกระทบรุนแรง และเศรษฐกิจฐานรากปากท้องคนไทยในจังหวัดต่างๆ ต้องการความช่วยเหลือจากทุกฝ่าย เราในฐานะภาคเอกชนที่ส่งเสริมเรื่องการดูแลสุขภาพอนามัยและสนับสนุนให้คนออกเดินทางใช้ชีวิตให้เต็มที่ จึงนำสโลแกนหลัก “กายพร้อมใจพร้อมเราทำได้” มาตีความใหม่ ในมุมของถ้าเราคือคนไทยคนหนึ่งที่มีความ “พร้อม” ทั้งกาย ใจ เวลา และกำลังทรัพย์ การได้ออกเดินทางท่องเที่ยวในประเทศอาจไม่ใช่แค่เพียงการเก็บเกี่ยวประสบการณ์จากสถานที่ใหม่ๆ หรือการผ่อนคลายอย่างที่เคยเป็นมา แต่คือการได้ออกไปช่วยคนไทยในท้องถิ่นและภาคธุรกิจต่างๆ ให้เขาได้มีกำลังใจ สร้างงาน สร้างรายได้ เกิดเศรษฐกิจหมุนเวียนในประเทศอีกทางหนึ่ง

ทั้งนี้ การตลาดที่ดีต้องวัดผลได้ ไวตามิ้ลค์ ใช้กลยุทธ์ Omni-Channel ผสานทุกแพลตฟอร์มดันแคมเปญฯ สร้างการรับรู้ สู่ Call To Action และสามารถสร้างยอดการสะสมไมล์การเดินทางของผู้เข้าร่วมกิจกรรม #ทีมเที่ยวไทย ได้ถึง8 ล้านไมล์ ภายในเดือนแรกของการเปิดตัว

“ไวตามิ้ลค์ตั้งเป้าการสะสมไมล์ตลอดแคมเปญที่ 10 ล้านไมล์ ปรากฏว่าเดือนเดียวทำได้แล้วที่ 8 ล้านไมล์ แสดงให้เห็นว่าคนไทยพากันออกเดินทางท่องเที่ยวไปตามจังหวัดต่างๆ และไม่ลืมที่จะร่วมกิจกรรมกับไวตามิ้ลค์ ด้วยการเตรียมความพร้อมร่างกายดื่มโปรตีนจากพืชที่มีประโยชน์ และเช็คอินใต้ฝาเพื่อสะสมไมล์ร่วมสนุก ลุ้นรางวัลไปกับกิจกรรมแต่ละเดือน โดยไวตามิ้ลค์สื่อสารกับกลุ่มผู้บริโภคทุกช่องทาง ด้วยการจับจุด Customer Journey ไปดักเจอผู้บริโภคตามที่ต่างๆ (online & offline) สร้างความคุ้นเคยกับลายผลิตภัณฑ์ตัวใหม่ และกระตุ้นให้คนรู้สึกอยากออกเดินทาง นำโดย ณภัทร เสียงสมบุญ (Vitamilk’s Brand Ambassador) ซึ่งเป็นแบรนด์แอมบาสซาเดอร์คนปัจจุบันของไวตามิ้ลค์ เพื่อสร้างการรับรู้ให้เกิดขึ้นในคนหมู่มาก โดยปล่อยโฆษณาทางโทรทัศน์, Youtube และ Poster Ad ทางสื่อ Social Media

ในกทม. เราสร้างจุดสังเกตกลางเมือง โดยมีการ Wrap สถานีรถไฟใต้ดินเพชรบุรี Exit 2 ด้านนอกเป็นลวดลายไวตามิ้ลค์ Limited Edition โดยมองว่าเป็นจุดเชื่อมต่อของการเดินทาง ทั้งทางบกเช่น บนถนน-รถยนต์ สู่ใต้ดิน MRT และเชื่อมต่อสู่เครื่องบิน ด้วยสถานีรถไฟ Airport Link ที่เชื่อมถึงกัน ขณะที่ Social Media เข้าถึงผู้บริโภค ผ่าน Facebook Fanpage และ Line OA @Vitamilk ที่จะมีการกระตุ้นด้วยโปรโมชั่น ข่าวสารของรางวัลประจำเดือน และการเป็น Community จากการรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งของ #ทีมเที่ยวไทย ที่เมื่อผู้ร่วมกิจกรรมลงทะเบียนผ่านการ Scan QR Code ข้างขวดไวตามิ้ลค์ ทูโก แล้ว ก็สามารถเริ่มสะสมไมล์จากรหัสใต้ฝาได้อย่างง่ายดาย โดยได้แรงเสริมจากอินฟลูเอนเซอร์ ซึ่งเป็น Youtuber อาทิ ภูริ หิรัญพฤกษ์, ว่านไฉ-อาสาพาไปหลง และ Facebook Fan page อาทิ แฟนพาเที่ยว, กินกับพีท เที่ยวกับผม, KP ตะลอนแหลก ฯลฯ มาร่วมเป็น #ทีมเที่ยวไทย ในครั้งนี้

นอกจากนี้ ทางไวตามิ้ลค์มีการทำโปรโมชั่น ณ จุดขาย สม่ำเสมอ โดยนอกจากส่วนลดจากการซื้อไวตามิ้ลค์ลิมิเต็ดอิดิชั่น 77 ดีไซน์ 77 จังหวัด ณ ร้านสะดวกซื้อแล้ว เรายังมีกิจกรรมสะสมไมล์เพื่อลุ้นรางวัลประจำเดือน และแจกรางวัลใหญ่เมื่อจบแคมเปญ ซึ่งของรางวัลที่เราเตรียมไว้ให้มีมากถึง 1,800 รางวัล มูลค่ารวมกว่า 3 ล้านบาท

มูลนิธิอาจารย์เกษม ปังศรีวงศ์ มอบทุนการศึกษาและวิจัยด้านเภสัชศาสตร์ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

ผู้หญิง – มูลนิธิอาจารย์เกษม ปังศรีวงศ์ มอบทุนการศึกษาและวิจัยด้านเภสัชศาสตร์ (naewna.com)

