บิ๊กตู่ ดีเดย์ญัตติ “ซักฟอก” 6 รมต. เสนอวิปสามฝ่ายอภิปรายสิ้นเดือนสิงหา #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/480265

“บิ๊กตู่ ดีเดย์ญัตติ”ซักฟอก” 6 รมต. เสนอวิปสามฝ่ายอภิปรายสิ้นเดือนสิงหา

24 ส.ค. 2564

ครม.ถือฤกษ์เปิด”ซักฟอก” 6 รมต. เสนอวิปสามฝ่ายหารืออภิปรายสิ้นเดือนสิงหา ด้านนายกฯยันพร้อมแจงสร้างความเข้าใจทุกฝ่าย

ท่าทีรัฐบาลต่อการรับมือชี้แจงฝ่ายค้านในศึกซักฟอก 6 รมต. ได้กำหนดออกมาแล้วเบื้องต้น โดยที่ประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) ที่มีพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน เสนอให้พิจารณาญัตติ อภิปรายไม่ไว้วางใจ 6 รมต.ได้ ตั้งแต่วันที่ 31สิงหาคม เป็นต้นไป

"บิ๊กตู่ ดีเดย์ญัตติ"ซักฟอก" 6 รมต. เสนอวิปสามฝ่ายอภิปรายสิ้นเดือนสิงหา

เมื่อวันที่ 24  ส.ค. 64   น.ส.รัชดา  ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี  แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี  (ครม.)  ว่า ที่ประชุมครม. เห็นชอบนำเรื่องญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ รัฐมนตรีเข้าสู่การพิจารณาของที่ประชุมสภาฯตั้งแต่ 31 สิงหาคม เป็นต้นไป ส่วนจะเป็นช่วงเวลาใดบ้าง  ให้ที่ประชุมวิปสามฝ่ายได้นำไปหารือ

ทั้งนี้ พล.อ.ประยุทธ์  จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ย้ำว่า จะใช้โอกาสอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งนี้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดและรมต.พร้อมชี้แจงทุกข้อกล่าวหาให้เกิดความกระจ่าง และให้เกิดความเข้าใจต่อประชาชนทุกๆด้าน 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เกมซักฟอก พท.-ก้าวไกล รบไประแวงไป

ฝ่ายค้านเคาะยื่นไม่ไว้วางใจ ” รมต.รายบุคคล”ไม่เกิน “กย.” พุ่งเป้า”นายกฯ”

ฝ่ายค้านล็อกเป้า “ประยุทธ์ – อนุทิน” ยื่นซักฟอก 16 ส.ค.

ทั้งนี้  รัฐมนตรีที่ถูกยื่นอภิปรายทั้งหมด 6 คน คือ 1.พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม

2.นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.สาธารณสุข ที่จะถูกอภิปรายเรื่องความล้มเหลวการควบคุมสถานการณ์แพร่ระบาดเชื้อโควิด และการบริหารวัคซีนผิดพลาด

3.นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม กรณีปัญหาที่ดินเขากระโดง จ.บุรีรัมย์ กรณีการประมูลรถไฟทางคู่สายอีสานและสายเหนือที่มีปัญหาเรื่องความโปร่งใสการเสนอประมูลต่ำราคากลางเพียงเล็กน้อย และปัญหาด้านจริยธรรม กรณีถูกกล่าวหามีส่วนเกี่ยวข้องกับการแพร่ระบาดเชื้อโควิดระลอกสาม

4.นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว. เกษตรและสหกรณ์ กรณีปัญหาราคาพืชผลทางการเกษตร

5.นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน กรณีปัญหาการเยียวยาช่วยเหลือแรงงานที่ได้รับผลกระทบโควิด และปัญหาปิดแคมป์คนงาน ทำให้แรงงานรีบหนีออกจากพื้นที่ จนเชื้อโควิดแพร่กระจาย

6.นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กรณีการเอาผิดดาราที่ออกมาcall out รัฐบาล

ครม. โยก “ผู้ว่าฯปู” กลับบ้านก่อนเกษียณนั่งพ่อเมืองอ่างทอง #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/480251

ครม. โยก “ผู้ว่าฯปู”กลับบ้านก่อนเกษียณนั่งพ่อเมืองอ่างทอง

24 ส.ค. 2564

ครม.โยก”ผู้ว่าฯปู”กลับบ้านก่อนเกษียณนั่งพ่อเมืองอ่างทอง ตั้ง ณรงค์ ร้อยรัก นั่งผู้ว่าฯ สมุทรสาคร และให้ ขจรเกียรติ รักพานิชมณี พ้นจากตำแหน่งผู้ว่าราชการอ่างทอง ไปเป็นผู้ว่าราชการจังหวัดอุทัยธานี

การประชุมคณะรัฐมนตรีวันนี้(24 ส.ค.)มีรายงานข่าวว่า คณะรัฐมนตรี เห็นชอบตามที่กระทรวงมหาดไทยเสนอให้นายวีระศักดิ์ วิจิตร์แสงศรี หรือที่เรียกกันว่า ผู้ว่าปู ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร ไปดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดอ่างทอง

และให้นายขจรเกียรติ รักพานิชมณี พ้นจากตำแหน่งผู้ว่าราชการอ่างทองไปเป็นผู้ว่าราชการจังหวัดอุทัยธานีและให้นายณรงค์ ร้อยรัก พ้นจากตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดอุทัยธานี ไปเป็นผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร

ก่อนหน้านี้ เมื่อ 15 สิงหาคม 2564 ผู้ว่าฯ ปู นายวีระศักดิ์ วิจิตร์แสงศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร โพสต์เฟซบุ๊ก ยามดีใช้ ยามไข้รักษา ระบุ มีคนถามผมมาเยอะว่า ไม่ย้ายกับเขาเหรอ ไม่เห็นมีชื่อในคำสั่งหรือว่าผมเกษียณปีนี้

อยากย้ายเช่นกันครับ เหตุผลของผม คือ สุขภาพผมไม่แข็งแรง ออกพื้นที่ได้ไม่มาก ไปมาไม่สะดวก หลายคนเป็นห่วงออกจากศิริราชแล้ว ร่างกายไม่เหมือนเดิมเลย โควิดทิ้งร่องรอยไว้เยอะมาก เหนื่อย ไอ จาม มีน้ำมูก หอบง่าย

ล่าสุด มีอาการเกร็งด้านขวา ค่อนข้างมาก คุณหมอบอกว่าผมเครียดหนัก พักผ่อนน้อย ต้องถนอมชีวิตมากกว่านี้

ขณะที่ งานในสมุทรสาครไม่เครียดคงไม่ได้ กระทรวงบอกว่า ผมทำงานมากเกินไป จะย้ายให้ไปอยู่จังหวัดอื่นที่งานโควิดเบาขึ้น

ผมเป็นห่วงชาวบ้าน ก่อนถึงฤดูโยกย้าย ขอผมเป็นพนักพิงให้ชาวบ้านอุ่นใจก่อนว่า เรายังไม่หนีไปไหน พร้อมเผชิญเรื่องร้าย ๆ ไปด้วยกัน

ผมเกษียณปีหน้าครับ บอกคนใหญ่ในกระทรวง ถึงเหตุผลการย้าย มาจากสุขภาพร่างกายล้วน ๆ 

คำตอบที่ได้ตอนคำสั่งล่าสุดคือ ถึงผมอยากไปสุพรรณบุรี แต่นักการเมืองเขาไม่ยอมรับ (ซึ่งผมไม่รู้ว่าหมายถึงใคร) ผมไปไม่ได้แน่

