เทคโนสงขลา สืบสานประเพณีสารทเดือนสิบ อบรมปฏิบัตการเทคโนโลยีช่วยทุ่นแรงชาวบ้าน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/598557

เทคโนสงขลา สืบสานประเพณีสารทเดือนสิบ อบรมปฏิบัตการเทคโนโลยีช่วยทุ่นแรงชาวบ้าน

เทคโนสงขลา สืบสานประเพณีสารทเดือนสิบ อบรมปฏิบัตการเทคโนโลยีช่วยทุ่นแรงชาวบ้าน

วันอังคาร ที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

ดร.กันตภณ มะหาหมัด คณบดีคณะเทคโนโลยีอุตสาหกรรม มหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลา (มรภ.สงขลา) เปิดเผยถึงโครงการอบรมเชิงปฏิบัติการด้านเทคโนโลยีศิลปหัตถกรรมท้องถิ่นและภูมิภาค ครั้งที่ 11สาธิตทำขนมเจาะหู ผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ด้วยโปรแกรม Zoom ณ ลานอเนกประสงค์ อาคาร 74 คณะเทคโนโลยีอุตสาหกรรม มรภ.สงขลา ว่า ทางคณะฯ เล็งเห็นถึงความสำคัญในการสืบสานทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรม จึงได้เชิญวิทยากร นางมณฑา เพชรสุวรรณ์ บุคลากรสำนักศิลปะและวัฒนธรรม มรภ.สงขลา ซึ่งมีความเชี่ยวชาญในการทำขนมพื้นบ้านภาคใต้ มาบรรยายให้ความรู้ในเรื่อง ความเป็นมาและขั้นตอนการทำขนมเจาะหู พร้อมทั้งสาธิตการทำขนมเจาะหู โดยคณะเทคโนโลยีอุตสาหกรรมได้นำความรู้ด้านเทคโนโลยีมาช่วยทุ่นแรงในการผสมแป้ง ช่วยลดเวลาในการเตรียมแป้งสำหรับทำขนมเจาะหู ทั้งยังสามารถนำความรู้ที่ได้ไปประกอบอาชีพเสริมสร้างรายได้ให้กับตนเองและครอบครัวอีกด้วย ซึ่งการทำขนมเจาะหู จัดให้เป็นวัฒนธรรมพื้นบ้านอย่างหนึ่งของตนภาคใต้ การที่คณะเทคโนโลยีอุตสาหกรรม มรภ.สงขลา ได้ประยุกต์ใช้ความรู้ด้านเทคโนโลยีมาใช้ก็เพื่อทุ่นแรงในการผสมแป้งทำขนมเจาะหู เพื่อหวังลดเวลาเตรียมวัตถุดิบ ช่วยชุมชนมีรายได้เลี้ยงครอบครัว อีกทางหนึ่งด้วย

ดร.ศรีวรรณ ขำตรี ผู้ช่วยคณบดีคณะเทคโนโลยีอุตสาหกรรม มรภ.สงขลา กล่าวว่า ขนมเจาะหูเป็นหนึ่งในขนมที่ใช้ในการจัดหฺมฺรับ หรือสำรับ ในประเพณีสารทเดือนสิบของคนใต้ หรือที่คนคุ้นเคยว่างานทำบุญชิงเปรต เพื่ออุทิศส่วนกุศลให้พ่อแม่ปู่ย่าตายายและญาติพี่น้องที่ล่วงลับไปแล้ว และผู้ที่ตกนรกหรือเรียกว่าเปรตจะได้รับอนุญาตให้มาพบกับญาติ ของตนในเมืองมนุษย์ได้ในวันแรม 1 ค่ำ เดือนสิบ (10) และกลับไปสู่นรกดังเดิม ในวันแรม 15 ค่ำเดือนสิบโดยในงานบุญเดือนสิบเมืองนครศรีธรรมราช จะเรียกขนมเจาะหูว่า ขนมดีซำ มีความหมายแทนเงินหรือเบี้ย เพราะมีลักษณะคล้ายกับเบี้ยหอย แต่จังหวัดอื่นๆ ก็จะเรียกแตกต่างกันออกไป เช่น ขนมเบซำ และขนมเจาะรู

ด้าน ผศ.วีรชัย มัฎฐารักษ์ รองคณบดีฝ่ายยุทธศาสตร์การพัฒนานักศึกษาและกิจการพิเศษ คณะเทคโนโลยีอุตสาหกรรม มรภ.สงขลา ผู้เสนอโครงการ กล่าวว่า ทางคณะฯ ได้ประยุกต์ใช้ความรู้ทางด้านเทคโนโลยีอุตสาหกรรมบูรณาการร่วมกับการเรียนการสอนในรายวิชาเทคโนโลยีการจัดการอุตสาหกรรมเพื่อชุมชน ซึ่งอาจารย์ผู้สอนได้ให้โจทย์นักศึกษาในการนำความรู้ไปประยุกต์ใช้เพื่อการแก้ปัญหาชุมชน โดยงานกลุ่มดังกล่าวมี นายสุริยา สิงเนี่ยว นายพงศธร สยมพร นายวัชรพล สุวรรณชาตรี และ นายนที นวลแก้ว สาขาวิชาเทคโนโลยีการจัดการอุตสาหกรรม (ต่อเนื่อง) ได้นำเสนอการแก้ปัญหาการผสมแป้ง เพื่อปรับปรุงกระบวนการผลิตและส่งเสริมการผลิตของผลิตภัณฑ์ขนมเจาะหูเพื่อทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรมสืบทอด อนุรักษ์และส่งเสริมการพัฒนาอุตสาหกรรมทางด้านศิลปหัตถกรรมท้องถิ่นภาคใต้ ให้นักศึกษา มรภ.สงขลา และประชาชนทั่วไปที่สนใจได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสืบสานวัฒนธรรมท้องถิ่นต่อไป

