สุดล้ำ! Tesla ซุ่มสร้างหุ่นยนต์ใช้ทำงานน่าเบื่อแทนมนุษย์ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/661096

วันที่ 20 ส.ค. 2564 เวลา 15:30 น.

สุดล้ำ! Tesla ซุ่มสร้างหุ่นยนต์ใช้ทำงานน่าเบื่อแทนมนุษย์Tesla กำลังพัฒนา ‘หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์’ เตรียมยลโฉมต้นปีหน้า

Elon Musk เผยว่าบริษัทรถยนต์ไฟฟ้า Tesla ของเขากำลังซุ่มพัฒนาหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ที่ออกแบบมาเพื่อทำงานที่ซ้ำซากและน่าเบื่อแทนมนุษย์ หรือทำงานอันตรายที่มนุษย์ไม่อยากทำ โดยมีแผนที่จะเปิดตัวในต้นปี 2022

หุ่นยนต์ตัวนี้หรือที่เรียกว่า Tesla Bot จะใช้เครื่องมือเดียวกับที่ใช้ในรถยนต์ของ Tesla ไม่ว่าจะเป็นเซ็นเซอร์, กล้อง, ระบบ Autopilot, ระบบ Full Self-Driving (FSD), เครือข่ายประสาทเทียม (Neural nets) และระบบประมวลผลอื่นๆ

โดยใช้เทคโนโลยี AI ซึ่งจะสามารถทำงานต่างๆ แทนมนุษย์ได้ตั้งแต่การหยิบของที่ร้านสะดวกซื้อไปจนถึงการขันน็อตด้วยประแจ

หุ่นยนต์ดังกล่าวออกแบบมาให้มีโครงสร้างร่างกายเหมือนกับมนุษย์และเคลื่อนไหวได้ใกล้เคียงกับมนุษย์ที่สุด นอกจากนี้สามารถยกของหนักได้ถึง 68 กิโลกรัม

โดยมีความสูงประมาณ 5 ฟุต 10 นิ้ว น้ำหนัก 125 ปอนด์ สามารถเคลื่อนที่ได้ประมาณ 5 ไมล์ต่อชั่วโมง ซึ่ง Musk กล่าวแบบติดตลกว่ามันช้าและมีขนาดเล็กพอที่มนุษย์จะสามารถวิ่งหนีและเอาชนะมันได้ถ้ามันเกิดจะทำร้ายมนุษย์ขึ้นมา

เมื่อถูกถามถึงความเป็นไปได้ที่หุ่นยนต์จะเกิดอาละวาดหรือก่อให้เกิดอันตราย เนื่องจากฮิวแมนนอยด์สามารถคิด วิเคราะห์ และแยกแยะได้ด้วยปัญญาประดิษฐ์ของมันเอง

Musk กล่าวว่าเป็นเรื่องที่น่ากังวล แต่ยืนยันว่า Tesla จะสร้างหุ่นยนต์ที่มีประโยชน์ ปลอดภัย และไม่เป็นอันตรายต่อมนุษย์ โดยหวังว่าหุ่นยนต์ตัวนี้จะสามารถเป็นเพื่อนของทุกคนได้

Musk เชื่อว่าหุ่นยนต์ของเขาจะเปลี่ยนวิธีการทำงานของโลกได้และมีความสำคัญต่อระบบเศรษฐกิจซึ่งกำลังประสบปัญหาขาดแคลนแรงงาน ที่สำคัญคือมีราคา “ไม่แพงมาก”

พร้อมกล่าวอีกด้วยว่า Tesla คือ “บริษัทหุ่นยนต์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก” เพราะรถยนต์ของบริษัทก็คือหุ่นยนต์ที่ติดล้อ

นักฟุตบอลเยาวชนอัฟกันคือหนึ่งในผู้เสียชีวิตที่ร่วงจากเครื่องบินสหรัฐ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/661082

วันที่ 20 ส.ค. 2564 เวลา 14:07 น.

นักฟุตบอลเยาวชนอัฟกันคือหนึ่งในผู้เสียชีวิตที่ร่วงจากเครื่องบินสหรัฐสมาคมกีฬายืนยันหนึ่งในผู้เสียชีวิตที่ร่วงจากเครื่องบินสหรัฐคือ นักฟุตบอลเยาวชนทีมชาติวัย 17

สมาคมกีฬาอัฟกานิสถานยืนยันว่า หนึ่งในผู้ที่พยายามเกาะเครื่องบินของกองทัพสหรัฐที่อพยพเจ้าหน้าที่ออกจากสนามบินในกรุงคาบูลแล้วร่วงลงมาเสียชีวิตเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา (16 ส.ค.) คือ ซากี อันวารี นักฟุตบอลเยาวชนทีมชาติอัฟกันวัย 17 ปี

เฟซบุ๊คของสมาคมกีฬาโพสต์ภาพของซากีในเสื้อแข่งสีแดงหมายเลข 10 ของทีมยืนอยู่ในสนามฟุตบอล อีกรูปหนึ่งซากีสวมสูทและไท ข้างๆ เป็นภาพของเครื่องบินสหรัฐกับสิ่งที่น่าจะเป็นร่างที่ร่วงลงมาและดอกกุหลาบสีแดง 1 ดอก

