มาคาเลียส เผยผลสำรวจปี 2020 ชี้นักท่องเที่ยวไทยชอบใช้ ‘เงินสด’ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

ผู้หญิง – มาคาเลียส เผยผลสำรวจปี 2020 ชี้นักท่องเที่ยวไทยชอบใช้’เงินสด’ (naewna.com)

มาคาเลียส เผยผลสำรวจปี 2020  ชี้นักท่องเที่ยวไทยชอบใช้'เงินสด'

มาคาเลียส เผยผลสำรวจปี 2020 ชี้นักท่องเที่ยวไทยชอบใช้’เงินสด’

วันพฤหัสบดี ที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 13.53 น.

มาคาเลียส ออนไลน์ทราเวลแพลตฟอร์ม (Online Travel Platform) แหล่งรวมและจำหน่ายวอเชอร์ที่พัก ร้านอาหาร สถานที่ท่องเที่ยวชั้นนำของประเทศไทย เผยผลสำรวจไลฟ์สไตล์ด้านการท่องเที่ยวจากกลุ่มลูกค้าชาวไทยที่มาใช้บริการตลอดปี 2020 กว่า 100,000 ราย พบกลุ่มลูกค้าส่วนใหญ่นิยมใช้ “เงินสด” สำหรับจองและชำระค่าที่พัก เพราะง่าย สะดวก ไม่ต้องการสร้างหนี้ในช่วงวิกฤตโควิด-19 อีกทั้งยังพบว่ากว่า 50% ชอบเที่ยว “ใกล้กรุง” และชอบท่องเที่ยวแบบ “ครอบครัว” เพื่อสร้างประสบการณ์ใหม่ๆ ให้กับลูก

นางสาวณีรนุช ไตรจักร์วนิช ประธานกรรมการบริหาร บริษัท มาคาเลียส ประเทศไทย จำกัด กล่าวว่า “ปีนี้เป็นปีที่ 4 สำหรับ มาคาเลียส ที่เปิดให้บริการจำหน่ายวอเชอร์โรงแรม ที่พัก ร้านอาหาร สถานที่ท่องเที่ยวชั้นนำ ในประเทศไทย ซึ่งได้กระแสตอบรับเป็นอย่างดีจากกลุ่มลูกค้านักท่องเที่ยวที่มาใช้บริการ และมีจำนวนเพิ่มขึ้นทุกปี โดยในปีนี้มีจำนวนลูกค้ามาใช้บริการสูงถึงกว่า 100,000 คน และมียอดจำหน่ายวอเซอร์สูงถึง 100 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อนกว่า 30 ล้านบาท แม้จะเกิดการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ตั้งแต่ช่วงเดือนมีนาคม เป็นต้นมา แต่ภาพรวมของธุรกิจการจำหน่ายวอเชอร์ที่พักกลับโตสวนกระแส ด้วยปัจจัยบวกหลายประการ อาทิ การปิดประเทศทำให้คนไทยหันมาท่องเที่ยวในประเทศไทยเพิ่มมากขึ้น การจัดแคมเปญกระตุ้นการท่องเที่ยวจากภาครัฐ รวมไปถึงการจัดโปรโมชั่นพิเศษของภาคเอกชน ทั้ง โรงแรม ร้านอาหาร เป็นต้น

โดยล่าสุด มาคาเลียส ได้ทำแบบสำรวจไลฟ์สไตล์การท่องเที่ยวและความพึงพอใจจากกลุ่มลูกค้านักท่องเที่ยวที่มาใช้บริการกว่า 100,000 คน ตลอดปี 2020 เพื่อใช้ในการปรับปรุงบริการ และเพื่อเป็นประโยชน์ต่อธุรกิจการท่องเที่ยว ซึ่งพบข้อมูลที่น่าสนใจ ดังนี้

รูปแบบการเดินทาง พบว่า กลุ่มลูกค้าที่มาใช้บริการซื้อวอเชอร์ที่พักส่วนใหญ่จะเป็นกลุ่ม “ครอบครัว” นิยมเดินทางแบบพ่อ แม่ ลูก และมองหาที่พักที่มี Kids Club สระว่ายน้ำสำหรับเด็ก อีกทั้งยังพบว่า กลุ่มครอบครัวที่เดินทางมาพร้อมเด็กที่มีอายุต่ำกว่า 12 ปี จะยินยอมเสียค่าใช้จ่ายที่มากขึ้นสำหรับสถานที่ที่สามารถสร้างประสบการณ์ใหม่ๆ ให้กับเด็กได้ เช่น มีกิจกรรมสำหรับเด็ก การล่องเรือดูธรรมชาติ ชมปลาโลมา เป็นต้น

การเลือกสถานที่ท่องเที่ยว พบว่า นักท่องเที่ยวนิยมท่องเที่ยวในสถานที่ที่ “ใกล้กรุง” สามารถขับรถยนต์ไปด้วยตนเองได้จากกรุงเทพเฉลี่ยระยะทางไม่ทางไม่เกิน 200-300 กิโลเมตร เนื่องจากในปีนี้มีวันหยุดเป็นจำนวนมาก แต่ช่วงระยะวันหยุดต่อครั้งจะสั้นเฉลี่ยประมาณ 3-4 วัน อีกทั้งการเที่ยวใกล้กรุงยังช่วยประหยัดค่าใช้จ่าย ทำให้มีเงินเหลือสำหรับการท่องเที่ยวทริปต่อไปได้เพิ่มขึ้น ซึ่งจังหวัดที่ได้รับความนิยมมากที่สุด อันดับ 1 คือ จังหวัดชลบุรี เมืองพัทยา รองลงมาได้แก่ ราชบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ปราณบุรี กาญจนบุรี ระยอง ตราด และจันทบุรี

ค่าที่พัก พบว่า นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่จะเลือกที่พักในราคาเฉลี่ยประมาณ 900-1,500 บาท ต่อคนต่อคืน หรือประมาณ 2,000-3,000 บาท ต่อห้อง เพราะมองว่าการเลือกที่พักในราคาระดับกลางจะช่วยประหยัด และทำให้สามารถเที่ยวได้หลายสถานที่เพิ่มขึ้น

รูปแบบการชำระเงิน พบว่า กลุ่มลูกค้ากว่า 85% นิยมใช้ “เงินสด” สำหรับการสั่งซื้อวอเชอร์ที่พัก โดยชำระเงินผ่าน Mobile Application เป็นหลัก ด้วยเหตุผลคือ สะดวก และไม่ชอบกรอกรายละเอียด หากชำระผ่านบัตรเครดิต นอกจากนี้ยังไม่ต้องการสร้างหนี้เพิ่มขึ้นในช่วงวิกฤตโควิด-19 รองลงมาคือ การชำระผ่านบัตรเครดิต และการชำระผ่านธนาคารในรูปแบบการจ่ายผ่านเคาเตอร์เซอร์วิส

นางสาวณีรนุช กล่าวต่อว่า “งานเทศกาลต่างๆ เป็นอีกหนึ่งปัจจัยหลักที่ช่วยกระตุ้นให้เกิดการท่องเที่ยวเพิ่มมากขึ้น อีกทั้งในช่วงเทศกาลนักท่องเที่ยวยินยอมที่จะจ่ายค่าที่พักในราคาที่สูงขึ้น เพื่อแลกกับประสบการณ์ต่างๆ เช่น ในช่วงเทศกาลพลุเมืองพัทยา มีนักท่องเที่ยวเป็นจำนวนมาก ยอมจ่ายค่าที่พักในราคาสูง เพื่อให้มองเห็นการแสดงพลุจากห้องพัก อีกทั้งคาดว่าในช่วงเทศกาลปีใหม่ที่กำลังจะมาถึง ก็เป็นอีกเทศกาลหนึ่งที่นักท่องเที่ยวชาวไทยพร้อมจะจ่ายค่าที่พักในราคาที่สูงเพื่อแลกกับบรรยากาศการเฉลิมฉลองส่งท้ายปีเก่าต้องรับปีใหม่