วิถีสยามมรดกวัฒนธรรมไทย : เสน่ห์วัฒนธรรมแดนสวรรค์ตะวันตก #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/598559

วิถีสยาม มรดกวัฒนธรรมไทย : เสน่ห์วัฒนธรรมแดนสวรรค์ตะวันตก

วิถีสยาม มรดกวัฒนธรรมไทย : เสน่ห์วัฒนธรรมแดนสวรรค์ตะวันตก

วันอังคาร ที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

กาญจนบุรี เป็นจังหวัดหนึ่งที่ตั้งอยู่ในภาคตะวันตกของประเทศไทยมีพื้นที่ทั้งหมดประมาณ 19,473 ตารางกิโลเมตร ใหญ่เป็นอันดับ 3 ของประเทศ รองจากจังหวัดนครราชสีมา และจังหวัดเชียงใหม่ และถือเป็นจังหวัดที่มีพื้นที่ใหญ่ที่สุดในภาคตะวันตกมีระยะทางห่างจากกรุงเทพฯประมาณ129 กิโลเมตร สามารถเดินทางไป-กลับได้ จึงเป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยวในเมืองหลวงที่มักจะเลือกเดินทางมาพักผ่อนในวันหยุดสุดสัปดาห์

ชุมชนคุณธรรมวัดท่าขนุน จ.กาญจนบุรี คือ 1 ใน30 ชุมชน ที่ร่วมลุ้นเป็น 10 สุดยอดชุมชนต้นแบบ ประกอบด้วย3 ชุมชนย่อย ได้แก่ ชุมชนคุณธรรมวัดท่าขนุน ชุมชนคุณธรรมริมฝั่งแควน้อย ชุมชนคุณธรรมพัฒนาทองผาภูมิ มี พระครูวิลาศกาญจนธรรม ดร. เป็นศูนย์กลางในการบริหารจัดการชุมชนและเข้าใจบริบทของชุมชนอย่างชัดเจน ร่วมกับคณะกรรมการ ชุมชนที่มีความรู้ความสามารถทั้ง 3 ชุมชน บริหารจัดการชุมชนด้วยพลังบวร ตามแนวทางร่วมคิด ร่วมทำ ร่วมรับผลประโยชน์ พึ่งพาตนเอง พึ่งพากันเอง รวมพลังพัฒนาต่อยอดทุนทางวัฒนธรรม สร้างความเข้มแข็งให้แก่ชุมชน นำเอาหลักธรรมทางพระพุทธศาสนามาเป็นภูมิคุ้มกัน น้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงไปใช้ในการดำเนินชีวิต เพื่อความมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน โดยบูรณาการการดำเนินงานร่วมกับภาครัฐ วัฒนธรรมจังหวัด ภาคเอกชนทั้งในและนอกพื้นที่ รวมทั้งคนในชุมชนที่มีส่วนร่วมในการจัดกิจกรรม

ที่นี่เป็นพื้นที่ที่มีประวัติศาสตร์ความเป็นมายาวนาน ประกอบกับคนในชุมชนมีความหลากหลายทางชาติพันธุ์จึงมีศิลปวัฒนธรรม ประเพณีที่เป็นเอกลักษณ์ มีความอุดมสมบูรณ์ทางธรรมชาติ มีสถานที่ท่องเที่ยวและวิวทิวทัศน์ที่มีความสวยงามมากมาย

วัดท่าขนุน ถือเป็นสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญภายในชุมชน โดยภายในวัดมีสถานที่ให้นักท่องเที่ยวได้เที่ยวชมและกราบไหว้สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์หลายจุด เช่น สมเด็จองค์ปฐม 21 ศอก พระพุทธรูปเงิน ทอง นาก สรีระสังขารหลวงปู่สาย (พระครูสุวรรณเสลาภรณ์) อดีตเจ้าอาวาสวัดท่าขนุน ซึ่งมรณภาพมา 28 ปีแล้ว แต่กายสังขารยังไม่เน่าเปื่อย พระพุทธรูปและพระพุทธเจติยคีรีบนยอดเขา และเป็นจุดชมวิวทิวทัศน์ของวัดท่าขนุน

นอกจากนี้ยังมีแหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมอื่นๆ เช่น ศาสนาสถาน ตลาดวัฒนธรรม ถนนสายวัฒนธรรม ตลาดน้ำพิพิธภันฑ์พื้นบ้าน ศูนย์การเรียนรู้ภูมิปัญญาท้องถิ่น แหล่งท่องเที่ยวทางประวัติศาตร์ เช่น โบราณสถาน แหล่งโบราณคดี อุทยานประวัติศาตร์ และสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ในช่วงสำคัญของยุคสมัย

