สิงคโปร์เอาอยู่! เริ่มกลับเข้าทำงาน พลเมือง 76% ฉีดวัคซีนครบแล้ว #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/661002

วันที่ 19 ส.ค. 2564 เวลา 14:00 น.

สิงคโปร์เอาอยู่! เริ่มกลับเข้าทำงาน พลเมือง 76% ฉีดวัคซีนครบแล้วสิงคโปร์ผ่อนคลายมาตรการคุมโควิด-19 หลังผู้ติดเชื้อลดลงต่อเนื่อง

แชนเนล นิวส์เอเชีย (CNA) รายงานว่าพนักงานในสิงคโปร์สามารถกลับไปทำงานที่บริษัทได้อีกครั้งตั้งแต่วันที่ 19 ส.ค. เป็นต้นไป ขณะที่สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 มีแนวโน้มที่ดีขึ้น

โดยข้อกำหนดดังกล่าวอนุญาตให้พนักงานกลับเข้าทำงานได้ร้อยละ 50 ของพนักงานทั้งหมด ขณะที่บางบริษัทจัดสรรให้มีการผสมผสานทั้งการทำงานที่บ้านและที่ทำงาน เช่นการกำหนดให้พนักงานเข้าบริษัท 2 หรือ 3 วันต่อสัปดาห์ หรือบางบริษัทให้พนักงานเลือกได้ว่าจะทำงานที่บ้านหรือที่ทำงาน

ทั้งนี้ สิงคโปร์ได้มีการผ่อยคลายข้อจำกัดและมาตรการควบคุมโรคต่างๆ ตั้งแต่เดือนก.ย. ปีที่แล้วรวมถึงการอนุญาตให้พนักงานสามารถทำงานที่บริษัทได้ แต่เมื่อมีการแพร่ระบาดระลอกใหม่ส่งผลให้รัฐบาลบังคับใช้นโยบายทำงานที่บ้านอีกครั้งตั้งแต่เดือนพ.ค. ที่ผ่านมา

แต่เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดในประเทศมีแนวโน้มที่ดีขึ้น โดยพบผู้ติดเชื้อรายใหม่ลดลงอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ต้นเดือนที่ผ่านมา ประกอบกับอัตราการฉีดวัคซีนที่สูงโดยขณะนี้มีประชาชนได้รับวัคซีนครบโดสแล้ว 76% จากประชากรทั้งหมดกว่า 5 ล้านคน ทางการสิงคโปร์จึงได้มีการผ่อนคลายข้อจำกัดอีกครั้ง

โดยในวันที่ 18 ส.ค. สิงคโปร์พบผู้ติดเชื้อรายใหม่เพียง 53 คนเท่านั้น หลังจากการแพร่ระบาดระลอกล่าสุดในช่วงเดือนก.ค. ที่ผ่านมาซึ่งส่งผลให้มีผู้ติดเชื้อรายใหม่วันละกว่า 100 คน

ทั้งนี้ สิงคโปร์มีผู้ติดเชื้อสะสมอยู่ที่ 66,334 คนและผู้เสียชีวิตจากโควิด-19 จำนวน 46 คน

Photo by Roslan RAHMAN / AFP

ตอลิบานเปิดฉากยิงผู้ประท้วง-ผู้หญิง ตายอย่างน้อย 3 ศพ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/660984

วันที่ 19 ส.ค. 2564 เวลา 13:00 น.

ตอลิบานเปิดฉากยิงผู้ประท้วง-ผู้หญิง ตายอย่างน้อย 3 ศพกลุ่มตอลิบานปราบผู้ประท้วง เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 3 ศพ บาดเจ็บอีกกว่า 10 คน

สำนักข่าวรอยเตอร์สรายงานเมื่อช่วงค่ำวันที่ 18 ส.ค. ที่ผ่านมากลุ่มตอลิบานเข้าปราบปรามผู้ประท้วงในเมืองจาลาลาบัด ทางตะวันออกของอัฟกานิสถานซึ่งห่างจากกรุงคาบูลราว 150 กม. ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 3 คนและผู้บาดเจ็บอีกจำนวนมาก

ผู้พบเห็นเหตุการณ์เผยว่ากลุ่มผู้ประท้วงต่อต้านกลุ่มตอลิบานพยายามนำธงชาติอัฟกานิสถานไปติดที่จัตุรัสในเมืองจาลาลาบัดแทนที่ธงตอลิบาน ส่งผลให้เกิดการปะทะก่อนที่กลุ่มตอลิบานจะเริ่มเปิดฉากยิง

ขณะที่อดีตเจ้าหน้าที่ตำรวจรายหนึ่งระบุว่ามีผู้บาดเจ็บราว 13 คน

กลุ่มติดอาวุธตอลิบานรายหนึ่งกล่าวกับรอยเตอร์สว่า “ผู้ก่อปัญหาบางคนต้องการสร้างปัญหาให้เรา พวกเรากำลังใช้ประโยชน์จากนโยบายที่ผ่อนปรนของพวกเรา”

โดยก่อนหน้านี้กลุ่มตอลิบานประกาศว่าจะนิรโทษกรรมทั่วประเทศและไม่มีการแก้แค้นผู้เห็นต่าง ตลอดจนคุ้มครองสิทธิของประชาชนทุกคนภายใต้กรอบกฎหมายอิสลาม และยืนยันว่าจะถ่ายโอนอำนาจอย่างสันติ

ด้านโฆษกตอลิบานยังไม่ออกมาแสดงความคิดเห็นใดๆ ต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

ขณะที่นิวยอร์กโพสต์รายงานว่ากลุ่มติดอาวุธตอลิบานยิงผู้หญิงชาวอัฟกันรายหนึ่งที่ไม่สวมบุรเกาะอ์ (burqa) หรือผ้าคลุมยาวที่ใช้ปกปิดใบหน้าและร่างกายตามธรรมเนียมอิสลาม จนผู้หญิงคนดังกล่าวเสียชีวิตซึ่งเป็นวันเดียวกับที่กลุ่มตอลิบานประกาศว่าจะคุ้มครองสิทธิสตรีภายใต้กรอบกฎหมายอิสลาม

นอกจากนี้มีรายงานว่าภายหลังจากการยึดอำนาจของกลุ่มตอลิบานส่งผลให้ชาวอัฟกันจำนวนมากต้องการลี้ภัยไปยังต่างประเทศ แต่กลุ่มติดอาวุธตอลิบานจำนวนหนึ่งขัดขวางไม่ให้ประชาชนเข้าไปยังท่าอากาศยานนานาชาติกรุงคาบูล ตลอดจนมีการยิงปืนขึ้นฟ้าเพื่อสลายฝูงชนที่ออกันอยู่บริเวณภายนอกสนามบิน

Photo by Pajhwok / AFP

พบประสิทธิภาพสู้เดลตาลดลงหลังฉีดเข็ม 2 แล้ว 3 เดือน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/660982

วันที่ 19 ส.ค. 2564 เวลา 12:30 น.

พบประสิทธิภาพสู้เดลตาลดลงหลังฉีดเข็ม 2 แล้ว 3 เดือน ออกซ์ฟอร์ดพบประสิทธิภาพกันติดเชื้อเดลตาของวัคซีน AstraZeneca และ Pfizer-BioNTech ลดลงหลังฉีดเข็ม 2 แล้ว 3 เดือน 

ผลการวิจัยของมหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ดพบว่า ประสิทธิภาพในการป้องกันการติดเชื้อต่อ Covid-19 สายพันธุ์เดลตาของวัคซีนของ AstraZeneca และ Pfizer-BioNTech ลดลงหลังจากฉีดเข็มที่ 2 ไปแล้ว 3 เดือน และยังพบว่าผู้ที่ติดเชื้อสายพันธุ์เดลตาหลังได้รับวัคซีนดังกล่าวครบ 2 โดสแล้วอาจแพร่เชื้อให้ผู้อื่นได้มากกว่าสายพันธุ์อื่นๆ   

จากการเก็บตัวอย่างจากลำคอและจมูก (swab) กว่า 3 ล้านครั้งทั่วอังกฤษ ทีมวิจัยพบว่า หลังจากฉีดเข็ม 2 ไปแล้ว 90 วัน ประสิทธิภาพในการป้องกันการติดเชื้อของวัคซีนของ Pfizer-BioNTech ลดลงเหลือ 75% และของ AstraZeneca ลดลงเหลือ 61% จากเดิม 85% และ 68% ตามลำดับหลังจากฉีดเข็มที่ 2 ไปแล้ว 2 สัปดาห์

ประสิทธิภาพที่ลดลงพบได้ในกลุ่มอายุตั้งแต่ 35 ปีขึ้นไปมากกว่ากลุ่มที่อายุน้อยกว่า

“วัคซีนทั้งสองยี่ห้อ เมื่อฉีด 2 เข็ม ยังปกป้องสายพันธุ์เดลตาได้ดีมาก เมื่อเริ่มจากประสิทธิภาพสูงมากๆ ก็ย่อมอยู่ได้นานกว่า” ซาราห์ วอล์กเกอร์ ศาสตราจารย์ด้านเวชสถิติของมหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ดและหัวหน้าทีมวิจัยเผย