นอกจากนี้ ยังมีข้อความว่า “อันวารีเป็นหนึ่งในเยาวชนหลายร้อยคนที่ต้องการออกจากประเทศ และในอุบัติเหตุ เขาร่วงลงมาจากเครื่องบินทหารสหรัฐแล้วเสียชีวิต”

เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ชาวอัฟกันพากันไปยังสนามบินด้วยความหวังว่าจะหนีกลุ่มตอลิบานออกนอกประเทศ ทำให้เกิดภาพที่สร้างความช็อกไปทั่วโลกคือ ในช่วงเวลาแห่งความโกลาหลที่เครื่องบินสหรัฐเทกออฟออกจากอัฟกานิสถาน บางคนพยายามวิ่งไล่ตามเครื่องบินแล้วปีนป่ายขึ้นไปบนเครื่อง ปีก และล้อ

และยังมีคลิปวิดีโอที่เผยให้เห็นว่ามีร่างมนุษย์อย่างน้อย 2 ร่างร่วงจากเครื่องบินสู่พื้นดินไม่นานหลังจากเครื่องทะยานขึ้นฟ้า ขณะที่สหรัฐยืนยันว่ามี 2 รายที่ร่วงลงมาเสียชีวิต และพบชิ้นส่วนมนุษย์ติดอยู่ที่ล้อเครื่องบินหลังจากลงจอดที่กาตาร์

นอกจากนี้ ยังมีรายงานข่าวว่า คาเมีย ยูซูฟี นักวิ่งระยะสั้นโอลิมปิกวัย 25 ปีที่ทำหน้าที่ถือธงชาติอัฟกานิสถานในพิธีเปิดการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกที่กรุงโตเกียวของญี่ปุ่น หนีไปอยู่อิหร่านแล้ว

ภาพ: เฟซบุ๊คสมาคมกีฬาอัฟกัน

ครูได้ด้วย! อิสราเอลขยายกลุ่มเป้าหมายฉีดเข็ม 3 #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/661079

วันที่ 20 ส.ค. 2564 เวลา 13:00 น.

ครูได้ด้วย! อิสราเอลขยายกลุ่มเป้าหมายฉีดเข็ม 3อิสราเอลขยายกลุ่มเป้าหมายรับวัคซีนเข็ม 3 ให้ครูและผู้ที่อายุเกิน 40 ปี

สำนักข่าวรอยเตอร์สรายงานว่าทางการอิสราเอลขยายกลุ่มเป้าหมายที่มีสิทธิได้รับวัคซีนโควิด-19 เข็มที่ 3 ให้แก่ประชาชนที่มีอายุมากกว่า 40 ปีและครูทุกช่วงอายุ โดยคาดหวังว่าจะสามารถยับยั้งการแพร่ระบาดของโควิด-19 โดยเฉพาะสายพันธุ์เดลตา

การขยายกลุ่มเป้าหมายเป็นไปตามคำแนะนำของกระทรวงสาธารณสุขอิสราเอล ซึ่งประชาชนเหล่านี้จะได้รับวัคซีนของ Pfizer เป็นเข็มที่ 3 เพื่อกระตุ้นภูมิคุ้มกัน โดยผู้ที่มีสิทธิเข้ารับการฉีดวัคซีนเข็มที่ 3 จะต้องได้รับวัคซีนเข็มที่ 2 มาแล้วอย่างน้อย 5 เดือน

ทั้งนี้ อิสราเอลเริ่มฉีดวัคซีนเข็มที่ 3 ให้แก่ประชาชนที่มีอายุมากกว่า 60 ปีในเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ก่อนที่จะขยายกลุ่มเป้าหมายเป็นประชาชนที่มีอายุ 50 ปีขึ้นไป สตรีมีครรภ์ บุคลากรทางการแพทย์ และเจ้าหน้าที่ด้านสาธารณสุข

ขณะนี้มีชาวอิสราเอลเกือบ 6 ล้านคนได้รับวัคซีนอย่างน้อย 1 เข็ม โดยกว่า 5.4 ล้านคนได้รับวัคซีนเข็มที่ 2 แล้ว ขณะที่ประชากรกว่า 1 ล้านคนได้รับวัคซีนเข็มที่ 3 จากประชากรทั้งหมดกว่า 9.3 ล้านคน

ถึงกระนั้นจำนวนผู้ติดเชื้อในอิสราเอลยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่กลางเดือนมิถุนายน ส่งผลให้อิสราเอลมีผู้ติดเชื้อสะสมอยู่ที่กว่า 9.62 แสนคน และผู้เสียชีวิตกว่า 6 พันคน

โดยกระทรวงสาธารณสุขให้เหตุผลว่าจำนวนผู้ติดเชื้อที่เพิ่มขึ้นนั้นเป็นเพราะการแพร่ระบาดของสายพันธุ์เดลตา รัฐบาลจึงตัดสินใจขยายกลุ่มเป้าหมายที่จะได้รับวัคซีนเข็มที่ 3 เพื่อเพิ่มภูมิคุ้มกันของประชาชนและหลีกเลี่ยงการล็อกดาวน์

รวมถึงในวันนี้ (20 ส.ค.) นายกรัฐมนตรีแนตตาลี เบนเนตต์ วัย 49 ปี ก็ได้รับวัคซีนเข็มที่ 3 แล้วเช่นกัน