ทั้งนี้ มาคาเลียส เชื่อมั่นว่าธุรกิจด้านการท่องเที่ยวในประเทศไทยจะกลับมาคึกคักอีกครั้ง โดยทางผู้ประกอบการด้านการท่องเที่ยวจำเป็นต้องเตรียมพร้อมรับมืออยู่ตลอดเวลา พร้อมทั้งพัฒนาคุณภาพของสถานที่ การสร้างประสบการณ์ที่ดีด้านการท่องเที่ยว และที่สำคัญคือการรักษามาตรฐานด้านสุขอนามัยอยู่ตลอดเวลา”

คุณแหน : 17 ธันวาคม 2563 #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

ผู้หญิง – คุณแหน : 17 ธันวาคม 2563 (naewna.com)

คุณแหน : 17 ธันวาคม 2563

คุณแหน : 17 ธันวาคม 2563

วันพฤหัสบดี ที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

●● พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถ ประธานมูลนิธิร่วมจิตต์น้อมเกล้าฯ โปรดให้ หม่อมเจ้าฑิฆัมพร ยุคล เสด็จแทนพระองค์ ไปทรงบำเพ็ญพระกุศลอุทิศถวายแด่ พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าสุทธสิริโสภา และ พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าวิมลฉัตร อดีตประธานมูลนิธิร่วมจิตต์น้อมเกล้าฯเพื่อเยาวชน ในพระบรมราชินูปถัมภ์ฯ เนื่องในโอกาสวันประสูติปีที่ 99 เพื่อรำลึกในพระกรุณาของทั้งสองพระองค์ที่ทรงมีต่อมูลนิธิฯ และเยาวชนตลอดพระชนม์ชีพ 17 ธ.ค. 15.00 น. ณ พระวิหารวัดราชบพิธสถิตมหาสีมารามราชวรวิหาร..

●● ครบรอบ 72 ปี สมาคมสตรีอุดมศึกษาแห่งประเทศไทย ในพระอุปถัมภ์สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ศ.กิตติคุณ ดร.ชนิตา รักษ์พลเมือง นายกสมาคมฯพร้อมคณะกรรมการจัดพิธีบำเพ็ญกุศลอุทิศถวายเป็นพระกุศลแด่องค์อุปถัมภ์ โดยมี สุมนา อภินรเศรษฐ์ ประธานมูลนิธิเพื่อการศึกษาโรงเรียนวัดทองใน เขตสวนหลวง ร่วมด้วย 20 ธ.ค. 09.30 น. ณ ที่ทำการสมาคมฯ ซ.อ่อนนุช 28..

●● ขอแสดงความยินดีกับ ดร.วันดี กุญชรยาคง จุลเจริญ ประธานสภาสตรีแห่งชาติฯ และ CEO Founder บริษัท SPCG ที่ได้รับ 2 รางวัล ใหญ่จาก SET (ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย) คือ Best Company Performance Awards และ Outstanding CEO Awards..

●● ชมรมศิษย์เก่ามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ รุ่นปี 2513 โดย รศ.ศิริศักดิ์ ศุภมนตรี ประธานจัดงาน “50 ปี TU 2513 Happiness Together จากวันวานสู่วันนี้” 20 ธ.ค. 17.00 น. สนามฟุตบอล ธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ เชิญชวนศิษย์เก่าร่วมงานรำลึกถึงความหลัง โดยมีหนังสือ “มรดกความคิด” รวบรวมความรู้ การเติบโตทางหน้าที่การงานอาชีพของเพื่อนร่วมรุ่นหลากหลายคนดัง อาทิ ด้านกฎหมาย, การทูตการต่างประเทศ, การเมืองการปกครอง, ศิลปวัฒนธรรม,เศรษฐกิจการเงินการคลัง เขียนได้น่าอ่านและมีประโยชน์ เพื่อแจกในงานจำนวน 1,000 เล่ม หนา 780 หน้า พร้อมรำลึกถึง อ.ปฏินันท์ สันติเมทนีดล บรรณาธิการหนังสือดังกล่าวผู้ล่วงลับไปเมื่อจัดทำหนังสือนี้แล้วเสร็จ..

●● ใกล้สิ้นปี 2563 ขอเชิญชวนแฟนๆ แนวหน้าเลือกซื้อหาของขวัญปีใหม่เป็นของที่ระลึกผลิตภัณฑ์มูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพที่มีคุณค่าแก่ญาติมิตร ที่อาคาร OUTLETมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ จ.พระนครศรีอยุธยา เสาร์ที่ 19 ธ.ค. ตั้งแต่เวลา 10.00-17.00 น. ..

●● สถานการณ์ฝุ่นละออง PM2.5 พุ่งไปอยู่อันดับต้นๆ ของโลก ทำให้ นฤมล ล้อมทอง ต้องหยุดปั่นจักรยานที่สนามลู่ปั่นจักรยานเจริญสุข มงคลจิต Happy and Healthy Bike Lane สมุทรปราการ ชั่วคราว..●●

น้อง

Blackmores The Better Life Project หัวใจยิ้มได้ด้วยการให้ มอบรายได้ส่วนหนึ่งสนับสนุนมูลนิธิเด็กโรคหัวใจฯ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

ผู้หญิง – Blackmores The Better Life Project หัวใจยิ้มได้ด้วยการให้ มอบรายได้ส่วนหนึ่งสนับสนุนมูลนิธิเด็กโรคหัวใจฯ (naewna.com)

Blackmores The Better Life Project หัวใจยิ้มได้ด้วยการให้  มอบรายได้ส่วนหนึ่งสนับสนุนมูลนิธิเด็กโรคหัวใจฯ

Blackmores The Better Life Project หัวใจยิ้มได้ด้วยการให้ มอบรายได้ส่วนหนึ่งสนับสนุนมูลนิธิเด็กโรคหัวใจฯ

วันพฤหัสบดี ที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

โรคหัวใจ หนึ่งในสาเหตุการเสียชีวิตของคนไทยในอันดับต้นๆ ของประเทศ และสามารถเกิดขึ้นได้กับได้ทุกเพศทุกวัย โดยในเด็กแรกเกิดจะเรียกว่าหัวใจพิการแต่กำเนิด หากได้รับการรักษาทันท่วงที เด็กจะสามารถกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติ แต่ด้วยสภาพสังคมและเศรษฐกิจของไทย หลายครอบครัวไม่มีกำลังทรัพย์เพียงพอในการรักษามูลนิธิเด็กโรคหัวใจ ในพระอุปถัมภ์ของสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ จึงดำเนินการช่วยเหลือครอบครัวเหล่านั้นเพื่อเพิ่มโอกาสในการรักษาให้กับเด็ก

ดังนั้น เพื่อเป็นการสนับสนุนการทำงานของมูลนิธิเด็กโรคหัวใจฯ ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารและวิตามินแบลคมอร์ส จากประเทศออสเตรเลียโดยบริษัท แบลคมอร์ส จำกัด ประเทศไทย เปิดตัวกิจกรรมพิเศษ The Better Life Project หัวใจยิ้มได้ด้วยการให้ เพื่อเป็นการฉลองก้าวเข้าสู่ปีที่ 89 โดยทุกการซื้อผลิตภัณฑ์รายได้ส่วนหนึ่งจะมอบให้กับมูลนิธิเด็กโรคหัวใจฯเพื่อโครงการรักษาเด็กโรคหัวใจด้วยการผ่าตัดและการใช้สายสวนนอกเวลาราชการ