การวิจัยยังพบอีกว่า ผู้ที่ติดเชื้อหลังจากได้รับวัคซีนครบโดสแล้วมีแนวโน้มจะมีปริมาณไวรัสในตัวเท่ากับผู้ติดเชื้อที่ยังไม่ได้ฉีดวัคซีน ซึ่งสอดคล้องกับการวิเคราะห์ของศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคสหรัฐ (CDC)

ผลการวิจัยชิ้นนี้ยังออกมาไล่เลี่ยกับที่รัฐบาลสหรัฐเตรียมฉีดวัคซีนเข็มที่ 3 หรือ booster shot ให้ชาวอเมริกันในเดือนหน้าท่ามกลางการระบาดของสายพันธุ์เดลตา

ก่อนหน้านี้ Pfizer เผยว่า ประสิทธิภาพของวัคซีนลดลงเมื่อเวลาผ่านไป และเดือนที่แล้ว AstraZeneca เผยว่า ยังศึกษาอยู่ว่าวัคซีนจะป้องกันได้นานเท่าใด และต้องฉีดเข็มที่ 3 เพื่อกระตุ้มภูมิคุ้มกันหรือไม่

งานวิจัยของออกซ์ฟอร์ดชิ้นนี้ตอกย้ำความกังวลของนักวิทยาศาสตร์ว่าสายพันธุ์เดลตาซึ่งพบครั้งแรกในอินเดียจะทำให้ผู้ที่ฉีดวัคซีนครบโดสแล้วติดเชื้อได้มากกว่าสายพันธุ์อื่นๆ ที่ระบาดก่อนหน้านี้

ทั้งนี้ ทีมวิจัยของออกซ์ฟอร์ดวิเคราะห์ตัวอย่างจากลำคอและจมูกราว 2.58 ล้านตัวอย่างที่สุ่มเก็บจากชาวอังกฤษวัยผู้ใหญ่ระหว่างวันที่ 1 ธ.ค. 2020-16 พ.ค. 2021 จำนวน 380,000 ตัวอย่าง และผลการตรวจ 810,000 ชิ้นจากอาสาสมัคร 360,000 คน ระหว่างวันที่ 17 พ.ค.-1 ส.ค. เพื่อให้ครอบคลุมทั้งช่วงก่อนและหลังเดลตาระบาดในอังกฤษ

อดีตปธน.อัฟกันเผยโดนบังคับให้หนี ปัดขนเงินมาด้วย #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/660981

วันที่ 19 ส.ค. 2564 เวลา 11:05 น.

อดีตปธน.อัฟกันเผยโดนบังคับให้หนี ปัดขนเงินมาด้วยอดีตผู้นำอัฟกานิสถานปรากฏตัวครั้งแรกหลังออกนอกประเทศ ยืนยันทำไปเพื่อประโยชน์ของประเทศ

สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานว่าอัชราฟ กานี อดีตประธานาธิบดีอัฟกานิสถานปรากฏตัวเป็นครั้งแรกหลังออกจากประเทศไปเมื่อช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยเป็นการแถลงการณ์ผ่านทางเฟซบุ๊กย้ำว่าการออกนอกประเทศครั้งนี้เพื่อหลีกเลี่ยงการนองเลือด พร้อมปฏิเสธข้อกล่าวหาที่ว่าเขาขนเงินมหาศาลหลบหนีออกไปด้วย

นายกานีซึ่งขณะนี้อาศัยอยู่ที่สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ยืนยันว่าเขาทำไปเพื่อประโยชน์ของประเทศไม่ใช่สวัสดิภาพของตนเอง โดยระบุว่าเขาไม่ได้ตั้งใจที่จะลี้ภัย แต่ทีมรักษาความปลอดภัยของเขาบังคับให้ต้องออกจากอัฟกานิสถาน

“ถ้าผมอยู่ที่นั่นประธานาธิบดีที่มาจากการเลือกตั้งของอัฟกานิสถานจะถูกแขวนคอต่อหน้าชาวอัฟกันอีกครั้ง” กานีกล่าวพร้อมเสริมว่าขณะนี้กำลังอยู่ระหว่างการเจรจาเพื่อขอกลับประเทศ

นอกจากนี้ยังได้ปฏิเสธข่าวลือที่อ้างว่าเขานำทรัพย์สินมูลค่ากว่า 169 ล้านเหรียญสหรัฐออกจากอัฟกานิสถานมาด้วย โดยชี้ว่าเขาเดินทางมาอย่างฉุกละหุกไม่ได้เตรียมตัวใดๆ และมาด้วยมือเปล่า

กานีย้ำว่าเขากำลังพยายามปกป้องประเทศและชาวอัฟกัน ตลอดจนสนับสนุนการเจรจาระหว่างกลุ่มตอลิบานและอดีตเจ้าหน้าที่ระดับสูงของอัฟกานิสถาน และหวังว่าการเจรจาจะประสบความสำเร็จ

ด้านกระทรวงการต่างประเทศของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ออกแถลงการณ์ว่ารัฐบาลได้ให้การต้อนรับอดีตผู้นำอัฟกานิสถานและครอบครัวด้วยเหตุผลด้านมนุษยธรรม

Photo by – / various sources / AFP

ประกาศก้องแกนนำตอลิบานจะไม่อยู่อย่างหลบซ่อนอีกต่อไป #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/660972

วันที่ 19 ส.ค. 2564 เวลา 10:20 น.

ประกาศก้องแกนนำตอลิบานจะไม่อยู่อย่างหลบซ่อนอีกต่อไปเจ้าหน้าที่ตอลิบานเผยแกนนำกลุ่มจะไม่อยู่อย่างหลบซ่อนอีกต่อไป

เจ้าหน้าที่ระดับอาวุโสของกลุ่มตอลิบานเผยกับสำนักข่าว Reuters ว่า แกนนำกลุ่มตอลิบานจะเปิดเผยตัวต่อคนทั้งโลก และจะไม่ใช้ชีวิตอย่างหลบซ่อนอยู่ในเงามืดเหมือนเมื่อช่วง 20 ปีที่ผ่านมาอีก

“อย่างค่อยเป็นค่อยไป ในที่สุด โลกจะได้เห็นแกนนำของเรา จะไม่มีเงามืดอีกต่อไป” เจ้าหน้าที่คนดังกล่าวเผย

นอกจากนี้ ยังกล่าวอีกว่า สมาชิกกลุ่มตอลิบานได้รับคำสั่งไม่ให้ฉลองชัยชนะที่ยึดกรุงคาบูลได้สำเร็จเมื่อวันอาทิตย์ (15 ส.ค.) และพลเรือนต้องส่งมอบอาวุธปืนและเครื่องกระสุนให้กลุ่มตอลิบาน

Photo by KARIM JAAFAR / AFP

ทำไมตอลิบานจึงยึดประเทศได้แบบสายฟ้าแลบ? #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/660940

วันที่ 18 ส.ค. 2564 เวลา 20:38 น.

ทำไมตอลิบานจึงยึดประเทศได้แบบสายฟ้าแลบ?วิเคราะห์แนวทางการต่อสู้ของตอลิบาน ทำไมพวกเขาถึงรุกคืบได้อย่างรวดเร็ว และนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่พวกเขาทำได้

‘ฏอลิบาน’ หรือที่เรียกันแบบรวบรัดว่าตอลิบานหรือตาลีบัน ใช้เวลาแค่ 2 เดือนกว่าๆ ก็สามารถยึดจังหวัดต่างๆ ของอัฟกานิสถานได้แห่งแล้วแห่งเล่า ใช้ยุทธวิธีที่เรียกว่า ‘ป่าล้อมเมือง’ ค่อยๆ เขมือบพื้นที่ที่พวกเขาถนัดคือพื้นที่ห่างไกลในชนบท แล้วยึดเมืองเอกของภูมิภาคต่างๆ ทีละแห่งในเวลาไม่ถึง 1 เดือน จากนั้นก็ล้อมเมืองหลวงอย่างรวดเร็ว ในเวลาไม่ถึง 2 วันพวกเขาก็ยาตราทัพเข้าคาบูลได้

นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ตอลิบานรุกคืบได้เร็วขนาดนี้ ย้อนกลับไปตอนที่พวกเขาจับอาวุธใหม่ๆ ก็ใช้เวลาไม่กี่เดือนก็ยึดพื้นที่ของอัฟกานิสถานเอาไว้มากมาย

ฐานที่มั่นของตอลิบานคือเมืองกันดะฮาร์ทางภาคใต้ เมื่ออัฟกานิสถานเขาสู่สงครามกลางเมืองช่วงต้นทศวรรษที่ 90 ตอลิบานที่เดิมเป็นเพียงกลุ่มนักศึกษาศาสนาแต่มีจิตใจมุ่งมั่นที่จะสร้างรัฐอิสลามที่แท้จริง ได้ดึงดูดนักศึกษาศาสนาและผู้ร่วมอุดมการณ์นับหมื่นมาเคลื่อนไหวร่วมกัน โดยได้รับการสนับสนุนจากหน่วยข่าวกรองของปากีสถาน (ISI ซึ่งเรื่องนี้สามารถแตกประเด็นไปได้อีกเรื่องการยอมรับและถ่วงดุลอำนาจต่างประเทศของตอลิบาน)

