อาซาว่า ชวนคนดังเติมเต็มความสุข กับคอลเลคชั่นเสื้อผ้าที่เปี่ยมไปด้วยสีสัน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

ผู้หญิง – อาซาว่า ชวนคนดังเติมเต็มความสุข กับคอลเลคชั่นเสื้อผ้าที่เปี่ยมไปด้วยสีสัน (naewna.com)

อาซาว่า ชวนคนดังเติมเต็มความสุข  กับคอลเลคชั่นเสื้อผ้าที่เปี่ยมไปด้วยสีสัน

อาซาว่า ชวนคนดังเติมเต็มความสุข กับคอลเลคชั่นเสื้อผ้าที่เปี่ยมไปด้วยสีสัน

วันพฤหัสบดี ที่ 3 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

หมู-พลพัฒน์ อัศวะประภา

เพราะนิยามของ “ความสุข” ถูกตีความได้หลากหลายรูปแบบ เฉกเช่นเดียวกันกับ Asava (อาซาว่า) ที่ถ่ายทอด “ความสุข” ด้วยการแต่งแต้มสีสันและความสดใสให้กับชีวิตผ่านคอลเลคชั่นเสื้อผ้า Asava Autumn/Winter 2020 (อาซาว่าออทั่ม/วินเทอร์ 2020) โดยครั้งนี้ หมู-พลพัฒน์ อัศวะประภา ดีไซเนอร์และผู้ก่อตั้งAsava Group (อาซาว่า กรุ๊ป) ตั้งใจนำเสนอผลงานในรูปแบบของ “Asava Trunk Show 2020 (อาซาว่า ทรังค์ โชว์ 2020)” ณ มาลัย เลานจ์ โรงแรมคิมป์ตัน มาลัย กรุงเทพฯ

หมู-พลพัฒน์ อัศวะประภา กล่าวว่า คอลเลคชั่น Asava Autumn/Winter 2020 เราเลือกที่จะนำเสนอผลงานในรูปแบบของ Trunk Show เพื่อบอกเล่าเรื่องราวแรงบันดาลใจ รวมไปถึงปรัชญาการทำงานของแบรนด์ที่ต้องการถ่ายทอดออกมาให้ได้สัมผัสกันอย่างใกล้ชิด สำหรับแรงบันดาลใจของคอลเลคชั่นนี้ คือความตั้งใจที่จะถ่ายทอดและเติมเต็มความสุขให้กับผู้หญิง ผ่านผลงานการออกแบบซึ่งเปี่ยมไปด้วยสีสันและความงดงามของธรรมชาติ อย่างดอกไม้และใบไม้ ที่ถูกหยิบมาใช้เป็นองค์ประกอบของคอลเลคชั่นจัดแสดงท่ามกลางบรรยากาศความร่มรื่นของ มาลัย เลานจ์ โรงแรมคิมป์ตันมาลัย กรุงเทพฯ

เปิ้ล-จริยดี สเปนเซอร์

ภายในงานเซเลบริตี้สาวช่างแต่งตัวมาแชร์มุมมองนิยามความสุขอันเกิดจากการเดินทางท่องเที่ยว แฟชั่น และการพักผ่อน เริ่มที่สาวมากความสามารถ ขวัญ-สู่ขวัญ บูลกุล เผยว่า ความสุของการเดินทางในมุมมองของเธอไม่ได้ต้องการอะไรมากมาย แค่ได้เรียนรู้อะไรใหม่ๆ ภายใต้ความรีแลกซ์ผ่อนคลายบางครั้งอาจจะไม่สะดวกสบาย แต่มันก็เป็นความสุขจากการท่องเที่ยว และอีกหนึ่งสีสันที่ทำให้การเดินทางท่องเที่ยวสนุกยิ่งขึ้นคงไม่พ้นเรื่องแฟชั่น เพราะโดยส่วนตัวเป็นคนชอบบันทึกความประทับใจในโมเมนท์ต่างๆ ของชีวิตผ่านภาพถ่ายเช่นเดียวกับสถานที่พักแค่เพียงให้ความใส่ใจเล็กๆ น้อยๆ อย่างสถานที่ที่มีความน่าสนใจ หรือการให้บริการสำหรับสัตว์เลี้ยง ก็สามารถสร้างความประทับใจให้กับนักเดินทางได้ไม่รู้ลืม

ขณะที่คุณแม่ลูกสองผู้ชื่นชอบการเดินทางโดยเฉพาะแนวผจญภัยอย่าง เปิ้ล-จริยดี สเปนเซอร์ ออกตัวว่ามีความสุขทุกครั้งที่ได้ออกท่องเที่ยวไม่ว่าจะในประเทศหรือต่างประเทศ จึงพยายามปลูกฝังให้ลูกๆ ชอบเดินทางท่องเที่ยวด้วย เพื่อให้เรียนรู้เรื่องการปรับตัวให้เข้ากับสถานที่นั้นๆ และหากกล่าวถึงเรื่องแฟชั่นกับการท่องเที่ยว เจ้าตัวบอกว่า เพราะเป็นคนที่มีสไตล์การแต่งตัวแบบเรียบๆ ไม่ค่อยมีสีสันเรียกว่าไม่เอะอะเรื่องแต่งตัว แต่เน้นให้ถูกที่ถูกจังหวะเข้ากับบรรยากาศ และที่สำคัญคือไม่ลืมความเป็นตัวตนของตัวเอง

สุพรทิพย์ ช่วงรังษี และ สู่ขวัญ บูลกุล

มาที่สองพี่น้องช่างแต่งตัว บุ๋ม-จารุจิต ใบหยก เผยว่า การท่องเที่ยวของเธอคือการไปพักผ่อนจริงๆ ทำตัวสบายๆ แต่ในความชิลก็ให้ความสำคัญกับเรื่องแฟชั่นการแต่งกายควบคู่ไปด้วย ผ่านการทำการบ้านไปก่อนว่าเราพักที่ไหน จะไปทำกิจกรรมอะไรบ้าง เพื่อให้มีความคล่องตัว คล้ายๆ กับน้องสาว บุ๊ค-พิมพ์เลิศ ใบหยก กล่าวว่าการเดินทางท่องเที่ยวแต่ละครั้ง จะให้ความสำคัญกับสถานที่ท่องเที่ยว แฟชั่น และอาหารการกิน เพราะการแพ็กกระเป๋าออกไปเดินทางท่องเที่ยว นอกจากการพักผ่อน การชาร์จแบตให้ตัวเองจากการทำงาน รวมถึงการออกไปหาแรงบันดาลใจแล้ว ความสุขอีกอย่างหนึ่งคือ การได้แต่งตัวสวยๆ ในสไตล์ของตัวเองเพื่อให้เข้ากับสถานที่นั้นๆ ประกอบกับไม่ชอบแต่งตัวตามใคร ชอบให้ทุกคนเซอร์ไพรส์ว่าชุดแบบนี้ก็สามารถใส่ได้ด้วย

เติมเต็มสีสันให้กับชีวิตด้วยเสื้อผ้าของ Asava Autumn/Winter 2020 ได้แล้ววันนี้ที่ชั้น G โซนไทยดีไซเนอร์ ศูนย์การค้าดิ เอ็มโพเรียม, ชั้น 1 โซนดีพาร์ทเมนท์สโตร์ ศูนย์การค้าสยามพารากอน, ชั้น 2 โซนไทยไทยห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลชิดลม, ชั้น 2 โซนไทยไทย ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลเวิลด์ และ อาซาว่ากรุ๊ปแฟล็กชิพสโตร์ ซอยสุขุมวิท 45 หรือออนไลน์สโตร์ :https://asavagroup.com/Line:@asavagroupบุ๋ม-จารุจิต กับ บุ๊ค-พิมพ์เลิศ ใบหยกบุ๋ม-จารุจิต กับ บุ๊ค-พิมพ์เลิศ ใบหยกAsava Autumn/Winter 2020Asava Autumn/Winter 2020Asava Autumn/Winter 2020Asava Autumn/Winter 2020Asava Autumn/Winter 2020Asava Autumn/Winter 2020

ไซโก พรอสเปกซ์ เฉลิมฉลองครบ 55 ปี พร้อมเปิดตัวแบรนด์แอมบาสซาเดอร์คนใหม่ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

ผู้หญิง – ไซโก พรอสเปกซ์ เฉลิมฉลองครบ 55 ปี พร้อมเปิดตัวแบรนด์แอมบาสซาเดอร์คนใหม่ (naewna.com)

ไซโก พรอสเปกซ์ เฉลิมฉลองครบ 55 ปี  พร้อมเปิดตัวแบรนด์แอมบาสซาเดอร์คนใหม่

ไซโก พรอสเปกซ์ เฉลิมฉลองครบ 55 ปี พร้อมเปิดตัวแบรนด์แอมบาสซาเดอร์คนใหม่

วันพฤหัสบดี ที่ 3 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

(ซ้าย) วรรฑณี วาทนาภรณ์, ซันนี่ สุวรรณเมธานนท์, ฮิโรยูกิ อาคาชิ และ พัทธ์สิตา สิทธิพรวัฒนากุล