ผศ.นพ.ธนะรัตน์ ลยางกูร ประธานมูลนิธิเด็กโรคหัวใจในพระอุปถัมภ์ของสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอเจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ กล่าวว่า มูลนิธิเด็กโรคหัวใจฯ ก่อตั้งขึ้นปี 2524 เพื่อเปิดโอกาสให้เด็กที่ป่วยด้วยโรคหัวใจ แต่มีฐานะยากจนและอยู่ในพื้นที่ห่างไกลได้รับการรักษาพยาบาลและดูแลสุขภาพอย่างถูกต้อง ทั้งนี้ โรคหัวใจพิการแต่กำเนิดจะมีหลายลักษณะ เช่น มีรูรั่วผนังหัวใจ มีการตีบของลิ้นหัวใจ หรือลิ้นหัวใจหายห้องหัวใจหาย เป็นต้น ความพิการนี้เกิดจากโครงสร้างที่ผิดปกติ หากได้รับการรักษา เด็กเหล่านี้จะสามารถใช้ชีวิตประจำวันได้ หรือในบางรายไม่เสียชีวิต

วิธีการรักษานั้น นอกจากการรับประทานยา และการผ่าตัด เพื่อแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น ปัจจุบันจะมีการแก้ไขความผิดปกติโดยการใส่สายสวนจากแขนหรือต้นขาเข้าไปที่หัวใจเพื่อทำการรักษา เช่น โรคลิ้นหัวใจตีบ จะทำการใส่สายสวนผ่านรูที่ตีบและสวนด้วยลูกโป่งเพื่อขยายส่วนที่ตีบ หรือหากมีเส้นเลือดเกินนอกหัวใจ จะใส่เครื่องมือเข้าไปอุดผ่านสายสวน อาการเหล่านี้จะหายเหมือนได้รับการผ่าตัด

ปัจจุบันประเทศไทยมีอัตราการเกิดของเด็ก ประมาณ 6-6.5 แสนคนต่อปี อุบัติการณ์การเกิดโรคหัวใจในเด็ก จะเกิดขึ้น 8 คน จาก 1,000 คน ของเด็กเกิดใหม่ในแต่ละปี หรือประมาณ 4,000 กว่ารายต่อปี เด็กที่เจ็บป่วยด้วยโรคดังกล่าวจะเข้ารับการรักษาตามสิทธิ์ที่มีอยู่ แต่ด้วยจำนวนเด็กป่วยมีจำนวนมาก เวลาในการพบแพทย์มีอย่างจำกัด และจะต้องได้รับการรักษาในเวลาที่เหมาะสม มูลนิธิเด็กโรคหัวใจฯ จะเข้าไปสนับสนุนค่าใช้จ่ายในส่วนการรักษานอกเวลาให้กับทีมแพทย์และพยาบาลที่มีความเชี่ยวชาญในเรื่องนี้ ทำให้ผู้ป่วยได้รับการตรวจ และนัดหมายคิวผ่าตัดที่เร็วขึ้น โดยค่าใช้จ่ายในแต่ละรายประมาณ 20,000-60,000 บาทต่อผู้ป่วย 1 คน ซึ่งเริ่มโครงการรักษานอกเวลาราชการตั้งแต่ปี 2545 ช่วยเหลือเด็กโรคหัวใจไปแล้วกว่า15,000 คน นอกจากนี้ มูลนิธิเด็กโรคหัวใจฯ ยังทำงานในเชิงรุก ด้วยการออกหน่วยตรวจและค้นหาในโรงพยาบาลที่ไม่มีแพทย์โรคหัวใจ แต่มีกุมารแพทย์ในโรงพยาบาลนั้นๆ ช่วยคัดกรองให้เบื้องต้น และมูลนิธิเด็กโรคหัวใจฯ จะนำเครื่องมือไปตรวจวินิจฉัยอาการป่วยเบื้องต้น เพื่อที่จะทำการนัดหมาย ผ่าตัดหรือสายสวนหัวใจต่อไป

น.ส.ปทมาภรณ์ วิกิณิยะธนี ผู้จัดการฝ่ายการตลาด บริษัท แบลคมอร์ส จำกัด เล่าให้ฟังถึงกิจกรรมในครั้งนี้ว่า เป็นเจตนารมณ์ของบริษัทที่ต้องการมีส่วนช่วยเหลือสังคม ภายใต้โครงการ “The Better Life Project” ซึ่งหลังจากนี้จะมีกิจกรรมเพื่อสังคมออกมาอย่างต่อเนื่อง โดยกิจกรรมแรกคือการสนับสนุนการทำงานของมูลนิธิเด็กโรคหัวใจฯโดยที่ผ่านมาบริษัทบริจาคเงินส่วนหนึ่งจากการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ในหลายๆ กิจกรรมให้กับมูลนิธิเด็กโรคหัวใจฯ มาโดยตลอด และทุกปีจะมีจดหมายจากครอบครัวที่แบลคมอร์สเข้าไปมีส่วนช่วยเหลือในการรักษาโรคหัวใจ ทำให้ตระหนักว่า กิจกรรมที่แบลคมอร์สทำร่วมกับผู้บริโภคได้ก่อประโยชน์กับสังคมอย่างแท้จริง

กิจกรรม The Better Life Project หัวใจยิ้มได้ด้วยการให้ขอเชิญชวนลูกค้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนมูลนิธิเด็กโรคหัวใจฯ ทุกการซื้อผลิตภัณฑ์รายได้ส่วนหนึ่งจะมอบให้กับโครงการรักษาเด็กโรคหัวใจเพื่อการผ่าตัดและการใช้สายสวนนอกเวลาราชการ ทั้งนี้ ผู้บริโภคยังได้ส่วนลดเมื่อซื้อผลิตภัณฑ์เสริมอาหารและวิตามินแบลคมอร์ส ครบทุก 1,000 บาทจะได้รับคูปองส่วนลด 89 บาททันที

ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของ The Better LifeProject หัวใจยิ้มได้ด้วยการให้ ตั้งแต่วันนี้-31 มกราคม 2564 ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ http://www.facebook.com/BlackmoresThailand

2 ดีไซเนอร์ไทยคว้ารางวัลสูงสุดระดับโลก พิชิต ‘Golden Pin Design Award 2020’ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

ผู้หญิง – 2 ดีไซเนอร์ไทยคว้ารางวัลสูงสุดระดับโลก พิชิต‘Golden Pin Design Award 2020’ (naewna.com)

2 ดีไซเนอร์ไทยคว้ารางวัลสูงสุดระดับโลก  พิชิต‘Golden Pin Design Award 2020’

2 ดีไซเนอร์ไทยคว้ารางวัลสูงสุดระดับโลก พิชิต‘Golden Pin Design Award 2020’

วันพฤหัสบดี ที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

สองดีไซเนอร์ไทยคว้ารางวัลเกียรติยศสูงสุดระดับโลก Green Dot Blue และ Department of ARCHITECTURE กวาดรางวัลจากเวที Golden Pin Design Award ประจำปี 2020 รางวัลด้านการออกแบบที่ทรงอิทธิพลที่ดำเนินการมานานกว่า 40 ปี ที่ยังมีการมอบรางวัลการออกแบบยอดเยี่ยมอีกจำนวน 24 ราย พร้อมด้วย 3 รางวัลพิเศษด้านการออกแบบที่ใช้วัสดุหมุนเวียนและการออกแบบเพื่อคุณภาพสังคม (Special Annual Award for Circular Design and Social Design)

พิธีมอบรางวัลการประกวดจัดขึ้นที่กรุงไทเปประเทศไต้หวัน ไปเมื่อเร็วๆ นี้ ในธีม “2020” เป็นสัญลักษณ์สะท้อนถึงผลกระทบและความท้าทายมากมายที่เกิดจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา (COVID-19) ที่ทำให้ผู้คนต้องถอยหลังกลับมาหนึ่งก้าวเพื่อพิจารณาถึงความหมายที่แท้จริงของชีวิตและค้นหาว่าเส้นทางที่จะเดินไปสู่อนาคตได้อย่างยั่งยืนนั้นควรเป็นอย่างไร