มูลนิธิอาจารย์เกษม ปังศรีวงศ์  มอบทุนการศึกษาและวิจัยด้านเภสัชศาสตร์

มูลนิธิอาจารย์เกษม ปังศรีวงศ์ มอบทุนการศึกษาและวิจัยด้านเภสัชศาสตร์

วันศุกร์ ที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

มูลนิธิอาจารย์เกษม ปังศรีวงศ์ จัดพิธีมอบทุนสนับสนุนการศึกษาและทุนวิจัยโครงการด้านเภสัชศาสตร์ ปี 2563 ต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 พร้อมเปิดให้นักศึกษาและเภสัชกรที่สนใจ ยื่นเสนอโครงการเพื่อขอรับทุนด้านเภสัชศาสตร์ ตั้งแต่เดือนมกราคม 2564 เป็นต้นไป

นายธีระพงศ์ ปังศรีวงศ์ ประธานกรรมการมูลนิธิอาจารย์เกษมปังศรีวงศ์ กล่าวว่า แม้ปีนี้เป็นปีแห่งความท้าทายและยากลำบาก เนื่องจากทั่วโลกต่างได้รับผลกระทบจากโรคระบาดโควิด-19 ทั้งในด้านเศรษฐกิจ สังคม และวิถีการดำเนินชีวิต ซึ่งมูลนิธิอาจารย์เกษม ปังศรีวงศ์ ได้ตระหนักถึงความสำคัญอย่างยิ่งในการมอบทุนการศึกษาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะนักศึกษาระดับปริญญาตรี จะเป็นกลุ่มที่ได้รับผลกระทบโดยตรงด้านค่าใช้จ่ายในการเรียน รวมทั้งทุนวิจัยด้านเภสัชศาสตร์ เพื่อนำไปใช้พัฒนาต่อยอดและค้นคว้าหาองค์ความรู้ใหม่ๆ เพื่อเป็นคุณูปการให้กับชาติ บ้านเมืองและสังคมโลกต่อไปในภายภาคหน้าด้วยเล็งเห็นว่าการวิจัยพัฒนาด้านเภสัชศาสตร์ไม่อาจสะดุดหยุดนิ่งได้ ต้องพัฒนาให้ทันท่วงทีต่อการนำมาใช้ช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์และบำบัดภัยคุกคามจากโรคระบาดที่อาจจะเป็นโรคอุบัติใหม่ในอนาคต

สำหรับพิธีมอบทุนในปี 2563 นี้ จัดขึ้นต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 และถือเป็นวาระครบรอบ 4 ปีของการจัดตั้งมูลนิธิฯ แต่เนื่องด้วยสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ทั่วโลก ดังที่กล่าวข้างต้น มูลนิธิฯ จำเป็นต้องปฏิบัติตามมาตรการด้านความปลอดภัยและสุขอนามัยอย่างเคร่งครัด จึงทำให้สามารถจัดมอบทุนได้เพียงครั้งเดียวให้แก่นักศึกษาและบุคลากรด้านเภสัชศาสตร์ รวมทั้งทุนสนับสนุนโครงการงานวิจัย ประจำปี 2563 จำนวน 58 ทุน/โครงการ รวมเป็นเงิน 2,000,000 บาท

ในพิธีมอบทุน ศาสตราจารย์(พิเศษ) ดร.จอมจิน จันทรสกุล กรรมการบริหารมูลนิธิฯ ได้เป็นตัวแทนของคณะกรรมการมูลนิธิฯ ในการแสดงความยินดีกับผู้ที่ได้รับทุนในปีนี้ และขอให้ปฏิบัติภารกิจสำเร็จตามที่ได้ตั้งใจไว้ โดยมุ่งมั่นดำเนินตามเป้าหมายและอย่าได้ย่อท้อต่ออุปสรรคใดๆ เพื่อประโยชน์แก่เพื่อนมนุษย์และประเทศชาติ อีกทั้ง ยังเป็นการยกระดับและพัฒนาวิชาชีพเภสัชกรรมให้ก้าวหน้า ตามวัตถุประสงค์ของการก่อตั้งมูลนิธิอาจารย์เกษมฯ อีกด้วย

ทั้งนี้ มูลนิธิอาจารย์เกษม ปังศรีวงศ์ ก่อตั้งขึ้นจากแรงบันดาลใจของ นายธีระพงศ์ ปังศรีวงศ์ บุตรชายเพียงคนเดียวของอาจารย์เกษม และ นางทับทิม ปังศรีวงศ์ ซึ่งได้ประจักษ์ถึงปณิธานอันแน่วแน่ของบิดาในการอุทิศตนริเริ่มและพัฒนาวิชาชีพเภสัชศาสตร์ในประเทศไทย เพื่อสืบสานเจตนารมณ์ของบิดา ผู้เป็นปูชนียบุคคลในสายวิชาชีพเภสัชศาสตร์ โดยจัดตั้งมูลนิธิฯ ขึ้นเมื่อปีพ.ศ.2559 มีวัตถุประสงค์เพื่อสนับสนุนมอบทุนให้โครงการด้านเภสัชศาสตร์ งานประชุมวิชาการระดับประเทศทุนการศึกษาด้านเภสัชศาสตร์แก่นักศึกษาที่ตั้งใจเรียนแต่ขาดทุนทรัพย์ ทุนอบรมระยะสั้นในต่างประเทศ ทุนสนับสนุนในการเชิญวิทยากรเภสัชศาสตร์จากต่างประเทศมาอบรมให้ความรู้ทุนสนับสนุนพัฒนาวิชาชีพเภสัชกร และทุนวิจัยพัฒนาฯ ภายใต้เงินกองทุนทั้งสิ้น จำนวน 100 ล้านบาท และมีกำหนดการมอบเงินทุนจำนวนนี้ภายในระยะเวลา 20 ปี โดยจัดมอบทุนปีละ 2 ครั้งเป็นจำนวนเงินมูลค่า 3-4 ล้านบาทต่อปี อีกทั้ง เป็นการมอบทุนอย่างต่อเนื่องโดยไม่มีข้อผูกมัดใดๆ ทั้งสิ้น

ทั้งนี้ มูลนิธิอาจารย์เกษม ปังศรีวงศ์ เปิดให้นักศึกษาและเภสัชกรที่สนใจยื่นเสนอโครงการเพื่อขอรับทุนด้านเภสัชศาสตร์ ตั้งแต่เดือนมกราคม 2564 เป็นต้นไป ผู้ที่สนใจสามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ เว็บไซต์ มูลนิธิอาจารย์เกษม ปังศรีวงศ์ หรือติดต่อผ่านทางโทรศัพท์ 02-253 0178-81 ต่อ 308 หรือ E-mail: admin@doctorkasem-foundation.org