ส่วนใครที่ชอบทางด้านการเกษตร ที่นี่ก็ยังมีแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร เช่น สวนเกษตรอินทรีย์ สวนสมรม ไร่ สวน นา ฟาร์ม เกษตรผสมผสาน มีโครงการในพระราชดำริ ให้เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง สำหรับนักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบธรรมชาติบุกป่าเขาถ้ำลอด น้ำตก ทะเล ชายหาด ป่าชายเลย จุดชมวิวน้ำพุร้อน น้ำแร่ ที่นี่มีครบแลนด์มาร์คจุดเช็คอินภายในบริเวณวัดท่าขนุนจะมีอยู่ 7 แห่ง คือ 1. สะพานแขวนหลวงปู่สาย วัดท่าขนุน 2.ศาลาร้อยปีหลวงปู่สาย 3.บ้านหลบภัยเชลยศึก 4.เส้นทางรถไฟสายประวัติศาสตร์ 5.ศูนย์การเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง 6.สักการะพระพุทธรูปและพระพุทธเจติคีรี บนยอดเขา7.สักการะรอยพระพุทธบาท รอยพระบาทและจุดชมวิว ภายในชุมชนคุณธรรมต้นแบบวัดท่าขนุน เป็นแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติเป็นภูเขาสูงสามารถมองเห็นวิวทิวทัศน์ของอำเภอทองผาภูมิได้แบบ 360 องศา และบนยอดเขามีรอยพระพุทธบาทให้นักท่องเที่ยวได้สักการะ

อีกสิ่งหนึ่งที่โดดเด่น เป็นเอกลักษณ์ของชุมชน นั่นคือ ผลิตภัณฑ์ทางวัฒนธรรม ได้แก่ ผ้าทอกะเหรี่ยง ซึ่งเป็นผ้าทอของชาติพันธุ์กะเหรี่ยงในชุมชนโดยใช้กี่กระตุกในการทอ มีสีสันสดใสเป็นเอกลักษณ์ มีทั้งเสื้อผ้าผู้ชาย เสื้อผ้าผู้หญิง ย่าม และอื่นๆ รวมทั้งเครื่องจักสาน ที่พัฒนาแปรรูปไม้ไผ่ ซึ่งมีอยู่มากในชุมชนทำให้เกิดมูลค่าเพิ่ม นำไปจักสานทำเป็นของใช้ เช่น ตะกร้า กระเป๋า ฯลฯ รวมทั้งผลผลิตทางการเกษตรที่สามารถเลือกซื้อเป็นของขวัญ ของฝาก ของที่ระลึกได้ และอีกมากมายหลายอย่างที่น่าสนใจแต่บรรยายไม่หมด มีโปรแกรมแพ็กเกจท่องเที่ยวไว้สำหรับบริการนักท่องเที่ยวด้วย

เอาเป็นว่าถ้า หากใครสนใจลองติดต่อไปที่ เฟซบุ๊คชุมชนคุณธรรมวัดท่าขนุน ดูนะคะ แล้วทุกคนจะได้ผ่อนได้พักได้รักษ์วัฒนธรรมไปพร้อมกันค่ะ

‘คุณหญิงกัลยา’ หารือความร่วมมือการศึกษาและท่องเที่ยวไทย-กัมพูชา #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/598696

'คุณหญิงกัลยา'หารือความร่วมมือการศึกษาและท่องเที่ยวไทย-กัมพูชา

‘คุณหญิงกัลยา’หารือความร่วมมือการศึกษาและท่องเที่ยวไทย-กัมพูชา

วันจันทร์ ที่ 30 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 21.43 น.

“คุณหญิงกัลยา”หารือที่ปรึกษาสมเด็จอัครมหาเสนาบดีเดโช ฮุน เซน ถึงความร่วมมือการศึกษาและท่องเที่ยวไทย-กัมพูชา

เมื่อวันที่ 30 สิงหาคม 2564 ดร.คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมช.ศธ.) ให้การต้อนรับ ดร.ซกกรัดทะยา ซก (Dr.SOK SOKRETHYA) ที่ปรึกษา สมเด็จอัครมหาเสนาบดีเดโช ฮุน เซน นายกรัฐมนตรีแห่งราชอาณาจักรกัมพูชา และรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวกัมพูชา ทำหน้าที่ผู้แทนนายกรัฐมนตรี ราชอาณาจักรกัมพูชา ในโอกาสที่มาเยือนประเทศไทย โดยมี นายภูมิสรรค์ เสนีวงศ์ ณ อยุธยา ที่ปรึกษารัฐมนตรีและประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์และนโยบายรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ดร.คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช) และนางดรุณวรรณ ชาญพิพัฒนชัย โฆษกประจำตัวรัฐมนตรี ร่วมให้การต้อนรับ

ในการนี้ได้มีการหารือแลกเปลี่ยนแนวทางความร่วมมือในด้านการศึกษาและการท่องเที่ยวในอนาคตของทั้งสองประเทศ โดยเฉพาะแนวทางที่จะผลักดันให้วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยี (วษท.) พัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร ในรูปแบบของธุรกิจท่องเที่ยว ซึ่งเป็นการนำทรัพยากรธรรมชาติที่มีอยู่ในวิทยาลัยเกษตรฯ มาผนวกกับการท่องเที่ยวเกษตรผสมผสาน ด้วยระบบการบริหารจัดการที่เกิดจากการมีส่วนร่วมของบุคลากร นักเรียน นักศึกษา