อย่างไรก็ตามบรรดาผู้เชี่ยวชาญและเจ้าหน้าที่ด้านสาธารณสุขมองว่าจำนวนผู้ติดเชื้อในอิสราเอลจะยังคงเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เนื่องจากยังมีชาวอิสราเอลที่เข้าเกณฑ์ได้รับวัคซีนราว 1 ล้านคนยังไม่ได้ฉีดวัคซีนเข็มแรก

การขยายกลุ่มเป้าหมายของอิสราเอลครั้งล่าสุดนี้เกิดขึ้นเพียงหนึ่งวันหลังจากที่สหรัฐประกาศว่าจะฉีดวัคซีนเข็มที่ 3 ให้แก่ชาวอเมริกันทุกคน เช่นเดียวกับอีกหลายประเทศ อาทิ แคนาดา ฝรั่งเศส และเยอรมนี ซึ่งได้วางแผนการฉีดวัคซีนเข็มที่ 3 ด้วยเช่นกัน

ขณะที่องค์การอนามัยโลกกล่าวว่าข้อมูลที่มีอยู่ ณ ปัจจุบันยังไม่ได้บ่งชี้ถึงความจำเป็นในการฉีดวัคซีนเข็มที่ 3 โดยย้ำว่าประชากรส่วนใหญ่ของโลกควรได้รับวัคซีนครบ 2 เข็มก่อนที่ประเทศร่ำรวยจะฉีดเข็มที่ 3

Photo by Ahmad GHARABLI / AFP

ชาวฮ่องกงเดือด นิโคล คิดแมน เข้าเกาะโดยไม่ต้องกักตัว #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/661078

วันที่ 20 ส.ค. 2564 เวลา 12:09 น.

ชาวฮ่องกงเดือด นิโคล คิดแมน เข้าเกาะโดยไม่ต้องกักตัวชาวฮ่องกงไม่พอใจหลังนักแสดงฮอลลีวูดชื่อดังได้รับการยกเว้นจากทางการฮ่องกงไม่ต้องกักตัว

นิโคล คิดแมน นักแสดงฮอลลีวูดชาวออสเตรเลียกลายเป็นคนดังคนล่าสุดที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักหลังจากได้รับการยกเว้นไม่ต้องกักตัวตามมาตรการสกัด Covid-19 ของทางการฮ่องกง ระหว่างเดินทางไปถ่ายทำซีรีส์ของแอมะซอน

คิดแมนเดินทางด้วยเครื่องบินส่วนตัวจากออสเตรเลียถึงฮ่องกงเมื่อวันที่ 12 ส.ค.ที่ผ่านมา หลังจากนั้น 2 วันมีภาพเธอออกมาเดินช็อปปิ้งและถ่ายทำภาพยนตร์เกี่ยวกับการใช้ชีวิตอันหรูหราสุขสบายของชาวต่างชาติที่อาศัยอยู่ในฮ่องกงของแอมะซอนโดยไม่ต้องกักตัว

ขณะนี้ทางการฮ่องกงใช้มาตรการกักตัวในโรงแรมเป็นเวลา 21 วัน ขณะที่พลเมืองฮ่องกงที่อาศัยอยู่ในประเทศที่มีความเสี่ยงสูง อาทิ สหราชอาณาจักร สหรัฐ และสเปน จะได้รับอนุญาติให้เข้าเกาะก็ต่อเมื่อฉีดวัคซีนแล้วและยังต้องกักตัว 3 สัปดาห์ ส่วนออสเตรเลียประเทศต้นทางของคิดแมนถูกจัดอยู่ในประเทศความเสี่ยงปานกลาง ซึ่งต้องฉีดวัคซีนและกักตัวอยางน้อย 7 วัน

การปรากฏตัวในที่สาธารณะของนักแสดงชื่อดัง 2 วันหลังจากเดินทางมาถึงจึงสร้างความไม่พอใจให้กับชาวฮ่องกง

ภายหลังกระทรวงพาณิชย์และการพัฒนาเศรษฐกิจฮ่องกงออกแถลงการณ์ชี้แจงกรณีทีมชาวต่างชาติที่เดินทางมาถ่ายทำซีรีส์และการกักตัวว่า คิดแมนและทีมงานได้รับการยกเว้นไม่ต้องกักตัวเป็นกรณีพิเศษเพื่ออำนวยความสะดวกในการทำงาน

คำชี้แจงดังกล่าวยิ่งเป็นเชื้อไฟให้ชาวฮ่องกงโกรธมากขึ้น คอมเม้นต์ในทวิตเตอร์และเวยปั๋วจึงเต็มไปด้วยเสียงติติง อาทิ ผู้ใช้รายหนึ่งบอกว่า “กระทรวงไหนอนุญาตเนี่ย?” อีกคนหนึ่งบอกว่า “ใครให้สิทธิ์เธอได้รับการยกเว้น” และอีกหลายๆ คนบอกว่า พวกเขาไม่สามารถกลับไปเยี่ยมครอบครัวมาตั้งหลายเดือนเพราะมาตรการของทางการ