ส่วนอ่างทอง เป็นจังหวัดเล็กเกินไป ย้ายจากสมุทรสาคร ไปจังหวัดเล็กกว่าคงไม่เหมาะ อืม…อยู่ศรีสะเกษ 22 อำเภอ สมุทรสาคร 3 อำเภอ ผมเข้าใจอะไรผิดเรื่องเล็กใหญ่แน่เลย

ไปจังหวัดอื่นก็ลำบาก อยู่สมุทรสาครต่อก็คงไม่ดี คนอยู่ที่นี่ควรจะแข็งแรงกว่าผม ทำงานได้คล่องแคล่วกว่าผม ไม่มีปัญหาด้านสุขภาพเหมือนผม

ผมคิดสะระตะในใจว่า ผู้ว่าสุพรรณฯ เป็นกัลยาณมิตรที่ดีของผม

ส่วนผู้ว่าอ่างทอง เป็นอดีตเพื่อนร่วมงานที่ดีของผมเช่นกัน ผมคงไม่มีเหตุผลใดจะไปไล่ที่เขา

ผมเคยฝันว่า จะสามารถอยู่รับราชการได้จนถึงเกษียณอายุ เพราะคือจุดหมายปลายทาง ที่ข้าราชการทุกคนปรารถนา

แต่วันนี้ ต้องยอมรับว่าเป็นได้แค่ในฝัน สาเหตุหลักมาจากการทุ่มเทให้กับงานมากไป

นึกถึงคำของผู้ใหญ่ที่บอกว่า จะหาจังหวัดอื่นที่งานโควิดเบาขึ้น แต่สุดท้ายก็ไม่ได้หาให้ คำสั่งที่เห็นจึงไม่มีชื่อผมด้วย

หลงคิดมานานว่า การจัดคนลงตำแหน่ง เป็นเรื่องของกระทรวงเป็นหลัก หรือว่าผมไม่มีสีของสิงห์ใด ๆ นอกจากสีกากีของเครื่องแบบ สีที่ผมพยายามใช้ เดินตามรอยพระบาทในหลวง ร.9 มาตลอดชีวิตการทำงาน

นึกถึงคำของคุณหมอที่บอกหลังเห็นคำสั่งว่า ผมควรใช้ชีวิตก่อนเกษียณที่สงบกว่านี้ ลาออกเถอะ บ้านเมืองย่อมมีคนมาทำงานได้ อย่าไปห่วงจนเกินตัว

นึกถึงคำของลูกสาวที่ปลอบพ่อว่า พ่อต้องดูสุขภาพและความรู้สึกพ่อเป็นหลัก พ่ออยู่ในราชการอีกแค่ปีเดียว  แต่อยู่ในชีวิตหลังเกษียณอีกหลายปี

พ่อทำงานหนักมาตลอดชีวิต ปีสุดท้ายของพ่อ น่าจะเลือกให้เหมาะกับสุขภาพพ่อเป็นสำคัญ

มาถึงตรงนี้ คนที่สนิทกัน คงรู้แล้วว่าผมเลือกจะทำยังไง จู่ ๆ ผมก็นึกถึงคำโบราณที่ว่า “ยามดีใช้ ยามไข้ (ไม่) รักษา”

ตร.ชี้ “ม็อบ 24 สิงหา” ส่อความรุนแรง เผาทรัพย์สินราชการ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/480249

ตร.ชี้ “ม็อบ 24 สิงหา” ส่อความรุนแรง เผาทรัพย์สินราชการ

24 ส.ค. 2564

ตำรวจนครบาล แถลงความพร้อมจัดกำลังตามสถานาการณ์ รับมือ “กลุ่มทะลุแก๊ส” นัด”ม็อบ 24 สิงหา” แยกดินแดงก่อความวุ่นวาย แต่ยังไร้ฤกษ์งาม ขณะการข่าวชี้ เจ้าหน้าที่ ทรัพย์สินราชการ ตกเป็นเป้า ทำร้าย เผาทำลาย เมินการแพร่โรคระบาด ฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉิน

24 ส.ค.2564  ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล( บช.น.) พล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล(รอง ผบช.น.) ในฐานะโฆษก บช.น. พร้อมด้วย พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษก สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(รอง โฆษก ตร.) ร่วมแถลงการเตรียมความพร้อมรับสถานการณ์เกี่ยวกับ กรณีที่มีการนัดหมายชุมนุมเรียกร้องทางการเมืองผ่านช่องทางออนไลน์ ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ในวันที่ 24 สิงหาคม

ตร.ชี้ "ม็อบ 24 สิงหา" ส่อความรุนแรง เผาทรัพย์สินราชการ

โดยมีกลุ่มที่นัดทำกิจกรรม คือ กลุ่มทะลุแก๊ส ยังไม่ทราบเวลานัดหมาย รวมกลุ่มก่อความวุ่นวายที่แยกดินแดง ซึ่งการข่าวทราบว่า จะมีการทำร้ายเจ้าหน้าที่โดยการใช้ ตะปูเรือใบ โรยบนท้องถนน ซึ่งจะเป็นอันตรายต่อเจ้าหน้าที่และประชาชนทั่วไป รวมทั้งจะมีการเผาทำลายทรัพย์สินทางราชการ

ตร.ชี้ "ม็อบ 24 สิงหา" ส่อความรุนแรง เผาทรัพย์สินราชการ

พล.ต.ต.ปิยะ กล่าวว่า ทาง บช.น. ขอเตือนว่า กรุงเทพมหานครเป็นพื้นที่ที่ประกาศเป็นพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวดตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ การรวมกลุ่มหรือการชุมนุมในลักษณะที่เสี่ยงต่อการแพร่โรค จะเป็นความผิดตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ และประกาศหัวหน้าผู้รับผิดชอบในการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินฯ ฉบับที่ 9, พ.ร.บ.ควบคุมโรคติดต่อฯ และความผิดอื่นที่เกี่ยวข้อง ซึ่ง บช.น. ได้จัดเตรียมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อดูแลรักษาความปลอดภัย ความสงบเรียบร้อยและอำนวยความสะดวกการจราจรไว้แล้ว ส่วนรูปแบบการปฏิบัติงานจะมีการปรับเปลี่ยนไปตามรูปแบบของกลุ่มผู้ชุมนุม หรือปรับเปลี่ยนตามสถานการณ์

ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 23 ส.ค.2564 เจ้าหน้าที่ตำรวจการจับกุมผู้ที่เข้าร่วมกันชุมนุมของกลุ่ม ทะลุแก๊ส ได้จำนวน 3 ราย เป็นผู้ชาย ทั้ง 3 ราย โดยเป็นผู้ใหญ่ 2  เด็ก 1  ทั้งหมดถูกคุมไปที่ บช.ปส. ในฐานความผิด ร่วมกันจัดกิจกรรมรวมกลุ่มของบุคคลที่มีจำนวนร่วมกันมากกว่า 5 คน ในเขตพื้นที่ที่มีการประกาศ หรือคำสั่งกำหนดเป็นพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด , ร่วมชุมนุมหรือทำกิจกรรมที่มีความเสี่ยงต่อการแพร่โรคในพื้นที่ที่มีการ หรือคำสั่งกำหนดเป็นพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด , มั่วสุมกันตั้งแต่สิบคนขึ้นไป ใช้กำลังประทุาร้าย ขู่เข็ญว่าจะใช้กำลังประทุษร้าย หรือกระทำการอย่างหนึ่งอย่างใดให้เกิดการวุ่นวายขึ้นในบ้านเมือง โดยผู้หนึ่งผู้ใดมีอาวุธ ,เมื่อเจ้าพนักงานสั่งผู้ที่มั่วสุมเพื่อกระทำความผิดตามมาตรา 215 ให้เลิกไป ผู้ใดไม่เลิก และมียาเสพติดประภท 5 (กัญชา) ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต (เฉพาะราย) พร้อมด้วยของกลาง ดังนี้  
1.กัญชาแห้ง 1 ห่อ น้ำหนัก 3.81 กรัม
2.ลูกแก้ว 30 ลูก
3.ประทัดบอลเล็ก 26 ลูก