ผู้นำของพวกเขาคือ มุลลอฮ์ มุฮัมมัด อุมัร ครูสอนศาสนาชาวกันดาฮาร์ที่ตั้งเป้าที่ว่าจะกวาดล้างพวกขุนศึกที่เฉือนแผ่นดินปกครอง โค่นล้มรัฐบาลกลางที่ไร้น้ำยาและฉ้อฉล กำจัดอาชญากรที่ทำลายบ้านเมือง ทำให้อัฟกานิสถานเป็นรัฐอิสลามที่บริสุทธิ์ตามหลักศาสนา – ด้วยเป้าหมายที่ชัดเจนและถูกใจผู้คนที่เบื่อหน่ายกับความถดถอยไร้อนาคตของประเทศ

นี่คือพิชัยสงครามข้อที่หนึ่งของตอลิบาน พวกเขามีเป้าหมายชัดเจนว่าจะทำอะไร เป็นเป้าหมายที่กระชับและตรงความต้องการของผู้คน พวกเขารู้ว่าผู้คนเบื่อหน่ายอะไร และเผอิญว่าผู้มีอำนาจกลุ่มอื่นๆ ในประเทศคือพวกขุนศึกและรัฐบาลกลางตอบสนองประชาชนไม่ได้แถมยังโกงกินบ้านเมืองอย่างหนัก

มุลลอฮ์ มุฮัมมัด อุมัร เริ่มต้นจากกลุ่มนักศึกษาศาสนาเพียง 50 คนเท่านั้นที่หวังจะกวาดล้างขุนศึกและความฉ้อฉลสร้างรัฐอิสลาม แนวคิดนี้ไม่ใช่แค่ความฝันของคนแค่ 50 คน แต่เป็นความต้องการของคนจำนวนไม่น้อย อย่างๆ น้อยช่วงไม่กี่เดือนหลังก่อตั้งกลุ่มมีผู้ร่วมอุดมการณ์เพิ่มถึง 15,000 คน

ตอลิบานที่ถือกำเนิดได้ไม่กี่ปีจึงแข็งแกร่งเหลือเชื่อ ในวันที่ 3 พฤศจิกายน พ.ศ. 2537 กลุ่มตอลิบานได้โจมตีเมืองกันดะฮาร์แบบสายฟ้าแลบ จากนั้นใช้เวลาไม่ถึง 2 เดือนพวกเขาควบคุม 12 จังหวัดได้ก่อนวันที่ 4 มกราคม พ.ศ. 2538 ดังนั้น การยึดอัฟกานิสถานครั้งนี้ (ปี 2564) จึงไม่ใช่เรื่องใหม่ เพราะตอลิบานเคยทำสำเร็จมาแล้ว

เคล็ดลับความสำเร็จในตอนนั้นก็เพราะตอลิบานได้รับความนิยมในหมู่ประชาชน เพราะพวกเขาปราบปรามการทุจริต ควบคุมความไร้ระเบียบ ทำให้การสัญจรบนท้องถนนและพื้นที่ต่างๆ มีความปลอดภัย และพื้นที่ภายใต้การควบคุมมีการค้าที่เจริญรุ่งเรืองนั่นเพราะบ้านเมืองปลอดภัยแล้วนั่นเอง หลังจากความสำเร็จช่วงนี้ตอลิบานมีกำลังเพิ่มขึ้นมา 25,000 คนในเดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ. 2538

ในการรุกคืบปี 2564 ก็เช่นกัน เมื่อตอลิบานบุกเขาไปยึดได้เมืองที่วุ่นวายไม่มีขื่อไม่มีแปมานาน พวกเขาได้รับการต้อนรับจากชาวเมืองด้วยความยินดี

ดูเหมือนว่าตอลิบานจะได้รับการสนับสนุนจากประชาชน ซึ่งมันไม่จริงเสมอไป จากการสำรวจโดย Asia Foundation เมื่อปี 2552 พบว่าตอลิบานเคยได้รับการสนับสนุนจากชาวอัฟกานกว่าครึ่งหนึ่ง ส่วนใหญ่เป็นชาวปาทานและประชาชนในถิ่นห่างไกล แต่พอถึงปี 2562 การสนับสนุนเหลือ 13.4%

พอถึงในช่วงต้นปี 2564 ผู้ตอบแบบสำรวจส่วนใหญ่อย่างท่วมท้นกล่าวว่าการปกป้องสิทธิสตรี เสรีภาพในการแสดงความเห็น และรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันเป็นสิ่งสำคัญ ไม่แน่ว่าด้วยผลโพลนี้ตอลิบานจึงเปลี่ยนท่าทีหลังจากยึดคาบูลคราวนี้ แทนที่จะตั้งกฎเข้มงวดเมื่อคราวก่อนแบบที่ไม่แยแสอะไรอื่นนอกกจากหลักศาสนาและกฎหมายชะรีอะฮ์ พวกเขายืนยันว่าจะให้สิทธิสตรีใขขอบเขตของหลักศาสนา อนุญาตให้ผู้หญิงเรียนหนังสือได้ เชิญผู้หญิงทำงานกับภาครัฐ และออกทีวีให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวหญิง

นี่คงเป็นการซื้อใจอย่างหนึ่ง ซึ่งชาติตะวันตกถึงกับทำตัวไม่ถูกที่ตอลิบานมาแนวนี้ ไม่รู้ว่าจะดีใจ เชื่อใจ หรือไม่ไว้วางใจพวกเขาดี

พิชัยสงครามข้อที่สอง สืบเนื่องจากเป้าหมายที่ชัดเจนคือจัดระเบียบบ้านเมืองเสียใหม่ ซึ่งเป็นเป้าหมายที่สอดคล้องกับความต้องการของประชาชน ตอลิบานมีธงนำที่ชัดเจนในเรื่องนี้มากกว่าใคร เพราะหากนำเป้าหมายนี้ไปใช้ในทางการเมืองมันจะทำไม่สำเร็จเพราะการเมืองผูกไว้กับผลประโยชน์ส่วนตัว แต่ละคนอ้างว่ารักชาติบ้านเมือง และต้องการใช้วิธีตัวเองที่จะไปถึงเป้าหมาย แต่ตอลิบานรวมศูนย์เป้าหมายไว้ที่ศาสนา เป้าหมายส่วนตัวจึงไม่สำคัญ

นักรบของตอลิบานจึงไม่วอกแวก คาร์เตอร์ มอลเคเชียน นักประวัติศาสตร์และอดีตที่ปรึกษาผู้บัญชาการทหารอเมริกันในอัฟกานิสถานกล่าวไว้ในบทความของ Politico ว่า “ในการสนทนาที่ผมพูดคุยกับกลุ่มตอลิบานด้วยตัวเอง ซึ่งมักจะคุยกันด้วยภาษาปาทานของพวกเขา “กลุ่มตอลิบานต่อสู้เพื่อความเชื่อ เพื่อญันนะตุ (สวรรค์) และฆอซี (การฆ่าคนนอกศาสนา) … กองทัพและตำรวจต่อสู้เพื่อเงิน” นักวิชาการด้านศาสนาของกลุ่มตอลิบานจากกันดาฮาร์บอกผมในปี 2562 ว่า “กลุ่มตอลิบานยินดีที่จะเสียหัวเพื่อต่อสู้ … กองทัพและตำรวจจะมาสู้ได้อย่างไร”

พิชัยสงครามข้อที่สามของตอลิบาน จะต้องสร้าง ‘ความชอบธรรม’ ให้ผู้คนเชื่อถือศรัทธา อาจเป็นเพราะต้องการสร้างความชอบธรรมหรือเพื่อการโฆษณาชวนเชื่อหรือเหตุผลเรื่องอุมการณ์ การยึดกุมคาบูลและประการอดีตผู้นำยังไม่เพียงพอ มุลลอฮ์ มุฮัมมัด อุมัร ต้องการสิ่งอื่นที่จะสร้างความชอบธรรมมากกว่านี้ เพราะประเทศใหม่ที่จะสถาปนาขึ้นไม่ใช่แค่ ‘ประเทศอัฟกานิสถาน’ หรือ ‘รัฐอิสลามอัฟกานิสถาน’ ของรัฐบาลที่ตอลิบานหวังจะโค่นล้ม เพราะมันยังไม่เป็นอิสลามพอ

ตอลิบานต้องการสถาปนา ‘เอมิเรตแห่งอัฟกานิสถาน’ ซึ่งหมายความว่าผู้นำจะต้องเป็นเอมีร์ มุลลอฮ์ มุฮัมมัด อุมัร ไม่จำเป็นต้องมีเชื้อเจ้าเพราะมีอีกวิธีหนึ่งที่เขาจะได้รับตำแหน่ง ‘เอมีร์ อัลมุอฺมินูน’ (แม่ทัพแห่งผู้ศรัทธา) ได้ นั่นคือการได่รับการรับรองจากที่ประชุมของอุลามาอฺ (ครูสอนศาสนา) เพื่อให้บุคคลนั้นเป็นเอมีร์ อัลมุอฺมินูน ในฐานะแม่ทัพในสงครามศักดิ์สิทธิ์ (ญิฮาด)

