‘รันม่า’ สะอื้น! ชาวเน็ตเปรียบเทียบ ‘สาวน้อย’ เก่งกว่า #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/595250

'รันม่า'สะอื้น! ชาวเน็ตเปรียบเทียบ 'สาวน้อย'เก่งกว่า

‘รันม่า’สะอื้น! ชาวเน็ตเปรียบเทียบ ‘สาวน้อย’เก่งกว่า

วันจันทร์ ที่ 16 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 13.45 น.

เรียกได้ว่ากระแสตอบรับตอนพิเศษของรายการ Last Idol Thailand Presented by True 5G” (ลาสต์ ไอดอล ไทยแลนด์) ทางช่อง 7 HD ได้รับความสนใจเกินคาด เนื่องตากเป็นเทปเปิดใจสมาชิกชั่วคราวหมายเลขต่าง ๆ และผู้ท้าชิงตั้งแต่แมทช์ที่ 1-3 แบบหมดเปลือกว่าก่อนและหลังการแข่งขันพวกเธอรู้สึกอย่างไรบ้าง

สัปดาห์ล่าสุดที่ผ่านมาก็เจาะลึกความรู้สึกของอดีตสมาชิกชั่วคราวหมายเลข 4 อย่าง หงษ์หยก ควรประดิษฐ์  สาวน้อยน่ารักสุดสดใสที่ต้องพ่ายแพ้ให้กับรุ่นพี่มาดเท่ 4 รันม่า-แทนทยา ชิชิดะ ผู้ท้าชิงคนที่ 4  งานนี้หงส์หยกถึงกับร่ำไห้เลยทีเดียว หงส์หยก เผยว่า “ตอนที่เห็นพี่รันม่าแสดง เขาแสดงได้ดีมากนะคะ แต่หนูพยายามทำให้ตัวเองมีความสุขเข้าไว้ ซึ่งพอได้ดูเทปตัวเองย้อนหลัง หนูชอบโชว์ของตัวเองมากค่ะ พอถึงตอนที่ตัดสินใจก็อยากให้พี่แพท เคลียร์ เป็นคนตัดสิน แต่ทุกอย่างก็ไม่ได้เป็นไปตามที่ใจหวัง พี่หนึ่ง อีทีซี ได้รับหน้าที่นี้และเลือกให้พี่รันม่ามาแทนที่หนู หนูเสียใจถึงขั้นร้องไห้เลย เราถามตัวเองว่าความฝันของเราจะหยุดแค่นี้จริง ๆ เหรอ คือปกติแล้วหนูเป็นคนร่าเริงจนไม่คิดว่าวันนั้นหนูจะร้องไห้ได้  แต่พอเวลาผ่านไปเราก็มีความมุ่งมั่นและยอมรับในสิ่งที่ตัวเองเป็น และจะพยายามมากขึ้นเพื่อที่จะเป็นไอดอลต่อไปค่ะ”

ต่อกันด้วยความรู้สึกของผู้ท้าชิงคนที่ 5 มินนี่ณิชัญญา สุดประเสริฐ  เด็กสาววัย 14 ที่มาพร้อมกับรอยยิ้มที่แสนจะซุกซน ซึ่งงานนี้เธอเลือกที่จะสู้ข้ามรุ่นกับสมาชิกชั่วคราวหมายเลข 3  มีมี่-พิมพ์มาดา ตั้งสี ที่อายุมากกว่าถึง 6 ปี งานนี้ถึงมินนี่จะไม่สามารถเอาชนะรุ่นพี่อย่างมีมี่ได้ แต่ความน่ารักของเธอก็ขโมยใจแฟน ๆ ไปเยอะเลยทีเดียว มินนี่ เผยว่า “มินนี่แฮปปี้กับโชว์ของตัวเองนะคะ เพราะรู้สึกว่าเราทำได้ดีกว่าตอนซ้อม ตอนที่ดูโชว์ของพี่มีมี่จบก็รู้สึกว่าเขาโชว์ได้ดีมาก ซึ่งในใจก็คิดว่าถ้าชนะก็คงดีใจ แต่ถ้าไม่ชนะก็ไม่เป็นไรค่ะ ซึ่งพอพี่หนึ่ง อีทีซี กรรมการที่ได้รับสิทธิ์ตัดสินใจแมทช์นั้น ไม่เลือกหนู หนูก็ไม่ร้องไห้นะคะ เพราะหนูคิดว่าหนูยังมีเวลามากพอที่จะพัฒนาตัวเองให้ดีขึ้นค่ะ”