นอกจากนั้นยังได้ยึดรถจักรยานยนต์ 2 คัน และมีเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับบาดเจ็บ 1 นาย

“กระทรวงวัฒนธรรม” ได้รับจัดสรรงบฯปี 65 กว่า 7,100 ล้านบาท #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/480242

“กระทรวงวัฒนธรรม” ได้รับจัดสรรงบฯปี65 กว่า 7,100 ล้านบาท

24 ส.ค. 2564

อิทธิ คุณปลื้ม แจกแจง งบประมาณ65 “กระทรวงวัฒนธรรม” ได้รับการจัดสรรงบฯ กว่า 7,100 ล้านบาท นโยบายยังคงมุ่งเน้นสืบสาน รักษา ต่อยอดงานด้านศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรมของชาติ เดินหน้านำทุนวัฒนธรรมเสริมการเรียนรู้ บูรณาการเศรษฐกิจชุมชนบนฐานวัฒนธรรม

นายอิทธิพล คุณปลื้ม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม(รมว.วธ.) เปิดเผยว่า ในปีงบประมาณ 2565 กระทรวงวัฒนธรรม(วธ.)ยังคงมีกรอบการดำเนินงานมุ่งเน้นการสืบสาน รักษา ต่อยอด และปฏิบัติหน้าที่ราชการด้วยหลักธรรมาภิบาลเพื่ออนุรักษ์และพัฒนางานด้านศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรมของชาติ

โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ระลอกปัจจุบัน 

ดังนั้นกระทรวงวัฒนธรรม จึงได้วางแผนงานโครงการเพื่อให้สามารถนำทุนทางวัฒนธรรมมาเป็นกลไกขับเคลื่อนชุมชน สังคม โดยเฉพาะเศรษฐกิจชุมชนที่เป็นรากฐานของการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศเพื่อสร้างงาน สร้างรายได้ให้แก่ประชาชน ชุมชนและประเทศชาติอย่างยั่งยืน

ซึ่งในปีงบประมาณ 2565 วธ.ได้รับจัดสรรงบประมาณวงเงินรวมทั้งสิ้นกว่า 7,100 ล้านบาท ลดลงจากปีงบประมาณ 2564 คิดเป็นร้อยละ 12.34 แบ่งเป็นดังนี้ 

สำนักงานปลัดกระทรวงวัฒนธรรม(สป.วธ.) กว่า 2,111 ล้านบาท กรมการศาสนา(ศน.) กว่า 329 ล้านบาท กรมศิลปากร(ศก.) กว่า 2,532 ล้านบาท กรมส่งเสริมวัฒนธรรม(สวธ.)กว่า 551 ล้านบาท สำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย(สศร.)กว่า 187 ล้านบาท

สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์(สบศ.) 1,015 ล้านบาท ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)กว่า 95 ล้านบาท หอภาพยนตร์(องค์การมหาชน) กว่า 82 ล้านบาทและศูนย์คุณธรรม (องค์การมหาชน) กว่า 88 ล้านบาท 

ทั้งนี้ โดยภาพรวมหน่วยงานสังกัดวธ. 9 หน่วยงานส่วนใหญ่ได้รับจัดสรรงบฯ ลดลงมีหน่วยงานเดียวคือ ศูนย์คุณธรรม (องค์การมหาชน)ที่ได้รับจัดสรรงบฯ เพิ่มขึ้นจากปีงบฯ 2564 คิดเป็นร้อยละ 19.08

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม กล่าวอีกว่า สำหรับโครงการ/กิจกรรมสำคัญที่จะดำเนินการขับเคลื่อนในปีงบฯ 2565 ได้แก่ (1).สำนักงานปลัดกระทรวงวัฒนธรรม โครงการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์และวัฒนธรรม โครงการส่งเสริมการท่องเที่ยวชุมชน ยลวิถี โครงการพัฒนาผลิตภัณฑ์วัฒนธรรมไทย (CPOT)

โครงการจัดทำและพัฒนาระบบศูนย์ข้อมูลใหญ่ วธ. (M-Culture Big Data)เพื่อต่อยอดและพัฒนามูลค่าทางเศรษฐกิจ โครงการเสริมสร้างพหุวัฒนธรรมที่เข้มแข็ง 

(2). กรมการศาสนา โครงการส่งเสริมคุณธรรม งานอุปถัมภ์คุ้มครองศาสนา โครงการบูรณะศาสนสถาน โครงการการเสริมสร้างคุณธรรม จริยธรรม ค่านิยมและความเป็นไทย

(3). กรมศิลปากร โครงการพัฒนาและส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ ศาสนา และวัฒนธรรม การพัฒนาและเพิ่มศักยภาพโรงละครแห่งชาติ การอนุรักษ์และพัฒนาอุทยานประวัติศาสตร์ศรีเทพ การอนุรักษ์และพัฒนาอุทยานประวัติศาสตร์ภูพระบาท การอนุรักษ์และพัฒนาอุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา การอนุรักษ์และพัฒนาอุทยานประวัติศาสตร์พนมรุ้ง

การอนุรักษ์และพัฒนาเมืองเก่าลพบุรี การปรับปรุงและพัฒนานิทรรศการถาวร การจัดตั้งพิพิธภัณฑสถานงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร

พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หอศิลป กรุงเทพฯ การจัดสร้างพิพิธภัณฑ์มรดกทางวัฒนธรรมอิสลามและศูนย์การเรียนรู้อัลกุรอาน

 (4).กรมส่งเสริมวัฒนธรรมโครงการส่งเสริมการดำเนินงานมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม โครงการส่งเสริมและเผยแพร่ค่านิยม และวัฒนธรรมความเป็นไทย โครงการสร้างรายได้แก่ศิลปิน นักแสดงพื้นบ้าน ชุมชนและเจ้าของมรดกทางวัฒนธรรม

นายอิทธิพล กล่าวด้วยว่า นอกจากนี้ (5).สำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย โครงการพัฒนาศักยภาพชุมชนสู่การเป็นเมืองแห่งศิลปะ (จ.เชียงราย จ.นครราชสีมา และ จ.กระบี่) โครงการส่งเสริมและพัฒนาศิลปะสร้างสรรค์ เช่น กิจกรรมการพัฒนาการออกแบบเครื่องแต่งกายผ้าไทยร่วมสมัย โครงการส่งเสริมและพัฒนาศิลปะสร้างสรรค์ อาทิ กิจกรรมศิลปินร่วมสมัย สู้ภัยโควิด ด้วยจิตสำนึก

 (6). สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ โครงการพัฒนาแหล่งเรียนรู้ทางการศึกษาด้านศิลปวัฒนธรรม โครงการส่งเสริมเด็กไทยเล่นดนตรีคนละ 1 ชิ้น โครงการสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการจัดการการศึกษาตั้งแต่ระดับอนุบาลจนจบการศึกษาขั้นพื้นฐาน 

(7). ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน) กิจกรรมส่งเสริมการประโยชน์องค์ความรู้มานุษยวิทยาสู่สาธารณะ กิจกรรมพัฒนาศักยภาพการจัดการข้อมูลวัฒนธรรมและการจัดการคลังข้อมูลชุมชน 

