เผยพักหนี้แล้วกว่าแสนล้าน เตรียมจ่าย “เงินเยียวยานักเรียน” สิ้นเดือนนี้ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/479947

เผยพักหนี้แล้วกว่าแสนล้าน เตรียมจ่าย “เงินเยียวยานักเรียน” สิ้นเดือนนี้

22 ส.ค. 2564

 โฆษก ศบศ.”เผย อนุมัติสินเชื่อฟื้นฟู พักทรัพย์ พักหนี้แล้วกว่า 1 แสนล้านบาท ขณะที่ยอดใช้จ่ายมาตรการลดค่าครองชีพของรัฐทะลุ 6.6 หมื่นล้าน คาด”รับเงินเยียวยานักเรียน” ได้ภายใน 31 ส.ค.

นายธนกร วังบุญคงชนะ เลขานุการรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะโฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์เศรษฐกิจเปิดเผยความคืบหน้าเกี่ยวกับมาตรการเยียวยาประชาชนทุกกลุ่ม จากผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 (ศบศ.) ทั้งในส่วนการฟื้นฟูพักหนี้ พักทรัพย์ และการเตรียมจ่าย เงินเยียวยานักเรียน” คาด “ดีเดย์” สิ้นเดือนนี้

นายธนกร เปิดเผยว่า ธนาคารแห่งประเทศไทยและกระทรวงการคลังได้ร่วมดำเนินการ 2 มาตรการหลัก ได้แก่ 1.มาตรการสนับสนุนการให้สินเชื่อแก่ผู้ประกอบธุรกิจ (มาตรการสินเชื่อฟื้นฟู) วงเงิน 250,000 ล้านบาท

ความคืบหน้ามีสินเชื่อฟื้นฟูที่อนุมัติแล้ว 92,316 ล้านบาท ผู้ได้รับความช่วยเหลือจำนวน 30,194 ราย โดยมีวงเงินอนุมัติเฉลี่ยอยู่ที่ 3.1 ล้านบาทต่อราย และ 2.มาตรการสนับสนุนการรับโอนทรัพย์สินหลักประกันเพื่อชำระหนี้ โดยให้ผู้ประกอบธุรกิจมีสิทธิซื้อทรัพย์สินนั้นคืนในภายหลัง (มาตรการพักทรัพย์ พักหนี้) วงเงิน 100,000 ล้านบาท มีมูลค่าสินทรัพย์ที่รับโอน 10,510.61 ล้านบาท จำนวนผู้ได้รับความช่วยเหลือ 65 ราย

ทั้งนี้ ทั้ง 2 โครงการเป็นมาตรการที่รัฐบาลตอบสนองต่อภาคเอกชน ให้สามารถเข้าถึงเงินสินเชื่อได้มากขึ้น เสริมสภาพคล่องและการลงทุน สนับสนุนวงเงินในการดูแลสินทรัพย์ให้ภาคธุรกิจโรงแรมและธุรกิจบริการที่เกี่ยวข้องที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 อย่างรุนแรงยังสามารถกลับมาทำธุรกิจตามปกติ หลังจำเป็นต้องหยุดดำเนินกิจการชั่วคราว ตามมติคณะรัฐมนตรี 23 มีนาคม 2564 ให้ความช่วยเหลือฟื้นฟูผู้ประกอบธุรกิจ ที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19)
 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เช็กเลย “Web” ลงทะเบียนรับเงินเยียวยานักเรียน 2,000 บาท ง่ายๆแค่บัตรใบเดียว

เช็กสิทธิ์เงินเยียวยานักเรียน 2,000 บาท รร.รัฐบาล เอกชน ครบทุกขั้นตอนที่นี่

ศธ.แถลง”เยียวยานักเรียน”ทุกสังกัด 2,000 บาท รับเต็มจำนวนต่อนักเรียน1คน เช็กสิทธิ์

นายธนกร กล่าวต่อว่า ส่วนความคืบหน้าแนวทางในการช่วยเหลือนักเรียน ผู้ปกครอง และครู ภายใต้สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ตามมาตรการลดภาระทางการศึกษาของรัฐบาลนั้น

ในส่วนของเงินเยียวยานักเรียน รัฐบาลจะจ่ายให้นักเรียนทุกคน ทุกสังกัด ทั้งภาครัฐและเอกชน ระดับอนุบาล-ม.ปลาย และ ปวช./ปวส. ทั่วประเทศ คนละ 2,000 บาท

โดยหลังจากกระทรวงการคลังจัดสรรงบประมาณแล้ว จะโอนเงินให้ 3 หน่วยงานหลัก ได้แก่ สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (โรงเรียนเอกชน/กศน.) สำนักงานคณะกรรมการศึกษาขั้นพื้นฐาน (เขตพื้นที่การศึกษาของรัฐ) และสำนักงานคณะกรรมการอาชีวศึกษา (วิทยาลัย อาชีวศึกษา/เทคนิค) ภายใน 5-7 วัน ซึ่งผู้ปกครองสามารถตรวจสอบสิทธิกับสถานศึกษาถึงวิธีการรับเงิน ทั้งผ่านเลขบัญชีธนาคาร พร้อมเพย์ หรือรับเงินสด โดยคาดว่าจะได้รับเงินภายในวันที่ 31 สิงหาคมนี้

ทั้งนี้ กลุ่มเป้าหมายที่เป็นนักเรียน นักศึกษา ขณะนี้มีอยู่จำนวนกว่า 11 ล้านคน แบ่งเป็นสถานศึกษาในสังกัดกระทรวงศึกษา รวม 9.8 ล้านคน และสถานศึกษานอกสังกัด ศธ. อีก 1.2 ล้านคน งบประมาณดำเนินการรวม 22,000 ล้านบาท ซึ่งเบื้องต้นผู้ปกครองและนักเรียน นักศึกษา สามารถตรวจสอบสิทธิ์กับสถานศึกษา หรือโรงเรียนของรัฐตรวจสอบสิทธิและข้อมูลจากเว็บไซต์สำนักคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ> https://student.edudev.in.th

