จีนพบหลุมศพ ‘คู่รักกอดกันชั่วนิรันดร์’ อายุ 1,600 ปี #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/661176

วันที่ 21 ส.ค. 2564 เวลา 18:30 น.

จีนพบหลุมศพ ‘คู่รักกอดกันชั่วนิรันดร์’ อายุ 1,600 ปีพบหลุมศพคู่รักถูกฝังอยู่ในท่วงท่าสวมกอดกันและกันในโลงเดียวกัน

เมื่อไม่นานนี้คณะนักโบราณคดีของจีนเผยแพร่ผลการศึกษาหลุมศพคู่รัก ซึ่งถูกฝังอยู่ในท่วงท่าสวมกอดกันและกัน และมีความเก่าแก่ย้อนกลับถึงยุคราชวงศ์เว่ยเหนือ (ปี 386-534) หรือมากกว่า 1,600 ปีก่อน

หลุมศพดังกล่าวถูกขุดพบที่เมืองต้าถง มณฑลซานซีทางตอนเหนือของจีน เมื่อปี 2020 โดยคู่รักนอนอยู่ในโลงเดียวกัน แขนของฝ่ายชายโอบกอดเอวคู่รัก ส่วนฝ่ายหญิงซบอกศีรษะแนบไหล่อีกฝ่าย และนิ้วนางข้างซ้ายของเธอสวมแหวนเงินอยู่ด้วย

ผลการวิเคราะห์โครงกระดูกเพิ่มเติมพบกระดูกแขนขวาของฝ่ายชายหักและติดเชื้อโดยไม่ได้รับการรักษาให้หายดี ขณะกระดูกของฝ่ายหญิงมีสุขภาพแข็งแรงดี ซึ่งทั้งหมดนี้บ่งชี้ว่าทั้งสองอาจเสียชีวิตจากการกระทำอัตวินิบาตกรรมหรือฆ่าตัวตาย

ทีมนักวิจัยระบุว่าแม้ก่อนหน้านี้มีการค้นพบหลุมศพคู่รักสวมกอดกันชั่วนิรันดร์จากยุคราชวงศ์เว่ยเหนือจำนวนมากในจีน แต่การค้นพบหลุมศพคู่รักกอดกันในสภาพสมบูรณ์ดีเช่นนี้นับว่าหายากอย่างมาก

หลุมศพเหล่านี้ช่วยตีความการรับรู้เกี่ยวกับความเป็นความตายและทัศนคติต่อความรักในยุคราชวงศ์เว่ยเหนือได้ดียิ่งขึ้น โดยเวลานั้นมีการอยู่ร่วมกันของหลายกลุ่มชาติพันธุ์ ซึ่งนำไปสู่การเพิ่มและการแพร่กระจายพื้นฐานสังคมพหุนิยม

ภูมิภาคต้าถงยุคโบราณเคยเป็นเบ้าหลอมวัฒนธรรมกลุ่มชาติพันธ์ุ พร้อมความนิยมเทิดทูนความรักที่ยืนยาว แหวนบนนิ้วนางข้างซ้ายของฝ่ายหญิงจึงเป็นเครื่องหมายของความรักหรือการแต่งงานมากกว่าเป็นเครื่องประดับในยุคราชวงศ์เว่ยเหนือ

หลุมศพคู่รักกอดกันมีประวัติศาสตร์ทั่วโลกยาวนานกว่า 6,000 ปี โดยมีการค้นพบหลุมศพคู่รักแห่งวาลดาโร (Lovers of Valdaro) ในอิตาลี และโครงกระดูกกอดแห่งอะเลโพทรีพา (Embracing Skeletons of Alepotrypa) ในกรีซ

ทั้งนี้ คณะนักวิจัยจากในจีนและต่างประเทศ ซึ่งรวมถึงนักวิจัยจากสถาบันโบราณคดีต้าถง มหาวิทยาลัยจี๋หลิน และมหาวิทยาลัยเซี่ยเหมิน ได้ร่วมวิจัยและศึกษาหลุมศพที่ขุดพบในซานซี รวมถึงเผยแพร่บทความที่เกี่ยวข้องในวารสารอินเตอร์เนชันแนล เจอร์นัล ออฟ ออสทีโออาร์คีอาโลจี (International Journal of Osteoarchaeology)

ภาพ/ที่มา: xinhuathai

ออสเตรเลียวุ่น! ตำรวจฉีดสเปรย์พริกไทยปราบม็อบต้านล็อกดาวน์ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/661174

วันที่ 21 ส.ค. 2564 เวลา 17:00 น.