ฟันเปรี้ยง! สวธ.ทำหนังสือแจ้ง ‘สุชาติ สวัสดิ์ศรี’ ถูกถอดจากศิลปินแห่งชาติ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/598673

ฟันเปรี้ยง!สวธ.ทำหนังสือแจ้ง‘สุชาติ สวัสดิ์ศรี’ ถูกถอดจากศิลปินแห่งชาติ

ฟันเปรี้ยง!สวธ.ทำหนังสือแจ้ง‘สุชาติ สวัสดิ์ศรี’ ถูกถอดจากศิลปินแห่งชาติ

วันจันทร์ ที่ 30 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 19.53 น.

“กรมส่งเสริมวัฒนธรรม” ทำหนังสือแจ้งมติคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ ยกเลิกการยกย่องเชิดชูเกียรติ “สุชาติ สวัสดิ์ศรี” ศิลปินแห่งชาติ ระบุมีเวลา 30 วันทำหนังสือชี้แจง

30 สิงหาคม 2564 นางสาวอัจฉราพร พงษ์ฉวี รองอธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม เปิดเผยว่า ตามที่ กรมส่งเสริมวัฒนธรรม ได้รับแจ้งจากคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ ในคราวประชุมครั้งที่ 3/2564 เมื่อวันพฤหัสบดี ที่ 19 สิงหาคม 2564 ที่ผ่านมา เรื่องที่ประชุมได้พิจารณาในวาระการประชุมลับ เรื่องนายสุชาติ สวัสดิ์ศรี ศิลปินแห่งชาติ สาขาวรรณศิลป์ ประจําปีพุทธศักราช 2554 ว่า “คณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ โดยมติด้วยคะแนนเสียงมากกว่าสองในสามของจํานวนคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ ที่เข้าร่วมประชุม ให้ยกเลิก การยกย่องเชิดชูเกียรติ นายสุชาติ สวัสดิ์ศรี ศิลปินแห่งชาติ เนื่องจากมีความประพฤติเสื่อมเสียต่อการเป็นศิลปินแห่งชาติ ตามข้อ 10 วรรคสอง ของกฎกระทรวงกําหนดสาขา คุณสมบัติ หลักเกณฑ์และวิธีการคัดเลือก และประโยชน์ตอบแทนของศิลปินแห่งชาติ พ.ศ. 2555 และแก้ไขเพิ่มเติมในกฎกระทรวงกําหนดสาขา คุณสมบัติ หลักเกณฑ์และวิธีการคัดเลือก และประโยชน์ตอบแทนของศิลปินแห่งชาติ (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2563 ข้อ 2”

กรมส่งเสริมวัฒนธรรม จึงได้มีหนังสือลงวันที่ 30 สิงหาคม 2564 แจ้งมติข้างต้นแก่นายสุชาติ สวัสดิ์ศรี และหากไม่เห็นด้วยกับมติดังกล่าวให้นายสุชาติ สวัสดิ์ศรี มีหนังสือชี้แจงต่อคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ ณ สํานักงานปลัดกระทรวงวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม ภายใน 30 วัน นับแต่ได้รับหนังสือแจ้ง

เลี้ยงลูกเชิงบวก! สสส.จับมือเพจดัง ลุยโครงการ ‘คุณเปลี่ยน-ลูกเปลี่ยนปี 2’ สู้ยุคโควิด #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/598668

เลี้ยงลูกเชิงบวก! สสส.จับมือเพจดัง ลุยโครงการ'คุณเปลี่ยน-ลูกเปลี่ยนปี 2'สู้ยุคโควิด

เลี้ยงลูกเชิงบวก! สสส.จับมือเพจดัง ลุยโครงการ’คุณเปลี่ยน-ลูกเปลี่ยนปี 2’สู้ยุคโควิด

วันจันทร์ ที่ 30 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 19.40 น.

สสส. ร่วมมือเพจดัง เดินหน้าโครงการคุณเปลี่ยน ลูกเปลี่ยน ปี 2 เหตุครอบครัวเครียดหนักช่วงลูกเรียนออนไลน์ ชวนผู้เชี่ยวชาญและพ่อแม่อาสา ขยายห้องเรียนผ่านแอปพลิเคชั่นไลน์ แนะวิธีเลี้ยงลูกเชิงบวก สร้างบรรยากาศเรียนออนไลน์ให้ลูก

30 สิงหาคม 2564 สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับ บริษัท ทูลมอโร จำกัด จัดเสวนาออนไลน์ ‘ลูกหลานเรียนออนไลน์ จะสื่อสารอย่างไรให้เข้าใจ’ ภายใต้โครงการคุณเปลี่ยน ลูกเปลี่ยน ปีที่ 2 เพื่อส่งเสริมความตระหนักรู้ให้ครอบครัวรู้วิธีการสื่อสารเชิงบวกกับเด็กระหว่างเรียนออนไลน์ช่วงโควิด-19