และในส่วนของโรงเรียนเอกชนตรวจสอบสิทธิและข้อมูลได้ที่สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) https://opec.go.th
 

โฆษก ศบศ. กล่าวอีกว่า สำหรับมาตรการเยียวยาและการฟื้นฟูเศรษฐกิจในประเทศ ทั้งโครงการคนละครึ่ง เฟส 3 เพิ่มกำลังซื้อในบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ โครงการยิ่งใช้ยิ่งได้ และโครงการเพิ่มกำลังซื้อให้แก่ผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือเป็นพิเศษนั้น ยอดการใช้จ่ายของแต่ละโครงการ ผู้ใช้สิทธิสะสมรวม 38.25 ล้านคน ยอดใช้จ่าย สะสม รวม 66,150.3 ล้านบาท

แบ่งเป็น 1)โครงการคนละครึ่ง เฟส 3 มีผู้ใช้สิทธิสะสม 23.68 ล้านคน ยอดใช้จ่ายสะสม 59,183.6 ล้านบาท แบ่งเป็นส่วนที่ประชาชนจ่ายสะสม 30,049.5 ล้านบาท และรัฐร่วมจ่ายสะสม 29,134.1 ล้านบาท

2)โครงการยิ่งใช้ยิ่งได้ มีผู้ใช้สิทธิสะสม 68,157 คน ยอดใช้จ่ายสะสม 1,352 ล้านบาท และยอดใช้จ่ายด้วย e-voucher สะสม 38 ล้านบาท

3)โครงการเพิ่มกำลังซื้อให้แก่ผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ มีผู้ใช้สิทธิสะสม 13.49 ล้านคน ยอดใช้จ่ายสะสม 5,234.5 ล้านบาท

และ 4)โครงการเพิ่มกำลังซื้อให้แก่ผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือเป็นพิเศษ มีผู้ใช้สิทธิสะสม 1.01 ล้านคน ยอดใช้จ่ายสะสม 342.2 ล้านบาท

ทั้งนี้ อยู่ระหว่างการเร่งเชื่อมระบบแพลตฟอร์มฟู้ดเดลิเวอรี่กับโครงการ “คนละครึ่ง” คาดว่าจะพร้อมใช้งานได้ในเดือนตุลาคม 2564 เพื่อให้ทันกับการรองรับการโอนเงิน “คนละครึ่ง” รอบ 2 อีก 1,500 บาท อย่างไรก็ตาม พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม จะเร่งเยียวยาประชาชนทุกกลุ่มควบคู่ไปกับการป้องกันและรักษาผู้ติดเชื้อโควิด-19

“องค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน” เปิดแนวคิดคนรุ่นใหม่ดันเทคโนโลยีพลิกเกมโกง #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/479944

“องค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน” เปิดแนวคิดคนรุ่นใหม่ดันเทคโนโลยีพลิกเกมโกง

22 ส.ค. 2564

“องค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน” เผยแนวคิดคนรุ่นใหม่ ใช้ข้อมูลและเทคโนโลยีออกแบบไอเดียพลิกเกมโกง สร้างแรงบันดาลใจดึงกลุ่มต่างๆร่วมแก้ปัญหา”คอร์รัปชัน”

“องค์กรต่อต้านคอร์รัปชันฯ” ประกาศ 3  ทีมชนะเลิศ ออกแบบไอเดีย“พลิกเกมโกง” โดยใช้ข้อมูลและเทคโนโลยีเพิ่มความโปร่งใส ด้านประธานองค์กรต่อต้าน“คอร์รัปชันฯ” ประกาศสนับสนุนให้เป็นต้นแบบที่นำไปใช้จริง และสร้างแรงบันดาลใจดึงคนกลุ่มต่างๆร่วมแก้ปัญหาคอร์รัปชันที่มีความหลากหลาย

"องค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน" เปิดแนวคิดคนรุ่นใหม่ดันเทคโนโลยีพลิกเกมโกง

เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2564 องค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) หรือ ACT และพันธมิตร จัดการแข่งขันรอบสุดท้าย ของ 5 ทีมที่เข้ารอบ Final Round Demo Day  ในกิจกรรม ACTkathon: Anti-Corruption VIRTUAL HACKATHON 2021 ภายใต้แนวคิด “พลิกเกมโกงให้อยู่หมัด สร้างไอเดียรัฐเปิดเผย” ซึ่งได้คัดเลือกผู้เข้าแข่งขันกว่า 100 คน จาก 20 ทีม เหลือ 5 ทีมสุดท้าย โดยถ่ายทอดสด ผ่าน Facebook Page: องค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน(https://www.facebook.com/act.anticorruptionThailand) ตั้งแต่ เวลา 13.00 – 18.30 น.
 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

“องค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน” ออกแถลง ค้านตั้ง”อัยการระดับสูง”

“เลขาฯต่อต้านคอรัปชั่น”ชี้ข้อดีทุจริตโกงภาษี บ่งบอกระบบตรวจสอบเข้มแข็ง

“ATK” เจ้าปัญหา “ดร.มานะ” ชี้ โกงหรือไม่ ใครพลาด ใครผิด ตรวจสอบยาก

นายวิเชียร พงศธร ประธานองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) กล่าวเปิดงานว่า การแข่งขันในครั้งนี้ประโยชน์ที่จะได้สูงสุด คือ การมีส่วนร่วมในเรื่องที่สำคัญในชีวิตของเรา จะทำให้ทุกคนได้ร่วมกันจัดการกับความเบื่อหน่าย ความเป็นกังวลกับปัญหาคอร์รัปชัน ที่เกิดขึ้นในปัจจุบันและอนาคต การที่สังคมถูกเบียดเบียนด้วยการโกง การกิน การรีดไถ ชักหัวคิวเพื่อประโยชน์พวกพ้อง ฮั้ว ฟอกเงิน หลับตาข้างเดียว บิดบังเบียดเบียนข้อมูล ฉ้อราษฎร์บังหลวงในหลายรูปแบบ