ออสเตรเลียวุ่น! ตำรวจฉีดสเปรย์พริกไทยปราบม็อบต้านล็อกดาวน์ ชาวออสเตรเลียประท้วงต่อต้านการล็อกดาวน์ที่เข็มงวดจนเจ้าหน้าที่ต้องใช้สเปรย์พริกไทยสลายการชุมนุม 

สำนักข่าว Reuters รายงานว่า ตำรวจออสเตรเลียจับกุมผู้ชุมนุมประท้วงต่อต้านมาตรการล็อกดาวน์เข้มข้นในเมืองเมลเบิร์นและซิดนีย์ได้หลายร้อยคน ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจ 7 นายบาดเจ็บจากการปะทะกันจนต้องเข้าโรงพยาบาล ในขณะที่ออสเตรเลียพบผู้ติดเชื้อรายวันสูงสุดเป็นประวัติการณ์ 

ตำรวจที่อยู่บนหลังม้าใช้สเปรย์พริกไทยเพื่อสลายการรวมตัวของชาวออสซี่กว่า 4,000 คนที่ดาหน้าเข้าหาแถวของตำรวจในเมืองเมลเบิร์น ขณะที่ผู้ประท้วงในซิดนีย์ถูกตำรวจปราบจลาจลกลุ่มใหญ่ขัดขวางไม่ให้รวมกลุ่มกันได้

ตำรวจในรัฐวิกตอเรียจับกุมผู้ประท้วงในเมืองเมลเบิร์น 218 คน สั่งปรับ 236 คน และส่งอีก 3 คนเข้าห้องขังในข้อหาทำร้ายร่างกายเจ้าหน้าที่ โดยผู้ชุมนุมที่ถูกจับกุมจะถูกปรับคนละ 5,452 เหรียญออสเตรเลีย หรือ 129,693 บาทในข้อหาฝ่าฝืนคำสั่งทางสาธารณสุข

ส่วนตำรวจในรัฐนิวเซาท์เวลส์ตั้งข้อหาผู้ประท้วงในซิดนีย์ 47 คนในข้อหาฝ่าฝืนคำสั่งทางสาธารณสุขและขัดขืนการจับกุม รวมทั้งข้อหาอื่นๆ ทั้งยังสั่งปรับอีกกว่า 260 รายตั้งแต่ 50-3,000 เหรียญออสเตรเลีย หรือ 1,189-71,364 บาท

เมืองซิดนีย์อยู่ภายใต้มาตรการล็อกดาวน์เข้มงวดมากว่า 2 เดือนแล้ว เนื่องจากไม่สามารถควบคุมการแพร่ระบาดตามเขตติดต่อกับเมืองอื่นรวมทั้งพรมแดนติดกับนิวซีแลนด์

วันนี้ (21 ส.ค.) ออสเตรเลียพบผู้ติดเชื้อ 894 รายซึ่งสูงที่สุดเป็นประวัติการณ์ โดยผู้ติดเชื้อส่วนใหญ่อยู่ในซิดนีย์ซึ่งเป็นศูนย์กลางการระบาดของเดลตา

Photo by William WEST / AFP

ข้อมูลออสเตรียชี้วัคซีนโควิดมีประสิทธิภาพ 91% #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/661170

วันที่ 21 ส.ค. 2564 เวลา 16:00 น.

ข้อมูลออสเตรียชี้วัคซีนโควิดมีประสิทธิภาพ 91%วัคซีนป้องกันอาการป่วยจาก Covid-19 ในชาวออสเตรีย 91 จาก 100 คนที่ฉีดวัคซีน 

หน่วยงานด้านสาธารณสุขและความปลอดภัยทางอาหารออสเตรีย (AGES) เผยว่า วัคซีนช่วยป้องกันการติด Covid-19 แบบมีอาการในชาวออสเตรีย 91 จากทุกๆ 100 คนที่ฉีดวัคซีน 

รายงานของ AGES ระบุว่า จากเคสการติดเชื้อแบบมีอาการมากกว่า 150,000 เคสที่พบในออสเตรียในปีนี้พบว่า น้อยกว่า 2,900 เคสเป็นผู้ที่ได้รับวัคซีนครบโดสแล้ว หรือคิดเป็นอัตรา 91%  