ไซโก (SEIKO) หนึ่งในผู้นำแห่งอุตสาหกรรมนาฬิกาชั้นนำระดับโลก นำทีมโดย ฮิโรยูกิอาคาชิ กรรมการผู้จัดการบริษัท ไซโก (ประเทศไทย) จัดงานเปิดตัว ซันนี่ สุวรรณเมธานนท์เป็นแบรนด์แอมบาสซาเดอร์คนใหม่อย่างเป็นทางการ พร้อมเปิดตัวแคมเปญภายใต้คอนเซ็ปต์ “Keep Going Forward”ไม่สิ้นสุด ถ้าไม่หยุดไปต่อ ที่ตอกย้ำความมีสปิริต จิตวิญญาณ รวมถึงการพัฒนานวัตกรรมใหม่ๆ อย่างไม่หยุดยั้งของนาฬิกาดำน้ำ ไซโกพรอสเปกซ์ นอกจากนี้ ยังได้นำนาฬิกาดำน้ำคอลเลคชั่นเฉลิมฉลองครบรอบ 55 ปีสุดพิเศษอย่าง Hi-beat Diver’s 300m, 62MAS 150m และ Professional Diver’s 600m ที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากนาฬิกาในตำนานปี 1965-1975 มาโชว์ในงาน พร้อมการแสดง Popping Dance ที่พรีเซนต์ตัวแคมเปญ Keep Going Forward ออกมาได้อย่างลงตัว

แบรนด์แอมบาสซาเดอร์คนใหม่ ซันนี่ สุวรรณเมธานนท์

ในปี 2020 นี้ ไซโกได้ก้าวเข้าสู่ปีแห่งความยิ่งใหญ่เฉลิมฉลองครบรอบ 55 ปีนาฬิกาดำน้ำ พรอสเปกซ์ โดย ไซโก (ประเทศไทย)ได้เลือกหนุ่มซันนี่ สุวรรณเมธานนท์ มาเป็นแบรนด์แอมบาสซาเดอร์คนใหม่ของไซโก(ประเทศไทย) ต่อจาก อนันดา เอเวอร์ริ่งแฮม ภายใต้คอนเซ็ปต์ “Keep Going Forward” หรือ “ไม่สิ้นสุดถ้าไม่หยุดไปต่อ” ซึ่งหยิบเอาอัตลักษณ์ของพรอสเปกซ์ทั้งสปิริต จิตวิญญาณ รวมถึงการพัฒนานวัตกรรมใหม่ๆ อย่างไม่หยุดยั้งมาเป็นไอเดียของคอนเซ็ปต์หลัก ซึ่งตัวซันนี่เองก็เป็นหนึ่งในนักแสดงที่มีความทุ่มเท ฝึกฝนในการแสดงอย่างต่อเนื่องจากบทบาทที่ได้รับ โดยการันตีได้จากรางวัลนักแสดงนำชายยอดเยี่ยมมากมายจากหลายเวทีและยังคงทุ่มเท พัฒนาเพื่อต่อยอดในการแสดงต่อไปด้วยความมุ่งมั่นที่จะไม่หยุดพัฒนาในแบบเดียวกัน ไซโกจึงเลือกซันนี่มาเป็นตัวแทนของแบรนด์ เพื่อที่จะนำเสนอจิตวิญญาณของความเป็นมืออาชีพอย่างแท้จริง และเป็นแรงบันดาลใจให้กับคนรุ่นใหม่ได้เดินหน้าขับเคลื่อนเพื่อพัฒนาตัวเองตามสโลแกน “Keep GoingForward”

ไฮไลท์ของงานที่ได้รับความสนใจไม่แพ้หนุ่มซันนี่ ก็คือการกำเนิดใหม่อีกครั้งของนาฬิกาดำน้ำในตำนานอย่าง 1968 Hi-beat Diver’s 300m, 1965 62MAS 150m และ 1975 Professional Diver’s 600m ที่ยังคงเอกลักษณ์ของดีไซน์ดั้งเดิมไว้ แต่ยังได้รับการรังสรรค์ดีไซน์ให้ทันสมัยยิ่งขึ้น ด้วยคุณสมบัติเฉพาะและการทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ

สามารถติดตามข้อมูลข่าวสารของ Seiko Prospex ได้ที่ https://www.seikowatches.com/th-thและ www.seikoprospexthailand.com, Facebook : SeikoClub, Instagram : Seiko_Thailand, Line : @seiko_thailandสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมโทร.02-2551245 ต่อ 888

3 เชฟ 3 สไตล์ ฮาลาลชื่อดัง กับเชฟเทเบิ้ลการกุศลริมเจ้าพระยา #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

ผู้หญิง – 3 เชฟ 3 สไตล์ ฮาลาลชื่อดัง กับเชฟเทเบิ้ลการกุศลริมเจ้าพระยา (naewna.com)

3 เชฟ 3 สไตล์ ฮาลาลชื่อดัง  กับเชฟเทเบิ้ลการกุศลริมเจ้าพระยา

3 เชฟ 3 สไตล์ ฮาลาลชื่อดัง กับเชฟเทเบิ้ลการกุศลริมเจ้าพระยา

วันพฤหัสบดี ที่ 3 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

เชฟนดีม หะซะนี

ครั้งแรกกับ 3 เชฟ3 สไตล์ ฮาลาลชื่อดังแนวหน้าของเมืองไทย ร่วมรังสรรค์เมนู Chef’s Table สุดพิเศษริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา ในงาน “Fitri Together” เริ่มต้นใหม่…ไปด้วยกัน ระหว่างวันที่ 4-6ธันวาคม นี้ โครงการเอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ฟร้อนท์ ร่วมกับมูลนิธิมุสลิมสงเคราะห์ผู้ประสบภัยองค์กรผู้ให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยทุกประเภทไม่จำกัดเชื้อชาติศาสนา จัดงาน “FitriTogether” เริ่มต้นใหม่…ไปด้วยกัน เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ที่ขาดรายได้จากสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19 ได้เข้ามาจำหน่ายสินค้า และหารายได้เพื่อนำไปพัฒนามูลนิธิมุสลิม
สงเคราะห์ผู้ประสบภัย และเป็นเงินช่วยเหลือผู้ประสบภัย

เชฟภิเชฐ หนูพุฒ

พิเศษภายในงานจะเป็นครั้งแรกที่ 3 เชฟ 3 สไตล์ฮาลาลชื่อดังแนวหน้าของเมืองไทยมาร่วมรังสรรค์เมนู Chef’s Tableสุดพิเศษ เริ่มวันที่ 4 ธันวาคม2563 กับ อาราเบียน ไนท์ โดย เชฟนดีม หะซะนี เชฟอาราเบียนมุสลิมแถวหน้า เจ้าของร้านข้าวหุงการันตีด้วยรางวัลเหรียญทองแดง การประกวด Thailand National Chef, Makro Horeca(hotel Restaurant Catering 2019) รับรองโดย สมาคมเชฟโลก, วันที่ 5 ธันวาคม2563 กับ ยุโรเปี้ยน ไนท์ โดย เชฟภิเชฐ หนูพุฒ เจ้าของร้านอาหารอิตาเลี่ยน Capu & Yoda Italian Halal อดีตหัวหน้าพ่อครัวใหญ่ของโรงแรมในแบรนด์ของแอคคอร์ประเทศไทย และประสบการณ์ทางด้านอาหารยุโรปทั้งในอังกฤษและฝรั่งเศส และวันที่ 6 ธันวาคม 2563 กับ เจแปนิส โอมากาเสะ ไนท์ โดย เชฟอาดัม ดำรงผล เชฟเจ้าของร้านอาหารญี่ปุ่น Abushi ที่คร่ำหวอดอยู่ในวงการอาหารญี่ปุ่นโดยเชฟเทเบิ้ลทั้ง 3 วัน จะเริ่มเสิร์ฟ เวลา 19.00 น. ในราคา 1,500 บาทต่อท่าน และจำกัดเพียง 40 ที่นั่ง สามารถสำรองที่นั่งได้ที่โทร.089-4998013, 092-7297070

นอกจากนี้ ในงานยังมีกิจกรรมให้เที่ยวชมและอิ่มอร่อยมากมาย อาทิ โรงน้ำชาสไตล์อิสลามและชิมอาหารรสเด็ดประจำถิ่น การแสดงตีกลองหน้าเดียวและการแสดง “ลิเกฮูรู”
และกิจกรรมเสวนามากมายเกี่ยวกับความเข้าใจในศาสนา สังคม และวัฒนธรรม รวมทั้งการออกร้านจำหน่ายอาหารนานาชนิด พร้อมสินค้าที่หลากหลาย ร่วมสัมผัสวิถีชีวิตชาวมุสลิม ได้ระหว่างวันที่ 4-6 ธันวาคม 2563 ณลานเอเชียทีคพาร์ค โครงการเอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ฟร้อนท์ชมรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่https://www.facebook.com/Asiatique.Thailand/เชฟอาดัม ดำรงผลเชฟอาดัม ดำรงผล