คุณแหน : 18 ธันวาคม 2563 #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

ผู้หญิง – คุณแหน : 18 ธันวาคม 2563 (naewna.com)

คุณแหน : 18 ธันวาคม 2563

คุณแหน : 18 ธันวาคม 2563

วันศุกร์ ที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

ll “ภูมิปัญญาแผ่นดิน สู่การทำกินที่พอเพียง”…“ภูฟ้า” อัญเชิญภาพฝีพระหัตถ์ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี “ปีฉลู” ปักบนเสื้อโปโลและ T-Shirt 9 สีใน Theme“อิ่ม”…ตั้งแต่“สีฟ้าอิ่มใจ”…ไปจนถึง“สีม่วงอิ่มทิพย์”…รับปีใหม่..

ll “Art For Love” ณ โรงงานพาซาญ่า ราชบุรี…เปิดตัวงานศิลป์ Rose Garden ของ พันธุ์ศักดิ์ จักกะพาก…ประธาน อานันท์ ปันยารชุน อดสปีชชื่นชม“เด็กคืออนาคตของชาติ”ไม่ได้…ส่วนเจ้าของโรงงาน ชเล วุทธานันท์ ถือโอกาสเปิดตัว“พิพิธภัณฑ์แม่”ของ ครองศักดิ์จุฬามรกต…ที่ใจดีบริจาคที่ให้หลายสิบไร่…เป็นฝันใกล้ความจริง…

ll เป็นเจ้าภาพงานแต่งงานลูกชายสุดหล่อ…นพ.วรตม์โชติ พิทยสุนนท์ คุณพ่อ รศ.นพ.ทวีโชติพิทยสุนนท์ ผู้เชี่ยวชาญระบาดวิทยาโลกเดินโชว์ตัวทั่วงานในโรงแรมหรูกลางกรุง โดยไม่ใส่ Mask…วันรุ่งขึ้น“หมอเชี่ยว”ไปงานแต่งงานลูกสาวเพื่อนหมอที่โรงแรมริมแม่น้ำ กลับใส่“หน้ากากอนามัย” ตลอดเวลา…อธิบายได้ว่างานตัวเองมีหมออาวุโสทั้งงาน รวมทั้ง รมว.,รมช.สาธารณสุข…คงเตรียมมาตรการปลอดโควิดอย่างดี…หาไม่คงต้องประกาศ Lock Down เร็ววันนี้…

ll เพียงหทัย พงษ์สุวรรณ ใช้ “หน้าตาทำงาน”เวลาออกรอบเลยต้องคลุมหน้า“กันแดดกันฝ้า”อย่างดี…ส่วน“โควิด”ในที่ร่ม…“น้องแอนน์”สาวสวยกันด้วยหน้ากากของ“แป้งจี่”Design…งานของ ศุทธิภา บุณยัษฐิติ หลานย่าคนโปรดของท่านผู้หญิงอังกาบ บุณยัษฐิติ…สาวน้อย
จบออกแบบจาก Scotland…

ll ชมรมกอล์ฟตอ.เตรียมอุดมเปิดแล้ว นักกอล์ฟสตรีฝีมือดีจากโรงเรียน เรียนเก่ง มีตั้งแต่ พญ.อภิรมย์ เวชภูติ,ทพญ.รสลิน มัสยวาณิช,ภก.หญิงสายสมร ลีเชวงวงศ์,พัชราภรณ์ สันติเสวี ฯลฯ…“นางฟ้า”ชุดนี้ ชายใดใคร่ประลอง…เชิญพัตได้…แค่ต่อพาร์ 4-1 สโตรค พาร์ 5 ต่อ 2…แล้วจะรู้ว่า“นรก”มีจริง(ฮา)…

ll จากเด็กสาวนิสิตจุฬาฯเอียงอายมาฝึก“ขายของ” ให้คุณน้าคุณอา ลูกศิษย์คณะพาณิชย์ของ คุณพ่อ อ.สังเวียน อินทรวิชัย ตำนานของธรรมศาสตร์…วันนี้ ขัตติยา อินทรวิชัย ขึ้นเป็นผู้บริหาร K Bank CEO หญิงคนแรกแทน บัณฑูร ล่ำซำ…ที่ไม่ลืมคือคาถาที่“อาปั้น”ให้ไว้…“อย่าเหยียบตีนกัน”รักษาสัมพันธ์ในการทำงาน…

ll สถานการณ์ PM2.5 ไม่สนุก…“จอมเตะ” พาณิภัค วงศ์พัฒนกิจ ซ้อมในร่มเป็นหลักตามคำโค้ช เช ยอง ซอก…หมายเลข 1 ของโลก รุ่น 49 กิโลกรัมหญิง…ไม่ประมาท…

ll ยินดีกับ สุธีธ์ มั่งมี คนดีคนเก่งของกรมที่ดิน ข้ามห้วยไปเติบโตเป็น เลขากรมพัฒนาชุมชน…ชาวบ้านตาดำๆ จะได้รู้วิชาทำมาหากิน…แถมได้จัดระเบียบ“ที่อยู่อาศัย”ก็ดีนะ…

ll แน่ใจว่ารอดจาก “โควิด-19” พล.ร.อ.ฐนิธ กิตติอำพน นัดเพื่อน สถ.จุฬาฯ รุ่น 2510 พบกันที่เก่าเวลาเดิม(สีลมวิลเลจ 11.30 น.)ข้ามปี 17 มกราคม…เพื่อนฝูงรอชมรถจักรยานสุดเท่ Alex Moulton ของ ปรีดา โกมลกิติที่วงการสถาปนิกหวงขนาดหอบขึ้นห้องนอนกอดแทนเมีย…ll

ภิญญ์สิรี

บีซีพีจี สานต่อโครงการ ‘งดให้ เพื่อให้’ ยกระดับคุณภาพชีวิตให้กับชุมชนและสังคม #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

ผู้หญิง – บีซีพีจี สานต่อโครงการ‘งดให้ เพื่อให้’ ยกระดับคุณภาพชีวิตให้กับชุมชนและสังคม (naewna.com)