ด้าน แนล-แนลริยา วิภาคกิจ ผู้ท้าชิงคนที่ 6 อดีตไอดอลสาวจากเชียงใหม่ ชี้เป้าขอท้าชิงสมาชิกชั่วคราวหมายเลข 2 ม่านมุก-ชดาธาร ด่านกุล ซึ่งสาวแนลเผยถึงสาเหตุที่เลือกตำแหน่งนั้นว่า “เพราะมุมนั้นหนูสวยค่ะ(หัวเราะ) ที่วันนั้นตอบแบบนั้นเพราะหนูพยายามสะกดความเครียดและกดดันเอาไว้ อยากจะเอ็นเตอร์เทนกรรมการและผู้ชมค่ะ ตอนโชว์เพลง “แม่มด” หนูกดดันและประหม่ามาก แต่เพลงนี้ก็เป็นตัวหนูนะคะ ส่วนโชว์ของพี่ม่านมุกฉายเดี่ยวก็ชอบมากเลยค่ะ พอถึงเวลาตัดสินกดดันมาก เพราะพี่มด-ณปภัช เป็นไอดอลของหนูเหมือนกัน ตอนที่ประกาศว่าพี่ม่านมุกชนะ ก็มีช็อคบ้าง เสียใจแต่ก็กลั้นไว้ ไม่อยากให้ใครปลอบในตอนนั้น และยิ่งพอรู้ผลว่าไม่มีกรรมการคนไหนเลือกหนูเลย ก็ยิ่งเสียใจเข้าไปใหญ่เลย เพราะอย่างน้อยถ้าได้สัก 1 คะแนนจะได้ให้แม่เอาไปบลั๊ฟคนแถวบ้านก็ยังดีค่ะ (หัวเราะ)

ต่อกันที่ สาวน้อยพิชญ์สินี อิทธิรัตนะโกมล ผู้ท้าชิงคนที่ 7 ที่ร้องเพลงนิทานที่โชว์สกิลและทักษะการร้องเพลงได้เป็นอย่างดี แต่ก็พ่ายแพ้ให้แก่ รันม่า-แทนทยา ชิชิดะ สมาชิกชั่วคราวหมายเลข 4 เพราะกรรมการอย่าง ติ๊ก เพลย์กราวนด์ เลือกให้ รันม่า-แทนทยา ชิชิดะได้ไปต่อ สาวน้อย เผยว่า “หนูก็พยายามโชว์อย่างเต็มที่นะคะ ก็มีแอบจับผิดตัวเองตลอด เห็นโชว์ของพี่รันม่า เขาเลือกร้องเพลง “จับมือของฉันไว้” คนละแนวกับเพลงของหนูเลย ก็ลุ้นอยากให้กรรมการเลือกสาวน้อยนะคะ แต่พอกรรมการ พี่ติ๊ก เลือกพี่รันม่า ก็เสียดาย ภาพที่เราจะได้เต้นเพลง “Bandwagon” ก็ไม่ได้เต้นแล้ว แต่หนูก็เตรียมใจเอาไว้แล้ว หลังโชว์จบลงหนูก็ได้อ่านคอมเมนต์ต่าง ๆ ทางโซเชียล ก็ดีใจที่มีคนชื่นชอบเราเหมือนกัน ก็พยายามเก็บรายละเอียดต่าง ๆ แล้วนำมาพัฒนาตัวเองต่อไปค่ะ”

รันม่า-แทนทยา สมาชิกชั่วคราวหมายเลย 4 เผยความรู้สึกว่า “คำว่า “สมาชิกชั่วคราวหมายเลข 4 กดดันมากนะคะ แล้วพอเห็นโชว์ของน้องสาวน้อย เขาเป็นคนแรกที่ร้องเพลงดิสนีย์เลย และเขาทำได้ดีมาก แต่ในส่วนของรันม่าเองก็พยายามร้องและสื่อสารความรู้สึกออกมาในเพลงให้ได้มากที่สุด พอโชว์จบก็รู้สึกว่าตัวเองทำได้ดีกว่าตอนซ้อมเยอะ แต่หลังจากที่เทปที่รันม่าแข่งกับสาวน้อยจบไป ก็มีเสียงเชียร์สาวน้อยเยอะ หนูก็ยอมรับว่าโชว์ของเขาสดใสและร้องดีมาก แต่หนูก็ทำดีที่สุดแล้ว ก็ยอมรับว่าเราอาจจะไม่ได้ทำดีกว่าเขาหรือแย่กว่าเขา แต่ก็รู้สึกว่าหนูจะแข่งไปทำไมในเมื่อมีแต่คนอยากให้หนูแพ้ค่ะ (ร้องไห้)”

ติดตามชมไฮไลต์เด็ด ๆ ที่ไม่เคยออนแอร์มาก่อนได้ในรายการ Last Idol Thailand Presented by True 5G” (ลาสต์ ไอดอล ไทยแลนด์) ในวันอาทิตย์ที่ 22 ส.ค.นี้ เวลา 12.30 -13.30 น. ทางช่อง 7 HD

และพิเศษสุดสามารถรับชมเอ็กซ์คลูซีฟคอนเท้นต์ผ่านทางแอพพลิเคชั่น True ID นอกจากนี้ยังสามารถโหวตผู้เข้าแข่งขันที่คุณชื่นชอบที่สุด 5 อันดับ ตลอดรายการ เพื่อเดบิวต์เป็นยูนิตพิเศษ True 5G Special Unit ง่ายๆ เพียงกด *472* ตามด้วยหมายเลขของผู้เข้าแข่งขันที่คุณชื่อชอบ ตามด้วย # แล้วกดโทรออก หรือโหวตผ่านแอพพลิเคชั่น True Money Wallet และยังสามารถใช้ทรูพอยท์ร่วมโหวตได้อีกด้วย สามารถโหวตได้ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 3 ต.ค. 64 เวลา 24.00 น. เท่านั้น

เปิดใจพ่อ ‘นิวเคลียร์’ จะเป็นกำแพงให้ลูกเมื่อล้ม หลังแยกทาง ‘ดีเจเพชรจ้า’ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/595246

เปิดใจพ่อ'นิวเคลียร์' จะเป็นกำแพงให้ลูกเมื่อล้ม หลังแยกทาง'ดีเจเพชรจ้า'

เปิดใจพ่อ’นิวเคลียร์’ จะเป็นกำแพงให้ลูกเมื่อล้ม หลังแยกทาง’ดีเจเพชรจ้า’

วันจันทร์ ที่ 16 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 13.38 น.