นางสาวณัฐยา บุญภักดี ผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนสุขภาวะเด็ก เยาวชน และครอบครัว สสส. กล่าวว่า จากสถานการณ์การระบาดโควิด-19  ทำให้เด็กต้องเรียนออนไลน์ตามแผนการสอนของโรงเรียน ซึ่งผู้ปกครองอาจต้องพบอุปสรรคโดยเฉพาะ ปัญหาเด็กขาดสมาธิและรู้สึกกดดันกับการเรียนผ่านจอ  จึงเป็นความท้าทายของผู้ปกครองที่ต้องมีทักษะสื่อสารและวิธีเลี้ยงลูกเชิงบวกให้เหมาะสมกับเด็กยุคนี้ สสส. จึงเดินหน้าโครงการคุณเปลี่ยน ลูกเปลี่ยน ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 มุ่งเน้นการพัฒนาระบบการเรียนรู้ออนไลน์เพื่อความสะดวกสำหรับผู้ปกครอง โดยจะมีพ่อแม่อาสา นักจิตวิทยา นักสังคมสงเคราะห์ กระบวนกร นักพัฒนาเด็กและครอบครัว ร่วมดำเนินงานเป็นผู้นำกลุ่มระหว่างเรียนด้วยจำนวน 60 คน

นางสาวณัฐยา กล่าวว่า จากการติดตามผลกระทบช่วงเรียนออนไลน์ของเด็กไทย พบสาเหตุเบื้องลึกที่ทำให้เครียดกันทั้งบ้าน คือ 1.เด็กถูกปล่อยให้เรียนออนไลน์เพียงลำพังซึ่งเป็นเรื่องยาก ไม่สอดคล้องกับพัฒนาการของช่วงวัย 2.เด็กและผู้ปกครองสื่อสารกันน้อยลงเพราะใช้เวลากับโลกออนไลน์มากขึ้น และ 3.ผู้ปกครองขาดทักษะสมัยใหม่ในการเลี้ยงดูเด็กโดยเฉพาะการเลี้ยงลูกเชิงบวกส่งผลให้การสื่อสารไม่ได้ผล  สาเหตุเหล่านี้ส่งผลให้บรรยากาศในบ้านตึงเครียด และไม่มีความสุข ส่งผลเสียต่อพัฒนาการทั้งร่างกาย จิตใจ และสมองของเด็ก โครงการคุณเปลี่ยน ลูกเปลี่ยน มุ่งพัฒนาห้องเรียนออนไลน์ในรูปแบบ “กลุ่มพ่อแม่” เพื่อช่วยให้เกิดการเรียนรู้และฝึกทักษะการเลี้ยงลูกในยุคใหม่ภายใต้การสนับสนุนจากผู้เชี่ยวชาญ และกลุ่มพ่อแม่อาสาที่ผ่านการเรียนด้วยตัวเองและพบว่าความสัมพันธ์ในครอบครัวดีขึ้น โดย สสส. มุ่งหวังให้ครอบครัวเป็นพื้นที่สุขภาวะสำหรับสมาชิกทุกวัยเพื่อให้เกิดความเข้มแข็งพร้อมรับมือทุกสถานการณ์ในอนาคต

นายสุรเสกข์ ยุทธิวัฒน์ ผู้ก่อตั้งบริษัท ทูลมอโร จำกัด กล่าวว่า สถานการณ์โควิด-19ผู้ปกครองมีความเครียดและความกังวลต่อเรื่องรายได้ที่ลดลง ภาระหน้าที่ต่าง ๆ แถมต้องแบ่งเวลามาช่วยดูแลลูกเรื่องการเรียนมากขึ้น ภาวะที่ผู้ปกครองต้องแบกรับความเครียดและความกดดันที่มากขึ้น มีแนวโน้มทำให้เกิดความรุนแรงในครอบครัวมากขึ้น โดยเฉพาะถ้าบุตรหลานมีพฤติกรรมที่ไม่ได้ดั่งที่ผู้ปกครองคาดหวัง โครงการคุณเปลี่ยนลูกเปลี่ยน ที่ทำร่วมกับ สสส. เป็นปีที่ 2 จึงนำเสนอการสอนทักษะการสื่อสารเชิงบวกในรูปแบบออนไลน์ ด้วยวิธีการเรียนรู้แบบ Online Support Group  ใช้เวลาเรียน 7 วัน เพื่อให้ผู้ปกครองมีวิธีจัดการอารมณ์ได้ดีเมื่อต้องเจอเหตุการณ์ที่ไม่ได้เป็นไปอย่างที่คาดหวัง และมีวิธีการสื่อสารในสิ่งที่ต้องการกับบุตรหลานตามหลักการสื่อสารเชิงบวกอย่างถูกต้อง เพื่อส่งเสริมสัมพันธภาพและลดความรุนแรงในครอบครัว จากการดำเนินงานที่ผ่านมาปัจจุบันมีผู้ร่วมเรียนรู้ผ่านเว็บไซต์ กว่า 4,200 คน สำหรับผู้ปกครองที่สนใจเข้ากลุ่มเรียนรู้ก็สามารถเรียนผ่านแอปพลิเคชันไลน์ โดยหลักสูตรในปีที่ 2 เน้นการสื่อสารระหว่างเด็กกับผู้ปกครองเรื่องการเรียนออนไลน์ของเด็ก เพื่อสร้างความเข้าใจซึ่งกันและกัน และใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันได้โดยที่ไม่มีพฤติกรรมเชิงลบต่อกัน หลักสูตรแบ่งช่วงอายุเด็ก 2 กลุ่ม คือ 1.เด็กประถม อายุ 7-12 ปี และ 2.เด็กวัยรุ่น อายุ 13-18 ปี ทั้ง 2 หลักสูตรจะช่วยเรื่องการดูแลเด็กที่ไม่มีสมาธิเรียนออนไลน์ รวมถึงการแก้ปัญหาเด็กติดจอที่แอบเล่นเกมระหว่างเรียนออนไลน์ โดยเปิดรับสมัครผู้ปกครองจำนวน 600 คน จากนั้นจะคัดเลือกผู้ปกครอง 100 คน ที่เข้าร่วมกิจกรรมทางแอปพลิเคชั่นไลน์แล้วนำทักษะที่ได้เรียนรู้ไปปฏิบัติจนเกิดผลดีมาพัฒนาเป็นผู้ปกครองอาสา เพื่อช่วยส่งเสริมให้ผู้ปกครองคนอื่นๆ เลี้ยงลูกเชิงบวกกันในวงกว้าง ผู้ที่สนใจสามารถติดตามข้อมูลหรือสอบถามได้ที่แฟนเพจเฟซบุ๊ก Toolmorrow และ http://www.คุณเปลี่ยนลูกเปลี่ยน.com