เจ้าของบัญชีทวิตเตอร์ @WhovianBooknerd ทวีตว่า “คนฮ่องกงกลับมาไม่ได้ถ้ายังไม่ฉีดวัคซีน (และแม้จะกักตัว 2-3 สัปดาห์ก็ตาม) แต่ นิโคล คิดแมน เข้ามาได้แบบนี้เหรอ? น่าเกลียดอ่ะ!” อีกคนหนึ่งถามในเวยปั๋วว่า “ทำไมชาวต่างชาติมีอภิสิทธ์อ่ะ”

ขณะที่ อลิซาเบธ เค่อ ส.ส.ฝ่ายหนุนจีนเผยว่า ได้รับการร้องเรียนกรณีนี้จำนวนมาก และตัวเธอเองยังเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่สาธารณสุขอธิบายเรื่องนี้

Photo by VALERIE MACON / AFP

แฉตอลิบานเร่งไล่ล่าชาวอัฟกันที่เคยช่วยกองกำลังต่างชาติ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/661073

วันที่ 20 ส.ค. 2564 เวลา 11:20 น.

แฉตอลิบานเร่งไล่ล่าชาวอัฟกันที่เคยช่วยกองกำลังต่างชาติเอกสารจากสหประชาชาติเผยกลุ่มตอลิบานกำลังล่าตัวชาวอัฟกันที่เคยทำงานให้สหรัฐและกองกำลังต่างชาติ

สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานโดยอ้างถึงเอกสารลับจากองค์การสหประชาชาติ (UN) ซึ่งระบุว่ากลุ่มกองกำลังติดอาวุธตอลิบานกำลังเร่งค้นหาชาวอัฟกันที่เคยทำงานให้กับกองทัพสหรัฐและนาโต ตลอดจนประเทศพันธมิตรอื่นๆ

แม้ว่าก่อนหน้านี้พวกเขาจะให้คำมั่นว่าจะนิรโทษกรรมและไม่มีการแก้แค้นฝ่ายตรงข้าม ตลอดจนคุ้มครองสิทธิของประชาชนภายใต้กรอบกฎหมายอิสาม

เอกสารดังกล่าวซึ่งลงวันที่ 18 ส.ค. ถูกเขียนโดยศูนย์วิเคราะห์สถานการณ์โลก RHIPTO ในนอร์เวย์ซึ่งเป็นองค์กรที่ให้ข้อมูลแก่สหประชาชาติ

เอเอฟพีระบุว่าข้อมูลในเอกสารดังกล่าวมีรายชื่อของบุคคลที่ต้องการจับกุม ซึ่งส่วนใหญ่เป็นบุคคลที่มีบทบาทสำคัญในหน่วยงานทหาร ตำรวจ และหน่วยข่าวกรองของอัฟกานิสถาน

โดยกลุ่มตอลิบานได้ดำเนินการตรวจค้นบ้านของบุคคลที่พวกเขาต้องการจับกุมและสมาชิกในครอบครัว

คริสเตียน เนลเลอแมนน์ ผู้อำนวยการ RHIPTO ระบุว่ามีหลายคนที่กำลังตกเป็นเป้าหมายของกลุ่มตอลิบาน และหากพวกเขาไม่ยอมมอบตัว กลุ่มตอลิบานจะดำเนินคดีและลงโทษครอบครัวของพวกเขาแทน

พร้อมเสริมว่าผู้ที่เคยทำงานให้กับกองกำลังสหรัฐ นาโต และประเทศพันธมิตรอื่นๆ รวมทั้งสมาชิกในครอบครัวของพวกเขากำลังตกอยู่ในอันตราย และพวกเขาอาจถูกทรมานหรือประหารชีวิต

เอกสารยังระบุอีกว่ากลุ่มตอลิบานกำลังขยายรายชื่อเป้าหมาย และแสวงหาบุคคลที่จะสามารถแจ้งข่าวสารและเบาะแสแก่พวกเขาได้

โดยเมื่อวันที่ 16 ส.ค. กลุ่มตอลิบานมีการส่งจดหมายไปยังบุคคลที่ทำงานเกี่ยวกับการต่อต้านการก่อการร้ายในอัฟกานิสถาน เพื่อขอให้พวกเขาให้ข้อมูลเกี่ยวกับการทำงานและความสัมพันธ์กับชาวอเมริกันและอังกฤษ

ข้อความส่วนหนึ่งในจดหมายระบุว่า “หากคุณไม่รายงานต่อคณะกรรมาธิการ สมาชิกในครอบครัวของคุณจะถูกจับกุมแทน และคุณต้องรับผิดชอบในเรื่องนี้ คุณและสมาชิกในครอบครัวของคุณจะได้รับการปฏิบัติตามกรอบกฎหมายชะรีอะฮ์”

นอกจากนี้กลุ่มตอลิบานยังได้มีการตั้งจุดตรวจบนเส้นทางที่มุ่งหน้าไปยังสนามบินในกรุงคาบูล และจุดตรวจอีกหลายแห่งในเมืองใหญ่รวมถึงคาบูลและจาลาลาบัด

RHIPTO ยังเตือนว่ากลุ่มตอลิบานอาจกำหนดเป้าหมายหรือจับกุมชาวตะวันตกและบุคลากรต่างชาติอื่นๆ ที่ยังหลงเหลืออยู่ในอัฟกานิสถานหากพวกเขาวิพากษ์วิจารณ์กลุ่มตอลิบาน

ด้านสหประชาชาติยังไม่แสดงความคิดเห็นต่อเอกสารดังกล่าว

Photo by AREF KARIMI / AFP

ถึงคิวเศรษฐี! สีจิ้นผิงเล็งกระจายความมั่งคั่งไม่ให้รวยกระจุก #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/661045

วันที่ 19 ส.ค. 2564 เวลา 19:00 น.