สองดีไซเนอร์ไทยที่คว้ารางวัล Golden Pin Design Award ในปีนี้ ได้แก่ GREEN DOT BLUEที่เป็นบริษัทเดียวที่ผลงานคว้ารางวัลการออกแบบหมุนเวียนวัสดุเพื่อความยั่งยืน (Special Annual Award for Circular Design) และ บริษัท Department of ARCHITECTURE จำกัด ก็เป็นหนึ่งใน 24 ผู้ได้รับรางวัลการออกแบบยอดเยี่ยมประจำปี 2563

Golden Pin Design Award คือ รางวัลด้านการออกแบบระดับนานาชาติประจำปีที่จัดขึ้นอย่างต่อเนื่องมายาวนานที่สุด เพื่อเชิดชูผลิตภัณฑ์หรือโครงการที่สร้างสรรค์โดยนักออกแบบที่เข้าประกวดให้มีโอกาสพิสูจน์ศักยภาพที่จะเข้าถึงประชากรในกลุ่มประเทศที่ใช้ภาษาจีน ซึ่งนับเป็นตลาดที่มีขนาดใหญ่สุดในโลก

Golden Pin Design Award Group ประกอบด้วย รางวัลระดับนานาชาติ 2 หมวด คือGolden Pin Design Award และ Golden Pin Concept Design Award รวมทั้ง Young Pin Design Award สำหรับนักศึกษาในไต้หวัน สถาบันวิจัยการออกแบบแห่งไต้หวัน (Taiwan Design Research Institute: TDRI) เป็นผู้อำนวยการจัดงานสำนักงานพัฒนาอุตสาหกรรม กระทรวงการเศรษฐกิจของไต้หวัน เป็นผู้จัดงาน และกระทรวงเศรษฐกิจของไต้หวัน ทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษา

รางวัลการออกแบบที่ใช้วัสดุหมุนเวียนและการออกแบบเพื่อคุณภาพสังคม Sustainable Circular Design and Social Design ในปีนี้มีผู้ที่ถูกคัดเลือกให้เข้ารอบ (Shortlist) จำนวน 83 ราย และมีผู้ได้รับคัดเลือกให้ได้รับรางวัล 24 ราย ได้แก่ ผู้ได้รับรางวัลประเภทการออกแบบผลิตภัณฑ์ (Product Design) จำนวน 4 ราย ผู้ได้รับรางวัลประเภทการออกแบบพื้นที่ (Spatial Design) 7 ราย ประเภทการออกแบบเพื่อการสื่อสาร (Communication Design) 8 ราย และประเภทการออกแบบเชิงบูรณาการ (Integration Design) 5 ราย

ผลงาน ARTWORK by TOMii จากการออกแบบของ สิริวรรณ ชิวารักษ์ Creative Director บริษัท GREEN DOT BLUE จำกัด จากประเทศไทย คือหนึ่งเดียวที่ได้รับรางวัลประเภทการออกแบบหมุนเวียนวัสดุเพื่อความยั่งยืน (Special Annual Award for Circular Design) เป็นการออกแบบกระเป๋าสะพายหลังที่ผลิตขึ้นจากวัสดุที่ได้จากการรีไซเคิลขวดพลาสติก ทีมออกแบบสร้างสรรค์ผลงานนี้ จากข้อมูลว่าในประเทศไทยมีการใช้ขวดพลาสติกปีละ 4,000 ล้านขวดและมีไม่ถึง 20% ที่ถูกรีไซเคิล การรีไซเคิลขวดพลาสติกเหล่านี้ช่วยลดมลภาวะจากการนำขวดไปฝังกลบหรือเผาหรือโยนทิ้งในทะเล

ผลงานของดีไซเนอร์ชาวไทยที่ได้รับรางวัล Best Design ประเภทการออกแบบพื้นที่จากการประกวดระดับโลกครั้งนี้ได้แก่ การออกแบบโรงแรม Little Shelter Hotel ของ บริษัท Department of ARCHITECTURE จำกัดที่ผสมผสานลักษณะศิลปะไทยล้านนาเข้ากับแนวคิดการออกแบบสมัยใหม่ที่สะดุดตากลมกลืนในสไตล์ทันสมัย ทีมออกแบบของบริษัทได้ผสานความงามระหว่างโลกเก่าและโลกใหม่ที่สะท้อนบุคลิกสถาปัตยกรรมและงานศิลปะแห่งล้านนาได้เป็นอย่างดี

ขณะที่ผู้ได้รับรางวัล Special Annual Award for Social Design อีกสองรายการได้แก่ ผลงานชื่อ Book & Host โดยOne-Forty จากไต้หวัน และ The OLD SCHOOL : #AgeRready through Design โดย Enable Foundation จากฮ่องกง ซึ่งทั้งสองรายการได้รับการยกย่องจากคณะกรรมตัดสินว่าเป็นผลงานที่มีความโดดเด่นด้านนวัตกรรมการออกแบบที่สะท้อนประเด็นในสังคมปัจจุบันได้อย่างน่าสนใจ

ผลงานชิ้นอื่นที่มีความโดดเด่นมีหลายรายการ อาทิ The History of the Last Judgement by Hans Memling/animation โดย TOFU Studio ที่ออกแบบให้แก่พิพิธภัณฑ์แห่งชาติเมืองกดานซ์ ซึ่งได้รับรางวัลการออกแบบยอดเยี่ยมด้านงานแอนิเมชั่นที่ชวนให้เห็นมุมมองเชิงลึกทางประวัติศาสตร์เบื้องหลังของงานศิลปะ

ฟูมิ ชิบะตะ หนึ่งในกรรมการตัดสินกล่าวว่า ผลงานที่ส่งเข้าประกวดในประเภทการออกแบบผลิตภัณฑ์ ในปีนี้สะท้อนให้เห็นถึงคุณภาพการดีไซน์ที่ยอดเยี่ยม ตัวอย่างเช่น ผลงานการออกแบบจักรยานที่ผสานดีไซน์ทันสมัยเข้ากับเทคโนโลยี ที่ชื่อ DARE VSRu AEROROAD ชนะใจกรรมการได้รับรางวัลการออกแบบยอดเยี่ยมจากการซ่อนสายไฟและแบตเตอรี่ได้อย่างชาญฉลาด

ค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Golden Pin Design Award ได้ที่ เว็บไซต์ : GoldenPin.org.tw/Facebook : facebook.com/GoldenPinDesign และ Instagram : instagram.com/GoldenPinDesign

ฤกษ์ดี 09.09 น. วิวาห์หวาน ‘ออม ล่ำซำ – จักรธิป กนกกุล’ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

ผู้หญิง – ฤกษ์ดี 09.09 น. วิวาห์หวาน ‘ออม ล่ำซำ – จักรธิป กนกกุล’ (naewna.com)

ฤกษ์ดี 09.09 น. วิวาห์หวาน ‘ออม ล่ำซำ - จักรธิป กนกกุล’

ฤกษ์ดี 09.09 น. วิวาห์หวาน ‘ออม ล่ำซำ – จักรธิป กนกกุล’

วันพฤหัสบดี ที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

ฤกษ์งามยามดีจัดพิธีหมั้นและมงคลสมรสของหลานสาวประธานกรรมการ บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) และบริษัท เมืองไทยประกันภัย จำกัด (มหาชน) โพธิพงษ์-ยุพา ล่ำซำ(พี่ชายใหญ่บุตรชายของเจ้าสัวจุลินทร์ ล่ำซำ) ยกครอบครัวที่อบอุ่นมาร่วมแสดงความยินดีและปลาบปลื้มกันทั่วหน้า