ข้อมูลดังกล่าวตรงกับหลักฐานที่ได้จากการทดลองทางคลินิกเกี่ยวกับประสิทธิภาพของวัคซีนในการป้องกันอาการป่วยรุนแรงและการเสียชีวิตจาก Covid-19

ชาวออสเตรียราว 57% ได้รับวัคซีนครบโดสแล้ว โดยใช้วัคซีนของ Pfizer-BioNTech, Moderna, AstraZeneca และ Johnson & Johnson ซึ่งช่วยควบคุมการเข้ารักษาในโรงพยาบาลได้แม้ว่าตัวเลขผู้ติดเชื้อจะพุ่งสูงขึ้นทุบสถิติตั้งแต่เดือน พ.ค.ที่ผ่านมา

AGES ระบุว่า วัคซีนช่วยป้องกันการเสียชีวิตได้ 2,177 เคส และการเข้ารักษาในโรงพยาบาล 5,790 เคสในออสเตรียตั้งแต่เดือน ก.พ.-ก.ค.

ทั้งนี้ ข้อมูลล่าสุดของออสเตรียเปิดเผยหลังจากทางการอังกฤษรายงานว่า การศึกษาในสเกลใหญ่พบว่าประสิทธิภาพของวัคซีนลดลงเมื่อเจอสายพันธุ์เดลตา แต่ยังช่วยป้องกันการติดเชื้อได้

REUTERS/Dado Ruvic//File Photo

วิจัยพบวัคซีนโควิดเวอร์ชั่นใหม่สร้างภูมิคุ้มกันเร็วขึ้น #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/661160

วันที่ 21 ส.ค. 2564 เวลา 15:00 น.

วิจัยพบวัคซีนโควิดเวอร์ชั่นใหม่สร้างภูมิคุ้มกันเร็วขึ้นวิจัยสหรัฐพบวัคซีนโควิดที่ผลิตจากโปรตีนนิวคลีโอแคปซิดสร้างภูมิคุ้มกันได้เร็วขึ้น

คณะนักวิจัยจากสถาบันการแพทย์นอร์ธเวสเทิร์น เมดิซิน (Northwestern Medicine) ได้ทดสอบฉีดวัคซีนในหนูทดลองด้วยวัคซีนที่ผลิตจากโปรตีนหนามของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ ซึ่งเป็นวัคซีนที่ใช้กันอยู่ในปัจจุบัน ร่วมกับโปรตีนนิวคลีโอแคปซิด (Nucleocapsid) ซึ่งเป็นแอนติเจนที่แตกต่างกัน เพื่อผลิตวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ชนิดใหม่ที่อาจมีประสิทธิภาพกว่าเดิม

นักวิจัยสร้างภูมิคุ้มกันให้หนูทดลองด้วยวัคซีน 3 ชนิด ได้แก่ วัคซีนที่ผลิตจากโปรตีนหนามของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ วัคซีนที่ผลิตจากโปรตีนนิวคลีโอแคปซิด และวัคซีนที่ผลิตจากโปรตีนทั้งสองรวมกัน หลังจากหลายสัปดาห์ถัดมาให้หนูทดลองสัมผัสเชื้อไวรัสฯ ทางจมูก และตรวจวัดปริมาณเชื้อไวรัสฯ ในระบบทางเดินหายใจหรือระบบประสาทหลังผ่านไป 72 ชั่วโมง เพื่อตรวจจับการติดเชื้อหลังฉีดวัคซีน

นักวิจัยพบว่าโปรตีนนิวคลีโอแคปซิด ซึ่งเป็นโปรตีนที่จับกับอาร์เอ็นเอภายใน อาจช่วยให้ระบบภูมิคุ้มกันทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและรวดเร็วมากกว่าโปรตีนหนาม เนื่องจากนิวคลีโอแคปซิดเป็นหนึ่งในโปรตีนที่แสดงออกในระดับสูงและรวดเร็วที่สุดในไวรัสโคโรนา

พาโบล เพนาโลซา-แมคมาสเตอร์ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ด้านจุลชีววิทยา-ภูมิคุ้มกันวิทยา วิทยาลัยแพทย์ไฟน์เบิร์กแห่งมหาวิทยาลัยนอร์ธเวสเทิร์น (NU) ชี้ว่าโปรตีนหนามของไวรัสโคโรนาที่เรารู้จักกันดีนั้นอาศัยอยู่ภายนอกไวรัส ขณะที่โปรตีนนิวคลีโอแคปซิดอาศัยอยู่ภายใน ทั้งยังเป็นหนึ่งในโปรตีนที่แสดงออกในระดับสูงและรวดเร็วที่สุด ทำให้ทีเซลล์ (T-cell) สามารถตรวจหาการติดเชื้อได้ตั้งแต่เนิ่นๆ โดยเขาเชื่อว่าสิ่งนี้ทำให้โปรตีนนิวคลีโอแคปซิดมีประสิทธิภาพในการป้องกันการติดเชื้อหลังฉีดวัคซีนในหนูทดลองได้