พ.ญ.วิมลรัตน์ วันเพ็ญ ผู้อำนวยการศูนย์สุขภาพจิตที่ 13 กระทรวงสาธารณสุข ที่ปรึกษาหลักสูตรการเรียนรู้โครงการคุณเปลี่ยน ลูกเปลี่ยน กล่าวว่า เด็กต้องเรียนออนไลน์เป็นเวลานาน ผู้ปกครองต้องมีความรู้พื้นฐาน 3 อย่าง คือ 1.จัดสถานที่ให้เด็กมีสมาธิในการเรียนรู้ 2.จัดตารางเรียนให้เด็กมีโอกาสผ่อนคลาย เช่น ออกกำลังกาย เล่นโซเชียลมีเดียได้ แต่ต้องไม่เกิน 2 ชั่วโมง/วัน 3.ดูแลการบ้านของเด็ก ถ้าเป็นเด็กเล็กหรือเด็กประถม ผู้ปกครองต้องใส่ใจมากกว่าเด็กมัธยมที่ส่วนใหญ่สามารถดูแลรับผิดเองได้  4.ทำใจยอมรับว่าการเรียนออนไลน์มีข้อจำกัดสำหรับเด็กบางคน ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนอาจไม่เหมือนกับอยู่ที่โรงเรียน และ 5.ผู้ปกครองต้องจัดตารางพ่อแม่ให้มีเวลาพักผ่อน หรือปล่อยวางจากสถานการณ์ที่มีข้อจำกัดในการเลี้ยงเด็ก และที่สำคัญต้องใช้พฤติกรรมเชิงบวกกับลูก ซึ่งจะช่วยให้หลายครอบครัวผ่านปัญหาเรียนออนไลน์ได้ ที่สำคัญต้องสร้างวงจรพฤติกรรมเชิงบวกให้กับเด็ก โดยลดคำบ่น เพิ่มคำชม และไม่สื่อสารแบบประชดประชัน เพื่อทำให้เด็กสัมผัสถึงความรัก ความห่วงใย

น.ส.ภิญญา วิทยฐานกรณ์ ผู้ปกครองที่เข้าร่วมโครงการคุณเปลี่ยน ลูกเปลี่ยน กล่าวว่า ตนเข้าร่วมหลักสูตรนี้ เพราะต้องการนำองค์ความรู้มาพัฒนาตัวเองเพื่อปรับใช้ในการเลี้ยงดูลูกๆ และส่วนตัวสนใจเรื่องการสื่อสารเชิงบวกกับเด็กๆ เป็นพิเศษอยู่แล้ว หลังจากการเรียนก็ได้ผันตัวเองมาเป็น ‘พ่อแม่อาสา’ นำความรู้มาต่อยอด และส่งต่อให้กับพ่อ แม่ ผู้ปกครองหลายๆ คน ได้แก่ การจัดการอารมณ์ผู้ปกครองเพื่อเป็นพื้นฐานในการปรับพฤติกรรมเด็ก เทคนิกการใช้ I-Message เพื่อสื่อสารและรับฟังเด็กเชิงบวก และการให้คำชม เพราะจะทำให้เด็กรู้สึกยินดีทุกครั้ง ซึ่งการใช้องค์ความรู้เหล่านี้ทำให้ลูกสามารถเรียนออนไลน์ได้อย่างมีสมาธิ โดยไม่รู้สึกกดดันหรือถูกบังคับจากผู้ปกครอง เพราะมีตารางเวลาชีวิตที่ชัดเจน จึงอยากให้พ่อแม่ทุกคนมาเข้าร่วมโครงการคุณเปลี่ยน ลูกเปลี่ยนด้วยกัน เพราะความรู้และคำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญทุกคนสามารถนำไปใช้ในชีวิตได้จริง

Sharp spike in new Covid cases in Philippines, Vietnam #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ The Nation.

https://www.nationthailand.com/international/40005500

Sharp spike in new Covid cases in Philippines, Vietnam


Southeast Asia saw an uptick in new Covid-19 cases and deaths, mainly due to a sharp increase in cases in the Philippines and Vietnam, collated data showed.