ถึงคิวเศรษฐี! สีจิ้นผิงเล็งกระจายความมั่งคั่งไม่ให้รวยกระจุกผู้นำจีนชูนโยบาย “มั่งคั่งร่วมกัน” สั่งกระจายความมั่งคั่งจากคนรวยสู่คนจน ชี้ถึงเวลาที่คนรวยต้องตอบแทนสังคม

สำนักข่าว Xinhua รายงานว่า ประธานาธิบดี สีจิ้นผิง เผยระหว่างการประชุมคณะกรรมการเศรษฐกิจและการเงินของพรรคคอมมิวนิสต์จีนว่า รัฐบาลต้องสร้างระบบเพื่อกระจายความมั่งคั่งจากคนร่ำรวยในประเทศเพื่อสร้างความเสมอภาคในสังคม

สีกล่าวว่ารัฐบาลจำเป็นต้องควบคุมรายได้ที่สูงเกินไปอย่างสมเหตุสมผล และกระตุ้นให้ผู้ที่มีรายได้สูงและบริษัทต่างๆ ให้ตอบแทนสังคมมากขึ้น

อย่างไรก็ดี Xinhua ไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดว่าสีจิ้นผิงจะบรรลุเป้าหมายนี้อย่างไร เพียงแต่ระบุว่ารัฐบาลอาจนำระบบภาษีหรือวิธีอื่นมาใช้เพื่อกระจายรายได้และความมั่งคั่ง

นอกจากนี้ สีจิ้นผิงเผยอีกว่า จีนต้องสร้างความมั่งคั่งร่วมกัน (common prosperity) ที่ความมั่งคั่งจะกระจายไปสู่ชาวจีนทุกคน เพื่อให้พรรคคอมมิวนิสต์รักษาอำนาจไว้ได้ และเปลี่ยนจีนไปสู่ประเทศที่พัฒนาแล้วอย่างสมบูรณ์ ร่ำรวย และทรงอำนาจภายในปี 2049 ซึ่งตรงกับปีครบรอบ 100 ปีสาธารณรัฐประชาชนจีน

“ความมั่งคั่งร่วมกันคือความมั่งคั่งของทุกคน ไม่ใช่ความมั่งคั่งของคนเพียงไม่กี่คน” สีจิ้นผิงกล่าว

นักวิเคราะห์เชื่อว่าการประกาศนโยบายดังกล่าวของสีจิ้นผิง ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากปัญหาความไม่เท่าเทียมทางรายได้ของจีนที่ถ่างกว้างขึ้นในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา โดยกลุ่มประชากรที่ร่ำรวยที่สุด 20% มีรายได้มากกว่ากลุ่มคนยากจน 20% สูงถึงกว่า 10 เท่า

กลุ่มตอลิบานไล่เคาะประตูบ้าน ตามชาวอัฟกันกลับไปทำงาน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/661040

วันที่ 19 ส.ค. 2564 เวลา 18:30 น.

กลุ่มตอลิบานไล่เคาะประตูบ้าน ตามชาวอัฟกันกลับไปทำงานชาวอัฟกันเผยกลุ่มตอลิบานไล่เคาะประตูบ้านเรียกประชาชนกลับไปทำงาน ไม่เว้นผู้หญิง

ผู้พบเห็นเหตุการณ์เผยต่อสำนักข่าวรอยเตอร์ว่ากลุ่มตอลิบานไล่เคาะประตูบ้านประชาชนทั่วอัฟกานิสถานเพื่อเรียกร้องให้ประชาชนที่กำลังอยู่ในความหวาดกลัวกลับไปทำงานตามปกติ

รายงานระบุว่ากลุ่มตอลิบานกำลังพยายามฟื้นฟูเศรษฐกิจของประเทศที่กำลังวิกฤตอันเนื่องมาจากการใช้จ่ายในท้องถิ่นที่ลดลง ค่าเงินที่ร่วงลง จากการถอนกำลังของทหารต่างชาติ และการขาดสกุลเงินดอลลาร์

ภายหลังจากการแถลงการณ์ครั้งแรกของกลุ่มตอลิบานเมื่อวันที่ 17 ส.ค. ซึ่งประกาศนิรโทษกรรมทั่วอัฟกานิสถาน และระบุว่าประชาชนทุกคนสามารถกลับไปทำงานและใช้ชีวิตได้ตามปกติ รวมถึงประชาชนผู้หญิงด้วย

ตลอดจนกลุ่มตอลิบานจะสร้างความสัมพันธ์อันดีกับนานาชาติเพื่อให้เศรษฐกิจของประเทศฟื้นตัวและรอดพ้นจากวิกฤตครั้งนี้ไปได้