(8). หอภาพยนตร์(องค์การมหาชน) มีโครงการสำคัญ เช่น โครงการพัฒนาแหล่งเรียนรู้ศิลปวัฒนธรรมภาพยนตร์ไทยและโลก โครงการส่งเสริมการใช้ภาพยนตร์ให้เป็นสื่อการเรียนรู้ และ

(9).ศูนย์คุณธรรม (องค์การมหาชน) ส่งเสริมสนับสนุนการป้องกันการต่อต้านทุจริตด้วยการยกระดับบทบาทของวิทยากรส่งเสริมคุณธรรมและการมีส่วนร่วมของประชาชนในพื้นที่ โครงการส่งเสริมเครือข่ายทางสังคม ต่อต้านการทุจริตด้วยมิติทางวัฒนธรรมและมิติด้านสังคม

“ซึ่งทาง กระทรวงวัฒนธรรมตระหนักและเข้าใจ ในสถานการณ์โควิด-19 เป็นอย่างมาก งบประมาณปี 2565 จึงจะต้องเป็นเครื่องมือสำคัญในการสนับสนุนสังคม วัฒนธรรม ให้สามารถ ผ่านพ้น อุปสรรค ไปให้ได้ อย่างดีที่สุดต่อไป”รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม กล่าวในที่สุด

จับตา ครม. พิจารณา “ATK” 8.5 ล้านชุด หลังมีข่าวนายกฯ ไฟเขียวจัดซื้อ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/480237

จับตา ครม. พิจารณา “ATK “8.5 ล้านชุด หลังมีข่าวนายกฯ ไฟเขียวจัดซื้อ

24 ส.ค. 2564

จับตา ครม. พิจารณา “ATK” 8.5 ล้านชุด หลังมีข่าวนายกฯ ไฟเขียวจัดซื้อ- สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ขอเงินราชการลับ- การขยายระยะเวลาและรายงานเหตุผลที่ไม่อาจดำเนินการตามพระราชกฤษฎีกาตาม ม.9 และ ม.10 พ.ร.บ.หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและ รมว.กลาโหม  เป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี หรือ ครม. ผ่านระบบ Video Conference ณ ห้อง PMOC ชั้น 2 ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล

โดยคาดการณ์ว่าที่ประชุม ครม. จะมีการรายงานสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ปริมาณเตียงคงเหลือ ซึ่งขณะนี้มีแนวโน้มอัตราการติดเชื้อที่ลดลง การจัดการวัคซีน 

รวมไปถึงต้องจับตานายกรัฐมนตรีจะแก้ไขปัญหาอย่างไร ในการจัดหาอุปกรณ์ทางการแพทย์ต่างๆ โดยเฉพาะ Antigen Rapid Test Kit หรือ ATK ที่มีการสั่งการให้องค์การเภสัชกรรมหรือ อภ.นั้นจัดซื้อผ่านงบจอง สปสช.จำนวน 8.5 ล้านชิ้น

หลังมีรายงานข่าวว่านายกรัฐมนตรีอนุมัติให้มีการจัดซื้อ ส่วนจะต้องผ่านการรับรององค์การอนามัยโลกหรือไม่นั้นต้องรอมติที่ประชุมคณะรัฐมนตรีต่อไป

นอกจากนี้ยังวาระสำคัญอื่นๆ

-สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี (สลน. )ขออนุมัติโอนเงินจัดสรรงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2564  เพื่อเป็นเงินราชการลับของสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ( เพิ่มเติม ) 

-สธ. เสนอการขยายระยะเวลาและรายงานเหตุผลที่ไม่อาจดำเนินการตามพระราชกฤษฎีกาตาม ม.9 และ ม.10 พ.ร.บ.หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ

-ป.ป.ช. เสนอป้องกันการทุจริต 1 หมู่บ้าน 1 กม. ถนนพาราซอยล์ซีเมนต์ 

 นอกจากนี้คาดว่า กระทรวงการคลัง จะเสนอที่ประชุมคณะรัฐมนตรีพิจารณาคงอัตราภาษีมูลค่าเพิ่มที่ร้อยละ 7 หลังมติครม.วันที่ 25 สิงหาคม 2563 ให้มีผลตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2563 ถึง 30 กันยายน 2564  ซึ่งใกล้จะครบกำหนดวันสิ้นสุดแล้ว

ด้านนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรีจะเสนอให้ที่ประชุมพิจารณา การอุดหนุนค่าอุปกรณ์การเรียนของนักเรียนสายอาชีพ อาชีวศึกษา รวมไปถึงเสนอการปรับปรุงโครงสร้างการแบ่งส่วนราชการของสำนักงบประมาณ สำนักนายกรัฐมนตรี 

ขณะที่นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ได้เสนอชื่อ  นายแพทย์ไตรยฤทธิ์ เตมหิวงศ์ ผู้ตรวจราชการกระทรวง ขึ้นดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ แทน พันตำรวจโท กรวัชร์ ปานประภากร ที่จะเกษียณอายุราชการในวันที่ 30 กันยายน 2564 นี้

“ยังไม่จ่าย” สิระเผยไฮโซลูกนัทออกรายการคมชัดลึก เริ่มมองเห็น (ชมคลิป) #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/480221

“ยังไม่จ่าย” สิระเผยไฮโซลูกนัทออกรายการคมชัดลึก เริ่มมองเห็น (ชมคลิป)

24 ส.ค. 2564

https://www.dailymotion.com/embed/video/x83oujw

สิระ เผย “ยังไม่จ่าย” หลังสังเกตเห็น ไฮโซลูกนัท แหวกลูกตาออกรายการคมชัดลึก เริ่มมองเห็นได้ 15 เปอร์เซนต์ ท้าให้นำแพทย์คนกลางมายืนยัน

ภายหลัง นายธนัตถ์ ธนากิจอำนวย หรือ ไฮโซลูกนัท ไปออกรายการคมชัดลึก พร้อมแหวกลูกตาผ่านทางสถานี เพื่อยืนยันว่าตนเองสูญเสียดวงตาจากการชุมนุมทางการเมือง ทำให้ สิระ เจนจาคะ ส.ส.พลังประชารัฐ จับสังเกตได้พร้อมกับประกาศว่า “ยังไม่จ่าย” หนึ่งล้านบาทให้ไฮโซลูกนัท 

(ชมคลิป : ลูกนัทเผยอาการบาดเจ็บทางสายตาผ่านรายการคมชัดลึก ) 

ความเคลื่อนไหวของ นายธนัตถ์  ธนากิจอำนวย หรือ “ไฮโซลูกนัท” ซึ่งประสบเหตุจากการชุมนุมที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ จนได้รับบาดเจ็บที่ดวงตา  โดยออกมาแถลงว่า ตนได้สูญเสียดวงตา เตรียมฟ้องดำเนินคดีเอาผิดกับผู้ที่ทำให้ตนเองได้รับบาดเจ็บครั้งนี้ 

ต่อมาหลังออกจากรพ. ไฮโซลูกนัท ยังได้ออกไปร่วมชุมนุมที่บริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย พร้อมกับแต่งกายไม่เหมาะสม จนถูกหลายฝ่ายออกมาตำหนิพฤติกรรมดังกล่าว 

ทั้งนี้ นายสิระ เจนจาคะ  ส.ส.กทม. พรรคพลังประชารัฐ ยังได้ออกมาท้าทาย นายธนัตถ์ หรือ ไฮโซลูกนัท ด้วยว่า หากตาบอดจริง พร้อมจ่ายเงินให้หนึ่งล้านบาท ขณะที่ นายธนัตถ์ พร้อมรับคำท้าด้วยการให้ตรวจสอบดวงตาต่อนายสิระ 