“หลายท่านอาจจะมีความชินชา น่าเบื่อและสิ้นหวัง แต่เราจะยอม เพิกเฉย ทิ้งให้อนาคตของเราถูกกัดกินต่อไปแบบนี้ไม่ได้ และขอขอบคุณทุกทีมที่ใช้นวัตกรรมสร้างสรรค์เพื่อการต้านโกงอย่างเป็นระบบ เป็นต้นแบบที่จะถูกนำไปใช้จริง เพื่ออำนวยให้คนไทยอีกจำนวนมาก เข้ามามีส่วนร่วม”

"องค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน" เปิดแนวคิดคนรุ่นใหม่ดันเทคโนโลยีพลิกเกมโกง 
“หวังว่าจะเป็นการสร้างแรงบันดาลใจให้คนกลุ่มต่างๆ ได้เข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนาเครื่องมือที่หลากหลายเพื่อแก้ไขปัญหาคอร์รัปชัน ผมรู้สึกมีความหวังและคาดหวังการมีส่วนร่วมของทุกท่าน องค์กรต่อต้านคอร์รัปชันฯถือว่า เรื่องนี้เป็นพันธกิจที่จะร่วมสนับสนุนกระบวนการมีส่วนร่วม กระบวนการที่สร้างสรรค์ สนับสนุนให้คนรุ่นใหม่ได้นำเครื่องมือเหล่านี้ไปขยายผลอย่างจริงจัง ในการแก้ปัญหาทุจริตคอร์รัปชันต่อไป” นายวิเชียร กล่าว 

ผลการแข่งขันนำเสนอผลงานรอบสุดท้ายของทั้ง 5 ทีม ปรากฎกว่า 3 ทีม ที่ได้รับรางวัลชนะเลิศ เงินรางวัล  ทีมละ 150,000 บาท

"องค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน" เปิดแนวคิดคนรุ่นใหม่ดันเทคโนโลยีพลิกเกมโกง

ได้แก่  ทีม 17: ขิงบ้านเรา รู้จักชุมชนของเราให้ดีกว่าที่เคย  แพลตฟอร์มตรวจสอบการใช้งบประมาณของท้องถิ่น, ทีม 1: Application PICA เรดาห์จับโกง แพลตฟอร์มที่เปิดโอกาสให้ร้องเรียนสิ่งผิดปกติโดยไม่ต้องเปิดผยตัวผู้ร้องเรียน และ ทีม 4 :  Corruption Analysis “กินยกแก๊ง” แพลตฟอร์ม วิเคราะห์ความเชื่อมโยงความสัมพันธ์ระหว่างนักการเมือง เครือข่ายธุรกิจ และเครือญาติเพื่อหาความผิดปกติในการคอร์รัปชัน

สำหรับทีมที่ได้รับรางวัล Popular Vote คือ ทีม 1: Application PICA เรดาห์จับโกง รับเงินรางวัล 20,000 บาท โดยผู้ชมร่วมโหวตตั้งแต่เวลา 15:30 -18.00 น.  

สำหรับแนวทางในการใช้เทคโนโลยีจัดการกับการคอร์รัปชันของทีมชนะเลิศทั้ง 3 ทีม  มีดังนี้ 

ทีม 1: Application PICA เรดาห์จับโกง  Application PICA จะทำให้ผู้ใช้เข้าถึงข้อมูลโครงการที่มีความสงสัย และส่งข้อมูลเรื่องร้องเรียนได้ทันที รวมถึงสามารถแชร์ผ่านโซเชียลมีเดียเพื่อให้มีผู้เข้ามามีส่วนร่วมในการตรวจสอบ ผู้ร้องเรียนต้องยืนยันตัวตน ข้อมูลจะบันทึกบนบล็อกเชน ระบบหลังบ้านจะใช้ทั้ง AI และเจ้าหน้าที่ทำการตรวจสอบซ้ำ ข้อมูลที่ได้จากภาคประชาชนจะส่งต่อไปให้องค์กรภาคีต่อต้านคอร์รัปชัน สร้างไวรัลมาร์เก็ตติ้งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาตรวจสอบและสร้างไวรัลเน็ตเวิร์คสร้างเครือข่ายการตรวจสอบ สมาชิกของทีม ประกอบด้วย  วสันต์ เวียนรุ่งเรือง,ปัณณธร นันทิประภา และ วรพัชชา บุญมี

ทีม 4: Corruption Analysis “กินยกแก๊ง” การเชื่อมโยงความสัมพันธ์ระหว่างนักการเมือง เครือข่ายธุรกิจ และเครือญาติ การค้นหาความจริงจากเครือข่ายทุจริต มีความยุ่งยากในการเชื่อมโยงข้อมูล Corruption Analysis เชื่อมโยงเชิงปริมาณทั่วประเทศ โดยเอาข้อมูลมาวิเคราะห์หาความสัมพันธ์ และแสดงแนวโน้มการทุจริต ตั้งแต่วิธีการจัดซื้อจัดจ้าง การทุจริตเชิงนโยบาย และการทุจริตในกระบวนการประมูล 


สมาชิกของทีม ประกอบด้วย ณัฐพงษ์ พัฒนผล, ศุภฤกษ์ พิสิฐศุภกานต์, นภา วงศ์ไชยบริหาร คำนันท์ และ ถมทอง นาถมทอง

และทีม 17: ขิงบ้านเรา รู้จักชุมชนของเราให้ดีกว่าที่เคย แพลตฟอร์มเน้นไปที่การตรวจสอบการใช้งบประมาณของท้องถิ่น โดยพัฒนาแพลตฟอร์มต่อยอดแอปพลิเคชั่น ACT Ai ในการทำให้การนำเสนอข้อมูลของงบประมาณท้องถิ่นเข้าใจง่าย เพื่อให้คนช่วยกันติดตามการใช้งบประมาณอย่างสะดวก โดยจะวิเคราะห์ข้อมูลการใช้งบประมาณโครงการในท้องถิ่น เริ่มจากการรวบรวมงบประมาณในท้องถิ่นเพื่อให้คนในท้องถิ่นได้รับรู้ว่ามีโครงการอะไรบ้าง สามารถตรวจสอบโครงการจัดซื้อจัดจ้างในพื้นที่ วงเงินงบประมาณ รายละเอียดการใช้จ่ายเงินงบประมาณ อนาคตสามารถเชื่อมโยงข้อมูลจากแพลตฟอร์มไปยังหน่วยงานของรัฐเพื่อตรวจสอบหาความเชื่อมโยงของผู้เกี่ยวข้องได้