กรมสมเด็จพระเทพรัตนฯ ทรงหยอดกล่องยูเอชที กิจกรรม ‘แกะ ล้าง เก็บ’ มุ่งสู่สังคมไร้ขยะของดอยคำ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

ผู้หญิง – กรมสมเด็จพระเทพรัตนฯ ทรงหยอดกล่องยูเอชที กิจกรรม ‘แกะ ล้าง เก็บ’ มุ่งสู่สังคมไร้ขยะของดอยคำ (naewna.com)

กรมสมเด็จพระเทพรัตนฯ ทรงหยอดกล่องยูเอชที กิจกรรม ‘แกะ ล้าง เก็บ’ มุ่งสู่สังคมไร้ขยะของดอยคำ

กรมสมเด็จพระเทพรัตนฯ ทรงหยอดกล่องยูเอชที กิจกรรม ‘แกะ ล้าง เก็บ’ มุ่งสู่สังคมไร้ขยะของดอยคำ

วันพุธ ที่ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 17.56 น.

2 ธันวาคม 2563, เชียงใหม่ : สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงหยอดกล่องยูเอสที ในกิจกรรม “แกะ ล้าง เก็บ” ที่เกิดขึ้นจากการตระหนักถึงปัญหาขยะ โดยใช้แนวทาง Circular Economy เป็นการหมุนเวียนวัตถุดิบกลับมาใช้ใหม่ ของบริษัท ดอยคำผลิตภัณฑ์อาหาร จำกัด ในการเสด็จพระราชดำเนินทรงเปิดโรงเรือนควบคุมสภาพแวดล้อมและโรงคัดบรรจุ ณ โรงเก็บผลิตภัณฑ์เกษตรและโรงปฏิบัติการวิจัยทางพืช โรงงานหลวงอาหารสำเร็จรูปที่ 1 (ฝาง) จังหวัดเชียงใหม่ โดยมี นายพิพัฒพงศ์ อิศรเสนา ณ อยุธยา กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ดอยคำผลิตภัณฑ์อาหาร จำกัด พร้อมทั้งคณะผู้บริหาร เจ้าหน้าที่ ประชาชนในพื้นที่ คณะทำงาน เฝ้าฯ รับเสด็จ

ทั้งนี้ ในปี 2561 ปริมาณบรรจุภัทฑ์กล่อง ยูเอชที (UHT) ในตรา “ดอยคำ” ออกสู่ท้องตลาดกว่า 60 ล้านกล่อง เพื่อเป็นการตระหนักถึงปัญหา “ขยะ” และเป็นการรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม บริษัทจึงลงมือแก้ไขอย่างจริงจัง โดยใช้แนวทาง Circular Economy เป็นการหมุนเวียนวัตถุดิบกลับมาใช้ใหม่ เป็นวงจรไม่รู้จบ แทนการผลิต ใช้แล้วทิ้ง เพราะเราเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างขยะ โดยมีเป้าหมายมุ่งสู่สังคมไร้ขยะ (Zero Waste) เพื่อความสุขที่ยั่งยืน (Sustainable Happiness) จึงเป็นที่มาของ กิจกรรม “แกะ ล้าง เก็บ” ภายใต้โครงการ “สร้างโลกสีเขียว” โดยนำกล่องเครื่องดื่มยูเอชที มาผ่านกระบวนการรีไซเคิล ขึ้นรูปแบบเป็น “พาเลทไม้ดอยคำ” กลับมาใช้ในโรงงานหลวงอาหารสำเร็จรูป ทั้ง 3 แห่ง และ “กรวยจราจร” มอบให้หน่วยงานต่าง ๆ และมอบกล่องน้ำผลไม้พร้อมดื่ม ให้โครงการ “หลังคาเขียวเพื่อมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก” สภากาชาดไทย ซึ่งปริมาณกล่องน้ำผลไม้ดอยคำทุก 1,000 กิโลกรัม สามารถลดการตัดต้นไม้ใหญ่ได้ถึง 24 ต้น ช่วยดูดซึมก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่ปล่อยสู่บรรยากาศได้ถึง 112 กิโลกรัม

กว่า 2 ปี ที่ดอยคำได้นำร่องโครงการนี้ด้วยการปลูกฝังจิตสำนึกให้กับพนักงานดอยคำ ให้เรียนรู้การนำกล่องเครื่องดื่มน้ำผลไม้ดอยคำหรือกล่องยูเอชที มาผ่านวิธี “แกะ ล้าง เก็บ” เพื่อเป็นการสร้างทัศนคติ ในการรักษาสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน ทั้งในสำนักงานใหญ่ และโรงงานหลวงอาหารสำเร็จรูปทั้ง 3 แห่ง ให้ทุกคนได้เป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์ บอกต่อเรื่องราวดีๆ ที่ดอยคำได้ทำเพื่อสังคม ตรงตามที่ บริษัท ดอยคำผลิตภัณฑ์อาหาร จำกัด มุ่งมั่นในการเป็นกิจการเพื่อสังคมอย่างแท้จริง

จากความสำเร็จภายในองค์กร ในปี 2563 ดอยคำเดินหน้ารักษ์สิ่งแวดล้อมในกิจกรรม “แกะ ล้าง เก็บ” สู่ภายนอกองค์กร ด้วยการให้ผู้บริโภคร่วมกิจกรรม “แกะ ล้าง เก็บ” กล่องเครื่องดื่มยูเอชที ดอยคำ นำมามอบหรือเป็นส่วนลดในการซื้อผลิตภัณฑ์ดอยคำที่ร้านดอยคำทุกสาขา ทั้งนี้ สามารถนำกล่องเครื่องดื่มยูเอชทียี่ห้ออื่นมาบริจากได้โดยไม่ร่วมโปรโมชั่น ซึ่งปัจจุบัน ดอยคำ รวบรวมกล่องยูเอชทีได้กว่า 50,000 กล่อง

เพื่อต่อยอดให้เกิดประโยชน์สูงสุด ดอยคำได้ร่วมกับภาคีเครือข่าย บริษัท เบสท์โพลิเมอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด บริษัท แอดวานซ์แมท จำกัด บริษัท เต็ดตรา แพ้ค (ประเทศไทย) จำกัด และบริษัท เอสซีจี โลจิสติกส์ แมเนจเม้นท์ จำกัด ในการวิจัยและพัฒนากระบวนการรีไซเคิลกล่องยูเอชที ทดลองผลิคผลิตภัณฑ์ที่มีความทนทาน ใช้งานได้จริง โดยสามารถนำกลับมาใช้ในโรงงานหลวงฯ และสร้างประโยชน์ให้ชุมชนโดยรอบ อาทิ พาเลทดอยคำ เป็นพาเลทไม้สังเคราะห์ที่ผลิตจากกล่องเครื่องดื่มยูเอชที 100% มีความทนทาน กันน้ำและแดด สามารถนำมาใช้แทนพาเลทไม้และพลาสติกได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยพาเลทดอยคำ 1 ตัว ใช้กล่องเครื่องดื่มยูเอชทีขนาด 200 มล. จำนวน 1,550 กล่อง, กรวยจราจรจากกล่องเครื่องดื่มยูเอชที มีน้ำหนักเบาและทนทาน โดยกรวยจราจร 1 อัน ใช้กล่องเครื่องดื่มยูเอชทีขนาด 200 มล. จำนวน 712 กล่อง, เก้าอี้อเนกประสงค์จากกล่องเครื่องดื่มยูเอชที นอกจากจะสามารถนั่งหรือวางของได้นั้น ยังมีที่เก็บของภายใน โดยเก้าอี้อเนกประสงค์ 1 ตัวใช้กล่องขนาด 200 มล. จำนวน 888 กล่องเครื่องดื่มยูเอชท และกระถางเพาะต้นไม้จากกล่องเครื่องดื่มยูเอชที ถูกออกแบบมาเพื่อใช้เพาะต้นไหลสตรอว์เบอร์รีแทนกระถางพลาสติก โดยกระถาง 1 ชิ้น ใช้กล่องเครื่องดื่มยูเอชทีขนาด 200 มล. จำนวน 13 กล่อง

สามารถร่วมกิจกรรมแกะ ล้าง เก็บ ได้เพียงนำกล่องเครื่องดื่มยูเอชที ดอยคำ ทุกขนาดมาแกะ ล้าง และเก็บ นำมาเป็นส่วนลด ซึ่งทุกขนาดมีมูลค่า 1 บาท โดยนำมาแลกที่ร้านดอยคำ ทุกสาขา (จำกัดส่วนลดเพิ่มสูงสุด 5 บาท ต่อ 1 ใบเสร็จ โดยใบเสร็จมีมูลค่า 120 บาทขึ้นไป) ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป จนถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2563

30 สาวงาม ร่วมทำกิจกรรมส่งท้ายที่กรุงเทพฯ ก่อนบินเก็บตัวเชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง 3-11 ธันวาคมนี้ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

ผู้หญิง – 30 สาวงาม ร่วมทำกิจกรรมส่งท้ายที่กรุงเทพฯ ก่อนบินเก็บตัวเชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง 3-11 ธันวาคมนี้ (naewna.com)

30 สาวงาม ร่วมทำกิจกรรมส่งท้ายที่กรุงเทพฯ ก่อนบินเก็บตัวเชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง  3-11 ธันวาคมนี้

30 สาวงาม ร่วมทำกิจกรรมส่งท้ายที่กรุงเทพฯ ก่อนบินเก็บตัวเชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง 3-11 ธันวาคมนี้

วันพุธ ที่ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 16.32 น.