วาสิมา ชาวอัฟกันวัย 38 ปีเผยว่าสมาชิกตอลิบาน 3 คนพร้อมด้วยอาวุธปืนเดินทางมาที่บ้านของเธอในเมืองเฮรัต ทางตะวันตกของอัฟกานิสถาน เพื่อสอบถามรายละเอียดเกี่ยวกับงานและเงินเดือนของเธอ พร้อมบอกให้เธอกลับไปทำงานตามปกติ

อย่างไรก็ตามวาสิมามองว่าแม้กลุ่มตอลิบานจะอนุญาตให้ผู้หญิงทำงานได้แต่เธอรู้สึกว่าโอกาสต่างๆ ของเธอจะลดลง

เช่นเดียวกับชาวบ้านอีกหลายสิบคนในหลายเมืองซึ่งกล่าวกับรอยเตอร์สว่ากลุ่มตอลิบานมาที่บ้านของพวกเขาโดยไม่ได้มีการแจ้งล่วงหน้าเพื่อบอกให้พวกเขากลับไปทำงาน ขณะที่บางคนรู้สึกว่าการกระทำดังกล่าวเป็นการข่มขู่ให้พวกเขาเกรงกลัวต่อผู้นำคนใหม่

ด้านโฆษกกลุ่มตอลิบานยังไม่ออกมาแสดงความคิดเห็นต่อประเด็นดังกล่าว

ทั้งนี้ ภายหลังจากการยึดอำนาจของกลุ่มตอลิบานส่งผลให้ธุรกิจจำนวนมากในกรุงคาบูลปิดตัวลง รวมถึงพื้นที่ส่วนใหญ่ของเมืองถูกทิ้งร้าง โดยการจราจรเพียงแห่งเดียวของเมืองอยู่ที่สนามบินเนื่องจากประชาชนจำนวนมากพยายามลี้ภัยออกนอกประเทศ

Photo by Ahmad SAHEL ARMAN / AFP

วิจัยอังกฤษชี้ฉีดวัคซีนครบแล้วรับเชื้อเดลตาได้เท่าคนยังไม่ฉีด #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/661034

วันที่ 19 ส.ค. 2564 เวลา 17:30 น.

วิจัยอังกฤษชี้ฉีดวัคซีนครบแล้วรับเชื้อเดลตาได้เท่าคนยังไม่ฉีดภูมิคุ้มกันหมู่เป็นไปได้ยาก วิจัยชี้ฉีดวัคซีนก็ยังติด ‘เดลตา’ แต่ลดเสี่ยงป่วยหนัก

The Guardian เผยงานวิจัยใหม่ที่นำโดยศาสตราจารย์ซาราห์ วอล์คเกอร์ จากมหาวิทยาลัยอ็อกซ์ฟอร์ดซึ่งชี้ว่าโควิด-19 สายพันธุ์เดลตาลดทอนประสิทธิภาพในการป้องกันการติดเชื้อของวัคซีน

โดยผู้ที่ได้รับวัคซีนครบโดสแล้วยังสามารถติดเชื้อสายพันธุ์เดลตาได้ และมีแนวโน้มที่จะมีปริมาณไวรัสในตัวเท่ากับผู้ติดเชื้อที่ยังไม่ได้ฉีดวัคซีน ซึ่งสอดคล้องกับการวิเคราะห์ของศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคสหรัฐ (CDC) ที่เผยแพร่เมื่อเดือนที่แล้ว บ่งชี้ว่าการสร้างภูมิคุ้มกันหมู่นั้นยังไม่สามารถเป็นไปได้ในเร็ววันนี้

ทั้งนี้ ทีมวิจัยได้ทำการวิเคราะห์ประสิทธิภาพของวัคซีน Pfizer-BioNTech และ AstraZeneca โดยเก็บตัวอย่างจากลำคอและจมูกราว 2.58 ล้านตัวอย่างจากชาวอังกฤษวัยผู้ใหญ่หลังได้รับวัคซีนเข็มที่ 2 ไปแล้ว 90 วัน

อย่างไรก็ตามมีหลักฐานจำนวนมากที่บ่งชี้ว่าวัคซีนสามารถป้องกันอาการป่วยหนักเข้าโรงพยาบาลและการเสียชีวิตด้วยโรคโควิด-19 แต่การศึกษาล่าสุดนี้แสดงให้เห็นว่าวัคซีนไม่ทำให้ความเสี่ยงในการติดเชื้อสายพันธุ์เดลตาลดลงแม้ว่าจะฉีดครบโดสแล้วก็ตาม

เนื่องจากโควิด-19 สายพันธุ์เดลตาสามารถแพร่เชื้อได้มากกว่าสายพันธุ์อื่นๆ แม้ในผู้ที่ได้รับวัคซีนครบโดสแล้ว

ศาสตราจารย์ซาราห์ วอล์คเกอร์ระบุว่านัยของการแพร่เชื้อนั้นยังไม่ชัดเจน กล่าวคือผู้ติดเชื้อที่ได้รับวัคซีนครบโดสแล้วอาจมีปริมาณไวรัสระดับสูงในระยะเวลาอันสั้นก็เป็นได้