ข้อได้เปรียบอีกประการของการผสมผสานโปรตีนนิวคลีโอแคปซิดในการผลิตวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ในภายภาคหน้าคือโปรตีนชนิดนี้มีความคล้ายคลึงมากกว่าในหมู่ไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ ชนิดกลายพันธุ์ต่างๆ หรือแม้แต่ในกลุ่มไวรัสโคโรนาชนิดอื่นๆ

นอกจากนี้นักวิจัยยังรวบรวมข้อมูลเพื่อตรวจสอบว่าผู้ติดเชื้อหลังฉีดวัคซีนนั้นมีอาการทางระบบประสาทในระยะยาวหรือไม่ โดยการศึกษาครั้งนี้พบหลักฐานการติดเชื้อไวรัสในสมองของหนูทดลองที่ได้รับวัคซีนที่ผลิตจากโปรตีนหนาม

“ผมกังวลเล็กน้อยที่พบไวรัสในสมองของหนูทดลอง เพราะสิ่งนี้แสดงให้เห็นว่าแม้ฉีดวัคซีนที่ผลิตจากโปรตีนหนามแล้ว แต่การติดเชื้อหลังฉีดวัคซีนอาจทำให้ไวรัสเข้าสู่สมองได้” เพนาโลซา-แมคมาสเตอร์กล่าว “เราไม่รู้ว่ามันจะเกิดขึ้นแค่ในหนูทดลองหรือเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้ทั่วไป เรากำลังตรวจสอบเพิ่มเติม” พร้อมแสดงความหวังว่าวัคซีนที่ผลิตจากโปรตีนทั้งสองรวมกันนี้จะสามารถปกป้องสมองจากอาการทางระบบประสาทได้ดีขึ้น หากเกิดการติดเชื้อหลังฉีดวัคซีน

ทั้งนี้ การศึกษาฉบับนี้ได้รับการเผยแพร่ในวารสารเซลล์ รีพอร์ต (Cell Reports) เมื่อวันอังคาร (17 ส.ค.) ด้านสถาบันการแพทย์นอร์ธเวสเทิร์น เมดิซิน จัดตั้งขึ้นภายใต้ความร่วมมือระหว่างศูนย์สุขภาพนอร์ธเวสเทิร์น เมโมเรียล (Northwestern Memorial HealthCare) และวิทยาลัยแพทย์ไฟน์เบิร์กแห่งมหาวิทยาลัยนอร์ธเวสเทิร์น ซึ่งดำเนินการวิจัย การสอน และการดูแลผู้ป่วย

Photo by Federico PARRA / AFP, ที่มา: xinhuathai

กองทัพจีนออร์เดอร์อาวุธนิวเคลียร์เพิ่มขึ้น 4 เท่า #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/661156

วันที่ 21 ส.ค. 2564 เวลา 13:00 น.

กองทัพจีนออร์เดอร์อาวุธนิวเคลียร์เพิ่มขึ้น 4 เท่าจีนยกระดับอาวุธนิวเคลียร์ของกองทัพให้ทัดเทียมสหรัฐยอดออร์เดอร์เพิ่มขึ้น 4 เท่าจากปีก่อน 

South China Morning Post รายงานว่า คู่สัญญาเจ้าหลักของโครงการนิวเคลียร์ของจีนได้รับออร์เดอร์จากกองทัพปลดปล่อยประชาชนจีนเพิ่มขึ้นจากปีที่แล้วจำนวนมหาศาล ส่งสัญญาณว่าจีนกำลังผลักดันอย่างหนักเพื่อเพิ่มขีดความสามารถด้านนิวเคลียร์ของกองทัพ 

บริษัท China Nuclear Engineering and Construction Group ซึ่งเป็นรัฐวิสาหกิจรายงานว่ามูลค่าของสัญญากับกองทัพจีนของบริษัทในช่วง 7 เดือนแรกของปีนี้เพิ่มขึ้นเกือบ 4 เท่าเมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน

แถลงการณ์ของบริษัทระบุว่า จนถึงเดือน ก.ค. บริษัททำสัญญาใหม่กับกองทัพจีนรวมมูลค่า 17,200 ล้านหยวน หรือราว 88,202.41 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้วถึง 391%

ในฐานะรัฐวิสาหกิจ บริษัท China Nuclear Engineering and Construction Group เป็นคู่สัญญาของโครงการอุตสาหกรรมด้านกลาโหมของประเทศ ส่วนใหญ่เกี่ยวข้องกับโครงการทหาร พลังงานนิวเคลียร์ และโครงการวิศวกรรมอุตสาหกรรมและวิศวกรรมโยธา และยังพัฒนาโครงการนิวเคลียร์ไฮเทค อวกาศ การบิน การขนส่งทางทะเล และอาวุธ

ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับวิศวกรรมการทหารมูลค่าสัญญาของบริษัทกับกองทัพจีนเพิ่มขึ้น 302.2% ในเดือน มิ.ย. และ 332.4% ในเดือน พ.ค. เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน

ด้านผู้สังเกตการณ์หลายคนเผยว่า ตัวเลขที่เพิ่มขึ้นนี้สะท้อนความพยายามอย่างแน่วแนของจีนที่จะไล่ตามสหรัฐให้ทัน

ซ่งจงผิง อดีตอาจารย์ของกองทัพปลอดปล่อยประชาชนจีนเผยว่า เป็นเรื่องธรรมดาและจำเป็นที่จีนจะเพิ่มอาวุธนิวเคลียร์และปรับปรุงขีดความสามารถด้านนิวเคลียร์ของประเทศในขณะที่ต้องเผชิญกับความท้าทายจากสหรัฐและสหรัฐยังแทรกแซงกิจการภายในของจีนอย่างล้ำลึก

REUTERS/Stringer

อินเดียอนุมัติใช้วัคซีนโควิดจาก DNA ตัวแรกของโลก #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/661150

วันที่ 21 ส.ค. 2564 เวลา 11:00 น.

อินเดียอนุมัติใช้วัคซีนโควิดจาก DNA ตัวแรกของโลกทางการอินเดียอนุมัติให้ใช้วัคซีนโควิดจาก DNA ตัวแรกของโลก และฉีดโดยไม่ต้องใช้เข็ม

กระทรวงสาธารณสุขอินเดียเผยว่า ทางการอนุมัติเป็นกรณีฉุกเฉินให้ใช้วัคซีนป้องกัน Covid-19 ZyCoV-D ของบริษัท Cadila Healthcare ซึ่งเป็นวัคซีนป้องกัน Covid-19 ที่ผลิตจากดีเอ็นเอตัวแรกของโลก และยังเป็นวัคซีนตัวแรกของอินเดียที่ฉีดโดยไม่ต้องใช้เข็ม

วัคซีน ZyCoV-D เป็นวัคซีนแบบ 3 เข็ม ผลิตจากพลาสมิดหรือวงแหวนดีเอ็นเอเล็กๆ ที่มีข้อมูลของยีน เมื่อฉีดเข้าร่างกายแล้วพลาสมิดนี้จะสอนให้เซลล์สร้างโปรตีนหนาม หรือ Spike Protein ที่ Covid-19 ใช้ยึดเกาะแล้วเข้าเซลล์ของมนุษย์ เพื่อกระตุ้นให้ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายผลิตแอนติบอดีและสู้กับเชื้อไวรัส

เมื่อเดือน ก.ค.ที่ผ่านมา บริษัท Cadila Healthcare ในเมืองอาห์เมดาบัดเผยว่าการทดสอบทางคลินิกที่ทำในช่วงพีคของการระบาดระลอกที่ 2 พบว่ามีประสิทธิภาพป้องกันอาการป่วย 67% และมีประสิทธิภาพกับเชื้อกลายพันธุ์ใหม่ๆ รวมทั้งสายพันธุ์เดลตา

Cadila Healthcare ระบุอีกว่า การทดสอบทางคลินิกของบริษัทเป็นการทดสอบทางคลินิกที่ใหญ่ที่สุดของอินเดีย โดยใช้อาสาสมัคร 28,000 คน และยังทดสอบในคนที่อายุ 12-18 ปี ราว 1,000 คน และพบว่าปลอดภัยในอาสาสมัครกลุ่มหลังนี้