กองประกวดนางสาวไทยจัดฝึกอบรมทักษะความรู้ด้านต่างๆให้กับผู้เข้าประกวดนางสาวไทยประจำปี 2563 ณ โรงแรม Grande Centre Point Hotel Terminal 21 ก่อนจะเดินทางไปร่วมกิจกรรมเก็บตัวที่ภาคเหนือ เชียงใหม่ ลำพูน ลำปางในวันที่ 3-11 ธันวาคมนี้

มีการอบรมบุคลิกภาพ โดย คุณประณม ถาวรเวช สถาบันพัฒนาบุคลิกภาพ จอห์น โรเบิร์ต เพาเวอร์ส ต่อด้วยการเรียนรู้ทักษะการพูดสื่อสารและจิตวิทยาเป็นกิจกรรมการค้นหาคุณค่าในตัวเองโดยอาจารย์ตรีมินทร์ เกษมวิรัติพงศ์ ผู้เชี่ยวชาญด้านการปรับทัศนคติและ Mind set เป็นการอบรมที่มีทั้งการเล่นเกมส์ สร้างความรักความสัมพันธ์อันดีในคณะนางสาวไทย รวมถึงการเปิดใจของผู้เข้าประกวดสร้างพลังความรักความเข้าใจในตัวเองและเพื่อนสาวงาม ยังมี บิ๊นท์ สิรีธร ลีห์อร่ามวัฒน์ นางสาวไทยประจำปี 2562 และมิสอินเตอร์เนชั่นแนล 2019-2020 มาร่วมถ่ายทอดประสบการณ์ ให้ผู้เข้าประกวดได้เป็นแนวทางในการประกวดต่อไป

ต่อด้วย ดร.อดิศร สุดดี ผู้อำนวยการกองประกวดนำคณะสาวงามเดินทางเข้าพบรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาโดยมี คุณเขมพล อุ้ยตยะกุล เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ออกมาต้อนรับ พูดคุยกับผู้เข้าประกวด พร้อมถ่ายภาพร่วมกันเป็นที่ระลึก และสาวงามได้อบรมทักษะการแต่งหน้าและดูแลผิวพรรณจาก ผู้สนับสนุนการประกวดเป็นการส่งท้ายกิจกรรมเก็บตัวสาวงามที่กรุงเทพมหานคร

ร่วมลุ้นและส่งกำลังใจให้สาวงามในดวงใจ ผ่านเข้ารอบ 16 คนสุดท้ายในรอบตัดสิน โดยพิมพ์ข้อความ MT ตามด้วยหมายเลขผู้เข้าประกวด ส่งมาที่ 4806999 เริ่มตั้งแต่ 18 พฤศจิกายน – 12 ธันวาคม 2563 และติดตามการเก็บตัวที่จังหวัดเชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง ของเหล่า 30 สาวงามได้ทางเพจ นางสาวไทย-Miss Thailand

บุญรอดบริวเวอรี่ จัดนิทรรศการ ‘ความสุขที่พ่อให้’ เนื่องในวันพ่อแห่งชาติ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

ผู้หญิง – บุญรอดบริวเวอรี่ จัดนิทรรศการ ‘ความสุขที่พ่อให้’ เนื่องในวันพ่อแห่งชาติ (naewna.com)

บุญรอดบริวเวอรี่ จัดนิทรรศการ ‘ความสุขที่พ่อให้’ เนื่องในวันพ่อแห่งชาติ

บุญรอดบริวเวอรี่ จัดนิทรรศการ ‘ความสุขที่พ่อให้’ เนื่องในวันพ่อแห่งชาติ

วันพุธ ที่ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 15.36 น.

เนื่องในวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช    บรมนาถบพิตร  วันชาติ และวันพ่อแห่งชาติ 5 ธันวาคม 2563  รัฐบาลได้จัดกิจกรรม “วันพ่อแห่งชาติ” ขึ้นระหว่างวันที่ 1- 6 ธันวาคม 2563  เวลา 10.00-21.00 น. บริเวณถนนสนามไชย สวนสราญรมย์และมิวเซียมสยาม

บริษัท บุญรอดบริวเวอรี่ จำกัด ร่วมจัดกิจกรรม “วันพ่อแห่งชาติ 2563”  ใน 2 โซน คือ นิทรรศการ “ความสุขที่พ่อให้” และ กิจกรรม “วัยใสปล่อยพลัง  ปังสุดใจ” 

1.นิทรรศการ “ความสุขที่พ่อให้”  บริษัท  บุญรอดบริวเวอรี่ จำกัด จัดทำห้องนิทรรศการ ในชื่อ         “สร้างศิลป์  งานสรรค์ เพื่อพัฒนา” นำเสนอแนวคิดหลักในเรื่องความสนพระราชหฤทัยด้านงานศิลปะ และสิ่งประดิษฐ์ ของในหลวงรัชกาลที่ 9 ซึ่งนำมาสู่องค์ความรู้ที่ทรงใช้ในการพัฒนาประเทศ เพื่อความสุขของประชาชน  ภายในห้องนิทรรศการ “สร้างศิลป์ งานสรรค์ เพื่อพัฒนา” ออกแบบเสมือนห้องทำงานของศิลปิน (อาร์ทิสต์ ลอฟท์ Artist Loft) ผสมผสานกับห้องจัดแสดงงานศิลปะ ห้องดนตรีที่ดูร่วมสมัย แบ่งออกเป็นโซนต่างๆ ประกอบด้วย

โซนที่ 1 “เรียน เล่น เป็นงาน”  จัดแสดงโต๊ะของเล่นจำลองที่ในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงเล่นเมื่อทรงพระเยาว์ ซึ่งในเวลาต่อมาจากของเล่นในวัยเยาว์ ได้ทรงคิดค้นพัฒนาต่อยอดมาเป็นเครื่องมือในการทรงงานประกอบพระราชกรณียกิจอันนำมาซึ่งประโยชน์ที่ยั่งยืนสำหรับประชาชน

โซนที่ 2 “ดนตรี สื่อสุข สื่อสาร”  นำเสนอพระปรีชาสามารถทางด้านดนตรีของในหลวงรัชกาลที่ 9 ในรูปแบบห้องดนตรี  โดยจัดเป็น มุมเปียโน มุมโทรทัศน์  และ มุมแผ่นเสียง  ซึ่งแต่ละมุมดนตรีจะแสดงผลงานทางดนตรีของพระองค์ผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันไปตลอดทั้งวัน  นอกจากนี้ ยังจัดแสดงภาพขณะทรงดนตรีในหลากหลายพระอิริยาบถ ซึ่งแสดงให้เห็นว่าดนตรีกลายเป็นสื่อกลางในการสื่อสารระหว่างประชาชนกับพระองค์ รวมถึงการเชื่อมร้อยสัมพันธไมตรีระหว่างมิตรประเทศด้วย 

โซนที่ 3  “วาด เขียน เพียร สรรค์”  จัดแสดงพระปรีชาสามารถด้านจิตรกรรมของในหลวงรัชกาลที่ 9 ซึ่งมีทั้งการวาดภาพแบบเหมือนจริง ภาพแบบคตินิยม และภาพศิลปะแบบนามธรรม ผลงานภาพวาด       ฝีพระหัตถ์ของพระองค์จึงเป็นแบบอย่างเป็นแรงบันดาลใจให้ศิลปินรุ่นหลังได้ศึกษาและพัฒนาฝีมือของตนได้เป็นอย่างดี