ยังเป็นครอบครัวเดียวกัน! คุณพ่ออภิชาติ พ่อของสาวนิวเคลียร์ ได้โพสต์ข้อความให้กำลังใจทั้งคู่ หลังจากที่วานนี้ สาว นิวเคลียร์ ออกมาประกาศชัดเจนว่าความสัมพันธ์ระหว่าง ดีเจเพชรจ้า ต้องยุติลง เหลือไว้เพียงหน้าที่คุณพ่อ คุณแม่ ที่จะต้องทำให้ดีที่สุด 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง : โพสต์เดียวจบ! ‘นิวเคลียร์’แยกทาง’เพชรจ้า’ ช่วยกันทำหน้าที่พ่อแม่ ห่วงความรู้สึก’ไทก้า’

โดย คุณพ่ออภิชาติ ได้พูดถึงเรื่องดังกล่าวแบบร่ายยาว แต่ก็เต็มไปด้วยกำลังใจถึงครอบครัวว่า 

” ขอขอบคุณทุกกำลังใจที่ส่งผ่านมาให้ครอบครัวเรา ใครจะเรียกว่าความสัมพันธ์ของทั้ง

@djpetjah กับ @newclear_hansa ว่าอย่างไร ก็สุดแต่จะให้คำนิยามกันออกมา แต่สำหรับครอบครัวเราแล้ว ขอบอกว่าเรายังเป็นครอบครัวเดียวกัน เรารักทั้ง 2 คนและ @tyga.theboy อีก 1 คนหลานตัวน้อย

เมื่อเดินทางมาถึงสุดทาง สู้มาจนสุดทางเจอทางแยก ก็ต้องตัดสินในว่าจะเอายังไง ทุกๆการตัดสินใจคือสิ่งที่เราต้องเคารพ แม้ว่าอาจจะรู้สึกว่าทำใจลำบาก ขนาดเราอยู่วงนอก เรายังรับรู้ได้ แล้วเค้า 2 คนละมันยากกว่าเราเป็นหลายเท่าตัว

นับจากนี้ชีวิตต้องเดินหน้า ทำชีวิตให้เหมือนนาฬิกาที่มีแต่เดินหน้า สู้กันต่อไป เริ่มใหม่กับหน้าที่ และบทบาทใหม่ ยังมีอะไรอีกเยอะ ที่จะต้องทำและหน้าที่ พ่อแม่จะต้องรับผิดชอบ ส่วนครอบครัวเรา ในฐานะพ่อคนนึง ขอยืนยันคำเดิม พ่อจะเป็นกำแพงให้ลูก ยามลูกอยากพิงเมื่อลูกเหนื่อย กำแพงให้ลูกเกาะยามลูกกำลังจะล้มลงกำแพงที่จะประคองไม่ให้ลูกล้ม พ่อคนนี้อาจไม่ใช่พ่อที่ดีที่สุด แต่พ่อเป็นพ่อที่เลี้ยงลูกมาให้ดีที่สุด

ทั้ง @newclear_hansa @djpetjah ยังเป็นลูกที่ดีเหมือนเดิม ไม่ว่าชีวิตมันจะเจออะไรที่มันหินๆอีกเยอะ ครอบครัวจะเป็นกำลังใจให้ทั้ง 3 คนตลอดไป แต่จริงทั้งคู่อาจจะเลือกเงียบๆไม่ต้องบอกอะไรกับใคร แต่ทั้งคู่ออกมาบอกกับทุกคน เคยถามว่าเพราะอะไร เค้าบอกว่า เค้าจะไม่หักหลังFC ถ้าเราไม่กล้าที่จะออกมายอมรับกับเรื่องแบบนี้ แล้วต่อไปให้จะเชื่อถือในตัวเรา ทั้งคู่จึงเลือกที่จะมาบอก ขอบคุณอีกครั้งสำหรับ #fcdad_3612 ที่อ่านจนจบ และเข้าใจครับ #เข้าแล้วห้ามออก ฝาก@tyga.theboy ไว้กับfc ด้วยนะครับ แล้วมันจะผ่านไป ยิ้มเข้าไว้ ” 

ปุ๊กลุก เปิดใจทั้งน้ำตา! ขอใช้ชีวิตทั้งหมดที่มีเพื่อดูแลแม่- ลดสถานะ ไมค์ เป็นเพียงแค่เพื่อน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/595244

ปุ๊กลุก เปิดใจทั้งน้ำตา! ขอใช้ชีวิตทั้งหมดที่มีเพื่อดูแลแม่-ลดสถานะ ไมค์ เป็นเพียงแค่เพื่อน

ปุ๊กลุก เปิดใจทั้งน้ำตา! ขอใช้ชีวิตทั้งหมดที่มีเพื่อดูแลแม่-ลดสถานะ ไมค์ เป็นเพียงแค่เพื่อน

วันจันทร์ ที่ 16 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 13.33 น.