สมาชิกของทีม ประกอบด้วย  ยุทธนา ศรีสวัสดิ์,เมธวิน เมธาววีนิจ, จรรยนนท์ โลหอุ่นจิตร, พิมพ์อร เสนากัสป์ และอาทิตย์ สุริยะวงศ์กุล

ศรีสุวรรณ จ่อร้อง กกต.สอบ “พรรคก้าวไกล” แจกบัตรตรวจโควิด19 ร่วมหมอชนบท #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/479941

ศรีสุวรรณ จ่อร้อง กกต.สอบ “พรรคก้าวไกล” แจกบัตรตรวจโควิด19 ร่วมหมอชนบท

22 ส.ค. 2564

ศรีสุวรรณ เตรียมร้อง กกต.ให้ตรวจสอบ “พรรคก้าวไกล” กรณีภาพแชร์ในโซเชียลแจกบัตรตรวจโควิด19 ร่วมกับชมรมแพทย์ชนบท

จากกรณีที่ชมรมแพทย์ชนบทร่วมกับสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ หรือ สปสช. ระดมทีมบุคลากรทางการแพทย์จากต่างจังหวัด ลงพื้นที่ตรวจเชิงรุกหาเชื้อโควิด19 ในชุมชนกรุงเทพมหานคร ตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2564 ที่ผ่านมา

ล่าสุด นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย เปิดเผยว่า ตนเองเตรียมเดินทางร้อง กกต.ให้ตรวจสอบพรรคก้าวไกลและหมอชนบท ว่ามีการกระทำที่ฝ่าฝืนกฎหมายหรือไม่ เนื่องจากในโลกออนไลน์มีการแชร์ข้อมูล ว่า มีพรรคการเมืองเข้าไปแทรกแซง และแอบอ้างการทำงานของชมรมแพทย์ชนบท ว่าเป็นความร่วมมือกับพรรคของตน  อย่างเช่น การลงพื้นที่ตรวจโควิดในชุมชนพหลโยธิน  เมื่อวันที่ 10 ส.ค. ที่ผ่านมา ปรากฏว่ามีภาพบัตรคิวสีส้ม เขียนข้อความด้านบนว่า “หมอชนบทร่วมมือกับพรรคก้าวไกล ดูแลชุมชนพหลโยธิน 24” แนบอยู่กับเอกสารประกอบการตรวจหาเชื้อ ซึ่งแม็กติดกับบัตรคิวนั้น เป็นเอกสารที่มีโลโก้ของชมรมแพทย์ชนบทอยู่ด้านบนด้วย

ศรีสุวรรณ จ่อร้อง กกต.สอบ "พรรคก้าวไกล" แจกบัตรตรวจโควิด19 ร่วมหมอชนบท

นายศรีสุวรรณ บอกว่า กรณีดังกล่าวเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์กันอย่างมาก ว่า เป็นการแอบอ้างการทำงานของ “ชมรมแพทย์ชนบท” เพื่อผลประโยชน์ของพรรคการเมืองหรือไม่ เพราะบุคลากรทางการแพทย์ที่ลงพื้นที่ทำงานของชมรมแพทย์ชนบทร่วมกับ สปสช. นั้นเป็นข้าราชการ จะถือเป็นการใช้เวลาราชการไปทำภารกิจช่วยเหลือพรรคการเมืองด้วยหรือไม่

ซึ่งการกระทำดังกล่าว จึงอาจเข้าข่ายความผิดตามรัฐธรรมนูญ 2560 ซึ่งบัญญัติห้ามนักการเมืองหรือพรรคการเมืองก้าวก่ายหรือแซกแซงการปฏิบัติราชการในหน้าที่ประจำของหน่วยงานภาครัฐ ประกอบกับ พรป.พรรคการเมือง 2560 ม.28 กำหนดห้ามมิให้พรรคการเมืองยินยอมหรือกระทําการใดอันทําให้บุคคลอื่นซึ่งมิใช่สมาชิกกระทําการอันเป็นการควบคุม ครอบงํา หรือชี้นํากิจกรรมของพรรคการเมือง ไม่ว่าโดยทางตรงหรือโดยทางอ้อม ซึ่งหากเป็นความผิดมีโทษถึงขั้นยุบพรรคการเมืองนั้น ตาม ม.92(3)

ศรีสุวรรณ จ่อร้อง กกต.สอบ "พรรคก้าวไกล" แจกบัตรตรวจโควิด19 ร่วมหมอชนบท

สำหรับโครงการดังกล่าว เน้นตรวจโควิดเชิงรุกในชุมชนต่างๆ เฉลี่ยวันละ 20,000-30,000 เคส โดยใช้ชุดตรวจแบบเร่งด่วน หรือ Antigen Test Kits ที่สามารถรู้ผลได้อย่างรวดเร็ว เมื่อพบเชื้อก็จะแยกกักและรักษาตัวที่บ้าน ด้วยการทำ Home Isolation แต่หากสภาพบ้านที่อยู่อาศัยไม่เอื้อให้กักตัวได้ ก็ให้ทำการกักกันในชุมชน หรือ Community Isolation

ซึ่งที่ผ่านมาผลการดำเนินการเป็นไปด้วยดี จนสถานการณ์ผู้ติดเชื้อตกค้างตามบ้านและในชุมชนลดลง และนายกรัฐมนตรีก็ได้แสดงความชื่นชม รวมทั้งขอบคุณชมรมแพทย์ชนบทด้วย

ศรีสุวรรณ จ่อร้อง กกต.สอบ "พรรคก้าวไกล" แจกบัตรตรวจโควิด19 ร่วมหมอชนบท

นายศรีสุรรณ บอกว่าด้วยเหตุดังกล่าว สมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย จึงจะนำพยานหลักฐานไปร้องเรียนต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ให้ดำเนินการไต่สวนสอบสวนพรรคก้าวไกลและหมอชนบท ว่ามีการกระทำที่ฝ่าฝืนกฎหมายดังกล่าวหรือไม่ โดยจะไปร้องเรียนในวันจันทร์ที่ 23 ส.ค.2564 ที่สำนักงาน กกต.