โซนที่ 4 “หนึ่งภาพ ร้อยพัน ไอเดีย”  จัดแสดงภาพถ่ายฝีพระหัตถ์  ในลักษณะห้องมืด (Dark Room) ด้วยในหลวงรัชกาลที่ 9 โปรดการถ่ายภาพมาตั้งแต่ทรงพระเยาว์ ทรงศึกษาการถ่ายภาพ รวมถึงการล้างฟิล์มและอัดขยายภาพด้วยพระองค์เอง  ทรงถ่ายภาพหลายรูปแบบ ทั้งภาพบุคคล ธรรมชาติ  สถานที่ รวมถึงภูมิประเทศ  กล้องถ่ายภาพจึงกลายเป็นหนึ่งในเครื่องมือทรงงาน  ที่ทรงใช้บันทึกภาพเป็นข้อมูลใน การแก้ปัญหาและพัฒนาประเทศ 

โซนที่ 5 “ลองผิดลองถูก หลักสูตร เพื่อพัฒนา”   พระอุปนิสัยช่างสังเกต  ตลอดจนการศึกษา ค้นคว้าและทดลองให้รู้อย่างถ่องแท้ของในหลวงรัชกาลที่ 9 ปรากฏให้เห็นอย่างเด่นชัดจากโครงการส่วนพระองค์สวนจิตรลดา  ที่ทรงแปลงที่ดินภายในสวนจิตรลดา ให้เป็นสถานที่ศึกษาค้นคว้าวิจัยงานพัฒนาด้านต่างๆ จากการลองผิดลองถูกกลายเป็นองค์ความรู้ที่ทรงนำไปใช้ในการแก้ปัญหาและสร้างความกินดีอยู่ดีแก่ราษฎรทั่วทุกภูมิภาคของประเทศ

โซนสุดท้าย  ฉายวีดิทัศน์ “จาก 1 พระมหากษัตริย์ สู่ 1 พระมหากษัตริย์ เพื่อคนไทยกว่า 70 ล้านคน” ความยาวประมาณ 3 นาที เพื่อสรุปให้เห็นว่า ตลอดเวลายาวนานที่ผ่านมาพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช  บรมนาถบพิตร ทรงอุทิศพระองค์ทรงงานอย่างหนัก เพื่อสร้างความกินดีอยู่ดีของประชาชน โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริกว่า 4,000 โครงการที่พระราชทานไว้ เกิดจากพระมหากษัตริย์ 1 พระองค์ เพื่อประชาชนกว่า 70 ล้านคน และวันนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้ทรงสืบสาน รักษา และต่อยอดพระราชปณิธานของสมเด็จพระบรมชนกนาถ เพื่อสร้างความผาสุกให้แก่ราษฎรอย่างยั่งยืน

2.กิจกรรม “วัยใสปล่อยพลัง ปังสุดใจ”  บริษัท บุญรอดบริวเวอรี่ จำกัด ร่วมจัดกิจกรรมโซนนี้ ในชื่อ “สุข สร้าง สามัคคี” โดยมีเกมให้เยาวชนได้ร่วมปล่อยพลังความคิดสร้างสรรค์ ด้วยการร่วมกันเล่นเกมต่อชิ้นไม้ให้สูงจนเป็นต้นไม้ 1 ต้น โดยไม่ล้มภายในเวลาที่กำหนด   รางวัลจากการเล่นเกม คือ ต้นไม้ ที่เกิดจากผลงานของตน ซึ่งต้นไม้เหล่านี้จะส่งต่อไปยังทีมสิงห์อาสา เพื่อนำไปปลูกป่าในพื้นที่ภาคเหนือ  ซึ่งนับเป็นผลงานที่เกิดจากความคิดและความสามัคคีของเด็กๆ ที่ได้ร่วมกันเพิ่มพื้นที่สีเขียวให้แก่ประเทศ

ภายในบูทเด็กๆ และเยาวชนจะได้เรียนรู้พระบรมราโชวาทเรื่องความสามัคคี  คำสอนที่มีคุณค่า รวมทั้งภาพ ส.ค.ส. พระราชทานที่ในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงประดิษฐ์ ซึ่งเป็นข้อคิด เป็นแรงบันดาลใจในการดำรงชีวิต และเป็นพรอันประเสริฐที่พระราชทานไว้ให้พวกเราทุกคน

นอกจากนี้ บริษัท บุญรอดบริวเวอรี่ จำกัด ยังร่วมจัดการแสดงดนตรีเครื่องสายคลาสสิกบรรเลงบทเพลงพระราชนิพนธ์ โดยวง “โปรมูสิกา จูเนียร์” (Pro Musica Junior) ซึ่งเป็นวงดนตรีเยาวชนจากค่ายดนตรีในโครงการ“คีตราชา : โปรมูสิกา จูเนียร์ ” ที่บริษัทฯ จัดขึ้น โดยคัดเลือกเยาวชนจากภูมิภาคต่างๆ มาฝึกฝนการบรรเลงบทเพลงพระราชนิพนธ์ โดยมีคณาจารย์จากคณะดุริยางคศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร เป็นผู้ฝึกสอน เพื่อให้เยาวชนคนรุ่นใหม่ได้รู้จักและสืบสานรักษาบทเพลงพระราชนิพนธ์ไว้ต่อไป

การแสดงดนตรี “โปรมูสิกา จูเนียร์” จัดขึ้นในวันศุกร์ที่ 4 ธันวาคม เวลา 19.00-20.00 น.บนเวทีการแสดงใหญ่ ภายในมิวเซียมสยาม 

นิทรรศการ “สร้างศิลป์  งานสรรค์ เพื่อพัฒนา”  ของบริษัท บุญรอดบริวเวอรี่ จำกัด จัดแสดงริมถนนสนามไชย บริเวณพระบรมราชานุสาวรีย์รัชกาลที่ 4  และกิจกรรม “สุข สร้าง สามัคคี” จัดอยู่บูทเลขที่ 9 บริเวณสนามหญ้า ภายในมิวเซียมสยาม ระหว่างวันที่ 1- 6 ธันวาคม 2563 เวลา 10.00-21.00 น.

กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ทรงเปิดโรงเรือนควบคุมสภาพแวดล้อม-โรงคัดบรรจุ โรงงานหลวงฯ ที่ 1 #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

ผู้หญิง – กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ทรงเปิดโรงเรือนควบคุมสภาพแวดล้อม-โรงคัดบรรจุ โรงงานหลวงฯ ที่ 1 (naewna.com)

กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ทรงเปิดโรงเรือนควบคุมสภาพแวดล้อม-โรงคัดบรรจุ โรงงานหลวงฯ ที่ 1

กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ทรงเปิดโรงเรือนควบคุมสภาพแวดล้อม-โรงคัดบรรจุ โรงงานหลวงฯ ที่ 1

วันพุธ ที่ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 14.51 น.

2 ธันวาคม 2563 เวลา 10.00 น. ที่จังหวัดเชียงใหม่, สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จทรงประกอบพิธีเปิดโรงเรือนควบคุมสภาพแวดล้อมและโรงคัดบรรจุ ในโครงการพัฒนาการผลิตสตรอเบอรี่ ณ  โรงเก็บผลิตภัณฑ์เกษตรและโรงปฏิบัติการวิจัยทางพืช โรงงานหลวงอาหารสำเร็จรูปที่ 1 (ฝาง) จังหวัดเชียงใหม่ โดยมี นายพิพัฒพงศ์ อิศรเสนา ณ อยุธยา กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ดอยคำผลิตภัณฑ์อาหาร จำกัด พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ พนักงาน ลูกจ้าง บริษัท ดอยคำผลิตภัณฑ์อาหาร จำกัด ตลอดจนแขกรับเชิญ และเกษตรกรในพื้นที่ เฝ้ารับเสด็จ

ในการนี้ เมี่อเสด็จพระราชดำเนินมาถึงพลับพลาพิธี ณ โรงเรือนควบคุมสภาพแวดล้อม นายพิพัฒน์พงศ์ อิศรเสนา ณ อยุธยา ได้ขอพระราชทานกราบบังคมทูลรายงานและเบิกผู้สนันสนุนโครงการเข้ารับพระราชทานของที่ระลึก จากนั้นทรงกดปุ่มเปิดแพรคลุมป้าย พร้อมทอดพระเนตรโรงคัดบรรจุ ต่อมาเสด็จพระราชดำเนินไปยังโรงเรือนควบคุมสภาพแวดล้อม หลังที่ 14  แล้วประทับรถไฟฟ้าพระที่นั่งไปยังโรงเรือนควบคุมสภาพแวดล้อม หลังที่ 10 พร้อมทอดพระเนตรธนาคารน้ำผิวดินและแปลงทดลองและสาธิตกลางแจ้ง  แล้วจึงทรงปลูกต้นราชพฤกษ์ดอกสีขาว จำนวน 1 ต้น