Asean countries reported 81,643 new cases on Monday, higher than Sunday’s 79,833, and 1,773 patients died, up from the previous day’s 1,663.

Cumulative cases in the region crossed 9.99 million, and total deaths rose to 221,922.

Indonesia reported 5,436 new cases on Sunday, down over 25 per cent from the previous day, although deaths were slightly higher at 568. Cumulative cases in the country increased to 4,079,267 with 132,491 deaths.

Children in Jakarta began to re-enter classrooms on Monday, as Indonesia eased restrictions in some areas. Some 610 out of over 10,000 schools in Jakarta will be ready for in-class schooling, with classes held at 50 per cent of the usual size.

The governor of Jakarta revealed that 91 per cent of children aged 12-18 had been vaccinated at two doses while 85 per cent of teachers had already received two jabs.

Philippines reported a sharp jump in new cases to 22,366 on Sunday from 18,528 on Saturday, topping the list in Asean, while deaths more than doubled to 222 from 101.

Meanwhile, Malaysian Prime Minister Ismail Sabri Yaakob is under quarantine following close contact with a Covid-19 patient. His office said in a statement on Monday it was unclear how long he would be in quarantine and did not indicate any results for a coronavirus test. Ismail Sabri was sworn in as prime minister on August 21, succeeding Muhyiddin Yassin who resigned after failing to hold on to a narrow majority in parliament.

Published : August 31, 2021

[Vietnam] More than 85,000 businesses leave market amid pandemic #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ The Nation.

https://www.nationthailand.com/international/40005498

[Vietnam] More than 85,000 businesses leave market amid pandemic


HCM CITY — Around 85,500 businesses across the country have suspended operations in the first eight months of the year, a year-on-year increase of 24.2 per cent, according to the General Statistics Office.

The major COVID-19 outbreak and social distancing severely affected business activities, especially in the south, it said.

Of the number, half have temporarily suspended operations while the rest are quitting for good and are completing or have completed dissolution procedures.

The GSO also said 81,600 enterprises have registered to do business in the period, down 8 per cent.

Another 32,400 resumed business.

In HCM City, industrial production, retail sales and service revenue all dropped sharply in August from the same period last year and last month, according to the city Statistics Office.

The index of industrial production in the first eight months of the year decreased by 6.6 per cent, it said.

This was due to many factories having to reduce their capacity or stopping work, a disruption of raw material supply and difficulties involved in the domestic and export markets.

Factories in green zones (COVID-free areas) are helped with maintaining production, while workers, especially in industrial parks and high-tech zones, are given priority for vaccination.

The prolonged pandemic has caused difficulties for the operation of companies in the trading and service sectors, it said, adding that people’s incomes have decreased, resulting in low demand.

Retail sales and services in the first eight months dropped by 10.6 per cent year-on-year to VNĐ609.4 trillion (US$26.7 billion).

The pandemic has greatly affected the investors’ sentiments.

Foreign direct investment was down by 43.6 per cent to $2.18 billion. — VNS

Published : August 31, 2021

ASEAN remains a fast growing region despite the pandemic #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ The Nation.

https://www.nationthailand.com/international/40005497

ASEAN remains a fast growing region despite the pandemic


Despite the COVID-19 crisis, ASEAN is one of the fastest growing regions in the world, said Minister at the Prime Minister’s Office and Minister of Finance and Economy II Dato Seri Setia Dr Awang Haji Mohd Amin Liew bin Abdullah during the ASEAN Business and Investment Roundtable 2021 on Fintech and Financial Literacy held virtually yesterday.

The minister also said, Bain and Company’s e-Conomy Southeast Asia report noted that the Covid-19 pandemic has led to big shifts across Southeast Asia, highlighting that 40 million people came online for the first time last year, bringing the total number of Internet users in the region to 400 million.

“The Economic Research Institute for ASEAN and East Asia points out that ASEAN consumers are global leaders in terms of e-wallets and digital payment adoption.

“This offers great opportunities but also challenges as we must keep inclusivity in mind and ensure that with the rapid rate of technological change it does not leave anyone behind.

“Financial literacy plays a critical role on inclusivity.

“Not only is it important to understand money and the changing nature of transactions, both for personal and business purposes but digital financial literacy has become essential if we are to achieve our goals of ensuring that everyone can benefit from the advancements in fintech.

“ASEAN governments are continuing to meet virtually to discuss what steps can be taken to help our region continue to be vibrant as we draw closer to the Summit in October,” said the minister.

Dato Seri Setia Dr Awang Haji Mohd Amin Liew also said that as Chair of ASEAN, Brunei has developed 13 priority economic deliverables that have been guided by the strategic thrusts of ‘Recovery, Digitalisation and Sustainability’. “I am delighted to see that the programme for roundtable reflects both the strategic thrusts and a number of our priority economic deliverables.