บีซีพีจี สานต่อโครงการ‘งดให้ เพื่อให้’ ยกระดับคุณภาพชีวิตให้กับชุมชนและสังคม

บีซีพีจี สานต่อโครงการ‘งดให้ เพื่อให้’ ยกระดับคุณภาพชีวิตให้กับชุมชนและสังคม

วันศุกร์ ที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

หลายปีมาแล้ว ที่บริษัท บีซีพีจี จำกัด (มหาชน) ผู้ผลิตไฟฟ้าจากพลังงานสีเขียว เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ได้สานต่อโครงการ “งดให้ เพื่อให้” มาอย่างต่อเนื่อง ด้วยความมุ่งมั่นและตระหนักถึงความรับผิดชอบต่อสังคมในทุกภาคส่วน เพื่อให้โลกของเราน่าอยู่ และส่งต่อโลกที่สวยงามให้ลูกหลานของเรา

จากแนวคิด เศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) ที่ให้ความสำคัญกับการใช้ “ทรัพยากรที่มีอยู่จำกัด อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด” สู่แนวคิด “งดให้ เพื่อให้” ที่บีซีพีจีได้ริเริ่มขึ้น โดยการงดจัดทำของขวัญปีใหม่ และนำเงินไปสร้างประโยชน์ให้ส่วนรวม ในด้านสังคม และสิ่งแวดล้อม ทั้งการอนุรักษ์ ปรับปรุงและฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติ รวมถึงยกระดับคุณภาพชีวิตให้กับผู้คนในสังคม

โดยในปีนี้ บริษัทได้ร่วมสมทบทุนสร้างโรงพยาบาลพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหาร โรงพยาบาลขนาด 60 เตียง พร้อมอุปกรณ์ทางการแพทย์ครบครัน โรงพยาบาลที่มุ่งหวังเป็นผู้นำในการรักษา และพัฒนาเครื่องมือแพทย์ ของคนไทยเพื่อคนไทยทุกคน ซึ่งคาดว่าจะก่อสร้างแล้วเสร็จในปี 2565

นายบัณฑิต สะเพียรชัย กรรมการผู้จัดการใหญ่ บีซีพีจี ได้กล่าวถึงโครงการ “งดให้ เพื่อให้” ว่า เป็นหนึ่งในโครงการ “Breath of the World” หรือ ต่อลมหายใจให้โลก ซึ่งการงดทำของขวัญปีใหม่ เป็นการประหยัดทรัพยากร ลดการสร้างขยะโดยไม่จำเป็น และนำเงินไปสนับสนุนองค์กร หน่วยงาน หรือบุคคล ที่ช่วยดูแล รักษาสิ่งแวดล้อม รวมถึงหน่วยงานที่ส่งเสริมยกระดับคุณภาพชีวิตให้กับชุมชนและสังคม ทั้งด้านการศึกษา การสาธารณสุข ฯลฯ

ทั้งนี้ บริษัทได้เริ่มจัดทำโครงการมาตั้งแต่ปี 2561 โดยที่ผ่านมาได้มอบเงินให้กับมูลนิธิผู้พิทักษ์ป่าและรักษาทะเล และตั้งใจจะดำเนินโครงการอย่างต่อเนื่องต่อไป

เปิดห้องบริจาคโลหิตถาวรที่ ดิ เอ็มโพเรียม #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

ผู้หญิง – เปิดห้องบริจาคโลหิตถาวรที่ ดิ เอ็มโพเรียม (naewna.com)

เปิดห้องบริจาคโลหิตถาวรที่ ดิ เอ็มโพเรียม

เปิดห้องบริจาคโลหิตถาวรที่ ดิ เอ็มโพเรียม

วันศุกร์ ที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

เดอะมอลล์ กรุ๊ป ร่วมกับ ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย เปิดให้บริการห้องบริจาคโลหิตถาวร (Fixed Station) สาขาที่ 5 ที่ ดิ เอ็มโพเรียม เพื่อเป็นการเพิ่มช่องทางในการระดมโลหิต ส่งมอบให้ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย พร้อมเปิดให้บริการแล้ววันนี้ที่บริเวณพื้นที่ชั้น 2 อาคาร B ดิ เอ็มโพเรียม 

นางสาววรลักษณ์ ตุลาภรณ์ ผู้บริหารสูงสุดฝ่ายการตลาด บริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป จำกัด กล่าวว่า “เดอะมอลล์ กรุ๊ป เป็นองค์กรภาคเอกชนที่ให้ความสำคัญเป็นสื่อกลางในการจัดหาโลหิต เพื่อนำไปช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์มาโดยตลอด โดยได้ร่วมกับ ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย ดำเนินงานในโครงการ “M Heart สายโลหิต สายใจ” มาตั้งแต่ปี พ.ศ.2549จนเป็นหน่วยงานที่บริจาคโลหิตมากที่สุดเป็นอันดับ 1 ในประเทศไทย ถึง 14 ปีซ้อน นอกจากนี้ยังเป็นห้างสรรพสินค้าที่จัดทำห้องบริจาคโลหิตถาวร (Fixed Station) เปิดให้บริการ 365 วัน เป็นแห่งแรกในประเทศไทย โดยตลอดระยะเวลากว่า 14 ปี ที่ได้ดำเนินโครงการ เดอะมอลล์ กรุ๊ป สามารถนำส่งโลหิตสนับสนุนศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย ได้รวมกว่า 450 ล้านซีซี โดยโลหิตทั้งหมดได้จากการจัดกิจกรรมพิเศษในโอกาสต่างๆ และการบริจาคที่ห้องรับบริจาคโลหิตถาวรของกลุ่มเดอะมอลล์ กรุ๊ปทั้ง 4 สาขา ได้แก่ เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ งามวงศ์วาน,เดอะมอลล์ บางแค, เดอะมอลล์ บางกะปิ และ เดอะมอลล์ นครราชสีมา

เพื่อเป็นการเพิ่มช่องทางในการระดมโลหิต ส่งมอบให้ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย นำไปช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ เดอะมอลล์ กรุ๊ป จึงได้เปิดให้บริการห้องบริจาคโลหิตถาวร (Fixed Station) สาขาที่ 5 เพิ่มเติมที่ ดิ เอ็มโพเรียม โดยจะเปิดให้บริการที่บริเวณพื้นที่ชั้น 2 อาคาร B ดิ เอ็มโพเรียม ทุกวันตั้งแต่เวลา 12.00-18.00 น. ภายในห้องรับบริจาคโลหิตจะมีบุคลากรจากศูนย์บริการโลหิต สภากาชาดไทย เป็นผู้ให้บริการในการบริจาค ด้วยมาตรการป้องกันความปลอดภัยและสุขอนามัยเชิงรุก ตามแนวทางปฏิบัติของกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข อย่างเคร่งครัด หรือสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เบอร์ 02-2691000 ต่อ 1155 หรือ 02-2691155