ZyCov-D ยังเป็นวัคซีนตัวแรกของอินเดียที่ไม่ต้องใช้เข็มฉีดยา แต่จะฉีดโดยเครื่องมือเฉพาะเพื่อให้วัคซีนเข้าสู่ร่างกายด้วยความเร็วสูง ลดความกังวลสำหรับผู้ที่กลัวเข็มฉีดยา และยังมีข้อดีคือ ราคาถูก ปลอดภัย มีความเสถียร รวมทั้งเก็บได้ในอุณหภูมิตั้งแต่ -2 ถึง 8 องศาเซลเซียส และเก็บในอุณหภูมิ 25 องศาเซลเซียสได้นานอย่างน้อย 3 เดือน

อย่างไรก็ดี เจเรมี คามิล นักไวรัสวิทยาจากโรงเรียนการแพทย์แห่งมหาวิทยาลัยแห่งรัฐลุยเซียนาเผยว่า วัคซีนที่ผลิตจากดีเอ็นเอมีข้อเสียคือ เป็นการยากที่จะทำให้พลาสมิดดีเอ็นเอเข้าสู่นิวเคลียสของเซลล์มนุษย์โดยเฉพาะอย่างยิ่งในผู้ใหญ่ ต่างจากวัคซีนชนิด mRNA ที่ไม่ต้องเข้าสู่นิวเคลียสของเซลล์มนุษย์เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพ

บริษัทจีนระดมทุนกว่า 2 หมื่นล้านพัฒนาวัคซีน mRNA #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/661111

วันที่ 20 ส.ค. 2564 เวลา 18:45 น.

บริษัทจีนระดมทุนกว่า 2 หมื่นล้านพัฒนาวัคซีน mRNAบริษัทจีนเดินหน้าพัฒนาวัคซีนโควิด-19 ชนิด mRNA

สำนักข่าวรอยเตอร์สรายงานว่าวานนี้ (19 ส.ค.) บริษัทซูโจว อ้ายโป๋ ไบโอไซเอนซ์ (Suzhou Abogen Biosciences) ระดมทุนได้กว่า 700 ล้านเหรียญสหรัฐหรือกว่า 23,000 ล้านบาทเพื่อสนับสนุนการพัฒนาวัคซีนโควิด-19 ชนิด mRNA

โดยวัคซีนดังกล่าวมีชื่อว่า “ARCoV” ซึ่งกำลังอยู่ในขั้นตอนการทดลองระยะที่ 3 โดยบริษัทได้ร่วมพัฒนากับสถาบันวิทยาศาสตร์การแพทย์ทหาร (AMMS) และบริษัทวาลแว็กซ์ ไบโอเทคโนโลยี (Walvax Biotechnology)

การระดมทุนครั้งนี้ได้รับการสนับสนุนจาก 7 นักลงทุนรายใหญ่รวมถึงบริษัทเทมาเส็กโฮลดิงส์ (Temasek Holdings) บริษัทเพื่อการลงทุนของรัฐบาลสิงคโปร์ และฮิลล์เฮาส์ (Hillhouse Capital Group) บริษัทการลงทุนภาคเอกชน

ทั้งนี้ วัคซีน ARCoV ได้เริ่มต้นการทดลองระยะที่ 3 ตั้งแต่เดือนพ.ค. ที่ผ่านมา โดยบริษัทผู้พัฒนาวัคซีนกล่าวก่อนหน้านี้ว่าหากการทดลองสำเร็จไปได้ด้วยดีคาดว่าจะสามารถผลิตวัคซีนดังกล่าวได้ในช่วงไตรมาสที่ 3 ของปีนี้ และมีกำลังการผลิตถึง 120 ล้านโดสต่อปี

นอกจากนี้ยังมีบริษัทโฟซัน ฟาร์มา (Fosun Pharma) ที่มีการเปิดเผยก่อนหน้านี้ว่ากำลังวางแผนผลิตวัคซีนชนิด mRNA ร่วมกับบริษัท BioNTech ของเยอรมนีเพื่อใช้เป็นวัคซีนเข็มที่ 3 สำหรับกระตุ้นภูมิคุ้มกันให้แก่ชาวจีนที่เคยรับวัคซีนครบโดสแล้วโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย

โดยวัคซีนดังกล่าวจะมีชื่อทางการค้าว่า Comirnaty หรือชื่อทางการคือ BNT162b2 ซึ่งเหมือนกันกับวัคซีนที่ BioNTech ร่วมพัฒนากับ Pfizer ที่ใช้กันอย่างแพร่หลายทั่วโลก หรือที่มักเรียกกันว่าวัคซีน Pfizer/BioNTech