จากนั้นประทับรถยนต์พระที่นั่งเสด็จพระราชดำเนินไปยังโรงปฏิบัติการวิจัยทางพืช  โดยมี นายทวีศักดิ์ เลาหวิโรจน์ รองผู้จัดการใหญ่ (ด้านนวัตกรรมและการผลิต) เฝ้าฯ รับเสด็จ และถวายคำอธิบายขณะทอดพระเนตรห้องเพาะเลี้ยงต้นพันธุ์พืชปลอดโรค ห้องปฏิบัติการอณูชีววิทยา (Molecular Laboratory) โดยทรงตรวจสอบโรคพืชด้วยเทคนิคอณูชีววิทยา (RNA) แล้วจึงเสด็จพระราชดำเนินทอดพระเนตรหลังคากันฝนแปลงปลูกสตรว์เบอร์รีในพื้นที่ลาดเอียง รวมทั้งกิจกรรมต่างๆ โดยรอบอาคารโรงปฏิบัติการวิจัยทางพืช จากนั้นประทับรถยนต์พระที่นั่ง เสด็จพระราชดำเนินไปยังโรงเก็บผลิตภัณฑ์ทางการเกษตร  แล้วจึงเสด็จพระราชดำเนินประทับพักพระราชอิริยาบถ ณ ห้องรับรอง  พร้อมเสวยพระกระยาหารกลางวัน  ต่อมาเสด็จพระราชดำเนินทรงเยี่ยมพนักงานและลูกจ้าง ตลอดจนแขกรับเชิญที่เข้าเฝ้าฯรับเสด็จ ณ ชานพักโรงเก็บผลิตภัณฑ์เกษตรและโรงปฏิบัติการวิจัยทางพืช  พร้อมทรงฉายพระฉายาลักษณ์ร่วมกับคณะหน่วยงานราชการและเอกชน ที่ร่วมสนับสนุน โครงการ แล้วเสด็จพระราชดำเนินกลับ

สำหรับโครงการพัฒนาการผลิตสตรอว์เบอร์รีในโรงเรือนควบคุมสภาพแวดล้อมและโรงคัดบรรจุ ณ โรงเก็บผลิตภัณฑ์เกษตรและโรงปฏิบัติการวิจัยทางพืช โรงงานหลวงอาหารสำเร็จรูปที่ 1 (ฝาง) อำเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่ เกิดขึ้นเนื่องจากผลผลิตสตรอว์เบอร์รีที่ปลูกในแปลงธรรมชาติ ตามสภาพแวดล้อมในปัจจุบัน มีอัตราผลผลิตเสียหายจำนวนมาก จากสภาพอากาศ สภาพแวดล้อมที่ไม่สามารถควบคุมได้ รวมถึงถูกแมลงศัตรูพืชทำลาย และเป็นโรคพืช อีกทั้งเกษตรกรผลิตต้นพันธุ์เอง ในแต่ละฤดูกาลจึงทำให้ต้นพันธุ์ที่ใช้ ไม่ปลอดโรค แสดงลักษณะด้อย ให้ผลผลิตตกต่ำ มีคุณภาพไม่สม่ำเสมอ

บริษัท ดอยคำผลิตภัณฑ์อาหาร จำกัด  เล็งเห็นปัญหาของเกษตรกรข้างต้น จึงดำเนินการสร้างโรงปฏิบัติการวิจัยทางพืช เพื่อผลิตต้นพันธุ์สตรอว์เบอร์รีปลอดโรค พัฒนาเทคนิคและวิธีการต่างๆ รวมถึงการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ทางด้านการเกษตร ในการเพิ่มปริมาณ และคุณภาพผลผลิต รวมถึงการปรับปรุงพันธุ์สตอรว์เบอร์รีเพื่อให้ได้สายพันธุ์ที่ต้านทานต่อโรค สามารถปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมได้เป็นอย่างดี

นอกจากนี้ บริษัทฯ ได้สนับสนุนที่ดิน ภายในบริเวณโรงปฏิบัติการ เพื่อใช้เป็นพื้นที่ก่อสร้างโรงเรือนควบคุมสภาพแวดล้อม จำนวน 14 หลัง ให้กับกลุ่มเกษตรกรทำสวนโครงการพัฒนาพื้นที่ลุ่มน้ำแม่งอน อันเนื่องมาจากพระราชดำริ ซึ่งจังหวัดเชียงใหม่และกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน  1 สำนักงานเกษตรจังหวัดเชียงใหม่ สนับสนุนงบประมาณในการจัดสร้างโรงเรือนดังกล่าว

โดยปีพุทธศักราช 2562 เกษตรกรที่ได้รับการส่งเสริมการเกษตร จากบริษัท ดอยคำผลิตภัณฑ์อาหาร จำกัด เข้าร่วมโครงการทดลองการผลิตสตรอว์เบอร์รีในโรงเรือนควบคุมสภาพแวดล้อม จำนวน 6 ราย โดยใช้พื้นที่ในโรงเรือน เพื่อทดลองเพาะปลูก จำนวน 10 หลัง และบริษัทฯ ใช้พื้นที่โรงเรือน จำนวน 4 หลัง เพื่อทดลองปลูกสตรอว์เบอร์รีที่ได้ปรับปรุงสายพันธุ์

สำหรับโรงเรือนควบคุมสภาพแวดล้อม ออกแบบเป็นอาคารหลังคาโค้งคลุมพลาสติกแบบน็อคดาวน์ มีจำนวนทั้งหมด 14 บนที่ดิน 13 ไร่ มีพื้นที่ใช้สอยโดยรวม 5,376 ตารางเมตร งบประมาณก่อสร้างทั้งสิ้น 46,430,000 บาท (สี่สิบหกล้านสี่แสนสามหมื่นบาทถ้วน)

และโรงคัดบรรจุ สร้างตามมาตรฐาน GMP หรือการปฏิบัติการที่ดีในการผลิตอาหาร โดยอาคารถูกออกแบบตามสถาปัตยกรรมร่วมสมัย ที่ได้นำรูปแบบอาคารบ้านเรือนภายในชุมชนโดยรอบมาเป็นแรงบันดาลใจ มีความเรียบง่ายและสะท้อนอัตลักษณ์วัฒนธรรมท้องถิ่น มีพื้นที่ใช้สอยโดยรวม 240 ตารางเมตร งบประมาณก่อสร้างทั้งสิ้น 17,660,000 บาท (สิบเจ็บล้านหกแสนหกหมื่นบาทถ้วน)

ฉลองเทศกาลแห่งความสุขได้ง่ายยิ่งขึ้น ด้วยหลากหลายเมนูแสนอร่อยจาก กูร์เมต์ มาร์เก็ต #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

ผู้หญิง – ฉลองเทศกาลแห่งความสุขได้ง่ายยิ่งขึ้น ด้วยหลากหลายเมนูแสนอร่อยจาก กูร์เมต์ มาร์เก็ต (naewna.com)

ฉลองเทศกาลแห่งความสุขได้ง่ายยิ่งขึ้น ด้วยหลากหลายเมนูแสนอร่อยจาก กูร์เมต์ มาร์เก็ต

ฉลองเทศกาลแห่งความสุขได้ง่ายยิ่งขึ้น ด้วยหลากหลายเมนูแสนอร่อยจาก กูร์เมต์ มาร์เก็ต

วันพุธ ที่ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 13.46 น.

กูร์เมต์ มาร์เก็ตร่วมฉลองเทศกาลแห่งความสุขจัดบริการสุดพิเศษ“FOOD TO ORDER!”บริการสั่งอาหารล่วงหน้าสำหรับเทศกาลพิเศษ ที่จะช่วยเนรมิตปาร์ตี้ของคุณสุขได้ง่ายยิ่งขึ้นกับหลายหลายเมนูแสนอร่อยจากวัตถุดิบคุณภาพ ตั้งแต่วันนี้ –15 มกราคม 2564

ในช่วงเทศกาลแห่งความสุขส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ หลายคนกำลังเตรียมจัดงานปาร์ตี้เฉลิมฉลองกับครอบครัวและคนพิเศษ กูร์เมต์ มาร์เก็ต ขอร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการเนรมิตมื้อพิเศษของคุณ ให้สุขยิ่งขึ้น ด้วยบริการ“FOOD TO ORDER!”บริการสั่งอาหารล่วงหน้าสำหรับเทศกาลพิเศษที่รังสรรค์โดยเซฟ YOU HUNT WE COOK ด้วยวัตถุดิบคุณภาพที่คัดสรรมาเพื่อคุณ กับหลากหลายเมนูแสนอร่อย อาทิ