ล่าสุด  นายสิระ เจนจาคะ ส.ส.กทม.พรรคพลังประชารัฐ แถลงว่า “ไม่ขอเรียกว่าไฮโซลูกนัท เนื่องจากทราบว่าพ่อและแม่ของลูกนัทไม่ได้แฮปปี้กับพฤติกรรมการเคลื่อนไหวชุมนุม ส่วนเรื่องดวงตา ขอย้ำว่า ที่เคยพูดว่าถ้าบอดสนิทให้หาหมอมายืนยันพร้อมใบรับรองแพทย์จะให้เงินหนึ่งล้านบาท  
 

“เท่าที่ผมราบมาจากแหล่งข่าว มีข่าวดีว่าตาของนายธนัตถ์ สามารถมองเห็นได้ 15% ผมขอดีใจด้วย หากเป็นเรื่องจริงก็ถือว่าเป็นข่าวดี”  นายสิระ  กล่าว 

ส.ส.พรรคพลังประชารัฐผู้นี้ ยังได้เปิดเผยว่า  เมื่อวานนี้ที่นายธนัตถ์ไปออกรายการโทรทัศน์ คมชัดลึก  จับผิดได้หลายอย่าง ไปแหกตาตัวเองแหกได้คนเดียวแต่แหกคนอื่นไม่ได้ เพราะเห็นว่าจังหวะที่นิ้วเข้าใกล้ดวงตาที่บอด   

ข่าวที่เกี่ยวข้อง 

“ไฮโซลูกนัท” เซอร์ไพรส์ ร่วมม็อบ ทะลุฟ้า ถือป้าย ภารดรภาพของประชาชน

“ไฮโซลูกนัท” แถลงการณ์ เดินหน้าฟ้องเอาผิดผู้เกี่ยวข้องกรณีตาบอดข้างขวา

ด่วน “ไฮโซลูกนัท” ตาบอด หลังถูกยิงขณะร่วมม็อบ13สิงหา

“ถ้าบอดจริงทำไมตากระพริบ และหมอก็ไม่มา พิธีกรก็ใจร้ายไปไหม ให้คนตาบอดมาแหกตาตัวเองเพื่ออะไร เพราะเรื่องนี้ ต้องให้หมอแหก จะแหกคนทั้งประเทศหรืออย่างไร ซึ่งถ้าตาบอดจริงต้องถามแพทย์ว่าจะต้องควักลูกตาออก แล้วนำดวงตาเทียมมาใส่หรือไม่ ทั้งนี้หากพบว่าตาบอดจริงก็ขอแสดงความเสียใจและจะพาไปที่สภากาชาดไทยเพื่อขอรับบริจาคดวงตาจากผู้มีจิตศรัทธา”  นายสิระ กล่าว 

“ถ้าแน่จริงวันจันทร์หน้า ผมขอวางเงิน 1 ล้านบาท ให้นายธนัตถ์ เอามาเพิ่มอีก 10 ล้านบาทนัดที่บ้านได้ แต่ไม่ขอหน้าที่รัฐสภาไปหา ไปหาหมอคนกลางจากโรงพยาบาลรัฐบาล ตรวจสอบพิสูจน์ดวงตา 3 คน  แต่ทั้งนี้ก็ไม่ทราบว่าจะมีเงินจำนวนถึง 10 ล้านบาทหรือไม่เนื่องจากที่บ้านก็ไม่เอาด้วย และถ้าเป็นข่าวดีไม่บอดสนิท ให้นำเงิน 10 ล้านบาทไปซื้อข้าวหอมมะลิไปเพื่อแแจกแก่คนหลักสี่-จตุจักร”  นายสิระ กล่าวท้าพิสูจน์อีกครั้ง  
 

นายสิระ กล่าวว่า  ส่วนวันนี้( 24 ส.ค.) นายธนัตถ์บุกรัฐสภาเพื่อทวงเงินหนึ่งล้านบาท  ไม่ขอเจอคนอย่างนี้ กลัวว่าสิ่งที่นำมาจากหมอคนเดียววินิจฉัยถูกหรือไม่ เพราะเราก็เห็นว่าหมอบางคนลืมผ้าก็อตไว้ที่ท้องผู้ป่วย  หรือหมอบางคนวินิจฉัยให้คนตายก็มีหมอติดคุกก็มีเยอะ ต้องไปถามประกันว่านายธนัตถ์ไปเบิกประกันว่าตาบอดหรือไม่

ทั้งนี้ นายสิระ ยืนยันว่า การท้าพิสูจน์ครั้งนี้ ไม่ใช่การบ่ายเบี่ยงต้องการหมอคนกลางมา พิสูจน์ย้ำ ตนเองมีเงินเยอะสามารถจ่ายได้ 1 ล้านบาท 

“สิระ” ยังไม่จ่าย 1 ล้าน ให้เอาหมอคนกลาง รพ.รัฐ 3 คนตรวจสอบบอดสนิทหรือไม่ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/480217

“สิระ”ยังไม่จ่าย 1 ล้าน ให้เอาหมอคนกลาง รพ.รัฐ 3 คนตรวจสอบบอดสนิทหรือไม่

24 ส.ค. 2564

“สิระ”ยังไม่จ่าย 1 ล้าน ยันไม่บ่ายเบี่ยง แต่ขอพิสูจน์อีกรอบวางเดิมพัน 1 : 10 ล้าน เอาหมอคนกลางโรงพยาบาลรัฐ 3 คนตรวจสอบว่าบอดสนิทหรือไม่ หลังทราบข่าวดี “ตาลูกนัท” เห็นแล้ว 15% ไม่รู้จริงหรือไม่

นายสิระ เจนจาคะ ส.ส.กทม. พรรคพลังประชารัฐ แถลงถึงการท้าพิสูจน์ “ไฮโซลูกนัท-นายธนัตถ์ ธนากิจอำนวย” ว่า ตนไม่ขอเรียกว่าไฮโซลูกนัท เนื่องจากทราบว่าพ่อและแม่ของลูกนัทไม่ได้แฮปปี้กับพฤติกรรมการเคลื่อนไหวชุมนุม

ส่วนเรื่องดวงตาขอย้ำว่าที่เคยพูดว่าถ้าบอดสนิทให้หาหมอมายืนยันพร้อมใบรับรองแพทย์จะให้เงินหนึ่งล้านบาท แต่เท่าที่ตนทราบมาจากแหล่งข่าว มีข่าวดีว่าตาของนายธนัตถ์ สามารถมองเห็นได้ 15%

ตนขอดีใจด้วย หากเป็นเรื่องจริงก็ถือว่าเป็นข่าวดีถือว่าเป็นข่าวดี แต่เมื่อวานนี้ที่นายธนัตถ์ไปออกรายการโทรทัศน์ ตนจับผิดได้หลายอย่าง ไปแหกตาตัวเองแหกได้คนเดียวแต่แหกคนอื่นไม่ได้

เพราะเห็นว่าจังหวะที่นิ้วเข้าใกล้ดวงตาที่อ้างว่าบอด  ถ้าบอดจริงทำไมตากระพริบ และหมอก็ไม่มา พิธีกรก็ใจร้ายไปไหม ให้คนตาบอดมาแหกตาตัวเองเพื่ออะไร เพราะเรื่องนี้ต้องให้หมอแหก จะแหกคนทั้งประเทศหรืออย่างไร