ซึ่งคาดว่าจะเริ่มผลิตได้ภายในสิ้นเดือนนี้ และมีกำลังการผลิตราว 100 ถึง 200 โดสต่อเดือน

โดยศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคของจีนเคยกล่าวก่อนหน้านี้ว่าจีนกำลังปรับปรุงและพัฒนาประสิทธิภาพของวัคซีนเพื่อรับมือกับการแพร่ระบาดของโควิด-19 รวมถึงการวางแผนที่จะนำวัคซีนชนิด mRNA มาใช้ร่วมกับวัคซีนชนิดเชื้อตายที่จีนใช้เป็นหลักด้วย

Photo by STR / AFP

สหรัฐยึดใบรับรองฉีดวัคซีนโควิดปลอมส่งจากจีนเพียบ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/661112

วันที่ 20 ส.ค. 2564 เวลา 18:00 น.

สหรัฐยึดใบรับรองฉีดวัคซีนโควิดปลอมส่งจากจีนเพียบทางการสหรัฐยึดใบรับรองการฉีดวัคซีนโควิดปลอมที่ส่งมาจากจีนได้เพียบ

เจ้าหน้าที่ศุลกากรและการป้องกันพรมแดนสหรัฐเผยว่า เฉพาะปีนี้ปีเดียวสหรัฐยึดบัตรฉีดวัคซีนปลอมที่ส่งมาจากจีนได้รวมกันมากกว่า 3,000 ใบ โดยซุกซ่อนมาในกล่องบรรจุกระดาษหรือการ์ดอวยพร แต่ละกล่องมีบัตรฉีดวัคซีนปลอมปะปนอยู่ 20-100 ใบ

การยึดสินค้าเกิดขึ้นที่ท่าเรือในเมืองเมมฟิส รัฐเทนเนสซี และบัตรปลอมเหล่านี้มีจุดหมายปลายทางกระจายไปหลายเมืองของสหรัฐ

เจ้าหน้าที่เผยว่า บัตรปลอมดังกล่าวจะเว้นช่องว่างสำหรับกรอกชื่อและวันเดือนปีเกิดของผู้เข้ารับวัคซีน บริษัทผู้ผลิตวัคซีน ล็อตวัคซีน และวันที่และสถานที่ที่ฉีดวัคซีน รวมทั้งโลโกของศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคสหรัฐ (CDC) อยู่บนมุมขวาบนของบัตร และยังพบว่าบัตรดังกล่าวมักมีการสะกดคำผิด พิมพ์คลาดเคลื่อน เขียนไม่จบคำหรือประโยค และไม่ได้ถูกนำเข้าโดยซีดีซีหรือสถาบันการแพทย์ใดๆ

การยึดของกลางนี้เกิดขึ้นในช่วงที่สถานที่หลายแห่งเริ่มออกกฎให้ประชาชนต้องแสดงบัตรรับรองการฉีดวัคซีนก่อนเข้าใช้บริการสถานที่ต่างๆ เช่น ร้านอาหาร บาร์ สถานที่จัดคอนเสิร์ต

ด้านเอฟบีไอเตือนว่า การซื้อ จำหน่าย หรือใช้บัตรรับรองการฉีดวัคซีนป้องกัน Covid-19 ปลอมมีความผิดทางอาญาในข้อหาใช้หรือปลอมแปลงตราของหน่วยงานราชการ อาทิ ตราของ CDC หรือของกระทรวงสาธารณสุขสหรัฐ ซึ่งมีทั้งโทษปรับและจำคุกไม่เกิน 5 ปี

ไมเคิล นีเปิร์ต ผู้อำนวยการท่าเรือพื้นที่เมมฟิสเผยว่า การปลิมบัตรฉีดวัคซีนเป็นเรื่องเสียเวลาและเสียทรัพยากรเปล่าๆ เพราะวัคซีนฟรีและมีให้ฉีดทุกที่

Photo by Robyn Beck / AFP

สหรัฐสอบวัคซีน Moderna เสี่ยงหัวใจอักเสบมากกว่าที่คิด #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/661101

วันที่ 20 ส.ค. 2564 เวลา 17:15 น.