นิทรรศการภาพถ่าย เล่าเรื่องราวเรือนรับรองราชทูตโปรตุเกส เฉลิมฉลอง 200 ปีที่ได้รับพระราชทานที่ดินจากรัชกาลที่ 2 #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

ผู้หญิง – นิทรรศการภาพถ่าย เล่าเรื่องราวเรือนรับรองราชทูตโปรตุเกส เฉลิมฉลอง 200 ปีที่ได้รับพระราชทานที่ดินจากรัชกาลที่ 2 (naewna.com)

นิทรรศการภาพถ่าย เล่าเรื่องราวเรือนรับรองราชทูตโปรตุเกส เฉลิมฉลอง 200 ปีที่ได้รับพระราชทานที่ดินจากรัชกาลที่ 2

นิทรรศการภาพถ่าย เล่าเรื่องราวเรือนรับรองราชทูตโปรตุเกส เฉลิมฉลอง 200 ปีที่ได้รับพระราชทานที่ดินจากรัชกาลที่ 2

วันศุกร์ ที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

สถานเอกอัครราชทูตโปรตุเกสประจำประเทศไทย ร่วมกับ ไอคอนสยาม, บริษัท ไทย เบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน), มูลนิธิสิริวัฒนภักดี, สมาคมถ่ายภาพแห่งประเทศไทย ในพระราชูปถัมภ์ และมูลนิธิส่งเสริมการถ่ายภาพ จัดนิทรรศการภาพถ่ายเล่าเรื่องราวของเรือนรับรองราชทูตโปรตุเกส ที่ยังคงความสง่างามอยู่ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา บอกเล่าความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นระหว่างประเทศไทยกับโปรตุเกสทั้งในอดีตและปัจจุบัน เฉลิมฉลอง 200 ปีที่ได้รับพระราชทานที่ดินจากรัชกาลที่ 2นิทรรศการเปิดให้ชมตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 20 ธันวาคม 2563 ณไอคอนลักซ์ แกลเลอรี่ ชั้น 1 ไอคอนสยาม ถนนเจริญนคร

ฯพณฯ มร.ฟรานซิสกู วาซ ปาตตู เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐโปรตุเกสประจำประเทศไทย  กล่าวถึงวัตถุประสงค์ในการจัดงานครั้งนี้ว่า ในวาระสำคัญเฉลิมฉลอง 200 ปีที่สถานเอกอัครราชทูตโปรตุเกสประจำประเทศไทยได้รับพระราชทานเรือนรับรองราชทูตโปรตุเกสที่ตั้งอยู่ภายในสถานเอกอัครราชทูตโปรตุเกสประจำประเทศไทย เป็นอาคารเก่าแก่ที่ทรงคุณค่าในทางสถาปัตยกรรมและประวัติศาสตร์ เป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่ควรค่าแก่การอนุรักษ์ และเป็นสัญลักษณ์ตอกย้ำความสัมพันธ์ที่มีมาอย่างยาวนานกว่า 500 ปีตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา พ.ศ. 2054ซึ่งถือว่าเป็นของขวัญล้ำค่าจากพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย (รัชกาลที่ 2) โดยที่ดินผืนนี้ถือเป็นบ้านของโปรตุเกสในผืนแผ่นดินไทย เพื่อเป็นการรำลึกถึงความสัมพันธ์อันดีที่ผ่านมา จึงจัดนิทรรศการภาพถ่ายเล่าเรื่องราวของเรือนรับรองราชทูตโปรตุเกสที่ยังคงความสง่างามอยู่ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาให้ประชาชนคนไทยได้มีโอกาสมาชมและบันทึกเป็นความทรงจำที่ดีร่วมกัน

ภายในนิทรรศการ พบกับภาพถ่ายจำนวนทั้งหมด 40 ภาพ ที่ถ่ายทอดความสวยงามของอาคารบ้านพักเอกอัครราชทูตที่ยังคงงดงามเหนือกาลเวลาแม้ว่าจะผ่านเวลายาวนานนับตั้งแต่ถูกสร้างขึ้นในช่วงปีพ.ศ.2403-2413 รูปถ่ายทางประวัติศาสตร์บางภาพที่แสดงในงานนี้ถูกถ่ายโดย Joaquim Antonio ช่างภาพชาวโปรตุเกสที่เป็นที่ยอมรับของสยามประเทศ ในช่วงต้นศตวรรษที่ 20 นอกจากนี้ ยังมีผลงานภาพถ่ายบ้านพักเอกอัครราชทูตในปัจจุบันของช่างภาพที่เข้าร่วมโครงการแข่งขันถ่ายภาพ ที่สนับสนุนโดย บริษัทไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) เพื่อเสริมสร้างโอกาสและประสบการณ์ให้กับช่างภาพรุ่นใหม่อีกด้วย

ผู้สนใจสามารถเข้าชมนิทรรศการภาพถ่ายเล่าเรื่องราวของเรือนรับรองราชทูตโปรตุเกสได้ โดยไม่มีค่าใช้จ่าย ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 20 ธันวาคม 2563 ณ ไอคอนลักซ์แกลเลอรี่ ชั้น 1 ไอคอนสยาม ถนนเจริญนคร สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร. 1338 หรือ www.iconsiam.com

ชวน ‘เที่ยวเมืองไทย สุขภาพดี วิถีถิ่น 2020’ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

ผู้หญิง – ชวน‘เที่ยวเมืองไทย สุขภาพดี วิถีถิ่น 2020’ (naewna.com)

ชวน‘เที่ยวเมืองไทย สุขภาพดี วิถีถิ่น 2020’

ชวน‘เที่ยวเมืองไทย สุขภาพดี วิถีถิ่น 2020’

วันศุกร์ ที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก และกรมการท่องเที่ยวจัดงาน “เที่ยวเมืองไทย สุขภาพดีวิถีถิ่น 2020” พบกับเสน่ห์แหล่งท่องเที่ยวเมืองสมุนไพรและภูมิปัญญาพื้นบ้านจำลอง ในแต่ละภูมิภาค ท่ามกลางบรรยากาศ ธรรมชาติวิถีชุมชน วัฒนธรรม เรียนรู้วิธีการรักษาสุขภาพกายใจ ที่ ลานเมือง 1-2 ชั้น G เมืองสุขสยาม ไอคอนสยาม