ที่กันดะฮาร์มีสิ่งสำคัญชิ้นหนึ่งเก็บรักษาไว้ คือ เสื้อคลุมของนบีโมฮัมหมัด (ที่ท่านสวมในเหตุการณ์อัลอิสรออ์และอัลมิอรอจญ์) เก็บรักษาไว้ที่มัสยิดคีรคาชารีฟเสื้อคลุมถูกล็อกไว้ภายในมัสยิดและไม่ค่อยมีใครเห็น มีสกุลหนึ่งปกป้องดูแลมานานถึง 250 ปีแล้วและตามธรรมเนียมแล้วผู้ดูแลจะนำเสื้อคลุมออกมาแสดงแก่ผู้นำอัฟกานิสถานที่มีความชอบธรรมเท่านั้น

เมษายน พ.ศ. 2539 ตอลิบานเรียกชุมนุมอุบามะอฺ ครั้นแล้วมุลลอฮ์ มุฮัมมัด อุมัร ผู้นำของกลุ่มตอลิบาน ได้นำเสื้อคลุมออกมาและถือไว้ต่อหน้าฝูงชน ฝูงชนก็เริ่มตะโกนว่า “เอมีร์ อัลมุอฺมินูน” นี่คือจุดเริ่มต้นของการยอมรับว่าตอลิบานคือผู้ก่อตั้งประเทศใหม่คือเอมิเรตแห่งอัฟกานิสถาน ผู้นำตอลิบานคือเอมีร์ ที่สำคัญพวกเขามีความชอบธรรมแล้วที่จะโค่นล้มรัฐบาลเพราะโยงตัวเองเข้ากับสิ่งผู้นำที่ชอบธรรมของอัฟกานิสถานจะสัมผัสได้เท่านั้น

เรื่องการเรียกตัวองเป็นเอมีร์ทำให้มุลลอฮ์ มุฮัมมัด อุมัรถูกวิจารณ์มาก อาเหม็ด ราชีด นักข่าวและนักเขียนนโยบายต่างประเทศมีหนังสือหลายเล่มเกี่ยวกับอัฟกานิสถาน ปากีสถาน และเอเชียกลาง กล่าวว่า “ไม่มีชาวอัฟกันรับตำแหน่งนี้ (เอมีร์) มาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2377 เมื่อกษัตริย์ดอสต์ โมฮัมเหม็ด ข่าน รับตำแหน่งก่อนที่พระองค์จะประกาศญิฮาด (สงครามศักดิ์สิทธิ์) ต่อต้านอาณาจักรซิกข์ในเปชาวาร์ แต่ดอสต์ โมฮัมเหม็ดทรงต่อสู้กับชาวต่างชาติ ในขณะที่โอมาร์ประกาศญิฮาดกับชาวอัฟกันคนอื่นๆ”

แต่เป้าหมายของตอลิบานชัดเจนอยู่แล้วคือสร้างรัฐอิสลามบริสุทธิ์ รัฐบาลรูปแบบอื่นจึงเป็นศัตรู นอกจากนี้ ยังมีความเป็นไปได้ที่ตอลิบานพยานยามทำให้คนอัฟกันหวนนึกถึงอดีตอันยิ่งใหญ่ยุคกษัตริย์ดอสต์ โมฮัมเหม็ด ข่านรวมถึงยุคสมัยของอับดูร รอฮ์มาน ข่าน พระราชนัดดาของดอสต์ โมฮัมเหม็ด ข่าน ที่เป็นกษัตริย์ที่เข้มงวดและเก่งกาจด้านการทหารจนได้ฉายาว่า ‘เอมีร์เหล็ก’

ตอลิบานใช้เวลาอีกปีกว่าๆ ระหว่าง พ.ศ. 2538 – 2539 เข้ายึดกรุงคาบูล และสามารถเข้ายึดครองได้ในเดือนกันยายน พ.ศ. 2539 ขับไล่รัฐบาลรับบานีและกลุ่มอื่น ๆ ไปทางเหนือ และภายในสิ้นปีที่ครอบครองพื้นที่สองในสามของอัฟกานิสถาน อดีตประธานาธิบดีโมฮัมหมัด นาญิบุลลอฮ์ถูกจับกุมและประหารชีวิตในที่สาธารณะโดยการแขวนคอเมื่อวันที่ 27 กันยายน พ.ศ. 2539

เมื่อครั้งที่สหภาพโซเวียตรุกรานอัฟกานิสถาน มุลลอฮ์ มุฮัมมัด อุมัร ได้เข้าร่วมกับฝ่ายต่อต้านของโซเวียตที่นำโดยนาญิบุลลอฮ์นี่เอง ไม่น่าเชื่อว่าชายหนุ่มในวันนั้นคือเอมีร์ฯ ที่ประหารเขาในวันนี้

การสร้างผู้นำที่แข็งแกร่งแบบนี้ยังอาจมีผลต่อการรุกคืบในปี 2564 ด้วย เทียบกับอัชราฟ ฆานี อดีตประธานาธิบดีที่หลบหนีไปซึ่งนักวิชาการที่ได้รับการฝึกอบรมจากตะวันตกและได้รับการสนับสนุนจากวอชิงตัน ผู้นำของตอลิบานหรือ ‘เอมีร์ฯ’ ดูมีบารมีกว่ามากทั้งในทางการเมืองและความชอบธรรมทางวัฒนธรรม

ฆานียังได้รับการสนับสนุนจากภายนอกคาบูลเพียงเล็กน้อยและยังมีความสัมพันธ์ที่ไม่ดีแม้แต่กับผู้บัญชาการบางคนของเขาเอง ขณะที่เอมีร์ฯ ของตอลิบานนั้นชี้นำเป็นนก ชี้ไม้เป็นไม้ ถึงจะสั่งการจากโดฮาก็ยังมีประสิทธิภาพสูงมาก

พิชัยสงครามข้อสี่ ตอลิบานรู้ว่าสังคมอัฟกานแตกแยกแต่พวกเขากลับไม่ย้ำความแตกแยก เพราะยิ่งสังคมแตกแยกพวกเขาจะปกครองลำบาก เนื่องจากอัฟกานิสถานประกอบด้วยหลายชนเผ่า แต่ชนเผ่าหลักๆ คือปาทานคิดเป็น 40% มีเมืองหลักคือกันดะฮาร์ ส่วนชนเผ่าอื่นเช่น ทาจิก, อุซเบก ฮาซารา คนกลุ่มนี้อยู่ทางตอนเหนือ การที่ตอลิบานสามารถกุมพื้นที่ทางใต้ได้ก่อน เพราะชาวปาทานให้การสนับสนุน ปัญหาก็คือพวกเขาจะทำอย่างไรกับภาคเหนือที่พวกครองด้วยชนเผ่าต่างๆ และขุนศึกคนต่างๆ?

วิธีการก็คือต้องกลับไปที่พิชัยสงครามข้อสองคือการรวมศูนย์เป้าหมายไว้ที่ศาสนา ศาสนาเท่านั้นที่จะรวมเอาความแตกต่างของชนเผ่าต่างๆ เข้าไว้ด้วยกัน แม้ว่าภาคเหนือจะปกครองโดยพวกอุซเบก ทาจิก เติร์กเมน ฯลฯ แต่ตอลิบานที่ส่วนใหญ่เป็นพวกปาทานสามารถดึงชนเผ่าอื่นมาร่วมขบวนการได้โดยอาศัยอุดมการณ์เดียวกันและทำสำเร็จด้วยในบางพื้นที่ หรือหาไม่แล้วก็เชิญผู้แทนเผ่าต่างๆ มาทำงานร่วมกันเหมือนคราวนี้

ด้วยวิธีการนี้ตอลิบานจึงสามารแก้ไขความไม่ลงรอยระหว่างเผ่าได้ และเผ่าอื่นๆ จะไม่รู้สึกว่าตอลิบานเป็นรัฐบาลของพวกปาทานเท่านั้น แต่เป็นเอมิเรตแห่งศาสนาอิสลามของผู้นับถือศาสนาอิสลามและของชาวอัฟกานิสถานเท่าๆ กัน

แต่นอกจากอุมการณ์เรื่องศาสนาแล้วยังมีปัจจัยอื่นด้วย นั่นคือพิชัยสงครามข้อห้า ใช้ผู้รุกรานภายนอกเป็นแรงกระตุ้น ตอลิบานและชนเผ่าต่างๆ มีความรู้สึกร่วมกันนั่นคือไม่พอใจกองกำลังนานาชาติที่เข้ามาปักหลักในอัฟกานิสถาน ขณะที่รัฐบาลล่าสุดที่เพิ่งถูกโค่นล้มไปเป็นจำพวกรัฐบาลจับฉ่ายที่รวมตัวกันจากกลุ่มผลประโยชน์ต่างๆ ทำให้ขาดเอกภาพอย่างหนัก และยังถูกมองว่าเป็นหุ่นเชดของ ‘ผู้รุกราน’ ที่ฉ้อฉล โกงกิน ไร้ประสิทธิภาพอย่างหนัก