WOODY SHOW สัปดาห์นี้พบกับนักแสดงสาวหน้าคม “ปุ๊กลุก-ฝนทิพย์ วัชรตระกูล” ที่มาเปิดใจพูดครั้งแรก! หลังจากที่ไม่รับงานในวงการบันเทิงเลยตลอด 2 เดือน เล่าทั้งน้ำตาหลังเจอมรสุมชีวิต พูดถึงสาเหตุและอัปเดตอาการป่วยของคุณแม่หลังเกิดอุบัติเหตุ ที่ทำเอาคนในวงการบันเทิงรวมไปถึงแฟนๆ ส่งกำลังใจและร่วมภาวนาให้คุณแม่ของนางเอกสาวชื่อดังปลอดภัยเป็นจำนวนมาก พร้อมทั้งประกาศขอลดสถานะความสัมพันธ์เหลือเพียงแค่ความเป็นเพื่อนกับพระเอกหนุ่ม “ไมค์-ภัทรเดช สงวนความดี” ซึ่งเรื่องราวชีวิตของเธอนั้นเชื่อว่าจะได้ข้อคิดดีๆ และเป็นวิทยาทานให้กับหลายๆ ครอบครัวได้เป็นอย่างดี

ในช่วง 2-3 เดือนที่ผ่านมาหายจากวงการบันเทิงต้องหยุดทั้งหมดเลย

ปุ๊กลุก : มีหลายความรู้สึกเลยนะคะ คือต่อให้เราออกไปทำเราก็คงไม่มีแรงเหมือนกัน เป็นช่วงชีวิตหนึ่งที่แบบพักแล้วก็ถามตัวเองในหลายๆ เรื่อง คือมันเป็นช่วงที่เหมือนเราเจอเรื่องเยอะ รู้สึกเหมือนต้องเข้มแข็ง ต้องผ่านมันไป

ช่วงที่ผ่านมาน่าจะหนักที่สุดในชีวิต ?

ปุ๊กลุก : หนักที่สุดค่ะ เหมือนกับโลกมันถล่ม เป็นเหมือนเรื่องที่รู้สึกว่ามันไกลตัวด้วย คือไม่ได้มีภาพว่าพ่อกับแม่ที่ไม่สบายเลย ภาพคุณพ่อคุณแม่ในความรู้สึกเรา คือเขาแข็งแรงมากๆ ไม่รู้ว่าลูกคนอื่นเป็นยังไง แต่สำหรับตัวเราพ่อกับแม่เป็นกำลังใจสำคัญที่สุดในชีวิต คือมีแฟนกี่คนต้องคุยกับแฟนว่าเราจะไม่มีลูก เพราะอยากเอาเวลาทั้งชีวิตให้กับพ่อและแม่ในช่วงบั้นปลายของเขา อยากเอาเงินทั้งหมดที่มีให้กับคนที่เขาเลี้ยงเรามาทั้งชีวิต อยากให้เขามีความสุขที่สุดในช่วงที่เขาเหนื่อยมามากที่สุดแล้ว

เกิดอะไรขึ้นกับคุณแม่ในช่วง 2-3 เดือนที่ผ่านมา ?

ปุ๊กลุก : เป็นช่วงที่เกิดโควิด คุณแม่มีโรคประจำตัว คือ เป็นโรคความดันโลหิตสูง แต่ว่าไปหาคุณหมอเป็นประจำตลอด แล้วก็ไม่เคยมีอะไรที่เป็นสัญญาณเตือนเลยว่าแย่ เพราะทานยาครบทุกอย่าง คิดว่าน่าจะเป็นช่วงที่เครียดกับโควิดด้วย เพราะคือคุณแม่ยังต้องทำงานอยู่และต้องออกไปทำงานนอกบ้านก็จะมีความวิตกกังวลบวกกับมีโรคประจำตัว และน่าจะเป็นเกี่ยวกับการทำงานแล้วเขาเครียด ในคืนวันนั้นเราก็กำลังจะนอนเลยคือแปรงฟันเรียบร้อยกำลังล้มตัวลงนอนแล้วก็ได้ยินเสียงเหมือนของหนักมันตก ในใจลึกๆ คิดว่าพี่สาวเพราะห้องอยู่ตรงข้ามกัน ทำไรเสียงดัง พี่ก็บอกเปล่าไม่ได้ทำ

คือในใจเลยคิดว่าหรือคนในบ้านล้ม พ่อกับแม่ล้ม ก็ตะโกนเรียกแม่พ่อ เลยวิ่งลงไปอย่างรวดเร็ว ก็เห็นภาพคุณแม่นอนจมกองเลือดอยู่หน้าบันไดเลย คือมันเป็นภาพที่เราเคยเห็นในละครเยอะมาก แต่ถ้าวันหนึ่งมันเกิดขึ้นกับเราจริงๆ จะเป็นยังไง พี่วู้ดดี้รู้ไหมว่ามันไม่เหมือนกับที่เราแสดงมาทั้งชีวิตเลย ตกใจมาก ไม่คิดว่าเป็นภาพที่จะเห็น และรับมือกับมันไม่ได้เลย พอเรากรี๊ด พี่สาวก็ลงมาเลยหยิบกุญแจรถ ถามกันว่าจะรอรถพยาบาลหรือจะไปส่งแม่แต่สภาพคุณแม่ไม่มีทางเลือกอื่นคือยังไงจะต้องขับรถไปเลย ก็เลยช่วยกันอุ้มคุณแม่กับแม่บ้านต้องเอาไปโรงพยาบาลให้เร็วที่สุด ไม่มีเวลาที่จะขาดสติได้เลยแม้แต่วินาทีเดียว ดีใจที่วันนั้นเราไม่ได้กลับบ้านดึก ดีใจที่วันนั้นเราอยู่ที่บ้าน ดีใจที่ไม่ได้นอนเร็วเหมือนทุกครั้ง รู้สึกว่ามันมีความโชคร้ายแต่มันก็มีความโชคดีอยู่ในนั้น ที่เป็นวันที่ทุกคนในบ้านอยู่พร้อมกันหมดเลยที่จะช่วยกัน

พอไปถึงโรงพยาบาลแล้วทราบตอนไหนว่าตกลงเป็นอะไร?