แต่อย่างไรก็ตามมันแสดงให้เห็นว่าการบรรลุเป้าหมายภูมิคุ้มกันหมู่นั้นเป็นสิ่งที่ท้าทายอย่างยิ่ง และการที่ผู้ที่ได้รับวัคซีนครบโดสแล้วสามารถติดเชื้อและมีปริมาณไวรัสระดับสูงทำให้เกิดความกังวลว่าผู้ที่ยังไม่ได้รับวัคซีนจะมีความเสี่ยงสูงขึ้น และอาจไม่ได้รับการป้องกันจากภูมิคุ้มกันหมู่อย่างที่เราคาดหวังไว้

ขณะที่ทางการอังกฤษเตรียมฉีดวัคซีนเข็มที่ 3 ให้แก่ประชาชนตั้งแต่เดือนหน้าเป็นต้นไป ท่ามกลางจำนวนผู้ติดเชื้อ การรักษาในโรงพยาบาล และการเสียชีวิตด้วยโรคโควิด-19 ในสหราชอาณาจักรเพิ่มสูงขึ้น

โดยในรอบ 1 สัปดาห์จนถึงวันที่ 18 ส.ค. มีผู้ป่วยโควิด-19 ในสหราชอาณาจักร 211,238 คนซึ่งเพิ่มขึ้น 7.6% เมื่อเทียบกับสัปดาห์ก่อนหน้า ขณะที่จำนวนผู้ป่วยหนักเข้าโรงพยาบาลระหว่างวันที่ 8 ส.ค. ถึงวันที่ 14 ส.ค. เพิ่มขึ้น 4.3% เมื่อเทียบกับสัปดาห์ก่อนหน้า

ส่งผลให้มีผู้ติดเชื้อสะสมทั่วประเทศอยู่ที่ 5.55 ล้านคนและผู้เสียชีวิต 1.15 แสนคน ขณะที่ประชาชนได้รับวัคซีนไปแล้ว 85 ล้านโดส โดย 88% ของประชากรวัยผู้ใหญ่ได้รับวัคซีนแล้วอย่างน้อย 1 โดส ขณะที่ 72% ได้รับวัคซีนครบโดสแล้ว

Photo by William WEST / AFP

หุ้น Alibaba ร่วงหนักเป็นประวัติการณ์หลังจีนขยายวงเช็กบิล #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/661020

วันที่ 19 ส.ค. 2564 เวลา 16:30 น.

หุ้น Alibaba ร่วงหนักเป็นประวัติการณ์หลังจีนขยายวงเช็กบิลหุ้นอาลีบาบาในตลาดฮ่องกงร่วงทุบสถิติหลังรัฐบาลจีนจะเข้ามาคุมอุตสาหกรรมสตรีมมิ่ง

สำนักข่าว Bloomberg รายงานว่า วันนี้ (19 ส.ค.) หุ้นของบริษัท Alibaba Group Holding ในตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกงร่วง 5.4% ลงไปสู่มูลค่าต่ำที่สุดเป็นประวัติการณ์ เนื่องจากนักลงทุนแห่เทขายหลังจากทางการจีนจะเข้ามาควบคุมอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับบริษัทเพิ่มเติมอีก

มูลค่าหุ้นที่ลดลงเกิดขึ้นหลังจากทางการจีนเผยว่ากำลังพิจารณาข้อเสนอให้เข้ามากำกับดูแลสิทธิ์ของพนักงานขับรถที่ทำงานให้บริษัทอีคอมเมิร์ซ และจะยกระดับการกำกับดูแลอุตสาหกรรมไลฟ์สตรีมมิ่ง

ความรู้สึกของนักลงทุนต่อหุ้นของบริษัทโฆษณายักษ์ใหญ่ของจีนไม่ค่อยดี หลังจากผู้บริหารของ Tencent Holdings เผยว่า รัฐบาลจีนอาจเปลี่ยนกฎเกณฑ์เกี่ยวกับการใช้ดาตาในการยิงโฆษณาของบริษัทต่างๆ

การไล่จัดระเบียบธุรกิจเทคโนโลยีของรัฐบาลจีนส่งผลให้มูลค่าหุ้นจีนในตลาดทั่วโลกหายไปราว 1 ล้านล้านเหรียญสหรัฐเมื่อเดือนที่แล้ว หลังจากขยายวงจากการผูกขาดทางการค้าและธุรกิจอีคอมเมิร์ซไปสู่โรงเรียนกวดวิชา ความปลอดภัยด้านข้อมูลส่วนตัว และเนื้อหาที่เผยแพร่ออนไลน์

ขณะที่ปีนี้หุ้นของ Alibaba ในตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกงร่วงถึง 30% ส่วนในดัชนีฮั่งเส็งลดลง 7% และหุ้นของ Alibaba ที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ของสหรัฐที่เริ่มซื้อขายตั้งแต่ปี 2014 ร่วงลงราว 26%

Photo by Philippe LOPEZ / AFP

รัสเซียอาจเตรียมทดสอบขีปนาวุธพลังงานนิวเคลียร์ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/660999

วันที่ 19 ส.ค. 2564 เวลา 15:30 น.