  • TURKEY SET WITH SAUCE AND SIDE DISHชุดเซ็ต ไก่งวงอบเนื้อนุ่มชุ่มฉ่ำ หอมกรุ่นด้วยเครื่องเทศ พร้อม Stuffing และซอสสูตรพิเศษ พร้อมเครื่องเคียงครบครันมีให้เลือกอร่อยได้ถึง 2 ไซส์ MEDIUM SET ราคา 3,999 บาท, LARGE SET ราคา 4,799 บาท
  • BAKED HAM LEG WITH BEER ขาแฮมอบเบียร์ใช้ขาแฮมเนื้อแน่น ที่อบด้วยความใส่ใจทำให้ได้กลิ่นหอมน่าทาน เสิร์ฟพร้อมซอสเบียร์ รสชาติเข้มข้นราคา4,500 บาท
  • BEEF WELLINGTON WITH RED WINE SAUCEเวลลิงตันเนื้อ สเต็กเนื้อสันใน เนื้อนุ่มชุ่มฉ่ำเสิร์ฟพร้อมซอสไวน์แดงสูตรพิเศษ ราคา 999 บาท

และอีกหลากหลายเมนูอร่อย อาทิ SEACUTERIE SET, CHEESE AND CHARCUTERIE SET BY KCG, CHEESE AND CHARCUTERIE SET BY JAGOTA, CAVIAR BOX SET, SIRIKHUN FRESH OYSTER SET, SALMON WELLINGTON ฯลฯ

พร้อมกันนี้ยังมี Gourmet Meal Kit Party Set ที่ทางกูร์เมต์ มาร์เก็ต เตรียมให้ใครทำก็อร่อย มีเมนูให้เลือก สำหรับปาร์ตี้ ตั้งแต่ 2 ท่าน จนถึง 4 ท่าน ได้แก่ BBQ SKEWERRS PARTY SETชุดบาร์บีคิว ราคา 899 บาท, BURGER PARTY SET ชุดเบอร์เกอร์ ราคา 899 บาท, SURF & TURF PARTY SET ชุดเซิร์ฟแอนด์ร์ฟ ราคา 1,599 บาทสามารถโทรสั่งจองหรือสอบถามเพิ่มเติมที่เบอร์ 065-518-5482(**สั่งล่วงหน้า 1-2 วัน)ได้แล้ววันนี้ เฉพาะที่กูร์เมต์ มาร์เก็ต สาขา เอ็มโพเรียม, เอ็มควอเทียร์ และพารากอน เท่านั้น

ททท.แจกใหญ่! ให้กับผู้โชคดีในแคมเปญ ‘เที่ยวเมืองไทยให้หายคิดถึง’ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

ผู้หญิง – ททท.แจกใหญ่! ให้กับผู้โชคดีในแคมเปญ ‘เที่ยวเมืองไทยให้หายคิดถึง’ (naewna.com)

ททท.แจกใหญ่! ให้กับผู้โชคดีในแคมเปญ 'เที่ยวเมืองไทยให้หายคิดถึง'

ททท.แจกใหญ่! ให้กับผู้โชคดีในแคมเปญ ‘เที่ยวเมืองไทยให้หายคิดถึง’

วันพุธ ที่ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 11.29 น.

เมื่อเร็วๆนี้ นายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เป็นประธานในพิธีมอบรางวัลผู้โชคดี แคมเปญ “เที่ยวเมืองไทยให้หายคิดถึง ลุ้นรางวัลกว่า 10 ล้านบาท” หรือ “เที่ยวไทยได้ลุ้น” ณ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (สำนักงานใหญ่) บริเวณล็อบบี้ ชั้น 1 โครงการ “เที่ยวเมืองไทยให้หายคิดถึง ลุ้นรางวัลกว่า 10 ล้านบาท” จัดทำขึ้นเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจภาคการท่องเที่ยวในครึ่งปีหลัง โดยทำกิจกรรมแจกของรางวัลรวมมูลค่ากว่า 10 ล้านบาทให้กับนักท่องเที่ยวที่ซื้อสินค้าและบริการภายใต้โครงการต่าง ๆ ของ ททท. นายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กล่าวว่า ททท. ดำเนินการจัดกิจกรรมมาตั้งแต่วันที่ 15 กันยายน – 15 พฤศจิกายน 2563 มีผู้เข้าร่วมแคมเปญทั้งสิ้น 1,141,219 สิทธิ์ สร้ายรายได้กว่า 547 ล้านบาท ซึ่งความสำเร็จในครั้งนี้ ททท. ได้รับความร่วมมือจากพันธมิตรด้านการท่องเที่ยวหลายภาคส่วน ที่ร่วมกันมอบส่วนลดโปรโมชันทำกิจกรรมส่งเสริมการขาย ไม่ว่าจะเป็น สายการบิน โรงแรม โฮมสเตย์ รถเช่า ร้านอาหาร สนามกอล์ฟ รวมไปถึงได้จับมือกับองค์กรใหญ่ เช่น CENTRAL PATTANA, แมคโดนัลด์ ไดรฟ์ ทรู (Drive Thru), Thai Smile Airways, Thai Air Asia, Thai VietjetAir.com, นครชัยแอร์, application, Wongnai, Drivehub, Klook, Golfdigg, Traveligo,Thailand Food Paradise, Specialtiewthai ช่วยผลักดันสร้างการรับรู้และกระตุ้นยอดการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างชาติที่อาศัยอยู่ในเมืองไทยได้เป็นอย่างดี ซึ่งกิจกรรมในครั้งนี้นอกจากจะช่วยโปรโมตสถานที่ท่องเที่ยวในประเทศไทยแล้ว ยังช่วยกระตุ้นให้เกิดการสร้างรายได้ให้กับคนในอุตสาหกรรมท่องเที่ยว ผู้ประกอบการ และ ชุมชน ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด 19 อีกด้วย” โครงการ “เที่ยวเมืองไทยให้หายคิดถึง ลุ้นรางวัลกว่า 10 ล้านบาท” ซึ่งจัดกิจกรรมมอบรางวัลใหญ่เมื่อวันที่ 26 พ.ย.ที่ผ่านมา โดยมีผู้ได้รับรางวัลใหญ่กว่า 100 รางวัลเดินทางมาร่วมงานในวันนี้ โดยรางวัลที่ 1 รถยนต์ MG MG ZS D+ จำนวน 1 รางวัล มูลค่า 742,946 บาท ผู้โชคดีได้แก่ คุณกัญจนา ธรรมนันท์ ภาคกลาง รางวัลที่ 2 รถยนต์ Toyota Yaris 1.2 Entry CVT จำนวน 1 รางวัล มูลค่า 551,946 บาท ผู้โชคดีได้แก่ คุณศิริรัชฏ์ เขมะศิริ ภาคใต้ รางวัลที่ 3 ทองคำหนัก 10 บาท มูลค่ากว่า 289,500 บาท ผู้โชคดีได้แก่ คุณกองบุญ เจียมสมบัติ ภาคกลาง สำหรับใครที่พลาดกิจกรรมในครั้งนี้ โปรดติดตามข่าวสารและกิจกรรมดี ๆ ได้ในครั้งต่อไป สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) หรือ https://www.tatnewsthai.org

เปิดตัว ‘รีเจนเนไลฟ์ ไวทัล เซ็นเตอร์’ ออกแบบ ‘5 ศาสตร์แห่งแพทย์ทางร่วม’ สร้างสมดุลร่างกาย อารมณ์ จิตใจ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

ผู้หญิง – เปิดตัว ‘รีเจนเนไลฟ์ ไวทัล เซ็นเตอร์’ ออกแบบ‘5 ศาสตร์แห่งแพทย์ทางร่วม’ สร้างสมดุลร่างกาย อารมณ์ จิตใจ (naewna.com)

เปิดตัว ‘รีเจนเนไลฟ์ ไวทัล เซ็นเตอร์’  ออกแบบ‘5 ศาสตร์แห่งแพทย์ทางร่วม’  สร้างสมดุลร่างกาย อารมณ์ จิตใจ

เปิดตัว ‘รีเจนเนไลฟ์ ไวทัล เซ็นเตอร์’ ออกแบบ‘5 ศาสตร์แห่งแพทย์ทางร่วม’ สร้างสมดุลร่างกาย อารมณ์ จิตใจ

วันพุธ ที่ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

บริษัท รีเจนเนไลฟ์ ไวทัล เซ็นเตอร์จำกัด เปิดตัว รีเจนเนไลฟ์ ไวทัล เซ็นเตอร์ (Regenelife Vital Center) ศูนย์ส่งเสริมและฟื้นฟูสุขภาพองค์รวม ด้วย “ศาสตร์แพทย์ทางร่วม” สร้างสมดุลของร่างกาย อารมณ์ และจิตใจ ด้วย 5 โปรแกรมที่ออกแบบโดยกลุ่มแพทย์และผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพในแขนงต่างๆ ได้แก่ ดนตรี, ศิลปะ, โยคะ, พิลาทิส และเร็วๆ นี้ กับศาสตร์แพทย์แผนจีน ช่วยคุณขับเคลื่อนและส่งต่อพลังแห่งการใช้ชีวิตอย่างสมดุลเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีในระยะยาว นับเป็นครั้งแรกของประเทศไทยที่ได้รวมทุกศาสตร์แห่งแพทย์ทางเลือกให้ครบจบในที่เดียว เปิดให้บริการแล้วที่อาคารรีเจ้นท์เฮ้าส์ 2 ชั้น 5-6ถนนราชดำริ กรุงเทพฯ