“The discussions contribute towards our work on e-commerce, cybersecurity, the ASEAN Framework Agreement on Services that focusses on financial services liberation and specifically on financial literacy where we have a summit planned at the end of this year in conjunction with ASEAN Savings Day 2021.”

In its foreword, the organiser of Asean Business Investment Roundtable said the pandemic has significantly impacted lives and livelihoods across ASEAN.

It has changed the way people work, travel, access payments, use of cash and highlighted the financial inclusion gaps.

The region has seen a surge in online banking as limited movements and the gig economy have accelerated digital adoption and greater use of e-wallets. The potential for growth and benefits of adoption are significant. Fitch Ratings calculated that there are around 290 million unbanked and underserved people in Southeast Asia.

Those using online banking tend to use it for smaller frequent purchases, bigger spending remains with credit and debit cards, according to Kagan research.

Financial literacy is essential for fintech to be adopted. Greater financial literacy ensures greater use but also inclusiveness as communities are able to better understand how to manage and move money in the digital world. As ASEAN is the fastest growing Internet market in the world, fintech and financial literacy are set to play key roles in the future.

The Roundtable on Fintech and Financial Literacy explored how innovative digital financial solutions can ensure an inclusive sustainable recovery and is part of a series of events under the ASEAN Business and Investment Summit 2021.

Published : August 31, 2021

NK appears to have reactivated Yongbyon nuclear reactor: IAEA #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ The Nation.

https://www.nationthailand.com/international/40005496

NK appears to have reactivated Yongbyon nuclear reactor: IAEA


North Korea appears to have restarted operations at its main Yongbyon nuclear reactor in July, a UN nuclear watchdog said, raising the alarm that the reclusive regime could be increasing its nuclear arsenal.

The International Atomic Energy Agency, in an annual report dated Friday, said it detected “deeply troubling” indications that the 5-megawatt nuclear reactor at the Yongbyon nuclear complex — the country’s main source of weapons-grade plutonium — has been reactivated.
 
“Since early July 2021, there have been indications, including the discharge of cooling water, consistent with the operation of the reactor,” the report said, noting this was the first sign of activity detected since December 2018.
 
The report also said that there are also indications that a nearby radiochemical laboratory was operating from mid-February to early July this year. This five-month period is longer than the usual time needed for waste treatment or maintenance activities, and is consistent with the duration of previous reprocessing campaigns, it said. The laboratory is used to extract plutonium by reprocessing spent fuel rods from the reactor for use in nuclear weapons.
 
“The DPRK’s nuclear activities continue to be a cause for serious concern. Furthermore, the new indications of the operation of the 5-megawatt reactor and the radiochemical laboratory are deeply troubling,” it said, referring to the North’s official name, the Democratic People’s Republic of Korea.
 
The IAEA called the North’s nuclear activities “deeply regrettable” and a “clear violation” of relevant UN Security Council resolutions.

Pyongyang expelled IAEA inspectors in 2009, and since then the agency has monitored the country’s nuclear program through open-source information and satellite imagery. North Korea’s last and largest nuclear test was in 2017, when it claimed to have successfully tested a hydrogen bomb.
 
The Yongbyon complex has been at the center of the North’s nuclear program, which produced the fissile material for the North’s six nuclear tests from 2006 to 2017.
 
North Korean leader Kim Jong-un offered to dismantle the Yongbyon complex in return for sanctions relief during a summit with US President Donald Trump in 2019. But the US rejected Kim’s offer because giving up Yongbyon would only be a partial concession, as the North is believed to have other enrichment facilities.
 
In response to the report, Lee Jong-joo, spokesperson for the Unification Ministry, said Seoul was closely monitoring the North’s nuclear and missile activities alongside the US, but declined to comment on whether Seoul is detecting signs of activities at the North’s nuclear complex.
 
The Defense Ministry also said the military is closely tracking the North’s nuclear situation in close coordination with the US, without providing further details.
 
The resumption of nuclear activities comes as the North on Sunday slammed the recent South Korea-US military exercise, vowing to bolster “war deterrence” strong enough to tackle and remove external threats.
 
Pyongyang has long said it will not give up its nuclear program until the US withdraws its “hostile policy” on the North, an apparent reference to US-led sanctions. 

Published : August 31, 2021

Several places of Yangon rocked by explosions #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ The Nation.

https://www.nationthailand.com/international/40005495

Several places of Yangon rocked by explosions


Explosions occurred in some places of Yangon city such as Hledan, Insein, North Oakkala, South Oakkalapa and Yankin on the morning of August 30.

Local residents said they started to hear a series of explosions near the North Oakkala Roundabout at about 5.15 am.  

A blast occurred under Hledan Overpass in Kamayut Township at about 5.40 am, locals said.

“In early morning, I heard a loud explosion and saw smoke billowing up,” said a resident.  

Moreover, explosions were heard near Yankin Post Office and in South Oakkala Township.

Local residents in Insein Township also said they heard about five explosions between 4.42 am and 5.27 am.

“The explosions were very loud. I even felt the earth shaking,” a resident in the township said.   

In Insein Township, explosions were reported at the traffic police office at Pauktawwa traffic lights, another office at Japan Street traffic lights, near Insein Railway Station and at the traffic police office at the BOC traffic lights.   

Published : August 31, 2021