โดยเจ้าสาว ออม ล่ำซำ ผู้อำนวยการอาวุโส บริษัทเมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) บุตรสาวคนกลางของที่ปรึกษากรรมการผู้จัดการ บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน)ภูมิชาย-จุฑาภรณ์ ล่ำซำ ได้ควงคู่เจ้าบ่าว จักรธิป กนกกุลทายาท บริษัท วัฒนาเจ็มส์ จำกัด ผู้ผลิตและส่งออกเครื่องประดับเพชรพลอย บุตร ธีรวัฒน์-สมพร กนกกุล บุตรสาวคนโตผู้ก่อตั้ง บริษัท ศรีไทยซุปเปอร์แวร์ จำกัด (มหาชน) เข้าพิธีรดน้ำสังข์ในช่วงเช้าของวันเสาร์ที่ 12 ธันวาคม ที่ผ่านมา ท่ามกลางญาติตระกูล “ล่ำซำ” อาทิประธานกิตติมศักดิ์ บริษัท ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน)บรรยงค์-ท่านผู้หญิงภรณี ล่ำซำ, บัณฑูร ล่ำซำ และพี่ๆ ร่วมบิดา(เจ้าสัวจุลินทร์ ล่ำซำ) คุณหญิงจำนงศรี-ดร.ชิงชัย หาญเจนลักษณ์,ทวีนุช จ่างตระกูล, ประธานกรรมการ บริษัท ล็อกซเล่ย์ จำกัด (มหาชน) ธงชัย-มณทิรา ล่ำซำ รวมทั้งยังมีแขกผู้ใหญ่ วาริน-ผาณิต พูนศิริวงศ์, พล.ต.ท.ประกาศ-คุณหญิงผะอบทิพย์ ศาตะมาน, สุวัจน์-พล.ท.หญิง พูนภิรมย์ ลิปตพัลลภ สองอดีตรัฐมนตรี เพื่อนบ้านใกล้ชิดย่านถนนราชวิถีเปรียบเสมือนพี่ชายที่เคารพของคุณพ่อเจ้าสาว มาร่วมเป็นสักขีพยานอย่างอบอุ่น ณ ห้องเดอะ สุรวงศ์บอลรูม และ เดอะ การ์เดน แอท สุรวงศ์ โรงแรมแบงค็อกแมริออท เดอะ สุรวงศ์

โดยช่วงเช้าถือฤกษ์งามยามดี เวลา 08.09 น. เจ้าบ่าวยกขบวนขันหมากสู่ขอเจ้าสาวตามแบบฉบับพิธีไทย จากนั้นฤกษ์มงคล เวลา 09.09 น. เป็นพิธีสวมแหวนหมั้นท่ามกลางครอบครัวทั้งสองฝ่าย ญาติสนิทมิตรสหายร่วมเป็นสักขีพยานรักพร้อมร่วมกันถ่ายภาพเป็นที่ระลึก ก่อนจะเป็นพิธียกน้ำชาและพิธีรดน้ำสังข์ เพื่อเป็นสิริมงคลแก่คู่บ่าว-สาวในการเริ่มต้นชีวิตคู่ที่ดี และร่วมกันรับประทานอาหารเที่ยงแบบ Western Sit-Down Lunch ทั้งนี้คู่บ่าว-สาว บิดา-มารดาคู่บ่าวสาวจะจัดงานเลี้ยงรับรองมงคลสมรสในค่ำวันอาทิตย์ที่ 17 มกราคม 2564เวลา 18.30 น. ณ ห้องแกรนด์บอลรูม โรงแรมอินเตอร์ คอนติเนนตัล กรุงเทพฯ

สวารอฟสกี้ CRYSTAL LIVING HOLIDAY #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

ผู้หญิง – สวารอฟสกี้ CRYSTAL LIVING HOLIDAY (naewna.com)

สวารอฟสกี้ CRYSTAL LIVING HOLIDAY

สวารอฟสกี้ CRYSTAL LIVING HOLIDAY

วันพฤหัสบดี ที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

สวารอฟสกี้ พร้อมสำหรับการเฉลิมฉลองเทศกาลแห่งความสุขปลายปีกับคอลเลคชั่น Crystal Living Holiday ประจำฤดูใบไม้ร่วง/ฤดูหนาวปี 2020 ซึ่งประกอบไปด้วย ออนาเม้นท์และเครื่องประดับตกแต่งบ้าน ที่จะมาเติมประกายแห่งความสุขและความรื่นเริงให้กับบ้านทุกหลังทั่วทุกมุมโลก โดยคอลเลคชั่นนี้สวารอฟสกี้ยังคงยึดมั่นในการรังสรรค์งานคริสตัลอันประณีตและงดงามน่าหลงใหลที่สืบทอดมาอย่างยาวนานกว่า 125 ปี

นอกจากนี้ ในคอลเลคชั่น Crystal Living Holiday ยังทวีความพิเศษด้วยการร่วมมือกับดิสนีย์ โดยแต่งแต้มเวทมนตร์ลงบนชิ้นงาน ผ่านการถ่ายทอดจินตนาการจากตัวละครยอดนิยมจากภาพยนตร์ชื่อดัง เช่น Frozen 2 และ Star Wars™ ตลอดจนซีรี่ส์ฉบับคนแสดงใน Disney+ อย่าง The Mandalorian™ ออกมาเป็นชิ้นงาน Crystal Living ที่ยกทัพมาให้แฟนๆ ได้จับจองและสะสมกันอย่างจุใจ

มีวางจำหน่ายแล้วที่ร้านสวารอฟสกี้ทุกสาขาทั่วประเทศ และผ่านช่องทางออนไลน์อย่าง LINE Official Account ของสวารอฟสกี้ ประเทศไทย (@swarovskithailand) พิเศษสุด รับสร้อยคอ Tennis ฟรีทันทีเมื่อซื้อสินค้าราคาปกติครบ 7,900 บาทขึ้นไป ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 25 ธันวาคม 2563 เท่านั้น

คอนเสิร์ตการกุศล ‘เพื่อนไม่ทิ้งกัน’ ช่วยผู้ประสบอุทกภัยทางภาคใต้ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

ผู้หญิง – คอนเสิร์ตการกุศล ‘เพื่อนไม่ทิ้งกัน’ ช่วยผู้ประสบอุทกภัยทางภาคใต้ (naewna.com)

คอนเสิร์ตการกุศล ‘เพื่อนไม่ทิ้งกัน’  ช่วยผู้ประสบอุทกภัยทางภาคใต้

คอนเสิร์ตการกุศล ‘เพื่อนไม่ทิ้งกัน’ ช่วยผู้ประสบอุทกภัยทางภาคใต้

วันพฤหัสบดี ที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

เพื่อระดมทุนช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้บริษัท เดอะคอนเสิร์ต จำกัด, บริษัท เดอะคอนเสิร์ต แอปพลิเคชัน จำกัด, บริษัท เฮฟวี่ ออร์แกไนเซอร์ จำกัด,บริษัท ข้าวสาร เอ็นเตอร์เทนเม้นท์และ บริษัท ไนน์ เอ็น เอ จำกัด (9NA) จัดคอนเสิร์ตการกุศล “เพื่อนไม่ทิ้งกัน” ในวันอังคารที่ 22 ธันวาคม 2563 ตั้งแต่เวลา 17.00 น.เป็นต้นไป ณ ชั้น 6 SHOW DC HALL ศูนย์การค้า SHOW DC พระราม 9 รายได้ทั้งหมดนำสมทบกองทุนช่วยเหลือผู้ประสบสาธารณภัย มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย

ภายในงานมีศิลปินพร้อมแสดงพลังช่วยเหลือเพื่อนพี่น้องชาวใต้ในคอนเสิร์ตครั้งนี้เป็นจำนวนมาก อาทิ เสือ-ธนพล, ปู แบล็คเฮด, พลพล, ปาล์ม Instinct, พั้นช์-วรกาญจน์, ไท-ธนาวุฒิ,ปราโมทย์ วิเลปะนะ, ดา อินคา, เหน่ง Y.NOT.7, เอ็ม-อรรถพล, ฟลุ๊ค ไอน้ำ, อพาร์ตเมนต์คุณป้า, แสน นากา, เป้ ไฮร็อค,โป่ง หินเหล็กไฟ, อี๊ด โปงลาง, เท่ห์-อุเทน,วิด ไฮเปอร์, กำปั้น-เด็บบี้ บาซู, KT Project (กั้ง Groove Riders), ติ๊ก Mr.Team&แหนม-รณเดช, วงฟลาย-ดูโอเม, ACTART, 7DaysCrazy, เต๋า The VOICE,PNV,  Fame, พิม ช้ำคือเรา, Megabyte, น้องตู้เพลง, บ่าวเทือง, ใหม่ วงสิบล้อ,สำราญราษฎร์, BARBARIAN, ลัม ภาคิน, Aom Varee, บอล MAD PACK IT, น้องต้นขิง, Eiffel ฯลฯ บัตรราคา 300 บาท เปิดขายบัตรในรูปแบบ E-Ticket ตั้งแต่วันนี้ทาง http://www.theconcert.com หรือบนแอพพลิเคชั่น The Concertและ บริเวณจุดจำหน่ายบัตรหน้างานสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร. 092-6594496

อาสาสมัครทีเอ็มบีและธนชาต สร้างอาชีพชุมชน ปั้นแบรนด์ ‘พราว’ ยาสระผมออร์แกนิกคุณภาพ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

ผู้หญิง – อาสาสมัครทีเอ็มบีและธนชาต สร้างอาชีพชุมชน ปั้นแบรนด์ ‘พราว’ ยาสระผมออร์แกนิกคุณภาพ (naewna.com)

อาสาสมัครทีเอ็มบีและธนชาต สร้างอาชีพชุมชน ปั้นแบรนด์ ‘พราว’ ยาสระผมออร์แกนิกคุณภาพ

อาสาสมัครทีเอ็มบีและธนชาต สร้างอาชีพชุมชน ปั้นแบรนด์ ‘พราว’ ยาสระผมออร์แกนิกคุณภาพ

วันพฤหัสบดี ที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

“พราว” ผลิตภัณฑ์ยาสระผมจากธรรมชาติ (ออร์แกนิก) ที่เกิดจากการรวมพลังอย่างเข้มแข็งของชุมชนเคหสถานภาคภูมิใจ เขตบางบอนนอกจากจะเป็นความหวังในการสร้างรายได้ที่ยั่งยืนให้กับชุมชนแล้ว “พราว” ยังเป็นผลงานความภาคภูมิใจของทีมอาสาสมัครทีเอ็มบีและธนชาต ที่เข้าไปช่วยเติมเต็มความรู้ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ร่วมกับชุมชน กับโครงการ “พัฒนาผลิตภัณฑ์ชุมชนเคหสถานภาคภูมิใจเพื่อสร้างรายได้ที่ยั่งยืน” ซึ่งดำเนินการภายใต้ โครงการ FAI-FAH for Communities กิจกรรม “เปลี่ยน” เพื่อชุมชนดีขึ้นอย่างยั่งยืน โดยทีเอ็มบีและธนชาต ซึ่งมุ่งมั่นสร้างความแข็งแกร่งให้กับสังคม ภายใต้ปรัชญา Make REAL Change

นางสะการะ มังคะลัง อาสาสมัครทีเอ็มบีและธนชาต หัวหน้าโครงการพัฒนาผลิตภัณฑ์ชุมชนเคหสถานภาคภูมิใจเพื่อสร้างรายได้ที่ยั่งยืน เล่าว่า ผลิตภัณฑ์ยาสระผม “พราว” เกิดจากการรวมพลังของชุมชน โดยมีทีมอาสาสมัครทีเอ็มบีและธนชาตเข้ามาช่วยพัฒนาโดยให้ชุมชนมีส่วนร่วมทุกขั้นตอน เริ่มตั้งแต่พูดคุยปัญหา ข้อเสนอแนะต่างๆ จนถึงกระบวนการการทำงาน ซึ่งพบว่าปัญหาของชุมชน คือชาวบ้านมีอาชีพรับจ้างทั่วไป ขาดเงินทุนและความรู้ มีเพียงใจที่มุ่งมั่นต้องการสร้างอาชีพเพื่อให้มีรายได้ยั่งยืน จึงเป็นที่มาของการจุดประกายชุมชน โดยเริ่มตั้งแต่กระบวนการของความ “เข้าใจ” คือ เข้าใจว่าจะขายอะไร “ปรับได้” หมายถึงผลิตภัณฑ์นั้นชุมชนต้องสามารถพัฒนาปรับสูตรได้ หรือเข้าใจในตัวผลิตภัณฑ์ หากมีปัญหาก็ต้องรู้ว่าจะปรับอย่างไร สุดท้าย “ขายเป็น” คือ กำหนดต้นทุนเป็น รู้ว่าจะขายกับใคร สื่อสารกับลูกค้าอย่างไร

“สิ่งสำคัญที่ชุมชนเคหสถานภาคภูมิใจมี คือความมุ่งมั่นในการพัฒนาและมีการรวมตัวกันอย่างแข็งแกร่ง ทีมอาสาสมัครทีเอ็มบีและธนชาตได้เข้ามามีส่วนร่วมและส่งต่อความรู้ ผ่านหลักเกณฑ์ 3 รู้ คือ รู้หลักการ รู้ต้นทุน และรู้การตลาด เพื่อให้ชุมชนสามารถนำไปต่อยอดในอนาคต โดยการทำงานเราจะวางแผนให้ชุมชนมีความเข้าใจ และแบ่งทีมชุมชนให้ทำงานอย่างเป็นระบบ พร้อมทั้งส่งตัวแทนชุมชนไปเรียนรู้เรื่องการผลิตกับผู้เชี่ยวชาญ เชื่อว่าด้วยความมุ่งมั่นและความเข้มแข็งของชุมชนจะทำให้ผลิตภัณฑ์ยาสระผมแบรนด์ “พราว” เพื่อให้ชุมชนมีรายได้ที่ยั่งยืน

นอกจากนี้ การเข้าร่วมโครงการ FAI-FAH for Communities นอกจากจะสร้างความสุขใจและความภาคภูมิใจจากการมีส่วนร่วมในการให้แก่สังคมแล้ว ยังเป็นโอกาสในการพัฒนาศักยภาพของตัวเอง เพราะได้เรียนรู้ทักษะการทำงานใหม่ๆ และการทำงานเป็นทีมร่วมกัน รวมทั้งได้เรียนรู้เรื่องการจัดการด้านเวลา และการบริหารจัดการอื่นๆ เพื่อต่อยอดศักยภาพของพนักงานให้เติบโตได้มากขึ้น”