รู้หรือไม่ “กะเพรา” พืชใกล้ตัว มากสรรพคุณ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/479933

รู้หรือไม่ “กะเพรา” พืชใกล้ตัว มากสรรพคุณ

22 ส.ค. 2564

“กะเพรา”จัดเป็นสมุนไพรชนิดหนึ่งที่มีสรรพคุณทางยาช่วยรักษาโรคได้หลายชนิด เป็นสมุนไพรที่มีสรรพคุณหลายด้าน

กะเพรา“เป็นไม้ล้มลุก มีความสูงของต้นประมาณ 30-60 ซม. โคนต้นออกแข็ง

“กะเพราแดง” จะมีลำต้นสีแดงอมเขียว “กะเพราขาว”มีลำต้นสีเขียวอมขาวและยอดอ่อนมีขนสีขาว มีใบเป็นใบเดี่ยวสีเขียวรูปรีออกตรงข้ามกัน ปลายใบมนหรือแหลม โคนใบแหลม ขอบใบเป็นจักฟันเลื่อยและเป็นคลื่น แผ่นใบมีขนสีขาว

ส่วน”ดอกกะเพรา”จะออกเป็นช่อที่ปลายยอด ดอกสีขาวแกมม่วงแดงมีจำนวนมาก กลีบเลี้ยงโคนจะเชื่อมติดกัน ปลายเรียวแหลม ด้านนอกมีขน

กลีบดอก แบ่งเป็น 2 ปาก ปากบน 4 แฉก ปากล่าง 1 แฉกและยาวกว่าปากบน มีขนประปราย เกสรตัวผู้มี 4 อัน ส่วนผลเป็นผลแห้ง เล็ก เมื่อแตกออกจะมีเมล็ดสีดำถึงน้ำตาลคล้ายรูปไข่

กะเพรา” มี 2 ชนิด คือ กะเพราแดงและกะเพราขาว

กะเพราแดง“จะมีฤทธิ์ที่แรงกว่า”กะเพราขาว” ในสรรพคุณทางยาจึงนิยมใช้”กะเพราแดง”

โดยส่วนที่นำมาใช้ทำเป็นยาสมุนไพร คือ ส่วนของใบ ยอดกะเพรา ทั้งสดและแห้ง และทั้งต้น แต่ถ้านำมาใช้ประกอบอาหารจะนิยมใช้”กะเพราขาว”เป็นหลัก

สรรพคุณ

ใบ   บำรุงธาตุไฟธาตุ ขับลมแก้ปวดท้องอุจจาระ แก้ลมตานซาง แก้จุกเสียด แก้คลื่นเหียนอาเจียน แก้โรคบิด และขับลม

เมล็ด   เมื่อนำไปแช่น้ำ เมล็ดพองตัวเป็นเมือกขาว ใช้พอกบริเวณตา เมื่อตามีผงหรือฝุ่นละอองเข้า ผงหรือฝุ่นละอองนั้นก็จะออกมา ซึ่งจะไม่ทำให้ตาเรานั้นช้ำอีกด้วย

ราก    ใช้รากที่แห้งแล้ว ชงหรือต้มกับน้ำร้อนดื่ม แก้โรคธาตุพิการ

น้ำสกัดทั้งต้น   มีฤทธิ์ลดการบีบตัวของลำไส้ สามารถรักษาแผลในกระเพาะอาหาร ในใบมีฤทธิ์ขับน้ำดี ช่วยย่อยไขมันและลดอาการจุกอก

ใบและกิ่งสด   เมื่อนำมาสกัดน้ำมันหอมระเหยโดยการต้มกลั่น ได้น้ำมันหอมระเหยร้อยละ 0.08-0.10 ซึ่งมีราคา 10,000 บาทต่อกิโลกรัม

แก้ลม ขับลม จุกเสียดในท้อง เป็นยาตั้งธาตุ แก้ปวดท้อง ท้องขึ้น

ใช้รักษาโรคของเด็ก คือ เอา “ใบกะเพรา” มาตำละลายกับน้ำผึ้ง หยอดให้เด็กแรกเกิดกินเรียกว่าถ่ายขี้เถ้า หรือตำแล้วบีบเอาน้ำผสมกับมหาหิงค์ ทารอบสะดือ แก้ปวดท้องของเด็ก ปรุงเป็นยาผง ส่วนมากจะใช้เฉพาะใบรากแห้ง ชงกับน้ำร้อนดื่มแก้ธาตุพิการได้ดีและใบกับดอกผสมปรุงอาหาร

เป็นยาขับลมแก้ปวดท้อง ท้องเสีย และคลื่นไส้อาเจียน โดยใช้ยอดสด 1 กำมือ ต้มพอเดือด ดื่มเฉพาะส่วนน้ำ 

และพบว่าฤทธิ์ขับลม ซึ่งเกิดจากน้ำมันหอมระเหย และสารEugenol มีฤทธิ์ขับน้ำดี ช่วยย่อยไขมันและลดอาการจุกเสียด 

สภาผู้แทนฯฉลุย มติ 257 ต่อ 189 เสียง ผ่าน “ร่าง พ.ร.บ.งบฯปี 65” #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/479920

สภาผู้แทนฯฉลุย มติ 257 ต่อ 189 เสียง ผ่าน “ร่าง พ.ร.บ.งบฯปี 65”