ในงานพบกับแพ็กเกจท่องเที่ยวในเส้นทางต่างๆ ในราคาพิเศษ อาทิภาคเหนือ จ.พิษณุโลก ตลาดเก่า 120 ปีการแสดงอังกอร์ของอำเภอวังทองที่สวยงามและหาดูได้ยาก ภาคใต้ จ.สงขลาล่องทะเลสาบสงขลาลากูน หนึ่งเดียวในประเทศไทย ย้อนเวลาเมืองเก่าสงขลา3 ยุคพหุวัฒนธรรม ภาคอีสาน จ.สกลนคร มหานครแห่งพฤกษเวชคือสถานที่ท่องเที่ยวที่มีความเป็นเอกลักษณ์ท้องถิ่น เมือง3 ธรรม คือ ธรรมะ ธรรมชาติ และ วัฒนธรรม ไฮไลท์เส้นทางท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ ชมการปลูกกัญชาไทยหางกระรอกภูพาน สักการะพญานาคเผือก ภาคกลาง เพลิดเพลินไปกับ Half Day Trip : The Hidden Gem in Bangkok อัญมณีแห่งการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพที่ในกรุงเทพมหานคร เที่ยวเรือนเก่าย้อนตำนานตำรับยาไทยคู่บ้านคู่เมืองกับร้านบ้านยาหอม 5 แผ่นดิน ของตระกูล “บุณยะรัตเวช” ณ สี่แยกคอกวัว เป็นต้น

พิเศษสุด ภายในงาน สายการบินแอร์เอเชียร์จัดแพ็กเกจตั๋วเครื่องบินราคาพิเศษ เที่ยวเมืองไทยบินไปกับแอร์เอเชียโปรโมชั่นพิเศษ! เฉพาะในงานสำรองเส้นทางบินในประเทศทุกเส้นทาง ลดทันที100 บาท เดินทาง 9 ธันวาคม 2563-31 มีนาคม 2564 และสายการบินไทยสมายล์ฯ มอบโค้ดส่วนลดบัตรโดยสาร 10% สำหรับจองผ่านออนไลน์เส้นทางในประเทศ (ยกเว้นเส้นทางภูเก็ต เชียงใหม่ เชียงราย) สำรองที่นั่งได้จนถึงวันที่ 13 ธันวาคม 2563 เดินทางวันที่ 9 ธันวาคม 2563-27 มีนาคม 2564  

นอกจากนี้ ภายในงานยังทำให้ทุกท่านวางแผนท่องเที่ยวแบบสบายกระเป๋ากับแพ็กเกจท่องเที่ยวราคาปันสุขทั่วทุกภูมิภาค และกิจกรรมสร้างประสบการณ์ร่วม (Local Experience) ภายในงาน อาทิ กิจกรรม นวดย่ำข่าง นวดอาข่า และจิบชาสมุนไพร วิธีการดูแลสุขภาพและรักษาอาการปวดเมื่อยแบบพื้นบ้านล้านนา, นวดเท้า พอกเท้า แช่เท้า ด้วยดอกเกลือนาคราช โดย กลุ่มนวดวังนาคินทร์คำชะโนด ฯลฯ

ขอเชิญสัมผัสประสบการณ์การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพที่มีมาตรฐาน สะดวกสบาย ปลอดภัย สะอาด บริการเป็นเลิศ และเลือกซื้อแพ็กเกจท่องเที่ยวเชิงสุขภาพในราคาเที่ยวปันสุข พร้อมชมชิมและร่วมกิจกรรมวิถีถิ่น อัตลักษณ์จาก 4 ภูมิภาค ที่ทุกจังหวัดพร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยวที่งาน “เที่ยวเมืองไทย สุขภาพดี วิถีถิ่น 2020” ระหว่างนี้จนถึงวันที่ 13 ธันวาคมนี้ที่ลานเมือง 1-2  ชั้น G เมืองสุขสยาม ไอคอนสยาม สอบถามเพิ่มเติมโทร.02-6581000 หรือ www.sooksiam.com FB: sooksiam

เทรนด์ใหม่ เอาใจสาวๆ เปิดตัวนวัตกรรม ‘ถ้วยอนามัย’ แรกของไทยแบรนด์ Happi (แฮปปี้) #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

ผู้หญิง – เทรนด์ใหม่ เอาใจสาวๆ เปิดตัวนวัตกรรม ‘ถ้วยอนามัย’แรกของไทยแบรนด์Happi(แฮปปี้) (naewna.com)

เทรนด์ใหม่ เอาใจสาวๆ เปิดตัวนวัตกรรม 'ถ้วยอนามัย'แรกของไทยแบรนด์Happi(แฮปปี้)

เทรนด์ใหม่ เอาใจสาวๆ เปิดตัวนวัตกรรม ‘ถ้วยอนามัย’แรกของไทยแบรนด์Happi(แฮปปี้)

วันพฤหัสบดี ที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 17.03 น.

ถ้วยอนามัย(Menstrual Cup) คือสิ่งประดิษฐ์ที่ช่วยเพิ่มความสะดวกสบายและความมั่นใจให้กับสาวๆ ในช่วงวันนั้นของเดือน เพื่อทดแทนผ้าอนามัยแบบเดิมๆ เหมาะกับผู้หญิงทุกคน ที่เวลามีประจำเดือนเราจะมีความไม่สบายตัว และมีปัญหาคือ ต้องเข้าห้องน้ำเปลี่ยนผ้าอนามัยบ่อยๆ ไม่สามารถทำกิจกรรมบางอย่าง เช่น การว่ายน้ำ การดำน้ำ การออกกำลังกายในช่วงที่มีประจำเดือนและอยากขยับตัวได้อย่างคล่องแคล่วโดยไม่รู้สึกรำคาญใจ อาการแพ้ผ้าอนามัยและกลิ่นอับชื้นจากการมีประจำเดือน การซึมเปิ้อนของประจำเดือนที่เสื้อผ้าหรือผ้าปูที่นอน ซึ่งถ้วยอนามัยจะเข้ามาแก้ปัญหาเหล่านี้ได้ ปัจจุบันได้รับการแพร่หลายในต่างประเทศ