รัสเซียอาจเตรียมทดสอบขีปนาวุธพลังงานนิวเคลียร์ภาพถ่ายทางดาวเทียมชี้รัสเซียอาจกำลังเตรียมทดสอบขีปนาวุธพลังนิวเคลียร์ Skyfall

สำนักข่าว CNN รายงานว่า ภาพถ่ายดาวเทียมของบริษัทภาพถ่ายดาวเทียมเพื่อการพาณิชย์ Capella Space เผยให้เห็นว่ารัสเซียอาจกำลังเตรียมการทดสอบขีปนาวุธร่อนพลังนิวเคลียร์ Skyfall ซึ่งเป็นอาวุธที่ถูกออกแบบมาเพื่อหลบเลี่ยงระบบป้องกันขีปนาวุธของสหรัฐ

ผู้เชี่ยวชาญของศูนย์วิจัยนานาชาติเพื่อศึกษาการไม่แพร่ขยายอาวุธนิวเคลียร์มิดเดิลแบร์รีที่วิเคราะห์ภาพถ่ายดาวเทียมที่ถ่ายไว้เมื่อวันที่ 16 ส.ค.เผยกับ CNN ว่า ภาพดังกล่าวบ่งชี้ชัดเจนว่ารัสเซียกำลังเตรียมการทดสอบขีปนาวุธร่อนพลังงานนิวเคลียร์ที่ฐานยิงแห่งหนึ่งใกล้กับอาร์กติกเซอร์เคิล

ด้านแหล่งข่าวที่ได้รับการบรีฟเกี่ยวกับเรื่องนี้เผยว่า เจ้าหน้าที่สหรัฐทราบว่ารัสเซียอาจกำลังเตรียมการทดสอบขีปนาวุธ Burevestnik

เจฟฟรีย์ ลูอิส ผู้เชี่ยวชาญด้านอาวุธจากสถาบันมิดเดิลแบร์รีเผยว่า โดยหลักการแล้วการใช้เครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์จะช่วยให้ขีปนาวุธร่อนไม่มีขีดจำกัดเรื่องระยะทางในการบินใต้และรอบๆ เรดาร์ของระบบป้องกันขีปนาวุธของสหรัฐ

ลูอิสเผยอีกว่า ยังมีคำถามอยู่ว่าระบบขีปนาวุธนี้จะสำเร็จหรือไม่ และจะก่ออันตรายกับสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของมนุษย์หรือไม่ ซึ่งความเสี่ยงนี้ทำให้ผู้เชี่ยวชาญพากันเรียกขีปนาวุธนี้ว่า “เชอร์โนบิลบินได้” โดยยกตัวอย่างว่าเมื่อเดือน ส.ค. 2019 ความพยายามในการกู้ขีปนาวุธที่ตกในทะเลขาวทำให้เกิดการระเบิดจนคร่าชีวิตเจ้าหน้าที่เทคนิคของรัสเซีย 5 คน

ในขณะนั้นลูอิสบอกกับ CNN ว่า ภาพถ่ายทางดาวเทียมบ่งชี้ว่าอุบัติเหตุนั้นอาจเกี่ยวข้องกับการพัฒนาขีปนาวุธร่อนพลังนิวเคลียร์

รัสเซียเคยทดสอบขีปนาวุธร่อนพลังนิวเคลียร์อย่างน้อย 1 ครั้งจากฐานยิงที่เดียวกันใกล้กับอาร์กติกเซอร์เคิลเมื่อเดือน พ.ย. 2017 และมีรายงานว่ามอสโกยังทดสอบอีกหลายครั้งหลังจากนั้น แม้ว่าจะไม่มีครั้งไหนสำเร็จก็ตาม

ลูอิสเผยอีกว่า ในช่วงไม่กี่เดือนนี้นักวิจัยต่างจับตาดูฐานปล่อยดังกล่าว และภาพถ่ายทางดาวเทียมของบริษัท Planet ในช่วงฤดูร้อนแสดงให้เห็นว่ามีเรือขนสินค้าหลายลำเข้าออกบริเวณดังกล่าว และยังมีกองเสบียงสิ่งของต่างๆ อยู่ในพื้นที่ด้วย

เมื่อเร็วๆ นี้ รัสเซียยังแจ้งเตือนชาวประมงเกี่ยวกับปฏิบัติการที่เป็นอันตรายที่จะมีขึ้นระหว่างวันที่ 15-20 ส.ค. ใกล้กับฐานทดสอบ Burevestnik ใกล้กับเขตปันโคโวบนเกาะโนวายาเซมลยา

ลูอิสเผยว่า ภาพถ่ายความละเอียดสูงที่ถ่ายเมื่อวันที่ 16 ส.ค. แสดงให้เห็นว่าบุคลากรของรัสเซียติดตั้งที่กำบังขนาดใหญ่เพื่อปกป้องขีปนาวุธ ที่กำบังนี้ถูกรื้อถอนแล้ว เผยให้เห็นวัตถุขนาดใหญ่ที่ฐานปล่อยซึ่งอาจจะเป็นเครื่องยิงขีปนาวุธ SSC-X-9 Skyfall

นอกจากนี้ ยังมีวัตถุหลายชิ้นอยู่ใกล้กับฐานยิงซึ่งน่าจะเป็นยานพาหนะและตู้คอนเทนเนอร์ โดยที่สิ่งของทั้งหมดนี้ยังไม่ปรากฏในภาพถ่ายครั้งล่าสุดเมื่อเดือน มิ.ย.

ภาพถ่ายดาวเทียมของ Capella Space เมื่อวันที่ 16 ส.ค.
ภาพถ่ายของ Planet เมื่อวันที่ 15 มิ.ย.