ตนขอดีใจด้วย หากเป็นเรื่องจริงก็ถือว่าเป็นข่าวดีถือว่าเป็นข่าวดี แต่เมื่อวานนี้ที่นายธนัตถ์ไปออกรายการโทรทัศน์ ตนจับผิดได้หลายอย่าง ไปแหกตาตัวเองแหกได้คนเดียวแต่แหกคนอื่นไม่ได้

เพราะเห็นว่าจังหวะที่นิ้วเข้าใกล้ดวงตาที่อ้างว่าบอด  ถ้าบอดจริงทำไมตากระพริบ และหมอก็ไม่มา พิธีกรก็ใจร้ายไปไหม ให้คนตาบอดมาแหกตาตัวเองเพื่ออะไร เพราะเรื่องนี้ ต้องให้หมอแหก จะแหกคนทั้งประเทศหรืออย่างไร

ซึ่งถ้าตาบอดจริงต้องถามแพทย์ว่าจะต้องควักลูกตาออก แล้วนำดวงตาเทียมมาใส่หรือไม่ ทั้งนี้หากพบว่าตาบอดจริงก็ขอแสดงความเสียใจและจะพาไปที่สภากาชาดไทยเพื่อขอรับบริจาคดวงตาจากผู้มีจิตศรัทธา

นายสิระยัง ยังท้าพิสูจน์ว่าถ้าแน่จริงวันจันทร์หน้า ตนขอวางเงิน 1 ล้านบาทให้นายธนัตถ์ เอามาเพิ่มอีก 10 ล้านบาทนัดที่บ้านได้ แต่ไม่ขอหน้ารัฐสภา ไปหาหมอคนกลางจากโรงพยาบาลรัฐบาล ตรวจสอบพิสูจน์ดวงตา 3 คน

แต่ทั้งนี้ก็ไม่ทราบว่าจะมีเงินจำนวนถึง 10 ล้านบาทหรือไม่เนื่องจากที่บ้านก็ไม่เอาด้วย และถ้าเป็นข่าวดีไม่บอดสนิท ให้นำเงิน 10 ล้านบาทไปซื้อข้าวหอมมะลิเพื่อแแจกแก่คนหลักสี่-จตุจักร 

ส่วนที่วันนี้นายธนัตถ์ บุกรัฐสภาเพื่อทวงเงินหนึ่งล้านบาท  ตนไม่ขอเจอคนอย่างนี้ กลัวว่าสิ่งที่นำมาจากหมอคนเดียววินิจฉัยถูกหรือไม่ เพราะเราก็เห็นว่าหมอบางคนลืมผ้าก็อตไว้ที่ท้องผู้ป่วย หรือหมอบางคนวินิจฉัยให้คนตายก็มี

หมอติดคุกก็มีเยอะ ต้องไปถามประกันว่านายธนัตถ์ไปเบิกประกันว่าตาบอดหรือไม่ ทั้งนี้นายสิระยืนยันว่า การท้าพิสูจน์ครั้งนี้ ไม่ใช่การบ่ายเบี่ยงต้องการหมอคนกลางมาพิสูจน์ ย้ำตนเองมีเงินเยอะสามารถจ่ายได้ 1 ล้านบาท

ก.ต. ไม่อนุมัติ “ปรเมษฐ์ ” เป็นผู้พิพากษาอาวุโส 1 ต.ค. พ้นจากราชการทันที #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/480208

ก.ต. ไม่อนุมัติ “ปรเมษฐ์ ” เป็นผู้พิพากษาอาวุโส 1 ต.ค. พ้นจากราชการทันที

24 ส.ค. 2564

คณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม( ก.ต. ) มติ 7:7 เท่ากัน รองประธานศาลฎีกาลงมติชี้ขาด ไม่อนุมัติให้ “ปรเมษฐ์ โตวิวัฒน์” อธิบดีผู้พิพากษาศาลคดีทุจริตฯ ภาค 1 เป็นผู้พิพากษาอาวุโส ส่งผล 1 ต.ค. 64 พ้นจากราชการทันที

การประชุมคณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม(ก.ต.)โดยมีนางเมทินี ชโลธร ประธานศาลฎีกา เป็นประธานในที่ประชุม มีการพิจารณาวาระสำคัญคือ กรณีการแต่งตั้งนายปรเมษฐ์ โตวิวัฒน์ อธิบดีผู้พิพากษาศาลคดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 1 ถูกย้ายมาช่วยราชการศาลอุทธรณ์ภาค 1 เป็นผู้พิพากษาอาวุโส

ก่อนการพิจารณา นางเมทินี ได้ออกจากที่ประชุม เนื่องจากถูกนายปรเมษฐ์ ยื่นฟ้องต่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ถือว่ามีส่วนได้ส่วนเสียต่อเรื่องนี้ โดยมีรองประธานศาลฎีกาท่านหนึ่ง ทำหน้าที่เป็นประธานการประชุมแทน

โดยที่ประชุม ก.ต. มีมติ 7 ต่อ 7 เสียง ทำให้รองประธานศาลฎีกาที่ทำหน้าที่แทนประธานในที่ประชุม ได้ลงเสียงชี้ขาด ไม่อนุมัติให้นายปรเมษฐ์ เป็นผู้พิพากษาอาวุโส

ทั้งนี้เมื่อ ก.ต. ลงมติไม่อนุมัติให้นายปรเมษฐ์ เป็นผู้พิพากษาอาวุโสแล้วส่งผลให้นายปรเมษฐ์ต้องพ้นจากราชการในวันที่ 1 ต.ค.นี้ทันที เนื่องจากอายุครบ 65  ปี

อย่างไรก็ดีการสอบสวนทางวินัยอย่างร้ายแรง กรณีถูกกล่าวหาว่าแทรกแซงการพิจารณาคดีในศาลอาญาคดีทุจริตฯ ภาค 1 ยังคงถูกดำเนินการต่อไป

ก่อนหน้านี้ในการเสนอแต่งตั้งข้าราชการตุลาการนั้น ได้มีการเสนอชื่อให้กับคณะอนุกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม (อ.ก.ต.) พิจารณาก่อนเสนอเรื่องให้กับที่ประชุม ก.ต. โดยในรายของนายปรเมษฐ์ อ.ก.ต. มีมติเอกฉันท์ 20 ต่อ 0 เสียง เห็นว่า ไม่ควรแต่งตั้งเป็นผู้พิพากษาอาวุโส

ที่มา : สำนักข่าวอิศรา

ด่วน บิ๊กป้อม ลงนามตั้งศูนย์ฯ ปราบภัย “ความมั่นคงทางระบบคอมพิวเตอร์” แล้ว #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/480179

ด่วน บิ๊กป้อม ลงนามตั้งศูนย์ฯ ปราบภัย “ความมั่นคงทางระบบคอมพิวเตอร์” แล้ว

24 ส.ค. 2564

จับตาบทบาทหน้าที่ศูนย์ประสานการรักษาความมั่นคงปลอดภัยระบบคอมพิวเตอร์แห่งชาติ บิ๊กป้อม ลงนามตั้งปราบภัย “ความมั่นคงทางระบบคอมพิวเตอร์” ราชกิจจานุเบกษาประกาศแล้ว

ศูนย์ฯ ปราบภัย “ความมั่นคงทางระบบคอมพิวเตอร์” มีผลบังคับใช้แล้ว เว็บไซต์ ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ ประกาศคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ เรื่อง การจัดตั้ง หน้าที่และอำนาจของศูนย์ประสานการรักษาความมั่นคงปลอดภัยระบบคอมพิวเตอร์แห่งชาติ พ.ศ. 2564 โดย พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ

สำหรับ ศูนย์ประสานการรักษาความมั่นคงปลอดภัยระบบคอมพิวเตอร์แห่งชาติ จัดให้มีหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการในการจัดชั้นความลับของข้อมูลต่าง ๆ การกำหนดสิทธิในการเข้าถึงข้อมูล และการดำเนินการอื่นใดที่เกี่ยวข้อง เพื่อรักษาความลับ (confidentiality) ความถูกต้อง (integrity) ตลอดจนความพร้อมในการใช้งาน (availability) ของข้อมูลที่เกี่ยวข้อง

การดำเนินมาตรการเชิงรุกเพื่อป้องกันและเฝ้าระวังความเสี่ยงในการเกิดภัยคุกคามทางไซเบอร์ ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ ดังนี้

5.1.1 ปฏิบัติงานร่วมกับหรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานภายใต้การดูแล เพื่อเฝ้าระวัง ติดตาม และเตรียมความพร้อมในการรับมือเมื่อได้รับการแจ้งเตือนเกี่ยวกับภัยคุกคามทางไซเบอร์

5.1.2 เป็นศูนย์กลางเครือข่ายข้อมูลและส่งเสริมความร่วมมือด้านการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ของประเทศ โดยอาจประสานงานหรือร่วมมือกับเครือข่ายหรือภาคีทั้งในและต่างประเทศ เพื่อรับ ส่งต่อ หรือแลกเปลี่ยนข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับภัยคุกคามทางไซเบอร์และเตรียมความพร้อมในการรับมือเมื่อได้รับการแจ้งเตือนเกี่ยวกับภัยคุกคามทางไซเบอร์

5.1.3 จัดทำข้อมูลทางสถิติด้านการตอบสนองและรับมือกับภัยคุกคามทางไซเบอร์ ตลอดจนข้อมูลการแจ้งเตือนที่สำคัญ และข้อมูลอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องเพื่อเผยแพร่ต่อสาธารณะ

5.1.4 วิเคราะห์และตรวจสอบข่าวกรองเกี่ยวกับภัยคุกคามทางไซเบอร์ที่อาจเกิดขึ้น ดำเนินการเพื่อป้องกันปัญหาที่อาจเกิดขึ้น รวมถึงการเผยแพร่ข้อมูลที่มีความจำเป็นเพื่อให้หน่วยงานภายใต้การดูแลสามารถดำเนินมาตรการป้องกันหรือจัดการกับสถานการณ์ด้านภัยคุกคามทางไซเบอร์ที่อาจเกิดขึ้น เช่น การให้คำแนะนำแก่หน่วยงานดังกล่าวในการตรวจจับการบุกรุก และการวิเคราะห์ข้อมูล เป็นต้น

5.1.5 ให้การแจ้งเตือนเกี่ยวกับภัยคุกคามทางไซเบอร์ที่อาจเกิดขึ้น หรือให้คำเตือนเกี่ยวกับช่องโหว่ที่อาจถูกใช้เป็นช่องทางในการก่อภัยคุกคามทางไซเบอร์ เพื่อให้หน่วยงานภายใต้การดูแลดำเนินการเพื่อให้มีการป้องกันโครงสร้างพื้นฐานสำคัญทางสารสนเทศ หรือระบบงานที่มีความสำคัญอื่น ๆ ได้อย่างทันท่วงที

5.1.6 ติดตามความก้าวหน้าด้านเทคโนโลยีต่าง ๆ เพื่อจัดทำข้อเสนอแนะเกี่ยวกับการป้องกันภัยคุกคามทางไซเบอร์หรือแนวปฏิบัติพื้นฐาน (baseline) ในการป้องกันหรือเตรียมความพร้อมในการรับมือเมื่อได้รับการแจ้งเตือนเกี่ยวกับภัยคุกคามทางไซเบอร์

5.1.7 เมื่อได้รับการร้องขอจากหน่วยงานภายใต้การดูแล หรือเมื่อได้รับการประสานงานในกรณีที่คาดว่าจะเกิดภัยคุกคามทางไซเบอร์ขึ้นกับหน่วยงานดังกล่าว ศูนย์ประสานการรักษาความมั่นคงปลอดภัยระบบคอมพิวเตอร์แห่งชาติอาจพิจารณาดำเนินการ ดังนี้

(1) รวบรวมข้อมูล ติดตาม วิเคราะห์ และประมวลผลข้อมูลเพื่อทำวิจัยเชิงรุกเกี่ยวกับรูปแบบของการเกิดภัยคุกคามทางไซเบอร์ เพื่อประเมินผลกระทบและแนวโน้มของการเกิดภัยคุกคามทางไซเบอร์ในรูปแบบต่าง ๆ

(2) ให้การช่วยเหลือ แนะนำ และสนับสนุนในการดำเนินมาตรการป้องกันตามแนวทางปฏิบัติที่ดี (best practice) เพื่อเตรียมความพร้อมในการรับมือเมื่อได้รับการแจ้งเตือนเกี่ยวกับภัยคุกคามทางไซเบอร์

(3) ประเมินความเสี่ยงและช่องโหว่ที่อาจถูกใช้ในการก่อภัยคุกคามทางไซเบอร์เพื่อนำไปสู่การจัดการช่องโหว่ การดำเนินมาตรการป้องกัน หรือกระทำการอื่นใดเพื่อการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์

(4) ตรวจจับเหตุการณ์ที่อาจนำมาสู่การบุกรุก วิเคราะห์สิ่งบอกเหตุการณ์ หรือดำเนินการอื่นใดที่เกี่ยวข้องเพื่อตรวจสอบโปรแกรม หรือค้นหาสิ่งที่ไม่พึงประสงค์ (malicious code) ซึ่งอาจเป็นอันตรายต่อโครงสร้างพื้นฐานสำคัญทางสารสนเทศ หรือระบบงานที่มีความสำคัญอื่น ๆ

ทั้งนี้ เพื่อประโยชน์ในการประสานงานและการแจ้งเตือนเกี่ยวกับภัยคุกคามทางไซเบอร์ให้ ศูนย์ประสานการรักษาความมั่นคงปลอดภัยระบบคอมพิวเตอร์แห่งชาติ ดำเนินการเพื่อให้มีการรับลงทะเบียนข้อมูลและจัดทำบัญชีช่องทางการติดต่อ (point of contact) ของหน่วยงานภายใต้การดูแล เพื่อใช้เป็นช่องทางหลักในการติดต่อสื่อสารระหว่างศูนย์ประสานการรักษาความมั่นคงปลอดภัยระบบคอมพิวเตอร์แห่งชาติกับหน่วยงานดังกล่าว

ศูนย์ประสานการรักษาความมั่นคงปลอดภัยระบบคอมพิวเตอร์แห่งชาติ, ความมั่นคงทางระบบคอมพิวเตอร์
ศูนย์ประสานการรักษาความมั่นคงปลอดภัยระบบคอมพิวเตอร์แห่งชาติ, ความมั่นคงทางระบบคอมพิวเตอร์
ศูนย์ประสานการรักษาความมั่นคงปลอดภัยระบบคอมพิวเตอร์แห่งชาติ, ความมั่นคงทางระบบคอมพิวเตอร์
ศูนย์ประสานการรักษาความมั่นคงปลอดภัยระบบคอมพิวเตอร์แห่งชาติ, ความมั่นคงทางระบบคอมพิวเตอร์
ศูนย์ประสานการรักษาความมั่นคงปลอดภัยระบบคอมพิวเตอร์แห่งชาติ, ความมั่นคงทางระบบคอมพิวเตอร์
ศูนย์ประสานการรักษาความมั่นคงปลอดภัยระบบคอมพิวเตอร์แห่งชาติ, ความมั่นคงทางระบบคอมพิวเตอร์