ปุ๊กลุก : คุณหมอที่โรงพยาบาลแรกแจ้งว่าเส้นสมองของคุณแม่มีการทับกันบางๆ น่าจะเกิดจากการผิดปกติบางอย่างก่อนที่จะล้ม ซึ่งเขาก็ไม่ทราบว่าล้มก่อนหรือเส้นเลือดในสมองมีปัญหา จนที่ไปโรงพยาบาลปัจจุบันที่คุณแม่รักษาตัวอยู่คุณหมอแจ้งว่าจากลักษณะการแตกของกระโหลก เส้นเลือดแตกก่อนแน่นอนเพราะว่าคุณแม่ไม่มีการพยุงร่างกายไว้ได้เลย คุณหมอใช้คำว่าเหมือนแตกอย่างหนักด้านหลังจากสาเหตุความดันโลหิต เส้นเลือดในสมองแตก

ทุกคนพอได้ทราบก็เป็นห่วง และคิดว่าวันนั้นในใจ ปุ๊กลุก คงเศร้ามากๆ

ปุ๊กลุก : มีความรู้สึกว่าเงินเป็นสิ่งสำคัญมากๆ เลยในชีวิต อย่างที่บอกไปว่าเห็นคุณพ่อกับคุณแม่ลำบากเราอยากมีเงินเพื่อให้เขาสุขสบาย แต่ทุกวันนี้มันกลายเป็นว่าเหมือนกับเราจำเป็นต้องใช้เงินเยอะ เพื่อที่จะแลกกับการรักษาที่เราไม่รู้ว่าจุดจบคือเมื่อไหร่ รวมถึงอะไรที่มันดีเงินมันก็ต้องแลกกับสิ่งนั้น แล้วคือวันแรกที่เจอคุณหมอก็แจ้งเลยว่าคือ โอกาสที่จะกลับมาเป็นเหมือนเดิมหรือโอกาสที่จะฟื้น หรือโอกาสที่จะรอดมันเป็นเปอร์เซ็นต์ที่น้อยมากๆ เหมือนคุณแม่ขาดออกซิเจน สมองขาดอากาศหายใจนานเกินไป คือตัวเราเองก็ไม่รู้ว่าคุณแม่หมดลมหายใจไปตั้งแต่เมื่อไหร่ แต่เราทำดีที่สุดแล้ว คุณหมอแจ้งว่าจากแผ่นเอ็กซเรย์มันขาดนานเกินไป แล้วคุณหมอก็ถามว่าลูกสาวมีวิธีการคิดยังไงหลังจากนี้ ถ้าเกิดว่าตัวคุณแม่ไม่เหมือนเดิม จะให้หมอรักษาแบบไหนที่ญาติต้องการ คือคุณหมอก็คงรู้ว่าค่าใช้จ่ายจะเยอะตามมา เราก็ตอบว่าไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น จะไม่ปล่อยมือแม่ ให้คุณหมอรักษาเต็มออฟชั่นเท่าที่คุณหมอจะทำได้ โดยที่ไม่ต้องคำนึงเรื่องค่าใช้จ่าย คือรู้ว่ามันหนักสำหรับเรา แต่ว่าถ้าเมื่อไหร่ก็ตามที่ชีพจร ออกซิเจน อะไรทุกอย่างของแม่ไม่ได้ส่งสัญญาณมาว่าแม่ไม่อยากที่จะไปต่อกับหนู หนูก็จะไม่ทรมาณแม่ ตอนอยู่ในห้อง ICU ก็คุยกันทุกวันว่าถ้าแม่สู้ แม่ต้องให้หนูเห็นว่าหนูไม่ได้ทรมาน เพราะว่าหนูก็จะทำสุดเท่าที่หนูจะทำได้ จะจับมือแม่จนกว่าแม่จะปล่อยมือหนู หนูไม่มีทางปล่อยมือแม่ถ้าแม่ไม่ส่งสัญญาณอะไรมา ครอบครัวเราจะไม่ปล่อยมือแม่