22 ส.ค. 2564

สภาผู้แทนฯฉลุยผ่าน “ร่าง พ.ร.บ. งบฯปี 65 “จำนวน 3.1 ล้านล้านบาท ด้วยมติ 257 ต่อ 189 คะแนน หลังลากยาว 5 วัน 52 ชั่วโมง ส่งวุฒิสภาพิจารณาต่อไป ด้านรัฐบาลยันจะใช้งบฯโปร่งใส่-มีประสิทธิภาพ

22 ส.ค. 64 การประชุมสภาผู้แทนฯพิจารณา”ร่างพ.ร.บ.งบประมาณฯรายจ่าย ปี2565″  จำนวน 3.1 ล้านล้านบาท วาระ2-3 ต่อเนื่องจนเข้าสู่วันที่ 5

โดยมีนายชวน หลีกภัย ประธานสภาฯ ทำหน้าที่เป็นประธานการประชุม เพื่อพิจารณามาตรา 37 งบประมาณรายจ่ายสำหรับแผนงานบูรณาการ  204,179,444,100 บาท

มาตรา38 งบประมาณรายจ่ายสำหรับแผนงานบุคลากรภาครัฐ ให้ตั้งเป็นงบประมาณรายจ่ายของหน่วยรับงบประมาณ770,159,975,000 บาท

มาตรา 39 งบประมาณรายจ่ายสำหรับทุนหมุนเวียนให้ตั้งเป็นงบประมาณรายจ่ายของหน่วยรับงบประมาณ 195,370,402,900บาท

มาตรา 40  งบประมาณรายจ่ายสำหรับแผนงานบริหาร จัดการหนี้ภาครัฐ ให้ตั้งเป็นงบประมาณรายจ่ายของหน่วยรับงบประมาณ 297,631,438,900 บาท

มาตรา 41 งบประมาณรายจ่ายเพื่อชดใช้เงินคงคลัง 596,666,700  บาท

และมาตรา 42 งบประมาณรายจ่ายเพื่อชดใช้เงินทุนสำรองจ่าย 24,978,560,000บาท

โดยสิ้นสุดในเวลา 01.09 น. ทั้งนี้ที่ประชุมลงคะแนนเห็นด้วยกับที่กมธ.เสียงข้างมากแก้ไข 

จากนั้นเวลา 01.10 น. ที่ประชุมสภาฯ มีมติเห็นชอบร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2565 วาระ3 ด้วยคะแนนเสียง 257 คะแนน ไม่เห็นด้วย 189 คะแนน งดออกเสียง 4 คะแนน และไม่ลงคะแนน 1 คะแนน จากนั้นที่ประชุมมีมติเห็นด้วยกับข้อสังเกตของกมธ.งบประมาณฯ

สภาผู้แทนฯฉลุย มติ 257 ต่อ 189 เสียง ผ่าน "ร่าง พ.ร.บ.งบฯปี 65"

ต่อมานายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เป็นตัวแทนพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม กล่าวขอบคุณสมาชิกสภาฯ ว่า ตนได้รับมอบหมายจากนายกรัฐมนตรี เพื่อมาปฎิบัติหน้าที่ ในนามของรัฐบาล

ขอขอบคุณประธานและสมาชิกทุกท่านที่ได้พิจารณาให้ความเห็นชอบในร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2565

สำหรับข้อคิดเห็น คำแนะนำ และข้อเสนอแนะ รวมทั้งความห่วงใยที่สมาชิกได้เสนอแนะไว้ตลอดระยะเวลาการประชุมรัฐบาลขอขอบคุณและจะนำไปประกอบการพิจารณาปรับปรุงการดำเนินงานของหน่วยรับงบประมาณ เพื่อให้หน่วยรับงบประมาณมีการใช้จ่ายงบประมาณอย่างมีประสิทธิภาพ

เพื่อขับเคลื่อนนโยบาย  ยุทธศาสตร์การพัฒนานโยบายของประเทศให้สอดคล้องกับสภาวะเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ

นอกจากนี้รัฐบาลขอขอบคุณกมธ.ทุกท่านที่ได้ให้ความสำคัญเสียสละเวลาความร่วมมือในการพิจารณาร่างพ.ร.บ.ฉบับดังกล่าวอย่างเต็มที่จนสำเร็จ  

ทั้งนี้รัฐบาลจะนำร่างพ.ร.บ.นี้ไปประกอบการพิจารณาดำเนินการโครงการต่างๆ เพื่อให้คุ้มค่าและเกิดประโยชน์สูงสุด ขอให้มั่นใจว่านโยบายและมาตรการและงบประมาณที่ได้รับให้นำไปใช้จ่ายในครั้งนี้

รัฐบาลจะนำไปใช้ตามวัตถุประสงค์และแผนงานที่กำหนด โดยรัฐบาลจากกำกับดูแลการใช้งบประมาณดังกล่าวให้มีความโปร่งใส ตามนโยบายที่มีประสิทธิภาพและประสิทธิผลเพื่อประเทศตามความมุ่งหวังของรัฐบาลและสมาชิกสภาทุกท่าน

จากนั้นนายชวนได้กล่าวขอบคุณสมาชิกสภาฯที่อยู่ร่วมการประชุมในครั้งนี้ และสั่งปิดการประชุมในเวลา 01.21 น. วันที่ 22 ส.ค.64 รวมใช้เวลาการพิจารณาตลอดทั้ง 5 วัน ตั้งแต่วันที่ 18-22 ส.ค. นานกว่า 52  ชั่วโมง สำหรับขั้นตอนต่อไปทางสภาฯจะส่งให้กับวุฒิสภาพิจารณาต่อไป 

“เสี่ยเฮ้ง” อาสาชกแทน บิ๊กตู่ ถาม เต้ มงคลกิตติ์ พี่หนักนะ น้องไหวเหรอ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/479903