ขณะที่โลกภายนอกมองว่าตอลิบานเป็นผู้ก่อการร้าย (หรืออย่างน้อยอุ้มชูผู้ก่อการร้ายมาก่อน) แต่ชาวอัฟกานิสถานไม่น้อยที่ถูกกองกำลังนานาชาติปฏิบัติอย่างโหดร้ายและใช้อำนาจตามอำเภอใจ มีบางกรณีที่กองกำลังต่างชาติสังหารผู้บริสุทธิ์ด้วยซ้ำ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการทิ้งบอมบ์ผิดๆ ถูกๆ ของกองทัพสหรัฐและพันธมิตรจนพลเรือนตายไปไม่รู้เท่าไร

ดังนั้นในหมู่ประชาชน ตอลิบานจึงเป็นผู้ปลดปล่อยมากกว่าผู้รุกราน สอดคล้องกับที่ตอลิบานเองก็ใช้แนวทางญิฮาดในการต่อต้านคนนอกศาสนาผู้รุกรานเช่นกัน

แต่นี่เป็นเพียงปัจจัยส่วนหนึ่งเท่านั้น การที่ตอลิบานสามารถใช้ศาสนาและชูธงต่อต้านผู้รุกรานเพื่อดึงคนมาเข้าร่วมยังไม่พอ มันอาจทำสำเร็จในการยึดประเทศเมื่อ 20 กว่าปีก่อน แต่หากใช้แค่ 2 เหตุผลนี้ในตอนนี้ตอลิบานไม่มีทางทำสงครามยืดเยื้อมานหลายปีได้ ปัจจัยที่เร่งปฏิกิริยาให้ฝ่ายตรงข้ามพ่ายแพ้อย่างรวดเร็วในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมาคือการประกาศถอนกำลังทหารของชาติตะวันตก

ผู้บัญชาการกลุ่มตอลิบานคนหนึ่งในจังหวัดฆัชนีทางตอนกลางกล่าวกับ Reuters ว่าเมื่อกองกำลังของรัฐบาลเห็นว่าสหรัฐกำลังจะจากไปในที่สุด การต่อต้านก็พังทลายลง ในเวลาเพียงหนึ่งสัปดาห์ เมืองใหญ่ทั้งหมดของอัฟกานิสถาน ตั้งแต่คุนดุซทางตอนเหนือไปจนถึงกันดาฮาร์ทางใต้ก็ล่มสลายลง

ผู้บัญชาการตอลิบานรายนี้กล่าวว่า “ไม่ได้หมายความว่าผู้นำชาวอัฟกันที่ยอมจำนนต่อเรานั้นเปลี่ยนไปหรือกลายเป็นคนเคร่งศาสนา แต่เป็นเพราะไม่มีเงินแล้ว” เขาหมายถึงการสนับสนุนทางการเงินที่รัฐบาลและกองทัพได้รับจากตะวันตกมาเกือบสองทศวรรษ

หากไม่มีการถอนกำลังออกไป สงครามกลางเมืองก็จะยืดเยื้อต่อไป แต่ต้องมีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งถอนตัวออกไปในที่สุด ซึ่งย่อมเป็นชาติตะวันตกที่ไม่ได้ประโยชน์โพดผลอะไรที่จะอยู่ต่อเพื่อผลาญงบประมาณ นับแต่โบราณแล้วที่การรบยืดเยื้อจะทำได้ต่อเมื่อฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งมีทุนทรัพย์เพียงพอที่จะปักหลักนานๆ ได้และเป้าหมายที่ต้องการจะโค่นต้องสมกับต้นทุนที่เสียไปด้วย

ชาติตะวันตกนั้นมองไม่เห็นกำไรในอัฟกานิสถานอีก ส่วนตอลิบานใช้พิชัยสงครามข้อหก คือเมื่อต่อสู้กับยักษ์ไม่ได้ก็ต้องรู้หลบเป็นปีกรู้หลีกเป็นหาง ในระยะหลายปีที่ผ่านมาตอลิบานไปปักหลักตามชนบทห่างไกล เข้าควบคุมพื้นที่หลายจังหวัดแล้วตั้งรัฐบาลเงาที่มีศาลและระบบภาษีของตนเอง ขณะที่ชาติตะวันตกแทบไม่ได้อะไรติดมือในเมืองใหญ่ของอัฟกานิสถาน ตอลิบานได้ทุนรอนเรื่อยๆจากการค้าฝิ่นและการทำเหมืองในเขตอิทธิพล หลีกเลี่ยงการปะทะซึ่งๆ หน้า เพราะอีกฝ่ายมีกำลังทางอากาศสนับสนุนจากสหรัฐ

ศัตรูของตอลิบานคืออดีตขุนศึกของพันธมิตรภาคเหนือ (Northern Alliance) ที่เป็นไม้เบื่อไม้เมาตั้งแต่ทศวรรษที่ 90 รัฐบาลอัฟกานที่เพิ่งถูกโค่นล้มไปก็พึ่งพา Northern Alliance ในการต้านทานตอลิบานเช่นกัน นำโดยขุนศึกภาคเหนือ อัตตา โมฮัมหมัด นูร์ ชาวเผ่าทาจิก และ ราชีด ดอสตุม ชนเผ่าอุซเบก

ตอลิบานรอเวลาเหมาะที่จะกวาดล้างเสี้ยนหนามใหญ่คืออดีตขุนศึกของ Northern Alliance ในที่สุดฐานที่มั่นของขุนศึกทั้งสองก็ถูกตอลิบานโค่นลงได้เพราะคนในยอมจำนนเนื่องจากไม่รู้จะสู้ต่อทำไมหลังจากสหรัฐตัดช่องน้อยแต่พอตัว ขุนศึกทั้งสองต้องหนีออกจากประเทศไป ไม่กี่วันหลังจากนั้ตอลิบานก็ยึดเมืองใหญ่ๆ รอบคาบูลได้

ตอลิบานรบเหมือนพรรคคอมมิวนิสต์จีนที่ปักหลักตามชายขอบรอจังหวะกลืนพื้นที่ชั้นในด้วยกลยุทธ์ป่าล้อมเมือง แต่พรรคคอมมิวนิสต์จีนก็เหมือนตอลิบานก็คือ ถ้าสหรัฐไม่ถอนความช่วยเหลือจากรัฐบาลก๊กมินตั๋งของเจียงไคเช็กในปี ค.ศ. 1947 พรรคคอมมิวนิสต์จีนก็จะยึดครองประเทศได้ยาก

รัฐบาลอัฟกานิสถานที่เพิ่งถูกโค่นล้มไปก็เหมือนก๊กมินตั๋ง เต็มไปด้วยปัญหาฉ้อฉล ไร้อุดมการณ์หลัก และพึ่งพาอำนาจภายนอก และเหมือนกับรัฐบาลเวียดนามใต้ที่มีคุณสมบัติเหมือนกับก๊กมินตั๋งแต่พึ่งพาสหรัฐอย่างหนักหน่วงกว่า แน่นอนว่าพอสหรัฐลอยแพเวียดนามใต้ ไซ่ง่อนก็แตกในไม่นาน สภาพการณ์ไม่ผิดอะไรกับคาบูลในมือของตอลิบาน

เมื่ออำนาจภายนอกถอนตัวไป ก็แค่นับถอยว่าจะถึงกาลอวสานเมื่อไร

โดย กรกิจ ดิษฐาน

Photo by – / AFP

เปิดร่างฯ “แก้รัฐธรรมนูญ” “ก้าวไกล” มองบน “เพื่อไทย” จับมือ “พลังประชารัฐ” #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/479899

เปิดร่างฯ”แก้รัฐธรรมนูญ” “ก้าวไกล”มองบน “เพื่อไทย”จับมือ”พลังประชารัฐ”

21 ส.ค. 2564

“ก้าวไกล”เสียเปรียบ ร่างฯ”แก้รัฐธรรมนูญ” เตรียมเข้าที่”ประชุมร่วมรัฐสภา” บัตรสองใบ “เพื่อไทย” กระหนุงกระหนิง “พลังประชารัฐ”

เปิดร่างฯ"แก้รัฐธรรมนูญ" "ก้าวไกล"มองบน "เพื่อไทย"จับมือ"พลังประชารัฐ"