สหรัฐสอบวัคซีน Moderna เสี่ยงหัวใจอักเสบมากกว่าที่คิดอย่างไรก็ดียังเร็วเกินไปที่จะสรุปผลและต้องศึกษาค้นคว้าและเก็บข้อมูลเพิ่มเติมก่อน

หนังสือพิมพ์ Washington Post รายงานโดยอ้างบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการตรวจสอบว่า เจ้าหน้าที่สหรัฐกำลังตรวจสอบรายงานที่บอกว่าวัคซีนป้องกัน Covid-19 ของ Moderna อาจเกี่ยวข้องกับความเสี่ยงที่จะทำให้เกิดภาวะหัวใจอักเสบซึ่งเกิดขึ้นได้ยากในกลุ่มวัยรุ่นมากกว่าที่เคยคิดไว้

อย่างไรก็ดี แหล่งข่าวระบุว่า ยังเร็วเกินไปที่หน่วยงานกำกับดูแลด้านยาจะสรุปผลดังกล่าว และยังต้องเก็บข้อมูลเพิ่มเติมก่อนที่จะกำหนดข้อแนะนำออกมา

เมื่อเดือน มิ.ย.ที่ผ่านมา หน่วยงานกำกับดูแลด้านสุขภาพแจ้งเตือนไปยังบริษัทผู้ผลิตวัคซีนชนิด mRNA คือ Moderna และ Pfizer ให้เพิ่มคำเตือนบนฉลากยาว่าการฉีดวัคซีนดังกล่าวอาจมีความเสี่ยงที่จะเกิดภาวะหัวใจอักเสบโดยเฉพาะในวัยรุ่นเพศชาย

อย่างไรก็ดี หน่วยงานดังกล่าวระบุอีกว่า ประโยชน์ของวัคซีนในการป้องกัน Covid-19 มีมากกว่าความเสี่ยงที่จะเกิดภาวะหัวใจอักเสบ

แหล่งข่าวยังเผยกับ Washington Post อีกว่า คนที่ฉีดวัคซีนของ Moderna มีความเสี่ยงที่จะเกิดภาวะหัวใจอักเสบมากกว่าคนที่ฉีดวัคซีนของ Pfizer-BioNTech 2.5 เท่า

ขณะที่การสอบสวนที่โฟกัสไปที่ข้อมูลของแคนาดาพบว่า ความเสี่ยงที่จะเกิดภาวะหัวใจอักเสบสูงขึ้นในผู้ชายที่อายุน้อยกว่า 30 ปี

Photo by Jacob King / POOL / AFP

แอนติบอดีสูตรค็อกเทลของ Astra กันโควิดได้ดีในกลุ่มเสี่ยงสูง #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/661097

วันที่ 20 ส.ค. 2564 เวลา 16:30 น.

แอนติบอดีสูตรค็อกเทลของ Astra กันโควิดได้ดีในกลุ่มเสี่ยงสูงแอนติบอดีสูตรค็อกเทลของ Astra ป้องกัน Covid-19 แบบมีอาการได้ 77% ในกลุ่มเสี่ยงสูง

บริษัท AstraZeneca เผยว่า แอนติบอดีแบบผสม หรือแอนติบอดีค็อกเทล AZD7442 PROPHYLAXIS สำหรับป้องกัน Covid-19 ป้องกันการติดเชื้อแบบมีอาการได้ 77% ในกลุ่มคนที่มีความเสี่ยงสูง

แถลงการณ์ของบริษัทระบุว่า การศึกษาว่าประสิทธิภาพในการป้องกันการติด Covid-19 ในอาสาสมัครกลุ่มเสี่ยงสูง 5,197 รายที่เริ่มเมื่อเดือน พ.ย.ปีที่แล้วในสหรัฐ อังกฤษ เบลเยียม ฝรั่งเศส และสเปนพบว่า ผู้ที่ได้รับแอนติบอดีค็อกเทลไม่มีใครมีอาการหนักหรือเสียชีวิตจาก Covid-19 เลย

สหรัฐสั่งแอนติบอดีค็อกเทลของ Astra แล้ว 700,000 โดสโดยมีกำหนดส่งมอบภายในปีนี้

ทั้งนี้ แอนติบอดีค็อกเทลถูกมองว่าเป็นวิธีที่จะช่วยปกป้องผู้ที่มีความเสี่ยงสูง อาทิ ผู้ป่วยมะเร็ง ที่อาจตอบสนองต่อวัคซีนไม่ดีเท่าที่ควร แต่ยาชนิดนี้มีความยุ่งยากในการใช้

Photo by Paul ELLIS / AFP