ถ้วยอนามัยแบรนด์แฮปปี้ (Happi)  ใช้วัตถุดิบในการผลิตที่ดีที่สุด คือ ซิลิโคนพรีเมียม ระดับMedical Grade ที่นำเข้าจากประเทศสหรัฐอเมริกา 100%และได้รับรองมาตรฐานสากลอย่าง USFDA นอกจากนี้ถ้วยอนามัยยังถือเป็นสินค้ารักษ์โลก เพราะเป็นสินค้าที่สามารถนำกลับมาใช้ได้ใหม่ (Reusable)มีอายุการใช้งานนานสูงสุดถึง10 ปี ที่สำคัญยังช่วยให้เราประหยัดเงินในการซื้อผ้าอนามัย ซึ่งปีนึงอยู่ที่ค่าเฉลี่ยคนละประมาณ 1000 บาท +- เพราะถ้วยอนามัยเป็นสินค้าที่นำกลับมาใช้ซ้ำได้

คุณภัททิยา ธนศรีวนิชชัยผู้ก่อตั้งแบรนด์แฮปปี้เปิดเผยว่า ปกติแล้วผู้หญิงเราจะใช้ผ้าอนามัยแบบแผ่น เฉลี่ยประมาณ 2-5 แผ่นต่อวัน (ไม่รวมตอนกลางคืน)เพราะผ้าอนามัยแบบแผ่นทั่วไป จะรองรับประจำเดือนได้จำกัดทำให้ต้องเปลี่ยนบ่อยเพราะต้องระวังการติดเชื้อจากการหมักหมมนอกจากนั้นจะมีปัญหาเรื่อง กลิ่นอับ เรื่องซึมเปื้อน การห่อตัวและที่สำคัญคือเรื่องความระคายเคือง หลายๆคนยังมีอาการแพ้ผ้าอนามัยแบบแผ่น  และก็ยังมีข้อจำกัดหลายอย่างได้แก่ ไม่สามารถใส่ลงน้ำหรือทำกิจกรรมเช่น ออกกำลังกายบางประเภทได้

“ถ้วยอนามัยแบรนด์แฮปปี้เป็นความพิเศษขึ้นอีกขั้นของถ้วยอนามัย มีความปลอดภัยสามารถใส่ลงน้ำ ว่ายน้ำหรือใส่นอนก็ได้ ไร้กังวล เบาสบายเหมือนตอนไม่มีประจำเดือน ซึ่งตอบโจทย์ทุกกิจกรรมของสาว ๆ ทำให้ไม่พลาดโอกาสสำคัญอย่างแน่นอน รวมถึงตัวถ้วยอนามัยยังช่วยลดความเสี่ยงในการติดเชื้อ ลดความอับชื้น และประหยัดกว่าเพราะสามารถรองรับประจำเดือนได้นานถึง 12 ชั่วโมง มาพร้อมกับวิธีการใช้งานแสนง่าย อีกทั้งทางแบรนด์มีคุณหมอและผู้เชี่ยวชาญคอยให้คำปรึกษาตลอดเวลาโดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม เพื่อให้ประสบการณ์การใช้งานถ้วยอนามัยของคุณ smooth และมีคุณภาพที่สุด”

คุณภัททิยา ยังกล่าวต่ออีกว่า “ปกติเวลามีประจำเดือนแล้วใส่ผ้าอนามัย เนื่องจากมีเลือดออกมาจากร่างกายและมีการ oxidation กับอากาศ ทำให้มีกลิ่นขึ้นมา ซึ่งเมื่อเราใส่ถ้วยอนามัย ปัญหานี้จะจบไปเพราะเลือดประจำเดือนจะถูกเก็บอยู่ในถ้วยอนามัย เมื่อเลือดไม่สัมผัสกับอากาศก็จะไม่มีปัญหาเรื่องกลิ่นอับ เราเลยอยากให้ผู้หญิงทุกคนได้ลองใช้ เพราะประจำเดือนแบบเก่ามันไม่เคยมีความสุขเลย อยากให้ทุกคนได้ทำความรู้จักและเปิดใจลองวิธีการรับมือกับประจำเดือนแบบใหม่ที่ สบายกว่า Happy กว่า สบายถึงขนาดที่ว่าหลายๆคนตอนใส่ลืมไปเลยว่ามีประจำเดือนอยู่ แล้วคุณจะลืมวิธีการรับมือแบบเดิมๆไปเลย เราหวังว่า ผู้หญิงทุกคนจะมีความสุขกับประจำเดือนแบบใหม่ที่เราตั้งใจคัดสรรมาอย่างดีที่สุดนะคะ Enjoy your happier period ”

มาเปลี่ยนวันนั้นของสาว ๆ ให้ไร้กังวลและสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น พร้อมออกไปลุยทุกกิจกรรมกับ Happi Menstrual Cup เราหวังว่าผู้หญิงทุกคนจะมีความสุขกับประจำเดือนแบบใหม่ที่เราตั้งใจคัดสรรมาอย่างดีที่สุด Enjoy your happier period สามารถติดตามโปรโมชั่นและสั่งซื้อสินค้าได้ที่

Facebook :Happi Menstrual Cup ถ้วยอนามัยแฮปปี้

Instagram : @happicup.th

Line : @happicup

Youtube :Happicup

Twitter : @happicup_th

Website :www.happicup.com

Lazada/Shopee/JD Central :Happicup

‘ศูนย์คุณธรรม’ ร่วม ‘มูลนิธิหัวใจอาสา สสส.’ แถลงผลความสำเร็จ ส่งเสริมองค์กรสุขภาวะภาคเอกชนเพื่อขับเคลื่อนสู่องค์กรคุณธรรม #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

ผู้หญิง – ‘ศูนย์คุณธรรม’ ร่วม ‘มูลนิธิหัวใจอาสา สสส.’ แถลงผลความสำเร็จ ส่งเสริมองค์กรสุขภาวะภาคเอกชนเพื่อขับเคลื่อนสู่องค์กรคุณธรรม (naewna.com)

'ศูนย์คุณธรรม' ร่วม 'มูลนิธิหัวใจอาสา สสส.' แถลงผลความสำเร็จ ส่งเสริมองค์กรสุขภาวะภาคเอกชนเพื่อขับเคลื่อนสู่องค์กรคุณธรรม

‘ศูนย์คุณธรรม’ ร่วม ‘มูลนิธิหัวใจอาสา สสส.’ แถลงผลความสำเร็จ ส่งเสริมองค์กรสุขภาวะภาคเอกชนเพื่อขับเคลื่อนสู่องค์กรคุณธรรม

วันพฤหัสบดี ที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 14.21 น.