เปิดร่างฯแก้รัฐธรรมนูญซึ่งคณะกรรมาธิการวิสามัญฯ พิจารณาแล้วเสร็จ เตรียมเขาสู่การพิจารณาในที่ประชุมร่วมรัฐสภาวาระ2-3ในวันที่24-25สิงหาคมนี้ เนื้อหาสำคัญ คือการแก้ไขมาตรา 83 ว่าด้วยจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ทั้งแบบบัญชีรายชื่อ และแบบแบ่งเขตเลือกตั้ง จากเดิมสส.เขต 350คน บัญชีรายชื่อ150คน แก้ไขเป็น แบ่งเขต400 คน สส.บัญชีรายชื่อ 100 คน มีบัตรเลือกตั้งสองใบเหมือนการเลือกตั้งตามรัฐธรรมนูญปี2540 ตามสโลแกนที่ว่า เลือกคนที่รัก เลือกพรรคที่ชอบ แยกคะแนนเป็นเอกเทศทั้งสส.เขตและบัญชีรายชื่อ ไม่นำคะแนนทั้งสองส่วนมารวมกันเพื่อหาจำนวน สส.พึงมี เหมือนการเลือกตั้งเมื่อครั้งที่ผ่านมา   

ที่มาของสส.แบบแบ่งเขตคำนวณจากจำนวนราษฎรตามทะเบียนราษฎร์ก่อนมีการเลือกตั้ง หารด้วยจำนวน สส.เขต  ผลลัพธ์เท่ากับจำนวนราษฎร ต่อ สส.1คน  จังหวัดใดมีจำนวนราษฎรต่ำกว่าผลลัพธ์ดังกล่าว ให้มีสส.เขตได้1คน จังหวัดใดมีจำนวนราษฎรเกินเกณฑ์ให้มีสส.เขตเพิ่มอีก1คน หากรวมทั้งสองกรณีแล้ว ได้สส.เขต ไม่ถึง400 คน ให้จังหวัดที่มีเศษเหลือมากที่สุด มีสส.เขตเพิ่มได้อีก1คน และใช้วิธีการเดียวกันนี้ ในจังหวัดใดๆที่เหลือเศษในลำดับรองลงมา จนกว่าจะได้ สส.เขต ครบ400 เขต  จังหวัดใด มีสส.เขตมากกว่า1คน ให้แบ่งเขตเลือกตั้งตามจำนวน สส.ของจังหวัดนั้น โดยการแบ่งเขตเลือกตั้งต้องแบ่งพื้นที่เขตที่ติดต่อกันแต่ละเขตมีจำนวนประชากรใกล้เคียงกัน 

เปิดร่างฯ"แก้รัฐธรรมนูญ" "ก้าวไกล"มองบน "เพื่อไทย"จับมือ"พลังประชารัฐ"

เขตเลือกตั้งใดที่มีจำนวนผู้ไม่ประสงค์ลงคะแนนมากกว่า คะแนนของผู้สมัครที่ชนะการเลือกตั้ง ให้จัดให้มีการเลือกตั้งใหม่ โดยผู้สมัครรับเลือกตั้งรายเดิม ไม่มีสิทธิลงสมัครรับเลือกตั้ง ในการเลือกตั้งที่จะจัดขึ้นใหม่นั้น

ส่วนการคำนวณสัดส่วนผู้สมัครรับเลือกตั้งตามบัญชีรายชื่อของแต่ละพรรคการเมืองที่จะได้รับเลือกตั้งให้นำคะแนนที่แต่ละพรรคการเมืองได้รับ มารวมกันทั้งประเทศแล้วคำนวณเพื่อแบ่งจำนวนผู้ที่จะได้รับเลือกตั้งเป็นสส.บัญชีรายชื่อของแต่ละพรรคการเมือง เรียงตามลำดับตามสัดส่วนของพรรคการเมืองนั้น  

เปิดร่างฯ"แก้รัฐธรรมนูญ" "ก้าวไกล"มองบน "เพื่อไทย"จับมือ"พลังประชารัฐ"

 การแก้ไขรัฐธรรมนูญ ที่กำลังจะมีการพิจารณาในสัปห์หน้า สร้างความไม่พอใจ ให้กับพรรคก้าวไกลที่ต้องการให้มีการจัดการเลือกตั้งแบบจัดสรรปันส่วนผสม นำทุกคะแนนมาคำนวณ เป็นจำนวนสส.พึงมี เหมือนการเลือกตั้ง เมื่อครั้งที่ผ่านมา ซึ่งทำให้อดีตพรรคอนาคตใหม่ หรือปัจจุบันคือพรรคก้าวไกล ได้สส.เข้ามามากมาย จนทะลุฟ้า

พิษซักฟอก “เนวิน ชิดชอบ” ติวเข้ม “ภูมิใจไทย” สู้ขาลง #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/479844

พิษซักฟอก “เนวิน ชิดชอบ” ติวเข้ม “ภูมิใจไทย” สู้ขาลง

21 ส.ค. 2564

โควิดพาพัง “เนวิน ชิดชอบ” ปลุกลูกพรรคภูมิใจไทย อุ้มเสี่ยหนู-เสี่ยโอ๋ สู้ศึกซักฟอก คอลัมน์ท่องยุทธภพ โดยขุนน้ำหมึก

ก่อนศึกใหญ่ในสภาฯ จะมาถึงในช่วงปลายเดือน ส.ค.2564 พรรคภูมิใจไทย จึงจัดประชุมติวเข้ม ส.ส.ที่บุรีรัมย์ วันอาทิตย์ที่ 22 ส.ค.นี้ เนื่องจาก กทม.ไม่สามารถจัดประชุมพรรคได้ เพราะเป็นพื้นที่สีแดงเข้ม อาจผิดและฝ่าฝืนคำสั่ง ศบค.

วาระสำคัญมี 2 เรื่องคือ การแก้ไขรัฐธรรมนูญ ที่จะเข้าสู่ที่ประชุมร่วมรัฐสภา วันที่ 25-26 ส.ค.2564 และการอภิปรายไม่ไว้วางใจ วันที่ 31 ส.ค.- 3 ก.ย.นี้

ในข่าวแจกของพรรคภูมิใจไทยระบุว่า “ครูใหญ่” เนวิน ชิดชอบ จะมาร่วมติวเข้มด้วย เพราะมีประสบการณ์โชกโชน ในเวทีสภาฯ มาก่อน

สถานการณ์การเมืองปัจจุบัน คณะรัฐบาล ภายใต้การนำ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ไม่ต่างจากเรือเหล็กใกล้อับปาง เพราะมหาวิกฤตโรคโควิด-19 อันส่งผลให้มีผู้ติดเชื้อสะสมทะลุล้าน และมีผู้เสียชีวิตหลายพันคน

วันนี้ พรรคภูมิใจไทย มี ส.ส. 61 คน (ได้ ส.ส.เพิ่ม 10 คน จากพรรคก้าวไกล) หากเล่นเกมโหวตสวน หรืองดออกเสียงในศึกซักฟอก พล.อ.ประยุทธ์ คงเลือกยุบสภา แต่เลือกตั้งใหม่ในวันที่พรรคภูมิใจไทย เรตติ้งต่ำเตี้ยติดดิด เพราะล้มเหลวในการแก้ไขวิกฤตโควิด-19 ไม่ใช่เรื่องดีแน่

เชื่อว่า ส.ส.ค่ายสีน้ำเงินส่วนใหญ่ก็ขวัญผวา กลัวการเลือกตั้งใหม่ โดยเฉพาะ ส.ส.ที่ย้ายมาจากพรรคก้าวไกล เซียนการเมืองมองว่า “สอบตกหมดทุกคน”

ดังนั้น การประชุมพรรคที่บุรีรัมย์เที่ยวนี้ “ครูใหญ่เนวิน” จึงต้องออกโรงปลุกขวัญ ส.ส. โดยเฉพาะ ส.ส.พรรษาแรก ให้มั่นใจในตัวเขา พร้อมกับ “เสี่ยหนู” และ “เสี่ยโอ๋”

++

ทุบกล่องดวงใจ

++

ศึกซักฟอกเที่ยวนี้ พรรคฝ่ายค้านอย่างเพื่อไทย และก้าวไกล จองกฐินถล่ม “อนุทิน ชาญวีรกูล” รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีกระทรวงสาธารณสุข(รมว.สธ.) ว่าด้วยเรื่องความล้มเหลวในการกำกับดูแลงานด้านสาธารณสุขของประเทศ

“อนุทิน” ซึ่งกำกับดูแลทั้งกรมการแพทย์ กรมควบคุมโรค องค์การเภสัชกรรม และสถาบันวัคซีนแห่งชาติ (องค์การมหาชน) กลับไร้ความรู้ความสามารถที่จะทำให้สถานการณ์โควิด-19ให้คลี่คลายลงลงได้

ที่น่าจะร้อนแรงกว่าการซักฟอกหนที่แล้ว คือ “ศักดิ์สยาม ชิดชอบ” รัฐมนตรีคมนาคม ผู้ถูกพรรคร่วมฝ่ายค้าน ตั้งข้อหาในญัตติว่า “ประพฤติตัวเสเพลไม่เหมาะสมกับตำแหน่ง”

เชื่อว่า พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชาติ จะต้องหยิบยกเรื่องที่ดินเขากระโดง จ.บุรีรัมย์ มาชำแหละอีกรอบอย่างแน่นอน