พอวันที่แม่ล้มมันทำให้ทุกคนในบ้านกลับมาคุยกันว่าจริงๆ มีอีกตั้งหลายอย่าง ที่เราทำได้มากกว่านั้น เช่น บางทีเรารู้สึกว่าแม่ขี้บ่น ขี้น้อยใจ เราอยากเปลี่ยนเขาว่าทำไมต้องน้อยใจเราด้วย เราก็ต้องมีเพื่อนนะ ออกไปกินข้าวนอกบ้านบ้าง เขาจะมีความรู้สึกว่าต้องเจอเราทุกวัน ต้องใช้เวลากับเขามากที่สุด ทำให้เราอยากเปลี่ยนเขา กลายเป็นรู้สึกว่าทำไมในตอนนั้นเราไม่เข้าใจเขา ทำไมไม่มองว่ามันคือความน่ารัก คิดว่าพ่อแม่จะมีความสุขที่สุดถ้าเรายอมรับในสิ่งที่เขาเป็นและไม่เป็น เราเปลี่ยนเป็นความเข้าใจไปเลยดีกว่าถ้ามันทำให้เขามีความสุขมากขึ้น พอเจอกับเหตุการณ์นี้จึงทำให้เราคิดได้ 

คนรอบข้างก็กลัวว่าเราต้องเสียใจ ถ้ามันไม่ได้เป็นไปตามที่เราหวัง แต่ก็รู้สึกว่าไม่ว่าอะไรเราก็ต้องเสียใจอยู่แล้ว ถ้ามันไม่ได้เป็นไปตามที่เราต้องการ มันจะดีกว่าไหมถ้าวันนี้เรายังหวังกับมันได้อยู่ ถ้าเรายังหวังว่าแม่เราจะหาย ในขณะที่คนอื่นอาจจะหมดหวังไปแล้ว ตราบใดชีวิตที่มันยังหวังได้อยู่มันก็ไม่ได้ผิด

ถ้าวันหนึ่งคุณแม่ตื่นขึ้นมาดูในการพูดคุยของเราได้ อยากจะบอกอะไรกับคุณแม่ ?

ปุ๊กลุก : อยากให้แม่รับรู้จริงๆ ว่ามันไม่มีอะไรมาแทนที่แม่ได้เลย ไม่มีวันไหนที่หนูนอนหลับได้โดยไม่ตื่นมากลางดึก ไม่ว่าจะนอนที่บ้านหรือที่ห้อง ICU ไม่มีวันไหนเลยหลังจากที่ไม่มีแม่เป็นปกติแล้ว ที่เราจะใช้ชีวิตอยู่ต่อไปแบบปกติได้ รู้สึกว่ามันเร็วเกินไปที่หนูหรือแม่ต้องเจอ คุณแม่พึ่งอายุ 60 เอง สำหรับหนูคิดว่ามันเร็วเกินไป เป็นช่วงที่เราเพิ่งเก็บเงินที่จะพาเขาไปใช้ชีวิตได้ อยากให้แม่รู้ว่าทั้งชีวิตของหนูก็มีแค่พ่อกับแม่ อยากใช้ชีวิตทั้งหมดที่มีเพื่อที่จะดูแลคนที่ดูแลเรามาทั้งชีวิต

ทราบมาว่าตอนนี้ถึงขั้นไปลงเรียนผู้ช่วยพยาบาลเพื่อมาดูแลคุณแม่และค่อยๆ เฟดตัวจากงานในวงการ เพราะอยากดูแลคุณแม่เต็มเวลา

ปุ๊กลุก : คงจะไม่ได้เฟดไปแบบ 100% แต่ว่าคงจะต้องเลือก อย่างถ้าวันหนึ่งมีถ่ายละครได้ก็คงต้องทำ เพราะว่าเงินก็เป็นสิ่งสำคัญในตอนนี้มากๆ เลยในการที่เราจะนำไปรักษาคุณแม่ให้ได้นานที่สุด ตามกำลังที่เรามี เพราะฉะนั้นถ้าจะเฟดคงจะเป็นการเลือกดีกว่า บางรายการที่มันบันเทิงมากๆ ก็ไม่รู้ว่าจะเอาความรู้สึกบันเทิงมาจากไหน ก็เลยไม่ได้รับ แต่ถ้าในด้านการแสดงก็เป็นจิตวิญญาณของเรา ยังไงเราก็ต้องทำแลกกับเงิน ส่วนการเรียนพยาบาล เพราะเราอยู่ในห้อง ICU ทุกวัน เห็นการทำงานทุกอย่างของพี่พยาบาลรวมถึงคุณหมอ ก็รู้สึกว่ามันคงจะดีถ้าวันหนึ่งเรารู้จักว่าอะไร ทำไปเพื่ออะไร วิธีการทำแบบไหน อันไหนอันตราย ในกรณีที่วันหนึ่งเราต้องไปดูแลคุณแม่เองที่บ้าน เราจะได้รู้ว่าสมมุติเราจ้างคนมาดูแลคุณแม่มันถูกต้องไหม เพราะแม่เราไม่สามารถพูดได้ ไม่สามารถบอกความรู้สึกได้ มันอุ่นใจที่เราเห็นด้วยตาเราเองว่ามันถูกหรือผิด

วันแม่ปีนี้อยากทำอะไรให้กับคุณแม่ ?

ปุ๊กลุก : กราบเท้าเหมือนเดิมค่ะ อย่างวันเกิดที่ผ่านมาก็เป็นปีแรกในชีวิตที่ไม่มีเป่าเทียนถึงแม้ว่าจะมีเค้กเยอะมาก ไม่มีการร้องเพลงคือเรารู้สึกว่า ไม่สามารถที่จะมีความสุขได้เลย ถ้าเราไม่มีเขา ถ้าแม่ยังอยู่ในจุดที่ยังต้องเหนื่อย มีความสุขลึกๆ ที่เรายังได้ดูแลเขาในวันนี้ แต่จะไม่มีความสุขแบบ celebrate อะไรกัน เพราะความทรงจำคือไม่เคยมีปีไหนเลยที่ไม่มีเขาในชีวิต

ในตอนนี้สถานะระหว่าง ไมค์ และ ปุ๊กลุก เปลี่ยนไป ?