วิลิต เตชะไพบูลย์ ผู้ก่อตั้ง รีเจนเนไลฟ์ไวทัล เซ็นเตอร์ กล่าวว่า รีเจนเนไลฟ์ไวทัล เซ็นเตอร์ ก่อตั้งขึ้นในปีพ.ศ.2563 ในความร่วมมือของกลุ่มแพทย์และผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพหลากหลายแขนง ในการพัฒนาศาสตร์ “แพทย์ทางเลือก” สู่การเป็น “แพทย์ทางร่วม” ที่มีมาตรฐาน หลอมรวมศาสตร์การแพทย์ทางเลือกมาบูรณาการร่วมกับการแพทย์แผนปัจจุบันให้เป็นหนึ่งเดียว เพื่อการรักษาที่ได้ผลอย่างเป็นรูปธรรมและปลอดภัยใน “เชิงป้องกันแบบระยะยาว” มีเป้าหมายที่จะส่งเสริมผลักดันให้คนไทยสามารถสร้างความสมดุลของสุขภาพในแบบองค์รวมอันยั่งยืน มุ่งน้อมนำปรัชญาการทำธุรกิจในแบบพอเพียงที่มิเพียงมุ่งหวังแต่การทำกำไร แต่จะเป็นการดำเนินธุรกิจที่สร้างสรรค์และคืนประโยชน์กลับสู่สังคมได้อย่างยั่งยืนโดยแท้จริง

“เราเชื่อในการสร้างความสมดุลของสุขภาพแบบองค์รวม (HolisticBalance of Health) ที่ผสานการทำงานร่วมกันของร่างกาย อารมณ์ และจิตใจอย่างเป็นระบบ เพื่อสร้างกลไกในการสมานข้อบกพร่องในร่างกายและฟื้นคืนพลังแห่งการดำเนินชีวิตอย่างเป็นสุข โดยวิธีการสร้างความสมดุลที่ดี ไม่ควรยึดติดว่าจะต้องใช้การดูแล ป้องกัน หรือรักษาด้วยวิธีการใดวิธีการหนึ่งเท่านั้น แต่ควรให้ความสำคัญกับคุณค่าและประโยชน์ของการผสมผสานวิธีการดูแลสุขภาพในหลากหลายศาสตร์ โดยคำนึงถึงความเหมาะสมและประโยชน์สูงสุดของผู้รับบริการเป็นหลัก”

พิชัยรัตน์ รัตนมาโนชญ์ ผู้ร่วมก่อตั้งและผู้อำนวยการศูนย์ส่งเสริมและฟื้นฟูสุขภาพองค์รวม รีเจนเนไลฟ์ไวทัล เซ็นเตอร์ กล่าวว่า Regenelife Vital Center มีวิธีการดำเนินการฟื้นฟูและคืนสมดุล ด้วย 3 แนวทางหลัก ได้แก่ 1) ให้ผู้เข้ารับบริการเป็นจุดศูนย์กลาง (Patient-Centric) เพื่อให้เกิดผลในเชิงรักษาและฟื้นฟู ผู้รับบริการสามารถเลือกผสมผสานศาสตร์การแพทย์ที่มีอยู่ในศูนย์ให้เหมาะกับตัวเองได้ แต่ละโปรแกรมจึงเหมาะกับบุคคลทั่วไปที่ต้องการเสริมประสิทธิภาพด้านสุขภาพ ไปจนถึงระดับผู้ป่วยที่ต้องการการบำบัดรักษาอย่างจริงจัง 2) ผสมผสานวิทยาศาสตร์การแพทย์แผนปัจจุบันเข้ากับการรักษาด้วยศาสตร์แพทย์ทางเลือกที่ได้มาตรฐานและเป็นที่ยอมรับในระดับสากล พร้อมเสริมประสิทธิภาพการฟื้นฟูและคืนสมดุลให้ระบบสุขภาพร่างกายด้วยองค์ความรู้ด้านสมุนไพรสกัด รวมถึงศาสตร์การบำบัดแขนงต่างๆ หลีกเลี่ยงการใช้ยาที่มีส่วนผสมของเคมีที่อาจส่งผลกระทบต่อร่างกายในระยะยาว ด้วยแก่นแท้ที่มุ่งเน้นความปลอดภัย และสำคัญที่สุดคือ 3) ทุกโปรแกรมถูกออกแบบ ให้การรับรองและให้บริการโดยคณะแพทย์และผู้เชี่ยวชาญ จากสถาบันด้านสุขภาพชั้นนำของประเทศไทย จึงมั่นใจได้ในความปลอดภัยและประสิทธิผลการรักษา

Regenelife Vital Center สามารถเข้ารับบริการได้ตั้งแต่เด็ก วัยรุ่น วัยทำงานผู้ใหญ่ ไปจนถึงวัยผู้สูงอายุ ถึงแม้ว่าไม่ป่วยก็สามารถเข้ารับบริการด้านการดูแลสุขภาพทั้ง 5 โปรแกรม ได้แก่ โปรแกรม BrainEnrichment โปรแกรมดนตรีบำบัดเชิง Brain Training ช่วยส่งเสริมการกระตุ้นและฝึกฝนการทำงานของสมองผ่านเสียงดนตรีจากเปียโนที่ใครๆ ก็เข้าถึงได้ เหมาะกับผู้รับบริการทุกวัย แม้กระทั่งผู้ที่ไม่มีพื้นฐานการเล่นเปียโนมาก่อนก็สามารถเข้าร่วมโปรแกรมนี้ได้ด้วยเทคนิค “วันทูไฟว์ เปียโน” คิดค้นโดย อาจารย์ตรีรัตน์ อุปถัมภ์โพธิวัฒน์ ผู้อำนวยการสถาบันวันทูไฟว์เปียโน

โปรแกรม Mind Way ศิลปะบำบัด ช่วยคืนสมดุลแห่งอารมณ์และฟื้นฟูสมรรถภาพทางจิตใจ ให้กลับมาสู่ความลงตัวและพอดี ผสานกับความรู้ความเชี่ยวชาญทางจิตวิทยา เพื่อเปิดประตูเข้าสู่จิตใจในระดับจิตไร้สำนึก ช่วยให้ผู้รับบริการได้แสดงความรู้สึกนึกคิดที่อยู่ภายในที่ไม่สามารถอธิบายเป็นคำพูด ให้ออกมาได้อย่างเป็นรูปธรรมโดย พญ.พัชรินทร์ สุคนธาภิรมย์ ณ พัทลุงนักศิลปะบำบัดที่ได้รับการรับรองจาก Canadian Art Therapy Association (CATA) ประเทศแคนาดา

โปรแกรม Por Dee Yoga โยคะบำบัดเพื่อฟื้นฟูร่างกายและจิตใจ ภายใต้คอนเซ็ปต์ “ความพอดี” คืนสมดุลให้กับสุขภาพ ด้วยวิธีการฝึกที่เหมาะสมกับสภาวะร่างกายและจุดมุ่งหมายของแต่ละบุคคล โดย ครูตุ๊กตา-พรวดี เจียมจรรยา ผู้เชี่ยวชาญด้านโยคะบำบัด และ โปรแกรมPor Dee Pilates การออกกำลังกายแนวพิลาทิสบำบัด ที่ผสานการเสริมสร้างกล้ามเนื้อและความแข็งแกร่งของแกนกลางเข้ากับความสมดุลด้านจิตใจ ด้วยการกำกับดูแลอย่างใกล้ชิดแบบตัวต่อตัวจาก ครูสมุย-กภ.ปรียานุชลิ่วลักษณ์ ผู้เชี่ยวชาญด้านพีลาทิสและนักกายภาพบำบัด ที่ผสานองค์ความรู้ด้านศาสตร์แห่งกายวิภาคเพื่อให้เกิดผลลัพธ์เชิงการบำบัดฟื้นฟูอย่างมีประสิทธิภาพ

และเร็วๆ นี้ พบกับการแพทย์แผนจีนแบบครบวงจร ที่ได้มาตรฐานเพื่อการดูแลสุขภาพทั้งในเชิงป้องกันและเชิงบำบัดรักษา เพื่อเพิ่มทางเลือกในการดูแลสุขภาพในแบบผสมผสานผ่านองค์ความรู้ ความเชี่ยวชาญ ของคณะแพทย์แผนจีน โดย พจ.ชญานิน งามฉายวงศ์ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านแพทย์แผนจีน

สนใจปรึกษาและเข้ารับบริการ“5 ศาสตร์แห่งแพทย์ทางร่วม” เพื่อสร้างสมดุล “ร่างกาย อารมณ์ และ จิตใจ” สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทาง LineOA : @regenelife หรือโทร.092-2697863และ www.regenelife.co