“เสี่ยเฮ้ง “อาสาชกแทน บิ๊กตู่ ถาม เต้ มงคลกิตติ์ พี่หนักนะ น้องไหวเหรอ

21 ส.ค. 2564

https://www.dailymotion.com/embed/video/x83m41w

“เสี่ยเฮ้ง สุชาติ ชมกลิ่น “รมว. แรงงาน อาสาชกแทน บิ๊กตู่ : ผมอดีตนักมวยเก่า ถาม เต้ มงคลกิตติ์ พี่หนักนะ น้องไหวเหรอ


ผู้สื่อข่าวทำเนียบรัฐบาลรายงานว่าภายหลัง นายมงคลกิตติ์   สุขสินธารานนท์  ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคไทยศรีวิไลย์ หรือเจ้าของฉายา “เต้พระราม7″ท้าประลองหมัดกับพล.อ.ประยุทธ์  จันทร์โอชา  “นายกฯ” ขึ้นแลกหมัด 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

“เต้มงคลกิตติ์” ท้าชกนายกฯ ต่อให้ 2 รุม 1 ไม่เกี่ยง แต่เจอทัวร์ลง

“สิระ”ซัดกลับ “ เต้ มงคลกิตติ์”แนะไปหาหมอเช็กประสาท

แซ่บ เต้ มงคลกิตติ์ ฝากถึง สิระ เจนจาคะ ถ้าอยากช่วย ลุงตู่ 2 รุม 1 ก็ไม่เกี่ยง

จนนาย สิระ  เจนจาคะ  ส.ส.พลังประชารัฐ เขต 9 กทม. ออกมาตำหนิพฤติกรรมนายมงคลกิตติ์

อย่างไรก็ตาม ยังมี รมต.จากพรรคพปชร. ได้ออกมาแซวกลับไปถึงเต้-มงคลกิตติ์

นั่นคือ นาย”สุชาติ ชมกลิ่น”  รมว.แรงงาน  ประกาศ อาสาชกแทน 

โดยบอกว่า ผมเป็นอดีตนักมวยเก่า ขึ้นสังเวียนงานวัดมานับไม่ถ้วน  

ดูหน่วยก้านแล้ว ต้องถามเต้ว่า “พี่หนักนะ น้องไหวเหรอ”  (ฮา)

นายกฯ ตั้ง กก.ขับเคลื่อน “ฟ้าทะลายโจร” บิ๊กป้อม ประธาน “สมศักดิ์” ปิ๋ว #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/479876

นายกฯ ตั้ง กก.ขับเคลื่อน”ฟ้าทะลายโจร” บิ๊กป้อม ประธาน “สมศักดิ์” ปิ๋ว

21 ส.ค. 2564

นายกฯตั้ง กก. ขับเคลื่อน “ฟ้าทะลายโจร” บิ๊กป้อม นั่งประธาน ธรรมนัส-นฤมล เป็นรองฯ แต่กลับไร้ชื่อ “สมศักดิ์”- ปลัดยุติธรรม ทั้ง ๆ ที่เป็นผู้ริเริ่มนำร่องใช้รักษานักโทษในเรือนจำ-ผลักดันเข้า ครม. ช่วยประชาชน

วันที่ 21 สิงหาคม 2564 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ได้ลงนามคำสั่ง แต่งตั้งคณะกรรมการนโยบายการบริหารจัดการพืชสมุนไพร ฟ้าทะลายโจรและพืชสมุนไพรอื่น เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม ที่ผ่านมา

โดยมี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ และนางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รมช.แรงงาน เป็นรองประธาน

และมีปลัดกระทรวงที่เกี่ยวข้อง อาทิ ปลัดกระทรวงเกษตรฯ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติฯ เป็นกรรมการ

โดยคณะกรรมการนโยบายการบริหารจัดการพืชสมุนไพรฟ้าทะลายโจร แต่งตั้งขึ้นมาภายหลังที่ประชุมคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 27 ก.ค.64 มีมติให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง บูรณาการขับเคลื่อนพืชสมุนไพรฟ้าทะลายโจร เพื่อพัฒนาคุณภาพสมุนไพรไทยให้เป็นที่ยอมรับ

และสร้างความเชื่อมั่นในระดับสากล รวมถึงนำพืชสมุนไพรไปใช้ในการรักษาโรคให้แพร่หลายมากยิ่งขึ้น หลังมีการแพร่ระบาดของโรคไวรัสโควิด-19 ที่ส่งผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตของประชาชนในวงกว้าง

ทั้งนี้ คณะกรมการชุดนี้ มีอำนาจหน้าที่ คือ กำหนดนโยบายและแนวทางในการบริหารจัดการฟ้าทะลายโจร ทั้งระบบและครบวงจร พร้อมกำหนดกรอบยุทธศาสตร์ฟ้าทะลายโจร 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เป็นที่น่าสังเกตุว่า การตั้งคณะกรรมการชุดดังกล่าว ไม่มีหน่วยงานหลักที่ขับเคลื่อนเรื่องนี้ อย่างกระทรวงยุติธรรม ที่ได้เริ่มใช้พืชสมุนไพรฟ้าทะลายโจร กับผู้ต้องขังที่ติดเชื้อโควิดในเรือนจำจนรักษาหายจำนวนมาก

และการประชุม ครม.เมื่อวันที่ 27 ก.ค.64 ที่เห็นชอบหลักการใช้ฟ้าทะลายโจร ในการบรรเทาอาการผู้ป่วยโควิด-19 เพื่อเป็นทางเลือกนั้น

ทางกระทรวงยุติธรรมเป็นผู้เสนอเรื่องนี้ เพราะกรมราชทัณฑ์ ได้ใช้ยาฟ้าทะลายโจร  บรรเทาอาการในกลุ่มผู้ต้องขังที่มีอาการไม่รุนแรงจำนวน 11,800 คน ซึ่งพบว่า สามารถรักษาหายร้อยละ 99.02  จากยอดผู้ต้องขังที่ติดเชื้อ 

นอกจากนี้ที่ผ่านมากระทรวงยุติธรรม ยังได้ขับเคลื่อนเรื่องนี้ โดยมอบหมายให้เรือนจำทั่วประเทศปลูกฟ้าทะลายโจร รวมถึงการผลิตยาแคปซูลเพื่อรักษาผู้ติดเชื้อ และเป็นแหล่งเรียนรู้ให้กับประชาชน