ศูนย์คุณธรรม ร่วม มูลนิธิหัวใจอาสา  สสส. แถลงผลความสำเร็จของโครงการ ส่งเสริมองค์กรสุขภาวะภาคเอกชนเพื่อขับเคลื่อนสู่องค์กรคุณธรรม

ศูนย์คุณธรรม (องค์การมหาชน) ร่วมกับมูลนิธิหัวใจอาสา ภายใต้การสนับสนุนของ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) จัดงานแถลงความสำเร็จโครงการส่งเสริมองค์กรสุขภาวะภาคเอกชนเพื่อการขับเคลื่อนสู่องค์กรคุณธรรม ในหัวข้อ Keep Moving Forward (ก้าวต่อไปข้างหน้า) โดยมีนายวีระ โรจน์พจนรัตน์ ประธานกรรมการศูนย์คุณธรรม ประธานในพิธี, รศ.นพ. สุริยเดว ทรีปาตี ผู้อำนวยการศูนย์คุณธรรม  ผู้บริหารองค์กรเครือข่ายภาคธุรกิจ นักธุรกิจ ผู้ประกอบการ และภาคีเครือข่ายด้านวัฒนธรรม เข้าร่วมงาน ณ โรงภาพยนตร์ Icon Cineconicชั้น 6 ICONSIAM กรุงเทพฯ

โครงการส่งเสริมองค์กรสุขภาวะภาคเอกชนเพื่อขับเคลื่อนสู่องค์กรคุณธรรม มีเป้าหมายสำคัญในการส่งเสริมการพัฒนาคุณธรรมในภาคธุรกิจเอกชน คือ การสร้างความร่วมมือและการเรียนรู้ร่วมกันระหว่างองค์กรภาคธุรกิจ จนเกิดเป็นเครือข่ายองค์กรด้านคุณธรรม สร้างความตระหนัก บทบาท และความรับผิดชอบ เป็นแหล่งสร้างคนดี สังคมดี มีบทบาทสำคัญต่อการขับเคลื่อนสังคมไทยไปสู่สังคมคุณธรรม มีองค์กรภาคเอกชนที่เข้าร่วมโครงการฯ จำนวน  510 องค์กร ทั้งนี้ จากการดำเนินงานโครงการ ได้นำไปสู่การค้นพบต้นแบบที่ดีงามขององค์กรภาคธุรกิจเอกชน ที่เป็นองค์กรที่ยืนหยัดใน มิติด้านคุณธรรม 3 ประการ คือ ส่งเสริมให้พนักงานในองค์กรเป็นคนดี มีระบบการบริหารจัดการที่ดีเป็นธรรมาภิบาล และแสดงออกถึงความรับผิดชอบต่อสังคมส่วนรวม ตามหลักเกณฑ์ระดับการพัฒนาเทียบเท่าในขั้นระดับการเป็นองค์กรคุณธรรมต้นแบบ นำมาสู่การ มอบรางวัล 50 องค์กรธุรกิจคุณธรรมต้นแบบ ประจำปี 2563”

นายวีระ โรจน์พจนรัตน์ ประธานกรรมการ ศูนย์คุณธรรม (องค์การมหาชน)  อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม ประธานในพิธี กล่าวว่า คำว่า “องค์กรคุณธรรม”  สำหรับภาคเอกชน นับว่าเป็นสิ่งที่มีความหมายและสำคัญต่อภาพลักษณ์ทางธุรกิจ ซึ่งหากมีการดำเนินการส่งเสริมต่อเนื่องในระยะต่อไป กลุ่มเป้าหมายก็จะมีเพิ่มและหลากหลายมากขึ้นไปด้วย และจะเป็นพลังดึงดูดให้ภาคเอกชนด้วยกัน รวมถึงภาครัฐบาล เข้ามาสนับสนุนได้มากยิ่งขึ้น  ขณะนี้รัฐบาลก็ได้เห็นชอบแผนแม่บทส่งเสริมคุณธรรมแห่งชาติ ฉบับที่ 1 พ.ศ. 2559-2564  ทำให้เกิดกลไกสำคัญ   เชิงโครงสร้างหลายระดับเกิดขึ้น เป็นโอกาสของสังคมไทย ที่คนไทยทุกภาคส่วน จะได้ออกมาร่วมกันปกป้อง รักษาประเทศของเรา ให้มีความแข็งแรงทางเศรษฐกิจ เป็นสังคมที่อยู่เย็นเป็นสุข บนฐานของคุณธรรมความดี  ขอให้เวทีนี้ เป็นเวทีที่จะส่งต่อความดีงามที่ทุกท่านได้ร่วมกันทำมา ไปสู่สังคมไทย ให้นำไปส่งเสริมและขับเคลื่อนการเป็นธุรกิจคู่คุณธรรม ให้ยั่งยืนสืบไป

รศ.นพ.สุริยเดว ทรีปาตี ผู้อำนวยการศูนย์คุณธรรม กล่าวว่า ภาคธุรกิจเอกชน นับว่าเป็นกลไกสำคัญต่อการขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศ  และอยากให้ขยายผลความดีนี้ออกไปยังภาคธุรกิจเอกชนอื่นๆ  ให้เห็นความสำคัญกับการเป็นธุรกิจที่มีคุณธรรม ใส่ใจการส่งเสริมคนดี สร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการทำความดีของพนักงาน และมีบทบาทสำคัญในการส่งต่อความดีนั้นสู่คู่ค้า และชุมชน สังคมไทย โดยไม่ทิ้งใครไว้เบื้องหลัง ผมเชื่อว่า หากเรามีธุรกิจคู่คุณธรรมกันมากๆขึ้น การเอารัดเอาเปรียบกัน การหลอกลวงกัน การทำลายสิ่งแวดล้อมต่างๆ จะลดลงตามมา ทั้งหมดนี้ ก็เพื่อให้สังคมไทยน่าอยู่ บนความไว้เนื้อเชื่อใจกัน มีภาพลักษณ์ที่ดีทั้งในระดับอาเซี่ยนและนานาชาติต่อไป