ปุ๊กลุก : คือมันเป็นความรู้สึกของเราเอง ที่ผ่านมารู้สึกว่า รู้จักกับไมค์มา 5-6 ปีตั้งแต่วันที่เราสดใสร่าเริง ไม่มีคอนดิชั่นเกี่ยวกับคุณแม่เลย รู้สึกว่าตัวเราเองไม่เหมือนเดิม ไม่ว่าจะเป็นการใช้ชีวิต หรือว่าภาวะอารมณ์ บางทีเราก็ไม่ว่าใครจะพูดอะไรที่มันขำแค่ไหนเราก็เหมือนไม่ได้ยิน คิดเรื่องอื่น เหมือนกำลังกังวลมีหลายความรู้สึกมากๆใน 1 วัน ตั้งแต่คุณแม่ล้ม ทีนี้สิ่งที่มันเกิดขึ้นคือเวลาที่คุยกับไมค์หรือเจอ ก็จะรู้สึกว่าเหมือนเราดึงเขาเข้ามาอยู่ในภาวะนี้เสมอ เพราะว่าตัวเราก็ไปภาวะอื่นไม่ได้ ไม่ว่าเขาจะพูดอะไรที่พยายามให้เรามีความสุข บางทีก็รู้สึกว่าเราไม่ได้อยากฟัง มันเป็นความผิดของเราเอง เลยมีความรู้สึกว่าไม่อยากให้เขา มาอยู่ในภาวะที่ต้องทุกข์แบบเดียวกับเรา ก็เลยคิดว่าเราถอยดีไหม เป็นเพื่อนที่ให้กำลังใจกันไปตลอดโดยที่ไม่ต้องพยายาม เขาก็ไม่ต้องพยายามทำอะไรให้เราอีกแล้ว คือเขาก็ทุกข์ใจนะคะกับสิ่งที่เกิดขึ้น วันที่แม่ล้มคือไมค์ขับรถมาถึงที่โรงพยาบาลคือใช้เวลาเร็วมากๆ เลย เห็นถึงความรักที่เขามีให้กับครอบครัวเรา แล้วก็รู้สึกว่ามันไม่แฟร์กับเขาที่เรายิ้มไม่ได้ แต่เขาก็ไม่สามารถยิ้มได้เพราะว่าเราก็ยิ้มไม่ได้ ก็เลยคิดว่าการที่เรามีสเตตัสที่มันเว้นระยะสักนิดนึง เขาก็จะได้มีความสุขในแบบที่เขาควรจะเป็น

การเว้นระยะหมายถึงว่าเขาสามารถไปดูใจคนอื่นได้ด้วยเหรอหรือว่าแค่พัก ?

ปุ๊กลุก :  มันก็นานนะคะกับการที่เรา ไม่สามารถหัวเราะได้เลยตลอด 2 เดือน ทุกครั้งที่มีการสนทนากันก็รู้สึกว่าเราเอาเปรียบความสุขเขา เราไม่สามารถให้ความสุขเขาได้เหมือนเดิม ไม่สามารถหัวเราะได้ในเรื่องที่เขาหัวเราะ ต่อให้เขาจะหัวเราะหนูก็จะไม่หัวเราะ รู้สึกสงสารเขา มันไม่เหมือนเดิมจริงๆ ค่ะ แต่เราก็ยังมีเขาเป็นเพื่อนไง ที่รับฟังทุกเรื่อง เขาจะเป็นคนที่รู้อาการแม่ตลอด จะเป็นเพื่อนที่ไลน์มาทุกเช้าว่าแม่เป็นไงบ้างวันนี้หมอว่ายังไง

ตอนที่เราบอกว่าขออนุญาตปรับสถานะ ไมค์ โอเคเหรอ?

ปุ๊กลุก :  คือเหมือนเขาอยู่ในภาวะที่อะไรก็ได้สำหรับเรา แล้วแต่ที่ปุ๊กสบายใจ แต่เขาก็จะยืนอยู่ที่เดิม ที่เคยยืน เป็น Just สถานะ แต่แบบเราหันไปกี่ครั้งก็มั่นใจว่าจะเห็นเพื่อนคนนี้ ไม่เคยปล่อยมือเราเลยแม้แต่วินาทีเดียว แล้วก็รู้สึกว่าถ้าเราเป็นแฟนคือตอนนี้เราไม่พร้อมเสียใครเลย! ไม่อยากทะเลาะ คือจิตใจเราไม่ได้พร้อมที่จะปรับความเข้าใจในเรื่องอะไรเลยคือมันแย่มากอยู่แล้ว เลยรู้สึกว่าถ้าเป็นเพื่อนก็จะเป็น feel แบบจับมือกันไป โดยที่ไม่ต้อง จะมาหาไหม ทำไมไม่โทรมา หรืออะไรแบบนี้ ให้เป็นแบบสบายๆ ไป แต่ว่าก็มั่นใจว่าเรื่องดูใจหรืออะไรแบบนี้ก็คงเป็นเวลาที่เขาคงเห็นว่ามันเหมาะสม หรือตัวเขาเองก็อาจจะรับคอนดิชั่นชีวิตเราไม่ไหว