ลุงจุก-นายนามชัย สัมมาเพ็ชร์ ประธานชุมชมเคหสถานภาคภูมิใจ เล่าว่าชุมชนเคหสถานภาคภูมิใจ เกิดจากการรวมตัวกันของชุมชน โดยคนส่วนใหญ่มีอาชีพหลัก คือ รับจ้าง ขณะที่ปัจจุบันหลายคนได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19ถูกเลิกจ้าง จึงรวมกันจัดตั้งเป็นวิสาหกิจชุมชน และได้รับโอกาสจากโครงการ FAI-FAH for Communities โดยอาสาสมัครจากทีเอ็มบีและธนชาตเข้ามาสนับสนุน พร้อมให้ความรู้และแนะนำการทำผลิตภัณฑ์ที่มีความแตกต่างจากสินค้าที่มีอยู่ในท้องตลาด มีคู่แข่งน้อย และเพิ่มมูลค่าสินค้าให้มีกำไรมากขึ้น ชุมชนจึงร่วมกันระดมความคิดเห็น ก่อนจะตัดสินใจเลือกทำผลิตภัณฑ์ยาสระผมออร์แกนิก แบรนด์ “พราว” ช่วยดูแลให้ผมดกดำ ซึ่งโครงการมีเงินทุนสนับสนุนให้ตัวแทนของชุมชนไปเรียนรู้สูตรการผลิตจากผู้เชี่ยวชาญ และยังเป็นพี่เลี้ยงคอยแนะนำให้ความรู้เรื่องการวางแผนด้านการเงิน การตลาด และการบริหารจัดการต่างๆอย่างเป็นระบบ ทั้งขายสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์และนำไปออกร้านในงานต่างๆ

“ชุมชนรู้สึกดีใจและขอบคุณทีมอาสาสมัครทีเอ็มบีและธนชาต ที่ได้เข้ามาช่วยสนับสนุนการสร้างอาชีพให้เราอย่างเต็มที่ ทำให้คนในชุมชนได้เรียนรู้เรื่องต่างๆ มากมาย สามารถนำไปพัฒนาต่อยอดเพื่อสร้างรายได้ที่ยั่งยืนในอนาคตได้ โดยโครงการเปิดโอกาสให้ชุมชนมีส่วนร่วมในการคิดตัดสินใจทุกขั้นตอน พยายามกระตุ้นให้คนในชุมชนเรียนรู้อย่างเข้าใจ และร่วมกันแสดงความคิดเห็น ช่วยกันคิดช่วยกันทำเริ่มตั้งแต่ปัญหาของชุมชน การเลือกผลิตภัณฑ์ การตั้งชื่อแบรนด์ เพราะสุดท้ายแล้วคนจัดการดูแลก็คือ ตัวชุมชนเอง ดังนั้น สิ่งที่ริเริ่มไว้จะประสบความสำเร็จแค่ไหน ต้องขึ้นอยู่กับการสานต่อของคนในชุมชน ซึ่งเชื่อมั่นเส้นทางที่วางไว้จะไปถึงเป้าหมายอย่างแน่นอน”

สามารถติดตามกิจกรรมดีๆที่ทีเอ็มบีและธนชาต ตั้งใจเดินหน้าเปลี่ยนแปลงสังคมให้ดีขึ้นอย่างยั่งยืนจากเหล่าอาสาสมัครกันต่อที่ www.tmbfoundation.or.th

6 สัญญาณเตือนมะเร็งเต้านม #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

ผู้หญิง – 6 สัญญาณเตือนมะเร็งเต้านม (naewna.com)

6 สัญญาณเตือนมะเร็งเต้านม

6 สัญญาณเตือนมะเร็งเต้านม

วันพฤหัสบดี ที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

มะเร็งเต้านม โรคร้ายที่คร่าชีวิตผู้หญิงมากมาย เป็นสาเหตุการเสียชีวิตของผู้หญิงไทยมากเป็นอันดับ 1 แต่หากตรวจพบตั้งแต่ระยะเริ่มแรกและเข้ารับการรักษาได้ทันเวลาก็สามารถหายขาดจากโรคได้ผู้ป่วยมะเร็งเต้านมมักไม่มีอาการเริ่มแรกแสดงให้เห็น อาจคลำพบเพียงก้อนเนื้อบริเวณเต้านมหรือใต้รักแร้  อาจกดเจ็บหรือไม่ก็ได้ ผู้หญิงหลายคนจึงมองข้ามคิดว่าเป็นเรื่องปกติ จนโรคมะเร็งร้ายลุกลามมากแล้ว จึงค่อยตัดสินใจพบแพทย์ ส่งผลให้การรักษาล่าช้าและอาจไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้

จากข้อมูลรพ.สมิติเวช เผยถึงสัญญาณเตือนมะเร็งเต้านมที่สามารถสังเกตได้ด้วยตัวเองมีดังนี้

1.คลำพบก้อนเนื้อบริเวณเต้านม หรือใต้รักแร้ สามารถทำได้ด้วยตัวเองที่บ้านเป็นประจำ โดยก้อนเนื้อที่พบอาจจะกดเจ็บ หรือไม่เจ็บก็ได้ ผู้หญิงทุกคนควรตรวจเต้านมด้วยตนเองทุกเดือนหลังรอบเดือนหมด ประมาณ 1 สัปดาห์

2.ขนาดหรือรูปร่างของเต้านมเปลี่ยนไปแม้ปกติเต้านมทั้ง 2 ข้างอาจมีขนาดและรูปร่างที่ต่างกันบ้าง แต่การหมั่นสังเกตความเปลี่ยนแปลงของเต้านมข้างใดข้างหนึ่ง หรือทั้งสองข้างมีลักษณะผิดปกติไปจากเดิม จะช่วยให้ผู้ป่วยรู้เท่าทันหากเกิดโรคร้ายตั้งแต่ระยะเริ่มต้น

3.ผิวหนังที่เต้านมบุ๋มลงไปคล้ายลักยิ้มหรือบวมหนาเหมือนเปลือกส้มรวมถึงสีหรือผิวหนังบริเวณลานหัวนมเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม ควรรีบพบแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยให้ละเอียด เนื่องจากอาจเป็นอาการของเซลล์มะเร็งที่ลุกลามมาถึงชั้นเนื้อเยื่อใต้ผิวหนัง

4.มีน้ำเหลืองหรือของเหลวไหลออกมาจากหัวนม โดยเฉพาะหากพบว่าน้ำเหลืองหรือของเหลวไหลนั้นมีสีคล้ายเลือด และออกจากหัวนมเพียงรูเดียว ควรรีบพบแพทย์เพื่อทำการตรวจเต้านมโดยละเอียด

5.อาการเจ็บผิดปกติที่เต้านมหรือผิวหนังของเต้านมอักเสบ หากมีอาการเจ็บเต้านมโดยที่ไม่ใช่ช่วงมีประจำเดือน หรือพบว่าผิวหนังรอบๆเต้านมบวมแดงอักเสบ โดยเฉพาะเมื่อคลำพบก้อนเนื้อร่วมด้วย อย่าละเลยว่าเป็นเรื่องธรรมดาเด็ดขาด

6.ผื่นคันบริเวณเต้านมรักษาแล้วไม่หายขาด ผื่นคันอาจเกิดขึ้นที่หัวนมหรือบริเวณเต้าส่วนใหญ่ เริ่มต้นเป็นเพียงผื่นแดงแสบๆ คันๆ แม้จะรักษาโดยแพทย์ผิวหนังแล้วยังไม่หายขาดจนกลายเป็นแผลตกสะเก็ดแข็ง ควรพบแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยมะเร็งเต้านมอีกครั้ง เนื่องจากอาจเกิดจากเซลล์มะเร็งลามขึ้นมาที่ผิวหนังด้านบนบริเวณหัวนมหรือเต้านมแล้ว

ผู้หญิงทุกคนมีความเสี่ยงเป็นมะเร็งเต้านมโดยมีปัจจัยเพิ่มความเสี่ยงมากมาย ทั้งอายุ พันธุกรรม และพฤติกรรมการใช้ชีวิต การป้องกันที่ดีคือหมั่นสำรวจความผิดปกติของร่างกาย และเต้านมอย่างสม่ำเสมอ หากพบสัญญาณเตือนมะเร็งเต้านม ควรรีบพบแพทย์เพื่อรับการวินิจฉัยและรักษาตั้งแต่ระยะเริ่มต้น