นอกจาก ศูนย์ฯ ปราบภัย “ความมั่นคงทางระบบคอมพิวเตอร์” แล้ว พล.อ.ประวิตร ในฐานะประธานคณะกรรมการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ ยังได้ลงนามอีกสองฉบับ

  • ประกาศคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ เรื่อง ลักษณะ หน้าที่และความรับผิดชอบของศูนย์ประสานการรักษาความมั่นคงปลอดภัยระบบคอมพิวเตอร์ สำหรับหน่วยงานโครงสร้างพื้นฐานสำคัญทางสารสนเทศและภารกิจหรือให้บริการที่เกี่ยวข้อง พ.ศ. 2564
ศูนย์ประสานการรักษาความมั่นคงปลอดภัยระบบคอมพิวเตอร์แห่งชาติ, ความมั่นคงทางระบบคอมพิวเตอร์
ศูนย์ประสานการรักษาความมั่นคงปลอดภัยระบบคอมพิวเตอร์แห่งชาติ, ความมั่นคงทางระบบคอมพิวเตอร์
ศูนย์ประสานการรักษาความมั่นคงปลอดภัยระบบคอมพิวเตอร์แห่งชาติ, ความมั่นคงทางระบบคอมพิวเตอร์
ศูนย์ประสานการรักษาความมั่นคงปลอดภัยระบบคอมพิวเตอร์แห่งชาติ, ความมั่นคงทางระบบคอมพิวเตอร์
ศูนย์ประสานการรักษาความมั่นคงปลอดภัยระบบคอมพิวเตอร์แห่งชาติ, ความมั่นคงทางระบบคอมพิวเตอร์
ศูนย์ประสานการรักษาความมั่นคงปลอดภัยระบบคอมพิวเตอร์แห่งชาติ, ความมั่นคงทางระบบคอมพิวเตอร์
ศูนย์ประสานการรักษาความมั่นคงปลอดภัยระบบคอมพิวเตอร์แห่งชาติ, ความมั่นคงทางระบบคอมพิวเตอร์
ศูนย์ประสานการรักษาความมั่นคงปลอดภัยระบบคอมพิวเตอร์แห่งชาติ, ความมั่นคงทางระบบคอมพิวเตอร์
  • ประกาศคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ เรื่อง การกำหนดหลักเกณฑ์ ลักษณะหน่วยงานที่มีภารกิจหรือให้บริการเป็นหน่วยงานโครงสร้างพื้นฐานสำคัญทางสารสนเทศ และการมอบหมายการควบคุมและกำกับดูแล พ.ศ. 2564
ศูนย์ประสานการรักษาความมั่นคงปลอดภัยระบบคอมพิวเตอร์แห่งชาติ, ความมั่นคงทางระบบคอมพิวเตอร์
ศูนย์ประสานการรักษาความมั่นคงปลอดภัยระบบคอมพิวเตอร์แห่งชาติ, ความมั่นคงทางระบบคอมพิวเตอร์
ศูนย์ประสานการรักษาความมั่นคงปลอดภัยระบบคอมพิวเตอร์แห่งชาติ, ความมั่นคงทางระบบคอมพิวเตอร์
ศูนย์ประสานการรักษาความมั่นคงปลอดภัยระบบคอมพิวเตอร์แห่งชาติ, ความมั่นคงทางระบบคอมพิวเตอร์
ศูนย์ประสานการรักษาความมั่นคงปลอดภัยระบบคอมพิวเตอร์แห่งชาติ, ความมั่นคงทางระบบคอมพิวเตอร์
ศูนย์ประสานการรักษาความมั่นคงปลอดภัยระบบคอมพิวเตอร์แห่งชาติ, ความมั่นคงทางระบบคอมพิวเตอร์
ศูนย์ประสานการรักษาความมั่นคงปลอดภัยระบบคอมพิวเตอร์แห่งชาติ, ความมั่นคงทางระบบคอมพิวเตอร์
ศูนย์ประสานการรักษาความมั่นคงปลอดภัยระบบคอมพิวเตอร์แห่งชาติ, ความมั่นคงทางระบบคอมพิวเตอร์
ศูนย์ประสานการรักษาความมั่นคงปลอดภัยระบบคอมพิวเตอร์แห่งชาติ, ความมั่นคงทางระบบคอมพิวเตอร์

สมศักดิ์ ชง ครม. ตั้ง “นพ.ไตรยฤทธิ์” อธิบดีดีเอสไอ คนใหม่ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/480187

สมศักดิ์ ชง ครม. ตั้ง “นพ.ไตรยฤทธิ์ ” อธิบดีดีเอสไอ คนใหม่

24 ส.ค. 2564

รมว.ยุติธรรม สมศักดิ์ เทพสุทิน ชง ครม.วันนี้ ตั้ง “นพ.ไตรยฤทธิ์ เตมหิวงศ์” ผู้ตรวจราชการกระทรวงยุติธรรม เป็น อธิบดีดีเอสไอคนใหม่

รายงานข่าวจากกระทรวงยุติธรรม นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ได้เสนอชื่อ  นพ.ไตรยฤทธิ์ เตมหิวงศ์ ผู้ตรวจราชการกระทรวง ขึ้นดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ) แทน พ.ต.ท.กรวัชร์ ปานประภากร ที่จะเกษียณอายุราชการในวันที่ 30 กันยายน 2564 นี้ คาดว่าจะนำเข้าวาระการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในวันนี้( 24 สิงหาคม 2564) 

สำหรับประวัตินายแพทย์ไตรยฤทธิ์ เป็นคนจังหวัดสงขลา เรียนจบแพทย์ที่มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ จากนั้นมาเรียนต่อทางด้านนิติวิทยาศาสตร์ แล้วไปทำงานบริษัทเอกชน

ก่อนจะเข้ารับราชการที่สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ ประมาณปี 2547 และเริ่มเติบโตตามลำดับชั้นจนถึงตำแหน่งรองผู้อำนวยการสถาบันนิติวิทยาศาตร์ 

ต่อมาในสมัย พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมมีคำสั่งย้าย นายแพทย์ไตรยฤทธิ์ มารับราชการตำแหน่งรองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษและได้ขึ้นตำแหน่งผู้ตรวจราชการกระทรวงยุติธรรมในสมัยนายสมศักดิ์ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม

อย่างไรก็ตามก่อนหน้านี้มีรายชื่อของ พ.ต.ท.ประวุธ วงศ์สีนิล ผู้ตรวจราชการกระทรวงยุติธรรมอีกคน เป็นแคนดิเดตในตำแหน่งนี้ แต่ยังไม่ลงตัวติดในเรื่องอาวุโส

เนื่องจากพ.ต.ท.ประวุธ เข้าสู่ตำแหน่งผู้ตรวจราชการกระทรวงยุติธรรมหลัง นพ.ไตรยฤทธิ์ อย่างไรก็ตามทั้ง2 คนเคยดำรงตำแหน่งรองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษหรือดีเอสไอมาแล้ว

สำหรับ พ.ต.ท.ประวุธ นั้นเป็นลูกหม้อของดีเอสไอ ตั้งแต่โอนย้ายมาเป็นพนักงานสอบสวน เป็นผอ.กองคดี ผบ.สำนักคดี และรองอธิบดี พร้อมกับพ.ต.ท.กรวัชร  

กว่า14 ปี รับผิดชอบงานสอบสวนคดีสำคัญหลายคดี ต่อมาถูกย้ายไปเป็นรองอธิบดีกรมราชทัณฑ์และขยับมาเป็นผู้ตรวจราชการกระทรวงยุติธรรม