เพราะทุกวันนี้ก็มีคุยกับไมค์ว่าหลังจากนี้ เราเคยแพลนไว้ว่าเดี๋ยวจะมีทริปกันไปเที่ยวต่างประเทศกันกับกลุ่มเพื่อน เพราะว่าคิดถึงการไปเที่ยวต่างประเทศมากเลย ก็บอกไมค์ว่าทุกโครงการมันจะถูกพับหมดเลยถ้าไม่มีแม่ไปด้วยและถ้าแม่ยังเป็นแบบนี้ ก็รู้สึกว่าชีวิตเราถ้ายังเป็นคนที่สนิทกันมากๆ เหมือนแต่ก่อน เราไปผูกเขาไว้กับสิ่งที่มันเป็นคอนดิชั่นใหม่ขึ้นมา แล้วรวมถึงแต่ก่อนเราอาจจะไปกินข้าวนอกบ้านได้ แต่ถ้าวันหนึ่งแม่กลับมาอยู่ที่บ้านก็คงไม่มีกะใจออกไปกินข้าวนอกบ้าน ตราบใดที่แม่ยังต้องใช้การช่วยเหลือเยอะแยะมากมายแบบนี้อยู่ การที่มีสเตตัสแบบนี้ก็อาจจะทำให้เขาได้ใช้ชีวิตแบบที่ไม่ต้องทุกข์ไปกับเรา 100% ไปเสียเวลาชีวิตเขาด้วย

คิดว่าไมค์ต้องเข้าใจอย่างแน่นนอน ไมค์ส่งคลิปและกำลังใจที่เพื่อนรักอยากจะมอบให้กับคุณ?

ไมค์ : ส่วนตัวก็รู้จักกับ ปุ๊กลุก มาหลายปีนะครับ ได้เห็นในหลายๆมิติของกันและกัน เขาเป็นคนที่รักครอบครัวมาก ยังจำได้เลยว่าตอนที่เขาทำบ้านมุมนี้นะทำเป็นห้องทำงานพ่อให้พ่อทำงานอย่างมีความสุข จะทำมุมนี้ให้แม่ดูทีวีไปด้วยนั่งกินข้าวได้ด้วย คือเขาคิดเผื่อคนอื่นไปหมดก่อนตัวเอง ในฐานะลูกเป็นลูกที่ดีมาก ผมเชื่อว่าความดีที่เขาเป็นจะส่งผลต่อชีวิตเขาแน่นอน เป็นกำลังใจให้เสมอนะ เธอมีอะไรเล่าให้เราฟังได้ทุกเรื่องเหมือนเดิม มีอะไรให้ช่วยเหลือบอกได้เลย อยากจะบอกว่ามีอีกหลายคนที่รักเธอมาก สู้ๆ นะ เป็นกำลังใจให้เหมือนเดิม อยู่ตรงนี้แหล่ะ มีอะไร Just call me

พบกับรายการ “วู้ดดี้ โชว์” (WOODY SHOW) ได้ทุกวันเสาร์ เวลา 5 โมงเย็น ทางช่อง 7HD

สามารถชมคลิปย้อนหลังแบบเต็มๆ ได้ที่ :https://www.youtube.com/watch?v=AVHqG4wIpzA&list=PLLuDOBVmNPvosYfR1RaT6NcCfdIYjbqnH

ช่องทางการติดตามและอัปเดทข่าวสาร รายการ WOODY SHOW  Facebook: Woody , Instagram: Woodytalk , YouTube: Woody , Twitter: @Woodytalk  , TikTok: woodywoody และ LINE: @woodytalk

‘ป๊อด-ภูวิน’ สุดภูมิใจ!! รับรางวัล ‘นนทลีสยาม’ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/595090

‘ป๊อด-ภูวิน’สุดภูมิใจ!!รับรางวัล ‘นนทลีสยาม’

‘ป๊อด-ภูวิน’สุดภูมิใจ!!รับรางวัล ‘นนทลีสยาม’

วันจันทร์ ที่ 16 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

ขอแสดงความยินดีกับ“ป๊อด-ศุภกร ศรีโพธิ์ทอง”และ“ภูวิน-ภูวินทร์ ตั้งศักดิ์ยืน”2 นักแสดงวัยรุ่นสุดฮอต สังกัด“จีเอ็มเอ็มทีวี” ที่ได้รับรางวัล “นนทลีสยาม” ลูกดีเด่น ประจำปี 2564 สาขา“ลูกผู้สร้างชื่อเสียงต่อประเทศชาติ” รางวัลเชิดชูเกียรติแม่ดีเด่นแห่งปี และลูกดีเด่นแห่งปี เนื่องในวันแม่แห่งชาติ จัดโดยกองทุนแม่ของแผ่นดินบ้านหัวโกรก ร่วมกับสภาองค์กรเยาวชนคนสร้างชาติ และสภาองค์กรเยาวชน สร้างสรรค์พัฒนาสังคม เป็นผู้มอบให้กับบุคคลที่มีคุณภาพ มีคุณธรรม จริยธรรม มีความกตัญญูกตเวที เป็นคนดีของสังคม ประจำปี 2564 ซึ่งการได้รับรางวัลในครั้งนี้สร้างความภูมิใจให้กับทั้งคู่เป็นอย่างมาก