โคซี่ อ่าวนาง บีช สีสันใหม่ของนักเดินทางยุคดิจิทัล #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

ผู้หญิง – โคซี่ อ่าวนาง บีช สีสันใหม่ของนักเดินทางยุคดิจิทัล (naewna.com)

โคซี่ อ่าวนาง บีช สีสันใหม่ของนักเดินทางยุคดิจิทัล

โคซี่ อ่าวนาง บีช สีสันใหม่ของนักเดินทางยุคดิจิทัล

วันพฤหัสบดี ที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

โรงแรมและรีสอร์ทในเครือเซ็นทารา  เปิดตัว โคซี่ กระบี่ อ่าวนาง บีช โรงแรมน้องใหม่ล่าสุดในพื้นที่ภาคใต้อย่างเป็นทางการ ตอบโจทย์นักเดินทางยุคดิจิทัลที่รักอิสระและชื่นชอบความทันสมัย ตามรอยแบรนด์โคซี่สองแห่งที่ได้เปิดให้บริการและประสบความสำเร็จไปก่อนหน้าทั้งสมุยและพัทยา

โคซี่ กระบี่ อ่าวนาง บีช โดดเด่นและสะดุดตาด้วยภาพของนกเหยี่ยวสีแดง สัญลักษณ์ของความเป็นอิสระเสรี ผลงานของศิลปินแนวสตรีทอาร์ตชื่อดัง รักกิจ ควรหาเวชซึ่งนำมาใช้ตกแต่งพื้นที่ต่างๆ ภายในโรงแรมได้อย่างลงตัวและกำลังเป็นจุดถ่ายภาพเช็คอินสุดฮอตในกลุ่มนักเดินทางที่ชื่นชอบสีสันและความท้าทายใหม่ๆ

สิ่งหนึ่งที่ขาดไม่ได้เลยสำหรับโรงแรมโคซี่ นั่นคือ เดอะ ฮับ ที่เปรียบเสมือนหัวใจสำคัญของโรงแรม ด้วยพื้นที่ส่วนกลางที่จัดให้แขกผู้เข้าพักทุกคนสามารถนั่งเล่น ชมภาพยนตร์ เล่นเกมส์ หรือใช้เป็นพื้นที่โคเวิร์กกิ้งสเปซ เพื่อนั่งทำงานชิลๆ เมื่อไหร่ก็ได้ตามความสะดวก เพราะเปิดให้บริกาตลอด 24 ชั่วโมง รวมทั้งคาเฟ่ ฟิตเนส เซ็นเตอร์ และห้องซักผ้าที่สามารถเข้าไปใช้บริการได้ทุกเวลาเช่นกัน

โรงแรมสุดสมาร์ทแห่งนี้ พร้อมอำนวยความสะดวกให้กับนักเดินทางยุคใหม่ ผู้ต้องการใช้ชีวิตดิจิทัลที่เชื่อมต่ออย่างไม่สะดุด มีห้องพักทั้งสิ้น 142 ห้อง พร้อมอุปกรณ์และสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน อาทิ ฝักบัวอาบน้ำแรงดันสูง ฟรีสัญญาณไวไฟ สมาร์ททีวี พอร์ทยูเอสบีข้างเตียง ตู้เซฟนิรภัย และตู้เย็นสไตล์เรโทร เป็นต้น ห้องพักมี 3 แบบ คือ ห้องพักแบบเตียงเดี่ยว ห้องพักแบบเตียงคู่ และห้องพักแบบโคซี่ พลัส ที่เพิ่มความพิเศษนอกเหนือจากเตียงขนาดคิงไซส์ เป็นเตียงสองชั้นภายในห้องเหมาะสำหรับกลุ่มเพื่อนหรือครอบครัวทันสมัยที่มองหาประสบการณ์การเข้าพักใหม่ๆ สไตล์โคซี่

หากไม่อยากออกไปท่องเที่ยวผจญภัยนอกโรงแรม ก็สามารถเลือกที่จะใช้เวลาพักผ่อนบริเวณสระน้ำบนชั้นดาดฟ้าของโรงแรมได้อย่างสบายใจ เพราะนอกจากจะมีลำโพงใต้น้ำที่เปิดเพลงให้ได้สนุกกันแล้ว ยังสามารถดื่มด่ำไปกับทิวทัศน์เทือกเขาอันสวยงาม นอกจากนี้ บริเวณรอบๆ โรงแรมยังมีการตกแต่งพื้นที่สำหรับการปีนผาจำลอง ที่ถือเป็นกิจกรรมยอดนิยมและมีชื่อเสียงระดับโลกของจังหวัดกระบี่ ภายในห้องพักก็ได้รับแรงบันดาลใจในการตกแต่งบริเวณหัวเตียง จากภาพของเรือหางยาวที่โลดแล่นในท้องทะเลภาคใต้อันงดงามของประเทศไทย

หรือถ้าอยากออกไปใช้ชีวิตนอกโรงแรม ก็สามารถเดินไปได้อย่างง่ายดาย เพราะตัวโรงแรมตั้งอยู่ไม่ไกลจากอ่าวนาง แหล่งท่องเที่ยวยามค่ำคืน และร้านอาหารที่มีให้เลือกมากมาย ยิ่งไปกว่านั้นสำหรับคนที่รักในกิจกรรมผาดโผนหรือการท่องเที่ยวแบบผจญภัย ก็สามารถเลือกไปเยี่ยมชมถ้ำลอด ที่อุทยานแห่งชาติธารโบกขรณี หรือไปปีนหน้าผาที่ไร่เล่ย์ พร้อมออกสำรวจเกาะแก่งต่างๆ อันสวยงามของกระบี่ได้อย่างง่ายดาย

รุจจิเรศ อนัญพงศ์ ผู้จัดการโรงแรมโคซี่ กระบี่ อ่าวนาง บีช กล่าวว่า “จังหวัดกระบี่ เป็นเมืองท่องเที่ยวอีกแห่งของประเทศไทยที่มีความสวยสดงดงาม การเปิดให้บริการโคซี่ กระบี่ อ่าวนาง บีช เราต้องการให้โรงแรมนี้เป็นที่พักที่มีความทันสมัย เหมาะสำหรับนักเดินทางยุคใหม่ผู้รักอิสระเพื่อออกไปเดินทางท่องเที่ยวในพื้นที่ที่น่าสนใจต่างๆ ของภาคใต้ โดยหลังจากที่ทีมงานได้เตรียมความพร้อมกันมานานหลายเดือน เราทุกคนก็รู้สึกตื่นเต้นเป็นอย่างมากที่ได้เปิดให้บริการโรงแรมและต้อนรับแขกผู้เข้าพักทุกคน”

และเพื่อเฉลิมฉลองให้กับการเปิดตัวโรงแรมใหม่ครั้งนี้ โคซี่ กระบี่ อ่าวนาง บีช พร้อมมอบข้อเสนอพิเศษ ผ่านแคมเปญ Even Stronger Together กับราคาห้องพักเริ่มต้นเพียง 720 บาท รวมเครดิตสำหรับแลกอาหารและเครื่องดื่ม 100 บาทต่อคนต่อการเข้าพัก คูปองส่วนลดแทนเงินสดจากห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลมูลค่า 700 บาท และยังสามารถเช็คอินได้ก่อนเวลา ตั้งแต่ 09.00 น. เป็นต้นไปรวมทั้งเช็คเอาท์ล่วงเวลาได้จนถึง 21.00 น. สำหรับการเข้าพักในวันพฤหัสบดี-วันอาทิตย์ โดยขึ้นอยู่กับจำนวนห้องพักที่ว่างในขณะนั้น สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมหรือสำรองห้องพักได้ที่ www.centarahotelsresorts.com/th/even-stronger-together/