ปัญหาที่ดินเขากระโดงที่มีมูลค่ากว่า 1 หมื่นล้านบาท ได้เกิดข้อพิพาทมายาวนาน ระหว่าง การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) กับชาวบ้านที่เข้าไปอยู่อาศัย ส่งผลให้ การรถไฟแห่งประเทศไทย ฟ้องร้องต่อศาลให้ขับไล่ชาวบ้านออกจากพื้นที่ และศาลก็ได้วินิจฉัยตามที่ฟ้องร้อง และเพิกถอนสิทธิ์การถือครองที่ดิน เนื่องจากเป็นที่ดินสาธารณประโยชน์ สงวนไว้เป็นที่รถไฟเท่านั้น

“เนวิน” รู้ดีว่า “เสี่ยโอ๋” น้องชายสุดรักโดนชำแหละเรื่องนี้คาสภาฯ แน่ จึงลุกขึ้นมาติวเข้มสู้ศึกซักฟอก เพราะมหากาพย์เขากระโดงนั้น เขย่าตระกูลชิดชอบให้กระเทือนได้แน่

++

‘บัตร 2 ใบ’ตายแน่

++

ประเด็นแก้รัฐธรรมนูญ พรรคเพื่อไทย พรรคพลังประชารัฐ และพรรคประชาธิปัตย์ เห็นดีเห็นงามกับการแก้ระบบเลือกตั้งให้กลับไปใช้ “บัตร 2 ใบ” แทน “บัตรใบเดียว” แต่พรรคก้าวไกล และพรรคภูมิใจไทย ค้านสุดตัว

พรรคภูมิใจไทย เคยเข้าสู่สมรภูมิเลือกตั้งมา 2 ครั้งคือ เลือกตั้งปี 2554 และ 2562 ที่ระบบเลือกตั้งแตกต่างกัน

เลือกตั้ง 2554 มีการแก้รัฐธรรมนูญ 2550 จากพวงใหญ่เป็น “เขตเดียว เบอร์เดียว” คล้ายรัฐธรรมนูญ 2540 ผลปรากฏว่า ค่ายสีน้ำเงินพ่ายยับ

เลือกตั้ง 2560 ระบบเลือกตั้งจัดสรรปันส่วนผสม และมีบัตรใบเดียว กลายเป็นกติกาที่ตอบโจทย์ภูมิใจไทย ภูมิใจไทย ได้ ส.ส.เขต 39 คน และ ส.ส.บัญชีรายชื่อ 12 คน รวม 51 คน (ยังไม่รับรวมกลุ่ม ส.ส.จากพรรคก้าวไกลอีก 10 คน)

ดังนั้น ถ้าใช้กติกาบัตร 2 ใบ ค่ายสีน้ำเงินก็จะมีสภาพเหมือนปี 2554 คือ พ่ายกระแสพรรคใหญ่ และน่าจะเหลือ ส.ส.ชำนาญพื้นที่ สามารถรักษาเก้าอี้ ส.ส.เขต ไว้ได้ไม่กี่สิบคน

พรรคภูมิใจไทย จึงต้องหาทางขวางการแก้รัฐธรรมนูญสุดฤทธิ์ และคงต้องไปจบที่ศาลรัฐธรรมนูญ หากเกิดอุบัติเหตุยุบสภา เลือกตั้งใหม่ ก็ใช้กติกาเก่า “บัตรใบเดียว” ค่ายเสี่ยเนวินก็พอได้ ส.ส.บัญชีรายชื่อเข้าสภาฯบ้าง

“ม็อบ” ก็เจอแรงต้าน “ฝ่ายค้าน” ก็ไม่สามัคคี ผลดีตกอยู่กับ “รัฐบาล” #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/479821

“ม็อบ”ก็เจอแรงต้าน “ฝ่ายค้าน”ก็ไม่สามัคคี ผลดีตกอยู่กับ “รัฐบาล”

21 ส.ค. 2564

https://www.youtube.com/embed/J0D_wz171HM

“ม็อบ”ก็เจอแรงต้าน “ฝ่ายค้าน”ก็ปีนเกลียว “รัฐบาล”นั่งบนภู ดูอย่างเดียวก็ได้ ส่วนการ”อภิปรายไม่ไว้วางใจ”อย่าหวังว่าใครจะถอนตัว

“ม็อบ”ก็เจอแรงต้าน “ฝ่ายค้าน”ก็ไม่สามัคคี ผลดีตกอยู่กับ “รัฐบาล”

ฝ่ายค้าน ยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีรายบุคคล แต่ก็มีความไม่ชอบมาพากลเกิดขึ้น เมื่อก้าวไกลออกมาทวงถามรายชื่อที่ตั้งใจจะยื่นอภิปรายหายไปไหน ทั้งพลเอกประวิตร วงศ์สุวรรณ และร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า มีเหตุผลอธิบาย ว่าไม่มีข้อมูลไม่พอจากพรรคเพื่อไทยยิ่งเพิ่มข้อสงสัยเรื่องดีลทิพย์ จนมีการเปิดศึกวิวาทะออนไลน์ ระหว่างภูมิธรรม เวชชัย ที่ปรึกษาผู้นำฝ่ายค้าน กับชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรคก้าวไกล จนเป็นที่มาของวลีที่ว่า อยากอยู่บนเส้นทางประชาธิปไตยต้องใจเย็นๆ

“ม็อบ”ก็เจอแรงต้าน “ฝ่ายค้าน”ก็ไม่สามัคคี ผลดีตกอยู่กับ “รัฐบาล”


แม้การปรากฏตัวของปิยะบุตรจากกลุ่มก้าวหน้าในคลับเฮาส์ พูดคุยกับโทนี่  มีท่วงทำนองหย่าศึกระหว่างพรรค ดับกระสขัดแย้ง ชั่วครู่ แต่ความครุกรุ่น ระหว่างกัน ก็ยังดำรงอยู่  

ปัญหาสำคัญเริ่มจากในกรรมาธิการงบประมาณ ที่เพื่อไทยยกมือให้นำยอดปรับลดงบประมาณ 1.6หมื่นล้าน ไปไว้ในงบกลางฯ ซึ่งนายกรัฐมนตรีมีอำนาจนำไปใช้ไม่ต้องตรวจสอบนี่เป็นความข้องใจประการที่1  ความไม่พอใจจากการแก้รัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง แบบบัตรสองใบคำนวนสส.รายชื่อ 100 คน ตามสัดส่วนคะแนนพรรค ไม่ได้คำนวณจากเกณฑ์ สส.พึงมีตามรัฐธรรมนูญปี 60ทำให้สัดส่วนสส.พรรคก้าวไกลในอนาคตที่ใช้การเลือกตั้งแบบใหม่หายไปจำนวนมากโดยพรรคเพื่อไทย เห็นดีเห็นงามกับพรรคพลังประชารัฐชนิดกระหนุงกระหนิง นับเป็นประการที่2  
“ม็อบ”ก็เจอแรงต้าน “ฝ่ายค้าน”ก็ไม่สามัคคี ผลดีตกอยู่กับ “รัฐบาล”

ในการอภิปรายงบประมาณ พรรคก้าวไกลใช้เป็นเวทีซักซ้อมอภิรายไม่ไว้วางใจไปในตัว ขณะที่ พรรคเพื่อไทย ไม่มีบทบาทมากนัก วาระงบประมาณผ่านได้ไม่มีปัญหา  
แต่ที่รออยู่ข้างหน้า คือการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ซึ่งยังไม่ได้กำหนดว่าจะอภิปรายวันไหน

ไทน์ไลน์สภา นอกจากอภิปรายงบประมาณ
แต่ยังมีการพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญกำหนดไว้ในวันที่24และ25    ขณะที่การเคลื่อนไหวนอกสภาขบวนคาร์ม็อบผ่านการทดสอบมาหลายครั้ง นอกจากไม่มีพลังยังทำให้หลายคนเกิดความเบื่อหน่าย นี่ขบวนประชาธิปไตย หรือ ขบวนนัดหมายวัยรุ่นตีกัน และนั่นเป็นที่มาแยกน้ำแยกปลาออกจากขบวนคาร์ปาร์ค จากอดีตแกนนำนปช.ผู้มีประสบการณ์ อย่างณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ซึ่งนัดรวมกันครั้งใหม่ ในวันที่ 29 สิงหาคมนี้  
แม้ฝั่งประชาธิปไตย จะพยายามเคลื่อนไหวทั้งในและนอกสภา แต่ก็อยู่ในสภาพขาดๆเกินๆ ไม่สามัคคีกันเดินทั้งสองขา  บาดเจ็บจากการปะทะ หรือ ได้รับผลกระทบ จากมาตรการล็อกดาวน์ เริ่มเข้าสู่กระบวนการเยียวยา ซึ่งสองพรรคฝ่ายค้าน แบ่งกันรับหน้าเสื่ออาสา เสมือนต้องการหย่าศึก  

“ม็อบ”ก็เจอแรงต้าน “ฝ่ายค้าน”ก็ไม่สามัคคี ผลดีตกอยู่กับ “รัฐบาล”