ซึ่งการแต่งตั้งคณะกรรมการขับเคลื่อนเรื่องฟ้าทะลายโจร กลับไม่มีชื่อของ นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.ยุติธรรม หรือ ปลัดกระทรวงยุติธรรม ทั้งที่เป็นคนขับเคลื่อนเรื่องนี้แต่อย่างใด

นายกฯ ตั้ง กก.ขับเคลื่อน"ฟ้าทะลายโจร"  บิ๊กป้อม  ประธาน  "สมศักดิ์" ปิ๋ว
นายกฯ ตั้ง กก.ขับเคลื่อน"ฟ้าทะลายโจร"  บิ๊กป้อม  ประธาน  "สมศักดิ์" ปิ๋ว

Official: Number of Cambodian centenarians unexpectedly high #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ The Nation.

https://www.nationthailand.com/international/40005079

Official: Number of Cambodian centenarians unexpectedly high


A senior Ministry of Planning official said there are currently more than 3,000 centenarians in Cambodia, most of them residents of Phnom Penh.

Hang Lina, a government delegate in charge of the National Institute of Statistics and the 2019 General Census, said on August 20 the latest census revealed that Cambodia has a total of 3,143 people aged 100 and over.

“This statistic comes as a surprise. We have not expected that Cambodia has so many people in old age,” she said.

According to the census, Phnom Penh has the highest number of centenarians at 462, followed by Siem Reap at 267, Tbong Khmum at 250, Kampong Cham at 242 and Kandal at 220.

Kep, which has the smallest population, has only three centenarians.

Published : August 22, 2021

By : The Phnom Penh Post / ANN

Việt Nam calls for international cooperation to deal with threat of terrorism #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ The Nation.

https://www.nationthailand.com/international/40005078

Việt Nam calls for international cooperation to deal with threat of terrorism


HÀ NỘI — Deputy head of Việt Nam’s Permanent Mission to the United Nations Ambassador Phạm Hải Anh urged international cooperation and solidarity in order to seek the most effective response to combat terrorism in the face of a serious threat posed by the so-called Islamic State’s activities in recent times.

He made the statement at a UN Security Council (UNSC) meeting held on August 19 to discuss the threat of the Islamic State (also known as Da’esh) to international peace and security. It was chaired by Subrahmanyam Jaishankar, Minister for External Affairs of India – the council’s chair for August.

The ambassador underlined the need to promote comprehensive anti-terrorism measures and ensure joint efforts are in line with the UN Charter and international law. 

The Security Council should effectively use available tools to detect and avert new threats of terrorism, he said, calling attention to terrorists’ use of the internet and new technologies to raise money, recruit and propagate their agendas. 

ADVERTISEMENTx

Under-Secretary-General for the UN Office of Counter-Terrorism Vladimir Voronkov, and Director of the Counter Terrorism Executive Directorate (CTED) Michele Coninsx said early this year, the social distancing measures due to the COVID-19 pandemic had an impact on the organisation of terrorist activities in areas without hostilities. However, the terrorist threat is increasing in war zones. Notably, IS affiliates and related organisations have shown signs of extending their presence in West Africa, the Sahel, East and Central Africa, Afghanistan and other parts of South Asia. 

The presenters also underlined the need for a definitive humanitarian solution to the thousands of people in the camps in Iraq and Syria. Most of them are women and children believed to have relations with terrorists. More counter-terrorism efforts are needed from the national, regional to global levels, they said, emphasising the central role of the Security Council on the issue.

UNSC members shared concerns about the latest developments in Afghanistan, stressing the need for comprehensive measures to prevent terrorists from using the area as a “safe haven”.

Also on August 19, the Security Council countries agreed to issue a press statement on the content exchanged at the meeting, which reaffirmed the determination of the international community in eliminating terrorism. The statement also emphasised the need to strengthen international cooperation on counter-terrorism in a comprehensive way to maintain peace, stability, and development. — VNS

Published : August 22, 2021

By : Vietnam News / ANN

New law to safeguard personal information #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ The Nation.

https://www.nationthailand.com/international/40005077

New law to safeguard personal information


Chinas top legislature on Friday adopted a law on the protection of peoples personal information-a widely anticipated item of legislation as the public has long been bothered by data misuse and privacy leakage.

The Personal Information Protection Law, passed after being reviewed three times by the Standing Committee of the National People’s Congress, gives definitions of “personal data” and “sensitive personal data”. For example, it says biometric recognition, religious belief, medical and health information, financial accounts and movement tracks are all “sensitive” personal data.

The law, which comes into effect on Nov 1, also clarifies principles in handling personal data. For example, it stipulates that those handling personal information should inform users and get permission from data owners before collecting, storing, using, processing, transferring, disclosing, providing or deleting the data.

ADVERTISEMENTx

Personal information handlers need to let users know their principles, purposes and methods of personal data collection and usage, and not excessively collect user data.

As many people have been troubled with, and often complained about, cameras installed to record their personal information, the law stipulates that equipment for collecting people’s images or recognizing their identities should be set up in public places only for maintaining public security, and they should be given obvious signs.

As operators nowadays often send information or marketing promotions to people via automated software or programs, which has bothered many people, the law requires information processors to offer options for users to reject such automatic notifications.

It also says “no” to applications that give different prices to users, based on assessing their consumption preferences and income level by using big data.

Applications that improperly handle personal information will face suspension or termination of service.

In recent years, China has accelerated legislative measures to safeguard personal information and called for the optimization of such data after seeing that it has been widely and improperly collected and used in the internet era.

By the end of last year, China had 989 million netizens, 4.43 million websites and 3.45 million apps, according to China Internet Network Information Center.

Before the latest law, the country has adopted the Cybersecurity Law and the E-commerce Law, and amended the Criminal Law and the Law on Protection of Consumer Rights and Interests.

Since this year, government agencies have also increased their inspections of app markets.

Published : August 22, 2021

By : China Daily / ANN