เสียงเรียกร้องพลเอกประยุทธ์ออกไปดูแผ่วปลายไม่ส่งเสียงดังเหมือนดั่งที่ผ่านมา เมื่อฝ่ายรัฐตั้งรับ ด้วยการจับขังแกนนำ ขบวนคนรุ่นใหม่ก็ประสบปัญหา ส่วนพรรคแกนนำฝ่ายค้าน แม้แต่พวกเดียวกันก็ยังส่ายหน้า นอกจากจาตุรน ฉายแสง อดีตแกนนำไทยรักษาชาติ จะไม่กลับมา  ยังเตรียมเดินหน้าขนขบวนจากคาร์ปาร์ค ไปจัดตั้งพรรคการเมืองใหม่ 

“ม็อบ”ก็เจอแรงต้าน “ฝ่ายค้าน”ก็ไม่สามัคคี ผลดีตกอยู่กับ “รัฐบาล”

ดูสถานการณ์ฝั่งประชาธิปไตย พลเอกประยุทธ์ ยังเวิร์คฟรอมโฮมแบบสบายใจไปได้อีกนาน แม้จะมีเสียงรบกวนจากยุงรำคาญบ้างแต่เชื่อเถอะว่า จ้างก็ไม่ไป แค่ออกอาการถูกขัดใจ เมื่อไม่ได้ของเล่นเท่านั้น  แก้ปัญหาโควิดยังต้องใช้เวลาอีกนาน หลายโครงการยังรออยู่

สู้ไม่ถอย “ไฮโซลูกนัท” หยัดยืน “ไล่ประยุทธ์” จนกว่าชนะ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/479755

สู้ไม่ถอย “ไฮโซลูกนัท” หยัดยืน “ไล่ประยุทธ์” จนกว่าชนะ

20 ส.ค. 2564

เหลือดวงตาข้างเดียว “ไฮโซลูกนัท” เดินหน้า”ไล่ประยุทธ์” ฝันเห็นฟ้าสีทอง ประชาชนต้องเป็นใหญ่ คอลัมน์ท่องยุทธภาพ โดยขุนน้ำหมึก

บุคคลที่สำนักข่าวอยากขอสัมภาษณ์พิเศษในนาทีนี้ คงไม่มีใครเกิน “ไฮโซลูกนัท” หรือ “ธนัตถ์ ธนากิจอำนวย” ผู้นำคาร์ม็อบ “สลิ่มกลับใจ”

ค่ำวันที่ 19 ส.ค.2564 ครอบครัว “ธนากิจอำนวย” ออกแถลงการณ์ว่า เหตุการณ์การสลายการชุมนุม #ม็อบ 13 สิงหา ทำให้ “ไฮโซลูกนัท” สูญเสียดวงตาข้างขวา จะไม่สามารถมองเห็นได้อีก ทางครอบครัวเตรียมฟ้องเอาผิด ทั้งทางอาญาและฟ้องเรียกค่าเสียหายทางแพ่ง

วันที่ 20 ส.ค.2564 “ไฮโซลูกนัท” ได้โพสต์ผ่านเฟซบุ๊ค Nat Thanakitamnuay เปิดเผยความในใจและความมุ่งมั่นในการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย

“ยังมีอีกมากมายหลายชีวิตที่กำลังต้องทุกข์ทรมาน ยังมีอีกมากมายหลายชีวิตที่ต้องสูญเสีย ยิ่งกว่าที่ผมสูญเสีย ชีวิตเขาเหล่านั้นจะไม่มีวันกลับเป็นเหมือนเดิมได้อีก…”

ทายาทมหาเศรษฐีหมื่นล้าน ยังไม่ท้อถอย และจะขอสู้ต่อไป “ส่วนตัวผมแล้ว ผมแค่ตาบอดข้างเดียว ชีวิตผม จะกลับไปเป็น สุข สงบ สบาย เมื่อใหร่ก็ได้ แต่ผมจะขอสู้เคียงข้างทุกคนเพื่อเรียกร้องความถูกต้องนี้ต่อไป ขอให้ทุกคนสู้ด้วยความเข้มแข็ง สันติวิธี เพื่อชัยชนะของประชาชน เราจะแพ้ไม่ได้ครับ”

ดูเหมือน “ไฮโซลูกนัท” จะมีเพื่อนพ้องน้องพี่ร่วมอุดมการณ์มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นพี่เต้น, เพนกวิน, รุ้ง, ไผ่ ฯลฯ

หลายคนอาจสงสัยว่า เหตุใดไฮโซหนุ่ม ผู้เป่านกหวีดขับไล่รัฐบาลยิ่งลักษณ์ จะเปลี่ยนไปแบบ 360 องศา จากรอยัลลิสต์ สู่เสรีนิยมประชาธิปไตย

“ขอให้ทุกคนสู้ด้วยความเข้มแข็ง สันติวิธี เพื่อชัยชนะของประชาชน เราจะแพ้ไม่ได้ครับ” คือคำมั่นสัญญาจากไฮโซลูกนัท ที่เหลือดวงข้างเดียว แต่ก็หวังที่จะเห็น “ฟ้าสีทองผ่องอำไพ ประชาชนเป็นใหญ่ในแผ่นดิน”

++

จุดเปลี่ยนชีวิต

++

การเลือกตั้งปี 2562 ธนัตถ์ ธนากิจอำนวย ลูกชายคนโตของ กิตติ ธนากิจอำนวย แห่งบริษัท โนเบิล ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) (NOBLE) ตัดสินใจลงสนามการเมือง โดยไฮโซลูกนัท อยู่ในกลุ่มนิวเดม (NEW DEM) ซึ่งมี พริษฐ์ วัชรสินธุ หลานชายอภิสิทธิ์ และพรพรหม วิกิตเศรษฐ์ ลูกชายพินิช วิกิตเศรษฐ์ อยู่ในกลุ่มนี้ด้วย

การประเดิมสนามเลือกตั้งของเขา ค่อนข้างโชคร้ายที่ลงสมัคร ส.ส.กทม.เขต 15 มีนบุรีและคันนายาว (เฉพาะแขวงคันนายาว) ต้องเจอทั้ง ชาญวิทย์ วิภูศิริ พรรคพลังประชารัฐ และวิชาญ มีนชัยนันท์ อดีต ส.ส.กทม.หลายสมัย พรรคเพื่อไทย

แม้จะเคยเป็นอดีตแนวร่วม กปปส. แต่ไฮโซลูกนัท ก็เลือกที่จะหนุน “อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” เป็นนายกรัฐมนตรี ไม่หนุนการสืบทอดอำนาจของ คสช. และไม่หนุน พล.อ.ประยุทธ์ เป็นนายกรัฐมนตรี

นี่คือจุดเปลี่ยนทางอุดมการณ์ของไฮโซลูกนัท สะท้อนว่า จุดยืนทางการเมืองของเขา ต่างจากสุเทพ เทือกสุบรรณ ผู้ปลุกปั้นพรรครวมพลังประชาชาติไทย

ความพ่ายแพ้ในสนามเลือกตั้ง ไฮโซลูกนัททำใจได้ แต่การที่ ปชป.ตัดสินใจเข้าร่วมรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ เป็นฟางเส้นสุดท้าย ที่เขาตัดสินใจลาออกจาก ปชป. พร้อมกลุ่มนิวเดม

++

คนละอุดมการณ์

++

ตอนที่ไฮโซลูกนัท ลงสมัคร ส.ส. ในเฟซบุ๊กของเขา ได้เล่าตอนที่เข้าไปพบ “คุณตาอำนวย วีรวรรณ” ว่า “หลังจากคุณตาทราบว่า ผมได้รับอนุมัติให้ลงสมัครรับเลือกตั้งแล้ว ท่านเรียกผมไปให้โอวาท โดยกล่าวว่า เมื่อเลือกจะเดินเข้ามาเส้นทางนี้แล้ว ต้องเรียนรู้การทำเพื่อประโยชน์ส่วนร่วมให้มากยิ่งขึ้นกว่าเดิม และต่อจากนี้ไปตลอดชีวิต สิ่งที่จะต้องยึดถือให้มั่น และอย่าได้ปล่อยให้ลดน้อยลงเด็ดขาด คือ ความคิดที่จะเสียสละเพื่อผู้อื่น”

จะว่าไปแล้ว อำนวย วีรวรรณ อดีตหัวหน้าพรรคนำไทย อดีตรองนายกรัฐมนตรี และอดีตรัฐมนตรีคลัง ในยุคสมัยประชาธิปไตยครึ่งใบ “อำนวย” เป็นซุปเปอร์เทคโนแครต เป็นมืออาชีพ ตลอด 40 กว่าปีที่ผ่านมา ชีวิตทำงานอันแสดงบทบาทอิทธิพลโดดเด่นของอำนวยคือ ช่างเทคนิคการเงินการคลังให้ภาครัฐ

“อำนวย” เคยถูกขนานนามว่า “ขุนนางนักวิชาการแบบคลาสสิค” มาวันนี้ “ลูกนัท” หลานตาอำนวย กำลังถูกยกย่องให้เป็น “ขบถรุ่นใหม่” หรือเป็นนักต่อสู้ประชาธิปไตย ยุคดิจิตอล